นิยาย หงส์เหนือมังกร ตอนต่อไป (7) นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 7


11 ธ.ค. 2560 08:37
66,056 ครั้ง

ละคร นิยาย หงส์เหนือมังกร

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

หงส์เหนือมังกร

แนว:

แอกชั่น-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วิศวนาถ

บทโทรทัศน์โดย:

อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย:

ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย:

บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

กฤตฤทธิ์ บุตรพรมเมลดา สุศรี

เฮียไฮ้สบโอกาสเหมาะตอนที่หลิวกำลังมีปัญหากับป๋าเสริฐ สั่งให้คุงใช้ไปกำจัดเธอให้สิ้นซากเพราะตอนนี้ทุกคนจะสงสัยเราน้อยที่สุด

“แล้วเฮียจะให้ผมลงมือเมื่อไหร่” คุงใช้มองเฮียไฮ้อย่างรอคำตอบ...

ขณะที่ปราบกำลังเคร่งเครียดกับคดีระหว่างแก๊ง รวมทั้งเรื่องที่ยังหาศพจางเหาไม่เจอ ท่านชาติชายเปิดประตูห้องเข้ามาบอกว่าพบวิธีที่จะทำให้เรารู้ว่าตำรวจที่ทำงานให้พวกมาเฟียเป็นใคร โดยท่านจะใช้วิธีเดียวกับที่ปราบเคยใช้ คนถูกเอ่ยชื่อมองงงๆ ท่านรีบเฉลย ตอนที่หลิวถูกจับคดีท่านเวคิน ไอ้โม่งนั่นแสดงตัวออกมา เพราะฉะนั้นถ้าเราจะให้มันโผล่หัวออกมาอีก เราก็ต้องจับหลิวอีก

ปราบเกรงว่าวิธีนี้จะไม่เหมาะ ส่วนจะมีวิธีอะไรที่ดีกว่านี้เขาขอคิดดูก่อน...

ด้านเก๊าเจ้าเล่ห์ได้โล่ กลัวเต็งล้อจะมาฟ้องหลิวเรื่องที่ตัวเองออกไปข้างนอกเมื่อคืนนี้ ชิงความได้เปรียบรีบมารายงานเธอก่อน อ้างที่ต้องออกไปเพราะคิดถึงพ่อตอนที่ถูกจางเหาฆ่า ก็เลยอยากออกไปเดินเล่นเผื่อจิตใจจะสงบลงบ้าง มีเสียงมือถือของหลิวดังขึ้น เธอหยิบมาดูเห็นปราบโทร.มา บอกให้เก๊าออกไปก่อน รอจนเขาพ้นประตูห้องทำงานไปแล้วจึงกดรับสาย

“ผมอยากเจอคุณ อยากคุยกับคุณเรื่องที่พ่อของคุณมีสายอยู่ในหน่วยงานตำรวจ ออกมาพบผมได้ไหม”

หลิวเองก็สนใจใคร่รู้เหมือนกันจึงตอบตกลง แล้วขับรถออกจากบ้านธรรมกุลเพียงลำพัง ไม่มีผู้ติดตามแม้แต่คนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าลูกน้องของคุงใช้ซุ่มดูอยู่นอกกำแพงบ้านรีบโทร.แจ้งลูกพี่ คุงใช้ไม่รอช้า คว้าหมวกกันน็อกขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ไม่นานนัก คุงใช้เจอรถเป้าหมาย เร่งเครื่องประกบข้างชักปืนจะยิง หลิวเห็นพอดีเร่งเครื่องหนีทำให้กระสุนที่คุงใช้ยิงพลาดเป้า เขาเจ็บใจที่เป้าหมายรู้ตัวสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง

ปราบขับรถมุ่งหน้าสู่สถานที่นัดหมายกับหลิว ประสบเหตุพอดีโดยไม่รู้ว่าคนที่ถูกไล่ล่าคือหลิว เขาชั่งใจว่าจะไปตามนัดดีหรือจะจัดการกับเหตุตรงหน้า สุดท้ายตัดสินใจตามรถที่ไล่ล่ากัน

หลิวขับรถส่ายไปมากันไม่ให้คุงขี่มอเตอร์ไซค์ประกบ แล้วเลี้ยวเข้าซอยเนื่องจากถนนข้างหน้ารถติด โชคไม่ดีเป็นซอยตัน เธอรีบวกรถกลับแต่เจอคุงใช้จอดมอเตอร์ไซค์ขวางทางไว้ แล้วลงจากรถพร้อมปืนในมือย่างสามขุมเข้าหา หลิวมองซ้ายมองขวาหาคนช่วยแต่ไม่เจอใคร ลองเปิดช่องเก็บของในรถดูเจอปืน หยิบขึ้นมาเตรียมพร้อม ปราบตามมาทัน เห็นคนร้ายถือปืนอยู่แสดงตัวเป็นตำรวจสั่งให้วางอาวุธ

คุงใช้หันมายิงเขาเพื่อเปิดทางหนี หลิวไม่อยู่เฉยยิงต่อสู้กับคนร้ายไปด้วย คุงใช้เจอศึกสองด้านกลัวจะรับมือไม่ไหว วิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์บิดหนีไปอย่างรวดเร็ว หลิวจ้องปืนใส่ปราบเข้าใจผิดคิดว่าเขาล่อเธอมาให้
ถูกยิง ปราบแก้ตัวว่าถ้าเป็นอย่างที่เธอกล่าวหา เขาจะช่วยทำไม

“ถึงคุณจะทำอย่างนั้นจริงๆ ฉันก็ไม่มีทางยิงคุณหรอก คุณเป็นตำรวจคนเดียวที่ฉันเชื่อว่าฉันไว้ใจคุณได้ คุณคือความหวังเดียวที่จะหาตัวฆาตกรที่ฆ่าพ่อฉันได้” พูดพลางหลิวลดปืนลง

ooooooo

ไม่ใช่แค่หลิวเท่านั้นที่ไว้ใจปราบ เขาเองก็ไว้ใจเธอเช่นกัน เพราะเธอเป็นคนเดียวที่เขายังหวังว่าจะทำให้พวกมาเฟียหมดไปจากสังคม ครั้นเห็นสายตาของหลิวที่มองมา เขาอดหวั่นไหวไม่ได้ จึงรีบตัดบท

“ผมว่าเรามาคุยเรื่องที่ผมนัดคุณออกมาดีกว่า ตำรวจที่คอยทำงานให้พวกคุณเป็นใคร”

หญิงสาวเองก็อยากรู้เหมือนกัน ปราบคิดว่าเธอรู้แต่ไม่ยอมบอก จึงพยายามกล่อมให้บอกความจริง แต่เธอยืนกรานคำเดิมไม่รู้ว่าเป็นใคร ในเมื่อเธอไม่ยอมบอกอะไรเขาจึงหมดเรื่องจะคุยด้วย ขอตัวกลับก่อน ส่วนเรื่องวันนี้ เขาจะให้คนมาสอบปากคำเธอทีหลังก็แล้วกัน แล้วลุกขึ้นจะไป หลิวโพล่งขึ้น

“ทำไมคุณถึงได้เกลียดพวกมาเฟียมากขนาดนี้”

“ผมเสียปันดาแฟนของผมไป เธอถูกลูกหลงจากไอ้พวกเลวๆพวกนั้น”

หลิวเสียใจด้วย มองปราบอย่างเข้าใจความรู้สึกเพราะเธอเองก็สูญเสียคนรักไปเหมือนกัน จากนั้นไม่นาน หลิวกลับเข้าบ้านเจอเต็งล้อที่รอท่าอยู่ด้วยความเป็นห่วงต่อว่าว่าหายไปไหนมา ตนได้ข่าวว่ามีการยิงกันแถวนี้ ภาวนาว่าอย่าให้เป็นเธอ ประมุขสาวโกหกว่าไปซื้อดอกไม้ให้แม่เอาไปไหว้เจ้า

“ไม่ต้องห่วงหรอกแปะ อั๊วดูแลตัวเองได้” พูดจบหลิวขยับจะไป เต็งล้อร้องเรียกเอาไว้ อ้างมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เธอจึงเดินนำไปที่ห้องทำงาน ครั้นอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง เต็งล้อแนะให้เธอจัดการกับป๋าเสริฐได้แล้ว เพราะตอนนี้เขาไม่มีท่านเวคินคอยคุ้มหัวให้อีกต่อไปแล้ว เธอขอคำแนะนำจากเต็งล้อว่าควรจะทำอย่างไร

“นายน้อยต้องเป็นนายกสมาพันธ์”...

เมื่อได้รับคำแนะนำจากเต็งล้อ หลิวจึงรบกวนให้เฮียกวงช่วยโทร.นัดบรรดาสมาชิกระดับสูงของสมาพันธ์มาร่วมกินข้าวและพูดคุยกันนอกรอบ ทั้งป๋าเสริฐ พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บและบรรดาสมาชิกระดับสูงของสมาพันธ์ได้รับโทรศัพท์เชิญจากเฮียกวงโดยถ้วนหน้า...

เฮียไฮ้เพิ่งวางสายจากเฮียกวง ตอนที่คุงใช้กลับเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เฮียไฮ้เห็นหน้าเขาก็พอจะ เดาออกว่างานไม่สำเร็จ คุงใช้แก้ตัวว่าเกือบจะฆ่าหลิวได้แล้ว ถ้าไม่มีไอ้ตำรวจนั่นมาขวางทาง เฮียไฮ้ร้องเอะอะแล้วนี่มีใครเห็นหน้าเขาหรือเปล่า คุงใช้ส่ายหน้าแทนคำตอบ จะขอแก้ตัวอีกครั้ง

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ เฮียกวงเพิ่งโทร.มาบอกว่าหลิวนัดคนในสมาพันธ์กินข้าว”

คุงใช้เห็นสายตาของเจ้านายที่จ้องมองมาก็รีบออกตัว “ผมมั่นใจว่าเธอไม่รู้ว่าเป็นฝีมือเราแน่ครับ”

“ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าเธอต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ” เฮียไฮ้สีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

ตกค่ำ จางเหานัดเก๊ามาเจอกันที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง เพื่อขอให้เขาถอนตัวจากเรื่องนี้ ครั้งก่อนเขาเกือบถูกเต็งล้อจับได้ ตนไม่อยากเสียใครไปอีก เก๊าขอเวลาอีกสักระยะหนึ่งก่อน รับรองว่าไอ้ฆาตกรรอยสักนั่นจะต้องโผล่หัวออกมาให้เขาเห็นแน่ๆ จางเหายังมีอีกเรื่องที่ไม่สบายใจพรุ่งนี้หลิวนัดกินข้าวกับคนในสมาพันธ์

ป๋าเสริฐจะต้องไม่ปล่อยเธอไว้ ไม่อย่างนั้นมันเองอาจจะเป็นฝ่ายถูกเธอเก็บ

“ฉันจะให้เธอเป็นอะไรไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้น ฆาตกรรอยสักนั่นก็จะหายไปด้วย”

ooooooo

เพื่อป้องกันไม่ให้หลิวถูกฆ่าตัดหน้า จางเหาจึงวางแผนจะฆ่าป๋าเสริฐเสียก่อนโดยใช้ระเบิดเป็นตัวช่วย พอเห็นรถตู้ที่ป๋าเสริฐนั่งแล่นออกจากบ้าน จางเหาซึ่งสวมหมวกกันน็อกอำพรางใบหน้าขี่มอเตอร์ไซค์ตาม ครั้นเห็นถนนว่าง เขาเร่งเครื่องประกบข้าง เอาระเบิดที่มีอำนาจทำลายล้างสูงติดไว้ที่ท้ายรถ แล้วขี่รถหนี

จางเหาแซงรถตู้มาได้สักพักก็เห็นแสงจากระเบิดสว่างวาบพร้อมเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว...

ในเวลาต่อมา ระหว่างที่จางเหาเดินมาตามทางเพื่อจะกลับบ้าน ผ่านหน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เห็นข่าวรถตู้ของป๋าเสริฐระเบิดก็หยุดดู ผู้ประกาศข่าวทีวีรายงานว่าเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ รถตู้ส่วนตัวของป๋าเสริฐ เกิดระเบิดขึ้นกลางถนนตัดใหม่ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าเมือง แรงระเบิดทำให้ผู้ที่อยู่ในรถตายหมด จางเหายิ้มพอใจที่งานสำเร็จ พลันมีเสียงคุงใช้ดังขึ้นด้านหลังว่านี่เป็นฝีมือของเขาใช่ไหม จางเหาหันขวับ

“เฮีย! เฮียมาทำอะไรแถวนี้”

“ฉันมาเพราะอยากรู้ว่าแกจัดการป๋าเสริฐทำไม ที่จริงถ้าป๋าเสริฐอยู่ แกก็น่าจะจัดการหลิวได้ง่ายๆ แต่ฉันไม่เข้าใจทำไมแกต้องจัดการป๋าเสริฐ” คุงใช้มองจางเหา อย่างรอคำตอบ เขาอ้างที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะป๋าเสริฐจ้องจะจัดการหลิว เขายอมให้เธอตายด้วยมือคนอื่นไม่ได้นอกจากเขาคนเดียวแล้วผละจากไป คุงใช้มองตามไม่ปักใจเชื่อนัก จากนั้นคุงใช้นำเรื่องที่จางเหาสังหารป๋าเสริฐกลับไปรายงานให้เฮียไฮ้ทราบ

“แล้วเฮียจะให้ทำอย่างไรต่อ”

“ไม่ต้องทำ อยู่เฉยๆรอดูจางเหามันหาทางจัดการกับหลิวเอง”

ooooooo

ตั้งแต่ลงมือสังหารท่านเวคินด้วยตัวเอง หลิวไม่สามารถทำจิตใจให้สงบได้ การนั่งสมาธิที่เคยทำได้ง่ายๆมาถึงตอนนี้กลับยากเย็นเหลือเกิน หลับตาลงเมื่อไหร่ก็เห็นแต่ภาพมือของตัวเองเปื้อนเลือดจนต้องลืมตา เหมยเห็นอาการของลูกก็เป็นห่วงถามว่าเป็นอย่างไร เธอรู้สึกว่าจิตใจไม่สงบเหมือนเมื่อก่อน

“ความสงบเกิดขึ้นภายในใจ ถ้าใจเราเป็นทุกข์ เราก็จะไม่มีวันสงบ” เหมยว่าแล้วคว้ามือลูกมากุมไว้อย่างให้กำลังใจ เธอชักมือกลับ บอกแม่ว่าอย่าจับมือเธอสกปรก เหมยไม่สนใจคว้ามือเธอไว้อีกครั้ง ขอให้จำเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร มือเธอไม่มีวันสกปรกสำหรับท่าน

“ถ้าหลิวคิดว่ามือของหลิวสกปรก หลิวก็ทำให้มันกลับมาสะอาดอีกครั้งสิ” เหมยเห็นท่าทางสับสนของลูกก็ไม่อยากพูดหรือทำอะไรให้ต้องหนักใจ จึงบอกให้เธอไปนอนได้แล้ว หลิวกำลังจิตใจอ่อนไหวก็เลยไม่อยากอยู่คนเดียว ขอนอนกับแม่ที่เรือนเล็ก ท่านไม่ขัดข้อง ระหว่างนั้นเต็งล้อเข้ามาหา หลิวเห็นสีหน้าเขาก็เดาออกว่าต้องมีเรื่องสำคัญ หันบอกแม่ว่าขอตัวสักครู่หนึ่งก่อน แล้วเดินนำเต็งล้อออกไป

พอถึงมุมปลอดคน เต็งล้อรายงานว่ามีคนลอบวางระเบิดรถของป๋าเสริฐ ยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่ตอนนี้ทุกคนต้องคิดว่าเป็นฝีมือเรา ที่น่าแปลกก็คือการลงมือฆ่าครั้งนี้ไม่เหมือนวิธีของพวกไหน แต่เหมือนเป็นฝีมือของจางเหา หลิวเอ็ดว่าเหลวไหลจางเหาตายไปแล้วสั่งให้เขาสืบให้ได้ว่าเป็นฝีมือพวกไหน เขารับคำ

“นายน้อยไม่ต้องห่วง อย่าให้เรื่องนี้ต้องมีผลต่อการนัดกินข้าวของนายน้อยวันพรุ่งนี้ อั๊วขอตัวก่อน”

หลิวมองเต็งล้อที่ผละจากไปสีหน้าเคร่งขรึม มัวแต่คิดถึงเรื่องจางเหา ไม่ทันสังเกตเห็นเก๊าแอบมองอยู่...

ความคิดเรื่องจางเหายังไม่ตายทำให้หลิวครุ่นคิดหนัก พยายามจะสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไปแต่ไม่สำเร็จ นึกถึงตอนที่ตัวเองแลกเบอร์มือถือกับเขาตอนอยู่บ้านแปะคู คิดได้ดังนั้นคว้ามือถือขึ้นมาโทร.

จางเหากำลังนั่งหน้าเครียดไม่แพ้เธอเช่นกัน ได้ยินเสียงสายเรียกเข้า หยิบมือถือมาดูเห็นเบอร์โทร.จากหลิวก็ชะงัก ไม่รู้จะรับสายดีหรือไม่ หลิวรออยู่สักพักตัดสินใจจะวางสาย แต่แล้วเห็นที่หน้าจอว่ามีคนรับสาย เธอรีบกรอกเสียงลงไปว่านั่นใคร คุณเป็นใคร เงียบไม่มีเสียงตอบ

“เบอร์นี้เป็นเบอร์ของคนที่ฉันเคยทำไม่ดีกับเขาไว้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ถ้าคุณเจอเขา...” พูดได้แค่นั้นหลิวก็ชะงัก นึกได้ว่าตัวเองกำลังพูดอยู่คนเดียว “...เขาตายไปแล้ว ขอโทษค่ะ” พูดจบก็วางสาย น้ำเสียงเศร้าๆ ของเธอ จางเหารับรู้ได้ เพราะเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน

ooooooo

ณ ห้องวีไอพีของภัตตาคารจีนซึ่งใช้เป็นสถานที่นัดกินข้าว เฮียไฮ้ พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บกำลังนั่งหารืออยู่กับเฮียกวงสักพัก พ่อเลี้ยงชัยกับ

โกจั๊บพยักพเยิดให้กันก่อนจะลุกขึ้นขอตัวกลับก่อนเนื่องจากไม่มีอะไรจะคุยกับหลิว เฮียกวงขอร้องให้ใจเย็นๆ อยากให้คุยกันให้จบๆไปก่อนวันเลือกตั้ง

“ป๋าเสริฐเพิ่งโดนระเบิดตายไป ยังจะต้องคุยอะไรกันอีก”

เฮียกวงพยายามเกลี่ยกล่อมให้ทั้งคู่อยู่ก่อน ไหนๆก็มาแล้ว โกจั๊บยืนยันไม่มีอะไรต้องคุย ทันใดนั้น ประตูห้องเปิดออก หลิวเสียงกร้าวโกจั๊บไม่มีอะไรคุยแต่เธอมี ที่เธอนัดทุกคนมาที่นี่เพื่อจะบอกว่าเธอจะลงสมัครเลือกตั้งนายกสมาพันธ์การค้าไทยจีน โกจั๊บมองเธอตาขวาง

“อ๋อ เพราะแบบนี้ใช่ไหม แกถึงต้องฆ่าป๋าเสริฐ”

หลิวไม่ตอบรับหรือปฏิเสธได้แต่มองโกจั๊บและพ่อเลี้ยงชัยเขม็งไม่หลบสายตา ยืนยันว่าการตายของ ป๋าเสริฐไม่เกี่ยวกับเธอ พ่อเลี้ยงชัยไม่เชื่อ ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นฝีมือใคร

“เรื่องนั้น ฉันกำลังให้แปะเต็งสืบอยู่”

“เหรอ งั้นเอาเป็นว่า ถ้าแปะเต็งหาตัวคนร้ายได้แล้ว ค่อยนัดกินข้าวกันใหม่ก็แล้วกัน” โกจั๊บยังไม่ทันจะขยับ ป๋าเสริฐเปิดประตูผลัวะเข้ามา ทุกคนถึงกับตะลึงที่เห็นเขายังไม่ตาย ป๋าเสริฐเข้ามาจ้องหน้าหลิว

“เสียใจด้วยนะ แผนของเธอที่คิดจะฆ่าฉัน มันไม่สำเร็จ”

หญิงสาวสีหน้าเรียบเฉยไม่ตอบโต้ เฮียไฮ้อดถามป๋าเสริฐไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาเล่าให้ฟังว่าตอนอยู่ในรถตู้เขาเห็นอะไรบางอย่างสะท้อนมาจากท้ายรถก็เลยสั่งให้คนขับจอดรถ เขาลงจากรถได้ไม่นาน รถก็เกิดระเบิดขึ้น แล้วหันไปเล่นงานหลิวที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ แถมด่าไปถึงพ่อของเธอที่สอนให้ลูกลอบกัดคนอื่น เธอไม่พอใจที่เขาลามปามมาด่าพ่อทำท่าจะเอาเรื่อง เฮียกวงเห็นท่าไม่ดีต้องช่วยห้ามปราม

“เอาน่าๆ อาหลิวอีอาจจะไม่ได้ทำจริงๆก็ได้”

“เฮีย ถ้าเฮียจะทำอย่างนี้ ผมว่าสมาพันธ์ไม่จำเป็นต้องมีพวกเราก็ได้มั้ง” ป๋าเสริฐโวยวายคิดว่าเฮียกวง

เข้าข้างอีกฝ่าย เฮียกวงอธิบายว่าที่พูดอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว ส่วนเรื่องระเบิดเป็นฝีมือใครก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ไม่ใช่มากัดกันเองแบบนี้ ป๋าเสริฐไม่วายต่อปากต่อคำ

“เหรอ แต่ทำไมผมกลับรู้สึกเหมือนโดนรุมกัดอยู่ข้างเดียวก็ไม่รู้”

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement