อย่าลืมฉัน ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 3


2 ต.ค. 2560 14:22
2,175,722 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

เขมชาติควงเกนหลงมาถึงหน้างานแต่งงาน นักข่าวรุมล้อมถ่ายภาพ พลันเขมชาติเหลือบเห็นสุริยงแทรกผู้คนออกไป เขาลืมตัวจะเดินตาม เกนหลงแปลกใจที่เห็นเขมชาติเดินเลยประตูเข้างานจึงร้องเรียก เขาชะงักละล้าละลังก่อนจะเอ่ย ขอตัวไปห้องน้ำแล้วจะตามเข้าไป

เกนหลงเลี่ยงไปทางโต๊ะเครื่องดื่ม จึงได้เจอกับเอื้อโดยบังเอิญ ต่างยิ้มแย้มเข้าหากัน

“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน นึกว่าจะจำกันไม่ได้ซะแล้ว” เกนหลงทัก

“จำได้สิ ใครจะลืมสาวฮอตประจำบอสตัน”

“ไม่จริง คนที่ฮอตน่ะพี่เอื้อต่างหาก เกนได้ยินชื่อเสียงตั้งแต่ยังไม่ได้ไปเรียน เพื่อนๆลือกันให้แซดว่าที่บอสตันมีรุ่นพี่คนหนึ่งหล่อมาก เป็นลูกชายเจ้าของธนาคารอีกต่างหาก เรียกว่าฮอตข้ามทวีป...ตอนคุณพ่อบอกว่าเป็นงานแต่งของครอบครัวรัตนชาติ เกนคิดว่าเป็นพี่เอื้อแน่ๆ”

เอื้อขำ ยืนยันแต่งเมื่อไหร่จะส่งการ์ดให้เป็นคนแรก อัมพิกามองมาสะกิดให้อรทัยดู พอดีเอื้อยื่นหน้าเข้าถามเกนหลงมาคนเดียวหรือ เธอนึกได้มองไปรอบๆว่าเขมชาติหายไปนาน

บริเวณระเบียงของโรงแรม สุริยงยืนสูดอากาศให้สบายใจ ทันใด เขมชาติเข้ามาแขวะ “จะมาจับผู้ชายรวยๆ ตามงานแต่งงาน มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดสินะ ถึงได้มายืนกลุ้มอยู่คนเดียว”

สุริยงสะดุ้งหันมาเห็นเขมชาติก็แปลกใจ เขายังแนะนำให้เธอไปตามงานศพ อาจจะได้พ่อม่ายรวยๆแก่ๆ ติดไม้ติดมือมากกว่า สุริยงส่งยิ้มสวน

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ เอาไว้ถ้าไปงานศพของ...คนรู้จัก ดิฉันจะลองดูนะคะ”

“ไม่ต้องมาย้อน...” เขมชาติเสียงเขียว

“ดิฉันไม่ได้ย้อน ในเมื่อผู้อำนวยการคิดว่าดิฉันมาที่นี่เพื่อจับคนรวยๆ ดิฉันก็แค่ยอมรับ ยอกย้อนตรงไหนไม่ทราบ”

“ได้แต่งตัว ใส่เครื่องเพชรเดินอยู่ในแวดวงของคนชั้นสูงเข้าหน่อย องค์ไฮโซลงหรือไงถึงได้กล้าเถียงเสียงแข็งแบบนี้ อย่าลืม ผมเป็นเจ้านายของคุณ ไม่ใช่เพื่อนเล่น...ที่มาวันนี้ คงอยากประกาศความเป็นเมียเจ้าสัวให้คนอื่นรู้ล่ะสิ ขนาดเขาไม่ทิ้งสมบัติอะไรไว้ให้ ก็ยังจะยึดติดอยู่กับอดีต จมไม่ลง น่าสมเพช”

“ก็คงไม่ต่างกับบางคน เรื่องผ่านมาตั้งนานแล้วก็ยังไม่ปล่อยวาง ยึดติด หมกมุ่น ประชดประชันไม่เว้นแต่ละวัน น่าสมเพชไม่น้อยไปกว่ากัน” สุริยงตอกกลับหันหลังจะเดินหนี

เขมชาติเจ็บจี๊ดกระชากมือเธอหันกลับมา “ผมยังไม่สั่งให้ไป คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

ระหว่างที่ทั้งสองจ้องหน้ากันไม่ลดละ เกนหลงกับเอื้อเดินตามหา เกนหลงเห็นเขมชาติแต่ไม่เห็นว่าอยู่กับใคร จึงชี้บอกเอื้อและพากันเดินไปหา...สุริยงพยายามดึงมือออก เขมชาติยิ่งบีบแน่น แต่พอได้ยินเสียงเกนหลงเรียก เขาสะบัดมือสุริยงทิ้งอย่างรุนแรง เกนหลงเอ่ย มาหลบตรงนี้เอง เขมชาติยิ้มตอบว่ากำลังจะเข้าไป สุริยงหันหน้ามา จังหวะเดียวกับที่เอื้อเดินมาถึง ทั้งเกนหลงและเอื้อเรียกเธอพร้อมกัน “คุณสุริยง...หนูเล็ก...”

ทั้งสองแปลกใจ เอื้อถามว่ารู้จักสุริยงด้วยหรือ เกนหลงพยักหน้า “ค่ะ คุณสุริยงเป็นเลขาเพื่อนของเกน...เขมคะ นี่พี่เอื้อรุ่นพี่เกนที่บอสตันค่ะ พี่เอื้อคะ...นี่เขมชาติ เจ้านายคุณสุริยงค่ะ”

เอื้อสบตากับเขมชาติอย่างมวนๆ ในอารมณ์ ทั้งคู่ ฝืนใจจับมือทักทายกันตามมารยาท

“ยินดีที่รู้จักครับ...ไม่คิดว่าเจ้านายหนูเล็กจะอายุรุ่นเดียวกัน นึกว่าอายุมากกว่านี้”

“ผมก็ไม่คิดว่าจะมาเจอเลขากับเพื่อนในงานแบบนี้เหมือนกัน” เขมชาติเน้นคำว่าเพื่อนสุริยงแทรก “คุณเอื้อกับดิฉันไม่ได้เป็นเพื่อนกันค่ะ”

เกนหลงแซว หรือว่า...เอื้อตอบแทน “คุณสุริยงเป็นภรรยาของคุณพ่อพี่ครับ”

เกนหลงกับเขมชาติตะลึง สุริยงย้ำ “สุเป็นแม่เลี้ยงของคุณเอื้อค่ะ คุณเอื้อเป็นลูกของภรรยาคนแรก ส่วนสุเป็นภรรยาคนที่สามของเจ้าสัวชวลิต รัตนชาติค่ะ”

สุริยงกับเอื้อยิ้มให้กันอย่างเคยชินกับเหตุการณ์แบบนี้ เกนหลงร้อง...ถึงว่าสุริยงถึงได้มางานนี้ พลันมีข้อความส่งมาเร่งเอื้อให้กลับเข้างาน เตรียมขึ้นกล่าวอวยพรบ่าวสาว

“ผมต้องเข้างานแล้ว เข้าไปด้วยกันหนูเล็ก เชิญครับ” เอื้อส่งแขนให้สุริยงควง

เขมชาติหมั่นไส้ รีบดึงมือเกนหลงมาคล้องแขนแล้วเดินหน้าไปก่อนอย่างเย้ยๆ สุริยงปรายตามองขำๆ ระหว่างที่เดิน เขมชาติปรายตามองคู่สุริยงอย่างเคืองๆ...พออรทัยเห็นเขมชาติควงแขนเกนหลงเข้ามา ถึงกับตะลึงกับความหล่อเหลาของเขมชาติ แต่พอเห็นเอื้อควงกับสุริยงตามมาก็รีบสะกิดพี่สาว อัมพิกามองอย่างแค้นใจ สั่งอรทัยไปดึงตัวเอื้อออกมา

อรทัยเดินตรงดิ่งไปหาเอื้อ “พี่เอื้อคะ พี่อัมรออยู่ที่โต๊ะวีไอพี โต๊ะที่เขาจัดไว้ให้คนในครอบครัวเรา พวกเห็บหมัดที่เข้ามาเกาะขอใช้นามสกุล...ไม่เกี่ยว”

สุริยงหน้าเสีย เอื้อเอ็ดอรทัยให้พูดจาดีๆ อรทัยสวน “นี่ดีแล้วนะคะ ไม่งั้นยิ่งกว่านี้แน่ แต่พี่เอื้อไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พวกคางคกอยากจะขึ้นวอ หนังมันจะหนาเป็นพิเศษ ต่อให้เราด่ายังไงมันก็ไม่รู้สึก”...เอื้อปราม

สุริยงตัดบท ขอไปยืนรวมกับแขก อรทัยแทรกตัวควงแขนเอื้อดึงไป เกนหลงกับเขมชาติแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น...พวกขาเม้าท์ ซุบซิบเสียงดัง

“คนนี้ไงเมียคนสุดท้ายของเจ้าสัว...ต๊าย ยังเด็ก อยู่เลย”

“มีลูกกับเจ้าสัวสองคน ได้มรดกเท่าคุณเอื้อ คุณอร คุณอัม เขาบอกว่าตอนเปิดพินัยกรรม คุณอร คุณอัม กรี๊ดลั่นบ้านเลยนะคุณ”

“ตกลงเมียคนสุดท้ายของเจ้าสัวกิ๊กอยู่กับคุณเอื้อจริงหรือเปล่า เมื่อกี้เห็นเดินควงกันเข้ามาด้วยนะ ร้ายไม่ใช่เล่น”

“ถ้าจะกิ๊กกันจริงๆก็น่าจะไปทำให้มันไกลหูไกลตาคนอื่นหน่อย ไปเมืองนอกเลยชาวบ้านจะได้ไม่เอามานินทา”

สุริยงชะงักหน้าชา ทนอยู่ต่อไปไม่ไหว เดินเลี่ยงออกจากงาน...เขมชาติกับเกนหลงได้ยินรู้สึกสงสารสุริยง พอดีเอื้อส่งแมสเสจหาเกนหลง เธอรีบบอกเขมชาติ

“เขมคะ...พี่เอื้อบอกว่า ฝากคุณสุด้วย เขมเห็นคุณสุไหมคะ”

“เห็นเพิ่งเดินออกไปคงจะหน้าบางทนเสียงนินทาไม่ได้” เขมชาติแค่นหัวเราะเยาะ

เกนหลงส่ายหน้าคว้าข้อมือเขมชาติเดินออกไปตามหาสุริยง เสียงพิธีกรเชิญเอื้อขึ้นบนเวที...

เกนหลงออกมาหน้าโรงแรมเห็นสุริยงยืนอยู่จึงร้องเรียก ถามจะไปไหน เธอตอบว่าจะกลับบ้าน เกนหลงให้กลับพร้อมกัน โดยให้เขมชาติไปส่ง สุริยงชะงักปฏิเสธพร้อมกับเขมชาติ

“ไม่ต้องหรอกค่ะ!”

“ผมเนี่ยนะ!”

ทั้งสองมองกันเคืองๆ สุริยงรีบบอกต่อว่าตนกลับเองได้ แต่เขมชาติสวนว่าไม่ได้ ตนต้องทำตามที่เกนหลงบอกแม้จะจำใจ เกนหลงมองสองคนอย่างแปลกใจติงเขมชาติให้หยุดพูด แล้วหันมาบอกสุริยงว่าเอื้อฝาก เธอจึงยอม เขมชาติหมั่นไส้หาว่าเล่นตัวเพื่อเพิ่มมูลค่า สุริยงสะอึก เกนหลงปรามชายหนุ่มด้วยการเอานิ้วทาบปากเป็นสัญญาณให้หยุด เขมชาติฮึดฮัดบอกสองสาวให้รอตรงนี้ ตนจะไปเอารถมารับ เกนหลงยิ้มแย้มถามสุริยงบ้านอยู่แถวไหน จะไปส่งเธอก่อน

แต่แล้วรถเขมชาติมาจอดหน้าบ้านเกนหลง เธอหันไปบอกสุริยง “ต้องขอโทษคุณสุด้วยนะคะที่เขมขับรถด้วยความเคยชิน ขึ้นทางด่วนมาบ้านเกนก่อน เลยต้องไปส่งคุณสุทีหลังเลย”

สุริยงยิ้มตอบไม่เป็นไร แล้วถามเธอจะไปทำงานเมื่อไหร่โทร.บอกได้เลย เกนหลงขอบคุณแล้วยื่นหน้าไปกระซิบเขมชาติ อย่าหาเรื่องชวนสุริยงทะเลาะอีก  เขาแกล้งพูดดังๆ

“คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยชวนใครทะเลาะ ถ้าไม่จำเป็น”

พอเกนหลงเข้าบ้านแล้ว เขมชาติก็สั่งสุริยงให้ย้ายมานั่งข้างหน้า หญิงสาวกลับบอกว่า เกนหลงไม่อยู่แล้วจะให้ตนกลับแท็กซี่เองก็ได้ ไม่ต้องจำใจไปส่ง เขาเสียงเขียว

“ผมสั่งให้มานั่งหน้า ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องไปไหน จอดมันอยู่ตรงนี้ สะใจดี”

สุริยงระอาจำต้องย้ายมานั่งข้างหน้า ชายหนุ่มแกล้งออกรถอย่างแรงทำให้เธอตกใจคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดแทบไม่ทัน...รถแล่นมาถึงถนนที่ไม่พลุกพล่าน มีแสงไฟส่องสว่าง เขมชาติจอดรถข้างทาง สั่งสุริยงให้ลงจากรถ เขาเปิดประตูลงมายืนข้างรถบอกเธอมาคุยกันให้รู้เรื่อง

สุริยงหวั่นใจว่าเขาจะคุยเรื่องอะไร เขมชาติจ้องหน้าเธอ “ชีวิตคุณ หิวเงินนักหรือไงหา...ทำไมถึงต้องตะเกียกตะกายไม่มีที่สิ้นสุด หมดจากพ่อนี่จะหันมาคว้าลูกเลี้ยงเลยเหรอ”

เหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ สุริยงกล้ำกลืนความเสียใจ ประชดกลับ “ก็โลกเราทุกวันนี้ตัดสินกันที่เงินนี่คะ ถ้าดิฉันอยากมีตัวตนอยู่ในสังคม ก็ต้องสะสมเงินเอาไว้มากๆ ส่วนเรื่องลูกเลี้ยง คุณก็คงจะคิดเหมือนคนอื่น ข้อนี้ดิฉันไม่จำเป็นต้องอธิบาย”

“ไม่ต้องอธิบายเพราะการกระทำมันอธิบายทุกอย่างหมดแล้ว ถ้าคุณจะกลับมาเพื่อทำให้ผมเกลียดคุณมากขึ้น อย่ากลับมาดีกว่า” เขมชาติมองด้วยความเกลียดชัง

สุริยงขอบตาร้อนผ่าว เชิดหน้าประชด ถ้าเกลียดกันมาก ให้ไล่ตนออกไปเลย เขมชาติยิ่งแค้นใจ “ผมไล่ออกแน่ แต่ก่อนจะไล่ออก คุณต้องทำสิ่งที่ผมมอบหมายให้สำเร็จ สอนงานทุกอย่างให้คุณเกนหลง และที่สำคัญ สอนให้เขารักผมมากๆ คุณเคยมีครอบครัวมาแล้ว ถ้าไม่เห็นแก่เงินจนเกินไป คงจำได้ว่าความรักเป็นยังไง”

“เรื่องความรักมันสอนกันไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าผู้อำนวยการรักเธอมากพอ เธอจะรักคุณเอง”

“ผมเคยรักผู้หญิงคนหนึ่ง รักมาก...มากเกินกว่าคำว่า พอ แล้วทำไมเธอทิ้งผมไปแต่งกับผู้ชายแก่เพียงเพราะเงิน” สุริยงอึ้ง ในใจพลุ่งพล่านอยากอธิบายแต่แข็งใจเก็บงำมันไว้ในอก เขมชาติเย้ยหยัน “ผมรักคุณเกนมากกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมา ผมมั่นใจว่าเธอจะไม่มีวันทิ้งผมไปแต่งงานกับผู้ชายอื่นเพราะเงิน”

“ดีใจด้วยนะคะที่คุณได้เจอคนที่เหมาะสม ดิฉันจะพยายามทำให้คุณเกนรักคุณ แต่จะมากน้อยแค่ไหน ก็คงจะขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง” สุริยงเปิดประตูจะขึ้นรถ

เขมชาติผลักปิด “ผมเปลี่ยนใจแล้ว กลับเองก็แล้วกัน ผมไม่ชอบไปบ้านคนที่ไม่คุ้นเคย”

“เหมือนดิฉันเลยค่ะ ดิฉันก็ไม่ชอบให้คนไม่คุ้นเคยไปส่งบ้าน”

“อวดดี! งั้นก็เชิญหาแท็กซี่กลับเองแล้วกัน” เขมชาติแค้นใจ ขึ้นรถขับออกไป

สุริยงมองท้ายรถเศร้าๆ สักครู่รถจอดแล้วกระเป๋าเธอก็ถูกโยนออกมา เธอมองกระเป๋าที่กองกับพื้นถนนพร้อมน้ำตาที่ร่วงเผาะ เขมชาติมองเธอผ่านกระจกด้วยแววตาชอกช้ำไม่แพ้กัน

ooooooo

อัมพิกาพึงพอใจในตัวเกนหลงมาก เพราะเธอเป็นลูกของพจน์ ตระกูลผู้ดีเก่า เศรษฐีที่ดินที่ผันตัวมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประวัติการเงินดีเยี่ยม ไม่มีปัญหาหนี้สิน อรทัยพลอยดีใจไปด้วยถ้าพี่สาวสนับสนุนเกนหลงให้เอื้อ เป็นการแยกเธอออกจากเขมชาติ ชายที่ตนหมายปอง

รุ่งเช้า อรทัยมาหาเอื้อที่คอนโดแต่เช้า เพื่อบอกความประสงค์ของพี่สาว และตนก็เห็นดีด้วย ตนจะเป็นคนเสียบเขมชาติเอง เอื้อถึงกับสำลักกาแฟที่น้องสาวกล้าแสดงออกขนาดนี้

“พี่เอื้อมีวิธีคิดแบบพี่ อรก็มีวิธีคิดแบบอร วันก่อนพี่เอื้อประกาศขอทำตามใจตัวเอง วันนี้อรก็ขอประกาศทำตามใจตัวเองเหมือนกัน”

 

เอื้อส่ายหน้าระอาใจ เดินหนีเข้าห้องน้ำ เตรียมตัวไปทำงาน อรทัยถือโอกาสค้นมือถือเขาหาเบอร์โทร.ของเขมชาติแต่ไม่มี พบแต่ข้อความที่เขาพิมพ์ส่งให้เกนหลง ฝากสุริยงเมื่อคืน อรทัยแปลกใจที่เกนหลงรู้จักกับสุริยงด้วย

ด้านเขมชาติ เรียกสมคิดกับวิบูลย์มาพบที่บ้าน เพื่อสั่งหาโต๊ะทำงานใหม่ให้เกนหลง และโต๊ะเล็กๆสำหรับคนสอนงาน พอหมดหน้าที่สอนก็ย้ายออกไป สมคิดข้องใจ

“ถามจริงๆเถอะครับ ทำไมคุณเขมถึงได้จงเกลียด จงชังคุณสุนักหนา ผมว่าเธอทำงานดีออก ลูกค้าหลายคนก็ชม”

“โดยเฉพาะคุณโอลิวีเย่ชมไม่ขาดปาก แกเคืองนะครับเนี่ย ที่ต้องมาดิวงานกับคุณสมคิด แกอยากจะดิวกับคุณสุจะตาย” วิบูลย์เสริม

“คุณบอกเขาไปเลยนะว่าบริษัทผมขายผ้าไม่ได้ขายผู้หญิง ถ้าอยากได้ผู้หญิงก็ไปหาที่อื่น” เขมชาติสวน

วิบูลย์ขยาดหลบหลังสมคิด สมคิดเปลี่ยนเรื่องถามมีอะไรสั่งอีก เขมชาติจึงให้หาประวัติเอื้อมาให้มากที่สุด ทันตนอาบน้ำเสร็จ ว่าแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไป ไม่ทันไร กลับออกมากำชับ “บอกคนของคุณด้วยว่า วันนี้ผมไม่เข้าบริษัท ไม่ต้องติดต่อผม เพราะผมไม่อยากคุยกับเขา”

สมคิดถอนใจ เปรยกับวิบูลย์ทำไมเจ้านายถึงเกลียดสุริยงนักหนา วิบูลย์แนะให้เอาดวงทั้งสองไปตรวจตราว่าชงกันหรือเปล่า ทันใด เขมชาติโผล่หน้าออกมาอีกที สั่งห้ามบอกใครเรื่องที่เขาให้หาข้อมูลเด็ดขาด ทั้งสองรับคำเลิ่กลั่ก นั่งเปิดคอมช่วยกันเสิร์ชข้อมูลเอื้อกันใหญ่

เมื่อเขมชาติได้อ่านประวัติเอื้อ ก็ครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจ โทร.หาเกนหลง อ้างว่าจะเปิดโรงงานใหม่ทางภาคเหนือ สนใจธนาคารรัตนชาติสนับสนุนโครงการนี้ เกนหลงยินดีจะพาไปพบเอื้อเป็นการส่วนตัว เขมชาติไม่วายหยอดคำหวานจะเลี้ยงข้าวเธอตลอดชีวิต หญิงสาวปลื้ม

เมื่อเกนหลงนัดหมายสองหนุ่มมาพบกัน เอื้อออกตัว “เรามีสิทธิพิเศษสำหรับสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ถามหนูเล็ก เอ่อ สุริยงได้เลยครับ เขารู้ดีเพราะช่วยคุณพ่อดูแลส่วนนี้มาตลอด”

เขมชาติชะงักเคืองๆ “ผมคงจะฝากให้คุณเกนดูแลมากกว่า เพราะอีกไม่นานเธอจะมาเป็นเลขาของผมแทน...แม่เลี้ยงคุณ”

เกนหลงสะดุ้ง ปฏิเสธยังต้องทดลองงานก่อน คงต้องศึกษางานว่าผ่านหรือไม่อีก เอื้อยินดีถ้าเกนหลงเป็นเลขาเขมชาติ สุริยงจะได้มาเป็นเลขาตนเสียที “คุณเขมโชคดีมากนะครับที่ได้หนูเล็กเป็นเลขา ผมชวนทีไรปฏิเสธทุกที ขนาดทำห้องส่วนตัวไว้ให้อย่างดี ก็ยังไม่ยอมมา”

เขมชาติเหยียดปาก เบนสายตาไปเจอรูปถ่ายชวลิต เอื้อหันมาเห็นจึงบอกว่า รูปนี้พ่อตนถ่ายที่สวิต ถ้าจำไม่ผิด หลังจากจดทะเบียนสมรสกับสุริยงไม่กี่วันเอง เขมชาติตาขุ่น หงุดหงิดใจมากขึ้น ขอตัวลากลับ เอื้อกระเซ้าเกนหลง คราวหน้าจะเล่าวีรกรรมของเธอตอนอยู่บอสตันให้เขมชาติฟัง เกนหลงร้อง “แน้...ผู้ชายเขาชอบเม้าท์กันด้วยเหรอคะเนี่ย ไว้ใจไม่ได้จริงๆ”

พอดี อัมพิกากับอรทัยแวะมา อรทัยเห็นเขมชาติก็ออกอาการดีใจ เอื้อแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน อรทัยแทบไม่สนใจเกนหลง ยื่นมือเข้าจับทักทายเขมชาติ อัมพิกาปรายตามองอย่างพอใจ เกนหลงมีมารยาทพอที่จะรักษาความเป็นผู้ดีนิ่งๆ เอื้ออายแทนน้องสาวและเกรงใจเกนหลง

ooooooo

วันต่อมา สมคิดทำหน้าเกรงใจสุริยงที่โต๊ะทำงาน เธอเปลี่ยนเป็นโต๊ะเล็กๆวางคู่กับโต๊ะหรูหราของเกนหลง ค่อยๆเอ่ยว่าเขมชาติสั่ง ไม่นานก็ต้องย้ายไปทำตรงอื่น

“ผู้อำนวยการพูดถูก สุอยู่อีกแค่ไม่นาน เดี๋ยวก็ไปแล้ว นั่งแค่นี้ก็พอค่ะ”

สมคิดขอให้อดทนหน่อย พอย้ายไปทำกับตน รับรองโต๊ะเก้าอี้ดีกว่านี้ สุริยงกลับส่งจดหมายลาออกให้ สมคิดตกใจรีบถามเธอน้อยใจหรือ

“ไม่ใช่ค่ะ สุแค่เบื่อ และที่สำคัญ งานของสุก็มีคนทำแทนแล้ว ก็เลยไม่รู้จะอยู่ไปทำไม สุคิดว่า การลาออกคือทางออกที่ดีที่สุดค่ะ”

วิบูลย์กระหืดกระหอบเข้ามาส่งกระดาษที่ลูกค้าตอบรับจะมาเยี่ยมชมโรงงานอาทิตย์หน้าให้สมคิด สมคิดกำลังจะโทร.บอกเขมชาติ เขามาถึงพอดีถามมีเรื่องอะไร วิบูลย์ตื่นเต้นดึงเอกสารจากมือสมคิดส่งให้เขมชาติแต่ผิดแผ่น กลายเป็นจดหมายลาออกของสุริยง เขมชาติโกรธหน้าตึง สมคิดถลึงตาใส่วิบูลย์แล้วส่งอีกแผ่นให้

เขมชาติ เขาทำไม่สนใจสั่งวิบูลย์เรียกทุกฝ่ายเข้าประชุม

“คุณสมคิด เดี๋ยวคุณดำเนินการประชุมแจกแจงงานไปตามที่เราตกลงกัน เอาคนของคุณเข้าประชุมด้วย แล้วช่วยบอกให้เขาเอาสมองมาทำงานสำคัญของบริษัท อย่าเอาไปคิดเรื่องไร้สาระ” เขมชาติขยำจดหมายลาออกปาผ่านหน้าสุริยงไปลงถังขยะ แล้วเดินเข้าห้องทำงานไป

สมคิดมองสุริยงอย่างเห็นใจ เขมชาติเข้ามาในห้องก็เปลี่ยนเป็นกังวลเกรงสุริยงจากไป

ในห้องประชุม สมคิดแจ้งให้ทุกคนรู้ว่า อาทิตย์หน้าจะมีนักออกแบบตกแต่งภายในจากอังกฤษและฝรั่งเศสมาเยี่ยมชมโรงงาน และแจกแจงงานแก่ทุกคนตามคำสั่งของเขมชาติ...ให้วิบูลย์กับวิเวียนเป็นฝ่ายต้อนรับ เจนเป็นฝ่ายประสานงานและบรรยายภาษาไทยให้ลูกค้าฟัง วิญญูทำหน้าไม่พอใจ อิจฉาอย่างเห็นได้ชัด แล้วสมคิดก็บอกสุริยงรับหน้าที่ประสานงานทั่วไป เธองงว่าต้องทำอะไรบ้าง สมคิดถอนใจก่อนจะขยายความ

“คุณเขมบอกว่า ทำทุกอย่าง อะไรที่ไม่มีใครทำ ก็คุณสุ หรืออะไรที่ใครทำไม่ได้ ก็คุณสุ แหะๆ...ฟังดูมีความสำคัญนะครับ”

“สุจะพยายามคิดแบบนั้นค่ะ” สุริยงยิ้มแห้งๆ

เสร็จการประชุม วิบูลย์ถามสุริยงจะลาออกจริงหรือ เธอรับว่าใช่แต่รับรองจะทำงานนี้ให้จบก่อน...เย็นวันนั้นหลังเลิกงาน สุริยงสตาร์ตรถไม่ติด วิบูลย์ออกมาเจอจึงช่วยเรียกช่างมาลากรถเข้าอู่และอาสาไปส่งบ้าน ไม่ทันจะขึ้นรถ เขมชาติโทร.มาสั่งให้เขาไปช่วยงานที่โรงงานด่วน พอรู้ว่าเขาจะไปส่งสุริยงก่อน จึงสั่งบอกเธอรออยู่ตรงนั้นแล้วให้เขารีบไปโรงงานเลย วิบูลย์หันมากำชับสุริยงว่า เขมชาติให้เธอรอ ถ้าเธอหนีกลับก่อน คนที่ซวยคือตน

เขมชาติยืนมองผ่านกระจกในบริษัท มือกำจดหมายลาออกของสุริยงอย่างแค้นใจ แกล้งดูว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป...ขณะเดียวกัน เกนหลงกำลังช่วยพจน์ตรวจแบบแพลนโรงแรมที่เขาจะสร้างใหม่ พจน์กำชับให้เธอมาดูแลเมื่อโรงแรมสร้างเสร็จ เกนหลงรับปากระหว่างที่ตนขอพักจะไปฝึกงานกับสุริยง เลขาของเขมชาติ เธอเปรยทำไมเขมชาติไม่ชอบเลขาคนนี้ก็ไม่รู้

“อ้อ คุณสุเป็นภรรยาคนสุดท้ายของเจ้าสัวชวลิต รัตนชาตินะคะคุณพ่อ”

“หา! รวยระดับนั้นจะมาเป็นเลขาทำไม ลูกรู้หรือเปล่า”

เกนหลงเริ่มสงสัย จึงค้นข่าวของชวลิตด้วยความอยากรู้ว่ามีปัญหาอะไรในครอบครัวนี้ ทันใดอรทัยโทร.เข้ามาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรอย่างน่าแปลกใจ....

ด้านสุริยง ยืนรอเขมชาติหน้าบริษัทจนมืด เธอจะกลับ รปภ.มาขวางขอร้องถ้าเธอไปเขาจะเดือดร้อน สุริยงอ่อนใจเดินไปเดินมาจนฝนโปรยปรายลงมา เธอจะวิ่งไปหลบในหลังคา เผอิญเอกสารในมือหล่น เธอก้มเก็บ ก็มีร่มมากางให้ เธอเงยหน้ามองเป็นเขมชาติยิ่งแปลกใจ

เขาบอกให้เธอไปขึ้นรถ พอเธอขึ้นนั่ง เขาก็แกล้งบ่นอย่าทำเบาะเปียก สุริยงหมั่นไส้ ควักผ้าเช็ดหน้ามาซับเสื้อผ้าแล้วแกล้งสลัดใส่หน้าเขา “อุ๊ย ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่ได้ตั้งใจอะไร แบบนี้มันตั้งใจแกล้งกันชัดๆ”

“เหมือนกับที่ผู้อำนวยการตั้งใจแกล้งให้ดิฉันยืนรอจนฝนตกน่ะเหรอคะ ถ้าใช่ ก็ถือซะว่า เราหายกัน” สุริยงคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาด เขมชาติแกล้งออกรถอย่างแรง

ooooooo

วิบูลย์มาถึงโรงงานก็แปลกใจที่มีสมคิดคุมงานอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งสองถกกันว่า เจ้านายพวกเขาต้องมีอะไรกับสุริยงแน่ๆ ถึงลงทุนวางแผนขนาดนี้

เขมชาติขับรถมาจอดหน้าบ้านสุริยง เธอกำลังจะลงรถ เขาโพล่งขึ้นไม่ให้ลาออก เธอยืนยันจะออก เขาหาว่าเธอหนีเพราะทนรับความจริงไม่ได้ สุริยงโต้ตนไม่เคยหนี

“แล้วที่เขียนข้อความทิ้งไว้ หายไปแต่งงาน เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล ชุบตัวใหม่ ไม่ยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ถ้าไม่เรียกว่าหนี แล้วเรียกว่าอะไร”

“เรียกว่า เริ่มต้นชีวิตใหม่ ในเมื่อเงื่อนไขในชีวิตมันเปลี่ยนไป เราจะอยู่แบบเดิมไม่ได้ เพื่อความอยู่รอดเราก็ต้องทิ้งอะไรเดิมๆ แล้วก็เริ่มต้นสิ่งใหม่ แต่ถ้าผู้อำนวยการจะคิดว่า มันเป็นการหนี ดิฉันก็จนปัญญาจะอธิบาย”

เขมชาติสะอึกถาม “ถ้าอดีตมันทิ้งได้ง่ายขนาดนั้น ที่ผ่านมาคุณเคยรักใครบ้างหรือเปล่า”

สุริยงใจแป้วตอบเสียงแผ่ว “ดิฉันแต่งงานแล้วนะคะ ไม่น่าจะต้องมาถามคำถามแบบนี้”

เขมชาติเห็นสุริยงเปิดประตูลงไป เขาทนไม่ได้ตามลงไปเคลียร์ “แต่การแต่งงานก็ไม่ได้แปลว่าจะเคยมีความรัก บางคนแต่งเพราะเงิน....”

“ใช่ค่ะ สำหรับบางคนเงินสำคัญกว่าความรัก เคยได้ยินไหมคะที่เขาบอกว่า ความจนเข้าทางประตู

ความรักก็ออกไปทางหน้าต่าง หมดยุคกัดก้อนเกลือกินแล้วค่ะ แต่งเพราะรักแล้วไปลำบากด้วยกัน มีแต่ในนิยายน้ำเน่า”

“นี่คือตัวจริงของคุณ หรือว่าความอยากได้อยากมีทำให้คุณเปลี่ยนไป สุริยาวดีที่ผมเคยรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้”

“ดิฉันไม่ทราบว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไง แต่ดิฉัน... สุริยง รัตนชาติ คือคนแบบนี้ ดิฉันไม่ยึดติดกับอะไรในอดีตทั้งนั้น เลือกจำแต่สิ่งดีๆ อะไรที่จำแล้วทุกข์ก็ลืมมันไป” สุริยงจะเข้าบ้าน

เขมชาติดึงมือสุริยงไว้ ถามอย่างน้อยใจ “แล้วคุณก็เลือกที่จะลืมผมใช่ไหม สุริยาวดี”

“ถ้าผู้หญิงที่ชื่อสุริยาวดีทำให้คุณเจ็บ คุณก็ควรจะลืมเธอเช่นกัน”

เขมชาติยืนอึ้ง พอดี ไก่กับไข่วิ่งออกมาร้องเรียก... แม่หนูเล็ก ไม่ทันไร เสียงเอื้อดังตามมา

“นายไก่เพิ่งหายไข้ อย่าเพิ่งซ่า...วิ่งช้าๆหน่อย”

สุริยงรีบดึงมือออกจากเขมชาติ คู่แฝดชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่ม สุริยงจึงให้สวัสดี เอื้อเดินมาถึงแปลกใจที่เห็นเขมชาติ สุริยงรีบบอกว่ารถตนเสียแล้วฝนตก เขมชาติจึงสงเคราะห์มาส่ง

“งั้นพรุ่งนี้เช้าผมมารับไปทำงานเอง ตอนเย็นถ้าผมไม่ติดอะไรจะไปรับ ถ้าผมไปเองไม่ได้จะส่งคนรถไป จะได้ไม่ต้องรบกวนคุณเขม” ว่าแล้วเอื้อหันมาขอบคุณเขมชาติ

เด็กๆหิวข้าว สุริยงจูงลูกเข้าบ้าน ทั้งสองแย่งกันคุยว่าทำคูสคูสของโปรดของเธอ เขมชาติมองภาพความสุขของครอบครัวอย่างอิจฉา...กลับบ้านระบายอารมณ์ด้วยการว่ายน้ำอย่างบ้าคลั่ง

ooooooo

เช้ามืด สุริยงได้รับโทรศัพท์จากวิบูลย์ว่า เขมชาติสั่งให้ตนมารับเธอไปถึงบริษัทเจ็ดโมงเช้า สุริยงตกใจรีบแต่งตัว...มาถึงโรงงาน เขมชาติรอสั่งงานอยู่ก่อนแล้ว

“พรุ่งนี้จะมีทีมงานต่างชาติมาดูงานที่นี่ ผมต้องการให้คุณทำความสะอาดบริเวณนี้ เก็บขยะ กวาดทำความสะอาดพื้น จัดพื้นที่ให้เป็นจุดพักดื่มน้ำหลังเดินชมโรงงาน ปัดฝุ่นและหยากไย่ข้างบนจะได้ไม่ปลิวลงลูกค้าหรือเครื่องดื่ม ให้เรียบร้อยภายในวันนี้” เขมชาติชี้บนเพดาน

ทั้งสมคิดและวิบูลย์หน้าตื่น เสนอให้คนงานมาทำ แต่เขมชาติสวนว่าตนให้แม่บ้านและคนงานไปทำด้านหน้า ไม่มีใครว่าง แถมกำชับให้สุริยงทำเพียงคนเดียวห้ามใครช่วย

“ชื่นชมกันนักหนาว่าเก่ง แค่งานทำความสะอาดง่ายๆแค่นี้ ทำไมจะทำไม่ได้...ผมไม่รู้ว่าคุณจะทำยังไง แต่ทุกอย่างจะต้องสะอาดเอี่ยมภายในวันนี้”

สุริยงรับคำ ทั้งสมคิดและวิบูลย์ต่างเห็นใจ...สุริยงเข็นรถใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดจากห้องเก็บอุปกรณ์ ฝ่าเปลวแดดกลับมาเริ่มลงมือเก็บกวาด เขมชาติแอบมองอย่างสะใจระคนห่วงๆ

ในขณะเดียวกัน อรทัยกับอัมพิกา วางแผนให้เอื้อได้ใกล้ชิดกับเกนหลง ด้วยการเชิญเกนหลงมาร่วมงาน Ride for reading ของบริษัทที่เขาใหญ่ หาทุนซื้อหนังสือให้เด็กๆในโรงเรียนห่างไกล มีกิจกรรมจับคู่แข่งทำอาหาร เอื้อแปลกใจที่เห็นเธอมาเป็นคู่ของเขา เธอบอกว่าอรทัยโทร.ไปชวนร่วมงานการกุศล ตนนึกว่าเขารู้ พลัน พิธีกรเชิญผู้เข้าแข่งขัน ทั้งสองจึงหันไปฟัง

“ไม่ต้องห่วงนะคะพี่เอื้อเรื่องอาหารเกนถนัดอยู่แล้ว พี่ยืนเชียร์ได้เลย” เกนหลงกระซิบ

“พูดแบบนี้ดูถูกกันชัดๆ ถึงหน้าไม่ให้แต่ขอโทษ ฝีมือระดับมิชิลินนะครับ”

ทั้งสองหัวเราะที่เกทับกันไปมา ต่างตกลงว่าจะร่วมมือกัน อัมพิกากับอรทัยแอบมองสองคนร่วมมือกันเลือกวัตถุดิบก็พอใจ...สองหนุ่มสาวลงมือทำอาหารอย่างเข้าขากันดี ผลออกมาจึงเป็นผู้ชนะ ทั้งสองดีใจกระโดดตีมือกัน อัมพิกากับอรทัยส่งยิ้มให้กันที่แผนสำเร็จไปขั้นหนึ่ง

ด้านสุริยง เธอถอดรองเท้าส้นสูง สวมผ้ากันเปื้อนและผ้าโพกผม ปีนขึ้นเครนอย่างทุลักทุเลเพื่อปัดฝุ่นบนหลังคา สมคิดกับวิบูลย์แวะเวียนมาดูอย่างห่วงใย วิบูลย์แอบช่วยก็โดนเขมชาติโทร.เรียกตัวไปทำอย่างอื่น...
เสร็จจากบนหลังคา สุริยงเข้ามาด้านในโรงงาน เข็นบันไดมาเพื่อจะเช็ดกระจกที่อยู่สูง สมคิดกับวิบูลย์ตามเข้ามา เห็นว่าบันไดส่ายไปมาก็ร้องทัก วิบูลย์จะเข้าช่วยจับ เขมชาติโผล่มาส่งเสียงเอ็ด...ทำอะไรกัน วิบูลย์ตกใจเตะถังน้ำหก ตัวเองลื่นคว้าแขนสมคิดล้มไปด้วยกัน ขาตวัดไปโดนบันไดจะล้ม สุริยงร้องลั่นหงายหลังหล่น

เขมชาติลืมตัวรีบวิ่งเข้าไปรับร่างสุริยง เขากอดเธออย่างปกป้องล้มกลิ้งไปด้วยกัน ลุกขึ้นมาเขาลูบหน้าจับแขนเธอถามอย่างห่วงใยว่าเจ็บตรงไหนเป็นอะไรหรือเปล่า สุริยงตอบงงๆว่าไม่เจ็บ ไม่วายเขมชาติยังดึงเธอมากอดอย่างโล่งใจ สมคิดกับวิบูลย์มองอ้าปากค้าง พอเขมชาติเหลือบเห็นรู้สึกตัว ทิ้งสุริยงลงพื้นลุกพรวดขึ้น ทำให้เธองงมากกว่าเดิม เขมชาติทำเข้มดุสมคิดกับวิบูลย์ไม่ให้มาช่วยสุริยงแล้วมาทำอะไรกัน ว่าแล้วก็หันมาตำหนิสุริยง

“ใช้มารยาตามถนัดอีกละสิ ถึงเรียกมาได้ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ นี่ถ้าปล่อยให้อยู่นานกว่านี้ คงจะเรียกผู้ชายมาได้ทั้งโรงงาน”

สุริยงลุกขึ้นจ้องหน้าเขา ทั้งเหนื่อยทั้งเจ็บ สมคิดเกรงจะไปกันใหญ่รีบแทรกอธิบายว่าสุริยงไม่ได้เรียกพวกเขามาช่วย เผอิญพวกเขาแวะมาทักทายเท่านั้นเขมชาติเก้อแต่ยังวางฟอร์ม

“งั้นก็ดูเสร็จแล้วนี่ รีบกลับไปทำงานต่อได้แล้ว” เขมชาติให้วิบูลย์ตามไปช่วยงาน

สมคิดสงสารสุริยงจึงเข้าไปชวนเธอนั่งพักและหากาแฟมาให้ดื่ม เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มผ่อนคลาย เขาก็เริ่มเล่า “ผมรู้ว่าการเจอกันครั้งแรกของคุณกับคุณเขมมันไม่ค่อยจะน่าจดจำเท่าไหร่ ของผมก็ไม่ต่างกัน ตอนผมเจอคุณเขมครั้งแรก ความรู้สึกของผมก็คือ ไอ้เด็กคนนี้มันบ้า...”

สุริยงทำหน้าแปลกใจ สมคิดขยายความว่า เขมชาติบ้าที่กล้าไว้ใจผู้ชายแก่ๆกับโรงงานเก่าๆที่กำลังจะเจ๊ง “ตอนนั้น เขาเพิ่งกลับจากเมืองนอก ถ้าผมจำไม่ผิด พอจบตรีเขาก็ได้ทุนไปเรียนต่อทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งทอที่อเมริกา แล้วก็ไปได้คอนเนกชั่นเกี่ยวกับการทอผ้าสำหรับทำแอร์แบ็กในรถยนต์มาจากที่โน่น เขาก็กลับมาเพื่อหาโรงงานที่จะทำส่ง...แล้วเขาก็เลือก ผม คนแก่ที่หมดไฟ” สมคิดนึกถึงอดีตเมื่อหกปีก่อน เขาปฏิเสธเขมชาติว่าเขาไม่อาจผลิตให้ได้

แต่เขมชาติกลับบอกด้วยแววตามุ่งมั่น “คุณไม่ต้องทำอะไร ผมทำเอง ผมมีตลาด มีสมอง ผมเรียนทางด้านนี้มาโดยตรง ผมต้องการแค่เครื่องจักรเท่าที่คุณมี ผมก็ทำผ้าส่งลูกค้าได้แล้ว คุณแค่เชื่อใจผม ให้ผมใช้เครื่อง แล้วเราจะรวยไปด้วยกัน”

สมคิดเห็นความกระตือรือร้นของเขมชาติ จากนั้น เขมชาติก็ลงมือทำงานด้วยตัวเองโดยมีเขาคอยช่วยเหลือ และคนงานเพียงสองคน เขมชาติทำงานหนักทุกวันไม่หลับไม่นอน จนกระทั่งงานเสร็จสมบูรณ์ ฝรั่งเซ็นรับงานอย่างพอใจ แล้วเขมชาติก็เอาเช็คมาให้ดูเป็นจำนวนเงินถึงสิบล้านบาทพร้อมกล่าว “เชื่อผมหรือยัง ว่าเราจะรวยไปด้วยกัน”

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...หลังจากนั้นก็มีลูกค้ามากขึ้น สมคิดอดถามเขมชาติไม่ได้ว่า พ่อแม่ก็ไม่อยู่แล้ว แฟนก็ไม่มีจะทำงานหนักขนาดนี้ไปทำไม แววตาเขาเศร้าลง

“มี ผมเคยมีแฟน แต่เขาทิ้งผมไปแต่งงานกับคนรวย ตั้งแต่นั้นมาผมตั้งใจว่าผมจะต้องรวย รวยมากๆ รวยจน เขาต้องหันมามองด้วยความเสียดายที่ทิ้งผมไป วันที่เขามาเจอผมเขาจะต้องเสียดาย และเสียใจอย่างที่สุด”...

สมคิดหันมาบอกสุริยง “ผมไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่เขาเป็นแรงขับคนสำคัญที่ทำให้คุณเขมมีวันนี้” สุริยงหลบสายตาด้วยรู้ว่าเป็นตัวเอง สมคิดยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี “ที่ผมเล่าให้ฟัง เพราะอยากให้คุณสุเข้าใจ กว่าคุณเขมจะมีวันนี้ได้ เขาต้องเจออะไรมามาก บางทีก็ดูเป็นคนใจร้าย ชอบหาเรื่องทำให้คนอื่นเสียใจ...แต่ถ้าคุณสุผ่านด่านนี้ไปได้ คุณจะรู้ว่า คุณเขมเป็นคนที่น่ารัก และรักลูกน้องมากๆ ผมเอาใจช่วย ขอให้คุณสุผ่านมันไปให้ได้นะครับ”

สุริยงฝืนยิ้มขอบคุณสำหรับกำลังใจ แต่ตนว่า
เขมชาติโชคดีมากกว่าที่มีผู้ร่วมงานที่น่ารักอย่างเขา สุริยงวางถ้วยกาแฟแล้วขอตัวกลับไปทำงาน
ooooooo

บริเวณจัดงานที่รีสอร์ตเขาใหญ่ เอื้อ เกนหลงและอรทัยนั่งดื่มกาแฟกันอยู่ อรทัยพยายามยุให้เกนหลงมาทำงานกับเอื้อ แต่เธอกลับบอกว่ากำลังฝึกงานกับสุริยง อรทัยขุ่นใจทันทีเมื่อรู้ว่าสุริยงทำงานอยู่กับเขมชาติ เอื้อรู้ว่าน้องสาวพยายามจับคู่ตนกับเกนหลงจึงแสดงความจำนง

“ถ้าพี่เลือกได้พี่อยากให้หนูเล็กมาเป็นผู้ช่วยพี่ ส่วนเกนก็เหมาะจะเป็นเลขาให้เขมชาติจับคู่กันแบบนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว”

อรทัยหงุดหงิด เกนหลงขอตัวไปพักผ่อน แต่พอเดินมาแถวห้องพัก ก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน จึงมองไปเห็นอัมพิกาคุยกับทีมงาน ว่าการแข่งขันในวันนี้เป็นแผนให้เอื้อใกล้ชิดกับตัวเธอ และงานคืนนี้ก็จะทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเชิญทั้งสองเปิดฟลอร์เต้นรำ...เกนหลงไม่อยากเชื่อ

คืนนั้น เกนหลงให้เด็กส่งโน้ตให้อัมพิกา ว่าปวดหัวมากขอพักไม่มาร่วมงาน อรทัยไม่ยอมจะไปตามที่ห้อง เอื้อไม่พอใจที่พี่และน้องคิดจะทำอะไรกัน จึงลุกหนีออกจากงานไปดื้อๆ อัมพิกาแทบร้องกรี๊ด...แต่แล้ว เอื้อถือขวดไวน์ออกมานั่งในสวน ได้ยินเสียงเปิดขวดไวน์จึงหันมอง เห็นเกนหลงกำลังดื่มไวน์ ทั้งสองหัวเราะให้กันอย่างเข้าใจ และนั่งดื่มไวน์ชมดาวด้วยกัน

เกนหลงอดถามไม่ได้ว่า ถ้าพี่น้องไม่ให้เขาคบกับสุริยงจะทำอย่างไร เอื้อกล่าวจริงจัง

“พี่กับหนูเล็ก เราผ่านอะไรกันมามาก มันไม่ใช่ความลุ่มหลงแบบหนุ่มสาว แต่มันเป็นความรู้สึกดีๆที่ค่อยๆเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ผ่านเวลาและอุปสรรค จนมันค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมา มันก็เลยยากถ้าจะให้เลิกคิดหรือตัดใจ”...
เกนหลงเข้าใจและพร้อมเป็นกำลังใจให้

ขณะเดียวกัน สุริยงยังทำความสะอาดโรงงานไม่เสร็จ เขมชาติให้สมคิดกับวิบูลย์กลับไป ตนจะรอตรวจงานเอง เขมชาติเดินมาดูเห็นเธอกำลังคุยโทรศัพท์กับลูกๆ เล่านิทานกล่อมให้ลูกนอน เขายืนฟังอึ้งๆจนเธอเล่าจบและวางสายไป สุริยงหันมาเห็นตกใจ เขมชาติแขวะ

“นิทานหลอกเด็ก...สอนให้เด็กรักษาสัญญา แล้วตัวเองทำได้เหรอ”

“ถ้าดิฉันสัญญาแล้ว ไม่เคยลืมและต้องทำให้ได้ แต่ที่ไม่ได้ทำหรือลืม ก็เพราะไม่เคยสัญญากับใคร ถ้าจะมีคนติดค้างคาใจ ก็คงจะเป็นเพราะเขาคิดไปเอง”

“ผมรู้แล้ว...ผู้หญิงอย่างคุณ คำสัญญาคงไม่มีค่าเท่ากับคำสั่ง โดยเฉพาะคำสั่งที่ทำตามแล้วได้เงิน ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ก้มหน้าก้มตาทำงานตามคำสั่งแบบนี้”

สุริยงเจ็บจี๊ด ตอกกลับว่าใช่ โดยเฉพาะคำสั่งที่มาพร้อมโอที ตนคิดทุกวินาที เขมชาติแค้นสวนว่าตนยอมจ่าย เพราะเป็นแค่เศษเงิน เพื่อแลกกับความสะใจ แต่ถ้าทำงานไม่เสร็จตามที่สั่ง ตนจะไม่จ่ายแม้วินาทีเดียว เขมชาติปัดของหล่นกวนๆก่อนจะเดินไปอย่างไม่แคร์ สุริยงถอนใจตั้งหน้าทำงานต่อไป...จวบจนตีสอง เขมชาติรับกล่องข้าวที่ให้ รปภ.ไปซื้อ เข้ามาจะให้สุริยง แต่กลับพบว่า ห้องโถงโรงงานสะอาดเอี่ยม โต๊ะเก้าอี้จัดวางอย่างเรียบร้อยแต่ไร้วี่แววของสุริยง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement