อย่าลืมฉัน ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 9


2 ต.ค. 2560 14:22
2,175,720 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

เช้าวันใหม่ เขมชาติแอบโทร.ถามข่าวสมคิด... สมคิดรู้สึกไม่สบายใจเหมือนช่วยคนร้ายทำผิด เขมชาติสวน “ผมไม่ใช่ผู้ร้าย! และผมก็ไม่ได้กำลังทำผิด สิ่งที่ผมทำมันคือความถูกต้อง พูดไปคุณสมคิดก็ไม่เข้าใจ เรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่คนอื่นเห็น” เขมชาติหลุดความรู้สึกออกมา

สมคิดเตือนสติ ระวังอย่าให้มันซับซ้อนจนหาทางออกไม่เจอ เขมชาติขุ่นเคืองตัดบทถ้ามีอะไรคืบหน้าให้ฝากข้อความมาทันที สมคิดรับคำ...เมื่อวางสายแล้ว เขมชาติเริ่มลังเลจากคำเตือนของสมคิด พอหันมาเจอสุริยงยืนยิ้มสวยสดใสอยู่ท่ามกลางธรรมชาติก็ตะลึงนิดๆ สักพักก็หวนคิดถึงอดีตที่เคยเจ็บปวดเพราะเธอ แววตาเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว พึมพำกับตัวเอง

“ถอยกลับไม่ได้ ต้องไปให้ถึงเท่านั้น” ตั้งสติได้ เขมชาติร้องเรียก “วดี...”

สุริยงหันมายิ้มอย่างไม่แคลงใจ...ทั้งสองนั่งร้านอาหารริมทะเลสาบ สุริยงวางผ้าพันคอที่เอื้อทำให้ไว้ที่เก้าอี้ข้างตัว เขมชาติซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามจ้องหน้ายิ้มๆแล้วเปรยไม่อยากลงจากที่นี่ หญิงสาวประชดให้อยู่คนเดียว ชายหนุ่มหัวเราะ ชมว่านี่แหละคือเสน่ห์ของเธอ สุริยงทำหน้างง

“คุณไม่ยอมผม อะไรที่ไม่เห็นด้วยคุณก็จะแย้งขึ้นมา ทำให้ผมเห็นมุมมองที่ต่างไป มีคุณอยู่ข้างๆทำให้ผมมองสิ่งต่างๆได้ลึกขึ้น...เสียดาย วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่คุณจะอยู่ข้างๆผม”

สุริยงใจแป้วแต่ปลอบว่า เขายังมีเกนหลงที่ทำทุกอย่างได้ดีกว่าตน ชายหนุ่มยอมรับว่าเกนหลงเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ก็แทนที่กันไม่ได้ หญิงสาวแอบปลื้ม...

ด้านเอื้อกับเกนหลง กำลังมุ่งหน้าขึ้นติสลิส เอื้อเสนอให้เธอรออยู่ข้างล่างเขาจะขึ้นไปดูให้ แต่เธออยากไปเห็นด้วยตาตัวเองว่าสองคนนั้นมาทำอะไรที่นี่ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในแพลนงาน

“ใจเย็นๆ พี่ยังไม่ได้บอกสักคำว่าหนูเล็กจะอยู่กับเขมชาติที่นี่ พี่บอกแค่ว่าหนูเล็กโทร.จากที่นี่กลับประเทศไทย บางทีหนูเล็กอาจจะมาคนเดียวก็ได้ อย่าลืมสิ เรายังไม่มีหลักฐานว่าเขมชาติมาที่นี่ เรารู้แค่ว่าเขายกเลิกนัดที่อิตาลีแค่นั้นเอง เขาอาจจะไปที่อื่นก็ได้”

“พี่เอื้อไม่ต้องพยายามแก้ตัวให้สองคนนั้นหรอกค่ะ เกนพยายามคิดทุกอย่างแล้ว พี่เอื้อก็รู้ว่าเกนเป็นคนมองโลกในแง่ดีมากขนาดไหน ดีจนบางครั้งกลายเป็นคนโง่โดยไม่รู้ตัว...พอกันที เกนจะไม่สร้างโลกสวยหลอกตัวเองอีกต่อไป ถ้าความจริงมันเลวร้าย ก็ต้องไปเจอจะได้จบๆกันไป” เกนหลงปรี๊ดสุดๆ พูดจบเดินไปขึ้นกระเช้าด้วยอารมณ์คุกรุ่น

สุริยงชวนเขมชาติกลับลงไปเกรงไม่ทันนัดลูกค้า เขาขอหนึ่งอย่าง วันนี้เป็นวันสุดท้ายขอให้มีแค่เราสองคน ไม่พูดถึงคนอื่น หญิงสาวครุ่นคิดก่อนจะรับคำ ทั้งสองกำลังจะเดินไปยังกระเช้า เกนหลงกับเอื้อมาถึงเดินมองหา พลัน เกนหลงเห็นเบื้องหลังเขมชาติไวๆรีบเดินตาม ระหว่างนั้นมีความบังเอิญให้ทั้งสองคู่คลาดแคล้วไม่เห็นกัน เกนหลงร้อนรุ่มใจว่าใช่เขมชาติ

เอื้อเดินมาทางร้านที่ทั้งสองเพิ่งลุกออกไป เขาได้เห็นผ้าพันคอที่สุริยงลืมทิ้งไว้ เอื้อหยิบมันขึ้นมาด้วยความรู้สึกเศร้า เกนหลงเดินตามมาถึง “นี่มันผ้าพันคอที่พี่เอื้อทำให้คุณสุนี่คะ!”

เอื้อพยักหน้าแทนคำตอบ แววตาเกนหลงแข็งกร้าวขึ้นทันที เพราะแสดงว่าสุริยงอยู่บนติสลิสนี่จริงๆ เอื้อเสียใจเก็บผ้าพันคอที่ถูกลืมใส่กระเป๋า เกนหลงรีบเดินมองหาอย่างร้อนรุ่ม ไม่ทันไร เอื้อตามมาเรียกพร้อมมีจักรยานสองคัน เกนหลงยิ้มน้อยๆอย่างขอบคุณ แต่ไม่วายที่เธอจะปั่นแหลกด้วยอารมณ์ตึงเครียด เอื้อปั่นตามด้วยความเป็นห่วง

ต่างจากเขมชาติกับเกนหลงที่ลงจากติสลิสมาขึ้นรถลีมูซีนด้วยอารมณ์ชื่นมื่น...ทั้งสองกลับโรงแรมที่พัก เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปพบสมภพกับมิสเตอร์คริสเตียน ซีอีโอของโรงแรม

เกนหลงบอกเอื้อว่าจะขึ้นไปตามหาบนลานสกี เอื้อห่วงมาส่งและเตือนให้เธอใจเย็นๆ ตัวเขาจะเดินหา รอบๆแล้วจะกลับมารอ ขาดคำ เกนหลงก็พุ่งสกีออกไปอย่างรวดเร็ว เอื้ออ่อนใจ

เวลาผ่านไป เอื้อกลับมาที่จุดนัด เห็นอุปกรณ์สกีของเกนหลงถูกถอดทิ้ง ตัวเธอท่าทางหงุดหงิด เขาเข้าปลอบให้ใจเย็น เธอหันมาเหวี่ยง “เกนพยายามแล้วนะคะ พยายามจะใจเย็น พยายามหาเหตุผลมาหลอกตัวเอง แต่มันปิดความรู้สึกที่แท้จริงไม่ได้”

“พี่ไม่ได้จะให้เราหลอกตัวเอง”

“แล้วจะให้เกนทำยังไงคะ ในเมื่อในใจเกนมันเย็นไม่ลงแล้ว เกนไม่ใช่พี่เอื้อนะคะจะได้ไม่รู้สึกอะไรเลย เกนทำไม่ได้” เกนหลงยิ่งระเบิดอารมณ์

เอื้อเผลอดุกลับ ถ้าอย่างนั้นตนจะไม่ห้ามแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ เอาให้เต็มที่ เกนหลงชะงักรู้สึกตัว รีบขอโทษ ทิ้งตัวนั่งอารมณ์ดิ่งลง น้ำตาร่วงเผาะ ระบายความอัดอั้น

“เกนดูเป็นคนไร้สติมากเลยใช่ไหมพี่เอื้อ...นี่เกนกำลังเป็นบ้าอยู่ใช่ไหมคะ เกนไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นได้ถึงขนาดนี้ เป็นบ้าวิ่งตามหาผู้ชายไม่หยุดไม่หย่อน บินข้ามน้ำข้ามทะเลตะกายขึ้นมาถึงบนนี้ แล้วยังวิ่งพล่านเหมือนคนไม่มีความคิด เมื่อก่อนเกนไม่เข้าใจเวลาที่ผู้หญิงเป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้เกนเข้าใจแล้ว”

เอื้อปลอบ เรื่องบางเรื่องมันต้องเจอเองถึงจะรู้ เกนหลงยังรำพัน ตนทำผิดอะไรทำไมต้องเป็นฝ่ายเสียใจ หญิงสาวปล่อยโฮ เอื้อสงสารดึงเธอเข้ามากอดปลอบ

ระหว่างนั้น เขมชาติกับสุริยงกำลังเดินสำรวจห้องต่างๆในโรงแรม เพื่อวัดและจดส่วนที่ลูกค้าอยากตกแต่งใหม่ เขมชาติใช้โอกาสที่ลับตาคน หยอกเย้าสุริยงจนเธอเขินอาย

เสร็จจากงาน สุริยงมานั่งพักริมทะเลสาบลูเซิร์น เตรียมเอกสารที่จะเข้าประชุมต่อ เขมชาติเดินมานั่งเบียด เอาหัวพิงไหล่เธอ บ่นเหนื่อย หญิงสาวปรายตามองขยับไหล่ออก ทำให้เขาแกล้งเลื่อนหัวมาหนุนตักเธอแทน สุริยงใจสั่นเอ็ดให้เขาลุกขึ้นอ้างน่าเกลียด เขมชาตินอนนิ่ง เธอจึงลุกพรวดขึ้น หัวเขาตกโขกพื้นแกล้งร้องลั่น สุริยงตกใจขอโทษและถามเจ็บตรงไหนบ้าง

เขมชาติชี้ที่หัว สุริยงขยับเข้ามองใกล้ๆ เขาทำหน้าทะเล้น “ไม่เจ็บแล้ว แค่เห็นคุณเป็นห่วงก็หายแล้ว” สุริยงผลักเขาออกที่โกหกอีก เขมชาติหงายหลังโอดโอย “โห...รุนแรงจริงๆ ผมไม่ได้โกหก ผมพูดจริงๆ คุณอาจจะไม่รู้ว่ามันมีค่าแค่ไหนที่ได้รู้ว่าคุณยังแคร์ ผมดีใจจริงๆนะ”

“รู้ก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องทำตัวให้เป็นห่วง” สุริยงเผลอยอมรับ

เขมชาติยิ้มอย่างพอใจ ล้อว่าเธอยอมรับแล้วใช่ไหม สุริยงหลบตาเปลี่ยนเรื่องบอกได้เวลาประชุมลูกค้าคนสุดท้ายแล้ว เธอคว้ากระเป๋าเดินฉับๆออกไป ชายหนุ่มยิ้มมุมปากสาแก่ใจ

ooooooo

ขณะที่เกนหลงสงบอารมณ์ลง ก็ได้รับโทรศัพท์จากวิบูลย์ว่าเจอตารางงานของสุริยงแล้ว กำลังส่งไปให้ เกนหลงดีใจรีบบอกเอื้อว่าสุริยงมีนัดลูกค้าที่ลูเซิร์น แล้วรอเมลที่จะส่งมา

สมคิดได้ยินวิบูลย์คุยกับเกนหลงรีบมาห้ามแต่ไม่ทัน วิบูลย์กดส่งเมลให้เกนหลงเรียบร้อย สมคิดเครียดหนัก วิบูลย์แปลกใจเกิดอะไรขึ้น...สมคิดรีบส่งข่าวบอกเขมชาติทันที สุริยงเห็นสีหน้าเขาก็แปลกใจถามมีลูกค้าใหม่ติดต่อมาหรือ เขาเออออว่าใช่และต้องไปหาในวันนี้ อยู่วิท์ซเนา ต้องขึ้นเรือไป ว่าแล้วก็ดึงมือเธอไปยังท่าเรือ

“ผมว่าเรารีบไปกันเลยดีกว่า ไปถึงก่อนเวลานัดจะได้มีเวลาเตรียมตัว”

สุริยงไม่ทันสังเกตท่าทีมองซ้ายมองขวาของเขมชาติ...อีกมุมหนึ่ง เอื้อกับเกนหลงมาถึงลูเซิร์น เอื้อกดมือถือหาพิกัดโรงแรม แต่เกนหลงกลับเดินดุ่มๆไปยังท่าเรือ เขาจึงต้องวิ่งตามเธอ

เกนหลงเหมือนเห็นเขมชาติเดินปะปนอยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยว เธอตามไปจนคว้าไหล่ชายคนหนึ่ง แต่พอหันมากลายเป็นชายชาวจีน เธอผงะ ขณะเดียวกัน มีคนจับไหล่เขมชาติ เขาสะดุ้งหันมอง เป็นเจ้าหน้าที่ขอดูตั๋ว เขาถอนใจยื่นตั๋วให้ สุริยงงงๆทำไมเขาต้องรีบร้อนขนาดนี้

เอื้อเข้าตบไหล่เบาๆปลอบเกนหลง และว่าดูจากเวลาสุริยงน่าจะประชุมอยู่ ไปที่โรงแรมดีกว่า เกนหลงพยักหน้าแต่ยังเหลียวมองไปยังท่าเรือ

บนเรือ สุริยงมองวิวอย่างเพลิดเพลิน ลมพัดแรงจนรู้สึกหนาว เขมชาติถอดสูทมาคลุมให้อย่างอ่อนโยนแล้วขอตัวสักครู่...เขากลับมาพร้อมกาแฟแช่มะนาวฝานบางๆยื่นให้ และบอกว่า อยู่ที่บริษัทเธอทำ นอกเวลางานขอตนทำบ้าง สุริยงกระเซ้า “ถ้าชงไม่ถูกใจ ฉันไล่ออกได้ไหม”

เขมชาติท้าให้ลองชิมดู เธอจิบแล้วต้องชมว่าอร่อยมาก ชายหนุ่มทำท่าเยส...หญิงสาวขำยกถ้วยกาแฟชนกัน ก่อนจะจิบและยืนชมวิวร่วมกันอย่างรู้สึกสุขใจ

ทางเกนหลง ได้ทราบจากพนักงานที่โรงแรมว่า สุริยงประชุมเสร็จแล้วเพิ่งกลับไปพร้อมกับเขมชาติ เกนหลงแทบช็อกสิ่งที่คิดไว้เป็นจริง เธอฟูมฟายบอกเอื้อ นี่คือหลักฐานที่เขาต้องการ สองคนนั้นมาด้วยกันจริงๆ ตนไม่ได้คิดไปเอง ขออีกอย่างเดียวให้เห็นกับตา ทุกอย่างจะได้จบ เอื้อมองด้วยความเห็นใจรู้ว่าเธอกำลังผิดหวังเสียใจอย่างรุนแรง จู่ๆเธอก็ลุกเดินไป เขารีบถามไปไหน เธอบอกว่า ในตารางงานมีชื่อโรงแรมที่สุริยงพักคืนนี้ ตนจะไปหาทั้งสองคนนั้น

แต่พอมาถึง เกนหลงแทบหมดแรงเมื่อได้รู้ว่าสุริยงโทร.มายกเลิกสักครู่ เอื้อครุ่นคิดแล้วสุริยงจะไปพักที่ไหน เกนหลงนึกได้ “มีอีกที่ที่เกนข้องใจ ที่ท่าเรือเมื่อเช้า...”

“โอเค ไหนๆเราก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ก็ลองไปดู ถ้าไม่เจอก็ถือซะว่านั่งเรือเล่น” เอื้อเอาใจเพื่อให้เกนหลงสบายใจ เธอซาบซึ้งน้ำตาคลอชมว่าเป็นโชคดีของเธอที่มีเขามาด้วย เอื้อจับหัวเกนหลงโยกอย่างเอ็นดู “นี่ไม่ใช่เวลาจะมาซึ้ง...ไปได้แล้วเด็กขี้แง”

ในโรงแรมปาร์คที่วิท์ซเนา ดูสวยงามอลังการ สุริยงเดินออกมาที่ระเบียงมองดูวิวตรงหน้าอย่างประทับใจ เขมชาติตามออกมายืนข้างๆถามชอบที่นี่ไหม เธอยอมรับว่าสวยมาก

“ถ้าชอบ...คืนนี้เราพักที่นี่นะ ผมจองห้องพิเศษไว้ให้คุณ” เขมชาติชูคีย์การ์ด

สุริยงถามอย่างรู้ทัน สรุปว่าไม่มีลูกค้า ชายหนุ่มอมยิ้มรับ มีเพียงเขากับเธอ หญิงสาวสวนทำไมไม่บอกตรงๆ น้ำเสียงเขาออดอ้อน “อ้าว...บอกตรงๆก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ ก็วันนี้เป็นวันสุดท้าย คืนสุดท้ายของเรา ผมอยากทำทุกอย่างให้พิเศษที่สุด...เพื่อคุณ ผมต้องรอนานมากกว่าจะถึงวันนี้ วันที่เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ขอให้ผมได้ทำเพื่อคุณเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะจากกัน และอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลยตลอดชีวิต”...สุริยงใจอ่อนยวบ

ooooooo

เอื้อกับเกนหลงนั่งเรือมาขึ้นที่ท่าเวกกิส เอื้อได้เช่ารถไว้แล้ว เพราะเห็นว่าเมืองนี้เดินตามหาลำบาก... รถแล่นมาถึงหน้าโรงแรมปาร์ค เกนหลงมองอย่างสนใจจนเอื้อต้องถามอยากเข้าไปหรือ เธอพยักหน้า “ค่ะ เกนเชื่อสัญชาติญาณตัวเอง ถ้าเกนเป็นเขม เกนจะพักที่นี่คืนนี้ค่ะ”

ในขณะที่สุริยงพักผ่อนอยู่บนห้อง เขมชาติจัดให้เธอได้เข้าสปา ระหว่างที่เขาควบคุมพนักงานจัดโต๊ะดินเนอร์เก๋ๆริมน้ำ... เมื่อเสร็จสรรพ พนักงานมารายงาน

“คุณเขมชาติให้เรียนว่า หลังจากแต่งตัวแล้ว เชิญคุณผู้หญิงไปรับประทานอาหารค่ำที่ริมน้ำ...ดิฉันจะพากลับไปที่ห้องก่อนนะคะ” พนักงานเดินนำสุริยงไป

ระหว่างนั้น เกนหลงกำลังสอบถามพนักงานที่เคาน์เตอร์ เอื้อเหมือนเห็นสุริยงเดินเลี้ยวไป จึงเดินไปดู แต่ถูกพนักงานขวาง เพราะส่วนนี้เป็นที่สำหรับลูกค้าเท่านั้น เขาจึงถอยออกมาแต่ยังคลางแคลงใจ เกนหลงมาบอกว่าไม่มีชื่อเขมชาติพักที่นี่ เอื้อเปรย

“นี่เราก็วนจนทั่วทั้งเวกกิส วิท์ซเนาแล้ว ไม่เห็นวี่แวว...เราอยากจะไปไหนต่อ”

เกนหลงเริ่มปลง “เกนวิ่งตามหาเขมมาพอแล้ว ขอหาที่นั่งพัก...พักใจ พักร่างกาย พักจากเรื่องที่มันร้อนรุ่มอยู่ในใจตอนนี้ เกนปล่อยให้ตัวเองเหนื่อยมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว เกนเบียดเบียนตัวเองมากเกินไปแล้วค่ะ” พูดจบหญิงสาวก็น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจกลั้น

“ดี...พี่เห็นด้วย งั้นเอางี้ ถ้าอยากพัก พี่มีที่นึงเหมาะกับการพักผ่อนมาก” เอื้อชื่นชมความมีสติของหญิงสาว จึงอยากสร้างความสุขให้แก่เธอ...

ค่ำคืนนั้น สุริยงเดินมาที่ริมน้ำของโรงแรมต้องตะลึงกับโต๊ะดินเนอร์น่ารักๆ ที่เขมชาติจัดไว้ให้ เขาเข้ามากระซิบว่าจัดให้เธอเป็นพิเศษ เธอยอมรับว่ามันสวยถูกใจมาก

“นี่แค่เริ่มต้น ยังมีอะไรพิเศษๆมากกว่านี้อีก เชิญครับ...” เขมชาติเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง แล้วหันไปส่งสัญญาณพนักงานให้เข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่ม “สำหรับ คืนสุดท้ายของเราสองคน”

สุริยงใจหายวาบ ชายหนุ่มพร่ำบอกว่ามีความสุข มากจนอยากโดนตบสักทีว่าไม่ได้ฝันไป หญิงสาวหัวเราะแกล้งเงื้อมือจะสนอง เขารีบห้ามว่าหยิกตัวเองดูแล้วเจ็บ แสดงว่าเป็นความจริงว่าแล้วเขมชาติก็ยื่นกระดาษสีหวาน เป็นเมนูเขียนด้วยลายมือ มีภาพดอกไม้ประกอบ

“นี่ครับ รายการอาหารของเรา ผมสั่งให้ทางโรงแรมจัดให้พิเศษ ทุกเมนูผมเป็นคนคิดเอง เลือกจากสิ่งที่คุณชอบและความหมายของมัน คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณ”

“ซุปอัลมอนด์กุ้งเนี่ยนะ” สุริยงแปลกใจ

“ในคัมภีร์ไบเบิลจะมีการใช้สัญลักษณ์แทนสิ่งต่างๆ และต้นอัลมอนด์ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ ของคำสัญญา...ผมสัญญาว่า จะเก็บเรื่องระหว่างเราเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป”

สุริยงยิ้มอย่างเข้าใจแล้วอ่านชื่ออาหารต่อไป ธอนเลส โรส สลัด...เขมชาติอธิบาย “สลัดกุหลาบไร้หนาม เป็นน้ำสลัดพิเศษ มีส่วนผสมของน้ำกุหลาบคั้นสด ความหมายของกุหลาบไร้หนาม คือรักแรกพบ เหมือนความรักของเราที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเจอคุณ”

หญิงสาวจุกวาบ ความทรงจำในอดีตหวนกลับมา น้ำตาซึม เธออ่านชื่ออาหารต่อไป...โคลฟ เทล ชายหนุ่มอธิบาย “ตำนานกานพลู จริงๆต้องเรียกว่า อบนานกานพลู... เป็นหมูสันนอกอบกับกานพลูและเครื่องเทศอื่นๆอีกเกือบสิบอย่าง อบนานจนเนื้อนุ่ม กานพลูเป็นพืชพื้นเมืองของอินโดนีเซีย มีความหมายแฝงคือความรักอันเป็นนิรันดร์” เขมชาติเห็นสุริยงเคลิบเคลิ้ม จึงฉวยโอกาสลุกขึ้นมากอดเธอ “และสุดท้าย เมนูของหวาน เป็นขนมเค้กที่ตกแต่งเป็นรูปดอกแอสเตอร์ หมายถึงผมจะคิดถึงคุณ ถึงเราจะไม่ได้เจอกันอีก แต่คุณยังจะอยู่ในใจผมเสมอและทั้งหมดที่ผมพูดมา คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณ”

สุริยงสัมผัสถึงความตั้งใจที่เขาทำให้ จึงเผลอใจสวมกอดตอบเป็นกอดแห่งมิตรภาพที่สวยงาม เขมชาติยิ้มกริ่มที่สามารถทลายกำแพงทิฐิของหญิงสาวได้สำเร็จ...

ด้านเกนหลง เอื้อพามานั่งผับเล็กๆแต่เก๋ไก๋ เธอดื่มพรวดๆจนเขาต้องห้าม ไม่ควรดื่มตอนท้องว่าง เธอเล่นมุก ใครว่าท้องว่าง ความเครียดเต็มกระเพาะ เอื้อขำ “ยิงมุกตลกได้แล้วนี่ แสดงว่าเกนหลงภาคปกติเริ่มจะกลับเข้าร่าง”

“ที่ผ่านมาสามวัน เป็นเกนหลงภาคพิสดารใช่ไหมคะ” เกนหลงหัวเราะแล้วชะงักถาม “ถ้าพี่เอื้อเห็นคุณสุอยู่กับเขมจริงๆ ความรู้สึกที่พี่เอื้อมีกับคุณสุจะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”

เอื้อเกี่ยงให้เธอตอบ เกนหลงโวยว่าตนถามก่อน เขาจึงตอบ “มันก็ต้องดูบริบทรอบข้าง แค่เห็นอยู่ด้วยกันมันยังบอกอะไรไม่ได้ พี่ก็เลยไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรแล้วพี่ควรจะรู้สึกยังไงต่อ”

เกนหลงเริ่มกรึ่มๆแซวว่าเขาตอบเหมือนให้ สัมภาษณ์นักข่าวไม่สะใจเลย เอื้อย้อนถามบ้าง หญิงสาวตอบ ถ้าเห็นคาตา บอกได้เลยว่าจบ ปรัชญาการใช้ชีวิตของตนคือ เจอแล้วต้องเจ็บ มันก็ต้องจบ...แยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง ทุกข์ได้แต่ไม่นาน...เอื้อทึ่ง

“พี่รู้แล้วทำไมเกนถึงเป็นคนที่มีความสุข นี่ขนาดเมื่อกลางวันยังนั่งร้องไห้อยู่เลย ตอนเย็นกลับมาเกือบจะเป็นปกติแล้ว”

เกนหลงหลิ่วตามอง “ชมใช่ไหมคะ หรือแอบด่าว่าอารมณ์แปรปรวน”

เอื้อสวนว่าชม เพราะเหตุนี้ใครที่อยู่ใกล้เธอถึงมีความสุขไปด้วย เกนหลงหุบยิ้ม เปรยว่าเขมชาติจะคิดแบบนี้บ้างไหม เอื้อพานสงสัยเช่นกัน...ทั้งสองเดินมาตามถนน เห็นมีคนเล่นดนตรีเปิดหมวก เกนหลงเอ่ยปากว่าไพเราะ แล้วถามเอื้อรู้ไหม อะไรที่ตนทำได้แย่ที่สุดในชีวิต เอื้อโพล่งออกไปทันทีว่า...ตามหาผู้ชาย หญิงสาวงอนผลักเขาอย่างแรงไปกระแทกกำแพง เอื้อร้อง

“เฮ้ย...ผลักจริงเลยเหรอ แรงเยอะเหมือนกันนะเนี่ย...ขอโทษๆ...ตอบมาพี่รอฟัง”

เกนหลงเห็นเขาง้อจึงตอบไปว่า การร้องเพลง ตนร้องไม่เคยตรงจังหวะ เนื้อก็จำไม่ได้ ดำน้ำแต่งเองเป็นประจำ เอื้อหัวเราะแล้วบอกว่าสำหรับตนคือการเต้นรำ เต้นแบบแดนซ์กระจาย เกนหลงหันมองยิ้มกริ่มๆว่าไม่เชื่อต้องพิสูจน์ ว่าแล้วก็ดึงเขาออกไปเต้นตามจังหวะบอสซ่าที่กำลังเล่นอยู่ ผู้คนที่เดินไปมาหยุดดูและตบมือให้จังหวะกันใหญ่ เอื้อจำต้องเต้นเป็นเพื่อนเกนหลงอย่างเก้กัง เป็นการปลดปล่อยความเครียด ทั้งสองเริ่มสนุกสนานมากขึ้นๆ

ooooooo

นักดนตรีเล่นไวโอลินอยู่ข้างโต๊ะดินเนอร์ เขมชาติกับสุริยงนั่งซาบซึ้งกับขนมเค้กรูปดอกไม้และไวน์ชั้นดี หญิงสาวรู้สึกมีความสุข ปล่อยกำแพงแห่งความทิฐิทลายลง เขมชาติยังมีเซอร์ไพรส์อีก ปิดตาสุริยงพาเดินไป หญิงสาวเริ่มไว้วางใจปล่อยให้เขาจูงมือ เขากระซิบ

“ทุกอย่างที่ผมทำ เพื่อคุณคนเดียวนะ...วดี” เขมชาติแก้ผ้าปิดตาออก สุริยงตะลึงกับดอกฟอร์เก็ตมีน็อต ที่ประดับประดาไว้มุมหนึ่งอย่างสวยงาม “ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตมีความหมายแทน...รักแท้ นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะบอกคุณ คุณเคยบอกผมว่าชอบดอกนี้มาก เพราะมันมีสีที่ไม่เหมือนใคร มีกลีบที่บอบบางแต่อดทน... เหมือนคุณ” หญิงสาวดีใจที่เขาจำได้ “ผมไม่เคยลืมเรื่องระหว่างเราเลยนะวดี ผมไม่เคยลืมวันแรกที่เราเจอกัน ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ทุกความใส่ใจ ความห่วงใยที่คุณมีให้ผม”

สุริยงคิดถึงคำพูดของเขาในอดีตวันที่ให้แหวนดอกไม้แก่ตน “ผมจะไม่มีวันลืม สุริยาวดี ผู้หญิงที่ใช้ความรักสอนให้ผมรู้จัก...ความรักที่แท้จริง แหวนวงนี้ ผมสั่งทำให้คุณเป็นพิเศษ มันอาจจะราคาไม่แพง แต่มันมีวงเดียวในโลก คุณเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ได้ครอบครองมันเหมือนกับหัวใจของผม ที่เป็นของคุณคนเดียว”

สุริยงน้ำตาร่วง ขอบคุณที่เขาเห็นค่าความรักของตน ตนสัญญาจะดูแลหัวใจเขาอย่างดีที่สุด...มาตอนนี้ น้ำตาเธอไหลอีกครั้ง ขอบคุณเขาอย่างจริงใจ เขมชาติฉวยโอกาสนั้นดึงเธอเข้ามากอดแนบแน่น หญิงสาวปล่อยใจไม่ขัดขืน ชายหนุ่มหอมแก้มเธอ แล้วเลื่อนมาประทับจูบบนริมฝีปากเธอนิ่งนาน สุริยงปลดปล่อยความรู้สึกที่เก็บกดไว้นานตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความยินดี

เขมชาติอุ้มหญิงสาวเข้ามาในห้องพัก วางเธอลงบนเตียงก่อนจะโถมตัวเข้าจูบเธออย่างดูดดื่ม ไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป สุริยงปล่อยให้เหตุการณ์ที่ปัดป้องมานานดำเนินขึ้นจนได้...กลางดึก เขมชาติลุกขึ้นมามองใบหน้าสุริยงซึ่งหลับใหล เขายิ้มอย่างสะใจก่อนจะหยิบมือถือมากดส่งข้อความหาเกนหลง แล้วเดินออกจากห้องอย่างไม่ใยดี

ขณะนั้นเกนหลงกำลังนั่งพักเหนื่อยจากการเต้นรำ พลันมีข้อความส่งเข้ามา เธอหยิบมือถือมาดูแล้วชะงัก “ชีวิตเรานี่แปลกนะคะ หาแทบตายไม่เจอ พอหยุดหาเท่านั้นแหละ มาเลย”

เกนหลงบอกเอื้อว่า เขมชาตินัดเจอพรุ่งนี้ เขาถามเธอจะไปไหม หญิงสาวตอบทันทีว่าไป เพราะอยากรู้จะว่าอย่างไร เอื้อขอรอฟังข่าวอยู่ห่างๆ เกนหลงจับมือเขา ขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ ที่เขาคอยช่วยให้ตนไม่สติแตก ตอนนี้ตนพร้อมจะเจอกับทุกอย่าง

เช้าวันใหม่ เกนหลงมาที่จุดนัดพบ ไม่เห็นเขมชาติ แต่กลับมีข้อความส่งเข้ามาเป็นรูปซองจดหมายวางอยู่กับดอกกุหลาบ บอกให้เธอหาให้เจอ หญิงสาวมองหาจนเจอหยิบมาอ่าน...เขาสารภาพเหตุที่ไม่ได้ไปอิตาลี และหลอกให้เธอไปเข้าแคมป์กับอัมพิกา

เกนหลงพลิกกระดาษไม่มีคำอธิบาย พลันมีข้อความเข้ามาอีก ให้เธอเล่นเกมค้นหาตามทางที่ส่งมา เกนหลงนึกสนุกอยากรู้ว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร เมื่อเจอจดหมายฉบับที่สองจึงอ่าน

“ความจริงคือ...ผมตั้งใจทำบางอย่างให้คุณที่สวิต แต่ผมไม่อยากให้คุณรู้ก่อนเวลาอันสมควร ผมจึงต้องไม่บอกเรื่องยกเลิกนัดที่อิตาลีและหาทางถ่วงเวลาไม่ให้คุณมา ผมจะได้มีเวลาจัดสิ่งพิเศษให้คุณได้อย่างเต็มที่ และเหตุผลที่ผมให้สุริยงมาสวิตพร้อมกับผม เพราะ...”

ข้อความหายไป ให้เธอต้องค้นหาต่อไปอีกจนเจอ “เพราะเธอคือคนที่คุณไว้ใจ ผมเลือกเธอมาเป็นผู้ช่วยในการจัดสิ่งพิเศษนี้ ตอนแรกผมตั้งใจจะจัดที่ติสลิสแต่มันไม่พิเศษพอ...เมื่อวาน หลังจากที่ผมเสร็จงานที่ลูเซิร์น ผมรีบมาที่นี่ ที่ที่ผมคิดว่าพิเศษพอสำหรับคุณ และวันนี้ ตอนนี้ ทุกอย่างที่ผมเตรียมไว้ พร้อมแล้ว สำหรับคุณคนพิเศษของผม สิ่งนั้นคือ...คืออะไร...”

เกนหลงตื่นเต้นอยากรู้ มีข้อความส่งมาอีกว่า ให้ตามพวกเขามา พร้อมมีภาพเด็กน่ารักสองคน พอเธอเงยหน้ามาก็เจอเด็กสองคนยืนยิ้มอยู่ ทั้งสองจูงมือเธอมาตามทางที่สวยงาม...

ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อสุริยงตื่นขึ้นมาไม่พบเขมชาติ เธอมองหาเขาไปทั่ว จนมาพบจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง จ่าหน้าซองถึง...สุริยาวดี เธอยิ้มก่อนจะเปิดอ่าน “สุริยาวดี...ผมขอเรียกชื่อนี้ เพราะไม่ว่าคุณจะใช้ชื่อสุริยงหรืออีกกี่ร้อยชื่อ สำหรับผม คุณก็ยังเป็นสุริยาวดีคนเก่า ผู้หญิงคนเดียวที่สลักอยู่ในใจผมคือ สุริยาวดี...ในชั้นแรกสลักไว้เพราะความรัก ผมรักคุณตั้งแต่เริ่มเห็นคุณครั้งแรก นับจากนั้นผมก็ไม่เคยมีตามีใจไว้สำหรับผู้หญิงอื่น ผมจงรักภักดีต่อคุณเสมอมา ทุกครั้งที่ผมคิดถึงคุณ ผมนึกเสมอว่าคุณเป็นตะวันแห่งชีวิต คุณคงหัวเราะเยาะในความโง่เง่าของผม แต่คุณเก็บความรู้สึกได้มิดชิด หน้าของคุณหวานเสมอ ยิ้มของคุณอบอุ่นเสมอ คุณซ่อนคมไว้เชือดเฉือนคนอื่นได้อย่างเลือดเย็น...ผมไม่เคยรู้เลย จนวันหนึ่งวันที่ตะวันกลางใจผมดับลง คุณเก่งจริงๆที่ทิ้งผมไปอยู่กับคนแก่คราวพ่อได้เพียงเพื่อเงิน ผมเองยอมรับว่ายังเก่งไม่เท่าคุณ เพราะผมจะมีเมียคราวแม่เพียงเพื่อเงินบ้าง ผมคิดว่าผมทำไม่ได้”

สุริยงน้ำตาคลอเบ้า งุนงงกับความหมายในจดหมาย “ผมต้องขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่คุณสอนให้ผมรู้ว่าเงินมีอำนาจมากแค่ไหน ทำให้ผมมีมานะหาเงิน ทำให้ผมตั้งตัวได้จนบัดนี้ บทเรียนที่คุณให้ไว้ไม่เสียเปล่าเลย...ขอบคุณอีกครั้งสุริยาวดี ผมเห็นแก่บุญคุณ ผมจึงหาทางตอบแทนอย่างสาสม คุณอาจจะคิดว่าผู้ชายลืมง่าย คุณอาจจะคิดว่าคุณยังมีอิทธิพลเหนือผม แต่คุณผิด เพราะผมสลักชื่อคุณไว้กลางใจในฐานะคนที่ผมต้อง... เอาคืนอย่างสาสม ทำดีกับคุณ ยิ้ม สุภาพ อ่อนหวาน เหมือนกับที่คุณเคยทำมาแล้ว คุณสอนผมเก่งมาก เก่งจนผมทำตามได้อย่างแนบเนียน คุณยังหลงไม่ลืมหูลืมตา...ผมวางแผนให้คุณตายใจ เปิดโรงแรม สร้างฉากโรแมนติก ย้อนอดีตพูดความหลัง เพื่อฝากรอยประทับไว้ในชีวิตคุณ คุณจะผ่านมือชายมาสักกี่คนก็ช่าง แต่ผมต้องเป็นหนึ่งที่คุณจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต ถ้าคุณเจ็บจงรู้เถิดว่า ผมเจ็บมาก่อนคุณ...ถ้าคุณชอกช้ำ นั่นแหละผมเคยช้ำมาก่อนคุณ แต่ผมยังใจดีมากกว่าคุณ อย่างน้อยก็เคยรักกัน ผมใช้คำว่าเคยเท่านั้น ไม่ใช่ปัจจุบัน หากคุณคิดว่าบทรักของผมไม่เลวจนเกินไป คุณยังพอมีทางเลือก อยู่อย่างเงียบๆไม่ปริปากพูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา อยู่โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผมกับคุณเกนหลง ผู้หญิงที่ผมจะแต่งงานด้วย ผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ผู้หญิงที่คู่ควรกับความรักของผม...”

ขณะเดียวกันที่เกนหลงกำลังมีความสุขกับสถานที่ที่เขมชาติประดับรูปที่แอบถ่ายเธอทุกอิริยาบถ และตัวเขาในชุดสูทขาวยืนเท่รออยู่ มีวงดนตรีเล็กๆบรรเลงเพลงหวาน  เขาก้าวเข้ามากล่าว “คุณเกน ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเห็น คือสิ่งที่ผมตั้งใจทำเพื่อคุณ ผู้หญิงที่ผมรักเพียงคนเดียวเท่านั้น  ไม่ว่าคุณจะเคยสงสัยอะไรในตัวผม ขอให้คุณมองผมในตอนนี้...ผู้ชายที่คุกเข่าตรงหน้า และขอคุณแต่งงาน ผมพร้อมที่จะดูแลคุณ ถ้าคุณพร้อมเราจะใช้ชีวิตไปด้วยกัน” เขมชาติคุกเข่าเกนหลงน้ำตาร่วงด้วยความปลื้มปีติตอบรับว่าพร้อม เขาจึงสวมแหวนที่นิ้วนางซ้ายของเธอ

ผู้หญิงอีกคนกลับน้ำตาร่วงพรู อ่านข้อความในจดหมายต่อ “ผมรักคุณเกน ผมไม่ยอมเสียเธอ ถ้าคุณอยากอยู่ก็อยู่อย่างลับๆ แต่ถ้าคุณรับไม่ได้ ก็จงเดินออกไปจากชีวิตผม สุริยาวดี...ผมขอเรียกชื่อนี้เป็นครั้งสุดท้าย ผมจะลบชื่อคุณจากใจ เพราะหนี้ของผมได้รับการชดใช้แล้ว คุณก็เช่นกัน ขอให้เราตายจากกันตั้งแต่บรรทัดนี้...เขมชาติ”

สุริยงทรุดลงร้องไห้อย่างหนักแทบจะสิ้นใจอยู่ตรงนั้น เหมือนโลกทั้งใบแตกลง  หลังจากนั้น เธอออกจากโรงแรมเหมือนคนไร้ชีวิตจิตใจ...เกนหลงโทร.เล่าเรื่องให้เอื้อฟัง เขาแสดงความยินดีด้วยและรีบมาหาสุริยงที่ชาร์โต กลับเห็นเธอนั่งเหม่อลอย เธอตกใจ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเอื้อมากับเกนหลงเพื่อตามหาเขมชาติ และได้รู้ว่าตัวเองช่วยเขมชาติจัดฉากขอแต่งงานเกนหลง

สุริยงเจ็บจี๊ดที่ตัวเองถูกเขมชาติหลอกมาตลอด พยายามกลั้นน้ำตาเออออ “ก็...หนูเล็กช่วยเขา...เรียบร้อยแล้วไงคะ ทุกอย่างจบแล้ววันนี้...หนูเล็กเป็นอิสระแล้วหนูเล็กก็เลยมาพักที่นี่สักวันสองวัน แล้วค่อยกลับบ้าน”

เอื้อเห็นเธอหน้าซีดก็แปลกใจ สุริยงทำเป็นเข้มแข็งให้เอื้อสบายใจแล้วขอตัวไปพักผ่อน หญิงสาวมายืนริมน้ำ ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ด้วยความแค้น ตัดสินใจถอดแหวนดอกไม้ปาทิ้งลงน้ำ เชิดหน้าจะไม่ยอมเสียใจอีกแล้ว แววตาเธอแข็งกร้าวขึ้น เอื้อเฝ้ามองด้วยความแปลกใจ

ooooooo

วันต่อมา สมคิดกับวิบูลย์ถกกันเรื่องเขมชาติจะจัดงานแต่งงาน วานิตามาได้ยิน แค้นใจรีบมาบอกข่าวอรทัยกับอัมพิกา ทั้งสองแปลกใจ เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร แล่นมาซักไซ้เอื้อ เขาบอกว่ารู้เท่าๆกับคนอื่นๆ สามสาวผิดหวังกลับไป

สุริยงนั่งมองภาพเจ้าสัวน้ำตาร่วง สะอื้นฮักสารภาพ “ท่านคะ ท่านเคยสอนให้หนูเล็กเข้มแข็ง สอนให้รับมือกับคนที่เกลียดเรา ดูถูกเราด้วยความรักและศรัทธาในตัวเอง ถ้าเรารักและเชื่อมั่นในความถูกต้องของเรา ใครก็ทำร้ายเราไม่ได้...แต่ท่านคะ ถ้าความรักที่หนูเล็กมีให้กับตัวเอง มันได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว ถ้าหัวใจของหนูเล็กมันตายไปแล้ว จะให้หนูเล็กทำยังไง”

จู่ๆ มือน้อยๆของไก่กับไข่ก็มาปาดน้ำตาให้ ต่างถามว่าแม่หนูเล็กเป็นอะไร สุริยงกลั้นสะอื้นบอกลูกๆว่าตนไม่สบายนิดหน่อย สองหนูน้อยเป่าเพี้ยงให้เธอหาย สุริยงเสียงสั่นเครือขอบใจลูกๆและดึงทั้งสองเข้ามากอด

ด้านเขมชาติเข้ามาขอเกนหลงกับพจน์ แต่พจน์กลับขอให้หมั้นไว้สักพักค่อยแต่ง เขมชาติย้อนถามว่าไม่พอใจอะไรตนหรือเปล่า พจน์ตอบว่าไม่มี เพียงงานโรงแรมใหม่กำลังจะเสร็จ อยากให้เกนหลงเป็นแม่งาน ชายหนุ่มแอบถอนใจ พจน์ถือโอกาสขอตัวเกนหลงกลับมาทำงานให้ เขมชาติทำยิ้มแย้มบอกว่าไม่เป็นไร เสียเลขาแต่ได้เจ้าสาวมา ทั้งสามคนหัวเราะด้วยกัน

นภาแปลกใจที่สุริยงดูเศร้าๆตั้งแต่กลับมา พอถามว่าเป็นอะไร สุริยงกลับโผกอดและถามว่า ถ้าตนทำอะไรผิดพลาด แม่จะผิดหวังมากไหม...นภาลูบผมลูกสาว “แม่ไม่เคยผิดหวังในตัวลูกเลย แม่รู้มาตลอดว่าลูกสาวของแม่เป็นเด็กดี สิ่งที่ลูกทำให้พ่อกับแม่มาโดยตลอด มันทำให้เราอยู่ห่างไกลคำว่าผิดหวังมานานแล้ว ไม่ว่าหนูเล็กจะทำผิดพลาดอะไร พ่อกับแม่พร้อมที่จะเข้าใจและอยู่เคียงข้างหนูเสมอ” นภายังบอกอีกว่า ยังมีไก่กับไข่ที่พร้อมจะโอบกอดเธอด้วยความรัก

สุริยงยิ่งน้ำตาร่วงพรู...ในขณะที่เขมชาติพาเกนหลงมาฉลอง บริกรรินไวน์และเสิร์ฟอาหารจานแรกให้ ชายหนุ่มเห็นแล้วอดนึกถึงมื้อพิเศษที่จัดให้สุริยงไม่ได้ ทำให้เขาจุกทานไม่ลง เขาเหม่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาจนเกนหลงชักเคืองที่เขาเหม่อลอย

วันใหม่ เขมชาติมาทำงาน พบว่ามาลัยมาทำหน้าที่เลขาแทนเพราะสุริยงส่งจดหมายลาออก วันนั้นทั้งวัน เขาจึงเหวี่ยงเรื่องงานไม่เรียบร้อยและเรื่องอื่นๆจนมาลัยไม่รู้จะทำอย่างไร เกนหลงโทร.เข้ามาเขาก็พาลไม่รับสาย

ด้านสุริยง กำลังหางานใหม่ในเว็บ เพราะไม่อยากไปทำงานกับเอื้อ อยากหนีหน้าไปให้พ้นจากทุกคน พอดี ฮันนี่โทร.มาหาไก่กับไข่ แล้วนัดออกมาร้านไอศกรีม ทำให้สุริยงต้องพาไก่กับไข่มา แล้วเธอก็ได้พบกับชนะอีกครั้ง ชนะดีใจจนออกนอกหน้า ระหว่างนั้น ชนะได้เห็นการอบรมลูกของสุริยง เธออธิบายให้ไก่กับไข่ซึ่งงอแงจะสั่งไอศกรีมใหม่ไม่ทานถ้วยเดิม แต่พอฟังเธอสอนแล้วก็เชื่อฟังและทานถ้วยเก่าจนหมดค่อยสั่งใหม่

“คุณสุเลี้ยงลูกดีจังครับ ไม่ตามใจ ผมทำไม่ได้สักที”

สุริยงยิ้มๆ ชนะนึกได้ถามเธอ วันนี้ไม่ทำงานหรือ เธอตอบว่าลาออกแล้วกำลังหางานใหม่

“คุณสุจะให้เกียรติมาทำงานกับผมได้ไหมครับ ผมอยากได้ผู้จัดการรีสอร์ตอยู่พอดี”

“สุเคยทำแต่งานเลขา ทำไมคุณชนะถึงคิดว่าสุทำงานนี้ได้ล่ะคะ”

“ตอนเราไปถ่ายแบบด้วยกัน ผมเห็นวิธีการทำงานของคุณ ที่ทั้งละเอียดเฉียบขาด แล้วยังดีลกับทุกคนได้ดี ผมมั่นใจว่าคุณทำได้...ส่วนเรื่องค่าตอบแทน ไม่ต้องห่วง ผมสู้เต็มที่”

สุริยงขอบคุณแต่ขอกลับไปคิดดูก่อน ชนะยินดีและจะรอเธอตลอด ทั้งสองยิ้มให้กัน...เมื่อเกนหลงเจอกับเอื้อที่โรงแรมใหม่ เอื้อตกใจที่เธอยังไม่เตรียมงานแต่งอีก เกนหลงบ่น

“ก็เกนไม่รู้จะเริ่มยังไงนี่คะ ตั้งแต่เขมมาคุยกับคุณพ่อวันก่อน แล้วก็หายไปเลย เกนก็ยังงงอยู่เหมือนกัน โทร.ไปก็ไม่รับ ตั้งนานกว่าจะโทร.กลับ จะนัดเจอกันก็ติดงาน สงสัยพอรับหมั้นก็เลยกลายเป็นของตาย ไม่ได้รับความสนใจ”

“มันไม่ถูกต้อง การที่ตัดสินใจแต่งงานหรือสร้างครอบครัวกับใครสักคน มันต้องยิ่งรักและสนใจคนนั้นมากขึ้น เพราะกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ใช่ไม่ใส่ใจ แบบนี้”เอื้อเผลอไม่พอใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement