วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 9


30 พ.ค. 2560 09:30
4,285,592 ครั้ง

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

เหมือนคนละฟากฟ้า

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

เบญจธารา

กำกับการแสดงโดย:

แมน เมธี

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

แอนดริว เกร็กสัน, ภีรนีย์ คงไทย

กฤตนัยต้องรับศึกหนักถูกกิ่งกาญจน์ซักไซ้ ภุชงค์เลยถือโอกาสปลีกตัวตามกุสุมาออกมา แต่ไม่ทันแก้ตัวก็ต้องช่วยเธอรับมือดนัยแฟนเก่าที่ตามตื๊อขอคืนดีด้วย

รินอดีตเพื่อนสนิทเธอที่ลอบแทงข้างหลัง แอบเป็นชู้กับดนัยช่วยผสมโรงด้วย ภุชงค์เลยออกรับแทน

“ป้องไม่ได้โกรธพวกคุณหรอกครับ ผมเป็นเพื่อนสนิทของป้อง...สนิทมากจนบอกแทนได้ว่าป้องไม่โกรธและขอบคุณที่ช่วยทำให้รู้ว่าตัวถ่วงชีวิตหน้าตาเป็นยังไง ตอนนี้ป้องชีวิตการงานดีมาก...ขอบคุณนะครับที่ทำเลวจนทำให้ป้องได้มาเจอกับผม ขอตัวนะครับ ผมกับป้องมีดินเนอร์กันคืนนี้”

พูดจบก็พากุสุมาผละไป ทิ้งดนัยให้มองตามด้วยความเสียดาย

วีรกรรมช่วยกู้หน้าทำให้กุสุมาประทับใจไม่น้อย ภุชงค์เดาว่าเธอคงเป็นโสดเพราะช้ำจากแฟนเก่าอย่างดนัย

“โดนคนที่ไว้ใจหักหลังมันเจ็บ”

“คุณถึงซีเรียสเรื่องคุณกิ่งมาก”

“พี่กิ่งไว้ใจคุณโยมาก ถ้าเขารู้ว่าคุณโยแอบยุ่งกับคุณชัช”

“ผมว่าจะพูดแบบนั้นก็ไม่ยุติธรรมกับคุณโย ถ้าคุณไม่รู้ว่าเขามีเหตุผลอะไรก็ไม่ควรตัดสินคุณโยแบบนั้น”

“นี่ใช่ไหมที่เรียกว่าหน้ามืด ต่อให้ทำผิดก็เข้าข้าง”

“ผมมองรอบด้านต่างหาก คุณมีปมได้แต่อย่าเหมารวมว่าทุกคนจะเลวเหมือนเพื่อนกับแฟนเก่าคุณสิ”

“ฉันไม่อยากเห็นพี่กิ่งเสียใจเหมือนฉัน”

“มันอาจไม่เกิดขึ้น เพราะสุดท้ายคุณโยจะเลือกผม คิดแบบบวกๆ มองโลกในแง่ดีมีหวังหน่อยสิคุณ”

“เอาที่สบายใจคุณเลย อย่างคุณไว้รอคิดลบทีเดียวตอนชวดแล้วก็ได้นะ”

“ผมมีคนหนุนดี ไม่มีทางชวดแน่!”

ด้านเถกิง...ไม่ได้เป็นกังวลมากเรื่องชัชรัณกับโยทกาอย่างที่กรรณิการ์คิด แม้จะรู้ฤทธิ์ผ่องกับเพ็ญศรีดี แต่ก็คิดว่าเรื่องนี้ควรเป็นสิทธิ์และการตัดสินใจของชัชรัณกับโยทกามากกว่า

“ถ้าเขาสองคนจะรู้สึกดีๆต่อกัน มันก็เป็นเรื่องดีนะ ผมไม่ขวางหรอก”

“คุณไม่ขวางแล้วคุณจะช่วยคุยกับคุณผ่องให้เข้าใจยังไงคะ คุณชัชเกลียดกรรณ แล้วจะรักโยได้ยังไง กรรณต้องหยุดทุกอย่างก่อนที่โยกับคุณชัชจะไปไกลกว่านี้”

“คุณอย่าเพิ่งคิดมาก ผมขอเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าโยทกาไปหาเจ้าชัชจริงๆแล้วค่อยกังวลดีไหม”

คำปลอบของสามีไม่ได้ทำให้กรรณิการ์คลายความทุกข์ใจ แต่คงไม่เท่ากับกิ่งกาญจน์ ที่แม้จะง้างปาก

กฤตนัยไม่ได้ แต่ก็ถูกคุณหญิงละอองเอาความจริงมาฟาดหน้า ด้วยการโชว์ภาพแอบถ่ายของชัชรัณกับโยทกา

“เห็นแล้วใช่ไหมว่ามันโกหก โยทกามันร้ายกว่านงนิจมาก ถ้ากิ่งไม่สู้...ครั้งนี้กิ่งจะต้องเสียชัชรัณไปจริงๆ!”

ooooooo

ชัชรัณกับโยทกายังไม่รู้ตัวว่ามีคนแอบถ่ายภาพไปบอกพวกที่กรุงเทพฯ มัวตามไปช่วยชบาที่ถูกแก๊งค้ามนุษย์ นำโดยนุชกับอุษา ลักพาตัวออกจากบ้าน สองหนุ่มสาวแยกกันหนีและเกือบเสียท่าแล้ว ถ้าพวกชาวบ้านกับตำรวจที่เถกิงส่งไปเพราะโยทกาโทร.ไปขอร้องก่อนหน้าจะไม่โผล่มาช่วยทันเวลา!

กว่าการจับกุมตัวแก๊งค้ามนุษย์จะเรียบร้อย ชัชรัณกลับมาที่บ้านพัก โยทกาก็รอจนเป็นลม ชัชรัณต้องอุ้มไปพักและบังคับให้นอนห้องเดียวกัน โดยมีเขานอนพื้นเฝ้าอาการเธอทั้งคืน

ด้านกิ่งกาญจน์...ว้าวุ่นใจมาก ภาพแอบถ่ายชัชรัณกับโยทกาจากคุณหญิงละอองทำให้นอนไม่ค่อยหลับ ต้องมาผล็อยหลับที่ออฟฟิศ กฤตนัยเฝ้าดูแลและเผลอหอมแก้มเธอด้วยความรัก กุสุมาแวะมาเห็นพอดี แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก่อนจะตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากภุชงค์ให้พิสูจน์ความจริงบางอย่าง

ภุชงค์ยอมช่วยแบบงงๆ กว่าจะถึงบางอ้อ เมื่อเห็นว่ากฤตนัยมีท่าทีหึงหวงกิ่งกาญจน์อย่างออกนอกหน้า กุสุมาที่เป็นฝ่ายชวนทุกคนมากินข้าว ลอบจับสังเกตอาการ
กฤตนัย แล้วจึงได้ข้อสรุปอันน่าเศร้าว่าเป็นเรื่องรักสามเส้า กฤตนัยคงแอบรักกิ่งกาญจน์มานานแล้ว แต่ก็ต้องเก็บซ่อนไว้ เพราะเธอมีใจให้ชัชรัณ...

ชัชรัณนอนจับมือโยทกาตลอดคืน เกิดความรู้สึกอ่อนหวานอย่างช่วยไม่ได้ โยทกาตื่นมาด้วยความรู้สึกดีขึ้นมาก แต่ก็อดประหม่าไม่ได้เมื่อเห็นว่าชัชรัณจับตามองเธอยิ้มๆ

“ยังมีไข้นิดหน่อย ผมจะออกไปที่หมู่บ้าน คุณอยู่ที่นี่คนเดียวได้ไหม”

“ฉันอยากไปด้วยค่ะ อยู่ที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำ จะได้ช่วยงานคุณด้วยไงคะ”

“ถ้าภายในสองวันนี้งานที่หมู่บ้านเคลียร์หมด เราจะกลับกรุงเทพฯ”

โยทกายิ้มกว้าง ตื่นเต้นมากจนเขาต้องถาม

“ที่ดีใจมากเนี่ย...เพราะอะไร”

“เพราะภารกิจฉันสำเร็จ คุณยกโทษให้ฉันแล้ว”

“การที่ผมยกโทษให้คุณมันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ถ้าคุณเคยแคร์ใครสักคน คุณจะรู้ว่าการที่เขาอภัยให้มันสำคัญมากขนาดไหน”

ความสัมพันธ์ระหว่างชัชรัณกับโยทการุดหน้าไปมาก ทั้งสองไม่ทันคิดเลยว่ากิ่งกาญจน์จะต้องช้ำใจแค่ไหนที่ติดต่อใครไม่ได้เลย กุสุมาสงสารและเห็นใจ แต่ก็อยากให้รุ่นพี่สาวตั้งสติ

“ปิดเครื่องทั้งคู่เลย พี่ขอให้คุณแม่ช่วยส่งคนไปดูดีไหม”

กุสุมาถอนใจยาว รู้ฤทธิ์คุณหญิงละอองดี “การสื่อสารที่ผ่านคนกลาง สารที่เราได้รับมักถูกคนกลางเลือกที่จะให้ข้อมูล พี่มั่นใจไหมคะว่าคุณป้าจะส่งความจริงให้เราเห็นทั้งหมดจริงๆ”

“ไม่แน่ๆ ถ้าอย่างนั้นพี่ควรจะไปให้เห็นด้วยตาตัวเองใช่ไหม”

“ถ้าพี่ต้องการคำตอบจริงๆนะคะ”

ooooooo

กิ่งกาญจน์ตัดสินใจไปเชียงรายในวันต่อมา โดยมีกุสุมากับกฤตนัยตามไปเป็นเพื่อน กฤตนัยไม่อยากให้ไปนัก แต่ก็จนด้วยเหตุผลจะค้าน เพราะกิ่งกาญจน์ยืนยันว่าอยากรู้และได้ยินทุกอย่างจากชัชรัณ

ชัชรัณกับโยทกาไม่ได้คิดถึงใครที่กรุงเทพฯเลย มัววุ่นวายกับการช่วยชาวบ้านพัฒนาสินค้าพื้นบ้าน เพลิดเพลินกับบรรยากาศเรียบง่ายและเป็นกันเอง ซึมซับความรู้สึกดีๆที่ส่งถึงกันตลอดเวลา

“ที่นี่สวยนะคะ อากาศดี ชาวบ้านที่นี่ก็น่ารักคุณแม่คุณคงชอบที่นี่มาก”

“ท่านรักที่นี่...ผมกับท่านเคยมาอยู่ที่นี่เป็นเดือน”

“คุณท่านยอมเหรอคะ”

“ถ้าพ่อไม่มาด้วย ท่านยอมอยู่แล้ว ผมมีความสุข มากนะเวลาอยู่กับแม่สองคน เพราะท่านจะไม่ร้องไห้เลย”

“ฉันเข้าใจคุณนะ เวลาที่เห็นแม่ร้องไห้แล้วเราช่วยอะไรไม่ได้เลย...มันทรมาน แต่น้ำตาแม่ทำให้ฉันเกิดแรงฮึดนะ ฉันเรียนหนักเพื่อให้น้ำตาของแม่กลายเป็นรอยยิ้ม แล้ววันหนึ่งแม่ก็ยิ้ม...แค่ยิ้มเดียวมันทำให้ฉันภูมิใจมาก เหมือนที่คุณทำให้ทุกคนที่นี่มีชีวิตที่ดีขึ้นตามความตั้งใจของคุณแม่ของคุณ”

“แม่รักที่นี่ รักความสงบ รักน้ำใจ รักรอยยิ้ม ถ้าแม่ได้เห็นว่ามันเป็นอย่างที่แม่ตั้งใจแล้ว”

“ทุกอย่างที่คุณทำด้วยความรักจะส่งถึงคุณแม่ คุณแน่ๆ”

“อะไรคือความสุขของคุณกับแม่”

“อยู่อย่างสงบสุขกับคนที่รัก มีเงินไม่มีคนที่รักเรา...ไม่สุข มีเงินแต่ต้องเสียคนที่เรารัก...ไม่สุข ฉันกับแม่ไม่ซับซ้อนค่ะ เพราะตายไปเราก็เอาอะไรไปไม่ได้แม้แต่ลมหายใจ”

สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ ก่อนที่ชบาจะวิ่งมาชวนไปเก็บดอกไม้ ความซื่อและความน่ารักสดใสของชบาทำให้ทุกอย่างรอบตัวมีสีสัน โยทกาซึมซับบรรยากาศนั้นไว้ ก่อนจะหันไปถามชัชรัณด้วยความอยากรู้

“ทำไมคุณถึงยอมให้ชบาเรียกว่าพ่อล่ะคะ”

“เด็กที่ขาดพ่อกับแม่น่าสงสาร ผมไม่อยากให้ชบาโดดเดี่ยว เงินกับความสบายไม่ได้ช่วยเติมเต็มครอบครัว เด็กต้องการคนที่สนใจฟังเรื่องราวในชีวิตเขา ปกป้องเวลาที่เขารู้สึกไม่ปลอดภัย ดูแลเขาด้วยความห่วงใย”

“แต่คุณก็ช่วยอุปการะ ช่วยให้ครอบครัวเขาดีขึ้น มันยังไม่พอเหรอคะ”

“สุดท้ายแล้วคนที่เด็กต้องการให้อยู่ข้างเขาจริงๆคือคนที่เขาเรียกว่าพ่อ”

“ฉันเองก็ไม่เคยเห็นเลยว่าพ่อของฉันหน้าตาเป็นแบบไหน คำว่าพ่อ...แม่ มันมีความหมายต่อความรู้สึกทันทีที่ได้เรียก ถ้าฉันจะเรียกใครสักคนว่าพ่อ คนคนนั้นจะต้องทำให้ฉันรู้สึกว่าการให้ของเขา มันคือความรักความปรารถนาดีที่ไม่เคยมีใครให้ฉันมากขนาดนี้ ถ้าฉันเป็นชบา...ฉันก็คงอยากเรียกคุณว่าพ่อเหมือนกัน”

“ผมไม่ได้อยากมีบุญคุณกับใคร ผมแค่อยากให้เด็กคนหนึ่งยิ้มได้ เพราะใจเขามีความสุขจริงๆ”

“แล้วคุณรู้เหรอว่าต้องทำแบบไหน เด็กถึงจะมีความสุขจริงๆ”

“ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนต้องการมือของคนที่ใส่ใจเขาจริงๆสักคน...โดยเฉพาะมือของพ่อกับแม่”

แววตาเศร้าลึกของเขาทำให้โยทกาใจอ่อนยวบ ยื่นมือไปตรงหน้า

“ฉันคิดว่าไม่ใช่แค่เด็กที่อยากได้มือที่ใส่ใจเขาสักคน”

ชัชรัณไม่ยอมยื่นมือมาจับ โยทกาเลยสะบัดหน้าหนีงอนๆ

“ฉันคงเข้าใจผิดไปเอง”

อาการของเธอทำให้ชัชรัณชอบใจ ตามไปจับมือเธอไว้ โยทกาดีใจมาก และอดไม่ได้จะพูดถึงแม่

“คุณชัช...คุณหายโกรธแม่ฉันได้ไหม”

“ผมไม่ได้โกรธแม่ของคุณหรอกนะ ผมรู้ว่าที่รูปแม่ต้องเสียหายเพราะใคร บางทีมันก็อึดอัดที่รู้ทุกอย่างแต่จัดการไม่ได้เพราะทุกคนคือครอบครัว...ถึงผมจะไม่รู้สึกว่าคนในบ้านจะคิดเหมือนผมก็ตาม”

ooooooo

เรื่องราวระหว่างชัชรัณกับโยทกาทำท่าจะไปได้สวย สองหนุ่มสาวเข้าใจและผูกพันกันมากขึ้น ต่างจากเรื่องราวทางกิ่งกาญจน์ที่ต้องเตรียมใจอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ความจริง

กุสุมาเห็นใจรุ่นพี่สาวมาก กลัวจะช้ำแต่ก็ไม่อยากให้ปิดหูปิดตา ภุชงค์เตือนให้เธอทำใจไว้บ้าง เพราะหากเรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่คิด อาจมีอาการเข้าหน้ากันไม่ติด วิทยากรสาวหงุดหงิดมากที่เขาชอบพูดเข้าข้างโยทกา โดยไม่รู้ตัวเลยว่าทั้งหมดเป็นเพราะใจตัวเองที่เริ่มรู้สึกดีกับเจ้าของโรงแรมหนุ่มมากขึ้นทุกที

คืนสุดท้ายที่เชียงราย...โยทกาที่หายจากอาการอ่อนเพลียยังดื้อไม่ยอมไปนอนในห้อง ชัชรัณต้องรอจนเธอหลับ แอบอุ้มไปนอนบนเตียง ส่วนตัวเองขนข้าวของมานอนบนพื้นข้างๆเธอ

โยทการู้สึกตัวก็ทำท่าจะหนี แต่ก็ถูกเขายื้อมือไว้

“คุณพูดถูก...ไม่ใช่แค่เด็กที่อยากได้มือที่ปกป้องและใส่ใจ”

สายตาอ้อนๆของเขาทำให้ใจอ่อนยวบ โยทการู้สึกประหม่ามากเพราะถูกจ้องไม่วางตา

“อย่ามองแบบนั้นได้ไหม”

ชัชรัณยิ้มหวาน ตอบโดยไม่ยอมละสายตาจากเธอ “ผมไม่รู้ว่าผมมองแบบไหน รู้แต่ว่าถ้ามองคุณ สายตาผมก็จะเป็นแบบนี้ นอนเถอะนะ ไว้ใจผมได้...หรือคุณไม่ไว้ใจตัวเอง”

โยทกาหัวใจเต้นแรง พยายามข่มใจให้ล้มตัวลงนอนแบบไม่คิดมาก ก่อนจะอึ้งเมื่อได้ยินคำขอของชัชรัณ

“สัญญาได้ไหม...สัญญาว่าคุณจะอยู่ในสายตาผมก่อนผมหลับกับหลังผมตื่นทุกครั้ง”

“สิ่งที่คุณขอมันจะต้องเป็นความชอบธรรมที่ฉันทำได้ ฉันถึงจะทำ ถ้าไม่ใช่...ฉันคงสัญญาไม่ได้”

ชัชรัณเข้าใจความนัยของเธอดี ตั้งท่าจะสารภาพความในใจ แต่ก็ถูกตัดบท

“อย่าไปกังวลกับอนาคตเลยค่ะ เราอยู่กับตอนนี้ดีกว่าไหมคะ...”

และก็เพราะคำสัญญาในคืนนั้นเอง เช้าวันต่อมา ...ชัชรัณเลยมีท่าทางผ่อนคลายลงมาก เขาแสดงออกอย่างเปิดเผยว่ารู้สึกพิเศษกับโยทกา แถมยังอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวของเธอมากกว่าเมื่อก่อน

โยทกาก็สัมผัสได้ถึงความพิเศษนี้ แม้รู้ดีว่ายากจะเป็นไปได้ แต่เธอก็อยากเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดีๆนี้ไว้ก่อนจะต้องกลับกรุงเทพฯเพื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริง

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น...ความใกล้ชิดของทั้งสอง ก็ต้องกลายเป็นภาพบาดตาบาดใจของคณะผู้มาเยือนจากกรุงเทพฯ กิ่งกาญจน์ กฤตนัยและกุสุมานั่นเองที่มาถึงเชียงรายในเช้าวันเดียวกัน

กฤตนัยตั้งหลักได้ก่อน จะเคาะประตูเรียกชัชรัณ แต่ก็ถูกกิ่งกาญจน์รั้งไว้

“อย่าค่ะพี่กฤต...ชัชกำลังยิ้มแบบที่กิ่งอยากจะเห็นมาตลอด แต่เขาไม่ได้ยิ้มเพราะกิ่งเท่านั้นเอง”

พูดจบก็ผละไป กุสุมาเลยตัดสินใจเคาะประตูเรียกชัชรัณ โยทกาหน้าเสีย ก่อนจะหน้าเจื่อนเป็นสองเท่าเมื่อเห็นว่าใครอยู่หน้าบ้านพัก ชัชรัณเห็นดังนั้นเลยออกตัวว่าเป็นคนเรียกโยทกามาหาที่นี่เพื่อช่วยงาน

กุสุมาไม่อยากเชื่อ และเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับกิ่งกาญจน์ก็อดไม่ได้จะถาม

“พี่เชื่อที่คุณชัชบอกไหม”

“มันก็สบายใจดีนะ ถ้าจะเชื่อ”

“แล้วกับคุณโย พี่จะเอายังไง”

“เขาคงมีเหตุผลของเขา”

“ถ้าปล่อยผ่าน พี่กิ่งจะไม่คิดมากได้ไหม...ปัญหาส่วนใหญ่ที่มันลุกลามมักจะเกิดเพราะเราไม่สื่อสาร สาเหตุมักมาจากความกลัวจะยอมรับความจริง ถ้าพี่เชื่อว่าเขามีเหตุผล พี่ก็ควรจะได้รู้เหตุผล ป้องอยากให้พี่สบายใจนะคะ”

ooooooo

ขณะที่กิ่งกาญจน์ไปตามหาความจริงถึงเชียงราย เพ็ญศรีที่แค้นกรรณิการ์แทบกระอักก็แอบเอาภาพของชัชรัณกับโยทกาที่คุณหญิงละอองส่งคนไปสืบมาฟ้องผ่อง ร้อนถึงเถกิงต้องลงมาช่วยพูดให้ภรรยา

“โยไปหาชัชเพราะผมขอร้องเอง ผมให้โยไปตามเจ้าชัชกลับมาครับ”

“นี่พี่รู้เห็นเป็นใจให้โยทกาเอาตัวไปประเคนคุณชัชเหรอคะเนี่ย”

“เพ็ญศรี! จะพูดอะไร หัดรู้จักคำว่าให้เกียรติคนอื่นบ้าง”

“ศรีก็อยากจะให้เกียรตินะคะ แต่ดูจากรูปแล้ว พี่ยังคิดว่าโยทกาแค่ไปตามคุณชัชจริงๆเหรอคะ”

“ผมว่ารูปนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรที่จะส่อไปในทางที่ไม่ดีนะครับ ถ้าคุณจะหัดมองด้วยใจเป็นกลาง”

ผ่องเห็นท่าเถกิงจะไม่ยอมลงง่ายๆ เลยเปิดฉากด่าบ้าง

“นี่แกคิดจะดึงตาชัชไปจากฉันด้วยการใช้โยทกามาปั่นหัวตาชัชใช่ไหม”

“ผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ชัชมีอิสระจะคิดหรือทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครควบคุมหรือสั่งเขาได้”

“ฉันนี่ล่ะที่สั่งได้ ตาชัชเป็นหลานฉัน เป็นคนที่แกไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา แค่แกเนรคุณฉันก็เหลือจะรับแล้ว ถ้าแกสับปลับอีก แกก็ไม่ควรจะเป็นคน!”

“ผมยืนยันนะครับว่าผมไม่เคยคิดจะทำร้ายหรือปั่นหัวเจ้าชัชอย่างที่คุณท่านเข้าใจ”

“แกรู้ว่าตาชัชอยู่ที่ไหน แต่แกไม่ยอมบอกฉัน มันทำให้ฉันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย ถ้าคุณละอองไม่ส่งรูปพวกนี้มาฉันคงเป็นคนโง่ในสายตาพวกแกสินะ”

ยายละมุดที่แอบฟังตลอดทนไม่ไหว ต้องออกไปแฉว่าเพ็ญศรีรู้เรื่องทั้งหมดนานแล้วแต่ไม่ยอมบอก กรรณิการ์เกือบเป็นลมเมื่อได้ยินเรื่องทั้งหมด แต่คงไม่เท่ากับผ่องที่ต้องเสียหน้าอีกครั้งเพราะวีรกรรมของเพ็ญศรี

“สิ่งที่หล่อนกำลังทำคือสาวไส้ให้กากิน เรากำลังจะดองกับทางคุณละออง คุณละอองจะคิดยังไงที่รู้ว่าตาชัชกำลังถูกผู้หญิงวิ่งไล่จับแบบนี้”

“คุณละอองเข้าใจทุกอย่างนะคะ แล้วก็เชื่อด้วยว่าคุณชัชจะไม่ทำอะไรที่เสื่อมเสีย”

“ไฟกับน้ำมันอยู่ใกล้กัน ใครจะเชื่อว่าน้ำมันจะไม่ติดไฟ”

“ศรีขอโทษนะคะที่ไม่คิดให้รอบคอบ แต่ที่ศรีทำเพราะศรีอยากตอบแทนคุณท่านที่คุ้มหัวศรี ทำให้ศรีมีความเป็นอยู่ที่ดี ศรีรักคุณท่านเหมือนลูกหลานแท้ๆ”

“ถึงเธอจะเป็นวริศรักษ์ปลายแถว แต่เพราะฉันคิดว่าเธอจะรักดี หวังว่าเธอจะต่างจากแม่ของเธอที่นอกคอกหนีตามผู้ชายจนหายสาบสูญ ฉันหยิบเธอขึ้นมาจากโคลนได้ ฉันก็โยนเธอกลับลงไปได้เหมือนกัน...”

“ศรีจะจำให้ขึ้นใจค่ะ”

ผ่องผละไปแล้ว ทิ้งเพ็ญศรีให้มองตามด้วยความเกลียดชัง โดยไม่รู้เลยว่ายายละมุดแอบได้ยินตลอด และเมื่อสบโอกาสก็หาทางไปหาผ่องเพื่อเตือนสติให้คิดถึงความสุขของลูกหลาน

“ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ผู้หญิงกำพืดอย่างโยทกามาร่วมวงศ์ตระกูลกับฉันแน่นอน แผนดันหลานให้เกาะผู้ชายของหล่อนมันไม่สำเร็จง่ายๆหรอก”

“ถ้าเขารักกันจริง เขาก็รอได้ แก่ขนาดเราอีกไม่กี่ปีก็ตาย”

“นี่แกแช่งฉันเหรอ!”

“หรือคุณนายคิดว่าจะอยู่ค้ำฟ้าได้”

คำถามของยายละมุดทำให้ผ่องพูดไม่ออก และก่อนที่เหตุการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้ มาลัยก็มาห้ามทัพและแยกสองสาวจากกัน ยายละมุดยอมกลับห้องแต่โดยดี โดยมีสายตาของผ่องมองตามด้วยความเคียดแค้น มาลัยเข้าใจทั้งสองฝ่ายแต่ก็ไม่อยากให้มีเรื่องกันจนบ้านแทบไม่เป็นบ้านแบบนี้

ooooooo

หลังแยกชัชรัณจากโยทกาสำเร็จ กฤตนัยที่ไม่ชอบใจพฤติกรรมล่าสุดของหุ้นส่วนหนุ่มก็เปิดฉากต่อว่าแบบไม่มีอารัมภบท ชัชรัณก็เหมือนจะเข้าใจดี แต่ก็ตีหน้านิ่งเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด

“นายกำลังทำให้เรื่องมันยุ่งยาก!”

“ชีวิตของผม ผมมีอิสระจะเลือก”

“แต่การเลือกของนายจะทำให้กิ่งเสียใจ”

“ผมแสดงออกกับกิ่งชัดเจนว่าระหว่างเราเป็นได้แค่เพื่อน ผมทำแบบนั้นมาตลอด...ไม่เคยเปลี่ยน”

“ทุกครั้งที่นายเสียใจ มีปัญหา...ใครที่อยู่ข้างนายมาตลอด กิ่งอยู่ข้างนายไม่ว่านายจะสุขหรือทุกข์ เขาไม่เคยทิ้งนายไปไหน จงรักภักดีกับนาย นายตอบแทนกิ่งด้วยการทำร้ายจิตใจแบบนี้มันสมควรหรือเปล่า”

“สิ่งที่กิ่งทำให้ผม...มันกลายเป็นบุญคุณที่ผมต้องตอบแทนใช่ไหม”

“พี่อยากให้นายถามตัวเองว่า...มันยุติธรรมแล้วเหรอในสิ่งที่นายทำกับกิ่ง”

“ถ้าผมตอบรับความรู้สึกของกิ่งเพราะความดีโดยไม่มีความรักเลย ผมอยู่กับกิ่งตามหน้าที่เพื่อตอบแทนความดีของเขา พี่คิดว่าอยู่แต่ตัวโดยไม่มีใจให้แบบนั้น มันจะทำให้กิ่งมีความสุขจริงๆใช่ไหม”

ไม่ใช่แค่กฤตนัยที่อยากได้ความจริงจากชัชรัณ กิ่งกาญจน์ก็อยากเปิดอกกับโยทกาถึงสาเหตุที่มาเชียงรายตามลำพัง และไม่ต้องรอนาน โยทกาก็ผละจากชบามาคุยด้วยในบ่ายวันเดียวกันเพราะทนอึดอัดใจไม่ไหว

“โยขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอกคุณกิ่งเรื่องที่อยู่คุณชัช ทั้งที่โยสัญญาแล้ว โยกับแม่รู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุทำให้งานของคุณสินีต้องเสียหาย โยอยากมาขอโทษคุณชัช...ที่โยไม่บอกคุณกิ่งเพราะโยกลัวคุณชัชจะไม่ยอมพูดเรื่องนี้กับโย”

“ถ้ามีคนอื่นอยู่ใช่ไหมคะ”

“โยขอโทษที่ทำให้คุณกิ่งเสียความรู้สึก...โยขอโทษนะคะ”

“กิ่งเข้าใจเหตุผลของคุณโยนะคะ ที่จริงเรื่องระหว่างชัช คุณกรรณ คุณโย มันเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันภายในครอบครัว ถ้าคนนอกมาฟังด้วยก็คงพูดไม่สะดวก...กิ่งเข้าใจได้ค่ะ”

รอยยิ้มจริงใจของกิ่งกาญจน์ทำให้โยทการู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก

“คุณกิ่งไม่โกรธโยเหรอคะ”

“ไม่หรอกค่ะ...คุณโยมีเหตุผลที่กิ่งเข้าใจได้ แล้วถ้าคุณโยกับชัชปรับความเข้าใจกันได้ มันก็เป็นเรื่องดีนะคะ ขอแค่ชัชมีความสุข กิ่งก็พอใจแล้วค่ะ”

“แต่โยผิดสัญญา”

“ถ้ากิ่งจะโกรธคุณโยเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆโดยไม่ฟังเหตุผล กิ่งก็คงบ้ามาก กิ่งจะไม่ยอมแลกมิตรภาพดีๆระหว่างเรากับความเห็นแก่ตัวโดยไม่ฟังเหตุผลเด็ดขาด ขอบคุณนะคะที่คุณโยยอมพูดความจริงกับกิ่ง”

“ขอบคุณนะคะที่ยอมเชื่อโย”

“มิตรภาพเริ่มจากความไว้ใจค่ะ ถ้ากิ่งไม่เชื่อมั่นในความรู้สึกของกิ่ง กิ่งคงต้องทุกข์รายวันกับทุกเรื่อง...”

ooooooo

เคลียร์ใจกับกิ่งกาญจน์เรียบร้อย โยทกาก็ตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพราะแค่รู้สึกผิด แต่คำขอร้องของแม่ที่ใช้เบอร์มือถือเถกิงโทร.หาเธอหลังจากนั้นก็รบกวนใจไม่น้อย เมื่อชัชรัณรู้ก็ตามเธอกลับพร้อมกิ่งกาญจน์กับกฤตนัย โดยทิ้งกุสุมาให้กลับเที่ยวบินถัดมาเพราะตั๋วเต็ม

ภุชงค์รู้เรื่องโยทกากลับกรุงเทพฯจากกุสุมาก็รีบไปรอรับที่สนามบิน โยทกาลำบากใจมาก รู้สึกผิดไม่น้อยที่เคยใช้เขาเป็นเครื่องมือประชดชัชรัณ เจ้าของโรงแรมหนุ่มเข้าใจเธอดี ไม่ถือสาแต่จะขอรอจนกว่าเธอพร้อมจะเปิดใจ

ชัชรัณมาถึงบ้านวริศรักษ์ไล่เลี่ยกับโยทกาที่มีภุชงค์มาส่ง สองหนุ่มทำท่าจะมีเรื่องกันเหมือนเคย ก่อนจะต้องแตกกันคนละทางเมื่อผ่องกับเพ็ญศรีปรากฏตัว!

กรรณิการ์ที่มารอลูกสาวหน้าบ้านร้อนใจมาก ชัชรัณก็ไม่อยากให้มีเรื่องเลยพาตัวผ่องแยกไป เพ็ญศรีไม่ยอมตามไปด้วยแต่ถือโอกาสนี้เล่นงานโยทกา

“วิ่งไปหาคุณชัชจนเจอ คงได้รับการสั่งสอนมาจากแม่ของเธอสินะถึงได้ช่ำชองนัก”

“ไม่ต้องใช้ความช่ำชองหรอกค่ะ ใช้สามัญสำนึกความผิดชอบชั่วดีก็พอ งานคุณสินีต้องพังเพราะฉันป้องกันไม่ให้แม่ถูกทำร้าย ฉันตามหาคุณชัชเพราะฉันรู้สึกผิด...เข้าใจไหมคะ...ดูตาก็รู้ว่าไม่เข้าใจ มันคงจะยากสำหรับคนที่แยกแยะการทำความดีกับความชั่วไม่ได้”

“ข้ออ้างน่ะสิ ฉันรู้เช่นเห็นชาติพวกเธอทุกคน!”

“คุณมั่นใจว่ารู้เช่นเห็นชาติคนอื่น แต่การกระทำของตัวเองกลับทำไม่เห็น...เหมือนคนตาบอด”

“การพูดคมๆใส่ฉันมันไม่ช่วยยกให้พวกเธอสูงขึ้นหรอกนะ”

“แต่การพูดให้คนอื่นเลวก็ไม่ทำให้คุณสูงขึ้นเหมือนกัน”

กรรณิการ์เห็นท่าไม่ดีเลยพยายามห้าม ไม่อยากให้ลูกต่อปากต่อคำ แต่เพ็ญศรีก็ไม่ยอมจบง่ายๆ

“เถียงคำไม่ตกฟาก สามัญสำนึกของเธอคงอ่อนด้อยเรื่องมารยาท”

“แต่ดิฉันมีคุณเพ็ญศรีเป็นต้นแบบเรื่องมารยาทเลยนะคะ ถ้าดิฉันอ่อนด้อยก็แสดงว่าต้นแบบของดิฉัน...”

“แล้วต้นแบบไร้ยางอายวิ่งตามผู้ชายล่ะมาจากใคร...ภูมิใจไหมล่ะที่ลูกสาวเดินตามรอยตัวเองขนาดนี้”

กรรณิการ์สะเทือนใจมาก แต่กระนั้นก็เก็บอาการ โต้อย่างใจเย็น

“คนโง่เท่านั้นที่รู้ว่ามันสกปรกแล้วยังกระโจนไปเล่นด้วยนะโย”

โยทกายิ้มเย็น ต่างจากเพ็ญศรีที่เต้นผาง ก่อนจะแทบกระอักเมื่อถูกกรรณิการ์ตอกแบบไม่ไว้หน้า

“ที่ฉันเงียบไม่ใช่เพราะฉันกลัว แต่ฉันสงสารชีวิตที่ไม่มีทางไปของคุณ”

“ชีวิตฉันดีกว่าพวกแกเป็นร้อยเป็นพันเท่า”

สองแม่ลูกมองหน้ากันปลงๆ ก่อนที่โยทกาจะเป็นฝ่ายสวน “ที่คุณมาดิ้นพล่านสาดเรื่องแย่ๆใส่คนอื่น นี่ชีวิตที่ดีของคุณแล้วใช่ไหม งั้นฉันกับแม่คงต้องไปใช้ชีวิตแย่ๆต่อด้วยการขึ้นห้องนอนพักผ่อนแล้วล่ะค่ะ ยืนดิ้นต่อไปนะคะ...ด่าโลก ด่าใครก็ได้ที่คุณอยากด่า คอแห้งก็บอกนะคะ จะให้เด็กเอาน้ำมาให้...ไปเถอะค่ะแม่”

ooooooo

เพ็ญศรีผละไปแบบเสียไม่ได้ กรรณิการ์เลยพาลูกสาวไปเจอยายละมุด โยทกาดีใจมาก ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนตอนเด็กๆ แต่เพียงไม่กี่อึดใจก็ต้องหน้าสลด เพราะถูกแม่คาดคั้นเรื่องตามชัชรัณไปถึงเชียงราย

“โยตามคุณชัชไปแค่อยากปรับความเข้าใจเท่านั้นใช่ไหม”

“โยเป็นห่วงเขาค่ะแม่”

“แล้วโยไม่ห่วงตัวเองบ้างหรือไง ไปอยู่กับเขาสองต่อสองแบบนั้น”

“โยยังเป็นโยที่แม่ภูมิใจเหมือนเดิมทุกอย่าง แม่อย่าไปฟังคำพูดร้ายๆของคนที่ไม่หวังดีกับเรา”

“แม่ไม่เคยสนใจว่าใครจะพูดถึงเรายังไง แต่แม่เป็นห่วงโย แม่อยากให้โยยืนอยู่บนความเป็นจริง คนที่เขามองว่าเราเป็นสวะ เขาจะไม่มีวันมองเราเป็นทองไปได้”

โยทกาหน้าเสีย เข้าใจความหมายนัยของแม่ดี ยายละมุดสงสารหลานรักเลยช่วยพูดกับกรรณิการ์

“ถ้าเอ็งดูถูกลูกตัวเอง...”

ยายละมุดพูดไม่ทันจบ กรรณิการ์ก็โพล่งแทรก “ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นยายของคุณชัช...คนที่เราไม่มีวันเปลี่ยนเขาได้ แม่ไม่อยากให้โยต้องเสียใจกับเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้ แม่ขอได้ไหมโย...อย่ายุ่งกับคุณชัช”

แววตาเอาจริงของแม่ทำให้โยทกาลำบากใจ แต่สุดท้ายก็ยอมรับปากทั้งที่ไม่แน่ใจเลยว่าจะทำได้

ชัชรัณก็ต้องตอบคำถามผ่องเรื่องโยทกา โดยเฉพาะเรื่องความใกล้ชิดที่นับวันก็ยิ่งน่าสงสัย

“คุณยายครับ...ผมรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ผมไม่ใช่วัยรุ่นที่จะทำอะไรไม่คิด”

“ยายรู้ว่าชัชโตแล้ว แต่ถ้าผู้หญิงมันให้ท่าก็หน้ามืดได้เหมือนกันหมด ยายสั่งห้าม ชัชก็ต้องฟัง”

“ผมรับฟังนะครับ...แต่ผมขอเป็นคนตัดสินใจที่จะเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ผมต้องการ”

ท่าทีแข็งขืนที่หนักข้อขึ้นทุกวันทำให้ผ่องโกรธมาก ตัดสินใจใช้ไม้ตายบีบน้ำตา

“ยายคงทำให้ชัชลำบากใจใช่ไหม...เพราะยายปล่อยให้แม่เราทำตามใจตัวเอง แม่เขาถึงต้องตาย เพราะยายยอมให้ชัชไปกับนงนิจ ชัชถึงต้องเจ็บปวด ยายทรมานที่ไม่สามารถเจ็บแทนสินีกับชัชได้ ยายพยายามจะปกป้องทุกคนแต่ยิ่งทำมันก็ยิ่งเลวร้ายในสายตาของชัช จะต้องให้ยายทำขนาดไหน ชัชถึงจะรู้ว่ายายรักชัชมากที่สุด”

ชัชรัณลอบถอนใจยาว รู้ทันยายจอมบงการทุกอย่าง จนต้องตอกตรงๆ

“แค่คุณยายปล่อยให้ผมมีอิสระที่จะตัดสินใจทุกเรื่องในชีวิตผมด้วยตัวของผมเอง...ก็พอ”

ผ่องตั้งท่าจะค้านแต่ก็ถูกหลานชายคนเดียวตัดบท ชัชรัณรีบผละออกไป อยากแวะคุยกับโยทกาใจแทบขาด แต่มาลัยที่มาดักรอก็เห็นเสียก่อน เขาเลยต้องตัดใจกลับห้องแต่โดยดี

“ป้าขอโทษนะคะคุณชัชที่บอกให้คุณโยตามคุณชัช ไปจนเกิดเรื่อง”

“โยทกาเป็นผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้วทำให้ผมปวดหัวที่สุด สู้คน ไม่กลัวใคร ไม่กลัวตายด้วย ผมรับมือไม่ถูกเลย”

“แต่ก็ทำให้ชีวิตคุณชัชมีสีสันมากขึ้นใช่ไหมคะ”

“เรียกสีสันก็ได้...แต่ใช้คำว่าวุ่นวายน่าจะตรงกว่า”

“แล้วคุณชัชอยากได้ชีวิตที่สงบ...หรือว่าวุ่นวายล่ะคะ”

รอยยิ้มรู้ทันของมาลัยทำให้ชัชรัณเขินไม่น้อย แต่ก็อดไม่ได้จะถามความเห็น

“ป้าเคยยอมตายเพื่อใครสักคนไหมครับ”

“ไม่เคยหรอกค่ะ แล้วป้าก็ไม่แน่ใจว่าป้าจะรักใครได้มากขนาดที่จะยอมตายได้หรือเปล่า”

“แล้วถ้าป้าเจอคนคนนั้น...ป้าจะทำยังไงครับ”

“ทำตามความรู้สึกของป้าที่มีต่อเขาค่ะ”

ooooooo

คำขอร้องของแม่ทำให้โยทกานอนไม่หลับ ต้องไปนอนกับยายละมุดที่เข้าใจสถานการณ์ดี เพราะเวลานี้หัวใจของเธอผูกพันกับชัชรัณยากจะไถ่ถอนแล้ว เช่นเดียวกับกุสุมาที่ประทับใจความเอาใจใส่ของภุชงค์มาก แม้ว่าเธอจะไม่ได้ร้องขอ แต่เขาก็มารอรับที่สนามบินเวลาดึกดื่นด้วยความเต็มใจ

ชัชรัณใคร่ครวญคำพูดทิ้งท้ายของมาลัยตลอดคืน จึงตัดสินใจได้จะทำตามหัวใจ และเมื่อเจอหน้าโยทกา เช้าวันต่อมา เขาก็ไม่รอช้าจะถามเรื่องที่จู่ๆกลับกรุงเทพฯและเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ยังคาใจ

โยทกาเครียดมาก คำขอร้องของแม่ยังลอยวนเวียนในหัว ชัชรัณเลยเปิดอกคุยตรงๆ

“เราจะเดินไปด้วยกัน แค่คุณทำตามสัญญา”

ภาพอดีตแสนหวานเมื่อวันก่อนผุดในหัวโยทกา เธอเคยสัญญาจะอยู่ในสายตาเขาทั้งก่อนนอนและตอนตื่น โดยมีสิทธิ์อันชอบธรรมจะยืนเคียงข้างกับเขา และเวลานี้...เขาก็กำลังมอบสิทธิ์นั้นให้เธอ

“ผมจะทำให้มันเป็นความชอบธรรม แค่คุณทำตามสัญญาก็พอ”

จบคำก็เอื้อมไปจับมือเธอมากุมแน่น ถ่ายทอดความรู้สึกลึกซึ้งที่มีต่อกันโดยไม่ปิดบังอีกต่อไป

หลังเปิดเผยความในใจ สถานการณ์ระหว่างชัชรัณกับโยทกาก็เต็มไปด้วยความสุข แต่เถกิงไม่รู้เรื่องด้วย และคิดว่าที่ลูกชายคนเดียวเอาตัวพัวพันกับโยทกาเพราะต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือเอาคืนเขา

ชัชรัณรู้ดีว่าพ่อคิดอะไร แต่ทิฐิและความโกรธแค้นในอดีตก็ทำให้ปากหนัก พูดจากวนประสาทแทน

“แกกับโยทกาคบกันในสถานะอะไร”

“มันเป็นเรื่องของผมกับโยทกา ผมไม่จำเป็นต้องบอกพ่อนี่ครับ”

“ถ้าแกไม่ได้คิดจะจริงจังกับโยทกาก็อย่าไปยุ่งกับเขา อย่าทำให้เขาต้องเสียหาย แกเป็นผู้ชายนะชัช แกควรจะให้เกียรติผู้หญิง อย่าทำร้ายจิตใจเขาด้วยการให้ความหวัง”

“เหมือนที่พ่อทำใช่ไหมครับ ไม่ให้เกียรติแม่ด้วยการมีผู้หญิงอื่นไปทั่ว ทำร้ายจิตใจแม่ด้วยการทิ้งให้แม่หวังลมๆแล้งๆว่าสักวันพ่อจะกลับมาดูแล มาเป็นครอบครัว...แต่พ่อไม่เคยทำเลยสักครั้ง พ่อทำให้แม่ต้องเสียใจจนวินาทีสุดท้าย”

“คุณกรรณรักโยทกามาก แกไม่ควรทำลายเขาเพราะพ่อ”

ท่าทางทุกข์ร้อนของพ่อทำให้ชัชรัณสะใจ แต่ก็เจ็บแปลบในอกอย่างบอกไม่ถูก

“เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นพ่อเป็นห่วง...พ่อห่วงความรู้สึกผู้หญิงของพ่อ...ห่วงว่าเขาจะเสียใจ ห่วงไปถึงทุกคนในครอบครัวของเขา...มันเป็นความห่วงที่ผมไม่เคยเห็นแม่ได้รับจากพ่อ ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียว”

“ชัช...หนูโยเขาเป็นคนนอก เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย ถ้าพ่อผิด...ขอให้ชัชลงทุกอย่างที่พ่อ อย่าไปทำกับคนอื่น”

“สิ่งที่แม่ขอ...พ่อเคยทำให้แม่บ้างหรือเปล่า...”

เถกิงถึงกับอึ้งไป แต่ไม่ทันได้อธิบาย โยทกาก็โผล่มา ชัชรัณลอบยิ้มบางๆให้เขา ก่อนจะยั่วโมโหด้วยการเอาอกเอาใจโยทกาแบบออกนอกหน้า จนเถกิงปักใจว่าลูกชายคนเดียวมีแผนร้ายเรื่องลูกเลี้ยงสาวจริงๆ

ooooooo

ชัชรัณควงโยทกาไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผย อย่างเช่นวันเดียวกันนี้ที่เขาพาเธอไปนั่งรอตอนให้สัมภาษณ์นิตยสาร โยทกาแอบดีใจลึกๆแต่ก็อดประหม่าไม่ได้เพราะสายตาคนรอบข้าง...โดยเฉพาะกิ่งกาญจน์กับกฤตนัย

กิ่งกาญจน์เตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่เพราะชัชรัณไม่เคยพูดตรงๆเลยยังคิดว่ามีหวัง ครั้นเห็นภาพบาดตาบาดใจและวาจาซุบซิบของเหล่าทีมงานถึงความใกล้ชิดระหว่างชัชรัณกับโยทกาก็อดเสียใจไม่ได้

โยทกาเข้าใจหัวอกกิ่งกาญจน์ดีเลยผละมาก่อน แต่ไม่ได้กลับออฟฟิศเพราะจังหวะเดียวกันนั่นเอง คนร้ายรายเดิมที่เคยส่งภาพเกือบโป๊ของเธอมาทางมือถือก็ส่งภาพมาป่วนประสาทอีกครั้ง

กิ่งกาญจน์เห็นหลังโยทกาไวๆก็แอบตาม กฤตนัยรีบห้ามเพราะอยากให้รอเคลียร์กับชัชรัณก่อน เธอเลยโทร.หาโยทกาแทน แล้วก็ต้องตกใจแทบแย่เมื่อฝ่ายนั้นบอกว่าเจอตัวคนร้ายที่เคยทำร้ายเธอที่โรงแรมของภุชงค์แล้ว

ชัชรัณให้สัมภาษณ์เสร็จก็ตามหาโยทกา แต่ไปไม่ได้ไกลก็ถูกกฤตนัยดักรอเอาเรื่อง
“นายจะทำอะไรควรจะคิดถึงใจของกิ่งด้วย ทุกคนเข้าใจว่านายกำลังจะหมั้น ทำแบบนี้คนอื่นจะมองกิ่งว่ายังไง”

แทนที่จะแก้ตัว ชัชรัณกลับยอมรับเรื่องโยทกาตรงๆ “ชัดเจนตอนนี้ ดีกว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างมันเกินแก้นะพี่”

“กิ่งทำทุกอย่างเพื่อนายมาตลอด”

“แค่เพราะว่าเขารักเรา ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีความสุขที่อยู่กับเขา แล้วถ้าผมต้องอยู่กับกิ่งเพราะเขาเป็นฝ่ายให้ เพราะเขาดี อยู่เพราะเขาดูแลแต่ไม่เคยรักเขาเลย แบบนั้นมันเห็นแก่ตัว ผมทำไม่ได้!”

สองหนุ่มทำท่าจะเถียงกันอีกนาน ถ้ากิ่งกาญจน์ที่แอบตามโยทกาไปจนได้จะไม่โทร.มาขอความช่วยเหลือ ชัชรัณใจหายวาบ รีบตามไปช่วยโยทกาและเขาก็โชคดี...ช่วยเธอจากเวนย์อันธพาลคู่ปรับจากออสเตรียได้ทันเวลา

กฤตนัยรีบไปหากิ่งกาญจน์ด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเขานัก มัวช้ำใจจนน้ำตาคลอเมื่อเห็นท่าทางเป็นห่วงเป็นใยแบบออกนอกหน้าของชัชรัณที่มีต่อโยทกา โยทกาเห็นและรู้สึกผิดมาก พยายามขืนตัวจากการเกาะกุมของชัชรัณ แต่ก็เหมือนไม่ช่วยอะไร กิ่งกาญจน์ผละไปแล้วพร้อมเหตุผลแบบขอไปทีว่าอยากไปเคลียร์งาน...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement