หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 2


17 ธ.ค. 2560 08:20
100,060 ครั้ง

ละคร นิยาย หงส์เหนือมังกร

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

หงส์เหนือมังกร

แนว:

แอกชั่น-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วิศวนาถ

บทโทรทัศน์โดย:

อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย:

ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย:

บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

กฤตฤทธิ์ บุตรพรมเมลดา สุศรี

เช้าวันถัดมา ที่กองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะธานินทร์เดินคุยมากับทรงชัยนักการเมืองเก๋าเกมอย่างออกรส ปราบหอบแฟ้มคดีการตายของตี๋ซาเข้ามาหาธานินทร์ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจะขอคุยเรื่องคดี ท่านกลับบอกให้รอไว้คุยกันทีหลัง ท่านกำลังมีแขก แล้วหันไปทางทรงชัยจะคุยต่อ

“แต่ท่านครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าเราช้าอาจจะไม่ทันกาลก็ได้นะครับ”

ธานินทร์หันขวับมองปราบสีหน้าไม่พอใจ ขณะที่ทรงชัยมองนายตำรวจหนุ่มก่อนจะทักว่าเคยทำงานให้ตนมาก่อนหรือเปล่า ปราบยังไม่ทันพูดอะไร ธานินทร์รีบเสนอหน้ารายงานว่าปราบเป็นลูกชายของจ่าปรีชา ทรงชัยถึงกับร้องเอะอะ จ่าปรีชาที่เคยเป็นหัวคะแนนให้ตนมาก่อนใช่ไหม ปราบสวนทันทีอย่างไม่ค่อยจะพอใจ

“ขอโทษครับท่าน เท่าที่ทราบพ่อผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง”

“ถูกต้อง เท่าที่คุณรู้น่ะใช่” ทรงชัยว่าแล้วหันไปทางธานินทร์ “ฝากดูให้ผมหน่อยแล้วกัน”

ธานินทร์ยิ้มให้ทรงชัยอย่างนอบน้อม ยืนส่งจนลับสายตา ครั้นหันมาทางปราบสีหน้าเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด ก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปในห้องทำงานตัวเอง ทันทีที่ประตูห้องปิด ธานินทร์ต่อว่าปราบว่าทำอย่างนี้จะหักหน้ากันหรือ เขาไม่ตอบโต้ได้แต่บอกว่าตี๋ซาถูกฆ่าตายเมื่อคืนแล้วส่งภาพถ่ายศพตี๋ซาให้ดู ธานินทร์บ่นอุบไอ้พวกมาเฟียเหล่านี้วันๆทำอะไรบ้างนอกจากฆ่ากัน แล้วถามว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง

“ตอนนี้กำลังสอบปากคำชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นครับ แต่ผมคิดว่ามีเรื่องที่น่าเป็นห่วงกว่า นั่นก็คืออาจจะเกิดสงครามขึ้นระหว่างแก๊งครับ”

“ก็ดีสิ งั้นก็ให้พวกมันฆ่ากันเอง แล้วเราค่อยไปเก็บศพจะได้ไม่เหนื่อยไง”

ปราบเสียงกร้าวใส่ แล้วถ้ามีผู้บริสุทธิ์เดือดร้อนจากเหตุการณ์นี้จะทำอย่างไร ธานินทร์ไม่พอใจที่เขาขึ้นเสียง ปราบรู้สึกตัวรีบแก้ตัวที่เสียงกร้าวใส่เพราะ

ไม่อยากให้ผู้บริสุทธิ์ต้องมาตกเป็นเหยื่อ แล้วรายงานว่ามีผู้ต้องสงสัยหนึ่งราย หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นแล้ว เห็นตี๋ซุ้งกับตี๋ซาเข้าไปในโรงงิ้วด้วยกันก่อนเกิดเหตุ ธานินทร์ทักท้วงถึงจะเห็นตี๋ซุ้งอยู่กับคนตายเป็นคนสุดท้ายก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนฆ่า

“แต่ภาพหลักฐานมันชี้ชัดขนาดนี้แล้วนะครับท่าน”

“ไว้มีภาพคนร้ายที่เป็นคนลงมือยิงจริงๆเมื่อไหร่ ตอนนั้นคุณค่อยแน่ใจก็ยังไม่สายเกินไปหรอกนะสารวัตร ระหว่างนี้ผมขอสั่งห้ามคุณทำอะไรโดยพลการนอกเหนือจากคำสั่งของผมเด็ดขาด” น้ำเสียงเอาจริงของธานินทร์ทำให้ปราบไม่กล้าหือ จำต้องทำตามคำสั่ง

ooooooo

หลิวที่ร้องไห้เสียใจต่อการจากไปของอาติยะจนเป็นลมล้มพับ ฝันเห็นตัวเองมีปากเสียงกับพ่อ

ซึ่งยืนกรานไม่ได้เกี่ยวข้องการตายของอาติยะ เธอไม่เชื่อเดินไปที่โต๊ะทำงานของท่านหยิบปืนจากลิ้นชักขึ้นมาเล็งพ่อตัวเอง

“ป๊าเคยบอกใช่ไหมว่าชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต”

ตี๋ซุ้งตกใจคิดว่าลูกจะยิงแต่เธอกลับหันกระบอกปืนจ่อขมับตัวเองแล้วลั่นไก...

เสียงปืนดังปัง ทำให้หลิวสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆพบว่าตัวเองนอนหมดสติอยู่กับพื้นห้อง เธอค่อยๆยันตัวลุกขึ้นรู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ ยกขึ้นมาดูจึงเห็นว่ามันเป็นแผลเกิดจากแรงบีบจนสร้อยห้อยจี้คำว่า “รัก” บาดเอา ยิ่งเห็นสร้อยหลิวยิ่งนึกถึงคนให้ น้ำตาไหลออกมาอีก แต่ก็ตั้งใจมั่นนี่จะเป็นน้ำตาหยดสุดท้าย...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เฮียไฮ้กับคุงใช้มือขวาคนสนิทมาหาเฮียกวงที่บ้านเพื่อให้ช่วยสนับสนุนการเลือกตั้งนายกสมาพันธ์การค้าไทยจีนที่กำลังจะมีขึ้น เนื่องจากเขาเคยเป็นนายกสมาพันธ์ที่ทุกคนยังให้ความเกรงใจ คุงใช้เตือนเจ้านายว่ามาเสียเที่ยวเปล่า เฮียไฮ้กลับไม่คิดเช่นนั้น

“ไม่มีอะไรเสียเปล่า เราแค่ยังหาประโยชน์จากมันไม่เจอเท่านั้น”...

เป็นอย่างที่คุงใช้เตือน แม้เฮียไฮ้จะเสนอให้เงินอัดแน่นเต็มกระเป๋าเอกสารแต่เฮียกวงกลับไม่ต้องการ เพราะหากรับเงิน ชื่อเสียงและความดีที่ตนสั่งสมมาทั้งหมดต้องพังลงแน่นอน ที่สำคัญตำแหน่งนายกสมาพันธ์การค้าไทยจีนมีเงินอย่างเดียวเป็นไม่ได้ เฮียไฮ้รีบออกตัวไม่ได้คิดจะใช้เงินซื้อเขา

เฮียกวงยกมือเป็นทำนองไม่ต้องพูดอะไรอีก แล้วชวนเฮียไฮ้เปลี่ยนเรื่องคุย ถ้าเขาไม่ได้ไปไหนต่อตนจะชวนไปดูนกแก้วที่เลี้ยงไว้ ตอนนี้มันเรียกตนกินข้าวได้แล้ว จากนั้นก็ลุกเดินเข้าไปด้านใน คุงใช้มองตามอึดอัดใจ บ่นกับเจ้านายบอกแล้วว่าไม่ควรมา เสียเที่ยวเปล่าๆ เฮียไฮ้ต้องปรามให้ใจเย็นๆ เกมเพิ่งเริ่มเท่านั้น...

ขณะที่เฮียไฮ้เตรียมแผนสองเอาไว้รับมือ ตี๋ซุ้งส่งเต็งล้อพร้อมสมุนนับสิบไปรอรับตี๋เล็กลูกชายคนสุดท้องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ครั้นเขาออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าเห็นสมุนมาต้อนรับแค่สิบคนก็ไม่พอใจ ต่อว่าเต็งล้อว่าตนกลับจากเมืองนอกทั้งทีพาคนมาต้อนรับแค่นี้เองหรือ

“พอดีวันนี้ที่สมาคมของเรามีงานสำคัญ จำเป็นต้องใช้คนมาก” คำพูดของเต็งล้อยิ่งทำให้ตี๋เล็กหัวเสีย

“มีเรื่องไหนสำคัญกว่าเรื่องที่ฉันกลับมาอีกหรือไง” โวยจบตี๋เล็กหันไประบายอารมณ์ใส่สมุนแล้วเดินหงุดหงิดออกไป เต็งล้อได้แต่ส่ายหน้าให้กับความเอาแต่ใจตัวเองของเขาก่อนจะสั่งให้สมุนจัดการกับกระเป๋าเดินทางแล้วรีบเดินตามนายน้อยไป ตี๋เล็กเดินมาตามทางในสนามบินกวาดตามองหาตี๋ซุ้งแต่ไม่เห็นก็ถามหา พอรู้ว่าพ่อติดงานมาไม่ได้ทั้งโมโหและน้อยใจปนเปกัน

ระหว่างนั้นมีนักข่าวกลุ่มใหญ่กรูกันผ่านหน้าไปเพื่อทำข่าวใครบางคนจนเกือบจะชนตี๋เล็ก เสียงนักข่าวร้องบอกกันว่าออกมาแล้ว ตี๋เล็กหันไปเห็นรุจีสาวสวยแต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟันเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าก็ตกหลุมรักทันที พวกนักข่าวยิงคำถามใส่เธอเป็นชุด ทำนองว่าที่หายหน้าไปจากวงการเพราะหนีไปทำแท้งที่เมืองนอกใช่ไหม เธอเป็นคนขวางโลกอยู่แล้ว จึงยอมรับหน้าตาเฉยว่าเป็นความจริง

“แล้วพ่อของเด็กเป็นใครกันคะ” นักข่าวซักไม่เลิก “ใช่พระเอกชื่อ ว.แหวนหรือเปล่าคะ”

“อันนี้รุจีก็ไม่แน่ใจนะคะ เอาเป็นว่ารุจีนึกได้เมื่อไหร่แล้วจะบอกก็แล้วกัน ไม่ต้องตามมานะคะ ขอตัวก่อน” พูดจบรุจีสวมแว่นดำเดินเชิดหน้าออกไป ตี๋เล็กบอกเต็งล้อว่าเดี๋ยวมา แล้วตามเธอไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของฝ่ายหลัง

ooooooo

ตี๋เล็กเดินตามรุจีจนทัน พยายามจะขายขนมจีบ แต่เธอไม่ใช่สาวใสไร้เดียงสาก็เลยไม่หวั่นไหว แถมยังต่อปากต่อคำด้วยอย่างไม่เกรงกลัวแม้เขาจะมีสมุนตามมาอารักขาเป็นพรวน ตี๋เล็กไม่ละความพยายาม เสนอตัวจะเป็นพ่อเด็กในท้องให้ เธอขอร้องอย่าประเมินตัวเองสูง ถึงเธอจะดูง่ายแต่ก็ไม่ได้ง่ายกับทุกคน

“ของอย่างนี้ถ้าไม่ลองจะรู้ได้อย่างไร”

“แต่ฉันไม่มีรสนิยมชอบแทะกระดูกอ่อนชิ้นเล็กๆซะด้วยสิ มันติดคอ ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม โทษทีนะ” รุจีขยับจะไป ความร้อนแรงของเธอถูกใจตี๋เล็กเหลือเกิน จึงคว้ามือเธอไว้ออดอ้อนแล้วเราจะได้เจอกันอีกไหม

“เรื่องนั้นคงต้องสุดแล้วแต่พรหมลิขิตกับความพยายามของคุณเองแล้วล่ะ” รุจียิ้มยั่วก่อนจะผละจากไป...

ในขณะที่ตี๋เล็กเจอกับรักแรกพบ ซ้อซาถูกตำรวจเชิญตัวมาที่นิติเวชเพื่อชี้ศพตี๋ซา ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เธอจิตตกอย่างหนัก ตัดสินใจโทร.หาจางเหาที่กำลังไหว้ศาลประจำบ้านริมทะเลอยู่กับเพ่ย พอเขารับสายเธอพยายามทำเสียงให้สดใส ถามสารทุกข์สุกดิบของเขากับเพ่ย พลางต่อว่าทำไมถึงหายไปไม่ส่งข่าวมาบ้าง

“อั๊วขอโทษ อั๊วกับเพ่ยมีความสุขดี แล้วอาม้ากับอาป๊าล่ะ”

ซ้อซากลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ขอคุยแค่นี้ก่อน แล้วรีบวางสายกลัวจางเหาจะจับพิรุธได้ เขาแปลกใจกับน้ำเสียงของท่าน เพ่ยเห็นเขาเงียบไปถามว่าอาม้ามีอะไรหรือเปล่า เขาแค่รู้สึกแปลกๆแต่คงไม่มีอะไร

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ” พูดได้แค่นั้นเพ่ยวิงเวียนเหมือนจะเป็นลม จางเหาต้องประคองไว้ เสนอให้ไปหาหมอ เธอยืนกรานไม่ได้เป็นอะไร แค่ทำงานบ้านมากไปหน่อย เขายังไม่ทันจะพาไปนั่งพักเธอเป็นลมล้มพับเสียก่อน...

ด้านซ้อซาเดินตามเจ้าหน้าที่มายังห้องเก็บศพ ครั้นเจ้าหน้าที่เปิดผ้าคลุมศพเผยให้เห็นร่างไร้วิญญาณของตี๋ซา เธอกลั้นน้ำตาไม่ไหวโผกอดศพร้องไห้โฮ...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ตี๋เล็กตรงเข้าไปกอดตี๋ซุ้ง ถามว่าสบายดีหรือเปล่า ท่านสบายดีพอจะรู้เรื่องทุกอย่างที่เขาทำเอาไว้ที่เมืองนอก ตี๋เล็กตัดพ้อเพิ่งกลับมาถึง พ่อจะคุยเรื่องนี้เลยหรือ

“เอาเถอะ ลื้อจะเรียนหรือจะใช้ชีวิตยังไงแบบไหน ป๊าคงไม่ห้ามหรอกโตๆกันแล้ว แต่ลื้อจำไว้อย่างนะไม่ใช่ทุกเรื่องที่ป๊าหรือความเป็นธรรมกุลจะแก้ไขได้... กลับมาเหนื่อยๆไปพักผ่อนเถอะ วันนี้ป๊ามีประชุมที่สมาคม ไว้ป๊ากลับมาแล้วค่อยคุยกัน”

ตี๋เล็กตัดพ้องานบางอย่างที่ไม่สำคัญอย่างงานสมาคมทำไมพ่อไม่ให้เต็งล้อไปทำแทน ตนกลับมาทั้งทีมีเรื่องจะเล่าให้พ่อฟังหลายเรื่อง บางเรื่องก็อยากได้คำปรึกษา ขอให้ท่านเลื่อนการประชุมออกไปก่อนไม่ได้หรือ ตี๋ซุ้งยืนกรานให้ลูกรอให้ท่านเสร็จงานก่อน

“ไม่แน่นะ หลังจากวันนี้ป๊าอาจจะมีเวลาให้คำปรึกษากับลื้ออย่างเหลือเฟือเลยก็ได้” ตี๋ซุ้งเห็นลูกชายนิ่วหน้าสงสัย รีบกลบเกลื่อน “ไม่มีอะไรหรอก ป๊าแค่รู้สึกว่าเวลาป๊าเหลือน้อยแล้ว แต่ยังมีเรื่องต้องสะสางอีกมากมายก็เลยอยากรีบจัดการน่ะ” คำพูดของตี๋ซุ้งไม่ใช่แค่ทำให้ตี๋เล็กสะดุดใจ เต็งล้อก็รู้สึกไม่ต่างกัน

ooooooo

หลิวกลับจากทำบุญกับแม่จะเดินเข้าตึกใหญ่โดยมีผิงกับฮัวถือตะกร้าใส่ของตามมาไม่ห่าง เป็นจังหวะเดียวกับตี๋ซุ้งเดินออกมาพร้อมกับเต็งล้อและสมุนอารักขาเพื่อจะไปสมาคม ประมุขบ้านธรรมกุลเห็นลูกก็ร้องทัก ไปทำบุญแล้วรู้สึกดีขึ้นไหม หลิวยังเคืองพ่อไม่หายจึงไม่รู้สึกรู้สมกับน้ำเสียงห่วงใยนั้น

“ป๊า​ไม่​ต้อง​ห่วง หลิว​จะ​อยู่​กับ​ความ​เจ็บปวด​นี้​เป็น​คืน​สุดท้าย” ว่า​แล้ว​หลิว​เดิน​ลิ่ว​เข้า​ตึก ผิง​กับ​ฮัว​รีบ​เดิน​ตาม ตี๋​ซุ้ง​หัน​มา​ขอบใจ​เห​มย​แก้​เก้อ เธอ​ไม่​วาย​ประชดประชัน​ว่า​ควร​จะ​เป็น​เธอ​มาก​กว่า​ที่​ต้อง​ขอบใจเขา

“การ​สูญเสีย​คน​ที่รัก​ไป มัน​ทำให้​อา​หลิว​เข้มแข็งขึ้น”...

ตี๋​เล็ก​เห็น​พี่​สาว​เดิน​เข้า​มา​ก็​ร้อง​ทัก​ด้วย​ความ​ดีใจ​แต่​พอ​เห็น​ดวงตา​บวม​ช้ำ​ของ​เธอ​อด​ถาม​ไม่ได้​ว่า​ร้องไห้มา​หรือ เธอ​โกหก​ว่า​แพ้​อากาศ​ก็​เลย​นอน​หลับ​ได้​ไม่​เต็มที่ตา​จึง​บวม​อย่าง​ที่​เห็น ตี๋​เล็ก​นึก​ว่า​เธอ​ถูก​ใคร​หักอกมาจะ​ได้​ไป​จัดการ​มัน​ให้ เห​มย​เข้า​มา​ทัน​ได้ยิน​พอดี​ ว่า​แดกดัน​เสียง​ลั่น

“ก่อน​จะ​จัดการ​ใคร จัดการ​ชีวิต​ตัว​เอง​ก่อน​ไหม”

หลิว​ขำ​กลิ้ง ขณะ​ที่​ตี๋​เล็ก​หน้าจ๋อย เห​ม​ยอ​ยากรู้ว่า​กลับ​มา​คราว​นี้​เขา​จะ​มา​อยู่​เลย​หรือ​เปล่า เขา​พยัก​หน้า​รับคำ​เพราะ​ตระหนัก​แล้ว​ว่า​ไม่​มี​ที่ไหน​ดี​ไป​กว่า​บ้าน​เรา หลิว​อาสา​จะ​หา​ข้อมูล​เรื่อง​เรียน​หนังสือ​ให้​เขา​เอง ตี๋​เล็ก​ขอ​ให้​เก็บ​เรื่อง​เรียน​ไว้​ก่อน เรื่อง​ที่​เขา​จะเล่า​ให้​ฟัง​สำคัญกว่า เขา​ได้​คุย​กับ​พ่อ​ก่อน​ที่​จะ​ไป​ประชุม​สมาคม ท่าน​พูด​แปลกๆเหมือน​จะ​วางมือ เห​มย​เอง​ก็​ไม่​รู้​เหมือน​กันไม่​เคย​ได้ยิน​ตี๋​ซุ้ง​พูด​เรื่อง​นี้​มา​ก่อน

“ไม่​เป็นไร รอ​ให้​ป๊า​ว่างๆเดี๋ยว​เล็ก​ค่อย​ถามก็ได้”...

ทาง​ด้าน​ปราบ​กลับ​มายัง​สถาน​ที่​ที่​ตี๋​ซา​ถูก​ยิง​ตาย​เพื่อ​หา​หลักฐาน​มัด​ตัว​ตี๋​ซุ้ง แต่​แถว​นี้​ไม่​มี​กล้อง​วงจรปิด​ทำให้​มา​ถึง​ทาง​ตัน เขา​ไม่​ยอม​แพ้​ง่ายๆ เดิน​สำรวจ​รอบๆอย่าง​ละเอียด​อีก​ครั้ง พบ​ว่า​หน้า​บ้าน​หลัง​หนึ่ง​ที่​อยู่​ซอย​ติด​กัน​มี​กล้อง​วงจรปิด​ติด​ไว้ กล้อง​หัน​มา​ทาง​กระจก​เลนส์นูน​ที่​ติดตั้ง​อยู่​บน​เสา​ตรง​ปาก​ซอย​ที่​เกิด​เหตุ​เพื่อ​ให้​รถ​สวน​กัน​มอง​เห็น​รถ​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง ภาพ​สะท้อน​จาก​เลนส์นูน​เล็ง​ไป​ยัง​จุด​เกิด​เหตุ​พอดี

ปราบ​สั่ง​ให้​ลูกน้อง​ไป​ขอ​ภาพ​จาก​กล้อง​ตัว​นั้น จะ​ได้​รู้ตัว​ว่า​ใคร​เป็น​คนร้าย ระหว่าง​นั้น​มี​ตำรวจ​โทร.มาแจ้ง​ปราบ​ว่า​ตี๋​ซุ้ง​นัด​ประชุม​สมาคม​ธรรม​กุล เขา​สั่งการ​ทันที

“ผม​ขอ​กำลัง​พร้อม​อาวุธ​ครบมือ​ไป​เจอ​ผม​ที่​สมาคม​ธรรม​กุล”

ooooooo

การ​นัด​ประชุม​วาระ​เร่ง​ด่วน​ของ​สมาคม​ธรรมกุล​ครั้ง​นี้​เป็น​ที่​วิพากษ์วิจารณ์​ของ​เหล่า​สมาชิก​ว่า​ไม่​พ้น​ต้อง​เกี่ยวข้อง​กับ​การ​ตาย​ของ​ตี๋​ซา เป็น​อย่าง​ที่​พวก​สมาชิก​คาด​ไว้ ตี๋​ซุ้ง​ชวน​ทุก​คน​ดื่ม​ไว้อาลัย​ให้กับ​การ​จาก​ไป​ของตี๋​ซา มีเสียง​หนึ่ง​ใน​สมาชิก​ร้องถามว่า​ใคร​เป็น​คน​ฆ่า​เขา พวก​ตน​จะ​ได้​ไป​ล้างแค้น​ได้​ถูก​ตัว

“จะ​ไม่​มี​การ​แก้แค้น​อะไร​ทั้งนั้น อั๊ว​ไม่​อยาก​ให้​มี​การ​นองเลือด​กัน​ขึ้น​อีก แล้ว​ที่​อั๊ว​นัด​พวก​ลื้อ​ทุกคน​มา​วัน​นี้​ไม่​ใช่​เพื่อ​การ​แก้แค้น แต่​เพราะ​อั๊ว​มี​เรื่อง​จะ​บอก​พวก​ลื้อ​สอง​เรื่อง...เรื่อง​แรก​คือ​เรื่อง​การ​ตาย​ของ​อา​ซา กับ​เรื่อง​ที่​สอง...จะ​ไม่​มี​สมาคม​ตระกูล​ธรรม​กุล​อีก​ต่อ​ไป”

คำ​พูด​ของ​ตี๋​ซุ้ง​เรียก​เสียง​ฮือ​ฮา​สนั่น​ห้อง​ประชุม ยัง​ไม่ทัน​มี​ใคร​พูด​อะไร ปราบ​นำ​กำลัง​ตำรวจ​เข้า​มา​เชิญ​ตัว​ตี๋​ซุ้ง​ไป​โรงพัก​เพื่อ​คุย​เกี่ยว​กับ​การ​ตาย​ของ​เฮีย​ไถ่ ตี๋ซุ้ง​ตั้งแง่​ใน​เมื่อ​ตน​ยัง​ไม่​ใช่​ผู้ต้องหา​ขอ​เลื่อน​ไป​วัน​หลัง จังหวะ​นั้นลูกน้อง​ของ​ปราบ​เข้า​มา​แจ้ง​ว่าได้​ภาพ​จาก​กล้อง​วงจรปิด​จาก​บ้าน​หลัง​นั้น​มา​แล้ว ปราบ​หัน​มอง​ตี๋ซุ้ง

“หรือ​จะ​ให้​ผม​เพิ่ม​ข้อหา​ฆาตกรรม​ตี๋​ซา​อีก​ข้อหา คุณ​ถึง​สะดวก”...

การ​พา​เพ่ย​ไป​ส่ง​โรงพยาบาล​คราว​นี้​ทำให้​จางเหา​ต้อง​เจอ​กับ​ข่าว​ร้าย​สอง​เรื่อง​ซ้อน เรื่อง​แรก​ก็​คือ​หมอ​ตรวจ​พบ​ว่า​เพ่ย​เป็น​มะเร็ง​เม็ด​เลือด​ขาว​ระยะ​สุดท้าย เปอร์เซ็นต์​รอด​แทบ​ไม่​มี ส่วน​ข่าว​ร้าย​เรื่อง​ที่​สอง ระหว่าง​รอ​พบ​หมอ จาง​เหา​เห็น​ผู้​ประกาศ​ข่าว​ทาง​ทีวี​รายงาน​ข่าว​เรื่อง​ที่​ตี๋​ซุ้ง​ถูก​ตำรวจ​กอง​ปราบปราม​จับกุม​ข้อหา​ฆาตกรรม​ตี๋​ซา​เมื่อ​คืน​ที่​ผ่าน​มา ชาย​หนุ่ม​ตกใจ​แทบ​ช็อก​รีบ​โทร.​ถาม​ซ้อ​ซา​ว่า​เป็น​เรื่อง​จริง​หรือ​เปล่า

ซ้อ​ซา​ปล่อย​โฮ​อย่าง​หมด​ความ​อดกลั้น นั่น​เท่ากับ​เป็น​คำ​ตอบ​ว่า​ข่าว​ตี๋​ซา​ถูก​ฆ่า​เป็น​เรื่อง​จริง จาง​เหา​อยากรู้​ว่า​เป็น​ฝีมือ​ใคร เธอ​ขอร้อง​อย่า​ถาม​อะไร​ตอน​นี้ จาง​เหา​โทษ​ว่า​เป็น​ความ​ผิด​ของ​ตัว​เอง​ที่​ไม่ได้​อยู่​ดูแล​ตี๋​ซา​ให้​ดี ขอ​เพียง​เธอ​บอก​ว่า​ใคร​ฆ่า​ท่าน เขา​จะ​ไป​ล้างแค้น​ให้​เอง

“อโหสิ​ยัง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​การ​ล้างแค้น อา​จาง ​ลื้อ​ฟัง​อา​ม้า​นะ ตอน​นี้​สิ่ง​ที่​ลื้อ​ต้อง​ทำ​ถ้า​อยาก​ให้​ป๊า​ลื้อ​ตาย​ตา​หลับ​ล่ะ​ก็ ล้มเลิก​ความ​คิด​ล้างแค้น​ซะ ลื้อ​จำ​คำ​สัญญา​ของ​ลื้อ​ที่​ให้​กับ​อา​ป๊า​ก่อน​ออก​จาก​บ้าน​นี้​ไป​ได้​ไหม”

จาง​เหา​อก​แทบ​ระเบิด​ด้วย​ความ​แค้น​ที่​ไม่​สามารถ​ทำ​อะไร​ได้...

ที่​ห้อง​สอบสวน กอง​ปราบปราม ตี๋​ซุ้ง​เอาแต่​นั่ง​เงียบ​ไม่​พูด​อะไร​จน​ปราบ​คน​สอบ​ปาก​คำ​อารมณ์​เสีย​ที่​เขา​ไม่​ให้​ความ​ร่วมมือ แถม​เต็ง​ล้อ​ที่นั่ง​อยู่​ด้วย​ย้ำ​ว่า​เรา​จะ​ไม่​พูด​อะไร​ทั้งนั้น จนกว่า​ทนาย​ของ​เรา​จะ​มา

“ไม่​อยาก​พูด​ก็​ไม่​ต้อง​พูด​ก็ได้​ เพราะ​อีก​เดี๋ยว​ภาพ​หลักฐาน​จาก​กล้อง​วงจรปิด​ก็​จะ​ถูก​ส่ง​มา ยัง​ไง​คุณ​ก็​ต้อง​จำนน​ต่อ​หลักฐาน​อยู่ดี”

“ผม​ไม่​มี​ทาง​ฆ่า​ตี๋​ซา​ เพราะ​ผม​กับ​อา​ซา​รัก​กัน​เหมือน​พี่น้อง​กัน​จริงๆ” ตี๋​ซุ้ง​ยืนยัน​หนักแน่น

“ไม่​ต้อง​มา​เล่น​ละคร คิด​ว่า​ผม​จะ​เชื่อ​หรือ​ไง”

จังหวะ​นั้น​ธานินทร์​เปิด​ประตู​ห้อง​เข้า​มา​บอก​ให้​ตี๋​ซุ้​งก​ลับ​ไป​ได้​แล้ว ปราบ​โวยวาย​จะ​ปล่อย​ไป​ได้​อย่างไร​ใน​เมื่อ​ตน​มี​หลักฐาน​ที่​จะ​ทำให้​เห็น​ว่า​ตี๋​ซุ้ง​เป็น​ฆาตกร ธานินทร์​ไม่​สนใจ​ยืนยัน​ให้​ปราบ​ปล่อย​ผู้ต้องหา​ไป เจ้าพ่อใหญ่​จะ​ขอ​อยู่​เพื่อ​พิสูจน์​ความ​บริสุทธิ์ใจ​ของ​ตัว​เอง ธานินทร์​เสียง​กร้าว​ใส่ ให้​เขา​รีบ​ไป​ตอน​ที่​ยัง​มี​โอกาส​จะ​ดี​กว่า ตี๋​ซุ้ง​ค้อ​ม​หัว​ให้​ธานินทร์ แล้ว​เดิน​ออก​จาก​ห้อง​โดย​มีเต็ง​ล้อ​กับ​สมุน​ตาม​ประกบ ปราบ​ถึง​กับ​หน้า​เครียด

“ท่าน​ครับ ท่าน​ปล่อย​มัน​ไป​ทำไม เรา​อุตส่าห์​จับ​ตัว​ไอ้​ตี๋​ซุ้ง​ได้​แล้ว​นะ​ครับ”

“จับ​ตัว​เหรอ? ผม​บอก​แล้ว​ใช่​ไหม​ว่า​ให้​รอ​คำสั่ง​ผม​ก่อน”

ปราบ​ยืนยัน​ว่า​มี​หลักฐาน​ที่​จะ​จับ​ตี๋​ซุ้ง​ได้​จริงๆ ธานินทร์​สวน​ทันที​ หลักฐาน​ที่​ใช้​ไม่ได้​ต่างหาก จากนั้น​ก็​พา​ปราบ​ไป​ดู​วีดิโอ​จาก​กล้อง​วงจรปิด​ที่​อ้าง​ว่า​เป็นหลักฐาน ปรากฏ​ภาพ​ที่​จับ​ไว้​ได้​เป็น​ภาพ​สะท้อน​จาก​เลนส์​กระจกนูน​ที่​เสา​หน้า​ปาก​ซอย​เกิด​เหตุ​ เห็น​ตี๋​ซา​เดิน​เข้าไป​ใน​ซอย​ก่อน​จะ​ชะงัก​เหมือน​เจอ​ใคร​บาง​คน แต่​แล้ว​ภาพ​ทุก​อย่าง​กลาย​เป็น​สี​ดำ ปราบ​โวยวาย​เกิด​อะไร​ขึ้น ​เมื่อ​สัก​ครู่​นี้​เรา​จะ​เห็น​ฆาตกร​อยู่​แล้ว

“ผม​ก็​ไม่​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น แต่​ถ้า​เอา​หลักฐาน​ชิ้น​นี้​ไป​จับ​ตัว​พวก​มัน พวก​เรา​ก็​จะ​กลาย​เป็น​ตัว​ตลก​ทันที”

ooooooo

ตี๋​ซุ้ง​เดิน​นำ​เต็ง​ล้อ​ลง​มา​จาก​กอง​ปราบปราม​ก็​ถูก​ฝูง​นักข่าว​รุมล้อม​สัมภาษณ์​เรื่อง​ที่​เขา​ตกเป็น​ผู้ต้องหา​คดี​ฆ่า​ตี๋​ซา เขา​ตอบ​เพียง​ว่า​ผู้​ตาย​เป็น​น้อง​ของ​เขา นักข่าว​ขอ​ให้​เขา​ยืนยัน​ว่า​ไม่​มี​ส่วน​เกี่ยวข้อง​กับ​เรื่อง ตี๋​ซุ้​งก​ลับ​นิ่ง​เงียบ​ไม่​ตอบ​อะไร เต็ง​ล้อ​จึง​ต้อง​ช่วย​พูด

“ทาง​เรา​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​ไม่​ตอบ​อะไร ทนาย​ของ​เรา​จะ​เป็น​คน​จัดการ​เอง ขอตัว​นะ” เต็ง​ล้อ​จะ​พา​ตี๋​ซุ้ง​ไป​ที่​รถ​แต่​นักข่าว​ยัง​ตาม​ไป​สัมภาษณ์​ไม่​เลิก ​หาก​เป็น​อย่าง​นี้​ก็​เท่ากับ​ไม่​ปฏิเสธ​ว่า​เป็น​คน​ฆ่า​ใช่​ไหม ตี๋​ซุ้ง​เดิน​หนี​ไม่​ยอม​ตอบ​คำ​ถาม นักข่าว​จะ​ตาม​อีก สมุน​ต้อง​มา​กัน​เอา​ไว้...

เหตุการณ์​ตอน​ที่​นักข่าว​รุม​สัมภาษณ์​ตี๋​ซุ้ง​เป็น​ข่าว​ฮอต​ประเด็น​ร้อน​ออก​ทีวี​ทุก​ช่อง หลิว​เห็น​ข่าว​นี้​ถึง​กับ​หน้า​เครียด สั่ง​ให้​ฮัว​เอา​รถ​ออก ครู่​ต่อ​มา หลิว​ไป​หา​ซ้อ​ซา​ที่​บ้าน เจอ​ท่าน​กำลัง​คุย​เรื่อง​จัด​งาน​ศพ​ตี๋​ซา​อยู่​กับ​เจ็ก​ตง เธอ​ร้องไห้​โฮ​โผ​เข้าไป​กอด ขอโทษ​ท่าน​ไม่​หยุด​ปาก ซ้อ​ซาก​อด​เธอ​ตอบ​พลาง​ตบ​หลัง​เบาๆ ขอโทษ​ทำไม เธอ​ไม่ได้​ทำ​อะไร​ผิด​สัก​หน่อย หลิว​ได้​แต่​ร้องไห้​พูด​อะไรไม่ออก ระหว่าง​นั้น​ตี๋​ซุ้ง​เดิน​เข้า​มา​กับ​เต็ง​ล้อ

ซ้อ​ซา​ดัน​ตัว​หลิว​ออก​ห่าง​หยิบ​ผ้าเช็ดหน้า​มา​ซับ​น้ำตา​ให้ ตี๋​ซุ้​งม​องซ้อ​ซา​ด้วย​แวว​ตา​อ่อนโยน​เช่น​ทุก​ครั้ง

“ลื้อ​จะ​เชื่อ​คำ​พูด​อั๊ว​หรือ​ไม่​ก็ตาม แต่​อั๊ว​ไม่ได้​ฆ่า​อา​ซา”

ผู้​สูญเสีย​เอาแต่​ก้มหน้า​น้ำตา​ริน​ไม่​โต้ตอบ​ใดๆ หลิว​กลับ​เป็น​ฝ่าย​โมโห​แทน ต่อว่า​พ่อ​ตัว​เอง​ว่า​จะ​โกหก​ไป​ถึง​ไหน ซ้อ​ซา​ดึง​มือ​เธอ​ไว้​ ส่าย​หน้า​ไม่​ให้​พูด​อะไร​อีก แล้ว​พยายาม​สะกด​อารมณ์​เพื่อ​ไม่​ให้​เสียง​สั่น

“เฮีย​ซา​นับถือ​เฮีย​ซุ้ง​เป็น​พี่​มา​ตลอด อั๊ว​ไม่​รู้​หรอก​ว่า​ใคร​เป็น​คน​ฆ่า แต่​อั๊ว​ก็ดี​ใจ​เหมือน​กัน​เพราะ​ต่อ​จากนี้ เรา​สอง​ตระกูล​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​มี​บุญคุณ​ต่อ​กัน​อีก​ต่อ​ไป”

หลิว​ตกใจ​กับ​การ​ตัดสินใจ​ของ​ซ้อ​ซา ตี๋​ซุ้ง​ก็เช่นกัน​ แต่​ใน​เมื่อ​เป็น​ความต้องการ​ของ​เธอ เขา​ก็​ให้เกียรติ แล้ว​ค้อ​ม​หัว​ให้​เธอ​เป็น​การ​อำลา​ครั้ง​สุดท้าย โดย​ไม่​ลืมสั่ง​ให้​สมุน​พา​คุณ​หนู​กลับ​ไป​ด้วย หลิว​ดื้อดึง​ไม่​ยอม​ไป ซ้อ​ซา​จึง​ต้อง​ช่วย​ขอร้อง

“ลื้อ​กลับ​ไป​เถอะ ถ้า​ลื้อ​ยัง​รัก​อา​อี๊​กับ​อา​เจ็ก​ลื้อ​อยู่ อย่า​กลับ​มา​ที่​นี่​อีก” ซ้อ​ซา​ตัด​สัมพันธ์​ไม่​เหลือ​เยื่อใย หลิว​เสียใจ​วิ่ง​ออก​ไป​ทั้ง​น้ำตา สมุน​คำนับ​ซ้อ​ซา​แล้ว​รีบ​วิ่ง​ตาม ขณะ​ที่​เจ็ก​ตง​มอง​ทุก​คน​ด้วย​สีหน้า​เป็น​กังวล...

ที่​บ้าน​ริม​ทะเล จาง​เหา​ยืน​ครุ่นคิด​อยู่​ริม​ชายหาด​แค้น​ใจ​กับ​โชค​ชะตา​ที่​เล่น​ตลก ทั้ง​เรื่อง​ตี๋​ซา​ถูก​ฆ่าทั้ง​เรื่อง​ที่​เพ่ย​ป่วย​หนัก​โดย​เธอ​เอง​ก็​ยัง​ไม่​รู้ เพ่ย​ตั้ง​สำรับ​มื้อ​กลางวัน​เสร็จ​ไม่ได้​ยิน​เสียง​จาง​เหา​อยู่​แถว​นั้น​ค่อยๆ คลำ​ทาง​ตาม​หา​พลาง​ร้อง​เรียก จาง​เหา​เห็น​เธอ​ออก​มา​นอก​บ้าน เตือน​ว่า​ออก​มา​ทำไม ที่​นี่​ลม​แรง​เดี๋ยว​จะ​ไม่สบาย เพ่ย​ไม่​สนใจ​คำ​เตือน​เข้า​มา​จับ​ใบหน้า​พี่​ชายไว้ บอก​ให้​กลับ​กรุงเทพฯ ไม่​ต้อง​ห่วง​เธอ

“พี่​ไม่​ไป พี่​ตัดสินใจ​แล้ว อา​ป๊า​เอง​ก็​ต้องการ​ให้​พี่​ทำ​อย่าง​นี้​เหมือน​กัน”

เพ่ย​เห็นใจ​พี่​ชาย​ที่​ต้อง​ต่อสู้​กับ​ความรู้สึก​ที่​อยาก​กลับ​ไป​แก้แค้น​ให้​พ่อ​บุญธรรม

ooooooo

ทันที​ที่​รถ​แล่น​มา​จอด​หน้า​ตึก​ใหญ่​บ้าน​ธรรมกุล หลิว​ก้าว​ลง​จาก​รถ​ไม่​รอ​ให้​สมุน​มา​เปิด เพราะ​ยัง​เคือง​พ่อ​ไม่​หาย ตี๋​ซุ้ง​ตะโกน​ไล่​หลัง​ว่า​ตน​เอง​ไม่ได้​ฆ่าอาเจ็ก​ซา​อย่าง​ที่​ทุก​คน​กล่าวหา หลิว​หัน​ขวับ

“เหมือน​ที่​ป๊า​บอก​ว่า​ไม่ได้​ทำ​อะไร​อาร์​ตี้​ด้วย​ใช่​ไหม ป๊า​ทำ​อะไร​ก็​ย่อม​รู้อยู่​แก่​ใจ” หลิว​พูด​จบ​วิ่ง​ลิ่ว​เข้า​บ้าน ตี๋​ซุ้ง​ได้​แต่​มอง​ตาม​หนักใจ เต็ง​ล้อ​เห็น​สถานการณ์​ตอน​นี้​ไม่​สู้​ดี​นัก แนะ​ให้​เขา​เลื่อน​การ​วางมือ​ออก​ไป​ก่อน หาก​ทำ​แบบ​นั้น​อาจ​ทำให้​ทุก​อย่าง​ยุ่งยาก​ยิ่ง​ขึ้น ป่วยการ​จะ​ขอร้อง ตี๋​ซุ้ง​ยืนยัน​จะ​ทำ​ตาม​ความ​ตั้งใจ​เดิม...

ขณะ​ที่​บ้าน​ธรรม​กุล​เกิด​เรื่อง​วุ่นวาย​ขึ้น ตี๋​เล็ก​กลับ​คิด​แต่​จะ​หา​ทาง​จีบ​รุ​จี​ให้​ติด สืบ​จน​รู้​ว่า​คืน​นี้​เธอ​ไป​เที่ยว​ผับ​หรู​แห่ง​หนึ่ง ตาม​ไป​ขึ้น​เวที​ร้องเพลง​จีบ เมื่อ​ร้องเพลง​จบ​มอบ​ดอกไม้​ให้​อีก​ด้วย

“แบบ​นี้​เรียก​ว่าความ​พยายาม​ได้​หรือ​ยัง​ครับ” ตี๋​เล็ก​กระซิบ

“คง​งั้น​มั้ง” รุ​จี​ยิ้ม​พอใจ ชาย​หนุ่ม​ที่นั่ง​โต๊ะ​ใกล้ๆ เวที​ปาก​เสีย แขวะ​เสียง​ดัง ถ้า​เธอ​รู้​ว่า​มี​ไอ้​โง่​มา​บอกรัก​แบบ​นี้​คง​ไม่​ต้อง​หนี​ไป​อเมริกา เพื่อน​ที่นั่ง​ร่วม​โต๊ะนิ่ว​หน้า​สงสัย​ทำไม​ถึง​เป็น​อย่าง​นั้น

“เ​อ้า ​ก็​มี​คน​มา​รับ​เป็น​พ่อ​ให้​เด็ก​ใน​ท้อง​แล้ว​ไง” พูด​จบ​ชาย​หนุ่ม​กับ​เพื่อน​พา​กัน​หัวเราะ​ชอบใจ รุ​จี​ไม่​สนใจ​เสียง​นก​เสียง​กา แต่​ตี๋​เล็ก​กลับ​เป็น​เดือด​เป็น​แค้น​แทน หยิบ​ขวด​เหล้า​ใกล้​มือ​ฟาด​คน​ปาก​เสีย เพื่อนๆร่วม​โต๊ะ​ของ​เขา​ไม่​พอใจ​จะ​เอาเรื่อง สมุน​ของ​ตี๋​เล็ก​เห็น​ไม่​เข้าที​กรู​กัน​ล้อม​กรอบ​พวก​นั้น​ไว้ ตี๋​เล็ก​ไม่​พอใจ​ที่​ชาย​หนุ่ม​ปาก​เสีย ​สั่ง​ให้​สมุน​ลาก​ตัว​ออก​ไป​สั่งสอน​
นอก​ร้าน รุ​จี​เห็น​เป็น​เรื่อง​สนุก​ชวน​เพื่อน​สาว​ตาม​ไป​ดู

พวก​สมุน​รุม​ซ้อม​ชาย​ปาก​เสีย​กับ​พวก​สะบักสะบอม เพื่อน​ของ​รุ​จี​ทน​ดู​ไม่ได้​ขอร้อง​ให้​รุ​จี​ช่วย​ห้าม เธอ​กลับ​บอก​ว่า​เธอ​ไม่​ใช่​นางเอก​แต่​เป็น​นาง​ร้าย แล้ว​ยืน​ดู​สมุน​ซ้อม​พวก​ปาก​เสีย​ต่อ​ไป​อย่าง​ไม่​รู้สึก​รู้​สม การ​ที่​ตี๋​เล็ก​ออกโรง​ปกป้อง​รุ​จี​สุด​ตัว​ทำให้​ได้ใจ​สาว​เจ้า​ไป​เต็มๆ คว้า​มือ​ถือ​ของ​เขา​จาก​กระเป๋า​เสื้อ​มา​กด แล้ว​ส่ง​คืนให้

“นี่​ไลน์​ฉัน” ว่า​แล้ว​รุ​จี​ขอตัว​กลับ​ก่อน ตี๋​เล็ก​มอง​ตาม​พอใจ ขยับ​จะ​ไป​ขึ้น​รถ​กับ​สมุน แต่​ต้อง​ชะงักเมื่อ​ลูกน้อง​ของ​ป๋า​เส​ริ​ฐ​เข้า​มา​ล้อม​หน้า​ล้อม​หลัง ป๋า​เส​ริ​ฐ​ไม่​พอใจ​ที่​เขา​มา​ทำร้าย​ลูกค้า​ที่​ร้าน​ของ​ตน​เอง ​ทำท่าจะ​เอาเรื่อง​แม้​จะ​รู้​ว่า​เขา​เป็น​ลูก​ของ​ตี๋​ซุ้ง ตี๋​เล็ก​ไม่​วาย​วางก้าม

“ถ้า​แก​ทำ​อะไร​ฉัน ป๊า​ไม่​ปล่อย​แก​ไว้​แน่”

แทนที่จะ​กลัว ป๋า​เส​ริ​ฐ​หัวเราะ​ลั่น​ราวกับ​ได้​ฟัง​เรื่อง​ขำ​ขัน ต่อ​ให้​ตี๋​เล็ก​ไป​เอา​บรรพบุรุษ​มา ​ตน​ก็​ไม่​กลัว ตี๋​เล็ก​โกรธ​ที่​ถูก​หยาม​ซึ่งหน้า บอก​ให้​เขา​จำ​คำ​พูด​ตัวเองไว้ ลูกน้อง​ป๋า​เส​ริ​ฐ​ไม่​พอใจ​จะ​ยิง​ตี๋​เล็ก​ทิ้ง ป๋า​เส​ริ​ฐ​ยกมือ​ห้าม​ไว้ เตือน​ตี๋​เล็ก​อย่า​มา​ที่​นี่​ให้​ตน​เห็น​หน้า​อีก ​ก่อน​จะ​ไล่​ตะเพิด​ไป​ให้​พ้น​หน้า ตี๋​เล็ก​หมายหัว​เขา​ไว้ สัก​วัน​จะ​ต้อง​เอา​คืนให้​สาสม

ooooooo

เช้า​วัน​รุ่ง​ขึ้น ตี๋​เล็ก​นำ​เรื่อง​ที่​ถูก​ป๋า​เส​ริ​ฐ​หยาม​ไป​ฟ้อง​ตี๋​ซุ้ง​ที่​กำลัง​เล่น​หมากรุก​อยู่​ใน​ห้อง​ทำ​งาน​โดย​มี​เต็ง​ล้อ​ยืน​ดู​อยู่​ไม่​ห่าง เขา​กลับ​ไม่​สนใจ​มอง​แต่​หมากรุก​ที่​อยู่​ตรง​หน้า ตี๋​เล็กโวย​ลั่น

“อา​ป๊า​ช่วย​เลิก​สนใจ​หมากรุก​แล้ว​มา​สนใจ​เล็ก​ก่อน​ได้​ไหม มัน​หยาม​ศักดิ์ศรี​เล็ก​ขนาด​นั้น ถ้า​ป๊า​ไม่​จัดการ เล็ก​จะ​ยก​พวก​ไป​จัดการ​มัน​เอง”

เต็ง​ล้อ​สั่งสอน​ว่า​คน​ที่​บุก​ก่อน​คือ​ฝ่าย​พ่าย​แพ้​ก่อน ตี๋​เล็ก​มอง​เขา​ตาขวาง ประกาศ​กร้าว​จะ​ไม่​ยอม​ให้​ป๋าเส​ริ​ฐ​ดูถูก​ตน​เอง​ฝ่าย​เดียว เต็ง​ล้อ​เตือน​ว่า​คน​ประมาท​เปรียบ​เสมือน​คน​ตาย ถ้า​เขา​ยก​พวก​ไป​จัดการ​มัน​จะ​เป็น​การ​เอาชีวิต​ไป​ทิ้ง​เปล่าๆ ตี๋​เล็ก​โกรธที่​ถูก​ดูแคลน​จะ​เข้าไป​เอาเรื่อง ตี๋​ซุ้ง​ขัด​ขึ้น​เสีย​ก่อน

“ไม่​เป็นไร​หรอก​เฮีย มัน​ก็ดี​แล้ว​ที่​อา​ตี๋​เล็ก​รู้จัก​รักษา​ศักดิ์ศรี​ของ​ตัว​เอง...ตี๋​เล็ก​ ลื้อ​ลง​ไป​ก่อน อา​ป๊า​มี​เรื่อง​จะ​คุย​กับ​แปะ​เต็ง” น้ำเสียง​เปี่ยม​ไป​ด้วย​อำนาจ​ของ​ตี๋​ซุ้ง​ทำให้​ตี๋​เล็ก​จำ​ต้อง​หัน​หลัง​กลับ แต่​ไม่​วาย​ต่อว่า​เต็ง​ล้อ​ระบาย​อารมณ์ ที​หน้า​ทีหลัง​ไม่​ต้อง​มา​สั่งสอน​ตน คน​ที่​จะ​ทำ​อย่าง​นั้น​ได้​มี​เพียง​อา​ป๊า​คน​เดียว ตี๋​ซุ้ง​เคือง​ที่​เขา​ไม่​รู้จัก​เด็ก​รู้จัก​ผู้ใหญ่ สั่ง​ให้​ขอโทษ​เต็ง​ล้อ​เดี๋ยวนี้ เขา​ไม่​เข้าใจ​ทำไม​ต้อง​ขอโทษ​ด้วย​ใน​เมื่อ​เต็ง​ล้อ​เป็น​แค่​คน​รับ​ใช้

“ป๊า​สั่ง​ให้​ขอโทษ​แปะ​เต็ง” ตี๋​ซุ้ง​ตวาด​เสียง​ลั่น แม้​จะ​ขัดใจ​แต่​ตี๋​เล็ก​จำ​ใจ​ทำ​ตาม​พ่อ​สั่ง ก่อน​จะ​เดิน​หัวเสีย​ออก​ไป ตี๋​ซุ้ง​ขอโทษ​เต็ง​ล้อ​แทน​ลูก​ด้วย ตน​คง​ตามใจ​ลูก​มาก​เกินไป เต็ง​ล้อ​ไม่​ถือสา เขา​ยัง​เป็น​วัยรุ่น ​ค่อยๆ สอน​กัน​ไป ตี๋​ซุ้ง​พยัก​หน้า​เห็น​ด้วย ช่วง​ที่​ตน​ต้อง​เปลี่ยน​ผ่าน​อำนาจ​อยาก​ให้​เต็ง​ล้อ​คอย​ดูแล​ตี๋​เล็ก อย่า​ให้​ไป​มี​เรื่อง​กับ​ป๋า​เส​ริ​ฐ ตี๋​เล็ก​แอบ​ฟัง​อยู่​หน้า​ห้อง​ถึง​กับ​หูผึ่ง รีบ​ผละ​ออก​มา

เต็ง​ล้อ​นึกถึง​งาน​เลี้ยง​ของ​ประ​ภพ​วัน​พรุ่งนี้​แล้ว​อด​เป็น​ห่วง​ตี๋​ซุ้ง​ไม่ได้ อาสา​จะ​ไป​ด้วย ประมุข​บ้านธรรมกุล​ส่าย​หน้า​ไม่​ต้อง​เป็น​ห่วง​ตน​เอาอยู่ อีกอย่าง​ตน​มี​งาน​สำคัญ​กว่า​นั้น​จะ​ให้​เขา​ทำ...

ทาง​ด้าน​ตี๋​เล็ก​ตื่นเต้น​กับ​สิ่ง​ที่​เพิ่ง​ได้ยิน รีบ​ไป​หา​หลิว​ที่​ห้อง ถาม​ว่า​ตน​จะ​ทำ​อย่างไร​ดี พ่อ​จะ​วางมือ​แล้ว เธอ​กลับ​ย้อน​ถาม​ว่า​แน่ใจ​หรือ เขา​ได้ยิน​เต็ม​สอง​หู​ พ่อ​พูด​ว่า​จะ​เปลี่ยน​ผ่าน​อำนาจ

หลิว​ไม่​ปักใจ​เชื่อ​จึง​เอาเรื่อง​นี้​มา​ถาม​พ่อ​ซึ่ง​หน้า คำ​ตอบ​ที่​ได้​ทำให้​เธอ​ถึง​กับ​หลั่ง​น้ำตา

“มัน​เป็น​สิ่ง​ที่​หลิว​อยาก​ได้​จาก​ป๊า​มา​กที่สุด​ไม่​ใช่​เหรอ”...

ใน​เวลา​เดียวกัน จาง​เหา​พา​เพ่ย​มา​กิน​มื้อ​กลางวัน​ที่​ร้าน​ก๋วยเตี๋ยว​เป็ด​อย่าง​ที่​เธอ​อยาก​กิน ยัง​ไม่ทัน​จะ​สั่ง​อาหาร ได้ยิน​เสียง​โต๊ะ​ข้างๆวิจารณ์​ข่าว​ฆาตกรรม​ตี๋ซาว่า​ใหญ่​คับ​ฟ้า​แต่​ต้อง​มา​ตาย​ราวกับ​หมา​ข้าง​ถนน

“มัน​ก็​สมควร​ตาย​แล้ว​ล่ะ ฉัน​ได้ยิน​มา​ว่า​มัน​ชอบ​ฆ่า​คน ใคร​พูด​ผิดหู​ก็​สั่ง​ฆ่า​ลูก​เดียว​ไง​ล่ะ”

จาง​เหา​หมด​อารมณ์​จะ​กิน ชวน​เพ่​ยก​ลับ ระหว่าง​ทาง​กลับ​บ้าน​ริม​ทะเล เพ่ย​จับ​มือ​เขา​ไว้​ปลอบ​ว่า​อย่า​คิดมาก ใคร​จะ​ว่า​อย่างไร​ก็​ช่าง จาง​เหา​รู้​แก่​ใจดี​ว่า​ตี๋​ซา​ไม่​ใช่​คน​โหดเหี้ยม​อย่าง​ที่​คน​อื่น​มอง แล้ว​ถาม​เธอ​ว่า​จำ​ได้​ไหม​ที่​เขา​เคย​เล่า​ให้​ฟัง​ว่า​ตี๋​ซา​เก็บ​พวก​เรา​มา​เลี้ยง​เพราะ​ถูก​ชะตา เพ่ย​พยัก​หน้า​จำ​ได้

“ที่จริง​พี่​โกหก ตอน​นั้น​พี่​กำลัง​โดน​ชาว​บ้าน​ไล่​จับ​เพราะ​ไป​ขโมย​ของไหว้​ใน​ศาล​เจ้า​มา​ให้​เพ่ย จน​พี่​วิ่ง​มา​ชน​กับ​อา​ป๊า​ที่​ข้าง​ศาล อา​ป๊า​เลย​จับ​พี่​เอา​ไว้ ตอน​นั้น​พี่​ทั้ง​กลัว​ทั้ง​ห่วง​เพ่ย แล้ว​รู้​ไหม​พี่​ทำ​ยัง​ไง พี่​เอา​มีด​ที่​พก​ไว้​ออก​มา​แทง​อา​ป๊า แต่​อา​ป๊า​ไม่​โกรธ​พี่ แล้ว​ยัง​รับเรา​สอง​คน​พี่น้อง​เข้า​มา​เลี้ยง​ใน​บ้าน​อีก”

“แล้ว​พี่​เคย​ถาม​อา​ป๊า​ไหม​ว่า​ทำไม”

ชาย​หนุ่ม​เคย​ถาม ท่าน​บอก​ว่า​ท่าน​เคย​เป็น​เหมือน​เรา​มา​ก่อน รู้​ซึ้ง​ดี​ว่าความ​หิว​มัน​โหดร้าย​แค่​ไหน เพ่ยว่า​มัน​มี​มาก​กว่า​นั้น ตอน​ที่​ท่าน​มา​หา​จาง​เหา​เพื่อ​จะ​เอาเงิน​ให้​ แต่​เขา​ไม่​อยู่ ท่าน​เล่า​ความหลัง​ให้​เธอ​ฟัง​ว่า​

ครั้ง​แรก​ที่​เจอ​กับ​จาง​เหา ท่าน​ถูก​เขา​แทง​แต่​กลับ​ไม่​โกรธ เพราะ​การ​แทง​ครั้ง​นั้น​ของ​เด็กชาย​จาง​เหา​ได้​ฆ่า​ตี๋​ซา​คน​เก่า​ที่​จิตใจ​เหี้ยมโหด ตั้งแต่​วัน​นั้น ท่าน​กลาย​เป็นตี๋ซา​คน​ใหม่​ที่​มี​หัวใจ จาง​เหา​ได้​ฟัง​ถึง​กับ​น้ำตา​ซึม

ooooooo

ใน​เมื่อ​เฮีย​ก​วง​ไม่​ให้การ​สนับสนุน เฮีย​ไฮ้​จึง​แวะ​ไป​ขอ​ให้​ป๋า​เส​ริ​ฐ​ช่วย​โดย​ไม่​ลืม​ให้​คุ​ง​ใช้​เอา​เงิน​สินน้ำใจ​ติดมือ​มา​ด้วย นอกจาก​ป๋า​เส​ริ​ฐ​จะ​ปล่อย​ให้​รอ​นาน​เป็น​ชั่วโมง ยัง​ปฏิเสธ​ที่​จะ​ช่วย​สนับสนุน​ให้​เฮีย​ไฮ้​ขึ้น​เป็น​นายก​สมาพันธ์​การ​ค้า​ไทย​จีน แถม​จะ​ลง​สมัคร​ชิง​ตำแหน่ง​นี้​เสีย​เอง ทำให้​คุ​ง​ใช้​ไม่​พอใจ​แนะ​ให้​จัดการ​มัน​ให้​สิ้น​ซาก

“มัน​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา อย่าง​น้อยๆตอน​นี้​บารมี​ของ​ป๋า​เส​ริ​ฐ​ก็​ยัง​พอใจ​คาน​อำนาจ​ของ​ตี๋​ซุ้ง​ได้”

“แต่​มัน​จะ​ลง​แข่ง​ชิง​เก้าอี้​นายกฯกับ​เฮีย เรา​จะ​ยอม​อยู่​เฉยๆอย่าง​นี้​เหรอ​ครับ”

“แล้ว​ใคร​บอก​ว่า​ฉัน​จะ​อยู่​เฉยๆล่ะ” เฮีย​ไฮ้​ยิ้ม​เจ้าเล่ห์...

ณ ห้อง​ประชุม​กอง​ปราบปราม ปราบ​แจ้ง​ต่อที่​ประชุม​ถึง​ประวัติ​คร่าวๆของ​ประ​ภพ​ว่า​เป็น​หัวหน้า​พรรค​ไทย​ผดุง​ธรรม แต่​มี​เบื้องหลัง​เป็น​นัก​ค้า​ยาเสพติด​ราย​ใหญ่​ของ​ประเทศ ทาง​เรา​ได้​รับ​รายงาน​ว่า​จะ​มี​การ​ส่ง​ยา​ลอต​ใหญ่​กัน​ภายใน​เดือน​นี้ นอกจาก​นี้​ยัง​ได้​ข้อมูล​จาก​สาย​อีก​ว่า​ตี๋​ซุ้ง​จะ​มี​การ​นัด​พบ​กับ​ประ​ภพ อาจ​เป็นไปได้​ว่า​ทั้ง​สอง​คน​จะ​ร่วมมือ​กัน มี​ตำรวจ​นาย​หนึ่ง​ยกมือ​ขึ้น​เพื่อ​ขอ​พูด

“แต่ถ้าพวกนั้นร่วมมือกันจริง ย่อมต้องรู้ตัวว่ากำลังถูกเราเพ่งเล็งอยู่ มันคงไม่ทำอะไรประเจิดประเจ้อ แล้วถ้างานนี้ไปจับแล้วไม่มีหลักฐาน พวกเราไม่ซวยกันหมดเหรอครับ” ขาดคำมีเสียงธานินทร์ดังขึ้น

“ถูกต้อง...เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องจับพวกมันให้ได้คาหนังคาเขา ผมได้รับแจ้งจากสายทางภาคใต้มาว่าจะมียาส่งมาจากกรุงเทพฯ โดยใช้ช่องทางทางภาคใต้ แล้วออกไปทางประเทศเพื่อนบ้าน เท่าที่รู้การเคลื่อนไหว ยามาจากทางประภพ” ข้อมูลจากธานินทร์ทำให้ปราบนึกอะไรขึ้นมาได้

“วันนี้ประภพมีงานมอบถุงยังชีพที่จะถูกส่งไปทางภาคใต้ครับ”...

งานมอบถุงยังชีพที่ปราบพูดถึงถูกจัดขึ้น ณ ที่ทำการพรรคไทยผดุงธรรม มีนักข่าวบางส่วนมารอทำข่าวอยู่ด้านหน้า แขกผู้มีเกียรติเริ่มทยอยกันมาร่วมงาน

รวมทั้งตี๋ซุ้งและหลิว นักข่าวเหลือบเห็นเขาเข้า ต่างรุมถ่ายภาพ บอดี้การ์ดหน้างานรีบเข้ามากัน ตี๋ซุ้งยกมือห้าม เหล่าบอดี้การ์ดจึงล่าถอยกลับไปประจำที่ตัวเอง หลิวกระซิบถามพ่อทำไมเราถึงต้องมางานนี้ด้วย

“นี่น่าจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เราลงจากหลังเสือได้อย่างปลอดภัย ไป ป๊ามีคนอยากให้หลิวรู้จักเอาไว้”...

คนที่ตี๋ซุ้งพาหลิวไปรู้จัก ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นประภพนั่นเอง ประภพเห็นความสวยสง่าของเธอ ชมไม่หยุดปากว่าเธอสมกับเป็นหงส์ในวังมังกร แล้วหันไปทางตี๋ซุ้ง ขอบคุณและรู้สึกเป็นเกียรติที่เขามาร่วมงานเล็กๆของพรรคเรา นี่แสดงว่าเขาสนใจจะร่วมงานกันแล้วใช่ไหม ตี๋ซุ้งตอบเลี่ยงไม่อยากผูกมัดตัวเอง

“จะพูดอย่างนั้นก็ไม่เชิงครับ พอดีผมรู้มาว่าวันนี้ท่านประภพจะทำความดี เลยว่าจะมาขอร่วมด้วย ท่านคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ”

“จะว่าได้ยังไง ผมต้องบอกว่ายินดีสิถึงจะถูก คุยกันตรงนี้คงจะไม่ค่อยสะดวก เอาอย่างนี้ เดี๋ยวเราขึ้นไปคุยข้างบนดีกว่า เชิญๆ” ประภพผายมือให้ตี๋ซุ้งเดินออกไปด้วยกันอย่างอารมณ์ดี หลิวมองทุกอย่างรอบตัว พร้อมกับเก็บข้อมูลเอาไว้

ooooooo

ซ้อซานำรูปถ่ายของตี๋ซากลับจากงานศพมาวางบนโต๊ะที่มีกระถางธูป ตะเกียงและอ่างธัญพืช โดยมีเจ็กตงตามมาช่วยดูแลเรื่องพิธีการให้ ระหว่างนั้นเต็งล้อเดินนำพวกสมุนพร้อมปืนในมือเข้ามาจี้ทุกคนไว้

“จะมาเยี่ยมทำไมต้องพาคนมาเยอะขนาดนี้ด้วย” ซ้อซามองไม่พอใจ

“อาซ้อย่อมรู้อยู่แล้ว ว่าอั๊วมาที่นี่ทำไม”

เจ็กตงไม่เกี่ยวข้องกับความบาดหมางครั้งนี้ รีบขอตัวกลับก่อน...

ในขณะเดียวกันปราบนำกำลังตำรวจบุกเข้าตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายที่เก็บไว้ที่ทำการพรรคไทยผดุงธรรม เลขาฯพรรคโวยวายว่าที่นี่ไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย มีแต่

ถุงยังชีพที่จะนำไปแจกให้กับประชาชนที่เดือดร้อนทางภาคใต้ ปราบไม่สนใจขึ้นไปตรวจค้นบนรถบรรทุกที่มีถุงยังชีพอัดแน่น พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในถุงข้าวสารซึ่งอยู่ในถุงยังชีพอีกทีหนึ่ง เลขาฯถึงกับหน้าจ๋อย ปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่เกี่ยว ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

“จับตัวไว้ให้หมด อีกส่วนเฝ้าของกลางเอาไว้ห้ามขนย้ายเด็ดขาด รอฟังคำสั่งจากผมเท่านั้น” สั่งเสร็จปราบนำกำลังตำรวจอีกส่วนหนึ่งขึ้นไปบนตึกที่ทำการพรรค...

ภายในห้องรับรองของพรรค ประภพยื่นข้อเสนอให้ตี๋ซุ้ง หากจะเข้าพรรคของตนต้องมีข้อแลกเปลี่ยน แล้วสั่งให้สมุนเอาถุงยังชีพมาวางตรงหน้า หยิบถุงข้าวสารที่อยู่ข้างในมากรีดออกเผยให้เห็นยาเสพติดที่ซุกซ่อนอยู่ หลิวถึงกับตะลึง ประภพต้องการให้ยาพวกนี้เข้าไปค้าขายในเขตอิทธิพลของตี๋ซุ้ง แล้วตนจะมอบตำแหน่งเลขาธิการพรรคให้ ตี๋ซุ้งแค่ต้องการจะเล่นการเมือง ไม่ได้จะมาแลกเปลี่ยนอะไร

ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์เข้ามารายงานประภพว่าตำรวจบุกเข้ามาในสำนักงานของเรา หลิวตกใจมองพ่อที่ยังสีหน้าเรียบเฉยเขม็ง ประภพไม่พอใจสั่งให้สมุนรีบเคลียร์ของ ก่อนตำรวจจะเข้ามาเจอ สมุนรีบยกกระเป๋ามาเก็บยาเสพติดออกไป ตี๋ซุ้งเห็นท่าไม่ดีขอตัวกลับก่อน แล้วดึงหลิวออกจากห้อง ยังเดินไม่ถึงลิฟต์ ตำรวจบุกขึ้นมาเสียก่อน เกิดการปะทะกันระหว่างผู้รักษากฎหมายกับสมุนของประภพ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว

หลิวกับตี๋ซุ้งต้องโดดหลบเข้าที่กำบังโดยซ่อนตัวอยู่คนละจุด กระสุนที่ปลิวว่อนไปทั่วทำให้หลิวไม่เห็นบอดี้การ์ดพาพ่อหนีไปทางบันไดหนีไฟ กระสุนยิงไล่หลังมาทำให้ตี๋ซุ้งไม่สามารถกลับไปช่วยลูกได้...

กำลังตำรวจมีน้อยกว่าถูกพวกสมุนยิงตายหมด เหลือเพียงปราบคนเดียวเท่านั้น เขาวิ่งหนีมาตามทางเดินใกล้ห้องรับรองพร้อมกับแผลถูกยิงที่แขน เจอหลิว

ที่ชะเง้อคอยาวมองหาพ่อ ต่างฝ่ายต่างชะงัก สมุนของประภพที่วิ่งตามมาเห็นปราบยืนอยู่ยิงใส่โดยไม่สนใจว่าหลิวอยู่ตรงนั้นด้วย ปราบพุ่งรวบตัวเธอหลบได้ทัน

หลิวเห็นแขนเขาเลือดไหลก็ตกใจร้องเอะอะว่าเขาถูกยิง ปราบรีบบอกว่าแค่ถากไม่เป็นอะไรมาก ป้ายตำรวจที่ห้อยคอเขาอยู่ทำเอาหลิวถึงกับอึ้ง ปราบค่อยๆยื่นหน้าออกจากที่กำบังเห็นสมุนขยับเข้ามาใกล้

“ที่นี่ไม่ปลอดภัย คุณรีบออกไปก่อน ผมจะล่อมันไปอีกทาง”

หญิงสาวไม่สนใจคำพูดของเขา หยิบผ้าเช็ดหน้ามาพันแผลที่แขนให้ แม้ปราบจะบอกให้หนีเอาตัวรอดไปก่อน แต่หลิวไม่ยอมทำตาม อยู่ช่วยเขาหลอกล่อสมุนของประภพจนจัดการได้ราบคาบก่อนจะพากันหนี

ooooooo

เต็งล้อโหดเหี้ยมได้โล่ รอจนลูกน้องของตี๋ซามากันพร้อมหน้าก็จับฆ่าตายเรียบ แล้วคาดคั้นให้ซ้อซาบอกมาว่าลูกบุญธรรมของเธอไปไหน เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของจางเหากับเพ่ย ได้แต่บอกว่าทั้งคู่ไม่ได้อยู่ที่นี่นานแล้ว เต็งล้อรู้ดีว่าคาดคั้นให้ตายเธอก็คงไม่ปริปากก็เลยไม่เซ้าซี้อะไรอีก

“ถ้าซ้อมีอะไรอยากให้ช่วย ไปหาเฮียซุ้งได้เสมอนะ”

ซ้อซาได้แต่มองเต็งล้อด้วยความแค้นแน่นอก...

ขณะที่ลูกน้องของตี๋ซาถูกฆ่าล้างบาง ปราบขับรถพาหลิวหนีมาตามถนนสายหนึ่ง พลางโทษตัวเองที่พาลูกน้องมาตายแถมประภพหนีรอดไปได้ หลิวพูดให้กำลังใจจนเขาสบายใจขึ้น ระหว่างนั้นมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น หลิวเห็นเป็นเบอร์ของพ่อก็กดปิดไม่รับสายแล้วขอลงตรงนี้ ปราบทำตามที่เธอร้องขอแล้วถามว่าชื่ออะไร

หลิวไม่ยอมบอก จังหวะนั้นมีรถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นตรงมา เธอรีบลงจากรถไปโบกเรียก อารามรีบร้อนสร้อยที่อาติยะให้ไปเกี่ยวกับเข็มขัดนิรภัยขาด ร่วงลงพื้นรถโดยที่เธอไม่รู้ตัว...

จากนั้นไม่นาน หลิวกลับถึงห้องตัวเองทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงยังไม่ทันพักให้หายเหนื่อย ตี๋ซุ้งเข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปลอดภัยดีใช่ไหม ออกมาจากที่นั่นได้อย่างไร เธอได้ตำรวจคนหนึ่งช่วยเอาไว้ แต่พ่อไม่ต้องห่วง เธอไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ตี๋ซุ้ง

รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงเย็นชาของเธอ พอจะเดาออกว่าเธอคิดว่าเขารู้เรื่องวันนี้ รีบออกตัว ถ้าเขาคิดจะค้ายากับประภพคงไม่พาเธอไปด้วย หลิวไม่เชื่อคำแก้ตัวของพ่อ จึงตัดบท

“เอาไว้คุยกันทีหลังได้ไหมป๊า วันนี้หลิวเหนื่อยมาก”

ตี๋ซุ้งอยากจะคุยกับลูกให้รู้เรื่อง แต่เต็งล้อเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ตี๋ซุ้งเห็นสีหน้าของเขาก็รู้ว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย จึงเดินนำเขาไปที่ห้องทำงาน เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง เต็งล้อเล่าให้ฟังถึงเรื่องลูกบุญธรรมสองคนของตี๋ซาซึ่งอาจจะกลายเป็นหอกข้างแคร่ จึงแนะให้ตี๋ซุ้งจัดการให้สิ้นซาก นอกจากเรื่องลูกบุญธรรมของตี๋ซาที่ต้องสะสาง เต็งล้อยังเตือนให้จัดการเรื่องเฮียไฮ้ด้วย ตี๋ซุ้งสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด...

เฮียไฮ้ยังไม่ละความพยายามที่จะหาคนสนับสนุนให้เป็นนายกสมาพันธ์การค้าไทยจีน คราวนี้เขาติดต่อผู้สนับสนุนทีเดียวสามคนรวด มีทั้งพ่อเลี้ยงชัย เฮียโส่ยและโกจั๊บ ให้มาเจอกันที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งวันพรุ่งนี้ทั้งสามคนรับปากจะไปเจอเขาตามนัด

ooooooo

จางเหาฝันร้ายว่าตัวเองไปปล้นร้านทอง แต่โชคไม่ดีโดนตำรวจยิงเข้ากลางหลังถึงกับร้องลั่น เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาเหงื่อท่วมตัว มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าเป็นแค่ความฝัน เพ่ยได้ยินเสียงร้องเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร เขาไม่ได้เป็นอะไร แค่ฝันร้ายเท่านั้น เธอยื่นเสื้อเชิ้ตที่รีดแล้วให้เขา

“วันนี้พี่ต้องไปสมัครงานไม่ใช่เหรอ นี่สายมากแล้วนะ”

“แต่พี่ไม่อยากทิ้งเราให้อยู่บ้านคนเดียว”

เพ่ยเห็นพี่ชายอิดออดไม่ยอมไปสมัครงาน ขู่ถ้าเขาไม่ไป เธอจะไปสมัครให้เอง เขาถึงได้ยอมไปอาบน้ำแต่งตัว เธอมองตามอึดใจรู้สึกว่ามีเลือดกำเดาไหล สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่ของเธอเปลี่ยนเป็นกังวลทันที...

ในเวลาต่อมา จางเหาเดินหางานมาถึงร้านขายทอง เห็นมีป้ายติดไว้หน้าร้านว่าต้องการคนงาน จึงเข้าไปสมัคร แต่เหลือบเห็นหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวตัวเป้ง “ปิดฉากลูกน้องอดีตเจ้าพ่อโหด ศพลอยเกลื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา” เขาถึงกับหน้าเสีย ถ้าพวกลูกน้องตี๋ซาถูกฆ่า เขากับเพ่ยก็ไม่น่าจะปลอดภัย รีบวิ่งกลับบ้าน

จางเหามาสายเกินไป เพ่ยถูกทำร้ายนอนหายใจรวยริน ไม่กี่อึดใจก็สิ้นลม เขากอดร่างไร้วิญญาณของน้องไว้ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ทันใดนั้น มีชายฉกรรจ์นับสิบเข้ามารุมทำร้าย ก่อนจะหมดสติ จางเหาเห็นเท้าของใครบางคนมาหยุดยืนตรงหน้า เท้านั้นมีรอยสักที่ข้อเท้าเป็นอักษรภาษาจีนว่า “หยิ้ม”...

หลิวกำลังค้นหาสร้อยที่อาติยะให้ตามลิ้นชักและบนโต๊ะเครื่องแป้ง ตอนได้ยินเสียงรถสปอร์ตของตี๋เล็กแล่นเข้ามา เนื่องจากมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเขาทำให้เธอเลิกสนใจเรื่องสร้อยคอ วิ่งปรู๊ดลงไปข้างล่าง เจอฮัวกำลังพยุงตี๋เล็กที่เมายังไม่สร่างก็ไม่พอใจ สั่งไม่ให้ใครช่วยให้เขาเดินเองแล้วไล่ฮัวไปที่อื่น ตี๋เล็กไม่อยากทะเลาะกับพี่สาวขยับจะเดินหนี แต่เธอเรียกไว้

“ป๊าไม่ได้จะวางมืออย่างที่เล็กว่า เพราะถ้าป๊าจะวางมือจริง ป๊าคงไม่...” หลิวนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดเรื่องที่พ่อจะค้ายาเสพติดกับประภพก็เลยยั้งปากไว้แค่นั้น ตี๋เล็กมั่นใจว่าพ่อจะวางมือเพื่อให้ตนเองขึ้นรับตำแหน่งแทนจึงไม่เชื่อที่พี่สาวบอก เดินหนีขึ้นตึกใหญ่ หลิวได้แต่มองตามเหนื่อยใจ...

ขณะที่หลิวเข้าใจผิดว่าพ่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายา เฮียไฮ้รอแล้วรอเล่าไม่เห็นทั้งเฮียโส่ย พ่อเลี้ยงชัยและโกจั๊บแม้แต่เงา แถมให้คุงใช้โทร.ตามก็ไม่มีใครรับสาย เขารู้ทันทีว่าถูกเบี้ยวนัด บีบแก้วเหล้าแตกคามือด้วยความแค้น คุงใช้ตั้งข้อสังเกต พวกนั้นคงจะกลัวตี๋ซุ้งตามไปเก็บเหมือนที่ลูกน้องของตี๋ซาโดน แล้วบอกเจ้านายว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตนยังมีหมากอีกตัวหนึ่งไว้จัดการตี๋ซุ้งอย่างที่มันคาดไม่ถึง...

หมากตัวที่คุงใช้ว่าก็คือจางเหา ลูกพี่ลูกน้องของตนนั่นเอง หลังจากอาการบาดเจ็บทุเลา จางเหาตั้งใจมั่นจะแก้แค้นแทนเพ่ยกับตี๋ซาให้ได้ โดยขอให้คุงใช้ช่วยหาระเบิดทีเอ็นทีให้ ไม่ใช่แค่หาระเบิดให้เท่านั้น คุงใช้อาสาจะไปช่วยเขาอีกแรงหนึ่ง

“ถ้าเฮียอยากช่วยจริงๆ ฉันอยากได้ตารางรถส่งของที่เข้าไปในสมาคมของมันทั้งหมด”...

ทางด้านปราบไม่ยอมให้เสียชื่อนายตำรวจใหญ่ สั่งให้ลูกน้องตรวจเช็กจนรู้ว่าหญิงสาวที่ตัวเองพาหนีวันที่บุกไปจับประภพ เป็นลูกสาวของตี๋ซุ้ง...

หลังได้ตารางรถส่งของจากคุงใช้ จางเหาไปดักชิงรถส่งของมาได้หนึ่งคัน จากนั้นติดตั้งระเบิดทีเอ็นทีเอาไว้แล้วขับรถไปจอดที่สมาคมธรรมกุล ก่อนจะจุดชนวน เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เขาไม่ได้ต้องการทำลายสมาคมธรรมกุลหรือฆ่าผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่จะหลอกล่อให้ตี๋ซุ้งออกมาเท่านั้น...

ในขณะที่จางเหาซุ่มอยู่หน้าประตูรั้วบ้านธรรมกุลรอการปรากฏตัวของตี๋ซุ้ง ปราบเช็กจากรูปภาพของหลิวในแฟ้มประวัติที่ค้นได้ เห็นเธอสวมสร้อยเหมือนเส้นที่ตกอยู่ในรถตัวเอง ก็มั่นใจว่าเธอเป็นเจ้าของ ตรงไปหาเธอที่บ้านจะเอาสร้อยไปคืน

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement