อย่าลืมฉัน ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 7


2 ต.ค. 2560 14:22
2,175,770 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

สมคิดได้รับข้อความจากเขมชาติว่าวันนี้ไม่เข้าบริษัท จะไปทานข้าวกับครอบครัวเกนหลง วิบูลย์สงสัย แสดงว่าเขมชาติคงจะลงเอยกับเกนหลงแน่ๆ แต่ทำไมวันนี้ถึงให้ตนไปรับลูกๆของสุริยงไปเล่นน้ำที่บ้าน และให้เธอไปรับกลับทั้งที่เธอยังขาเจ็บ ทำไมไม่ให้ตนรอไปส่ง

“บ้านคุณเขม คุณสุก็ไม่รู้จัก ผมต้องวาดแผนที่ให้ แล้วตอนผมกลับ คุณเกนหลงก็ยังมาไม่ถึง เด็กๆต้องอยู่กับคุณเขมตามลำพัง ไม่รู้ว่าอะไรพังบ้าง” วิบูลย์พูดทีเล่นทีจริง

แต่สมคิดฟังแล้วครุ่นคิดแปลกใจ...ด้านอัมพิกายังไม่ลดละที่จะเอาหุ้นมาเป็นของตนให้ได้ เรียกทนายภานุมาพบที่บ้าน ไม่พอใจที่เอาชื่อสุริยงออกจากการเป็นผู้ดูแลมรดกเด็กๆไม่ได้

ภานุอธิบาย “ตามกฎหมายแล้ว การจะถอนชื่อออกจากการเป็นผู้ปกครองตามพินัยกรรม จะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ปกครองละเลย ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ใช้อำนาจไม่ชอบ ประพฤติมิชอบไม่สมควรกับหน้าที่ แต่ถ้าแค่รูปถ่ายกับผู้ชายอื่น มันไม่ได้กระทบต่อสวัสดิภาพของเด็ก ไม่สามารถใช้เป็นเหตุให้ถอนชื่อได้”

อรทัยถามแทรก เราสามารถซื้อหุ้นคืนโดยไม่ต้องมีการเห็นชอบของสุริยงได้ไหม ภานุตอบว่าได้ถ้าศาลตัดสิน จะให้ตนลองยื่นขอศาลดูไหม...เอื้อเดินเข้ามาเสียงกร้าว “ไม่ต้อง...”
ทั้งสามคนสะดุ้ง เอื้อสั่งภานุให้หยุดการกระทำทุกอย่าง รอฟังคำสั่งตนคนเดียว ภานุรับคำลากลับ อัมพิกาโวยเอื้อทำแบบนี้เท่ากับหักหน้ากัน เอื้อโวยกลับ

“การที่พี่ให้ทนายมาทำเรื่องถอนชื่อหนูเล็กออกจากการเป็นผู้ปกครองไก่กับไข่ มันก็เท่ากับพี่หักหลังคุณพ่อ...”

อัมพิกาลุกพรวด “พี่ไม่ได้หักหลัง แต่พี่กำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง หุ้นของธนาคารควรจะเป็นของครอบครัวเรา ไม่ใช่คนอื่น”

เอื้อสวนว่าเด็กสองคนไม่ใช่คนอื่น เป็นลูกพ่อเหมือนกัน อรทัยปรี๊ด อย่าดึงตนสองคนไปเกลือกกลั้วด้วย เอื้อตอกกลับ ตนจะไม่ดึงใครมาเกลือกกลั้ว เพราะนับจากนี้ตนจะจัดการโอนหุ้นให้เด็กสองคนโดยเร็วที่สุด... สองสาวกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ เอื้อเอาเรื่องอีก

“วันนี้คุณพจน์เรียกผมไปคุยเรื่องหนูเล็กกับเขม-ชาติ ผมไม่คิดว่าพี่อัมจะกล้าเอารูปพวกนั้นไปให้คนอื่นดู เพราะมันเป็นการประจานความสอดรู้สอดเห็นของตัวเองให้คนอื่นเขารับรู้”
“เอื้อ! มันจะมากไปแล้วนะ”

“มันมากกว่านี้แน่ ถ้าพี่ยังไม่ยอมหยุด” พูดจบเอื้อเดินออกไปอย่างโกรธๆ

อรทัยบ่นว่าพจน์ไม่น่าดึงเอื้อมาเกี่ยวข้องทำให้ผิดแผนหมด แต่อัมพิกากลับคิดว่า พจน์อาจเชื่อพวกเรา เอื้อถึงต้องแก้ตัวพัลวัน...พจน์ไม่ปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ จึงเอารูปพวกนั้นมาถามเขมชาติ เขาตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะแก้ตัวว่า ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ ตนจะเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมายืนยัน พจน์ปราม “ไม่ต้อง เพราะอาเช็กข้อมูลกับคนที่เชื่อถือได้ไปแล้ว”

เขมชาติใจเต้นตึกตักว่าใครกัน พอพจน์เอ่ยว่าเป็นเอื้อ เขาก็ผงะอย่างวัวสันหลังหวะ ข่มเสียงไม่ให้สั่นถามว่าเอื้อเล่าอะไรบ้าง พจน์เล่าตามคำพูดของเอื้อ ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของเขมชาติที่ว่า วันนั้นทั้งสองไปซื้อของแต่งห้องทำงานให้เกนหลง และดูจากสีหน้าท่าทางสุริยงไม่ได้ยิ้มแย้มตอนนั่งตักเขา แสดงว่าเป็นอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

พจน์ย้ำว่าเอื้อรับรอง สุริยงเป็นคนดีมาก เพียงแต่ไม่ถูกใจพี่สาวกับน้องสาวเขา จึงโดนเล่นงานต่างๆนานา

และเอื้อก็จะดึงเธอมาร่วมงานที่โรงแรมใหม่ด้วย เขมชาติอึ้ง...ระหว่างนั้น เกนหลงเตรียมของว่างให้เขมชาติ แปลกใจเมื่อรู้จากสาวใช้ว่า เขาคุยอยู่กับพจน์ในห้องทำงาน เธอจะไปชวนมาทานของว่าง พอดีเห็นมือถือเขมชาติวางอยู่ที่โต๊ะรับแขก ก็ชะงักอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา เธอลังเลสักพักกว่าจะหยิบมากดเช็กดูว่าเขาโทร.หาใครบ่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นชื่อเธอ สมคิดและวิบูลย์ แต่ก็มีชื่อเลขาอยู่สุดท้าย ชักฉงนว่าคือใคร

ooooooo
วันต่อมา มาลัยกับเจนเอาของขวัญวันเกิดมาฝากสุริยงให้เขมชาติ เพราะเมื่อวานเขาไม่ได้เข้าบริษัท พวกเธอจึงไม่มีโอกาสให้ สุริยงเห็นของขวัญเป็นภาพถ่ายคู่หวานของเขมชาติกับเกนหลงก็รู้สึกสะท้อนใจ พลัน เขมชาติมาถึง เธอมอบการ์ดและภาพของขวัญพนักงานแก่เขา

แต่เขมชาติหน้าบึ้งอารมณ์พร้อมเหวี่ยง “จะลาออกทำไมไม่บอกผม ตั้งใจจะหายตัวไปและทิ้งจดหมายบอกลาไว้ให้อีกหรือไง”

“เดี๋ยวนะคะ ขอตอบทีละประเด็น ข้อแรก...ดิฉันบอกผู้อำนวยการไปหลายครั้งแล้วว่าจะลาออก ข้อสอง... ครั้งนี้ก่อนจะไปสิ่งที่ดิฉันจะทิ้งไว้คือ จดหมายลาออกอย่างเป็นทางการค่ะ”

“จะจดหมายลาออกหรือจดหมายลาก่อน ผมก็ไม่รับทั้งนั้น คุณจะไปได้ก็ต่อเมื่อผมบอกให้ไปเท่านั้น” เขมชาติเสียงกร้าว แต่สุริยงไม่กลัว สวนทันควัน

“ไม่ใช่ค่ะ ฉันจะไปได้ก็ต่อเมื่อ คุณเกนหลงทำงานได้แล้ว และตอนนี้เธอก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ภารกิจของดิฉันจบสิ้น ไหนๆผู้อำนวยการก็ถามแล้ว ถือว่าฉันแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการ ฉันขอลาออกสิ้นเดือนนี้ จดหมายลาออกจะตามมาค่ะ”

เขมชาติคว้ามือสุริยง เสียงอ่อนลง “คุณจะหนีผมไปอีกเหรอวดี ไหนคุณบอกว่าเรากลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้วไง”

สุริยงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน สวนไปว่า “กลับไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิม ถึงดิฉันลาออกแล้วเรายังเป็น เพื่อน...กันได้ ปล่อยเถอะค่ะ เพื่อนไม่จำเป็นต้องจับมือแน่นขนาดนี้” สุริยงดึงมือออก ตัดบทให้เขาไปดูของขวัญวันเกิดที่พนักงานเอามาให้ เขาต้องชอบ ว่าแล้วเธอก็เดินออกไป

เขมชาติหงุดหงิด คิดถึงเมื่อวานที่เกือบได้จูบสุริยง ได้เห็นความอ่อนไหวของเธอ ตนไม่ยอมให้จบเพียงแค่นี้แน่ มันต้องมากกว่านี้ เขาเข่นเขี้ยว...สุริยงออกมายืนสงบอารมณ์ พลันเกนหลงเข้ามาทัก สุริยงพยายามทำตัวให้เป็นปกติ เกนหลงขอให้ไปคุยในห้องทำงาน เธอใจหายวาบ

แต่พอเข้ามาคุยต้องแปลกใจ เมื่อเกนหลงขอยืมตัวไก่กับไข่ไปถ่ายโฆษณาโรงแรม เป็นโรงแรมในเครือที่ปราณบุรี จะทำโบรชัวร์ชุดใหม่ อยากได้นายแบบเด็กๆ ตนมีค่าขนมให้ สุริยงรีบบอกว่าไม่จำเป็นต้องให้ เกนหลงดีใจแสดงว่ายอม สุริยงยิ้มๆไม่กล้าปฏิเสธ เกนหลงจะส่งรถตู้ไปรับ เช้าวันเสาร์ค้างหนึ่งคืนกลับวันอาทิตย์ สุริยงรับคำก่อนจะขอตัวกลับไปทำงาน

เกนหลงเรียกไว้อีก “เดี๋ยวค่ะ เกนยังมีอีกเรื่องอยากถาม นอกจากเกนแล้ว เขมมีผู้หญิงอื่นหรือเปล่าคะ” สุริยงหน้าเสีย “เกนคิดว่าเขมอาจจะมีผู้หญิงอื่น...เมื่อวานเกนแวะไปหาเขมที่บ้าน เห็นช้อนที่มีรอยลิปสติกวางไว้ในห้องครัว แต่เขมบอกว่าอยู่คนเดียว เกนก็เลยสงสัย”

สุริยงเครียดเพราะเป็นของตนเอง พอเกนหลงถามว่าเมื่อวานเขมชาตินัดกับใครหรือมีใครไปหาที่บ้านบ้างหรือไม่ หญิงสาวรีบบอกว่าไม่มี เขาโทร.บอกไม่สบายเท่านั้น สุริยงปลอบให้เกนหลงเชื่อมั่นในตัวเอง รอยลิปสติกนั้นเป็นของใครก็ตาม ไม่มีความสำคัญต่อเขาเท่ากับเธอ

เย็นวันนั้น เกนหลงมาหาเอื้อที่สนามไดรฟ์กอล์ฟ เพื่อปรับทุกข์เรื่องที่คาใจ เอื้อกลับบอกว่าสุริยงพูดถูก อย่าไปอยากรู้ มันไม่สำคัญ และสัพยอกว่ารอยลิปสติกนั่นอาจเป็นของเขมชาติเอง ที่อยู่คนเดียวนึกสนุกแต่งหน้าทาปาก เกนหลงค้อนขวับแต่อดหัวเราะไม่ได้

“ก็จริงนี่...ไหนเคยบอกว่าไว้ใจไง นี่ถึงขนาดเช็ก โทรศัพท์ เสียฟอร์มคุณเกนหลงหมด”

หญิงสาวรู้สึกผิดที่ละลาบละล้วงของส่วนตัว แต่ตอนนั้นมันอยากรู้จริงๆ เอื้อยิ้มแต้ หญิงสาวถามยิ้มอะไร เขาตอบว่า ยิ้มดีใจที่ได้เห็นด้านมืดของเธอบ้าง แปลว่าเราเริ่มสนิทกันมากขึ้น

เกนหลงย้อน “เหมือนที่เกนเห็นด้านมืดของพี่เอื้อ ที่จะต้องเอาตัวคุณสุมาทำงานด้วยให้ได้น่ะเหรอคะ”

“อันนั้นยังเบาๆ พี่ยังมีด้านมืดมากกว่านั้นอีกเยอะ” เอื้อยิ้มทะเล้นๆ

เกนหลงชักอยากเห็นด้านมืดของเขมชาติขึ้นมาบ้าง ว่าจะเป็นอย่างไร เอื้อรีบบอกว่าอย่าเลย บางทีที่เขาไม่ร้ายกับเราเพราะเขารักเรามากก็ได้...หญิงสาวหวังให้เป็นเช่นนั้น เธอขอบคุณเอื้อที่สละเวลาซ้อมกอล์ฟมาเป็นศิราณีให้ ว่าแล้วก็นึกได้ ชวนเขาไปร่วมกองถ่ายที่ปราณบุรีด้วย

เช้าวันใหม่ เขมชาติรู้ว่าเกนหลงชวนไก่กับไข่ไปถ่ายโบรชัวร์โรงแรมก็อ้อนขอไปด้วย หญิงสาวแกล้งถามปกติเขาไม่ชอบเด็ก ชายหนุ่มรีบบอกว่าตอนนี้เกลียดเด็กน้อยลงเพราะต้องเตรียมตัวเผื่ออนาคตจะมีเด็กมาวิ่งเล่นในบ้านเหมือนคนอื่นเขา เกนหลงเขินอายยอมให้เขาไป

“เอาเป็นว่าผมช่วยงานคุณเกนเต็มที่ จะให้ผมทำอะไร บัญชามาได้เลยครับ”

“เกนไม่กล้าใช้หรอกค่ะ ขอแค่คุณทำตัวให้ดีๆ ไม่ออกนอกลู่นอกทางไม่ทำอะไรลับหลัง หรือโกหก แค่นั้นเกนก็พอใจแล้วค่ะ”...เขมชาติเจ็บจี๊ด ฝืนยิ้มรับคำ

สมคิดแปลกใจเมื่อรู้ว่าสุริยงจะลาออกสิ้นเดือน เพราะเห็นว่าเธอกับเขมชาติเข้ากันได้ดีแล้ว หญิงสาวปัดว่าไม่เกี่ยวกับเขา เพียงแต่ตนได้งานใหม่ สมคิดมองอย่างค้นหาความจริง
ooooooo

คนในบ้านตื่นเต้นกับการที่ไก่กับไข่จะไปถ่ายโฆษณา เอื้อบ่นเสียดายที่ตัวเองติดต้องออกรอบเล่นกอล์ฟกับลูกค้า จึงบอกว่าจะตามไปรับกลับ สุริยงเกรงใจแต่เขายืนกรานจะไปแล้วอดถามไม่ได้ว่าเขมชาติไปด้วยไหม หญิงสาวตอบว่าเท่าที่ทราบ มีเกนหลงกับทีมงานเท่านั้น

เช้าวันเดินทาง รถตู้แล่นมาจอดหน้าโรงแรมริมทะเล ไก่กับไข่รีบลงจากรถ กระโดดโลดเต้นสนุกสนาน พลันเขมชาติเดินออกมาในชุดลำลองเท่ๆ ไก่กับไข่ดีใจวิ่งเข้าไปหา สุริยงหน้าเจื่อน ชายหนุ่มเข้ามาเย้าไม่คิดว่าจะเจอตนหรือถึงทำหน้าตกใจแบบนี้ สุริยงเฉไฉถามหาเกนหลง

“วันนี้คุณเกนติดงานกะทันหัน มาไม่ได้ ให้ผมมาดูแลคุณกับลูกๆแทน”

สุริยงหน้าเสีย ไม่ทันไรเกนหลงเดินเข้ามา สุริยงจึงรู้ว่าโดนหลอก เกนหลงชวนเข้าห้องพักก่อน เด็กๆวิ่งเข้ามาจูงมือเกนหลงคนละข้างเดินไป เขมชาติได้ทีเข้ากระซิบสุริยง

“ผมแกล้งโกหกว่าคุณเกนไม่มา ไม่เห็นต้องทำหน้าอึ้งขนาดนั้นเลย แต่ก็ดี มันทำให้ผมรู้ว่าคุณไม่ได้นิ่งจริง เหมือนอย่างที่คุณพยายามแสดง”

สุริยงเถียงไม่ออก ได้แต่มองตามหลังเขมชาติที่ทำท่ากวนเดินนำไป...ไก่กับไข่อยากว่ายน้ำเต็มที พอดี เกนหลงได้รับโทรศัพท์จากชนะว่ามีปัญหาบางอย่าง เธอกรอกเสียง “คุณชนะไม่ต้องกังวลนะคะ เดี๋ยวเกนจะรีบไปค่ะ...คุณสุคะ เกนมีเรื่องต้องให้คุณสุช่วยแล้วล่ะค่ะ”

ทั้งสุริยงและเขมชาติงงว่าเรื่องอะไร...ระหว่างเดินมา เกนหลงบอกสุริยงว่า นางแบบเบี้ยวงาน ไม่ใช่ซุปเปอร์โมเดลที่ไหน แต่เป็นฮันนี่ ลูกสาววัย 5 ขวบของชนะซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องของพ่อ...พอมาถึง ชนะบอกเกนหลงว่าฮันนี่ร้องจะกลับบ้านท่าเดียว ตนเอาไม่อยู่แล้ว สุริยงไม่รอช้าเดินตรงไปหาเด็กน้อยทันที เกนหลงไม่ทันจะแนะนำ

สุริยงชมตุ๊กตาที่ฮันนี่อุ้มอยู่ว่าน่ารัก ตนมีของที่เข้าชุดกับน้องตุ๊กตาของเธอ หญิงสาวดึงกิ๊บติดผมมาติดให้ตุ๊กตา ฮันนี่รู้สึกเป็นมิตรด้วยยอมพูดคุย...

เขมชาติทึ่งอดแขวะไม่ได้ว่าหลอกล่อเก่ง ฮันนี่ยอมมาถ่ายรูปกับไก่และไข่ แถมวางตัวเป็นพี่คอยกำราบน้อง เกนหลงชม

“เด็กๆนี่เขาเข้ากันได้เร็วดีนะคะ”

“ครับ ผมต้องขอบคุณคุณสุมากๆ ที่ช่วยคุยกับลูกสาวผมให้ ผมตามใจลูกมากไปหน่อย ไม่รู้วิธีปรามเขาเลย” ชนะชื่นชมสุริยง

“ไม่เป็นไรค่ะ จริงๆก็น่าเห็นใจแกนะคะ คงจะอายมากเลยไม่กล้าบอกคุณ”

ชนะแปลกใจที่สุริยงรู้ว่าลูกสาวอยากซื้อชุดว่ายน้ำใหม่ สุริยงบอกว่าเธอมากระซิบไม่รู้ว่าต้องถ่ายแบบกับเด็กผู้ชายตั้งสองคน มีชุดทูพีชเลยไม่กล้าใส่ อยากได้ชุดที่เรียบร้อย เกนหลงขำที่เด็กตัวแค่นี้อายหุ่น...เขมชาติมองชนะชื่นชมสุริยงก็ไม่พอใจ กระซิบถามเกนหลง ภรรยาชนะไปไหนทำไมเขาถึงดูแลลูกคนเดียว เกนหลงตอบว่าแยกทางกัน ภรรยาไปอยู่ต่างประเทศหลายปีแล้ว เผอิญช่วงนี้พี่เลี้ยงลูกลากลับบ้าน เลยต้องดูแลเอง เขมชาติสบถ...พ่อม่ายนี่เอง

พอดีสุริยงไปหาน้ำให้เด็กๆดื่ม ชนะปลีกตัวมาถามเกนหลง ทำไมสุริยงถึงดูแลลูกคนเดียว เขมชาติหูผึ่งที่ถามเหมือนกัน เกนหลงตอบว่าสามีเธอเสียชีวิตไปแล้ว ชนะปลื้ม

“ซิงเกิลมัม น่าประทับใจมาก วันนี้เธอทำให้ผมทึ่งจริงๆนะครับ ทั้งความเป็นคนช่างสังเกตและอ่อนโยน ปกติฮันนี่ไม่คุยกับคนแปลกหน้าและเข้ากับคนยากมาก ประหลาดใจจริงๆ”

เขมชาติปรายตามองสุริยงด้วยความหมั่นไส้

เกนหลงไม่ทันเห็นกระซิบบอกเขาว่า เอื้อมีคู่แข่งเสียแล้ว เขายิ่งหน้าง้ำ...ระหว่างนั้น เอื้อโทร.เข้ามาถามไถ่และให้ส่งรูปนายแบบทั้งสองให้ดูด้วย สุริยงรับคำ เอื้อย้ำว่าเสร็จจากเล่นกอล์ฟจะรีบไปรับ เขาอยากแวะทานอะไรด้วย แล้วอดไม่ได้ที่จะถามว่าเขมชาติไปด้วยหรือเปล่า หญิงสาวตัดบท

“คุณเอื้อคะ เขาจะออกไปถ่ายแบบอีกชุดที่ชายหาดแล้ว เดี๋ยวค่อยคุยกันค่ะ”

เอื้อยังไม่ได้รับคำตอบ รู้สึกเป็นกังวล...ขณะนั้น ไก่กับไข่กำลังแกล้งชนะ ชี้กันไปมาว่าใครคือไก่ใครคือไข่ ฮันนี่เอ็ดไม่ควรแกล้งผู้ใหญ่ สองหนุ่มน้อยจ๋อยรีบยกมือบอกว่าใครเป็นใคร ชนะแอบกระซิบไก่กับไข่ว่าฮันนี่ดุจริงๆ ทั้งสองเห็นด้วย ฮันนี่ได้ยินวิ่งไล่ตีไก่กับไข่อย่างสนุกสนาน ชนะหัวเราะอย่างเอ็นดู พลันไข่ขาขวิดล้มกลิ้ง สุริยงเห็นตกใจรีบวิ่งหา เกรงจะกลิ้งไปกระแทกก้อนหินที่ขวางอยู่ ชนะเข้าช่วยอุ้มไข่ไว้ได้ทัน เขมชาติที่กำลังจะวิ่งแต่ไม่ทัน รู้สึกเสียเส้นและเคืองที่ชนะได้ใจสุริยงไปอีก

และแล้วก็มีปัญหาขึ้นอีก เมื่อนางแบบนายแบบมาไม่ทัน เกนหลงกับทีมงานเครียดกลัวแสงจะหมด พลันเห็นชนะ สุริยงดูแลเด็กๆเหมือนพ่อแม่ลูก ก็เกิดไอเดีย จะเอาทั้งสองถ่ายแทน สุริยงปฏิเสธไม่กล้า ชนะ ไก่ไข่และฮันนี่ก็ช่วยกันคะยั้นคะยอ ชนะออกตัว ตนก็มือใหม่

“ไม่เหมือนกันหรอกครับ คุณน่ะเป็นเจ้าของกิจการ ออกหน้าทำอีเวนต์ต่างๆเป็นประจำ แต่อย่างคุณสุ เธอถนัดทำอะไรลับหลัง เอ่อ...ผมหมายถึงถนัดอยู่เบื้องหลังมากกว่า” เขมชาติแย้ง

เกนหลงกับชนะงง ไม่คิดว่าเขมชาติจะมาแย้ง สุริยงสำทับว่าที่เขมชาติพูด ถูกต้อง...หลังจากนั้นสุริยงหลบมาคุยโทรศัพท์กับนภา พอวางสายจะเดินไป เขมชาติมาดักหน้า ประชด

“ผิดคาดจริงๆ ผมคงต้องมองคุณใหม่แล้ว” สุริยงงงไม่เข้าใจ “คุณชนะเขารวยเป็นพันล้าน มีทุกอย่างแบบเดียวกับสามีเก่าของคุณ ซ้ำยังหนุ่มกว่า แต่คราวนี้ไหงคุณถึงใจเย็น...ฉลาดขึ้นนะที่รู้ว่าคนระดับนั้น ถึงเขาจะแสดงออกว่าสนใจคุณก็คงไม่จริงจังกับผู้หญิงแต่งงานมาแล้วหรอก”

สุริยงถอนใจ “คงจะเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ถ่ายแบบเพราะกลัวจะทำงานคุณเกนเสีย ไม่ได้คิดลึกอย่างที่ใครบางคนคิด ขอตัวนะคะ”

“เอาน่า ใครๆเขาก็เห็นกันทั้งหาด ว่าคุณทำตัวสนิทกับคุณชนะซะขนาดนั้น ถ้าผมจะคิดบ้างก็ไม่เห็นจะแปลก”

สุริยงตัดบทให้เขาไปช่วยเกนหลงหานางแบบจะดีกว่า เขมชาติสวนไม่ต้องมาสอน เธอเองก็ควรเอาเวลาไปดูลูกแทนที่ไปคุยกับผู้ชายแปลกหน้า หญิงสาว ย้อนให้บ้างว่า เขาก็ควรเอาเวลาที่มาคุยกับผู้หญิงแต่งงานแล้ว ไปดูแลแฟนจะดีกว่า ว่าแล้วก็เดินหนี แต่เขายังเดินตาม

“สุริยง...วดี...” หญิงสาวไม่ยอมหยุด เขมชาติจึงคว้ามือไว้

เกนหลงเดินมาเรียกพอดี เขาชะงักทำตัวให้เป็นปกติ เกนหลงแปลกใจที่เขมชาติอยู่กับสุริยง เกนหลงมาเพื่อขอร้องให้สุริยงยอมเป็นนางแบบให้ หญิงสาวฮึดอยากประชดบ้างจึงตกลง เขมชาติจะแย้ง แต่เกนหลงดีใจดึงสุริยงไปแต่งตัว แถมเข้าใจว่าเขาเป็นคนพูดให้เธอยอม

ระหว่างถ่ายทำ ช่างภาพบลีฟชนะกับสุริยงให้นั่งชิดกันเหมือนคนรัก เขมชาติมองอย่างฮึดฮัดคอยแขวะตลอด ฮันนี่ ไก่และไข่คอยเชียร์อย่างชอบใจ เสียงช่างภาพบอกให้ทั้งสองโอบกันทำตัวสบายๆ เขมชาติชักทนไม่ได้ พูดกับเกนหลงตั้งใจให้สุริยงได้ยิน

“คุณเกนครับ ผมว่ามันมากไปนะครับ นี่มันแทบจะนอนกอดกันเลย เราน่าจะเกรงใจเด็กๆ ผมว่ามันไม่เหมาะ”

สุริยงหน้าเสีย ฮันนี่สวนขึ้นว่า ตนเข้าใจมันเป็นแค่การแสดง ตนแยกแยะได้ ทีมงานยิ้มอย่างพอใจ ทำเอาเขมชาติหน้าม้านแทบคลั่ง สุริยงแอบขำ ช่างภาพจึงสั่งถ่ายต่อ เกนหลงปรายตามองท่าทีเขมชาติที่ดูฮึดฮัดขัดใจอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

ระหว่างที่เกนหลงไปทำงานอยู่ อัมพิกาพยายามมาใส่ไคล้ให้พจน์เชื่อว่าสุริยงเป็นผู้หญิงไม่ดี เป็นเมียพ่อยังหว่านเสน่ห์ให้เอื้ออีก ตอนนี้มีโอกาสได้ทำงานเป็นเลขาเขมชาติ ก็ไม่วายทิ้งนิสัยเดิม ระวังจะทำให้เกนหลงต้องเสียใจเพราะเขมชาติไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม พจน์ถึงกับคิดหนัก

เมื่อการถ่ายแบบเสร็จ เกนหลงประกาศเชิญทุกคนมาร่วมปาร์ตี้ขอบคุณคืนนี้ ห้ามใครปฏิเสธ โดยเฉพาะ สุริยงกับชนะ สุริยงจึงขอไปอาบน้ำและพักสักครู่ ชนะอาสาดูแลไก่กับไข่ให้ ฮันนี่รีบบอกให้สุริยงแต่งตัวสวยๆ ให้พ่อตนตะลึงเหมือนในละคร เขมชาติเบ้หน้าหมั่นไส้ เกนหลงยิ้มชอบใจ ชนะเขินบอกสุริยงตามสบาย แต่งอย่างไรก็ดูดีอยู่แล้ว ฮันนี่ปรบมือร้อง...ฮิ้ว ไก่กับไข่ทำตาม สุริยงยิ่งเขินเดินก้มหน้าอายๆออกไป เขมชาติคุกรุ่นในใจ เห็นเกนหลงหันไปสั่งงานทีมงาน จึงทำทีเข้าไปบอกเธอว่า ตนลืมมือถือไว้บนห้อง ขอขึ้นไปหยิบก่อน เธอพยักหน้า

เขมชาติเดินตามมาทันสุริยงในที่ลับตาคน เขาค่อนขอดเธอทันที “ดีใจด้วยนะ ที่หาเหยื่อรายใหม่เพิ่มมาได้อีกหนึ่งคน เวลาผ่านไปไม่กี่ปี ฝีมือจับผู้ชายพัฒนาไปมาก น่ายกย่องจริงๆ ใช้เวลาไม่ถึงวัน ทั้งพ่อม่าย ทั้งลูกสาว ถึงกับหลงหัวปักหัวปํา”

สุริยงเจ็บจี๊ด แต่ทำยิ้มรับ “ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ” แล้วจะเดินไป

เขมชาติโกรธพุ่งเข้าดึงมือเธอ ตนยังพูดไม่จบ สุริยงเซไปตามแรงกระชาก เขาโวย “คิดว่าที่ผมเดินตามมา เพราะอยากจะชมคุณแค่นั้นเหรอ ทีกับผมพูดเสียงแข็ง ทำไมไม่ออดอ้อน คะขาเหมือนตอนคุยกับผู้ชายคนอื่น หรือว่าผมยังรวยไม่พอ...ต่อมมารยามันถึงไม่ทำงาน”

สุริยงทั้งโกรธทั้งเจ็บ พยายามจะดึงมือออกแต่เขาบีบไว้แน่น ระหว่างนั้น...เกนหลงเห็นคีย์การ์ดห้องของเขมชาติวางอยู่ที่โต๊ะข้างกระเป๋าเธอ ก็ห่วงจะเข้าห้องได้อย่างไร จึงหยิบตามไป

สุริยงสะบัดตัวหลุดจากเขมชาติได้ ตวาดด้วยความโกรธ “ถ้าจะมาพูดเพื่อความสะใจหรือต้องการให้ฉันเสียใจ ขอบอกเลยว่ามันไม่ได้ผล คำพูดของคุณมันทำอะไรฉันไม่ได้ อยากจะพล่ามอะไรก็พล่ามไปคนเดียว ฉันไม่อยากฟัง”

“เมื่อตอนกลางวันผมไม่อยากเห็นคุณออดอ้อนผู้ชายคนอื่น ผมยังต้องทนเห็น ตอนนี้คุณไม่อยากฟังก็ต้องฟัง” เขมชาติหลุดพูดความรู้สึกออกไป

หญิงสาวอึ้งไปสักพักก่อนจะเบือนหน้าหนีความรู้สึก ตอกกลับไปว่า เขาสั่งตนไม่ได้ ชายหนุ่มยิ่งเจ็บปวด ถามเธอไม่อยากรู้หรือว่าทำไม ตนถึงไม่อยากเห็น สุริยงปัดมันเรื่องของเขา เขมชาติเหมือนโดนควักหัวใจออกไปอีกครั้ง คาดคั้นถาม

“ในสายตาคุณ ผมไม่มีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะหันมาสนใจ มาอยากรู้ความรู้สึกของผมบ้าง ผมต้องทำยังไงหรือวดี” เห็นเธอนิ่งเฉยจึงถามย้ำตนต้องทำอย่างไร

“ไม่ต้องทำอะไร เพราะฉัน...ไม่มีวันสนใจคุณ”

“เพราะผมเป็นผู้ชายคนเดียวที่ตาสว่าง มองเห็นธาตุแท้ของผู้หญิงอย่างคุณใช่ไหม คุณถึงกลัวไม่อยากอยู่ใกล้ผม เพราะผมรู้ว่าความจริงคุณไม่ได้เป็นผู้หญิงแสนดีอย่างที่คนอื่นคิด คุณก็เป็นแค่ผู้หญิงเห็นแก่ได้ที่ยอมแต่งงานเพื่อเงิน”

สุริยงสุดทนพูดอย่างไม่แคร์ “ฉันไม่เคยกลัวและคุณก็ไม่เคยรู้สักนิด ว่าธาตุแท้ของฉันเป็นยังไง ผู้ชายที่ยึดติดอยู่กับอดีต ตัดสินคนอื่นจากมุมมองที่คับแคบของตัวเอง ฉันไม่เคยอยากอยู่ใกล้ ยิ่งอยู่ไกลเท่าไหร่ได้ยิ่งดี”

“คุณพูดอีกทีสิ คุณอยากไปไกลๆจากผมจริงๆเหรอวดี”

“ใช่ ฉันอยากไปให้ไกล ไกลที่สุด ไกลจากสายตา ไกลจากความคิด ไม่ต้องเจอไม่ต้องได้ยิน ไม่ต้องเห็นกันตลอดชีวิตได้ยิ่งดี”

เขมชาติกัดฟันกรอดไม่ยอมเชื่อ ขาดสติพุ่งจับใบหน้าหญิงสาวเข้ามาจูบอย่างหนักหน่วงด้วยความแค้น ความโกรธและความรัก สุริยงตกใจพยายามดันตัวออกแต่เขากระหน่ำจูบ...ระหว่างนั้น เกนหลงเดินใกล้เข้ามา เธอตกใจเมื่อโผล่มาเจอแม่บ้านกำลังกวาดใบไม้อยู่ เธอถอนใจมองหาว่าเขมชาติอยู่ไหน

สุริยงรวบรวมแรงผลักเขมชาติออกจนได้  เธอฟาดฝ่ามือลงบนหน้าเขาอย่างแรง เช็ดริมฝีปากน้ำตาร่วงพรู ด่าว่าเขาต่ำที่สุดก่อนจะวิ่งหนี ชายหนุ่มได้สติร้องเรียก

“วดี...วดี...เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป ผมขอโทษ ผมแค่...”

สุริยงหันกลับมาตวาด “หยุด...อย่าเข้ามา แล้วก็ไม่ต้องมาพูดอะไรทั้งนั้น”

“ผมขอโทษ คุณยกโทษให้ผมนะ ถ้าคุณไม่ยกโทษให้ ผมจะไม่ยอมไปไหน จะยืนอยู่อย่างนี้จนกว่าคุณจะยอมยกโทษให้ผม”

“ฉันไม่มีวันยกโทษให้คุณ” สุริยงทั้งโกรธทั้งสับสนปะปนกัน พลันมองไปเห็นเกนหลงเดินเข้ามา “คุณเกน!”

เขมชาติยืนหันหลังอยู่ตกใจ เย็นวาบไปทั้งตัว พยายามทำให้ปกติ เกนหลงถามมีอะไรกัน สุริยงปาดน้ำตา เกนหลงเห็นรีบถามย้ำเกิดอะไรขึ้น สุริยงไม่กล้าสู้หน้าเกนหลง เขมชาติหันมา

“คุณสุเขาร้องไห้ เพราะคิดถึงสามีเขาน่ะครับ พอดีผมผ่านมาเห็นเข้า เขาบอกว่า พอถ่ายแบบภาพครอบครัว เลยทำให้คิดถึงเจ้าสัวสามีเก่า” เขมชาติปรายตามองสุริยงกลัวจะแฉ

สุริยงจำต้องเออออ แล้วรีบขอตัวเดินหนีก่อนน้ำตาจะพรั่งพรู เกนหลงจะตาม ชายหนุ่มดึงมือไว้ อ้างควรให้เธอได้อยู่คนเดียว หญิงสาวสงสัย นึกได้ ถามเขาได้มือถือหรือยัง

“อ๋อ...คือ...ก็พอดีผมยังเดินไปไม่ถึงห้อง งั้นผมไปที่ห้องก่อนนะครับ เดี๋ยวตามไป”

“เดี๋ยวค่ะ คุณทำหล่นไว้” เกนหลงส่งคีย์การ์ดให้ “ดีนะคะที่คุณตอบว่ายังไม่ได้มือถือ ถ้าตอบอีกอย่าง เกนคงคิดว่าคุณโกหกเพื่อจะหาจังหวะได้อยู่กับคุณสุสองต่อสอง”

เขมชาติใจหายวาบ หันมากุมมือเกนหลงถามทำไมคิดแบบนั้น เกนหลงโต้ว่าวันนี้ทั้งวันเขาดูหงุดหงิดคอยคัดค้านเรื่องสุริยง เหมือนหึงเธอ ชายหนุ่มรีบปัด ถ้าเป็นอย่างนั้นตนคงไม่ปล่อยให้มาอยู่ใกล้กันแบบนี้ เขาย้ำ “ผมไม่มีวันจะสนใจแม่ม่ายลูกติด”

“แล้วถ้าไม่ใช่แม่ม่ายลูกติดล่ะ แต่เป็นผู้หญิงโสดไม่มีพันธะ มีใครที่เกนควรจะหึงหรือสงสัยบ้างไหมคะ”

เขมชาติโอดโอยตนมีผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างเธอแล้วจะไปมีคนอื่นอีกทำไม เกนหลงสวน “แต่ผู้หญิงที่เหมาะจะอยู่ในฝัน อาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะจะอยู่ในโลกความเป็นจริงก็ได้นะคะ” หญิงสาวพูดจบ ดึงมือออกเดินไป เขมชาติยืนอึ้งต้องทำอะไรสักอย่าง

ooooooo

สุริยงเข้าห้องได้ก็ร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แถมเขมชาติยังไม่กล้ายอมรับผิด โบ้ยว่าเธอเสียใจเพราะคิดถึงสามีเก่า เธอทั้งแค้น ทั้งโกรธ สับสนจนได้แต่ร้องไห้อย่างสุดทน

ชนะได้รับโทรศัพท์จากสุริยงว่าปวดหัวไม่มาร่วมปาร์ตี้ เขาจึงบอกว่าเด็กๆง่วงเมื่อไหร่จะพาไปส่งที่ห้อง...เขมชาติเดินมามองหาเกนหลง เห็นนั่งเซ็งๆมองทะเลอยู่ที่ระเบียง จึงเข้าไปนั่งข้างๆ “ผมมีเรื่องจะปรึกษา...ผมกำลังนึกทบทวน ตั้งแต่รู้จักกันมา มีกี่ครั้งที่ผมทำให้คุณต้องเสียใจ หรือไม่สบายใจ ผมจำไม่ได้ คุณเกนพอจะจำได้ไหมครับ”

เกนหลงย้อนถามอยากรู้ไปทำไม ชายหนุ่มตอบว่า เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าตนเป็นผู้ชายดีพอที่จะขอเธอแต่งงานหรือเปล่า หญิงสาวตะลึง เขมชาติพูดอย่างจริงใจ ถ้าตนทำให้เสียใจหลายครั้ง ก็ไม่มีหน้ามาพูดเรื่องอนาคตกับเธอ แต่ถ้ามันไม่กี่ครั้ง ก็คงพอจะอภัยกันได้ ตนก็จะได้มั่นใจที่จะคุยเรื่องอนาคตของเรา เกนหลงอึ้งถามนี่เป็นวิธีง้ออ้อมๆหรือ เขมชาติหัวเราะ

“พูดจริงสิครับ เรื่องใหญ่แบบนี้จะมาพูดเล่นได้ยังไง ผมคิดเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีจังหวะพูดสักที สรุปแล้วคุณคิดว่าผมมีคุณสมบัติพอจะขอคุณแต่งงานได้หรือเปล่า”

เกนหลงรู้สึกดีใจ เขมชาติยังไม่ต้องการคำตอบ รอให้ตนขอถึงร้อยครั้ง เธอมั่นใจเมื่อไหร่ค่อยให้คำตอบ เพราะเธอคือผู้หญิงที่ตนอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยหญิงสาวใจอ่อนยวบ...

รุ่งเช้า สุริยงยังข่มตานอนไม่หลับ เกนหลงมาเคาะประตู มีเรื่องอยากปรึกษา...สองสาวออกมาเดินริมทะเล เกนหลงถามขึ้น “ตอนเจ้าสัวขอแต่งงาน คุณสุใช้เวลาคิดนานไหมคะ”

“ไม่นานค่ะ เพราะมีผู้ใหญ่ช่วยตัดสินใจ คุณเกนถามทำไมเหรอคะ”

เกนหลงบอกว่าเมื่อคืนเขมชาติขอแต่งงาน สุริยงสะอึก ใจหายวาบ แต่พอเกนหลงเปรย “เกนรู้สึกดีนะคะ แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้สุข...แบบไม่สุด

เกนไม่แน่ใจว่าเขาขอแต่งงานเพราะเกนถามเรื่องผู้หญิงอื่นหรือเปล่า” สุริยงใจแป้วถามว่าใคร “เกนก็ไม่รู้

เหมือนกัน แต่ผู้หญิงเรามักจะมีเซนส์นะคะ มันบอกไม่ได้แต่มันรู้สึกได้...เมื่อคืนเกนยังถามเขมตรงๆว่าผู้หญิง

คนนั้นใช่คุณสุรึเปล่า” เกนหลงมองจับพิรุธสุริยง “แต่เขม บอกว่าไม่ใช่ เกนถามถึงคนอื่น เขาก็บอกว่าไม่มี แล้วก็มาขอแต่งงาน...เกนก็เลยไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือระแวงดี”

สุริยงหน้านิ่งแต่ความจริงชาไปหมดทั้งตัว เธอคุมสติปลอบอย่างจริงใจ “ในชีวิตการแต่งงาน มีสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปได้มากมาย อย่ากลัวที่จะเจอมัน...ถ้าคุณเกนรักใครสักคน รักจริงๆ รักอย่างที่คิดว่าจะทนได้ทุกอย่าง ทั้งความดีและความเลวของคนๆนั้น ไม่ว่ายามทุกข์หรือสุข ก็จะไม่เสียใจ ถ้ารับได้ ก็แต่งเถอะค่ะ”

เกนหลงว่าตนรับได้ และเขมชาติก็เป็นผู้ชายคนแรกที่ตนพิจารณา สุริยงสรุปให้ว่า เขมชาติตัดสินใจขอแต่งงานเพราะเขาเลือกเธอเป็นคนสำคัญ ไม่ต้องสนใจหญิงอื่น...เกนหลงสบายใจขึ้นอ้างตนเป็นลูกคนเดียวไม่มีใครให้คำปรึกษา ว่าแล้วก็ชวนพาเด็กๆเล่นน้ำทะเลก่อนกลับ เกนหลงเดินไป สุริยงทรุดนั่งครุ่นคิด ตัดสินใจถอดแหวนดอกไม้ออกวางทิ้งไว้ที่โต๊ะริมหาด

ระหว่างที่สุริยงเล่นน้ำทะเลกับเด็กๆ เกนหลงและชนะ เอื้อโทร.เข้ามาว่าใกล้จะถึงแล้ว เธอจึงบอกไก่กับไข่ให้ขึ้นไปเตรียมตัว ทั้งสองโอดครวญขอเล่นอีกหน่อย ชนะอาสาดูแลให้ สุริยงจึงขึ้นไปอาบน้ำก่อน...

ยังไม่ทันจะเข้าห้องน้ำ มีเสียงเคาะประตู พนักงานเข็นอาหารเข้ามาบอกเป็นคำสั่งเกนหลง แต่พอพนักงานเดินออกไป เขมชาติก็ถือโอกาสสวนเข้ามาในห้องน้ำเสียงเขมชาติขุ่นเคืองชูแหวนขึ้น “ผมเจอโดยบังเอิญ...คุณลืมมันใช่ไหม”

สุริยงสะดุ้ง คุมสติตอบ “เปล่าค่ะ ดิฉันตั้งใจถอดวางไว้ตรงนั้น เผื่อจะมีคนอยากได้”

“ใส่มาตั้งนาน ทำไมเพิ่งจะมาถอดวันนี้ หรือว่า...เจอคนใหม่ที่น่าสนใจกว่าแล้ว เลยรีบเขี่ยของเก่าทิ้ง นิสัยเดิม...เหมือนที่เคยทำ”

“ฉันจะถอดแหวนเพราะอะไร มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ คนที่คุณควรจะสนใจคือผู้หญิงที่คุณกำลังจะแต่งงานด้วย ไม่ใช่ฉัน”

เขมชาติสะอึกที่เธอรู้เรื่องนี้ แต่ยังหาเรื่องว่าเธอถอดแหวนเพื่อเรียกร้องความสนใจ หญิงสาวโต้ตนไม่ต้องการความสนใจจากเขา ชายหนุ่มสวน “ถ้าคุณไม่แคร์ผม เมื่อคืนคุณคงจะไม่ร่วมมือกับผมโกหก

คุณเกน คุณไม่บอกความจริงที่เกิดขึ้น เพราะคุณไม่ต้องการให้เกนหลงรู้ว่า...ระหว่างเราสองคน มันเกิดอะไรขึ้น” เขมชาติก้าวเข้าหา สุริยงถอยกรูด “วดี...สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำให้ผมรู้ว่าคุณยังต้องการผม...”

สุริยงสุดทน คว้าแก้วนมสาดใส่หน้าเขาอย่างแรง “ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้คุณเข้าใจว่า ฉันต้องการคุณ ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เข้าใจผิด ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น”

ชายหนุ่มไม่เชื่อก้าวเข้าหาอีก หญิงสาวคว้าขวดน้ำเตรียมฟาด เขมชาติดูท่าเธอเอาจริงจึงอ่อนลง บังคับให้เธอใส่แหวนต่อไป ถ้าเธอไม่ใส่แสดงว่าเรียกร้องความสนใจจากตน เขาวางแหวนลงแล้วหันกลับเดินไปเปิดประตู พลันต้องตกตะลึง เมื่อเห็นเอื้อยืนอึ้งอยู่ เอื้อเห็นสภาพเขมชาติและมองเข้าไป เห็นสุริยงอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ เขาถามทันทีว่าทำอะไรเธอ

“เขาต่างหากที่เป็นคนทำผม ผมแค่เข้ามาสั่งงาน เขาเดินยังไงไม่รู้ ล้มทำนมหกใส่ผมเลอะเทอะ” เขมชาติ ทำทีหันไปกำชับสุริยง อย่าลืมงานที่สั่ง แล้วเดินไป

สุริยงยังไม่รู้จะตอบคำถามเอื้ออย่างไร จึงขอตัวไปอาบน้ำก่อน เอื้อตามมาคุยกับเขมชาติ เอื้อท้าวความถึงเรื่องที่พจน์ซักถาม เขมชาติตอบว่าตนรู้แล้ว ทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เขาเข้าใจ แต่เอื้อกลับโพล่งขึ้นว่า ตนโกหก เพื่อปกป้องสุริยงกับเกนหลง เขมชาติอึ้งพูดไม่ออก เอื้อพรั่งพรู

“แต่ในความเป็นจริงผมคิดว่า ระหว่างคุณกับหนูเล็ก มันมีอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น และผมมั่นใจว่า หนูเล็กไม่ได้เป็นคนเริ่ม ผมไม่ใช่คนชอบพูดโกหก หรือพูดแก้ตัวไปเรื่อยเปื่อย จนสุดท้ายคำโกหกกลับมามัดตัวเองจนดิ้นไม่หลุด เพราะฉะนั้น คราวหน้าถ้าคุณพจน์เรียกผมไปถามเรื่องนี้อีก ผมคงต้องบอกความจริง...ถ้าคุณไม่อยากเดือดร้อน กรุณาอย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้คนของผม” พูดจบเอื้อเดินกลับไป ปล่อยเขมชาติยืนเจ็บใจเหมือนโดนทวงบุญคุณ

ooooooo

สุดท้าย เขมชาติก็มาเจอแหวนที่วางทิ้งไว้ในห้องหลังจากสุริยงยกกระเป๋าออกไป เขาเก็บมากำไว้ด้วยความเจ็บใจที่เธอไม่ยอมใส่มันเหมือนเดิม...ทุกคนร่ำลากันอยู่หน้าโรงแรม ชนะเสียดายที่ไม่มีโอกาสไปส่งสุริยง ฮันนี่รู้แกวจึงขอเบอร์โทร.สุริยง อ้างไว้คุยไลน์กับไก่ ไข่

กลับถึงบ้าน เอื้อหาโอกาสคุยกับสุริยงเรื่องในห้องเมื่อเช้า ตนไม่เชื่อว่าเธอล้มทำนมหกรดเขมชาติ ตนสงสัยว่าเธอถูกลวนลาม สุริยงรีบอธิบาย ไม่มีทางเป็นแบบนั้นเพราะเขากำลังจะแต่งงานกับเกนหลง เอื้อถามเรื่องลาออก เธอรับรอง ยังยืนยันคำเดิม เอื้อค่อยสบายใจขึ้น

ในขณะที่เขมชาติเข้ามาเกริ่นกับพจน์เรื่องขอเกนหลงแต่งงาน แต่จะรอให้เธอมั่นใจในตัวเขามากกว่านี้ ตนจัดการตามประเพณีแน่ พจน์ยิ้มอย่างสังเกตการณ์...

วันต่อมา อัมพิกากับอรทัยมาต่อว่าเอื้อที่ทำงาน ที่เขาเรียกตัวทนายธีรศักดิ์กลับมาจัดการโอนหุ้นให้ไก่กับไข่ อัมพิกาโวยว่าเขาเป็นคนของตน ทำแบบนี้เป็นการข้ามเส้น ตนไม่ยอม

“ผมไม่ได้ขอความยินยอมจากใครทั้งนั้น สิ่งที่ผมทำ อยู่ในกรอบความต้องการของคุณพ่อ ผมไม่ได้ทำเกินไป” เอื้อย้ำอย่างชัดเจนว่าพรุ่งนี้ธีรศักดิ์มาถึงจะต้องดำเนินการทันที

เผอิญมีงานรุมล้อมเข้ามาที่บริษัทเขมชาติ ลูกค้าสองประเทศต้องการให้เขาไปคุยงาน สมคิดหนักใจว่าเขมชาติจะแยกร่างไปอิตาลีและสวิสในวันเดียวกันได้อย่างไร วิบูลย์เสนอให้สุริยงช่วยเพราะเธอเก่งด้านภาษา ตอนแรกเขมชาติไม่สนใจงาน แต่พอได้ยินว่าให้สุริยงช่วยก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย ออกคำสั่งให้สมคิดไปเจรจากับสุริยงให้ได้

สมคิดมาอ้อนวอนให้สุริยงช่วยไปคุยงานที่สวิส สี่วัน หลังจากนั้นเขมชาติซึ่งไปอิตาลีกับเกนหลงจะตามไปสมทบ สุริยงลังเล แต่ทนคำขอร้องของสมคิดกับวิบูลย์ไม่ไหว จำต้องรับปาก แต่ย้ำว่าตนจะกลับทันทีที่เขมชาติ กับเกนหลงไปถึง

แต่ขณะเดียวกัน เกนหลงกลับถูกอัมพิกามาขอร้องให้พาไก่กับไข่มาเข้าแคมป์ ตอนสุริยงไปสวิส เพื่อช่วยให้ตนกับอรทัยได้ใกล้ชิดกับเด็กๆบ้าง โดยอ้างว่า สุริยงไม่เปิดโอกาสให้พวกตนได้สนิทสนมกับน้องๆเลย เกนหลงเห็นว่าเป็นการช่วยเด็กๆ จึงตกลง แต่พอมาบอกเขมชาติว่า ตนไปอิตาลีด้วยไม่ได้ เขาทำทีเป็นเสียดาย กำชับให้เธอตามไปเจอกันที่สวิสให้ได้ เธอรับคำ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement