advertisement

โดมทอง ตอนที่ 18

บทประพันธ์ วราภา จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ภาวิต
14 ส.ค. 2556 15:01

หลายวันผ่านไป...

อดิศวร์พาวิรงรองกลับจากโรงพยาบาล มีภูไท พันธ์สูรย์ ปราง พิชญ์และพิณทองตามมาติดๆ ปิดท้าย ด้วยคู่ของอนิรุทธิ์กับลานนาซึ่งกำลังคบหาดูใจกันอยู่โดยมีวิรงรองเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ อุษาเดินนำอุไรออกมาต้อนรับ และแจ้งให้วิรงรองรู้ว่า อดิศวร์สั่งให้เธอจัดห้อง ข้างล่างทางปีกซ้ายซึ่งมองเห็นทะเลไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
“ขอบคุณคุณอดิศวร์มากค่ะ ขอบคุณพี่อุษาด้วยนะคะ”

อุษาพยักหน้ารับรู้ แล้วหันไปเชิญบรรดาแขกผู้มาเยือนไปกินของว่างที่จัดเตรียมไว้ในห้องนั่งเล่น ขณะที่อดิศวร์เข็นรถเข็นพาวิรงรองไปดูห้องพักห้องใหม่...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง อดิศวร์หยิบแหวนเพชรน้ำงามสวยกว่าวงเก่าขึ้นมาสวมให้วิรงรอง พลางออกตัวว่าจะสวมแหวนวงนี้ให้เธอตั้งนานแล้ว บังเอิญมีแต่เรื่องยุ่งๆเลยกราบเรียนขอให้หลวงพ่อของพันธ์สูรย์หาฤกษ์สวมแหวนให้ซึ่งก็ตรงกับวันนี้พอดี และเขาขออนุญาตแม่ของเธอไว้แล้ว หญิงสาวท้วงว่าใช้แหวนวงเก่าก็ได้
“ไม่เอา วงนั้นเธอถอนหมั้นฉันไปแล้วนี่”

วิรงรองถอนใจหนักใจ ก่อนจะถามว่าแสงแข เป็นอย่างไรบ้าง อดิศวร์ไม่อยากพูดถึงผู้หญิงคนนั้นอีก เวลานี้แทบจะไม่มีใครพูดกับเธอ แม้แต่อุษา เขาเองก็ไม่รู้ว่าเธอจะสำนึกตัวบ้างหรือเปล่า

“นี่เพราะเห็นแก่เธอที่พยายามขอร้องไม่ให้เอาเรื่อง แล้วก็อุษา ฉันถึงได้ให้พันธ์สูรย์วิ่งเต้นทุกทาง เพื่อไม่ให้มีชื่อแสงแขเข้าไปพัวพันด้วย ทั้งๆที่มันไม่ ยุติธรรมโดยเฉพาะกับเธอ แสงแขทำผิดร้ายแรงถึงสองครั้งสองหน เธอสมควรจะได้รับโทษ”

“อย่าเลยค่ะคุณอดิศวร์ ความจริงดิฉันต่างหาก ที่ไปแย่งของรักของเธอ”

“ถึงไม่มีเธอ ฉันก็ไม่มีวันรักแสงแขได้...อย่าพูดถึงคนอื่นเลย ตกลงว่างานแต่งงานของเราจะไม่เลื่อน”

หญิงสาวเล่นแง่ว่ายังบาดเจ็บอยู่ อดิศวร์คุยกับแม่ ของเธอแล้วท่านไม่มีอะไรขัดข้อง และที่สำคัญอีกตั้งสองเดือนกว่าจะถึงวันแต่งงาน เธอน่าจะหายทัน

วิรงรองอ้าปากจะค้าน อดิศวร์ดึงเธอมาจูบเพื่อปิดปากไม่ให้พูด

ooooooo

ในเวลาต่อมา ขณะอุษากำลังเตรียมอาหาร สำหรับเลี้ยงแขกอยู่ในครัวกับอุไร แสงแขเข้ามาถาม ว่าวิรงรองกลับจากโรงพยาบาลแล้วหรือ อุษาพยักหน้า แทนคำตอบ ก่อนจะหันไปสั่งให้อุไรยกถาดใส่อาหารขึ้นไปให้แสงแขที่ห้อง เจ้าตัวปฏิเสธว่ายังไม่หิว ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น แล้วเดินจากไปเงียบๆ อุไรแอบนินทาไล่หลัง

“ถ้าคุณแขทราบว่าคุณลบกำหนดวันแต่งงานกับคุณวิแล้ว เธอคง...คงแย่นะคะ”

“ถึงอย่างไรแสงแขก็ต้องรับรู้และยอมรับ” อุษาสีหน้าสลดอดเวทนาสงสารน้องสาวตัวเองไม่ได้...

ทางฝ่ายแสงแขกำลังจะกลับขึ้นห้องเจอลานนากับอนิรุทธิ์ และพิณทองกับพิชญ์เดินหยอกล้อกันผ่านมาพอดี ต่างฝ่ายต่างชะงัก แสงแขตัดสินใจเดินเลี่ยงไปอีก ทางหนึ่ง ลานนาเจ็บแค้นแทนเพื่อนตะโกนไล่หลังให้เลิกคิดจะทำร้ายวิรงรองได้แล้ว ยัยตัวแสบหยุดกึก อนิรุทธิ์จับแขนลานนาไว้เป็นเชิงเตือน แต่เธอดึงมือเขาออก

“คุณวางแผนฆ่าวิตั้งสองครั้งหรืออาจจะมาก

กว่านั้นก็ได้ แต่เธอก็ไม่ได้เอาเรื่องเพราะเห็นแก่คุณอดิศวร์” กลัวว่าตระกูลศิโรดมจะเสียชื่ออื้อฉาว คุณควรจะสำนึกในบุญคุณของวิให้มากๆ”

“ถ้าคิดทำร้ายคุณวิอีก คราวนี้ถึงคุณวิจะไม่เอาเรื่องแต่น้าลบต้องไม่ปล่อยให้คุณลอยนวลอย่างนี้แน่”

พิชญ์กระตุกแขนพิณทองไม่ให้พูดอะไรอีก เธอไม่ยอมรามือ บอกแสงแขอย่างเย้ยหยันว่าน้าลบกับคุณวิได้ฤกษ์แต่งงานแล้ว ยัยตัวแสบกำลังจะเดินหนีถึงกับก้าวขาค้าง ใบหน้าเย็นชาเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเจ็บปวด

“เราทุกคนจะคอยจับตาคุณไม่ให้กระดิกตัวไปทำอะไรร้ายๆได้ง่ายๆแน่นอน”

อนิรุทธิ์กระซิบกับลานนาให้พอได้แล้ว แสงแขเดินน้ำตาซึมกลับไปทางเก่า พิชญ์เตือนสองสาวให้เพลาๆ

กันหน่อย ไม่อยากให้แสงแขเจ็บแค้นใจขึ้นมาอีกเดี๋ยวจะเกิดเรื่อง...

ด้านแสงแขกลับเข้าไปในครัวด้วยน้ำตานองหน้า ถามอุษาที่ยังคงเตรียมอาหารอยู่ว่าอดิศวร์จะแต่งงานกับวิรงรองเมื่อไหร่ เธอไม่แน่ใจเรื่องวันที่ แต่กำหนดไว้ในอีกสองเดือนข้างหน้า แสงแขสะเทือนใจมากถึงกับซวนเซจะล้มต้องเอามือยันผนังไว้ อุษาสงสารน้องจับใจจะเข้ามาช่วยประคอง เธอปัดมือออก บอกว่าไม่ต้อง ไม่ได้เป็นอะไร อุษากับอุไรช่วยกันขอร้องแสงแขอย่าให้มีเรื่องกันอีกเลย วิรงรองเองก็เพิ่งจะหายป่วย

“ทุกคนห่วงแต่วิรงรองไม่มีใครคิดถึงใจแขเลย ไม่มีจริงๆ” แสงแขตัดพ้อด้วยความน้อยใจ ก่อนจะผละจากไปทั้งน้ำตา อุษาขยับจะตาม แต่อุไรห้ามไว้ ปล่อยให้เธอได้อยู่คนเดียวจะดีกว่า อาจทำให้คิดได้

ooooooo

ในขณะที่แสงแขท้อแท้หมดอาลัยตายอยากในชีวิต วิรงรองกำลังซบอกอดิศวร์อยู่ในห้องพักอย่างมีความสุข เขาเสนอว่าก่อนแต่งงานเราน่าจะทำบุญบ้านใหญ่กันอีกครั้งหนึ่งเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ แล้วถามเธอว่าระยะหลังมานี่ไม่ได้ฝันเห็นคุณปู่กับคุณย่าน้อยแล้วใช่ไหม

“ก็ตั้งแต่คืนก่อนที่จะถูกยิงก็ไม่ฝันเลยค่ะ คราวนั้นท่านคงจะมาเตือน แต่วิก็ไม่ได้เอะใจ คุณอดิศวร์ล่ะคะ ฝันถึงท่านผู้หญิงบ้างหรือเปล่า”

อดิศวร์ยังไม่ทันจะตอบคำถาม มีเสียงมือถือของวิรงรองดังขึ้นเสียก่อน พันธ์สูรย์โทร.มาขอพบอดิศวร์เพื่อจะคุยธุระสำคัญด้วย เธอเห็นเขานิ่งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ออดอ้อนให้เขาช่วยไปพบพันธ์สูรย์ซึ่งรออยู่ที่ห้องทำงาน อดิศวร์ทนเสียงรบเร้าของหญิงคนรักไม่ไหว ยอมทำตามที่เธอต้องการ...

แม้จะตกปากรับคำยอมไปพบพันธ์สูรย์ตามที่วิรงรองเจ้ากี้เจ้าการจัดให้ อดิศวร์ยังคงไว้ท่าจนอีกฝ่ายชักเริ่มหงุดหงิดแต่จำต้องข่มอารมณ์ไว้ แจ้งว่าที่มาพบเขาในวันนี้ก็เพื่อจะมาสู่ขออุษา อดิศวร์ซักถามจนพอใจว่าพันธ์สูรย์รักญาติผู้น้องของตนจริงๆและยังให้คำมั่นด้วยว่าจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด

อดิศวร์จะไม่ขอเป็นคนชี้ขาดเรื่องนี้ แต่จะให้อุษาเป็นฝ่ายตัดสินใจเอง แล้วพาพันธ์สูรย์ไปพบเจ้าตัวซึ่งรอลุ้นอยู่ที่ห้องโถงเพื่อให้พูดคุยตกลงกันเอง พันธ์สูรย์จับมือทั้งสองข้างของเธอไว้

“คุณจะเต็มใจไปอยู่บ้านที่เล็กกว่าโดมทองสองเท่าไหมครับ”

อุษาตอบตกลงทั้งน้ำตา พันธ์สูรย์รวบตัวเธอมา

กอดไว้ด้วยความรักเต็มหัวใจ ลานนาเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี หันหลังกลับออกไปทันที อนิรุทธิ์มองตามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะวิ่งตามเธอจนทัน

“ผมนึกว่าคุณตัดใจจากคุณพันธ์สูรย์ได้ตั้งนานแล้วเสียอีก”

“มันก็แค่อึ้งๆไปเท่านั้นแหละค่ะ แหม ลานนาไม่ทันตั้งตัวนี่ค่ะ” ลานนาหัวเราะกลบเกลื่อน

“แล้วตอนนี้หายอึ้งแล้วหรือยังล่ะ...ผมไม่อยากอกหักซ้ำซาก”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ ความจริงเรื่องพี่พันธ์สูรย์เนี่ย ลาน–นาก็ไม่ได้ถึงขนาดอกหักมากมายหรอกนะคะ ลานนา...”

อนิรุทธ์รีบตัดบทว่าพอได้แล้ว ไม่ต้องอธิบายมาก คว้ามือลานนาที่หัวเราะร่าเริงไปเดินเล่นด้วยกัน...

ด้วยความที่คุยกับวิรงรองถึงเรื่องคุณย่า อดิศวร์เก็บเอาไปฝันว่าท่านมาหา ยืนจ้องเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึงราวกับโกรธจัด เขาตกใจ สะดุ้งตื่น มองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าตัวเองแค่ฝันไปเท่านั้น

ooooooo

ยิ่งได้รู้ว่าอุษาเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะสมหวังในความรักยิ่งทำให้แสงแขหมองเศร้า แววตาดูเลื่อยลอยชอบกล แม้อุษารับปากว่าหลังแต่งงานกับพันธ์สูรย์ แล้วจะพาเธอไปอยู่ด้วย แสงแขกลับบอกว่าจะไม่ยอม จากโดมทองไปไหน จะอยู่รอคนรักของตนที่นี่ตลอดไป

“คุณย่าก็ชวนให้แขอยู่ ท่านจะได้มีเพื่อน คุณย่าสิงอยู่ในโดมทอง แขก็จะสิงอยู่ที่นี่ด้วย”

“จุ๊ๆๆ...คุณย่าท่านไปสบายแล้ว อย่าคิดมาก” อุษาพูดจบจูงมือน้องสาวที่เหมือนตกอยู่ในภวังค์กลับห้องพัก แล้วบอกว่าอีกสักครู่จะให้อุไรมาอยู่เป็นเพื่อน แสงแขไม่ต้องการ ไม่อยากถูกคุณย่าด่า

“แสงแข...คุณย่าท่านเสียไปแล้ว” อุษาปราม

“เดี๋ยวแขจะฟ้องคุณย่าว่าพี่อุษาแช่งท่าน...คุณย่าเรียกแขแล้ว แขต้องรีบเข้าไป” แสงแขรีบเข้าห้อง ปิดประตูตามหลัง อุษาใจคอไม่ดีค่อยๆแง้มประตูเข้าไปมอง เห็นน้องสาวนั่งพับเพียบเรียบร้อย เหมือนกำลังพูดกับใครบางคนอยู่ที่นั่งอยู่บนเตียง เธองับประตูปิดเหมือนเดิม อดเป็นกังวลไม่ได้

ooooooo

อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะถึงวันแต่งงานระหว่างวิรงรองกับอดิศวร์ แสงแขเพิ่งมีโอกาสได้คุยเปิดอกกับวิรงรองเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่วันที่ฝ่ายหลังถูกอ๊อดลอบยิง เธอเหมือนจะตัดพ้อว่าวิรงรองแต่งงานกับอดิศวร์แล้วมาอยู่ที่โดมทอง ตนเองจะอยู่อย่างไร วิรงรองไม่อยากให้เธอคิดมาก เคยอยู่กันอย่างไรก็ให้เป็นเหมือนเดิม

“มีใครบ้างที่จะดีกับคนที่รู้แน่ๆ ว่าเป็นศัตรูของตัวเอง เธอก็รู้นี่ว่าฉันจ้างคนฆ่าเธอ แล้วทำไมไม่โกรธฉัน”

“จะบอกว่าไม่โกรธเลยก็คงจะดูแสนดีเกินไป แต่ดิฉันเห็นแก่พี่อุษาเพราะเธอดีกับฉันมาก ดีมาตั้งแต่แรก แล้วก็เห็นแก่คุณอดิศวร์ด้วย เขาคงไม่สบายใจอย่างแน่นอนถ้าหากน้องของเขาจะติดคุกในฐานะฆาตกร”

“พูดตรงดี ฉันเกลียดเธอ เกลียดตั้งแต่แรกเห็น เกลียดเพราะเธอทำให้คุณลบรักได้ ทั้งๆที่เขาไม่เคยสนใจใครมาก่อนเลย แต่...ช่างมันเถอะ เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว” แสงแขพูดจบ ขยับจะไป คราวนี้วิรงรองเป็นฝ่ายรั้งไว้บ้าง ขอร้องให้เธอลืมเรื่องราวบาดหมางที่ผ่านมาแล้วเริ่มต้นใหม่ แสงแขฉีกยิ้มให้ ขอให้เธอกับอดิศวร์โชคดี วิรงรองขอบคุณสำหรับคำอวยพร ก่อนจะยิ้มตอบอย่างโล่งใจ...

ฝ่ายแสงแขเดินออกจากตัวบ้าน แล้วสูดลมหายใจเข้า ลมพัดแรงขึ้นราวกับจะเกิดพายุใหญ่ เมฆดำทะมึนลอยบดบังดวงจันทร์จนมืดมิด แสงแขหันกับไปมองตัวบ้านอีกครั้งด้วยน้ำตานองหน้า

“ลาก่อน...คุณลบ...ลาก่อนโดมทอง...” แสงแขตัดใจเดินจากไปท่ามกลางลมที่พัดแรงขึ้นทุกขณะ...

กว่าจะมีคนรู้ว่าแสงแขหายไปก็เป็นตอนที่อดิศวร์

วิรงรองรวมทั้งอุษาและพันธ์สูรย์มานั่งร่วมโต๊ะอาหารเพื่อกินมื้อค่ำ อุษากับวิรงรองไปตามที่ห้องของเธอก็ไม่พบ...

แสงแขเดินฝ่าพายุลมแรงและสายฝนที่ตกหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตามาถึงชายหาด มองไปยังท้องทะเลปั่นป่วนไปด้วยคลื่นลมเบื้องหน้า เหมือนมีใครคนหนึ่งกวักมือเรียกจากกลางทะเล เธอพยายามเพ่งมองฝ่าความมืดและสายฝน เงาตะคุ่มๆนั้นกลับจมหายไปในเกลียวคลื่น แสงแขค่อยๆก้าวลงไปในทะเลด้วยสีหน้านิ่งสนิท...

ฝ่ายอุษาเริ่มร้อนใจเมื่อทุกคนช่วยกันค้นหาจนทั่วบ้านแต่ไม่มีวี่แววของแสงแข วิรงรองตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจจะออกไปข้างนอก อุษาเริ่มใจเสีย ฝนตกหนักขนาดนี้จะออกไปทำไม

“ไม่แน่...ไป...พันธ์สูรย์” อดิศวร์ซึ่งร้อนใจไม่แพ้กันขยับจะไป อุษาร้องตามจะไปช่วยอีกแรงหนึ่ง

“คุณอุษารออยู่ที่นี่กับคุณวิดีกว่าครับ” พันธ์สูรย์ว่า แล้ววิ่งตามอดิศวร์ออกไปทันที

ไม่นานนัก คณะค้นหาต่างกระจายกำลังกันออกเป็นกลุ่มๆค้นหาไปทั่วอาณาจักรโดมทอง โดยกลุ่มของ

อดิศวร์ พันธ์สูรย์ นายสมและคนงานจำนวนหนึ่งแยกมาตามหาแถวชายหาด แต่ด้วยความมืดประกอบกับฝนตกหนักทำให้มองไม่เห็นแสงแขกำลังเดินจมหายไปในทะเลคลั่ง...

ขณะที่แสงแขตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในสายน้ำ อุษายังคงชะเง้อคอมองออกไปนอกหน้าต่าง ใจคอไม่ดีไม่รู้ว่าน้องสาวตัวเองจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร อุไรไม่วายปากเสีย

“คุณอุษาจำได้ไหมคะ ที่ต้องมีคนจมน้ำตายทุกปี”

“อื้อ...ป้าอุไรคะ” วิรงรองปราม แล้วดึงอุษามา

กอดปลอบใจ อุไรกลับไม่รู้สึกตัว ยังพล่ามไม่หยุดว่าที่ตนพูดเมื่อครู่เป็นเรื่องจริง ปีนี้ยังไม่มีใครตายเลย อุษาปล่อยโฮทันที ลานนาทนไม่ไหวออกปากไล่

“ป้าอุไรช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะ”

“ได้ค่ะ ป้าว่าจะออกไปดูข้างนอกเหมือนกัน แล้วเดี๋ยวจะมาส่งข่าว”

“ไม่ต้องค่ะ ออกไปแล้วไม่ต้องกลับเข้ามาจนกว่าวิจะไปตาม” วิรงรองเสียงเข้ม อุไรถึงกับหน้าจ๋อย

ooooooo

ในเวลาต่อมา กลุ่มค้นหาของอดิศวร์กลับมารวมตัวกันที่ริมหาดอีกครั้งในสภาพเปียกมะลอกมะ-แลก ไม่มีใครเห็นแม้แต่เงาของแสงแข พันธ์สูรย์ตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจไม่ได้มาที่นี่ แต่ไปหลบแถวป่าละเมาะ อดิศวร์ไม่เข้าใจจะไปแถวนั้นทำไม

“ก็คงเป็นเหตุผลเดียวกับที่เราสังหรณ์ใจว่าทำไมเธอมาที่นี่นั่นแหละครับ” พันธ์สูรย์สรุป

“ถ้าอย่างนั้นคนงานที่ไปหาแถวนั้น อาจจะเจอตัวแล้วก็ได้...พวกเรากลับกันเถอะ” อดิศวร์พูดจบเดินนำกลุ่มค้นหากลับไปที่รถ...

อุษาถึงกับเข่าอ่อนเมื่ออุไรวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่า  คณะที่ออกค้นหาแสงแขกลับมามือเปล่าไม่มีวี่แววอะไรทั้งสิ้น วิรงรองกับลานนาต้องเข้าไปประคองเธอพามานั่ง

“ลานนากับป้าอุไรอยู่กับพี่อุษาก่อนนะ วิจะไปถามคุณอดิศวร์”

“คุณลบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ คุณพันธ์–สูรย์ก็ไปเปลี่ยนที่ห้องรับรองแขกเปียกปอนมาทั้งคู่”

วิรงรองพยักหน้ารับรู้ แล้วก้าวฉับๆขึ้นไปหา อดิศวร์ที่ห้อง ยังไม่ทันเคาะประตูเรียก ประมุขโดมทองออกมาจากห้องเสียก่อน เธอถามอย่างร้อนใจว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาคิดว่าแสงแขอาจจะหนีไปที่อื่น

“คงเป็นเพราะเธอสะเทือนใจเรื่องที่เราจะแต่งงาน” วิรงรองสีหน้าหนักใจ

อดิศวร์ขอร้องอย่าโทษตัวเอง แสงแขรู้อยู่แก่ใจดีว่าสักวันหนึ่งเราสองคนต้องแต่งงานกัน แล้วชวนวิรงรอง ลงไปหาอุษา จังหวะนั้น พันธ์สูรย์ตามมาสมทบ แจ้งว่าเพิ่งโทร.ไปบอกให้ภูไทช่วยระดมคนงานค้นหาแสงแขตั้งแต่เช้าวันพรุ่งนี้

“ขอบใจ...ไปดูอุษากันเถอะ” อดิศวร์ว่า แล้วจูงมือวิรงรองจะไป แต่พันธ์สูรย์เรียกไว้

“อดิศวร์...ผมไม่ได้แช่ง...แต่...” พันธ์สูรย์พูดยังไม่ทันจบ อดิศวร์แย้งขึ้นเสียก่อนว่าอย่าพูดแบบนี้ให้อุษาได้ยินเด็ดขาดวิรงรองนิ่วหน้าสงสัยว่า  มีลับลมคมในอะไรกัน พันธ์สูรย์อธิบายว่า

“คุณแสงแขนิสัยเหมือนท่านผู้หญิงอย่างหนึ่ง คือยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้”

วิรงรองเอามือทาบอกด้วยความตกใจ ภาวนาอยู่ในใจว่าแสงแขจะไม่ได้เป็นอย่างที่พันธ์สูรย์พูด...

ทันทีที่เห็นหน้าอดิศวร์ อุษาปราดเข้าไปหาทั้งน้ำตาว่าแสงแขไม่มีเพื่อนสนิท แล้วจะหนีไปที่ไหนได้ เขาโอบเธอไว้อย่างอ่อนโยน ปลอบว่าอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ พันธ์สูรย์เห็นหญิงคนรักสีหน้าไม่สู้ดีนัก รับปากว่าพรุ่งนี้จะมาช่วยค้นหาแสงแขแต่เช้า ลาน-นาเองก็จะมาช่วยอีกแรงหนึ่งด้วย แต่ตอนนี้คงต้องขอตัวกลับก่อน วิรงรองจะเดินไปส่งที่รถแต่พันธ์สูรย์ห้ามไว้

“ไม่เป็นไรครับ เดินออกไปแค่นี้เอง ผมฝากอุษาด้วย”

วิรงรองยังไม่ทันจะพูดอะไร อดิศวร์ชิงพูดตัดหน้า ว่าไม่จำเป็นต้องฝากเพราะอุษาเป็นน้องสาวของเขา ลาน-นากับวิรงรองสบตากันอย่างเป็นกังวล แต่พันธ์สูรย์กลับไม่ใส่ใจ คว้ามืออุษามากุมไว้

“ผมกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะรีบมาแต่เช้า” พันธ์สูรย์ว่าแล้วพาลานนากลับไป...

ศพของแสงแขถูกพบลอยมาติดชายหาดเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น สร้างความสลดใจให้ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง อุษาทราบข่าวถึงกับทรุดตัวลงกองกับพื้นร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา พันธ์สูรย์รีบเข้าไปกอดปลอบใจ อดิศวร์เองก็เศร้าใจไม่แพ้เธอเช่นกัน

ooooooo

แม้โดมทองจะกลับมาสงบเงียบอีกครั้งหนึ่งแต่ยังคงแฝงไว้ซึ่งสิ่งเร้นลับ ขณะที่วิรงรองเข้ามาจุดธูปกราบบรรดาบรรพบุรุษของตระกูลศิโรดมในห้องโถงใหญ่ อดิศวร์ตามมาเร่งให้ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวจะไปรับแม่ของเธอไม่ทัน จากนั้นก็พากันเดินไปที่ประตูห้อง มีเสียงถอนใจเบาๆดังขึ้น

วิรงรองหันขวับมองตามเสียง เห็นท่านผู้หญิงสรรักษ์ที่อยู่ในรูปภาพติดผนังแสยะยิ้ม จ้องมองมาอย่างประสงค์ร้าย เธอถึงกับชะงัก อดิศวร์ถามว่ามีอะไร วิรงรองมองไปยังรูปนั้นอีกครั้งกลับไม่พบสิ่งผิดปกติ

“ไม่มีอะไรค่ะ วิคงตาฝาดไป” วิรงรองไม่วายหันมองอีกที ต้องตกใจที่เห็นแววตามีเลศนัยของท่านผู้หญิงสรรักษ์จ้องมองเขม็ง

ooooooo

-อวสาน-

โดมทอง ตอนที่ 18

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement