อย่าลืมฉัน ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 6


2 ต.ค. 2560 14:22
2,181,344 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

เกนหลงดีใจที่มีลูกค้าสนใจลายผ้าที่เธอออกแบบไปทำเฟอร์นิเจอร์ เขมชาติเห็นว่าสุริยงยืนอยู่ในห้องทำงานด้วย จึงแกล้งจับมือเกนหลง ชมว่าทุกอย่างที่มาจากเธอ มีคุณค่าเสมอ

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ ที่คุณเห็นคุณค่าของผม ไม่เหมือนคนอื่น ที่ไม่เคยมองเห็น” เขมชาติอดแขวะสุริยงไม่ได้ สุริยงสะอึกอยากบอกความจริงแต่ทำได้แค่ยืนนิ่ง

เกนหลงจับแก้มเขมชาติปลอบใจเหมือนเด็กๆ “โถๆ อย่าน้อยใจไปเลยนะคะเจ้านาย ถึงไม่มีใครเห็น แต่มีเกนคนนึงที่เห็น พอไหมคะ”

เขมชาติยิ้มรับว่าเกินพอ สองคนหัวเราะกุ๊กกิ๊กกัน สุริยงสะเทือนใจเหมือนตัวเองเป็นแค่แมลงวันในห้อง เกนหลงนึกได้บอกเขมชาติให้อายคนอื่นบ้าง เขากลับโอบเอวเธอทำหวานโชว์ พร้อมกล่าว “ไม่เป็นไรหรอกครับ สุริยงเขาเคยมีสามีและมีลูกแล้ว เรื่องแบบนี้เขาเข้าใจดี”

“ก็จริง...เกนว่า ตอนคุณสุอยู่กับพี่เอื้อ อาจจะสวีต

กว่านี้ก็ได้ ใช่ไหมคะ”

เขมชาติหน้าหงิกทันที สุริยงเปลี่ยนเรื่อง จะไปคอนเฟิร์มลูกค้านัดวันพรุ่งนี้เลย ชายหนุ่มพยักหน้าเคืองๆ เกนหลงขอตัวกลับก่อนเพราะมีนัดกับเอื้อ เทสต์เมล็ดพันธุ์กาแฟที่จะใช้ในโรงแรม แล้วหันมาชวนสุริยงไปด้วย

เขมชาติแย้ง ตนจะไปเองให้สุริยงอยู่ดูแลงานที่บริษัท เกนหลงพยักหน้าแล้วเดินออกไปเก็บของเตรียมตัวกลับ สุริยงจะเดินตาม เขมชาติคว้ามือเธอไว้ เธอสะดุ้งเกรงเกนหลงจะเห็น...ประตูปิดลง เขมชาติดึงสุริยงเข้าประชิดตัว กระซิบอย่าเพิ่งไปตนมีเรื่องจะคุยด้วย สุริยงสั่นสะท้านถอยออกห่าง ใจเต้นตูมตาม ยกสมุดโน้ตขึ้นเตรียมจด

ชายหนุ่มเอื้อมปิดสมุด บอกเธอว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องงาน สุริยงใจสั่น เขมชาติกระซิบ “วันนี้เลิกงานแล้วอย่าเพิ่งกลับบ้านนะ รอผมก่อน ผมมีเซอร์ไพรส์...

อยากรู้ต้องรอ”

สุริยงไม่อยากที่จะรอ เขมชาติอ้อนว่าตนไปไม่นาน เห็นเธอครุ่นคิดจึงแกล้งจี้ปม

“แต่ถ้าคุณไม่สนใจ ไม่เห็นค่า ก็ไม่เป็นไร”

 

สุริยงชะงักยอมรับปาก ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ พลันเกนหลงกลับเข้ามาทั้งสองสะดุ้ง เขมชาติทำทีสั่งงานสุริยง แล้วหันมาโอบเอวเกนหลงเดินไปแต่ไม่วายหันมาส่งยิ้มให้ สุริยงมองตามด้วยความสะท้อนใจ...ด้านวิบูลย์หอบถุงของเล่นเด็กเข้ามาในห้องทำงาน สมคิดเห็นแปลกใจซื้อมาทำไม วิบูลย์รีบบอกด้วยความงงเช่นกันว่า เขมชาติสั่งซื้อให้เอาไปให้ลูกๆสุริยงที่บ้านเย็นนี้ โดยห้ามบอกเธอเด็ดขาด

ก่อนจะไปเทสต์เมล็ดกาแฟ เอื้อเลียบเคียงถามเลขาทนายธีรศักดิ์ที่อัมพิกาให้สุริยงติดต่อเรื่องมรดกเด็กๆจึงได้รู้ว่าเขาถูกส่งไปดูงานต่างประเทศไม่มีกำหนดกลับ...จากนั้น เอื้อก็มาที่โรงแรมซึ่งเกนหลงกับเขมชาติมาถึงก่อน ทั้งสองกำลังฟังตัวแทนบริษัทกาแฟอธิบายถึงลักษณะและรสชาติของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิด โดยมีแชมป์ลาเต้อาร์ตระดับโลกมาชงให้ชิม เขมชาติเดินห่างออกมาเพื่อโทรศัพท์ถามวิบูลย์ถึงเรื่องที่สั่ง และย้ำให้บอกเด็กๆว่าเป็นของฝากจากพี่เขมเจ้านายแม่หนูเล็ก...วิบูลย์แปลกใจเขมชาติรู้ได้อย่างไรว่า ที่บ้านเรียกสุริยงว่า...หนูเล็ก

ระหว่างนั้น เกนหลงให้ชงกาแฟสูตรที่เขมชาติชอบไว้ให้ เอื้อมาถึงเห็นในถ้วยกาแฟมีมะนาวฝานก็แปลกใจ “กาแฟแก้วนี้ของเกนเหรอ พี่เพิ่งรู้ว่าเกนชอบดื่มกาแฟเหมือนหนูเล็ก”

เกนหลงทำหน้างงๆ บอกว่าแก้วนี้ของเขมชาติ เขมชาติเดินเข้ามาทักทายพอดี ไม่ทันได้ยินที่สองคนคุยกัน เขายกกาแฟขึ้นจิบ “อืม...อร่อยดีนะครับ แต่ก็ยังสู้ฝีมือคุณเกนไม่ได้”

“พูดแบบนี้เดี๋ยวก็ลาออกไปเป็นบาริสต้าแทนเลขาซะเลย” เกนหลงสัพยอก

เขมชาติร้องห้ามลาออกตลอดชีวิต เอื้อจับตามองอากัปกิริยาของเขมชาติรู้ว่ากันท่าแต่ตนสงสัยเรื่องกาแฟมากกว่า จึงเอ่ย “ผมเพิ่งทราบว่าคุณเขมชอบดื่มกาแฟแบบเดียวกับหนูเล็ก”

“เออใช่...ตอนคุณสุสอนไม่เห็นบอกเลย เขมรู้ไหมคะ”

“ผมก็เพิ่งรู้ บังเอิญจริงๆ” เขมชาติตีหน้าตายจิบกาแฟต่อไม่แสดงอาการแปลกใจใดๆ

สุริยงมองนาฬิกาเห็นว่าหกโมงเย็นแล้วก็ร้อนใจอยากกลับไปหาลูกๆ พลันเขมชาติส่งข้อความมา...ไม่ต้องรอแล้ว คงกลับไปเซอร์ไพรส์ไม่ทัน กลับบ้านได้เลย... หญิงสาวผิดหวังนิดๆ

เอื้อกับเกนหลงสรุปเลือกเมล็ดกาแฟที่จะใช้สำหรับโรงแรมใหม่นี้ เกนหลงให้สองหนุ่มคุยกันไปพลางๆ ตนไปสั่งงานสักครู่ เขมชาติรู้สึกอึดอัดตามประสาวัวสันหลังหวะ เอื้อเปิดฉากขอบคุณที่เขมชาติช่วยสุริยงเรื่องมรดก เขมชาติอึกอักตอบไม่ถูก เอื้อรุกต่อ

“ผมรู้ว่าคุณเขมไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพี่อัม ผมเข้าใจ มันอาจไม่ง่ายที่จะยอมรับ...เพื่อความสบายใจ ต่อจากนี้ไปผมขอเป็นคนดูแลเรื่องนี้เอง เรื่องในครอบครัวขอให้คนในครอบครัวจัดการกันเองจะดีกว่า”

เขมชาติสะอึกเหมือนโดนต่อยด้วยคำพูดอย่างสุภาพ เกนหลงกลับเข้ามาบอกสองหนุ่มว่า ได้จัดอาหารไว้ให้แล้ว เอื้อลุกขึ้นขอตัวกลับ เชิญสองคนตามสบายและกล่าวขอบคุณเขมชาติ เกนหลงมองสองหนุ่มงงๆว่าเรื่องอะไร เขมชาติยังอึ้งๆทำทียักไหล่ไม่เข้าใจเช่นกัน

สุริยงกลับถึงบ้านค่ำ ได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานของเด็กๆกับคุณตาคุณยาย ก็แปลกใจเข้ามาในบ้านก็เห็นทุกคนเล่นของเล่นใหม่อย่างสนุกสนาน เด็กๆบอกว่าจากพี่เขม วิบูลย์เอามาให้...สุริยงเลิกคิ้ว ไม่อยากเชื่อ อาทิตย์กับนภาชื่นชมว่าเจ้านายเธอใจดีจริงๆ

คืนนั้น สุริยงส่งข้อความถึงเขมชาติ “เซอร์ไพรส์จริงๆด้วย ขอบคุณมากค่ะ”

เขมชาติอ่านข้อความแล้วเผลอยิ้ม เกนหลงเห็นจึงเอ่ยถามยิ้มอะไร เขากลบเกลื่อน “ยิ้ม...เพราะมีความสุข มีความสุขที่มีคุณมานั่งทานอาหารด้วย อร่อยกว่าทานคนเดียวเยอะเลย”

เกนหลงปลื้มบอกอร่อยต้องทานเยอะๆ ชายหนุ่มชูแก้วไวน์ขอชนแก้วฉลองความสำเร็จ ใบหน้าแอบยิ้มอย่างสะใจ ซึ่งเกนหลงคิดว่าเป็นเรื่องงานของตัวเอง

ooooooo

วันต่อมา วานิตาแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด เดินจิกตาเข้ามาถามหาเขมชาติ เจอวิบูลย์กวนว่าเจ้านายสั่งไม่ให้บอกอะไรคนซี้ซั้ว เธอโวยว่าตัวเป็นคนสนิทเข้าออกที่นี่เกือบทุกวัน เขาย้อนสนิทแล้วทำไมเจ้านายถึงไม่รับสายแสดงว่าไม่อยากคบ วานิตากรี๊ดขู่ทำปากดีระวังจะให้เขมชาติไล่ออก

วิบูลย์แกล้งยั่วทำทีกลัวแต่ก็ไม่บอกว่าเขมชาติไปไหน หญิงสาวเต้นผางชี้หน้าอาฆาต

“ไอ้...ไอ้...เลขาหน้าห้อง ทำงานระดับล่างแล้วยังจะมาทำจองหอง จำไว้เลยนะ ถ้าฉันเจอเขมเมื่อไหร่

แกเตรียมโดนไล่ออกได้เลย” วานิตาสะบัดหน้ากลับไป ครุ่นคิดอยากรู้เขมชาติไปกับสุริยงหรือเปล่า พลันเหลือบเห็นปุ่มสัญญาณไฟไหม้ ก็ยิ้มกริ่ม

วิบูลย์กับพนักงานคนอื่นๆกำลังทำงาน ต้องตกใจเมื่อสัญญาณเตือนภัยดังลั่นขึ้น วิ่งออกจากห้องกันจ้าละหวั่น วานิตาถือโอกาสเข้ามาค้นดูสมุดนัดหมายว่าวันนี้เขมชาติไปไหน...

ในห้องอาหารโรงแรมหรูใกล้สระว่ายน้ำ เกนหลงพรีเซนต์งานให้ลูกค้าฟังอย่างคล่องแคล่ว เขมชาตินั่งฟังยิ้มอย่างภูมิใจ ห่างออกมา สุริยงนั่งมองเขมชาติที่กำลังมองเกนหลงอย่างสะเทือนใจ บังเอิญเกนหลงหยิบแบบงานที่ออกแบบมาไม่ครบ สุริยงอาสาไปเอาที่รถ เขมชาติส่งกุญแจรถให้ เธอเดินออกมาไม่ทันไร วานิตาเดินสวนเข้ามา สุริยงรีบถอยกลับมาขวาง

“เอ้อ....ท่านผู้อำนวยการติดธุระอยู่ค่ะ”

“ธุระบ้าบออะไรฉันไม่สน” วานิตาจ้องหน้าสุริยง

“ขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันต้องทำตามหน้าที่ ท่านสั่งไว้ว่าไม่ต้องการให้คุณเข้าพบ”

วานิตาโวยวายหาว่าโกหก ไม่เชื่อว่าเขมชาติจะพูดแบบนั้น สุริยงพยายามบอกว่าเขมชาติกำลังประชุมสำคัญ ให้เธอโทร.มานัดล่วงหน้าวันหลัง วานิตาไม่ยอมร้องกรี๊ดๆเมื่อก่อนไม่เห็นต้องนัด สุริยงแย้งว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างไรตนไม่รู้ แต่ตนไม่ใช่เลขาคนก่อน วานิตาแว้ด

“ใช่สิยะ เพราะเลขาคนก่อนไม่ได้คิดจะจับเขม แต่เธอคิด นังแม่หม้ายลูกติด คิดจะรวยทางลัด เคยจับคนแก่คราวพ่อแต่งงานได้ง่ายๆก็เลยคิดจะจับเจ้านายอีกล่ะสิ จะบอกให้นะ มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก หลบไป...” วานิตาผลักสุริยงให้พ้นทาง

สุริยงพยายามขวางไม่ให้วานิตาเข้าไป...เขมชาติรู้สึกพะวงที่สุริยงหายไปนาน จึงทำทีขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เกนหลงอธิบายงานแก่ลูกค้าต่อไป เสียงวานิตาดังลั่นฉุดกระชากสุริยงให้หลีกทาง ยื้อยุดกันไปมา วานิตาเหวี่ยงสุริยงตกไปในสระว่ายน้ำ ขาเธอกระแทกพื้นอย่างแรง เขมชาติได้ยินพนักงานร้องบอกกันให้ไปช่วยลูกค้าตกน้ำ เขารีบวิ่งมาดู เห็นวานิตาเท้าเอวหัวเราะเยาะ

“สมน้ำหน้า...นังเลขาหวงก้าง เป็นไงล่ะ นี่...ไม่ต้องมาทำเป็นสำออยหน้าบางไปหน่อยเลย ผู้หญิงที่จ้องจะจับทั้งพ่อ ทั้งลูกอย่างเธอ ไม่มีวันจะเข้าใจคำว่า ยางอาย”

ทันใด เสียงเขมชาติดังขึ้น ไล่วานิตาให้กลับไป และไม่ต้องกลับมายุ่งกับคนของตนอีก วานิตาหน้าม้าน “คุณหมายความว่ายังไงคะเขม คนของคุณ คือมัน...เหรอคะ”

“ใช่ ทุกคนในบริษัทผม ถือเป็นคนของผมกลับ ไปซะ”

พนักงานมากระซิบเกนหลงว่า ผู้หญิงที่มาด้วยลื่นตกสระ เธอตกใจรีบวิ่งไป เห็นวานิตาต่อปากต่อคำกับเขมชาติอยู่ จึงสำทับ “ถ้าไม่กลับฉันว่าคุณคงได้คุยกับตำรวจแทนคุณเขมแน่ค่ะ”

วานิตาหาว่าขู่ เกนหลงสวนคนอย่างตนไม่ขู่ใคร ลงมือทำเลย สุริยงขยับจะขึ้นจากสระแต่เจ็บข้อเท้า...

เกนหลงหันมาบอกเขมชาติให้ช่วยสุริยง ทางนี้ตนจัดการเอง วานิตาเขม่น

“ทำตัวเป็นฮีโร่ ระวังเถอะจะถูกมันแว้งกัดเข้าสักวัน ไม่รู้หรือไงว่านังนั่นมันมารยาสาไถยขนาดไหน ยังไปโง่ช่วยมันอีก แล้วเธอจะต้องเสียใจ” วานิตาสะบัดหน้ากลับไป เกนหลงเรียกไว้

“เดี๋ยว...เมื่อก่อนเธอจะเป็นอะไรกับเขมฉันไม่สน แต่ตอนนี้ฉันกับเขม เราคบกัน เธอควรจะรู้บทบาทของตัวเอง และวางตัวได้อย่างถูกต้อง อย่ามายุ่งกับเขมอีก”

“เธอจำสิ่งที่พูดกับฉันไว้ให้ดี สักวันถ้าเธอโดนเขมทิ้งเหมือนกับที่เขาทำกับฉัน ขอให้เธอเจ็บมากกว่าฉันร้อยเท่า...” วานิตาสาปแช่งก่อนจะก้าวฉับๆกลับไป

เขมชาติประคองสุริยงมานั่งในสวน เห็นเธอเปียกปอนจึงถอดสูทคลุมให้ สุริยงเกรงใจเกนหลงพยายามจะขอตัวกลับเอง แต่เขมชาติเอ็ด

“อย่าอวดเก่งได้ไหม...ทำไมต้องทำเป็นเก่งไปซะทุกเรื่องตลอดเวลา อ่อนแอบ้างก็ได้...เราไม่ใช่คนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกัน คิดเหรอว่าผมจะไม่รู้ว่าตัวจริงของคุณ เป็นยังไง”

สุริยงอึ้งเถียงไม่ออก วานิตาเดินปึ่งๆออกมาเห็นทั้งสองดูสนิทสนมกันจึงแอบมองอย่างตั้งใจ...เขมชาตินั่งลงนวดข้อเท้าให้สุริยง เธอซาบซึ้งเผลอเรียกชื่อเขา

“เขมคะ! เอ่อ...ขอโทษค่ะ ผู้อำนวยการ”

“ไม่เป็นไร คุณอยากให้ผมเป็นอะไรก็เรียกอย่างนั้น”

พลัน เกนหลงเดินมาถึงถามเป็นอย่างไรบ้าง

เขมชาติสะดุ้งลุกพรวดขึ้น สุริยงดึงเท้ากลับอย่างระวังตัว ชายหนุ่มทำทีฝากเกนหลงดูแลต่อ ตนจะไปเคลียร์ในห้องประชุมก่อน เกนหลงหันมาห่วงใยสุริยง วานิตาซึ่งแอบดูอยู่แสยะยิ้ม เสียดายที่ถ่ายคลิปไว้ไม่ทัน

จากนั้น วานิตามาเล่าให้อรทัยฟังอย่างสะใจที่เกนหลงโดนแทงข้างหลัง อรทัยยิ้มเหยียด “นอกสถานที่ยังถึงเนื้อถึงตัวกันขนาดนี้ ถ้าอยู่กันสองต่อสองในที่ลับตา คงไม่นวดแค่ขา”
“เมียหางแถวของพ่อเธอร้ายจริงๆ รู้จักกันแป๊บเดียวมันทำให้เขมก้มลงไปนวดขาให้มันได้ ฉันรู้จักมาตั้งนาน แค่ขมับฉันยังไม่เคยมาจับเลย” วานิตาแค้นใจ

อรทัยแขวะ ไม่ได้เรื่อง วานิตางงทำไมมาว่ากันเอง อรทัยรีบแก้ตัวว่า เธอน่าจะถ่ายคลิปหรือรูปเอาไว้บ้าง จะได้เอาไปให้เอื้อดูเพื่อตาสว่างขึ้น วานิตาแก้ตัว มันไม่ง่ายที่จะหยิบมือถือมาเปิดหา แค่ไปเล่าให้เอื้อฟังก็น่าจะเชื่อ อรทัยบ่นขนาดรูปถ่ายจากนักสืบ เขายังไม่เชื่อเลย...

แต่แล้ว พออรทัยมาเล่าให้เอื้อฟัง เอื้อตอบหน้าตาเฉยว่าเชื่อ เพราะถ้าตนเป็นเขมชาติ ลูกน้องโดนทำร้ายก็ต้องดูแลเป็นธรรมดา อรทัยโวยก็ไม่น่าถึงขนาดนวดเท้าให้ โดยเฉพาะผู้ชายถือตัวอย่างเขมชาติแถมมีแฟนแล้ว เอื้อนิ่ง ในใจหวั่นไหวไม่น้อย อรทัยตอกย้ำ

“ถึงพี่เอื้อจะแสดงว่าไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในใจพี่เอื้อรู้ดี ระหว่างเขมชาติกับสุริยง มันมีอะไรมากกว่าเจ้านายกับเลขา พี่เอื้อจะแกล้งทำตาบอดมองไม่เห็นก็ได้ แต่พี่อัมกับอรทำไม่ได้...อรไม่ยอมให้มันมาหาผลประโยชน์จากความรักของพี่เอื้อ ผู้หญิงอย่างนังสุริยงมันจะไม่ได้อะไรเลยจากครอบครัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือเงิน” พูดจบอรทัยกลับไป

เอื้อยืนอึ้งแววตาหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด...อัมพิกาไม่ยอมแพ้ เอาภาพถ่ายสุริยงที่ได้จากนักสืบมาให้ทนายภานุ ทำทุกวิถีทางให้สุริยงหลุดจากการเป็นผู้ดูแลมรดกไก่กับไข่ ภาณุคิดหนัก เพราะเรื่องพินัยกรรม ธีรศักดิ์เป็นคนดูแลอยู่ก่อน อัมพิกาเสียงกร้าวแต่ยังเชิดแบบผู้ดี

“ใช่ แต่ฉันส่งเขาไปดูงานต่างประเทศ ระหว่างนี้ก็ทำงานแทนเขาไปก่อน ส่วนเรื่องรูปเนี่ย ถ้ามันมีผลทางกฎหมาย ฉันต้องการให้ถอดชื่อมันออกโดยเร็วที่สุด และฉันจะเป็นคนดูแลมรดกของเด็กสองคนนั้นเอง”

ooooooo

วันต่อมา สุริยงยังขาเจ็บพักผ่อนอยู่บ้านเอื้อกับเกนหลงแวะมาเยี่ยม เกนหลงเอาชุดนวดประคบสมุนไพรของที่โรงแรมมาฝากและถามหาคู่แฝด สุริยงเดินกะเผลกพาเข้ามาในครัว สองหนูน้อยช่วยคุณตาคุณยายทำฝอยทองอยู่ พอเห็นเกนหลงกับเอื้อมาก็ดีใจกระโดดโลดเต้นเข้าหา

สุริยงแนะนำให้รู้จักพ่อกับแม่ เกนหลงทึ่งกับวิธีการทำฝอยทองที่ท่านทั้งสองทำ จึงขอเรียนรู้ ยิ่งพอได้ชิมยิ่งถูกปาก ขอซื้อเหมาหมด

เขมชาติมาทำงาน ได้รู้จากวิบูลย์ว่าเกนหลงลาไปเยี่ยมสุริยงซึ่งขาเจ็บ เขมชาติรู้สึกเป็นห่วงเธอเช่นกัน แต่ทำทีโทร.หาเกนหลง เผอิญระหว่างนั้นเกนหลงกำลังหัดทำฝอยทองอยู่ มือถือที่วางไว้ดังขึ้น เธอให้สุริยงช่วยรับแทน สุริยงเห็นชื่อหน้าจอว่าเป็นเขมชาติก็ลังเลกว่าจะกดรับ

“สวัสดีค่ะผู้อำนวยการ คุณเกนหลงไม่สะดวกรับสาย เธอให้ดิฉันรับแทนค่ะ...ดิฉันจะเรียนคุณเกนหลงว่าผู้อำนวยการโทร.มานะคะ” สุริยงข่มใจพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“วดี! ไม่เป็นไร...ผมอยากคุยกับคุณก่อน ขาคุณเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า”

สุริยงนิ่ง ปรายตามองเอื้อที่นั่งข้างๆ ตอบอ้อมแอ้ม “ก็...ดีขึ้น ไม่เจ็บแล้วค่ะ ผู้อำนวยการจะโทร.มาใหม่หรือให้คุณเกนหลงโทร.กลับดีคะ”

“ผมอุตส่าห์เป็นห่วง อยากรู้ว่าอาการเป็นยังไง ทำไมต้องรีบส่งผมไปให้คนอื่นด้วย แล้วนี่ไปหาหมอหรือยัง มีใครพาไปหรือเปล่า”

สุริยงอึกอักไม่อยากพูดนานเพราะเอื้อนั่งอยู่ข้างๆ แม้เขาจะทำเป็นไม่มอง เธอตอบสั้นๆว่าไม่เป็นอะไรมากคงไม่ต้องไปโรงพยาบาล เขมชาติเอ็ดถ้าดื้อตนจะพาไปเอง...เอื้อเริ่มไม่พอใจ แกล้งส่งเสียงให้ได้ยิน “เกน...เหลือไว้ให้พี่บ้าง พี่ขอทำด้วย”

เสียงเกนหลงเชื้อเชิญให้รีบมาทำ เขมชาติหูผึ่งรีบถามว่าใครอยู่ที่นั่นด้วย พอรู้ว่าเป็นเอื้อ ก็บอกว่า ตนจะไปรับเกนหลงที่นั่น พูดจบตัดสายทิ้ง สุริยงสะเทือนใจ...พอเกนหลงรู้ว่าเขมชาติจะมารับก็แปลกใจ เอื้อแขวะคงจะหึงไม่อยากให้แฟนอยู่กับคนอื่น สุริยงรู้ทันทำตาดุใส่เอื้อยักไหล่ไม่แคร์ ทำทีเปลี่ยนเรื่องชวนสุริยงกลับไปนั่งพัก เขาจะประคอง เธอรีบบอกว่าให้ชื่นประคองก็ได้ ชื่นร้องบอกว่าตนไม่ว่างหน้าตาเฉย สุริยงแอบค้อน เอื้ออมยิ้มอย่างพอใจออกจากครัวมานั่งข้างนอก เอื้อจะขอดูข้อเท้า สุริยงดึงหนีบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว เอื้อน้อยใจ

“หรือว่าผมไม่ใช่เขมชาติ คุณถึงไม่ยอมให้ผมดูแล” สุริยงหน้าเสีย “ไม่ต้องห่วง เกนหลงยังไม่รู้เรื่องนี้”

สุริยงย้อนถามว่าเรื่องอะไร เอื้อตอบทันควันว่า เรื่องเธอกับเขมชาติ หญิงสาวหน้าถอดสี พยายามนิ่งไม่แสดงพิรุธอะไรออกมา หยั่งเชิงถามว่าใครเล่าอะไรให้ฟัง เอื้อตอบว่า

“วานิตาเป็นเพื่อนกับอรทัย เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แล้วเขาก็เห็นเขมชาติดูแลคุณอย่างดี ดีจนผิดสังเกต...แล้วผมก็เลยกลัวว่าคุณจะ...หวั่นไหว”

สุริยงโล่งอกที่ไม่ใช่เรื่องในอดีต แก้ตัวว่า “เรารู้จักกันมานานนะคะ คุณเอื้อน่าจะรู้ หนูเล็กเป็นคนยังไง แต่การดูแลอย่างดี ไม่ว่าจะดีแค่ไหน ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้หนูเล็กหวั่นไหว”

“ใช่ ผมรู้...ผมรู้ว่าหนูเล็กเป็นคนยังไง แต่ผมไม่รู้ว่าเขมชาติเป็นคนยังไงกันแน่ ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรและกำลังทำอะไร ผมแค่อยากเตือนให้ระวัง ผมเป็นห่วง”

สุริยงรู้สึกเจ็บปวด ฝืนยิ้มขอบคุณ ทันใด เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น เธอตัดบทว่าผู้อำนวยการคงมาแล้ว ฝากเอื้อส่งเกนหลงด้วย...ไม่นาน เกนหลงรีบเดินออกมาเพราะเขมชาติกดออดซ้ำอีก เอื้อถือถุงขนมตามมาส่ง เกนหลงตำหนิเขมชาติที่ใจร้อน เอื้อกับเขมชาติสบตากันอย่างมีความรู้สึกกรุ่นๆข้างใน แต่ทักทายกันตามมารยาท เกนหลงชวนเข้าไปทักทายสุริยงในบ้าน

“ไม่ดีกว่าครับ ผมมาเพื่อรับเกน ไม่ได้มาเพื่อเยี่ยมใคร” เขมชาติปฏิเสธ เกนหลงต่อว่าพูดจาไม่น่ารักเลย แล้วหันมาสัพยอกเอื้อว่า “แต่คุณสุเขาไม่สนหรอกค่ะ เพราะเขามีพี่เอื้อคอยดูแลอย่างดี”

เขมชาติกลับเจ็บใจเอง ในขณะที่เอื้อยิ้มกริ่ม เกนหลงกล่าวลาแล้วขึ้นนั่งในรถ เขมชาติหันมาทางเอื้อ “ขอบคุณที่ขับรถพาคุณเกนมาที่นี่ แต่คราวหน้า ผมขอเป็นคนดูแลเอง ฝากบอกแม่เลี้ยงคุณด้วยว่าผมให้พักจนกว่าขาจะหาย เรื่องงานผมจะให้คุณเกนดูแลแทน ขอบคุณครับ”

เอื้อมองตามเขมชาติอย่างสงสัยว่าเขาคิดอย่างไรกับสุริยงกันแน่...เช่นเดียวกับอัมพิกา ที่คุยกับอรทัยด้วยความสงสัย ว่าสองคนกิ๊กกันอยู่หรือเปล่า อรทัยเชื่อว่า เขมชาติคงโดนลูกอ้อนของสุริยง เหมือนอย่างที่เอื้อโดน อัมพิกายิ้มย่อง จะต้องทำให้เรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่ให้ได้ เพื่อให้เกนหลงตัดใจจากเขมชาติมาหาเอื้อ

ooooooo

เช้าวันใหม่ เกนหลงหอบเค้กมาหลายกล่อง เธอได้เอาฝอยทองที่ทำที่บ้านสุริยงมาแต่งหน้าเค้กที่ทำเอง แล้วเอามาให้เขมชาติชิม เธอทำฝากสมคิด วิบูลย์ และมาลัยด้วย บอกเขมชาติช่วยให้คนไปส่งทุกคนที่บ้าน เพราะวันนี้เป็นวันหยุด ทุกคนจะได้ทานกับครอบครัวเขมชาติเลียบเคียงถามถึงสุริยง เธอตอบว่าทุกคนที่บ้านสุริยงน่ารักมาก เล่นกันเหมือนเด็กๆรวมทั้งเอื้อด้วย เขมชาติฟังแล้วรู้สึกอิจฉา

สุริยงเดินลงมาจากข้างบน เห็นพ่อแม่กำลังทานเค้กกันอย่างเอร็ดอร่อย นภาบอกว่า เกนหลงให้คนเอา มาให้ และชมว่าเค้กฝอยทองของเธออร่อยมาก สุริยงแปลกใจที่เด็กๆหายไปไหน ชื่นรายงานว่า ไก่กับไข่ไปว่ายน้ำบ้านเขมชาติ สุริยงตกใจ

วิบูลย์พาไก่กับไข่มาส่งบ้านเขมชาติด้วยความสงสัยที่เขาให้ตนไปรับมา เพราะเขมชาติไม่ใช่คนชอบเด็ก ออกจะรำคาญด้วยซ้ำ เขมชาติถามถึงเรื่องที่สั่งเรียบร้อยไหม

“อ๋อ ผมฝากบอกให้คุณสุมารับ แล้วก็ทิ้งแผนที่บ้านคุณเขมไว้แล้ว”

เขมชาติยิ้มอย่างพอใจและบอกให้วิบูลย์กลับไปได้ วิบูลย์นึกได้ถามถึงเกนหลง เขมชาติอ้างกำลังมา มีปัญหาอะไร วิบูลย์รีบบอกว่าอยากขอบคุณเรื่องเค้ก เขมชาติพยักหน้าจะบอกให้ และไล่ให้กลับ วิบูลย์เดินบ่น จะรีบไล่ทำไม ในเมื่อเกนหลงก็ยังมาไม่ถึงแล้วจะอยู่กันได้หรือ

เขมชาติหันมามองเด็กๆที่กำลังซุบซิบอะไรกัน จึงถามบอกตนบ้างได้ไหม เด็กๆตอบว่าอยากว่ายน้ำ สระน้ำอยู่ไหน เขาเผลอกวน “อยู่แถวนี้แหละ กลัวจะไม่ได้ว่ายหรือไงฮะ...ก่อนจะว่ายน้ำพี่เขมว่า เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า คนไหนไก่ แล้วคนไหนไข่”

สองคนแกล้งชี้สลับกันไปมา จนเขมชาติโกรธจะเดินหนี สองหนูน้อยเกาะขาเขาอ้อนทำหน้าน่าสงสาร เขาอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ สองแฝดสวมพร็อบ ห่วงยางแว่นตารอท่า เขายิ่งขำ

สุริยงขับรถไปดูแผนที่บ้านเขมชาติไป ร้อนใจเกรงคู่แฝดทำให้เขาโกรธ แต่พอมาถึง สาวใช้พามาที่สระน้ำ ได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานของทั้งคู่แฝดและเขมชาติ สุริยงยืนมองอึ้งๆ เผลอยิ้มอย่างมีความสุข เขมชาติหันมาเห็นโบกมือให้อย่างเป็นกันเอง เธอลืมตัวโบกตอบ เขาแอบยิ้มอย่างมีเลศนัย...สุริยงหันมาถามสาวใช้ว่าเกนหลงอยู่ไหน สาวใช้งงๆไม่รู้เรื่อง

ในวันนั้น เกนหลงมาทอผ้าไหมที่ร้าน ซึ่งเป็นร้านที่ให้ลูกค้าลงมือทำด้วยตัวเอง เอื้อตามมาหาเพื่อปรึกษาอยากให้สุริยงมาทำงานที่โรงแรมใหม่ของเรา คอยประสานงานแทน เพราะเราต่างก็มีงานประจำกัน เกนหลงเห็นดีด้วย แต่ไม่รู้ว่าเขมชาติจะเห็นด้วยหรือเปล่า

“เดี๋ยวพี่คุยเอง หนูเล็กเคยเล่าให้ฟังว่า ปกติคุณเขมก็หาเรื่องไล่ออกเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าจะออกจริงๆก็คงไม่ยาก”

เกนหลงแย้งว่าเขมชาติทำเป็นปากดีไปอย่างนั้นแหละ ความจริงต้องการเลขาดีๆอย่างสุริยง เอื้อเผลอเสียงเข้มว่าตนไม่ให้ เพราะเขมชาติก็มีเกนหลงอยู่แล้ว จะเหนี่ยวสุริยงไว้ทำไม เกนหลงผงะ ยิ้มขำๆ “เห็นนุ่มๆ สุขุมใจเย็น บทจะบู๊ขึ้นมา ไม่ยอมใครเหมือนกันนะคะ ได้ค่ะ ว่าไงก็ว่าตามกัน ก่อนหน้านี้เกนไม่ยอมให้คุณสุลาออกเพราะยังหางานใหม่ไม่ได้ แต่ถ้าพี่เอื้ออยากให้คุณสุมาช่วยงานเรา เกนก็ยินดีค่ะ”

เอื้อแปลกใจว่าเกนหลงกำลังทำอะไร เธอบอกว่าทำของขวัญวันเกิดให้เขมชาติ เพราะเขามีครบทุกอย่างจึงไม่รู้จะซื้ออะไรให้ เลยมาทำผ้าพันคอ เอื้อพยักหน้าทึ่งๆกับความตั้งใจของเธอ

“ไม่ใช่ง่ายนะเนี่ย เขมเขารู้หรือเปล่าว่าเกนทุ่มเทให้เขามากขนาดนี้”

“แล้วที่พี่เอื้อต้องออกจากบ้านในวันหยุด เพื่อมาคุยกับเกนเรื่องงานใหม่ของคุณสุ...ทุ่มเทขนาดนี้ เธอรู้หรือเปล่าคะ” เกนหลงย้อน เอื้อสะอึกนิดๆ...จริงด้วย

สุดท้ายเอื้อก็ลองทอผ้าไหมดูบ้าง โดยมีเกนหลงเป็นคนสอน แรกๆก็เก้ๆกังๆกว่าจะทำได้ เกนหลงให้เขามีสติอย่าคิดเรื่องอื่น ค่อยๆทำให้มันสอดคล้องกัน...

เกนหลงทอเสร็จก่อน ดึงมาขอใช้คอเอื้อเป็นที่ทดลอง เธอลองพันดูว่าเข้ากับสูทไหม เอื้อเห็นหน้าเกนหลงระยะประชิด ก็รู้สึกอบอุ่นใจกับความเอื้ออาทรของเธอ เขาลองหยั่งเชิงถาม

“เกน ถ้าวันนึงเกนไปรู้ว่า เขมชาติแอบกิ๊กกับผู้หญิงคนอื่นลับหลัง เกนจะรู้สึกยังไง”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันยังไม่เคยเกิดขึ้น ก็เลยเดาไม่ถูก เอาไว้ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว เกนจะบอกนะคะ ว่าแต่ มันเกิดขึ้นหรือยังคะ” เกนหลงถามยิ้มๆ มือก็ผูกผ้าพันคอไปเรื่อย

เอื้อกลบเกลื่อนว่ายังไม่เกิด และไม่ควรจะเกิดแค่ลองถามดู เกนหลงยิ้ม มองๆก่อนพูดขึ้นว่า ผ้าผืนนี้ดูเหมาะกับเขาเหมือนกัน เอื้อถามจริงหรือ หันไปส่องกระจกรู้สึกชอบใจ จึงถามเกนหลงว่า ผืนที่ตนทำอยู่นี่จะเหมาะกับสุริยงบ้างไหม เกนหลงพยักหน้ายิ้มๆ

ooooooo

ด้านสุริยง วิ่งไล่จับตัวไก่กับไข่จะพากลับบ้าน หลังขึ้นจากสระ เขมชาติสวมเสื้อคลุมมายืนข้างๆบอกให้อาบน้ำก่อนกลับ แต่สุริยงเกรงบ้านเขาจะเละเพราะความซนของเด็กๆ เขากลับแย้ง ดีกว่านั่งรถกลับบ้านตัวเปียกเดี๋ยวจะไม่สบาย และตนให้แม่บ้านเตรียมอาหารเย็นไว้ให้แล้ว

ไก่กับไข่ชะงักหันมาอ้อนขอทานข้าวก่อน พวกตนหิว เขมชาติอมยิ้ม “คุณคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะ อาบให้เด็กเสร็จแล้วอาบให้ผมต่อด้วยไหม...ผมพูดเล่นหรอกน่า ทำหน้าดุไปได้”

สุริยงทำตาดุ เขมชาติแกล้งถอดเสื้อคลุมออกเดินนำไปห้องน้ำ เธอต้องเมินหน้าหนีด้วยความอาย...กว่าจะอาบน้ำเด็กๆเสร็จ ทำเอาสุริยงหัวฟู ไล่ประแป้งแต่งตัวให้เด็กๆอีก เขมชาติแต่งตัวเรียบร้อยมายืนมองขำๆ สัมผัสได้ถึงความสุขของครอบครัว เด็กๆวิ่งมาวนรอบตัวเขา สุริยงตามตะครุบตัว เด็กๆแกล้งคว้ากระป๋องแป้งมาบีบใส่หน้าเธอ เขมชาติหัวเราะร่าที่หน้าหญิงสาวขาวโพลน เสียงหัวเราะดังลั่นบ้านอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

พอเด็กๆทานอิ่มก็มานอนดูการ์ตูนที่เขมชาติเปิดหลอกล่อไว้ให้ สุริยงกำลังเก็บจานชาม เขมชาติเดินมาห้ามให้ทิ้งไว้ให้แม่บ้านทำ สุริยงจึงขอตัวพาเด็กๆกลับ แต่เขากลับดึงมือเธอยังไม่ให้กลับ ลากมาชมรอบบ้าน โดยบอกเธอว่า ตนสร้างบ้านนี้ตามความฝันเก่าๆ

“ผมเคยฝันไว้ว่า อยากมีบ้านเพื่อผู้หญิงคนนึง ผมทำงานอย่างหนัก เพื่อสร้างบ้านหลังนี้ มาถึงวันนี้ ผมแค่อยากรู้ว่าสิ่งที่ไอ้โง่คนนึงพยายามทำมาทั้งชีวิต เธอคนนั้นจะรู้สึกยังไง”

สุริยงเจ็บจี๊ด พยายามคุมน้ำเสียงตอบ “เธอคนนั้นคงภูมิใจมั้งคะ และสิ่งที่คุณทำมันก็ไม่ได้โง่สักหน่อย”

เขมชาติยิ้มกรุ้มกริ่ม ถามย้ำว่าจริงหรือ สุริยงเปลี่ยนเรื่องบ่นเสียดายที่เกนหลงกลับไปก่อน ชายหนุ่มอ้อนอยากให้เธอลืมเรื่องเกนหลง แล้วหันมาสนใจตนสักนาที ตนอยากรู้ว่าเธอชอบบ้านหลังนี้หรือไม่ สุริยงย้อนถามยิ้มๆ ถ้าตนชอบจะเป็นอย่างไร ชายหนุ่มยิ้มกว้าง

“ก็แปลว่าความฝันของผม เธอคนนั้นได้รับรู้แล้ว... วดี ไม่ว่าคุณจะชื่ออะไรก็ตาม คุณช่วยสลัดความจริงทิ้งแล้วก้าวเข้ามาชื่นชมความฝันเป็นเพื่อนผมสักครู่ได้ไหม”

สุริยงสบตาเขมชาติอย่างเกร็งๆ กว่าจะยอมรับว่าตนชอบบ้านหลังนี้มาก ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความสะใจ แอบเย้ยหยันที่หญิงสาวติดกับตนเข้าแล้ว

ooooooo

เช้าวันใหม่ อัมพิกาเอารูปถ่ายเขมชาติกับสุริยงใกล้ชิดกันมาให้พจน์ดู ใส่ไคล้ว่าสุริยงเป็นผู้หญิงทะเยอ ทะยาน ไร้ยางอาย คิดจะจับเขมชาติ พจน์ฟังอย่างชั่งใจ ไม่หูเบาเสียทีเดียว

พจน์เก็บความข้องใจอยากจะถามลูกสาว แต่เห็นเธอกำลังมีความสุขที่จะเอาของขวัญไปให้เขมชาติ จึงใช้เป็นข้ออ้างขอร่วมฉลองวันเกิดเขมชาติด้วยคน...

เกนหลงรีบโทร.ไปนัดชายหนุ่ม เขารับคำว่าวันมะรืนซึ่งเป็นวันเกิดตนจะอยู่กับเธอทั้งวัน แต่ในใจครุ่นคิดอะไรบางอย่างคืนนั้น เอื้อเอาผ้าไหมที่ทอเป็นผ้าพันคอมาให้สุริยง และบอกเธอเรื่องที่ตนหางานใหม่ให้ได้แล้ว ตนกับเกนหลงอยากให้เธอมาเป็นผู้ช่วยที่โรงแรมใหม่ เพราะต้องการคนที่ไว้ใจได้ สุริยงนิ่งอึ้ง เอื้อดักคอว่าเปลี่ยนใจไม่ลาออกแล้วหรือ เธออึกอักหาข้ออ้าง

“ไม่เปลี่ยนใจค่ะ หนูเล็กยังยืนยันที่จะลาออก ส่วนเรื่องงานใหม่ ขอคุยรายละเอียดก่อนตัดสินใจได้ไหมคะ”....เอื้อยินดีขอแค่เธอลาออกมาทำงานนี้ก็พอ สุริยงหนักใจ

วันต่อมา สุริยงกำลังจะออกไปทำงาน เขมชาติโทร.เข้ามาทำเสียงแหบแห้งว่าปวดหัว จะไม่เข้าบริษัท ไม่ทันไรก็แกล้งทำโทรศัพท์หล่น มีเสียงล้มตึง สุริยงตกใจมาก รถก็สตาร์ตไม่ติด ตัดสินใจนั่งแท็กซี่ไปที่บ้านเขาทันที...สุริยงผ่านเข้ามาในบ้านเขมชาติอย่างง่ายดาย ตรงขึ้นห้องนอนเขา เห็นเขานอนคว่ำอยู่กลางห้อง ก็ตกใจเข้าไปประคอง จะโทร.เรียกรถพยาบาล เขมชาติดึงมือเธอไว้ มือไม้เขากอดก่ายเธออย่างเนียนๆ ขอให้พาไปนอนบนเตียงก็พอ เธอหลงเชื่อประคองเขาไปที่เตียง เขมชาติดึงสุริยงล้มลงมาบนเตียงด้วยกัน สายตาสองคนประสานกัน ใจสุริยงสั่นไหวรีบดันตัวลุกขึ้น ชายหนุ่มสัมผัสได้ ทำทีขอโทษขอโพย

สุริยงขอตัวกลับไปทำงาน เขาทำท่าปวดหัวมาก เธออดใจอ่อนไม่ได้ถามเขาทานข้าวเช้าทานยาหรือยัง เขาส่ายหน้าบ่นว่าตัวเองอยู่คนเดียวมาตลอด เจ็บป่วยก็อยู่คนเดียว หญิงสาวเมินหน้าเดินออกไป ชายหนุ่มตกใจที่เธอทิ้งไปดื้อๆแกล้งครางฮือๆ สุริยงอดไม่ได้กลับเข้ามาบอกว่าจะไปทำข้าวต้มให้ เขาแอบยิ้มกริ่ม

สักพักสุริยงยกชามข้าวต้มเข้ามาวางให้ แล้วขอตัวกลับไปทำงาน เขมชาติจับมือเธอขอบคุณ ใจสุริยงหวั่นไหวพยายามดึงมือกลับ เขาอ้อนให้ช่วยป้อนข้าวต้ม เธอลังเล เขาโพล่งขึ้น

“ที่คุณทำดีกับผม เพราะคุณจำได้ว่าวันนี้ เป็นวันอะไรใช่หรือเปล่า...วดี” สุริยงไม่ยอมรับ เมินหน้าหนี เขารุก “ถึงคุณจะไม่ยอมรับว่าจำได้วันนี้เป็นวันอะไร แต่อย่างน้อยคุณก็ตอบคำถามผม คุณยอมรับว่าคุณคือ สุริยาวดี และผมก็ชอบที่คุณเรียกผมว่าเขม วันนี้ขอให้เรียกผมแบบนี้ทั้งวันได้หรือเปล่า” เขมชาติโอบเอวสุริยง

เธอเขินอาย ใจเต้นตึกตัก ตัดใจลุกหนี เขมชาติคิดหาวิธีรั้งหญิงสาวไว้ แกล้งทำชามข้าวต้มหกราดตัวร้องลั่นด้วยความร้อน สุริยงตกใจเข้ามาช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัว อย่างห่วงใย พอถอดเสื้อเขาออกก็หน้าแดง เขมชาติอมยิ้มกลับ  แยกไม่ได้ว่าความรู้สึกนี้ เป็นละครหรือความรู้สึกแท้จริง

“วดี...ที่เรากลับมาเจอกัน และคุณอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” เขมชาติลูบไล้ใบหน้าสุริยงอย่างแผ่วเบา “คุณคือความจริง และคุณไม่เคยลืมผมใช่หรือเปล่า” เขามองเข้าไปในดวงตาเธออย่างค้นหาคำตอบ สุริยงหวั่นไหวแทบหลุดคำว่าใช่...ออกมา

ระหว่างนั้น เกนหลงมาบ้านเขมชาติ ถือกล่องของขวัญพร้อมกล่องเค้กยิ้มแย้มเข้ามา มองหาเขาทั่วบ้าน เธอวางกล่องเค้ก จุดเทียนก่อนจะเดินขึ้นมาข้างบน...

เขมชาติกำลังรุกเร้าอารมณ์สุริยงให้ยอมรับความจริงว่ายังมีใจให้เขา

“ผมขอแค่คำเดียว...สำหรับวันสำคัญของผมในวันนี้ คำเดียวที่ทำให้ผมรู้ว่าคุณไม่เคยลืมเรื่องระหว่างเรา” สายตาชายหนุ่มเว้าวอนแต่แฝงความเจ็บปวดลึกๆ สุริยงพูดออกมาเบาๆ “สุขสันต์วันเกิดค่ะ...”

เขมชาติทั้งดีใจและสาแก่ใจปะปนกัน เขาดึงเธอเข้ามาจะจูบ ทันใดเสียงเกนหลงเรียกชื่อเขาดังเข้ามา ทั้งสองตกใจผละออกจากกัน เขมชาติลุกพรวดขึ้นจากเตียง ดึงสุริยงหาที่หลบซ่อน เธอมองเขาด้วยความแปลกใจ ที่ไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด เขาคว้ากระเป๋าถือเธอดันไปหาที่หลบ กำชับ มีจังหวะให้หาทางหนีออกไป อย่าให้เกนหลงเห็น แล้วเขาก็คว้าเสื้อมาสวมไปเปิดประตู

เกนหลงยิ้มแย้มอวยพรวันเกิดให้เขาเป่าเทียน เขมชาติทำทีตื่นเต้นดีใจ สุริยงมองภาพบาดตานั้นอย่างเจ็บปวดรวดร้าว รู้สึกผิดเหมือนตัวเองทำผิดลับหลังคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว...เขมชาติดึงเกนหลงให้ห่างออกจากประตูห้อง เพื่อให้สุริยงหลบออกไป...เกนหลงเห็นข้าวต้มที่หกบนเตียงก็แปลกใจ เขาโกหกว่าตัวเองไม่ค่อยสบายทำหกเอง หญิงสาวรีบช่วยทำความสะอาดให้สุริยงน้ำตาร่วงนั่งอยู่ในรถแท็กซี่ ไม่ทันไร เขมชาติส่งข้อความเข้ามา “ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ความห่วงใยของคุณเป็นของขวัญวันเกิดที่มีค่ามากสำหรับผม...”

สุริยงนึกถึงความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับเขมชาติ และการกระทำที่เขาปฏิบัติกับตนเมื่อเกนหลงมาถึง น้ำตาเธอร่วงเผาะๆ ตัดสินใจโทรศัพท์หาเอื้อ รับงานใหม่ที่เขาหาให้ทันที...เอื้อดีใจนัดว่าคืนนี้จะแวะไปหาที่บ้าน เพื่อคุยรายละเอียดกัน

ในวันนี้ เอื้อเข้ามาพบพจน์...พจน์ยิงคำถามถามทันทีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสุริยงกับเขมชาติ เอื้อชะงักมองรูปสุริยงนั่งตักเขมชาติที่พจน์วางให้ดูอึ้งๆ...

ด้านเกนหลงเก็บชามข้าวต้มลงมาล้างในครัวและจะทำใหม่ไปให้เขา เธอได้เห็นช้อนที่เลอะคราบลิปสติกวางอยู่ในอ่างล้างชาม ก็แปลกใจชักสงสัยในสิ่งที่เขมชาติบอกว่าทำข้าวต้มทานเองแล้วพลาดทำหก อยากรู้ว่ารอยลิปสติกนี้เป็นของใคร

เขมชาติทานข้าวต้มฝีมือเกนหลงแล้วชมว่าอร่อยมาก เธอย้อนถามอร่อยกว่าชามที่ทำหกหรือเปล่า

เขาชะงักกลบเกลื่อนว่าต้องอร่อยกว่าอยู่แล้ว เพราะตัวเองทำไม่อร่อย แต่เกนหลงไม่อยากเชื่อ เพราะเขาไม่ใช่คนชอบทำอาหาร เธอพยายามตัดใจไม่คิดอะไรมาก แล้วชวนให้เขาแกะของขวัญ เขมชาติเปิดกล่องเห็นผ้าพันคอสีสวย ซึ่งเป็นสีโปรดตัวเอง

“เกนทำเองนะคะ เลือกเส้นไหมเอง คิดแบบเอง แล้วก็ทอเองกับมือค่ะ”

“สวยมากๆเลยครับ ถูกใจมาก” เขมชาติโผกอดหญิงสาวอย่างรู้สึกผิดในใจ “ขอบคุณมากครับ...ขอบคุณที่ให้ความสำคัญกับผมมากขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆ”

เกนหลงกอดตอบแต่ในใจเริ่มระแวง สวนทางกับความรู้สึกของเขมชาติอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement