เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 11 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 11


26 พ.ค. 2560 09:44
3,606,252 ครั้ง

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

เหมือนคนละฟากฟ้า

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

เบญจธารา

กำกับการแสดงโดย:

แมน เมธี

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

แอนดริว เกร็กสัน, ภีรนีย์ คงไทย

แม้จะถูกผ่องขู่ตัดยายตัดหลาน ชัชรัณก็ไม่เปลี่ยนใจ ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าคบหาดูใจกับโยทกา และที่เขาเลือกมาพูดวันนี้ก็เพื่อให้เกียรติเธอในฐานะคนรัก

ทุกคนในบ้านวริศรักษ์ร้อนใจมาก ทั้งผ่องกับเพ็ญศรีก็ประสาทเสีย ไม่เว้นแม้แต่กรรณิการ์ที่ถึงกับพูดไม่ออก ยายละมุดเห็นอาการก็อดไม่ได้ ต้องแกล้งถามเพื่อเตือนสติ

“พอไหม...ที่คุณชัชกำลังพิสูจน์ตัวเองให้เอ็งเห็น มันมากพอไหม”

“จนกว่าคุณท่านจะยอมรับโยด้วยความเต็มใจ”

“ดูออกใช่ไหมว่าคุณท่านรักคุณชัชมาก”

“รู้สิจ๊ะ เขาถึงได้ทำร้ายทุกคนที่เข้าใกล้คุณชัชเพราะเขาคิดว่าไม่ดีพอ”

“เอ็งว่าคุณชัชจะมีความสุขไหม”

“จะสุขได้ยังไงล่ะน้า โดนบีบบังคับซะขนาดนั้น”

“แล้วเอ็งดูตัวเองออกไหมว่าเอ็งกำลังรักลูกไม่ต่างจากคุณท่านเลย...”

ชัชรัณสบายใจมากที่ได้เปิดตัวคนรัก ต่างจากโยทกาที่รู้สึกผิดต่อทุกคนรอบตัว

“ฉันไม่อยากให้คุณเป็นคนอกตัญญูเพราะฉัน ฉันเคยบอกแล้วว่าถ้าต้องเลือกระหว่างแม่กับคุณ ฉันต้องเลือกแม่เพราะท่านให้ชีวิตฉัน ฉันเชื่อว่าคุณก็รักคุณยายคุณเหมือนกัน แล้วถ้าคุณทิ้งท่านเพื่อเลือกฉัน ฉันก็คงไม่เลือกคุณ”

“ผมทำทุกอย่างเพื่อเรานะโยทกา”

“ฉันรู้...ฉันขอบคุณทุกอย่างที่คุณทำ แต่ถ้าความสุขของเราทำให้ครอบครัวเป็นทุกข์ มันไม่ใช่สุขแท้จริงนะคะ”

“คุณอย่าบอกนะว่าคุณจะจบเรื่องของเรา”

“ฉันไม่อยากจบเรื่องของเรา...แต่ฉันอยากให้ทุกคนเต็มใจที่จะให้เราเดินไปด้วยกัน”
ชัชรัณรู้ดีว่าโยทกาหมายถึงผ่องโดยเฉพาะ และเขาก็ยินดีสู้ไปกับเธอ

“ฉันไม่ได้ทำเพื่อต้องการเอาชนะใคร แต่ฉันไม่อยากให้คุณลำบากใจเพราะฉัน ฉันอยากให้คุณมีความสุข”

“ขอบคุณนะโยทกาที่เข้าใจผม...คุณพร้อมจะสู้ไปกับผมไหม”

โยทกายิ้มกว้าง จับมือเขา “ไปด้วยกันนะคะ”

ooooooo

ผ่องเป็นเดือดเป็นร้อนกับคำสัมภาษณ์ของหลานชายคนเดียวมาก แต่ไม่ยอมแพ้ วางแผนจะร่วมมือ กับคุณหญิงละออง หาทางจับคู่ชัชรัณกับกิ่งกาญจน์ให้ได้

อาการป่วยของยายละมุดแย่ลงเรื่อยๆ โรคไต... โรคประจำตัวที่ไม่เคยได้รับการรักษาและปิดบังสองแม่ลูกมาตลอดเพราะไม่อยากเป็นภาระ แต่เวลานี้สถานการณ์ของโยทกาทำให้ยายละมุดตัดสินใจพูดกับผ่อง ในฐานะที่เธอก็เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ที่อยากให้ลูกหลานมีความสุข

ผ่องไม่อยากคุยด้วยแต่ยายละมุดไม่ท้อ ข่มอาการเจ็บปวดเพราะโรคร้าย ใช้นิทานพื้นบ้านเป็นตัวเตือนสติ

“พระลอ พระเพื่อน พระแพงน่าสงสารนะคะ โดนย่าใจร้ายใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้น สุดท้ายหลานๆก็ยอมตายเพื่อความรัก อิฉันล่ะสงสัยว่าย่ายายที่มันไม่เหลือลูกหลาน มันจะมีชีวิตอยู่ต่อยังไง...ว่าไหมคะคุณนาย”

“แต่ถ้าย่ายายต้องทนเห็นหลานเดินลงนรก มันก็ไม่รู้จะมีชีวิตต่อยังไงเหมือนกัน”

“ชีวิตใครชีวิตมันสิคะ รักเขาก็ต้องยอมให้เขามีความสุข”

“ฉันก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อหลานฉัน!”

“ถามเขาหรือยังคะว่ามันถูกต้องอย่างที่เขาอยากได้หรือเปล่า”

“ฉันไม่เคยทำผิด พวกเขาต่างหากที่หลงผิด!”

ผ่องโกรธจนหน้ามืด หวิดเป็นลม ถ้ายายละมุดจะไม่ช่วยพยุง แต่ไม่กี่อึดใจต่อมา ผ่องก็ต้องร้องลั่นบ้าน เมื่อจู่ๆยายละมุดก็เกิดอาการแน่นหน้าอก ทรุดฮวบต่อหน้าต่อตา!

ยายละมุดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น กรรณิการ์ฟูมฟาย ร้องไห้อย่างหนักเพราะกลัวสูญเสียมิตรแท้เพียงคนเดียวที่เธอนับถือเหมือนแม่แท้ๆ โยทกากลั้นน้ำตาสุดความสามารถ ไม่อยากเสียศูนย์ให้แม่เห็น แต่ชัชรัณก็รู้ทุกอย่าง และคอยเฝ้าไม่ให้เธอคลาดสายตา

อาการของยายละมุดเกินเยียวยาแล้ว หมอเลยออกจากห้องฉุกเฉินมาแจ้งให้ญาติทำใจ โยทกาพาแม่ไปลาเป็นครั้งสุดท้าย เธอขยับไปใกล้และยกมือไร้ความรู้สึกของยายละมุดแนบแก้ม กระซิบเบาๆที่ข้างหู

“ยายไม่ต้องห่วงแม่กับโยนะ โยจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด”

บอกลาเสร็จ โยทกาก็ตัดสินใจเซ็นอนุญาตให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ กรรณิการ์เสียใจมาก อาละวาดให้ลูกสาวคนเดียวเปลี่ยนใจ จนโยทกาต้องโพล่งออกไปเพื่อเตือนสติ

“แม่...ยอมรับความจริงเถอะนะแม่ ยายเขาไม่อยู่กับเราแล้ว”

กรรณิการ์ร้องไห้จนเป็นลม เถกิงต้องดูแลให้นอนพัก ก่อนจะมานั่งคุยกับโยทกา

“ยายแท้ๆของโยเสียตั้งแต่แม่ยังเด็ก แม่รักยาย เหมือนแม่แท้ๆ ยายเป็นครอบครัว เป็นบ้านให้เรากลับไป...”

“ลุงเข้าใจความรู้สึกนะ ในการสูญเสียคนที่เป็นที่รัก มันเป็นเรื่องยากจะทำใจได้ในเวลาอันสั้น”

โยทกาจะพาแม่กลับไปพัก ปล่อยให้เถกิงจัดการเรื่องย้ายศพยายละมุดและหาวัด แต่กรรณิการ์ไม่ยอม อยากรอหน้าห้องดับจิตเพื่อส่งยายละมุดเป็นครั้งสุดท้าย โยทกาอ่อนใจมากแต่ก็ขัดแม่ไม่ไหว เลยตัดสินใจอยู่เป็นเพื่อน

“โยอยากให้ยายไม่ต้องห่วงพวกเรา ยายจะได้ไปสวรรค์...คืนนี้เราจะอยู่เป็นเพื่อนยายด้วยกันนะแม่”

ooooooo

การจากไปของยายละมุดทำให้หลายคนในบ้านสะเทือนใจ ไม่เว้นแม้แต่ผ่องที่ได้คิดอะไรบางอย่างจากบทสนทนาครั้งสุดท้ายกับอีกฝ่าย คงมีเพียงเพ็ญศรีที่สะใจกว่าใคร และไม่รอช้าจะเฉลิมฉลองด้วยความยินดี

กรรณิการ์เดือดมาก ถลาไปผลักเพ็ญศรีล้มลง ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

“สันดานฉันมีหลายระดับแล้วแต่ใช้กับใคร แต่สำหรับคนตาต่ำ ปากชั่วอย่างคุณ บางครั้งการทำดีกับคนแบบคุณ คุณอาจจะไม่เข้าใจ เพราะดูแล้วระดับมันสมองของคุณ ดูแล้วไม่มีการพัฒนา แม้จะได้อยู่ในสถานที่ดีๆ”

“คนอย่างพวกแกต่อให้ชุบตัวแค่ไหนก็แค่สวะ...อีแก่นั่นมันเหนือกว่าฉันตรงไหน แค่แม่ค้าขนมจีนตลาดๆ”

โยทกาอดไม่ได้ โพล่งออกไป “แต่แม่ค้าคนนี้มีน้ำใจ เมตตากับทุกคน ไม่ว่าเขาไปที่ไหนก็มีแต่คนรัก คุณเคยนับไหมว่าตัวคุณมีใครอยากอยู่ใกล้บ้าง ถ้าไม่ใช้เงินฟาดหัว!”

เพ็ญศรีถึงกับผงะ และกรรณิการ์ก็ไม่รอช้าจะซ้ำ

“คนที่ไม่เคยมีน้ำใจ ให้โอกาสใครอย่างคุณ ไม่ได้ขี้เล็บของน้าละมุดเลยด้วยซ้ำ”

โยทกาเห็นอาการเพ็ญศรีก็สะใจและถือโอกาสสำทับ

“ยิ่งคุณพยายามเหยียบย่ำคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีมากเท่าไหร่ คนอย่างคุณมันก็ยิ่งน่าสมเพชมากเท่านั้น อย่าให้ฉันได้ยินคุณพูดจาเลวๆถึงยายฉันอีก

ไม่อย่างนั้น...คุณต้องกลับไปอยู่ตามกำพืดเดิมคุณที่บ้านเก่า...ไม่ใช่ที่นี่!”

เพ็ญศรีโกรธมาก แต่ไม่ยอมแพ้ เถกิงที่ทนฟังอยู่นานต้องออกมาช่วยภรรยากับลูกเลี้ยงสาว

“เธอไม่มีหน้าที่การงาน เกาะคุณท่านกินไปวันๆ สร้างปัญหาดิสเครดิตกระทบตำแหน่งของเจ้าชัช คิดว่าคุณท่านจะเลี้ยงคนไม่มีค่าอย่างเธอไว้อีกนานเท่าไหร่ล่ะเพ็ญศรี”

ท่าทางเอาจริงของเถกิงทำให้เพ็ญศรีร้อนรน แต่ยังไม่หมดฤทธิ์ เถกิงเลยต้องขู่เสียงเข้ม

“เลิกสร้างเรื่อง ก่อปัญหาได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน...ออกไปซะ!”

แม้เถกิงจะกำราบเพ็ญศรีไม่ให้ยุ่งกับภรรยาและลูกเลี้ยงสาวได้ แต่กรรณิการ์ก็ไม่เชื่อว่าเพ็ญศรีจะยอมหยุดแค่นี้ และก็จริงดังคาด ผ่องเป็นรายต่อมาที่เพ็ญศรีคิดจะเสี้ยม

มาลัยได้ยินเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวของเพ็ญศรีที่ถูกกรรณิการ์ โยทกาและเถกิงขับไล่จากบ้านแล้วเซ็งมาก และอดไม่ได้จะขัด เพราะไม่อยากให้ผ่องกลายเป็นเครื่องมือล้างแค้นของเพ็ญศรี

เพ็ญศรีเจ็บใจมากที่ถูกรู้ทัน โต้กลับแบบไม่ไว้หน้า “กิ้งก่า...มันก็ต้องเปลี่ยนสีเข้าข้างคนที่ซื้อตัวมันสิคะ พวกมันบ้าอำนาจจะไล่ศรีออกจากบ้าน ทั้งที่ศรีเป็นญาติเป็นคนสนิทของคุณท่าน”

ผ่องถอนใจยาวให้กับความโง่แล้วอวดฉลาดของเพ็ญศรี

“ความสัมพันธ์ที่ยาวนาน มันไม่ได้ช่วยให้การกระทำโง่ๆของเธอถูกต้องในสายตาของฉันเสมอไปหรอกนะ บางที...ที่ไอ้กาฝากเถกิงมันพูดก็น่าคิดนะว่าฉันควรจะเลี้ยงคนอย่างเธอไว้อีกนานแค่ไหน”

เพ็ญศรีชะงัก ตั้งท่าจะเถียงเต็มที่ แต่ก็ถูกผ่องดักคอและตัดบท

“ฉันจะฟังเรื่องเกี่ยวกับตาชัชเท่านั้น ส่วนปัญหาที่หล่อนก่อ...ถ้ามันมากขึ้นเรื่อยๆ หล่อนจะไม่เหลืออะไรเลย!”

ooooooo

งานศพของยายละมุดถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ญาติสนิทมิตรสหายจากชุมชนมีสุขก็แวะเวียนมาไม่ได้ขาด แสดงถึงความมีจิตใจดีของผู้ตายในช่วงยังมีชีวิต

โยทกาเสียใจมากแต่ต้องพยายามเก็บอาการ เป็นหลักให้แม่ยึดยามไม่เหลือใคร กิ่งกาญจน์เข้าใจความรู้สึกเธอดี แต่ก็มีบางอย่างที่สำคัญต้องถาม

กิ่งกาญจน์เป็นลูกสาวของหลวงพ่อกอบ เธอมีภารกิจสำคัญที่รับปากพ่อแท้ๆไว้ จะตามหาพี่สาวคนละแม่ที่หายตัวไปตั้งแต่เธอยังเด็ก และเวลานี้เธอก็สืบจนรู้ว่ากรรณิการ์หรือชื่อเก่าอัญชลิการ์คือคนคนนั้น

โยทกาถูกเรียกตัวมาถามในเช้าวันหนึ่ง และคำถามถึงภูมิหลังของแม่ก็ทำให้เธอหัวเสีย

“โยชื่นชมคุณกิ่งในหลายเรื่อง และเชื่อว่าคุณหวังดีกับโยและแม่ แต่ความเชื่อครั้งนี้มันคงเป็นความเชื่อผิดๆ”

กิ่งกาญจน์หน้าเสีย ตั้งท่าจะอธิบายความจริง แต่โยทกาก็ไม่ยอมฟัง “ถ้าพวกคุณอยากจะรู้เรื่องแม่โย...ถามคุณละอองดูสิคะ จากเรื่องที่งานเมื่อวันก่อน โยว่าคุณละอองน่าจะรู้เรื่องแม่โยมากพอสมควร”

“คุณโย...อย่าเข้าใจผิดนะคะ กิ่งไม่ได้คิดจะขุดคุ้ย...คือกิ่ง...”

“ขอโทษด้วยนะคะที่โยไม่สะดวกจะตอบคำถามของคุณ บ่ายนี้โยยื่นใบลากับทางฝ่ายบุคคลแล้วนะคะ โยต้องไปส่งยายเป็นครั้งสุดท้าย ขอโทษด้วยนะคะ โยต้องขอตัวก่อนค่ะ”

โยทกาผละไปแล้ว ทิ้งกิ่งกาญจน์ให้นั่งกลุ้มใจ ก่อนจะนำข้อมูลและภาพถ่ายทั้งหมดไปหาหลวงพ่อกอบ พร้อมกับกุสุมา ที่อดเครียดแทนเพื่อนสาวรุ่นพี่ไม่ได้ เพราะเชื่อแน่ว่าโยทกากับกรรณิการ์ต้องไม่เชื่อเรื่องนี้แน่...

การจากไปของยายละมุดไม่ได้สร้างความเสียใจให้แค่คนใกล้ชิด หลิวเด็กในบ้านวริศรักษ์และเครื่องมือระบายอารมณ์ของเพ็ญศรีก็สะเทือนใจไม่แพ้คนอื่น เพราะยายละมุดเป็นคนเดียวที่ไม่ด่า แถมคอยทายาแผลที่ถูกเพ็ญศรีทำร้ายมาตลอด และวันนี้หลิวก็ทนคิดถึงยายละมุดไม่ไหว ต้องแอบไปนั่งร้องไห้ในห้องของยาย

เสียงร้องไห้ทำให้ใครหลายคนในบ้านเข้าใจผิด โยทกาเลยถูกเรียกตัวมาดู แล้วเลยได้ค้นพบความลับว่ายายละมุดรู้ตัวมานานว่าป่วยแต่ไม่ยอมรับการรักษา ซื้อแต่ยาบรรเทาอาการปวดเท่านั้น

โยทกาเสียใจมากที่ไม่ได้ดูแลยายละมุดอย่างดีที่สุด หนีไปนอนพักใจที่คอนโดเซมกับเจนจันทร์ ก่อนจะหายตัวไปแต่เช้าเพื่อเก็บกระดูกของยายไปลอยอังคารที่บ้านเกิด ชัชรัณเพียรโทร.หาเธอตั้งแต่เมื่อคืนแต่เธอไม่รับสาย จนกระทั่งตามตัวเธอเจอที่วัด เลยอาสาจะพาไปบ้านเกิดของยายละมุดเอง

ชัชรัณพาโยทกามาลอยอังคารที่บ้านเกิดยายละมุดในเวลาต่อมา ท่าทางเศร้าซึมของเธอทำให้เขาใจไม่ดี เป็นห่วงและอยากให้เธอกินข้าวบ้าง แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธ เอาแต่นั่งที่ท่าน้ำและพูดถึงเรื่องเก่าๆ

“ยายเคยบอกว่าตอนเด็กๆ ยายชอบเข้าไปเดินในป่าแถวบ้าน ว่ายน้ำเล่นริมแม่น้ำ หน้าฝนป่าเขียว หน้าหนาวก็อากาศดี ยายมีความสุขมากเลยนะ”

“แล้วทำไมถึงเข้าไปอยู่กรุงเทพฯล่ะ”

“ยายอยากเล่นลิเก...พอได้เป็นนางเอกก็กลับมาหาครอบครัว แต่พ่อแม่ยายก็เสียชีวิตแล้ว ยายเลยอยู่คนเดียว พอเล่นลิเกไม่ไหวก็มาขายขนมจีนแล้วก็รับเลี้ยงเด็กในชุมชน ฉันก็เลยได้เจอยาย...ฉันตั้งใจจะพายายกลับมาเที่ยวที่นี่”

น้ำเสียงสั่นเครือของเธอทำให้ชัชรัณสงสารจับใจ พยายามปลอบให้ทำใจ แต่โยทกาก็สะเทือนใจมาก เอาแต่ร่ำไห้ ไม่ยอมกินอะไรจนชัชรัณเป็นห่วงและเป็นกังวล

ooooooo

กรรณิการ์ติดต่อลูกสาวไม่ได้ โยทกาไม่ยอมรับสาย เธอเลยบุกไปตามถึงออฟฟิศ กิ่งกาญจน์เลยอาสาช่วยตามหาและถือโอกาสนี้พาเธอไปหาหลวงพ่อกอบ โดยมีกฤตนัยที่รู้เรื่องจากกุสุมาช่วยอีกแรง

เมื่อกรรณิการ์รู้ว่าถูกหลอกพามาวัด แถมถูกตั้งคำถามว่า รู้จักหลวงพ่อกอบหรือชื่อเดิมก่อนบวช...

นายกอบ อินสม หรือไม่ ก็จะผละหนี ไม่อยากรับรู้เรื่องใดๆ เกี่ยวกับพ่อแท้ๆ แต่กิ่งกาญจน์ไม่ยอม โพล่งออกไป

“กิ่งเป็นลูกพ่อกอบค่ะ...กิ่งเป็นลูกพ่อกอบกับแม่จันทร์ คุณจำได้ไหม แม่จันทร์ อินสม...กิ่งเป็นน้องสาวคุณ”

“ฉันไม่มีน้องสาว”

กฤตนัยเห็นท่ากรรณิการ์จะไม่ยอมรับแน่ เลยช่วยยืนยัน

“กิ่งพูดความจริงนะครับคุณกรรณ คุณกรรณฟังพวกเราก่อนได้ไหมครับ”

“ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังเล่นอะไร แต่ฉันไม่สนุกด้วย!”

แหวจบก็สะบัดหน้าหนี หลวงพ่อกอบที่ยืนฟังอยู่นานเลยออกมาขวาง กรรณิการ์อึ้งมาก ก่อนจะรวบรวมสติได้ ประกาศลั่นว่าเธอคือกรรณิการ์ อรุณชาติ เป็นกำพร้าและไม่มีญาติพี่น้อง นอกจากโยทกาลูกสาวคนเดียว...

แยกจากพวกกิ่งกาญจน์มาได้ กรรณิการ์ก็พยายามโทร.หาลูกสาวเพื่อบอกเรื่องกิ่งกาญจน์ แต่โยทกาก็ไม่รับสาย มัวนั่งเหม่อลอยริมแม่น้ำในรีสอร์ตบ้านเกิดยายละมุด โดยมีชัชรัณตามประกบ

“ฉันอยากเห็นว่าบ้านเกิดยายเป็นยังไง ฉันเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกก็เลยอยากมาสำรวจ เมื่อก่อนเวลาแม่ออกไปทำงาน ยายจะให้ฉันนอนตักแล้วก็เล่าเรื่องยายตอนเด็กๆที่อยู่ที่นี่ให้ฉันฟังเสมอ”

ชัชรัณสงสารเธอจับใจ ตั้งท่าจะปลอบ แต่ก็ถูกเธอดักคอ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...ยายสอนฉันเสมอว่าทุกข์แค่ไหนก็ช่างหัวมัน เมื่อพรุ่งนี้มาถึง...ทุกอย่างจะเป็นเรื่องธรรมดา”

“คุณโชคดีกว่าผมนะ...อย่างน้อยคุณก็ไม่โดดเดี่ยว คุณมีแม่ มียายที่รักคุณ ให้อิสระ สนับสนุนคุณทุกอย่าง สิ่งที่คุณทำให้พวกเขามันดีที่สุดแล้ว”

คำว่าดีที่สุดทำให้โยทกาสะเทือนใจมาก ปมเก่าที่ไม่รู้เรื่องยายละมุดป่วย ทำให้เธอระเบิดอารมณ์

“ดีที่สุดแล้ว...ถ้าฉันดี วันนี้ยายต้องอยู่กับฉันตรงนี้... ที่นี่! ถ้าฉันดี...ฉันจะต้องรู้ว่ายายป่วย ทั้งที่ฉันบอกว่าฉันจะดูแลยาย แค่พายายกลับบ้านฉันยังทำไม่ได้เลย!”

“คุณพาคุณยายกลับมาบ้านเกิดตามที่สัญญากับท่านแล้ว”

“พาเถ้ากระดูกยายมาจะมีประโยชน์อะไร ยายเดินเล่น กินของอร่อย นอนนับดาวกับฉันไม่ได้แล้ว ทั้งที่ฉันสัญญาว่าจะดูแล จะเลี้ยงยาย แต่ฉันไม่ได้ทำสักอย่าง ยายบอกว่าอยากกลับบ้าน อยากเดินเล่นที่ริมแม่น้ำ อยากกลับมาสักครั้งก่อนจะไม่มีโอกาส เรื่องแค่นี้ฉันยังทำไม่ได้ ฉันเป็นหลานที่ห่วย! ยายจ๋า...โยขอโทษ...กลับมาหาโยได้ไหม”

โยทกาคร่ำครวญถึงยายละมุดในแบบที่ใครไม่เคยเห็น ชัชรัณต้องปลอบประโลมไม่ห่าง โดยไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ...กรรณิการ์กำลังจะเป็นบ้า เพราะลูกสาวคนเดียวไม่รับสาย เถกิงที่รู้เรื่องทั้งหมดจากภรรยาอดแปลกใจไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดโยทกาจึงต้องรู้เรื่องกิ่งกาญจน์ด่วนขนาดนี้

“ทำไมคุณต้องร้อนใจขนาดนี้ การที่กิ่งกาญจน์เป็นน้องคุณ เป็นน้าของหนูโยมันเป็นเรื่องที่รอบอกได้”

“รอไม่ได้ค่ะ เพราะฉันไม่อยากให้โยกับกิ่งต้องถูกตราหน้าว่าน้าหลานแย่งผู้ชายคนเดียวกัน!”

ooooooo

โยทกาไม่ได้รับสายแม่จนแล้วจนรอด มัวฟูมฟายด้วยความเสียใจสุดขีดที่ไม่ได้ดูแลยายละมุดก่อนตาย ชัชรัณต้องปลอบแกมขู่ให้กินข้าว กลัวจะเป็นลมเป็นแล้ง โยทกาเลยยอมกินแบบขอไปที

“คุณกลับไปเถอะ เดี๋ยวฉันกลับเองได้”

“ไม่! ผมจะไม่ไปไหน คุณมีผมนะ...ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะอยู่ข้างคุณ ผมจะไม่ทิ้งคุณไว้คนเดียว”

“ได้เหรอคะ...มันเป็นไปได้เหรอคะ”

“ได้สิ...ถ้าเรา...รักกัน”

ชัชรัณยิ้มหวานปลอบใจ ก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าไปใกล้ แต่โยทกาก็ผลักเขาออก “แต่มันเป็นไปไม่ได้ ยายของคุณ แม่ของฉัน แล้วยังคุณกิ่งที่เขารักคุณ ฉันไม่อยากทำร้ายความรู้สึกคุณกิ่งเพราะความเห็นแก่ตัวของฉัน!”

“ถ้าอย่างนั้นเราก็จบกันแค่นี้ ถ้าคุณไม่รักผม...ผมจะไปจากชีวิตคุณเดี๋ยวนี้”

พูดพลางขยับไปใกล้ โยทกานิ่งเสียจนเขาใจไม่ดี

“ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกเหมือนกับที่ผมรู้สึก...ผมก็พร้อมจะไป พูดสิโย...พูดว่าคุณไม่รักผม”

โยทกาไม่พูดอะไร ชัชรัณช้ำใจมาก หมุนตัวหนีเพราะศักดิ์ศรีก่อนจะอึ้งเมื่อถูกกอดจากด้านหลัง สัมผัสอ่อนหวานเต็มไปด้วยความรักของเธอทำให้ชัชรัณทนใจแข็งไม่ไหว หันมากอดตอบ พลางสารภาพความในใจข้างหู

“โยทกา...ผมรักคุณ”

ค่ำคืนของโยทกากับชัชรัณเต็มไปด้วยความสุขและความลึกซึ้ง ชัชรัณปลุกคนรักหมาดๆแต่เช้า ก่อนจะกระเซ้า

“ผมนอนเฝ้าคุณทั้งคืน กลัวคุณหนีผม ต่อไปห้ามหนีไปไหนนะ เพราะคุณบอกรักผมแล้ว”

“ฉันไม่เคยพูด...”

“แต่ยอมรับไหมว่า...รัก...ว่าไง”

โยทกาเขินมาก ไม่ยอมรับว่ารักเขาหมดหัวใจ ชัชรัณแกล้งบังคับ เธอเลยหนีไปอาบน้ำ...สองหนุ่มสาวคู่รักหมาดๆนั่งทานข้าวเช้าท่ามกลางบรรยากาศดีๆหลัง จากนั้น ก่อนที่โยทกาจะลับสายตาจากใครบางคนและปลีกตัวกลับกรุงเทพฯทันที โดยทิ้งชัชรัณที่ผละไปเอามือถือในห้องให้กลับตามลำพัง

ชัชรัณร้อนใจมาก พยายามโทร.หาแต่โยทกาก็ไม่รับสาย มัวรับมือกับคุณหญิงละออง เจ้าของสายที่โทร.แจ้งข่าวน่าตกใจว่ากิ่งกาญจน์เป็นน้าแท้ๆ น้องสาวคนละแม่ของเธอ!

“ฉันคิดว่าเธอจะไม่กล้ามาซะแล้ว”

“ทำไมฉันจะต้องไม่กล้าด้วยล่ะคะ”

“ฉันรู้มาว่าเธอพยายามจะถีบตัวเองให้สูงขึ้นจากกำพืดต่ำๆ ทั้งเรียน ทำงาน แล้วก็...เอาตัวเข้าแลก”

“ดีนะคะที่ดิฉันรู้จักคุณกิ่งก่อน ไม่อย่างนั้นคงเชื่อไม่ลงว่าคุณกิ่งเป็นคนดี เพราะคนโบราณท่านสอนไว้ว่าดูนางให้ดูแม่ แต่ที่ฉันเห็นคุณกิ่งกับคุณมันต่างกันลิบลับเลยค่ะ”

“ที่เธอเข้าใจมันถูกแล้ว ลูกเลี้ยงกับแม่เลี้ยงจะนิสัยเหมือนกันได้ยังไง...จริงไหม”

โยทกานิ่วหน้า ก่อนที่คุณหญิงละอองจะให้ความกระจ่างว่ากิ่งกาญจน์เป็นลูกสาวบุญธรรม และครอบครัวแท้จริงของกิ่งกาญจน์ก็คือหลวงพ่อกอบ...พ่อแท้ๆและกรรณิการ์...พี่สาวคนละแม่

“คุณโกหก คิดจะปั่นหัวฉันใช่ไหม”

“ฉันรู้ว่าคำโกหกมันใช้ทิ่มแทงคนอย่างเธอไม่ได้หรอก มันต้องความจริงเท่านั้น!”

ooooooo

คุณหญิงละอองฉวยประโยชน์จากความลับของกิ่งกาญจน์เป็นลูกสาวแท้ๆของหลวงพ่อกอบ และกรรณิการ์หรือชื่อเดิมอัญชลิการ์คือพี่สาวคนละแม่ และโยทกาก็พอเข้าใจเจตนาอีกฝ่ายดี แต่ยังอยากถามเพื่อความแน่ใจ

“ไปให้พ้นจากชัชรัณ กิ่งรักชัชรัณมาก่อนเธอ”

“คุณออกหน้าเพราะหวังดีหวงแทนคุณกิ่ง หรือห่วงว่าจะเสียผลประโยชน์กันแน่”

“เวลาเป็นเพื่อน...กิ่งกาญจน์ก็ดีกับเธอมาก นี่เป็นญาติกัน เธอไม่ละอายบ้างเหรอจะแย่งผู้ชายกับน้าตัวเอง”

“ฉันขอบคุณในความหวังดีที่พยายามจะแยง...ฉันหมายถึง...ประสานให้เรื่องมันเลวร้ายตามทางถนัดของคุณ”

“โยทกา...ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของหล่อน!”

“คนอย่างคุณเป็นเพื่อนเล่นใครไม่ได้หรอกค่ะ เป็นได้อย่างเดียวคือ...”

“คิดจะเป็นศัตรูกับฉันใช่ไหม!”

“หมดธุระแล้วใช่ไหมคะ ดิฉันขอตัว”

พูดจบก็ผละไป ก่อนจะต้องชะงัก เมื่อคุณหญิงละอองท้าทายไล่หลัง

“ฉันจะรอดูว่าน้าสาวกับหลานสาวแท้ๆเปิดศึกแย่งผู้ชายคนเดียวกันครั้งนี้...ใครจะชนะ!”

ชัชรัณเป็นห่วงโยทกามาก กระหน่ำโทร.หาจนในที่สุดเธอก็รับสาย โยทกาไม่อยากเล่าเรื่องแม่กับน้าสาวแท้ๆ ได้แต่บ่ายเบี่ยงขอจัดการปัญหาด้วยตัวเอง ชัชรัณตามใจแต่ย้ำให้เธอรีบกลับบ้านเพราะเขาคิดถึง

เถกิงได้อ่านบทสัมภาษณ์ของชัชรัณเรื่องโยทกาเป็นคนรัก ก็มั่นใจว่าลูกชายต้องจริงจัง แต่กระนั้นก็ยังไม่สบายใจ ระแวงว่าลูกชายอาจเล่นละครตบตา หลอกโยทกาให้รักแล้วตีจากเพื่อล้างแค้นเขากับกรรณิการ์

“เรื่องที่แกให้สัมภาษณ์...รู้ตัวใช่ไหมว่าทำอะไรลงไป”

“ผมคิดก่อนทำเสมอ”

“แต่แกกำลังทำลายชีวิตของโยทกา อารมณ์ชั่ววูบของแกที่ทำลงไปทุกอย่าง จะทำให้โยทกาอยู่บ้านนี้ไม่ได้”

“ถ้าผมต้องการ เขาก็ต้องอยู่”

ท่าทางกวนประสาท น้ำเสียงยียวนของลูกชายทำให้เถกิงไม่ไว้ใจ

“แกทำไม่ได้หรอกชัช ไม่มีใครขัดใจคุณท่านได้”

“คนอ่อนแออย่างพ่อก็ทำได้แค่ท้อแต่ไม่เคยลงมือทำ ยอมแพ้ หนีปัญหา ผมจะไม่ยอมเป็นเหมือนพ่อ”

“แกพูดเหมือนแก...รักโยทกา ถ้าแกไม่ได้รักเขาก็อย่าหลอกให้เขาต้องเจ็บปวด”

“โยทกาจะเสียใจหรือเจ็บปวด มันเกี่ยวอะไรกับพ่อด้วย”

“โยทกาคือความภูมิใจของคุณกรรณ หนูโยไม่ควรเป็นเหยื่อความใจร้ายของแก”

“โยทกาเป็นเหยื่อความเห็นแก่ตัวของพ่อต่างหาก ผมชอบจริงๆที่เห็นพ่อดิ้นรน...เจ็บปวดที่ต้องเสียหน้าเพราะไม่มีปัญญาปกป้องโยทกา ลูกสาวของผู้หญิงของพ่อ”

“แกจะไม่หยุดใช่ไหม”

“ตอนนี้ต่อให้พ่อจะพยายามมากแค่ไหน โยทกาก็ไม่มีวันไปจากผม!”

“พ่อจะทำทุกทางที่จะทำให้แกวางมือจากโยทกา”

ชัชรัณสบตาพ่ออย่างท้าทาย ตอกแบบไม่ไว้หน้า “เหมือนที่คุณยายเคยทำกับพ่อ...แล้วพ่อก็แพ้ แต่ผมจะไม่เป็นคนขี้แพ้เหมือนพ่อ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ผมได้มันมาแล้ว ผมจะไม่ยอมเสียมันไป”

“เลิกไร้สาระสักที คุณกรรณรักหนูโยมาก แกไม่ควรดึงคนอื่นเข้ามายุ่ง หยุดทำเรื่องบ้าๆนี่สักที”

“พ่อรู้ไหม...การโดนทำร้ายมันอาจเจ็บปวด แต่มันไม่เจ็บเท่าเราเห็นคนที่เรารักเจ็บปวด แต่เราช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย วันที่แม่ร้องไห้แต่ผมทำอะไรไม่ได้ มันเจ็บปวดแค่ไหน วันที่ผู้หญิงของพ่อต้องร้องไห้ พ่อต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าผม!”

ooooooo

โยทกาตัดสินใจตามหาความจริงเรื่องแม่ โดยใช้ หลักฐานจากกิ่งกาญจน์ และเรื่องเล่าของหลวงพ่อกอบ

“โยมกรรณิการ์คงยังไม่ยอมอภัยให้อาตมาสินะ”

“แม่รู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ตั้งแต่โยเกิดก็เห็นแม่ใช้ชีวิตอย่างลำบากแต่แม่ก็สู้เพื่อเลี้ยงโย แผลในใจของแม่มันคงไม่หายเพียงแค่คำขอโทษหรอกค่ะ ขอโทษนะคะที่ต้องพูดตรงๆ เพราะแม่พูดเสมอว่าครอบครัวแม่มีแค่โย”

กิ่งกาญจน์รู้สึกผิดมาก และอยากขอให้โยทกาช่วยพูดกับกรรณิการ์

“ตัวโยเองตอนนี้ยังมึนๆอยู่เลยค่ะ โยบอกตัวเองมาตลอดว่าไม่มีญาติพี่น้อง แล้วจู่ๆคุณกิ่งก็เป็นน้าของโย มีหลวงตา โยยังตั้งรับเรื่องนี้แทบไม่ทัน แล้วแม่ที่พยายามวิ่งหนีอดีตมาตลอด...คงไม่ยอมรับเรื่องนี้ง่ายๆ”

“เพราะพี่กรรณยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด ถ้าคุณโยยอมช่วย กิ่งเชื่อว่าพี่กรรณต้องยอมเข้าใจหลวงพ่อแน่ๆค่ะ”

หลวงพ่อกอบเห็นสีหน้าลำบากใจของโยทกาก็เข้าใจดี ขอให้กิ่งกาญจน์ทำใจ แค่ได้รับรู้ว่ากรรณิการ์มีชีวิตที่ดี มีครอบครัวและลูกสาวดูแลไปตลอดชีวิต หลวงพ่อก็ยินดีมากแล้ว

“หลวงพ่อคะ...พี่กรรณิการ์ควรจะได้รู้ว่าหลวงพ่อห่วงพี่เขามากแค่ไหน”

“อาตมาขอบใจโยมกิ่งมากที่ตามหาโยมกรรณิการ์จนเจอ อาตมาพอใจเท่านี้ โยมกิ่งไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้วนะ”

กิ่งกาญจน์พาโยทกามานั่งคุยเปิดใจที่ท่าน้ำในชุมชนมีสุข บอกเล่าเรื่องราวในอดีต โดยเฉพาะความเข้าใจผิด ของเธอกับหลวงพ่อกอบที่คิดว่ากรรณิการ์ตายแล้ว หลวงพ่อ เลยตัดสินใจออกบวชเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้

โยทกาเข้าใจความรู้สึกทุกคนดี ส่วนตัวไม่ได้ถือโทษโกรธใคร แต่คิดว่าเรื่องนี้คงเป็นปมฝังใจของแม่ และกรรณิการ์คงต้องการเวลาจะทำใจและยอมรับความจริงให้ได้...ซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่

กิ่งกาญจน์ยอมรับเรื่องให้เวลากรรณิการ์ แต่สำหรับโยทกา เธออยากให้หลานสาวหมาดๆยอมรับความจริง โดยเฉพาะเรื่องชัชรัณ โยทกาถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อจู่ๆน้าสาวก็ถามตรงๆ

“คุณโยรักชัชใช่ไหมคะ...คำถามนี้มันเกิดจากสิ่งที่กิ่งเห็นมาตลอด ผู้หญิงเก่ง แกร่ง สู้ทุกปัญหาอย่างคุณโย คงไม่ให้ชัชจูงมือให้เดินตามง่ายๆถ้าคุณไม่ยอม”

“มันมีเหตุผลนะคะ”

“ผู้หญิงมีเหตุผลเดียวจะสู้กับทุกปัญหา และพร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้ชายคนหนึ่ง เหตุผลนั้นคือรัก...แล้วมันก็เป็นเหตุผลเดียวที่ผู้หญิงอีกคนหนึ่งยินดีที่จะเห็นผู้ชายที่รักมีความสุข แม้ว่าที่ยืนข้างๆผู้ชายคนนั้นจะไม่ใช่เราก็ตาม”

แววตาจริงใจของกิ่งกาญจน์ ทำให้โยทกายิ่งรู้สึกผิด อยากอธิบายเหตุผล แต่ก็ถูกดักคอ

“ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือเป็นครอบครัวเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์นั้นยังสวยงามคือความจริง กิ่งยอมรับความจริงได้แต่กิ่งยอมรับการโกหกไม่ได้...โกหกอีกฝ่ายหรือแม้แต่โกหกตัวเราเอง คุณโยต้องเลือกแล้วล่ะค่ะว่าจะรักษาความสัมพันธ์ของเราไว้หรือเปล่า”

โยทกาจนด้วยเหตุผลจะโต้แย้ง ตัดสินใจยอมรับความจริงอย่างสงบ

“โยพยายามจะหยุด...แต่โยก็ทำไม่ได้ โยขอโทษนะคะคุณกิ่ง โยไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้”

“ทุกคนมีสิทธิ์จะรักค่ะ ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็มีสิทธิ์จะรักชัชทั้งนั้น มันไม่สำคัญว่าใครรักชัชบ้าง แต่มันสำคัญว่าคนที่ชัชรักคือใคร...วันนี้ชัชเขาเลือกคุณแล้ว”

“แต่ถ้าไม่มีโยเข้ามาแทรก คุณกิ่งกับคุณชัชคง...”

“งั้นกิ่งขอชัชคืนได้ไหมคะ...”

ooooooo

เถกิงหนักใจเรื่องชัชรัณมาก แต่ก็แอบโล่งใจ เพราะมั่นใจจากท่าทีที่เห็นว่าลูกชายคงรักโยทกาด้วยใจจริง แต่เพื่อพิสูจน์เลยขอร้องให้ภุชงค์ช่วยด้วยการแกล้งจีบโยทกา ภุชงค์ซึ่งตัดใจนานแล้วเพราะรู้ว่าชัชรัณกับโยทการักกัน ตอบตกลงเพราะเห็นแก่ความสุขในอนาคตของเพื่อนสาวแสนดีอย่างโยทกา

ชัชรัณยังไม่รู้เรื่องแผนของพ่อ แต่เพื่อความรัก เขาตัดสินใจจะแต่งงานกับโยทกา ผ่องรู้เรื่องก็ปรี๊ดแตก

“ไม่ได้นะชัช โยทกาไม่มีอะไรเหมาะสมกับชัชสักอย่าง ฐานะ ชาติตระกูล มันส่งเสริมชัชไม่ได้!”

“แต่เขาทำให้ผมมีความสุข”

“ยายไม่อนุญาต”

“ผมแค่แจ้งให้ทราบครับ”

“ยายไม่มีวันยอมรับมันเด็ดขาด!”

ชัชรัณไม่ยี่หระท่าทางขัดขืนของยาย ต่างจากโยทกาที่พูดไม่ออกเมื่อถูกกิ่งกาญจน์คาดคั้นเรื่องขอชัชรัณคืน

“ถ้าคุณโยไม่อยู่ซะคน สักวันชัชก็ต้องใจอ่อนกับกิ่ง คุณโยยอมไปจากชัชตามที่กิ่งขอได้ไหมคะ”

“โย...สัญญาว่าโยจะอยู่ข้างเขา”

“ชัชขอให้คุณอยู่ข้างเขาเหรอคะ”

โยทกาไม่ตอบคำถามนั้น กิ่งกาญจน์เลยมั่นใจว่าเป็นความจริง

“ตั้งแต่กิ่งรู้จักชัชมา ชัชไม่เคยเปิดใจให้ใครอยู่เคียงข้างเขาแม้แต่คุณยายผ่อง กิ่งพยายามจะเข้าใจแต่ไม่เคยเข้าถึงความคิดชัชเลยสักครั้ง ถ้าการได้อยู่กับคุณโยคือความสุขของชัช...กิ่งก็ยินดีค่ะ”

“แล้ว...ความสุขของคุณกิ่งล่ะคะ”

“ความสุขของชัชคือความสุขของกิ่งค่ะ ถ้าคุณโยอยากให้กิ่งมีความสุข...ช่วยอยู่ข้างเขาด้วยนะคะ”

โยทการู้สึกผิดมาก ตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ก็ถูกดักคอ “ที่คุณโยต้องรู้...คือผู้หญิงตระกูลอินสม...แข็งแกร่งทุกคน ทั้งพี่กรรณิการ์ คุณโย ดังนั้นกิ่ง...เป็นน้าของคุณโยก็ต้องเข้มแข็งเหมือนกัน”

“โยทำให้คุณเสียใจ”

“อยู่กับความเสียใจ...หมายความว่าเราอยู่กับความจริง ที่เราต้องยอมรับ มันไม่ทรมานเท่ากับอยู่กับความหวัง ที่ไม่มีวันเป็นจริง ขอบคุณนะคะที่ทำให้กิ่งเลิกหวังได้สักที...อย่ารู้สึกผิดกับกิ่งอีกเลยนะคะ ความรักมันต้องมีการตอบรับทั้งสองฝ่าย วันนี้ชัชเขาเลือกแล้ว กิ่งเคารพ ในการตัดสินใจของเขา...”

เพ็ญศรีรับมอบหมายจากผ่องให้ดูแลเรื่องที่ดินให้เช่าในชุมชนมีสุข แต่เพราะโกรธแค้นที่ถูกถากถางและดูถูกมาตลอด เลยแอบขึ้นค่าเช่าและดึงส่วนต่างเป็นของตัวเองไว้เป็นทุนเพื่อหนีออกจากบ้านวริศรักษ์ในอนาคต

เรื่องเพ็ญศรีโก่งราคาค่าเช่า ผ่องไม่ได้รับรู้ด้วย และเมื่อเพ็ญศรีมาบอกเรื่องมีคนอยากขอซื้อที่ก็ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี เพราะอยากทำตามสัญญาของสินีลูกสาวคนเดียว จะเก็บที่ดินในชุมชนมีสุขเป็นทานให้พวกชาวบ้าน

เพ็ญศรีเจ็บใจมากที่แผนลวงซื้อที่ดินจากผ่องไม่เป็นผล แถมถูกด่าแบบไม่ไว้หน้า ทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดจะต้องออกจากบ้านวริศรักษ์ให้ได้...และเธอจะไม่ยอมไปตัวเปล่า!

ooooooo

คำขอร้องของกิ่งกาญจน์ทำให้โยทกาลองพูดกับแม่ แต่กรรณิการ์ก็ไม่ยอมรับความจริง ความเจ็บปวดในอดีตฝังใจจนลืมไม่ลง โยทกาสงสารแม่ แต่ก็อยากให้แม่อภัย กรรณิการ์ก็รู้ดีแต่ยังไม่พร้อมจะรับความจริง

“ครอบครัวของแม่มีแค่โยคนเดียวเท่านั้น...เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก!”

โยทกาหนักใจความใจแข็งของแม่มาก เมื่อกลับเข้าห้องก็ต้องเจอชัชรัณเว้าวอนอีก หลังจากเปิดใจ เขาก็ไม่ลังเลจะแสดงความรักกับเธออย่างเปิดเผย จนเธออดหวั่นไม่ได้

“เกิดขึ้น...ตั้งอยู่...มันก็ต้อง...ดับไป...ในสักวัน ยายสอนฉันเสมอค่ะว่าอย่ายึดติด เพราะชีวิตมันไม่เที่ยง”

“ผมก็ไม่ยึดอะไรมากแค่ตื่นมาเจอคุณคนแรก เห็นคุณเป็นคนสุดท้ายก่อนนอน...ผมก็พอใจแล้ว”

โยทกาปลื้มใจที่เขาแสดงความรักแต่เรื่องแม่ก็ทำให้ยิ้มไม่ค่อยออก แต่ชัชรัณก็ยังไม่ผิดสังเกต ประกาศด้วยความยินดีว่าเขาบอกผ่องแล้วว่าจะแต่งงานกับเธอ

“คุณไม่ต้องห่วงนะ ถ้าท่านไม่ยอม เราจะย้ายออกจากที่นี่...ไปอยู่ที่เชียงรายดีไหม อาจต้องไปๆมาๆ แต่ผมว่ามันคุ้ม เราสองคนช่วยกันพัฒนาที่โน่นแบบเต็มเวลา คุณต้องทำงานน้อยๆเพราะต้องทุ่มเทเวลาให้กับ...ลูกของเรา”

ชัชรัณพูดถึงอนาคตที่วางแผนไว้ด้วยสีหน้าแช่มชื่น จนโยทกาพูดไม่ออก แม้จะอยากทำตามฝันของเขา แต่ก็ไม่แน่ใจอนาคตตัวเองว่าจะทำตามนั้นได้หรือไม่...

หลังพาโยทกาไปหาหลวงพ่อกอบและพูดเปิดใจกัน กิ่งกาญจน์ก็กลับบ้านพร้อมหัวใจแหลกสลายที่รู้ว่าต้องสูญเสียชัชรัณจริงๆ กฤตนัยรออยู่แล้วด้วยความเป็นห่วง แล้วก็ถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินเรื่องราวจากเธอ

“ชัช...ขอให้คุณโยอยู่ข้างเขา...ไม่ใช่กิ่ง...กิ่งหวังมาตลอดว่าชัชจะให้โอกาสกิ่งบ้าง หวังทั้งที่รู้ว่ามันไม่ควรหวัง จบแบบนี้ก็ดี คุณโยเป็นคนน่ารักทำให้ชัชมีความสุข กิ่งก็ควรจะยินดีแล้วก็จะได้...เลิกหวังสักที!”

ระหว่างที่กิ่งกาญจน์ต่อสู้กับหัวใจตัวเอง ชัชรัณก็รับศึกหนักของพ่อกับแม่เลี้ยงสาว ส่งภุชงค์มาจีบโยทกา เถกิงกับกรรณิการ์แสดงท่าทีอย่างเปิดเผย เปิดทางให้ภุชงค์ โดยมีภูมิร่วมมือด้วย โยทกาลำบากใจมาก ไม่อยากทำให้ชัชรัณเสียใจ แต่ก็ขัดแม่มากไม่ได้ เลยต้องปล่อยทุกอย่างไปตามมารยาท

ภุชงค์สวมบทบาทได้แนบเนียน ตีบทแตกจนชัชรัณหัวเสีย และไม่รีรอจะเอาเรื่องเมื่อสบโอกาส

“คิดว่าพาพ่อมาแล้วหนทางของคุณจะสดใสงั้นเหรอ”

“ผมเป็นคนเปิดเผยจริงใจครับ เป็นการให้เกียรติคุณโยด้วย”

“ผมเห็นใจจริงๆที่ความพยายามของคุณคงจะสูญเปล่า”

“ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง ผมก็รับได้ เพราะอย่างน้อยผมก็ไม่เสียดายที่ผมได้ลองทำ”

“รู้ว่าเสียเปรียบแล้วยังลอง”

“ไม่มีใครได้เปรียบตลอดเวลาหรอกครับ ถ้าคุณพลาด...แค่ครั้งเดียว คุณจะไม่มีทางได้คุณโยกลับไปอีกเลย!”

ooooooo

เถกิงรู้ดีว่าภุชงค์เสียเปรียบเรื่องโยทกา ชัชรัณไม่มีทางยอมแพ้ปล่อยโยทกาให้หลุดมือ แต่ที่คาใจกว่า คือท่าทีสนับสนุนของภูมิที่มีต่อลูกชายคนเดียว

“ถ้าลูกทำสิ่งที่ถูกต้อง คนเป็นพ่อก็ต้องยืนข้างลูกของเราอยู่แล้ว”

ภูมิพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจมากๆ เชื่อมั่นว่าภุชงค์ต้องเลือกในสิ่งที่ดี...โดยเฉพาะคนที่จะเป็นคู่ชีวิต

“ผมอยากให้ลูกมีความสุข อะไรที่ผมช่วยลูกได้และไม่ได้ทำร้ายใคร ผมก็พร้อมทำ เพราะไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาสลืมตาในวันพรุ่งนี้ไหม ถ้าภุชงค์ได้อยู่กับผู้หญิงที่เขารักและรักเขาด้วยใจจริง ต้องตายตอนไหน...ผมก็คงตายตาหลับ”

กรรณิการ์อยากเลือกคนดีให้ลูกสาวเช่นกัน โยทกาเข้าใจความหวังดีนั้น แต่ก็ไม่เปลี่ยนใจเรื่องชัชรัณ

“ขอให้โยลองก่อนนะคะแม่”

“โยเคยเห็นไหมว่าปลายทางของโยกับคุณชัชมันเป็นแบบไหน”

“ตอนนี้...โยยังไม่เห็นเลยค่ะแม่ แต่...”

“เวลาตามืดบอด...เราไม่เห็นปลายทางหรอกลูก แม่เคยพุ่งตามพ่อของลูกออกมาจากบ้าน แม่หนีตามพ่อเพราะหวังว่าพ่อของลูกจะรักและดูแลแม่ แต่สุดท้ายเขาก็ขายแม่เพื่อแลกเงินก่อนจะทิ้งแม่ไป ความรักมันเป็นเรื่องเพ้อฝัน คนที่ไม่ยอมตื่นคือคนที่กำลังฆ่าตัวเองตายลงช้าๆ แม่ไม่อยากให้โยเป็นเหมือนแม่...โยต้องดีกว่าแม่”

“แต่โยไม่ได้รักคุณภุชงค์”

“โยไม่ต้องรักผู้ชายคนไหนเลยก็ได้ แต่แม่อยากให้โยรักตัวเอง เราเกิดมาตัวคนเดียว ตอนตายเราก็ไปคนเดียว แม่อยากให้โยคิดถึงอนาคตตัวเองวันที่เราไม่อยู่บ้านนี้ วันที่โยต้องอยู่ตัวคนเดียวให้ได้!”

โยทกาอึ้งไปอึดใจ ตั้งท่าจะเถียง แต่ก็ช้ากว่าแม่ “โยเคยคิดไหมถ้าวันหนึ่งคุณชัชไม่รักโยแล้ว ถ้าแม่ต้องจากไปเหมือนยาย โยจะอยู่ยังไง ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา...คิดซะตั้งแต่วันนี้ โยของแม่จะต้องก้าวเดินต่อ ไม่ใช่ย่ำกับที่แบบนี้!”

เรื่องรักสามเส้าระหว่างชัชรัณ โยทกาและภุชงค์ กลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งบ้านวริศรักษ์ เพ็ญศรีร้อนใจมาก รีบโทร.ฟ้องคุณหญิงละอองเพื่อหาแนวร่วมขัดขวาง ส่วนภุชงค์ก็สบายใจมาก ได้ช่วยเหลือโยทกากับชัชรัณพิสูจน์ความรัก โดยมีกุสุมามองมาด้วยความหงุดหงิด...ไม่ชอบให้เขาเอาตัวพัวพันกับโยทกา

แต่ความสบายใจของภุชงค์ก็อยู่ไม่นาน ชงโค อาละวาดบ้านแทบแตกเหมือนทุกปีที่ครบรอบวันตายของภัทร ครั้งนี้เขาถูกทำร้ายจนหัวแตก ภูมิต้องให้เขาออกจากบ้านสักพักเพื่อให้ชงโคส่างเมาและสงบสติอารมณ์

ภุชงค์เสียใจมาก และไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่ามาถึงหน้าห้องพักของกุสุมาได้อย่างไร กุสุมาตกใจที่เห็นสภาพเขา รีบพาไปทำแผล ก่อนจะปลอบให้ทำใจและอดทน ไม่นานชงโคต้องยอมรับความสามารถของเขา...

ชัชรัณไม่ยี่หระเรื่องภุชงค์ แต่แกล้งงอนเพื่อให้โยทกาง้อ ซึ่งก็ได้ผล โยทกามาง้อเขาถึงห้องนอนจริงๆ

“คุยกับผมมันไม่ครึกครื้นหรอกนะ”

“แต่คุณคือคนที่ฉันอยากคุยด้วยที่สุดนะ”

“ไม่ชอบคนอารมณ์ดีเหรอ”

“ชอบพวกหน้าตึงเอาแต่ใจ ยิ่งเวลางอนนะ...น่ารักมาก”

“แม่คุณชอบไอ้ภุชงค์นั่นนะ”

“เวลาอยู่ด้วยกันอย่างอนเรื่องไม่เป็นเรื่องได้ไหม”

“ผมมันงี่เง่า...โอเคไหม”

“งั้นวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง”

พูดจบก็จะผละไป แต่ก็ถูกชัชรัณดึงตัวมานั่งตัก ก่อนจะกระซิบเสียงหวาน

“คุยให้รู้เรื่องก่อนแล้วค่อยไป”

โยทการู้ตัวว่าตกหลุมพราง ไม่โกรธแต่เขินจะลุกหนี แต่ก็ถูกรั้งไว้พร้อมการขอกำลังใจแบบถึงเนื้อถึงตัว เธอปลื้มมากกับการแสดงความรักของเขา แต่ก็อดเหนื่อยใจไม่ได้ เพราะไม่มีใครเห็นด้วยกับความรักของเธอกับเขาเลย...

คุณหญิงละอองเป็นเดือดเป็นร้อนมากเรื่องชัชรัณจะแต่งงานกับโยทกา ตัดสินใจใช้แผนบีบยึดที่ดินที่เชียงรายคืน กฤตนัยไม่เห็นด้วย สงสารชาวบ้านที่นั่น พยายามขอร้องแม่บุญธรรมให้เปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่ได้ผล

“หุบปาก! ที่ดินนั่นฉันให้สินีเพื่อให้พวกวริศรักษ์มันเกรงใจ เพื่อให้สินีกล่อมชัชรัณให้แต่งงานกับยัยกิ่ง แต่ตอนนี้สินีมันตายไปแล้ว ทำไมฉันต้องให้ปลิงพวกนั้นอาศัยฟรีๆ ถ้ายายมันบังคับหลานไม่ได้ ฉันนี่แหละจะทำเอง!”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement