advertisement

ธิดาพญายม ตอนที่ 17

บทประพันธ์และบทโทรทัศน์ช่อง7 โดย...นอร์แมน วีรธรรม
8 พ.ย. 2556 10:58

ณัชชา ราเชน ปาระนัง...สืบเสาะเกาะติดร่องรอยของพวกทายาทจนมาถึงหุบเหวและพบรอยเท้าจำนวน มาก คาดว่าผู้กองเอกภพคงพาทายาทมาหยุดที่นี่และน่าจะข้ามเหวไปได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญอาจถึงจุดหมายปลายทางแล้วด้วย...

จริงอย่างที่ทั้งสามวิเคราะห์ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะเวลานี้กลุ่มของเอกภพกำลังยืนอยู่ตรงหน้ารูปปั้นยักษ์ คู่ แต่ยังไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการ

“ที่แท้ขุนเขาสองลูกในแผนที่เป็นรูปปั้นยักษ์นี่เอง”

“ดีแล้วครับ...ถ้าเป็นเขาสองลูกจริงๆต้องปีนกันตับแตกแน่เลย”

“แผนที่บอกว่าผ่านขุนเขาแล้วจะถึงจุดหมาย”

“แน่ใจนะครับว่ามันจะไม่ขยับตัวตอนเราเดินผ่าน”

“ไม่ลองไม่รู้”

หลัง จากวิเคราะห์กันอยู่ไปมา นาฬิกาก็นำหน้าเดินตรงเข้าไประหว่างรูปปั้นยักษ์สองตน คนอื่นๆก้าวตามด้วยความตื่นเต้นระทึกใจเกรงจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน... ในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่เดินมาระยะหนึ่งทุกคนต้องหยุดกึก เพราะตรงหน้าเป็นหน้าผาเวิ้งว้างไม่มีเส้นทางไปต่อได้

นาฬิกาหันรีหัน ขวางหมดความอดทนโวยวายขึ้นมาอย่างหัวเสีย “นาฬิกาคิดว่าองครักษ์ทั้งสี่ต้องบ้าแน่ๆ หลอกให้เราเดินทางมาพบกับความว่างเปล่า”

“พี่นาฬิกาครับ...องครักษ์ทั้งสี่คือบรรดาพ่อๆ พวกเราเองนะครับ”

“นั่น แหละบ้าชัดๆ บ้าๆๆๆ” นาฬิกาตะโกนระรัว น้ำตาซึมอย่างอัดอั้น ไกรยุทธ์เข้าใจความรู้สึกเธอเดินเข้ามาโอบไหล่ปลุกปลอบให้ใจเย็น อาจจะมีปริศนาอย่างอื่นที่เรามองข้ามไป แล้วให้ทุกคนเอาของประจำตัวออกมา

ทุก คนเอาของประจำตัวออกมาแต่ไม่มีปริศนาใดบอกเลย แต่พอบีมยกถุงยกมือขึ้นเหนือแผนที่ เกิดแสงสว่างเห็นเป็นรูปน้ำตกสูงตระหง่านอยู่ในแผนที่ แต่คนอื่นๆไม่เห็น กระทั่งนาฬิกาต้องเอาแว่นออกมาใส่แล้วเพ่งมอง

“เห็นแล้ว...น้ำตกจริงๆด้วย...บีมถุงมือ ขอแสง หน่อย”

บีมยกถุงมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนเห็นภาพน้ำตกปรากฏชัดขึ้นตรงหน้า สูงตระหง่านและปกคลุมด้วยหมอกควัน

“สูงแบบนี้เราจะขึ้นไปได้ยังไงครับ แบบนี้ต้องบอลลูนหรือไม่ก็เครื่องบินเท่านั้น” บีมบ่นเสียงอ่อย

ทุกคนจ้องความสูงของน้ำตกอย่างหมดหวัง เอกภพถามว่ามีใครยังไม่ได้ใช้ของตัวเองบ้าง

“มีแต่ของปิงปองค่ะ” ว่าแล้วปิงปองหยิบสมุดกับดินสอขึ้นมา

ทันใดนั้นดินสอพามือปิงปองวาดอย่างรวดเร็ว ทุกคนลุ้นระทึกว่าจะเป็นอะไร...กลายเป็นเรือจ้างทำเอาทุกคนตาโตคาดไม่ถึง

“เห็นทีจะต้องพึ่งเชือกของไกรยุทธ์อีกแล้ว”

“โอ๊ย...เมื่อยอีกแล้ว”

ทุกคนห่อเหี่ยวไปตามกัน แต่ทันใดมีลมพัดแรงจนกระดาษของปิงปองปลิวตกหน้าผาหายลับตาไป แล้วอึดใจผ่านไปก็มีอะไรบางอย่างลอยขึ้นมา

“เรือจ้าง!!” นาฬิกาอุทานเสียงสูงปี๊ด

ทุก คนตะลึงพรึงเพริด มองเรือลอยขึ้นมาเทียบด้วยความตื่นเต้นดีใจ นาฬิกาก้าวลงเรือก่อนใครและปิดท้ายด้วยพี่ชายสุดหล่อของเธอ จากนั้นเรือค่อยๆลอยสูงขึ้น...สูงจนลับหมอกหนาทึบไปหยุดบนยอดน้ำตก ทุกคนก้าวลงจากเรืออย่างรวดเร็ว

เอกภพนำทางทายาททั้งสี่มาจนถึงลานกว้าง มีแต่ความว่างเปล่า แล้วให้นาฬิกาใส่แว่นตาสำรวจดู ปรากฏว่าเจอประตูสี่เหลี่ยมสีดำทะมึนตั้งอยู่ตรงหน้า แต่คนอื่นๆมองไม่เห็น บีมจึงใช้ถุงมือช่วยส่องแสงสว่าง ทำให้ประตูนั้นปรากฏชัดเจนขึ้น

“ใน ที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายจนได้” นาฬิกาลิงโลด แต่บีมออกอาการเซ็ง บ่นขึ้นว่าเหมือนกับประตูคุก ปิงปองเลยสวนเข้าให้ว่า “ก็เรามาเอากุญแจประตูคุกนี่”

“ตามแผนที่บอกว่าผ่านประตูเข้าไปก็จะพบที่ เก็บกุญแจ”

“ใช่แล้ว เราต้องเปิดประตู”

นาฬิกา กระตือรือร้นนำกุญแจออกมาก่อนใคร ทายาทอีกสามคนทำตามแล้วจากนั้นเตรียมไขกุญแจให้ครบทั้งสี่ดอกเพื่อเปิดประตู แต่ทันใดฝูงค้างคาวบินฮือเข้ามาจู่โจม เอกภพชักปืนยิงไม่นับ แต่กลับโดนพวกมันชนจนกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะลุกเด้งขึ้นมายืน ดวงตาเป็นประกายสีดำ ทายาททุกคนคาดไม่ถึง ไกรยุทธ์กับนาฬิกาถือขวานในมือเตรียมพร้อม

“แกไม่ใช่พี่เอก” นาฬิกาพูดโพล่งอย่างมั่นใจ

คนอื่นพากันตกใจ เอกภพจ้องทุกคนเขม็งควันสีดำฟุ้งออกมาจากใบหน้าของเขาแล้วค่อยๆจางหายไป

“ภูตสังหาร!!”

ขาดคำของไกรยุทธ์...เทพอาคินกับเทพอัคราปรากฏตัวพร้อมภูตสังหารทั้งแปด

“เราไม่ต้องการทำร้ายทายาท เพียงแต่มอบกุญแจให้เรา”

“อย่าหวัง” นาฬิกาสวนทันควัน

“ถ้าพวกเจ้าไม่ยอม ภูตสังหารที่อยู่ในร่างของผู้กองจะสังหารผู้กองตามคำสั่งเรา”

ไกร ยุทธ์ลอบสบตานาฬิกาที่บัดนี้หน้าซีดไม่กล้าตัดสินใจ จนกระทั่งไกรยุทธ์พยักหน้าส่งสัญญาณ เธอจึงสะบัดขวานเข้าหา คมขวานสัมผัสกันเกิดเป็นแสงสว่างและเสียงดังเปรี้ยงปร้างสนั่นหวั่นไหว ร่างณัชชากับราเชนและปาระนังปรากฏขึ้นทันใด

“องค์หญิงณัชชา...ที่แท้องค์หญิงใช้มนตร์ผนวกศาสตรามาได้ทันเวลา”

“แต่เสียใจด้วยนะองค์หญิงณัชชา ผู้กองขององค์หญิงคือภูตสังหารของเรา”

“ภูตสังหารของท่านปรากฏตัวไม่ครบเพราะเหตุนี้เอง”

สองพ่อลูกยิ้มอย่างเหนือกว่า แล้วเริ่มต่อรอง “ท่านให้ทายาทนำกุญแจมาให้เรา เราก็จะคืนผู้กองให้พวกท่าน”

“ต้องยอมรับว่าแผนของท่านแนบเนียนมาก วางแผนให้ผู้กองเดินทางกับทายาท พอได้โอกาสก็ชิงกุญแจ เราเองคาดไม่ถึงจริงๆ”

“องค์หญิงชมเกินไปแล้ว” อัคราพูดอย่างลำพอง

“โชคยังดีที่คนหรือภูตชั่วร้ายไม่สามารถผ่านประตูเข้าไปได้แผนของท่านถึงล้มเหลว”

“แต่เราก็ยังมีผู้กอง นับว่ายังเป็นต่ออยู่” อาคินยิ้มเย้ย

“เทพอัครา...ท่านรับปากแล้วคืนคำพลังของท่าน จะหมดไป”

“เชิญองค์หญิง เราจะรออยู่ที่นี่”

ณัชชาสีหน้าเคร่งเครียด มองเอกภพที่ยืนนิ่งเหมือนไม่รู้สึกตัว แล้วเธอหันไปทางราเชนกับปาระนัง

“รบกวนท่านราเชนและท่านธิดาอยู่คอยระวังผู้กองด้วย เราไม่สามารถไว้ใจเทพอาคินและเทพอัคราได้”

“องค์หญิงอย่าได้กังวล” ปาระนังรับปาก

ณัช ชาเดินนำทายาททั้งสี่เข้าไปในประตูที่มีลำแสงส่องสว่าง โดยด้านหลังมีราเชนกับปาระนังยืนเผชิญหน้ากับสองเทพพ่อลูกและภูตสังหารทั้ง แปด... หากพวกมันตุกติกผิดคำพูด อย่าหวังจะฝ่าด่านของทั้งคู่ไปง่ายๆ

ooooooo

ณัชชานำทายาททั้งสี่ผ่านประตูคุกเข้าไปโผล่บนขบวนรถไฟเก่า ก่อนจะทะลุต่อไปยังเมืองโบราณแห่งหนึ่ง แล้วพบว่ากลางลานกว้างมีพานใส่แท่งแก้วขนาดหนึ่งคืบส่งประกายวับวาว บีมถึงกับร้องขึ้นว่านี่หรือกุญแจ ไม่เห็นเหมือนลูกกุญแจเลย

“ทายาทควรเป็นคนหยิบกุญแจออกมา”

ขาดคำของณัชชา...ไกรยุทธ์ขยับเดินเข้าไปแต่ไม่ทันถึงพานร่างก็กระเด็นตูมออกมา พร้อมกันนั้นท้องฟ้าที่สว่างจ้ากลายเป็นมืดครึ้ม นาฬิกาเข้าประคองไกรยุทธ์พลางถามณัชชาว่าเกิดอะไรขึ้น

“พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”

“ลองดูแผนที่ดูไหมคะ เผื่อจะมีปริศนาบอก” ปิงปองกางแผนที่ ทุกคนมองอย่างตื่นเต้น...เห็นรูปแท่งกุญแจอยู่ในดอกบัวที่มีก้านโผล่ออกมาจากก้อนเมฆสีขาว จึงตีความกันไปต่างๆนานา

“มีกุญแจอยู่ในพานแทนที่จะเป็นดอกบัวสีขาว”

“ดอกบัวบานในก้อนเมฆสีขาว”

“หรือว่าเราต้องเข้าไปพร้อมกันสี่คนครับ”

“ไม่มีเครื่องหมายที่แสดงถึงทายาททั้งสี่ในเวลาเดียวกัน”

“ดอกบัวหมายถึงผู้หญิง หรือว่าต้องเป็นผู้หญิงถึงจะเข้าได้”

“งั้นให้นาฬิกาลองดูนะคะ”

นาฬิกาก้าวเข้าไปแต่ร่างของเธอก็กระเด็นออกมาเหมือนไกรยุทธ์อยู่ดี ณัชชาสีหน้าเคร่งเครียด บอกทุกคนว่ายังไงตนต้องหาทางเอากุญแจมาให้ได้ด้วยการใช้พลังผ่านเข้าไป แต่พยายามแล้วไม่สำเร็จเพราะโดนพลังบางอย่างต้านจนในที่สุดต้องถอยออกมา

“เราตีความหมายผิด ถ้าดอกบัวหมายถึงผู้หญิงนาฬิกาก็ต้องผ่านเข้าไปได้แล้ว”

“เดี๋ยวก่อน...ก้อนเมฆ เราไม่ได้ตีความหมายของก้อนเมฆ” นาฬิกาพูดโพล่ง ปิงปองเห็นด้วยอย่างแรง และคาดว่าณัชชาน่าจะรู้ความหมายของก้อนเมฆ

“เมฆหมายถึงสูงส่ง บริสุทธิ์ สะอาด อะไรประมาณนี้แหละ”

“ดอกบัวหมายถึงผู้หญิง ก้อนเมฆหมายถึงสะอาดบริสุทธิ์ ผู้หญิงสะอาดบริสุทธิ์”

คำพูดของนาฬิกาทำให้หลายคนงุนงง แต่สำหรับณัชชาตีความได้ว่าผู้หญิงสะอาดบริสุทธิ์คือผู้หญิงที่ไม่เคยทำบาป ไม่คร่าชีวิตใคร และในที่นี้ก็มีแค่ปิงปองคนเดียวเท่านั้น

“เพราะแบบนี้เอง อาจารย์ถึงไม่ยอมสอนวิชาให้ปิงปองกับบีมสังหารใคร”

ในที่สุดปิงปองก็หยิบกุญแจนั้นมาได้ พลันท้องฟ้าที่มืดครึ้มกลับกลายเป็นสว่างเหมือนเดิม ณัชชานำพาทุกคนกลับออกมาจากประตูบานใหญ่และบอกเทพอัคราว่าเธอได้กุญแจมาแล้ว

ณัชชาชูแท่งแก้วที่เปล่งประกายวูบวาบขึ้นตรงหน้า เทพอัครากับเทพอาคินจ้องมองอย่างตื่นเต้น

“เรียกภูตสังหารออกจากร่างของผู้กองได้แล้ว”

“ได้...องค์หญิงอย่าลืมว่าถ้าองค์หญิงโกหกพลังเทพก็จะสูญสิ้นเช่นกัน”

“เราคือเทพธิดาไม่ใช่เทพชั่ว เราพูดแล้วไม่เคยคืนคำ ทันทีที่ผู้กองรู้ตัวเราจะส่งกุญแจไปให้ท่าน นอกจากว่าท่านจะไม่สามารถรับได้เอง”

“ท่านพ่อ...ข้าเกรงว่าองค์หญิงจะมีอุบาย” อาคินรีบท้วง

“ถ้าองค์หญิงคืนคำก็จะสูญสิ้นพลังเทพ เมื่อนั้นเราก็ชิงกุญแจมาได้อย่างง่ายดาย”

“แล้วถ้าองค์หญิงคิดชิงกุญแจ”

“ทันทีที่กุญแจหลุดออกจากมือองค์หญิง ยากที่จะมีใครเร็วพอที่จะแย่งชิงไปได้”

ฟังคำของบิดาแล้วอาคินยิ้มย่ามใจ ยกมือสองข้างเข้าหาร่างเอกภพ อึดใจก็เห็นควันสีดำออกจากร่างของเอกภพมารวมตัวกันกลายเป็นภูตสังหารปรากฏขึ้นอีกตัวหนึ่ง แต่ณัชชายังไม่ไว้ใจ ใช้ดาบพิชิตมารทดสอบจนแน่ใจก่อนจะยินยอม

“กุญแจออกจากมือเราไปสู่ท่านถือว่าเราทำตามคำพูด ถ้าท่านรับไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องของท่านเราไม่รับผิดชอบ”

“ท่านอย่าได้ห่วงเรื่องนั้น แม้ว่าพวกท่านทั้งหมดจะพยายามแย่งคืนก็อย่าหวังว่าจะทำได้”

“ผู้กอง ทันทีที่กุญแจออกจากมือเรา ขอให้ท่านระวังตัวด้วย”

“องค์หญิงอย่าได้กังวล”

ณัชชาปล่อยกุญแจคุกนิลกาลลอยไปให้อาคิน ทันใดนั้นกามเทพนาชะบินโฉบมาแย่งกุญแจไว้ได้อย่างหวุดหวิด ทายาทไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจ เทพอัคราโกรธมากปล่อยพลังใส่นาชะ แต่ช้ากว่าราเชนที่สะบัดมือปล่อยลูกธนูไฟสกัดไว้ได้

“องค์หญิงคิดกลับคำให้กามเทพนาชะแย่งชิงกุญแจ” เทพอัคราคำรามลั่น

“เราแย่งชิงกุญแจเพราะภูตสังหารของท่านลอบทำร้ายเรา เป็นเรื่องแค้นระหว่างเรากับท่าน หาได้เกี่ยวข้องกับองค์หญิงไม่” นาชะตอบโต้

“กฎสวรรค์วางไว้ห้ามทั้งสามโลกทำร้ายกามเทพ เทพอาคินขาดจรรยาบรรณสมควรรับโทษ”

“หยุดพูดได้แล้วองค์หญิง...โลกทั้งสี่จะถูกเราย่ำให้ราบเป็นหน้ากลองอยู่แล้วทำไมต้องสนใจกฎสวรรค์ไร้สาระทั้งหลาย”

“ความหวังที่ท่านจะย่ำโลกทั้งสี่จบที่นี่ เวลานี้ เดี๋ยวนี้...ท่านราเชนทำลายกุญแจ”

ณัชชารับกุญแจมาจากนาชะแล้วยื่นให้ราเชนทำลายด้วยเปลวไฟแต่ไม่สำเร็จเพราะอาคินปล่อยพลังเข้าใส่จนร่างราเชนกระเด็นกลิ้งไป ส่วนกุญแจตกอยู่ในมืออาคินอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง

“ในที่สุดกุญแจก็อยู่ในมือของข้า”

อาคินชูแท่งกุญแจในมือขึ้นเย้ยเยาะพวกณัชชา แต่ทันใดนั้นแท่งกุญแจติดไฟลุกพรึบขึ้นมาท่วมมือของมัน ณัชชาและทุกคนจ้องมองอย่างตื่นเต้น อาคินจ้องมองมือตนที่ไฟลุกท่วมเหมือนคนขาดสติ ไม่ยอมปล่อยกุญแจคุกนิลกาล

ทันใดนั้นเกิดระเบิดตูม!! แขนของอาคินหายไปหนึ่งข้าง แท่งกุญแจพุ่งมาปักตรึงอยู่เบื้องหน้าณัชชาและทุกคน เพียงองค์หญิงณัชชาสะบัดมือออกไป กุญแจก็ปลิวเข้ามาอยู่ในมือของเธออย่างรวดเร็ว

“เทพชั่วอย่างท่านไม่มีทางได้กุญแจไว้ครอบครอง”

อาคินจ้องเขม็งด้วยความแค้น ใช้ฤทธิ์เดชบันดาลให้แขนของตัวเองที่ขาดกลับมาสมานได้ดังเดิม ขณะที่ เทพอัคราก็เตรียมพร้อมเอาชีวิตทุกคนให้หมดสิ้น

“ทำไมพี่ณัชชาไม่เอากุญแจหนีไปก่อนล่ะพี่นาชะ” ปิงปองกระซิบกระซาบ

“องค์หญิงหนีไปได้ แต่ทายาทคงหนีไม่พ้น มีทางเดียวคือต้องแตกหักกันวันนี้”

“แตกหักกันวันนี้?” บีมอุทานหน้าตื่น

“ใช่...ไม่เทพอาคินกับเทพอัคราก็เป็นองค์หญิงกับพวกเราทุกคน เทพอาคินกับเทพอัคราไม่ปล่อยให้ใครรอดไปได้อย่างเด็ดขาด”

เทพอัครายืนตระหง่าน ประกาศกร้าวอย่างมั่นใจ “ยังไงกุญแจก็ต้องเป็นของเรา พวกท่านไม่มีทางต้านเราได้”

ณัชชาชูกุญแจขึ้น พลันแท่งกุญแจค่อยๆละลายหายไปในมือของเธออย่างไม่น่าเชื่อ

“ตอนนี้กุญแจอยู่ในตัวเรา อยากได้ก็เข้ามา”

“ชิงกุญแจ”

สิ้นเสียงของเทพอัครา ร่างเก้าภูตสังหารปรากฏพร้อมเพรียงและโอบล้อมทุกคนไว้ เอกภพรีบสั่งให้บีมกับปิงปองใช้วิชาพรางตัวหลบไป ณัชชากำชับนาชะคอยดูแลทายาททั้งสองด้วย และให้ไกรยุทธ์กับนาฬิการะวังตัวให้ดี

“องค์หญิง...ดาบพิชิตมาร”

เอกภพส่งดาบพิชิตมารให้ณัชชาต่อสู้กับเก้าภูตสังหาร ส่วนตัวเองใช้ปืนเป็นอาวุธ ขณะที่ราเชนกับปาระนังก็ใช้อาวุธประจำกายบุกตะลุยศัตรูอย่างดุเดือด ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่มีใครยอมใคร

บีมกับปิงปองใช้วิชาพรางตัวแต่ยังปักหลักสังเกตการณ์ด้วยอาการลุ้นตัวโก่ง โดยมีนาชะคอยระแวดระวังภัยอย่างใกล้ชิด

“พวกภูตสังหารมีโล่บังหัวใจ ไม่มีวันตาย”

“พี่ณัชชากับทุกคนไม่มีทางต้านได้เลย”

บีมกับปิงปองบ่นด้วยสีหน้าเป็นกังวล...นาชะเริ่มใจไม่ดีแต่จำเป็นต้องบอกทั้งคู่ว่าใจเย็นๆไว้ ความดีต้องชนะความชั่ว

ooooooo

เมื่อสถานการณ์คับขันพวกณัชชาเสียเปรียบฝ่ายอาคิน นาชะกับบีมและปิงปองจึงเข้าช่วยเหลือ แต่ทุกคนก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้านาชะไม่บังเอิญล่วงรู้วิธีจัดการกับพวกเหล่าร้าย...

นาชะใช้ละอองแห่งความรักครอบคลุมอาวุธของทุกคนก่อนเข้าห้ำหั่นกับเก้าภูตสังหารจนร่างของพวกมันแตกสลายหายไป แต่ไม่สามารถทำให้เทพอาคินล้มตายเพราะความจริงแล้วเขาไม่ได้ฝากหัวใจไว้กับภูตสังหาร

พวกณัชชาตะลึงคาดไม่ถึง เมื่อเห็นว่าอาคินยังคงอยู่ในสภาพปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“หัวใจของท่าน...”

“ไม่ได้อยู่ที่ภูตสังหาร...เสียใจด้วยองค์หญิง”

อาคินสะบัดดาบพุ่งเข้าใส่ณัชชาอย่างรวดเร็ว เกินกว่าใครจะคาดคิด มีเพียงเอกภพที่พุ่งตัวออกมาขวางจึงโดนดาบปักอกด้านขวาอย่างจังจนปลายดาบโผล่ออกทางด้านหลัง ร่างทรุดลงตรงหน้าณัชชา

“เทพอาคิน...เราจะแลกชีวิตกับท่าน”

ณัชชาคำรามด้วยความโกรธแค้น มาดหมายแก้แค้นให้เอกภพ แต่ทันใดนั้นร่างอาคินกลับสะท้านโดยที่เธอไม่ทันลงมือ

ที่แท้เทพอาคินฝากหัวใจไว้ที่เอกภพในช่วงเวลาที่เขาโดนภูตสังหารตนหนึ่งครอบงำ...

อาคินเจ็บปวดทรมาน สองมือกุมอกข้างซ้ายของตนร้องครวญครางเรียกท่านพ่ออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ร่างจะสลายกลายเป็นฝุ่นหายไปในพริบตา!

“ที่แท้เทพอาคินซ่อนหัวใจไว้ในร่างของผู้กอง”

สิ้นเสียงของนาชะ เทพอัครากราดสายตามองทุกคนด้วยความแค้นแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นดาบของอาคินที่ปักอกเอกภพก็สลายหายไปด้วย ณัชชาเข้ามาประคองเอกภพที่ถูกแทงด้วยความเป็นห่วง

“ผู้กอง...”

“องค์...หญิง...ปลอดภัย”

“ฉันไม่เป็นไร ผู้กองช่วยฉันไว้”

“เทพ...อาคิน...”

“เทพอาคินดับสิ้นไปแล้ว พวกเราชนะ”

เอกภพรับรู้แล้วหมดสติไปในอ้อมแขนของณัชชา โดยมีคนอื่นๆปราดเข้ามารุมล้อมด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

หลังเหตุการณ์ระทึกใจผ่านพ้นและเอกภพฟื้นคืนสติอย่างปลอดภัย...ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ปาระนังกับราเชนต้องเอ่ยคำลาจากทุกคนกลับสู่เมืองของตน ปาระนังกลับสู่มหาสมุทร ส่วนราเชนกลับไปยมโลก แต่ทั้งคู่ยังมีใจรักต่อกันไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อภารกิจทำลายกุญแจคุกนิลกาลสำเร็จลุล่วงเพื่อไม่ให้เทพอัคราที่ถูกจองจำได้รับการปลดปล่อย นาชะกับณัชชาก็ต้องกลับสวรรค์เหมือนกัน เอกภพเลยเศร้าราวคนอกหัก ยืนตาละห้อยมองณัชชาบอกลาทายาททั้งสี่

“พี่ภูมิใจในตัวพวกเราทุกคนที่เสียสละเสี่ยงชีวิตเพื่อรักษาความสงบของโลกทั้งสี่ ไกรยุทธ์...เธอปกป้องทุกคนได้อย่างกล้าหาญ”

“ขอบคุณครับ”

“เราจะได้พบกันอีกหรือเปล่าคะ” นาฬิกาเสียงอ่อย

“เราพบกันได้เสมอในความฝัน”

“บีมจะฝันถึงพี่ณัชชาทุกคืนเลย”

“ปิงปองด้วยค่ะ”

ณัชชายิ้มรับแล้วขยับตัวมายืนตรงหน้าเอกภพ “คุณล่ะ...จะฝันถึงฉันมั้ย”

เอกภพฝืนยิ้มและโอบกอดณัชชาไว้ในอ้อมแขน ทันใดนั้นแสงสว่างสาดลงมาจากท้องฟ้า ทุกคนจ้องมองอย่างตื่นเต้น ณัชชาผละออกจากอ้อมแขนของเอกภพในลักษณะเตรียมพร้อมหากมีเหตุร้าย

“อย่าบอกนะว่าเทพอัครากลับมาอีก” บีมพูดโพล่งอย่างหวาดหวั่น

ผิดคาด! เพราะเบื้องหน้าทุกคนปรากฏร่างของชายในชุดขาวสะอาดสี่คน พวกเขาคือองครักษ์ทั้งสี่นั่นเอง

คนอื่นๆมองด้วยความสงสัย ยกเว้นณัชชาที่ ทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม

“ยินดีที่ได้พบท่านองครักษ์ทั้งสี่”

เท่านั้นเอง กลุ่มทายาทต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเดินเข้าหาบิดาของตนเองแล้วได้รับคำชมกับภารกิจสำคัญกันถ้วนหน้า

หลังจากแสดงความรักและชื่นชมกันแล้ว ร่าง องครักษ์ทั้งสี่ค่อยๆจางหายไป ทายาทต่างกล่าวขานเป็นเสียงเดียวกันว่าพ่อของเราเจ๋งที่สุด

ณัชชากับเอกภพยิ้มอย่างมีความสุข กลับเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอีกครั้ง โดยมีทายาททั้งสี่จับคู่ยืนมองด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ

ธิดาพญายมกับผู้กองหนุ่มสบตากันหวานซึ้ง เธอเป็นฝ่ายดึงหน้าเขาเข้ามาหอมแก้มแล้วฝากถ้อยคำข่มขู่

“ถ้าคุณไม่ฝันถึงฉันทุกคืนละก็เจอดีแน่”

เอกภพพยักหน้าน้อยๆ แต่สบตาเธอลึกซึ้ง อึดใจร่างของณัชชาก็มีแสงปรากฏ แล้วค่อยๆสลายหายไปจากอ้อมอกของเอกภพ ทายาททั้งสี่มองพี่ใหญ่ด้วยความเห็นใจ เห็นเขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าสายตาเหม่อลอย ทุกคนยิ่งเศร้าสะเทือนใจ...

ooooooo

หลังฝ่าฟันผจญภัยหลายรูปแบบจนสามารถทำลายกุญแจคุกนิลกาลเพื่อไม่ให้เทพอัคราได้รับการปลดปล่อยและน่าจะเข็ดหลาบจนไม่กล้าถอดร่างลงมาเมืองมนุษย์อีก ในที่สุดก็ถึงเวลาพักผ่อนอย่างจริงจังของทายาททั้งสี่

พวกเขารวมตัวกันไปพักผ่อนที่ชายทะเล แต่ยังคงพูดคุยกันเรื่องความร้ายกาจของเทพชั่วที่หวังเป็นใหญ่เพื่อทำลายล้างโลกทั้งสี่ จนที่สุดก็ต้องพบกับจุดจบด้วยดาบของตัวเอง

“นึกไม่ถึงว่าเทพอาคินมีแผนซับซ้อนเอาหัวใจตัวเองซ่อนไว้ที่ตัวพี่เอก”

“ใช่...หลอกให้ทุกคนคิดว่าอยู่ที่ภูตสังหาร... ร้ายกาจมาก”

“อยู่ที่พี่เอกปลอดภัยไม่มีใครรู้ ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย”

“ที่ไหนได้...ใช้ดาบตัวเองแทงหัวใจตัวเอง”

“กรรมตามสนองทันตา”

นาฬิกาสรุปอย่างปลงๆ คนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย แต่แล้วบีมถอนหายใจเฮือกออกมา บ่นคิดถึงองค์หญิงณัชชา ปาระนังและราเชน

“คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว” ปิงปองครวญเสียงอ่อย

บีมหน้าสลด แต่ให้กำลังใจตัวเองว่าอย่างน้อยก็ยังได้เจอกันในความฝัน

“น่าสงสารพี่เอก กฎสวรรค์ห้ามนางฟ้ารักกับมนุษย์ อกหักไปเลย” นาฬิกาพูดถึงพี่ชายอย่างหมองหม่น คนอื่นฟังแล้วพลอยซึมเศร้า รู้สึกสงสารและเห็นใจเอกภพสุดจะบรรยาย

ครู่หนึ่งไกรยุทธ์เหมือนนึกอะไรได้ โพล่งขึ้นว่า “ถ้าพูดกันจริงๆแล้วพวกเราก็มีเชื้อเทพ”

ปิงปองขานรับทันใด “ใช่...สวรรค์น่าจะเห็นใจพี่เอกบ้าง”

ทันใดนั้นละอองสีชมพูโปรยลงมายังคนทั้งสี่ ร่างนาชะค่อยๆปรากฏขึ้นจนเด่นชัด

“สวรรค์น่ะเห็นใจอยู่แล้วจ้ะ”

“พี่นาชะ!!” บีมกับปิงปองประสานเสียงด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น เอกภพกำลังปฏิบัติหน้าที่นำกำลังเข้าจับกุมพ่อค้ายาเสพติดและเกิดปะทะกันบริเวณตึกร้าง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังกันโอบล้อมคนร้ายที่อยู่ในตัวตึก

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวมาจากบนตึก เอกภพกราดยิงตอบโต้พร้อมกับตะโกนให้คนร้ายมอบตัว แต่พวกมันดันตอบกลับด้วยกระสุนปืนอีกชุดใหญ่จนผู้กองหนุ่มต้องพุ่งตัวหลบข้างรถ แล้วซัดเปรี้ยงออกไปราวจับวาง ถูกร่างคนร้ายร่วงลงมานอนแน่นิ่งจมกองเลือด

“ฝีมือยังใช้ได้”

น้ำเสียงแสนคุ้นนั้นทำให้ผู้กองเอกภพหันขวับไปมอง...ณัชชายืนส่งยิ้มหวานมาให้ เอกภพถึงกับแตกตื่นลืมตาย พุ่งพรวดเข้าไปหาเธอโดยไม่สนใจกระสุนปืนที่ระดมยิงมาไม่หยุด

เขาและเธอยืนประจันหน้ากันท่ามกลางเสียงปืนดังกึกก้อง

“องค์หญิงมาได้ยังไงครับ”

“ก็คุณปราบคนร้ายไม่หมดซะที ฉันถึงต้องมานี่ไง”

“องค์หญิงหมายความว่า...”

“ท่านแม่บอกว่าคุณยอมสละชีวิตช่วยฉัน ท่านพ่อเลยอนุญาตให้ฉันมาดูแลหัวใจคุณ”

เอกภพสวมกอดณัชชาด้วยความดีใจสุดขีด จากนั้นทั้งคู่ช่วยกันกำราบคนร้ายจนมันยอมจำนนในที่สุด

ooooooo

–อวสาน–

ธิดาพญายม ตอนที่ 17

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement