advertisement

ไฟรักเพลิงแค้น ตอนที่ 1

บทประพันธ์ จินโจว จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง3 โดย โซนิกซ์ทีม
20 พ.ค. 2557 09:17

แพรหรือแพรไพรินฉลองเรียนจบชั้นมัธยมปีที่หกพร้อมเกรซและเมย์เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันตั้งแต่เด็ก สามสาวหยิบใบเกรดมาดูด้วยความปลื้มใจ โดยเฉพาะแพรที่สอบได้คะแนนเป็นอันดับต้นๆของชั้นปี เมย์เป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อนไปเที่ยวทะเลฉลองเรียนจบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะแยกย้ายกันไปเรียนต่อ

แพรเป็นหญิงสาวเข้มแข็ง ไม่กลัวใคร ติดจะเย็นชาเพราะอดีตอันเลวร้ายที่เกิดกับครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน ชาติชายพ่อของเธอถูกเพื่อนรักหักหลังจนต้องฆ่าตัวตาย ส่วนกานดาแม่แท้ๆก็เสียใจจนคลั่งต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประสาท แต่ยังโชคดีที่กำธรอดีตลูกน้องคนสนิทของชาติชายรับเธอเป็นลูกบุญธรรม

กำธรเอ็นดูลูกบุญธรรมคนนี้มาก แพรเป็นเด็กรักดีและเฉลียวฉลาดจนเขาคิดว่าเธอคงมีอนาคตสดใส สาวน้อยเอานมอุ่นๆมาให้เขาในคืนวันจบการศึกษาและกราบขอบคุณสำหรับทุกเรื่องที่ทำเพื่อเธอมาตลอด

“แพรรู้ว่าคุณอาทำเพื่อแพร ถ้าไม่ได้คุณอา คงไม่มีโอกาสเรียน แพรคงต้องโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า...”

“แพร...อย่าคิดมากสิ สิ่งที่อาทำไปอาเต็มใจและมีความสุข อาไม่มีลูก แพรจึงเหมือนลูกของอา แล้วการที่แพรของอาเรียนดีก็ถือว่าแพรได้ตอบแทนอา ให้อาได้ชื่นใจในสิ่งที่ตั้งใจมอบให้แพร”

แพรน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจ กำธรบอกให้เธอเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้แม่ในอนาคต แพรพยักหน้ารับ ตั้งใจว่าต้องทำให้แม่หายจากอาการทางจิตและกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขให้ได้ กำธรพาแพรไปเยี่ยมกานดาในเช้าวันต่อมาเพื่อลาไปเรียนต่อ แต่อาการก็เหมือนเดิม คือกานดาไม่รับรู้อะไรและมีท่าทางเหม่อลอย แพรคุกเข่าและคว้ามือแม่มาแนบแก้มตัวเอง...รักษาตัวให้หายนะคะ แพรเรียนจบจะกลับมาดูแลแม่ แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง

แพรมีกำหนดการไปเรียนต่อที่อังกฤษในอีกไม่

กี่สัปดาห์ต่อมา สาวน้อยเก็บกระเป๋าไปเที่ยวทะเลกับเกรซและเมย์ ฉลองเรียนจบก่อนแยกย้ายไปเรียนต่อ สามสาว มองบรรยากาศรีสอร์ตหรูริมทะเลด้วยความตื่นตาตื่นใจ พนักงานมาบอกว่ายศสรัลผู้บริหารรีสอร์ตจะมาต้อนรับเพราะเป็นแขกพิเศษ เมย์กับเกรซหน้าเสียเพราะไม่ได้เตรียมตัวมา ต่างจากแพรที่มีท่าทางเฉยๆ ไม่ยินดียินร้ายเพราะไม่ชอบเจอคนแปลกหน้าอยู่แล้ว

เกรซคิดอยู่ครู่จึงเสนอให้แพรเป็นตัวแทนพูดกับยศสรัล แต่แพรปฏิเสธและขอให้พาไปที่ห้องพักแทน ไม่อยากเจอผู้บริหารมาต้อนรับให้เอิกเกริก เมื่อยศสรัลทราบว่าแขกวีไอพีไม่อยากเจอหน้าเพราะคิดว่าผู้บริหารอย่างเขาเป็นคนแก่ก็ขำ และนึกสนุกขอดูตารางกิจกรรมเพื่อตามไปสมทบ

แพร เกรซและเมย์นั่งบนเรือยอชต์จนเริ่มหงุดหงิด เพราะรออยู่นานก็ไม่ออกเดินทางเสียทีทั้งที่เลยกำหนดการนานแล้ว ยศสรัลโผล่เข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน แนะนำตัวเองพร้อมรอยยิ้มกว้างและคำขอโทษที่มาช้าเพราะต้องพาแขกไปโรงพยาบาลกะทันหัน เมย์กับเกรซตื่นเต้นมากที่มีผู้บริหารหนุ่มหล่อหน้าตาดีมาดูแล ต่างจากแพรที่มองมาด้วยสายตาเย็นชาตามประสาคนไม่ชอบสังคม เกรซทึ่งมากที่ดูเหมือนยศสรัลจะรู้จักพวกเธอดี

“ที่จริงต้องรู้มากกว่านี้อีก แต่พอดีมีคนบอกว่าไม่อยากคุยกับคนแก่” ยศสรัลแซวขำๆ

สามสาวหน้าเจื่อน ทั้งอายทั้งเสียหน้าเพราะความเข้าใจผิด ยศสรัลไม่ถือสาและชวนคุยให้คลายความเครียด แพรเห็นเพื่อนกำลังเพลินเลยปลีกตัวไปชมวิว ยศสรัลหาโอกาสตามไปคุยด้วย แต่เหมือนแพรจะไม่สนใจและคอยเลี่ยงเขาตลอด ยศสรัลได้แต่มองตามนิ่งๆ เต็มไปด้วยความอยากรู้จักมากกว่าอยากตำหนิที่เธอมีท่าทางเย็นชา

ooooooo

ความสวยน่ารักของแพรทำให้ยศสรัลไม่อาจละสายตาจากเธอ บุคลิกแตกต่างจากตอนอยู่ต่อหน้าเขาทำให้นึกอยากรู้จักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เกรซกับเมย์ก็สังเกตเห็นว่ายศสรัลมีท่าทีสนใจแพร แต่เหมือนหญิงสาวต้นเรื่องจะไม่ยี่หระเพราะไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มเจ้าของรีสอร์ตจะมาไม้ไหน เลยเฉไฉว่าเพื่อนทั้งสองคิดไปเอง

“ก็คิดได้จากที่เห็นนี่แหละ พี่เขาทั้งหล่อ รวยและแสนดีดันไม่ชอบ แล้วแกชอบคนไม่ดีหรือไง” เกรซแกล้งถาม

“นี่...ฉันว่าแกสองคนหมกมุ่นแต่เรื่องพี่สรัล เปลี่ยนเรื่องดีกว่าไหม” แพรพยายามบ่ายเบี่ยง

“ทำไมล่ะ...คุยเรื่องพี่สรัลนี่แหละ ไหนบอกซิว่าชอบพี่เขาไหม” เมย์แหย่ แพรเมินหน้าหนีเขินๆและขอตัวไปเดินเล่นริมหาดคนเดียว เกรซกับเมย์ได้แต่มองตาม ยิ้มให้กันอย่างรู้กันว่าเพื่อนสาวอาจมีใจกับยศสรัล ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าแพรไม่ได้คิดถึงเรื่องเจ้าของรีสอร์ตหนุ่มหล่อ แต่ภาพความสงบริมทะเลกลับทำให้เธอคิดถึงพ่อกับแม่และตัวเองในวัยเด็กจับใจ

ยศสรัลแวะมาหาสามสาวที่บ้านพัก แต่ไม่เจอแพรเลยมองหา เกรซกับเมย์ยิ้มให้กันและบอกว่าแพรไปเดินเล่นริมหาดอีกด้าน ตามประสาสาวรักสันโดษที่มีโลกส่วนตัวสูง ยศสรัลนิ่วหน้าไม่อยากเชื่อ เมย์เลยอธิบาย

“เขาขี้ระแวงคนแปลกหน้าค่ะ นี่เขาคุยกับพี่สรัลเยอะแล้วนะคะ”

“ถามคำตอบคำนี่เยอะแล้วหรือ” ยศสรัลย้อนถาม

“ถ้าเป็นคนอื่นเมินเป็นอากาศธาตุเลยค่ะ” เกรซ บอกยิ้มๆ

ยศสรัลพยักหน้ารับรู้ แอบโล่งใจเล็กน้อยเพราะคิดเอาเองว่าเธอคงไม่ชอบหน้าเขาเท่าไหร่ เมย์รีบออกตัวแทนเพื่อนว่าแพรมีลักษณะเป็นคนเก็บกดและเก็บตัวเพราะมีอดีตอันขมขื่น ยิ่งรู้ยศสรัลก็ยิ่งอยากรู้จักแพรให้มากขึ้นและอาสาไปตามแพรให้สองสาว...ใช้เวลาไม่นานเขาก็พบเธอนอนหลับตาที่ริมหาด แต่เมื่อเธอเห็นเขาก็ตั้งท่าจะลุก ยศสรัลไม่ยอมเสียโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับเธอจึงแกล้งพูดดักคอ

“มาเที่ยวทะเลต้องดูพระอาทิตย์ตกดิน สวยมากนะ หรือว่าแพรกลัวคนแปลกหน้า...ก็ตามใจนะ”

แพรตกหลุมพรางและรับคำท้าอยู่ดูพระอาทิตย์ตกดินกับเขา ยศสรัลหลอกล่อและชวนคุยอีกหลายประโยค

เกรซกับเมย์แอบตามสังเกตการณ์เพื่อนรักกับหนุ่มหล่อเจ้าของรีสอร์ต  แล้วก็ต้องอมยิ้มเพราะแพรมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากกว่าที่คิด สามสาวนั่งคุยกันถึงเรื่องยศสรัลอย่างจริงจัง แต่เหมือนแพรจะจงใจเฉไฉไม่บอกความรู้สึกที่มีต่อยศสรัล และใช้ไม้ตายปิดประตูล็อกห้อง...ไม่อยากบอกเพื่อนให้ถูกล้อว่ารู้สึกดีกับเขาเหมือนกัน

ooooooo

ความสัมพันธ์ของแพรกับยศสรัลพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หนุ่มหล่อเจ้าของรีสอร์ตหมั่นมาหาและเอาอก เอาใจอย่างที่ไม่เคยทำให้ใคร สาวน้อยก็ไม่นึกรังเกียจและสบายใจด้วยซ้ำที่มีเขาคอยดูแลไม่ห่าง เกรซกับเมย์ เฝ้ามองท่าทีของคนทั้งคู่ด้วยความปลื้มใจ ลุ้นสุดตัวเพราะอยากให้แพรเปิดหัวใจและมีชีวิตรักที่สดใสบ้าง

เกรซกับเมย์ตัดสินใจรุกหนัก ขอเบอร์ติดต่อยศสรัลให้แพรในวันสุดท้ายก่อนกลับ อ้างว่าจะได้ติดต่อกลับมาหากมีธุระ ยศสรัลสบตาแพรยิ้มๆแล้วยื่นนามบัตรให้สองสาวด้วยความยินดี เมย์ถือโอกาสบอกว่าแพรจะไปเรียนต่อที่อังกฤษในอีกไม่กี่อาทิตย์ ยศสรัลบอกว่าจะไปเรียนต่อเหมือนกันแต่เป็นที่อเมริกา พร้อมเสนอตัวเลี้ยงส่งสามสาวก่อนกลับกรุงเทพฯ แพรยิ้มรับเขินๆและเมื่อได้อยู่ลำพังกับเพื่อนรักก็ต่อว่าที่ทำเรื่องน่าอายขอเบอร์ผู้ชายก่อน เกรซยิ้มเจ้าเล่ห์

“เมื่อเช้าฉันสองคนนั่งคิดกัน แกไปเรียนเมืองนอกตั้งหลายปี ทำยังไงจะไม่ให้ขาดการติดต่อกับพี่สรัล”

“นี่...เราเป็นผู้หญิงนะ พวกแกไม่อาย แต่ฉันอาย ไปขอเบอร์ผู้ชายก่อน” แพรแขวะขำๆ

“แกไม่ต้องทำ เดี๋ยวฉันจัดการเอง รับรองคืนนี้แก ได้มีเพื่อนในเฟซบุ๊กชื่อยศสรัล โชตนุพงษ์แน่นอน”

ชื่อและนามสกุลจริงของยศสรัลทำให้แพรช็อกชั่วขณะ ชื่อของเขาทำให้ความทรงจำในอดีตหวนคืนอย่างช่วยไม่ได้ สมัยเธอยังเป็นเด็กหญิงแพรไพรินที่ชอบตามพ่อกับแม่ไปเล่นบ้านบัญชาเพื่อนรักของพ่อ ยศสรัลคือลูกชายคนรองของบัญชา และเขาคือเพื่อนเล่นวัยเด็ก...เพื่อนเล่นที่เป็นเหมือนพี่ชายที่แสนดีของเธอ

“สวัสดีค่ะเด็กๆ ครูชื่อแพรไพริน โชตนุพงษ์นะคะ”

“ได้ไงน้องแพร นั่นนามสกุลพี่นะ น้องแพรเอาไปใช้ไม่ได้ ต้องแต่งงานกับพี่ถึงจะใช้นามสกุลพี่ได้”

“งั้นน้องแพรแต่งงานกับพี่ชายก็ได้”

แพรดึงตัวเองจากอดีตและวิ่งไปจากตรงนั้น รู้สึกตกใจเหมือนมีอะไรมากดทับจนหายใจไม่ออก ภาพความทรงจำกลับมาใหม่ ตอนคัชพลพี่ชายคนโตของยศสรัลแกล้งผลักเธอล้มกับพื้น โดยมีธัญกรน้องชายคนเล็กของยศสรัลนั่งวาดรูปใกล้ๆ แพรจำได้ว่าเธอร้องไห้เพราะความเจ็บใจ แต่ยศสรัลก็ตามปลอบใจจนเธอยิ้มได้อีกครั้ง

ภาพในอดีตวิ่งวนในหัวเธอไม่หยุด แต่ที่สะเทือนใจสุดคือตอนชาติชายพ่อของเธอกับบัญชาพ่อของยศสรัลทะเลาะชกต่อยกัน ครั้งนั้นเธอยังเด็กและจำอะไรได้เลือนราง  แต่ภาพลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพ่อและอาการคลั่งเสียสติของแม่ทำให้เธอมือสั่นด้วยความคับแค้นใจ... ทำไมเธอถึงต้องวนเวียนมาเจอคนพวกนี้อีกครั้ง

เกรซกับเมย์ตกใจมากที่เห็นท่าทางแปลกๆของแพรเลยรีบตามไปดู เห็นเพื่อนนั่งกำหมัดแน่นที่ริมหาดเหมือนโกรธอะไรบางอย่าง แพรเครียดจัดและพึมพำเรื่อง ยศสรัลคนเดียว เกรซกับเมย์ใจไม่ดีและโอบปลอบด้วยความสงสาร แพรหันมากอดตอบเพื่อนและละล่ำละลักขอร้องขอให้พากลับบ้าน

เกรซพอจะรู้เรื่องในอดีตของเพื่อนมา พยักหน้าด้วยความเข้าใจและอาสาช่วยเก็บกระเป๋า ส่วนเมย์จับต้นชนปลายไม่ถูกและอยากรู้ว่าแพรเป็นอะไร เกรซตัดบทให้ช่วยกันเก็บของ ส่วนเรื่องแพรคงต้องรอให้เจ้าตัวเล่าเอง เมย์จำใจหุบปากด้วยสีหน้างุนงง แต่ไม่ได้นึกโกรธเคืองเพื่อนเพราะเชื่อว่าแพรคงมีเหตุจำเป็นบางอย่าง

กว่ายศสรัลจะรู้ว่าสามสาวออกจากรีสอร์ตไปแล้วก็ตอนรอที่ร้านอาหารจนผิดเวลา พนักงานต้อนรับเป็นคนบอกว่าแขกพิเศษทั้งสามออกไปตั้งแต่บ่าย ยศสรัลมึนงงมาก ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่มีใครบอกเขา รวมทั้งไม่เข้าใจสามสาว โดยเฉพาะแพร...หรือว่าเธอโกรธเคืองอะไรเขาอีก

ooooooo

เมื่อกำธรทราบเรื่องแพรไปเจอหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวบัญชาก็กังวลใจมาก โดยเฉพาะเมื่อเห็นท่าที เธอดูเหม่อลอยและเครียดจัดก็ยิ่งหนักใจ เขาตัดสินใจเลื่อนตั๋วเครื่องบินให้เธอไปเรียนเร็วขึ้น แพรน้ำตาไหลพราก พร่ำบอกกำธรว่าพยายามหักห้ามใจเต็มกำลังแล้ว แต่เหมือนความแค้นจะยังสุมแน่นในอก

“แพร...ฟังอานะ อดีตมันผ่านไปแล้ว สิ่งที่อยู่กับเรา คือปัจจุบันและอนาคต แพรต้องทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่แล้วเดินไปข้างหน้า แพรจะต้องเป็นคนใหม่...มีชีวิตใหม่”

แพรนิ่วหน้าไม่เข้าใจ กำธรยื่นซองสีน้ำตาลที่ถือ มาด้วยให้ เมื่อเปิดดูจึงเห็นเป็นเอกสารรับรองการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลของเธอใหม่เป็นนางสาววีรดา วาณิชโยธิน กำธรลูบหัวเธอเบาๆแล้วบอกให้เริ่มเป็นคนใหม่เสียทีไม่มีประโยชน์จะยึดติดกับเรื่องในอดีต แพรกอดพ่อบุญธรรมด้วยความตื้นตัน สัญญากับตัวเองจะเป็นคนใหม่ให้ได้

คืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง แพรหรือชื่อใหม่ว่าวีรดาหยิบรูปครอบครัวมาดูเป็นครั้งสุดท้าย ภาพความทรงจำเมื่อหลายสิบปีก่อนย้อนกลับมาในหัว ตอนชาติชายมาบอกว่าครอบครัวกำลังล้มละลาย เพราะบัญชาหักหลังและฮุบกิจการไว้คนเดียว เธอจำได้ว่าตามพ่อกับแม่ไปหา บัญชาอีกครั้งกลางดึกคืนนั้นเพื่อทวงส่วนแบ่งที่ควรเป็นของครอบครัวเธอ แต่เรื่องก็จบไม่สวยเพราะชาติชายกับบัญชาทะเลาะกันใหญ่โต

หลังจากนั้นไม่นานชาติชายก็ทนสภาพความ ล้มเหลวไม่ไหวและกระโดดตึกตายหนีความจริงโดยมี ลูกสาวคนเดียวและภรรยาเป็นพยานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กานดาถึงกับคลั่งเสียสติต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประสาท ส่วนแพรถูกนำตัวส่งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและได้กำธรมารับไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมในเวลาต่อมา

แพรหรือวีรดาดึงตัวเองจากอดีต นั่งกำหมัดแน่นเพราะเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมายังเป็นฝันร้ายที่ไม่เคยจางหาย คำพูดของกำธรให้เริ่มต้นชีวิตใหม่วนเวียนในหัว เธอตัดสินใจแล้วว่าจะลองพยายามเป็นคนใหม่ดูสักครั้ง...

วันเวลาผ่านไปอีกหกปีต่อมา...กิจการท่าเรือของบัญชาเจริญรุ่งเรืองจนกลายเป็นท่าเรือที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด หนุ่มใหญ่ภูมิใจมากเพราะความก้าวหน้าของกิจการ ส่วนหนึ่งก็มาจากความทุ่มเทของคัชพลหรือใหญ่ ลูกชายคนโตซึ่งเขาหวังจะให้เป็นทายาทและเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในอนาคต บัญชาเชิญนักข่าวและแขกเหรื่อในวงการธุรกิจมางานเลี้ยงขอบคุณสื่อที่ช่วยประชาสัมพันธ์กิจการและขึ้นเวทีประกาศเจตนารมณ์ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

“นอกจากงานเลี้ยงขอบคุณแขกทุกท่านแล้ว

ผมยังมีข่าวสำคัญจะบอกว่าคัชพลจะไม่ทำหน้าที่นี้แล้ว แต่ผมจะให้ยศสรัล...ลูกชายคนรองดำรงตำแหน่งนี้แทน ส่วนคัชพลจะถูกเลื่อนขึ้นไปเป็นรองประธานกรรมการฝ่ายบริหารครับ”

ทุกคนในงานปรบมือแสดงความยินดี บัญชายิ้มหน้าบานและให้สัมภาษณ์คู่กับคัชพล พร้อมกับเจนนางแบบสาวสวยคู่ควงคนล่าสุดของคัชพลที่มาร่วมแสดงความยินดี สินีภรรยาของบัญชาและแม่เลี้ยงของคัชพลยืนมองบรรยากาศในงานด้วยความชื่นชม โดยมีธัญกรหรือ เล็ก ลูกชายคนสุดท้องของบัญชายืนเซ็งอยู่ข้างๆ

“นี่ตาเล็ก ดูสิ...เราต้องเก่งให้เหมือนพี่ใหญ่เขานะ เห็นไหมวันนี้คุณพ่อมีความสุขมาก”

“แล้วผมต้องเจ้าชู้ให้เหมือนพี่ใหญ่หรือเปล่าครับ”

“แม่พูดเรื่องงาน...ไม่ได้พูดเรื่องผู้หญิงรายวันพวกนั้น”

ธัญกรมองบัญชาถ่ายภาพคู่กับคัชพลอย่างสนิทสนมแล้วประชด “ทำยังไงคุณพ่อก็ไม่มีวันมองว่าผมเก่งหรอกครับ ถ้าคุณแม่เล่นคุมผมทุกฝีก้าวแบบนี้ ผมก็เป็นได้แค่ลูกแหง่ในสายตาคุณพ่อ”

สินีค้อนลูกชายคนเล็กและเปลี่ยนไปเดินตามหาลูกชายคนกลางแทน ใช้เวลาไม่นานก็เจอยศสรัลยืนคุย งานกับผู้ช่วยตรงหน้างาน สินีเดินไปต่อว่าที่เขาไม่อยู่ในงาน พร้อมกับบัญชาและคัชพล

“นี่ก็อีกคน...นักข่าวมากันเต็ม ไม่รู้จักมานั่งให้เขาถ่ายรูป”

“อันนั้นผมขอให้เป็นหน้าที่พี่ใหญ่เถอะครับ...ผมไม่ถนัด”

“ไม่ถนัดก็ต้องไป แกไม่อยากได้หน้าแต่แม่อยากได้!”

ยศสรัลตั้งท่าจะค้านแต่สินีไม่ยอม บังคับให้กลับเข้าไปในงานเพื่อถ่ายภาพและสัมภาษณ์ร่วมกับพ่อและพี่ชายจนได้ เขาจำใจตามไปแต่ก็หาโอกาสปลีกตัวหนีไปตอนคัชพลทำตัวเด่นในงาน ด้วยการควงนางแบบหน้าไม่ซ้ำ ให้นักข่าวถ่ายภาพด้วยความภาคภูมิใจ สินีเจ็บใจมากและมองหาลูกชายคนกลางให้วุ่น แต่ยศสรัลก็หายตัวไปแล้ว

ธัญกรมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งคัชพลที่ทำตัวเป็นหนุ่มเนื้อหอมไฮโซที่ใครๆก็อยากควง ยศสรัลที่แอบหนีแม่ไปนอกงานเพราะไม่ชอบสังคม ชายหนุ่ม เบื่อหน่ายที่ต้องออกงานบรรยากาศน่าเบื่อแบบนี้เลยตัดสินใจจะออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนสนิท ยศสรัล

ผ่านมาเห็นน้องชายกำลังจะขึ้นรถจึงพยายามรั้งไว้เพราะกลัวบัญชาไม่พอใจ

ธัญกรไม่ยี่หระ “พี่สรัล...ฮีโร่คนโปรดงานนี้คือ พี่ใหญ่ เบ๊รับใช้คือพี่สรัล ส่วนผม...อากาศธาตุของบ้าน ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีหน้าที่ ผมเบื่อจะต้องคอยออกงานสร้างภาพครอบครัวอบอุ่น...ไปนะครับ”

ธัญกรขึ้นรถจากไปแล้ว ยศสรัลมองตามอย่างระอาใจ...ไม่อยากให้น้องชายคิดอคติกับพ่อแบบนี้

ooooooo

ธัญกรตรงไปสถานที่เที่ยวชื่อดังแก้เซ็งที่ถูกพ่อเมินและไม่เห็นค่า แต่เพื่อนสนิทในกลุ่มดันก่อเรื่องวิวาทเพราะแย่งผู้หญิงคนอื่นจนเป็นเหตุให้ชกต่อยและกลายเป็นข่าวฉาวในเวลาไม่นาน เมื่อบัญชาทราบเรื่องก็เรียกลูกชายคนเล็กมาต่อว่าอย่างหนัก โดยมีคัชพล ยศสรัลและสินีนั่งฟังอยู่ด้วย

ธัญกรไม่แก้ตัวว่าไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง แต่กลับกวนประสาทพ่อด้วยการยอกย้อนจนบัญชาโกรธจัด

สินีเห็นท่าไม่ดีเลยพยายามห้ามไม่ให้ลูกชายคนเล็กยั่วอารมณ์พ่อ แต่เหมือนไม่ค่อยได้ผลเพราะธัญกรไม่สะทกสะท้านเลย

“ผมไม่สนอะไรทั้งนั้น...ผมอยากรู้ว่าคุณพ่อคิดยังไงกับผมกันแน่”

สินีหน้าซีด ขอร้องให้ลูกชายคนเล็กหยุดพูด บัญชาโบกมือให้ภรรยา “ไม่ต้องไปห้ามมัน ได้...ถ้าแกอยากรู้ ฉันจะบอกให้ว่าฉันเห็นแกเป็นเด็กที่ไม่โต ถ้าแกเป็นอย่างนี้ ฉันคงไม่ไว้ใจให้แกดูแลงานการเหมือนพี่ๆแกได้หรอก”

ธัญกรสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว “คุณพ่อไม่ต้องมาอ้างว่าผมนิสัยเป็นเด็กหรอกครับ เพราะยังไงคุณพ่อก็ไม่เคยไว้ใจผมอยู่แล้ว ปัญหามันอยู่ที่คุณพ่อไม่ใช่ผม”

“ไอ้เล็ก...ถ้าแกเถียงฉันอีกคำเดียว ฉันตบแกลงไปกองตรงนี้แน่!”

ธัญกรกำหมัดแน่นด้วยความอัดอั้นที่พูดอะไรไม่ได้ บัญชาเดือดจัดและสั่งไม่ให้ลูกชายคนเล็กมาร่วมงานกาล่าดินเนอร์ตอนเย็นวันต่อมา ธัญกรสะบัดหน้าอย่างหัวเสีย ยศสรัลรอจนพ่อแม่และพี่ชายคนโตออกไปจึงพยายามพูดกับน้องชายไม่ให้ยั่วโมโหพ่อมากไปกว่านี้ แต่ธัญกรยังเคืองและโต้กลับอย่างเกรี้ยวกราด

“พี่สรัลไม่เห็นหรือว่าคุณพ่อมองผมเป็นอะไร กาฝากมาเกาะกินหรือไง”

“เล็ก...ถ้านายอยากให้คุณพ่อเปลี่ยนความคิด นายต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ไม่ใช่การเถียงด้วยอารมณ์”

ธัญกรสูดลมหายใจยาวแล้วโพล่งกลับเคืองๆ “แล้วพี่จะให้ผมทำอะไร งานการก็ไม่ให้ทำ เป็นลูกชายเจ้าของบริษัทใหญ่แต่ไม่มีตำแหน่งอะไรเลย ถ้าพี่เป็นผมพี่จะทำยังไง”

ยศสรัลอึ้งไปเพราะคำพูดน้องชายเป็นเรื่องลำบากใจ จริงๆ ธัญกรเห็นพี่ชายไม่พูดอะไรเลยสะบัดหน้าออกไปด้วยความหงุดหงิด...เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานของ บัญชา สินีพยายามบอกให้สามีใจเย็นๆและให้โอกาสธัญกรบ้าง อย่างน้อยๆลูกชายคนเล็กก็ไม่เคยมีประสบการณ์ โดยเฉพาะเรื่องการทำงาน

“เด็กเหรอ...โตจนใช้เงินวันละเป็นหมื่นนี่เรียกว่าเด็กหรือสินี ก็เพราะคุณเลี้ยงลูกแบบนี้ไง ไอ้เล็กถึงไม่ได้เรื่อง”

“แล้วทีตาใหญ่ ตาสรัลที่ได้เรื่องล่ะคะ ฉันไม่ได้เลี้ยงหรือไง”

“คุณเลี้ยง...แต่ตาใหญ่มันได้เลือดผม ส่วนตาสรัลผมก็ส่งไปโรงเรียนประจำตั้งแต่เด็ก มันถึงมีวินัยแล้วก็รับผิดชอบ ขืนให้อยู่กับคุณก็คงพังเหมือนไอ้เล็กนั่นแหละ”

สินีหน้าเจื่อน ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เธอจะโต้กลับแต่บัญชาตัดบทและไล่เธอออกจากห้อง สินีคับแค้นใจมากแต่จำต้องออกจากห้องตามคำสั่งเพราะไม่อยากมีปัญหา บัญชาไม่ยี่หระท่าทางกระฟัดกระเฟียดของภรรยาแม้แต่น้อย แต่กลับมีสีหน้าอ่อนลงเมื่อหยิบภาพถ่ายเก่าๆของกานดาสมัยยังสาวขึ้นมาดู...

ooooooo

แพรเปลี่ยนชื่อเป็นวีรดาและใช้ชื่อเล่นว่าวีด้าเป็น เวลากว่าหกปีที่เธอศึกษาต่อในอังกฤษ ชีวิตนักเรียนนอกของเธอเป็นไปด้วยดี โดยมีดนัยเป็นเพื่อนชายคนสนิทที่ดูแลเธออย่างดีตลอด เมื่อเรียนจบวีด้าจึงตัดสินใจกลับเมืองไทยพร้อมดนัย แต่ไม่ยอมบอกให้กำธรรู้ล่วงหน้าเพราะอยากให้พ่อบุญธรรมแปลกใจเล่น

กำธรดีใจที่ได้เจอวีด้า และยินดีต้อนรับดนัยอย่างดีเพราะชอบใจที่เขาดูแลลูกสาวบุญธรรมเป็นอย่างดีตลอด หนุ่มใหญ่ชักชวนให้มาทำงานด้วยกัน แต่ดนัยปฏิเสธและบอกว่าเพิ่งได้งานที่เดียวกับวีด้า กำธรแปลกใจที่ลูกสาวบุญธรรมจะไม่มาทำงานด้วย วีด้ายิ้มประจบบอกว่าขอหาประสบการณ์สักพักแล้วจะมาขอทำงานด้วยแน่นอน

ดนัยอมยิ้มที่เห็นความรักความผูกพันของวีด้ากับกำธร “วีด้าเขาไฟแรงครับคุณอา ตั้งแต่ตอนเรียนที่โน่นแล้ว ชอบแข่งขัน...ขยันเรียนจนผมตามแทบไม่ทัน เหนื่อยแทบตายครับ”

“แล้วนอกจากเรื่องเรียน มีกิจกรรมอะไรกันบ้างล่ะ เล่าให้อาฟังบ้าง”

“คุณอาอยากทราบจริงๆหรือครับ...วีด้าชอบกีฬาผาดโผนครับ อะไรที่อันตรายน่ะเขาชอบมาก”

 วีด้าได้ยินดนัยพูดถึงวีรกรรมของเธอก็โวยวายใหญ่ กำธรส่ายหน้าขำๆแต่ไม่วายเตือนวีด้าให้เลิกทำกิจกรรมพวกนั้น เป็นห่วงกลัวเธอจะเป็นอันตราย วีด้าได้แต่รับคำแบบขอไปทีเพราะไม่อยากขัดใจพ่อบุญธรรม

ฝ่ายยศสรัลเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยงานสายการตลาดหลังจากงานขอบคุณสื่อ มณฑิตาสาวไฮโซคนสวยที่บัญชากับสินีหมายตาให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายของเขาตามไปแสดงความยินดีถึงห้องทำงานใหม่ ยศสรัลมีสีหน้าเหนื่อยหน่าย และต้องกระอักกระอ่วนใจกว่าเดิมเมื่อเธอชวนไปทานมื้อเย็นด้วยกัน

ยศสรัลยอมตามใจอย่างเสียไม่ได้ มณฑิตาแต่งตัวสวย เต็มยศเพื่อไปทานอาหารในภัตตาคารหรูหราใจกลางเมือง ซึ่งเธอเป็นคนจัดการทุกอย่าง ยศสรัลมองบรรยากาศ

รอบตัวด้วยสายตาเบื่อหน่ายแต่ต้องข่มความรู้สึกไว้เพื่อตัดปัญหา มณฑิตาไม่สังเกตเห็นท่าทางนั้นและเข้าใจเองว่าเขาชอบใจกับสิ่งที่เธอตั้งใจเตรียมให้

“รู้ไหมคะเวลามณทำอะไรให้สรัล มณมีความสุข มากทุกครั้งเลย แต่มีอย่างหนึ่งที่จะทำให้มณมีความสุข

มากขึ้นอีก...มณอยากรู้ว่าเราคบกันมาถึงวันนี้ สรัลรู้สึกอย่างไรกับมณบ้างคะ”

ยศสรัลไม่พูดอะไร ไม่อยากหักหาญความรู้สึกเพราะ ถ้าให้บอกตรงๆคือเขาไม่เคยคิดอะไรกับเธอเลย มณฑิตาเคืองมากที่เขาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ จึงตัดสินใจผละออกมาเพื่อกลับบ้าน ยศสรัลถอนใจเครียดๆและตามไปรั้งไว้ อยากอธิบายให้เธอเข้าใจสถานการณ์น่าอึดอัดของเขาแต่เหมือนเธอจะไม่เข้าใจ

“มณรู้ว่าเราสองคนคบกันเพราะผู้ใหญ่ แต่สรัลก็รู้ว่าถึงวันนี้มณรักคุณแค่ไหน ทำไมคุณไม่เปิดใจให้มณบ้าง”

ยศสรัลอ้างว่ามีงานยุ่ง คงไม่มีเวลาทุ่มเทให้เรื่องอื่นตอนนี้ มณฑิตาสวนทันที “ไม่ต้องบ่ายเบี่ยงหรอกค่ะ มณรู้ว่าวันนี้สรัลไม่ได้รักมณ แต่มณไม่ยอมแพ้หรอก มณจะทำให้คุณรักมณให้ได้...และในอนาคต มณจะได้เป็นภรรยาคุณ”

มณฑิตาประกาศกร้าวและตัดสินใจกลับบ้าน หมดอารมณ์จะทานมื้อเย็นสุดโรแมนติก ยศสรัลอาสาไปส่งและรอเธอทำธุระส่วนตัวที่หน้าห้องน้ำ แต่กลับทำให้เขาเจอหญิงสาวใบหน้าคุ้นตาที่ทำให้นึกถึงสาวน้อยที่เขาเคยตกหลุมรักเมื่อหกปีก่อน วีด้าตกใจที่เห็นเขารีบหาทางวิ่งกลับไปที่โต๊ะและชวนดนัยกลับบ้าน ส่วนยศสรัลตั้งท่าจะตามแต่มณฑิตาออกมาจากห้องน้ำเสียก่อนเลยจำต้องหมุนตัวไปขึ้นรถแทน

สินีนั่งคอยลูกชายคนกลางอยู่แล้วเพราะมณฑิตาโทร.ไปรายงานทุกอย่าง เธอตัดสินใจถามอย่างจริงจังว่าเขามีใครในใจหรือไม่ ยศสรัลพูดไม่ออก แต่ในใจคิดถึงแพร...สาวน้อยที่เขาหลงรักและอยากสานสัมพันธ์ด้วยเมื่อหกปีก่อน

สินีแยกจากลูกชายคนกลางก็เข้าห้องนอน เจอกับบัญชาที่นั่งรอพร้อมใบหน้าบึ้งตึง

“อย่าให้ผมรู้อีกว่าคุณเอาผมไปอ้างเรื่องจะให้ตาสรัลคบหากับหนูมณ ครอบครัวหนูมณอาจให้ผลประโยชน์ที่ดีกับเราก็จริง แต่ไม่ใช่ยัดเยียดตาสรัลให้อย่างกับเราจนตรอกมากอย่างนั้น”

สินีหน้าเสีย แต่เจ็บใจมากกว่าที่สามีดูถูกเจตนาดี “ฉันก็แค่อยากทำเพื่อคุณ”

บัญชาตาลุกวาวด้วยความโมโห ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า “ไม่...คุณทำเพื่อตัวเองต่างหาก คุณคิดว่าทำอย่างนี้แล้วผมจะรักคุณมากขึ้นงั้นหรือสินี...ไม่มีใครรู้จักคุณดีเท่าผมหรอก!”

บัญชาหมุนตัวไปทำงานต่อ ทิ้งสินีให้มองตามน้ำตาคลอ เจ็บใจที่เขาไม่เคยเห็นความหวังดีของเธอเลย

ooooooo

วีด้ากับดนัยเริ่มงานในบริษัทไม่กี่วันหลังจากนั้น เกรซได้ข่าวว่าเพื่อนรักกลับจากอังกฤษเลยบุกไปหาถึงห้องทำงาน วีด้าดีใจมากแต่แอบเสียดายเล็กน้อยที่ไม่ได้เจอเมย์ซึ่งย้ายไปอยู่เมืองนอกหลังแต่งงาน ดนัยตื่นเต้นได้เจอเพื่อนของวีด้า เพราะมันเหมือนว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอบ้าง

ฟากยศสรัลต้องรับศึกหนักจากมณฑิตาที่ตามติดทุกเรื่อง โดยเฉพาะวันนี้ที่เธอพยายามกล่อมให้เขาไปงานเลี้ยงด้วยในฐานะคู่รักไฮโซ เขาจะปฏิเสธเพราะไม่ชอบงานแบบนี้แต่เธอไม่รับฟัง

“มณทราบค่ะ แต่ในฐานะที่เราสองคนคบกัน สรัลก็ควรไปกับมณบ้าง ถ้ามณต้องไปไหนมาไหนคนเดียว มณก็รู้สึกไม่ดี...ถ้าสรัลคบกับมณเพราะหน้าที่ คุณก็ควรทำมันให้ดีที่สุด มณจะรอ ไปเจอกันที่งานนะคะ”

คำพูดมัดมือชกของมณฑิตาทำให้ยศสรัลถอนใจเหนื่อยหน่าย เขากลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและขับรถมาที่งานอย่างเสียไม่ได้ เธอดูมีความสุขมากที่เขาตามใจแถมอารมณ์ดีพอจะให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าว่าที่คู่หมั้นเป็นคนโรแมนติกและรักเธอมาก คอยดูแลไม่ห่างแม้จะไม่ชอบแสดงตัวในที่สาธารณะ แต่ที่ทำให้ยศสรัลไม่พอใจก็เมื่อเธอบอกนักข่าวว่าเขากำลังวางแผนจะแต่งงานกับเธอ

“มณน่าคุยกับผมก่อนว่าจะให้สัมภาษณ์แบบนี้”

“ขอโทษค่ะ มณก็ไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะถามเรื่องนี้ ทำไมคะ...สรัลคิดว่าจะไม่แต่งงานกับมณหรือไง”

ยศสรัลหน้าเจื่อน แก้ตัวกลบเกลื่อนว่าตั้งตัวไม่ทัน มณฑิตาถอนใจเหนื่อยหน่ายแล้วประกาศ

“งั้นจากวันนี้สรัลก็คิดเรื่องแต่งงานสิคะ ยิ่งสังคมคาดหวัง เราก็คงต้องทำให้ครอบครัวผิดหวังไม่ได้ใช่ไหมคะ”

ในขณะที่ยศสรัลต้องลำบากใจเพราะถูกมณฑิตาเร่งรัดเรื่องแต่งงาน วีด้ากับดนัยมีชีวิตราบรื่นและก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็วเพราะความสามารถที่ไม่เป็นรองใคร ดนัยซึ่งหลงรักวีด้ามานานตัดสินใจประกาศกลางงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของบริษัทว่าอยากแต่งงานกับเธอ วีด้ามีสีหน้าเรียบเฉยและตอบปฏิเสธเพราะมีหลายอย่างที่เธอต้องทำ ดนัยเข้าใจดี ยอมรับในการตัดสินใจและเลือกรอจนกว่าเธอจะพร้อมด้วยความเต็มใจ

ภารกิจสำคัญที่ทำให้วีด้าปฏิเสธดนัยคือเรื่องครอบครัว หญิงสาวประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่อาการป่วยของกานดายังไม่ดีขึ้นทำให้เธอไม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง วีด้าหมั่นไปเยี่ยมแม่เสมอและหมอก็บอกทุกครั้งเช่นกันว่ากานดามีอาการดีขึ้น ไม่โวยวายเหมือนแต่ก่อน แต่ยังต้องระวังอย่าให้มีเรื่องสะเทือนใจจากอดีตมากระทบจิตใจ

ฝ่ายบัญชาหัวเสียมากเมื่อทราบจากคัชพลว่าทรงพลอธิบดีใหญ่พ่อของดนัยไม่ยอมให้ความร่วมมือเรื่องประมูลโครงการใหม่ของบริษัทเลยตัดสินใจไปเจรจาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ดนัยวางแผนจะพาวีด้าไปทานข้าวเย็นที่บ้านเพื่อหวังให้พ่อช่วยกล่อมให้เธอยอมรับรักเขา

แต่การเจรจาของบัญชาก็ไม่เป็นผลเพราะทรงพลยืนกรานไม่ร่วมมือ ไม่อยากมีส่วนกับเรื่องทุจริตการประมูล แม้จะมีสินบนก้อนใหญ่มาเสนอเขาก็ไม่เปลี่ยนใจ จนบัญชาต้องกลับไปอย่างอารมณ์เสีย วีด้าซึ่งมาถึงพร้อมกับดนัยทันได้ยินเสียงของบัญชาจึงตามไปดู และเกือบเป็นลมด้วยความตกใจถ้าดนัยจะไม่รับร่างของเธอไว้ทัน

ในขณะที่วีด้าเครียดจัดที่ได้เจอบัญชาอีกครั้ง 

ตัวต้นเรื่องกลับไประบายกับคัชพลด้วยความโมโหที่ทรงพลไม่ยอมร่วมมือเรื่องประมูล ยศสรัลรู้เรื่องด้วยและพยายามบอกให้พ่อใช้วิธีอื่น แต่บัญชาไม่ฟังเพราะเชื่อว่าวิธีธรรมดาไม่สามารถทำให้ชนะการประมูลได้ แถมสั่งลูกชายคนกลางไปเตรียมการประมูลตามแผนเดิม คัชพลมองน้องชายด้วยความเห็นใจแต่บัญชากลับไม่สนใจเพราะไม่อยากให้ลูกชายคนโตเปลืองตัว

“อนาคตแกจะเป็นประธาน ประวัติต้องดี เรื่องพวกนี้สรัลมันต้องฝึกไว้ ชอบไม่ชอบมันก็ต้องทำ”

ฝ่ายวีด้าเก็บเรื่องบัญชาไปคิดจนนอนไม่หลับต้องโทร.เรียกเกรซมานอนเป็นเพื่อนทั้งคืน เมื่อตื่นเช้าวันถัดมาจึงไปหาแม่ที่โรงพยาบาล และก็ต้องหัวเสียเมื่อพยาบาลแจ้งว่าบัญชาเข้าไปเยี่ยมแม่แล้วทำให้กานดาเกิดอาการคลั่งอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน วีด้าพยายามรวบรวมสติไม่ให้คิดถึงเรื่องบัญชา แต่ภาพหลอนในอดีตและความเครียดเรื่องอาการของแม่ทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดในคืนนั้นจะประกาศศึกเต็มรูปแบบ

“ในเมื่อแกยังตามหลอกหลอนฉัน ในเมื่อแกไม่ยอมหยุด ฉันก็จะไม่ลังเลอีกต่อไป เราได้เจอกันแน่ นายบัญชา!”

 

ooooooo

ไฟรักเพลิงแค้น ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

ไฟรักเพลิงแค้น

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

จินโจว

บทโทรทัศน์โดย:

โซนิกซ์ทีม

กำกับการแสดงโดย:

ชุดาภา จันทรเขต

ผลิตโดย:

บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. เริ่ม 15 เมษายน 2557

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ช่อง 3

นักแสดงนำ:

กฤษฎา พรเวโรจน์,มทิรา ตันติประสุต