อย่าลืมฉัน ตอนที่ 5 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 5


2 ต.ค. 2560 14:22
2,181,316 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

วิบูลย์เอาเรื่องเขมชาติบอกสุริยงว่าตนติดงานด่วนจึงไปซื้อของกับเธอไม่ได้มาบอกสมคิด ด้วยความสงสัย เพราะความจริงแล้ว เขมชาติใช้งานตนจนเช้า พลันเขมชาติเดินเข้ามา ทั้งสองชะงักหยุดคุยกัน หันมาทักทายที่เขามาแต่เช้า เขมชาติอ้างว่ามาต้อนรับเกนหลง

สมคิดหลบมาบอกสุริยงเรื่องอัมพิกาไปหาเขมชาติที่บ้านเมื่อวาน สุริยงหน้าเสียและพอจะเข้าใจถึงคำพูดของเขมชาติที่พูดกับตนเมื่อครู่ สมคิดปลอบใจ

“คุณเขมเป็นคนที่แยกเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว คุณสุไม่ต้องห่วง ไม่ว่าคุณอัมพิกาจะมาพูดไม่ดีเกี่ยวกับคุณ ผมว่าคุณเขมแยกแยะได้ เชื่อผม”

ทันใด เสียงวิบูลย์ตกใจเมื่อเห็นดอกไม้มากมายในห้องทำงานเกนหลง “นับเป็นวันแรกจากที่เริ่มก่อตั้งบริษัท ที่ดอกไม้ได้รับอนุญาตให้มาเสนอหน้าในนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ”

สมคิดส่ายหน้าขำๆนึกว่าวิบูลย์ตื่นเต้นเรื่องที่ตนคุยกับสุริยง...ในขณะที่เกนหลงยิ้มปลื้มที่เขมชาติมารอรับหน้าบริษัท พอเข้ามาในห้องก็มีสุริยง สมคิดและวิบูลย์ยืนต้อนรับ พร้อมดอกไม้และการตกแต่งห้องที่สวยงาม เขมชาติรีบบอกว่าเขาลงมือเลือกทุกอย่างด้วยตัวเอง เกนหลงไม่อยากเชื่อ สุริยงแอบหมั่นไส้ สมคิดเป็นตัวแทนกล่าวคำต้อนรับเกนหลง และยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง สุริยงเชิญเกนหลงออกไปเรียนรู้งาน เขมชาติขอไปด้วยอ้างจะไปประชุมกับฝ่ายการตลาด วิบูลย์มองอย่างค้างคาใจ

สุริยงอธิบายงานให้เกนหลงฟังก่อนว่า “งานหลักๆในแต่ละวันจะคล้ายๆกัน ปกติสุจะมาก่อนผู้อำนวยการประมาณหนึ่งชั่วโมง มาเช็กเมล์ เช็กเอกสารที่ต้องเสนอ แล้วจัดเรียงไว้ในแฟ้ม สุจะเรียงเอกสารตามความเร่งด่วน ถ้าด่วนมากจะแยกไว้อีกแฟ้ม แล้วเสนอไปพร้อมกันตอนที่ผู้อำนวยการมาถึง”

เกนหลงทึ่ง ถามว่าเขมชาติมาถึงกี่โมง สุริยงตอบว่าแปดโมงเช้า เกนหลงยิ่งทึ่งเพราะแสดงว่าสุริยงต้องตื่นแต่เช้า เพื่อออกมาให้ถึงบริษัทเจ็ดโมง สุริยงยิ้มอย่างเข้าใจ ก่อนจะบอกว่า ช่วงแรกๆเธอยังไม่ต้องมาแต่เช้าก็ได้ ตนจะเตรียมทุกอย่างไว้ให้ เกนหลงรีบแย้ง

“ไม่ได้นะคะ ห้ามบอกว่าจะลาออก เพราะเกนไม่ให้ออก อ้อ...อีกอย่างต้องขอบคุณคุณสุมากนะคะ เรื่องห้องทำงาน ถูกใจมากๆเลยค่ะ เกนรู้ว่าจริงๆ คุณสุเป็นคนเลือก ไม่ใช่เขม”

สุริยงแปลกใจว่าเธอรู้ได้อย่างไร เกนหลงบอกว่าเมื่อวานตนเจอกับเอื้อ ถึงรู้ว่าสุริยงไปไหน สุริยงชื่นชมเอื้อเป็นคนดี ดีกับพี่น้องและทุกคน เกนหลงเห็นด้วย...สุริยงพาเกนหลงมาที่ห้องกาแฟ อธิบายให้ฟังว่าเขมชาติจะทานอาหารเบาๆมาจากบ้าน พอสายๆสักสิบโมงค่อยเตรียม กาแฟดำใส่มะนาวฝานบางๆเพื่อความหอม เกนหลงทึ่งที่สุริยงฝานมะนาวได้บางเฉียบ สุริยงยังแนะให้ดูอารมณ์เขาด้วย ถ้าหงุดหงิดแสดงว่าไม่ได้ทานอาหารเช้ามาก็วางคุกกี้พร้อมกาแฟ เกนหลงพยักหน้าอึ้งๆที่สุริยงรู้ใจเขมชาติขนาดนี้

วันนี้เกนหลงลองชงกาแฟให้เขมชาติว่าจะถูกปากเขาหรือไม่ เขมชาติแกล้งชมต่อหน้าสุริยงว่าฝีมือเกนหลงต้องเหนือกว่าใครๆอยู่แล้ว สุริยงแอบเจ็บลึกๆ...

เกนหลงขอตัวไปเรียนรู้งานต่อ เธอเดินออกจากห้อง แต่สุริยงถูกเขมชาติดึงตัวไว้ เขาทำทีซักถามว่าเกนหลงไม่พอใจอะไรบ้างหรือเปล่า เธอส่ายหน้าไม่มี เขาเอื้อมมือจะจับมือเธอขอบคุณ สุริยงรู้แกวดึงมือหลบ พร้อมกล่าว มันเป็นหน้าที่ของตน เพราะเกนหลงเรียนรู้งานเร็วเท่าไหร่ ตนจะได้ลาออกเร็วเท่านั้น พูดจบสุริยงเดินออกไป เขมชาติกำมือแน่นอย่างไม่พอใจ

ooooooo

อรทัยดีใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออัมพิกาบอกว่า เขมชาติไม่ได้ชอบสุริยง ที่รับเข้าทำงานก็จำใจ และที่สุริยงรู้จักกับเกนหลงเพราะใช้มารยาออดอ้อนให้เกนหลงสงสารเหมือนที่ทำกับเอื้อ อรทัยบอกเรื่องเอื้อไม่เชื่อรูปที่เห็น แต่อัมพิกาเชื่อว่าเอื้อต้องหวั่นไหวไม่มากก็น้อย

“ส่วนเรื่องเอื้อกับเกนหลง พี่มีวิธีที่จะทำให้สองคนได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น คือทำวิธีเดียวกับเขมชาติ ในเมื่อเกนหลงไปทำงานกับเขมชาติได้ ทำไมเกนหลงจะมาทำงานกับเอื้อบ้างไม่ได้”

อรทัยยิ้มให้กับความฉลาดของพี่สาว...แต่ดูท่าไม่ต้องรอแผนการของอัมพิกา เอื้อกับเกนหลงก็ค่อยๆเข้ามาสนิทกันอย่างไม่รู้ตัว ในเย็นวันนั้น เกนหลงแวะมาออกกำลังกาย แต่เผอิญไม่ได้นัดล่วงหน้า จึงไม่มีเทรนเนอร์ว่าง เธอกำลังเซ็งก็พอดีเอื้อโผล่เข้ามา เกนหลงดีใจระคนแปลกใจ เอื้อบอกว่าเห็นเธอเช็กอินว่ามาที่นี่จึงตามมาเพราะมีคำถามจะถาม เกนหลงยิ้ม

“ต้องเป็นคำถามสำคัญแน่ๆ แต่ก่อนที่เกนจะตอบ ต้องมีของแลกเปลี่ยนค่ะ”

เอื้อทำหน้างงๆ...นึกไม่ถึงว่าเกนหลงจะให้ตนเป็นคู่ซ้อมมวยออกกำลังกาย เขาจำต้องถอดสูทและไทด์ สวมอุปกรณ์ป้องกันตัวเพื่อรับการต่อยและเตะของเธอ เกนหลงวาดลวดลายจนเอื้อทั้งจุกและหมดแรง นอนพาดเวทีหมดสภาพ...เกนหลงเอาผ้าเย็นมาให้เขาเช็ดหน้าตา แอบขำ

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เกนไม่แฉ...โดยเฉพาะกับคุณสุ” เกนหลงทำท่ารูดซิปปาก แล้วนึกได้ “พี่เอื้อบอกว่ามีเรื่องจะถาม เรื่องอะไรเหรอคะ”

“คือ...พี่อยากรู้ว่า...เขมชาติเป็นคนเจ้าชู้หรือเปล่า” เอื้อถามอย่างจริงจัง

“เท่าที่รู้จักก็ไม่นะคะ ค่อนข้างจะเป็นคนถือตัวด้วยซ้ำ มีผู้หญิงหลายคนพยายามจะจับ ก็ไม่เห็นเขมจะเล่นด้วย อย่าบอกนะคะว่า หึงเขมกับคุณสุ”

“แล้วพี่ควรรึเปล่า....”

เกนหลงคิดว่าไม่ควร เอื้อย้อนถามทำไม “เพราะคุณสุมีผู้ชายแสนดีอย่างพี่เอื้ออยู่ทั้งคน เธอไม่มีทางหวั่นไหวกับเขมแน่ๆ”

เอื้อขำกับเหตุผลของเกนหลง เธอยืนยันว่าเป็นความจริง แม้ตนจะเพิ่งรู้จักสุริยงแต่ก็มองออกว่า เธอเป็นคนหนักแน่น “ต่อให้เขมเป็นคนเจ้าชู้ เธอก็ดูออก และเธอไม่มีวันจะยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาด คุณสุมีผู้ชายอย่างพี่เอื้ออยู่ข้างๆ ไม่มีทางสนใจผู้ชายคนอื่นแน่ๆ มั่นใจในตัวเองค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็มีอีกเหตุผลที่พี่ไม่ควรหึง เขมชาติมีผู้หญิงเพอร์เฟกต์อย่างเกนอยู่ทั้งคน เขาก็คงจะไม่สนใจผู้หญิงอื่นเหมือนกัน”

เกนหลงขำๆ “สรุปเราสองคนดีเลิศประเสริฐมาก อวยกันเองเพื่อความสบายใจ บางทีเกนแอบคิดนะคะ ถ้าพี่เอื้อได้เจอกับคุณสุก่อนเจ้าสัวก็คงดี บางทีคนที่ได้แต่งงานกับคุณสุอาจจะเป็นพี่เอื้อก็ได้”

เอื้อสะอึก นึกถึงอดีตที่น่าเสียดาย...พ่อให้เขาแต่งงานกับสุริยงแต่ตัวเขาปฏิเสธเพราะเชื่อพี่กับน้อง ว่าสุริยงเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงิน เจ้าสัวติงว่าได้หาผู้หญิงดีๆ

มาให้ ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องการเงิน แต่ก็เป็นคนกตัญญู เสียสละตัวเองเพื่อใช้หนี้แทนบุพการี ผู้หญิงดีๆแบบนี้หายาก

เอื้อส่ายหน้าโต้ “พ่อครับ หนี้ของพ่อแม่เขาสองร้อยล้านนะครับ ไม่ใช่น้อยๆ และแต่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา เขาก็อยู่อย่างสุขสบาย สิ่งที่เขาต้องเสียเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้ มันห่างไกลคำว่าเสียสละ...มาก พ่อรู้ตัวรึเปล่าว่าพ่อกำลังโดนเพื่อนหลอกขายลูกสาว”

“ไม่ใช่...ครอบครัวนั้นเขาไม่ได้เป็นฝ่ายเสนอ แต่พ่อเป็นคนไปขอลูกสาวเขามาเอง”

“ถ้าอย่างนั้นพ่อก็แต่งเองแล้วกัน เพราะไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่แต่ง”....

หลังจากที่เอื้อเดินทางไปสวิสก็ได้รู้ข่าวจากอัมพิ–กาว่า พ่อแต่งงานกับสุริยงเองจริงๆและจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย และกำลังเดินทางมาหาเขาที่สวิส เขารู้สึกหงุดหงิดใจมากแต่พอเขาได้พบเจอกับสุริยง เขาก็รู้ว่าเธอเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์และมีน้ำใจมาก ยิ่งได้ใกล้ชิดก็เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่ที่เธอมีต่อพ่อของเขาอย่างดี เขาเริ่มประทับใจในตัวเธอ

ooooooo

เช้าวันใหม่ สุริยงซื้อแหวนคู่สวยเก๋ให้พ่อกับแม่เป็นของขวัญครบรอบแต่งงาน ทั้งสองยิ้มปลื้มกับความมีน้ำใจของลูกสาว สุริยงจำได้ดีว่าตอนที่ครอบ-ครัวลำบาก พ่อกับแม่ได้เอาแหวนแต่งงานไปขายตนจึงตั้งใจจะหามาคืนให้ อาทิตย์สะท้อนใจ

“พ่อขอโทษนะลูก ขอโทษที่ทำให้ลูกลำบาก ถ้าพ่อไม่มีหนี้สิน ไม่ทำธุรกิจผิดพลาด ชีวิตลูกก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้ ลูกเสียสละให้พ่อกับแม่มากเหลือเกิน มากจริงๆ”

“พ่ออย่าพูดแบบนั้นสิคะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น หนูเล็กเลือกเองด้วยความเต็มใจ”

“ถึงเต็มใจ แต่พ่อรู้ว่าลูกไม่มีความสุข ลูกแบกครอบครัวไว้บนบ่ามาเป็นเวลานานแล้ว พ่ออยากให้หนูเล็กวางมันลงและทำเพื่อตัวเองบ้าง”

“พ่อพูดถูก...แม่อยากให้หนูเล็กได้สวมแหวนแต่งงานอีกครั้ง และครั้งนี้ มันจะเป็นแหวนแต่งงานที่มาจากผู้ชายที่หนูเล็กรักอย่างแท้จริง”

สุริยงถึงกับสะอึก รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครแต่มันคงเป็นไปไม่ได้...

เช้าวันนั้น สมคิดเอาแปลนจัดสวนใหม่มาให้เขมชาติดูที่บ้าน เห็นเขานั่งเหม่อเขี่ยอาหารเช้าจนเละ จึงทัก “จิ้มเละหมดเลย คุณเขมครับ วันนี้ผมให้คนเข้ามาจัดสวนให้ใหม่ จะมีย้ายกระถางต้นไม้ที่วางอยู่บนสนาม โดยเฉพาะก้อนหินสลักที่คุณเขมซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้ว วางทับหญ้ามานาน หญ้าจะตายหรือยังก็ไม่รู้ ต้องรีบยกก้อนหินออก ถ้ายังไม่ตายมันจะได้โตเหมือนเดิม”

เขมชาติชะงัก ฉุกคิดตามถ้าเอาก้อนหินออก หญ้าก็จะโตเหมือนเดิม...เขาคิดอะไรได้บางอย่าง คว้าสูทเดินออกไปทันที ทำเอาสมคิดงงทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้น

ด้านเกนหลงแปลกใจเมื่อพจน์บอกว่ามีคนสนใจจะมาร่วมลงทุนในธีคโฮเต็ลของเรา จึงอยากให้เธอไปคุยกับลูกค้ารายนี้ ให้ลางานครึ่งวัน...เกนหลงโทร.ลางานเขมชาติอย่างเกรงใจ เขมชาติบอกเธอไม่ต้องห่วงงานตอนบ่ายก็จะให้สุริยงไปแทน เขาแอบยิ้มอย่างมีเลศนัย

วิบูลย์ออกมาส่งเขมชาติและสุริยงขึ้นรถอย่างห่วงๆเกรงสุริยงโดนเล่นงานอีก เขมชาติหมั่นไส้ ฝากวิบูลย์ดูแลทางนี้เพราะตนประชุมเสร็จจะไม่กลับเข้ามา...พอดีวานิตาเดินมาเห็นรถเขมชาติแล่นออกไปมีสุริยงนั่งไปด้วยก็ไม่พอใจ เข้ามาซักไซ้วิบูลย์ยกใหญ่ วิบูลย์กวนกลับจนเธอแทบร้องกรี๊ดๆด้วยความแค้น

ด้านเกนหลงต้องแปลกใจเมื่อพจน์บอกว่า คุณหญิงขนิษฐาเป็นคนแนะนำลูกค้ารายนี้มาให้ เพราะปกติเธอจะไม่ยุ่งเรื่องธุรกิจ แต่ทำไมคราวนี้ถึงออกหน้า ตนอยากรู้เสียจริง พอกลุ่มลูกค้ามาถึงยิ่งต้องตะลึงเพราะคือ อัมพิกา อรทัยและเอื้อ...เอื้อเองก็ตะลึงไม่รู้มาก่อน ระหว่างนั่งคุยงาน เอื้อแอบส่งข้อความหาเกนหลงว่าตนไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน เกนหลงยิ้มกดตอบว่า ตนยินดีร่วมงานกับเพื่อนสนิทอย่างเขา เพราะเรามีรสนิยมเหมือนกันหลายอย่าง เอื้อเผลอหัวเราะออกมา ทุกคนหันมอง เขากลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าเห็นด้วยทุกอย่าง เกนหลงแอบขำ

หลังจากคุยงานเสร็จ พจน์สรุปงานถ้ามีอะไรติดต่อเขาหรือเกนหลงได้โดยตรง เข้าทางอัมพิกาที่ ต้องการให้เอื้อทำงานร่วมกับเกนหลง จึงรีบตอบว่าจะให้เอื้อเป็นคนติดต่อมา เกนหลงยิ้มอย่างรู้แกวแทรกขึ้น ขอตัวแยกไปทำธุระต่อ อรทัยรีบบอกให้เอื้อไปส่ง เกนหลงยิ้ม

“ไม่เป็นไรค่ะ เพราะเกนไม่ได้ไปไหน แต่นัดเขมชาติไว้ที่นี่ค่ะ เดี๋ยวเขมจะแวะมารับ”

อรทัยชักสีหน้าไม่พอใจ อัมพิการีบตัดบท “ฝากความคิดถึงคุณเขมชาติด้วยนะคะ บอกว่าพี่อัมยังมีเรื่องเล่าให้ฟังอีกมาก เอาไว้คราวหน้านัดเจอกันใหม่”

เอื้อหันขวับมามองว่าอัมพิกามีลับลมคมในอะไรกับเขมชาติ เกนหลงยิ้มรับคำตามมารยาท...พอออกมาหน้าร้าน เอื้อถามอัมพิกาทันทีว่าไปพูดอะไรกับเขมชาติ เธอยิ้มเย้ย

“บอกความจริงและทุกสิ่งที่เขมชาติควรรู้เกี่ยวกับนังสุริยง เขาจะได้ระวังตัว”

“คนที่เขมชาติจะต้องระวังคือ พี่อัมกับอรมากกว่า” เอื้อตอกกลับ อรทัยเต้นผาง “ทำไมพี่เอื้อพูดแบบนี้ พี่อัมกับอรเป็นคนดี รักความยุติธรรม ไม่ชอบเห็นคนโดนหลอก พี่เอื้อนั่นแหละเห็นกงจักรเป็นดอกบัว”

“ดอกบัวที่ไหนเที่ยวใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นลับหลัง”

อรทัยขึ้นเสียงว่าพวกตนไม่ได้ใส่ร้าย แต่พูดความจริง เอื้อใจเย็นตัดบท “แต่จะว่าไป ทำแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ยิ่งใส่ร้ายหนูเล็กกับเขมชาติมากเท่าไหร่ เขมชาติก็ยิ่งเกลียดหนูเล็กมากเท่านั้น ผมก็ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะมาแย่งหนูเล็กไปจากผม...ใส่ร้ายต่อไปนะครับ อย่าหยุด”

อัมพิกากับอรทัยหน้าเสีย เอื้อยิ้มเยาะเดินจากไป สองสาวมองหน้ากันจะทำอย่างไรดี

ooooooo

เสร็จจากการประชุมที่บริษัทลูกค้า เขมชาติชวนสุริยงหาอะไรทานก่อนกลับ เขาพยายามจะทำให้เธอระลึกความหลังด้วยการพามาทานอาหารที่โรงอาหารในมหาวิทยาลัย

“ผู้อำนวยการอยากทานอาหารที่...โรงอาหารนี้จริงๆเหรอคะ” สุริยงแปลกใจ

“จริงสิ ผม...คิดถึงมานานแล้ว อยากกลับมาตั้งหลายปี แต่ไม่มีใครมาด้วย วันนี้มีคุณอยู่ผมก็เลยอยากกลับมาทบทวนความหลัง” เขมชาติสบตาสุริยงแต่เธอเมินหน้าหนี

สุริยงจะไปสั่งอาหารให้ แต่เขมชาติกลับให้เธอไปนั่งที่ประจำของเรา เขาจะจัดการเรื่องอาหารเอง สุริยงปรายตามองโต๊ะที่เคยนั่งเมื่อสมัยเรียน เห็นภาพความสุขครั้งก่อนร่วมกับเขา เธอส่ายหน้าดึงความรู้สึกกลับมา แล้วเดินไปนั่งอีกฟากหนึ่ง...เขมชาติถือถาดอาหารเดินมา ไม่พอใจที่สุริยงไม่นั่งที่ประจำ เขาจึงวางอาหารที่โต๊ะนั้นแล้วเรียกให้เธอมานั่ง สุริยงจำใจเดินมา เขาวางจานข้าวห่อไข่ให้กับเธอ พร้อมบอกว่าเขาจำได้เป็นของโปรดของเธอ

เขมชาติมองสุริยงทานเหมือนสมัยก่อน เขาเผลอยิ้มถาม “รสชาติเหมือนเดิมหรือเปล่า”


“ไม่ทราบค่ะ เพราะมันนานมาแล้ว ดิฉันจำรสชาติเดิมไม่ได้”

“แปลกดีเนอะ จำรสชาติเดิมไม่ได้ แต่จำวิธีกินแบบเดิมได้ กินข้าวให้หมดก่อนแล้วค่อยกินไข่ ตกลงจำไม่ได้หรือแกล้งลืมกันแน่”

สุริยงชะงักรวบช้อน “ดิฉันไม่ได้เก็บไว้ทานทีหลัง แต่ดิฉันเหลือไว้เพราะไม่ทานค่ะ”

เขมชาติขุ่นใจที่สุริยงไม่ยอมรับความจริงเสียที... เขาไม่ย่อท้อ ทานอาหารเสร็จก็เดินมาที่สนามฟุตบอล ทำให้สุริยงนึกถึงความหลังที่โดนลูกบอลเขมชาติเตะ ลอยมากระแทกหัวสลบ

เขมชาติตอกย้ำ “ผมจำได้...เราเจอกันครั้งแรกที่นี่ ผมไม่เคยลืม เจอกันครั้งแรกผมทำคุณเจ็บตัวเลย... แต่หลังจากนั้น คุณก็เอาคืนอย่างสาสม กับการบอกลาที่ทำให้เจ็บอย่างแสนสาหัส”

สุริยงสะท้านไปทั้งใจ ตัดบทชวนเขากลับอ้างมีงานอีกมากที่ต้องทำ แต่เขากลับพรั่งพรูความรู้สึก

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่ความผิดของคุณ อย่าโทษตัวเองอีกเลยนะวดี...ผมยอมรับว่าผมเกลียดและโกรธ ที่คุณทิ้งผมอย่างไม่มีเยื่อใย ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเจอหน้าเพื่อบอกลา แต่หลังจากที่ผมรู้ว่าคุณแต่งงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัว เพื่อปลดหนี้มหาศาลให้กับพ่อแม่ ผมก็เข้าใจ คุณทำถูกต้อง คุณตัดสินใจถูกแล้ว อย่ารู้สึกผิดกับผมต่อไปอีกเลย ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องแสดงว่าจำอะไรไม่ได้ เสแสร้งแกล้งทำเป็นลืมอดีต ต่อให้ทำได้แนบเนียนแค่ไหนหัวใจของคุณก็รู้ว่าคุณไม่เคยลืม อย่าหนีต่อไปอีกเลย ถึงคุณจะเปลี่ยนชื่อใหม่สักกี่ชื่อ คุณก็คือสุริยาวดีของผม ผมเข้าใจและยกโทษให้ทุกอย่าง คุณไม่จำเป็นต้องแสดงหรือเล่นละครหลอกคนอื่น และหลอกตัวเองต่อไปอีกแล้ว”

หัวใจสุริยงที่ถูกปิดกั้นมานาน เหมือนยกภูเขาออกจากอกที่ถูกกดทับ เขมชาติมองลึกเข้าไปในดวงตาเธออย่างเข้าใจ ทำทีเดินผ่านเธอไป ปล่อยให้เธอยืนสั่นสะท้าน... สุริยงรู้สึกอ่อนไหวพึมพำขอบคุณเขาที่เข้าใจตน แต่เขมชาติแอบยิ้มมุมปากกล่าวโดยไม่ได้หันกลับมาว่าให้เธอกลับบริษัทเอง เพราะเขามีนัดกับเกนหลงต้องรีบไป สุริยงสะอึกเจ็บจี๊ดไม่ทันตั้งรับ

เมื่อเขมชาติมาหาเกนหลง และได้รู้ว่าเอื้อร่วมลงทุนกับโรงแรมใหม่ของเธอ ก็แกล้งทำเป็นหึงไม่อยากให้เธออยู่กับเอื้อสองต่อสอง เกนหลงขำย้อนกลับ

“แล้วถ้าเกนตั้งกฎนี้บ้างล่ะคะ เวลาทำงานห้ามเขมอยู่กับผู้หญิงอื่นสองต่อสอง เช่น ห้ามอยู่กับคุณสุสองต่อสอง เขมจะยอมหรือเปล่า”

เขมชาติเหมือนวัวสันหลังหวะ รีบกลบเกลื่อนว่าไม่เหมือนกัน สุริยงเป็นแม่ม่ายลูกสอง ตนไม่สนหรอก แต่เอื้อทั้งหล่อทั้งรวย ทั้งโสด เกนหลงแทรก ตนไว้ใจเขามานานไม่เคยหึงเวลาเขาอยู่กับใคร ตนขอถามคำเดียวว่าเขาไว้ใจตนหรือเปล่า เขมชาติอึ้งไปแทบไม่ถูก

“เล่นไม้นี้ ผมก็ต้องตอบว่าไว้ใจสิครับ ทั้งไว้ใจ ทั้งเชื่อใจ ทั้งเทิดทูน” เขมชาติกุมมือเธอ

“ตอนแรกๆก็ฟังดูดี หลังๆเว่อร์ไปนะคะ”

เขมชาติออดอ้อน ผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างเธอ จะหาผู้ชายเพอร์เฟกต์แค่ไหนก็ได้ แต่กลับให้โอกาสผู้ชายดิบๆบ้านๆอย่างตนได้พิสูจน์ตัวเอง ถ้าตนปล่อยหลุดมือไปก็ควรไปฆ่าตัวตาย เกนหลงหัวเราะแกล้งย้ำอย่าลืมทำตามที่พูด เขาสัญญาจะไม่ลืมและไม่ปล่อยเธอหลุดมือไปแน่

“ไม่ว่าผมจะเคยผ่านผู้หญิงมาสักกี่คน แต่คุณคือคนดีที่สุด คนที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุด เพราะฉะนั้นเห็นแก่ความมุ่งมั่นของผม อย่าอยู่กับคุณเอื้อสองต่อสอง”

เกนหลงหัวเราะก๊ากที่เขาวกเข้าเรื่องเดิม บีบจมูกเขาเบาๆ “เจ้าเล่ห์...เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวแบบนี้มีผู้หญิงโดนหลอกมากี่คนแล้วคะ”

เขมชาติวูบไหวนึกถึงใบหน้าสุริยงขึ้นมาในฉับพลัน เขาแอบยิ้มมุมปากแทนคำตอบ

ooooooo

คืนนั้น สุริยงนั่งมองไก่กับไข่ซึ่งนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียง อดนึกถึงคำของชวลิตไม่ได้ว่า...ที่เขาเลือกเธอมาเป็นแม่ของไก่กับไข่ เพราะเธอเป็นคนหนักแน่น เป็นคนกตัญญูกับผู้มีพระคุณ แม้ชีวิตก็ยอมแลกได้ คนรุ่นเก่าเรียกขานว่า...คนหัวใจทองคำ เธอแย้ง

“แต่กับบางคน เขาอาจจะเห็นหนูเล็กเป็นคนไม่มีศักดิ์ศรี เป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจ”

ชวลิตเน้น “จำไว้นะหนูเล็ก ทองเนื้อแท้มันไม่เคยแปรเปลี่ยน วันนี้เขาอาจจะมองไม่เห็นค่า แต่ถ้าเขามีตาที่มองเห็นความจริง เขาจะมองเห็นเอง”

แต่ก่อนสุริยงไม่เข้าใจความหมาย แต่ตอนนี้พอจะเข้าใจ เธอนึกถึงคำพูดของเขมชาติเมื่อกลางวันแล้วอมยิ้ม ความเจ็บปวดในใจเริ่มคลายลงปล่อยให้ความทรงจำในอดีตเติบโตขึ้น

เช้าวันใหม่ วิบูลย์มารับสุริยงที่บ้าน เขามีโอกาสได้เข้ามารอในบ้าน จึงเห็นภาพถ่ายสมัยเธอเป็นนักศึกษา เขาเพิ่งเห็นว่าเธอเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเขมชาติ... สุริยงเดินลงมาในชุดหวานสดใส ไม่ดูขรึมเหมือนทุกวัน ทำให้วิบูลย์เพิ่งเห็นว่าอายุของเธอก็รุ่นราวคราวเดียวกับเขมชาติ จึงเอ่ยถามว่าเธอรู้จักกับเขมชาติมาก่อนหรือเปล่า เห็นเรียนที่เดียวกัน

“เอ่อ...สุไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ค่ะ เพราะเรียนไม่จบ ลาออกมาก่อน” สุริยงรีบเปลี่ยนเรื่องมาถามถึงรถของตน เพราะชื่นบอกว่ารถจอดอยู่หน้าบ้าน วิบูลย์ตอบว่าเสร็จแล้ว ค่าใช้จ่ายไม่ต้องกังวล ทางบริษัทรับผิดชอบให้ เธอรู้สึกเกรงใจ...

เช้าวันนั้น เขมชาติมาถึงบริษัทก็แวะหาเกนหลงที่ห้อง แต่ไม่พบเธอ เห็นแต่สมุดโน้ตวางอยู่บนโต๊ะ เขาแอบเปิดดู มีแต่ภาพลายเส้นเก๋ๆที่เธอวาดไว้ เกนหลงกลับเข้ามาทำเสียงกระแอม เขาชูสมุดโน้ตขึ้นอย่างชอบใจภาพวาดของเธอ

“เกนก็วาดเล่นไปเรื่อยเปื่อย ตามประสาเด็ก มือบอน”

“แบบนี้ไม่เรียกว่าเรื่อยเปื่อย แต่เรียกว่า ได้เรื่องได้ราวมากกว่า ผมชอบ ผมขอซื้อนะ”

หญิงสาวเลิกคิ้ว เขมชาติเรียกทีมงานเข้าประชุมด่วน “ผมจะนำลายเส้นของคุณเกนมาทำเป็นผ้าอเนกประสงค์ เช่นผ้าพันคอ ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าสำหรับเย็บกระเป๋า และผลิตของใช้ภายในบ้าน เป็นการจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง”

เขมชาติให้เกนหลงอธิบายคอนเซปต์การออกแบบให้ทุกคนฟัง แล้วเขานึกได้ว่าสุริยงหายไป วิบูลย์กระซิบบอกว่าเธอติดรับรองลูกค้าแทนสมคิดที่ต้องรีบเข้าประชุม ไม่ทันไร สุริยงก็เดินเข้ามา พอเขมชาติเห็นการแต่งตัวของเธอเปลี่ยนไปเป็นหวานใสๆก็ตะลึง เธอพยายามวางตัวนิ่งๆเมื่อเห็นสายตาเขา เขมชาติแอบชูนิ้วโป้งเป็นการชมให้ หญิงสาวใจเต้นรัวออกอาการเขินจนเขามองเห็น ยิ้มมุมปากอย่างสะใจ

วิบูลย์เห็นสายตาและการหยอกเอินของเขมชาติที่มีต่อสุริยงก็ฉงน พอเกนหลงกล่าวสรุปงานจบ เขมชาติก็หันมาทำทีสนใจ ลุกขึ้นนำปรบมืออย่างชื่นชม

“โปรเจกต์นี้ถือว่าเป็นโปรเจกต์ใหม่ เพื่อเป็นการ ทดลองตลาดและเสริมภาพลักษณ์ความเป็นคนรุ่นใหม่ให้กับผ้าของเราด้วย...เจน เดี๋ยวคุณพาคุณเกนไปดูขั้นตอนการออกแบบลายผ้าก่อนจะส่งเข้าโรงงาน  พอได้ภาพวาดของคุณเกนมาแล้ว จะได้เริ่มงานกันเลย”

เจนรับคำ สมคิดบอกว่าตนกับวิบูลย์จะไปคุยกับฝ่ายตลาดและพีอาร์ สรุปเรื่องอย่างไรจะรายงาน เขมชาติกล่าวขอบคุณและเลิกประชุม...เกนหลงเดินตามเจนออกไป วิบูลย์ละล้าละลังรอสุริยง แต่เขมชาติกลับให้เธออยู่ก่อน จะให้รายงานนัดหมายวันพรุ่งนี้ วิบูลย์จำต้องเดินออกไปก่อน สุริยงเปิดสมุดนัด เขมชาติโพล่งขึ้น ว่าพรุ่งนี้ว่างทั้งวัน ตนจำได้ สุริยงงงแล้วจะถามทำไม

เขมชาติยิ้มกริ่ม “ผมแค่อยากบอกว่า เห็นคุณแต่งตัวแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนคุณกลับไปเป็นสุริยาวดีที่ผมรู้จัก”

“ก็แค่เสื้อผ้า...”

“แต่ผมคิดว่ามากกว่านั้น ทั้งทรงผม การแต่งหน้าแล้วก็รอยยิ้ม...” เขมชาติสวน

สุริยงกำลังยิ้ม ไม่คิดว่าเขาจะสังเกตขนาดนั้นก็ชะงักหุบยิ้มทันที ชายหนุ่มรุกต่อ “คุณรู้หรือเปล่า ตั้งแต่เราเจอกันที่สนามบิน ผมยังไม่เคยเห็นคุณยิ้มแบบนี้เลย”

“ตั้งแต่เจอกันที่สนามบิน ผู้อำนวยการก็ไม่เคยพูดกับดิฉันดีแบบคนปกติเหมือนกัน”

“โอเค...ผมคิดว่า เราคงมาถูกทางแล้ว ผมดีใจที่เรากลับมาเหมือนเดิม ถึงจะไม่เหมือนเดิมทั้งหมด แต่ได้แค่นี้ ผมก็ดีใจแล้ว” เขมชาติส่งยิ้มอบอุ่นๆ ทำให้ สุริยงสะท้านนิดๆ

สุริยงเปลี่ยนเรื่อง บอกเรื่องค่าซ่อมรถ ตนจะจ่ายคืนให้ เขาปฏิเสธว่าไม่ต้อง ถือเป็นสวัสดิการบริษัท แต่ถ้าอยากคืนขอเปลี่ยนเป็นช่วยให้เกนหลงทำงาน

ที่นี่นานๆ เพราะเธอสำคัญต่อตนมาก สุริยงอึ้งๆปรับความรู้สึกแทบไม่ทัน รับคำแล้วขอตัวกลับไปทำงาน...

เขมชาติเรียกไว้ แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่เธอให้

หันมาจ้องหน้า

“ขอผมดูให้ชัดๆอีกที ว่าคุณเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ” เขมชาติส่งสายตาหวานซึ้ง

เผอิญสมคิดลืมมือถือไว้บนโต๊ะ เขากลับเข้ามาเอา สองหนุ่มสาวสะดุ้งผละออกจากกัน เขมชาติทำทีเก๊กขรึม “ผมจะไปหาคุณเกน ถ้ามีอะไรด่วนไปตามผมที่ฝ่ายออกแบบ”

สุริยงรับคำ ขอตัวไปทำงานเช่นกัน สมคิดมองทั้งสองคนอย่างสงสัยปนกังวล...เมื่อกลับมาที่ห้องทำงาน วิบูลย์ก็ถามอย่างตื่นเต้น ว่ารู้หรือเปล่าสุริยงกับเขมชาติเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน สมคิดเห็นสายตาบงกช

กับเกตุมองอยู่ก็สวนขึ้นว่าให้เริ่มประชุม วิบูลย์จึงหยุดโดยปริยาย

เกนหลงตั้งใจฟังเจนอธิบายการทำงานอยู่หน้าคอม เขมชาติตามมานั่งมอง เกนหลงทึ่งที่รู้ว่าเขมชาติเป็นคนลงโปรแกรมในคอม แล้วส่งไปให้โรงงานผลิต

“ใช่ค่ะ ลายละเอียดมากๆ เจนเห็นยังงง คุณเขมเขียนโปรแกรมแป๊บเดียวเองค่ะ ผ้าทุกผืนของเรา คุณเขมเป็นคนทำโปรแกรมเองทั้งหมด”

สุริยงเดินมาหยุดมองเขมชาติที่นั่งมองเกนหลงอย่างรู้สึกเจ็บลึกๆพลันเขมชาติเหลียวมาเห็นก็แกล้งลุกขึ้นไปยืนคร่อมเกนหลง ทำทีอธิบายงานอย่างใกล้ชิด สุริยงค่อยๆหันกลับเดินจากไป เขมชาติปรายตามองอย่างสะใจ

ooooooo

อัมพิกาเอาแฟ้มงานโครงสร้างการร่วมทุนกับพจน์มาให้เอื้ออ่านก่อนจะเซ็นสัญญา เอื้อย้อนถามถ้าเขาไม่เห็นด้วยได้หรือไม่ เธอสวนทันควันว่าไม่ได้ เขาจึงบอกงั้นไม่จำเป็นต้องอ่านและเตือนควรจะให้บอร์ดรับทราบก่อนตัดสินใจ อัมพิกาเชิดหน้า

“พี่จะแจ้งหรือไม่แจ้งบอร์ด ผลก็เหมือนกันโครงการของคุณพจน์ดีจะตาย ธนาคารเรามีแต่ได้กับได้”

“แต่พี่ไม่ได้ทำเพราะเห็นแก่ธนาคาร พี่ลงทุนเพื่อให้ผมกับเกนหลงได้ใกล้ชิดกัน นี่ถ้าโครงการไม่น่าสนใจ ผมคงจะลุกออกจากโต๊ะในวันนั้น พี่เองก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่น่าจะเอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัว”

อัมพิกาหน้าตึง เอื้อรีบบอกให้เธอเอาเวลาไปจัดการโอนหุ้นให้ไก่กับไข่ตามพินัยกรรมจะดีกว่า อัมพิกายิ่งเคืองปัดว่าตนให้ทนายความจัดการไปตั้งนานแล้ว ถามไถ่เอาเอง และตอกกลับว่าตัวเขาแยกแยะเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัวได้หรือเปล่า ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไป

หลังเลิกงาน เอื้อแวะมาหาสุริยงเพื่อเอานามบัตรทนายความให้เธอโทร.ตามเรื่องหุ้นของไก่กับไข่ เขาสังเกตเห็นสุริยงแต่งตัวสวยหวานจึงชมแต่งแบบไหนก็น่ารัก สุริยงนึกถึงคำพูดของเขมชาติที่ว่า...ไม่ว่าเธอจะเปลี่ยนชื่อใหม่กี่สิบชื่อ เธอก็คือสุริยาวดีของเขา...ทำให้เธอยิ้มเขินๆ

“ทำไมหน้าแดง หรือว่าเขินที่ผมชม...ร้อยวันพันปีผมชมไม่เคยเขิน เพิ่งมาเขินวันนี้ ดีใจนะเนี่ย” เอื้อแปลกใจ สุริยงอึกอักไม่กล้าแย้ง จำต้องเลยตามเลย...

เช้าวันใหม่ สมคิดแวะเอาข้าวต้มเห็ดหอมที่ภรรยาทำมาฝากเขมชาติ และถือโอกาสเตือน ตนอยากเห็นเขามีครอบครัวที่สมบูรณ์ ถ้าได้เจอคนที่เหมาะสมแล้วก็อย่าทำอะไรเสี่ยงๆ เขมชาติหันมาพูดอย่างมั่นใจ ถ้าหมายถึงเกนหลง ตนไม่ยอมสูญเสียเธอไปแน่ สมคิดมองอย่างห่วงๆ

ในขณะที่สุริยงพยายามโทร.หาทนายความเพื่อถามไถ่เรื่องหุ้นของลูกๆ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เธอตัดสินใจโทร.เข้าบริษัท เลขาก็บอกว่าเขาไม่มาทำงานบ้าง ไปประชุมบ้าง หลายครั้งเข้าก็บอกว่าไปต่างประเทศ สุริยงชักรู้สึกน่าแปลก

แต่สำหรับเอื้อกับเกนหลง ทั้งสองเข้าประชุมเลือกแบบที่สถาปนิกเอามาให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นแบบสวน ล็อบบี้ หรือแบบห้องอาหาร ทั้งสองก็ชี้แบบเดียวกัน จนอัมพิกายิ้มกริ่มอย่างพอใจ...พอเสร็จการประชุม อัมพิกาก็คะยั้นคะยอให้เอื้อไปส่งเกนหลง เอื้อรู้ทันแกล้งดีใจเพราะจะได้ไปหาสุริยง อัมพิกาหน้าตึงทันที

ระหว่างที่สุริยงพยายามโทร.หาทนายความ เขมชาติ เข้ามาได้ยินที่เธอซักถามเลขา จึงเข้ามาถามมีเรื่องอะไรที่ตนพอจะช่วยได้ เธอปฏิเสธ เขากุมมือเธอขอให้เล่ารายละเอียดให้ฟังแล้วยอมให้เขาช่วย สุริยงสบตาเขาอย่างชั่งใจ...พอเอื้อกับเกนหลงมาถึงบริษัท ก็ได้รู้ว่าสุริยงออกไปข้างนอกกับเขมชาติ ต่างแปลกใจ

อรทัยตื่นเต้นดีใจที่เขมชาตินัดตนกับอัมพิกามาร้านอาหารหรู ไม่ทันไร ก็เห็นสุริยงเดินเข้ามาสวัสดี ทั้งสองชักสีหน้าไม่พอใจ สุริยงเอ่ยธุระที่มาทันที อัมพิกาเชิดหน้าปัดให้ไปคุยกับทนาย เขมชาติยืนแอบมองอย่างลุ้นๆ อรทัยไล่สุริยงให้กลับไป

“ฉันไม่ไป จนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง ฉันรู้ว่าพวกคุณไม่จริงใจที่จะจัดการเรื่องมรดก ฉันติดต่อกับทนายของพวกคุณไม่ได้เลย แล้วคุณก็ส่งเขาไปต่างประเทศอีก ฉันจะคุยกับทนายคุณได้ยังไง”

อรทัยเยาะว่านั่นเป็นปัญหาของเธอ สุริยงย้อนว่าปัญหาของตนมีต้นเหตุมาจากพวกเธอ อัมพิกาปรี๊ด “พวกฉันสร้างปัญหาอะไร เธอช่วยเอาสมองส่วนที่ไม่ได้ใช้วางแผนจับผู้ชายมาคิดทบทวนดูให้ดีๆ ตั้งแต่หล่อนพาตัวเองเข้ามาในครอบครัวของฉัน เข้ามาในชีวิตของพ่อฉัน ครอบครัวฉันไม่เคยสงบสุข ใครกันแน่ที่เป็นตัวปัญหา”

เขมชาติรู้สึกสงสารสุริยงที่ถูกเหยียดหยามแต่ยังเฝ้าดูสถานการณ์ สุริยงขอร้องอัมพิกาให้เห็นแก่เด็ก อัมพิกากลับด่าสาดเสียเทเสียหาว่าคงอดอยากต้องการเงินมาก จึงเขียนเช็คปาให้และสั่งอย่าเสนอหน้ามาอีก เขมชาติลุ้นว่าสุริยงจะเห็นแก่เงินไหม...สุริยงปฏิเสธไม่ต้องการเงิน ตนแค่ต้องการทำตามคำสั่งเสียของชวลิต ว่าแล้วก็จะเดินกลับไป อัมพิกาตวาดหาว่าจองหอง

“หยุด!อย่ามาทำจองหองใส่ฉัน ถ้าหล่อนอยากจะเจอกับทนาย ก็หันกลับมาเก็บเช็คของฉันไปซะ ถ้าเธอไม่ทำ อย่าหวังเลยว่าเรื่องมรดกจะจบลงง่ายๆ”

สุริยงชะงักหันกลับมาครุ่นคิด ตัดสินจะเก็บเช็คคืนให้ แต่อรทัยแกล้งก้าวเท้ามาเหยียบไว้ และยิ้มเยาะอย่างสะใจแถมกดคอเธอให้นั่งลง เขมชาติทนไม่ไหว เข้ามาคว้ามือสุริยงดึงให้ลุกขึ้น อัมพิกากับอรทัยตกใจ เขมชาติเสียงเข้ม

“พอเถอะ คนในร้านมองกันใหญ่แล้ว เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องฉาวในวงสังคมไปซะเปล่าๆ เราทุกคนจะเสียหายกันหมด”

สองสาวคว้าแว่นดำมาสวม อัมพิกากล่าวกับเขมชาติ ว่าเลขาของเขาเข้ามาไม่รู้จักกาลเทศะ ฝากเขาสั่งสอนบ้าง ว่าแล้วก็คว้ากระเป๋ากลับไป อรทัยมอง เขมชาติอย่างเสียดายก่อนจะวิ่งตามพี่สาวออกไป...อัมพิกาหวั่นใจว่าเรื่องนี้เขมชาติรู้เห็นเป็นใจหรือเปล่า

เขมชาติเอ็ดสุริยงทำไมยอมทำอะไรที่เสียเกียรติขนาดนั้น เธอตอบว่าตนยอมทำทุกอย่างถ้ามันทำให้ลูกๆได้รับสิ่งที่พวกเขาควรได้ เขมชาติขุ่นใจที่เธออยากได้มรดกขนาดนั้น สุริยงกล่าว ไม่มีแม่คนไหนอยากเห็นลูกตัวเองลำบาก เขามีลูกเมื่อไหร่ก็จะเข้าใจ เขมชาติชะงัก

“ผมขอโทษ ผมไม่คิดว่าคุณอัมพิกากับคุณอรทัยจะทำกับคุณขนาดนี้ แต่คุณไม่ต้องห่วง ผมจะช่วยให้ถึงที่สุด ช่วยจนกว่าคุณจะได้มรดกตามต้องการ”

สุริยงขอบคุณ ก็พอดีเอื้อโทร.เข้ามา เขมชาติหน้าตึงไม่พอใจ...หลังจากนั้น สุริยงกลับถึงบ้าน เอื้อรอพบ เขาต่อว่าเธอที่มีปัญหาอะไรไม่บอก และขอโทษที่เขาเชื่อใจพี่สาวมากเกินไป ต่อไปนี้เขาจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง แต่เอื้ออดไม่ได้ที่จะถาม

“หนูเล็ก...ผมขอถามคุณตรงๆ ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขมชาติ มันคืออะไร...ปกติหนูเล็กเป็นคนที่ไม่ยอมให้ใครเข้ามาในชีวิตง่ายๆ แต่รู้จักเขมชาติไม่นาน คุณเปิดให้เขาเดินเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว ผมก็แค่สงสัย”

สุริยงสะอึกพยายามทำตัวให้เป็นปกติ “เราแค่... เกลียดกันน้อยลง นอกนั้นเหมือนเดิม คุณเขมชาติเป็นเจ้านายหนูเล็กเป็นเลขา ความสัมพันธ์ของเราเป็นได้แค่นั้น”

เอื้อจำต้องเชื่อใจเธอ แต่ขอร้องถ้ามีอะไรเริ่มมากขึ้นขอให้บอกตนเป็นคนแรก สุริยงกล่าวอย่างมั่นใจว่า ไม่มีวันนั้นแน่

ช่างเผอิญที่อรทัยเป็นเพื่อนกับวานิตา อรทัยจึงยืมมือเพื่อนจัดการกับสุริยง ด้วยการเป่าหูวานิตาว่าสุริยงเลขาเขมชาติพยายามจะจับเขา วานิตาเห็นรูปสุริยงก็นึกได้ วันนั้นเห็นเธอนั่งรถออกไปกับเขมชาติ อรทัยใส่ไฟสุดๆ ทำให้วานิตาเกลียดชังสุริยงอย่างมาก

ขณะที่เอื้อมาต่อว่าอัมพิกา ที่หลอกเรื่องทนายความ และบอกว่าที่สุริยงมาพบพี่ได้เพราะเขมชาติเป็นคนวางแผน อัมพิกาไม่เชื่อเพราะเมื่อวาน เขมชาติเอาผ้าสวยๆมาขอโทษตนกับอรทัย

“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เลขาผม...เอ่อสุริยง เขาคงจะเห็นว่าเรานัดกันจากสมุดงานคุณเกนหลง เขาเลยมาดักรอ ผมขอโทษจริงๆนะครับ ต่อไปผมจะระวังไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”

“คุณเขมเชื่อพี่หรือยังว่าผู้หญิงคนนี้ ไว้ใจไม่ได้”... เขมชาติยอมรับ

เอื้อฟังอัมพิกาเล่าแล้วไม่อยากเชื่อว่าเขมชาติจะพูดแบบนั้น อัมพิกาตอกกลับ มันเป็นความจริง เขมชาติไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกหก เอื้อครุ่นคิดชักจะไม่ไว้ใจเขมชาติขึ้นมา

 

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement