เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 13


30 พ.ค. 2560 09:30
4,261,408 ครั้ง

เหมือนคนละฟากฟ้า ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

เหมือนคนละฟากฟ้า

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

วาสนา

บทโทรทัศน์โดย:

เบญจธารา

กำกับการแสดงโดย:

แมน เมธี

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

แอนดริว เกร็กสัน, ภีรนีย์ คงไทย

คุณหญิงละอองกลับไปพร้อมความสะใจ ทิ้งชัชรัณให้พูดไม่ออก เถกิงเลยพูดกับผ่องเพื่อลูกชายคนเดียว

“คุณท่านก็เห็นแล้วว่าคุณละอองต้องการอะไรจากเรา แล้วทำไมถึงยังยอมให้มีการแต่งงานเกิดขึ้น”

“เพราะกิ่งกาญจน์คือผู้หญิงคู่ควรที่สุดจะเป็นหลานสะใภ้ของวริศรักษ์”

“แต่ชัชไม่ได้รักกิ่งกาญจน์ คนไม่รักกันต้องอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต ความสุขมันอยู่ตรงไหนครับ”

“แล้วผู้ชายที่มันบอกว่ารักลูกฉัน มันเคยทำให้ลูกฉันมีความสุขไหม! ฉันรักสินี เลี้ยงดูฟูมฟักเขาให้กลายเป็นคนที่เพียบพร้อม แต่แก...ไอ้ขี้ข้าสกปรก แกดึงให้ลูกสาวฉันต้องแปดเปื้อน คนไม่รักกันอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตมีความสุขตรงไหนฉันไม่รู้หรอก แต่การต้องเห็นลูกสาวฉันต้องจมอยู่กับแก คนเป็นแม่อย่างฉันทุกข์แค่ไหน...ฉันรู้ดี! ฉันจะไม่ยอมให้หลานฉันเลือกคนผิดเหมือนสินี ฉันจะชดเชยทุกอย่างที่ฉันพลาดจากสินี ตาชัชจะต้องมีชีวิตดีที่สุด”

“แต่สินีกับชัชรัณมันคนละคนกันนะครับ แบบนี้มันไม่ถูกต้อง”

“ครั้งนี้ฉันจะเป็นคนเลือก...เพราะฉันเคยให้สินีเลือกแก แต่แกก็ทำให้ลูกฉันต้องเสียใจจนตาย สินีต้องตายเพราะเลือกแก ถ้าแกดีจริง แล้วทำไมสินีถึงต้องตาย...ตอบฉันมาสิ...ตอบ!”

เถกิงหน้าเสีย ความตายของสินีเป็นปมในใจเขาเสมอมา และวันนี้ผ่องก็กระหน่ำถึงมันไม่หยุด

“สินีใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าเขาเลือกคนผิด ถ้าฉันไม่ใจอ่อน สินีจะไม่ตาย! แม่ผิดเอง...แม่ผิดเอง!”

นอกจากผ่องจะทำให้เถกิงกับชัชรัณเถียงไม่ออกแล้ว ยังเรียกโยทกามากดดันด้วย

“ฉันรู้ว่าเธอรักตาชัช แต่หนูกิ่งรักตาชัชมานานก่อนเธอ หนูกิ่งรักมั่นคงกับตาชัชมาตลอด มันมีเหตุผลหลายอย่างของคนรักกันที่เวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สำหรับหนูกิ่ง...ไม่ใช่แค่เวลาที่ยาวนาน ฉันเห็นความรักความดีของหนูกิ่งที่มีมากมายจนฉันไม่อยากให้ตาชัชต้องเสียผู้หญิงดีๆอย่างหนูกิ่งไป อีกไม่นาน...หนูกิ่งจะออกจากโรงพยาบาล ฉันอยากขอให้เธอไปจากตาชัช อย่าทำให้เขาไขว้เขวอีกเลยได้ไหม...ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ”

“โยเข้าใจสิ่งที่ท่านอยากบอกโยทุกอย่างค่ะ โยอยากเรียนให้คุณท่านทราบว่าโยเห็นด้วยกับที่คุณท่านพูด คุณกิ่งสละได้ทุกอย่างเพื่อคุณชัช...แม้แต่ชีวิต มันสมควรแล้วค่ะที่คุณกิ่งจะเป็นคนที่อยู่เคียงข้างคุณชัช...ไม่ใช่โย”

“เธอแน่ใจเหรอว่าจะทำใจได้”

“ยายละมุดสอนโยกับแม่เสมอค่ะว่าสุขที่สุดของชีวิตคือยอมรับในสิ่งที่เราเป็น ทุกข์ที่สุดคือคิดร้ายกับผู้อื่น เพราะใจเราจะไม่มีวันสงบสุข และโยจะไม่มีวันอกตัญญูต่อความดีของคุณกิ่งที่มีให้โยตลอดมา...”

ท่าทางยอมรับอย่างสงบของโยทกาทำให้ผ่องรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คิดมาตลอดว่าเป็นหนทางดีที่สุดสำหรับชัชรัณ แต่เมื่ออีกฝ่ายยอมแต่โดยดี เธอกลับไม่สบายใจ...ได้แต่บอกตัวเองว่าทำถูกแล้ว...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ooooooo

ชัชรัณเครียดหนักกับการมัดมือชกของผ่อง อึดอัดใจมากที่ต้องทำหน้าที่หลานชายที่ดี รับผิดชอบเรื่องที่ตนมีส่วนผิด แต่กลับต้องทอดทิ้งผู้หญิงคนเดียวที่รักมากที่สุด

หัวใจของชัชรัณแหลกสลายในเวลาไม่กี่วัน

ถูกทึ้งไปมาระหว่างความรักในครอบครัวและความรับผิดชอบจนแยกไม่ออก และเวลานี้เขาก็ไม่รู้จะบากหน้าไประบายความทุกข์ใจกับใคร...นอกจากกิ่งกาญจน์

กิ่งกาญจน์นั่งฟังอย่างสงบ ยอมรับมานานว่าเธอเป็นได้แค่เพื่อนที่แสนดีของเขา

“ตั้งแต่ผมจำความได้...ผมเห็นแม่โดนคุณยายควบคุมทุกอย่าง ผมทรมานที่ต้องเห็นแม่ร้องไห้ทุกวัน ...แต่แม่ก็ทนอยู่ในบ้าน ผมโกรธพ่อที่ไม่เคยช่วยแม่ เกลียดตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลย ผมบอกตัวเองว่าเมื่อไหร่ที่เรียนจบผมจะพาแม่ออกจากบ้าน จะทำให้แม่มีความสุข จะไม่ยอมให้ยายควบคุมชีวิตผมได้อีก แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมแม่ถึงต้องทน”

ชัชรัณเสียใจมากที่เอาแต่ใจ ทำให้ผ่องเสียใจ และกิ่งกาญจน์ต้องนอนป่วยแบบนี้ แต่กระนั้น...กิ่งกาญจน์ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเพราะอะไรเขาจึงถอดใจเรื่องโยทกา ทั้งที่เขายืนยันจะสู้เพื่อฝ่ายนั้นมาตลอด

“เพราะคุณยายคือครอบครัว...แม่กับผมคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของท่าน นับจากวันนี้...ผมไม่ได้ถูกควบคุมด้วยคำสั่งอีกแล้ว แต่เป็นความรักของท่าน ผมอยากจะชดเชยให้ท่านมีความสุขมากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้”

“แล้วความสุขของชัชล่ะ”

“ผมสุขเพราะความรักจากคนที่รักผมมามากแล้ว ทั้งกิ่ง...โยทกา...อย่างน้อยผมก็เคยได้สัมผัสกับมันสิ่งที่ผมอยากบอกกิ่งมากที่สุดคือ...ผมขอโทษกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุดในฐานะเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป”

ชัชรัณโพล่งความในใจออกมาในที่สุด กิ่งกาญจน์ถอนใจโล่งอก ยินดีอย่างบอกไม่ถูก

“ตั้งแต่เรารู้จักกัน...วันนี้เป็นครั้งแรกที่เราคุยกันแล้วกิ่งสบายใจที่สุด การเป็นเพื่อนกันมันดีที่สุดสำหรับเราจริงๆ กิ่งขออะไรอย่างได้ไหม...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กิ่งอยากให้ชัชอยู่กับทุกช่วงเวลาต่อจากนี้อย่างมีความสุขที่สุด...ได้ไหม”

“ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด”

“ขอบคุณนะ...เพื่อน”

ไม่ใช่แค่ชัชรัณที่กิ่งกาญจน์ต้องพยายามทำความเข้าใจ โยทกาก็เป็นอีกคนที่เธอต้องเยียวยา หลานสาวคนเดียวของเธอแวะมาหาเช้าของวันเดียวกันเพื่อบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย โดยไม่รู้เลยว่าเธอแกล้งหลับ

“ตั้งแต่เด็ก...โยเห็นแม่ยอมให้คนอื่นดูถูกที่เป็นมือที่สามในครอบครัวคนอื่นเพื่อเลี้ยงดูโย มันเจ็บปวดที่เราปฏิเสธคำพูดคนพวกนั้นไม่ได้ โยเห็นแม่ร้องไห้ทุกวัน การเป็นส่วนเกิน ถูกมองด้วยสายตารังเกียจ มันทำให้โยสาบานกับตัวเองว่าโยจะไม่ยอมเป็นมือที่สามในชีวิตใคร โยจะทำสิ่งที่ถูกต้อง เพราะโยอยากจะมีชีวิตที่ถูกต้อง...ที่สามารถสบตากับทุกคนได้ด้วยความภูมิใจ แต่โยก็ทำผิดจนได้”

กิ่งกาญจน์น้ำตาคลอ แต่ยังข่มใจให้นิ่ง ฟังโยทกาคร่ำครวญถึงการกระทำของตัวเอง

“โยขอโทษนะคะ...ขอโทษที่ทำให้น้ากิ่งต้องเป็นแบบนี้ ขอโทษที่โยไม่เคยรู้เลยว่าน้ากิ่งรักคุณชัชมากแค่ไหน โยรักคุณชัชเพราะโยไม่รู้...แต่ทุกอย่างมันก็มาไกลเกินจะแก้ตัว แต่โยจะขอแก้ไขมันเอง...”

การจากไปของโยทกาทำให้ชัชรัณคลั่งมาก ตั้งท่าจะตาม แต่ก็ถูกกรรณิการ์ขวางไว้

“ผมเจอคนที่ผมรักแล้ว ผมจะไม่ยอมเสียเขาไป”

“คุณจะให้เขาอยู่ในฐานะอะไร ในเมื่อคุณจะต้องแต่งงาน”

“ผมอยากให้เกียรติโยทกา อยากจะแต่งงานกับเขา อยากให้เขาเป็นภรรยา”

คำพูดหนักแน่นของเขาทำให้กรรณิการ์เจ็บปวดแทนลูกสาว แหวลั่น “แต่คุณทำไม่ได้! คุณรักลูกฉัน ฉันก็รักเขาเหมือนกัน ไม่มีแม่คนไหนยินดีที่ลูกสาวจะต้องกินน้ำใต้ศอก ถูกตราหน้าว่าแย่งของคนอื่น”

“โยทกาไม่ได้ทำแบบนั้น”

“แต่คนนอกไม่มีวันรู้ แล้วเขาก็ไม่สนด้วยว่าเหตุผลคืออะไร ถ้าโยยอมมันคงทำให้คุณมีความสุขแต่ลูกสาวฉันจะถูกสังคมตัดสินว่าเป็นมือที่สามไปชั่วชีวิต! ถ้าคุณรักเขา...พิสูจน์ด้วยการให้ลูกสาวฉันเป็นอิสระได้ไหมคะ...”

ooooooo

ชัชรัณคิดว่าอาจยอมให้อิสระโยทกาได้ แต่ก็เปลี่ยนใจในอึดใจต่อมา เมื่อภุชงค์ปรากฏตัวพร้อมใบลาออกของเธอ สองหนุ่มจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร และชัชรัณก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว กระชากคอเอาเรื่องอีกฝ่ายด้วยแรงหึง ก่อนจะขู่ให้ยอมแพ้ เพราะเขาจะไม่มีวันเสียเธอให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น!

“ถ้าคุณโยพูดว่าเขาเลือกคุณเมื่อไหร่ ผมจะไม่ยุ่งกับเขาอีกเลย...แต่ถ้าเขาเลือกผม...คุณจะกล้าทำอย่างผมหรือเปล่า ผมจะตามหาคุณโยให้เจอ แล้วทำให้เขาเป็นของผมด้วยความเต็มใจ”

จบคำสองหนุ่มก็โผหากันราวกับคนบ้า แลกหมัดกันไม่ยั้งจนผู้คนที่ผ่านมาเห็นต้องถลามาห้าม ภุชงค์บาดเจ็บไม่น้อยแต่ก็เลือกจะผละไปก่อน ทิ้งชัชรัณให้ฮึดฮัดคนเดียว ก่อนจะต้องรีบกลับบ้านเพราะถูกตามตัว

เถกิงนั่นเองที่เรียกลูกชายกลับเพื่อเป็นพยานเรื่องยกบ้านวริศรักษ์และกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งหมดคืนผ่อง พร้อมกับยกพานขอขมาสำหรับเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องสินี

“ทั้งที่ผมสัญญากับสินีว่าจะดูแลครอบครัวกับคุณท่านให้ดีที่สุด แต่ผมก็ทำไม่สำเร็จ วันนี้ผมสำนึกแล้ว ...กรรมใดที่ผมได้ล่วงเกินท่านด้วยกายก็ดี วาจาก็ดี ใจก็ดี ผมขอให้ท่านโปรดอโหสิกรรมให้ผมและคุณกรรณด้วยครับ”

ทุกคนมองมาลุ้นๆ ในที่สุดผ่องก็รับพานมาวางข้างตัว ก่อนเปรยแบบเสียไม่ได้

“ทำแบบนี้...หวังจะให้ฉันเลิกยุ่งกับตาชัชใช่ไหม”

“สิ่งเดียวที่ผมหวังคือการได้เห็นชัชกับคุณท่านมีความสุขในบ้านหลังนี้ตามที่ผมได้รับปากกับสินีไว้สิ่งใดที่ท่านทำแล้วมีความสุข ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ขัดขวาง เพราะผมได้รู้แล้วว่าเราให้สิ่งใด เราก็จะได้รับสิ่งนั้น เมื่อผมทำร้ายผู้มีพระคุณ ผมจึงต้องได้รับผลเป็นความเจ็บปวดทรมานเช่นกัน สิ่งที่ผมสร้างมาตลอดทั้งชีวิต ผมได้มอบทุกอย่างให้กับชัชรัณเป็นผู้ดูแลรักษา ผมเชื่อว่าชัชจะดูแลท่านเป็นอย่างดี ผมกราบขอโทษและขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

กล่าวจบเถกิงกับกรรณิการ์ก็ขอตัว ขนข้าวของย้ายออกจากบ้าน ท่ามกลางความตกใจของใครหลายคน ไม่เว้นแม้แต่ชัชรัณกับผ่อง สองยายหลานที่เคยทำท่าอยากให้สองสามีภรรยาออกจากบ้านวริศรักษ์มาตลอด

แต่กระนั้น...ผ่องก็ทิฐิ ไม่ยอมรับว่าตัวเองก็มีส่วนผิด กดดันทุกคนจนต้องแยกกันคนละทิศละทางแบบนี้

“ตอนนี้ชัชต้องเป็นคนดูแลทุกอย่างของวริศรักษ์ ...บ้านหลังนี้ บริษัทวริศ”

“ถ้าพ่อให้ทุกอย่างกับผม แล้วเขาจะอยู่ยังไงล่ะครับ”

“เรื่องนี้ยายไม่รู้หรอกนะ...แต่นับจากนี้เราจะมีความสุขในบ้านหลังนี้ บ้านที่ไม่มีคนคอยก่อปัญหา สร้างความวุ่นวาย เสียใจให้หลานกับแม่ของหลานอีก...มีแค่เรา ในที่สุดบ้านวริศรักษ์ก็มีแต่คนที่คู่ควรและเหมาะสมเท่านั้น”

“ผมอยากให้คุณยายมีความสุขครับ ถ้าคุณยายอยากให้ผมมีชีวิตที่ชดใช้ให้คุณยายแทนแม่ ด้วยการทำตัวเป็นสัตว์เลี้ยงเชื่องๆที่เชื่อฟังคุณยายทุกอย่าง...ได้ครับ...ผมจะทำ”

“ทำไมชัชพูดกับยายแบบนี้”

“เพราะคุณยายทำให้ผมคิดแบบนั้น ทุกครั้งที่ผมเห็นสายตาคุณยายมองผม ผมไม่เคยแน่ใจเลยว่าสายตาของคุณยายมองว่าเป็นหลาน...หรือเป็นสัตว์เลี้ยงกันแน่!”

ooooooo

ไม่ใช่แค่เถกิงกับกรรณิการ์ที่ออกจากบ้านวริศรักษ์ โยทกาก็ออกจากกรุงเทพฯด้วยความช่วยเหลือของเซมกับเจนจันทร์ แลกกับคำสัญญาจะติดต่อกลับมาทันทีที่หาที่อยู่และงานใหม่ได้

โยทกาตัดใจไม่รับสายภุชงค์กับชัชรัณ และพยายามมากจะไม่บอกที่อยู่ใหม่กับใคร แต่สองพี่น้องเพื่อนซี้เซมกับเจนจันทร์ก็หาทางรู้จนได้เพราะแอบติดเครื่องติดตามจีพีเอสไว้กับรถที่โยทกาขับ

แต่ถึงปกปิดแค่ไหน ภุชงค์ก็ตามหาโยทกาจนเจอ ทันเวลาที่เธอมาสมัครงานที่รีสอร์ตเขา และเกือบเป็นลมต่อหน้าต่อตาเพราะหน้ามืด ชายหนุ่มเจ้าของโรงแรมรีบพาเธอส่งโรงพยาบาล เลยได้รู้ผลตรวจของเธอโดยไม่ตั้งใจว่าเธอตั้งครรภ์ได้สามสัปดาห์!

โยทกาตกใจมาก แต่คงไม่มากกว่าเซมกับเจนจันทร์ที่ยืนกรานเสียงแข็งจะให้เธอบอกชัชรัณ

“โย...หลานฉันควรต้องมีพ่อ ถ้าเขารู้เขาต้องดีใจแน่ เขารักแกมากขนาดนั้น ถ้ารู้ว่ามีลูกนะ...”

“โยออกมาจากบ้านนั้นเพื่อให้เรื่องมันจบ คุณชัชจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้!”

“โย...แกก็ไม่มีพ่อ แกรู้ดีว่ามันจะเป็นแผลในใจ แกอยากให้ลูกรู้สึกขาดเหมือนที่แกเคยเป็นเหรอ”

“การไม่มีพ่อยังแย่น้อยกว่ามีแต่ลูกฉันต้องเป็นแค่ส่วนเกิน ไม่มีวันที่วริศรักษ์จะยอมรับเขาเป็นครอบครัว”

“พี่รู้ว่าแกห่วงใจคุณกิ่ง แต่ใจของลูกแกก็สำคัญ”

“ฉันเคยทำผิดกับเขามาแล้ว ฉันจะไม่ยอมผิดซ้ำซาก ฉันเลี้ยงลูกคนเดียวได้”

“ฉันรู้ว่าแกทำได้ เพราะแม่แกเขาก็ทำมาแล้ว แต่ตอนนั้นแม่แกไม่มีทางเลือก เขาถึงต้องเลี้ยงแกคนเดียว แต่คุณชัชเขาพร้อมจะดูแลแก พี่เชื่อว่าทุกคนต้องเห็นแก่เด็กที่กำลังจะเกิด อย่าให้หลานพี่ต้องกำพร้าเลยนะ”

“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันไม่อยากพูดคำนี้ แต่ถ้าพวกพี่บอกคุณชัช พวกพี่จะไม่เห็นหน้าฉันอีก!”

เซมกับเจนจันทร์เลยต้องถอย ต่างจากภุชงค์ ไม่ยอมให้เธอขัดขืนเรื่องที่เขาเสนอให้เธอมาทำงานที่รีสอร์ต โยทกาลำบากใจมาก ไม่อยากรบกวนเพราะเกรงใจ แต่ก็ถูกเขาขู่

“ถ้าไม่อย่างนั้นผมจะบอกคุณชัชเรื่องคุณท้อง...ถ้าคุณคิดว่าจะหนีอีก ผมบอกเลยว่าไม่ง่าย เพราะผมนี่ล่ะจะตามหาคุณจนเจอ ผมจะทำทุกอย่างจนกว่าคุณจะยอมรับความช่วยเหลือจากผม...แต่ถ้าคุณยอมรับความช่วยเหลือจากผม ผมจะช่วยให้คุณชัชเลิกยุ่งกับคุณ...ขอแค่ให้คุณไว้ใจผม”

ระหว่างที่โยทกาตัดสินใจ กิ่งกาญจน์ก็คิดหนักเพราะผ่องกับคุณหญิงละอองไม่ยอมแพ้เรื่องแต่งงาน หมั่นส่งแบบการ์ดและรายละเอียดต่างๆให้เธอเลือกตลอด กุสุมาเฝ้ามองด้วยความเหนื่อยใจและเซ็งแทน

“ทำไมการมีความรักมันเศร้าอย่างนี้เนี่ย คุณโยเสียสละ พี่กิ่งจะรับก็เจ็บปวด คุณชัชก็ไม่กล้าเห็นแก่ตัว ไม่เห็นใครจะมีความสุขสักคน ถ้าพี่เป็นคุณโยพี่จะทำแบบเขาไหม”

กิ่งกาญจน์นิ่งนิดเดียว ก่อนตอบเสียงหนักแน่น “ไม่...ถ้าชัชรักพี่ พี่จะสู้เพื่อจะได้อยู่กับเขา ต่อให้ใครจะบอกว่าพี่เห็นแก่ตัวพี่ก็จะไม่สนใจ เพราะพี่จะอยู่เพื่อคนที่พี่รักเท่านั้น แล้วถ้าเป็นป้องล่ะ...”

“ยังเข็ดกับเรื่องเก่าไม่หายเลยพี่ ป้องคงไม่มีโอกาสต้องตัดสินใจแบบนั้นหรอกค่ะ”

อาการหน้าแดงอึกๆอักๆของกุสุมา ทำให้กิ่งกาญจน์นึกเอ็นดู ก่อนเปิดฉากถามตรงๆ

“ทำไมป้องไม่ลองสารภาพกับคุณภุชงค์ล่ะ”

“ป้องกับเขาเป็นเพื่อนกัน”

กิ่งกาญจน์นิ่วหน้า ก่อนเย้าอย่างรู้ทัน “เวลาป้องอยู่กับคุณภุชงค์ ป้องไม่รู้ตัวหรอกว่าตาของป้องมองอยู่ที่เขาคนเดียว แล้วเพื่อนเวลามองกันเขาไม่มีประกายตาวิ้งๆใส่กันหรอกนะ”

กุสุมาอ้าปากค้าง สารภาพแบบไม่มีกั๊กว่าหลงรัก ภุชงค์เพราะน้ำใจของเขา กิ่งกาญจน์มองมาอย่าง เข้าใจและยุให้รุ่นน้องสาวที่รักลองสู้เพื่อผู้ชายที่พึงใจสักครั้ง...ดีกว่าเสียใจตลอดชีวิตเพราะไม่ได้พูด

ooooooo

งานแต่งงานระหว่างชัชรัณกับกิ่งกาญจน์ทำให้หลายคนปั่นป่วน โยทกาต้องออกจากบ้านวริศรักษ์ ลาออกจากหิรัญญิการ์ และแยกจากชัชรัณเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ชัชรัณก็รับศึกหนัก ทั้งจากผ่องยายจอมเจ้ากี้เจ้าการและคุณหญิงละอองที่กดดันไม่หยุดเรื่องความรับผิดชอบที่มีต่อกิ่งกาญจน์

มาลัยเฝ้ามองคุณหนูหนุ่มที่เลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยด้วยความสงสารและเห็นใจ รู้ดีว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหนที่ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจไม่ได้ แถมเรื่องเถกิงก็เป็นเหมือนปมในใจที่ไม่เคยได้คำตอบ ชัชรัณฝังใจว่าพ่อเป็นสาเหตุทำให้แม่ต้องตาย แต่คำปลอบเหมือนอยากบอกอะไรของมาลัยก็ทำให้เขาเริ่มสงสัย...

ระหว่างที่ชัชรัณตัดสินใจจะตามหาความจริงเรื่องพ่อ...ภุชงค์ก็เริ่มไม่มั่นใจกับการตัดสินใจของตนเอง เสนอตัวช่วยโยทกาจากชัชรัณด้วยการแต่งงาน กุสุมายังไม่รู้เรื่อง แต่เห็นเขาทำท่าคิดหนักเลยอยากให้กำลังใจ

“ฉันเชื่อว่า...ไม่ว่าคุณจะคิดหรือทำอะไรก็ตาม คุณจะทำแต่สิ่งที่ดีด้วยความหวังดีเพื่อใครสักคนเสมอ”

“ฟังแล้วผมดูหล่อมากทีเดียว”

“ไม่ว่าคุณคิดทำอะไร ฉันสนับสนุนสุดตัว”

ภุชงค์ปลื้มมาก สบายใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้คุยกับวิทยากรสาว กุสุมาสะกิดใจกับคำพูดทิ้งท้ายของเขาที่ว่าให้ลงมือทำดีกว่ารอให้ทุกอย่างสายไป อยากสารภาพรัก ใจแทบขาดแต่ก็ต้องเก็บไว้เพราะยังใจไม่กล้าพอ...

ด้านเพ็ญศรี...ออกจากบ้านวริศรักษ์ได้ไม่นานก็ตกอับ ถูกปล้นหมดตัว ต้องบากหน้าไปพึ่งศิริพรให้ช่วย เลยได้เจอเวนย์วายร้ายจากออสเตรีย โจทก์เก่าของโยทกา กับชัชรัณ ที่เสนอตัวช่วยบุกปล้นบ้านวริศรักษ์เพราะหวังสมบัติและล้างแค้นโยทกากับชัชรัณ

หลังวางแผนกับเวนย์ เพ็ญศรีก็บุกบ้านวริศรักษ์เช้าวันต่อมา ขนเครื่องเพชรและของมีค่ามากมายในห้องผ่อง มาลัยผ่านมาเห็นเลยถูกทำร้ายจนหมดสติ แต่กระนั้น ...โชคก็ไม่เข้าข้างคนชั่ว เพ็ญศรีถูกผ่องเจอตัวจนได้!

ผ่องโกรธมาก แหวให้คืนของและไล่ออกจากบ้านอีกครั้ง แต่กลับถูกเพ็ญศรีทำร้ายจนตกบันได

“คิดว่าฉันกลัวแกเหรอ! แกบอกว่ารับฉันมาเลี้ยงเหมือนลูกหลานแต่ใช้ฉันเหมือนขี้ข้า รองมือรองเท้าแกกับลูกหลาน แกทำตัวสูงส่งแต่จิตใจชั่วร้าย ผู้ใหญ่เอาแต่ใจบ้าอำนาจอย่างแก ถ้าไม่มีเงินก็ไม่มีใครเห็นหัว คนอย่างแก ไม่ควรจะเหลือใคร วริศรักษ์จะต้องสิ้นตระกูลเพราะตัวแกเอง!”

พูดจบก็ชักปืนมาขู่ ผ่องกลัวมาก ละล่ำละลักขอชีวิต

“เพ็ญศรี...ฉันเลี้ยงเธอมา ฉันดีกับเธอหลายอย่าง”

“แต่แกทำร้ายฉัน สามสิบปีที่ฉันทนให้แกโขกสับว่าฉันต่ำ โง่ ไร้สมอง ฉันเกลียด...เกลียดจนอยากให้แกตาย!”

เพ็ญศรีเกือบเหนี่ยวไกแล้ว ถ้าเถกิงที่มาจากไหนไม่รู้ไม่โผล่มาขวาง พร้อมๆกับชัชรัณที่เบิกตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด ผ่องตะลึงมาก ไม่คิดว่าลูกเขยที่แสนชัง จะเอาตัวมาบังปกป้อง แถมมาลัยก็บาดเจ็บเกือบตาย ทุกอย่าง วุ่นวายโกลาหลจนไม่ทันสังเกตเลยว่าเพ็ญศรีหอบข้าวของ มีค่าหนีไปแล้ว!

ooooooo

เพ็ญศรีหนีไปได้โดยมีเวนย์ช่วยเหลือ โยทการู้เรื่องก็ส่งเซมกับเจนจันทร์เข้าไปดูแม่ด้วยความเป็นห่วง กรรณิการ์เลยได้รู้ความจริงเรื่องลูกสาวคนเดียวตั้งท้องเพราะเซมดันหลุดปาก

แต่ชัชรัณยังไม่รู้ มัวดูแลเถกิงให้นอนพักเพราะบาดเจ็บจากการถูกยิงถากที่แขน ก่อนจะไขข้อข้องใจของตน ทั้งเรื่องแม่และเรื่องที่พ่อเอาตัวบังผ่องจากกระสุนของเพ็ญศรี

“เพราะท่านเป็นคุณยายของชัช เป็นผู้มีบุญคุณของพ่อ เป็นครอบครัว...”

“เรื่องวันนี้...มันทำให้ผม...นึกถึงวันที่แม่จากเราไป...ทำไมครอบครัวเราถึงไม่เหมือนบ้านอื่น ทำไมเราถึงไม่เคยกินข้าวพร้อมหน้า ยิ้มให้กัน หัวเราะกับเรื่องสนุกๆ เหมือนคนอื่นๆ”

“พ่ออยากให้ชัชมีความสุข”

“ผมไม่รู้ว่าความสุขมันเป็นยังไง มันต้องรู้สึกยังไงถึงจะเรียกว่าความสุข แม่บอกว่าให้ผมอดทน สักวันคุณยายจะอภัยให้พ่อ อภัยให้เรา พ่อจะกลับมา แล้วครอบครัวเราจะอยู่พร้อมหน้า แต่วันนั้นไม่เคยมาถึง ผมเคยเกลียดพ่อที่ทำลายครอบครัวของเรา เกลียดอะไรก็ตามที่ทำให้แม่ต้องจากไป ผมเคยคิดว่าทำไมคนที่รถคว่ำ วันนั้นถึงไม่เป็นพ่อ”

เถกิงถึงกับไปไม่ถูก ชัชรัณเลยตัดสินใจโพล่งความในใจเป็นครั้งแรก

“วันนี้ตอนเห็นพ่อล้ม...ผมรู้ทันทีว่าผมไม่เคยเกลียดพ่อ มีหลายเรื่องของพ่อที่แม่เล่าให้ฟังบ่อยๆ แม่บอกว่ามือของพ่อเป็นมือที่อบอุ่นที่สุด มือที่ทำให้แม่หลุดจากความโดดเดี่ยวของบ้านนี้ แต่ผมไม่เคยได้สัมผัสมันเลยสักครั้ง”

ชัชรัณพรั่งพรูสิ่งที่ค้างในใจตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะความรักความผูกพันจากพ่อที่ขาดหายไป ก่อนจะร้องไห้โฮอย่างหมดอาย เถกิงเจ็บปวดหัวใจมาก ตั้งท่าจะพูดปลอบแต่ก็ช้ากว่าชัชรัณ

“สิ่งที่ผมอยากได้จากพ่อไม่ใช่คำขอโทษ ผมต้องการแค่พ่อที่รักผม...ครอบครัวที่ทุกคนรักกัน”

เถกิงน้ำตาร่วงด้วยความสะเทือนใจ “วันนี้...พ่อยังมีโอกาสอยู่ใช่ไหม”

ชัชรัณโผกอดพ่อเป็นครั้งแรก ก่อนตอบเสียงเครือ

“ผมอยากให้แม่อยู่ตรงนี้...อยู่กับเรา อยากให้แม่รู้ว่าพ่อรักแม่...รักผม แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว”

สองพ่อลูกกอดกันด้วยความรักเป็นครั้งแรก ถ่ายทอดพลังงานที่หายไปหลายปีจนรู้สึกดีขึ้นบ้าง เถกิงจึงตัดสินใจจะกลับ ชัชรัณอยากไปส่งแต่ก็ถูกปฏิเสธ ผ่องที่แอบมองบรรยากาศอุ่นๆระหว่างพ่อลูก เสียใจและรู้สึกผิด แต่ก็ยังมีฟอร์ม เลยตัดสินใจแก้ปัญหาให้คนขับรถประจำบ้าน ไปส่งเถกิงกับกรรณิการ์แทน

กิ่งกาญจน์หนักใจเรื่องแต่งงานไม่แพ้ชัชรัณ แต่เรื่องสำคัญกว่าคือการหายตัวไปของกฤตนัย ซึ่งเธอก็หลอกถามจากคุณหญิงละอองจนมั่นใจว่าการหายตัวไป ของพี่ชายนอกไส้เป็นฝีมือของแม่บุญธรรมแน่

ความจริงเรื่องกฤตนัยทำให้กิ่งกาญจน์ยิ่งมั่นใจกับการตัดสินใจของตนจะไม่แต่งงานกับชัชรัณ แต่กำลังคิดแผนดึงตัวพี่ชายนอกไส้กลับจากใต้ให้ได้เพื่อเป็นตัวช่วย กุสุมารับรู้ด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะต้องหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าภุชงค์อยู่กับโยทกาและกำลังวางแผนสำคัญ

สีหน้าของวิทยากรสาวทำให้กิ่งกาญจน์อดเย้าไม่ได้ เข้าใจดีถึงความรักที่ต้องปิดบัง

“ป้องรักเขามากเหรอ”

“รัก...ทั้งที่เขาไม่เคยให้ความหวัง ป้องต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

“ทีเรื่องพี่...ป้องยังจัดการได้ เรื่องตัวเองก็ต้องได้สิ เรามันผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารนะ ต้องรู้ทัน จับทางได้”

“ความรู้ใช้กับความรักไม่เคยได้ผลหรอกค่ะ เป็นคนโดนเองก็ตาบอด ตั้งสติยาก เป็นคนนอกอะไรมันก็ง่ายไปหมด พอมายืนวงในมันยากซะทุกอย่างเลย”

“พี่อยู่ทั้งคน ไม่มีอะไรยากแน่นอน...เชื่อพี่”

“แต่ ณ จุดนี้...พี่ก็ยังไม่รอดเลยนะคะ”

“ปากดีนักนะเดี๋ยวไม่ช่วยซะเลยนี่”

“ทำไมพี่กิ่งดูมั่นใจจัง พี่มีวิธีจริงๆเหรอคะ”

“แน่นอน...พี่กายภาพจนตอนนี้กล้ามเริ่มมาละ พี่จะหักคานน้องสาวพี่เอง!”

ooooooo

สถานการณ์เฉียดตายทำให้ผ่องได้คิด ชีวิตคนเราไม่แน่นอน จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ คำพูดก่อนตายของยายละมุดผุดในหัวอีกครั้ง พร้อมข่าวดีจากมาลัยที่แอบฟังกรรณิการ์คุยกับเซมและเจนจันทร์ว่าโยทกาตั้งท้อง!

ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความรักในตัวหลานชาย คนเดียวทำให้ผ่องตัดสินใจยกเลิกงานแต่ง คุณหญิงละอองโกรธมาก โวยวายไม่ยินยอมเพราะเสียหน้าและเสียโอกาสเอาคืนเถกิง แต่ผ่องก็เจรจาอย่างใจเย็น

“ดิฉันรับรองว่าเราจะดูแลหนูกิ่งอย่างดี...ในฐานะหลานสาวคนหนึ่ง”

“ลมปากพวกคุณมันจะเชื่ออะไรได้ งานแต่งที่รับคำหนักแน่นยังพลิกลิ้นกันง่ายๆ แต่ถ้าคุณจะยกเลิกให้ได้...คุณต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับลูกสาวของฉัน!”

“เรียกร้องมาได้เลยค่ะ”

“ครึ่งหนึ่งของทรัพย์สมบัติที่หลานชายของคุณมี...รวมทั้งบ้านหลังนี้ด้วย!”

คุณหญิงละอองยื่นข้อเสนอเพื่อเอาชนะ และผ่องก็รู้ดีตอกกลับอย่างเหลืออด

“ถ้าคุณคิดว่าการแต่งงานจะทำให้คุณมีสิทธิ์ในบริษัทมากกว่าที่เป็นอยู่...ขอให้คุณรู้ว่าคุณคิดผิด”

“ถ้าไม่ได้ตามนี้ ฉันจะประจานให้ทุกคนรู้ว่าหลานชายบ้านวริศรักษ์ไม่ใช่ลูกผู้ชาย หัวหงอกหัวดำของวริศรักษ์แล้งน้ำใจไร้ความรับผิดชอบมากแค่ไหน”

“คุณกำลังข่มขู่ฉัน”

“จะลองเสี่ยงกับคนอย่างฉันดูก็ได้นะคะว่าจะดีแต่ปากเหมือนคุณหรือเปล่า...พบกันวันงานนะคะ”

คุณหญิงละอองตัดบทพร้อมขอตัว ผ่องได้แต่มองตามด้วยความ แค้นใจ เจ็บใจเหลือเกินที่ปล่อยให้อารมณ์และทิฐิอยู่เหนือความสุขของหลานชายคนเดียว...จนชักศึกเข้าบ้านวริศรักษ์แบบนี้

กรรณิการ์แวะไปเยี่ยมกิ่งกาญจน์ที่โรงพยาบาล บอกเล่าเรื่องราวของเพ็ญศรีที่บุกถึงบ้านวริศรักษ์จนบาดเจ็บกันถ้วนหน้า แต่เรื่องไหนก็ไม่ทำให้กิ่งกาญจน์สนใจมากเท่าเรื่องของโยทกา

“โยก็ไปใช้ชีวิตของเขาอย่างที่เขาต้องการ ถ้าโยไม่อยู่...คุณชัชก็ต้องตัดใจได้สักวัน พี่อยากให้กิ่งอย่าคิดมาก เพราะต่อจากนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม...โยทกาจะไม่กลับมาที่นี่อีก พี่กับโยอยากให้กิ่งมีความสุขนะ”

“กิ่งคงไม่มีความสุขหรอกค่ะ ถ้ากิ่งไม่ได้รู้ว่าเหตุผลอะไรก็ตามของพี่มันหมายถึงอะไร...ที่โยทกาหนีไปมันมีเหตุผลอื่นด้วยใช่ไหมคะ ไม่ใช่แค่เพราะให้ชัชตัดใจ”

กรรณิการ์อ้ำๆอึ้งๆ กิ่งกาญจน์เลยรุกหนัก “ถ้ามันเป็นความจริง สักวันกิ่งก็ต้องรู้ ให้กิ่งรู้จากพี่ยังเสียใจน้อยกว่ารู้จากคนอื่นนะคะ พี่กรรณ...ถ้าพี่ไม่พูด กิ่งจะถามชัช ถามคุณภุชงค์ ถามทุกคนให้บอกความจริงกับกิ่ง”

“ไม่ได้นะ...คุณชัชจะสงสัยเรื่องนี้ไม่ได้!”

ท่าทางเกรี้ยวกราดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของกรรณิการ์ ทำให้กิ่งกาญจน์สงสัย คาดคั้นอย่างหนักจนรู้ว่าโยทกา

ตั้งท้องลูกของชัชรัณ กุสุมารู้เรื่องเป็นคนต่อมา และปรี่ไปหาภุชงค์ทันทีที่เขาบอกจะแต่งงานกับโยทกา

ภุชงค์ไม่มีท่าทีเดือดร้อนใจเลย แถมบอกว่ารู้อยู่แล้วเรื่องโยทกาตั้งท้องลูกของชัชรัณ

“มันอาจจะดูบ้าที่ยอมรับเป็นพ่อให้กับลูกคนอื่น แต่ผมไม่อยากให้คุณโยโดนสังคมประณามที่ท้องไม่มีพ่อ แค่ต้องเห็นผู้ชายที่ตัวเองรักแต่งงานกับคนอื่นก็เจ็บมากพอแล้ว”

“แต่คุณโยไม่ได้รักคุณ แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันคุณอาจเจอคนที่รักคุณมาก และคุณก็...อาจจะรักเขา ถ้ารู้ใจกันแต่คุณมีพันธะกับคุณโย ผู้หญิงที่รักคุณต้องเจ็บมากเหมือนกันนะ”

“ลูกคุณโยต้องมีพ่อ มันเป็นหน้าที่...ที่ผมต้องอยู่เคียงข้างเขา ช่วยเหลือเขาเท่าที่ผมจะทำได้”

อีกครั้งที่ความมีน้ำใจของเขาทำให้กุสุมาพูดไม่ออก อยากตัดใจจากเขา แต่ก็ทำได้แค่น้ำตาร่วงด้วยความน้อยใจ ภุชงค์เห็นน้ำตาเธอก็ใจหวิวอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่มองตามด้วยความสับสน...หรือว่าเขาจะตัดสินใจผิด

ooooooo

จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครยกเลิกเรื่องแต่งงานได้ ความปรารถนาของคุณหญิงละอองกำลังจะเป็นจริง ท่ามกลางความช้ำใจของกิ่งกาญจน์ ความทุกข์ใจ

ของชัชรัณกับโยทกาที่ไม่อาจสมรัก รวมทั้งความสับสนของภุชงค์ที่คิดว่าตัวเองอาจมีใจให้ใครอีกคนที่ไม่ใช่โยทกา

และแล้ววันแต่งงานก็มาถึง...ผ่องในฐานะแม่งานบ้านวริศรักษ์จัดงานตามหน้าที่ ก่อนจะตัดสินใจบอกชัชรัณเรื่องโยทกาตั้งท้อง ชัชรัณหน้าตื่น รีบผละไปโทร.

หาโยทกาแต่เธอไม่รับสาย เลยต้องฝากข้อความไว้

“โย! ทำไมถึงไม่บอกผมว่าคุณท้อง เขาเป็นลูกของผม ลูกของเรา ผมจะไม่ยอมเสียคุณไป ต่อให้คุณหนีไปไกลแค่ไหนผมก็จะตามหาคุณให้เจอ!”

ผ่องมองหน้ามาลัยเครียดๆ ก่อนจะบอกหลานชายคนเดียวอย่างคนที่ตัดสินใจแล้ว

“ยายเป็นคนทำให้งานนี้เกิดขึ้น ยายจะรับผิดชอบแขกที่มาร่วมงานในวันนี้เอง ยายขอให้ชัชให้โอกาสยายได้แก้ไข ขอให้ชัชกลับมาเป็นหลานของยายอีกครั้งนะลูก”

ชัชรัณโผกอดยายอย่างขอบคุณ ก่อนจะรีบไป โยทกาได้ฟังข้อความเสียงของเขาก็ร้อนรนมาก และตัดสินใจยอมรับความช่วยเหลือของภุชงค์ด้วยการแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับเขา

ภุชงค์เต็มใจช่วยแต่ก็แอบลังเลเพราะคาใจท่าทางของกุสุมา สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องโทร.หาวิทยากรสาว

“ฉันขอถามเป็นครั้งสุดท้าย คุณแต่งงานกับคุณโยเพราะคุณรักเขาใช่ไหม”

“ผม...อยากช่วยเพื่อน”

“เดี๋ยวนะ...คุณบอกว่าช่วยเพื่อนเหรอ”

“ใช่...ผมทำเพราะไม่อยากให้หลานผมไม่มีพ่อ”

“ถ้าคุณไม่รักคุณโย คุณ...ไม่แต่งได้ไหม”

“ผมขอเหตุผลได้ไหมว่าทำไมผมไม่ควรแต่งงานกับคุณโย”

กุสุมาตอบไม่ถูก ก่อนจะอึกๆอักๆบอกทางออกอื่นให้เขาช่วยโยทกาในฐานะเพื่อนโดยไม่ต้องแต่งงาน ภุชงค์ที่เริ่มรู้ใจตัวเองเลยแกล้งงอนและขอวางสาย กุสุมาต้องรั้งไว้และสัญญาจะบอกเหตุผลแท้จริงตอนเจอหน้ากัน

นอกจากชัชรัณจะหนีงานแต่งไปหาโยทกา

กิ่งกาญจน์ก็ชิ่งงานนี้ด้วย ทิ้งไว้แค่จดหมายอธิบายความในใจกับแม่บุญธรรมว่าไม่อาจฝืนใจแต่งงานกับชัชรัณได้ เพราะเธอไม่อยากตกนรกทั้งเป็น และที่สำคัญเธอไม่อาจทำร้ายใจคนที่เธอรักได้ จึงเลือกจากไปและไม่ขอกลับมาอีก...ทั้งที่รสิกาญจน์และวริศรักษ์

งานแต่งเป็นอันล่ม เจ้าบ่าวเจ้าสาวแยกไปคนละทิศละทาง คุณหญิงละอองโกรธมาก อาละวาดเหวี่ยงไปทั่วด่ากราดทุกคนว่ารู้เห็นเป็นใจ โดยเฉพาะกรรณิการ์ที่โดนหนักกว่าเพื่อน ผ่องทนไม่ไหว แหวอย่างเหลืออด

“ฉันอยากจะเตือนในฐานะคนเคยรู้จักกันว่าตอนนี้...ในมือของคุณไม่มีอะไรจะต่อรองกับเราได้แล้ว คุณควรจะเจียมตัวก่อนที่ลูกเขยของฉัน...ที่ปันหุ้นให้คุณด้วยความเมตตาจะถูกยึดคืนทั้งหมด อย่าลืมนะคะว่าลูกเขยของฉันมีสัญญาที่สามีคุณทำเอาไว้ คุณควรจะเจียมตัวก่อนที่ความเมตตาที่ลูกเขยฉันเคยมีให้คุณจะหมดไปด้วยเหมือนกัน!”

ooooooo

แม้จะโล่งใจไม่ต้องแต่งงาน แต่ชัชรัณก็เป็นห่วงกิ่งกาญจน์ในฐานะเพื่อน เขาพยายามโทร.หาจนรู้ว่าเธอไม่ได้หายไปไกล แค่หลบไปต่างจังหวัดพร้อมบอดี้การ์ดจำเป็นอย่างกฤตนัย

“ถ้ากิ่งอยู่กับพี่ผมค่อยสบายใจหน่อย ผมรู้ว่ากิ่งหนีไปเพื่อผม แต่ผมไม่อยากให้กิ่งต้องลำบากเพราะผม”

กิ่งกาญจน์ยิ้มบางๆให้มือถือ ซึ้งใจที่เขาเป็นห่วง “มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เราทั้งคู่เป็นอิสระ ชัชไม่ต้องคิดมาก ที่กิ่งทำก็เพราะกิ่งรักตัวเอง กิ่งไม่อยากเป็น ทุกข์หรือทำให้ใครต้องทุกข์เพราะกิ่งอีก กิ่งจะไม่กลับไปรสิกาญจน์หรือวริศรักษ์อีกแล้ว กิ่งขออะไรสักอย่างจากชัชเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม...”

ชัชรัณรับปากอย่างไม่ลังเล จนกิ่งกาญจน์ต้องพยายามกลั้นน้ำตา “ขอให้ชัชใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดเท่าที่ชัชหวังไว้ เพราะความสุขของชัชจะทำให้กิ่งมีความสุขเหมือนกัน ชัชทำให้กิ่งได้ไหม”

“ขอบคุณนะกิ่ง ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

“กิ่งต้องวางสายแล้ว...มีความสุขมากๆนะ...เพื่อน”

จบเรื่องกิ่งกาญจน์ ชัชรัณก็บึ่งรถไปหาโยทกาที่กำลังจะจดทะเบียนสมรสกับภุชงค์ เซมกับเจนจันทร์พยายามโทร.ยับยั้ง แต่โยทกาก็ไม่เปลี่ยนใจ ตั้งใจจะตัดใจจากชัชรัณให้ได้

แต่ถึงพยายามแค่ไหน โยทกากับภุชงค์ก็ฝืนใจตัวเองไม่ได้ ยกเลิกการจดทะเบียนและออกจากสำนักงานเขตด้วยสีหน้าโล่งใจสุดๆ ชัชรัณมาถึงพอดี ประกาศกร้าวจะเอาตัวโยทกาคืน ภุชงค์หมั่นไส้เลยแกล้งยียวน สองหนุ่มเลยโผหากัน หลังจากนั้นตะลุมบอนวุ่นวายจนโยทกาต้องเอาน้ำมาสาดให้แยกกัน!

ชัชรัณบอกเรื่องกิ่งกาญจน์หนีงานแต่งและเขาก็เป็นอิสระจะรับผิดชอบเธอกับลูกในท้อง แต่โยทกาไม่เชื่อและหนีหน้าไปอีกรอบ ภุชงค์เบื่อจะกวนประสาทชัชรัณ แต่ไม่วายถามจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายจริงจังเรื่องโยทกาเลยปล่อยให้ผัวเมียง้อกันเอง ส่วนตัวเองลากกุสุมาไปเคลียร์อีกทาง

“คู่โน้นเขากำลังเคลียร์กัน คู่เราก็ต้องเคลียร์นะ... ทำไมคุณไม่อยากให้ผมแต่งงานกับคุณโย”

“คุณบอกว่าคุณคิดกับเขาแค่เพื่อน ลูกของคุณก็ไม่ใช่ คุณจะต้องรับผิดชอบไปทำไม”

“แค่นี้เหรอ...เหตุผลที่ไม่อยากให้แต่ง”

“แต่งกับคนที่เขาไม่รัก มันไม่มีความสุข”

“แล้วผมต้องแต่งกับใคร...ถึงจะมีความสุข”

แววตาวิบวับกับคำถามตรงไปตรงมาของเขาทำให้กุสุมาพูดไม่ออก ภุชงค์ต้องแกล้งจี้

“บอกผมทีสิ ผมอยากมีความสุข บอกผมหน่อยสิคุณ เขาอยู่ไหน ว่าไง...เขาอยู่ไหน”

“อยู่ตรงหน้าคุณนี่ไง อยากได้ยินคำนี้ใช่ไหม อ้าว...เงียบทำไมล่ะคะ ฉันตอบแล้วไง อย่าเงียบสิ”

กุสุมาตัดสินใจตอบ เลยได้รางวัลเป็นกอดแน่นๆ ถ่ายทอดความรู้สึกลึกซึ้งที่มีให้กันมานาน ภุชงค์ปลื้มมากที่ใจตรงกับเธอ ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อแฟนสาวหมาดๆ ถามเรื่องจดทะเบียนกับโยทกา

“ตอนจะเซ็นชื่อ ผมเพิ่งเข้าใจตัวเองว่าผมไม่ได้อยากอยู่กับคุณโย ผมนึกถึงคนให้คำปรึกษา คนแรกที่ผมนึกถึงเมื่อผมทุกข์ อยากแบ่งปันทุกครั้งที่มีความสุข ผมอยากอยู่กับคนนั้นมากกว่า แต่ไม่แน่ใจว่าเขาจะอยากอยู่กับผมไหม”

“อยากค่ะ”

“ตอบไวดีจัง...ไม่เล่นตัวหน่อยเหรอ”

“ฉันไม่อยากเสียคนที่ดีที่สุดในชีวิตของฉันไป...จบไหม”

ooooooo

เรื่องภุชงค์กับกุสุมาจบลงด้วยดี ผ่องก็ละทิฐิยอมให้เถกิงกับกรรณิการ์อยู่ฟังข่าวโยทกาที่บ้านวริศรักษ์ มีเพียงชัชรัณที่ยังทำให้โยทกาเชื่อไม่ได้ว่ากิ่งกาญจน์ยอมเลิกงานแต่งงานด้วยความเต็มใจ

โยทกาไม่อยากทำผิดซ้ำ แต่ก็ไม่วายโทร.เช็กเจนจันทร์จนได้รู้ว่าชัชรัณพูดความจริงเรื่องกิ่งกาญจน์ แต่ไม่ทันได้ปรับความเข้าใจ ความเครียดที่มีมาตลอดหลายวันก็สำแดงฤทธิ์เดชทำให้เธอตกเลือดต้องถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล

ชัชรัณได้ยินเสียงร้องโยทกาก็รีบพังประตูเข้าไป ก่อนจะได้ถอนใจโล่งอกในเวลาต่อมาเมื่อหมอแจ้งว่าแม่ลูกปลอดภัยดี แต่เพราะความเครียดทำให้เกิดภาวะแท้งคุกคาม โยทกาอาการดีขึ้นแล้ว แต่ยังจับมือเขาหน้าซีด

“โยกลัวมากเลยค่ะ...กลัวจะเสียลูกของเราไป”

“คุณต้องพยายามไม่คิดมาก แล้วอย่าทำอะไรที่หนักเกินไป คุณแม่สบายใจ ลูกก็จะสบายเหมือนกัน”

“มันพูดได้ง่ายแต่ทำยากมากนะ ยิ่งเห็นคุณ ฉันยิ่งรู้สึกผิดกับน้ากิ่ง”

“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมเชื่อว่าเราเป็นอิสระแล้วจริงๆ”

แล้วโยทกาก็ได้รับการยืนยันจากกิ่งกาญจน์หลังจากนั้นว่าเธอทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ

“คนสองคนที่ไม่ได้รักต้องทนอยู่ด้วยกัน มันไม่มีวันมีความสุข และมันคงจะกลายเป็นความเกลียดกันสักวัน ถ้าน้าต้องเสียเขาไปแบบนั้น น้าขอเป็นเพื่อนรักที่ยังมีเขาอยู่ในชีวิตแบบคนที่หวังดีต่อกันได้ดีกว่า น้ายอมรับความจริงได้แล้ว โยก็ควรจะยอมรับหัวใจตัวเองสักที”

คำยืนยันของกิ่งกาญจน์ทำให้โยทกาสบายใจขึ้น แต่กระนั้นก็เป็นห่วงกลัวน้าสาวต้องลำบากเพราะตน กฤตนัยเลยโผล่หน้าให้เห็นผ่านโทรศัพท์ อาสาและสัญญาจะดูแลกิ่งกาญจน์เป็นอย่างดี

ชัชรัณกับโยทกาวางสายไปแล้ว กิ่งกาญจน์ถึงกับน้ำตาร่วง กฤตนัยต้องคอยปลอบด้วยความเป็นห่วง

“กิ่งโล่งใจค่ะ...รู้สึกว่าตัวเองทำถูก อีกไม่นานมันก็จะผ่านไป กิ่งจะดีขึ้น แต่กิ่งคงเป็นภาระพี่ไปอีกนานเลย”

“การมีกิ่งในชีวิตพี่คือของขวัญมีค่าสำหรับพี่ที่สุด”

“วันหนึ่งพี่ก็ต้องไปมีครอบครัว มีความสุขตามหนทางของพี่”

“ความสุขของพี่อยู่ตรงหน้าแล้ว พี่ไม่ต้องการใครอีก”

“วันนี้กิ่งโทร.คุยกับป้อง ป้องแนะนำให้กิ่งตัดแว่น เพราะบางทีกิ่งอาจจะสายตายาวเกินไป ก็เลยไม่เคยมองเห็นความรู้สึกของคนใกล้ตัว...พี่กฤตว่ากิ่งควรจะตัดแว่นไหมคะ เผื่อจะได้เห็นอะไรชัดขึ้น”

“แล้วถ้ามันชัดขึ้น กิ่งจะยอมรับมันได้เหรอ”

“กิ่งไม่รู้หรอกค่ะ แต่ตอนที่พี่ไม่อยู่ กิ่งยอมรับว่ากิ่งไปไม่เป็นเลยค่ะ วันที่ไม่มีพี่ กิ่ง...เหงาแล้วก็คิดถึง...”

กิ่งกาญจน์ยอมรับว่าเคยชินที่มีเขาข้างๆ แต่ก็ยังไม่แน่ใจความรู้สึกตัวเอง

“กิ่งไม่อยากปิดโอกาสระหว่างเรา...มันอาจจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ก็ได้”

กฤตนัยหัวใจพองโต ยิ้มกว้างที่เธอให้โอกาส “ต่อให้มันไม่มีวันนั้น พี่ก็ไม่มีปัญหา พี่ขอแค่มีกิ่งอยู่ในสายตา อนุญาตให้พี่ดูแลกิ่ง อยู่เป็นเพื่อนกันตลอดไป แค่นี้พี่ก็พอแล้ว...”

ooooooo

ทุกอย่างทำท่าจะไปด้วยดี แต่โยทกาก็ยังไม่สบายใจเรื่องผ่อง เธอรักชัชรัณแต่ก็อยากให้ครอบครัวเขายอมรับด้วย ชัชรัณเลยต้องยอมทิ้งเธอไว้กับพยาบาลพิเศษและกลับบ้านวริศรักษ์เพื่อเปิดอกกับยายจอมบงการ

“ผมกับโย...เราผ่านวัยเด็กที่แตกต่างกันมาก โยทกาอาจต้องเจอกับความยากลำบากที่จะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้รับการยอมรับ แต่โยทกามีคุณกรรณที่คอยให้ความรักและดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนผมที่ทุกคนดูเหมือนจะสมบูรณ์พร้อมแต่ผมกลับโตด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวภายในบ้านนี้ ถึงผมเป็นเด็ก...แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าทุกคนคิดและรู้สึกต่อกันยังไง ความเย็นชาเกลียดชังของผู้ใหญ่ที่ผมรัก ผมไม่อยากให้ลูกของผมต้องโตมาด้วยความทรงจำที่มันเจ็บปวดแบบผมอีก”

เถกิงที่มาเป็นพยานสะเทือนใจมาก อยากแทรกว่าตัวเองก็มีส่วนแต่ผ่องก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“มันเป็นความผิดของยายเอง ยายหวังจะให้แม่ของชัชมีอนาคตที่ดีในแบบที่ยายต้องการ ยายเกลียดพ่อของหลานที่ทำลายความหวังของยาย ยายพยายามจะแยกสินีออกไป แต่สินีกลับตั้งท้องชัช พ่อของหลานมาอ้อนวอนขอโอกาส ยายยอมแต่ให้พ่อของหลานรับปากว่าห้ามมายุ่งหรือแตะต้องชัชเด็ดขาด ส่วนเรื่องที่ยายกับเพ็ญศรีบอกว่าพ่อของหลานมีเมียน้อย...ยายโกหก...ยายแค้น...อยากให้ทุกคนเจ็บปวดเหมือนที่ยายรู้สึก แต่วันนั้นวันที่สินีตาย...”

ผ่องน้ำตาคลอเมื่อคิดถึงลูกสาวคนเดียว ยอมรับในที่สุดว่าเพราะทิฐิเลยทำให้เรื่องเลยเถิดถึงวันนี้

“ยายรู้ตัวมาตลอดว่ายายทำผิด แต่ยายไม่กล้ายอมรับ ชัชพูดถูก...คนที่ทำให้สินีต้องตายคือยายเอง ยายขอโทษ ยายรักชัชด้วยความเห็นแก่ตัว ยายสนใจแต่ความรู้สึกของตัวเอง อยากให้ชัชเป็นแบบที่ยายต้องการ ยายไม่เคยสนใจความรู้สึกของใครเลย ชัชอภัยให้ยาย...ชัชให้โอกาสยายแก้ไขมันสักครั้งได้ไหม”

คำสารภาพของผ่องทำให้ชัชรัณใจอ่อนยวบ ดีใจมากที่ทุกคนยอมรับความจริง ครอบครัวสมบูรณ์ที่เขาฝันจะเป็นจริงสักที ผ่องก็สบายใจขึ้นมากและไม่รอช้าจะสู่ขอโยทกาจากกรรณิการ์

กรรณิการ์ขอแค่การยอมรับด้วยความเต็มใจ ชัชรัณกับโยทกาเลยลงเอยกันได้ในที่สุด แต่บรรยากาศชื่นมื่นก็อยู่ไม่นาน ตำรวจก็ส่งข่าวเรื่องเวนย์ถูกจับพร้อมเครื่องเพชรของผ่อง ตามด้วยข่าวร้ายสุดๆของชัชรัณเมื่อโยทกาถูกเพ็ญศรีบุกจับตัวถึงบ้านพักชายทะเล!

ชัชรัณถึงบ้านพักทันเวลาและพาโยทกาที่มีภาวะแท้งคุกคามอีกรอบส่งโรงพยาบาล ส่วนเพ็ญศรีสติแตกเพราะทุกอย่างผิดแผน ฆ่าตัวตายด้วยการเดินลงทะเล ผ่องรับรู้ข่าวของเพ็ญศรีด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะยิ้มได้อีกครั้งเมื่อเถกิงกับกรรณิการ์ตอบตกลงย้ายกลับมาบ้านวริศรักษ์เพื่อช่วยเลี้ยงหลาน

ภุชงค์ตกลงใจจะแต่งงานกับกุสุมา หลังเคลียร์ใจกับชัชรัณเรื่องเคยหลงรักโยทกา แต่เปลี่ยนใจเพราะรู้ว่าเธอไม่ได้มีใจให้ ส่วนกรรณิการ์ก็ละทิฐิขออโหสิกรรมหลวงพ่อกอบเพราะอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไม่มีอะไรติดค้าง

ทุกอย่างจบลงด้วยดี บ้านวริศรักษ์กลายเป็นบ้านที่สมบูรณ์ ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาและพร้อมจะก้าวไปด้วยกัน ไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...

ooooooo

-อวสาน-

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement