อย่าลืมฉัน ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 4


2 ต.ค. 2560 14:22
2,181,344 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

เขมชาติวิ่งออกมาหน้าโรงงาน เห็นสุริยงกำลังขึ้นรถแท็กซี่ เขาทิ้งถุงข้าววิ่งไปรั้งเธอไว้ สุริยงหันมาบอกว่าตนทำงานตามคำสั่งเรียบร้อย เขาตอบเห็นแล้วจะไปส่งเธอเอง เธอประชด “ไม่ต้องห่วงค่ะ ค่าแท็กซี่ดิฉันเบิกพร้อมค่าล่วงเวลา พรุ่งนี้ดิฉันจะเข้าออฟฟิศตรงเวลาไม่สาย”

เขมชาติไม่ยอมดึงแขนไว้ สุริยงสะบัดออกตวาด ด้วยความเหนื่อยและเครียด “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน...พอได้แล้ว วันนี้ฉันยอมทั้งวัน ยอมมามากเกินไปแล้ว พอ...เลิกทำตัวเป็นเด็กๆสักที”

“ใครทำตัวเป็นเด็กๆ...”

“ก็คนที่ใช้แต่อารมณ์ ไม่มีเหตุผล เอาแต่ใจตัวเอง ไม่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น ใครที่ทำแบบนั้นก็รู้ตัวด้วยว่า ผู้ใหญ่ดีๆเขาไม่ทำกัน”

“นี่คุณด่าผมเหรอ”

“ไม่ได้ชมก็แล้วกัน...ถ้าไม่ให้ฉันลาออกแล้ว

ให้มาทำงานแบบนี้ บอกไว้เลย ฉันไม่ทน ถึงคุณไม่ให้ฉันไป ฉันก็จะไป คุณก็รู้ว่าฉันทำได้และฉันก็เคยทำมาแล้ว” สุริยงจ้องเขมชาติอย่างดุๆ ดันเขาออกแล้วขึ้นรถปิดประตูให้รถออกไปเลย

เขมชาติรู้สึกตัวร้องเรียก...วดี...วดี มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แต่ไร้ประโยชน์ ได้แต่ยืนเสียใจ

เช้าวันใหม่...เกนหลงสะพายกระเป๋าย่องออกจากรีสอร์ต แต่ถูกเอื้อจับได้ เพราะเขาเองก็กำลังจะหนีกลับเช่นกัน เอื้อจึงชวนเกนหลงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของเขา ชมบรรยากาศยามเช้าสองข้างทางที่สวยงามและสูดอากาศบริสุทธิ์ หัวใจสองหนุ่มสาวพองโตอย่างไม่รู้ตัว

“ใช่...ต้องเจอเอง ต้องเจ็บเอง ถึงจะรู้ ความเจ็บนั้นมันเป็นยังไง” แววตาเขมชาติแข็งกร้าวขึ้น...เกนหลงมอง เห็นถึงความเศร้าของเขาอย่างชัดเจน ชักสงสัยแต่เก็บความสงสัยนั้นไว้...

เช้าวันใหม่ วิบูลย์มารับสุริยงที่บ้านเหมือนเคย เธอถือโอกาสถามงานด่วนเมื่อวานเรียบร้อยดีไหม เขาแปลกใจงานอะไร สุริยงบอกว่าเขมชาติต้องมารับตนไปซื้อของแทนเพราะเขามีงานด่วน วิบูลย์งงๆ ทำไมเขมชาติถึงบอกเธอแบบนั้น

ทั้งที่ความจริง เขมชาติโทร.มาสั่งงานให้เขาทำทั้งคืน จนเช้าก็ยังไม่เสร็จ แต่เขาก็ทำเออออตอบสุริยงไปว่าเรียบร้อยดี...สุริยงมาดูแลความเรียบร้อยในห้องทำงานของเกนหลง เธอจัดแต่งดอกไม้ให้เข้าที่เข้าทาง เขมชาติมาถึงยืนมองด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นจากคำบอกเล่าของอัมพิกา เขามองเธอด้วยสายตาดูถูกเกลียดชัง แต่พอเธอหันมาก็ทำทียิ้มให้ เธอขอตัวไปเตรียมงานที่จะสอนเกนหลง แต่เขมชาติเรียกเธอไว้

“เดี๋ยว...ในฐานะที่ตอนนี้เราก็เป็นเพื่อนกัน ผมมีหนึ่งเรื่องที่อยากจะบอก...ต่อไปถ้ามีปัญหาเรื่องเงิน อยากให้ผมช่วยก็บอก เมื่อก่อนผมช่วยคุณไม่ได้ เพราะผมจน แต่ตอนนี้ผมรวยแล้ว ถ้าต้องการเงินก็บอก ในฐานะคนเคยใกล้ชิด ผมให้โดยไม่เรียกร้องว่าคุณจะต้องมาแต่งงานหรือทำอะไรทั้งสิ้น ผมยินดีให้เพราะ...สงสาร... เรื่องที่ผมอยากจะบอกก็มีแค่นี้”

สุริยงงงๆ เขมชาติตัดบทจะลงไปรอรับเกนหลงข้างล่าง ให้เธอรอต้อนรับในห้องนี้

ooooooo

ในขณะที่สุริยงมาทำงานด้วยความอ่อนเพลีย ถือถุงผ้าและกระเป๋ามาวางบนโต๊ะทำงาน พลันมือถือดังขึ้น เธอกดรับสาย ไก่กับไข่แย่งกันพูดว่าได้แอบใส่ของขวัญมาในถุง สุริยงเปิดดู เห็นช่อดอกฟอร์เก็ตมีน็อตก็อมยิ้ม จึงเอาใส่แก้วน้ำวางบนโต๊ะ เผอิญนึกได้เจนเคยบอกว่าเจ้านายเกลียดดอกไม้มาก จึงเอาแก้วลงวางที่พื้นข้างโต๊ะ...สุริยงรู้สึกปวดหัวตุ๊บๆ จึงเดินไปหาน้ำทาน

ระหว่างนั้น แม่บ้านมาทำความสะอาด หยิบแก้วใส่ดอกไม้ขึ้นมาวางบนโต๊ะเพื่อถูพื้นแล้วเดินไป ไม่ทันไร เขมชาติมาถึง กำลังจะเข้าห้องเหลือบเห็นดอกฟอร์เก็ตมี–น็อตก็ชะงัก เดินฉับๆมาคว้าแก้วปาไปที่กำแพงแตกกระจาย สุริยงเดินนวดขมับเข้ามาพอดี เศษแก้วเฉียดหน้าเธอไป เธอตกใจเห็นแก้วแตกกระจายดอกไม้ตกอยู่ที่พื้น พนักงานคนอื่นวิ่งเข้ามาดู เขมชาติไล่ทุกคนกลับไปทำงานแล้วหันมาเอาเรื่องสุริยง ไม่มีใครบอกหรือว่าตนเกลียดดอกไม้ เธอบอกว่ามี

“มี! แสดงว่ารู้ รู้ว่าผมเกลียด แล้วเอามันมาทำไม ...ไหนบอกว่าอยากลืม ไม่ให้จำ แล้วจะมาตอกย้ำทำไม”

“ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะวางให้ผู้อำนวยการเห็น”

“ผมผิดที่เห็นมันรึไง ฮะ! คิดเหรอว่ารู้ไม่ทัน ตั้งใจจะรื้อความทรงจำเก่าๆรึไง จะบอกให้นะ ต่อให้ขนดอกไม้มาเป็นสวน ผมก็ไม่สน”

สุริยงจะอธิบายแต่เขากลับสวนว่าไม่ฟังเพราะไม่ใช่ความจริง “คุณรู้ดีอยู่แล้วว่าดอกไม้นี้มันแปลว่าอะไร แล้วทำไมผมถึงเกลียดมัน”

สุริยงเครียด “ดิฉันต้องขอโทษ ดิฉันไม่ทราบจริงๆ ในสายตาดิฉันมันก็แค่ดอกไม้ธรรมดาๆ ที่บังเอิญลูกๆแอบใส่มาในกระเป๋า ดิฉันก็เลย...”

“ถ้าในสายตาคุณ มันเป็นแค่ดอกไม้ธรรมดาๆ แล้วไอ้แหวนที่ทำเป็นรูปดอกไม้ธรรมดาๆเนี่ย จะใส่มันไว้ทำไมเฮอะ...” เขมชาติคว้ามือสุริยงขึ้นระเบิดอารมณ์เสียงดัง จ้องหน้าอย่างเจ็บแค้นก่อนจะสะบัดมือเธอทิ้ง“ในเมื่อคุณพยายามจะหนีอดีต ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นใคร ก็อย่ามารื้อฟื้นอดีตของคนอื่น ครั้งหน้า ผมอาจจะไม่ปาแก้วไปที่กำแพง ระวังตัวไว้ให้ดี”

สุริยงนิ่งไม่หวั่นไหว เขมชาติโกรธเดินเข้าห้องทำงาน สุริยงก้มเก็บดอกไม้ของลูก รู้สึกปวดหัวมากขึ้น...

เขมชาติครุ่นคิดถึงอดีตของดอกฟอร์เก็ตมีน็อตและแหวนที่สุริยงใส่ ยิ่งแค้นใจกับคำพูดของสุริยงที่ว่ามันเป็นเพียงดอกไม้ธรรมดาๆ เขาพยายามขับไล่ความเจ็บปวดในหัวใจ

ooooooo

ช่วงพักกลางวัน สมคิดถามสุริยงด้วยความเป็นห่วงถึงเรื่องเมื่อเช้า และปลอบใจอย่าคิดมาก แต่พอเห็นสีหน้าเธอซีดเผือดจึงให้วิบูลย์พาไปห้องพยาบาลตัวเขามานั่งทำงานแทนเธอ พยาบาลบอกว่าเธอเป็นไข้หวัด วิบูลย์ให้นอนสักพักแล้วค่อยกลับบ้าน จะให้รถตู้ไปส่ง

พอเขมชาติรู้จากสมคิดว่าสุริยงไม่สบายก็เป็นห่วงแต่ยังวางฟอร์ม...ทำทีมาถามอาการของสุริยง พยาบาลบอกว่าไข้สูงมาก จัดยาใส่ถุงให้กลับไปทานที่บ้านด้วย เขาจึงให้ช่วยปลุกเธออ้างจะออกไปข้างนอกพอดี จะแวะส่ง และให้ไปสั่งคนเอารถเขามาจอดรอหน้าตึก...สุริยงโพล่งขึ้นทั้งที่ไม่ได้ลืมตา “ไม่ต้องค่ะ ดิฉันกลับแท็กซี่เองได้”

“ผมมีให้แค่สองตัวเลือก จะให้ผมลากออกไปหรืออุ้มออกไป แต่ไม่ว่ายังไง คุณก็ต้องไปกับผม เวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมายโสและไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาชนะ เพราะไม่ว่ายังไง คุณก็แพ้อยู่ดี”

“ฉันไม่ได้ยโสและไม่ได้อยากเอาชนะ ฉันแค่อยากกลับบ้านอย่างสงบ ไม่ต้องมารบกับผู้ชายบ้าอำนาจ” สุริยงเผลอปล่อยอารมณ์ปรี๊ดออกมา

“ดี...ปรี๊ดออกมาบ้างก็ดี อยากจะด่าอะไรก็ด่าออกมาเลย ผมเอียนท่าแข็งๆ แววตาเย็นชาของคุณอยู่เหมือนกัน เอาสิ ระเบิดออกมาเลย” เขมชาติมองกวนๆ

สุริยงพยายามข่มอารมณ์ลงจนนิ่งและเหนื่อยมาก กลั้นใจลุกขึ้นยอมให้เขาไปส่ง เขมชาติจะพยุงเธอผลักออกเซๆ เขมชาติหมั่นไส้ คว้าตัวเธอมากอดประคองแน่น อดปากเสียไม่ได้

“กลัวผมจะแตะต้องตัวนักหรือไง เล่นตัวมากนัก เดี๋ยวจะเดินออกไปทั้งแบบนี้”

สุริยงว่าเขาโรคจิต เขมชาติปล่อยหยิบถุงยาเดินตามออกไป...ในรถ เขมชาติเป็นห่วงว่าเธอหนาวจะหรี่แอร์ เธอส่ายหน้าไม่ไยดี เขาจึงเอาเสื้อสูทมาห่มแทน เธอทำหน้าแหยๆ เขาจึงยั่ว

“แค่เสื้อ มันไม่ทำให้เนื้อตัวคุณมีมลทินหรอกน่า เล่นตัวมากๆจะลากมากอดกลางวันแสกๆ กอดกันกลางถนน สะใจดี...ทำยังกะตัวเองเป็นสาวบริสุทธิ์ ลูกก็มีแล้ว สามีก็มีแล้ว ยังไม่รวมที่รอคิวจะเป็นสามีรับช่วงต่ออีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่” สุริยงเบือนหน้าระอา เขมชาติใส่ต่อ “คุณนี่เก่งนะ ระหว่างอยู่กับพ่อ ก็หว่านเสน่ห์ใส่ลูกไปด้วย พอพ่อ ตาย ลูกก็พร้อมจะรับไม้ต่อทันที เงียบ...แปลว่ายอมรับความจริง”

“ฉันเหนื่อย...อยากจะพูดอะไรก็พูดไป อยากจะคิดอะไรก็คิดไป ฉันไม่แคร์” เขมชาติไม่พอใจแกล้งเร่งความเร็วรถ เธอประชดอย่างเหนื่อยๆ “ขับเร็วๆก็ดีจะได้ถึงบ้านเร็วๆ แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เอาให้ตายคาที่นะ ฉันไม่อยากพิการ”

เขมชาติกัดฟันกรอดเจ็บใจที่ดูสุริยงไม่แคร์ตนบ้างเลย...พอถึงหน้าบ้าน สุริยงกล่าวขอบคุณ เขาเสียงเข้ม แค่นี้เองหรือ เธอประชดอีกว่าจะต้องเอาดอกไม้ธูปเทียนมากราบด้วยไหม

“ยังจะมีหน้ามาประชดอีก ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ เมื่อก่อนเป็นยังไงวันนี้ก็เป็นเหมือนเดิม ไม่เคยเห็น

คุณค่าของคน เห็นแต่คุณค่าของเงิน ถ้าเปลี่ยนจากขับรถมาส่ง เป็นเอาเงินสดมากองให้ตรงหน้า คงได้มากกว่าคำว่าขอบคุณ เผลอๆอาจจะได้ทั้งตัว”

สุริยงเจ็บจี๊ดตอกกลับ “ใช่...แต่ไม่เสมอไป สำหรับบางคนต่อให้เอาเงินมากองตรงหน้า ก็อาจจะไม่ได้อะไรเลย ถึงดิฉันจะต้องการเงิน แต่ดิฉันก็เลือก” พูดจบเธอลงรถปิดประตูใส่หน้า

เขมชาติเคืองตามลงไปดึงแขนสุริยงไว้ ถามหมายความว่าอย่างไร เธอตอบเชือดเฉือน หมายความว่า ต่อให้เขารวยล้นฟ้า เอาเงินทั้งหมดที่มีมากองตรงหน้า ก็ไม่ได้แปลว่าตนจะเลือกเขา เขมชาติโต้ “ให้ราคาสูงเกินไปแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนพูดแบบนี้ ผมอาจจะรู้สึกท้าทายอยากจะเอาชนะ แต่สภาพตอนนี้ แม้แต่เศษเงินก็อย่าหวัง”

สุริยงยกมือปราม “โอเค...พอได้แล้ว ที่ผ่านมา พยายามอดทนเพราะเห็นเป็นเรื่องงาน แต่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันมากเกินไปแล้ว”

“มากเกินไป! ถ้าที่ทำวันนี้มันมากเกินไป แล้วที่คุณเคยทำกับผมในวันนั้นมันเรียกอะไร”

“นี่คุณยังจมอยู่กับอดีตอีกเหรอ เมื่อไหร่จะลุกขึ้นและเดินข้ามมันไปซะที อะไรที่มันผ่านมาแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะยึดติดอยู่กับมัน...คุณจะจดจำแล้วเอาอดีตมาทำร้ายตัวเองก็เรื่องของคุณ แต่อย่าเอามันมาทำร้ายฉัน ฉันก้าวข้ามมันมานานแล้ว ไม่มีวันจะเจ็บปวดเพราะมันอีก ถ้าคุณยังไม่หยุดพูดถึงอดีต ฉันจะเดินออกไปจากชีวิตคุณและอย่าหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกในอนาคต” สุริยงผลักไหล่เขมชาติให้พ้นทาง เดินเข้าบ้านไปอย่างไม่แยแส ปล่อยเขายืนคุกรุ่นมากขึ้น

เขมชาติขับรถออกมาด้วยอารมณ์โกรธ พลันเห็นกระเป๋าและถุงยาของสุริยงลืมอยู่ตัดสินใจวกรถกลับไป... ระหว่างนั้น เอื้อแวะมา แปลกใจที่เห็นสุริยงยืนอยู่ เธอรีบบอกว่าไม่สบายลากลับมาพัก เขาจึงบอกว่าเอากระถางต้นไม้ที่เธออยากได้มาให้ ถือว่าเป็นของเยี่ยมแล้วกัน

ทันใด เขมชาติมาถึงเห็นเอื้ออยู่กับสุริยงก็ยิ่งเคือง สุริยงสะบัดหน้าเดินเข้าบ้าน เอื้อจึงมาต้อนรับ เขมชาติแขวะวันนี้ไม่มีงานหรือ เอื้อรู้สึกทะแม่งๆตอกกลับ

“มีครับ แต่ถึงมีงานผมก็ต้องหาเวลาแวะมาที่บ้าน หนูเล็กอยู่บ่อยๆ บ้านนี้มีแต่เด็ก ผู้หญิงแล้วก็ผู้สูงอายุ ต้องหมั่นมาดูแล...แล้วคุณเขมล่ะครับ ไม่มีงานเหรอครับ”

“มีครับ แต่พอดีต้องทำตามคำสั่งของคุณเกน เธอกำชับให้ผมดูแลแม่เลี้ยงคุณเอื้ออย่างดี ผมเห็นว่าไม่สบายก็เลยขับรถมาส่ง เพราะเป็นทางผ่านไปประชุมพอดี แม่เลี้ยงคุณเขาลืมกระเป๋ากับยาไว้ในรถผม ฝากให้เขาด้วย อ้อ... ไหนๆก็เจอคุณเอื้อพอดี ถ้าคุณมีโอกาสได้คุยกับคุณเกน ช่วยชื่นชมในความมีน้ำใจของผมให้เธอฟังด้วยนะครับ บอกตามตรงเลย ที่ผมมาส่งก็เพราะคุณเกน ถ้าเป็นพนักงานคนอื่นผมคงให้กลับเอง”

“ได้ครับ ผมไม่ลืมบอกแน่ แต่คราวหน้าคุณเขมโทร.บอกผมก็ได้นะครับ ผมไปรับหนูเล็กเอง ผมรับปากว่าจะไม่บอกเกน คุณยังได้หน้าเหมือนเดิม ส่วนผมก็ได้ดูแลหนูเล็ก คุณอยากเป็นฮีโร่ในสายตาของเกน ผมก็เป็นฮีโร่ในสายตาของหนูเล็กเหมือนกัน”

เขมชาติสะอึกที่ดูท่าทางเอื้อจริงจังมาก เอื้อชูกระเป๋าขอบคุณแล้วเดินเข้าบ้าน ปล่อยเขมชาติยืนหน้าชาอยู่ตรงนั้น

ooooooo

คืนนั้น เขมชาติมาทานข้าวบ้านเกนหลง เธอต่อว่าที่เขาหาเรื่องสุริยงจนป่วย เพราะรู้มาจากสมคิด และขอร้องเขาอย่าใช้อารมณ์กับใคร ไม่มีใครชอบพาลแต่จะลาออก คนที่รู้งานอย่างสุริยงหายาก ระวังจะเสียเธอไป เขมชาติสะอึกครุ่นคิด ไม่ยอมให้จบง่ายแบบนี้แน่

วันต่อมา เขมชาติใช้แผนอ่อนโยนเข้ามาง้อสุริยงขอเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ โดยอ้างที่เธอพูดเมื่อวาน อะไรที่ไม่ดีไม่ต้องจำ ตนเลือกจะลืมเรื่องร้ายๆ จำแต่สิ่งดีๆคือความเป็นเพื่อนของเรา ในเมื่อเธอลืมทุกอย่างได้และมีความสุขกับลูกๆทั้งลูกจริงและลูกเลี้ยง ตนก็อยากมีความสุขแบบนั้นบ้าง พร้อมกล่าวขอโทษที่พูดไม่ดีกับเธอ...สุริยงงงอึ้งๆ

“ชีวิตของดิฉัน เริ่มต้นใหม่มาหลายครั้ง จะเริ่มต้นอีกสักครั้งเป็นไรไป”

เขมชาติยิ้มกว้างส่งมือให้เธอ สุริยงลังเล เขาสำทับว่าจับมือทำสัญญาระหว่างเราหรือเธอไม่กล้า สุริยงครุ่นคิดค่อยๆยื่นมือไปจับมือเขา เขมชาติบีบแน่น สัญญาจะเริ่มต้นใหม่อย่างดีที่สุด สมคิดโผล่มาตะลึง เขมชาติเห็นรีบอธิบายว่ากำลังทำสัญญาสันติภาพ ให้เขามาเป็นพยานเสียเลย หลังจากนั้นเขมชาติเดินเข้าห้องทำงาน แอบยิ้มอย่างพอใจ เริ่มสนุกกับแผนร้ายของตัวเอง

ขณะเดียวกัน เกนหลงเข้ามาร่วมกลุ่มชมรมนักปั่นจักรยานที่เอื้ออยู่มาก่อน ทั้งสองปั่นไปรอบเกาะรัตนโกสินทร์จนค่ำ แล้วมานั่งทานอาหารริมแม่น้ำ บรรยากาศสวยงาม เอื้อบอกให้คราวหน้าชวนเขมชาติมาด้วย เกนหลงบ่น รายนั้นทำแต่งานไม่มีเวลาทำกิจกรรมใดๆ เอื้อเสริมเหมือนสุริยง แต่ละวันทำงานกับดูลูกเท่านั้น...เกนหลงเลียบเคียงถามทำไมสุริยงต้องมาทำงาน

ค่ำวันนั้น วิบูลย์แวะส่งสุริยงที่บ้านและกำชับจะมารับเจ็ดโมงเช้าตามคำสั่งเขมชาติ จนกว่ารถเธอจะซ่อมเสร็จ แล้วแสดงความดีใจที่เธอสงบศึกกับเขมชาติ คงไม่คิดลาออกแล้ว...แต่คำตอบของเธอ ทำให้วิบูลย์ต้องมารายงานเขมชาติว่าสุริยงยังจะลาออก วิบูลย์อดถามไม่ได้ว่าที่ทำทั้งหมดเพราะเขาไม่อยากให้เธอลาออกใช่ไหม คงเสียดายฝีมือทำงานของเธอ

“ก็คงงั้น เห็นทั้งคุณ ทั้งคุณสมคิดปลื้มกันนักหนา นานๆจะเจอคนมีความสามารถ จะปล่อยให้ออกไปได้ ยังไง” แต่ในใจเขาครุ่นคิด จะปล่อยไปง่ายๆได้อย่างไร...

เอื้อแวะมาหาสุริยงที่บ้าน เพื่อถามเรื่องที่เธอจะลาออกจากงาน และเสนอให้เธอมาทำงานกับตนได้ทันที สุริยงถอนใจ แค่เรื่องมรดกลูกๆยังไม่เรียบร้อย ถ้าตนเสนอหน้าเข้าไปทำงาน มีหวังบริษัทเขาแตกแน่ เอื้อยิ้มแหยๆ รู้ถึงฤทธิ์เดชพี่สาวน้องสาวตัวเองดี

เช้าวันใหม่ เกนหลงมาบอกเขมชาติว่าจะไม่ทำงานกับเขา เพราะถ้าตนทำสุริยงจะเดือดร้อนจากการลาออก ตนสงสารที่เธอต้องทำงานเลี้ยงพ่อแม่และลูกๆ จนกว่าลูกๆจะได้รับมรดก ตนถามเรื่องราวทั้งหมดจากเอื้อและสมคิดหมดแล้ว...เขมชาติขุ่นเคือง คิดหาทางออกด้วยการ แอบมาดึงสุริยงไปคุยที่มุมลับตาคน สุริยงตกใจ หวั่นไหวกับการที่เขาใกล้ชิด เขมชาติกระซิบใกล้ๆ บอกเธอว่าเป็นเรื่องลับสุดยอด เกรงเกนหลงได้ยิน สุริยงจึงให้เขารีบๆพูดมา
เขมชาติรุกเร้า “ตอนนี้คุณเกนเข้าใจผิด คิดว่าคุณลาออกเพราะผมชวนเขามาเป็นเลขา คุณเกนเลยปฏิเสธไม่มาทำงานกับผม แต่ผมไม่ยอม ผมรอวันที่จะได้อยู่ใกล้ชิดเขา ได้มีโอกาสเรียนรู้กันและกันมานานแล้ว ผมจะไม่ยอมให้โอกาสหลุดมือ คุณต้องช่วยผมนะ”

สุริยงเบนหน้าออกห่าง ถามจะให้ช่วยอย่างไร เขาบอกให้ทำอย่างไรก็ได้ให้เกนหลงยอมทำงาน เขมชาติอ้อน “นะ นะ ช่วยผมหน่อยนะ ช่วยพูดให้เขาสบายใจว่าเขาไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณต้องลาออก ผมขอร้องล่ะนะ...คุณคนเดียวที่จะเปลี่ยนใจคุณเกนได้ ช่วยผมหน่อยนะ คิดว่าช่วยในฐานะเพื่อนก็ได้”

สุริยงพยายามผละออกห่าง “ดิฉันจะลองดู แต่ไม่รับปากนะคะว่าจะทำสำเร็จหรือเปล่า”

เขมชาติยิ้มมุมปากที่เธอใจอ่อนจนได้ สุริยงเดินมาหาเกนหลงในห้องทำงานเพื่อยืนยันกับเธอว่า ตนไม่ได้จะลาออกเพราะเธอ เกนหลงหาว่าถูกเขมชาติบังคับให้พูด เธอยืนยันไม่ได้ถูกบังคับ ตนอยากลาออกเพราะเหตุผลส่วนตัว เกนหลงยื่นคำขาด ไม่ให้เธอลาออกจนกว่าจะมีงานใหม่ ถ้าเธอออกตนจะไม่มาทำงานเช่นกัน เขมชาติส่งสายตาอ้อนวอนสุริยงให้รับปาก

“ก็ได้ค่ะ...ดิฉันไม่ลาออกก็ได้ค่ะ”

เขมชาติลืมตัวยกมือทำท่า...เยส พอถูกมองก็ออกตัวว่าดีใจที่เกนหลงมาเป็นเลขา เกนหลงกำชับสุริยง ห้ามเปลี่ยนใจ ถ้าตนมาทำงานแล้วเธอแอบลาออก ตนจะตามถึงบ้าน เขมชาติเนียน

“สุริยงเขาเป็นคนรักษาคำพูด เขาบอกไม่ออกก็คือไม่ออก...ใช่ไหม”

สุริยงรับปากกับเกนหลงอีกที เขมชาติแกล้งอ้อนให้เกนหลงมาเริ่มงานวันจันทร์นี้ สุริยงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน เมินหน้าหนี เขมชาติแอบสะใจ...สุริยงถอยออกมานั่งอ่อนใจที่โต๊ะทำงาน หวั่นใจว่ากำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้นกำลังจะถูกเจาะทีละนิดๆ เขมชาติเดินไปส่งเกนหลงที่รถ เขาถามว่าเธอรู้เรื่องสุริยงจากเอื้อได้อย่างไร แล้วทำท่าหึง

“ไม่ต้องมาทำเป็นหึงเลยค่ะ พี่เอื้อเขาไม่สนใจเกนหรอก ในใจเขามีแต่คุณสุ...เท่านั้นค่ะ”

“แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง จะเป็นไปได้ยังไง” เขมชาติเผลอติง

“พี่เอื้อเขารักจริง ถึงเป็นไปไม่ได้ก็ไม่ล้มเลิกง่ายๆ เกนนับถือจิตใจพี่เอื้อจริงๆ บางทีเกนอาจจะแอบเป็นแม่สื่อให้พี่เอื้อก็ได้นะคะ”

เขมชาติเสียงเข้มว่าไม่ได้ เกนหลงตกใจเขาเป็นอะไร เขารู้สึกตัว อ้างว่าเห็นมาหลายรายแล้วแม่สื่อแม่ชักสุดท้ายก็ได้เอง เกนหลงเอ็ดไร้สาระ แล้วขึ้นรถออกไป เขมชาติหน้าเครียดทันที

กลับขึ้นมา เขมชาติมองสุริยงที่นั่งทำงานอยู่ด้วยแววตาอคติ เคียดแค้น ปรับสีหน้าเข้าไปชะโงกมองเธอใกล้ สุริยงเงยหน้ามาสะดุ้ง เขาทำทีดีใจโผกอดเธอทันที เธอตัวเกร็งอึ้งๆ

“ขอบคุณ ผมขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆนะ...วดี”

สุริยงพยายามดันเขา ปรามไม่ต้องทำขนาดนี้ เขมชาติยิ้มระรื่นอ้างดีใจที่เธอไม่ลาออกทำให้เกนหลงยอมทำงานกับตน สุริยงดันตัวดึงมือออก บอกเขาว่าตนไม่ได้เปลี่ยนใจไม่ลาออก แค่เลื่อนเวลาออกไป ถ้าเกนหลงทำงานได้เองหรือตนหางานใหม่ได้ก็จะไป

“อ้อ...ดิฉันชื่อสุริยง ผู้อำนวยการจะเรียกสั้นๆว่าสุ ก็ได้ค่ะ”

“ผมขอโทษ ก็เรียกแต่วดี ติดปากมาตั้งหลายปี ไม่เคยลืมชื่อนี้ จู่ๆจะให้ลืมมันก็ต้องใช้เวลาหน่อย”

“ดิฉันให้เวลาถ้าผู้อำนวยการตั้งใจ ไม่นานลืมได้แน่ค่ะ”...เขมชาติไม่พอใจแกมหมั่นไส้

ooooooo

ทันทีที่เกนหลงกลับถึงบ้าน อรทัยโทร.หาชวนไปงานเปิดคอลเลกชั่นห้องเสื้อของเพื่อน แต่เกนหลงปฏิเสธอ้างมีงานต้องทำ แถมต้องไปฝึกงานกับสุริยง อรทัยหน้าตึงเมื่อรู้ว่าสุริยงทำงานอยู่กับเขมชาติ เธอฮึดฮัดฟ้องอัมพิกาว่าเกนหลงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับนัด

อัมพิการู้ว่าเกนหลงเป็นคนฉลาด คงรู้แผนการ อรทัยบอกเรื่องสุริยงทำงานกับเขมชาติและดูท่าเกนหลงจะปลื้มเอามาก อัมพิกาย้อนถามแล้วเขมชาติปลื้มด้วยหรือเปล่า อรทัยขมวดคิ้วชักสงสัย อัมพิกาส่งนักสืบไปสืบว่าทั้งสองเป็นมากกว่าเจ้านายกับเลขาหรือเปล่า อรทัยยิ้มพอใจ

วิบูลย์แอบเห็นตอนที่เขมชาติกอดสุริยง รีบมาเล่าให้สมคิดฟังแถมสาธิตการกอดให้ดู วิเวียนเข้ามาเห็นตะลึง ทั้งสองรีบปฏิเสธไม่ได้เป็นอย่างที่คิด วิเวียนรายงานว่าเขมชาติเรียกพบ...วิบูลย์ถูกเขมชาติใช้ให้ไปชวนสุริยงออกไปซื้อของมาตกแต่งห้องทำงานของเกนหลงในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันหยุด โดยจะจ่ายโอทีให้ ถ้าเขาทำไม่สำเร็จเขาจะเดือดร้อน วิบูลย์จำต้องอ้อนวอนจนสุริยงใจอ่อน ทั้งที่เธอต้องพาลูกๆไปเรียนว่ายน้ำ จึงต้องขอร้องเอื้อให้พาไปแทน

รุ่งเช้า สุริยงแต่งตัวลำลองน่ารัก พอออกมาหน้าบ้านต้องตะลึงเมื่อเห็นเขมชาติยืนพิงรถรออยู่ เขาอ้างว่าวิบูลย์ติดงานด่วน จึงต้องไปแทน เขาไม่รอให้เธอบ่ายเบี่ยง แกล้งกวน

“รีบไปกันเถอะครับ จะได้ไม่เสียเวลา ผมรู้ว่าวันนี้วันครอบครัว คุณต้องอยู่กับลูกๆทั้งลูกจริงลูกเลี้ยง ผมไม่กล้ารบกวนนานหรอกครับ เกรงใจ”

สุริยงหลงเชื่อ เขมชาติแอบยิ้มที่หลอกได้อีกครั้ง...เขาพาเธอมาร้านเฟอร์นิเจอร์แกล้งจับมือเธอมาดูนั่นนี่ สุริยงพยายามดึงมือออก เขากลับดันตัวเธอให้ลองนั่งเก้าอี้ทำงานว่าสบายไหม เขากดไหล่เธอไว้จนเธอต้องบอกว่า จะนั่งไม่สบายเพราะเจ็บไหล่ เขมชาติทำทีนวดไหล่ให้ เขาพยายามทำทุกอย่างที่เคยทำกับเธอในอดีต ให้เธอรู้สึกถึงความหลัง เขาแซวว่าเธอหน้าแดง

“ดิฉันไม่ใช่ผู้หญิงขี้อาย ถ้าจะหน้าแดงก็คงจะเป็นเพราะโกรธ หรือร้อน หรือไม่...ผู้อำนวยการก็ตาฝาด” เขมชาติขมวดคิ้วไม่พอใจที่เธอไม่ยอมรับ สุริยงเปลี่ยนเรื่อง “เก้าอี้ตัวนี้นั่งสบายดี เป็นแบบที่คุณเกนน่าจะชอบ ถ้าผู้อำนวยการพอใจก็ซื้อได้เลยค่ะ ส่วนโต๊ะดิฉันให้ทางร้านเลือกไว้แล้ว จ่ายเงินได้เลย เรียบร้อยแล้วจะได้รีบกลับ ลูกๆรออยู่ค่ะ” สุริยงลุกจะเดินไป

เขมชาติไม่พอใจแกล้งยื่นขาไปขัดให้เธอสะดุดล้ม แล้วเขาก็ดึงเธอไว้ให้ล้มมานั่งตักเขาพอดี ระหว่างนั้น นักสืบที่อัมพิกาส่งมาแอบถ่ายภาพไว้หลายช็อต...

เขมชาติแกล้งกระซิบข้างหูสุริยงว่าเขาขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ แต่เธอสวนว่าเขาตั้งใจแต่พูดไม่ออกว่าเพื่ออะไร เขาหัวเราะเยาะ

“คุณคิดว่าผมตั้งใจจะหลอก แต๊ะอั๋งคุณอย่างนั้นเหรอ ฮึๆ ผมจะทำแบบนั้นทำไม ถ้าผมทำ ผมมีแต่เสียกับเสีย เพราะถ้ามีคนรู้จักคุณเกนมาเห็น ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน...คุณเองก็ไม่ใช่สาวๆ แล้วก็ไม่ใช่สาวโสด ผมไม่คิดจะแลกคุณเกนกับแม่หม้ายลูกติดหรอกน่า ไม่ต้องห่วง” รู้ว่าสุริยงต้องเจ็บจี๊ด เขาแกล้งย้ำ “ผมขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ แต่ถ้าอ้อมค้อม กลัวว่าคุณจะไม่เข้าใจ ผมไม่อยากให้คุณคิดมาก ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อน เป็นเจ้านายลูกน้อง ผมไม่ได้คิดอย่างอื่นจริงๆ สบายใจได้” ในใจเขมชาติลิงโลด

“ก็ดีค่ะ ผู้อำนวยการคิดถูกแล้ว ดิฉันให้พนักงานคิดเงินเลยนะคะ จะได้รีบกลับ” สุริยงเชิดหน้าเจ็บลึกๆในใจ เดินนำไปที่แคชเชียร์ เขมชาติแอบยิ้มสะใจ

เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย สุริยงจะแยกตัวกลับ แต่เขมชาติหาเรื่องขอให้ช่วยอีกอย่าง...เขาพาเธอมาที่ร้านดอกไม้ให้ช่วยเลือกดอกไม้ให้เกนหลง สุริยงจัดการแล้วรายงานเขาว่า ทางร้านจะนำไปจัดให้ในวันพรุ่งนี้ เขมชาติยื่นช่อดอกไม้ที่เลือกให้เธอเป็นการตอบแทน สุริยงนึกถึงวันที่เขาปาแก้วดอกไม้ทิ้ง เขารู้ทันคะยั้นคะยอให้เธอรับ ไม่ต้องกลัวว่าตนจะปาทิ้งอีก

“ผมบอกแล้วไงว่าผมยุติสงครามแล้ว จะว่าไป ผมไม่ได้ให้ดอกไม้ผู้หญิงมานานมากแล้ว เพราะทุกครั้งที่ผมเห็นดอกไม้ ทำให้ผมคิดถึง...เธอคนนั้น”

สุริยงหันหน้าหนีเกรงเขาเห็นสายตาอาลัยของตน...เขมชาติอ้างว่าตัวเขาต้องการเริ่มต้นใหม่ อดีตจะไม่ทำให้เขาเจ็บปวดอีก เขาดึงมือเธอมารับดอกไม้ เธอยิ้มน้อยๆจะเดินไป เขาเรียกเธอ...วดี...เธอชะงักแต่ไม่หันมา เขมชาติจึงเรียกใหม่ว่า...สุริยง เธอจึงยอมหันกลับมา เขากล่าว

“เราต่างมีความหลังที่ต้องลืมและมีความหวังที่จะเริ่มต้นใหม่หวังว่าเราจะเริ่มไปด้วยกัน”

“ไม่มีปัญหาค่ะ ตราบใดที่การเริ่มต้นของผู้อำนวยการตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงและความถูกต้อง ดิฉันก็พร้อมจะเริ่มอยู่แล้วค่ะ” สุริยงเริ่มตายใจเดินไป

เขมชาติยิ้มกริ่มเห็นดอกไม้หล่นลงพื้นจากช่อของสุริยงหนึ่งดอก เขาก้าวเข้าเหยียบขยี้อย่างไม่เห็นค่าของมันเลย ช่างต่างกับสิ่งที่เขาพูดกับเธออย่างสิ้นเชิง

ooooooo

เกนหลงเดินตามฟังตัวแทนบริษัททำสระว่ายน้ำอธิบาย เธอพอใจและยินดีให้บริษัทนี้เข้าไปดูแลสระว่ายน้ำในโรงแรมที่กำลังสร้างใหม่ พลัน เห็นเอื้อนั่งอยู่ริมสระจึงเข้าไปทักทาย

“พี่เอื้อ...พอดีเกนมีนัดคุยกับบริษัทติดตั้งสระว่ายน้ำน่ะค่ะ เขานัดให้เกนมาดูระบบบำบัดน้ำเสียที่เขาติดตั้งให้สระนี้ แล้วพี่เอื้อมาทำอะไรคะ”

“พาน้องชายมาเรียนว่ายน้ำครับ เด็กแฝดคู่โน้นน่ะครับ”

เกนหลงมองไปแล้วนึกได้ว่าคงเป็นลูกของสุริยง เธอรู้สึกเอ็นดูเด็กทั้งสองมาก คู่แฝดวิ่งขึ้นจากสระมาหา เอื้อจึงขอตัวพาเด็กๆไปอาบน้ำให้เธอรอสักครู่...สักพัก เอื้อพาคู่แฝดแต่งตัวน่ารักปะแป้งขาวนวลออกมาแนะนำให้รู้จักเป็นทางการ เอื้อแปลกใจที่เด็กทั้งสองเข้าหาเกน–หลงอย่างเป็นกันเอง ทั้งที่ปกติจะสนิทกับคนอื่นยาก ไก่กับไข่ชวนเอื้อไปซื้อเค้กฝากคุณยาย

“โห...น่ารักจัง คุณยายจะต้องดีใจมากๆแน่ เอางี้ดีกว่า พี่เกนว่าถ้าซื้อเค้กให้เฉยๆมันธรรมดาไป ถ้าจะให้พิเศษมากๆ ไก่กับไข่จะต้องทำเอง”

ทั้งสองทำหน้างงๆ เกนหลงยิ้มหวานพยักหน้า แล้วพาทุกคนไปที่ร้านเค้กน่ารักๆร้านหนึ่ง ซึ่งเปิดให้ลูกค้าได้แต่งหน้าเค้กกันเอง ไก่กับไข่ตื่นเต้น สนุกสนานกับการได้แต่งหน้าเค้กเอง เอื้อนึกสนุกขอทำด้วยหนึ่งอันเพื่อเอาไปให้สุริยง เกนหลงจึงทำอีกอันฝากเขมชาติ ทั้งสี่คนสนุกสนานหยอกล้อกันเหมือนครอบครัวสุขสันต์...

เย็นวันนั้น เกนหลงแวะเอาเค้กมาเซอร์ไพรส์เขมชาติที่บ้าน พอเขารู้ว่าเธอไปทำกับเอื้อและเด็กๆก็รู้สึกเจ็บจี๊ดๆอย่างคนมีแผลในใจ แล้วกลบเกลื่อนทำเป็นหึง เกนหลงหัวเราะขำๆ

“ซักยังกะหึง รู้ไหมคะ คนเจ้าชู้มักจะเป็นคนขี้หึง ยิ่งหึงมากยิ่งเจ้าชู้มาก ระแวงว่าอีกฝ่ายจะแอบมีคนอื่นอยู่ลับหลังเหมือนตัวเอง”

“ไม่ใช่ผมแน่นอน เพราะไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง ผมมีคุณคนเดียวเท่านั้น” เขมชาติสะอึกเฉดึงมือหญิงสาวมากุม โดยในใจคิดเพียงว่าทำเช่นนี้จะแก้แค้นสุริยงได้

เกนหลงยิ้มปลื้ม เริ่มรู้สึกวางใจและมั่นใจในตัวชายหนุ่มมากขึ้น กำแพงที่เคยมี ดูเหมือนจะค่อยๆบางลง...เขมชาติยังขอเป็นเจ้ามือพาเธอไปทานข้าวเย็นในวันพรุ่งนี้ ตอบแทนที่เธอทำเค้กมาให้ ให้เธอเลือกร้านตามใจชอบ เขาจะไปรับที่บ้าน แต่พอเกนหลงกลับไปไม่ทันไร สมคิดโทร.มาบอกว่า พรุ่งนี้เช้า มีแขกพิเศษอยากขอเข้าพบเป็นการส่วนตัว เขมชาติครุ่นคิดใครกัน...

ในขณะที่ สุริยงกำลังมองเค้กที่เอื้อวางไว้ให้พร้อมโน้ต “ผมแต่งหน้าขนมเค้กเอง ทำใจหน่อย ให้นายธนาคารมาแต่งหน้าเค้กก็ดีที่สุดเท่านี้ เก็บไว้ทานพรุ่งนี้เช้านะครับ...เอื้อ”

สุริยงอมยิ้ม แต่พอหันมาเห็นดอกไม้ที่เขมชาติให้ เธอชะงักไม่อยากสนใจ แต่ใจมันพาไปหยิบมาชื่นชม จัดใส่แจกันอย่างทะนุถนอม พอรู้สึกตัวก็ส่ายหน้า สลัดความรู้สึกนั้นทิ้ง

ooooooo

รุ่งเช้า สมคิดพาอัมพิกามาพบเขมชาติที่บ้าน เขาเข้าไปรายงานเขมชาติก่อนว่า เมื่อวาน อัมพิกาให้เลขาติดต่อมาหาตนบอกว่ามีเรื่องส่วนตัวคุยด้วย เขมชาติตัดสินใจออกไปคุย

อัมพิกาวางท่าอย่างนางพญา เขมชาติยกมือไหว้แล้วถามมีอะไรให้ตนรับใช้ เธอรับไหว้แล้วเย้าว่าตนไม่กล้าใช้อะไรเขา เพียงแค่มีเรื่องมาแจ้งให้ทราบและอยากเตือน

“พี่ต้องขอโทษที่ขอมาพบที่บ้านในวันหยุด และติดต่อผ่านทางผู้ช่วยไม่ใช่เลขา...ที่ทำแบบนี้เพราะกลัวว่าจะโดนกีดกัน จากพวกวัวสันหลังหวะ”

“คุณอัมพิกาหมายถึงเลขาของผม ที่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของคุณใช่ไหมครับ”

“พี่ไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นพูดถึงครอบครัวเรายังไง แต่เรื่องแรกที่พี่อยากจะแจ้งให้คุณเขมทราบคือ...ถึงแม้ผู้หญิงคนนั้นจะใช้นามสกุลรัตนชาติ แต่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวของเรา เขาเป็นได้อย่างมากก็แค่นางบำเรอ ที่มีทะเบียนสมรสของคุณพ่อพี่ ผู้หญิงไร้ศักดิ์ศรีที่แต่งงานเพราะเงิน”

“ทำไมคุณอัมพิกาถึงมั่นใจอย่างนั้น สุริยา...สุริยงอาจจะแต่งงานเพราะความรักก็ได้”

“ผู้หญิงที่ยอมแต่งงานกับเพื่อนพ่อเพื่อแลกกับเงินสองร้อยล้าน จะรักใครเป็นนอกจากตัวเอง...พ่อของสุริยงเป็นเพื่อนกับคุณพ่อ เมื่อก่อนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แล้วก็เจ๊ง ไม่มีเงินมาจ่ายหนี้ให้ธนาคาร ด้วยความสงสาร คุณพ่อเลยยื่นข้อเสนอขอลูกสาวมาเป็นนางบำเรอ ทางโน้นก็ระริกระรี้ รีบเอาลูกสาวใส่พานมาให้ เพื่อแลกกับหนี้สองร้อยล้าน”

เขมชาติอึ้งๆ ฟังเก็บข้อมูลอย่างตั้งใจ สมคิดงุ่นง่านอยากรู้ว่าอัมพิกามีเรื่องอะไรมาบอกเจ้านายของตน...เขมชาติฟังอัมพิกาขุดคุ้ยอดีตของสุริยง “ได้ข่าวว่า อยากแต่งงานจนตัวสั่นถึงกับลาออกจากมหาวิทยาลัย ทั้งๆที่เหลืออีกแค่เทอมเดียวก็จบ แต่ก็ยอมลาออกมาแต่งงาน คงกลัวคุณพ่อเปลี่ยนใจเลยรีบตะครุบจับไว้ไม่ยอมปล่อย พอคุณพ่อเสียมันก็รีบเบนเข็มมาที่เอื้อทันที ฟังแล้วคุณเขมก็คิดเองแล้วกัน ว่าผู้หญิงคนนี้จะแต่งงานเพราะความรักหรือเปล่า”

“เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง...” เขมชาติพึมพำ อัมพิกาเสริมว่า เรื่องของสุริยงยังมีอีกมากที่เขาคิดไม่ถึง บอกได้เลยว่า ผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เขาคิด...ชายหนุ่มเชื่อไปเกินครึ่งเพราะมีอคติอยู่แล้ว เขาขอบคุณที่อัมพิกามาบอก หญิงสาวยิ้มอย่างพอใจและสะใจ ที่เห็นสายตาเขมชาติดูถูกและชิงชังสุริยง

ส่วนอรทัย เธอเอารูปถ่ายที่ได้จากนักสืบมาให้เอื้อถึงคอนโด ให้เขาได้เห็นความร่านของสุริยง อี๋อ๋อกับเจ้านายกลางที่สาธารณะ เอื้อมองรูปอย่างพิจารณาไม่อยากเชื่อ เขาวิเคราะห์ว่า สีหน้าสุริยงไม่ได้มีความสุข แสดงว่าภาพที่ออกมาเป็นอุบัติเหตุมากกว่า เป็นการแอบถ่ายตอนเผลอ สุริยงมีสีหน้าเกร็งขณะจับมือกับเขมชาติ และท่าทีที่นั่งตักก็ดูไม่สบายหรือมีความสุขเลย

“อ๊าย...อรกับพี่อัมพยายามเตือนแล้วนะ พี่เอื้อ ไม่ฟังเอง คอยดู สักวันพี่จะต้องเสียใจเพราะมัน” อรทัย กระฟัดกระเฟียดกลับไป เอื้อหยิบรูปมาดูอีกครั้ง รู้สึกหวั่นใจกับความใกล้ชิดของเขมชาติและสุริยงอยู่เหมือนกัน...ด้านเขมชาติ ง่วนกับการค้นหาข่าวในอดีตถึงการล้มละลายของพ่อสุริยง จนลืมนัดกับเกนหลง เธอโทร.มาบ่นว่าหิวมาก เขากลับย้อนถามหิวแล้วทำไมไม่ทาน พลันนึกได้

“แย่แล้ว! ผมลืมนัดคุณเกน ผมขอโทษ พอดีมีเรื่องด่วนเข้ามาก็เลยลืมไปเลย” เขมชาติรีบแต่งตัวพร้อมคุยโทรศัพท์กับเกนหลงว่า ตนได้จองร้านไว้แล้ว จะรีบไปรับเกนหลงจึงบอกว่าจะให้คนรถที่บ้านไปส่งจะได้ไม่เสียเวลา...พอมาถึงร้านอาหารหรู บนดาดฟ้าโรงแรม เขมชาติรอต้อนรับท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก พนักงานนำเค้กที่เขมชาติแต่งหน้าเค้กเองมาวางให้ เป็นคำขอโทษ เกนหลงยิ้มล้อว่า

“เขียนแค่นี้เอง ทำมาเป็นคุย เกนยกโทษให้ก็ได้ เพราะตอนนี้หิวมาก ขอทานก่อนนะคะ เรื่องโกรธเอาไว้ทีหลัง”

เขมชาติโล่งอกและพยักหน้าให้พนักงานเสิร์ฟอาหารที่สั่งไว้แล้ว เกนหลงทานอย่างเอร็ดอร่อยไม่มี ฟอร์มเหมือนสาวไฮโซทั่วไป เขมชาติมองอย่างเอ็นดู... ทานอาหารเสร็จก็จิบชา เกนหลงบอกเขาว่าตนอยู่ดึกไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้ต้องเริ่มทำงาน ไม่อยากไปสาย ชายหนุ่มยิ้มบอกเธอว่าได้เตรียมห้องทำงานอย่างดีไว้ให้ เธอเย้าอาจทำแค่วันเดียวก็โดนเจ้านายไล่ออก เขาบอกไม่มีวัน เธอออกตัวว่าตนทำงานช้า ไม่หนักแน่น เยือกเย็นเหมือนสุริยง เขมชาติกรุ่นทันที

“อย่าเอาตัวคุณไปเทียบกับเขา แม้แต่ปลายก้อยของคุณ เขาก็เทียบไม่ได้”

“เขมก็พูดเกินไป เกนไม่ได้ดีกว่าคุณสุสักหน่อย”

“ถึงคุณจะถ่อมตัว แต่ความจริงก็คือความจริง ผมผ่านอะไรมามาก ผมรู้ว่าเพชรกับพลอยมันต่างกันยังไง ผมไม่โง่อีกต่อไป” เกนหลงแย้งแสดงว่าเคยโง่ “ใช่...ทั้งโง่ ทั้งงมงาย ดูคนไม่ออก โดนหลอกจนต้องเจ็บเกือบตาย แต่ผมตั้งใจไว้ว่า จะใช้บทเรียนที่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด”

เกนหลงสัมผัสได้ถึงความเจ็บของเขา “คุณเขมคะ ไม่มีใครหรอกนะคะที่ไม่เคยโง่ แล้วก็ไม่มีใครที่จะสมหวังไปทุกอย่าง คนเรามีความหวังตั้งมากมาย มันก็ต้องมีทั้งสมหวังและผิดหวัง บทเรียนแต่ละบทที่เราได้รับ เป็นสิ่งที่เราซื้อไม่ได้ จ้างใครมาสอนก็ไม่ได้ เราต้องเจอเอง ต้องเจ็บเอง ถึงจะรู้ว่ามันเป็นยังไง”

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement