เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 2


30 พ.ค. 2560 09:30
4,276,146 ครั้ง

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

เหมือนคนละฟากฟ้า

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

เบญจธารา

กำกับการแสดงโดย:

แมน เมธี

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

แอนดริว เกร็กสัน, ภีรนีย์ คงไทย

คำยืนกรานของเถกิงทำให้ชัชรัณพูดไม่ออก น้อยใจและเจ็บแค้นแทนแม่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากตัดพ้อด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“อาณาจักรของคุณพ่อ ผมมันก็แค่คนอาศัย”

“ที่นี่เป็นบ้าน...”

“สถานที่ที่เรียกว่าบ้าน มันต้องมีครอบครัว แต่มันไม่ใช่ตั้งแต่วันที่พ่อทำให้แม่ต้อง...”

ชัชรัณพูดไม่จบก็ผละไป ทิ้งเถกิงให้มองตามด้วยความเจ็บปวดและรู้สึกผิด

“จริงอย่างที่ชัชว่า...ที่นี่ไม่เคยเป็นบ้าน...ไม่เลย”

ผ่องกับเพ็ญศรีเฝ้ามองสถานการณ์ระหว่างพ่อลูกด้วยความสะใจ โดยเฉพาะเพ็ญศรีฝังใจมาตลอดว่าตนจะได้ขึ้นมาแทนที่สินี แต่เถกิงกลับไม่สนใจไยดีเธอเลย แถมจะแต่งงานใหม่อีกต่างหาก

เถกิงไม่ยี่หระท่าทางต่อต้านของอดีตแม่ยายกับลูกสาวบุญธรรม อยากเคลียร์กับชัชรัณมากกว่า

“พ่อไม่เคยคิดจะให้ใครมาแทนที่แม่ของชัช พ่อให้เกียรติแม่เสมอ ดูแลทุกอย่างตามหน้าที่ของสามีที่ควรจะทำ”

“แต่ไม่เคยใส่ใจ....พ่อให้ตามหน้าที่ แต่ไม่เคยให้ความซื่อสัตย์กับแม่”

ภาพสินีที่ชัชรัณมักมาใช้เวลานั่งดูตามลำพังบ่อยๆทำให้เถกิงหน้าเสีย พลันความทรงจำจากอดีตก็ผุดในหัว ตอนที่ชัชรัณเพิ่งเกิดและเขาพยายามจะทำตัวเป็นพ่อและหัวหน้าครอบครัวที่ดี แต่ผ่องก็คอยขัดขวาง

“แกยังจำได้ไหมว่าฉันให้แกแต่งงานกับสินีเพราะอะไร!”

“เพราะผมต้องยกลูกให้อยู่ในความดูแลของท่านครับ”

ผ่องเหยียดยิ้มเย็น ก่อนคาดโทษเสียงเหี้ยม “อย่าให้ฉันเห็นแกแตะต้องหลานฉันอีก ไม่อย่างนั้นแกจะไม่ได้เห็นสินีกับตาชัชอีกเลยตลอดชีวิต จำไว้ว่าครั้งนี้ฉันจะไม่ใช่คนแพ้อีกแน่นอน!”

ไม่ใช่แค่เจ้าของบ้านอย่างผ่องกับเพ็ญศรีเท่านั้นที่ขัดใจการแต่งงานใหม่ของเถกิง แม้แต่เหล่าคนใช้ในบ้านก็แบ่งเป็นสองฝ่าย ทั้งที่เห็นด้วยและกระด้างกระเดื่อง มาลัยแม่นมของชัชรัณต้องคอยไกล่เกลี่ย แต่อะไรก็ไม่ทำให้น่าหนักใจเท่า
อาการเซื่องซึมของชัชรัณที่ช้ำใจจากการกระทำของพ่อ

“ป้าว่าแม่จะรับรู้ไหม...แม่คงเสียใจที่พ่อไม่เคยรักแม่เลย ไม่ว่าแม่จะมีชีวิตอยู่หรือจากไปแล้วก็ตาม”

“คุณผู้ชายรักคุณผู้หญิงนะคะ คุณผู้หญิงพูดกับป้าเสมอว่าคุณผู้ชายคือรักแท้และรักเดียวของท่าน”

“ถ้ารักแท้คือคนสองคนที่ทำให้คนที่ตัวเองรักมีความสุขโดยไม่มีข้อแม้ แต่แม่ก็เป็นคนให้อยู่ฝ่ายเดียว แม่ให้ความรักกับพ่อจนลมหายใจสุดท้าย แต่มันก็สูญเปล่า”

“ตอนนั้นคุณชัชไปเรียนต่อ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์... ป้าอยากให้คุณชัชเปิดใจคุยกับคุณพ่อบ้าง บางที...”

“ป้าจะบอกว่าคุณยายโกหกผมเหรอครับ...”

มาลัยอยากตอบว่าใช่แต่ก็พูดไม่ออก ชัชรัณเลยเข้าใจไปอีกทาง

“พ่อจะต้องตาสว่างก่อนจดทะเบียน...ผมจะปกป้องวริศรักษ์ไม่ให้ชื่อเสียงหมองมัว ให้วิญญาณคุณแม่เป็นสุข!”

ooooooo

ผ่องกับเพ็ญศรีหาทางขัดขวางงานแต่งของเถกิงกับกรรณิการ์ด้วยการตามขุดคุ้ยอดีตจนรู้ว่าว่าที่เมียใหม่ของเถกิงมีคู่กรณีเก่าคืออรัญญาเมียของสิทธิข้าราชการหนุ่มใหญ่ที่จังหวัดเชียงราย

เพ็ญศรีไม่รอช้าหาทางติดต่ออรัญญาผ่านกิ่งกาญจน์ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แต่มีบ้านพักในจังหวัดเชียงรายที่อาศัยกับคุณหญิงละออง ทำให้รู้ว่าอรัญญามีตัวตนจริงและไม่ใช่พวกนักต้มตุ๋น

กรรณิการ์ยังไม่รู้ตัวจะถูกฉีกหน้ากลางงานแต่ง มัวตื่นเต้นดีใจที่โยทกาโผล่มาเซอร์ไพรส์ที่คอนโด สองแม่ลูกกอดกันกลมด้วยความรักและคิดถึง ก่อนที่โยทกาจะตัดสินใจถามตรงๆเรื่องแต่งงาน

“คุณเถกิงเป็นคนดี”

“ตั้งแต่เด็กจนโต โยยังไม่เคยเห็นผู้ชายดีๆที่แม่บอกสักคน แม่เคยสัญญาว่าถ้าโยยอมไปเรียน แม่จะไม่ยุ่งกับผู้ชายคนไหนอีก แม่จะให้โยกลับมาเลี้ยงแม่แม่จำได้ไหม”

กรรณิการ์ถึงกับอึ้งไป โยทกาเลยทวงสัญญาเสียงเรียบ

“โยเรียนจบแล้ว โยจะทำงานเลี้ยงแม่เอง ถึงไม่รวยล้นฟ้า แต่จะไม่อับจนเพราะความรู้ความสามารถที่เรามี”

“แล้วถ้าแม่ขอล่ะ ขอให้โยเคารพการตัดสินใจของแม่ แล้วแม่จะไม่ขออะไรอีก”

“ถ้าแม่ยืนยัน โยก็ขอให้เป็นเพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคนดีจริงๆ ครอบครัวเขาจะยอมรับแม่ง่ายๆเหรอจ๊ะ”

“แม่เชื่อว่าคุณเถกิงจะดูแลแม่เป็นอย่างดี”

“ทำไมแม่ถึงเชื่อว่าเขาจะดีกับแม่จริงๆ”

“แม่เชื่อว่าแม่มองคนไม่ผิด”

น้ำเสียงและท่าทางมั่นอกมั่นใจของแม่ทำให้โยทกาต้องชั่งใจ ก่อนจะโถมตัวกอดแม่แน่น

“โยก็หวังให้เป็นอย่างนั้น”

และเพื่อพิสูจน์ว่าเถกิงเป็นคนดี โยทกาเลยจงใจใช้แผนเอาตัวเข้าล่อ แกล้งวิ่งตัดหน้ารถและอ้อนขอให้เขาพาส่งโรงพยาบาล เถกิงตกใจมากเมื่อเห็นหน้าหญิงสาว ก่อนจะตั้งหลักได้รับมืออย่างใจเย็น และท่าทางนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวของเขาก็ทำให้โยทการู้ตัวในที่สุดว่าแผนแตก

“คุณรู้ว่าฉันเป็นใคร คุณรู้ตั้งแต่แรก...งั้นที่ทำทั้งหมดนี่ตั้งใจเขย่าขวัญฉัน”

“แม่หนูบอกลุงว่าหนูเป็นคนเก่ง ใจกล้า...แต่ที่หนูทำวันนี้เรียกบ้าบิ่น ทำอะไรไม่ยั้งคิด ไม่ประเมินกำลังตัวเอง”

“ฉันเอาตัวรอดได้”

“โยทกา...หนูรู้ดีว่าถ้าลุงเอาจริง หนูไม่รอดแน่ กล้าหาญกับอวดเก่ง ผลที่ได้มันต่างกันมาก”

สีหน้าเอาจริงของเขาทำให้โยทกาตระหนักว่าหากเขาคิดทำมิดีมิร้ายจริง เธอคงไม่รอด แต่กระนั้นก็ไม่ยอมแพ้ เฉไฉเปลี่ยนเรื่องถามถึงการแต่งงานดื้อๆ

“ค่ะ...ฉันจะจำไว้เป็นบทเรียน คุณจะแต่งงานกับแม่ของฉัน คุณรู้จักพวกเรามากแค่ไหน”

“ไม่มาก...ลุงรู้ว่าโยทกา อรุณชาติ เป็นลูกสาวคนเดียวของกัญชลิการ์ ไม่สิ...คุณกรรณิการ์ อรุณชาติ”

“คุณรู้จักชื่อกัญชลิการ์เหรอคะ...ถ้ารู้จักชื่อนี้ คุณจ้างคนสืบเรื่องของแม่”

โยทกาจะเอาเรื่อง เถกิงต้องบอกให้มั่นใจ “ลุงจะไม่ทำสิ่งที่ไม่ให้เกียรติคุณแม่ของหนู ลุงกับคุณแม่ของหนูต่างก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย ถ้าเราจะมี เพื่อนร่วมชีวิตในบั้นปลาย ทุกอย่างต้องเกิดด้วยความจริงใจต่อกัน”

เซมกับเจนจันทร์ที่มาช่วยโยทกาพิสูจน์ความจริงใจของเถกิงอึ้งมาก แต่โยทกายังคาใจ

“แล้วทำไมคุณถึงยอมแต่งงานกับแม่”

“คุณกรรณเป็นผู้หญิงที่น่ารัก ลุงมีความสุขเวลาที่อยู่กับคุณกรรณ”

“แต่อดีตของแม่...”

“ลุงมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่อดีต”

“แล้วถ้าอนาคตครอบครัวของคุณรู้...”

“ลุงจะดูแลคุณกรรณิการ์ให้ดีที่สุด ถ้าหนูอนุญาต”

“ถ้าฉันไม่อนุญาตล่ะคะ”

เถกิงถอนใจยาว ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “คุณกรรณคงไม่มีความสุขเพราะเขารักหนูมาก เขาพูดเสมอว่าชีวิตของเขา ลูกคือคนสำคัญที่สุด โยทกา...ลุงขอโอกาสจากหนูได้ไหม”

“คุณจะปกป้องแม่จากครอบครัวของคุณยังไง... ลูกชาย แม่ยาย ญาติคุณที่รังเกียจแม่ฉัน”

ถึงคราวเถกิงทึ่งบ้างเมื่อได้ยินว่าโยทการู้เรื่องนี้ แต่ไม่ทันท้วง โยทกาก็ทิ้งท้ายยิ้มๆ

“ฉันจะขัดขวางการแต่งงานครั้งนี้ให้ถึงที่สุด นอกจากคุณจะทำให้ฉันมั่นใจได้ว่าแม่จะมีความสุขเมื่ออยู่กับคุณ”

ooooooo

บทพิสูจน์ของเถกิงเริ่มต้นในวันต่อมา เมื่อเขาตัดสินใจพากรรณิการ์เปิดตัวต่อหน้าทุกคนที่บ้าน

วริศรักษ์ และให้กฤตนัยพาโยทกา เซมและเจนจันทร์ แอบตามมาสังเกตการณ์

“คุณกรรณกำลังจะเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัว ผมอยากให้เราทุกคนทำความคุ้นเคยกันไว้น่ะครับ”

ผ่องทำเป็นเมิน ต่างจากเพ็ญศรีที่อดแขวะไม่ได้ “ต้องการให้คุ้นเคยหรือบังคับให้ทุกคนยอมรับคะ ถ้าศรีต้องเคารพสิ่งมีชีวิตที่ถูกหยิบมาวางบนวอที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ศรีจะยอมรับก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าสิ่งนั้นเป็นคนค่ะ... ไม่ใช่คางคก”

มาลัยเห็นบรรยากาศมาคุก็ตัดสินใจช่วยกรรณิการ์เพื่อรักษาหน้าเถกิง

“คุณศรีคงดูละครมากนะคะ สำบัดสำนวนซะ ฟังดูเป็นนางอิจฉาเชียว”

เพ็ญศรีหน้าชาแต่ไม่สำนึก ตั้งท่าจะย้อน แต่ก็ช้ากว่ามาลัย

“ป้าก็ชอบจำคำพูดในละครนะคะ แต่ป้าชอบเป็นนางเอกมากกว่า เพราะนางอิจฉาจบแบบไม่สวยสักเรื่อง”

เถกิงเกรงเรื่องจะไปกันใหญ่ ตัดบทให้เริ่มมื้ออาหาร มาลัยเข้าประจำที่ เตรียมตักข้าวให้ว่าที่คุณผู้หญิงคนใหม่ แต่ไม่ทันขยับดั่งใจ ชัชรัณก็โผล่มาห้าม อ้างว่าเธอเป็นแม่นมที่เขารักไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่

“แม่มาลัยไม่ควรจะต้องลดตัวทำอะไรหรือให้เกียรติกับผู้หญิงบริการ!”

ทุกคนตะลึง ก่อนที่เถกิงจะได้สติ จะเอาเรื่องลูกชาย แต่ชัชรัณก็ไม่สะทกสะท้าน

“ผมพูดอะไรผิดเหรอครับ ผมใช้คำสลับที่น่ะครับ ผมตั้งใจจะพูดว่า...แม่มาลัยไม่ควรจะต้องลดตัวบริการกับผู้หญิงที่ไม่มีเกียรติเทียบเท่ากับแม่ของผม”

สถานการณ์เริ่มร้อนระอุ ชัชรัณประกาศศึกกับพ่อแท้ๆกลางบ้าน ผ่องกับเพ็ญศรีสองบ่างช่างยุประจำบ้านสะใจมาก แต่สมใจได้ไม่นาน โยทกาก็ออกมาประกาศตัวเสียก่อนว่าเป็นลูกสาวคนเดียวของกรรณิการ์!

ชัชรัณน่าจะช็อกมากกว่าคนอื่น แต่ไม่ทันพูดอะไร เพ็ญศรีก็โพล่ง

“เชื้อไม่ทิ้งแถวนะคะ คุณกรรณยังไม่ทันจะแต่งเป็นทางการ ลูกสาวก็แต่งตั้งตัวเองซะแล้ว วิวัฒนาการไวดีนะ”

“ขอบคุณค่ะที่ชม ดิฉันต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆค่ะ ซ้อมไว้เวลาที่คุณเถกิงจดทะเบียนกับคุณแม่จะได้วางตัวถูก”

คำว่าจดทะเบียนสมรสทำให้ทุกคนอึ้ง เถกิงเลยถือโอกาสประกาศให้รู้ทั่วกัน โดยมีโยทกาเป็นฝ่ายเสริมและยั่วยุ

“ตื่นเต้นจังเลยค่ะคุณลุง อยู่ๆก็ได้เป็นญาติกับนามสกุลดัง ไม่รู้ว่าโยต้องออกงานสังคมในฐานะลูกเลี้ยงคนดังด้วยหรือเปล่า ทำไมเงียบกันไปล่ะคะ โยพูดอะไรผิดหรือเปล่าคะคุณลุง”

“ไม่ผิด...ลุงจะจดทะเบียนกับแม่ของหนู หลังแต่งงานคุณกรรณจะมีสิทธิ์ทุกอย่างในวริศรักษ์”

ผ่องทนฟังไม่ไหว ผละหนีดื้อๆ เพ็ญศรีรีบตามติด ทิ้งชัชรัณให้รับมือกับโยทกา

“โยดีใจมากที่จะได้พี่ชายเพิ่มมาอีกคน ยินดีนะคะที่เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ...พี่ชาย”

ชัชรัณหุนหันออกจากบ้าน โดยมีกฤตนัยตามปลอบ โยทกาสะใจและรีบขอตัว ทิ้งให้เถกิงแก้ตัวกับกรรณิการ์

“ผมอยากให้คุณรู้ว่าคุณเลี้ยงลูกได้ดี เขารักคุณมากจริงๆ เขาแค่ซนแต่ไม่ก้าวร้าวเลย”

ooooooo

โยทกาเข้าไปในบ้านวริศรักษ์ตามลำพัง ทิ้งเซมกับเจนจันทร์ให้รอหน้าบ้าน และจังหวะเดียวกับที่เธอออกมา รถของชัชรัณที่มีกฤตนัยนั่งมาด้วยก็พุ่งมาเกือบชนพวกเธอ!

ชัชรัณมีสีหน้าเย็นชามาก เมื่อเห็นว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บก็ผละไปดื้อๆ ทิ้งโยทกาให้มองตามด้วยความแค้นใจ จะต้องเอาคืนและเอาชนะเขาให้ได้ โดยมีเซมกับเจนจันทร์เฝ้ามองห่างๆ...มั่นใจว่าโยทกาต้องแอบชอบชัชรัณแน่

กฤตนัยพาชัชรัณไปสงบสติอารมณ์ที่วัดเพราะเขาจะแวะทำสังฆทานกับหลวงพ่อกอบ หลวงพ่อที่เคยอุปการะเลี้ยงดูเขาก่อนจะมาเป็นลูกชายบุญธรรมของคุณหญิงละออง ชัชรัณกำลังอารมณ์เสีย ไม่อยากเข้าวัดให้ทรมานตัวเอง เลยเลือกสงบสติอารมณ์ข้างนอก โดยไม่รู้เลยว่าโชคชะตาจะพาไปเจอใครบางคน...

กฤตนัยหอบเครื่องสังฆทานไปหาหลวงพ่อกอบ ก่อนจะปรับทุกข์เรื่องชัชรัณที่กำลังมีปัญหากับเถกิง

“ทุกครั้งเวลาชัชมีปัญหากับคุณลุง มากสุดคือทำไม่สนใจ ไม่รับรู้ แต่ครั้งนี้ผมว่าชัชไม่อยู่เฉยแน่”

“แต่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรก ทำไมครั้งนี้กฤตถึงกังวลล่ะ”

“ก็ทุกทีเจ้าชัชกับคุณลุงเหมือนขึ้นเวทีมวย เจ้าชัชชกไปก็มีแต่วืดเพราะคุณลุงไม่ตอบโต้ แต่คราวนี้มีคู่ชกน่ะสิครับ ผมดูแล้วสมน้ำสมเนื้อซะด้วย...”

เวลาเดียวกันอีกด้านของวัด...คู่ชกของชัชรัณหรือโยทกาหอบข้าวของพะรุงพะรังไปหายายละมุดอดีตนางเอกลิเกข้างบ้านที่คอยเลี้ยงดูเธอตั้งแต่เด็ก ยายละมุดแก่ลงมากแต่ยังเป็นแม่ค้าขนมจีนสุดแกร่งคนเดิม ถึงขนาดมีเรื่องกับเจ้าของที่ให้เช่าในชุมชนก็สู้ไม่ถอย จนโยทกาที่มาทันช่วยเอาเรื่องถึงกับส่ายหน้าอ่อนใจ

ยายละมุดได้เห็นหน้าหลานสาวนอกไส้ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กก็ยิ้มหน้าบาน ความโกรธที่ทะเลาะกับเจ้าของที่แทบไม่มีเหลือ เปลี่ยนเป็นความดีใจที่ได้เจอหน้าคนคนเดียวที่รักและผูกพันมานาน

“ขอบใจนะโยที่มาช่วยยาย เห็นเอ็งไม่ตอบจดหมาย ยายคิดว่าเอ็งลืมยายซะแล้ว”

“หลานยายคนนี้ไม่ใช่วัวลืมตีนนะจ๊ะ โยอยากจะทำให้ยายประหลาดใจก็เลย...”

“แกล้งเงียบให้ยายใจเสีย เรานี่มัน...”

“ขอโทษนะจ๊ะยายจ๋า โยคิดถึงยายที่สุดเลยนะจ๊ะ”

พูดพลางชี้ชวนให้กินขนมและผลไม้ที่ซื้อมาฝาก แต่ยายละมุดดันเห็นแล้วคิดถึงกรรณิการ์

“เห็นแล้วคิดถึงฝีมือแม่เอ็งนะ เห็นบอกว่าทำขนมขาย แล้วก็หายไปเลย นังกรรณมันเป็นยังไงบ้าง”

“สบายดีค่ะ...แม่ก็ยังเป็นแม่ที่ไม่เคยคิดถึงความสุขตัวเองเลยสักครั้ง”

สีหน้าหนักใจของโยทกาทำให้ยายละมุดสงสัย แล้วก็มั่นใจว่าคงเป็นเรื่องของกรรณิการ์

“แม่เขารักเอ็งมากนะโย”

“แต่โยอยากให้แม่รักตัวเองบ้าง”

ยายละมุดมองมาอย่างเข้าใจดี แต่ก็อยากให้โยทกาเข้าใจแม่ด้วย

“ความสุขของแม่ทุกคนคือเห็นลูกมีความสุข ถ้าเอ็งรักแม่...อยู่ข้างๆแม่เขา อย่าไปไหนนะลูก”

“โยจะทำให้แม่มีความสุขจ้ะยาย”

“จะเรื่องร้ายหรือดี ถ้ามันผ่านเข้ามา”

“ไม่นานมันก็จะเป็นเรื่องธรรมดา เพราะทุกอย่างมันไม่แน่นอน”

“มันเป็นอนิจจัง”

“โยก็จะช่างหัวมัน! โยไปก่อนนะจ๊ะยาย แล้วโยจะมาเยี่ยมใหม่นะจ๊ะ”

ooooooo

โยทกากลับมาหาเซมกับเจนจันทร์ที่ท่าน้ำหลังแยกจากยายละมุด แต่หยอกล้อกันไม่เท่าไหร่ โยทกาก็กระโจนลงน้ำเพื่อช่วยเด็กน้อย แต่เพราะว่ายน้ำไม่แข็งเลยจะจมเสียเอง ชัชรัณที่ได้ยินเสียงคนเอะอะเลยกระโดดตามไปช่วย พร้อมผายปอดเพื่อช่วยชีวิต ท่ามกลางความตกตะลึงของใครหลายคน

และคนตกใจมากสุดคงหนีไม่พ้นโยทกา ชัชรัณก็สับสนกับการกระทำของตัวเองเช่นกัน แต่ก็กลบเกลื่อนด้วยอาการหน้านิ่งและเย็นชา ก่อนจะจากไปพร้อมกฤตนัยที่มาทันเห็นเหตุการณ์ผายปอดพอดี

กฤตนัยมองหุ้นส่วนหนุ่มอย่างรู้ทันและชื่นชม รู้ดีว่าภายใต้หน้ากากเฉยชาของอีกฝ่ายคือความจิตใจดี แต่เมื่อเขาเอ่ยชื่อโยทกาและน้ำใจของเธอจะช่วยเด็ก ชัชรัณกลับชักสีหน้าหาว่าเขาชอบโยทกา

“ไม่ใช่...พี่อยากให้แกเปิดใจให้กว้าง ให้โอกาสคุณโยทกากับคุณกรรณิการ์”

“คนเรามีหลายด้าน เขาอาจจะมีน้ำใจแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่โลภ”

“เหมือนแกสินะ ด้านหนึ่งก็บอกว่าเกลียด แต่พอเห็นเขาลำบากก็ช่วย”

“การที่ผมช่วย ไม่ได้หมายความว่าไม่รังเกียจ... ไม่มีใครแทนที่ของแม่ได้!”

หลังเรื่องวุ่นวายที่ท่าน้ำ ชัชรัณกับกฤตนัยก็มุ่งหน้าไปบ้านคุณหญิงละอองตามคำเชิญของกิ่งกาญจน์ที่เข้าครัวทำมื้อพิเศษด้วยตัวเอง แต่ชัชรัณก็เปลี่ยนใจ ปลีกตัวดื้อๆ เพราะทนรู้สึกผิดไม่ไหวที่ฝืนใจทำตัวเป็นคู่หมายที่ดีของเธอไม่ได้ กฤตนัยสงสารน้องสาวนอกไส้มากเลยตัดสินใจอยู่กินมื้อพิเศษทั้งหมดแทน

ระหว่างที่ชัชรัณสับสนในหัวใจ ทั้งเรื่องพ่อและคู่หมายสาว โยทกากำลังฝันหวานโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่กำลังเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทของชัชรัณในวันรุ่งขึ้นแท้ๆ แต่เธอกลับไม่ลำบากใจเลยแม้แต่นิดเดียว เซมกับเจนจันทร์ที่เฝ้ามองอาการของเธอเลยฟันธงว่าเธอต้องตกหลุมรักชัชรัณ!

โยทกาบ่ายเบี่ยงและเฉไฉไม่ยอมรับความจริงและความรู้สึกตัวเอง แต่กระนั้นก็ตื่นเต้นมากจะได้ไปสัมภาษณ์ที่บริษัทของชัชรัณในวันรุ่งขึ้น โดยไม่รู้เลยว่าเขาเตรียมตั้งรับไว้แล้ว ทันทีที่รู้จากหัวหน้าฝ่ายบุคคลว่าเธอมาสมัครงาน

กฤตนัยเป็นคนเรียกโยทกาสัมภาษณ์เพราะประทับใจในความสามารถตั้งแต่ที่งานแสดงสินค้านานาชาติ แต่ก็ถูกแย่งตำแหน่งคนสัมภาษณ์ดื้อๆ เมื่อชัชรัณโผล่มาขัดจังหวะ

“ตำแหน่งที่คุณโยทกาสมัครอยู่ในสายงานที่ผมดูแล ผมควรสัมภาษณ์เอง...หรือว่าพี่ถูกพ่อขอให้สัมภาษณ์”

กฤตนัยหน้าเสีย แต่ไม่ทันแก้ตัว โยทกาก็โพล่ง “ขอโทษนะคะคุณกฤตที่โยทำให้คุณกฤตต้องถูกมองไม่ดี แต่โยเชื่อว่าถ้าคุณกฤตไม่ใช่คนสัมภาษณ์ โยคงถูกโยนใบสมัครทิ้งเพราะอคติของผู้สัมภาษณ์”

“ที่นี่เรารับคนที่ความสามารถ ไม่ใช่เส้นสาย”

“คุณกำลังบอกว่าคุณใจกว้าง พร้อมจะรับฉันเข้าทำงานโดยไม่มีอคติใช่ไหมคะ...ถ้าฉันมีความสามารถที่เหมาะสมกับงานของคุณ...ฉันพร้อมแล้วค่ะ”

แววตาท้าทายของโยทกาทำให้ชัชรัณหงุดหงิด รัวคำถามไม่ยั้งแต่เธอก็ตอบได้อย่างฉะฉาน เต็มไปด้วยไหวพริบ และหลักการราวกับคนมีประสบการณ์ทำงานมานาน ลึกๆชัชรัณพอใจมาก แต่ต้องทำเป็นมาดนิ่งเมื่อเธอบอกว่ามีแผนจะสร้างความโดดเด่นให้แก่แบรนด์ธารา

“แต่คุณคงไม่คิดว่าฉันควรจะเล่าแผนนั้นให้กับบริษัทที่ไม่ได้รับฉันเข้าทำงานใช่ไหมคะ”

รอยยิ้มล้อเลียนและเย้ยหยันของโยทกาทำให้ชัชรัณหัวเสียมาก แต่กระนั้นก็พยายามควบคุมอารมณ์

“หกเดือน...ถ้าแผนของคุณทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ ผมจะบรรจุคุณเป็นพนักงานของธารา”

“สามเดือน...ถ้าฉันทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์”

ข้อต่อรองของเธอทำให้ชัชรัณตาลุก ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น “คุณจะได้ตำแหน่งผู้จัดการแบรนด์ธารา...แต่ทุกอย่างจะเป็นโมฆะทันทีถ้าไม่สำเร็จตามกำหนดเวลา และห้ามเธอเข้าไปที่บ้านวริศรักษ์อีก!”

ooooooo

ข่าวการรับพนักงานใหม่ตำแหน่งผู้ช่วยของกฤตนัยคุมการตลาดทำให้เพ็ญศรีไม่พอใจ น้าสาวของชัชรัณจบด้านการตลาดมาแต่เป็นคนเยาะแยะ เจ้ายศเจ้าอย่าง เลือกปฏิบัติและไม่มีใจรักในการทำงานชัชรัณเลยไม่เคยให้เข้ามาทำงานทั้งที่เธอพร่ำขอร้องมาตลอด และข่าวใหม่ล่าสุดก็ทำให้เธอต้องบุกไปถามหลานชายคนเดียวด้วยตัวเอง

แต่เมื่อเอาเข้าจริง แววตารู้ทันของชัชรัณก็ทำให้เพ็ญศรีอึกอัก ไม่กล้าบุ่มบ่ามถามตรงๆ

“ที่จริงชัชไม่เห็นจะต้องมาเหนื่อยพิสูจน์ตัวอะไรเลย ยังไงธุรกิจของวริศรักษ์ก็ต้องเป็นของชัชรัณอยู่แล้ว ทำไมไม่จับตำแหน่งใหญ่ๆ ชัชมีปัญหาอะไรกับที่ตัวเองเกิดมารวย”

“ผมไม่เคยเดือดร้อนที่ตัวเองคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด แต่ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าผมทำงานเป็น”

“คุณยายอยากให้ชัชจับงานใหญ่มากกว่ามานั่งปั้นแบรนด์เล็กๆแบบนี้”

ชัชรัณถอนใจยาวอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะโต้อย่างเหลืออด “ผมรู้ว่าการก้าวกระโดดได้มันเป็นสิ่งดี แต่ผมอยากให้ขาของตัวเองแข็งแรงมากเพื่อกระโดดได้อย่างมั่นใจ ผมไม่อยากขาหักเพราะ...ประมาท”

เพ็ญศรีหน้าเสีย แต่ก็ไม่ละความพยายามจะเสนอตัวช่วยงาน

“น้าเห็นชัชทำงานหนักก็อยากจะช่วย ที่จริงน้าก็จบมาร์เกตติ้งมานะ”

“พ่อไม่ชอบให้มีการทำงานแบบเครือญาติครับ ต้องเลือกคนที่ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งเท่านั้น”

คำตอบตรงไปตรงมาของหลานชายทำให้เพ็ญศรีหน้าม้าน ตั้งท่าจะต่อรองแต่ชัชรัณก็ตัดบทดื้อๆ

“ผมว่าผมพูดตรงที่สุดแล้วนะครับ อย่าให้ผมลำบากใจเลยครับ”

เพ็ญศรีหน้าตึง อยากจะกรีดร้องให้หายคลั่ง แต่ไม่ทันทำก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อกฤตนัยพาโยทกาเข้ามาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ในตำแหน่งผู้ช่วยของเขาดูแลการตลาดของแบรนด์ธารา!

ความไม่พอใจของเพ็ญศรีลุกลามจนรู้ถึงหูผ่อง เถกิงเลยต้องรับศึกหนัก ก่อนจะรับสมอ้างว่าตนเองมีส่วนผลักดันให้โยทกาว่าที่ลูกเลี้ยงสาวเข้ามาทำงานในบริษัทร่วมกับชัชรัณและกฤตนัย

“ผมว่าการที่เด็กจะสนิทสนมกันมันก็เป็นเรื่องดี เพราะอีกหน่อยชัชกับหนูโยก็ต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน”

“ฉันเคยพลาดให้เลือดของวริศรักษ์แปดเปื้อนมาแล้วหนหนึ่ง มันจะไม่มีครั้งที่สองแน่นอน”

เถกิงไม่ชอบใจเลยที่แม่ยายขุดคุ้ยอดีต แต่ยังใจเย็นอธิบาย “ผมอยากให้คุณท่านนึกถึงความเป็นจริง ครึ่งหนึ่งในตัวชัชรัณเป็นวริศรักษ์ก็จริง แต่อีกครึ่งหนึ่งคือคนธรรมดาที่มีสิทธิ์จะใช้ชีวิตแบบที่ชัชรัณต้องการ”

“คำสัญญาจากคนอย่างเธอคงเชื่อไม่ได้สินะ”

ชื่อของอดีตภรรยาผู้ล่วงลับทำให้ชะงัก แต่ก็เพียงแวบเดียว เถกิงก็ตั้งสติได้

“ถ้าผมได้แต่งงานกับสินี...ชัชรัณจะต้องอยู่ในความดูแลของคุณผ่องคนเดียว ผมไม่เคยลืม...แค่อยากให้ท่านเข้าใจว่าชัชรัณก็มีสิทธิ์ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างอิสระ”

“ชัชรัณเป็นอิสระเสมอ ตราบใดที่ไม่ทำให้วริศรักษ์ต้องเสื่อมเสียเหมือนปลิงอย่างแก!”

แหวจบก็ยื่นคำขาดให้ไล่โยทกาออกจากบริษัท แต่เถกิงไม่ยอม ตอกเสียงเรียบ

“ผมไม่เคยก้าวก่ายงานของนายชัชครับ คุณท่านคงต้องบอกให้นายชัชจัดการเอง”

ooooooo

ข่าวการรับผู้ช่วยคนใหม่ของกฤตนัยกลายเป็นข่าวใหญ่ของเหล่าพนักงาน แต่โยทกาก็ไม่หวั่น ก้าวเข้าห้องทำงานเพื่อเจอลูกทีมด้วยท่าทางมั่นใจเกินร้อย ปุ้มกับฤทธิ์สองในสามของลูกทีมเธอให้การต้อนรับหัวหน้าทีมคนใหม่อย่างดี ต่างจากลิลลี่ที่ทำหน้าเหมือนเหม็นเบื่อและไม่สนใจแต่มีหรือคนอย่างโยทกาจะปล่อยผ่าน เดินไปหาถึงโต๊ะพร้อมทักทายเสียงเย็น

“จะไม่แนะนำตัว ทำความรู้จักกันหน่อยเหรอคะคุณลูกทีม”

“ฉันขึ้นตรงกับคุณเพ็ญศรี คุณชัช คุณกฤต เท่านั้นค่ะ”

“ฉันได้รับมอบหมายให้มาคุมทีม ถ้าคุณฟังคำสั่งไม่เข้าใจ เราไปคุยกับผู้บริหารอีกครั้งก็ได้นะคะ”

ลิลลี่หน้าเสีย อึกๆอักๆจนโยทกาต้องแกล้งพูด

“จะเอาแบบไหนคะ ฉันไม่ต้องการความเงียบ ฉันถามเพราะต้องการคำตอบ”

สีหน้าและท่าทางเอาจริงของโยทกาทำให้ลิลลี่ไปไม่ถูก เกือบจะจนมุมแล้ว ถ้าเพ็ญศรีจะไม่โผล่มาประกาศศักดา ตั้งตัวเป็นผู้บริหารที่มีสิทธิ์ขาดในบริษัท โยทกาไม่ยี่หระ สบตาผู้มาใหม่อย่างไม่กลัว

“เขาต้องทำงานกับฉัน เราต้องเคลียร์กันเพื่อความราบรื่นในการทำงานค่ะ”

“ที่พูดให้ตัวเองดูดีมีความสามารถ ถ้าไม่ใช่เพราะแม่เธอทุ่มตัวใส่คุณเถกิง เธอไม่ได้ทำงานนี้แน่”

เหล่าลูกทีมมองหน้ากันเครียดๆ เพ็ญศรีเลยคิดว่าตัวเองเป็นต่อ

“คงรีบป่าวประกาศสินะว่าจะมาดองกับวริศรักษ์”

“ทุกคนเพิ่งรู้ตอนคุณบอกนี่ล่ะค่ะ ไม่คิดว่าคุณจะภูมิใจมากจนอยากประกาศขนาดนี้ว่าเรากำลังจะเป็นญาติกัน”

คำตอบยิ้มๆทำให้เพ็ญศรีหน้าแตกยับ อับอายจนต้องไล่เหล่าลูกทีมออกจากห้องเพื่อจัดการโยทกา

“เธอคงใช้วิธีแบบแม่ของเธอล่อหลอกจนได้เข้ามาทำงานที่นี่สินะ คิดจะรวบทั้งบ้านเลยหรือไง!”

“คุณลุงท่านไม่รู้เรื่องนี้ ส่วนคนที่รับฉันเข้าทำงานคือหลานของคุณ ถ้าคุณคิดว่าฉันใช้วิธีล่อหลอกได้ แสดงว่าหลานชายคุณหลงเสน่ห์ฉันสินะ”

“ผู้หญิงกำพืดต่ำอย่างเธอคิดจะจับหลานชายฉัน มันไม่ง่ายหรอกนะ”

“ฉันไม่เคยคิดจะจับใคร แต่ถ้าเขาเปิดทางให้...ก็น่าคิด”

“ไม่คิดว่าเธอจะหน้าหนา หน้าทนขนาดนี้!”

“ใจเย็นๆค่ะ ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะทำอย่างที่คุณพูด อย่าคิดเองเออเองสิคะ อายุไม่น้อยแล้ว ใช้อารมณ์ขนาดนี้ระวังหน้ายับจนคืนรูปไม่ได้นะคะ...ขอตัวก่อนนะคะ ต้องรีบกลับไปวางแผน...ทำงานน่ะค่ะ”

ooooooo

ผละจากเพ็ญศรีมาได้ โยทกาก็ต้องตกใจแทบผงะ เมื่อพบว่าชัชรัณเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ที่เซอร์ไพรส์กว่าคือเขาไม่ได้โวยวายอย่างที่นึกกลัว แต่เขากลับตีหน้านิ่งและเดินผ่านไปราวกับเธอเป็นอากาศธาตุ!

ท่าทางเย็นชาของเขาทำให้โยทการ้อนรนมาก ตามไปตอแย ดักหน้าดักหลังเพื่อเอาชนะ แต่ชัชรัณไม่สนใจและเกือบจะขึ้นรถหนีเธอไปแล้ว ถ้าโยทกาจะไม่พุ่งตัวไปนั่งข้างคนขับหน้าตาเฉย

ชัชรัณต้องพยายามข่มใจไม่ให้จับเธอเหวี่ยงออกจากรถ ตามปกติเขาเป็นคนควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี แยกแยะเหตุผลเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวได้ดี และโยทกาก็รู้ดี เพราะก่อนหน้านี้เธอเห็นเขาไม่ถือโทษโกรธแม่บ้านที่สะเพร่าทำน้ำหกใส่เขาด้วยซ้ำ แต่ทำไมกับเธอ... เขาถึงเย็นชานัก!

และเพราะความอยากเอาชนะแท้ๆ โยทกาเลยตามไปป่วนเขาถึงในรถ ก่อนจะเอ่ยท้าทาย

“ไม่มองก็ไม่รู้สึก อย่าสนใจเลยค่ะ มองข้ามฉันเหมือนที่คุณชอบทำสิคะ”

ชัชรัณไม่ยอมออกรถ หวังจะกดดันให้เธอลงไป แต่โยทกาก็ใจถึงกว่าที่เขาคิด เธอนั่งเล่นมือถือหน้าตาเฉย จนในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว เหยียบคันเร่งเต็มแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน!

รถของชัชรัณออกนอกเส้นทางและจอดที่สวน สาธารณะแห่งหนึ่ง โยทกายิ้มเย็นก่อนจะลงจากรถไปยั่วประสาทเจ้านายหมาดๆด้วยสีหน้าและท่าทางไม่ทุกข์ร้อนและไม่รู้สึกผิด

“ฉันตามมาเพื่อให้คุณรู้ว่าฉันไม่ใช่อากาศที่คุณมองไม่เห็นหัว...ไม่ใช่เชื้อโรคที่ต้องถูกคุณรังเกียจ”

ชัชรัณไม่โต้ตอบแต่จะเดินกลับไปที่รถ โยทการีบตามไปดักหน้า

“กับแม่บ้าน คนขับรถ คุณให้เกียรติ แล้วทำไมคุณถึงรังเกียจเรานัก ถึงแม่ฉันจะจนแต่เราก็เป็นคนเหมือนกัน”

“อยากได้ยินกับหูใช่ไหม ผมไม่เคยแยกคนที่ฐานะ แต่ผมแยกคนที่ความโลภ!”

“แม่ฉันไม่เคยต้องการอะไรจากพ่อของคุณ การแต่งงานเกิดขึ้นเพราะท่านทั้งสองรักกัน”

“พ่อฉันอาจจะรักในสิ่งที่แม่เธอป้อนให้ แบบนั้นไม่เรียกความรัก มันเรียกว่าความใคร่ ส่วนเงินของพ่อฉันคงทำให้แม่เธอรักหัวปักหัวปําเลยสินะ แม่เธอคงสอนมาดีสินะ พยายามทุกทางเพื่อจับเหยื่อ”

อคติของชัชรัณทำให้โยทกาสงสัยและไม่ลังเลจะถาม “สีหน้าเหยียดหยามของคุณมันดูจริงจัง เจ็บแค้น จนฉันชักสงสัยว่าคุณเป็นเหยื่อมาก่อน แต่ฉันไม่เชื่อว่าคุณจะฉลาดน้อยจนยอมให้ผู้หญิงหลอกได้จริงไหมคะ”

เรื่องของนงนิจคนรักเก่าที่หลอกว่าท้องกับเขาแต่ความจริงท้องกับคนอื่น เป็นปมร้ายของชัชรัณมาตลอด และคำถามของโยทกาก็เหมือนแส้ที่หวดบนความเจ็บปวดนั้น

“เอ๊ะ! หรือว่าเคยโดน ถึงได้อคติกับแม่ของฉันนัก”

ชัชรัณเจ็บจี๊ด สีหน้าเจ็บปวด แต่ก็เหมือนโยทกาจะยังไม่รู้ตัวว่าได้ก่อพายุลูกย่อมๆเข้าแล้ว

“ผู้หญิงที่หลอกผู้ชายอย่างคุณได้ หน้าตาเป็นยังไงนะ อยากจะเห็นจริงๆ”

“ผู้หญิงที่หาเงินด้วยการใช้ร่างกายเข้าแลกความสุขสบาย ประวัติโสมมของแม่เธอ ไม่คู่ควรกับวริศรักษ์ ถ้าพ่อรู้ว่าแม่ของเธอมาจากไหน พ่อจะต้องล้มเลิกการแต่งงานครั้งนี้ แม่ของเธอจะต้องออกไปจากวริศรักษ์!”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเขาเกินความคาดหมายของโยทกามาก แต่สิ่งที่เขาเลือกมาทำร้ายก็ไม่ทำให้เธอกังวลใจ

“คุณพ่อคุณรู้แล้ว ท่านรู้ทุกอย่างว่าแม่ฉันเป็นใคร มาจากไหน...แม่เป็นคนบอกท่านเอง”

ชัชรัณตะลึง ทำท่าเหมือนไม่เชื่อ จนโยทกาต้องย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“จริงค่ะ...ท่านรู้และยอมรับได้ ฉันบอกคุณแล้วไงว่าพ่อคุณรักแม่ของฉันด้วยใจจริง”

ooooooo

ระหว่างที่โยทกายืนหยัดเพื่อศักดิ์ศรีของกรรณิการ์ เพ็ญศรีก็หาทางนำตัวอรัญญามาจากเชียงรายจนได้ โดยถามหาทางติดต่อผ่านกิ่งกาญจน์ คุณหญิงละอองรู้เรื่องจากลูกสาวบุญธรรม เมื่อเจอหน้าอรัญญาที่เสนอหน้ามาประจบประแจงก็อดไม่ได้จะถามด้วยความอยากรู้

คุณหญิงละอองรู้จักนิสัยอรัญญา ไม่อยากให้ยุ่งวุ่นวายกับคนในครอบครัว แต่เหตุผลของอรัญญาที่มีเรื่องเจ็บแค้นกับกรรณิการ์ว่าที่เมียใหม่ของเถกิง พ่อแท้ๆ ของชัชรัณคู่หมายของกิ่งกาญจน์ก็ทำให้พูดไม่ออก ต้องยอมให้อรัญญาลงไปกรุงเทพฯเพื่อขัดขวางงานแต่งงานของเถกิงกับกรรณิการ์

โยทกายังไม่รู้เรื่องแผนร้ายของเพ็ญศรี มัวสงสัยและรู้สึกผิดที่เห็นท่าทางเจ็บปวดของชัชรัณเมื่อวันก่อน เซมกับเจนจันทร์เห็นเพื่อนสาวมีท่าทางเหมือนครุ่นคิดตลอดเวลาก็อดถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“ฉันไม่รู้ว่าฉันพูดอะไรให้คุณชายซีเมนต์นั่นเจ็บปวด...ความรักมันเจ็บปวดขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ความผิดหวังมันทำให้ไม่อยากหายใจเลยล่ะ” เจนจันทร์พูดอย่างคนมีประสบการณ์

“แล้วจะฝังใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ความรู้สึกก็คงคล้ายกับที่แกฝังใจ อยากให้แม่ยิ้มจนแกพยายามเรียน พยายามจะให้ได้ดีเพื่อแม่แกไง”

“อืม...งั้นก็คงจะรักมากจริงๆ”

โยทกาเข้าใจไม่ผิด ชัชรัณรักแม่ของเขามาก และแทบช็อกเมื่อรู้จากโยทกาว่าพ่อรู้เรื่องภูมิหลังของกรรณิการ์แล้ว ความจริงนั้นทำให้เขาเจ็บปวดมาก โดยเฉพาะกับสินีแม่แท้ๆผู้ล่วงลับ...

ชัชรัณยังจำได้ดี ตั้งแต่เด็ก...สินี...แม่ของเขาต้องช้ำใจกับการนอกใจของพ่อมาตลอด แม้ว่าแม่จะยืนยันว่าพ่อไม่เคยทำ แต่ข่าวจากผ่องกับเพ็ญศรีก็ทำให้เขาตระหนักมาตลอดว่าพ่อไม่เคยรักเขากับแม่เลย

ถ้อยคำบั่นทอนและยั่วยุของผ่องกับเพ็ญศรีที่รังเกียจชาติกำเนิดของเถกิงว่าเป็นเด็กในบ้าน แต่ดันมารักกับสินีทายาทของตระกูลวริศรักษ์ ทำให้ดวงตาของชัชรัณมืดบอด เขาถูกผ่องยายแท้ๆและเพ็ญศรีน้าสาวกีดกันไม่ให้พบพ่อมาตั้งแต่เด็ก แม้จะอยู่บ้านเดียวกัน แต่เถกิงก็ไม่เคยได้เข้าใกล้ลูกชายคนเดียวสักครั้ง

เถกิงเข้าใจความเจ็บปวดฝังใจของลูกชายดี แต่เพราะคำสัญญาบ้าๆที่เคยให้กับผ่อง ก็รัดตัวเขาไว้จนแทบหายใจไม่ออกเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งได้พบกรรณิการ์ เขาก็อยากปลดแอกและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

การพบกรรณิการ์ทำให้เถกิงมีความหวังจะมีครอบครัวที่อบอุ่นอีกครั้ง และเขาก็หวังจะให้ชัชรัณเปิดใจ เชื่อแน่ว่าความดีของกรรณิการ์จะชนะใจลูกชายคนเดียวได้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เขาต้องพิสูจน์ตัวเองกับโยทกาก่อน

ความจริงใจของเถกิงทำให้กรรณิการ์ยอมผิดสัญญากับลูกสาวคนเดียว โยทกายอมเปิดอกคุยกับเถกิงแล้วก็ได้รู้ว่าเขารักและยอมรับในตัวตนของแม่เธอได้จริงๆ

“ลุงดีใจนะที่ทำให้คุณแม่ของหนูยิ้มได้”

“ค่ะ...ความสุขทำให้คนยิ้มได้ ให้โยทำอะไรก็ได้ขอแค่ให้แม่ยิ้มแบบนี้ตลอดไป ยากแค่ไหนโยก็ยอม...”

จบเรื่องแม่กับว่าที่พ่อเลี้ยง โยทกาก็ต้องรับศึกจากชัชรัณที่มีคำสั่งขาดไม่ให้เธอเข้าใกล้เขาเกินหนึ่งเมตร นิพนธ์พนักงานรักษาความปลอดภัยเป็นคนรับหน้าที่กันเธอจากเจ้านายหนุ่มด้วยสีหน้าลำบากใจ โยทกาเข้าใจดี แต่ก็แอบอยากเอาชนะตามประสาคนไม่เคยถูกเมิน

แล้วโอกาสของเธอก็มาถึง เมื่อโยทกาเสนอแผน การตลาดเปิดตัวสินค้าตัวใหม่กับกฤตนัยและกิ่งกาญจน์ สองพี่น้องพอใจในแผนงานมาก แต่ก็เป็นกังวลเพราะรู้ดีว่าด่านสำคัญของโยทกาคือชัชรัณ

โยทกาต้องการพิสูจน์ความสามารถตัวเอง แต่ชัชรัณเป็นคนดูแลแบรนด์และแผนงานสำหรับสินค้าตัวใหม่ทั้งหมด เธอเลยถือโอกาสนี้บุกไปเสนอแผนงานกับเขา แต่ไม่ทันถึงห้องเขา โยทกาก็ได้รับรู้แผนการร้ายกาจของเพ็ญศรีโดยบังเอิญจะเรียกตัวอรัญญาคู่กรณีเก่าของแม่มาขัดขวางงานแต่งงาน

งานนี้โยทกาไม่อยู่เฉยแน่ เธอสงสัยว่าชัชรัณจะมีส่วนด้วยหรือไม่เลยบุกไปถามถึงห้อง โดยใช้ข้ออ้างเรื่องงานบังหน้า นิพนธ์ห้ามไม่ทัน ชัชรัณเลยต้องรับมือกับพนักงานสาวคนใหม่เอง

“เวลาคุยงานกับผมให้ใช้แค่ปากกับสมอง ไม่ต้องทุ่มทั้งตัว”

“แต่ฉันทำอะไรก็ตามฉันทุ่มทั้งตัว ผลิตภัณฑ์น้ำหอมตัวใหม่ ฉันมีไอเดียในการเปิดตัวสินค้า”

“คนที่เธอต้องรายงานคือคุณกฤตไม่ใช่ฉัน”

“ฉันต้องมาหาคุณน่ะถูกแล้ว เพราะฉันไม่อยากให้มีเรื่องลับหลังไม่สะอาดเกิดขึ้น”

“คนอย่างฉันถ้าจะทำทุกอย่างต้องซึ่งหน้าไม่เคยลับหลัง”

“เหรอคะ...แสดงว่าถ้าคุณไม่ชอบงานแต่งแม่ฉัน คุณจะต่อต้าน แต่ไม่ใช้วิธีลอบกัดทำลายแม่ฉันใช่ไหม”

“ถ้าฉันจะทำ เธอกับแม่จะไม่มีวันได้ก้าวเข้าบ้านฉันแม้แต่ก้าวเดียว!”

ooooooo