หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 4


17 ธ.ค. 2560 08:20
100,060 ครั้ง

ละคร นิยาย หงส์เหนือมังกร

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

หงส์เหนือมังกร

แนว:

แอกชั่น-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วิศวนาถ

บทโทรทัศน์โดย:

อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย:

ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย:

บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

กฤตฤทธิ์ บุตรพรมเมลดา สุศรี

หลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดอีกครั้ง ปราบฟันธงว่าชายในชุดบริกรคือคนร้ายที่ฆ่าตี๋ซุ้ง ธานินทร์กลับเห็นว่าหลักฐานแค่นี้ยังไม่เพียงพอเราไม่มีภาพตอนมันยิง ยิ่งได้ผลตรวจจากนิติเวชว่าตี๋ซุ้งตายเพราะโดนระเบิดไม่ใช่โดนกระสุน เขายิ่งไม่ปักใจเชื่อ ปราบทักท้วง

“แต่คนที่ยิงกับคนที่วางระเบิด ก็อาจจะเป็นคนเดียวกันก็ได้”

“หรืออาจจะไม่เกี่ยวอะไรกันเลยก็ได้ คนที่คุณคิดว่าเป็นคนร้ายอาจจะเป็นคนบริสุทธิ์ก็ได้ไม่ใช่เหรอ” ธานินทร์ดึงผลตรวจจากนิติเวชไปจากมือปราบ แล้วเดินออกไป ปราบมองตามรู้สึกกังขาเจ้านายยิ่งนัก อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกัน จางเหาในคราบพนักงานส่งของแอบฟังอยู่ ถึงกับอึ้งที่รู้ว่าตี๋ซุ้งตายเพราะโดนระเบิด...

ตั้งแต่เปิดพินัยกรรมของพ่อ หลิวเข้าหน้าน้องชายไม่ติด ไม่ว่าเธอจะพูดหรือจะทำอะไรขวางหูขวางตาเขาไปหมด ถึงขนาดตะคอกใส่หน้าว่าเกลียดเธอเกลียดพ่อ เกลียดทุกคน เธอกลุ้มใจมาก ปรึกษากับเต็งล้อควรจะทำอย่างไรดี เขาแนะให้ทำสิ่งที่สำคัญก่อน เพราะเรือจะขาดหางเสือได้ไม่นาน

“แพ้เป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร ความกลัวไม่ได้แก้ปัญหา ถึงเวลาคุณหนูต้องเผชิญหน้ากับความจริง พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าคุณหนูเป็นเพชรแล้ว”

“อั๊วขอเวลาคิดหน่อยนะแปะ” หลิวพูดจบเดินหน้าเครียดไปที่ห้องทำงานของพ่อ ปิดประตูห้องทรุดตัวลงหน้ากระดานหมากรุกตรงข้ามกับที่พ่อเคยนั่ง เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งสอดอยู่ใต้กระดานหมากรุก หยิบขึ้นมาดู เป็นจดหมายที่พ่อเขียนถึงเธอ มีใจความว่าหากเธอได้อ่านจดหมายฉบับนี้ก็แสดงว่าเขาได้ตายไปแล้ว

“ป๊าอยากให้หลิวเข้มแข็งอย่างที่ควรจะเป็น ป๊าพยายามทำทุกอย่างเพื่อหลิว แม้กระทั่งการเลิกเป็น มาเฟีย แต่ก็สายเกินไป จากนี้หลิวต้องก้าวเดินไปข้างหน้าวางแผนจัดการทุกอย่างอย่างสุดความสามารถ หมากรุกกระดานนี้ยังพร้อมจะสอนให้หลิวรู้จักวางแผนเสมอป๊าเชื่อว่าหลิวทำได้”

ทางด้านเต็งล้อนั่งรอคำตอบของหลิวอยู่ที่ห้องโถง เหมยเดินเข้ามาพูดว่าเราต่างก็รู้ว่าทำไมเฮียซุ้งถึงเลือกให้หลิวขึ้นรับตำแหน่งนี้ แทนที่จะเป็นตี๋เล็ก เต็งล้อพูดขึ้นลอยๆ มังกรย่อมยกตำแหน่งให้ลูกมังกร เหมยยอมไม่ได้ หลิวเป็นผู้หญิงจะให้ไปฟาดฟันกับพวกมาเฟียได้อย่างไร หลิวเดินถือจดหมายมาทันได้ยินพอดีรีบหลบมุมแอบฟัง เต็งล้อแกล้งถามเหมยหรือจะให้ตี๋เล็กขึ้นแทน

“อั๊วจะไม่ยอมให้ลูกคนไหนของอั๊วต้องเป็นไปเหมือนอาเฮีย อั๊วอยากให้ยกเลิกสมาคมธรรมกุลซะ”

หลิวก้าวออกมาคัดค้านแม่ทันที โดยให้เหตุผลว่าถ้าเรายกเลิก สิ่งที่พ่อทำมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า เหมยแปลกใจเกิดอะไรขึ้นกับลูก ไหนเมื่อก่อนลูกอยากให้พ่อวางมือแล้วทำไมถึงเปลี่ยนใจ หลิวอึกอักไม่รู้จะตอบแม่อย่างไร ใจหนึ่งก็เกลียดมาเฟีย แต่อีกใจหนึ่งอยากทำเพื่อพ่อเพื่อตระกูลธรรมกุล เต็งล้อมองออกว่าเธอยังตัดสินใจไม่ได้ ก็เลยจะให้เวลาเธอคิดอีกคืนหนึ่งแล้วค่อยให้คำตอบ แต่ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร

“อั๊วอยากให้คุณหนูรู้ไว้ว่าการขึ้นครองตำแหน่งก็เหมือนขึ้นหลังเสือ เมื่อขึ้นแล้วจะลงอีกไม่ได้”

ooooooo

เมื่อได้คิดทบทวนอยู่หลายตลบ ในที่สุดหลิวตัดสินใจจะรับตำแหน่งหัวหน้าสมาคมธรรมกุลตามที่ตี๋ซุ้งทำพินัยกรรมมอบหมายให้ เธอหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดผมตัวเองสั้นกุด ทิ้งหลิวคนเดิมเปลี่ยนเป็นหลิวคนใหม่ แล้วเดินลงมาหาเต็งล้อ ฮัวกับพวกสมุนที่ยืนรออยู่ ทุกคนต่างตะลึงกับลุคใหม่โฉบเฉี่ยวของเธอ

“แปะ อั๊วพร้อมแล้ว” พูดจบหลิวเดินนำเต็งล้อไปขึ้นรถ...

การเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าสมาคมธรรมกุลของหลิวทำให้บรรดาอาเจ็กอาแปะทั้งหลายในสมาคมไม่ชอบใจนัก เพราะเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงแถมอายุยังน้อย อ้างผิดธรรมเนียมปฏิบัติ ตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมมาไม่เคยมีผู้หญิงเป็นหัวหน้า เธอประชดประชัน ธรรมเนียมที่ว่าผู้หญิงต้องอยู่ภายใต้อาณัติของผู้ชายใช่ไหม

“ถ้าจะเข้าใจอย่างนั้นก็ไม่ผิดหรอกอาหลิว”

หัวหน้าคนใหม่มองสบตากรรมการซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมด ก่อนจะบอกให้เต็งล้อจดชื่อคนที่คัดค้านการเข้ารับตำแหน่งของเธอ แล้วตัดออกจากสมาคมไปเลย ยิ่งทำให้บรรดากรรมการไม่พอใจ โวยวายว่าเฮียซุ้งยังไม่กล้าทำกับพวกตนอย่างนี้ แล้วนี่เธอเป็นใครถึงได้บังอาจ หลิวไม่สนใจ หันไปพูดกับเต็งล้อ

“ถ้าอย่างนั้นแปะช่วยดูให้หน่อยว่ามีใครที่มีเงินฝากไว้กับสมาคมก็ให้คืนเงินไป ส่วนเรื่องดอกเบี้ยและผลประโยชน์ต่างๆก็ให้งดทันที รวมถึงคนที่ทำมาหากินในพื้นที่ของสมาคมก็ให้ย้ายออกไปภายในอาทิตย์นี้ ในเมื่อไม่เคารพอั๊วก็เท่ากับไม่เคารพอาป๊า...มีใครมีปัญหาอีกไหม” เจอไม้แข็งของหลิวเข้าไป ทั้งอาเจ็ก อาแปะต่างหุบปากไม่กล้าหืออีก เต็งล้อมองเจ้านายคนใหม่ด้วยความพอใจ...

เปิดตัวกับเหล่ากรรมการเสร็จ หลิวเดินมาขึ้นรถพร้อมกับเต็งล้อ หันมองไปที่ตึกของสมาคม รู้สึกผิดที่กร้าวใส่บรรดาอาเจ็กที่ตัวเองให้ความเคารพ เต็งล้อเหมือนจะอ่านใจเธอออกพูดขึ้นอย่างเป็นกำลังใจให้

“วันนี้นายน้อยสอบผ่าน ถ้านายท่านรู้คงภูมิใจมาก”

“แปะเต็ง แปะคิดว่าใครเป็นคนฆ่าป๊า”

เต็งล้อฟันธงว่าเป็นลูกบุญธรรมของตี๋ซาที่ชื่อจางเหา หลิวไม่เคยรู้มาก่อนว่าเจ็กซามีลูกบุญธรรม เขาเล่าว่ามีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน คุงใช้นัดให้จางเหามาเจอกันที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง นำเงินจากเฮียไฮ้มาให้เป็นค่าตอบแทนที่เขากำจัดตี๋ซุ้งให้ เขาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนฆ่า ระเบิดที่อยู่ในห้องตี๋ซุ้งไม่ใช่ฝีมือเขา คุงใช้ถึงกับอึ้ง ถ้าไม่ใช่เขาแล้วเป็นใคร จางเหาเองไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่ว่ามันคนนั้นจะเป็นใคร เขาต้องรู้ให้ได้แล้วขอให้คุงใช้ช่วย

จากนั้นไม่นาน จางเหาในคราบตำรวจนอกเครื่องแบบ ลอบขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของโรงแรมเพิร์ลพาเลซซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ห้องที่เกิดการระเบิดมีเทปสีเหลืองของตำรวจกั้นเอาไว้ไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องล่วงล้ำเข้ามา จางเหามุดเทปเข้าไปในห้อง สำรวจไปรอบๆเพื่อหาต้นตอของระเบิด

พลันมีเสียงของร่วงลงพื้น เขาชักปืนเล็งไปยังต้นเสียง พนักงานโรงแรมกับผู้จัดการเห็นปืนก็ตกใจ อ้าปากจะร้อง จางเหารีบบอกว่าเป็นตำรวจ ทั้งคู่พยักหน้ารับรู้ เชิญเขาตามสบายก่อนจะก้มลงเก็บของที่ทำหล่น แล้วพากันออกไป จางเหาเก็บปืน หันไปสำรวจสถานที่เกิดเหตุอีกครั้งอย่างตั้งอกตั้งใจ เจอเศษระเบิดเป็นผงสีขาวๆตกที่พื้น รวมทั้งสะเก็ดระเบิดรีบเก็บใส่ถุง

ครู่ต่อมาผู้จัดการกับพนักงานคู่นั้นลงมาถึงล็อบบี้ ปราบเข้ามาแนะนำตัวว่าเป็นตำรวจ แล้วโชว์บัตรตำรวจให้ดู พร้อมกับแจ้งว่าจะมาตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง ผู้จัดการเชิญเขาขึ้นไปได้เลย เพื่อนของเขารออยู่ข้างบนแล้ว ปราบเอะใจ ไม่ได้สั่งให้ใครมาด้วยสักหน่อย วิ่งปรู๊ดไปที่ลิฟต์ เพื่อป้องกันไม่ให้ชายปริศนารู้ตัว เขาจึงกดลิฟต์ไปยังชั้นก่อนหน้าชั้นเกิดเหตุสองชั้น แล้วเดินขึ้นบันไดหนีไฟต่อ...

ครั้นมาถึงชั้นเป้าหมายปราบย่องเงียบไปที่ห้องเกิดเหตุ ยังไม่ทันจะเปิดประตูเข้าไปโทรศัพท์เจ้ากรรมดันมีสายเรียกเข้า เขารีบกดปิดแทบไม่ทัน จางเหาได้ยินเสียงโทรศัพท์รู้ทันทีว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญรีบหลบออกมา แต่ดันหนีไปเจอทางตัน มองไปรอบๆเห็นถังน้ำกับอุปกรณ์ทำความสะอาด คิดแผนหนีเอาตัวรอดขึ้นมาได้

ปราบได้ยินเสียงฝีเท้าคนรีบไล่ตามกำลังจะเลี้ยวหัวมุมมีเสียงดังโครมครามดังขึ้น รีบวิ่งไปยังต้นเสียง เจอจางเหากองอยู่กับพื้นพร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาด นายตำรวจหนุ่มชักปืนใส่ ร้องถามว่าเป็นใคร

“ผมมาทำความสะอาดครับ” จางเหามองไปทางบันไดหนีไฟแล้วแกล้งบ่น “อะไรของมันวะ”

“มีอะไร”

จางเหาแต่งเรื่องว่าเมื่อครู่นี้มีใครก็ไม่รู้วิ่งมาชน แล้ววิ่งหนีลงบันไดหนีไฟไป ปราบหลงเชื่อวิ่งตาม ส่วนจางเหาเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ไม่นานนัก ปราบลงมาถึงล็อบบี้แต่ไม่เจอใครน่าสงสัย ระหว่างนั้นลูกน้องของเขาโทร.มาแจ้งข่าวว่า สมาคมธรรมกุลได้หัวหน้าคนใหม่แล้ว...

ในเวลาต่อมา ปราบมาดักรอหลิวอยู่หน้าประตูรั้วบ้านธรรมกุล เพื่อทวงถามที่เธอเคยบอกเขาว่าวันใดที่มีอำนาจ เธอจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพื่อความถูกต้อง ตอนนี้เธอได้โอกาสนั้นแล้ว หลิวไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรถ้าถูกต้องแต่ไม่ยุติธรรม ถ้าเขาจะมาเพื่อพูดแค่นี้เธอคงต้องขอตัวก่อน แล้วขยับจะกลับขึ้นรถ

“คุณเองก็ไม่ต่างอะไรจากพ่อของคุณ”

“คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงพ่อฉัน...ตอนนี้สิ่งที่ฉันอยากได้ยินจากคุณมากที่สุดก็คือ คุณกำลังตามล่าคนที่ฆ่าพ่อฉัน และบอกฉันว่าคุณจะจับมันให้ได้เพราะถ้าคุณทำไม่ได้ ฉันจะทำเอง” หลิวมองปราบด้วยสายตากร้าวก่อนจะก้าวขึ้นรถ เขาตระหนักในทันทีว่าเธอไม่ใช่หลิวคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แทนที่จะเข้าบ้าน หลิวกลับสั่งให้คนขับรถพาไปที่บ้านตี๋ซา

ooooooo

จางเหานำสะเก็ดระเบิดที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุมาให้คุงใช้ดู พร้อมกับสรุปให้ฟังว่าระเบิดที่ใช้สังหารตี๋ซุ้งเป็นระเบิดแอนโฟที่พวกทำเหมืองแร่ชอบใช้เนื่องจากมีกลิ่นน้ำมันดีเซล

“ฉันฝากด้วยแล้วกัน” พูดจบจางเหาขยับจะไป คุงใช้ร้องเตือนช่วงนี้ให้ระวังตัวหน่อย คนที่ทำเรื่องนี้เหมือนต้องการป้ายความผิดให้จางเหา และต้องการให้เขาตายไปพร้อมกับระเบิดที่ฆ่าตี๋ซุ้ง

“แล้วถ้ามันรู้ว่าแกรอด มันต้องทำทุกวิถีทางที่จะจัดการกับแก”

“เฮียก็รู้ว่าจะไม่มีใครตามฉันได้ ถ้าฉันต้องการ”

“พวกมันตามแกไม่ได้ แต่พวกมันตามจากคนรอบข้างแกได้นี่” คำพูดของคุงใช้ทำให้จางเหาเครียดทันที...

หลิวตั้งใจจะมาฆ่าซ้อซาถึงบ้านเพื่อให้จางเหาออกจากที่ซ่อน แต่พอเจอกันซึ่งๆหน้ากลับทำไม่ลง ได้แต่ถามหาจางเหาว่าอยู่ไหน เป็นจังหวะที่จางเหาซึ่งเป็นห่วงซ้อซาโทร.มาพอดี เธอจำเป็นต้องรับสายเพื่อไม่ให้มีพิรุธ แต่เวลาคุยกับเขา เธอจะแกล้งตอบไม่ตรงคำถามหวังจะให้เขาเอะใจ จางเหารู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมา พากล ถามว่าพวกธรรมกุลมาหาหรือ ซ้อซาตอบไม่ตรงคำถามเหมือนเดิม

“ไม่มีอะไร ไม่ต้องห่วง ไว้ว่างๆเดี๋ยวอั๊วเข้าไปเอง แค่นี้นะ” ซ้อซาตัดสายทันที ฝ่ายหลิวยังคงคาดคั้นให้ท่าน บอกที่ซ่อนตัวของจางเหา แต่ท่านยืนยันว่าไม่รู้

“อี๊ก็รู้ว่าเขาทำอะไรไว้ แค่อี๊บอกมาแล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม”

ซ้อซาไม่พูดอะไร ลุกไปหยิบปืนมาวางตรงหน้าหลิว เชิญให้เอาชีวิตของตนไปได้เลยแต่อย่าถามว่าจางเหาอยู่ไหน หลิวอึ้งไม่คิดว่าท่านจะรักลูกบุญธรรมมากขนาดนี้ ครู่ต่อมาหลิวกลับออกมาขึ้นรถ เต็งล้อยังไม่ทันจะอ้าปากถามอะไร เธอชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าขอเวลาอีกหน่อย เธอทำอาอี๊ไม่ได้จริงๆ

“ใคร่ครวญต้องช้าๆ ลงมือต้องรวดเร็ว เรามีเวลาไม่มากนะนายน้อย”

“อั๊วเข้าใจดี แต่มันยังไม่ใช่ตอนนี้” หลิวยืนกราน เต็งล้อได้แต่พยักหน้ารับรู้...

ปิติอยากได้รุจีมาครอบครองจึงจ้างวานเอเจนซี่หลอกเธอมาที่ร้านอาหารหรูเพื่อคุยเรื่องงาน เอเจนซี่ไม่มาตามนัด แต่กลับเป็นปิติโผล่มาแทน เธอเจ็บใจมาก

ที่โดนหลอก ลุกหนีไม่เกรงกลัวเขาแม้แต่น้อย ปิติชอบใจในความยากของเธอ คล้อยหลังเธอไปไม่นาน ตี๋เล็กซึ่งรู้ว่าเธอมาที่นี่ก็มาหาหวังจะได้เจอตัว แต่กลับเจอปิติ อยู่ที่นั่น เขาของขึ้นทันทีปรี่เข้าหาโดยลืมไปว่าตัวเองมาคนเดียว แถมยังท้าทายอีกฝ่ายมาต่อยกันตัวต่อตัว

“พี่ไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก พอดีไม่ชอบใช้ความรุนแรง เรามาหาวิธีเบาๆตามสไตล์ผู้ชายเลวๆกันดีกว่า” ปิติว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้ลูกน้องจัดการกับตี๋เล็ก...

ขณะที่ตี๋เล็กถูกลูกน้องของปิติยำใหญ่ เฮียโส่ยเห็นว่าท่านหัวหน้าสมาคมธรรมกุลคนใหม่เป็นแค่เด็กสาวไร้พิษสง ก็คิดจะลองของ แถมชักชวนให้พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บเข้าร่วมกระบวนการด้วย

ooooooo

เหมยมานั่งรอลูกสาวที่ห้องโถงของตึกใหญ่แต่เช้า พอเห็นเธอเดินเข้ามาถามว่ารับตำแหน่งวันแรกเป็นอย่างไร เธอไม่อยากให้เสียบรรยากาศจึงโกหกแม่ว่าไม่มีอะไร ทุกคนยอมรับเธอดี

“ถ้าไม่ยอมรับ ลื้อก็ตัดพวกเขาออกจากสมาคมน่ะเหรอ”

หลิวแก้ตัวว่าจำเป็นต้องแข็งกร้าวใส่ผู้ใหญ่ในสมาคมเพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้น ต่อไปจะคุมไม่ได้แล้วบอกแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอรู้ตัวดีว่าทำอะไร เหมยเห็นแววตาแข็งกร้าวเย็นชาของลูกสาวก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวลูกจะเปลี่ยนไปเป็นแบบตี๋ซุ้ง คว้ามือลูกมากุมไว้

“หลิวรู้ไหมว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การมีอำนาจหรือการใช้อำนาจ มันคือการเสพติดอำนาจต่างหาก”

ประมุขคนใหม่รู้แก่ใจดีว่าแม่พูดถูก แต่ในเมื่อตัวเองตั้งใจจะล้างแค้นให้พ่อแล้ว ก็ต้องใช้อำนาจที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จังหวะนั้นผิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามาตามหลิวไปพบตำรวจซึ่งรออยู่หน้าบ้าน

ไม่กี่นาทีถัดมา หลิวจ้ำพรวดๆมาถึงหน้าบ้านโดยมีผิงตามมาติดๆ ต้องตกใจเมื่อเจอปราบกับตำรวจอีกสองนายยืนอยู่กับตี๋เล็กที่มีสภาพมอมแมม มีแต่รอยฟกช้ำที่หน้ามีรอยหมึกเขียนประจานไว้ว่า “กูแพ้ปิติ”

“อย่าบอกนะว่าเป็นปิติ ลูกชายป๋าเสริฐ”

“ไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใคร” ตี๋เล็กโวยวาย หลิวมองปราบเหมือนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาได้รับแจ้งว่ามีคนนอนหมดสภาพอยู่หลังผับหรู พอไปดูก็พบว่าเป็นตี๋เล็กก็เลยพามาส่ง เธอขอบคุณเขามาก บอกให้เขาพาลูกน้องกลับไปได้แล้ว เขายังไม่ไป ยังคุยกับเธอไม่จบ แล้วแนะให้เธอดูแลคนของตัวเองให้ดีๆ หากทำผิดอีกเขาจะไม่เกรงใจ เธอไม่วายแดกดัน เขาไม่เคยเกรงใจใครไม่ใช่หรือ แล้วเดินเชิดเข้าบ้าน

จากนั้นหลิวไปรอตี๋เล็กที่เข้าไปล้างหน้าล้างตาอยู่หน้าห้องน้ำ พอเขาเปิดประตูออกมาเธอถามด้วยความเป็นห่วงว่าเจ็บมากไหม เขายอกย้อนไม่เจ็บเท่ากับที่เธอกับพ่อทำไว้ และที่เขาต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอ ถ้าเขาได้เป็นหัวหน้าสมาคม จะมีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้ไหม เธอพยายามอธิบายว่าเธอไม่ได้ต้องการตำแหน่งนี้แต่ขัดความประสงค์ของพ่อไม่ได้ ตี๋เล็กขอร้องไม่ต้องเอาพ่อมาอ้าง ถ้าเธอไม่รับตำแหน่งใครจะทำอะไรได้

“เจ้ไม่รู้เหรอว่าคนอื่นเขาจะมองฉันยังไง ทั้งๆที่ฉันเป็นลูกชายคนเดียว เป็นคนเดียวที่ควรได้รับตำแหน่ง แต่แล้วกลายเป็นเจ้” ตี๋เล็กต่อว่าฉอดๆ หลิวไม่อยากทะเลาะกับน้องอีกจึงให้สัญญา

“ถ้าตี๋เล็กพร้อมเมื่อไหร่ ตี๋เล็กจะได้เป็นหัวหน้าสมาคมธรรมกุลอย่างแน่นอน”

ตี๋เล็กมองพี่สาวอย่างไม่เชื่อคำพูด แล้วผละจากไปไม่สนใจ หลิวได้แต่ยืนหน้าเครียดอยู่ตรงนั้น ครั้นเต็งล้อเข้ามาหา เธอจึงปรึกษาว่าถ้าวันหนึ่งเธอลงจากตำแหน่งแล้วยกให้ตี๋เล็กเป็นแทนจะมีผลอะไรไหม เขาขอร้องเธออย่าเพิ่งคิดเรื่องนั้น แล้วพาเธอไปที่ห้องทำงานของตี๋ซุ้ง หยิบสมุดบัญชีมากางให้ดู อธิบายว่าตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นเงินที่คนในสมาพันธ์ทุกคนต้องจ่ายให้เราทุกเดือน
เธอไม่เข้าใจทำไมต้องจ่าย

“นายท่านถือเป็นคนใหญ่คนโตในวงการเจ้าพ่อ ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการนี้จะต้องอยู่ภายใต้กฎข้อบังคับของนายท่าน และจะต้องจ่ายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเคารพและให้เกียรติกันในฐานะผู้นำ”

“แล้วพวกเขาจะได้อะไร”

“ได้รับการสนับสนุน ได้รับส่วนแบ่งจากเราตามที่ตกลงกันไว้ แล้วก็ได้สิทธิ์ในการใช้อำนาจในขอบเขตของตัวเอง โดยมีเราคอยดูแลความเรียบร้อย จะเว้นก็แต่ยาเสพติด มันเป็นกฎหลักของนายท่าน แล้ววันนี้ก็เป็นวันครบกำหนดที่ทุกคนจะต้องจ่ายส่วยให้เรา มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่ยังไม่โอนเข้ามา นายน้อยจะให้อั๊วจัดการยังไง”

ooooooo

เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับสมาชิกคนอื่น หลิวสั่งให้จัดการขั้นเด็ดขาด เต็งล้อไม่รอช้าส่งสมุนไปหิ้วตัวพ่อเลี้ยงชัยที่กำลังเล่นพนันอยู่ ส่วนโกจั๊บก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน สมุนของเต็งล้อเข้าไปลากตัวเขาที่กำลังกินอาหารอยู่ แม้ลูกน้องของโกจั๊บพยายามขัดขวางแต่สมุนของเต็งล้อมีมากกว่าจึงต้านไม่ไหว...

พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บแค่โดนอุ้ม แต่เฮียโส่ยซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีให้แข็งข้อกับธรรมกุลไม่โชคดีอย่างนั้น เต็งล้อส่งมือสังหารสาวสวยในคราบหมอนวดทำทีเข้าไปนวดให้ แต่พอเขาเผลอเธอจับมัดติดกับเตียงแล้วเอาผ้าปิดปากก่อนจะใช้มีดเฉือนหูที่สวมต่างหูเพชรของเขาออกหนึ่งข้าง แล้วเอาใส่กล่องไปให้พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บที่ถูกเต็งล้ออุ้มไปไว้ที่เซฟเฮาส์ดู สองคนนั่นจำต่างหูเพชรได้ว่าเป็นของเฮียโส่ยถึงกับร้องเอะอะ

“นั่นหูเฮียโส่ย”

เต็งล้อยิ้มรับแล้วทีนี้ทั้งคู่จะย่อมจ่ายส่วยให้เหมือนเดิมไหม ทั้งคู่รับคำอย่างพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย...

ด้านแปะคูเห็นจางเหาคิดแต่จะแก้แค้น จึงสอนให้เขียนอักษรจีนด้วยพู่กันเผื่อจะช่วยให้จิตใจสงบและมีสมาธิ บอกให้เขาปล่อยอารมณ์ไปกับพู่กัน รู้สึกอย่างไรก็ให้ข้อมือพาพู่กันตวัดไปตามนั้น ลายเส้นจากพู่กันของจางเหาดูสับสนวุ่นวาย แปะคูมองปราดเดียวก็รู้ว่าต้องมีปัญหาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาไม่อยากให้ท่านเป็นห่วงจึงโกหกว่าไม่ได้เป็นอะไร แปะคูดีใจที่เขาตอบอย่างนั้นแล้วหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนคำว่า “หยิ้ม”

“เป็นลูกผู้ชายต้องจำไว้อย่างหนึ่ง คำว่าหยิ้มที่แปลว่าใบมีด ตั้งอยู่บนคำว่า ซิม ที่แปลว่าหัวใจ รวมกันเป็นคำว่าหยิ้ม ที่แปลว่าอดทน เพราะถ้าหากไม่อดทน มีดจะหล่นเสียบหัวใจ”

จางเหาเห็นตัวอักษร “หยิ้ม” ก็นึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นรอยสักตัวอักษรนี้ที่ข้อเท้าของฆาตกรฆ่าเพ่ย...

รอยสักคำว่า “หยิ้ม” สะกิดความแค้นของจางเหาให้พลุ่งพล่าน ต้องการจะรู้ให้ได้ว่าเป็นของใครจึงนำเรื่องนี้ไปถามคุงใช้ซึ่งกว้างขวางพอสมควร เขาส่ายหน้าไม่รู้

เหมือนกัน คนจีนส่วนใหญ่ไม่นิยมสักอยู่แล้วแต่จางเหาไม่ต้องห่วง ถ้าฆาตกรฆ่าเพ่ยมีรอยสักอย่างที่ว่าจริงๆ คงจะหาตัวได้ไม่ยาก

“แกว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับคนฆ่าตี๋ซุ้งแล้วโยนความผิดให้แกหรือเปล่า” คำถามของคุงใช้ทำเอาจางเหา หน้าเครียดมากขึ้นอีก...

ในขณะที่จางเหาพยายามตามหาคนที่ฆ่าเพ่ย ปราบสั่งให้ลูกน้องขุดคุ้ยเรื่องของจางเหา แต่ต้องแปลกใจที่ไม่พบประวัติของเขา ทั้งลายนิ้วมือ ทะเบียนราษฎร์ก็ไม่มีสักอย่าง ลูกน้องเชื่อว่าตี๋ซาน่าจะเลี้ยงเขาไว้เพื่อทำงานลับๆให้ ระหว่างนั้นลูกน้องอีกคนหนึ่งเข้ามารายงานว่าพ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บโดนอุ้ม คนเห็นเหตุการณ์มากมายแต่ไม่มีใครกล้าพูด ส่วนเฮียโส่ยโดนทำร้ายร่างกายตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล

ปราบอดหวั่นใจไม่ได้ว่าสงครามครั้งนี้จะรุนแรงกว่าตอนที่ตี๋ซุ้งอยู่

ooooooo

เหมยเห็นหลิวมีสีหน้าเคร่งเครียดก็เลยชวนไปเดินตลาดดูต้นหมากรากไม้ เผื่อจะช่วยให้ผ่อนคลาย โดยมีฮัวและเหล่าสมุนเดินตามมาเป็นพรวน เหมยเล็งแล้วว่าขืนให้พวกนี้เดินตาม หลิวจะยิ่งเครียดหนักขึ้น จึงไล่ฮัวกับสมุนกลับไปก่อน หลิวทักท้วงเป็นหน้าที่ของพวกนั้นที่ต้องคอยอารักขาเราสองแม่ลูก

“แต่ม้าอยากเดินกับหลิวเหมือนเมื่อก่อน...ฮัวไปเถอะ เดี๋ยวพวกเรากลับไปที่รถเอง”

ฮัวมองนายน้อยอย่างรอฟังคำสั่ง เธอพยักหน้าให้ ฮัวกับสมุนถึงได้พากันออกไป เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง เหมยแนะลูกถ้าเป็นหัวหน้าสมาคมธรรมกุลแล้วไม่มีความสุขก็อย่าเป็นเลยจะดีกว่า หลิวอ้างตัดสินใจรับตำแหน่งไปแล้ว เหมยติงคนเราตัดสินใจใหม่ได้ทุกวินาที ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำหรือเปล่า หลิวไม่อยากคุยเรื่องนี้รีบตัดบท ชวนแม่ไปทางโน้นดีกว่า แล้วเดินลิ่วออกไป โดยมีใครบางคนแอบมอง
ทั้งคู่อยู่...

ฝ่ายปราบตามไปสอบปากคำเฮียโส่ยถึงห้องพักฟื้น แต่เขาไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมเปิดปากซัดทอดว่าใครเป็นคนเล่นงาน ปราบถึงกับเซ็ง...

เสียงบรรเลงดนตรีฝีมือแปะคูกับเพื่อนๆ ดึงดูดให้หลิวเดินเข้าไปหา เจอจางเหายืนฟังอยู่ก็ชะงัก ต่างฝ่ายต่างทักทายกันดีใจที่เจอกันอีก ระหว่างนั้นจางเหาเหลือบเห็นชายคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธเดินเข้ามา ก่อนจะชักปืนยิง เขาร้องเตือนให้ทุกคนระวัง พร้อมกับโดดรวบตัวหลิวหลบได้ทัน เธอเป็นห่วงแม่จะลุกไปหา มือปืนจะลั่นไกอีก จางเหาดึงเธอหลบคมกระสุนได้อีกครั้ง แล้วคว้าตลับหมึกใกล้มือปาใส่มือปืนแล้วโดดเตะปืนกระเด็น

สองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กันด้วยมือเปล่า จังหวะหนึ่งมือปืนพลาดท่าถูกจางเหาอัดหน้าคว่ำ แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ มือปืนเจ้าเล่ห์กำทรายปาใส่หน้าจนจางเหาตาพร่า แล้ววิ่งไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่พรรคพวกขี่มารับ ก่อนจะบิดจากไปอย่างรวดเร็ว หลิวเป็นห่วงจางเหารีบเข้ามาดูแลถามไถ่ โล่งใจที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ...

ระหว่างจางเหาเดินมาส่งสองแม่ลูกที่ลานจอดรถ หลิวขอบคุณเขาไม่หยุดปากที่ช่วยเหลือไว้อีกครั้ง เขารู้สึกผิดเพราะคิดว่าตัวเองเป็นเป้าหมายของมือปืน ขอโทษเธอด้วย หลิวแปลกใจ

“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ”

เหมยไม่อยากให้ลูกเปิดเผยตัวรีบตัดบท ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันไปมาแล้วใครจะเป็นฝ่ายขอบคุณ แล้วฝากจางเหาไปบอกแปะคูด้วยว่าว่างๆจะมาฟังแกเล่นกู่เจิงใหม่ จางเหายิ้มรับ หลิวเกรงใจเขา ขอให้เขาส่งเธอกับแม่แค่นี้พอ จะได้กลับไปดูแลแปะคู...

เต็งล้อรู้เรื่องที่หลิวถูกมือปืนเล่นงาน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือเฮียโส่ย ถามเธอว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป หลิวสั่งให้จัดการให้สิ้นซาก ในเมื่อนายเปิดไฟเขียว

เต็งล้อจึงส่งมือปืนในคราบหมอไปสังหารเฮียโส่ยถึงห้องพักฟื้น ปืนเก็บเสียงทำให้ไม่มีใครได้ยินอะไร...

การตัดสินใจเด็ดขาดครั้งนี้ของหลิวได้รับคำชมจากเต็งล้อว่าตอนนี้เธอเป็นเพชรแล้ว ที่เหลือก็แค่เจียระไนให้เป็นเพชรที่สง่างามต่อไป แล้วถามว่าพร้อมหรือยัง

“อั๊วตัดสินใจไปแล้วไม่เคยคิดย้อนกลับ” แววตาของหลิวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นพร้อมเป็นหงส์เต็มตัว...

ในเวลาต่อมา ปราบมาตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง พบว่าเฮียโส่ยถูกยิงในระยะประชิดสี่นัดซ้อนเข้ากลางอก หลังสอบปากคำทุกคนแล้วไม่มีใครได้ยินหรือเห็นอะไรผิดปกติ กว่าจะรู้อีกทีเฮียโส่ยก็เป็นศพไปแล้ว ปราบสั่งให้ลูกน้องเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วเปรียบเทียบกับมือปืนในซุ้มของพวกธรรมกุล

ooooooo

ที่เรือนเล็กบ้านธรรมกุล หลิวไปหาแม่แต่เช้าหวังจะฝากท้องด้วย แต่ยังไม่ทันได้กินมื้อเช้าฝีมือแม่ เต็งล้อเข้ามาพยักหน้าให้อย่างรู้กัน เธอมองออกว่าเขามีเรื่องสำคัญจะรายงาน ลุกพรวดขึ้น

“ม้า งั้นเดี๋ยวหลิวมาใหม่แล้วกันนะ”

หลิวเดินนำเต็งล้อมายังมุมสงบของบ้านถามว่ามีอะไร เขาได้รับรายงานมาว่าพ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บนัดเจอกัน น่าจะเป็นเรื่องเฮียโส่ย จึงอยากให้เธอใช้ประโยชน์จากการตายของมัน เธอยังไม่พร้อมจะทำอย่างนั้น ขอเวลาอีกหน่อย แล้วเดินกลับไปทางเรือนเล็ก เต็งล้อได้แต่มองตาม เดาไม่ออกว่าเธอคิดจะทำอะไร...

พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บไม่ได้นัดเจอกันเรื่องเฮียโส่ย แต่นัดมารับเงินค่าซื้อเสียงจากป๋าเสริฐกับปิติ พ่อเลี้ยงชัยเห็นเงินที่สองพ่อลูกเอามาให้มีจำนวนน้อยก็ไม่พอใจ บ่นว่าเศษเงินแค่นี้จะคุ้มได้อย่างไร ถ้าหลิวรู้ว่าพวกตนร่วมมือกับเขา ป๋าเสริฐสวนทันทีแต่เงินจำนวนนี้คงพอที่จะให้พวกเขาอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร

“พอถึงวันเลือกตั้งแล้วลงคะแนนให้ฉันก็พอ”

“ง่ายไหม พวกแกก็ไม่โดนนังนั่นเพ่งเล็ง แถมไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงินฟรีๆ” ปิติช่วยเสริม พ่อเลี้ยงชัยกลัวว่านังหลิวจะไม่ปล่อยให้พวกตนอยู่เฉยๆ ป๋าเสริฐบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง นังนั่นอยู่ไม่ถึงวันเลือกตั้งแน่นอน...

ด้านแปะคูสีซอจบเพลงก็หันไปบอกจางเหาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าหยุดทำดี เพราะความดีทำให้เขารอดจากคมกระสุนเมื่อวาน แถมเพื่อนของเขาก็ไม่เป็นอะไรอีกด้วย จางเหาเจอกับหลิวแค่ไม่กี่ครั้งเอง คงใช้คำว่าเพื่อนยังไม่ได้ แปะคูแปลกใจเห็นสนิทสนมกันนึกว่ารู้จักกันเสียอีก

“ไอ้หยา เกือบไปแล้วไหมล่ะ ดีที่อีไม่เป็นไร เดี๋ยวอั๊วไปไหว้ตี่จู่เอี๊ย ขอบคุณที่ช่วยปกป้องพวกเราก่อนนะ” แปะคูยังไม่ทันขยับ จางเหาโพล่งขึ้นว่า ตนไม่ใช่คนดีท่านก็รู้

“ใครบอก อาจางที่อั๊วรู้จักเป็นคนดีคนหนึ่งแต่ถ้าอีจะทำเรื่องที่ไม่ดี อั๊วเชื่อว่าต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่าง” แปะคูยิ้มให้จางเหาแล้วเดินเข้าข้างใน ชายหนุ่มมองตามก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาใครบางคน...

ศึกนอกนับว่าหนักหนาสาหัสแล้ว แต่ศึกภายในที่น้องชายตัวดีชอบก่อเรื่องไม่หยุดหย่อนทำให้หลิวหนักใจยิ่งกว่า คราวนี้เขาเบิกเงินออกไปผลาญเล่นหนึ่งล้านบาท เต็งล้อเตือนเธอว่าไม่ควรจะตามใจเขามากเกินไป เธอรู้เรื่องนั้นดี แต่ตอนนี้เธอพูดอะไรกับเขาไม่ได้เลย แค่หน้าเขายังไม่อยากจะมอง เต็งล้อย้ำถึงเขาจะไม่ฟัง เธอก็ควรต้องเตือน ไม่อย่างนั้นจะไม่มีโอกาสได้ทำอีก หลิวไม่เข้าใจเต็งล้อหมายความว่าอย่างไร

“บุรุษผู้เอาแต่ใจ ก็ไม่ต่างอะไรกับการใช้ชีวิตอยู่บนคมมีด”...

คดีเก่ายังสางไม่เสร็จ ตี๋เล็กก่อคดีใหม่อีกแล้ว ตามไปอาละวาดพี่โจ้ฐานปลดรุจีออกจากละคร ทั้งที่รับปากจะมอบบทนี้ให้ พี่โจ้อ้างว่าตนไม่ได้สั่งให้เปลี่ยน แต่เป็นคำสั่งของช่อง

“งั้นก็ไปบอกพวกมันด้วยว่าฉัน วีระชัย ธรรมกุล สั่งให้รุจีเล่นเหมือนเดิม คืนบทให้รุจีซะ แล้วฉันจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น” ตี๋เล็กกร่างไม่เลิก พี่โจ้ยืนยันถึงอย่างไรก็เปลี่ยนไม่ได้เพราะทางช่องให้ตนแคสติ้งนักแสดงใหม่ที่เหมาะกว่ารุจีแล้ว ตี๋เล็กเคืองสุดๆ เนื่องจากไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธ ทำทีลูบหัวแมวของพี่โจ้อย่างเอ็นดู ยิ้มให้ก่อนจะผละจากไป พี่โจ้มองตามเหยียดๆ ด่าไล่หลังว่าไอ้มาเฟียกระจอกแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ออก

“ป๋าเสริฐนี่โจ้เองนะคะ คือจะโทร.มาบอกป๋าเรื่องน้องซูซี่อะค่ะว่าคืนนี้น้องไม่ว่าง เดี๋ยวโจ้จะให้น้องแนนกับน้องมินนี่ไปแทน...ได้ค่ะ คืนนี้ป๋ารอรับของเหมือนเดิมนะคะ”

ooooooo

รุจีซึ่งรออยู่ที่รถเห็นตี๋เล็กกลับออกมาก็โวยวายใส่เข้าไปทำอะไรนานสองนาน เขาแค่เข้าไปทำให้มันรู้ว่า เธอเป็นผู้หญิงของเขา แล้วยื่นข้อเสนอ ถ้าเขาทำให้เธอได้เล่นละครเรื่องนี้ เธอจะให้อะไรเขา รุจียิ้มยั่วให้เขาแล้วกระชากเขาเข้ามาใกล้ พลางกระซิบข้างหู

“ก็ไม่รู้สิ ไว้ถึงเวลานั้นแล้วค่อยว่ากัน”...

ทางฝ่ายจางเหานัดคุงใช้มาคุยกันเรื่องระเบิดที่ให้ไปสืบ คุงใช้ส่ายหน้าไม่มีใครรู้เรื่องเลย จางเหาตั้งข้อสังเกตพวกนั้นอาจรู้ แต่ไม่กล้าบอกมากกว่า คุงใช้เห็นด้วย แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรต่อไป จางเหาต้องสืบให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ คุงใช้เสนอให้เขาไปอยู่กับเจ้านายของตนระหว่างที่สืบหาผู้อยู่เบื้องหลังการระเบิด จางเหาไม่ตอบ แต่ลุกขึ้นจะกลับ คุงใช้รู้ทันทีว่าเขาปฏิเสธ ไม่วายบ่นอุบยังใจแข็งไม่เลิก

“ไม่มีอะไรหรอกเฮีย ฉันแค่ไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของใครอีก”...

ระหว่างรอฟังข่าวจากคุงใช้ เฮียไฮ้โทร.ทางไกลหาเจ๊หยกซึ่งอยู่ที่ไต้หวันว่าพอใจกับเงินที่เข้าบัญชีให้หรือเปล่า เธออยากได้เงินเพิ่มอีกเล็กน้อย อ้างตอนนี้ค่าเงินขึ้น เขายินดีเพิ่มให้ ขอแค่เธอสนับสนุนเขาก็พอ เจ๊หยกได้ข่าวมาว่าลูกสาวตี๋ซุ้งที่เพิ่งรับตำแหน่งสั่งเก็บเฮียโส่ยแล้ว เฮียไฮ้ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เธออยากให้เขาทำอะไรหรือเปล่า เจ๊หยกไม่ต้องการให้ทำอะไร หลิวเป็นแค่เด็กสาว แต่อยากให้จับตาดูป๋าเสริฐมากกว่า

“ผมทำได้ทุกอย่าง ถ้าเจ๊ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของผมอยู่” เฮียไฮ้ยิ้มพอใจก่อนจะวางสาย เป็นจังหวะเดียวกับคุงใช้เข้ามารายงานว่าจางเหาใจแข็งไม่ยอมเปลี่ยนใจมาเป็นพวกเดียวกัน แล้วอดสงสัยไม่ได้ทำไมนายถึงอยากได้จางเหามาเป็นพวกนัก

“ฉันมันพวกสะสมของชั้นหนึ่ง อย่างแก อย่างจางเหา ตอนนี้มันอยู่ในช่วงฝุ่นตลบ มีแกสองคนอยู่ข้างกาย ฉันก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว และฉันเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้”...

ตี๋เล็กยังคงก่อเรื่องไม่เลิก ข่มขู่พี่โจ้ไปตอนบ่าย ตกค่ำจับแมวของพี่โจ้ไปฆ่าแล้วเอายัดใส่ช่องแช่แข็ง เจ้าของเห็นแมวตัวเองแข็งเป็นไอศกรีม ถึงกับตกใจร้องกรี๊ดลั่น

ooooooo

ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าสมาคมธรรมกุลอย่างเป็นทางการ หลิวขอให้เต็งล้อพาไปหาผู้ใหญ่ที่พ่อนับถือ คนแรกที่เขาพาเธอไปพบก็คือเฮียกวงซึ่งเป็นอดีตนายกสมาพันธ์การค้าไทยจีนนั่นเอง

แต่ยังไม่ทันจะออกจากบ้าน สมุนคนหนึ่งนำจดหมายจ่าหน้าถึงหลิวมามอบให้ เต็งล้อรับซองมาแกะอ่าน ข้างในมีจดหมายกับรูปถ่ายแมวของพี่โจ้ที่ถูกแช่แข็ง หลิวสงสัยว่าจดหมายอะไร เต็งล้อรายงานว่าเป็นจดหมายทวงหนี้ เธองุนงงเราไปเป็นหนี้ใครตั้งแต่เมื่อไหร่

“ป๋าเสริฐ มันบอกว่าถ้าสงสัยอะไรก็ให้โทร.ไปถาม”

หลิวไม่รอช้ารีบโทร.หาป๋าเสริฐ ทักท้วงว่าเงินค่าเสียหายที่เรียกมาห้าล้านบาทไม่มากไปหน่อยหรือสำหรับแมวหนึ่งตัว เขาสวนทันที ไม่มากสำหรับคนที่ต้องเสียของรักไป ถ้าน้องชายของเธอถูกฆ่าบ้าง เธอยังจะคิดว่าเงินห้าล้านบาทมากไปไหม หลิวรู้ดีว่าเขามีสิ่งที่ต้องการในใจอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็บอกมาได้เลย...

แม้เงินค่าเสียหายที่ป๋าเสริฐเรียกร้องจะไม่ทำให้ธรรมกุลขนหน้าแข้งร่วง แต่หลิวเหนื่อยใจที่ต้องตามเก็บกวาดสิ่งที่น้องชายก่อเอาไว้ ตัดสินใจให้เต็งล้อพาไปหาตี๋เล็กจะได้คุยกันให้รู้เรื่อง แต่พอเธอกับพวกมาถึงบ่อน พบว่าตี๋เล็กก่อหนี้เอาไว้ หลิวจะใช้หนี้แทนน้องแต่เจ้าของบ่อนเกรงบารมีตระกูลธรรมกุลก็เลยยกหนี้ให้ แทนที่ ตี๋เล็กจะขอบคุณเธอที่ช่วยเอาไว้ กลับถามเสียงเขียวว่ามาทำไม เธอต่อว่าว่ายังจะมีหน้ามาถามอีกหรือ

“เจ้จะถามแค่ครั้งเดียว ตี๋เล็กไปทำอะไรไว้”...

ครั้นตี๋เล็กรู้เรื่องที่ป๋าเสริฐเรียกเงินค่าทำแมวตาย 5 ล้านบาท ก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง บอกหลิวว่าไม่ต้องจ่าย ตนจะไปเคลียร์กับมันเอง เธอรีบบอกว่าไม่ต้องเงินแค่นี้เธอจ่ายให้ได้ ตี๋เล็กไม่ต้องการให้เธอทำอย่างนั้น เขาเป็นคนก่อเรื่องไว้ เขาเคลียร์เองได้

“ตี๋เล็กจะเอาอะไรไปเคลียร์” คำพูดของหลิวทำให้ตี๋เล็กทั้งน้อยใจทั้งโกรธ ต่อว่าพี่สาวตัวเองใหญ่โต พาลหาว่าพ่อรักแต่เธอ ไม่เคยรักเขา แล้วขยับจะเดินหนี หลิวดึงแขนไว้ เขากำลังของขึ้นสะบัดมือเธอออกแต่แรงไปหน่อย ทำให้หลิวล้มก้นจ้ำเบ้า เธอตัดพ้อนี่ถ้าไม่มีเธอสักคน เขาคงจะดีใจใช่ไหม เขาตอบเสียงดังฟังชัดว่าใช่ หลิวมองน้องชายที่เดินจากไปเสียใจน้ำตาคลอ

ด้านเต็งล้อเห็นตี๋เล็กเดินกลับมาที่รถคนเดียว ถามหาหลิวหายไปไหน เขาตวาดแว้ดว่าไม่รู้ แล้วขึ้นไปนั่งบนรถ เต็งล้อรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องกันอีกแล้ว คว้ามือถือขึ้นมาโทร.ถามหลิวว่าอยู่ไหน เธออยู่ที่สวนสาธารณะไม่ต้องเป็นห่วง ให้เขาพาตี๋เล็กกลับไปก่อนได้เลย เธออยากเดินเล่นสักหน่อย เต็งล้อเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอจะทิ้งสมุนให้อยู่รอที่นี่ แต่เธอไม่ต้องการ เขาก็เลยไม่เซ้าซี้อะไรอีก

จากนั้นหลิวเดินทอดอารมณ์มาถึงริมน้ำ บังเอิญอย่างเหลือเชื่อเจอจางเหานั่งให้อาหารปลาอยู่ เขาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเธอ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยเท่านั้น

จางเหาเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ อยากให้คลายความทุกข์ใจก็เลยพาไปไหว้พระที่ศาลเจ้าแล้วพาไปโรงเจซึ่งตั้งอยู่ด้านหลัง ไปช่วยพวกอาเจ็ก อาอี๊ทั้งหลายทำกับข้าวไว้แจกคนยากจน การได้ช่วยเหลือคนอื่นทำให้หลิวลืมความทุกข์ใจ และรู้สึกผ่อนคลาย อาเจ็กบอกให้เธอจำเอาไว้ว่าความเมตตาคือยารักษาความทุกข์...

หลิวสบายใจขึ้นมากจึงขอตัวกลับ ระหว่างที่จางเหา เดินไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ ฝนเจ้ากรรมเทลงมาไม่ลืมหูลืมตา เขาต้องถอดเสื้อตัวนอกมาบังฝนให้

“ถ้าคุณไม่ถือ เอ่อ...คุณไปพักที่บ้านผม รอให้ฝนซาก่อนดีไหม”...

เมื่อมาถึงบ้าน จางเหากลับพบว่าแปะคูไม่อยู่ เขียนโน้ตไว้ว่าไปทำธุระที่บ้านเฮียหลี ให้เขาปิดบ้านได้เลยไม่ต้องรอ เขาอึกอักขึ้นมาทันที หลิวคิดว่าเขาไม่สะดวกให้อยู่ ก็เลยขอตัวกลับ เขารั้งเธอไว้

“ไม่ใช่ คือวันนี้แปะคูไม่อยู่ ผมเลยไม่อยากให้คุณต้องอยู่กับผมลำพังสองคน คุณจะดูไม่ดี”

“ถ้าคุณปล่อยให้ฉันเดินตากฝนกลับบ้านไป คุณน่าจะดูไม่ดีมากกว่านะ”

จางเหาถึงกับยิ้มออก รีบไปหาเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกฝนออก

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement