เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 8 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 8


30 พ.ค. 2560 09:30
4,276,156 ครั้ง

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

เหมือนคนละฟากฟ้า

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

เบญจธารา

กำกับการแสดงโดย:

แมน เมธี

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

แอนดริว เกร็กสัน, ภีรนีย์ คงไทย

นอกจากภุชงค์ที่ขยันทำคะแนนจนน่าหมั่นไส้แล้ว ชัชรัณยังต้องหัวเสียกว่าเดิมเมื่อรู้ว่ากฤตนัยก็ทำท่าเหมือนจะหลงเสน่ห์โยทกาอีกคน ถึงขั้นอาสาเป็นพิธีกรในงานของสินี จะได้ทำงานใกล้ชิดกับเธอ

โยทกาไม่ได้ยี่หระสายตาเอาเรื่องของชัชรัณ มัววุ่นกับการเตรียมงานร่วมกับกิ่งกาญจน์และทีมงานคนอื่น กุสุมาก็มาช่วยงาน โดยร่วมมือกับภุชงค์ที่คืนนี้ควงชงโคมาร่วมงานบุญด้วย

เถกิงกับกรรณิการ์ก็มาร่วมงาน บรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาจากหลายวงการ ทำให้เถกิงชอบใจและภูมิใจมาก ถึงกับหาโอกาสเอ่ยชมลูกชาย คนเดียว

“จัดงานได้ดีนะ ถ้าแม่เขารับรู้...แม่คงจะดีใจที่ชัชจัดงานให้กับเขา”

“แต่ถ้าแม่รู้ว่าพ่อใช้งานที่ผมจัดเพื่อแม่เป็นเวทีเปิดตัวภรรยาใหม่ของพ่อ แม่คงจะเสียใจมาก...ที่ไม่ว่าพ่อจะทำอะไรก็ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของแม่เลยสักครั้ง!”

กรรณิการ์หน้าเสีย ก่อนจะแยกตัวไปหาลูกสาว โยทกาไม่รู้ว่าแม่ตามหา มัวรับมือกับอารมณ์หึงหวงของชัชรัณที่หาทางประชิดตัวเธอจนได้ และยึดข้อมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย!

โยทกาส่งสายตาให้ปล่อย แต่ชัชรัณก็แกล้งยื้อไว้ โดยไม่รู้เลยว่ากรรณิการ์ผ่านมาเห็น!

โชคดีที่กิ่งกาญจน์ผ่านมา ชัชรัณเลยต้องปล่อย โยทการีบเดินหนีไปหากรรณิการ์ ก่อนไปสมทบกับภุชงค์ที่แนะนำให้รู้จักกับชงโคแม่ของเขา เพื่อแสดงความจริงใจจะคบหากับโยทกาอย่างเปิดเผย

ผ่องกับเพ็ญศรีเข้ามาในงานพร้อมคุณหญิงละออง แม้จะไม่พอใจที่เห็นเถกิงควงกรรณิการ์ออกงาน แต่ก็ต้องปั้นหน้ายิ้มกับกองทัพนักข่าว โดยเฉพาะผ่องที่แทบจะกลั้นใจตายเมื่อต้องถ่ายภาพครอบครัว

เพ็ญศรีสบตาคุณหญิงละอองแล้วโทร.ตามอรัญญากับสิทธิ ได้ความว่าทั้งสองมาถึงโรงแรมแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าเซมกับเจนจันทร์ก็แวะมาที่งานเช่นกันเพราะโยทกา ขอให้มาช่วยดูแลแม่

เมื่อรู้ว่าสองผัวเมียตัวป่วนมาถึง เพ็ญศรีจึงเริ่มแผนต่อไปคือกันโยทกาออกจากงาน ด้วยการยืมมือ
กิ่งกาญจน์ให้ส่งโยทกากลับบ้านไปเอาภาพวาดของสินีที่บ้านวริศรักษ์ แต่โยทกาก็รู้ตัวเสียก่อนเพราะโทร.เช็กกับมาลัย

ลิลลี่ที่ร่วมมือกับเพ็ญศรีขับรถพาโยทกากลับบ้าน วริศรักษ์ถูกถีบจากรถกลางทาง พร้อมกับที่เซมกับเจนจันทร์ บุกไปขวางอรัญญาไม่ให้เข้าไปในงาน โดยไม่รู้เลยว่า กรรณิการ์ถูกสิทธิลากตัวไปข่มขู่ในมุมลับตาแล้ว

“คุณต้องการอะไร!”

“เงิน...ฉันเคยให้เธอสบาย ตอนนี้ฉันอยากสบาย คุณผู้หญิงของวริศรักษ์น่าจะมีปัญญาให้ผัวเก่าสักสิบล้าน”

“ฉันไม่มี...ถ้าสามีฉันรู้ว่าคุณมาก่อกวนฉันคุณเดือดร้อนแน่!”

“ใครกันแน่ที่จะเดือดร้อน ถ้านักข่าวที่มางานวันนี้รู้ว่าอดีตของเธอขายอะไรมา”

กรรณิการ์หน้าซีดเผือด ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นอรัญญาโผล่มา พร้อมกับเซมและเจนจันทร์ที่ปกป้องเธออย่างเต็มที่ กุสุมาได้ยินเสียงเอะอะเลยเดินมาดู แล้วก็ต้องตกใจแทบผงะกับภาพที่เห็น!

ooooooo

งานประมูลภาพวาดดำเนินไปด้วยดี ยอดประมูล ทำให้คนจัดงานยิ้มไม่หุบ จนกระทั่งกรรณิการ์วิ่งกระเซอะกระเซิงเข้ามาในงาน พร้อมกับเสียงกรีดร้อง บ้าคลั่งราวกับคนบ้าของอรัญญา!

เพ็ญศรีสะใจมาก เช่นเดียวกับคุณหญิงละออง ยิ่งเห็นท่าทางร้อนรนของเถกิง ยิ่งย่ามใจ คิดว่าทุกอย่างต้องพังตามแผน ชัชรัณกับภุชงค์ไม่ทันได้สังเกตท่าทางแปลกๆนั้น รุดไปขวางสองสาวคู่กรณีให้แยกจากกัน จังหวะเดียวกับที่โยทกาที่ตีรถกลับมาที่งานโผล่จากอีกมุม พร้อมผ้าคลุมโต๊ะผืนใหญ่ในมือ!

โยทกาฉวยโอกาสที่อรัญญาขยับมาใกล้ ใช้ผ้าคลุมโต๊ะคลุมหัว อรัญญาตกใจมาก เดินเปะปะชนภาพวาดของสินีที่ตั้งโชว์ ก่อนจะเหยียบเต็มเท้าเมื่อสะบัดผ้าหลุด

สิทธิเห็นท่าไม่ดีจะพาตัวเมียกลับ แต่ก็ช้ากว่าภุชงค์ที่สั่งให้ รปภ.จับตัวไว้ ชัชรัณไม่สนใจใคร ถลาไปที่ภาพวาดของแม่ โดยมีเถกิงตามปลอบ แต่กลับถูกแหวเสียงเย็น

“อย่า! อย่าใช้มือของพ่อแตะต้องของของแม่!”

งานประมูลภาพจบลงด้วยเรื่องวุ่นวาย อรัญญากับสิทธิถูกพาตัวส่งโรงพัก โดยมีภุชงค์ประสานงานกับตำรวจเพื่อดำเนินคดีเต็มที่ ชัชรัณไม่มีแก่ใจสนใจใคร นำภาพของแม่กลับบ้านวริศรักษ์ด้วยหัวใจแตกสลาย โยทกากับกรรณิการ์มองตามด้วยความรู้สึกผิด โดยเฉพาะรายหลังพร่ำโทษตัวเองตลอดทางว่าเป็นความผิดของเธอ

โยทกาเข้าใจความรู้สึกแม่ดี แต่อยากให้ใจเย็นและหาทางแสดงความจริงใจเพื่อขอโทษชัชรัณ เถกิงก็คิดเช่นเดียวกัน และเมื่อถึงบ้านก็ไม่รอช้าจะเข้าไปปลอบและขอโทษลูกชายคนเดียว

“ผมอยากอยู่คนเดียว ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัวของพ่อ”

“พ่อไม่ได้แก้ตัว...แต่พ่ออยากให้ลูกรู้ว่าพ่อเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พ่อพยายามจะแก้ไข”

“ตอนแม่ยังอยู่พ่ออยากใช้ชีวิตเละเทะของพ่อกับใคร ผมไม่เคยว่า พอแม่จากไป...ผมไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของพ่อ ผมอยู่ในที่ของผมมาตลอด ผมจัดงานคืนนี้เพื่อแม่ งานที่ผมอยากให้ทุกคนจดจำเรื่องดีๆของแม่ มันถูกเหยียบย่ำทำลายเพราะความเห็นแก่ตัวของพ่อ!”

“ชัช...พ่อพร้อมจะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

“คำว่ารับผิดชอบสำหรับผมมันดูมีค่าก็ต่อเมื่อคนพูดพยายามแก้ไข...ไม่ใช่แก้ตัว! เก็บความรับผิดชอบที่พ่อคิดว่ามีไปรับผิดชอบผู้หญิงของพ่อให้อยู่อย่างสงบซะก่อนจะคิดรับผิดชอบเรื่องอื่น”

“ชัช...พ่อกับคุณกรรณไปงานคืนนี้เพราะอยากช่วย”

“งานของมูลนิธิเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้แม่มีความสุข มันเป็นโลกใบเล็กๆที่แม่ภูมิใจ แต่มันถูกผู้หญิงในความรับผิดชอบของพ่อช่วยทำลายมันไปหมดแล้ว!”

กรรณิการ์สะเทือนใจมาก พยายามจะแสดงความเสียใจจากใจจริง โดยมีโยทกาจับมือให้กำลังใจ เถกิงเห็นว่าไม่ใช่ความผิดของกรรณิการ์คนเดียวและอยากจะอธิบาย แต่ผ่องก็โผล่มาขัดเสียก่อน

“แล้วมันควรเป็นความผิดของใคร! ของตาชัชที่อยากจัดงานให้แม่ หรือของคนที่มันอยากเอาใจพวกขึ้นวอพาไปชูคอในสังคมจนเกิดเรื่องอับอายขายหน้ากันไปทั้งบ้านแบบนี้!”

“มันไม่ยุติธรรมนะครับที่จะโยนความผิดให้คนที่ถูกทำร้าย”

“สิ่งที่แกทำกับลูกสาวฉันมันยุติธรรมแล้วใช่ไหม ลูกฉันต้องตายเพราะแก ขนาดวันนี้เขาจากไปแล้ว เขายัง ต้องแปดเปื้อนเพราะผู้หญิงของแกอีก แกจะตามจองล้าง จองผลาญลูกสาวฉันไปถึงไหน!”

“งานคืนนี้มันคงไม่พัง ถ้าผู้หญิงที่ชื่ออรัญญาไม่ได้ถูกจ้างมาในงานเพื่อฉีกหน้าคุณกรรณ! ผมควรต้องถามคนวางแผนเรื่องนี้มากกว่าว่าจะจองล้างจองผลาญ ผมไปถึงไหน”

เพ็ญศรีที่ยืนข้างผ่องสะดุ้งเฮือก ไม่คิดว่าจะถูกเถกิง พูดใส่หน้าแบบนี้ ยิ่งเห็นผ่องมีสีหน้าอึ้งๆ ยิ่งร้อนตัว

“ไม่จริง...เรื่องมันฉาวโฉ่เพราะอดีตสกปรกที่เมียคุณเคยทำ คงทำไว้ดีมาก เขาถึงยังตามล้างผลาญถึง ทุกวันนี้!”

“งานคืนนี้ไม่เคยมีการพีอาร์ชื่อผม อรัญญาไม่มีทาง รู้ว่าผมจะไป นอกจากมีคนบอกให้เขามา”

“มันอาจจะเสี่ยงมาก็ได้ งานของวริศรักษ์ใหญ่โต คุณจะไม่ไป มันเป็นไปไม่ได้ ฉันไม่ได้เรียกผู้หญิง
คนนั้นมา!”

ท่าทางร้อนรนของเพ็ญศรี ทำให้เถกิงมั่นใจว่าการมา ของอรัญญากับสิทธิต้องมีเธออยู่เบื้องหลัง และผ่องก็อาจร่วมมือด้วย ชัชรัณก็พอเดาได้จากเหตุการณ์วุ่นวายที่ผ่านมา

“ไม่จริงนะชัช ยายไม่ได้ทำ ยายไม่เคยคิดจะทำให้ ชัชเสียใจ มันใส่ความยาย!”

“ไม่มีใครใส่ความคุณยายได้หรอกครับ...เพราะผมรู้จักคุณยายดีพอ”

“นี่ชัชคิดว่ายายเป็นคนทำเหรอ”

“สิ่งที่คุณยายทำไม่เคยผิดเลยครับ...ไม่เคยเลย”

ooooooo

ชัชรัณหัวใจสลายที่ภาพวาดของแม่ถูกทำลาย ผ่องก็ประสาทเสียไม่แพ้กัน ถึงกับลมจับเมื่อเห็นว่าหลานชายคนเดียวทำท่าจะไม่อยู่ในการควบคุมอีกต่อไป และเธอก็โทษใครไม่ได้ นอกจากเพ็ญศรีที่วางแผนเรื่องอรัญญาโดยพลการ

“ศรีทำทุกอย่างเพื่อคุณท่านนะคะ ถ้ามันถูกแฉมันคงไม่มีหน้าอยู่ที่นี่ได้ ศรีอยากให้คุณท่านมีความสุข”

“แต่เธอทำให้ตาชัชเข้าใจฉันผิด ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่างานนี้ฉันต้องการให้คนพูดถึงเรื่องดีๆของ
วริศรักษ์ แต่คืนนี้มันพังเพราะนังผู้หญิงชั้นต่ำพวกนั้น”

“ศรีขอโทษนะคะ ศรีไม่ได้ตั้งใจทำให้ภาพพี่สินีเสียหาย”

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าจะทำอะไรให้ถามฉันก่อน ดูสิ...นอกจากไล่พวกมันไปไม่ได้ ชื่อเสียงของวริศรักษ์ต้องฉาวโฉ่ เพราะความโง่ของเธอคนเดียว!”

“ศรีขอโทษค่ะที่ไม่คิดให้รอบคอบ แต่คุณท่านคะ... ถ้าเป็นแบบนี้ คงมีแค่คุณชัชคนเดียวจะไล่สองแม่ลูกนั่นออกไปได้ ถ้าครั้งหน้านังนั่นผิดดิ้นไม่หลุดล่ะก็...พี่เถกิงก็คงช่วยไม่ได้...แต่จะให้คุณชัชทำตามคงไม่ง่าย”

“ตาชัชเป็นหลานฉัน...ถ้าฉันสั่งเขาก็ต้องทำตาม ตาชัชจะต้องไล่เสนียดพวกนั้นออกจากบ้านให้ฉัน!”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดและความอาฆาตของผ่อง ทำให้โยทกาที่อาสามาลัยยกยาหอมมาให้ถึงกับชะงัก ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่ายายแท้ๆของชัชรัณจะใจร้ายใจดำขนาดนี้ ใช้หลานชายเป็นเครื่องมือเอาชนะเถกิง...

เถกิงร้อนใจมาก เป็นห่วงและอยากปรับความเข้าใจกับลูกชายคนเดียว จนต้องไปเคาะประตูเรียกหน้าห้อง ชัชรัณเห็นว่าพ่อคงไม่เลิกราง่ายๆ เลยยอมเปิดประตู

“ชัช...พ่อเป็นห่วงลูกนะ”

“พ่ออยากรับผิดชอบ อยากให้ผมร้องขอให้พ่อช่วยใช่ไหม ได้...งั้นผมขอ...ขอให้ช่วยเคารพสิทธิส่วนบุคคล ช่วยเลิกยุ่งกับผมสักที พ่อไม่ต้องรู้สึก ไม่ต้องพยายามแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะกับแม่หรือกับผม พ่อไม่ต้องทำอะไรให้อีกแล้ว...เพราะผมไม่อยากได้”

“ชัช...พ่อไม่เคยมีความสุขที่เราสองคนพ่อลูกต้องเป็นแบบนี้”

“ผมเคยมีความสุขนะวันที่แม่ยังอยู่....ถึงพ่อไม่สนใจผม อย่างน้อยผมก็มีแม่ แต่เพราะพ่อทำให้ผมไม่เหลือใคร พ่อฆ่าแม่ด้วยความมักมากเห็นแก่ตัว พ่อทำลายความสุขของผม ทำลายครอบครัวของเรา วันนี้พ่อทำลายความทรงจำของแม่ มันยังไม่พอใช่ไหม พ่อต้องการอะไรอีก...ชีวิตของผมเหรอ ต้องให้ผมเจ็บแค่ไหน พ่อถึงจะพอใจ”

แววตาเจ็บช้ำของลูกชายทำให้เถกิงพูดไม่ออก ชัชรัณเลยถือโอกาสทิ้งท้าย

“อย่าให้ผมต้องเกลียดพ่อไปมากกว่านี้เลย”

โยทกาได้ยินทุกอย่าง สงสารทั้งชัชรัณและเถกิง เช่นเดียวกับกรรณิการ์ที่พยายามปลอบให้สามีใจเย็นๆ เถกิงเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร่ำโทษตัวเองที่อ่อนแอ ยอมอ่อนข้อให้ผ่องเรื่องสินีและชัชรัณจนมีวันนี้...

ภาพความทรงจำในอดีตลอยมาในหัว เถกิงจำได้ดี...เพราะคำสัญญายกชัชรัณให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผ่อง แลกกับการที่เขาได้แต่งงานกับสินีและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวริศรักษ์ เปิดโอกาสให้ผ่องทำร้ายจิตใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยการยุแยงลูกชายคนเดียวให้เข้าใจว่าเขาไม่รักและปันใจให้ผู้หญิงอื่นตลอดเวลา

เถกิงดึงตัวเองจากอดีต น้ำเสียงแข็งกร้าวและแววตาเจ็บช้ำของชัชรัณทำให้เถกิงสะเทือนใจมาก

“ที่นี่มันเหมือนคุกที่มีคุณท่านเป็นผู้คุม ผมไปจากที่นี่ได้ แต่ชัชจะไม่มีวันทิ้งคุณท่านเพราะสายเลือด ผมอยากช่วยลูก ที่ผมตัดสินใจย้ายกลับเข้ามาหลังแต่งงานกับคุณเพราะผมเป็นห่วงเขา มันอาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะปรับความเข้าใจกับเขา แต่ผมก็ทำให้คุณต้องลำบากไปด้วย...”

ooooooo

ขณะที่ทุกคนในบ้านวริศรักษ์เยียวยากันและกัน ภุชงค์ก็เร่งให้พนักงานโรงแรมตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาหลักฐานตัวบงการนำอรัญญากับสิทธิเข้ามาป่วนในงานของสินี

กุสุมาเห็นท่าทางกระตือรือร้นของเขาแล้วก็สงสาร แต่ก็อดแหย่ไม่ได้

“งานคืนนี้...คุณชัชได้ความเห็นใจเต็มๆ คนมีใจอยู่แล้ว ตอนนี้คุณอาจจะโดนทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นอยู่นะ”

“มันเป็นธรรมดา ผู้หญิงดีๆก็ต้องมีคนยื้อแย่ง ยิ่งรับประกันว่าดีจริง ควรค่าแก่การต่อสู้”

“ก็ขอให้ดีจริง”

“น้ำเสียงแบบนี้ มันทำให้ผมคิดว่าคุณกำลังอิจฉานะ”

“อิจฉาที่มีผู้ชายมาแย่งกันน่ะเหรอ...ไร้สาระ!”

“ผมชักสงสัยแล้วนะว่าที่คุณไม่มีแฟนเพราะคุณไม่เอาใคร หรือไม่มีใคร...”

กุสุมาปรี๊ดมาก เงื้อมือจะตบ แต่ก็ถูกเขาจับไว้

“จุ๊ๆ ฟังแล้วดีดขนาดนี้ สงสัยจะเป็นอย่างหลัง”

รอยยิ้มรู้ทันของเขาทำให้กุสุมาโมโห ผลุนผลันออกจากโรงแรม ภุชงค์เพิ่งรู้ตัวว่าแซวแรงเลยตามไปขอโทษ

“ผมขอโทษนะถ้าผมปากเสีย...ยกโทษให้ผมนะ”

“ฉันสงสัยว่าเราสนิทกันจนถึงจุดที่คุณจะพูดอะไรกับฉันก็ได้แล้วเหรอ”

“ผมเห็นว่าเราเป็นเพื่อนกัน”

“มิตรภาพ ไม่ใช่อำนาจ...ความสนิทไม่ใช่เครื่องมือที่เพื่อนจะทำอะไรกับเพื่อนก็ได้โดยไม่มีความเกรงใจ ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทกันนับสิบปี ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิ์กดขี่เขาด้วยการกระทำหรือคำพูด ยิ่งสนิทยิ่งต้องเกรงใจ ถ้าความเกรงใจไม่มี ก็ไม่ต้องคบกัน มันเสียความรู้สึก!”

แหวจบก็จะผละไปอีกรอบ ภุชงค์เลยตัดสินใจใช้ไม้ตาย คุกเข่าขอให้เธออภัย กุสุมาอับอายที่ถูกเหล่าพนักงานและแขกของโรงแรมหันมอง เลยต้องยอมยกโทษให้แบบไม่มีทางเลือก...

ชัชรัณเสียใจมากเรื่องภาพวาดของแม่ นอนไม่หลับ ต้องไปนั่งปล่อยอารมณ์ในสวนกุหลาบ โยทกากับมาลัยเฝ้ามองด้วยความเห็นใจ ยิ่งเห็นสภาพเหมือนไม่ยอมรับรู้หรือรับฟังอะไร ยิ่งสงสาร

“คุณชัชคงรู้สึกโดดเดี่ยวนะคะป้า...สิ้นคุณแม่ ครอบครัวที่เหลือก็ไม่ยอมญาติดีต่อกัน โยไม่เข้าใจ...ทำไมทุกคนพร้อมจะทำตามใจตัวเองแต่ไม่เคยนึกถึงใจคนกลางอย่างคุณชัชเลย”

“คนหนึ่งก็คุณพ่อ อีกคนก็คุณยาย กลืนไม่เข้าคายไม่ออกหรอกค่ะ”

“เมื่อไหร่ที่เราจะได้เห็นคุณชัชนั่งอยู่กลางแปลงกุหลาบของคุณแม่ด้วยรอยยิ้มบ้างคะป้า”

“ป้ามองไม่เห็นทางเลยค่ะว่าจะทำให้มีวันนั้นได้ยังไง”

“มันต้องมีวันนั้นสิคะป้า โยเชื่อว่ามันต้องมี”

ท่าทางเชื่อมั่นและความเป็นห่วงเป็นใย ทำให้มาลัยมั่นใจว่าโยทกาต้องมีความรู้สึกดีๆให้ชัชรัณ...

ooooooo

เหตุการณ์วุ่นวายในงานประมูลภาพเป็นข่าวใหญ่ในวันต่อมา กิ่งกาญจน์อ่านข่าวด้วยความหัวเสีย ไม่ชอบใจเลยที่งานกุศลของสินีต้องกลายเป็นข่าวฉาว คุณหญิงละอองสบช่องใส่ไฟว่าเป็นเพราะกรรณิการ์กับโยทกา กิ่งกาญจน์ไม่เห็นด้วยและเชื่อว่าเป็นแผนของผู้ไม่ประสงค์ดีมากกว่า

กฤตนัยสังหรณ์ว่าแม่บุญธรรมจะมีส่วนกับเรื่องเมื่อคืน แล้วก็จริงดังคาด เมื่อคุณหญิงละอองเรียกให้เขาไปช่วยทำธุระ ประกันตัวอรัญญากับสิทธิจากโรงพัก และทันทีที่สองผัวเมียลากลับ เขาก็เปิดฉากเคลียร์กับแม่บุญธรรม

“คุณแม่ทำอย่างนี้เพื่ออะไรครับ”

“ถ้ากรรณิการ์ถูกแฉ มันก็มีผลกับภาพลักษณ์ของเถกิง”

“คุณแม่จะให้กิ่งแต่งงานกับชัช วริศรักษ์เสียชื่อมันก็ไม่เป็นผลดีกับกิ่ง”

“ยัยกิ่งแต่งงาน...วริศรักษ์ก็ต้องเกรงใจฉัน แล้วถ้าชัชรัณมีปัญหา คนที่เข้าบริหารก็คือแกไม่ใช่ยัยกิ่ง ไม่ว่าจะมองยังไง งานนี้ฉันก็มีแต่ได้กับได้”

“คุณแม่มองกิ่งเป็นแค่แผนสำรองเหรอครับ”

“แกเคยเล่นเกมไหนที่ใช้หมากตัวเดียว บ้างไหมล่ะ...”

ความอยากเอาชนะของคุณหญิงละอองทำให้กฤตนัยหนักใจมาก ไม่ต่างจากกรรณิการ์กับโยทกาที่เพิ่งได้หลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงแรมซึ่งภุชงค์นำมาให้แต่เช้าว่าเพ็ญศรีเป็นคนพาอรัญญากับสิทธิเข้าไปในโรงแรม

กรรณิการ์เหนื่อยใจมาก แต่ก็ตัดสินใจไม่แจ้งความเพราะเห็นแก่เถกิงกับชัชรัณ ไม่อยากให้ฉาวไปมากกว่านี้ โยทกากับภุชงค์ไม่เห็นด้วยแต่ก็ขัดไม่ได้ เพ็ญศรีผ่านมาได้ยินก็ร้อนตัว พยายามแถเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ก็ถูกภุชงค์ตอกอย่างไม่ไว้หน้า จนต้องถอยหนีเพราะกลัวความแตกและตนต้องเข้าคุก

เรื่องราวเลวร้ายในงานของสินีทำให้ชัชรัณหายตัวจากบ้านวริศรักษ์ในเช้าวันต่อมา ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน หรือติดต่อเขาได้...นอกจากนิพนธ์ กิ่งกาญจน์ร้อนใจมาก เพียรโทร.หา เช่นเดียวกับโยทกา แต่เขาก็ไม่เปิดเครื่อง

กฤตนัยก็เป็นห่วงชัชรัณ แต่เชื่อแน่ว่าอีกฝ่ายคงปลอดภัย แค่ต้องการปลีกวิเวกเพื่อคิดและรักษาใจ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นทุกครั้งเวลามีเรื่องกับเถกิงหรือใครก็ตามในครอบครัว

เถกิงก็เป็นอีกคนที่เป็นกังวล แต่มาลัยก็บอกให้เบาใจว่าชัชรัณปลอดภัย โยทกาก็พยายามทำใจให้ได้แบบนั้น แต่เพราะความรู้สึกผิดและเป็นห่วงทำให้ร้อนรน ไม่อยากปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพัง

มาลัยลำบากใจมากเมื่อถูกซักไซ้ แต่เมื่อเห็นความตั้งใจจริงของโยทกาก็ตัดสินใจบอกที่หลบภัยของชัชรัณ...

ooooooo

โยทกาต้องชั่งใจอย่างหนัก ไม่บอกกิ่งกาญจน์เรื่องชัชรัณอยู่ที่เชียงราย รู้ดีว่าเขาต้องการเวลาและคนที่เข้าใจแค่ไหน เลยตัดสินใจลางานแบบกะทันหัน โดยฝากบอกปุ้มว่าเธอมีธุระด่วนที่ภาคใต้

กิ่งกาญจน์ไม่คิดว่าโยทกาจะโกหก มัวตื่นเต้นดีใจที่ชัชรัณยอมรับสายเธอในวันเดียวกัน

“ชัช...กิ่ง...อยากไปอยู่เป็นเพื่อนชัชนะ”

“ขอบคุณนะที่กิ่งเป็นห่วงผม พอได้อยู่คนเดียวมันก็มีเหงาบ้าง...ถ้ามีเพื่อนก็คงดี”

“ถ้ากิ่งไปอยู่ตรงหน้าชัชตอนนี้ ชัชจะให้กิ่งอยู่ข้างๆชัชได้ไหม”

“กิ่งพูดเหมือนรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน”

“ไม่ว่าชัชอยู่ที่ไหน...ความห่วงใยของกิ่งจะไปอยู่ข้างๆชัชเสมอ”

ชัชรัณรู้สึกผิดกับกิ่งกาญจน์มากแต่ไม่ทันพูดอะไร ก็ต้องวางสายเมื่อเห็นโยทกาเดินมาแต่ไกล...

กุสุมาไม่รู้แน่ว่าโยทกาหายตัวไปไหน แต่เมื่อได้ยินจากกิ่งกาญจน์ว่าฝ่ายนั้นลากะทันหัน ก็เริ่มใจไม่ดี ยิ่งได้เห็นท่าทางเหมือนไม่รู้สึกรู้สาของกิ่งกาญจน์ ยิ่งเป็นกังวล และอดแกล้งถามไม่ได้

“ถ้าคุณโยทำเรื่องไม่ดีลับหลังพี่ พี่จะทำยังไง”

“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเรื่องอะไร ร้ายแรงไหม แล้วมันเกี่ยวกับพี่หรือเปล่า แต่พี่เชื่อนะว่าคุณโยเป็นคนดี พี่เชื่อใจเขา มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ แต่พี่เชื่อว่าคุณโยเป็นคนดีจริงๆ”

หลังสะระตะเรื่องราวพักใหญ่ กุสุมาก็มั่นใจว่าโยทกาอยู่กับชัชรัณ แต่ยังหาหลักฐานบอกกิ่งกาญจน์ไม่ได้ ภุชงค์อยากพิสูจน์ว่าโยทกาไม่ได้ไปเลยสืบจากกรรณิการ์ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะแม้แต่แม่แท้ๆก็ยังติดต่อโยทกาไม่ได้...

เวลาเดียวกันที่เชียงราย...โยทกาเดินตามชัชรัณทั่วหมู่บ้าน จนชาวบ้านที่คุ้นเคยกับเขาดีสงสัยว่าเธออาจเป็นแฟนสาวที่มาจากกรุงเทพฯ โดยเฉพาะชบาเด็กสาวชาวบ้านที่เรียกชัชรัณว่าพ่อ

ชบามองหญิงสาวแปลกหน้าจากกรุงเทพฯด้วยความสนใจ ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่ออีกฝ่ายแนะนำตัวว่าชื่อโยทกา และก็อนุญาตให้เธอเรียกว่าแม่โย ชัชรัณตั้งท่าจะค้าน แต่ก็ถูกดักคอ

“ไม่ต้องเขินหรอกค่ะพ่อชัช ชบาเรียกแม่โยได้เลยนะคะ...พ่อชัช แม่โย พ่อชัชของชบาเขางอนแม่โย แม่โยก็เลยมาตาม ชบาช่วยบอกให้พ่อชัชหายงอนแม่โยสักทีสิจ๊ะ ช่วยแม่โยหน่อยนะจ๊ะคนเก่ง”

ชัชรัณอยากเป็นบ้าตายเมื่อเห็นสายตาชาวบ้าน เชื่อแน่ว่าทุกคนต้องเข้าใจว่าโยทกาเป็นแฟนเขา และเขาก็คร้านจะอธิบายความจริง เดินหนีขึ้นรถดื้อๆ โยทกาไม่ยอมกระโจนขึ้นท้ายรถ ชัชรัณเลยแกล้งขับแบบกระแทกกระทั้นตลอดทาง จนเธอถึงกับโอดเมื่อถึงบ้านพักของเขา

“ขับรถไม่เกรงใจฉันเลย ถ้าฉันก้นกบหัก เดินไม่ได้ พิการไป ใครจะรับผิดชอบ!”

“คุณก็ต้องรับผิดชอบตัวของคุณเอง เพราะผมไม่ได้อนุญาตให้คุณขึ้นรถตามผมมา ที่จริง...ผมไม่ได้อนุญาตให้คุณเข้ามาในพื้นที่ของผมด้วยซ้ำ กลับกรุงเทพฯไปซะ อย่ามายุ่งกับผม!”

“ที่ฉันต้องมาเพราะฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันกับแม่เสียใจที่เป็นต้นเหตุทำให้งานของคุณต้องจบแบบนั้น”

“ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร มันก็เปลี่ยนแปลงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ได้แล้ว ภาพที่มันเสียหาย งานที่ผมตั้งใจต้องพังเพราะอดีตของพวกคุณ!”

โยทกาสะเทือนใจมาก พยายามจะบอกเรื่องเพ็ญศรีเป็นตัวการเพราะมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ชัชรัณซึ่งพอเดาได้ว่าเรื่องวุ่นๆในงานของแม่เป็นฝีมือของผ่องกับเพ็ญศรี ก็เจ็บช้ำมากจนไม่อยากรับฟังอะไร ไม่อยากตอกย้ำตัวเองให้ขมขื่นไปกว่านี้ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือล้างแค้นของยายแท้ๆ

“พอได้แล้วโยทกา! คุณเรียกร้องให้ผมฟัง แล้วคุณล่ะฟังบ้างไหม ผมขอความสงบในพื้นที่ส่วนตัวของผม ผมอยากอยู่คนเดียว ผมไม่อยากเจอใคร ไม่อยากเห็นหน้าทุกคน ไม่ว่าคุณหรือใครก็ตาม...กลับไป!”

ooooooo

ชัชรัณไม่ยอมให้โยทกาเข้าบ้านที่เป็นเหมือนสถานที่แห่งความทรงจำของแม่ แต่โยทกาก็ใช้เล่ห์กลหาทางเข้าไปจนได้ ก่อนจะยืนกรานอีกรอบ จะไม่ยอมกลับกรุงเทพฯหากเขาไม่กลับด้วย

“ทำไมคุณถึงดื้อด้านขนาดนี้ ผมบอกให้ออกไป”

“คุณก็ดื้อด้านเหมือนกันแหละน่ะ คนเขาตามมาขอโทษถึงที่นี่ คุณจะไม่รับหน่อยหรือไง”

“หยุด...ไม่งั้นผมจะไม่เป็นสุภาพบุรุษแล้วนะ ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนบ้าขนาดนี้ เขาไม่ให้ตามก็ยังจะตามอีก”

“ก็ฟังคำขอโทษจากฉันก่อนสิ ฉันหน้าด้านมาถึงนี่ คุณก็หน้าด้านให้อภัยหน่อย”

“ผมไม่รับ ผมไม่ต้องการ”

“คุณไม่รับนั่นมันปัญหาของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน เพราะฉันมาเพื่อขอโทษเท่านั้น ถ้าคุณอยากให้ฉันกลับ ก็แค่ฟังคำขอโทษของฉัน แล้วฉันจะกลับทันที ...ตกลงไหม”

ชัชรัณนิ่งไป โยทกาตั้งท่าจะบอกความจริงเรื่องเพ็ญศรี แต่จู่ๆเขาก็ผละไปนอกบ้าน โยทการีบตามแต่ก็ถูกเขาขู่จะหายตัวไปอีก เธอเลยต้องไปนอนในห้องพักแทนเขาแบบไม่มีทางเลือก

โยทกาไม่รู้ว่าชัชรัณทำแบบนั้นเพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้นอนตากยุงและลมหนาวนอกบ้านพัก เธอมัวกังวลและรู้สึกผิด เมื่อได้รับข้อความจากแม่ที่ร้อนรนด้วยความเป็นห่วง แต่เพราะรู้ดีว่าชัชรัณไม่พร้อมเจอใคร เลยตัดสินใจไม่โทร.กลับและเลือกส่งข้อความแทน
แต่ก็ยังไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน

“แม่จ๋า...โยขอโทษที่ไม่ได้บอกแม่ก่อนว่าโยมาทำธุระด่วน ที่นี่ไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์ แม่ไม่ต้องห่วงโยนะจ๊ะ เสร็จธุระแล้วโยจะรีบกลับไปหาแม่นะจ๊ะ...”

ขณะที่โยทกาตามตื๊อชัชรัณให้ยกโทษและกลับกรุงเทพฯพร้อมกัน ผ่องก็ร้อนใจ กดดันให้เถกิงรีบนำตัวลูกชายกลับมา พร้อมกับโทษทุกอย่างว่าเป็นเพราะเขา ทำให้ชัชรัณหายตัวไป

เถกิงเบื่อและเอือมระอามาก ตัดสินใจควักหลักฐานเป็นภาพของเพ็ญศรีจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมมาโชว์ เพ็ญศรีหน้าซีดเผือด ก่อนจะหน้าหันเพราะถูกผ่องตบเต็มแรง

“ไหนว่าไม่มีหลักฐาน แล้วทำไมมันถึงมีรูปพวกนี้ได้ ฉันสงสัยจริงๆว่าเธอมีสมองหรือเปล่า ถึงได้ทำอะไรไม่เคยสำเร็จ เป็นถึงปลายแถวของวริศรักษ์ แต่ก็ยังแพ้ผู้หญิงชั้นต่ำ คนขี้แพ้อย่างเธอไม่มีวันชนะใครได้!”

โชคดีที่เถกิงผละไปแล้ว เพ็ญศรีเลยไม่ต้องอับอายมากไปกว่านี้ แต่กระนั้นเขาก็พลาด ไม่ได้เห็นแววตาเคียดแค้นและจงเกลียดจงชังของเธอที่มีต่อผ่องแม่บุญธรรมที่เก็บเธอมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก...ราวกับทาสในเรือนเบี้ย!

ความโกรธแค้นที่มีต่อผ่อง นับวันก็ทวีคูณจนน่าตกใจ แต่เพ็ญศรีก็ยังทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากปรี่ไประบายอารมณ์กับกรรณิการ์ที่ง่วนในครัวตั้งแต่เช้า

กรรณิการ์ไม่อยากต่อปากต่อคำ พยายามเลี่ยงไม่ตอบโต้ แต่เมื่อเพ็ญศรีพาดพิงถึงโยทกาก็ทนไม่ไหว

“อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทนกับคุณนะ”

“ความพยายามเป็นผู้ดีของเธอคงต่ำมากสินะ”

“ฉันไม่ได้อดทนเพราะอยากเป็นผู้ดี แต่ฉันอดทนเพื่อคนดีๆอย่างคุณเถกิงที่ต้องพบการก่อกวนจากคนอย่างคุณ”

“ได้ถามลูกสาวเธอหรือยัง...ว่ามันนอนกับชัชไปกี่ครั้ง”

ความอดทนของกรรณิการ์กำลังจะหมด แต่เพ็ญศรีก็ไม่หยุดกวนประสาท เธอเลยยกหม้อกะทิเดือดๆขึ้นมา

“มีคนสอนว่าเวลามีหมาบ้ามาเห่าให้เอาน้ำร้อนสาด ฉันไม่เคยลองทำสักที แต่วันนี้ฉันเจอคนบ้าก็ว่าจะลองดู เผื่อมันจะหายบ้า หรือไม่ก็ล้างปากสกปรกของมันได้บ้าง... อยากลองไหมล่ะ”

เพ็ญศรีกรีดร้องราวกับคนบ้าด้วยความเจ็บใจ แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงกับหม้อกะทิเดือดๆ เลยผละไปทุบตีหลิวเพื่อระบายอารมณ์ แต่ก็ยังไม่หนำใจ สั่งให้ศิริพรไปไล่ที่ยายละมุดเพื่อเอาคืนกรรณิการ์

โชคดีที่กรรณิการ์กับเถกิงแวะมาเยี่ยม เลยช่วยขวางไว้และพายายละมุดไปทำแผลที่โรงพยาบาล เพ็ญศรีโกรธมากที่ถูกหักหน้า ก่อนจะได้เจ็บใจแทบกระอักเมื่อรู้ว่าเถกิงให้ยายละมุดย้ายมาอยู่บ้านวริศรักษ์ด้วย

ผ่องตั้งท่าจะค้านเต็มที่ แต่ก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกเถกิงย้อนว่าเป็นเพราะเพ็ญศรีจึงต้องทำแบบนี้ สองแม่ลูกช่างยุเลยต้องหุบปาก ยายละมุดได้ทีเลยแกล้งเย้ยเสียงหวาน

“อิฉันก็ต้องฝากเนื้อฝากตัวกับคุณด้วยนะคะ เป็นบุญของอิฉันเหลือเกิน ขอบคุณจริงๆที่เปิดทางให้อิฉันเข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลายที่นี่ อิฉันจะเสวยสุขให้สมกับที่คุณให้โอกาสนะคะ...”

ooooooo

กรรณิการ์ดีใจมากที่ยายละมุดมาอยู่ด้วย อยากมีเพื่อนคุยและระบายความไม่สบายใจเรื่องโยทกากับชัชรัณ โดยไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันนั้นเอง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้พัฒนาไปในทางดีขึ้นมาก...

ชัชรัณยังปากแข็งและไม่ยอมยกโทษให้ แต่โยทกาก็ไม่ยอมแพ้ ตามตื๊อและตอแยทุกวิถีทางจนกลายเป็นภาพชินตาเสียแล้วสำหรับชาวบ้าน และคิดว่าเป็นเรื่องพ่อแง่แม่งอนของหนุ่มสาว

โยทกาไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ชอบใจเสียด้วยซ้ำ ต่างจากชัชรัณที่ทนไม่ไหว ต้องลากเธอไปเคลียร์

“โยทกา...คุณอาจจะเคยชินกับการเอาชนะ แต่มันใช้ไม่ได้กับผม”

“ฉันไม่ได้อยากเอาชนะ ฉันแค่ไม่อยากให้คุณหนี”

“คุณคิดว่าผมหนีใคร...คุณเหรอ”

“ยายของคุณ...พ่อของคุณ...ทุกคนอาจจะทำให้คุณไม่อยากกลับบ้าน แต่บ้านหลังนั้นเป็นบ้านที่คุณเกิด คุณเติบโต...ถึงแม้ว่ามันจะ...โดดเดี่ยวก็ตาม คุณควรจะกลับไปแก้ไขไม่ใช่หนีปัญหา...กลับบ้านนะคะ”

ชัชรัณอึ้งไปอึดใจ โยทกาเลยถือโอกาสกล่อมให้เขายอมกลับบ้านกับเธอ

“ที่นั่นมันอาจจะเหมือนสนามรบมากกว่า แต่คนเราจะมีแรงรบพุ่งใส่กันได้นานแค่ไหนกัน ยายคุณก็อายุไม่น้อย อีกหน่อยท่านก็ต้องเหนื่อย ถ้าคุณอยากให้มันเป็นบ้าน
คุณต้องกลับไปทำให้มันเป็นบ้าน เป็นครอบครัวด้วยตัวเอง”

“ครอบครัว...แค่คนคนเดียวมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก”

“ฉันจะช่วยคุณ ฉันจะอยู่ข้างๆคุณ...ไม่ไปไหน”

น้ำเสียงอ่อนโยนและแววตาเป็นห่วงกำลังทำให้เขาใจอ่อน และโยทกาก็รู้ดี รีบสำทับ

“ที่นี่อาจจะให้มิตรภาพ ให้รอยยิ้ม ให้ความสงบกับคุณ แต่เขาไม่ใช่ครอบครัว เขาเป็นแค่พื้นที่ปลอดภัยให้คุณได้หลบพัก แต่คุณหนีความจริงตลอดไปไม่ได้ กลับกรุงเทพฯกับฉันนะคะ”

ชัชรัณเดินหนี กลัวใจตัวเอง แต่โยทกาก็ตามไปดักหน้า

“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ คุณทำทำไมโยทกา!”

“เพราะฉันห่วงคุณ! กลับกรุงเทพฯนะคะคุณชัช”

“คำพูดประโยคเดียวของคุณเปลี่ยนโลกที่ผมเคยรู้จักไม่ได้หรอกนะ...”

ท่าทีอ่อนลงของชัชรัณทำให้โยทกามีกำลังใจ เชื่อแน่ว่าอีกไม่นานเขาต้องยอมกลับบ้านกับเธอ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เธอก็อยากช่วยเหลือโครงการฟื้นฟูชุมชนและมูลนิธิหิรัญญิการ์ที่เขาสืบทอดหน้าที่ดูแลจากสินีผู้ก่อตั้งเสียก่อน โดยมีวิมลอดีตนักเรียนทุนของสินีเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานช่วยแนะนำ

นอกจากนี้โยทกายังสานสัมพันธ์กับชบา ลูกสาวบุญธรรมของชัชรัณ เด็กสาวมีหน้าตาสะสวย อาศัยกับตาตามลำพัง เป็นกำพร้าและใฝ่ดี การได้รู้จักกับชบาทำให้โยทกาคิดถึงอดีตขมขื่นของตัวเอง เลยตั้งใจว่าจะช่วยสานฝันของเด็กสาวให้ได้มีอนาคตสดใส มีการเรียนที่ดีเพื่อมาเลี้ยงดูครอบครัวเหมือนกับเธอ

และก็เพราะได้ใกล้ชิดกับชบานั่นเอง ทำให้เธอได้พบเห็นการมาถึงของกลุ่มคนแปลกๆ นุชกับอุษาซึ่งแท้จริงเป็นนายหน้าค้ามนุษย์ตัวร้ายที่ใช้วิธีปล่อยเงินกู้และเรียกดอกเบี้ยแพง ชาวบ้านจะได้ไม่มีทางเลือก ต้องขายลูกสาวไปขัดดอก โยทกาไม่ได้กระโตกกระตากว่าสงสัย แต่ก็คิดว่าต้องสืบความจริงเรื่องนี้ให้ได้

ooooooo

ความจริงใจของโยทกาและความอ่อนโยนลึกๆของชัชรัณ ดึงดูดทั้งสองเข้าหากันช้าๆ ต่างก็หลงใหลในตัวตนของกันและกันโดยไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ง่อนแง่นเลยดีขึ้นมาก และผูกพันกันจนใครหลายคนคาดไม่ถึง

เถกิงก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาไม่คิดรังเกียจหากโยทกากับชัชรัณจะลงเอยกัน แต่ก็อดหนักใจไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าผ่องกับเพ็ญศรีต้องไม่อยู่เฉยแน่กับเรื่องนี้ ส่วนกรรณิการ์นั้นร้อนใจมากกว่า พยายามติดต่อทั้งลูกสาวและลูกเลี้ยงหนุ่มทุกวัน แต่ก็ไม่มีใครยอมเปิดเครื่องหรือรับสาย เธอเลยต้องใช้วิธีสุดท้ายคือเรียกตัวเซมกับเจนจันทร์มาคาดคั้นความจริง

เซมกับเจนจันทร์ถูกเค้นก็หลุดปากว่าโยทกาตามชัชรัณไปเชียงรายจริงๆ เพ็ญศรีผ่านมาได้ยินพอดี

ก็ไม่รอช้าจะค่อนแคะและแดกดัน กรรณิการ์เลยขู่จะแจ้งความเรื่องที่โรงแรม เพ็ญศรีเลยยอมถอย

สองพี่น้องเพื่อนซี้ของโยทกาช่วยกันปลอบให้ใจเย็น โยทกาแค่หวังดีและอยากไถ่โทษกับชัชรัณเท่านั้น แต่กรรณิการ์ที่กังวลใจเรื่องนี้มานานไม่คิดเช่นนั้น และอยากรู้ความจริงทั้งหมดเดี๋ยวนี้!

“เราทั้งคู่รู้เรื่องสองคนนั้นใช่ไหม เขาคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเขาคบกันถึงขั้นไหนแล้ว”

เซมกับเจนจันทร์พูดไม่ออก กรรณิการ์ต้องบังคับให้เล่า ก่อนจะประกาศกร้าว

“คุณชัชกำลังจะหมั้น โยจะกลายเป็นมือที่สาม การเป็นมือที่สามมันไม่มีความสุข แม่รู้ดี โยมีค่าเกินกว่าจะเป็นของเล่นของใคร แม่จะไม่ยอมให้โยเจ็บเหมือนแม่!”

ระหว่างที่กรรณิการ์รับรู้ความเป็นไปของลูกสาวจากสองพี่น้องเพื่อนซี้ โยทกาก็สร้างวีรกรรมกล้าหาญ บุกไปช่วยชบาจากนุชกับอุษาที่ใช้ข้ออ้างเรื่องเงินกู้จะเอาตัวไปทำงานใช้หนี้ ชัชรัณรู้ก็รีบตามมาเคลียร์หนี้ให้ ชบาเลยรอดตัว โดยไม่รู้เลยว่านุชกับอุษาไม่คิดจบแค่นั้น วางแผนจะเอาตัวชบาไปขายให้ลูกค้าที่ต้องการให้ได้

ชัชรัณประทับใจวีรกรรมของโยทกามาก แต่ก็ไม่อยากให้เธอมาเสี่ยงกับเรื่องที่เขากำลังช่วยตำรวจสืบ

“ผมกำลังหาหลักฐาน อย่าก่อเรื่องอีก ถ้ามันไหวตัว ทัน เราจะจับมันไม่ได้ เด็กอีกหลายคนจะกลายเป็นเหยื่อ”

“คุณทุ่มเทขนาดนี้เพื่อคุณแม่คุณใช่ไหม...คุณวิมลบอกว่าเขาได้ทุนจากแม่คุณจนเรียนจบแล้วมาเป็นเจ้าหน้าที่ แล้วคุณก็รับช่วงต่อ คุณแม่คุณต้องภูมิใจที่คุณสืบทอดเจตนาท่าน...ตั้งมูลนิธิเพื่อรองรับผลผลิตชาวบ้านที่นี่”

“มาแค่ไม่กี่วัน ดูคุณจะรู้ดีนะ”

“ก็ฉันฉลาด สวยด้วย ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ...”

เพ็ญศรีไม่ยอมแพ้เรื่องชัชรัณกับโยทกา โทร.ฟ้องคุณหญิงละออง ยายละมุดผ่านมาได้ยินเลยแกล้งฉีดน้ำใส่ เลยหวิดจะมีเรื่องกัน ถ้ามาลัยจะไม่ห้ามไว้ พร้อมกับช่วยยืนยันว่าชัชรัณที่ตนเลี้ยงมาไม่ใช่คนมักง่ายแบบที่เพ็ญศรีกล่าวหา แต่กระนั้นกรรณิการ์ก็ไม่สบายใจ เป็นห่วงความรู้สึกของโยทกา

“คุณผ่องไม่มีวันยอมให้คุณชัชแต่งกับโย คุณชัชเองก็ยอมรับพื้นเพของโยไม่ได้แน่”

“ทีเอ็ง...คุณเถกิงเขายังทำให้ได้” ยายละมุดไม่เห็นด้วย

“คุณเถกิงไม่ต้องฟังคำสั่งใคร แต่คุณชัชมีคุณผ่อง กรรณจะไม่ยอมให้โยต้องกลายเป็นแค่ของเล่นของชัชรัณเด็ดขาด น้าต้องช่วยเตือนโย ถ้ารักคุณชัช โยจะต้องเสียใจ น้าช่วยพูดกับโยให้กรรณด้วยนะ...ช่วยห้ามเขาที”

ยายละมุดลำบากใจมากเพราะรู้ดีว่าโยทการู้สึกเช่นไรกับชัชรัณ กรรณิการ์เห็นท่าทางแบ่งรับแบ่งสู้ก็ทนไม่ไหว ต้องเอาโทรศัพท์บ้านโทร.หาชัชรัณ ลูกเลี้ยงหนุ่มยอมรับสายแล้วก็ตัดบททันทีเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

เถกิงผ่านมาได้ยินชื่อลูกชายพอดี เลยคาดคั้นถามจากภรรยา กรรณิการ์หน้าเสีย แต่ก็ต้องยอมสารภาพว่าเวลานี้โยทกาอยู่กับชัชรัณที่เชียงรายแล้ว...เรื่องที่กังวลมานานกำลังจะเป็นจริง

การหายตัวไปของชัชรัณกับโยทกาไม่ได้ทำให้แค่คนในบ้านวริศรักษ์แทบนั่งไม่ติด ภุชงค์ก็เริ่มร้อนใจ กลัวว่าการคาดการณ์ของกุสุมาที่ว่าทั้งสองคนอาจอยู่ด้วยกันจะเป็นจริง กฤตนัยก็ดูจะเชื่อเช่นนั้น คงมีเพียงกิ่งกาญจน์ที่เชื่อมั่นว่าชัชรัณไม่ใช่คนแบบนั้น เช่นเดียวกับโยทกาที่เป็นศิราณีให้เธอเสมอ

แต่กระนั้น...ความจริงที่ภุชงค์หลุดปากเรื่องชัชรัณตามโยทกาไปดูโรงแรมที่เชียงรายเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนก็ทำให้กิ่งกาญจน์พูดไม่ออก และเมื่อสบตากฤตนัยกับกุสุมา เธอก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ!

ooooooo