หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 1


24 พ.ย. 2560 09:27
15,076 ครั้ง

ละคร นิยาย หงส์เหนือมังกร

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

หงส์เหนือมังกร

แนว:

แอกชั่น-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วิศวนาถ

บทโทรทัศน์โดย:

อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย:

ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย:

บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

กฤตฤทธิ์ บุตรพรมเมลดา สุศรี

วรชัย ธรรมกุล หรือตี๋ซุ้ง หัวหน้าสมาคมธรรมกุลแต่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างว่าเป็นเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการนักเลงเมืองไทยกับตี๋ซา น้องร่วมสาบานของเขาสั่งให้สมุนจับตัวนายไซ้ไปขังไว้ที่โกดังริมน้ำ เพื่อเค้นเอาความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น

นายไซ้ถูกตี๋ซาซ้อมสะบักสะบอมแต่ก็ไม่ยอมปริปากพูด ได้แต่บอกว่าตัวเองไม่ได้ทำ ตี๋ซาไม่พอใจที่เขาปากแข็ง คว้ามีดจะแทงปาก ตี๋ซุ้งร้องห้ามไว้ แล้วเดินเข้าไปหานายไซ้ซึ่งยังคงยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เป็นคนทำ เจ้าพ่อใหญ่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ตี๋ซาต่อยนายไซ้หน้าสะบัด

พลันตี๋ซุ้งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสี่ชั่วโมงก่อนหน้าขึ้นมาได้ ตอนนั้นเขากับตี๋ซาและนายไซ้ออกจากร้านอาหารจะไปที่รถของแต่ละคน แต่ยังเดินไม่ทันถึงไหน นายไซ้รับกล่องขนมจากมือลูกน้องตามไปยื่นให้

“ฝากขนมเปี๊ยะจากร้านกอกใจเจ๋าเหล่าให้อาซ้อด้วยนะครับ”

“ได้สิ ขอบใจมากนะ” ตี๋ซุ้งรับกล่องขนมส่งให้สมุนเอาไปใส่รถ แล้วขยับจะไปขึ้นรถ แต่ตี๋ซาเข้ามาชวนให้ไปนั่งรถคันใหม่ที่เซลขายรถเพิ่งเอามาให้ขับ หวังจะให้พี่ร่วมสาบานช่วยวิจารณ์รถให้หน่อย นายไซ้ออกอาการผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดจนตี๋ซาจับพิรุธได้ร้องทักว่าเป็นอะไร เขากลับวิ่งหนีไปหน้าตาเฉย ตี๋ซุ้งนึกถึงกล่องขนมขึ้นมาทันที แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร รถตัวเองเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

เสียงนายไซ้ที่ยังคร่ำครวญว่าตัวเองไม่รู้ไม่เห็นปลุกให้ตี๋ซุ้งตื่นจากภวังค์มองคนทรยศด้วยสายตาเย็นชา

“รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงได้ห้ามทุกคนไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยา เพราะเราไม่สามารถควบคุมมันได้จริงๆ มีแต่จะโดนมันควบคุมและครอบงำ”

“ผมไม่ได้ทำจริงๆนะเฮียซุ้ง ผมเชื่อเฮียมาตลอด เฮียก็รู้” นายไซ้แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ตี๋ซาไม่พอใจตะคอกใส่หน้า ยังจะกล้าพูดอีกหรือว่าไม่ได้ทำ ที่ตนกับเฮียซุ้งเกือบตายไม่ใช่เพราะแค้นที่เฮียห้ามไม่ให้เขาเอายาจากไอ้ป๋าเสริฐมาขายในพื้นที่ของเราหรือ นายไซ้กลัวจัดยกมือไหว้ปลกๆ ขอให้ไว้ชีวิต ตี๋ซาไม่สนใจหยิบปืนจากสมุนยิงใส่นายไซ้ตายสนิท

ooooooo

ใกล้รุ่ง ธรรมกุลหรือหลิวลูกสาวคนโตของตี๋ซุ้งกำลังแต่งตัวอยู่ในห้องพักของโรงแรมซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานวันเกิดตัวเอง วานให้ฮัวบอดี้การ์ดสาว โทร.หาเหมยผู้เป็นแม่หลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้ หลิวถอนใจเซ็ง

“อาม้าคงไม่มาแล้วล่ะ...ฮัว ช่วยหากระดาษกับปากกาให้หน่อยสิ ฉันจะเขียนโน้ตถึงอาม้าหน่อย” หลิวสั่งเสร็จ รอจนฮัวออกจากห้องไปสักพัก จัดแจงเปิดประตูออกไปดูลาดเลา ครั้นเห็นปลอดคนไม่มีสมุนของพ่ออยู่แถวนั้น จ้ำพรวดๆหนี ผิงวิ่งตามไปขอร้อง อย่าหนีไปไหนเลย สงสารตนด้วยเถิด

“แล้วผิงไม่สงสารฉันบ้างเหรอ ที่อยู่ดีๆงานวันเกิดตัวเองก็กลายเป็นงานสร้างภาพให้ใครก็ไม่รู้”

“ใครก็ไม่รู้ นั่นคือคุณพ่อของคุณหนูนะคะ”

หลิวได้ยินเสียงคนเดินรีบดึงผิงหลบไปทางบันไดหนีไฟได้ทันเวลาก่อนที่ฮัวกับสมุนอีกสองคนจะมาถึง ผิงพยายามขอร้องคุณหนูอย่าหนีอีกเลย คนของนายท่านมากมายขนาดนี้จะหนีไปได้อย่างไร หลิวมั่นใจหนีได้แน่ ถ้าเธอให้ความร่วมมือ ผิงถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก...

ที่ห้องจัดเลี้ยง แขกเหรื่อเริ่มทยอยมาร่วมงาน ส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจที่มือไม่ค่อยจะสะอาดนักกับพวกนักการเมือง นอกจากนี้ยังมีชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นผู้ติดตามของบรรดาแขกผู้มีเกียรติเดินป้วนเปี้ยนเต็มไปหมด บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึมเพราะแขกแต่ละคนต่างเป็นผู้มีอิทธิพล...

บริเวณลานจอดรถหลังโรงแรม สมุนของตี๋ซุ้งจับตำรวจนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวเข้ามาร่วมงานวันเกิดหลิวมาให้เต็งล้อคนสนิทของตี๋ซุ้งสอบสวน เขาถามสมุนเสียงเครียดว่าเช็กกับท้องที่หรือยัง สมุนเช็กแล้วไม่ใช่ตำรวจท้องที่ น่าจะเป็นหน่วยอื่น เต็งล้อเปิดถุงผ้าคลุมหัวพวกตำรวจออก

“ฝากไปบอกผู้บังคับบัญชาพวกคุณด้วยนะ ถ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับพวกเรา...เรายินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เหมือนที่ให้กับตำรวจท้องที่เป็นอย่างดี” พูดไม่ขาดคำ สมุนคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานว่านายใหญ่มาถึงแล้ว เต็งล้อพยักหน้ารับรู้ แล้วหยิบซองอั่งเปาจากในกระเป๋าออกมา

“ขอบคุณที่แวะมา ช่วยรับไว้ด้วยมันเป็น ธรรมเนียม” เต็งล้อยัดซองใส่เสื้อตำรวจแล้วผละจากไป...

ทางด้านฮัวเดินตามหาเจ้านายสาวมาจนเจอหลังไวๆเลี้ยวเข้าไปในห้องน้ำ แต่พอตามเข้าไปกลับพบว่าไม่ใช่หลิวแต่เป็นพนักงานสาวของโรงแรมสวมชุดของเธออยู่ ฮัวโวยวายไปเอาชุดนี้มาจากไหน

“มีผู้หญิงคนหนึ่งขอแลกชุดฉัน...ฉันไม่ได้ขโมยมานะ” พนักงานแก้ตัวเป็นพัลวัน ฮัวปวดหัวตึบขึ้นมาทันที นี่หลิวแอบหนีไปอีกแล้วหรือ...

ฝ่ายหลิวในชุดพนักงานโรงแรมเร่งฝีเท้าเพื่อจะไปให้พ้นโรงแรมโดยเร็วที่สุด ผิงที่เดินตามหลังพยายามขอร้องไม่ให้ทำอย่างนี้ นี่เป็นงานวันเกิดของเธอเอง เธอไม่อยากอยู่ในงานที่มีแต่มาเฟีย ผิงสวนทันทีเธอเองก็เป็นลูกสาวมาเฟียไม่ใช่หรือ หลิวหันขวับมองเขม็ง ผิงนึกขึ้นได้ว่าพูดมากไปรีบขอโทษ

“แต่ว่าข้างนอกมันอันตรายนะคะ เห็นเขายิ่งลือกันอยู่ว่ามีคนจ้องจะทำร้ายนายท่านด้วย”

“ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่”

ผิงเหนื่อยใจกับเจ้านายสาว แล้วนี่จะให้ตนบอกนายท่านว่าอย่างไร หลิวฝากให้ไปบอกท่านด้วยว่าเธอจะแวะไปหาเพื่อนแล้วเดินลิ่วออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อเจอสมุนของพ่อยืนอยู่ที่ประตูทางออก สองคนรีบหลบแทบไม่ทัน หลิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองหน้าผิงซึ่งส่ายหน้าดิก

“ไม่นะคะคุณหนู...ผิงโกหกทีไรโดนจับได้ทุกที”...

แม้จะปฏิเสธว่าโกหกไม่เก่ง แต่สุดท้ายผิงก็หลอกล่อสมุนของตี๋ซุ้งไปพ้นประตูทำให้หลิวหลบหนีไปได้

ooooooo

จากนั้นไม่นาน หลิวนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาลงที่หน้าตลาด แล้วตรงเข้าไปข้างในด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขที่จะได้เจอชายคนรัก ก็เลยไม่ทันสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมยาเสพติดมองตามตาเป็นมัน

ครั้นหลิวเดินเลี้ยวหัวมุม มีวัยรุ่นสามคนมาดักรออยู่ เธอเห็นท่าไม่ดีถอยหลังกรูด แต่ต้องชะงักเมื่อวัยรุ่นหัวโจกเอามีดปลายแหลมมาจี้คอ สั่งห้ามส่งเสียงถ้าไม่อยากตาย และให้เอาของมีค่ามาให้หมด เธอรีบบอกว่าไม่มีเงิน หัวโจกหื่นกามลูบไล้สะโพกเธอเล่น หลิวฮึดฮัดปัดมือมันออก หัวโจกไม่พอใจตบผัวะ

“เดินไป อย่าเสียงดังนะ” หัวโจกเอามีดจี้เอวหลิว พลางใช้อีกมือหนึ่งดันหลังให้ออกเดิน

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก จางเหาซื้อผักสดกับผลไม้เสร็จก็ตรงกลับบ้าน เหลือบเห็นแดง เด็กชายที่คุ้นเคยกันนั่งหลับอยู่ เดินเข้าไปปลุก มานอนทำอะไรตรงนี้ แล้วพ่อของเขาไปไหน แดงส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน พ่อสั่งให้รอตรงนี้ จางเหายังไม่ทันจะพูดอะไร มีเสียงพ่อของแดงร้องทักจากด้านหลังเสียก่อน ชายหนุ่มหันขวับ

“ผมกำลังจะไปตามพอดี”

“โทษที วันนี้คนงานลาก็เลยต้องเอาผักลงเอง...ไปไอ้แดง”

จางเหาหยิบส้มในถุงยื่นให้แดงเอาไปกิน รอจนสองพ่อลูกเดินเลี้ยวหัวมุมเขาจึงหันหลังจะไป เป็นจังหวะเดียวกับกลุ่มวัยรุ่นขี้ยาจี้ตัวหลิวเดินมาพอดี สองฝ่ายเกือบชนกัน จางเหามองทางหางตาเห็นมีดจี้เอวหญิงสาวอยู่ วัยรุ่นหัวโจกไม่พอใจตวาดแว้ด อยากตายหรือ จางเหาค้อมหัวให้

“โทษทีพี่ชาย” พูดจบจางเหาเดินแยกไปอีกทางหนึ่งทำเหมือนไม่อยากยุ่งด้วย หัวโจกดันหลังให้หลิวเดินต่อไป กระทั่งมาถึงมุมเปลี่ยวกลุ่มวัยรุ่นจัดแจงจะรุมโทรม เธอสู้สุดฤทธิ์แต่สู้แรงผู้ชายไม่ได้ถูกตบคว่ำลงไปกองกับพื้น วัยรุ่นสองคนช่วยกันกดแขนเธอไว้ หัวโจกเห็นสร้อยคอเธอโผล่ออกมาจากเสื้อกระชากเอาไป

“ไอ้บ้า เอาสร้อยฉันคืนมานะ” หลิวพูดไม่ทันจบ หัวโจกถูกจางเหาเอาไม้ฟาดจากด้านหลังหลับกลางอากาศ สร้อยในมือร่วงลงพื้น วัยรุ่นสามคนที่เหลือเข้ามารุมล้อมจะเล่นงาน จางเหาเห็นหลิวเป็นอิสระก็สั่งให้หนีไป เธอลังเลเนื่องจากเป็นห่วง เขาจึงต้องสั่งซ้ำให้หนีไปก่อน เธอถึงวิ่งปรู๊ดออกไป วัยรุ่นจะตาม แต่จางเหาขวางไว้ สองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กันด้วยมือเปล่า แรกๆจางเหาพอจะต้านพวกวัยรุ่นไว้ได้

ต่อสู้ได้พักเดียว จางเหาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนื่องจากวัยรุ่นมีมากกว่า โดนต่อยทรุดลงไปกอง พวกนั้นช่วยกันจับตัวไว้ หนึ่งในวัยรุ่นชักมีดขึ้นมาจะแทงเขา แต่หลิวกลับมาช่วยเอาไว้ทัน ใช้ไม้ฟาดหัววัยรุ่น ถือมีดทรุด จางเหาสบช่องจัดการวัยรุ่นที่จับตัวเขาไว้จนล้มกลิ้งล้มหงายแล้วดึงหลิวถอยมาตั้งหลัก พลางต่อว่า ว่าทำไมถึงไม่หนี เธออ้างขืนหนีคงมาช่วยเขาไม่ทัน จางเหาเห็นสามวัยรุ่นลุกขึ้นมาได้ ชวนเธอให้วิ่งหนี

หลิวเห็นสร้อยคอของตัวเองตกอยู่ วิ่งกลับไปคว้าไว้แล้วจึงวิ่งหนีโดยมีจางเหาวิ่งตาม พวกวัยรุ่นไล่ล่าทั้งคู่ไม่ลดละ แต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสูงของจางเหาทำให้ทั้งคู่หนีรอดจากเงื้อมมือพวกวัยรุ่นไปได้ หลิวเห็นถุงใส่กับข้าวสดในมือเขาเสียหายก็ขอเบอร์โทร.เพื่อจะโอนเงินค่าข้าวของที่เสียหายให้ เขาไม่อยากได้เงิน อยากได้แค่คำขอบคุณก็พอ เงินได้มาแค่วันสองวันก็หมด

“แต่ความรู้สึกที่เรามอบให้กัน มันจะอยู่ในใจตลอดไป”

“ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้นะคะ” หลิวยิ้มให้อย่างจริงใจ จางเหาอาสาจะไปส่ง เธอขอบคุณเขาอีกครั้งสำหรับน้ำใจ แต่ไม่เป็นไร เดินผ่านศาลเจ้านี่ไปก็ถึงที่หมาย แล้ว ทั้งสองคนแยกจากกันด้วยมิตรภาพที่ดี

ooooooo

หลังแยกทางกับจางเหาได้สักพัก หลิวหยุดพิมพ์ข้อความจะไลน์ไปหาอาติยะว่าว่างหรือเปล่า จะชวนไปหาอะไรกินฉลองวันเกิดเธอด้วยกัน กำลังจะกดส่งแต่มีข้อความจากเขาเข้ามาเสียก่อน เธอรีบกดอ่าน

“พอจะมีเวลาลงมาหาตี้ได้ไหม...ลงมาหา? หรือว่าอาร์ตี้จะไปหาเรา” หลิวถึงกับหน้าเสีย...

วัยรุ่นหัวโจกกับพวกซวยซ้ำซวยซ้อนโดนจางเหาเล่นงานยังไม่หายจุก ถูกฮัวกับสมุนตามมาเหยียบอกพร้อมกับเอารูปถ่ายของหลิวให้ดูว่าเคยเห็นหรือเปล่า เขาโกหกว่าไม่เคยเห็น

ฮัวไม่เชื่อเหยียบมือเขาขยี้ๆเค้นให้พูดความจริง เขาถึงได้ยอมรับว่าเจอหลิวแต่มีผู้ชายช่วยไปแล้ว ฮัวโวยลั่นไปทำอะไรคุณหนูของตนถึงต้องมีคนมาช่วย หัวโจกปดว่าไม่ได้ทำอะไร เธอไม่เชื่อชักปืนจ่อหัวจะยิงทิ้ง หลิวโผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน สั่งให้ฮัวพากลับไปที่งานเลี้ยง เร่งให้รีบไปด้วย กลัวอาติยะจะอยู่ที่งาน...

เป็นอย่างที่หลิวหวั่นใจ อาติยะอยู่ในงานแถมยังขอพบเธออีกต่างหาก ตี๋ซุ้งรู้จากสมุนรีบออกมาดูหน้าพร้อมกับถามว่ามาหาลูกสาวของตนทำไม อาติยะมองสมุนที่ล้อมกรอบตัวเองไว้ แม้จะหวั่นๆแต่ก็กลั้นใจตอบว่าจะเอาของขวัญวันเกิดมาให้ ตี๋ซุ้งสั่งให้ฝากเอาไว้แล้วไล่กลับ ก่อนขยับจะไป อาติยะร้องเรียกไว้

“เดี๋ยวครับ ขอผมพบกับหลิวหน่อยได้ไหมครับ”

ตี๋ซุ้งหยุดกึกยังไม่ทันจะว่าอะไร ตี๋ซาปรี่เข้าไปเอาเรื่องทันที กล้าดีอย่างไรถึงพูดแบบนี้ อาติยะแค่อยากจะเจอหลิวเท่านั้น ไม่ได้จะบังอาจอะไร ตี๋ซาไม่พอใจที่เขาต่อปากต่อคำ สั่งให้สมุนจับโยนออกไป ระหว่างกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นั้น หลิวก้าวเข้ามาสั่งสมุนให้ปล่อยอาติยะ พวกสมุนหันมองตี๋ซุ้งว่าจะเอาอย่างไร นายท่านกลับหันไปต่อว่าลูกสาวว่าหายไปไหนมา เธอสวนทันทีสนใจด้วยหรือ นึกว่าสนใจแต่เรื่องผิดกฎหมาย

“อาหลิว ลื้อพูดอย่างนี้กับอาป๊าได้ยังไง ขอโทษอาป๊าเดี๋ยวนี้” ตี๋ซาสั่งเสียงเขียว เต็งล้อช่วยต่อว่าเธออีกแรงหนึ่ง ถ้านายท่านไม่สนใจจะจัดงานวันเกิดใหญ่โตให้เธอแบบนี้หรือ หลิวมองพ่อด้วยสายตาเจ็บปวด ทุกปีเธอไม่เคยขอของขวัญอะไรจากท่าน แต่ปีนี้เธอจะขอให้ท่านเลิกเป็นเจ้าพ่อ เลิกเป็นมาเฟีย เลิกเป็นผู้มีอิทธิพลเป็นของขวัญวันเกิดจะได้ไหม ตี๋ซุ้งสีหน้าเรียบเฉย ผิดกับตี๋ซาและเต็งล้อที่ออกอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย ตำรวจชั้นผู้ใหญ่นายหนึ่งพร้อมลูกน้องเข้ามาขอคุยธุระที่ยังค้างคากับตี๋ซุ้ง ให้จบๆ เขาจึงผัดผ่อนลูกสาวไว้เราค่อยไปคุยกันต่อที่บ้าน แล้วเดินนำนายตำรวจท่านนั้นเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง หลิวเห็นทางสะดวกจะเข้าไปหาอาติยะแต่สมุนขวางไว้ ผิงรีบเข้ามาแก้ไขสถานการณ์

“ไปเถอะค่ะคุณหนู ถ้าคุณหนูไม่อยากให้เพื่อนคุณหนูเจ็บตัว ผิงว่าคุณหนูไปกับผิงเถอะค่ะ”

อาติยะไม่ยอมให้เสียความตั้งใจ เอาของขวัญมอบให้หลิวจนได้ เธอได้แต่ยิ้มให้เขาแทนคำขอบคุณ เพราะหากแสดงออกมากกว่านี้อาจทำให้เขาเดือดร้อนได้ ฮัวรีบตัดบท เข้ามาพาตัวเจ้านายสาวออกไป

ooooooo

เสร็จจากงานเลี้ยงวันเกิดที่เจ้าตัวไม่ปลื้มนัก หลิวกลับบ้านธรรมกุลก็ตรงไปหาแม่ที่เรือนเล็ก ตัดพ้อต่อว่า ไหนรับปากจะไปงานวันเกิดของตน แล้วทำไม ถึงเบี้ยวนัด เหมยยังไม่ทันจะตอบ หลิวชิงตอบคำถามแทน

“ไม่ค่อยสบาย”

เหมยยิ้มขำที่ลูกสาวรู้ทันดึงตัวมากอด หลิวสบช่องออดอ้อนคืนนี้ขอนอนที่นี่ด้วยคน เหมยดักคอ โมโหอะไรป๊าอีกหรือ หลิวจำต้องโกหกว่าไม่มีอะไร เนื่องจากไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจ

“หลิวแค่อยากนอนกอดม้า เป็นของขวัญวันเกิดหลิวไง” หลิวกอดแม่ตอบ พยายามปั้นหน้าให้ปกติ...

ที่ห้องทำงานของตี๋ซุ้ง บนตึกใหญ่บ้านธรรมกุล ขณะประมุขของบ้านยืนมองไปยังเรือนเล็ก เต็งล้อเข้ามารินน้ำชาให้พร้อมกับรายงานว่าคืนนี้คุณหนูไปนอนกับอาซ้อ โดยไม่ลืมเตือนว่าแม่โคไม่ควรเลี้ยงลูกมังกร

“ปล่อยวันนี้วันนึงแล้วกันเฮีย” ตี๋ซุ้งถอนใจหนักใจ สายตายังคงจับจ้องไปยังเรือนเล็ก

“ตอนนี้อั๊วกำลังให้คนสืบอยู่ว่านอกจากอาไซ้แล้ว มีใครที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาอีกบ้าง” เต็งล้อเห็นคู่สนทนานิ่งเงียบคิดไปเองว่าเขาไม่สบายใจเรื่องอาติยะ จึงเสนอตัวจะไปตามเรื่องผู้ชายคนนี้ให้ แม้ชื่ออาติยะจะรบกวนจิตใจตี๋ซุ้งไม่หาย แต่ก็ไม่อยากมีปัญหากับหลิว จึงบอกเต็งล้อว่าไม่ต้อง...

ที่ระเบียงเรือนหลังเล็ก หลิวเอาของขวัญที่อาติยะให้มาเปิดดู ปรากฏว่าข้างในมีซาลาเปาหนึ่งลูกพร้อมกับกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่น มีข้อความเขียนไว้ว่า “ไม่มีใครบอกว่าเราเป็นใครได้นอกจากตัวเราเอง” เธอถึงกับอมยิ้มที่เขายังจำได้ แล้วหยิบสร้อยที่ถูกกระชากขาดขึ้นมาดู เห็นจี้คำว่า “รัก” เป็นอักษรภาษาจีนห้อยอยู่ อดนึกถึงอดีตไม่ได้ ตอนนั้นเธอฉลองวันเกิดกับอาติยะสองต่อสอง โดยใช้ซาลาเปาปักเทียนแทนขนมเค้ก

“สุขสันต์วันเกิดนะ ตอนแรกว่าจะเป็นเค้กน่ะ แต่ถ้าจะเซอร์ไพรส์ก็กลัวจะเลอะเทอะ เป็นซาลาเปาแทนละกันเนอะ...เอ้า เป่าเทียน”

หลิวหลับตาอธิษฐานก่อนจะเป่าเทียน ครั้นจับซาลาเปาบิออกพบสร้อยห้อยจี้คำว่า “รัก” เป็นภาษาจีน เธอยิ้มด้วยความเขินอาย อาติยะอาสาสวมสร้อยให้ เธอตัดสินใจเล่าถึงคำอธิษฐานให้ฟังว่าเธอขอให้ตัวเองเป็นคนธรรมดาที่สามารถนั่งกินซาลาเปากับเขาที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะมอง จะคิด หรือจะทำอะไรกับเรา เขารู้สึกได้ถึงความกดดันที่เธอต้องเผชิญ ได้แต่ปลอบถ้าเรามุ่งมั่นพอไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

“ทุกๆการเปลี่ยนแปลงมักจะมีปัญหา และทุกๆปัญหาย่อมมีทางออก ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หลิวต้องเข้มแข็งให้มากนะ แล้วตี้จะอยู่ข้างๆดูแลหลิวเอง” อาติยะดึงหลิวมากอด ทั้งสองคนอยู่ในอ้อมกอดกันและกันอย่างมีความสุข เธอหลับตาลงเพื่อเก็บวินาทีของความทรงจำแสนดีนี้ไว้

เสียงสัญญาณไลน์ดังขึ้น ปลุกให้หลิวตื่นจากภวังค์ รีบคว้ามือถือขึ้นเปิดดู เป็นไลน์มาจากอาติยะ ขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย เขาแค่อยากไปเจอพ่อกับแม่ของเธอ หลิวพิมพ์ข้อความกลับไปหา

“ช่างมันเถอะ มันผ่านไปแล้ว พรุ่งนี้ตี้ว่างไหม”...

ในเวลาเดียวกัน เพ่ยได้กลิ่นกับข้าวที่จางเหาผู้เป็นพี่ชายทำหอมเตะจมูก เดินตามกลิ่นเข้ามาในครัว เนื่องจากเธอตาบอด เขาจึงเป็นคนดูแลทุกอย่างให้ จางเหานึกถึงหลิวขึ้นมาได้ ถามเพ่ยว่าเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม เธอฉีกยิ้มให้ที่ถามแบบนี้เป็นเพราะได้เจอคนที่ถูกใจใช่ไหม เขาปฏิเสธเป็นพัลวันว่าเปล่าแต่เธอไม่เชื่อ

“บางครั้งฉันก็คิดนะว่าที่พี่ไม่ยอมมีความรักไม่ยอมคบใครเป็นเพราะมีฉันคอยเป็นภาระหรือเปล่า”

“เด็กโง่ ภาระอะไร เพ่ยน่ะเป็นกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ของพี่เลยนะ”

เพ่ยนึกอะไรขึ้นมาได้ ถามจางเหาว่าจะคุยเรื่องนั้นกับอาป๊าเมื่อไหร่ เขาคิดว่าจะบอกท่านวันพรุ่งนี้

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ตี๋ซาเดินนำซ้อซามาที่ห้องกินข้าวเห็นอาหารหลากหลายเมนูวางอยู่เต็มโต๊ะ ร้องถามจางเหาว่ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงทำกับข้าวมากมายขนาดนี้ เขาเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าท่านทั้งสองบอกว่าจะพาเพ่ยไปอยู่ต่างจังหวัด ตี๋ซาโวยวายเราเลี้ยงทั้งคู่ไม่ดีหรือ ถึงจะย้ายไปอยู่ที่อื่น

“ดี...ดีเกินไปสำหรับคนที่เป็นแค่ลูกบุญธรรมอย่างพวกเรา อาป๊าก็รู้ว่าอาเพ่ยเป็นยังไง ยิ่งช่วงนี้เหมือนอาการจะแย่ลงทุกวัน อั๊วแค่อยากทำความฝันของอาเพ่ยให้สำเร็จก่อนที่เวลาของอาเพ่ยจะ...” พูดได้แค่นั้น จางเหารู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกคอหอยทำให้พูดอะไรไม่ออก

“อั๊วต้องไปธุระ กลับมาค่อยคุยกัน” ว่าแล้วตี๋ซาเดินหน้าเครียดออกไป จางเหาได้แต่ก้มหน้าไม่พูดอะไร

ไม่นานนัก ตี๋ซามาถึงบ้านธรรมกุล ถามเต็งล้อที่ยืนให้อาหารปลาอยู่หน้าบ้านว่าตี๋ซุ้งอยู่ไหนจะมาขอพบ ได้ความว่ากำลังไหว้บรรพบุรุษอยู่ข้างบนแต่อย่าเพิ่งขึ้นไปจะดีกว่า ตี๋ซาอ้างมีเรื่องสำคัญต้องรายงานตี๋ซุ้ง นอกจากนายไซ้แล้วยังมีเฮียไถ่อีกคนที่ร่วมขบวนการค้ายา เต็งล้อหน้าเครียดขึ้นมาทันที...

อีกมุมหนึ่งที่เรือนเล็ก หลิวในชุดกี่เพ้าของแม่ลงมาเจอผิงกับฮัวที่พ่อส่งมาเฝ้าก็ไม่พอใจ ไล่ตะเพิดให้กลับไปบอกท่านได้เลยว่าไม่ต้องเป็นห่วงว่าเธอจะหนี วันนี้เธอจะอยู่กับแม่ ผิงถึงกับตะลึงเพราะไม่เคยเห็นเธอใส่กี่เพ้ามาก่อน กระเซ้าว่าเหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้เลย หลิวเห็นแม่มองๆเข้ามาอ้อน

“ม้าไม่โกรธใช่ไหมที่หลิวเอาชุดนี้มาใส่”

เหมยไม่โกรธแต่แปลกใจมากกว่า ทำไมอยู่ๆลูกถึงอยากใส่ชุดนี้ หลิวยิ้มเขินๆเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังแล้วสั่งให้ฮัวกับผิงไปเตรียมรถ ตนจะไปไหว้พระกับแม่ ผิงร้องห้ามเสียงหลงนายท่านสั่งไม่ให้คุณหนูไปไหน หลิวชักสีหน้าไม่พอใจ ทำไมจะทำไม่ได้ แค่ไปไหว้พระเท่านั้น เหมยกลัวเรื่องจะบานปลายรีบตัดบท

“ไปเตรียมรถเถอะ หลิวไปกับฉันไม่ต้องห่วงอะไรหรอก”

ฮัวกับผิงไม่กล้าหือรีบไปทำตามคำสั่ง เหมยรอจนทั้งคู่ไปพ้นแล้วจึงหันมาทวงถามลูก บอกได้หรือยังว่าทำไมถึงใส่ชุดนี้ แถมยังอยากไปไหว้พระกับตนอีกต่างหาก หลิวได้แต่ยิ้มเขินๆ...

ด้านตี๋ซาทนไม่ไหวที่ตี๋ซุ้งนั่งเล่นหมากรุกอย่างใจเย็นทั้งที่รู้ว่าเฮียไถ่เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการค้ายา ฮึดฮัดจะไปจัดการมันให้ได้ ตี๋ซุ้งกลับบอกว่าไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เต็งล้อเห็นด้วย นี่อาจจะเป็นแผนของป๋าเสริฐที่ต้องการให้เราเป็นฝ่ายเริ่มสงครามก่อนก็ได้ ตี๋ซาฮึดฮัดขัดใจ

“แต่มันฝ่าฝืนกฎที่เฮียซุ้งตั้งขึ้นมานะ...เฮีย”

ตี๋ซุ้งลุกพรวดมองตี๋ซาด้วยแววตากร้าว ตนสั่งให้อยู่เฉยๆก็ต้องทำตามนั้น ตี๋ซาของขึ้นโวยลั่นจะให้อยู่เฉยได้อย่างไร หากคนอื่นรู้เข้าจะหาว่าเราตาขาวกลัวป๋าเสริฐ ตี๋ซุ้งเข้าใจดีว่าเขาโกรธ แต่ตนก็มีเหตุผลของตนที่ไม่ต้องการให้เขาไปยุ่งกับเฮียไถ่ ตี๋ซาอยากรู้เหตุผลที่ว่า ตี๋ซุ้งตัดบททันที

“ครั้งนี้ถือว่าอั๊วขอได้ไหม”

ตี๋ซาเป็นคนใจร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยอมให้ตามที่ตี๋ซุ้งขอไม่ได้ หากขอได้ครั้งหนึ่งก็ต้องมีครั้งที่สองที่สามตามมา แล้วอย่างนี้เขาจะตั้งกฎบ้าๆขึ้นมาทำไม ที่ตนต้องพูดก็เพราะรักและหวังดี ถ้าเขาไม่ทำตามกฎที่ตัวเองตั้งขึ้น แล้วหมาที่ไหนจะเชื่อถือเขาอีก ตี๋ซุ้งสวนทันที รวมทั้งตี๋ซาด้วยหรือเปล่า ทั้งคู่มองหน้ากันเขม็ง

“เฮียมีวิธีของเฮีย อั๊วก็มีวิธีของอั๊ว” พูดจบตี๋ซาเดินหน้าเครียดออกไป เต็งล้อเข้าข้างตี๋ซุ้งเต็มประตู มั่นใจว่าเขาทำถูกแล้ว เพราะหากเราเริ่มสงครามก่อน พวกป๋าเสริฐจะไปบอกคนอื่นแล้วอาศัยความถูกต้องมากำจัดเรา ตี๋ซุ้งไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่ที่ไม่อยากทำสงครามเพราะต้องการวางมือ เต็งล้อร้องเอะอะ

“อะไรนะนาย...คงไม่ใช่เพราะที่คุณหนูขอนายไว้ใช่ไหม”

ตี๋ซุ้งตบไหล่เต็งล้อแทนคำตอบก่อนจะผละจากไป เต็งล้อมองตามครุ่นคิดหนักใจ

ooooooo

เมื่อมาถึงศาลเจ้า เหมยสั่งให้ฮัวรออยู่ด้านหน้าไม่ต้องตามตนกับหลิวเข้าไป ทีแรกฮัวยึกยัก แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้สองแม่ลูกไปตามลำพัง ส่วนตัวเองมายืนเฝ้าระวังอยู่หน้าประตูศาลเจ้า

ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์รอบศาลเจ้าเสร็จยังไม่ทันจะเข้าไปด้านใน เจ๊กตงเข้ามาทักทายสองแม่ลูก พลางต่อว่าอย่างคนคุ้นเคยกัน จะมาทำไมไม่โทร.มาบอกก่อน เหมยเกรงใจเห็นเขางานยุ่งก็เลยไม่อยากรบกวน

“รบกวนอะไร คนกันเอง แล้วนี่ซ้อซามาด้วยหรือเปล่า”

“เปล่าหรอก พอดีอาหลิวนึกอยากจะทำบุญขึ้นมาปุบปับก็เลยมากันสองคน”

“งั้นตามสบายนะ เดี๋ยวอั๊วขอไปตามคนงานก่อน ไม่รู้หายไปไหนกันหมด”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ตี๋ซากับซ้อซาทะเลาะกันเสียงลั่นบ้านเรื่องที่ฝ่ายแรกจะไปฆ่าเฮียไถ่ทั้งที่ตี๋ซุ้งสั่งห้าม เพราะนั่นเท่ากับตี๋ซาเปิดศึกสองด้าน ทั้งตี๋ซุ้งเองและป๋าเสริฐ เขากลับไม่สนใจ ยังคงยึดถือศักดิ์ศรีเป็นเรื่องใหญ่จะให้ใครมาหยามไม่ได้ แล้วขยับจะไป ซ้อซาวิ่งไปขวางไว้ ขอร้องอย่ารักศักดิ์ศรีมากกว่าคนในบ้าน

ตี๋ซามองเมียรักตาขวาง จางเหาที่แอบฟังอยู่ตลอดเข้าไปเสนอตัวจะจัดการเฮียไถ่ให้เอง เป็นการตอบแทนบุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูตนกับน้อง ตี๋ซาไม่ยอมให้เขาทำอย่างนั้น เรื่องนี้ตนจัดการเองได้ ไม่ว่าจางเหาจะพูดอย่างไร ตี๋ซายืนกรานไม่ให้เขามายุ่งและอย่าให้ตนเห็นหน้าอีกแล้วผละจากไป จางเหาจะตามแต่ซ้อซารั้งไว้

“อาจาง ลื้อรู้ใช่ไหมว่าอาป๊ารักลื้อมาก อาป๊าเลยไม่อยากให้ลื้อต้องมือเปื้อนเลือดอีก”...

แม้จะถูกห้ามปราม แต่ด้วยความกตัญญูรู้คุณคนทำให้จางเหาตัดสินใจจะไปจัดการเฮียไถ่ให้ตี๋ซา ลากลังเก็บอาวุธใต้เตียงออกมา เลือกปืนสามกระบอกยัดใส่เป้สัมภาระที่เตรียมไว้ เพ่ยเดินเข้ามาในห้องพอดี ถามเขาว่าทำอะไรอยู่ จางเหาโกหกว่าเก็บของอยู่ อีกสักครู่เขาจะไปธุระที่ตลาด อาจจะกลับดึก แล้วเดินมากอดน้องสาวก่อนจะคว้าเป้ออกจากห้อง ถึงเพ่ยจะตาบอดแต่ก็รับรู้ถึงความรู้สึกสับสนของพี่ชายได้...

ที่ศาลเจ้า ขณะที่หลิวกำลังไหว้พระอยู่กับแม่ รู้สึกได้ว่ามีคนแอบมองอยู่หลังเสา จึงลุกขึ้นจะไปดูแต่ชายคนนั้นก้าวออกมาเผชิญหน้า แนะนำตัวเองว่าเป็นคนดูแลศาลเจ้ามาแทนอาเล่ยซึ่งหลานๆมารับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด เหมยมองเหมือนไม่อยากจะเชื่อที่เขาพูด คนดูแลจึงรีบขอตัวไปดูแลด้านโน้นก่อน เธอมองตามสงสัยแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร หลิวชวนให้ไปทางโน้นด้วยกันทำให้เหมยเลิกสนใจเขา

สองแม่ลูกไม่ล่วงรู้เลยว่านั่นไม่ใช่คนดูแล แต่เป็นมือปืนที่ถูกส่งมาจัดการหลิว...

ในขณะที่เพ่ยกำลังพับเสื้อผ้าของเธอกับของจางเหาใส่กระเป๋าเดินทาง ตี๋ซาเข้ามาถามหาจางเหาเพื่อจะเอาเงินก้อนหนึ่งให้ทั้งคู่ไว้ไปตั้งตัว แต่พอรู้ว่าเขาไม่อยู่ไปธุระที่ตลาด ตี๋ซาสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาทันที...

ฝ่ายฮัวที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าศาลเจ้าเห็นเจ๊กตงที่ออกมาตามหาคนงาน เข้าไปสวัสดีทักทาย เขาถือโอกาสถามเธอว่าเห็นคนงานศาลเจ้าแอบหลบออกมาอู้งานแถวนี้บ้างไหม เธอส่ายหน้าพลางสอดสายตามองไปรอบๆ เห็นเงาบางอย่างสะท้อนจากพุ่มไม้จึงเข้าไปดูโดยมีเจ๊กตงตามติด พอแหวกพุ่มไม้เข้าไปต้องตกใจที่เจอศพอาเล่ยคนดูแลศาลเจ้า...

อีกมุมหนึ่งด้านในศาลเจ้า หลิวพาแม่ไปเจอกับอาติยะที่นัดเอาไว้ เหมยเดินเข้ามามองใกล้ๆเพื่อจะได้เห็นแววตาของเขา พร้อมกับถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าทำไมถึงรักลูกสาวของท่าน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่ารักที่เธอเป็นเธอ

“แล้วคุณรู้ใช่ไหมว่าถ้าคุณกับอาหลิวแต่งงานกัน คุณอาจจะตายได้”

อาติยะรับคำ หลิวเหลือบเห็นเงาใครบางคนที่กระจกยันต์แปดเหลี่ยมด้านหลังแม่ หันขวับไปเห็นคนดูแลศาลเจ้ากำลังเล็งปืนมาทางตนเอง ตกใจร้องเตือนให้ทุกคนระวัง เสียงร้องทำให้มือปืนในคราบคนดูแลศาลเจ้าเสียจังหวะยิงพลาดเป้าไปถูกกระถางธูปแตกกระจาย ฝุ่นควันจากธูปปลิวว่อนทำให้มองแทบไม่เห็น

มือปืนพุ่งเข้าหาหลิวพลางเหนี่ยวไกอีกครั้ง อาติยะโดดรวบตัวเธอหลบได้ทันแต่ตัวเองกลับถูกกระสุนเข้าที่ไหล่ มือปืนตามเข้ามาจะยิงเธอซ้ำ แต่ฮัวยิงมือข้างที่ถือปืนของมันจนปืนกระเด็น บอดี้การ์ดสาวไม่รอช้ากราดยิงใส่มือปืนไม่ยั้ง มันจำต้องหลบเพราะตัวเองไร้อาวุธ อาติยะซึ่งบาดเจ็บอยู่เห็นหลิวปลอดภัยก็ดีใจ

“ดีจังที่หลิวไม่เป็นไร” พูดได้แค่นั้นอาติยะก็หมดสติ ฮัวจะไล่ตามมือปืนที่วิ่งหนีไปแต่ต้องชะงักเมื่อหลิวตะโกนเรียกให้มาช่วยทางนี้ก่อน

ooooooo

มือปืนเห็นว่าพ้นอันตรายแล้ว รีบโทร.รายงานเฮียไถ่ที่กำลังจะเข้าไปในร้านอาหารถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“อะไรนะ...พลาด! ผู้หญิงสองคนมึงพลาดได้ยังไง...พอๆ หลบไปเลย ไว้เรื่องเงียบเดี๋ยวติดต่อไปเอง” เฮียไถ่วางสายอย่างหงุดหงิดเป็นจังหวะเดียวกับพนักงานของร้านอาหารเข้ามาเชิญเขาเข้าไปข้างใน โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าจางเหาซุ่มดูความเคลื่อนไหวของเขากับสมุนอยู่ที่มุมหนึ่ง ก่อนจะเดินหลบไปด้านหลังร้านอาหาร

ครู่ต่อมา จางเหาปลอมเป็นพนักงานเสิร์ฟของร้านอาหาร ทำทีเอาไวน์เข้าไปเสิร์ฟให้เฮียไถ่ที่ห้อง วีไอพี โดยซ่อนปืนไว้ในถังแช่ไวน์ เฮียไถ่กับสมุนไม่ทันระวังตัวถูกเขายิงกราดไม่ยั้ง สิ้นเสียงปืนทั้งเฮียไถ่และสมุนนอนตายจมกองเลือด จางเหาเดินเข้าไปที่ร่างไร้วิญญาณของเฮียไถ่ หยิบแบงก์กงเต๊กมาวางบนศพ ก่อนจะเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ขณะที่เฮียไถ่สิ้นชื่อด้วยน้ำมือของจางเหา หลิวนั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดโดยมีเหมยและฮัวนั่งอยู่ไม่ห่าง เหมยเห็นลูกสาวไม่แสดงอาการใดๆออกมาจึงลุกมานั่งข้างๆ บอกว่าเธอโชคดีมากที่มีอาร์ตี้อยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นคนที่อยู่ในห้องผ่าตัดคงไม่แคล้วเป็นเธอ หลิวมองแม่อย่างขอบคุณที่ยอมรับอาติยะ ระหว่างนั้นพยาบาลคนหนึ่งออกมาจากห้องผ่าตัด หลิวปรี่เข้าไปถามถึงอาการของชายคนรัก

“ไม่ต้องห่วงค่ะ กระสุนไม่โดนจุดสำคัญ ขอตัวก่อนนะคะ”

เหมยเข้ามาจับมือหลิว ดีใจด้วยที่อาติยะปลอดภัย บอกให้เธอไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีกว่า เขาคงไม่อยากฟื้นขึ้นมาเจอเธอสภาพนี้ หลิวพยักหน้ารับคำ ขยับจะลุกขึ้นแต่ต้องยืนค้างเมื่อเห็นตี๋ซุ้งเดินนำเต็งล้อกับสมุนเข้ามา โดยไม่พูดพรํ่าทำเพลงตี๋ซุ้งเข้ามาตบหลิวหน้าหัน

“ตั้งแต่เล็ก ป๊าไม่เคยตีลื้อมาก่อน แต่คราวนี้ป๊าจำเป็นที่จะต้องให้ลื้อรู้ว่า สิ่งที่ลื้อทำมันไม่ถูกต้อง”

หลิวไม่เข้าใจ ทำไม่ถูกต้องตรงไหน ตี๋ซุ้งตวาดเสียงลั่น การที่เธอแอบหนีไปพบผู้ชายจนเกือบตายแบบนี้คิดว่าทำถูกต้องแล้วหรือ เธอโต้ไม่ยอมแพ้แค่อยากมีเพื่อน มีคนที่เข้าใจมันผิดตรงไหน

“ป๊ารู้ไหม ทุกครั้งที่คนรู้ว่าหลิวเป็นลูกป๊า สายตาที่เขามองมาที่หลิวคือสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง โกรธ กลัว แล้วป๊ารู้ไหมว่าทำไมหลิวไม่มีเพื่อนเพราะทุกคนไม่อยากจะยุ่งกับลูกเจ้าพ่อที่พร้อมจะสั่งฆ่าใครก็ได้อย่างป๊าไง แล้ววันหนึ่ง หลิวก็เห็นสายตาอีกคู่ที่ไม่ได้มองหลิวอย่างนั้น อาร์ตี้ไม่เคยสนใจว่าหลิวเป็นใคร”

“แต่มันทำให้แกกับแม่แกเกือบต้องตายนะ”

“หลิวกับม้าเกือบตายเพราะป๊าต่างหาก ถ้าป๊าไม่ใช่เจ้าพ่อ หลิวกับม้าคงมีชีวิตที่ดีกว่านี้” พูดจบหลิวเดินจากไป ตี๋ซุ้งมองตามด้วยสีหน้าเรียบเฉย จังหวะนั้น สมุนคนหนึ่งเข้ามากระซิบบางอย่างกับเขาซึ่งยังคงมีสีหน้าเหมือนเดิม เหมยแนะตี๋ซุ้งอย่าเพิ่งไปพูดอะไรกับลูกตอนนี้ เขาควรกลับไปก่อนจะดีกว่า แล้วเดินตามลูกไป แม้สีหน้าจะนิ่งเฉย แต่ในใจของตี๋ซุ้งเจ็บปวดรวดร้าวเพราะรู้ดีว่ากำลังจะสูญเสียสิ่งที่ตัวเองรักที่สุดให้คนอื่น

ในเวลาต่อมา ระหว่างที่ตี๋ซุ้งยืนครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เต็งล้อเข้ามากระซิบบอกว่าเฮียไถ่ตายแล้ว ตี๋ซุ้งสีหน้าหนักใจเพราะรู้ว่าเรื่องยุ่งๆกำลังตามมา

ooooooo

ณ ร้านอาหารซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุสังหารหมู่ เจ้าหน้าที่กำลังยกศพของหนึ่งในเหยื่อสังหารเดินผ่านหน้าปราบ นายตำรวจหนุ่มไฟแรงเรียกให้เขาหยุดก่อน แล้วเปิดผ้าคลุมศพดูถึงได้เห็นว่าเป็นเฮียไถ่

“มันคือเฮียไถ่ครับ ขาใหญ่เรื่องเหล้าปลอมกับบ่อนวิ่ง อยู่ในอิทธิพลของป๋าเสริฐครับ”

“เช็กให้ละเอียดว่ามีความเชื่อมโยงหรือขัดแย้งกับใครอีกบ้าง”

เจ้าหน้าที่รับคำแข็งขัน ก่อนจะเคลื่อนศพออกไป ผู้หมวดที่เพิ่งจะตรวจสถานที่เกิดเหตุเสร็จเดินเข้ามาหาปราบพร้อมกับยื่นซองใส่หลักฐานเป็นพลาสติกใสให้ รายงานว่าพบแบงก์กงเต๊กบนตัวเฮียไถ่

“พยานว่าอย่างไรบ้างหมวด”

“ทุกคนพูดตรงกันครับว่ามีผู้ร้ายเพียงคนเดียว ผมว่าไอ้นี่มันไม่ธรรมดา คนเดียวแต่จัดการคนเป็นฝูงได้”

ปราบเห็นด้วยกับผู้หมวด มองแบงก์กงเต๊กในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

ตี๋ซารอการกลับมาของจางเหาอย่างใจจดจ่อ ครั้นเห็นเขาเข้ามาพร้อมกับเป้สัมภาระในมือ คว้ามาเปิดดูเจอปืนที่ก่อเหตุ ก็ต่อว่าว่าทำอะไรลงไป ตนบอกแล้วไม่ใช่หรือไม่ให้ยุ่งเรื่องนี้ เพ่ยเดินเกาะกำแพงเข้ามาได้ยินพอดี รีบหลบมุมแอบฟัง ตี๋ซาเดินไปหยิบเงินก้อนหนึ่งโยนให้จางเหาบอกให้ไปจากที่นี่

ชายหนุ่มทรุดนั่งกับพื้นขอโทษที่ขัดคำสั่ง ตนแค่อยากจะทำอะไรให้ท่านเป็นครั้งสุดท้าย แม้จะโกรธแค่ไหนแต่ความรักและความห่วงใยที่มีต่อลูกบุญธรรมมีมากกว่า

“ถ้าลื้ออยากจะตอบแทนบุญคุณอั๊วล่ะก็ จงดูแลอาเพ่ยแล้วมีชีวิตที่ดีซะ ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้” ตี๋ซาตบไหล่จางเหาที่ยังอึ้งไม่หายที่ท่านไม่เอาเรื่อง

เพ่ยซึ่งแอบฟังอยู่ตื้นตันใจกับความเมตตาที่ตี๋ซามีให้ ท่านยังขอให้จางเหารับปากไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่ากลับมาที่นี่อีก ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจหนึ่งจึงยอมรับปาก...

ทางฝ่ายหลิวเดินไปส่งแม่ถึงหน้าเรือนเล็ก แต่ท่านเห็นว่าเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว ก็เลยบอกให้เธอส่งแค่นี้พอ ให้ไปนอนพักผ่อนจะดีกว่า ถ้าอาติยะฟื้น

เมื่อไหร่ท่านจะช่วยพูดกับตี๋ซุ้งให้เอง เธอขอโทษแม่ด้วยที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด

“คิดมากน่า ผู้หญิงเราลองถ้ารู้สึกว่าใช่ต่อให้ข้างหน้า เป็นหุบเหวหรือกองไฟ เราก็ยินดีจะฝ่าไปไม่ใช่เหรอ”

“ขอบคุณค่ะม้า” หลิวยิ้มให้แม่ก่อนจะเดินแยกไป ไม่ทันเห็นตี๋ซุ้งยืนมองทั้งคู่อยู่อีกมุมหนึ่ง

ooooooo

ที่ห้องไหว้บรรพบุรุษบ้านธรรมกุล ตี๋ซุ้งบ่นกับเต็งล้อเสียงเครียด ไม่เข้าใจจริงๆทำไมตี๋ซาถึงได้เลือกวิธีนี้ เต็งล้อรู้นิสัยเขาดีที่ต้องทำแบบนี้เพราะเป็นคนยึดติดกับศักดิ์ศรีโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

“แม้ว่าจะเป็นวิธีนำความยุ่งยากมาสู่ตัวเองน่ะเหรอ”

“เฮียซาได้เลือกแล้วครับนาย” เต็งล้อพูดไม่ทันขาดคำ เหมยเปิดประตูห้องเข้ามาจะขอคุยกับตี๋ซุ้งเป็นการส่วนตัว เต็งล้อรู้งานเดินเลี่ยงออกมา เหมยรอจน

คนสนิทของสามีปิดประตูห้องเรียบร้อย จึงบอกตี๋ซุ้งอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตนเองต้องการให้หลิวคบหากับอาติยะ ตี๋ซุ้งของขึ้นทันที

“ลื้อจะให้อั๊วยกอาหลิวให้กับไอ้ผู้ชายที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้างั้นเหรอ”

เหมยเชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะสามารถดูแลหลิวได้และที่สำคัญเด็กสองคนนี้รักกัน ก่อนที่สองผัวเมียจะทะเลาะกันใหญ่โตมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เต็งล้อเข้ามารายงานว่าป๋าเสริฐมา

“อั๊วไม่อยากพูดเรื่องอาหลิวกับผู้ชายคนนั้นอีก” ตี๋ซุ้งเสียงกร้าวใส่เหมย แล้วเดินนำเต็งล้อออกไป...

ฝ่ายหลิวไม่พอใจพ่อมากที่สั่งให้ผิงกับฮัวขังตัวเองไว้ในห้องห้ามไปไหน ทั้งทุบประตูทั้งตะโกนให้สองสาวเปิดประตูให้ตนออกไป แต่ไม่เป็นผล ทั้งคู่กลัวนายท่านมากเกินกว่าจะทำตามที่เธอสั่ง...

ครู่ต่อมา ตี๋ซุ้งเชิญป๋าเสริฐไปที่ห้องทำงานเพื่อจะได้คุยกันเป็นการส่วนตัว พวกลิ่วล้อของแขกผู้มาเยือนจัดแจงจะตาม แต่ป๋าเสริฐยกมือห้ามไว้ สั่งให้รอที่นี่ตนไปครู่เดียวเท่านั้น แล้วเดินตามตี๋ซุ้งกับเต็งล้อไป

อีกมุมหนึ่งบนตึกใหญ่ เหมยจะมาหาลูกที่ห้องกลับพบว่าลูกถูกฮัวกับผิงล็อกประตูขังไว้ในห้องตามคำสั่งของนายท่านก็ไม่พอใจสั่งให้เปิดประตู หลิวซึ่งอยู่ในห้องได้ยินเสียงแม่ก็ดีใจร้องบอกให้ช่วยตนด้วย

“หลิว เป็นยังไงบ้างลูก อาป๊าทำอะไรลื้อหรือเปล่า”

“เปล่าม้า...ม้าช่วยหลิวด้วย” หลิวว่าพลางมองไปที่ระเบียงห้องก่อนจะนึกแผนบางอย่างขึ้นมาได้ กว่าฮัวกับผิงจะยอมไขกุญแจให้เหมยเข้าไปในห้อง หลิวปีนระเบียงหนีไปเรียบร้อยแล้ว สองสาวถึงกับหน้าถอดสี...

ขณะที่ฮัวกับผิงออกตามหาหลิวกันจ้าละหวั่น เต็งล้อที่อยู่คุยกับป๋าเสริฐพร้อมกับตี๋ซุ้งรีบออกตัวว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าเฮียไถ่ ป๋าเสริฐทุบโต๊ะปังตวาดลั่น ถ้าไม่ใช่พวกเขาแล้วจะเป็นใคร ตี๋ซุ้งย้อนถามเสียงกร้าวเช่นกันว่า

“แล้วทำไมป๋าถึงคิดว่าเป็นฝีมือพวกเรา...เพราะป๋ารู้ว่าเฮียไถ่เป็นคนสั่งให้คนมายิงเมียกับลูกผมใช่ไหม”

ป๋าเสริฐไม่สนใจเรื่องนั้น แต่สนใจแค่ว่าเงินที่ตัวเองได้จากเฮียไถ่ทุกเดือนจะหดหายไป ดังนั้นตี๋ซุ้งจะต้องเป็นคนจ่ายเงินส่วนนี้แทนและต้องเอาคนที่ฆ่าเฮียไถ่มาให้ตนด้วย และต้องให้คำตอบก่อนเที่ยงพรุ่งนี้

“ผมให้คำตอบป๋าตอนนี้ได้เลย...ผมจะไม่จ่ายอะไรทั้งนั้น”

“ก็ดี ฉันจะได้เอาเรื่องนี้ไปบอกท่าน พวกแกก็จะไร้ที่ซุกหัวอีกต่อไป” ป๋าเสริฐยิ้มยียวนออกไป...

คำพูดของป๋าเสริฐทำให้ตี๋ซุ้งครุ่นคิดหนัก เต็งล้อเตือนหากเรื่องนี้ถึงหูท่านจริงๆ อาจจะทำให้เราเสียหายกว่าที่คิดก็ได้ ตี๋ซุ้งคิดไม่ตกจะทำอย่างไรดี ถ้าส่งตี๋ซาไปให้พวกมันก็เท่ากับส่งให้ไปตาย

“แต่นั่นคือทางเดียวที่เราจะสูญเสียน้อยที่สุด”

ตี๋ซุ้งยังไม่ทันจะพูดอะไรเพิ่มเติม ฮัวเข้ามารายงานว่าคุณหนูหนีไปแล้ว เต็งล้อเสียงเขียวใส่แล้วจะยืนเฉยอยู่ทำไม ไปบอกคนของเราให้กระจายกำลังกันตามหา ฮัวรับคำ ขยับจะไปแต่ตี๋ซุ้งร้องห้ามไว้

“ไม่ต้องฮัว บอกทุกคนให้ไปรอที่โรงพยาบาล”...

เป็นอย่างที่ตี๋ซุ้งคาดไว้ไม่มีผิด หลิวหนีไปหาอาติยะที่โรงพยาบาล แต่กลับพบข่าวร้ายว่าเขาตายแล้ว เธอโวยวายใส่หมอที่เดินเข้ามากับฮัวว่าเป็นไปได้อย่างไร เมื่อวานหมอยังบอกว่าไม่โดนจุดสำคัญแล้วเขาจะตายได้อย่างไร ฮัวขอร้องให้เธอเชื่อที่หมอพูด นอกจากหลิวจะไม่เชื่อ ยังคาดคั้นให้หมอพูดความจริง ฮัวเห็นท่าไม่ดีเข้ามาจับตัวเธอไว้แล้วใช้ผ้าชุบยาสลบโปะหน้า อึดใจเธอหมดสติ...

ขณะที่หลิวถูกนำตัวกลับบ้านธรรมกุล จางเหาขับรถพาเพ่ยมาถึงบ้านริมทะเล เธอลงจากรถได้ยินเสียงคลื่นกับลมทะเลที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้าถึงกับฉีกยิ้มมีความสุข พลอยทำให้จางเหาสุขใจไปด้วย

ooooooo

ตี๋ซุ้งยังคิดไม่ตกเรื่องตี๋ซา เต็งล้อเข้าใจหัวอกนายท่านดีที่ต้องคิดหนักเพราะเคยผ่านอะไรมากมายกับตี๋ซากว่าจะมาถึงวันนี้ แต่ถ้าท่านไม่ทำ ท่านอาจจะไม่มีวันข้างหน้าอีก ตี๋ซุ้งถอนใจหนักใจ

“ถ้าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอั๊ว เฮียจะทำยังไง”

เต็งล้อตอบโดยไม่ต้องคิดว่าทำในสิ่งที่ต้องทำ จังหวะนั้นสมุนเข้ามารายงานว่าคุณหนูกลับมาแล้ว

ตี๋ซุ้งรีบลงไปข้างล่างโดยมีเต็งล้อกับสมุนตามมาติดๆ...

ที่ห้องโถงของบ้านธรรมกุล หลิวที่นอนสลบไสลอยู่บนโซฟาค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้น ตี๋ซุ้งปรี่เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่ฤทธิ์ยาสลบที่ยังค้างอยู่ทำให้ทรุดลงไปนอนอีกครั้ง ผิงกับฮัวรีบเข้าไปประคอง เธอปัดมือทั้งคู่ออก ถามพ่อเสียงเขียวว่าเอาอาติยะไปไว้ไหน

“หมอบอกว่าเขาตายแล้ว”

“ไม่จริง...เมื่อวานหมอยังบอกกับหลิวว่าอาร์ตี้ปลอดภัยอยู่เลย แล้วอยู่ๆอาร์ตี้จะ...ป๊าทำอาร์ตี้ใช่ไหม...ป๊าส่งคนไปฆ่าเขาใช่ไหม ทำไม...ทำไม” หลิวระเบิดอารมณ์ใส่พ่อตัวเอง ตี๋ซุ้งปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรเขา และเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก มันจบแล้ว หลิวรับไม่ได้วิ่งหนีเข้าห้อง

ล็อกประตู คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาชายคนรัก มีเพียงข้อความที่บอกว่าหมายเลขนี้ไม่สามารถติดต่อได้ เธอถึงกับทรุดลงนั่งแปะกับพื้นร้องไห้โฮ...

ด้านเต็งล้อรอคำตอบเรื่องข้อเสนอของป๋าเสริฐตั้งแต่บ่ายยันค่ำก็ยังไม่ได้รับความกระจ่าง จึงตัดสินใจเข้าไปถามตี๋ซุ้งว่าจะเอาอย่างไร เขามีคำตอบในใจอยู่แล้ว บอกให้เต็งล้อไปสั่งคนรถให้เตรียมรถไว้

“จะไปไหนเหรอนาย” เต็งล้อมองนายท่านอย่างรอคำตอบ...

ในเวลาต่อมา ตี๋ซุ้งแวะไปรับตี๋ซาที่บ้านมาดูงิ้วที่ศาลเจ้าด้วยกันโดยมีเต็งล้อตามติดเช่นเคย ตี๋ซุ้งต้องการจะคุยกับตี๋ซาเป็นการส่วนตัว เต็งล้อจึงต้องเดินเลี่ยงออกมา เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ตี๋ซุ้งไม่รอช้าถามว่าเป็นฝีมือเขาใช่ไหม ตี๋ซารู้ทันทีว่าหมายถึงเรื่องเฮียไถ่ ยอมรับหน้าตาเฉยว่าใช่ แล้วตี๋ซุ้งจะฆ่าเขาหรือเปล่า

ทั้งสองคนมัวแต่คุยกันไม่เห็นมือปืนซุ่มยิงกำลังเล็งปืนมาจากยอดตึกไม่ห่างกันนัก เขาได้รับคำสั่งจากเต็งล้อให้ซุ่มยิงตี๋ซาแต่ต้องรอสัญญาณจากเต็งล้อก่อน

เขามองผ่านกล้องส่องทางไกลที่ปืนดูอากัปกิริยาของผู้บงการเขม็ง เต็งล้อเองก็จับจ้องไปที่สองพี่น้องร่วมสาบานไม่วางตาเช่นกัน ตี๋ซุ้งย้อนถามตี๋ซาว่าจำตอนที่เขาจับมือตนเอาไว้ขณะที่ตนกำลังจะตกสะพานได้ไหม เขาจับมือตนไว้ไม่ยอมปล่อยจนเอ็นมือขวาของเขาขาด

“ทำให้ลื้อยิงปืนไม่ได้อีก อั๊วถามว่าทำไมลื้อไม่ปล่อยมือ ลื้อตอบว่าเพราะอั๊วเป็นพี่ลื้อ...ที่ลื้อถามว่าอั๊วจะฆ่าลื้อไหม อั๊วบอกเลยว่าไม่ เพราะลื้อเป็นน้องอั๊ว” ตี๋ซุ้งว่าแล้วตบไหล่ตี๋ซาเบาๆ เต็งล้อเห็นดังนั้นก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่ส่งสัญญาณใดๆ มือปืนซุ่มยิงเห็นเช่นนั้นก็ลุกขึ้นถอดปืนเก็บลงกล่องเท่ากับสิ้นสุดภารกิจ...

จากนั้นไม่นาน ตี๋ซาเดินออกมาจากโรงงิ้วอย่างสบายใจ สมุนที่รออารักขาอยู่รีบไปเปิดประตูรถให้ เขากำลังอารมณ์ดีจึงบอกให้พวกสมุนกลับกันไปก่อนเขาอยากเดินคิดอะไรสักหน่อย สมุนพยายามทักท้วงแต่ไม่เป็นผล ตี๋ซาเดินออกไปอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าชะตากำลังจะขาด ครั้นเขาเดินมาถึงตรอกข้างโรงงิ้วที่ทั้งมืดและเปลี่ยว ชายปริศนาก้าวออกมาขวางทางพร้อมกับชักปืนยิง ถูกลำตัวเขาอย่างจังเลือดทะลัก

ตี๋ซาเป็นนักสู้อยู่แล้ว พุ่งเข้าหามือปืนอย่างไม่เกรงกลัว มือปืนยิงซ้ำอีกสองนัดซ้อนก่อนที่เขาจะวิ่งมาถึงตัว แต่ก็ทำได้เพียงกระชากคอเสื้อมือปืนเข้ามามองด้วยความเจ็บใจ จากนั้นก็ล้มลงสิ้นใจ...

ข่าวการตายของตี๋ซารู้ถึงหูตี๋ซุ้งแทบจะในทันที เขาสั่งให้เต็งล้อพาไปยังที่เกิดเหตุก่อนที่ตำรวจจะมาพบศพ ครั้นมาถึงจุดหมาย ตี๋ซุ้งเข้าไปคุกเข่าข้างๆร่างไร้วิญญาณของตี๋ซา จับมือมากุมไว้กลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ เต็งล้อเดินมาหยุดด้านหลังโดยที่กระดุมเสื้อเม็ดบนขาดหายไป เตือนให้ตี๋ซุ้งกลับได้แล้ว ตำรวจมากันแล้ว

“ลื้อหลับให้สบายเถอะ ทางนี้อั๊วจัดการเอง” ตี๋ซุ้งวางมือตี๋ซาลงแล้วเดินจากไป

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement