อย่าลืมฉัน ตอนที่ 8 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 8


2 ต.ค. 2560 14:22
2,181,344 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

เกนหลงไม่รู้เลยว่าเขมชาติเป็นคนวางแผนออกความคิดให้อัมพิกาตีสนิทกับไก่ไข่เพื่อจะได้หุ้นกลับคืนมา โดยใช้เกนหลงเป็นสะพานเชื่อม...ในขณะที่เอื้อมาส่งสุริยงวันเดินทาง เขาสังหรณ์ใจบางอย่างจึงย้ำกับเธอว่า ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลให้ติดต่อมาอย่าลืมว่าเขาเกิดที่สวิส

เอื้อไม่วายโทร.ถามเกนหลงว่าไปสวิสกับเขมชาติจริงหรือเปล่า เธอตอบว่าจริง ระหว่างนี้เขมชาติไปอิตาลีก่อน แล้วเธอจะตามไปเจอกันที่สวิส แต่ไม่กล้าบอกเรื่องเข้าแคมป์ของอัมพิกา

อรทัยอิดออดไม่อยากไปเข้าแคมป์ด้วยเพราะเกลียดเด็ก แต่อัมพิกาบังคับให้ช่วยๆกัน อรทัยจึงชวนวานิตาไปช่วยอีกแรง วานิตาเองก็ไม่ชอบเด็ก

“ที่ฉันมาก็เพราะจะหาจังหวะเขี่ยเรื่องเขมกับแม่ เลี้ยงเธอ ให้ยัยเกนหลงมันดิ้นพล่านเพื่อความสะใจไม่งั้นฉันไม่มาหรอก”

“จะเขี่ย จะขุดอะไรก็รอให้ธุระฉันกับพี่อัมเรียบร้อยก่อน อย่ามาทำให้แผนฉันเสียก็แล้วกัน” อรทัยกำชับ

วันต่อมา เกนหลงมารับเด็กๆ อาทิตย์กับนภารู้สึกกังวลเล็กน้อยที่ไม่ได้บอกสุริยงก่อน แต่เห็นว่าไปกับเกนหลงจึงไว้ใจ แต่พออัมพิกา อรทัยและวานิตาโผล่มา สองตายายชักวิตก สามสาวฝืนใจพูดดีกับเด็กๆเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเธออยากผูกมิตรกับเด็กๆจริง...

เช้าในสวิส สุริยงแต่งตัวเก๋ๆพร้อมจะเข้าประชุมกับลูกค้า แต่แล้วเลขาออกมาต้อนรับ

“ดิฉันแอลซ่าเลขาคุณแพทริค เอ่อ การประชุมใกล้จะเรียบร้อยแล้ว เจ้านายของคุณให้คุณรออยู่ตรงนี้”

สุริยงสะดุดหูเมื่อได้ยิน พลันมองไปเห็นเขมชาติจับมือล่ำลาลูกค้าสีหน้ายิ้มแย้มหน้าห้องประชุมตัวเธอชาวาบ ความโกรธพุ่ง เลือดสูบฉีดหน้าอย่างแรง หันหลังเดินกลับออกไปทันที เลขามองงงๆ เขมชาติหันมาเห็นรีบวิ่งตามออกไป เขาร้องเรียก...วดี...วดี...

สุริยงอารมณ์เดือดรู้ว่าถูกหลอก เดินจ้ำๆเลี้ยวไปข้างตึก เขมชาติวิ่งตาม “วดี หยุดก่อน คุยกันก่อน ฟังก่อนนะวดี” เขมชาติมาดักหน้า “โอเค...ผมยอมรับ ผมโกหกคุณ ผมวางแผนทุกอย่างเพื่อจะได้อยู่กับคุณสองต่อสอง แต่ที่ผมทำเพราะผมทนไม่ได้ที่จะต้องโดนคุณทิ้งเป็นครั้งที่สอง”

สุริยงชะงักที่โดนจี้ปม ชายหนุ่มพร่ำรำพันความเจ็บปวด “คุณไม่เคยรู้ ตลอดเวลาที่เราจากกัน ผมจะต้องจมอยู่กับความเสียใจ ความโกรธมากมายขนาดไหน พอเรากลับมาเจอกัน ผมถึงได้ทำไม่ดีกับคุณเพื่อให้หายแค้น แต่มันก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป ถ้าผมยอมให้คุณจากไปแบบนั้นอีก ผมก็ต้องจมอยู่กับความทุกข์ ความเกลียดชังที่ไม่มีวันสิ้นสุด”
 
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อคุณมีชีวิตของคุณ ฉันก็มีชีวิตของฉัน เราไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิม...”

“ผมก็ไม่ได้อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม ผมขอแค่อย่างเดียว...ขอให้เราจากกันด้วยดี...ผมขอแค่สามวันที่เราอยู่ที่นี่ ทำให้มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เป็นการบอกลาที่เราจะไม่ติดค้างอะไรกันอีก” น้ำตาชายหนุ่มคลอเบ้า “คุณอาจจะคิดว่ามันไม่สำคัญ อยากจะไปจากใครสักคนก็แค่เขียนข้อความทิ้งไว้แล้วหายตัวไป แต่สำหรับผม มันไม่ง่ายอย่างนั้น โดยเฉพาะกับคนที่เคยรักกัน คนที่ไปไม่เจ็บแต่คนที่อยู่...เจ็บ เจ็บมาก ช่วงเวลาที่ดีของเรามันถูกข้อความบอกเลิกที่แสนเย็นชาลบล้างไปจนหมดสิ้น ทุกครั้งที่ผมคิดถึงคุณ มันคือความเจ็บปวดและมันก็ยิ่งเจ็บ ตรงที่ผมหยุดคิดถึงคุณไม่ได้ ผมอยู่กับคำถามมากมาย อยู่กับความไม่เข้าใจ ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรผิด”

สุริยงเห็นน้ำตาเขมชาติร่วงเผาะ เธอรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก “คุณไม่ได้ทำผิด...ไม่มีใครผิด เพียงแต่วันนั้น ฉันต้องเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุด”

“ผมไม่รู้ว่าความถูกต้องของคุณคืออะไร แต่ผลของมันคือ...ความทรงจำอันเลวร้าย แต่ในเมื่อเรากลับไปแก้อดีตไม่ได้ ผมขอใช้เวลาที่มีอยู่ไม่มาก สร้างความทรงจำใหม่ที่ดี ก่อนที่เราจะแยกจากกันไปตามทางของตัวเอง” เขมชาติล้วงแหวนดอกไม้ขึ้นมา “ถ้าคุณเห็นด้วย ขอให้สวมแหวน และเราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่อจากลากันด้วยความทรงจำที่ดี”

สุริยงมองแหวนที่เขมชาติวางตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เพราะตนทิ้งมันในห้องพักโรงแรมไปแล้ว เธอครุ่นคิดเห็นสีหน้าจริงจังของเขา ตัดสินใจหยิบมาสวม “ฉันจะให้อภัยการโกหกครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ครบสามวันขอให้เรื่องระหว่างเราจบลงตามที่พูดจริงๆ”

“ผมสัญญา ผมจะทำตามที่พูดไว้ขอบคุณมาก ขอบคุณที่ไว้ใจผม” เขมชาติพุ่งเข้ากอดสุริยง แววตาเขาแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ หญิงสาวจะดันตัวออกแต่ชะงักปล่อยให้เขากอดฝ่ายเดียว

ในซูริก เขมชาติเดินเคียงคู่สุริยงชมวิวทิวทัศน์ สีหน้าหญิงสาวไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ ชายหนุ่มถ่ายรูปเธอไว้ทุกอิริยาบทแล้วยื่นให้เธอดู “อะ ดูซะ คุณทำหน้าแบบนี้ตลอดเวลาที่เดินอยู่ด้วยกัน คุณคิดว่า พอผมหันมาเห็นหน้าคุณแล้วผมจะมีความสุขไหม”

สุริยงเห็นแล้วชะงัก คลายความเครียดลง เขมชาติอยากให้เธอทำหน้าสดชื่น เมื่อเขานึกย้อนหลังมาจะได้เป็นความทรงจำดีๆ เขาเสนอให้เธอมองข้ามปัจจุบันไป นึกถึงตอนที่เป็นแฟนกันอยู่ คราวที่เธอเดินท่าเป็ดให้เด็กๆเดินตาม สุริยงนึกถึงครั้งออกค่ายโรงเรียนเด็กต่างจังหวัด เธอเป็นคนชวนเด็กๆเดินท่าเป็ดเพื่อสร้างความสนุกสนาน

“ยังจำติดตาอยู่เลย...เอ๊า...ใส่ขา ใส่ปีก ใส่ปาก...” เขมชาติหัวเราะบอกเธอให้ทำตรงนี้อีก

สุริยงเอ็ดให้หยุดคิด แล้วบีบปากเขาให้เหมือนเป็ด อยากทำก็ทำคนเดียว ว่าแล้วก็เดินหนี เขมชาติวิ่งตามถ่ายรูปเธออีก ก่อนจะยื่นให้ดู “นี่ไง หน้าตอนคุณมีความสุข ทำหน้าแบบนี้บ่อยๆนะครับ ผมจะได้มีความสุขเวลาที่กลับมาคิดถึงช่วงเวลานี้ของเรา”
 
สุริยงเห็นรอยยิ้มของเขมชาติแล้วอายนิดๆ เข้าใจแล้วว่าตนควรทำหน้าอย่างไร เขมชาติจับมือเธอดึงไปนั่งที่ร้านน่ารักๆข้างทาง...ทั้งสองเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น ปล่อยใจให้มีความสุขไปด้วยกัน เขมชาติถ่ายรูปเธออย่างสนุกสนาน สุริยงมองนาฬิกาแล้วบอกเขาว่าหมดเวลาสนุกแล้ว ใกล้ถึงเวลาประชุม ตนทำรายงานมาไว้แล้ว ให้เขาเข้าประชุมเอง

“ได้เลยครับ ผมลุยเอง คุณเก็บแรงไว้สำหรับกิจกรรมหลังเลิกงานก็พอ”

สุริยงแปลกใจว่ากิจกรรมอะไร ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะอธิบาย เอื้อโทร.เข้ามา หญิงสาวกดรับเลี่ยงมาคุยห่างๆ เธอตอบคำถามเขาว่าการเดินทางเรียบร้อย ไม่มีปัญหา เธอพยายามเลี่ยงไม่บอกให้เขารู้ว่าเขมชาติอยู่ที่นี่ด้วย เอื้อบอกว่าเย็นนี้จะแวะไปหาไก่กับไข่ เธอจึงฝากคิดถึงลูกๆให้ด้วยกลับถึงโรงแรมคืนนี้ค่อยคุยกันใหม่ เขมชาติได้ยินหูผึ่งเกรงแผนแตก

เขมชาติเห็นสุริยงเก็บมือถือในช่องหน้ากระเป๋าถือ เขาทำทีดึงกระเป๋าเธอมาช่วยถือให้ แล้วพากันเดินไปยังโรงแรมที่ประชุม...พอมาถึงหน้าห้อง สุริยงรับกระเป๋าคืนจากเขมชาติ โดยไม่รู้ว่าเขาแอบล้วงมือถือเธอไปแล้วปิดเครื่องเรียบร้อยซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกง

สุริยงนั่งฟังเขมชาติพรีเซนต์งานลูกค้าในห้องประชุม ด้วยท่าทีคล่องแคล่ว มาดเท่ห์ของเขาทำให้เธอเผลอนึกถึงอดีต ที่เขาสอนวิทยาศาสตร์เด็กๆด้วยรอยยิ้มดูอบอุ่น น่าหลงใหล...พอเขมชาติเหลียวมามองเห็นเธอยิ้มแววตาชื่นชม ก็ส่งยิ้มอบอุ่นจริงใจให้ เธอสะเทิ้นอาย

ooooooo

เอื้อมาถึงบ้านสุริยง ก็แปลกใจเมื่อรู้ว่า อัมพิกากับอรทัยรับไก่กับไข่ไปเที่ยว อาทิตย์กับนภาบอกว่า เห็นเป็นการดีอย่างที่เกนหลงบอก ว่าพี่น้องจะได้สนิทกัน เอื้อยิ่งตกใจที่เกนหลงรู้เห็นด้วย เขาจึงถามสถานที่ที่ไป แล้วตัดสินใจตามไปทันที

ตลอดเวลาที่มาถึงแคมป์ ไก่กับไข่สนุกสนานมาก เกนหลงสังเกตเห็นท่าทีของอัมพิกากับอรทัยไม่ค่อยสนุกด้วย จึงจัดห้องพักรวมกัน อ้างเพื่อทำความรู้จักกันแนบแน่น ...ตกเย็น เกนหลงอธิบายกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกัน คืออัมพิกากับอรทัยต้องพายเรือคนละลำให้ไก่กับไข่สร้างความไว้วางใจแก่เด็กๆ สองสาวชักสีหน้าแต่ไม่กล้าขัด ไก่กับไข่สนุกสนานใช้ปืนฉีดน้ำฉีดใส่อัมพิกากับอรทัย สองสาวโวยวายกันใหญ่ เกนหลงแอบขำ วานิตาเห็นหมั่นไส้ เข้ามาแขวะ
 
“เกนหลง ฉันเชื่อแล้วว่าเธอเป็นคนแสนดีจริงๆ ดูสิ...วันหยุดแท้ๆยังมีแก่ใจพาลูกของกิ๊กแฟนตัวเองมาทำกิจกรรมเสริมสร้างสามัคคีในครอบครัว”

“กิ๊กของแฟน...หมายความว่ายังไง” เกนหลงขมวดคิ้วถาม

“ก็หมายความตรงตัวตามนั้นนั่นแหละ ต๊าย...ถ้าแปลไม่ออกจะเรียกว่าอะไรดี ซื่อหรือโง่”

เผอิญอัมพิกาเรียกวานิตาให้ไปช่วยเล่นกับไก่แทน เธอจึงต้องทิ้งเกนหลงให้งงต่อไป...เสร็จกิจกรรมสามสาว อัมพิกา อรทัยและวานิตาก็มอมแมมหมดสภาพอรทัยบ่น ทำแทบตายพอเลิกเล่น ไก่กับไข่ก็ไปติดเกนหลงแจเหมือนเดิม ตนว่าแผนที่เขมชาติแนะนำนี่มันไม่ได้ผล

วานิตาหันขวับมาถาม “แผนตีซี้เด็กแฝดเป็นความคิดของเขมเหรอ ไม่อยากเชื่อเลย เขมเป็นคนเกลียดเด็ก ยังกะอะไรดี เคยไปกินข้าวกัน แค่โต๊ะข้างๆมีเด็กมาด้วย ยังเดินออก”

อรทัยชักเอะใจ “จะว่าไป มีอีกอย่างที่น่าแปลก ทำไมเขมชาติปล่อยให้เรามากับเกนหลง ทำไมตัวเองไม่ยอมมาด้วย ปกติเห็นติดกันแจ”

อัมพิกาเห็นด้วย แล้วเขาไปไหน วานิตาโพล่งขึ้น จะหาคำตอบให้ แต่อาจเขี่ยเรื่องเขมชาติกับเลขาให้เกนหลงดิ้นพล่านบ้าง จะเสียแผนไหม อรทัยว่าอยากทำอะไรทำไป...วานิตาทำทีเป็นนักข่าวโทร.ไปขอสัมภาษณ์

เขมชาติ วิบูลย์รับสายบอกว่าไปต่างประเทศ พอเธอถามที่ไหน เขากลับบอกไม่ได้อ้างเป็นเรื่องงานของบริษัทขอเบอร์ติดต่อกลับ เธอก็ตัดสายไปเลย วิบูลย์แปลกใจ...วานิตาครุ่นคิด สุริยงไปต่างประเทศ เขมชาติก็ไปต่างประเทศ ส่วนเกนหลงมาเข้าแคมป์ ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่

ด้านสุริยง พอออกจากห้องประชุมก็รู้ตัวว่ามือถือหาย เขมชาติทำเป็นช่วยหาแล้วว่าไม่เป็นไรจะซื้อให้ใหม่ แต่สุริยงไม่เอาเพราะไม่ใช่เบอร์ไทย เขาจึงเสนอว่าใช้ของเขาก็ได้

“ขอบคุณมาก จะมีก็แค่โทร.คุยกับเด็กๆ ฉันโทร.ที่โรงแรมก็ได้” สุริยงเซ็งเล็กน้อย

แต่แล้วเขมชาติก็เข้ามาในห้องน้ำ เอามือถือสุริยงมาถอดซิมทิ้งชักโครก และใช้ทิชชูห่อโทรศัพท์ทิ้งถังขยะหน้าตาเฉย...พอออกมาหน้าตึก เขมชาติก็ทวงสัญญา

“นี่ ผมทำงานในส่วนของผมเรียบร้อยแล้วนะ ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของคุณ”

“หน้าที่ของฉัน ทำอะไร...” สุริยงแปลกใจ

“ก็...ทำให้เวลาที่เหลืออยู่เป็นเวลาที่ดีที่สุดของเรา ก่อนจะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริง” น้ำเสียงเขมชาติเจือความเศร้าให้เธอเห็นใจ

แววตาสุริยงอ่อนลงถามจะให้ตนทำอะไร เขมชาติให้ทำตัวสบายๆไปดินเนอร์สุดพิเศษที่เขาเตรียมไว้เซอร์ไพรส์เธอ หญิงสาวดักคอ “บอกไว้ก่อนเลยนะในชีวิตฉันผ่านดินเนอร์หรูมามากแล้ว ถ้าคิดจะเซอร์ไพรส์อย่ามั่นใจว่าฉันจะ...เซอร์ไพรส์ไปด้วย” ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

ขณะที่เกนหลงเตรียมบาร์บีคิวรอบกองไฟให้เด็กๆกับกลุ่มอัมพิกา แต่เด็กๆกับอัมพิกายังไม่ลงมา ...เอื้อมาถึงแคมป์ กำลังพยายามโทร.หาสุริยงต้องแปลกใจที่ติดต่อไม่ได้ เข้าใจว่าเธออยู่ในที่อับสัญญาณ จึงเข้าไปมองหาพวกเด็กๆกับเกนหลง

อรทัยกับวานิตาเดินยิ้มกริ่มมายั่วอารมณ์เกนหลง ทำเป็นคุยกันว่าน่าเสียดายที่เขมชาติไม่มาร่วมด้วยปล่อยเกนหลงฉายเดี่ยว สงสัยนัดหญิงอื่นลับหลัง เกนหลงเหล่มองอย่างรู้ทันแล้วพูดกลับไปว่า เขมชาติไปต่างประเทศ วานิตาแกล้งตกใจเปรยกับอรทัย

“อุ๊ยตาย! บังเอิญจัง ได้ข่าวว่าแม่เลี้ยงเธอก็ไปต่างประเทศเหมือนกันนี่”

“ใช่ค่ะ คุณสุไปสวิสส่วนเขมไปอิตาลี พอเขม เสร็จงานแล้ว เราจะไปเจอกันที่สวิส”

“แล้วเธอแน่ใจเหรอว่า เขมไปทำงานที่อิตาลีจริงๆ ไม่ได้แอบไปสวิสกับเลขาแม่หม้ายเนื้อหอม”

เกนหลงหุบยิ้ม ระหว่างนั้น เอื้อเดินเข้ามาเห็น บรรยากาศ มาคุของสามสาว อรทัยทำเป็นตำหนิวานิตาที่พูด ให้เกนหลงไขว้เขว วานิตาโต้ “เธอจำไม่ได้หรือไงที่ฉันเล่าให้เธอฟัง เรื่องที่ฉันเห็นเขมชาติคุกเข่าหน้าแม่เลี้ยงเธอแล้วก็นวดเท้าให้ วันที่ฉันตบมันตกน้ำน่ะ พอเกนหลงเดินเข้ามา ทั้งสองคนก็รีบผละออกทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

อรทัยสะกิดเพื่อนให้พอ แต่วานิตาไม่หยุด กลับตอกย้ำว่า ถึงขนาดนวดเท้าให้กันได้มีหรือจะวางแผนแอบเจอกันที่เมืองนอกไม่ได้ และแผนกระชับความสัมพันธ์นี้ก็เป็นแผนของเขมชาติ เกนหลงสะอึก หันไปถามอรทัยว่าเป็นความจริงหรือ เข้าทางอรทัยรีบสาธยาย

“จริงค่ะ คุณเขมขอนัดพบพี่อัมแล้วเสนอความคิดให้เราตีสนิทกับเด็กๆ เพื่อผลประโยชน์เรื่องมรดกและแนะนำให้มาตอนสุริยงไปเมืองนอก โดยมีคุณเกนมาเป็นสะพานเชื่อมเราไปหาเด็กๆ...ถ้าคุณเขมไม่บอก เราสองคนพี่น้องคิดกันเองไม่ได้หรอกค่ะ”

วานิตาตบอก “อุ๊ยตาย!อย่าบอกนะ เธอไม่รู้ว่าเขมชาติเป็นคนต้นคิดเรื่องในวันนี้...คราวนี้เชื่อหรือยัง เธอไม่ได้รู้ทุกอย่างทั้งหมด และบางสิ่งที่เธอรู้ มันไม่ใช่ความจริงก็ได้”

ทันใด เอื้อก้าวเข้ามาขัด “จะจริงหรือไม่จริงก็พอได้แล้วอร...ไก่ไข่อยู่ไหน พี่จะพาเด็กๆกลับบ้าน”

อรทัยบอกอย่างรำคาญว่าให้รีบพากลับไปเลย ตนเบื่อจะแย่ เอื้อเอ็ดไม่อยากมาแล้วพาเด็กๆมาทรมาน ทำไม เกนหลงขัดเป็นความผิดตนเอง และขอให้เขาช่วยพากลับ เอื้อหันมากำชับอรทัยว่าเสร็จเรื่องเด็กๆ เราต้องคุยกันยาว อรทัยเบ้หน้า วานิตากลับรู้สึกถูกใจเอื้ออย่างมาก

เกนหลงมาเก็บข้าวของแล้วฉุกคิดโทร.ไปหาสมคิด ขอเบอร์สุกิจหุ้นส่วนเขมชาติที่อิตาลี หลอกว่าตนทำเบอร์ที่เขมชาติให้ไว้หาย สมคิดไม่เอะใจอะไรให้เบอร์ไป...เกนหลงโทร.ไปหาสุกิจอ้างตัวเป็นเลขาเขมชาติ ถามเวลานัดที่แน่นอน สุกิจบอกว่าเขมชาติไม่ได้มาอิตาลีแล้ว เห็นว่ามีงานสำคัญขอเลื่อนไปก่อน เกนหลงช็อกมือถือหลุดจากมือยืนอึ้ง

เอื้อมาต่อว่าอัมพิกาถึงห้องพัก อัมพิกาโต้ตนทำเหมือนที่สุริยงใช้เขาเป็นเครื่องมือ เอื้อย้ำว่าสุริยงไม่ได้ใช้ตนเป็นเครื่องมือ และตนก็จะไม่ยอมให้เธอใช้เด็กๆเป็นเครื่องมือเหมือนกัน ตนจะพาเด็กๆกลับ อัมพิกาได้แต่ร้องกรี๊ดๆ...เกนหลงยังค้นหาความจริง เธอโทร.หาวิบูลย์ ซักไซ้จนได้รู้เรื่องที่เขาไปรับเด็กๆมาเล่นน้ำที่บ้านเขมชาติ โดยเข้าใจว่าเป็นความคิดของเธอ แถมยังให้สุริยงตามไปรับเด็กๆกลับ เกนหลงถึงกับชาวูบไปทั้งตัว แววตาครุ่นคิดอย่างหนัก

เอื้อเข้ามาสะกิดชวนกลับ เธอกลับโพล่งขึ้น “กลับค่ะ...เกนอยากรีบกลับเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัวไปสวิสโดยเร็วที่สุด ไปคืนนี้ได้ยิ่งดี” เอื้อถามไปทำไม เธอว่าไปพิสูจน์ความจริง

เอื้อหยั่งเชิงถาม เชื่อที่สองคนนั้นพูดหรือ เกนหลงตอบว่า ไม่ใช่เพียงคำพูดของสองคนนั้น แต่ตนโทร.ถามทางอิตาลีแล้ว เขาบอกว่า เขมชาติยกเลิกนัด เขาโกหกตน ตนอยากรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่กับสุริยงที่สวิสหรือเปล่า...เอื้อ พลอยอึ้งไปด้วย แววตาเครียดพูดไม่ออก เกนหลงเสียงสั่น

“เขมวางแผนทั้งหมด ทำให้เกนต้องอยู่ที่นี่ไม่ได้ไปอิตาลีกับเขา และเขมยังโกหกอีกมากมาย ตอนนี้เกนไม่รู้แล้วว่า เขมชาติเป็นคนยังไงกันแน่ คำพูดของเขามีอะไรบ้างที่เป็นความจริง”

เอื้อย้อนถามถ้าไปแล้วเจอสองคนอยู่สวิสด้วยกันจริง เธอรับได้หรือ เกนหลงตอบอย่างมั่นใจ แต่เล็กจนโตสิ่งที่ตนไม่เคยวิ่งหนีคือความจริง ถึงแม้มันจะเจ็บปวดที่สุด ก็ต้องรับมันได้

“โอเค...ถ้าแน่ใจพี่ไปด้วย พี่จะให้เลขาหาตั๋วเครื่องบินที่เร็วที่สุด เกนมีวีซ่าแล้วใช่ไหม”

เกนหลงตอบว่าสมคิดเตรียมไว้ให้แล้ว เอื้อยิ้มสำหรับตนเกิดที่นั่นจะกลับไปเมื่อไหร่ก็ได้ เกนหลงกล่าวขอบคุณเอื้ออย่างซาบซึ้งใจจริงๆ

ooooooo

หน้าโรงแรมที่ซูริค สุริยงเดินออกมาในชุด สบายๆดูเก๋ไปอีกแบบ พนักงานวิ่งตามออกมาส่งโน้ตให้ เธอเปิดอ่าน เป็นลายมือเขมชาติ “สุริยาวดี...เดินมาตามลูกศร คุณจะเจอผมรออยู่ที่ปลายทาง...เขมชาติ” มีแผนที่น่ารักๆประกอบ

เธอเดินไปตามแผนที่อย่างรู้สึกตื่นเต้น จนมาถึงซุ้มดอกไม้สวยงาม มองผ่านซุ้ม เขมชาติยืนอยู่ข้างโต๊ะดินเนอร์ ที่จัดไว้บรรยากาศโรแมนติก ชายหนุ่มผายมือเชิญถามเซอร์ไพรส์ไหม

เธอยิ้มปลื้มแอบมีฟอร์ม “ก็...นิดนึง อย่างน้อยก็ไม่เหมือนอย่างที่คิด”

เขมชาติว่ายังมีเซอร์ไพรส์กว่านี้ เขาประคองเธอมานั่ง ยกแก้วน้ำยื่นให้เธอชน “สำหรับการรอคอยที่ยาวนาน และช่วงเวลาดีๆก่อนการจากลา”

สุริยงชะงัก ฉุกคิด อีกไม่นานก็จบ ตัดสินใจยกแก้วขึ้นชนแล้วดื่มพร้อมกัน ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ เขาบอกเธอว่าได้เตรียมอาหารสุดพิเศษไว้ให้ด้วย เขาเปิดฝาครอบอาหาร เธอตะลึง

“บะหมี่ต้มยำปลากระป๋อง!” สุริยงทึ่ง เพราะมันมีความหลัง

“เส้นแข็งๆแบบที่คุณชอบ”

“ไม่ได้ทานนานมาก ครั้งสุดท้ายก็ตอนไปค่ายมหา– วิทยาลัยปีสุดท้าย” สุริยงเอ่ย

“ผมก็เหมือนกัน หลังจากนั้นพอคุณหายไป ผมก็ไม่กล้าทำ ไม่กล้าเห็นมัน แต่วันนี้เป็นวันพิเศษของเรา มีคุณอยู่ด้วย ผมก็เลย...คิดถึงมันขึ้นมา รีบทานกันดีกว่า ก่อนเส้นจะนิ่ม”

สุริยงยิ้มปลื้ม ชายหนุ่มถามจำต้นกำเนิดของมันได้ไหม เธอสวนทันทีว่า...ค่ายวันเด็กสระบุรี ตอนออกค่าย อาหารหมดทุกอย่าง เหลือแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับปลากระป๋อง เขมชาติเสริม จากนั้นเธอก็ต้มบะหมี่ใส่ปลากระป๋องและเครื่องต้มยำ มันอร่อยมากและกลายเป็นอาหารเวลาคับขันของพวกเรา...เขมชาติกับสุริยงหัวเราะพร้อมกัน ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวรีแลกซ์ขึ้น

“ผมดีใจจริงๆที่คุณจำมันได้ ผมคิดว่าจะมีแค่ผมคนเดียวที่ไม่ลืมมัน ผมยังจำตอนที่ผมอ่านหนังสือสอบอย่างหนัก...” เขมชาติดึงสุริยงเข้าอดีต วันที่เธอทำบะหมี่ต้มยำปลากระป๋องมาให้ที่หอพัก “คุณเป็นคนทำให้ผมเรียนจบมาได้ ไม่ใช่แค่ทำบะหมี่เท่านั้น ผมยังไม่เคยลืม...ค่าหน่วยกิต หลังจากการตายของพ่อแม่ผม”

คราวนั้น เขมชาติกำลังจะย้ายออกจากหอพักและหางานพิเศษทำ แต่สุริยงเอาเงินเก็บมาช่วยจ่ายค่าหน่วยกิตให้

“คิดถึงอดีตแล้วก็อยากกลับไป แล้วก็หยุดเวลาไปแค่นั้น...เหมือนกับตอนนี้ ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ ไม่อยากให้มันผ่านไปเลย”

สุริยงสะท้านใจรู้สึกเช่นกันแต่ไม่อาจเอ่ยมันออกมา เขมชาติสัมผัสได้ว่าเธอเริ่มใจอ่อน...ระหว่างนั้นสมคิดปะติดปะต่อเรื่องที่เกนหลงสอบถามตนและวิบูลย์รู้สึกเป็นห่วงเขมชาติขึ้นมา ด้านเกนหลงหาข้ออ้างกับพจน์ว่าที่ตนต้องเลื่อนเดินทางมากะทันหัน เพราะเสร็จธุระเร็วอยากมีเวลาเที่ยว เอื้ออึกอักแก้ตัวไม่ถูก ได้แต่รับรองว่าจะดูแลเกนหลงเป็นอย่างดี

ดินเนอร์จบลง เขมชาติเดินมาส่งสุริยงที่โรงแรม เขาออกตัว “โรงแรมที่พักผมอยู่ห่างไปสองถนน ผมเลือกที่ไม่อยู่ใกล้คุณมากเกินไป คุณจะได้ไม่ต้องระแวงในความบริสุทธิ์ใจของผม”

สุริยงขอบคุณสำหรับวันนี้ เขมชาติถือโอกาสกุมมือเธอ ขอบคุณที่ให้โอกาสได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่มันสำคัญมากสำหรับตน หญิงสาวดึงมือออกอย่างสุภาพ เปลี่ยนเรื่องเตือนเขาพรุ่งนี้มีนัดลูกค้าเช้า เขารับคำจะรอเธอที่ล็อบบี้ พอเธอจะเดินไปเขาก็เรียก

“วดี...ฝันดีนะครับ...”

สุริยงชะงักหันกลับมายิ้มรับคำโดยไม่เอะใจเลยว่าได้ตกหลุมพรางเขาเสียแล้ว เขมชาติเห็นรอยยิ้มเธอที่ดูเชื่อใจตนมากขึ้น แอบยิ้มมุมปากที่เป็นไปตามแผน...พอสุริยงเข้าโรงแรมไปแล้ว เขมชาติก็หยิบมือถือตัวเองออกมาเปิดเครื่อง มีเสียงข้อความเข้ามามากมาย ส่วนใหญ่เป็นของสมคิดก็แปลกใจ โทร.กลับไปหา ทางเมืองไทยเป็นเวลาเช้ามืด สมคิดสะดุ้งตื่นคว้ามือถือออกมากดรับนอกห้องนอน เกรงภรรยาจะตื่น เขมชาติยิงคำถามมีปัญหาอะไรนักหนา

“คุณเขม...ตอนนี้คุณเขมไม่ได้อยู่อิตาลีใช่ไหมครับ ผมโทร.เช็กกับคุณสุกิจ เขาบอกว่าคุณยกเลิกการประชุม บอกว่าติดธุระสำคัญ...ธุระอะไรครับ ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

เขมชาติอึกอักตอบว่าธุระส่วนตัว สมคิดถอนใจบอกว่าไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา แต่อยากเตือนว่า มันกำลังจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกนหลงโทร.หาสุกิจและโทร.หาวิบูลย์ ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรบ้าง และตอนนี้ตนก็ติดต่อเกนหลงไม่ได้เลย ลองโทร.ไปที่บ้าน จึงรู้ว่าเธอกำลังเดินทางไปสวิสกับเอื้อ...เขมชาติตกใจ เครียดขึ้นมาทันที สมคิดดักคอ

“ถ้าคุณเขมกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่กับ...คุณสุที่ซูริค และไม่อยากให้คุณเกนทราบ คุณเขมก็ระวังตัวไว้ด้วย”

“ขอบคุณมาก...เออ คุณสมคิด ถ้าคุณมีอะไรคืบหน้ารีบรายงานผมทันที”

สมคิดจำใจรับคำ ทั้งห่วงทั้งกังวลไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขาเลย...แต่เขมชาติไม่หวั่น รุ่งเช้าเขาโทร.หาสมภพทันที “คุณสมภพ ผมเขมชาตินะครับ คือ...ที่วันนี้เรานัดประชุมเพื่อเลือกผ้าสำหรับซ่อมแซมโรงแรมที่ลูเซิร์น ถ้าผมจะขอยกเลิกแล้วไปเจอกันทีเดียวที่ ลูเซิร์นในวันพรุ่งนี้ได้ไหมครับ เพราะเราต้องไปดูหน้างานอยู่แล้ว”

สมภพยินดี เขมชาติขอบคุณ พลันสุริยงเดินมาบอกว่ารถโรงแรมพร้อมแล้ว เขารีบลุกขึ้นบอกเธอว่าเราไม่ไปประชุมแล้ว ทางสมภพโทร.มาขอเลื่อนไปเจอกันวันพรุ่งนี้เลย

“อ้าว! งั้นฉันจะไปยกเลิกรถลีมูซีนก่อนนะคะ”

“ไม่ต้อง ไหนๆวันนี้เราก็ไม่ต้องทำงานแล้ว ผมว่าเราใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ดีกว่า เวลาของเรามีไม่มาก ผมอยากใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด...เมื่อคุณรับปากว่าเราจะใช้เวลาตอนอยู่ที่นี่ด้วยกันอย่างเต็มที่ ก่อนจะจากกัน ห้ามคุณเปลี่ยนใจนะ”

สุริยงลังเลแล้วก็ใจอ่อน ถามเขาอยากทำอะไร เขมชาติรีบบอกว่าจะพาออกจากซูริคไปที่หนึ่ง หญิงสาวถามว่าที่ไหนเขาก็ไม่บอก ยิ้มยั่วให้เธออยากรู้

ooooooo

เอื้อกับเกนหลงเดินทางมาถึงซูริค เห็นได้ว่าเกนหลงเครียด มองซ้ายมองขวาตลอดเวลา จนเอื้อเตือนว่า เมืองนี้ไม่ใช่เมืองเล็กๆจะตามหามั่วๆคงยาก เกนหลงว่าตนจะไปตามตารางนัดหมายของสุริยง เอื้อจึงถามว่าจะได้ตารางมาอย่างไร เกนหลงครุ่นคิดก่อนจะโทร.หาสมคิด

สมคิดหน้าเหวอ ถ่วงเวลาต้องค้นก่อน ทั้งที่แฟ้มตารางนัดหมายอยู่ตรงหน้า เลียบเคียงถามมีอะไร เกนหลงอ้างว่า เคลียร์ธุระเสร็จไวเลยมาสวิสก่อนกำหนด อยากช่วยสุริยงทำงาน สมคิดโกหกไปว่าสุริยงกำหนดตารางนัดหมายเอง จะพยายามหาให้ เกนหลงย้ำจะรอ

พอเอื้อรู้ว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้า ก็หาโกโก้ร้อนกับขนมปังมาให้รองท้อง เพราะเห็นว่าเกนหลงไม่ทานอะไรเลยบนเครื่อง หญิงสาวปฏิเสธไม่อยากทาน เอื้อบังคับไม่หิวก็ต้องทาน ถ้าเป็นลมขึ้นมาจะยุ่งกันใหญ่ เอื้อบีบปากเธอป้อน เธอโวย

“พี่เอื้อจะมาบังคับเกนแบบเด็กๆไม่ได้นะคะเกนโตแล้ว”

“ถ้าโตแล้วจริงๆก็ควรจะรู้ว่าร่างกายต้องการอาหาร ถึงไม่หิวก็ต้องทานก่อนที่จะย่ำแย่ไปทั้งร่างกายและจิตใจ...ที่มันเครียดอยู่แล้วจะยิ่งเครียดเข้าไปอีก ถ้าเกนไม่กินก็กลับบ้าน ไม่ต้องตามหาแล้ว เตือนอะไรก็ไม่ฟัง ถ้าดื้อแบบนี้พี่รับผิดชอบไม่ไหว ถ้าเกนเป็นอะไรไป พี่คงมองหน้าคุณอาไม่ติด...เอายังไง” เอื้อให้เกนหลงตัดสินใจ

เกนหลงหน้าเสีย ยอมกินแต่โดยดีทั้งที่ใจจดใจจ่อรอสมคิดส่งข่าว เอื้อมองอย่างสงสาร...สมคิดติดต่อเขมชาติไม่ได้ จึงส่งข้อความแทนว่าเกนหลงถึงซูริคแล้ว...

เขมชาติพาเกนหลงขึ้นติสลิสในแองเกิลเบิร์ก อธิบายกับเธอว่า “นี่คือยอดเขาติสลิส เป็นยอดเขาที่มีหิมะตลอดปี ผมเคยมาตอนเปิดโรงงานใหม่ๆ ต้องมาหาลูกค้าแถวนี้ ก็เลยได้แวะมาเที่ยว...ข้างบนนอกจากวิวจะสวยแล้ว ยังมีอะไรสนุกๆเล่นอีกเยอะเลย”

สุริยงออกตัวว่าไม่ชอบเล่นสกี เขมชาติบอกมีที่สนุกกว่านั้นอีก อยากรู้ต้องขึ้นไปดู ชายหนุ่มดึงหญิงสาวไปขึ้นกระเช้า...พอถึงยอดเขา เขาก็จูงเธอเดินลุยหิมะ เด็กฝรั่งเล่นเครื่องเล่นไหลลงมาจากลานสโลป ส่งเสียงกรี๊ดๆด้วยความสนุกสนาน สุริยงขืนตัวไม่ยอมเดินต่อเพราะไม่เล่น แต่โดนเขมชาติยื้อยุดดึงไปเล่นจนได้ ทั้งสองนั่งถาดเดียวกัน เขมชาติคอยบังคับทิศทาง สุริยงร้องกรี๊ดๆด้วยความเสียวไส้ จากนั้นเขมชาติก็พาสุริยงมาเล่นห่วงยางสไลเดอร์อีก เขาถือโอกาสกอดเอวเธอเนียนๆ เธอสะเทิ้นอายแต่ก็ตื่นเต้นไปกับการละเล่น

หญิงสาวเริ่มสนุกสนาน คลายความหวาดเสียว ทั้งสองล้มลุกคลุกกับหิมะ หัวเราะกันเหมือนได้ปลดปล่อยกลับไปเล่นสนุกในอดีตอีกครั้ง...

ด้านเกนหลงยังเฝ้ารอ โทร.ถามสมคิดอีกครั้งก็ยังไม่ได้คำตอบ เธอตัดสินใจไม่อยู่เฉยจะออกตามหา ถ้าเอื้อไม่ไปให้รออยู่ตรงนี้ เอื้อกลับบอกว่า

“จากประเทศไทยพี่ยังไม่ปล่อยให้เกนมาคนเดียวเลย เดินแค่นี้พี่จะปล่อยได้ยังไง ไปไหนไปกัน...ไป” เอื้อลุกขึ้นยืนรอ

“พี่เอื้อ เกนขอถามตรงๆนะคะ พี่เอื้อเคยสงสัยในความสัมพันธ์ของเขมกับคุณสุบ้างหรือเปล่า หรือว่าที่พี่เอื้อดีกับเกน เพราะรู้สึกผิดที่รู้แต่ไม่เคยบอกเรื่องนี้” เกนหลงถามตรงๆ

“พี่ไม่ได้มาด้วยความรู้สึกผิด แต่พี่มาด้วยความเป็นห่วง ห่วงทั้งเกนห่วงทั้งหนูเล็ก ถ้าเขาสองคนอยู่ที่นี่ด้วยกันจริงๆ พี่เชื่อว่ามันไม่ใช่ความตั้งใจของหนูเล็กแน่นอน”

เกนหลงเห็นแววตาเชื่อมั่นของเอื้อ ต้องหลบตากล่าวน้ำเสียงคุกรุ่น “ตอนนี้เกนไม่เชื่อใครทั้งนั้น ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว มันคือความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย และทั้งสองคนต้องรับผิดชอบ”

เอื้อเข้าใจและเห็นใจ ช่วยเธอเดินมองหาไปทั่ว ขณะเดียวกัน เขมชาติจูงมือสุริยงเดินย่ำหิมะล้มลุกลื่นกันไป...เย็นนั้น สุริยงใช้โทรศัพท์ของที่ติสลิสโทร.กลับไปบ้าน อาทิตย์กับนภาเห็นว่าดึกมากแล้วจึงวางมือถือไว้ห่างตัว กว่าจะได้ยินเสียงสายก็หลุดไป อาทิตย์เห็นเบอร์แปลกๆก็สงสัยว่าเป็นสุริยงโทร.จากต่างประเทศ เสียดายที่รับไม่ทัน

ระหว่างนั้น เขมชาติแอบอ่านข้อความที่สมคิดส่งมา เผอิญเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่า กระเช้าเที่ยวสุดท้ายจะออกภายในครึ่งชั่วโมง เขายิ้มกริ่ม คิดแผนร้ายได้อีก...เขมชาติทำทีชวนสุริยงเดินเล่นขึ้นยอดเขาไปเรื่อย ชวนคุยเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ อ้างว่ามีโบสถ์สวยอยู่บนนั้นจนค่ำ

“เอ๊ะ ทำไมยังไม่เห็นโบสถ์อีกนะ ที่ผมอ่านเขาบอกว่า เดินมาแค่ครึ่งชั่วโมงก็เจอ สงสัยผมจะพาคุณหลงทางแล้วเนี่ย”

สุริยงมองนาฬิกาตกใจที่เป็นเวลาสองทุ่ม เขมชาติทำเป็นตกใจไปด้วย บอกว่ากระเช้ากลับปิด สุริยงหน้าเสียถามจะทำอย่างไรต่อ...เขมชาตินึกได้ พาเธอมาที่กระท่อมน่ารักๆริมเลค

“ที่พักเราคืนนี้ เพราะกว่าจะเดินกลับไปที่โรงแรมก็เป็นชั่วโมง ผมกลัวว่าถ้าฟ้ามืดระหว่างทางที่เราเดินกลับจะยิ่งแย่ ผมเห็นรูปบ้านหลังนี้ในอินเตอร์เน็ต มีนักท่องเที่ยวที่เดินป่าแวะมาพักอยู่บ้าง” เห็นสุริยงคลายเครียดเพราะมีคนเคยพัก เขาจึงชวนเธอเข้าไปในกระท่อมภายในกระท่อมเป็นบ้านไม้โล่งๆ มีอุปกรณ์เดินป่าทิ้งไว้บ้าง เขมชาติถามพอนอนได้ไหม สุริยงตอบยิ้มๆดีกว่านอนในป่า เขาขำ

“คุณนี่แปลกนะ บางเรื่องก็ทำตัวเข้าใจย้ากยาก แต่บางเรื่องก็ง่ายจนน่าแปลกใจ”

“แล้วแต่สถานการณ์มั้งคะ แค่ผิดโปรแกรมท่องเที่ยว ไม่ได้นอนโรงแรมตามที่แพลนไว้ก็แค่นั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่”

เขมชาติยิ้มเยาะจะคอยดู จากนั้น เขาก็ปูผ้าใบ แล้วใช้ผ้าพันคอตัวเองปูเป็นที่นอนให้สุริยง เธอยิ้มประชดขำๆว่าหรูเหมือนโรงแรม ชายหนุ่มรื้อฟื้นอดีตทันที “เห็นแล้วก็นึกถึงคืนที่เราไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันครั้งแรก จำได้หรือเปล่า คืนนั้นคุณทำอะไร”

ครั้งนั้น สุริยงเอาหมอนที่มีทั้งหมดมากั้นกลางที่นอนระหว่างเธอกับเขา อ้างเพื่อความปลอดภัย เขมชาติทำเชิด บอกเธอว่า ผู้ชายอย่างเขา ถ้าไม่มีคำว่าค่ะ หลุดจากปากผู้หญิง อย่าหวังว่าเขาจะยอม ถึงเป็นผู้ชายแต่ก็รักนวลสงวนตัวเหมือนกัน สุริยงหมั่นไส้ เอาหมอนปาใส่... ทั้งสองหัวเราะจำอดีตได้ สุริยงบ่นเสียดายที่ที่นี่ไม่มีหมอนให้ก่อกำแพง เขมชาติย้อนถาม

“แล้วจำได้หรือเปล่าว่า คืนนั้น สรุปแล้วมันจบลงยังไง”

สุริยงชะงัก อมยิ้มจำได้ว่าคราวนั้น ตนกับเขานอนจับมือกันจนเช้า...หญิงสาวเขินเมื่อนึกถึงอดีต เขมชาติบ่นเสียดาย วันนี้ไม่ใช่วันนั้น ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิม ชายหนุ่มทำหน้าเศร้า สุริยงเห็นแล้วใจอ่อน ตัดสินใจยื่นมือไปจับมือเขา เขมชาติอึ้งแอบดีใจ เขาดึงเธอมากอดในทันที หญิงสาวตกใจเรียกเตือนสติเขา ชายหนุ่มกระซิบ

“ไม่ต้องห่วง ผู้ชายอย่างเขมชาติ ถ้าไม่มีคำว่าค่ะ หลุดออกมาจากปากผู้หญิง อย่าหวังเลยว่าผมจะยอม”

“ฉันรู้ว่าคุณรักนวลสงวนตัว”

ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน ก่อนจะหยุดชะงักสบตากันซึ้งๆ เขมชาติไม่ปล่อยโอกาสให้เสียไป เขาโน้มหน้าเข้าหมายจะจูบ สุริยงยับยั้งชั่งใจได้เมินหน้าหนี ชายหนุ่มเสียดายแต่ทำทีกระซิบข้างหูเธอให้ฝันดี หญิงสาวหันกลับมายิ้มกล่าวฝันดีเช่นกัน ทั้งสองนอนจับมือกันเหมือนในอดีต

ในซูริค เกนหลงเดินหาจนหมดแรง เอื้อพากลับโรงแรมที่พัก แต่แล้วกลับเกิดการผิดพลาดที่ทางโรงแรมเหลือห้องพักเพียงห้องเดียว เอื้อชวนเกนหลงไปหาโรงแรมอื่นแต่เธอไปไหนไม่ไหวแล้ว...ทั้งสองเข้ามาในห้องพัก เกนหลงทรุดนั่งโซฟาทั้งที่ยังมีกระเป๋าสะพายอยู่

“งั้นเกนนอนบนเตียงนะ พี่นอนที่โซฟาเอง” เกนหลงพยักหน้าเหนื่อยๆ “พี่จะลองโทร.หาหนูเล็กอีกที เผื่อจะติด เกนก็ตามสบายเลยนะ”

เกนหลงตอบค่ะ...สักพัก เอื้อพยายามติดต่อสุริยงไม่ได้ เขาหันกลับมาเห็นเธอหลับคอพับอยู่ที่โซฟา ทั้งที่มือยังถือสำลีเช็ดเครื่องสำอางอยู่ เขาอมยิ้มอย่างเอ็นดู เข้าไปอุ้มเธอไปนอนบนเตียง จัดการเช็ดเครื่องสำอางบนหน้าต่อให้จนเสร็จอย่างแผ่วเบา ไม่เพียงเท่านั้นยังเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดหน้า และถอดรองเท้าให้ จากนั้นเอื้อก็นั่งเฝ้าเธอราวองครักษ์พิทักษ์เจ้าหญิงเอื้อเพียรพยายามโทร.หาสุริยงด้วยความเป็นห่วง พลัน ได้ยินเสียงเกนหลงละเมอ

“เขมทำไม...ทำไม...ทำไมต้องโกหก...ทำไม...”

เอื้อเข้ามามองใกล้ๆ เห็นเกนหลงบ่นงึมงำ คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความเครียด เขาจึงค่อยๆใช้มือคลายคิ้วที่ขมวดของเธอออกอย่างอ่อนโยน มองเธอด้วยความสงสาร...

รุ่งเช้า เกนหลงสะดุ้งตื่น แปลกใจว่าตัวเองมานอนบนเตียงได้อย่างไร เหลียวซ้ายแลขวา เห็นอุปกรณ์เช็ดหน้าวางอยู่ และมีกระดาษโน้ตถูกทับไว้ จึงดึงมาอ่านเป็นลายมือเอื้อบอกว่า

“พี่อยู่ที่สวนหน้าโรงแรม อาหารเช้าวางอยู่บนโต๊ะนะครับ พี่ให้ทางโรงแรมจัดดอกไม้มาให้ เผื่อจะทำให้สดชื่น...เอื้อ” เกนหลงยิ้มปลื้มกับความใส่ใจของเอื้อ แต่แล้วก็อดนึกถึงสุริยงไม่ได้ ว่าทำไมถึงทำร้ายจิตใจเขาได้ ทั้งที่เขาน่ารักขนาดนี้...

ด้านเอื้อ ติดต่อสุริยงไม่ได้ จึงโทร.กลับไปหาอาทิตย์ ถามว่าเธอติดต่อกลับมาบ้างไหม อาทิตย์ตอบว่า เธอโทร.มาบอกว่ามือถือหาย และเมื่อคืนเหมือนว่าเธอจะโทร.มาเพราะเห็นเบอร์เหมือนโทร.จากต่างประเทศ เอื้อจึงขอเบอร์นั่นและติดต่อกลับไปจึงได้รู้ว่าที่นั่นคือ...ติสลิส

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement