เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 10 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 10


23 พ.ค. 2560 10:13
3,170,018 ครั้ง

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

เหมือนคนละฟากฟ้า

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

เบญจธารา

กำกับการแสดงโดย:

แมน เมธี

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

แอนดริว เกร็กสัน, ภีรนีย์ คงไทย

ภุชงค์รู้เรื่องโยทกาถูกดักทำร้ายก็เป็นห่วงอยากไปหาที่โรงพัก แต่ไม่ทันก้าวออกจากโรงแรม เขาก็ต้องสวมบทฮีโร่ช่วยกุสุมาจากสถานการณ์อีหลักอีเหลื่อกับดนัยแฟนเก่าของเธออีกครั้ง

“ผมอยากดูแลป้องอีกครั้งนะ”

“ไม่จำเป็น ฉันดูแลตัวเองได้”

“เพราะชอบทำตัวแบบนี้ไง ผมถึงเบื่อ ทำไมต้องอวดเก่งตลอด ทำตัวให้มันน่ารัก น่าปกป้อง ทำไม่เป็นเลยใช่ไหม...ถ้าป้องยังเป็นแบบนี้ ใครก็อยู่กับป้องไม่ได้ ผู้หญิงที่ไม่มีความน่ารัก ข่มผู้ชาย ไม่มีผู้ชายคนไหนมันทนได้หรอก”

ถ้อยคำถากถางและดูถูกของดนัยทำให้ภุชงค์ไม่ชอบใจ และอดไม่ได้จะออกโรงปกป้องเกียรติของกุสุมา

“รสนิยมของคุณอาจจะชอบผู้หญิงที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ทำตัวง่อยเปลี้ยทั้งที่ยังครบสามสิบสอง คิดเองไม่เป็นต้องแล้วแต่คุณตลอดเวลา อย่าเอาความพิการรสนิยมของคุณตัดสินแทนผู้ชายทั้งโลกสิครับ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย”

“เพราะผมชอบผู้หญิงฉลาด ยืนเคียงข้างผมได้ ไม่เป็นภาระหรือตัวถ่วงชีวิต”

“คุณยังไม่เห็นผู้หญิงคนนี้ออกฤทธิ์”

“ถ้าผมชอบ ต่อให้ฤทธิ์มากแค่ไหน ผมก็เอาอยู่ในแบบที่ผู้ชายอย่างคุณทำไม่ได้ ผมชักสงสัยที่คุณเลิกกับเขา เพราะเขาแกร่งหรือคุณห่วยกันแน่”

“ก็เอาสิ...อยากกินเดนจากผม ผมไม่มีปัญหาก็แค่ผู้หญิงเหลือเดน!”

กุสุมาโกรธมาก อยากทุบตีแฟนเก่าให้หายแค้น แต่ก็ช้ากว่าภุชงค์ที่ถลาไปต่อยเต็มแรง สองหนุ่มตะลุมบอนกันหลังจากนั้น ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ในโรงแรมต้องจับแยก!

ดนัยผละไปแล้วอย่างหัวเสีย พร้อมคำขู่ไล่หลังจากภุชงค์จะเอาเรื่องถึงที่สุด หากเขาวุ่นวายกับกุสุมาไม่เลิก และแม้เหตุการณ์จะจบไม่ค่อยดีนัก แต่กุสุมาก็ประทับใจวีรกรรมสุภาพบุรุษของภุชงค์มาก ถึงกับหน้าร้อนหน้าแดง ทำตัวไม่ค่อยถูกเมื่อเขามาส่งถึงห้องพักก่อนแยกกัน

ในคืนนั้น...แม้เรื่องราวจะจบด้วยดี โยทกาปลอดภัยและกิ่งกาญจน์ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่กฤตนัยก็ไม่ชอบให้น้องสาวนอกไส้เอาตัวไปเสี่ยงแบบนั้นอีก รวมทั้งเรื่องโยทกากับชัชรัณที่เขาจะไม่ยอมนิ่งนอนใจ

“ถ้าเขาสองคนมีใจให้กัน พี่จะไปจัดการอะไรเขาได้”

“แต่มันไม่ถูกต้อง กิ่งดีกับชัชมาตลอด ชัชจะต้องรู้ว่าคนที่ชัชไม่ควรปล่อยไปจากชีวิตคือกิ่ง”

“นอกจากนงนิจ...ก็มีคุณโยที่ชัชรู้สึกเปิดเผยขนาดนี้...ความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริง เราควรจะหวังอีกเหรอคะ...”

ooooooo

ไม่ใช่แค่กิ่งกาญจน์ที่ต้องคิดหนัก โยทกาก็เครียดจัดไม่แพ้กัน เรื่องราววุ่นวายในวันนี้ นอกจากทำให้เธอตระหนักถึงอันตรายจากเวนย์ ยังมีเรื่องของกิ่งกาญจน์...คู่หมายของชัชรัณที่เธอยังไม่ได้เคลียร์

ชัชรัณเข้าใจความรู้สึกเธอดี แต่ก็ไม่อยากให้คิดมากและฟุ้งซ่าน

“ฉันรู้สึกผิดกับคุณกิ่ง...ผิดกับแม่”

“คุณสัญญากับผมแล้วนะ”

“ฉันไม่อยากให้คนที่รักฉันไม่สบายใจ ไม่อยากทำร้ายคนที่ดีกับฉัน”

“แล้วความรู้สึกของผมล่ะ...มันไม่สำคัญสำหรับคุณเลยใช่ไหม ผมอยากให้แม่ของคุณรู้ว่าผมจริงใจกับคุณ ผมกำลังสร้างความชอบธรรมตามสัญญา”

“ความชอบธรรมของเราต้องไม่ทำร้ายให้ใครต้องเจ็บปวด”

“เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้หมดหรอกนะ”

“ถ้าเริ่มต้น...เราไม่เคารพการตัดสินใจของกันและกัน เราก็คงไปกันไม่รอดหรอกค่ะ และฉันจะไม่ตามใจคุณเรื่องที่เกี่ยวกับแม่ของฉัน”

โยทกาทำตามประกาศทุกอย่าง เธอขอให้เขาจอดรถหน้าปากซอยและเดินเข้าบ้านเอง ชัชรัณยอมแบบไม่เต็มใจนัก แต่ก็ขัดไม่ได้เพราะรู้ดีว่าเธอแคร์แม่มากแค่ไหน

แต่ถึงกระนั้น...หลังจากโยทกาแวะเยี่ยมยายละมุดก่อนนอนเหมือนทุกวัน ชัชรัณก็แอบไปดักรอในห้องเธอเพราะความเป็นห่วง อยากให้เธอไปกลับออฟฟิศพร้อมเขาเพื่อความปลอดภัย

“ฉันไม่ชอบการโดนบังคับแบบนี้”

“แค่ช่วงนี้เท่านั้น...จนกว่าตำรวจจะจับตัวเวนย์ได้ ผมจะไม่ยอมให้เวนย์มันทำร้ายคุณอีก...เข้าใจผมนะโย”

สายตาเป็นห่วงจากเขาทำให้โยทกาในอ่อนยวบ แต่ไม่ทันรับปาก สองหนุ่มสาวก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงกรรณิการ์เคาะประตูหน้าห้อง!

การปรากฏตัวของกรรณิการ์ทำให้ชัชรัณต้องหาที่ซ่อนตัว โยทกามีท่าทางอึกๆอักๆ เรียกความสงสัยจนความเกือบแตกแล้ว ถ้าเถกิงจะไม่รู้ทันลูกชายคนเดียวและไปขวางเสียก่อน

เถกิงพากรรณิการ์ออกไปแล้ว ชัชรัณรีบออกจากที่ซ่อนและตั้งท่าจะไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง โยทกาต้องดึงไว้

“ผมไม่ชอบที่ต้องหลบๆซ่อนๆ มันเหมือนเรากำลังทำความผิดทั้งที่มันเป็นสิทธิ์ของเราที่จะ...คบกัน”

“ฉันไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ”

ชัชรัณถอนใจยาว แต่ยังไม่เปลี่ยนใจ “แต่สิ่งที่เราทำอยู่มันจะทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ ผมจะทำทุกอย่างให้เป็นความชอบธรรมได้ยังไง ถ้าเราเริ่มจากหลบซ่อนเหมือนคนทำความผิดแบบนี้”

โยทการู้จักนิสัยเขาดี เลยต้องยื่นคำขาด “ถ้าคุณไป เราจบกันแน่! ถ้าคุณเอาแต่ใจ แม่จะต้องให้ฉันเลือก และคนที่ฉันจะเลือกคือแม่ ตามใจคุณเลย...ถ้าคุณยอมรับผลที่คุณเลือก ฉันก็จะทำตามนั้น”

ท่าทางเอาจริงของโยทกาทำให้ชัชรัณหัวเสียมาก แต่กระนั้นก็ยอมกลับห้องแต่โดยดี ไม่อยากดึงดันตอนนี้ กลัวใจโยทกาจะตัดใจจากเขาจริงๆ

ชัชรัณไม่ใช่คนเดียวที่ยอมถอย กรรณิการ์ก็แกล้งโง่เพื่อตบตาลูกสาวคนเดียว

เถกิงนิ่วหน้า ไม่เข้าใจ “คุณรู้...แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงไม่จัดการ”

“โยกับคุณชัชเป็นคนมั่นใจในตัวเอง การต้องหลบๆ ซ่อนๆมันจะทำให้เขาอึดอัดที่ต้องทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง...ที่ฉันไม่คิดจะจับผิดซึ่งหน้า เพราะไม่ต้องการให้คุณชัชอ้างความรับผิดชอบ...ขอโทษนะคะที่ฉันพูดถึงลูกชายคุณแบบนี้”

“ผมไม่โกรธคุณหรอกครับ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของผม...ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”

ooooooo

วิธีการของเถกิงคือพยายามแยกโยทกาจากชัชรัณ เช้าวันต่อมาจึงเรียกคนนำรถคันใหม่เอี่ยมมาให้ลูกเลี้ยงสาวทดลองขับ โยทกาเข้าใจเจตนาพ่อเลี้ยงดี แต่เธอก็รับไว้ไม่ได้

“ลุงไม่อยากให้โยประมาทกับชีวิตตัวเอง”

“โยขอบคุณในความเมตตาของคุณลุง แต่โยอยากสบายด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองค่ะ”

“คุณลุงเป็นห่วงโยนะลูก” กรรณิการ์ช่วยพูด

“ตอนนี้โยยังเป็นแค่พนักงานธรรมดา ไม่ได้มีเหลือกินเหลือใช้...แม่สอนโยว่าอย่าทำอะไรเกินตัวไงจ๊ะ”

พูดพลางส่งสายตาไปทางกรรณิการ์ แต่นอกจากจะไม่ช่วย ยังเตือนสติเสียงอ่อน

“แม่จะดีใจมากถ้าโยจำแล้วคิดก่อนทำ แต่ถ้ารู้ว่าผิดแล้วยังลงมือทำ มันก็เป็นแค่ลมผ่านหู”

โยทกาถึงกับอึ้ง เถกิงพยายามช่วยไกล่เกลี่ย

แต่สถานการณ์กลับยิ่งยุ่ง เมื่อเพ็ญศรีปรากฏตัว

“ฉันเคยหวังนะ...ว่าเธอจะใจสูงอย่างที่เธอพยายามบอก แต่การยกทั้งตระกูลมาเสวยสุขในบ้านนี้ ทำงานในบริษัทของคุณชัช รับของมีราคา ฉันถามหน่อยเถอะ... ศักดิ์ศรีเธออยู่ตรงไหนเหรอโยทกา”

คำพูดแดกดันของเพ็ญศรีทำอะไรโยทกาไม่ได้ ตอกอย่างไม่กลัวเกรง “ฉันเข้ามาที่นี่เพื่อปกป้องแม่ของฉัน ฉันทำงานเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง และถ้าฉันจะสบายก็ต้องเพราะฉันสร้างมันขึ้นมาเอง”

“ฉันจะคอยดูว่าจะดีแต่ปากหรือเปล่า”

“ก็ถ้าใช้ตัวคุณที่ไม่เคยหาเลี้ยงตัวเองเป็นมาตรฐาน โลกนี้คงไม่มีใครทำได้หรอกค่ะ แต่เผอิญว่าฉันไม่ใช่คุณ!”

เพ็ญศรีเดือดจัด จะเอาเรื่องแต่ก็ถูกเถกิงขวางไว้ เลยต้องไประบายอารมณ์กับหลิวแทน กรรณิการ์ได้แต่มองตามด้วยความสังเวชใจปนเวทนา ก่อนจะขอโทษสามีที่โยทกาไม่ยอมรับความหวังดีจากเขา

เถกิงส่ายหน้า เข้าใจเหตุผลลูกเลี้ยงสาวดี “ผมรู้ว่าหนูโยจะไม่รับรถคันนี้...ผมแค่อยากให้หนูโยรู้ว่าเราสองคนไม่สนับสนุนเขากับเจ้าชัช ถ้าสองคนนั้นไม่ได้รักกันจริงๆ เขาสองคนคงทนกับแรงกดดันได้ไม่นานหรอก”

ชัชรัณเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เขาอดทนรออย่างใจเย็น จนเธอเดินมาถึงปากซอย

“ผมโทร.หาคุณ ทำไมคุณไม่รับ...คุณไม่ได้รับรถคันนั้นใช่ไหม”

“ถ้ารับ...ฉันจะมาเดินอยู่ตรงนี้เหรอคะ”

“ผมดีใจนะ...ที่คุณเลือกผม”

“ฉันไม่ได้เลือกคุณ แต่ฉันเลือกศักดิ์ศรีให้ตัวเอง”

“ยังไงผมก็ดีใจอยู่ดี ขึ้นรถเถอะ...เดี๋ยวสายนะ”

โยทกาคิดถึงคำแม่เลยปฏิเสธ ชัชรัณต้องลงมาอุ้ม เธอดิ้นขอเดินเองและจะหนีอีกรอบ ถ้าไม่โดนเขาดักคอ

“ไม่ว่าคุณคิดจะวิ่ง หรือโดดลงจากรถ ทำอะไรก็ตามที่คิดว่าจะดื้อกับผม...ผมจะไม่ปล่อยคุณไปแน่ๆโยทกา”

“ขู่แบบนี้ คิดว่าฉันจะกลัวใช่ไหม”

“ผมต่างหากที่กลัว...กลัวคุณทิ้งผม”

ooooooo

โยทกาแพ้ทางชัชรัณอีกจนได้ ทนใจแข็งไม่ได้ทุกครั้งที่เขาอ้อนหรือส่งสายตาวิบวับให้ เช่นเดียวกับกิ่งกาญจน์ที่ทนรับความผิดหวังไม่ไหว อยากหลบไปพักต่างประเทศ แต่ก็ถูกกฤตนัยจับได้ก่อน

กิ่งกาญจน์ลำบากใจมาก จนด้วยเหตุผลจะหว่านล้อมพี่ชายนอกไส้ กฤตนัยคัดค้านเต็มที่ แต่ก็ต้องแตกกระเจิงทั้งสองพี่น้อง เมื่อจู่ๆคุณหญิงละอองก็โผล่มาขัดจังหวะ พร้อมคลิปภาพของชัชรัณกับโยทกา!

คลิปภาพชัชรัณทำท่าเป็นห่วงเป็นใยโยทกาตอนให้สัมภาษณ์นิตยสารเมื่อวันก่อนนั่นเอง เหล่านักข่าวจับภาพไว้และกลายเป็นคลิปดังในโลกโซเชียล เพราะชัชรัณไม่เคยมีข่าวเรื่องผู้หญิงมาพักใหญ่แล้ว

ผ่องกับเพ็ญศรีก็เต้นเป็นเจ้าเข้าไม่ต่างจากคุณหญิงละออง แล่นไปเค้นถามจากมาลัยว่าเพราะอะไร

“มาลัย...เธอเลี้ยงตาชัชตั้งแต่เล็ก รู้ใจหลานชายฉันทุกอย่าง...ไม่มีทางที่เธอจะไม่รู้ว่าตาชัชคิดอะไรรู้สึกยังไง”

“คุณหนูโตแล้วค่ะ มาลัยให้เกียรติที่ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณหนูค่ะ”

“นี่เธอกำลังจะบอกว่าคุณท่านก้าวก่ายชีวิตคุณชัชสินะ” เพ็ญศรีเสี้ยม

“ตาชัชเป็นหลานฉัน ฉันมีสิทธิ์จะก้าวก่ายถ้าฉันเห็นว่าเขากำลังจะหลงทาง ที่จริงฉันก็สงสัยนะว่าทำไมโยทกาถึงได้รู้จักบ้านพักของตาชัชที่เชียงราย...เธอรู้ไหมว่าใครที่ชี้ทางให้ผู้หญิงชั้นต่ำไปวิ่งไล่จับหลานชายฉัน”

“มาลัยไม่ทราบค่ะ”

“มาลัย...เธออยู่ที่นี่มานาน ฉันหวังว่ายางข้าวของวริศรักษ์จะทำให้เธอสำนึกบ้าง”

“มาลัยสำนึกในบุญคุณของคุณท่านกับคุณสินีเสมอค่ะ และมาลัยรักคุณหนูเท่าชีวิตของมาลัย ถ้าสิ่งไหนที่ทำให้คุณหนูมีความสุข มาลัยจะทำค่ะ”

“หวังว่าสิ่งนั้นจะไม่เท่ากับการทรยศฉันหรอกนะ”

“มาลัยจะเลือกทำสิ่งดีที่สุดเพื่อคุณหนูกับคุณท่านค่ะ...”

ผ่องหงุดหงิดมาก แต่ก็ทำอะไรมาลัยไม่ได้ รู้ดีว่าแม่บ้านเก่าแก่คนนี้รักหลานชายคนเดียวมากกว่าสิ่งใด ต่างจากคุณหญิงละออง ยืนยันหนักแน่นจะให้กิ่งกาญจน์ขัดขวางเรื่องชัชรัณกับโยทกาให้ถึงที่สุด

“กิ่งไม่อยากไปแทรกแซงเป็นมือที่สามของใครค่ะแม่”

“หมายความว่ากิ่งจะปล่อยให้โยทกาคว้าคุณชัชไปอย่างนั้นเหรอ”

“ชัชไม่ใช่สิ่งของค่ะแม่ ไม่มีใครคว้าไปได้ถ้าชัชไม่ยอม”

“แล้วยังไง จะทำตัวแสนดี กิ่งจะยอมเจ็บอีกเหมือนคราวนงนิจงั้นเหรอ”

“ชัชไม่ได้รักกิ่ง กิ่งก็ไม่อยากจะฝืนอยู่กับคนที่ไม่มีใจ มันไม่มีความสุข”

“แล้วกิ่งคิดเหรอว่าโยทกาจะทำให้ชัชรัณมีความสุข ผู้หญิงแบบนั้นเข้าหาชัชรัณก็เพื่อผลประโยชน์”

“คุณโยเป็นคนรักศักดิ์ศรีตัวเองมากค่ะ กิ่งเชื่อว่าเขาจริงใจกับชัช”

“แต่โยทกามาทีหลัง ทำไมกิ่งถึงเชื่อใจผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนั้น ตอนนงนิจ...ไม่ใช่เพราะกิ่งยอมแพ้เหรอ ชัชรัณถึงเจ็บปวด ถ้าครั้งนี้กิ่งพลาดอีก กิ่งจะต้องอยู่กับความรู้สึกผิดชั่วชีวิต แม่ไม่อยากให้กิ่งต้องเป็นแบบนั้น”

กฤตนัยเห็นท่าไม่ดี พยายามช่วยพูด “ความรักมันบังคับกันไม่ได้นะครับแม่ มันต้องเป็นเรื่องของคนสองคนที่รู้สึกเหมือนกัน แต่ถ้าไม่ใช่...เราก็ไม่ควรพยายามเพราะมันจะจบที่ความเสียใจของทุกคน”

“แม่ไม่ได้ถามความเห็นของแก...อย่ายอมแพ้นะกิ่ง แม่จะทำให้กิ่งแต่งงานกับชัชให้ได้”

“อย่าเลยค่ะแม่ แบบนั้นมันไม่ถูกต้อง”

“แม่ทำทุกอย่างเพื่อกิ่ง แต่ความหวังดีของแม่มันเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง สิ่งที่แม่ทำมันผิดใช่ไหม”

น้ำเสียงน้อยใจของแม่ทำให้กิ่งกาญจน์รู้สึกผิด แต่กระนั้นก็ไม่เปลี่ยนใจ

“ถ้ากิ่งพิสูจน์ได้ว่าคุณโยเป็นคนดี คุณแม่จะยอมวางมือเรื่องนี้ได้ไหมคะ”

“แล้วถ้าโยทกาไม่ได้ดีอย่างที่กิ่งคิดล่ะ”

“กิ่งจะไม่ยอมให้ชัชต้องเสียใจซ้ำรอยนงนิจค่ะ”

ooooooo

แม้คุณหญิงละอองจะไม่เซ้าซี้กิ่งกาญจน์เรื่องชัชรัณอีก แต่กฤตนัยก็ไม่วางใจ รู้นิสัยแม่บุญธรรมดีว่าฤทธิ์เยอะและเจ้าแผนการแค่ไหน เรื่องระหว่างชัชรัณกับกิ่งกาญจน์คงไม่จบง่ายๆ

“ถ้าจะมาห้ามฉันเรื่องยัยกิ่งล่ะก็...แกก็รู้ว่าฉันจะไม่หยุด”

“แต่กิ่งไม่ควรจะเป็นเครื่องมือแก้แค้นของใคร”

“เพราะฉัน พวกแกถึงมีวันนี้ ถึงได้มีตัวตน บุญคุณที่ฉันให้พวกแก ตอบแทนแค่นี้มันยังน้อยไป!”

“ชัชยืนยันกับผมว่าเห็นกิ่งเป็นแค่เพื่อน อยู่กับคนไม่รักมันก็เหมือนลงนรก คุณแม่ครับ...ผมขอร้อง”

“ถ้าอยู่กับชัชรัณแล้วเหมือนลงนรก ยัยกิ่งมันต้องอยู่กับใครถึงจะขึ้นสวรรค์...ต้องอยู่กับแกหรือไง!”

กฤตนัยถึงกับผงะ พูดไม่ออกเมื่อความจริงที่พยายามเก็บซ่อนมานานถูกโยนใส่หน้า

“ฉันเลี้ยงพวกแกมากับมือ ทำไมฉันจะไม่รู้ เจ้ากฤต...ยัยกิ่งมันมองแกเป็นพี่ชายมาตลอด ถ้าวันหนึ่งมันรู้ว่าแกคิดไม่ซื่อกับมัน...มันคงระแวง รังเกียจไม่มีวันไว้ใจแกอีก ถึงวันนั้นแกจะทนได้ไหม”

“อย่านะครับคุณแม่ อย่าบอกกิ่ง”

“ถ้าแกไม่อยากเสียคนที่แกรัก...ก็หุบปากซะ!”

นอกจากเรื่องคลิปของชัชรัณกับโยทกาจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งออฟฟิศ ข่าวร้อนล่าสุดจากโรงแรมบลูมูนก็ทำให้โยทกาแทบนั่งไม่ติด เพราะชงโคเพิ่งประกาศให้เปลี่ยนตัวโยทกา

ภุชงค์วิ่งหน้าตื่นไปหาแม่ เลยถูกเล่นงานไม่ยั้ง โทษฐานปิดบังเรื่องโรงแรมมีเรื่องจนตำรวจต้องเข้ามาสอบสวน เขาพยายามอธิบายเหตุผล และโยทกาไม่ใช่คนผิด โดยมีภูมิพ่อแท้ๆช่วยพูด แต่ชงโคก็ไม่ยอมฟัง

“ฉันให้แกทำเพราะแกสัญญาว่าจะพิสูจน์ตัวเอง แต่แกกำลังทำให้ฉันเห็นว่าแกกำลังจะแลกสิ่งที่ฉันสร้างกับผู้หญิงคนหนึ่ง นี่ฉันยอมวางงานสำคัญในมือคนอย่างแกได้ยังไง ถ้าภัทรยังอยู่...”

“ผมก็อยากให้พี่ภัทรอยู่ แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว... ผมกำลังพยายามครับ พยายามทำทุกอย่างแทนพี่ภัทร”

“คนอย่างแกไม่มีวันแทนที่ตาภัทรได้ ทำไมคนที่ตายไม่เป็นแก!”

กุสุมาได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ เพราะตามเขามานั่งรอหน้าห้อง เห็นใจเขามากที่ถูกกดดันหนักขนาดนี้ แล้วก็อดโล่งใจไม่ได้ที่อย่างน้อย ชงโคก็มีสติและเหตุผลพอจะยอมไม่เปลี่ยนตัวโยทกาเพราะไม่อยากให้โรงแรมเสียหาย

โยทกาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ อยากเคลียร์กับชงโคด้วยตัวเอง ชัชรัณต้องตามไปรั้งไว้

“คุณพิสูจน์ให้ผมเห็นแล้ว อย่ากดดันตัวเองอีกเลยนะ”

“มันไม่ใช่เรื่องเดิมพันอีกแล้ว แต่มันเป็นศักดิ์ศรีของฉันกับทุกคนที่ตัดสินฉันว่าเป็นผู้หญิงหิวเงินที่คิดจะจับคุณ”

“ผมไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง”

“แต่ฉันสน! ฉันต้องการให้คนมองที่ความสามารถ ที่ผลงานไม่ใช่มองว่าผู้ชายที่อยู่ข้างฉันเป็นใคร”

ชัชรัณเข้าใจดีแต่ก็ไม่เห็นด้วย ตั้งท่าจะเกลี้ยกล่อมอีกรอบ แต่ก็ถูกเธอตัดบทและดักคอ

“ขอบคุณนะคะที่คุณห่วงฉัน แต่ปัญหาของฉัน ฉันอยากแก้เอง ฉันหวังว่าคุณจะเป็นคนที่เข้าใจฉันที่สุด”

ooooooo

คำประกาศของชงโคทำให้โยทกาถูกจับตามองจากพนักงานเกือบทั้งออฟฟิศ แต่เธอก็ไม่ยี่หระ แถมตอกกลับพวกลิ่วล้อของเพ็ญศรีอย่างลิลลี่ที่คอยจับผิดแบบไม่ไว้หน้า เลยไม่มีใครหน้าไหนกล้าพูดจากระแนะกระแหนอีก

แต่กระนั้นโยทกาก็ไม่เปลี่ยนใจเรื่องขอพบชงโค ชัชรัณเป็นห่วงมากจนต้องขอร้องให้กิ่งกาญจน์ช่วยพูด โยทกายอมอยู่รอภุชงค์เพื่อประชุมหาทางแก้ไขร่วมกันในที่สุด ทำให้ชัชรัณโล่งใจมาก และแอบรู้สึกผิดกับกิ่งกาญจน์ที่รบกวนให้เธอช่วยเรื่องโยทกาเสมอ ซึ่ง
กิ่งกาญจน์ก็รู้ดีแต่เต็มใจเพราะอยากให้เขามีความสุข

ชัชรัณพยายามหาทางเคลียร์กับกิ่งกาญจน์เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับโยทกา แต่เธอยังไม่พร้อมจะรับความผิดหวังเลยหลบเลี่ยงเสมอ เช่นเดียวกับกรรณิการ์ที่ต้องมาดักรอลูกสาวคนเดียวถึงออฟฟิศ

กรรณิการ์ไม่ได้สนใจเรื่องงานกับโรงแรมบลูมูน แต่อยากพูดกับโยทกาเรื่องชัชรัณมากกว่า

“ถ้าลูกเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนตัวเองจนไม่มีความสุข แบบนั้นไม่ใช่รัก มันคือความหลง”

“โยไม่ได้เปลี่ยน...”

“โยตัวแสบของแม่...ทำทุกอย่างที่ถูกต้อง เดินหน้าด้วยความมั่นใจ เราเคยสุขแม้จะไม่มีกิน แม่อยากให้โยตั้งคำถามที่ไม่หลอกตัวเองว่าสภาพนี้...โยมีความสุขจริงๆเหรอลูก...”

โยทกาคิดหนักกับคำพูดของแม่ ไม่ต่างจากภุชงค์ที่เครียดจัดเพราะคำปรามาสของแม่ กุสุมาเข้าใจความรู้สึกของเขาดี และเลือกจะเตือนสติให้เขาคิดถึงแต่หน้าที่ปัจจุบันจะดูแลโรงแรมแทนภัทร

“คุณรักพี่ชายคุณมาก ฉันเข้าใจถูกไหม”

“พี่ภัทรคือฮีโร่ของผม เขาเป็นคนดี เป็นคนที่ใครได้รู้จักก็ต้องรักเขา”

“คุณเลยอยากเป็นแบบเขา...คุณก็เป็นคนดี...ในแบบของคุณ ใครที่ได้รู้จักก็ต้องรักคุณเหมือนกัน”

“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น”

“ก็ฉัน...มั่นใจว่าทุกคนมีดีของตัวเองไง”

ทุกอย่างกำลังไปได้ดี ความใกล้ชิดและกำลังใจจากกุสุมากำลังทำให้ภุชงค์หวั่นไหว แต่เพียงไม่นานบรรยากาศระหว่างสองหนุ่มสาวก็อึมครึมอีกรอบ เมื่อภุชงค์แวะไปหากิ่งกาญจน์ที่ออฟฟิศและถูกกฤตนัยเขม่น

นอกจากเรื่องกิ่งกาญจน์ที่กุสุมาจำต้องเผยความลับว่ากฤตนัยไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ภุชงค์ยังต้องรับอารมณ์หึงหวงของชัชรัณที่ระแวงว่าเขาจะวอแวกับโยทกา กุสุมาเห็นทุกอย่าง หงุดหงิดนิดหน่อยแต่ไม่มาก เพราะสุดท้ายเขาก็เลือกกลับมาหาเธอ ไปกินมื้อเย็นและปรับทุกข์ด้วยกันเหมือนเคย

ooooooo

หลังเคลียร์กับภุชงค์เรียบร้อยเรื่องงานโรงแรมบลูมูน โยทกายังได้ดูแลโครงการ ทำให้เธอสบายใจมากขึ้น แต่ก็ต้องมานั่งปวดหัวเพราะชัชรัณไม่ยอมให้เธอกลับบ้านเอง

“ถ้าคุณจะกลับบ้านก็กลับกับผม”

“ฉันจะเป็นคนเลือกทางของฉันเอง”

“ทำไมจะต้องมาเดินให้ลำบาก ในเมื่อมันมีทางที่สะดวกสบายกว่านี้”

คำพูดของกรรณิการ์ลอยมาในหัว โยทกาเลยตัดสินใจโพล่งออกไปตรงๆ

“เพราะมันคือชีวิตของฉัน ฉันจะไม่ยอมทิ้งตัวตนเพื่อคนที่ฉันไม่รู้จักมากพอ และเขาอาจไม่รู้จักฉันเลยด้วยซ้ำ”

พูดจบก็ผละไปขึ้นรถเมล์ ชัชรัณตะลึงมาก แต่เมื่อตั้งสติได้ก็ตามไปนั่งเป็นเพื่อน

“ผมอยากรู้จักคุณ...”

โยทกายอมให้ชัชรัณตามไปด้วย ความเรียบง่ายของเธอทำให้เขาทึ่ง และประทับใจมากขึ้นเมื่อเธอพาเขานั่งดูผู้คนริมทางเดิน มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆยืนเล่นดนตรีเปิดหมวก

“ฉันชอบเวลาเดินดูผู้คน มันมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เราหาไม่ได้จากในหนัง ความรู้สึกของคนจริงๆ เด็กตัวเล็กๆเล่นไม่เก่งแต่มีความพยายาม รอยยิ้มของคนที่เดินผ่านไปมา”

“ผมไม่ได้เป็นคนละเอียดนัก บางครั้งความเข้าใจระหว่างเรา มันจะง่ายขึ้นได้ด้วยการพูดออกมานะ”

ชัชรัณไม่รอช้า เปิดฉากพูดเรื่องความสัมพันธ์ โยทกาต้องอธิบายให้เข้าใจ

“ความฝันของฉันเหมือนเด็กคนนั้น ฝันที่จะเห็นแม่ยิ้มภูมิใจในตัวฉัน มีความสุขหลังจากที่แม่ต้องเหนื่อยเพราะฉันมานาน ฉันมีแม่ คุณมีคุณยาย คุณลุง ฉันไม่อยากให้เราสุขบนความทุกข์ของครอบครัวของเราทั้งสองคน”

“ผมไม่สนใจว่าใครจะว่ายังไง”

“ฉันรู้ว่าคุณสนใจ...”

โยทกามองมาอย่างรู้ทัน ชัชรัณเลยเถียงไม่ออก แต่ก็ไม่อยากจบความสัมพันธ์กับเธอ

“เราต้องทำให้พวกเขายอมรับให้ได้”

“คุณมั่นใจว่าจะทำได้เหรอคะ”

“ไม่แน่ใจ...จะลองเสี่ยงกับผมไหม”

“อืม...ฉันไม่รู้ว่าผลที่ได้มันจะคุ้มไหม...แต่ฉันก็อยากเสี่ยงนะ”

โยทกาส่งยิ้มและเอื้อมไปจับมือเขา คำพูดของแม่ยังวนเวียนในหัว แต่เธอก็ใคร่ครวญดีแล้ว และเชื่อมั่นในสัญชาตญาณตัวเองว่าการได้อยู่กับชัชรัณไม่ใช่ความหลง...แต่เป็นความสุข

ooooooo

ความสัมพันธ์ระหว่างชัชรัณกับโยทการุดหน้าไปมาก แม้ไม่ได้เปิดเผยให้คนในบ้านวริศรักษ์รับรู้ แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความเป็นไป โดยเฉพาะอารมณ์ของชัชรัณที่ดีกว่าเมื่อก่อนมาก

หน้าที่การงานของโยทกาก็ก้าวหน้า โครงการของโรงแรมบลูมูนได้รับกระแสตอบรับที่ดี ทำให้เธอได้รับตำแหน่งผู้จัดการแบรนด์ตามที่เคยรับคำท้าของชัชรัณไว้ตามคาด ภุชงค์ก็ได้รับการยอมรับจากชงโคมากขึ้น แต่ก็ไม่มากพอที่เธอจะวางมือ ตามประสาคนที่เคยดูแลกิจการด้วยตัวเองมานาน

กุสุมาเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความปลื้มใจ ภุชงค์พิสูจน์ตัวเองได้ดีว่าเขาพร้อมสืบทอดกิจการโรงแรมจากชงโค แต่กระนั้นความสนิทสนมและชื่นชมที่เขามีต่อโยทกาก็ทำให้หัวเสียไม่น้อย เพราะเขาไม่เคยมองหรือมีท่าทีกับเธออย่างอื่นเลย นอกจากศิราณีให้คำปรึกษาเรื่องงานและเรื่องหัวใจเท่านั้น

บรรยากาศระหว่างพวกหนุ่มสาวเป็นไปด้วยดี ต่างจากสถานการณ์ของกรรณิการ์ ต้องรับศึกหนักจากคุณหญิงละออง ที่คิดเล่นงานเถกิงด้วยการใช้เธอและลูกสาวบุญธรรมเป็นเครื่องมือ

กิ่งกาญจน์ไม่รู้เรื่อง คิดว่าแม่หวังดีอยากให้เธอสมหวังกับชัชรัณด้วยใจจริง เลยยอมตามใจไปร่วมงานวันเกิดของผ่อง โดยไม่รู้เลยว่าคุณหญิงละอองแอบวางแผนร่วมกับอรัญญาพาคนมาฉีกหน้ากรรณิการ์กลางงาน!

ผ่องไม่ได้มีส่วนร่วมกับแผนนี้ แค่อยากจัดงานวันเกิดในบ้านอย่างยิ่งใหญ่ เชิญแขกเหรื่อในวงสังคมมากมายโดยปิดบังไม่ให้ชัชรัณรู้เพื่อเปิดตัวกิ่งกาญจน์ในฐานะว่าที่หลานสะใภ้ แต่เพ็ญศรีกลับร่วมมือกับคุณหญิงละอองเรียกตัวบรรดาอดีตเมียหลวงที่เคยมีปัญหากับกรรณิการ์มาป่วนในงาน

กรรณิการ์ถูกเรียกไปร่วมงานด้วย เซมกับเจนจันทร์ที่แวะเอาของฝากจากเมืองนอกมาให้ไม่ไว้ใจ กลัวเป็นแผนลวงของผ่องกับเพ็ญศรี แต่ยายละมุดกลับเห็นด้วยที่กรรณิการ์จะเผชิญหน้า ดีกว่าหลบหน้าและหนีความจริง

แล้วก็เกิดเรื่องจนได้ คุณหญิงละอองพาเหล่าเมียหลวงมาฉีกหน้ากรรณิการ์กลางงาน สร้างความอับอายให้แก่ผ่องเป็นอย่างมาก เซมกับเจนจันทร์เห็นท่าไม่ดี รีบโทร.ตามโยทกาให้มาช่วยกู้สถานการณ์

เถกิงก็เป็นอีกคนที่ถูกเรียกตัวกลับบ้าน เขาเลยต้องผละจากกฤตนัยที่ปฏิเสธจะดึงโยทกาออกห่างจากชัชรัณ ด้วยเหตุผลง่ายๆแต่หนักแน่นว่าเขามีคนที่รักอยู่แล้ว

กรรณิการ์เครียดมาก ถูกเหล่าเมียหลวงคู่กรณีในอดีตรุมประจานต่อหน้าแขกเหรื่อมากมาย เธอพยายามขอร้องให้ยุติและขอโอกาสเริ่มต้นใหม่ แต่เหล่าเมียหลวงก็ไม่ยอมจบ เรียกร้องให้เธอกราบเท้าขอโทษ

เซมกับเจนจันทร์กระโจนมาปกป้องเต็มที่ แต่กรรณิการ์ก็เข้มแข็งกว่าที่คิด

“ถ้าฉันกราบคุณอาจจะสบายใจแต่ฉันจะไม่ทำ เพราะการกราบคือการให้ความเคารพสูงสุด ในชีวิตฉันมีพ่อแม่ ศาสนา พระมหากษัตริย์เท่านั้นที่ฉันจะกราบด้วยความเต็มใจ ส่วนการบังคับเพื่อสนองความสะใจ ฉันไม่ทำ!”

“แกต้องกราบ!”

“ไม่ค่ะ! แล้วเชิญพวกคุณออกจากที่นี่ก่อนที่ฉันจะแจ้งความ”

“เอาตำรวจมาขู่ก็ไม่กลัวเว้ย”

“กลับไปเถอะค่ะ ฉันทำสิ่งที่คุณต้องการไม่ได้จริงๆ”

กรรณิการ์ยืนยันเสียงแข็ง เหล่าเมียหลวงเลยช่วยกันใช้กำลังบีบบังคับ โยทกามาถึงพอดี พร้อมตำรวจหลายนาย เหล่าเมียหลวงเลยต้องถอย ก่อนจะสารภาพหมดเปลือกว่าถูกจ้างมาอีกที

ตำรวจพาเหล่าเมียหลวงออกไปแล้ว โยทกาเลยหันไปทางผ่อง “ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้งานเลี้ยงคุณท่านวุ่นวาย ดิฉันไม่ทราบจริงๆว่าคนใจร้ายคนไหนกล้าเอางานวันเกิดคุณท่านมาเป็นเครื่องมือทำลายชื่อเสียงคนอื่นแบบนี้”

พูดพลางส่งสายตาไปทางเพ็ญศรีกับคุณหญิงละออง ซึ่งฝ่ายหลังก็ไม่รอช้าจะขยี้คำถามที่ค้างไว้ถึงอดีตหญิงขายบริการของกรรณิการ์ โยทกาตั้งหลักรับอยู่แล้ว ย้อนถามอย่างไม่สะทกสะท้าน

“จริงหรือไม่จริงมันสำคัญตรงไหนเหรอคะ”

“ฉันถามแทนผู้ถือหุ้นที่อยู่ที่นี่ ทุกท่านคงสงสัยเรื่องภายในครอบครัวผู้บริหารที่อาจจะมีผลกับบริษัท”

“ดิฉันเชื่อมั่นในวิจารณญาณทุกท่านที่นี่ว่าที่ทุกคนยังไว้ใจให้คุณลุงบริหารมาตลอดจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ของคุณลุง ไม่ใช่เพราะภรรยาคุณลุงเป็นใคร มาจากไหน...จริงไหมคะคุณละออง”

คุณหญิงละอองถึงกับไปไม่ถูก ผ่องต้องหันไปปรามเสียงเข้ม แต่โยทกาก็ไม่ยี่หระ

“ดิฉันกำลังชี้แจงทำความเข้าใจให้ทุกท่านมองให้ตรงจุด ถึงพวกเราจะมาจากที่ที่ด้อยกว่าพวกคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าความจนจะทำให้พวกเราไม่ใช่คน!”

“เธอแค่....ไม่คู่ควร”

ถึงคราวโยทกาสะอึกจากคำพูดของผ่องบ้าง กรรณิการ์สงสารลูกเลยออกโรงปกป้อง โยทกาซาบซึ้งใจมากแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตอกกลับทุกคำกล่าวหาอย่างใจเย็น

“คนมีแผลมันน่าเศร้า แต่คนที่พยายามจะขยี้แผลคนอื่นเพื่อความสะใจของตัวเอง อันนั้น...น่าสมเพชนะคะ”

“แล้วเราควรจะเชิดชูคนทำผิดอย่างนั้นใช่ไหม”

“แค่ให้โอกาสเขาได้เริ่มต้นกับชีวิตใหม่ก็ถือว่ามีเมตตามากแล้วค่ะ เมตตาที่หมายถึงรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ และไม่คิดสร้างความลำบากให้กับผู้อื่นน่ะค่ะ”

ooooooo

กว่าชัชรัณจะรู้เรื่องเหตุวุ่นวายในบ้านวริศรักษ์ คู่กรณีทั้งหลายก็แยกจากกันแล้ว แต่เขาก็เป็นห่วงโยทกามาก และไม่รอช้าจะตามไปดูถึงบ้าน ส่วนเพ็ญศรีก็ถูกผ่องตำหนิอย่างหนักจนต้องไปเหวี่ยงกับมาลัย

“พวกตำรวจมาไม่ถูกบ้านหรอก ถ้าไม่มีคนบ้านนี้บอกรายละเอียด”

“ทำไมคุณศรีต้องโกรธด้วยล่ะคะ หรือว่าคุณศรีเป็นคนเรียกผู้หญิงพวกนั้นมา”

“ฉันไม่รู้ว่าพวกมันมาได้ยังไง แต่ที่ฉันรู้คือถ้าคุณท่านรู้ว่าเธอเข้าข้างพวกมัน เธอได้กระเด็นจากที่นี่แน่”

“คุณคิดว่าคุณท่านไม่รู้เหรอคะว่าใครที่ควรจะกระเด็นจากที่นี่”

“อย่าคิดว่าคุณเถกิงกับคุณชัชให้ท้ายเธอ แล้วจะรอดไปได้ทุกครั้งนะ”

“ที่ฉันยังอยู่ได้เพราะฉันกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ แต่พวกจ้องจะอกตัญญูไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหนนะคะ”

เพ็ญศรีปรี๊ดมาก ตั้งท่าจะเอาเรื่องมาลัย แต่กรรณิการ์ก็มาขวางไว้

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยให้ฉันไม่ต้องมีความลับอีก”

“เธอไม่มีวันชนะฉันหรอกกรรณิการ์ โยทกาจะต้องเดินซ้ำรอยเธอ มันจะต้องกินน้ำใต้ศอกหนูกิ่ง เป็นได้แค่ของเล่นหรือไม่ก็เมียเก็บของคุณชัช มันจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น!”

คำขู่ของเพ็ญศรีทำให้กรรณิการ์หนักใจมาก ยิ่งเห็นภาพเป็นห่วงเป็นใยของชัชรัณที่มีต่อลูกสาวคนเดียว ยิ่งเครียดและตัดสินใจว่าจะต้องพูดเปิดอกกับลูกเลี้ยงหนุ่ม

ชัชรัณก็คิดเหมือนกันว่าต้องพูดบางอย่างกับกรรณิการ์ เพื่อแสดงความจริงใจที่มีต่อโยทกา

“ผมต้องขอโทษแทนคุณยายกับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้...”

“ต่อไปนี้ฉันขอให้คุณเลิกยุ่งเกี่ยวกับโยทกา”

“ผมทำไม่ได้ ผมไม่สามารถทิ้งความรู้สึกดีๆ ที่มีระหว่างเราสองคนได้”

“เห็นแก่ตัว...คุณก็รู้ว่าคุณท่านไม่มีวันยอมให้ลูกสาวฉันทำให้คุณแปดเปื้อน เพราะท่านคิดว่าโยทกาไม่คู่ควร”

“แต่ผมไม่ได้คบกับโยทกาเพราะฐานะ”

“ฉันไม่สนว่าคุณจะมีเหตุผลอะไร ที่ฉันสนคือความรู้สึกของลูกสาวของฉัน ใครจะทำร้ายฉัน ฉันไม่แคร์ แต่จะทำร้ายโยทกาไม่ได้ ถ้าคุณไม่หยุด ลูกสาวฉันจะต้องถูกคุกคาม เหยียดหยาม เพราะความเห็นแก่ตัวของคุณ!”

“ผมอยากขอโอกาส ขอเวลาพิสูจน์ว่าผมจริงใจกับโยทกา ผมจะปกป้องและทำให้คุณยายยอมรับให้ได้”

“อย่าพูดในสิ่งที่คุณก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่คุณท่านกับน้าของคุณพยายามทำมันชัดเจนว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้โยทกาออกไปจากชีวิตของคุณ”

“ผมจะไม่ยอมแพ้ ผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่าโยทกามีค่ากับผมมากแค่ไหน”

“ไม่ว่าคุณอยากจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของคุณ แต่ฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวฉันถูกทำร้ายไม่สิ้นสุดแน่นอน!”

ooooooo

เถกิงก็เป็นอีกคนที่ไม่นิ่งนอนใจเรื่องกรรณิการ์ และเขาก็รู้ดีว่าทุกอย่างเป็นแผนของคุณหญิงละออง จึงบุกไปเคลียร์ถึงบ้าน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิ์ในการบริหารและสิทธิ์ของชัชรัณจะสืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา

“ผมเคยอธิบายกับคุณไปแล้วว่าอำนาจบริหารเป็นสิ่งที่ผมได้มาอย่างถูกต้อง”

“บริษัทนี้เป็นของสามีฉัน เขาทุ่มเทกับมันด้วยชีวิต! แต่มันถูกคนที่เขาไว้ใจแย่งชิงไปอย่างหน้าด้านๆ”

“คุณละออง...ทั้งหมดมันเป็นเรื่องของการทำธุรกิจ”

“ฉันก็กำลังทำเพื่อธุรกิจของฉันเหมือนกัน”

“งั้นก็สู้กันด้วยฝีมือสิครับ ไม่ใช่การดึงคนในครอบครัวของผมเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้”

คุณหญิงละอองตีมึน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ โบ้ยให้เป็นความผิดของเพ็ญศรีที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับกรรณิการ์มาตลอด

“เพ็ญศรีอารมณ์ร้ายแต่เขาไม่ใช่คนวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน คุณท่านเกลียดผมก็จริง แต่เขาจะไม่คิดดิสเครดิตภรรยาผมต่อหน้าผู้ถือหุ้น เพราะท่านรู้ว่ามันจะกระทบถึงชัชรัณ ไม่มีใครได้ผลประโยชน์จากเรื่องพวกนี้นอกจากคุณ”

“ฉันชอบนะที่เห็นคุณพล่านมาถึงที่นี่ อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันเห็นตัวเองในอดีต ในวันที่ฉันต้องเจ็บเพราะสามี ฉันหมดสิ้นทุกอย่างทั้งเงินทอง อำนาจ แล้วก็ชีวิต เขาเรียกกรรมตามทัน...ใช่ไหม”

“สิ่งที่ผมกับวริศรักษ์มีวันนี้มันคือความถูกต้อง และคนที่จะต้องได้มันไปคือชัชรัณคนเดียวเท่านั้น!”

“ขอให้คุณมั่นใจต่อไปนานๆ แต่จำไว้นะ...ว่ากรรมที่คุณทำ มันจะตามทวงทุกอย่างคืนมาให้กับฉัน ไม่ว่าจะเงินทอง อำนาจ หรือว่าชีวิตของคุณก็ตาม!”

กิ่งกาญจน์แอบได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ สะเทือนใจมาก กฤตนัยต้องตามปลอบและลากตัวมาคุยอีกมุม

“ทำไมพี่กฤตไม่เคยบอกกิ่งเลยว่าคุณแม่คิดยังไง”

“พี่อยากจะบอกนะ แต่คุณแม่สั่งห้ามไว้ ท่านคงเป็นห่วงความรู้สึกของกิ่งเหมือนกัน”

“ถ้าห่วง คุณแม่จะไม่ทำเหมือนกิ่งเป็นแค่เครื่องมือ คุณแม่จะคิดถึงความรู้สึกกิ่งมากกว่านี้ ถ้ากิ่งรู้เร็วกว่านี้...”

พูดไม่ทันจบ คุณหญิงละอองก็โผล่มาขัดจังหวะ

“รู้แล้วแกจะทำอะไรได้ พวกแกรู้แล้วจะทำไม จะขัดคำสั่งฉันงั้นเหรอ”

“คุณแม่คะ...สิ่งที่เราทำมันไม่ถูกต้อง”

“แล้วการเห็นไอ้คนโกงมันมีความสุขบนความทุกข์ของฉันมันถูกต้องตรงไหน! พวกแกคิดว่าคนที่ต้องสูญเสียอย่างฉันรอดจากความเจ็บปวดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ยังไง ฉันอยู่เพื่อทวงทุกอย่างคืนจากพวกมัน กฤตจะต้องนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของวริศรักษ์ คุมการบริหาร...

ส่วนแกจะต้องแต่งงานกับชัชรัณ คุมคุณผ่องให้อยู่ในมือแกให้ได้”

“กิ่งทำไม่ได้ค่ะ”

“แต่แกต้องทำ! อย่าลืมนะว่าพวกแกสองคนมีชีวิตที่ดีได้เพราะใคร ทุกบาททุกสตางค์ที่ทำให้พวกแกมีชีวิตอยู่มันเป็นเพราะฉัน ดังนั้นชีวิตพวกแกเป็นของฉัน ฉันสั่งให้ทำอะไรแกก็ต้องทำ ถ้าแกคิดจะเนรคุณกับฉัน... ก็ลองดู...ฉันสร้างพวกแกมาได้ ฉันก็ทำลายพวกแกได้เหมือนกัน!”

ooooooo

คำขาดของกรรณิการ์จะให้เลิกยุ่งกับโยทกาทำให้ชัชรัณกลุ้มมาก ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดไปเจรจากับผ่องตามตรง เพื่อแสดงความจริงใจต่อโยทกาและจุดยืนจะเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง

“ต่อให้คุณยายจะพยายามใช้อีกกี่วิธี ผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าผมจะไม่แต่งงานกับกิ่งเด็ดขาด!”

“ตาชัช! แกคิดจะคว้าโยทกามาเป็นสะใภ้วริศรักษ์ไม่ได้นะ ยายไม่ยอม! บทเรียนจากนงนิจยังไม่เข็ดอีกเหรอ”

“แต่โยทกากับนงนิจไม่ใช่คนคนเดียวกัน ครั้งนี้ผมจะขอเชื่อตัวเอง เลือกทางของผมเอง”

“แล้วถ้าแกเลือกพลาด...”

“ผมจะยอมรับทุกความผิดพลาด แต่ขอให้ผมได้เลือกด้วยตัวของผมเอง”

“ยายไม่อนุญาต!”

“ผมมาเพื่อแจ้งให้ทราบครับ”

ชัชรัณทำตามที่ประกาศจริงๆ ความรักที่มีต่อโยทกาทำให้เขาตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากกิ่งกาญจน์ เชิญนักข่าวมาเพื่อให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโยทกา

โยทกาอึ้งมาก และอดกังวลแทนเขาไม่ได้

“คุณชัช...ทำแบบนี้มันจะไม่มัดมือชกคุณยายคุณมากเกินไปเหรอ”

“ผมกำลังทำตามสัญญากับคุณ...พิสูจน์ให้แม่ของคุณเห็น”

คำมั่นของเขาทำให้โยทกาเขินไม่น้อย แต่กระนั้นก็วิตกไม่เลิก

“อย่าเร้าหรือได้ไหม ถ้าไว้ใจผมก็ต้องเชื่อในสิ่งที่ผมจะทำ...นะครับ”

กฤตนัยรู้เรื่องชัชรัณจะให้สัมภาษณ์นักข่าวก็ร้อนใจมาก กิ่งกาญจน์ต้องห้ามและปลอบให้ทำใจเพราะเธอเป็นคนแนะนำวิธีนี้เอง เพราะคิดว่าเป็นวิธีรับมือผ่องกับคุณหญิงละอองที่ดีที่สุดแล้ว

ลิลลี่รีบโทร.รายงานเพ็ญศรี ผ่องเลยรู้เรื่องด้วยและรีบมาขัดขวางหลานชายคนเดียวถึงออฟฟิศ

“ยายไม่อนุญาตให้ชัชคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาเป็นสะใภ้ของยายเด็ดขาด”

“แต่ผมมีความสุขที่อยู่กับโยทกา ผมอยากอยู่กับคนที่ผมรัก”

“ชัชรักผู้หญิงที่เพิ่งเจอไม่เท่าไหร่มากกว่ายายที่เลี้ยงชัชมางั้นใช่ไหม”

“มันคนละเรื่องกันนะครับคุณยาย ผมยังเคารพคุณยายอยู่เสมอ”

“แต่สิ่งที่ชัชทำแสดงให้เห็นว่าชัชไม่เชื่อฟังยาย คนที่ชัชบอกว่าเคารพ ชัชหลงมันจนเลือกจะทำร้ายจิตใจยาย”

“โยทกาเป็นคนดี ผมอยากขอให้คุณยายเปิดใจกับโยทกา”

“ยายเกลียดพวกมัน เกลียดทุกคนที่ทำให้วริศรักษ์ของปู่ย่าตายายต้องแปดเปื้อน”

“เกียรติของวริศรักษ์ที่ได้มาคือคุณงามความดี ไม่ใช่ชนชั้นนะครับคุณยาย”

“ถ้าชัชเลือกมัน ชัชกับยาย...เราขาดกัน!”

ชัชรัณตะลึง ตั้งท่าจะอธิบายเหตุผลอีกรอบ แต่ผ่องก็ไม่ฟังแล้ว

“ยายจะไม่ห้ามในสิ่งที่ชัชกำลังจะทำ ยายจะรอดูว่าชัชจะเลือกรักหรือกตัญญู”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement