หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 3


16 ธ.ค. 2560 07:45
98,872 ครั้ง

ละคร นิยาย หงส์เหนือมังกร

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

หงส์เหนือมังกร

แนว:

แอกชั่น-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วิศวนาถ

บทโทรทัศน์โดย:

อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย:

ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย:

บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

กฤตฤทธิ์ บุตรพรมเมลดา สุศรี

หลิวยังคงหาสร้อยที่อาติยะให้อย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่เจอ ลองค้นดูในตะกร้าผ้าเผื่อจะติดอยู่ในเสื้อที่ใส่วันนั้นก็ไม่พบ เดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ คว้ามือถือกับกระเป๋าถือค่อยๆเปิดประตูยื่นหน้าออกไปมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร รีบย่องลงบันได...

อีกมุมหนึ่งในห้องทำงาน ตี๋ซุ้งเพิ่งวางสายโทรศัพท์หลังจากคุยธุระกับตำรวจนายหนึ่งเสร็จ เต็งล้อเข้ามารายงานว่ามีระเบิดที่สมาคมของเรา ยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีใครเป็นอะไรกันบ้าง แล้วถามว่าจะให้เตรียมรถไหม ตี๋ซุ้งส่ายหน้า ขืนออกไปคงเข้าทางพวกมัน ระหว่างนั้นฮัววิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่า

“คุณหนูหลิวเอารถออกไป ไม่ทราบไปไหนค่ะ”...

ทางฝ่ายจางเหาที่ซุ่มดูอยู่นอกรั้วบ้านธรรมกุล เห็นรถที่หลิวขับออกมา รีบขับรถตามโดยไม่เปิดไฟหน้า พอเห็นถนนเบื้องหน้าไม่ค่อยมีรถ เขาเปิดไฟสูงใส่ แสงไฟสะท้อนกระจกส่องหลังเข้าตาหลิวทำให้มองอะไรไม่ชัด จากนั้นจางเหาเร่งเครื่องรถขึ้นมาประกบข้าง พร้อมกับชักปืนเล็งไปที่รถ

จังหวะลั่นไก ปราบขับรถสวนมาพอดี เสียงปืนทำให้นายตำรวจหนุ่มกระแทกเบรกตามสัญชาตญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หลิวได้ยินเสียงปืนเช่นกัน รีบเร่งเครื่องหนี มีเสียงปืนดังขึ้นซ้อนกันอีกหลายนัด ปราบหันมองตามเสียงเห็นรถสองคันแล่นตีคู่กันไปก็เอะใจรีบวกรถตาม

จางเหายังคงไล่ยิงรถที่หลิวขับไม่ยั้ง กระทั่งรถเสียหลักไถลลงข้างทางจอดแน่นิ่ง เขาลงจากรถถือปืนเข้าไปหาเพราะคิดว่าตี๋ซุ้งอยู่ในรถคันนั้นหมายจะปลิดชีวิตล้างแค้นให้น้องสาวกับพ่อบุญธรรม แต่พอกระชากประตูรถเปิดถึงกับชะงักเมื่อเห็นคนนั่งหลังพวงมาลัยเป็นผู้หญิง ทันใดนั้นมีเสียงปราบดังขึ้นจากด้านหลัง

“หยุด อย่าขยับ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ วางปืนลง...บอกให้วางปืนลง”

เนื่องจากหม้อน้ำรถที่หลิวขับแตกทำให้ไอน้ำฟุ้ง กระจายไปทั่ว กอรปกับบริเวณนั้นห่างจากไฟถนน ปราบกับจางเหาต่างเห็นหน้ากันและกันไม่ชัด จางเหาไม่อยากให้คนไม่เกี่ยวต้องเดือดร้อน ขยับจะหนี แต่ปราบตะโกนสั่งให้หยุด นอนลงกับพื้น จางเหาค่อยๆวางปืนลง แล้วเตะออกห่างตัว หันหลังให้ทำเหมือนยอมจำนน

ปราบหลงกลหยิบกุญแจมือเดินเข้าไปจะสวม กลับถูกจางเหาพลิกตัวมาเล่นงานหงายหลังตึงปืนหลุดมือ นายตำรวจหนุ่มยังไม่ทันจะลุกขึ้น จางเหาพุ่งไปคว้าปืนของเขาเล็งใส่เแล้วเดินเข้าหา ปราบคิดว่าคราวนี้คงไม่รอดแน่ แต่กลับตัลปัตรจางเหาปล่อยเขาหน้าตาเฉย ทิ้งเพียงแมกกาซีนปืนให้ดูต่างหน้า ส่วนปืนเอาติดตัวไปด้วยเนื่องจากกลัวปราบจะตามไปเล่นงาน นายตำรวจหนุ่มได้แต่แปลกใจทำไมคนร้ายถึงไว้ชีวิต

ครั้นตั้งสติได้ ปราบวิ่งไปดูที่รถคันเกิดเหตุที่ตกถนนต้องตกใจเมื่อเห็นหลิวฟุบกับพวงมาลัยหมดสติ ครู่ต่อมาเขานำตัวเธอส่งโรงพยาบาล แล้วใช้มือถือของเธอโทร.เบอร์สุดท้ายที่เธอติดต่อด้วย ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของผิง เขาแจ้งให้ผิงรู้ว่า หลิวประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ตี๋ซุ้งทราบเรื่องก็ไม่รอช้า สั่งให้ฮัวเอารถออก

ooooooo

ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย อาการของหลิวไม่สาหัส มีแค่รอยฟกช้ำเท่านั้น ไม่นานนักเธอก็ฟื้นคืนสติ แต่พอรู้จากปราบว่าสาเหตุที่ตัวเองต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะมีคนพยายามจะฆ่าก็ตกใจสุดๆ

“แต่ผมค่อนข้างจะแน่ใจว่ามือปืนคนนั้น ต้องการชีวิตของตี๋ซุ้งพ่อของคุณมากกว่า”

หญิงสาวถึงกับอึ้งที่ปราบรู้ตัวตนที่แท้จริงว่าเธอเป็นลูกสาวของเจ้าพ่อใหญ่ แถมรู้ละเอียดว่าจบการศึกษาจากไหน คณะอะไร ได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่อีกต่างหาก เขาไม่ได้แปลกใจที่รู้ว่าเธอเป็นลูกสาวตี๋ซุ้ง แต่แปลกใจที่ลูกสาวเจ้าพ่ออย่างเธอกลับมาช่วยเหลือตำรวจอย่างเขา

“การที่ใครคนหนึ่งเกิดมาเป็นลูกเจ้าพ่อก็ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนเลวนี่” หลิวพูดไม่ทันขาดคำ ตี๋ซุ้งเดินนำฮัวเข้ามาในห้อง ถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณตำรวจไปเจอลูกสาวของตนได้อย่างไร ปราบเล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้ฟังว่ารถของหลิวถูกคนร้ายลอบยิงจนเสียหลักไถลลงข้างทาง เสียดายที่เขาจับมันไม่ได้

“แล้วพอจะรู้ไหมว่ามันเป็นใคร”

“เรื่องนี้ผมคงต้องถามคุณวรชัยมากกว่าว่าช่วงนี้มีใครต้องการให้คุณตายบ้าง”

หลิวงงในเมื่อคนที่มือปืนไล่ยิงคือเธอ แล้วพ่อของเธอไปเกี่ยวอะไรด้วย ปราบมั่นใจถ้ามันคิดจะฆ่าเธอจริงๆ เธอคงตายตั้งแต่ตอนที่สลบอยู่บนรถแล้ว ตี๋ซุ้งถึงกับหน้าเครียดที่ลูกต้องมาเดือดร้อนเพราะตัวเอง...

ด้านเหมยรู้ข่าวลูกสาวเข้าโรงพยาบาลสั่งการให้สมุนเอารถออกจะไปเยี่ยม เต็งล้อขอร้องให้รออยู่ที่นี่จะดีกว่า ข้างนอกมีแต่อันตราย เธอไม่หวั่นต่อให้มีคนยืนถือปืนเล็งอยู่เธอก็จะไป แล้วสั่งให้เขาหลีกทาง ก่อนเรื่องราวจะบานปลาย ตี๋ซุ้งกลับเข้ามาเสียก่อน เธอปรี่เข้าไปถามอาการของลูก พอรู้ว่าปลอดภัย หมอให้อยู่ดูอาการก่อน ก็ถอนใจโล่งอก แล้วเล่นงานตี๋ซุ้งไม่ไว้หน้า

“อั๊วเคยบอกเฮียแล้วใช่ไหมว่าเฮียจะทำอะไรก็แล้วแต่ อย่าให้กระทบกับคนในบ้าน”

เต็งล้อออกรับแทนเจ้านายว่าเป็นความผิดของตนเองที่ไม่ดูแลเรื่องในบ้านให้ดี เหมยมองไม่พอใจ พูดขึ้นลอยๆว่าใครทำอะไรไว้คนนั้นย่อมรู้ดี แล้วเดินหน้าเชิดกลับเรือนเล็ก...

ฝ่ายฮัวที่อยู่เฝ้าไข้ เห็นรอยฟกช้ำตามตัวหลิวก็เจ็บแค้นแทน หากรู้ว่าคนที่ทำร้ายเธอเป็นใคร ตนจะไปฆ่ามันด้วยมือตัวเอง มีเสียงมือถือของหลิวดังขึ้น เหมยโทร.มาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เธอไม่เป็นอะไรมากแค่ฟกช้ำเท่านั้น

“อยากได้อะไรไหม ม้าจะได้เอาไปให้”

“ไม่ต้องหรอกม้า...ม้าอยู่บ้านนั่นแหละ ไม่ต้องเป็นห่วงหลิว ฮัวก็อยู่ด้วยทั้งคน หน้าห้องก็มีคนเฝ้าอยู่ตั้งเยอะ พรุ่งนี้ก็คงออกไปแล้วล่ะ”

ooooooo

แปะคูซึ่งมีอาชีพเขียนคำอวยพรภาษาจีนลงบนกระดาษแดงด้วยน้ำหมึกสีทอง เห็นจางเหามาหาก็ดีใจมาก แต่ไม่เห็นเพ่ยมาด้วยก็ถาม พอรู้ว่าเธอตายไปแล้ว ท่านตบไหล่จางเหาอย่างปลอบใจให้คิดเสียว่าเพ่ยมีบุญกว่าพวกเราก็แล้วกัน แล้วชวนให้เขามาพักอยู่ด้วยกันที่นี่ แม้จะไม่มีที่ไป จางเหาอดเกรงใจไม่ได้

“ถ้าอั๊วพอจะหาที่ทางได้ อั๊วจะรีบย้ายออกไป”

“ถ้าลื้อไม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปอยู่ที่ไหน แก๊งอาซาก็แตกแล้ว บ้านเช่าในกรุงเทพฯก็มีแต่แพงๆทั้งนั้น อั๊วไม่รู้หรอกนะว่าลื้อมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกหรือเปล่า แต่อั๊วรู้ว่าลื้อเป็นห่วงอั๊ว เอาเป็นว่าลื้อก็พักอยู่ซะที่นี่แหละ อยู่คนเดียวจะคิดมากเปล่าๆ ดีซะอีก อั๊วจะได้ไม่เหงา”

จางเหาจะคุกเข่าขอบคุณ แต่แปะคูดึงตัวไว้ เขาได้แต่มองด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของท่าน...

ขณะที่จางเหายังคงปักหลักอยู่ในกรุงเทพฯเพื่อหาช่องทางล้างแค้นให้เพ่ยกับตี๋ซา ตี๋ซุ้งแวะไปหาเฮียกวงที่บ้าน ตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติทั้งคู่จะเล่นหมากรุกกันหนึ่งกระดานก่อนจะคุยธุระ ตี๋ซุ้งแกล้งเดินหมากให้เฮียกวงได้เปรียบ แต่เขากลับขอยอมแพ้เพราะมองออกว่าตี๋ซุ้งแกล้งเดินให้เขาชนะ

จากนั้น เฮียกวงพาตี๋ซุ้งกับเต็งล้อไปนั่งจิบน้ำชากันที่สวนหลังบ้าน โดยเจ้าบ้านลงมือรินน้ำชาให้ผู้มาเยือนทั้งสองคนด้วยตัวเอง ทั้งคู่ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เขาทำอย่างนั้น

“เกียรติอะไรกัน ตอนนี้อั๊วก็เป็นแค่คนแก่คนหนึ่งที่เลี้ยงนกอยู่บ้านไปวันๆ...อ้อ เรื่องระเบิดที่สมาคมของลื้อ ตอนนี้สายของอั๊วก็ยังไม่ได้ข่าวอะไร ยิ่งใกล้วันประชุมเข้ามาเท่าไหร่ ลื้อก็ต้องยิ่งระวังตัวให้มาก”

เต็งล้ออยากรู้ว่าเฮียกวงสงสัยใคร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เป็นใครก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะป๋าเสริฐ เฮียไฮ้หรืออาจจะเป็นพวกในสมาพันธ์ที่ต้องการตำแหน่งของตี๋ซุ้ง ใครๆก็น่าสงสัยด้วยกันทั้งนั้น แล้วแนะให้ตี๋ซุ้ง อยู่เฉยๆ รอให้มันโผล่หางออกมาจะดีกว่า ตี๋ซุ้งครุ่นคิดคล้อยตาม...

วันนี้รุจีต้องไปบันทึกเทปรายการ “โซเซียลทูเดย์” ที่มีอาจารย์สุดสวาท กะเทยฝีปากกล้าเป็นพิธีกร คำถามส่วนใหญ่ที่พิธีกรเลือกสรรมาถามเป็นเรื่องเกี่ยวกับข่าวฉาวคาวโลกีย์ของเธอทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนีไปทำแท้งถึงเมืองนอก หรือว่าเรื่องที่เธอชอบคบกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า

“วงในบอกว่าคุณน้องน่ะชอบผู้ชายเลวๆ จริงเหรอคะ หรือว่าจะเป็นสเปกของคุณน้องไปซะแล้ว”

รุจีหันไปเห็นตี๋เล็กยืนดูอยู่ที่มุมหนึ่ง ก็ส่งสายตายั่วยวนไปให้ “ก็ในเมื่อผู้ชายเลวๆมีเสน่ห์ดึงดูด น่าสนใจกว่าพวกผู้ชายดีๆตั้งเยอะ” คำตอบของเธอทำเอาตี๋เล็กยิ้มกริ่ม...

บันทึกรายการเสร็จ ตี๋เล็กตามไปหารุจีที่ห้องแต่งตัว เสนอตัวจะไปจัดการกับพิธีกรปากกล้าคนนั้นให้ เธอแขวะทันทีเดี๋ยวนี้ทำอะไรไม่ได้ ถึงขนาดต้องไปเล่นงานเพศที่สามแล้วเหรอ ตี๋เล็กไม่พอใจเข้าไปขยุ้มคอ

“นี่คุณกำลังดูถูกผม คุณก็รู้ดีนี่ว่าผมเป็นใครขอแค่คุณบอกผมมา ผมพร้อมจะทำให้คุณได้ทุกอย่าง” ตี๋เล็กว่าแล้วยื่นหน้าเข้าไปจะจูบรุจี แต่มีเสียงเตือนว่ามีไลน์เข้ามาในมือถือของเธอดังขัดจังหวะ เธอดันตัวเขาออกห่าง แล้วเปิดไลน์ดู มีข้อความจากเพื่อนว่าคืนนี้งด ไม่มีของ รุจีหน้าหงิก ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“เมื่อกี้คุณบอกว่าพร้อมจะทำให้ฉันได้ทุกอย่าง แน่ใจนะว่าจะหาให้ได้ทุกอย่าง”

ooooooo

ปราบเพิ่งกลับถึงห้องพักในคอนโดฯ ตอนที่ธานินทร์ซึ่งรู้ข่าวว่าเขาช่วยชีวิตลูกสาวของตี๋ซุ้งไว้โทร.มาถามว่าไปอยู่ในที่เกิดเหตุได้อย่างไร ปราบกำลังจะอธิบาย แต่ธานินทร์ชิงพูดตัดหน้า

“ยังไม่ต้องบอกผม แต่ผมหวังว่าคุณคงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับอุบัติเหตุครั้งนี้นะ คุณไปทำรายงานมาส่งผมพรุ่งนี้เช้า ชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจนด้วยเข้าใจไหม”

“ครับผม” ปราบพูดจบวางสายอย่างเซ็งจัด หันไปโยนเสื้อคลุมพาดที่พนักเก้าอี้ สร้อยคอของหลิวตกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มัวแต่ยุ่งกับเรื่องที่มีคนลอบทำร้ายหลิว ทำให้เขาลืมคืนสร้อยให้เธอไปสนิท...

คนที่ปราบนึกถึงกำลังนึกย้อนไปถึงตอนโดนไล่ยิง แล้วรถไถลลงข้างทาง เธอเห็นภาพมือปืนเพียงเบลอๆ จากกระจกส่องข้าง ก่อนจะหมดสติ จังหวะนั้นปราบโทร.มาหา เธอแปลกใจเขารู้เบอร์นี้ได้อย่างไร หรือใช้เส้นสายตำรวจสืบค้นข้อมูลส่วนตัวของเธอ เขาเป็นคนเอามือถือของเธอโทร.กลับไปบอกคนที่บ้านให้

“คุณก็เลยถือวิสาสะเมมเบอร์ฉันไว้สินะ ช่างเถอะ โทร.มามีอะไร หรือว่าจะสอบสวนอะไรฉันอีก”

ปราบอยากจะเชิญหลิวมาสอบปากคำเพิ่ม ไม่ได้รีบร้อนแต่ถ้าเรารู้ตัวคนร้ายเร็วเท่าไหร่ พ่อของเธอก็จะปลอดภัยเร็วขึ้นเท่านั้น...

ที่ผับหรูกลางกรุง เพื่อนๆของรุจีเห็นตี๋เล็กมีสมุนห้อมล้อมพากันนั่งตัวเกร็ง รุจีสังเกตเห็นก็โวยลั่นทำแบบนี้หมดสนุกกันพอดี ตี๋เล็กบอกให้ทุกคนทำตัวตามสบายไม่ต้องเกร็งเพื่อนของรุจีก็เหมือนเพื่อนของเขา เสนอว่ามีตัวช่วยให้ทุกคนหายเกร็ง แล้วหันไปพยักพเยิดให้สมุนเอาห่อยามาวางบนโต๊ะ

ทุกคนมัวแต่ตื่นเต้นกับยาเสพติดที่ตี๋เล็กหามาให้ ไม่ทันสังเกตเห็นลูกน้องของปิติแอบมองอยู่ ก่อนจะนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ลูกพี่ทราบ...

ในขณะที่ตี๋เล็กกำลังเล่นยาอยู่กับรุจีและเพื่อนๆ ของเธออย่างเมามัน มีเสียงมือถือของตัวเองดังขึ้น หยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นเบอร์พ่อ ขยับจะไปรับข้างนอก รุจีร้องบอกว่าอย่าไปนานนัก เขาพยักหน้ารับคำแล้วลุกออกไปโดยมีสมุนตามไปคุ้มกันเป็นพรวน ตี๋เล็กกับสมุนคล้อยหลังไปไม่นาน ปิติพร้อมกับลูกน้องเข้ามาที่โต๊ะ

เมื่อมาถึงนอกผับ ตี๋เล็กกดรับสาย แต่กลับเป็นเสียงเต็งล้อไม่ใช่เสียงพ่อตัวเอง มือขวาของตี๋ซุ้งขอโทษเขาด้วยที่ต้องใช้มือถือของตี๋ซุ้งโทร.หา เพราะรู้ดีว่าถ้าเป็นเบอร์คนอื่นโทร.ไป เขาคงไม่ยอมรับสาย

“แปะเต็งมีอะไรก็รีบๆพูด ฉันไม่ว่างคุย”

เต็งล้ออยากให้ตี๋เล็กกลับบ้าน เนื่องจากเหตุการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยจะปลอดภัยนัก เขาตะคอกใส่พ่อยังไม่เคยห้าม เต็งล้อเป็นแค่คนใช้ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง และที่ว่าไม่ปลอดภัยจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเขามีสมุนมาด้วยนับสิบคน เต็งล้อยังไม่ละความพยายามจะดึงตี๋เล็กกลับบ้านให้ได้แต่ไม่เป็นผล ระหว่างนั้นสมุนคนหนึ่งเข้ามาแจ้งว่าเกิดเรื่องที่โต๊ะ ตี๋เล็กจึงวางสายจากเต็งล้อ รีบกลับเข้าข้างใน ส่วนเต็งล้อครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรดี...

ปิติถูกใจรุจีตั้งแต่แรกเห็น พยายามจะตีสนิทด้วย เธอหันไปหาตัวช่วยแต่เพื่อนๆเอาแต่เสพยาไม่สนใจ เขาคุยอวดว่าสามารถทำให้เธอกับเพื่อนสนุกกันได้ทั้งคืนถ้าเธอต้องการ รุจีขอผ่าน แล้วลุกขึ้นจะไปห้องน้ำ เขาดึงเธอให้มานั่งบนตัก ชวนไปที่ห้องของเขา เธอเห็นสายตาหื่นของเขาก็พอจะมองเจตนาออก

ระหว่างนั้นตี๋เล็กกลับมาที่โต๊ะเห็นปิติก้อร่อก้อติกกับรุจีก็ไม่พอใจจะเข้าไปเอาเรื่อง ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่จึงกร่างใส่กันไม่มีใครยอมใคร ตี๋เล็กโกรธมากชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ปิติ สมุนของทั้งสองฝ่ายต่างชักปืนใส่กัน ก่อนเรื่องราวจะเลวร้ายมากไปกว่านี้ ลูกน้องของปิติวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงาน

“พี่ติ ตำรวจมา” สิ้นเสียงลูกน้อง วงแตกทันที ต่างเก็บปืนแยกย้ายกันหนี...

ทางฝ่ายเต็งล้อนั่งจิบน้ำชาอย่างใจเย็น ตอนที่มีสายจากท่านรองฯ ผู้กำกับโทร.มาแจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อย เต็งล้อขอบคุณท่านมาก ไว้มีโอกาสคงได้ตอบแทนแล้ววางสายสีหน้ายิ้มแย้ม

ooooooo

เนื่องด้วยเป็นห่วงความปลอดภัยของพ่อ หลิวไปที่กองปราบปรามแต่เช้าเพื่อจะให้ปากคำตามคำเชิญของปราบ แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้สอบปากคำอะไรสักอย่าง ที่เขาทำก็แค่เอาสร้อยคอของเธอที่ตกอยู่ในรถของเขาคืนให้ จากนั้นก็พยายามเชิญชวนให้เธอช่วยทางราชการด้วยการให้ข้อมูลเพื่อเอาผิดพ่อตัวเอง

“ฉันเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อฉันทำ แต่จะให้ฉันทรยศท่านคงทำไม่ได้” หลิวคว้าสร้อยที่อาติยะให้จากมือปราบลุกขึ้นจะไป เขาฝากเธอไปบอกพ่อของเธอด้วยว่าเขาจะหาหลักฐานจับท่านให้ได้

“ขอบคุณเรื่องสร้อยอีกครั้ง” ว่าแล้วหลิวเดินลิ่วออกจากห้อง ปราบมองตามเจ็บใจที่กล่อมเธอไม่สำเร็จ...

ออกจากกองปราบปราม หลิวตรงไปที่ศาลเจ้าเพื่อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพรให้ได้พบอาติยะอีกครั้ง ทันใดนั้นมีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินมาทางด้านหลัง เธอคิดว่าคำอธิษฐานเป็นจริง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ส่งอาติยะมาให้ แต่พอหันไปมองต้องผิดหวังและแปลกใจปนกันที่เห็นจางเหายืนอยู่ ต่างฝ่ายต่างชะงัก ไม่คิดจะได้เจอกันอีก เธอทักทายตามมารยาทว่ามาไหว้เจ้าที่นี่เหมือนกันเหรอ เขาพยักหน้ารับคำเศร้าๆ

“งั้นคุณไหว้พระเถอะ ฉันกลับก่อนล่ะ” พูดจบหลิวผละจากไป จางเหาอวยพรตามหลังขอให้เธอโชคดี เธอหันกลับมาอวยพรให้เขาโชคดีเช่นกัน...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ระหว่างที่ตี๋ซุ้งเดินคุยมากับเต็งล้อเรื่องที่กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพคนร้ายที่วางระเบิดได้เนื่องจากตรงนั้นเป็นมุมอับ ตี๋เล็กที่เพิ่งกลับจากเที่ยวตั้งแต่เมื่อวาน เข้ามาเอาเรื่องเต็งล้อที่ส่งตำรวจไปกวนเขาที่ผับ เต็งล้อขอโทษเขาด้วย มันจำเป็นจริงๆ ตี๋เล็กหันไปฟ้องพ่อว่าเต็งล้อทำเกินเหตุไปแล้ว ตี๋ซุ้งกลับเห็นดีด้วยกับการกระทำของคนสนิท ตี๋เล็กฮึดฮัดขัดใจที่พ่อเข้าข้างคนอื่น

“ไม่รู้ใช่ไหมว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น มีคนลอบวางระเบิดสมาคมเรา แถมอาหลิวก็โดนลอบทำร้าย”

“อะไรนะ เกิดเรื่องขึ้นอย่างนี้ทำไมไม่มีใครบอกอะไรเล็กเลย”

“ทีนี้เข้าใจที่แปะเต็งบอกหรือยังว่าช่วงนี้มันอันตราย ไปไหนมาไหนไม่ค่อยดี”

ตี๋เล็กคิดเองเออเองว่านี่ต้องเป็นฝีมือป๋าเสริฐ อาสาจะไปจัดการมันให้ ตี๋ซุ้งถอนใจหนักใจกับความใจร้อนไม่เข้าท่าของลูกชาย อยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร เขาอยากพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าเขาก็มีความสามารถ

“อย่าเลย ตราบใดที่ลื้อยังเล่นยาอยู่อย่างนี้ ลื้อก็ไม่มีทางที่จะขึ้นมายืนแทนที่ป๊าได้หรอก”

ไม่ว่าตี๋เล็กจะแก้ตัวอย่างไรตี๋ซุ้งก็ไม่เชื่อ เขากลัวจะโดนพ่อเล่นงานเอาอีก รีบเดินเลี่ยงออกมา เต็งล้ออดถามนายท่านไม่ได้ว่าจะให้นายเล็กขึ้นเป็นหัวหน้าจริงๆหรือ ตี๋ซุ้งเอาแต่นิ่งไม่ยอมตอบคำถาม...

ปราบเดินไปเอาแฟ้มกลับมาที่ห้องทำงาน ต้องแปลกใจที่เห็นตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบต่างลุกขึ้นตบมือให้ ธานินทร์พาทรงชัยเข้ามาจับมือแสดงความยินดีกับเขาที่ได้รับรางวัลมือปราบยาเสพติด ปราบชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที ต่อว่าทรงชัยว่าแทนที่จะมอบรางวัลให้ตน ทำไมไม่มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวตำรวจที่ตายในวันนั้น ธานินทร์ตำหนิเขาที่พูดจาไม่สมควร

“แต่ผมพูดเรื่องจริง การที่ท่านทรงชัยให้รางวัลผมเพราะผมขจัดเสี้ยนหนามให้ท่านมากกว่า ใช่ไหมครับ”

ตำรวจทุกนายมองทรงชัยที่ได้แต่ยืนนิ่งเป็นตาเดียวกัน ธานินทร์เกรงว่าท่านจะไม่พอใจจึงเอ็ดปราบอีก เขาไม่อยากมีปัญหากับผู้บังคับบัญชาก็เลยขอตัวไปทำงานต่อ แล้วเดินหน้าบูดออกไป ธานินทร์ขอโทษทรงชัยแทนลูกน้องด้วย ท่านไม่ถือสา เข้าใจดีว่าตำรวจหนุ่มไฟแรงกินอุดมการณ์มักจะเป็นอย่างนี้...

ในขณะเดียวกัน พ่อเลี้ยงชัย เฮียโส่ยกับโกจั๊บนัดสังสรรค์กินข้าวกันไป พูดคุยกันไปที่ร้านสุกี้แห่งหนึ่ง ต่างยังตกลงใจไม่ได้ว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกสมาพันธ์การค้าไทยจีน เพราะถ้าให้ตี๋ซุ้งเป็นอีกสมัย ดูจะไม่ค่อยได้ประโยชน์เป็นกอบเป็นกำสักเท่าไหร่ โกจั๊บไม่สนใจใครจะขึ้นมาเป็นนายกฯ แต่ที่แน่ๆไม่เอาป๋าเสริฐ

“พวกเราก็รู้ว่าใครอยู่ข้างหลังมัน ถ้าขืนมันได้ มันไม่กดพวกเราจมเลยเหรอ”

พ่อเลี้ยงชัยเสนอแนะ ถ้าคนไหนให้ส่วนแบ่งเรามากกว่า ค่อยสนับสนุนคนนั้น ทั้งโกจั๊บและเฮียโส่ยพยักหน้าเห็นด้วย ตกลงกันดิบดีจะไม่เอาป๋าเสริฐและให้ถือผลประโยชน์ที่จะได้รับเป็นเรื่องใหญ่ แต่พอป๋าเสริฐโผล่เข้ามาพร้อมกับต่อสายโทรศัพท์ให้คุยกับท่านเวคินเท่านั้น ทั้งสามคนเปลี่ยนใจไปสนับสนุนป๋าเสริฐตามที่ท่านเวคินต้องการ ไม่มีอิดออด...

บ่ายวันเดียวกัน จางเหากลับถึงบ้านแปะคูพบว่าคุงใช้พาเฮียไฮ้มาหาจะชวนเขาไปอยู่ด้วย จางเหามีเจ้านายคนเดียวคือตี๋ซาและไม่คิดจะมีเจ้านายใหม่ เฮียไฮ้ไม่บังคับใจเขา พยักพเยิดให้คุงใช้เอาเงินปึกหนึ่งให้จางเหาเป็นค่าความกตัญญูที่มีต่อตี๋ซา จางเหาได้แต่ยืนนิ่ง เฮียไฮ้ก็เลยเอาเงินยัดใส่มือบอกให้เขารับไว้

“แล้วแกก็เก็บเงินของฉันไว้ใช้ระหว่างช่วงเก็บตัวซะเพราะหลังจากที่เกิดระเบิด ไอ้ตี๋ซุ้งมันคงระวังตัวมากขึ้นไม่ออกมาง่ายๆ แต่แกจะมีโอกาสอีกครั้งวันประชุมใหญ่ของสมาพันธ์ วันนั้นจะเป็นโอกาสเดียวของแก”

“การประชุมครั้งนี้จัดที่โรงแรมเพิร์ลพาเลซ งานจะถูกจัดขึ้นที่ชั้นสามสิบ” คุงใช้เสริม

ooooooo

ก่อนวันประชุมสมาพันธ์หนึ่งวัน จางเหาลอบเข้าไปในโรงแรมเพิร์ลพาเลซซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ปลอมเป็นช่างซ่อมลิฟต์สวมหมวกแก๊ปหลุบต่ำเพื่อไม่ให้กล้องวงจรปิดจับใบหน้าได้เดินเข้าไปในห้องควบคุมระบบโดยไม่มีใครสงสัย จากนั้นไม่นานลิฟต์ตัวหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นไปค้างอยู่บนชั้นสามสิบ

จางเหาในคราบช่างซ่อมทำทีขึ้นไปดูลิฟต์ที่ค้าง มองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนคว้ากระเป๋าอุปกรณ์ซ่อมบำรุงซึ่งมีระเบิดอยู่ข้างในเดินเข้าไปในห้องจัดงาน หลังสำรวจทางหนีทีไล่เรียบร้อย เขาลงไปชั้นล่างใช้ทางออกด้านหลังครัว เพื่อเอาระเบิดไปซ่อนไว้ในถังขยะ แล้วผละจากไป...

ตี๋เล็กกำลังนั่งกินข้าวกลางวันอยู่กับหลิว ตอนที่เต็งล้อพานิพนธ์ ทนายความประจำตระกูลเข้ามาถามว่านายท่านยังไม่ลงมาอีกหรือ หลิวส่ายหน้ายังไม่เห็นลงมา เต็งล้อขออนุญาตพานิพนธ์ขึ้นไปหาท่านข้างบน แล้วเดินนำเขาออกไป สองพี่น้องได้แต่มองตามสงสัย พ่อเรียกนิพนธ์มาทำไม

ตี๋ซุ้งเรียกทนายความมาเพื่อจะให้ทำพินัยกรรม โดยทำกันอย่างลับๆไม่ให้ใครรู้แม้แต่เต็งล้อ...

ขณะที่ตี๋เล็กตั้งข้อสันนิษฐานต่างๆนานาถึงสาเหตุที่พ่อเรียกทนายความมาพบ ปราบมาถามหาคุณวรชัยหรือตี๋ซุ้งว่าอยู่บ้านหรือเปล่า หลิวไม่วายยียวน ท่านจะอยู่หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าเขามาหาด้วยจุดประสงค์อะไร

“ก็ไม่มีอะไร ผมเห็นว่าพรุ่งนี้เป็นวันประชุมใหญ่ของสมาพันธ์ ผมแค่อยากจะมามอบของขวัญให้กับคุณวรชัยเพื่อเป็นการให้กำลังใจ หวังว่าคุณคงไม่ว่าอะไรนะ”

ตี๋เล็กกร้าวใส่ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น ให้ปราบเอากลับไป หลิวกลัวจะมีเรื่องกัน บอกให้น้องชายเข้าบ้านไปก่อน เธอจะจัดการเรื่องนี้เอง แล้วเดินนำปราบไปที่โต๊ะสนามข้างบ้าน ถามถึงของขวัญที่เขาจะให้พ่อของเธอ เขายื่นกล่องใส่พระเครื่องให้ ยิ่งใกล้วันประชุมใหญ่ตำแหน่งของตี๋ซุ้งก็ยิ่งมีคนต้องการ หลิวดักคอนี่เขาคงไม่ได้ตั้งใจจะเอาของขวัญมาให้พ่อของเธอจริงๆใช่ไหม ปราบยอมรับว่าใช่ เขามาเพราะต้องการจะจับท่าน

“ผมแค่ไม่อยากเห็นคนบริสุทธิ์ต้องเดือดร้อนเพราะต้องการตำแหน่งโสมมนั่น”

“ก็เลยจะจับพ่อฉันเพราะคิดว่ามันจะทำให้ทุกอย่างจบ...ขนาดฝูงสิงโตที่มีจ่าฝูงมันยังกัดกัน แล้วถ้าไม่มี จะเกิดอะไรขึ้น” คำพูดเปรียบเปรยของหลิวทำเอาปราบนิ่งอึ้ง...

พรุ่งนี้จะเป็นวันประชุมใหญ่ของสมาพันธ์แล้ว แม้ป๋าเสริฐและเฮียไฮ้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่ตี๋ซุ้งมั่นใจว่าคนที่ลอบทำร้ายตนจะต้องโผล่มาที่งานแน่ เต็งล้อไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้ ถึงนายท่านอยากจะรู้ว่าใครเป็นคนลอบทำร้าย แต่ก็ไม่ควรจะเอาตัวเองเป็นเหยื่อ ตี๋ซุ้งเห็นเขาหน้าเครียด ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง

“อั๊วเชื่อว่าแผนรักษาความปลอดภัยที่เฮียวางไว้จะไม่มีใครทำอะไรอั๊วได้”

จังหวะนั้นหลิวเดินเข้ามาในห้อง ตี๋ซุ้งบอกให้เต็งล้อออกไปก่อน แล้วอย่าลืมตามเรื่องต่อให้ด้วย จากนั้นหันไปถามลูกสาวว่ามีอะไรถึงมาหาตนถึงนี่ เธอจะมาชวนท่านเล่นหมากรุก ครั้นลงมือเล่น คนชวนกลับเป็นฝ่ายเดินหมากโดยไม่มีสมาธิ ตี๋ซุ้งเห็นเข้าก็ร้องทัก

“คนมองไม่เห็นการณ์ไกล ภัยจะมาถึงตัว คนไม่รู้จักตัดไฟ ภัยจะน่ากลัว”

หลิวมองพ่ออย่างไม่ค่อยจะเข้าใจในสิ่งที่ท่านพูดนัก

ooooooo

ตี๋ซุ้งเดินมาที่รถกับเต็งล้อเพื่อจะไปยังสถานที่จัดการประชุม ตี๋เล็กในชุดสูทหล่อเหลาจะขอตามไปด้วย ตี๋ซุ้งไม่ให้ไป อ้างยังไม่ถึงเวลา เขาไม่เข้าใจพ่อจะดึงเวลาไว้ทำไม ไหนๆพ่อก็จะวางมือแล้ว เขาเองก็พร้อมจะทำหน้าที่แทน ตี๋ซุ้งอธิบายให้ลูกฟังอย่างใจเย็นว่า

“ตอนนี้ลื้อยังไม่พร้อม เชื่อป๊าสิ รอเวลานั้นมาถึงยังไงมันก็ต้องเป็นของลื้อ”

ตี๋เล็กโกรธควันแทบออกหู เดินกระฟัดกระเฟียดเข้าบ้าน ตี๋ซุ้งมองตามหนักใจที่ลูกไม่รู้จักโตสักที...

ทางด้านปราบเห็นว่าวันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่จะมีมาเฟียระดับต้นๆไปรวมตัวกันที่งานประชุมสมาพันธ์ก็เลยจะส่งกำลังตำรวจไปเฝ้าระวัง มั่นใจจะต้องมีเหตุนองเลือดแน่ๆ ธานินทร์ไม่เห็นด้วยที่จะส่งตำรวจไปที่นั่น ให้ส่งแค่คนสังเกตการณ์ไปเท่านั้นก็พอ แล้วให้คอยรายงานกลับมาเป็นระยะๆ

“ผมไม่อยากให้มีการสูญเสีย คุณคงเข้าใจ” น้ำเสียงเอาจริงของธานินทร์ทำให้ปราบไม่กล้าหือ...

ณ โรงแรมเพิร์ลพาเลซซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน บรรดาสมาชิกระดับสูงเริ่มทยอยกันมาไม่ว่าจะเป็นเฮียโส่ย โกจั๊บและพ่อเลี้ยงชัย โดยมีจางเหาในชุดพนักงานโรมแรมจับตามองอยู่ ไม่นานนัก ป๋าเสริฐกับปิติ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็มาถึง สองพ่อลูกพอกันส่งเสียงดังลั่นไปหมดแถมพูดจาไม่เข้าหู ทำให้คุงใช้ที่มากับเฮียไฮ้ในเวลาไล่ๆกันไม่ค่อยจะชอบใจนัก เกือบจะมีเรื่องกัน เฮียไฮ้ต้องคอยห้ามเอาไว้

ที่ลานจอดรถอีกด้านหนึ่ง ตี๋ซุ้งเดินมากับเต็งล้อจะเข้าโรงแรม หันมาเห็นสมุนที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ถึงกับบ่นอุบว่าใช้คนมากขนาดนี้ ถ้าคนร้ายปลอมตัวเป็นคนของเราปะปนมา เราจะไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร

“คนใกล้ตัวนี่แหละที่น่ากลัวที่สุด”

“นายวางใจเถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นอั๊วจะทำตามที่เราวางแผนกันไว้” สีหน้ามั่นใจของเต็งล้อ พลอยทำให้ ตี๋ซุ้งอุ่นใจไปด้วย อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก จางเหาที่ซุ่มดูอยู่ มองตามประมุขบ้านธรรมกุลด้วยความแค้น...

ภายในห้องประชุมซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุดของโรงแรม ขณะที่ป๋าเสริฐแขวะตี๋ซุ้งที่ยังมาไม่ถึงงานอย่างสนุกปาก เฮียกวงเดินเข้ามาในห้อง ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนให้เกียรติ ป๋าเสริฐกับเฮียไฮ้เห็นเข้าปรี่เข้าไปทักทายหวังจะเอาหน้า ท่านทักทายตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จังหวะนั้น ตี๋ซุ้งเดินนำเต็งล้อเข้ามา พลางขอโทษทุกคนที่ให้รอ

“เอ้า มากันครบแล้วก็เริ่มประชุมได้หรือยัง” ป๋าเสริฐโวยวายน่ารำคาญ ตี๋ซุ้งเห็นดีด้วย เชิญชวนให้ทุกคนเริ่มประชุมกันได้เลย...

ในเมื่อเป้าสังหารมาถึงแล้ว จางเหาเดินตามแผนการที่วางไว้ เอารถเข็นมาที่ถังขยะ มองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครอยู่แถวนั้น จึงเปิดถังขยะเอาระเบิดที่ซุกซ่อนไว้มาใส่ในรถแล้วเข็นเข้าไปในโรงแรม

ooooooo

โฆษกของงานกล่าวเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ แล้วแจ้งวาระการประชุมในวันนี้ คือการสรรหาผู้สมัครลงเลือกตั้งตำแหน่งนายกสมาพันธ์ที่ปัจจุบัน ตี๋ซุ้งหรือคุณวรชัยดำรงตำแหน่งอยู่และกำลังจะหมดวาระในอีกหกเดือนข้างหน้า ดังนั้นจึงขอให้สมาชิกเสนอชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้เลย

ปิติเสนอป๋าเสริฐพ่อของตัวเอง ส่วนเฮียไฮ้เสนอชื่อตัวเอง โฆษกเห็นตี๋ซุ้งนั่งเฉยจึงถามว่าไม่ลงสมัครอีกสมัยหนึ่งหรือ เขาถือโอกาสนี้ประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะไม่ลงสมัครเลือกตั้งนายกสมาพันธ์ครั้งหน้า แม้ตนจะไม่อยู่ช่วยดูแลต่อ แต่ยินดีที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนสมาพันธ์ของเราให้ดำรงอยู่ต่อไป

ทุกคนฮือฮากับคำประกาศถอนตัวกะทันหันของตี๋ซุ้ง โฆษกขอร้องให้ดำเนินการประชุมกันต่อ ป๋าเสริฐร้องห้ามเอาไว้ เสนอให้เลือกนายกฯคนใหม่วันนี้เลย จะปล่อยให้สมาพันธ์ไม่มีผู้นำได้อย่างไร แล้วขอความเห็นจากเหล่าสมาชิก หลายคนกลัวป๋าเสริฐจำใจยกมือสนับสนุน เฮียไฮ้เองก็เห็นด้วย แต่เฮียกวงไม่ยอมให้ทำอย่างนั้นเรามีประเพณีปฏิบัติกันอยู่ จะมาทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้

ป๋าเสริฐดื้อดึงจะให้เลือกตั้งวันนี้ให้ได้ เฮียกวงเคืองจัดทุบโต๊ะดังปังเสียงกร้าวใส่ หากใครฝ่าฝืนกฎระเบียบให้ออกจากสมาพันธ์ไปได้เลย ตี๋ซุ้งเห็นด้วยกับเฮียกวงว่ากฎระเบียบเป็นเรื่องสำคัญ

“งั้นอยากจะทำอะไรกันก็เชิญ คอยดูแล้วกัน อีกหกเดือน ตำแหน่งแกจะต้องมาเป็นของฉัน” ว่าแล้วป๋าเสริฐเดินหัวเสียออกไป ปิติจ้องหน้าเฮียกวงกับตี๋ซุ้งไม่ค่อยจะพอใจนักก่อนเดินตามพ่อไป คุงใช้เห็นว่าใกล้เวลาที่จางเหาจะลงมือ ชวนเฮียไฮ้กลับ เฮียไฮ้ฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนแล้วขอตัวกลับก่อน

ในเมื่อไม่มีใครมีปัญหาอะไรอีก โฆษกจึงประกาศชื่อผู้สมัครทั้งสองรายคือป๋าเสริฐกับเฮียไฮ้อย่างเป็นทางการ แล้วขอปิดการประชุมเนื่องจากผู้เข้าประชุมไม่ครบองค์ ส่วนวาระอื่นๆก็ต้องยกเลิกไปโดยปริยาย เต็งล้อเห็นประชุมเสร็จแล้วเข้าไปบอกนายท่านว่ารถพร้อมแล้ว ตี๋ซุ้งพยักหน้ารับรู้ ยังไม่ทันขยับไปไหน มีบริกรเข็นรถขนมเค้กเข้ามา บอดี้การ์ดดักหน้าไว้ จางเหาในคราบบริกรโกหกว่าเป็น
เค้กของตี๋ซุ้ง

“ไว้นี่แหละ เดี๋ยวเข็นเข้าไปเอง” บอดี้การ์ดรับรถเข็นจากจางเหาเข็นเข้าข้างในพลางร้องบอกตี๋ซุ้งว่าเค้กมาแล้ว เต็งล้อเอะใจ ตะโกนเตือนทุกคนให้ระวัง ไม่ทันขาดคำเกิดระเบิดขึ้น...

เสียงระเบิดดังไปถึงชั้นล่างของโรงแรม ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ป๋าเสริฐอยู่ที่ล็อบบี้กับปิติเห็นพนักงานโรงแรมคนหนึ่งวิ่งผ่านมาดึงตัวมาซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าเกิดระเบิดขึ้นที่ห้องประชุมชั้นสามสิบ สองพ่อลูกมองหน้ากันทั้งแปลกใจและตกใจปนกันเกิดระเบิดขึ้นได้อย่างไร

เฮียไฮ้กับคุงใช้ที่ตามหลังสองพ่อลูกลงมา รู้ทันทีว่านี่เป็นฝีมือของจางเหา...

กลุ่มควันลอยคลุ้งไปทั่ว เสียงร้องโหยหวนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บดังระงม จางเหาเพ่งมองฝ่ากลุ่มควันเพื่อหาตัวตี๋ซุ้งแต่ไม่พบ เป้าสังหารไม่ได้รับบาดเจ็บ ถูกเต็งล้อกับสมุนที่เหลือคุ้มกันไปที่โถงทางเดิน จางเหาเห็นเขายังไม่ตายก็เจ็บใจที่ระเบิดใช้ไม่ได้ผล ชักปืนขึ้นมาวิ่งตาม

เต็งล้อพานายท่านไปที่ห้องพักซึ่งจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า ท่ามกลางการอารักขาของสมุนอาวุธครบมือ

“นายจะปลอดภัยถ้าอยู่ในนี้”

“เฮียไปเถอะ ไปจับมันมาให้ได้ อั๊วอยากรู้ว่ามันเป็นใคร”

ธานินทร์ได้รับรายงานว่าเกิดระเบิดขึ้นในงานประชุมสมาพันธ์ สั่งให้ปราบไปบอกให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องไปที่เกิดเหตุทันที เขารีบไปปฏิบัติตามคำสั่ง...

แม้จะมีสมุนอารักขามากมายทั้งหน้าห้องและภายในห้อง แต่ก็ต้านมือสังหารอาชีพอย่างจางเหาไม่ได้ สมุนหน้าห้องถูกยิงตายเกลี้ยง ส่วนสมุนด้านในถูกระเบิดที่เขาโยนใส่เพื่อเปิดทางตายเรียบไม่เหลือเช่นกัน จางเหาก้าวเข้ามาเผชิญหน้ากับตี๋ซุ้งซึ่งไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตี๋ซุ้งจำเขาได้ บอกว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าอาซา จางเหาว่าที่ตี๋ซุ้งพูดแบบนี้เพราะกลัวตายก็เลยไม่กล้ายอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำ

“อั๊วรู้ว่าลื้อไม่เชื่อ แต่นั่นคือความจริงที่อั๊วต้องบอกกับลื้อ”

“ถ้าอย่างนั้นเฮียไปบอกอาป๊าเองแล้วกัน” จางเหาลั่นกระสุนใส่ตี๋ซุ้งทันที

ooooooo

ปราบมาถึงที่เกิดเหตุโดยใช้เวลาแค่สิบห้านาที พบสภาพห้องที่โดนระเบิดแหลกไม่มีชิ้นดี ลูกน้องเข้ามารายงานว่าหลังจากสอบถามพยานที่บาดเจ็บกับพนักงานโรงแรมแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องระเบิดเพราะตี๋ซุ้งเช่าชั้นนี้ไว้ทั้งชั้น ปราบพยักหน้ารับรู้ จะเดินไปตรวจด้านใน ตำรวจท้องที่สองนายเข้ามารายงานเพิ่มเติมว่า

“ลูกน้องของตี๋ซุ้งที่รอดชีวิตบอกว่ามีชายคนหนึ่งเข้ามาจัดการพวกเขาก่อนจะเข้าไปในห้องที่ตี๋ซุ้งอยู่ครับ”

ปราบสั่งให้ปิดทางเข้าออกทั้งหมด ตรวจค้นผู้ต้องสงสัยทุกคน คนร้ายจะต้องยังอยู่ในโรงแรม เพราะเมื่อเกิดระเบิดขึ้นลิฟต์จะหยุดทำงาน ถ้าคนร้ายจะหนีจากชั้นสามสิบต้องใช้เวลาเดินลงบันไดอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง

จากนั้นเขาลงไปที่ชั้นล่าง เจอเต็งล้อกำลังถูกสอบปากคำ จึงเข้าไปฟังและร่วมซักถามด้วย แต่ไม่ได้อะไรมากนัก แล้วเหลือบเห็นบุรุษพยาบาลกำลังเข็นรถที่มีถุงใส่ศพ ปราบปรี่เข้าไปเปิดถุงดูพบว่าเป็นศพที่ถูกระเบิดจริงๆก็เลยปล่อยเขาไป โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลือดหยดที่พื้นตามหลังบุรุษพยาบาลคนนั้น หากดูให้ดีจะเห็นว่าแท้จริงแล้วเขาคือจางเหานั่นเอง เขายังงงไม่หายว่าระเบิดลูกสุดท้ายนั่นระเบิดได้อย่างไร

พลันภาพตอนที่จางเหาเอาปืนเล็งตี๋ซุ้งผุดขึ้นมาในความคิด หลังจากยิงตี๋ซุ้งที่แขนแล้ว เขาเลื่อนปืนมาที่หัวใจ ยังไม่ทันเหนี่ยวไก ตี๋ซุ้งพลิกตัวเอาปืนที่ซ่อนไว้ขึ้นมายิงถูกสีข้างเขาซึ่งเห็นท่าไม่ดีโดดหลบเข้าที่กำบัง แล้วยิงตอบโต้ถูกตี๋ซุ้งล้มฟุบ เขาไม่รอดูผลงานวิ่งหนีออกจากห้องไปที่บันไดหนีไฟ

อึดใจเกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ชายหนุ่มแปลกใจระเบิดลูกนี้มาจากไหน แต่ก็ไม่มีเวลาจะคิดหรือแม้แต่จะย้อนกลับไปดู รีบวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด...

กลับถึงกองปราบปราม ปราบสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ธานินทร์ฟังว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย บาดเจ็บ 37 คน และหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นศพของตี๋ซุ้งเพราะเท่าที่ได้สอบปากคำพวกสมุนยืนยันตรงกันว่าตี๋ซุ้งอยู่ในห้องนั้นตอนที่เกิดระเบิด

แต่เพื่อความชัดเจน ปราบส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวชแล้ว ไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงน่าจะได้คำตอบ ธานินทร์เข้ามาตบบ่าดีใจกับเขาด้วย เขารอเวลาให้ตี๋ซุ้งตายมานานแล้วไม่ใช่หรือ ปราบทักท้วงทันที

“ผมว่าผู้กำกับคงกำลังเข้าใจผมผิด ถึงผมจะเกลียดพวกมาเฟียอย่างตี๋ซุ้ง แต่ผมต้องการให้เขาได้รับโทษตามกฎหมาย ไม่ใช่ความตาย” พูดไม่ทันจบประโยค ลูกน้องปราบเข้ามาแจ้งว่าได้ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องที่เกิดระเบิดมาแล้ว ปราบกับธานินทร์รีบไปดูหลักฐานชิ้นที่ว่าทันที

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นภาพชายคนหนึ่งในชุดบริกรยิงสมุนที่อารักขาอยู่หน้าห้องเกิดเหตุ ก่อนจะโยนระเบิดลูกหนึ่งไปที่หน้าประตูห้องเพื่อเปิดทางเข้าไปข้างใน ชายคนนั้นหายเข้าไปอึดใจก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จากนั้นไม่นานชายต้องสงสัยท่าทางบาดเจ็บวิ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟก่อนที่จะเกิดระเบิดในห้องนั้น น่าเสียดายที่กล้องเห็นใบหน้าผู้ต้องสงสัย

ไม่ชัดทำให้ไม่รู้ว่าเป็นใคร

ระหว่างนั้น หลิว เหมยและตี๋เล็กมาขอพบธานินทร์กับปราบเพื่อสอบถามว่าความจริงเรื่องการตายของตี๋ซุ้ง พอรู้ว่าเขาตายไปแล้วจริงๆ ทั้งตี๋เล็กและหลิวโผกอดแม่ร้องไห้โฮ...

แม้จะไม่ได้ฟูมฟายมากเท่าตี๋เล็ก แต่หลิวก็เสียใจกับการจากไปของพ่อไม่แพ้เขาเช่นกัน เพียงแต่ไม่แสดงออกเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น ครั้นเธอเข้าไปในห้องทำงานของพ่อเห็นข้าวของของท่านก็ร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น เหมยยืนมองอยู่หน้าห้องรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของลูกพลอยน้ำตาซึมไปด้วย...

ทางฝ่ายจางเหากลับถึงบ้านแปะคูในสภาพใกล้หมดสติเนื่องจากเสียเลือดไปมาก ขณะจะเดินเข้าห้องเขาเป็นลมหมดสติ แปะคูเข้ามาพลิกตัวดูเห็นเลือดไหลเปรอะไปหมด เดินมาคว้ามือถือโทร.ไปตามรถพยาบาล แต่เสียงผู้ประกาศข่าวทีวีรายงานเรื่องที่มีเหตุระเบิด

เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าทำให้มีคนตายจำนวนมากและหนึ่งในนั้นมีชื่อตี๋ซุ้งรวมอยู่ด้วย ทำให้แปะคูชะงักเดาได้ไม่ยากว่าจางเหาต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง รีบวางสายทันที

ooooooo

งานศพตี๋ซุ้งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติมังกร มีคนใหญ่คนโตจากทุกวงการมาร่วมแสดงความไว้อาลัย รวมทั้งซ้อซาด้วย แม้เหมยจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่เห็นเธอมาแต่ก็ไม่แสดงออก ยังคงทำหน้าที่เจ้าภาพที่ดี เชิญเธอขึ้นไปจุดธูปเคารพศพ หลิวขอบคุณซ้อซามากที่มาร่วมงาน

“หลิว ฟังอี๊พูดนะลื้อต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ดูแลม้ากับน้องชายลื้อให้ดี ตี๋เล็กลื้อก็เหมือนกัน จากนี้ไปไม่มีป๊าแล้ว ลื้อก็ยังมีอาม้า อาเจ้ เชื่อฟังล่ะ” ซ้อซาสั่งสอนหลานๆ เสร็จหันมาแสดงความเสียใจกับเหมย

“อั๊วก็เสียใจกับสิ่งที่เฮียซุ้งเคยทำไว้กับลื้อเหมือนกัน”

“คนตายก็ตายไปแล้ว โกรธแค้นไปให้มันได้อะไรขึ้นมา ที่วันนี้อั๊วมาก็เพื่อขออโหสิกรรมให้เฮียซุ้ง” พูดจบซ้อซาจับมือเหมยไว้อย่างให้กำลังใจ ตี๋เล็กยังทำใจไม่ได้เดินเลี่ยงออกมา หลิวเดินตามมาชวนเขากลับเข้างานช่วยเธอกับแม่รับแขก เขาทำใจไม่ได้กับพวกหน้าไหว้ หลังหลอกทำเป็นมาเคารพศพแต่ที่แท้ก็สะใจที่เห็นพ่อของเราตาย หลิวไม่สนใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเขา เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพื่อป๊าเป็นครั้งสุดท้าย

“เจ้ก็พูดง่ายเกินไป ฉันสาบานต่อหน้าป๊าแล้ว ฉันจะลากตัวคนที่ทำกับป๊ามาจัดการให้ได้”

หลิวไม่อยากให้น้องทำแบบนั้น ถึงจะฆ่าคนที่ฆ่าพ่อได้แต่ก็ไม่ได้ทำให้ท่านฟื้น ให้จบแค่นี้ไม่ดีกว่าหรือ ป่วยการจะเกลี้ยกล่อม ตี๋เล็กไม่ฟังแถมยังยืนกรานจะเล่นงานคนที่ฆ่าพ่อให้ได้ จังหวะนั้นสมุนเข้ามารายงานว่าป๋าเสริฐมา ตี๋เล็กของขึ้นทันทีรีบกลับไปที่งานศพ หลิวกลัวจะมีเรื่องตามมาติดๆ

เป็นอย่างที่หลิวหวั่นใจ ตี๋เล็กเปิดศึกน้ำลายกับป๋าเสริฐและปิติ ว่ากระทบกันไปว่ากระทบกันมาตี๋เล็กคุมอารมณ์ไม่อยู่ชักปืนจะยิง ปิติหากลัวไม่ชักปืนขึ้นมาเล็งเขาบ้าง แขกเหรื่อในงานแตกกระเจิง หลิวต้องวิ่งไปกั้นตรงกลาง ขอร้องน้องชายให้เก็บปืน ตี๋เล็กสั่งให้เธอถอยไป ตนจะล้างแค้นให้พ่อ เต็งล้อช่วยขอร้องอีกแรงหนึ่งก็ไม่สำเร็จ หลิวตัดสินใจจับมือน้องชายกดลงบรรยากาศ ตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย ทันใดนั้นมีเสียงพูดดังขึ้น

“มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับ”

ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นธานินทร์เดินเข้ามากับปราบ พวกสมุนที่ชักปืนพากันเก็บปืนแทบไม่ทัน ตี๋เล็กยังอารมณ์ค้างก็เลยตวาดใส่สองนายตำรวจมาที่นี่ทำไม ธานินทร์จะมาเคารพศพตี๋ซุ้ง ปิติปากเสียแขวะแม้กระทั่งตำรวจ ปราบหมั่นไส้ก็เลยเชิญตัวทั้งพ่อทั้งลูกไปสอบปากคำที่กองปราบฯในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าตี๋ซุ้ง ทั้งพ่อทั้งลูกถึงกับซ่าส์ไม่ออก...

ปราบไม่ได้อะไรจากการสอบปากคำสองพ่อลูกซึ่งเอาแต่อ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นการตายของตี๋ซุ้ง ในเมื่อไม่มีหลักฐาน ทางตำรวจก็เลยต้องปล่อยตัวไป ขณะเดินมาตามทางเดินในกองปราบฯ สองพ่อลูกเจอเฮียไฮ้และ คุงใช้ที่ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำเช่นกัน สองฝ่ายปะทะคารมกันดุเดือด ธานินทร์เกรงจะถึงขั้นลงไม้ลงมือรีบเข้ามาห้ามปราม ทั้งสองฝ่ายถึงหยุดทะเลาะกันได้

ooooooo

จางเหาสลบไสลไปสองวันเต็มๆถึงได้ฟื้นคืนสติ พบตัวเองนอนหลับอยู่บนโซฟาขยับจะลุก แปะคูร้องห้ามไว้อย่าเพิ่งลุกนอนมานานรีบลุกเดี๋ยวจะหน้ามืด แล้วถามว่าไปทำอะไรมาถึงได้เจ็บหนักขนาดนี้ ชายหนุ่มนิ่งไม่ตอบ แปะคูเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวเรื่องตี๋ซุ้งถูกระเบิดตายมายื่นให้ถามว่าฝีมือเขาใช่ไหม

“ไม่ใช่ อั๊วไม่ได้เป็นคนวางระเบิด”

“ถ้าไม่ใช่ฝีมือลื้อ แล้วเป็นฝีมือใครกัน” แปะคูนิ่วหน้าสงสัย จางเหาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน...

ฝ่ายตี๋เล็กยังบ้าไม่เลิก สั่งให้สมุนระดมกำลังคนไว้จะไปลุยกับป๋าเสริฐแก้แค้นแทนพ่อให้รู้แล้วรู้รอด ทั้งเหมยและหลิวพยายามกล่อมให้ล้มเลิกความตั้งใจ แต่เขาซึ่งเมายังไม่สร่างยืนกรานจะฆ่าป๋าเสริฐให้ได้ หลิวกร้าวใส่จะทำอย่างนั้นไม่ได้ ตี๋เล็กโวยกลับ มีสิทธิ์อะไรมาห้าม

“เลิกออกคำสั่งกับฉันสักที ฉันเป็นลูกชายคนเดียวในบ้านฉันมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้”

หลิวเริ่มไม่พอใจทำท่าจะเอาเรื่อง ก่อนที่สองพี่น้องจะตีกันเอง นิพนธ์เข้ามาขัดจังหวะ ทุกคนแปลกใจเขามาที่นี่ทำไม เต็งล้อเป็นคนบอกให้เขามาเอง นายท่านสั่งตนเอาไว้ว่าถ้านายท่านเป็นอะไรไป สมาคมธรรมกุลจำเป็นต้องมีมังกรตัวใหม่เร็วที่สุด ตี๋เล็กกระหยิ่มใจที่จะได้เป็นมังกรตัวใหม่ ขณะที่หลิวหนักใจ เพราะนั่นเท่ากับน้องชายของเธอจะกลายเป็นพยัคฆ์เกรี้ยวกราดที่กำลังจะติดปีก...

เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่หลิวหวั่นใจ พินัยกรรมที่ตี๋ซุ้งทำไว้ยกทุกอย่างให้เธอ ตี๋เล็กได้เพียงตึกแถวในซอยสาทรจำนวนสองห้อง และหากยังมีอะไรที่ขาดตกบกพร่องไปจากนี้ ท่านขอให้หลิวเป็นผู้จัดการมรดกทั้งหมด ตี๋เล็กสติแตกที่ได้สมบัติแค่ห้องแถวเข้าไปกระชากพินัยกรรมมาอ่านก่อนจะโยนทิ้งด้วยความแค้นใจและน้อยใจปนกัน เหมยต้องขอให้เขาฟังท่านพูดก่อน แต่เขาไม่ฟังอะไรทั้งนั้น

“ใจเย็นๆนะตี๋เล็ก” หลิวช่วยปลอบอีกแรงกลับถูกน้องตวาดใส่

“ใช่สิ เจ้ได้ทุกอย่างไปแล้วนี่ แบบนี้เจ้ก็พูดได้” ว่าแล้วตี๋เล็กเดินจากไปอย่างเกรี้ยวกราด...

ในเวลาต่อมา หลิวมานั่งหลบมุมอยู่ที่สวนหลังบ้าน หนักใจกับพินัยกรรมของพ่อเพราะนั่นเท่ากับเธอต้องรับภาระอันหนักอึ้ง มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลังว่าไม่มีพ่อคนไหนไม่รักลูก โดยเฉพาะลูกชาย เธอหันขวับไปเห็นคนสนิทของพ่อเดินเข้ามา อดถามไม่ได้ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแล้วทำไมพ่อถึงยกทุกอย่างให้เธอแทนที่จะให้ตี๋เล็ก ไม่รู้ว่าท่านคิดอะไรของท่าน เต็งล้อเปรยว่าอนาคตอยู่เหนือขอบเขตที่จะคาดเดา

“ความคิดของนายท่านก็เช่นกัน แต่เชื่อเถอะว่าท่านทำทุกอย่าง...อย่างมีเหตุผล”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement