เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 3


30 พ.ค. 2560 09:30
4,291,068 ครั้ง

ละคร นิยาย เหมือนคนละฟากฟ้า

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

เหมือนคนละฟากฟ้า

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

เบญจธารา

กำกับการแสดงโดย:

แมน เมธี

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

แอนดริว เกร็กสัน, ภีรนีย์ คงไทย

ท่าทางแข็งกร้าวและคำตอบตรงไปตรงมาของชัชรัณทำให้โยทกามั่นใจว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นแผนการร้ายของเพ็ญศรี แต่กระนั้นก็อดยั่วประสาทไม่ได้ ยิ่งเห็นเขาทำท่ารังเกียจไม่อยากอยู่ใกล้ ยิ่งอยากแกล้งขยับตัวหา

“ฉันสั่งให้ออกไป!”

“ฉันมีทฤษฎีส่วนตัว ชื่อทฤษฎีตีตรงข้าม คนที่แสดงท่าทีกับเราแบบไหน ให้ตีไปตรงข้ามไว้ สั่งให้ออกไป หมายความว่าให้อยู่ บอกว่าเกลียดแต่จริงๆแล้ว...”

โยทกาพูดไม่ทันจบ นิพนธ์ก็โผล่มาขัดจังหวะ ชัชรัณมองผู้ช่วยและบอดี้การ์ดจำเป็นส่วนตัวด้วยสีหน้าคาดโทษ โยทกาเห็นดังนั้นเลยจะผละไปก่อน แต่ไม่วายทิ้งท้ายกวนๆ

“ถ้าคุณยืนยันว่าคุณแฟร์ ฉันก็จะเชื่อตามนั้นหวังว่าคำพูดคุณจะมีเกียรติมากพอ...”

ผ่องกับเพ็ญศรียังไม่รู้ตัวว่าแผนร้ายจะถูกตลบ มัวย่ามใจที่หาทางฉีกหน้ากรรณิการ์กลางงานแต่งได้แล้ว ชัชรัณไม่ได้สนใจคนอื่น จมปลักกับความเศร้าและรู้สึกผิดที่ปกป้องศักดิ์ศรีแม่แท้ๆไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือก ต้องยอมแต่งตัวไปร่วมงานแต่งของพ่อเพราะไม่อยากให้ตระกูลวริศรักษ์เสียชื่อเสียง

แขกเหรื่อมากหน้าหลายตามาร่วมงานแต่งระหว่างเถกิงกับกรรณิการ์อย่างคับคั่ง บ้านวริศรักษ์ดูเล็กไปถนัดตา ผ่องกับเพ็ญศรีไม่ชอบและไม่เต็มใจเลย แต่ไม่อยากให้ครอบครัวมีข่าวฉาวเลยต้องปั้นหน้ายิ้มรับแขก

อรัญญาส่งข้อความหาเพ็ญศรีว่าใกล้ถึงงานตามแผน แต่กลับถูกขัดขวางกลางทางด้วยฝีมือเซมกับเจนจันทร์ที่รับคำสั่งมาจากโยทกาอีกทีให้หาทางป่วนอรัญญาจนไปงานไม่ได้ สองพี่น้องแกล้งขับรถตัดหน้าและหาเรื่องทะเลาะจนอรัญญาไปร่วมงานตามที่นัดหมายกับเพ็ญศรีไม่ได้เพราะต้องไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพักแทน

โยทการับทราบข่าวจากสองพี่น้องเพื่อนซี้ด้วยความสะใจ ก่อนจะมุ่งหน้าไปงานแต่งของแม่พร้อมกฤตนัยเพื่อตลบหลังแผนร้ายของเพ็ญศรี กิ่งกาญจน์รออยู่แล้ว เธอรู้เรื่องทุกอย่างดีและเป็นคนโทร.บอกโยทกาเรื่องอรัญญา เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยจึงพาโยทกาเข้าไปในงาน

เพ็ญศรียังไม่สำเหนียกว่าแผนแตก ส่งยิ้มร้ายรู้กันกับผ่องและกระตือรือร้นจะเชิญแขกเข้าไปเป็นพยานการจดทะเบียนสมรสระหว่างเถกิงกับกรรณิการ์ ก่อนจะต้องหน้าแตกยับเมื่อเห็นว่าคนที่โผล่มาแทนอรัญญาคือโยทกา!

“ขอบคุณคุณเพ็ญศรีกับหม่อมหลวงผ่องมากค่ะ ที่ให้ความกรุณากับคุณแม่และตัวโยให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ทั้งที่โยกับคุณแม่เป็นแค่คนธรรมดา แต่เพราะใจเมตตาของคุณผ่องไม่แบ่งชั้นวรรณะ ให้ความเมตตากับเรา”

พูดพลางส่งยิ้มหวานจนน่าเอียนให้ผ่อง เพ็ญศรีตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ผ่องก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“ต่อให้เป็นดินก็สูงค่าเมื่อกลายเป็นเครื่องปั้นได้ มาจากไหนไม่สำคัญเท่าวางตัวให้เหมาะสมกับโอกาสที่ได้รับ วันไหนที่เธอพลาด โอกาสก็จะถูกทำลาย”

“โยกับคุณแม่จะรักษาโอกาสนั้นไว้ให้ดีที่สุดค่ะ”

โยทกาส่งยิ้มให้แขกทั่วงาน ก่อนจะบอกให้เริ่มพิธีการจดทะเบียนสมรสได้ ผ่องกับเพ็ญศรีเลยต้องกล้ำกลืนความโกรธแค้นที่ถูกตลบหลังไว้ ปั้นหน้านิ่งราวกับว่ายินดีกับการแต่งงานครั้งนี้เสียเต็มประดา!

ooooooo

งานฉลองมงคลสมรสดำเนินต่อจนถึงกลางคืน ท่ามกลางความชื่นมื่นของบ่าวสาว แต่คงไม่ใช่สำหรับผ่องกับเพ็ญศรี โดยเฉพาะรายหลัง ทันทีที่แขกคนสุดท้ายออกจากบ้านวริศรักษ์ ก็ไม่รอช้าจะไปเอาเรื่องโยทกา

สองสาวต่างวัยและสถานะปะทะคารมกันอย่างดุเดือด ชัชรัณต้องออกมาห้ามเมื่อเห็นว่าโยทกากำลังได้เปรียบ

“ฉันเคยถูกสอนว่าเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม คนที่นี่พูดจากันแบบไหน ฉันก็จะพูดแบบเดียวกัน”

“ผมคิดว่าคุณจะมีมารยาทมากกว่านี้”

“แล้วคนที่คิดฉีกหน้าแม่ฉันในวันแต่งงาน คนแบบนี้คุณจะบอกว่ามีมารยาทเหรอคะ ตอบฉันสิว่าใช่ไหม!”

แหวจบก็หันไปจ้องหน้าเพ็ญศรี ชัชรัณหน้าเสีย ถึงไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานใหม่ของพ่อ แต่ก็ไม่เคยคิดจะใช้วิธีสกปรกฉีกหน้าพ่อกลางงานแบบที่น้าสาวทำ ยกนี้เพ็ญศรีเลยต้องพ่ายเพราะหลานชายคนเดียวไม่เข้าข้าง

เพ็ญศรีผละไปแล้ว โยทกาเลยถือโอกาสเคลียร์กับชัชรัณ “มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องเข้าข้างคนที่เรารัก คุณกับฉันเรามีสิทธิ์ปกป้องคนที่เรารักเท่ากัน แต่ถ้าพวกคุณไม่หยุด ก็อย่าหวังว่าฉันจะยอม!”

ชัชรัณเข้าใจเหตุผลของเธอดี แต่ก็ยอมไม่ได้หากเธอระรานผ่อง

“เธอคิดจะก่อกวนคุณยายฉันงั้นเหรอ”

“ฉันรักความสงบสุข แต่ฉันรักความยุติธรรมมากกว่า...ใครดีมาดีกลับ แต่ถ้าร้ายกับแม่ฉัน...”

พูดไม่ทันจบ ชัชรัณก็เดินหนีเพื่อตัดรำคาญ โยทการีบไปดักหน้าถามเรื่องคาใจว่าเขามีส่วนกับเรื่องวุ่นๆในงานแต่งหรือไม่ และเมื่อเขายืนยันปฏิเสธ เธอก็ยอมเชื่อง่ายๆ หัวใจพองโตที่เขาไม่มีส่วนกับเรื่องนี้

หลังเคลียร์กับชัชรัณ โยทกาพร้อมด้วยกฤตนัยก็มุ่งหน้าไปโรงพักเพื่อประกันตัวเซมกับเจนจันทร์ อรัญญาโวยวายเต็มที่ ทั้งแผนพังและต้องติดคุกให้อับอาย

กฤตนัยเห็นใจมากและยืนกรานจะช่วยประกันตัวให้ โยทกาชื่นชมในน้ำใจเขามากเลยบอกให้เขาสบายใจว่าเธอโทร.แจ้งสิทธิสามีของอรัญญาให้มารับตัวแล้ว

ฤทธิ์เดชของเพ็ญศรีเรียกตัวอรัญญามาฉีกหน้ากรรณิการ์ในงานแต่งทำให้โยทกาหนักใจ กลัวแม่ต้องลำบากในบ้านวริศรักษ์ เซมกับเจนจันทร์ก็คิดไม่ต่างกันและมั่นใจว่าเพ็ญศรีต้องมีความแค้นฝังใจบางอย่างแน่ จึงจ้องจะเล่นงานกรรณิการ์ด้วยวิธีการสกปรกแบบนี้

กรรณิการ์ก็รู้ตัวดีว่าหนทางในบ้านวริศรักษ์คงไม่ราบรื่น แต่เวลานี้เธอเป็นห่วงโยทกามากกว่าที่ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่ออกมาหักหน้าเพ็ญศรี เถกิงเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของภรรยาหมาดๆ ก็อดไม่ได้จะปลอบใจ

“ผมขอโทษนะที่แค่วันแรกก็เกือบมีเรื่องซะแล้ว”

“กรรณไม่กลัวนะคะว่าใครจะรู้ว่ากรรณผ่านอะไรมา แต่กรรณไม่อยากให้คนอื่นมองลูกของกรรณไม่ดีไปด้วย”

“หนูโยเขาเก่งนะ มีเรื่องให้ผมประหลาดใจเสมอ คนเขาว่าดูนางให้ดูที่แม่ ผมรู้ว่าเลือกคู่คิดไม่ผิดคนแต่หนูโยยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าแม่ของเขาเก่งและแกร่งมากจริงๆ”

“ความอ่อนแอจะทำให้ชีวิตจนมุม กรรณจะไม่ยอมให้โยพลาดเหมือนกรรณ”

“ผมเชื่อว่าโยทกาจะมีชีวิตที่ดี”

ooooooo

ความเจ็บแค้นที่ถูกหักหน้าทำให้เพ็ญศรีทวีความโกรธ หาเรื่องกรรณิการ์แต่เช้าหลังวันแต่งงาน โดยมีหลิวลูกสาวเตยคนใช้เก่าแก่เป็นลิ่วล้อ มาลัยพยายามปรามแต่เพ็ญศรีก็ใช้อำนาจข่มจนกรรณิการ์ต้องออกหน้าแทน

“เท่าที่ดิฉันทราบ...คนที่ทำงานที่นี่รับเงินจากคุณเถกิงทุกคน ถ้าหลิวเป็นเด็กของคุณศรี หมายความว่าคุณศรีจะจ่ายค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเทอม เงินเดือนให้หลิวใช่ไหมคะ ดิฉันจะได้แจ้งคุณเถกิงว่าไม่ต้องจ่ายเงินให้หลิวอีก”

เพ็ญศรีถึงกับอึ้งเมื่อถูกย้อน แต่ก็ยังเชิดหน้าตอกกลับ “มั่นใจมากสินะว่านอนทูลมันจะเหนือกว่า เป็นน้ำครำถึงจะพยายามกรองให้ตัวเองสะอาดแค่ไหนมันก็เป็นแค่น้ำครำอยู่ดี”

“คุณศรีน่าจะไปเป็นนักโต้วาทีนะคะ คมทุกคำบาดทุกประโยค ฉันฟังไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่ะ”

เพ็ญศรียิ้มเยาะ แต่เพียงอึดใจเดียวก็แทบเต้น

“กลัวว่าเข้าใจแล้วจะเห็นว่าตัวเองเท้าไม่ติดพื้น ยืนบนความจริงไม่เป็น”

“ฉันคือคนที่ดูแลทุกอย่างในบ้านนี้ คนรับใช้ทุกคนต้องฟังคำสั่งฉัน!”

กรรณิการ์ยิ้มหวาน ถามมาลัยถึงสถานะของเพ็ญศรีจนรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นญาติของเมียเก่า

“คุณศรีเป็นคนฉลาด น่าจะเข้าใจนะคะว่าฉันคือภรรยาคุณเถกิงที่จดทะเบียนถูกต้อง ฉันจะดูแลบ้านของสามีถือว่าผิดเหรอคะ คนฉลาดอย่างคุณศรี คิดเป็นใช่ไหมคะว่าใครคือคนที่ต้องตัดสินใจทุกอย่างในบ้านนี้”

เพ็ญศรีเจ็บใจมาก ตั้งท่าจะผละหนีอาย แต่ก็ไม่วายถูกแขวะไล่หลัง “ฉันอยากบอกคุณว่า...ฉันเป็นคนไม่จมกับอดีตค่ะ ฉันอยู่กับปัจจุบัน คุณเพ็ญศรีก็ควรจะอยู่กับปัจจุบันบ้างนะคะ จิตใจจะได้สงบสุขบ้าง”

หลิวเห็นเพ็ญศรีหัวเสียก็ตามไปสอพลอเหมือนเคย ทั้งด่าทั้งยุแยงเรื่องกรรณิการ์หวังเอาความดีความชอบ ซึ่งก็ได้ผล นอกจากโดนตบระบายอารมณ์แล้ว ยังได้เงินค่าขนมมาจำนวนหนึ่ง น้ำน้องสาวของหลิวเห็นพี่สาวได้เงินมาด้วยวิธีแปลกๆก็อดเตือนสติไม่ได้ แต่หลิวก็เคยชินเสียแล้วที่หาเงินได้ด้วยวิธีซาดิสต์แบบนี้

นอกจากกรรณิการ์จะต้องรับมือลิ่วล้อในบ้านของเพ็ญศรีอย่างหลิวแล้ว โยทกาก็ต้องรับศึกหนักที่ออฟฟิศเช่นกัน เมื่อลิลลี่ลิ่วล้ออีกคนของเพ็ญศรีตามแขวะไม่เลิก อย่างเช่นวันนี้ตอนเธอทำความรู้จักพราวกับปิ่นขาเม้าท์ประจำออฟฟิศ ลิลลี่ก็ตามมาค่อนแคะจนเธอต้องตอกกลับ

“ก่อนคิดจะพูด สำเหนียกด้วยนะคะว่าฉันเป็นน้องสาวเจ้าของ พูดไม่คิด...ระวังจะตกงานไม่รู้ตัว”

ลิลลี่ถูกเอาคืนก็หน้าหงายเลยผละหนีดื้อๆ โยทกาจะไปทำงานบ้าง แต่ก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็นกิ่งกาญจน์เดินเข้ามา เธออยากขอบคุณที่อีกฝ่ายส่งข่าวเรื่องอรัญญา ทำให้เธอปกป้องแม่ได้สำเร็จ กิ่งกาญจน์ยิ้มรับด้วยความยินดี ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อชัชรัณปรากฏตัว

“ไม่คิดว่าคุณสองคนจะสนิทกันขนาดนี้...”

ooooooo

ระหว่างที่กิ่งกาญจน์ตามไปเคลียร์กับชัชรัณ เพ็ญศรีก็โผล่ไปชำระความกับอรัญญาถึงหน้าโรงพัก และหวิดมีเรื่องกันให้อายชาวบ้าน แต่เถกิงก็ตามมาห้ามทัพทันเวลา

สิทธิที่มาประกันตัวภรรยาจอมหึงพยายามรั้งไม่ให้มีเรื่อง แต่อรัญญาก็ไม่ยอม โพล่งเสียงกร้าว

“ฉันจะไม่บอกใครเรื่องที่คุณถูกหลอก ถ้าคุณแก้ไขให้ถูกต้อง”

“คนที่ร่ำรวยเพราะปล่อยกู้กินดอกแพงกว่ากฎหมายกำหนดอย่างคุณพูดเรื่องความถูกต้อง...ผมควรเชื่องั้นเหรอ”

“ดิฉันหวังดีกับคุณนะ”

“เอาตัวให้รอดก่อนเถอะครับ งานกินนอกกินในที่สามีคุณทำอย่างไม่ละอาย มันคงปิดได้อีกไม่นาน”

สองสามีภรรยาหน้าเครียด ร้อนรนที่ถูกขุดประวัติ และเถกิงก็รู้ดี ขู่สำทับ

“ความหวังดีประสงค์ร้ายของคุณ ถ้ามากไป...ผมอาจจะไม่อยู่เฉย”

“เหมือนกันหมด ชอบกินของเหลือเดนสินะ”

เถกิงส่ายหน้าเอือมๆกับความคิดแคบๆของอรัญญา สวนอย่างไม่ไว้หน้า “ภรรยาผมเป็นของดีที่มีค่า...เป็นแบบที่ผู้ชายเลือกไว้ข้างกายด้วยใจ...ไม่ใช่ผู้หญิงที่ผู้ชายต้องเลือกเพราะโดนฟาดด้วยเงิน!”

อรัญญาหน้าชา แต่ไม่ทันโต้ เถกิงก็ตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่เอาจริง

“นอนห้องขังหนึ่งคืน คุณรู้แล้วใช่ไหมว่ามันไม่สบายเหมือนนอนบ้าน ถ้าไม่อยากนอนยาวก็กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับภรรยาหรือคนในครอบครัวผมอีก ถ้ามีข่าวเสียหายหรือภรรยาผมต้องเดือดเนื้อร้อนใจเพราะคุณ ผมจะไม่ปล่อยพวกคุณแน่ พวกคุณคงไม่อยากใช้ชีวิตบั้นปลายในคุกใช่ไหม”

คำขู่ของเถกิงได้ผล อรัญญายอมล้มเลิกจะยุ่งเรื่องกรรณิการ์ เพ็ญศรีเป็นเดือดเป็นแค้นมาก ปรี่ไปรบเร้าให้เถกิงจัดการเรื่องกรรณิการ์ที่มีอดีตเป็นหญิงขายบริการรายเดือน แต่กลับต้องผงะเมื่อถูกย้อน

“ศรีคิดว่าผมจะแต่งงานกับผู้หญิงสักคนโดยไม่รู้ประวัติของเขางั้นเหรอ”

“รู้ทั้งรู้...มันดีกว่าศรีตรงไหน ที่ผ่านมาศรีอยู่ข้างพี่ ช่วยพี่เรื่องคุณท่านมาตลอด แล้วทำไม...”

“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน ผมเคยบอกแล้วว่าเรื่องของเราเป็นไปไม่ได้ วันนี้ผมก็ยังยืนยัน อย่าพยายามอีกเลย”

คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้เพ็ญศรีแค้นแทบกระอัก จนต้องปฏิญาณกับตัวเองว่าชีวิตนี้จะต้องเอาชนะผู้หญิงที่ชื่อกรรณิการ์ อรุณชาติให้ได้!

เวลาเดียวกันที่ออฟฟิศแบรนด์ธารา...กิ่งกาญจน์ตามง้อชัชรัณด้วยใจร้อนรน เข้าใจดีว่าเขาอาจไม่พอใจที่เธอไม่บอกเรื่องอรัญญา แต่เพราะรู้จักนิสัยดีเลยไม่คิดว่าเขาจะฟังและช่วยเหลือ

“กิ่งคิดว่าพี่รู้เห็นกับการกระทำของคุณน้าใช่ไหม...พี่เพิ่งรู้นะว่ากิ่งมองพี่เป็นคนแบบไหน”

กิ่งกาญจน์หน้าเสีย รู้ตัวว่าพลาดที่เลือกไม่บอกเขา เธอขอโทษเขาด้วยความรู้สึกผิดเต็มที่ แต่เขาก็เฉยชาจนเธอต้องผละไปร้องไห้ตามลำพัง กฤตนัยผ่านมาเห็นเลยช่วยปลอบใจและอาสาจะพูดกับชัชรัณให้ แต่กิ่งกาญจน์ก็รั้งไว้เพราะรู้จักนิสัยคู่หมายหนุ่มของตนดี

“กิ่งผิดที่ไม่เชื่อใจเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาเจ็บกับเรื่องความไว้ใจ”

ooooooo

โยทกาแอบตามกิ่งกาญจน์ไปจนได้ยินทุกอย่าง ทั้งปฏิกิริยาของชัชรัณและคำพูดปลอบของกฤตนัย และเพื่อช่วยกิ่งกาญจน์ เธอเลยตัดสินใจบุกเดี่ยวไปเคลียร์กับชัชรัณ

“ผมต้องการอยู่คนเดียว”

“คุณไม่ชอบแม่ฉันจนทนเห็นสิ่งที่น้าคุณทำได้เหรอคะ ฉันไม่รู้ว่าคุณเคยเจอกับเรื่องอะไรมา แต่ถ้าคุณเหมาว่าเราจะเหมือนกับคนที่คุณเคยเจอ มันยุติธรรมแล้วเหรอคะ”

ชัชรัณไม่ตอบคำถามและผละไป โยทกาจะตามแต่ก็ถูกนิพนธ์ขวางไว้

“คุณโย...ผมขออนุญาตเตือนนะครับ คุณชัชไม่ชอบให้ใครล้ำเส้น มันจะไม่เป็นผลดีกับตัวคุณ”

“ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง โยจะระมัดระวังตัวนะคะ”

โยทกาแยกไปทำงานแล้ว ทิ้งนิพนธ์ให้มองตามด้วยความกังวล เชื่อแน่ว่าอีกฝ่ายไม่ยอมถอยแน่ ไม่ต่างจากเพ็ญศรี ที่เอาความโกรธแค้นเรื่องกรรณิการ์ไปลงกับศิริพรเจ้าของที่ให้เช่าที่เคยมีปัญหากับยายละมุด

เพ็ญศรีใช้อำนาจที่ผ่องมอบหมายบังคับขึ้นราคาค่าเช่าอีกเกือบเท่าตัว ศิริพรไม่อยากเพราะเชื่อว่าชาวบ้านคงโวย แต่ก็ขัดไม่ได้เพราะเพ็ญศรียื่นคำขาดให้ใช้เงินฟาดหัวหากใครไม่ยอม!

ผ่องไม่รู้เรื่องลูกเลี้ยงสาวใช้อำนาจของตนขึ้นค่าเช่า มัวตั้งหน้าตั้งตาเล่นงานกรรณิการ์ ทั้งเหยียดหยามชาติกำเนิดและด่าสาดเสียเทเสีย จนกรรณิการ์ที่ตั้งใจทำขนมมาให้ต้องถอยฉาก มาลัยสงสารพยายามจะช่วยพูด แต่ก็ถูกผ่องตัดบทห้ามไม่ให้พูดถึงเมียใหม่ของเถกิงอดีตลูกเขยที่ตนแสนชังอีก

กรรณิการ์ต้องรับมือกับความเกลียดชังของคนบ้านวริศรักษ์ โยทกาก็ต้องรับพายุอารมณ์ของชัชรัณ

ไม่ต่างกัน แม้เรื่องงานชายหนุ่มจะเป็นคนยุติธรรม แต่เพราะเรื่องราวของเถกิงก็ทำให้กฤตนัยกับกิ่งกาญจน์ต้องเตือนเธอเป็นพิเศษ

“จะเสนองานกับชัชต้องละเอียดค่ะ มีคำตอบให้กับทุกคำถามที่เขาสงสัย ถ้าตอบได้ก็ผ่านแน่นอนค่ะ”

“คงต้องเหนื่อยแก้งานด้วยครับ”

“แก้เพื่อให้ได้งานดีที่สุด โยไม่เกี่ยงค่ะ โยอยากให้งานดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โยโชคดีที่มีคุณสองคนแนะนำ”

กิ่งกาญจน์ยิ้มจริงใจเหมือนเคย โยทกาเลยถือโอกาสถามเรื่องปมของชัชรัณที่มีอคติกับเธอและแม่ กฤตนัยหน้าเสียเช่นเดียวกับกิ่งกาญจน์ ก่อนจะพร้อมใจกันตัดบท โยทกาเลยต้องเลิกเซ้าซี้

ชัชรัณแอบได้ยินโดยบังเอิญเลยเฝ้ามองด้วยความสนใจว่าโยทกาจะทำงานได้อย่างที่ลั่นวาจาหรือไม่ โยทกาไม่รู้ตัว แต่เพราะเป็นคนตั้งใจจริง เลยอดหลับอดนอนและหมกมุ่นกับงานที่จะนำเสนอจนกฤตนัยให้ผ่านในที่สุด

กิ่งกาญจน์ยินดีกับโยทกาด้วย มั่นใจว่าอนาคตของอีกฝ่ายต้องไปได้ดี ต่างกับความรักของตัวเองที่มีแต่จะถดถอยเพราะชัชรัณไม่เคยเปิดโอกาสให้เข้าใกล้หัวใจเลยสักครั้ง อย่างเช่นวันนี้ที่เธออยากชวนเขาไปกินกลางวันข้างนอก แต่เขากลับปฏิเสธและเลือกนั่งกินตามลำพังในสวนบนตึกออฟฟิศ

ooooooo

โยทกาได้ยินจากเหล่าเพื่อนร่วมงานและลูกน้องว่าชัชรัณมักใช้เวลาช่วงพักกลางวันและหลังเลิกงานตามลำพังในสวนบนตึกออฟฟิศ จึงหาโอกาสแอบไปดักรอเพื่อสังเกตท่าทีของเขา

ชัชรัณได้ยินเสียงเท้าก็คิดว่ากิ่งกาญจน์ตามมาเซ้าซี้เลยตั้งท่าจะดุ แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นโยทกา

“ลมเย็น แดดไม่ค่อยมี ฉันชอบนั่งกินข้าวกับบรรยากาศแบบนี้ที่สุดเลย”

“คุณควรจะมีมารยาทนะ ขออนุญาตก่อนที่จะทำอะไรตามสบาย”

“ไม่เห็นมีป้ายห้ามนั่งกินข้าวนี่คะ ถ้าคุณคิดจะทำตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวก็ติดป้ายห้ามเข้าสิคะ”

“คุณควรจะรู้ตัวว่าคุณเป็นใคร ผมเป็นใคร”

โยทกาไม่สะทกสะท้าน ยิ้มหวานกวนประสาท “รู้ค่ะ...ฉันเป็นพนักงาน คุณเป็นผู้บริหาร แต่อย่าลืมสิคะว่าฉันอีกตำแหน่งหนึ่ง เราก็เป็นญาติกัน...โยเป็นน้องสาวของพี่ชัชแล้วนะคะ...โอ๊ปป้า”

“คุณเรียกผมว่าอะไรนะ”

“โอ๊ปป้าไงคะ...ซีรีส์เกาหลีเขาเรียกพี่ชายว่าโอ๊ปป้า น่ารักดีนะคะ...โอ๊ปป้าชัช”

“ผมเป็นคนไทย”

“ไม่ชอบแบบเกาหลี งั้นเรียกพี่ชัชนะคะง่ายดีพี่ชัชคะ...ตอนนี้น้องโยหิวมาก ขอน้องโยกินข้าวก่อนนะคะพี่ชัช”

พูดจบก็ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวจนติดคอ ชัชรัณยื่นน้ำให้แบบเสียไม่ได้ โยทการับมาดื่มจนอาการดีขึ้น จึงขอตัวดื้อๆพร้อมกับขวดน้ำของเขา ชัชรัณได้แต่มองตามอึ้งๆ เพิ่งรู้ตัวตอนนั้นเองว่าพลาดมีน้ำใจกับโยทกาไปแล้ว

ระหว่างที่โยทกาเพียรสานสัมพันธ์กับชัชรัณเพื่อละลายอคติในใจเขา กิ่งกาญจน์ก็ต้องทุกข์ใจเพราะชัชรัณเย็นชาและไม่เคยมองเธอมากกว่าน้องสาว กฤตนัยที่แอบหลงรักเธอมาตลอดต้องคอยปลอบ ก่อนจะสัญญาด้วยน้ำเสียงจริงจังจะอยู่ดูแลหากน้องสาวนอกไส้คนนี้ต้องเป็นโสดไม่ได้แต่งงาน

กิ่งกาญจน์รู้สึกดีขึ้นมาก แต่กระนั้นก็หนักใจที่ชัชรัณเข้าถึงยากขึ้นทุกที

“กิ่งจำวันที่เราเจอชัชครั้งแรกได้ไหม”

“จำได้ค่ะ...วันที่คุณลุงกับคุณแม่ตกลงกันว่าจะทำธุรกิจร่วมกัน พี่ชัชไม่คุย ไม่สนใจใคร เย็นชา”

กฤตนัยยิ้มให้น้องสาว ก่อนจะให้กำลังใจว่าเราทำได้ดีมากแล้ว ที่วันนี้ชัชรัณยอมคุยด้วยบ้าง

“วันนี้กิ่งเป็นคนที่ใกล้ชัชมากกว่าผู้หญิงคนไหน พี่ไม่อยากให้กิ่งทำลายโอกาสเพราะความคิดของกิ่งเอง”

“ขอบคุณนะคะพี่กฤต ถ้าไม่มีพี่ กิ่งคงแย่”

ทุกอย่างเริ่มลงตัว แผนงานของโยทกาเป็นที่ชอบใจของกฤตนัยและกิ่งกาญจน์มาก แถมบรรยากาศระหว่างชัชรัณกับโยทกาก็ผ่อนคลาย ไม่อึดอัดและตั้งป้อมใส่กันเหมือนช่วงแรกๆ ลิลลี่เห็นดังนั้นก็รีบโทร.รายงานเพ็ญศรีซึ่งเป็นเดือดเป็นร้อนมากจนต้องไประบายอารมณ์กับคนในบ้านและเหยื่อดีที่สุดเวลานี้ก็คือกรรณิการ์ เพ็ญศรีไม่รอช้าจะพูดจาค่อนแคะเมื่อเห็นอีกฝ่ายวุ่นวายกับการจัดการในบ้าน โดยมีหลิวเป็นลิ่วล้อเหมือนเคย

“หลิวก็บอกแล้วนะคะเรื่องผ้ารองจานสีนี้ แต่ป้ามาลัยยืนยันจะต้องใช้สีลายนี้”

“ป้าไม่ควรเปลี่ยนอะไรที่นี่ถ้าฉันไม่ได้สั่ง”

มาลัยหน้าเซ็ง แต่ไม่ทันตอก กรรณิการ์ที่ผ่านมาได้ยินก็โผล่มาออกรับแทน

“ฉันเป็นคนบอกให้เปลี่ยนเองค่ะ”

เพ็ญศรีรอเล่นงานอยู่แล้ว แต่ก็ต้องผิดคาดเพราะกรรณิการ์ไม่ยอมลงให้ง่ายๆ

“ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ไงคะ คนที่ต้องใช้งานของพวกนี้คือฉันกับคุณเถกิง ฉันชอบแบบไหนก็ใช้แบบนั้น”

“ใช้ผ้ารองจานแบบนี้มันไม่เข้ากับบ้าน ถ้ามีแขกมาเห็นรสนิยมไม่มีคลาสแบบนี้ มันทำให้วริศรักษ์ดูเสื่อม เธอไม่มีอะไรจะเสีย แต่คุณเถกิงมีเกียรติในสังคม จะมีคุณผู้หญิงที่ไร้รสนิยม มีแต่จะทำให้เขาดูแย่”

กรรณิการ์อ้าปากจะโต้ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเถกิงที่คงแอบฟังทุกอย่างนานแล้ว

“ขอบคุณที่เป็นห่วงผมมากขนาดนี้”

นอกจากนี้เถกิงยังออกรับแทนกรรณิการ์ทุกอย่างและถือโอกาสประกาศ “ที่ผ่านมาคุณเหนื่อยกับการดูแลบ้านหลังนี้มาตลอด แต่ต่อไปนี้คุณไม่ต้องเหนื่อยแล้ว ผมมีคุณกรรณช่วยดูแลแล้ว คงไม่ต้องรบกวนคุณแล้วล่ะ”

ooooooo

หลังจากวันแรกที่ได้เจอกันในสวน โยทกาก็หาโอกาสดักเจอชัชรัณเสมอ จนแทบกลายเป็นกิจวัตรและความเคยชินเสียแล้ว และวันนี้เธอก็ไม่พลาดจะมารอเขาหลังเลิกงาน

ชัชรัณไม่ได้กลัวหรือรังเกียจเธอเหมือนเคย แต่อยากรู้มากกว่าว่าเพราะอะไรเธอจึงอยากเจอเขา

โยทกาประหม่า แต่ก็ตัดสินใจพูดตามความรู้สึกตัวเอง

“ไม่มีอะไรค่ะ...แค่อยากเจอ”

ชัชรัณถึงกับอึ้งไป แต่ไม่ทันอ้าปากถาม โยทกาก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“อยู่ตรงนี้มันก็สูงดีนะคะ แต่มองลงไปแบบนี้ฉันไม่ค่อยชอบเลย”

พูดพลางมองวิวด้านหน้า ชัชรัณคิดว่าเธอกลัวความสูง แต่เธอกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“เปล่าค่ะ...ในความคิดของฉันคนเดียว ย้ำว่า

คนเดียวนะคะ คนที่ชอบยืนที่สูงเพราะเหตุผลสองแบบ ถ้าไม่ใช่เพราะชอบมองลงไปเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า ก็เพราะรู้สึก...โดดเดี่ยว”

คำพูดของโยทกากระแทกใจชัชรัณอย่างแรง จนต้องกลับไปคิดเกือบทั้งคืนว่าอาการที่เป็นอยู่เหมือนที่เธอบอกหรือไม่ ต่างจากโยทกาที่หลังจากทิ้งระเบิดให้ชัชรัณขบคิด ก็เรียกแท็กซี่มารับกลับคอนโดเซมกับเจนจันทร์ แต่ไม่ทันได้ขึ้นก็ถูกคนตัดหน้าเสียก่อน!

ภุชงค์หนุ่มตี๋มาดเซอร์ลูกชายคนเล็กของชงโคกับภูมิเจ้าของโรงแรมในเครือบลูมูนนั่นเองที่แย่งรถแท็กซี่ โยทกาไม่โกรธแต่เลือกจะเจรจาอย่างใจเย็น แถมเสนอให้โดยสารรถไปด้วยอีกต่างหากเมื่อรู้ว่าไปทางเดียวกัน เรียกคะแนนความประทับใจจากภุชงค์ได้มากโข ก่อนจะแยกจากกันโดยที่ทั้งสองรู้จักกันแค่ชื่อของแต่ละฝ่ายเท่านั้น...

แม้จะถูกห้ามไม่ให้ยุ่งวุ่นวาย แต่กรรณิการ์ก็ไม่ย่อท้อ หาเรื่องทำขนมไทยหน้าตาดีและสั่งเด็กในบ้านยกไปให้ผ่องกับเพ็ญศรีจนได้ เหล่าคนใช้ในบ้านยกเว้นหลิวคิดว่าทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยดี ถ้าผ่องกับเพ็ญศรีจะไม่สั่งให้ยกถาดขนมกลับมาเสียก่อน พร้อมบุกมาต่อว่ากรรณิการ์ถึงในครัวตึกใหญ่

“เรื่องที่ฉันสั่งห้ามเธอส่งของเข้ามาที่ตึกฉัน เมื่อเธอขัดคำสั่ง ฉันถือว่าท้าทายอย่างไม่มีมารยาท”

“กรรณอยากจะปรนนิบัติผู้ใหญ่ในบ้านเท่านั้นเองค่ะ ไม่ได้คิดท้าทายแบบนั้นเลย กรรณพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อแสดงความเคารพต่อคุณท่าน”

“ฉันก็เป็นคนช่างเลือก...แต่ฉันจะเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตของฉันในทุกๆเรื่อง ถ้าฉันเลือก...ฉันจะเลือกตั้งแต่รากเหง้า ไม่ใช่ภาพที่ฉาบไว้สวยงามแต่เน่าเฟะข้างใน ต่อให้ข้างนอกพยายามจะฉาบให้สวยงามแค่ไหน ก็กลบรอยเน่าในอดีตของเธอไม่ได้ ฉันพยายามแล้วที่จะไม่ยุ่ง แต่ในเมื่อเธอดื้อด้าน ฉันก็ต้องทำให้เธอเข้าใจ”

พูดจบก็คว้าจานขนมมาทิ้งถังขยะ เพ็ญศรีแกล้งยกมือปิดปาก ก่อนจะแกล้งพูดกระทบกรรณิการ์

“จานเนื้อดีมีราคานะคะคุณท่าน...น่าเสียดายนะคะ”

“ต่อให้มูลค่ามันมากมายแค่ไหน ถ้ามันแปดเปื้อน ฉันก็จะไม่เก็บมันไว้ให้ระคายใจ เธอเลือกจะเข้ามาที่นี่ ก็เลือกซะว่าควรจะอยู่แบบไหน ถ้าเลือกไม่ได้...ฉันจะเลือกให้เอง!”

แหวจบก็ผละไป ทิ้งกรรณิการ์ให้ยืนน้ำตาซึม ก่อนจะสั่งให้คนนำขนมไปเก็บ ส่วนตัวเองรีบเข้าห้องไปร้องไห้ ยิ่งคิดถึงคำพูดแดกดันของผ่องยิ่งช้ำใจ ทำไมคนอย่างเธอถึงเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่ได้...

ooooooo

หลังแยกจากโยทกาหน้าโรงแรม ภุชงค์หรือเล็กก็ต้องรับมือกับชงโคแม่แท้ๆเจ้าของกิจการโรงแรมในเครือบลูมูนที่โกรธเพราะเขาหายหน้าหายตาไปอยู่เมืองนอกหลายปี ไม่เคยติดต่อกลับมา

“ตอบมาสิว่าแกหายหัวไปไหนมา ฉันกับพ่อแกคิดว่าแกตายไปแล้ว”

“แม่เคยสนใจด้วยเหรอครับว่าผมจะอยู่หรือตาย”

ภูมิสามีคนที่สองของชงโคและพ่อของภุชงค์พยายามปรามทั้งแม่และลูกชาย แต่ก็เหมือนจะไม่ได้ผล...การตายของภัทรลูกชายคนแรกของชงโคกับสามีคนก่อนเมื่อหลายปีก่อนทำให้ชงโคเสียศูนย์ และสาเหตุการตายของภัทรลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็เพราะอุบัติเหตุจากรถที่ภุชงค์ในสภาพเมาแอ๋เป็นคนขับ!

บาดแผลและข้อบาดหมางในใจระหว่างสองแม่ลูกหนักหนาสาหัสจนภูมิอดเหนื่อยใจไม่ได้ และการกลับมาอีกครั้งของภุชงค์ลูกชายคนเล็กและคนเดียวที่เหลืออยู่ก็ทำให้ชงโคสติแตก

ภุชงค์เห็นอาการแม่ก็นึกรู้ว่าคงไม่พ้นเรื่องเดิมๆ เจ็บจนชาเสียแล้วแต่ก็อดย้อนไม่ได้

“ถ้าผมตายแล้วพี่ภัทรจะกลับมาได้ ผมจะทำทันที มันคงทำให้แม่ได้ภูมิใจกับผมสักที”

“คนไม่เอาไหนอย่างแกน่ะเหรอ...ไม่มีวัน!”

“พี่ภัทรเขาไปสบายแล้ว อย่างน้อยก็สบายกว่าคนที่ยังอยู่ตรงนี้ คนดีอย่างพี่ภัทรต้องได้ขึ้นสวรรค์ ผิดกับผมที่ยังมีชีวิตแต่ความรู้สึกช่างตรงกันข้าม”

“ก็ไม่ต่างจากฉัน! ทำไมไม่เป็นแก ทำไมต้องเป็นภัทร ทำไมแกไม่ตายๆไปซะ ทำไม ทำไม!”

ชงโคตั้งท่าจะอาละวาดทุบตีลูกชายคนเล็ก แต่เพราะอาการเครียดสะสมทำให้เซและมีเลือดกำเดาไหล ภูมิกับภุชงค์ตกใจมากและรีบพาชงโคส่งโรงพยาบาล

อาการของชงโคพ้นขีดอันตรายแล้ว ภุชงค์เครียดมากเมื่อรู้ว่าแม่เป็นโรคความดัน ภูมิมองมานิ่งๆ เข้าใจและเห็นใจลูกชายคนเดียวดี แต่ก็อยากให้อีกฝ่ายยอมอ่อนให้แม่มากกว่านี้

“พ่อขอได้ไหม อย่าทำร้ายแม่เขาอีกเลย”

“ผมรู้...รู้ว่าพี่ภัทรเป็นความหวังของแม่ แต่พ่อเชื่อผมได้ไหมว่าผมพยายามอยู่...”

“ถ้าเล็กพยายามแล้วทำไมมันยังเป็นแบบนี้”

แบบนี้ของภูมิคือภุชงค์ไม่เคยลงรอยกับชงโค แม่แท้ๆเลย ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอฝังใจกับภัทรลูกชายคนโตกับสามีเก่าผู้ล่วงลับมาก ภูมิเป็นเพื่อนเก่าที่หลงรักเธอมาตลอด และช่วงเวลาอ่อนแอก็ทำให้เผลอใจกายจนมีภุชงค์เกิดขึ้น

ภัทรไม่ได้รังเกียจน้องชายคนละแม่ รักและหวังดีเสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาไปรับภุชงค์จากสถานที่เที่ยวแล้วเกิดอุบัติเหตุเพราะภุชงค์เมาจัดและไม่ยอมให้เขาขับรถ

สถานการณ์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยความเลวร้าย ชงโคโทษทุกอย่าง โดยเฉพาะความสูญเสียภัทรลูกชายคนโตหัวแก้วหัวแหวน ความหวังจะสืบทอดกิจการโรงแรมของเธอว่าเป็นความผิดของภุชงค์ ภุชงค์เสียใจมากและตัดสินใจครั้งใหญ่หนีหน้าออกนอกประเทศไปหาประสบการณ์ ครั้งสำคัญเพื่อกลับมาช่วยแม่แทนภัทร...

ooooooo

บรรยากาศและความสัมพันธ์ระหว่างชัชรัณกับโยทกาดีขึ้นมาก ไม่ตั้งท่าและตั้งแง่ใส่กันเหมือนเคย แต่คุยกันด้วยเรื่องต่างๆได้ยาวกว่าเดิม หรือไม่ก็ใช้เวลาเงียบๆต่างคนต่างกินแล้วแยกย้าย กลายเป็นความเคยชินและความผูกพันที่ต้องเห็นหน้าและแลกเปลี่ยนความคิดกันทุกวัน

เช่นเดียวกับแผนงานของโยทกาที่กฤตนัยกับกิ่งกาญจน์ช่วยขัดเกลาและแนะนำจนเป็นรูปเป็นร่าง โยทกาเลยจะนำแผนงานไปปฏิบัติจริงด้วยการนำไปเสนอโรงแรมในเครือบลูมูนเพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ

เซมกับเจนจันทร์ทำงานเป็นพนักงานขายให้โรงแรมในเครือบลูมูนเลยรู้ตื้นลึกหนาบางภายในบ้าง ช่วยให้โยทกาทำงานและวางแผนเข้าประชุมได้ง่ายขึ้น แถมทุกอย่างก็น่าจะไปได้ดีเมื่อเธอรู้ว่าภุชงค์ชายหนุ่มที่เธอบังเอิญโดยสารรถแท็กซี่ด้วยกันเมื่อหลายวันก่อนคือลูกชายคนเล็กของชงโคเจ้าของโรงแรมในเครือบลูมูน

และแล้ววันที่โยทกาจะนำเสนอแผนงานก็มาถึง แต่อาการของชงโคยังไม่ดีขึ้น ภูมิเลยอยากให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ชงโคก็รั้นจะไปให้ได้ จนภุชงค์ต้องบอกเสียงเข้ม

“ให้คนอื่นเข้าแทนเถอะครับ แค่จะยืนแม่ยังทำไม่ได้ ร่างกายมันไม่ไหว แม่ไปก็เสียเวลาเปล่า”

“โรงแรมของฉัน ถ้าฉันไม่ทำแล้วใครจะทำ ฉันต้องไป!”

ภุชงค์ทนไม่ไหวประกาศกร้าวจะเข้าประชุมเอง ชงโคไม่อยากเชื่อหูและไม่เชื่อใจ

“น้ำหน้าอย่างแกน่ะเหรอ”

“น้ำหน้าอย่างผมนี่ล่ะครับจะทำแทนแม่ หรือตอนนี้แม่มีคนอื่นจะทำงานแทนได้ แม่ไม่มีทางเลือกแล้วล่ะครับ”

ไม่ใช่แค่ชงโคที่ต้องหนักใจ ชัชรัณก็เครียดหนักไม่แพ้กันเพราะถูกผ่องกดดันให้รับช่วงกิจการของเถกิงไปดูแล อย่ามัวเสียเวลากับแบรนด์เล็กๆอย่างธารา ความเครียดทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัว และความรัก
ในอดีต ทำให้ชัชรัณกลายเป็นพวกอมทุกข์ บ้างานและไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองมีความสุข และโยทกาพอเดาได้เลยกระแทกถูกจุด

“เช้าดื่มกาแฟดำ เที่ยงมีเพิ่มแค่แซนด์วิชแห้งๆ ชีวิตไม่สังคมโลก...ถามจริงๆอยู่แบบนี้คุณไม่เหงาเหรอคะ”

“เหงา...เธอรู้เหรอมันเป็นยังไง”

“ขอบคุณสำหรับคำถามค่ะ สำหรับฉัน...ความเหงามันคือความรู้สึกเหมือนตกจากหน้าผา อยู่กลางอากาศ จะปีนกลับก็ไม่ได้ อยากตกแต่ก็ไม่ถึงพื้นสักที ไม่ได้ยินเสียง รับรู้ได้แค่เสียงในใจเราเท่านั้น”

“ภาวะสุญญากาศ”

“ปีนขึ้นไม่ได้ กระแทกพื้นให้มันจบไปก็ไม่ได้ ต้องเคว้งคว้างไร้ทิศทาง ความรู้สึกแบบนั้นมันทรมาน...”

คำพูดของโยทกาแทงใจดำอย่างแรง แต่กลับไม่ทำให้ชัชรัณโกรธ สบายใจมากกว่าที่มีคนเข้าใจ และวันนี้เขาจะตอบแทนเธอด้วยการสั่งนิพนธ์ให้เตรียมน้ำเปล่าสำหรับมื้อกลางวันไว้สองขวด...เผื่อเธอขวดหนึ่ง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement