อย่าลืมฉัน ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 2


2 ต.ค. 2560 14:22
2,175,402 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

แม้เขมชาติจะทึ่งกับความฉลาดเฉลียวของสุริยง แต่ด้วยความเจ็บแค้นจึงพูดจาเหยียดหยามว่า แบบนี้เองถึงได้จับเศรษฐีคราวพ่อมาเป็นสามีได้ในเวลาอันเร็ว คงคิดใช้วิธีเดียวกันหาสามีใหม่ สุริยงสะอึกพยายามคุมอารมณ์ตอบกลับอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น

“ท่านเจ้าสัวสอนดิฉันเสมอว่า เลขาที่ดีต้องเป็นนักแก้ปัญหา และต้องทำทุกอย่างให้ได้ตามคำสั่ง ไม่ได้คิดจะทำเพื่อจับใคร แต่ถ้าจะมีติดไม้ติดมือมาบ้าง ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้”

“งั้นก็ดีใจด้วย เพราะลูกค้าของเรามีแต่ระดับเศรษฐี คงมีมาให้จับไม่หวาดไม่ไหว แต่ช่วยลาออกไปก่อน อย่ามาทำธุรกิจแฝงในบริษัทของผม” เขมชาติกลับเป็นฝ่ายเจ็บจี๊ด

สุริยงโต้ ถ้าตนคิดหาสามีใหม่คงไม่มาสมัครงานที่นี่ ชายหนุ่มสวนทันควัน แล้วมาทำงานที่นี่ทำไม ต้องการอะไร เธอเน้นคำตอบว่าเพราะเงินเดือนเกือบหกหลักในตำแหน่งเลขาประธานบริษัททำให้ตนมา เขมชาติผิดหวัง “เพราะเงิน...แค่นั้น...”

“ใช่ค่ะ ตามที่ดิฉันให้สัมภาษณ์ ดิฉันต้องดูแลพ่อแม่และลูกๆ ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหน ดิฉันก็ต้องทำให้ได้ค่ะ” สุริยงตอบอย่างกล้ำกลืนความเจ็บช้ำ

“ทำงานเพื่อเงินก็ต้องตกเป็นทาสของเงิน...ดี...ผมจะใช้เงินของผมควบคุมชีวิตของคุณ พรุ่งนี้ผมมีประชุมกับฝ่ายออกแบบ หน้าที่ของคุณคือ ศึกษาแบบลายผ้าทั้งหมดของบริษัท ในการประชุมพรุ่งนี้ถ้าผมถามข้อมูลเก่าๆ คุณตอบไม่ได้ ผมจะจ้างคนอื่นที่มีความจำดีกว่าคุณ”

เขมชาติพูดจบขึ้นรถขับออกไป ปล่อยสุริยงยืนเศร้า เธอเสียใจที่ต้องพูดออกไปทำนองว่าไม่ได้แคร์เขาเลยสักนิด ต้องเก็บความรู้สึกบอกใครไม่ได้ไว้ในใจ...

พจน์ นักธุรกิจใหญ่ ท่าทางดีมีเมตตา เห็นเกนหลงลูกสาวกลับมาบ้าน ก็ชวนไปตรวจงานที่โรงแรมเพื่อเตรียมรับลูกค้าญี่ปุ่นที่จะมาประชุมเกือบ 300 คน เกนหลงเลิกคิ้ว

“คุณพ่ออย่าเนียนสิคะ เกนบอกแล้วไงคะว่ายังไม่ทำงาน เกนเรียนจนหัวจะผุ ปริญญาตรีสองใบ โทอีกสองใบ เกนขอพักสักสองปีแล้วค่อยไปช่วยงานคุณพ่อที่โรงแรมนะคะ...นะคะ”

พจน์ยิ้มอย่างเอ็นดูกับความขี้อ้อนของลูกสาว

เกนหลงบอกว่าวันนี้ตนมีนัดกับเขมชาติ พจน์แซวถ้าเป็นหนุ่มอื่นพ่อไม่ยอม เธอรีบบอกว่าคนอื่นตนไม่ให้เข้าบ้านแน่นอน พจน์ยิ้มล้อ

“พูดแบบนี้แสดงว่าแพ้ลูกตื๊อแล้วใช่ไหม”

“ยังค่ะ...ยังไม่แพ้ เกนกับเขมยังเป็นแค่เพื่อนที่สนิทที่สุดค่ะ”

“ทำไมใจแข็งนักละลูก พ่อว่าเขมชาติเป็นคนใช้ได้”

“ใช่ค่ะ ตั้งแต่เจอกันที่อเมริกา เกนก็รู้ว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น แต่เขมคงพิเศษมากเกินไปมั้งคะ บางครั้งเกนรู้สึกเหมือนเข้าไม่ถึง เหมือนเขามีอะไรบางอย่างที่เก็บไว้ในใจ อะไรบางอย่างที่เขายังก้าวไม่พ้น...ถ้าเขมทำให้เกนเลิกรู้สึกแบบนี้ได้ เกนถึงจะยอมเป็นมากกว่าเพื่อนค่ะ”

พจน์ทึ่งอยากจะรู้เหมือนกันว่าอะไรบางอย่างนั้น มันคืออะไร

ooooooo

ออกจากโรงแรม เขมชาติมาที่โรงงานผลิตผ้า ของเขา ซึ่งใหญ่โตได้มาตรฐาน เขาส่งแบบลายผ้าที่โอลิวีเย่เลือกให้ผู้จัดการไปดำเนินการ ผู้จัดการถือโอกาสให้เขาชมการทดสอบผ้ากันไฟที่ผลิตออกมาใหม่ ระหว่างชม เขมชาติแว่บคิดถึงสุริยง นึกถึงที่ตัวเองเผลอเรียกชื่อเดิมของเธอ

เขมชาติส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดที่ตัวเองไม่น่าพลาด ผู้จัดการเห็นตกใจคิดว่าเขายังไม่พอใจคุณภาพผ้าที่ผลิตออกมา จึงรีบบอกว่าจะแก้ไขปรับปรุง เขมชาติรู้สึกตัว

“อ๋อ...ไม่เป็นไร...ใช้ได้แล้วไม่ต้องปรับ ลองทำผืนใหญ่แล้วส่งให้ผมดูอีกที” พูดจบเขมชาติเดินออกมา มองนาฬิกาเห็นเย็นมากก็ยิ้มมุมปากสะใจที่ได้แกล้งสั่งสุริยงเตรียมข้อมูลผ้าเก่า

ขณะเดียวกัน สุริยงกำลังหัวปั่นกับแฟ้มลายผ้ากองโตบนโต๊ะทำงาน พยายามศึกษาข้อมูลทั้งหมด จนมาเจอแฟ้มลายผ้าชุดดอกไม้ ซึ่งไม่มีข้อมูลใดๆ จึงโทร.ไปถามวิเวียน เธอจึงส่งเพื่อนชื่อเจน ซึ่งอยู่ฝ่ายออกแบบมาให้ เพื่อบอกข้อมูลที่อยากรู้...เจนเล่าว่า เมื่อปีที่แล้ว บริษัทมีคอลเลกชั่นดอกไม้ แต่พอออกแบบเสร็จหมด

ผู้อำนวยการก็สั่งยกเลิก แล้วเปลี่ยนคอลเลกชั่นอื่นแทน

“หัวหน้าบอกว่า ผู้อำนวยการเกลียดดอกไม้มาก ตั้งแต่เปิดบริษัทมาเราไม่เคยมีคอลเลกชั่นที่เกี่ยวกับดอกไม้เลยค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม”

สุริยงอึ้งเหมือนรู้แก่ใจ เจนถามจะเอาข้อมูลผ้าไปทำอะไร สุริยงบอกถึงคำสั่งเขมชาติ เจนงงแต่ก็ช่วยให้ข้อมูลมากที่สุด

ในขณะที่เขมชาติมาหาเกนหลงตามนัด เขาพยายามสลัดความแค้นที่คาใจออก สร้างความสวีตหวาน กับเกนหลง แต่หญิงสาวกลับรู้สึกว่า มันยังมีบางอย่างที่ไม่จริงใจ ทั้งที่ใจจริงเธอพร้อมจะมอบความรักให้แก่เขาหมดใจ จู่ๆเขมชาติเอ่ย

“คุณเกน...ขอบคุณมากนะครับ...”

“แค่อาหารมื้อเดียว อร่อยรึเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ต้องขอบคุณจริงจังแบบนี้ก็ได้ค่ะ”

“ผมไม่ได้ขอบคุณแค่อาหาร แต่ผมขอบคุณที่คุณดีกับผมมาตลอด ขอบคุณที่จริงใจและให้เกียรติผม ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน จนถึงวันนี้ขอบคุณที่คุณไม่เคย เปลี่ยนและไม่ทิ้งผม”

“วันนี้มาแปลกนะคะ...มีอะไรหรือเปล่า”

เขมชาติกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไรแล้วชวนทานอาหาร เอาอกเอาใจเธอ เกนหลงสงสัยแต่ไม่อยากคาดคั้น...เธอเปลี่ยนเรื่องมาคุยว่าพ่อถามถึงเขา เขมชาติจึงขอเป็นเจ้ามือครั้งหน้า แต่เขาจะเจอกับพ่อเธอในฐานะอะไรดี เธอตอบว่าฐานะเพื่อน เขาโอดโอยแค่นั้นเองหรือ

“งั้นมากขึ้นมาหน่อย เป็นเพื่อนสนิทที่สุดก็ได้ค่ะ ดีขึ้นไหมคะ”

“แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้เลื่อนขั้นจากเพื่อนสนิทเป็นอย่างอื่นล่ะครับ”

“เมื่อเกนแน่ใจว่ารู้จักคุณเขมชาติดีพอ” เขมชาติทำหน้าแปลกใจ “ตอนนี้เวลาที่เกนมองเข้าไปในตาคุณ เห็นแต่ประตูที่ปิดล็อกอยู่ ถ้าเกนมองตาแล้วเห็นทะลุเข้าไปถึงหัวใจคุณเมื่อไหร่ เกนจะเลื่อนตำแหน่งให้นะคะ”

“ผมจะรอวันนั้น” เขมชาติชะงักเหมือนโดนจี้จุด

เกนหลงยังรู้สึกว่าเขามีอะไรในใจที่ยังไม่เปิดให้ตนได้รับรู้...คืนเดียวกัน สุริยงหอบแฟ้มลายผ้ากลับมาศึกษาต่อที่บ้าน อาทิตย์กับนภาสงสารลูกสาวที่โดนใช้งานหนักขนาดนี้ แต่สุริยงได้กำลังใจจากไก่และไข่อย่างมากทำให้สู้สุดฤทธิ์ เมื่อเด็กๆหลับกันหมด เธอก็นึกถึงเอื้อจึงโทร.กลับไปหา เอื้อดีใจมากนึกว่าวันนี้จะไม่ได้คุยกันแล้ว

“ขอโทษค่ะ วันนี้เริ่มงานวันแรกค่อนข้างยุ่ง เลยไม่ได้รับสาย”

“ที่จริงคุณไม่ต้องลำบากไปทำงานกับคนอื่นเลย มาเป็นเลขาผมที่แบงก์ก็ได้”

สุริยงปฏิเสธ ไม่อยากทำให้พี่น้องเขาร้อนใจ เอื้อนึกได้ว่าอัมพิกาให้เขาเจรจากับสุริยง จึงขอนัดเธอคุยธุระ สุริยงเห็นว่าคงเป็นเรื่องสำคัญ จึงให้เขาไปพบใกล้ๆบริษัทช่วงพักเที่ยง เอื้ออดไม่ได้ขอถามหนึ่งคำถาม ว่าเจ้านายเธอเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย พอสุริยงตอบว่าผู้ชายเขาก็เคืองๆ

“แล้ว...มีครอบครัวหรือยังครับ”

“เท่าที่ทราบ ยังไม่มีนะคะ”

“แล้วเขาอายุเท่าไหร่ มีแฟนรึยัง หน้าตาดีหรือเปล่าครับ...”

สุริยงขำตัดบทว่าเกินหนึ่งคำถามแล้ว รีบกล่าวราตรีสวัสดิ์ ทำให้เอื้อต้องชะงักไม่กล้ารุกเร้า สุริยงวางสายยิ้มขำๆกับคำถามของเอื้อแต่ไม่ใส่ใจอะไรนัก...เอื้อส่ายหน้ากับตัวเองที่เผลอแสดงอาการแบบนั้นออกไป เขามายืนมองภาพถ่ายติดผนัง ที่เป็นภาพถ่ายตัวเขา ชวลิตและสุริยงครั้งอยู่ที่สวิตเมื่อ 4-5 ปีก่อน มองแล้วก็เสียดายอดีตที่ผ่านมา เขาได้หลงรักเธอตั้งแต่ครั้งนั้น

ooooooo

เช้าวันใหม่ สุริยงสะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองฟุบหลับคาแฟ้มงาน ก็กระเด้งขึ้นมาแต่งตัวรีบออกไปทำงาน ชื่นส่งกล่องอาหารเช้าที่นภาเตรียมให้ไปด้วย...มาถึงบริษัท เจนรีบถามจำได้หมดไหม สีหน้าสุริยงบ่งบอกไม่แน่ใจ

วิญญูหัวหน้าฝ่ายออกแบบมารอเข้าประชุม แต่เขาวางอำนาจต้องมีลูกน้องคอยเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง จนมาลัยกับวิเวียนหมั่นไส้สุดๆ กระทั่งเขมชาติมาถึง ทุกคนเข้าห้องประชุม สุริยงเตรียมอุปกรณ์พร้อมอัดและจด...

เขมชาติพูดถึงแบบลายผ้าคอลเลกชั่นปีหน้า อยากได้แบบมีกลิ่นอายของเครื่องรางนำโชค วิญญูรีบเห็นด้วย วิบูลย์กระซิบบอกสุริยงว่าวิญญูเป็นใคร

เขมชาติกล่าวอีกสองสามเรื่องในที่ประชุมแล้วจบการประชุม สุริยงลืมตัวหับขวับมาถามจบแล้วหรือ เขายิ้มเยาะถามมีปัญหาอะไร แววตาเขาแสดงออกถึงความสะใจ สุริยงก้มหน้าเก็บของบนโต๊ะเซ็งๆ เหลือบเห็นสายตาวิญญูมองเจนอย่างไม่พอใจที่เธอได้รับคำชมจากเขมชาติ

สุริยงกลับมานั่งมองแฟ้มลายผ้ากองโตบนโต๊ะทำงานอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วหาวด้วยความง่วง จังหวะนั้น เขมชาติเปิดประตูออกมาเห็น แขวะทันทีให้กลับบ้านไปนอนแล้วไม่ต้องกลับมา เธอประชดว่าเมื่อคืนไม่ได้นอนต้องเตรียมการประชุม เขมชาติขยับเข้าจ้องหน้าอาฆาต

“คงจะคอยแต่หลอกคนอื่นให้มาสยบอยู่แทบเท้า ปั่นหัวเหมือนทุกคนเป็นคนโง่ ตอนนี้คงรู้แล้วว่าการโดนหลอกให้ทุ่มเททำในสิ่งที่คนสั่งไม่เห็นค่า มันเป็นยังไง” เขมชาติดึงมือสุริยงข้างที่สวมแหวนขึ้นบิด “คิดจะทำอะไร จะบอกให้นะ ไฟที่มันดับไปแล้ว ไม่มีทางจะลุกขึ้นใหม่ได้ด้วยแหวนวงเดียว”

สุริยงดึงมือกลับ พูดเสียงเข้มแต่ไม่ก้าวร้าว “ที่ดิฉันใส่เพราะความเคยชิน ไม่ได้คิดอย่างอื่น ถ้ามันทำให้ผู้อำนวยการไม่สบายใจ ดิฉันจะถอดออก”

“ไม่ต้อง คุณจะใส่มันหรือไม่ใส่มัน ผมไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น” เขมชาติโยนแฟ้มลงบนโต๊ะสั่งให้เอาไปให้สมคิด ตนโอนงานมิสเตอร์โอลิวีเย่ให้เขาดูแล ถ้ารู้ว่าเธอแอบไปติดต่อลับหลังเพื่อประโยชน์ส่วนตัว จะไล่ออก สุริยงทรุดนั่ง อ่อนใจกับความเคียดแค้นของเขมชาติ มองแหวนในมืออย่างตัดสินใจ...ระหว่างที่สุริยงเอาแฟ้มมาส่งให้สมคิด และบอกว่ารายละเอียดเพิ่มเติมต้องถามผู้อำนวยการเองตนไม่ทราบ สมคิดแปลกใจเพราะปกติลูกค้าวีไอพีเขมชาติจะดูแลเองและให้เลขาประสานงาน สุริยงอึ้ง พลันทางบ้านโทร.เข้ามาบอกว่าลูกชายไม่สบายเข้าโรงพยาบาล เธอหน้าเสีย มาลัยถามมีอะไร สุริยงขอไปดูลูกแล้วจะรีบกลับมาให้ทันบ่าย สมคิดกับมาลัยบอกไปได้เลยไม่ต้องห่วง...

สุริยงมาเอากระเป๋าที่โต๊ะทำงาน  และไม่ลืมที่จะโทร.ส่งข่าวเอื้อ เอื้อนัดเจอกันที่โรงพยาบาลเลย

พอเขมชาติรู้จากสมคิดว่าสุริยงลาไปดูลูกที่โรงพยาบาล  และให้มาลัยมานั่งรับงานแทนจนกว่าสุริยงจะกลับมา  ท่าทางเขมชาติหงุดหงิดปนกังวลอย่างเห็นได้ชัด เผอิญเขาได้นัดเกนหลงกับพจน์ออกไปทานอาหารกันที่ร้านในห้างดังแห่งหนึ่ง จึงไม่มีเวลาจะตามเรื่อง

ประจวบกับหมอบอกว่าไก่เป็นไข้หวัดธรรมดาให้ยาลดไข้แล้วกลับบ้านได้  อาทิตย์จึงโทร.ไปบอกสุริยงให้คลายกังวล  เธอโล่งใจจะกลับออฟฟิศ  เธอโทร.บอกเอื้อ  ทั้งสองจึงนัดเจอกันที่ร้านอาหารในห้างที่เพิ่งผ่านมา

เกนหลงบอกเขมชาติว่าตนกับพ่อมาถึงร้านประจำแล้ว  เขมชาติรีบไปที่ร้าน ไม่ทันได้คุยกันเท่าไหร่  สายตาเขาก็เหลือบผ่านกระจกร้านไปเห็นสุริยงเดินคู่มากับผู้ชายคนหนึ่ง  ท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าร้านตรงข้าม  เขาเขม้นมองนึกถึงคำบอกเล่าของสมคิดว่าสุริยงลาไปดูลูกที่โรงพยาบาล จะรีบกลับมาให้ทันบ่าย

ด้านสุริยงฟังธุระของเอื้อเรื่องที่อัมพิกาให้มาขอซื้อหุ้นของไก่กับไข่  เธอปฏิเสธเต็มที่เพราะคำสั่งของชวลิตให้เธอสัญญาก่อนสิ้นใจ ว่าจะรักษาหุ้นบริษัทเป็นสมบัติของไก่กับไข่  อย่าให้ใครเอาไปได้  เขาไม่เชื่อว่าลูกสาวทั้งสองจะดูแลไก่กับไข่  ส่วนเอื้อก็คงไม่กล้าขัดใจพี่น้อง

“หนูเล็กต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคุณพ่อคุณ หวังว่าคุณคงจะเข้าใจ”

“ผมเข้าใจ  ผมจะไปบอกสองคนนั่นเอง”

สุริยงขอบคุณและขอตัวกลับไปทำงานให้ทันบ่ายโมง เอื้อว่าถ้าเจ้านายดุมากก็ลาออกมาเป็นเลขาตน  รับรองไม่มีใครว่าถ้าเธอเข้างานสาย สุริยงโต้ ไม่ว่าต่อหน้าก็เม้าท์ลับหลัง  เอื้ออึ้งเถียงไม่ออก  เฉไฉเอารูปในมือถือที่ไก่กับไข่ถ่ายทำหน้าทะเล้นส่งมาให้สุริยงดู เธอถึงกับหัวเราะออกมา  เขมชาติเห็นสุริยงหัวร่อต่อกระซิกกับผู้ชายก็ยิ่งหัวเสีย เกนหลงถาม

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

เขมชาติชะงัก “ไม่มีอะไรครับ  นึกว่าเจอคนรู้จัก แต่จริงๆแล้วไม่รู้จัก” ว่าแล้วก็หันมาคุยเรื่องผ้าที่พจน์ให้ออกแบบ

“อาวางแพลนว่าจะปรับปรุงห้องประชุมประมาณกลางปี จะเปลี่ยนผ้าม่านทั้งหมด และอยากได้ลายผ้าบุผนังที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม”

“ได้ครับ ตอนนี้โรงงานเรามีวัตถุดิบที่นำมาทำสิ่งทอเอง  คุณอาเลือกภาพวาดที่ชอบมาเป็นต้นแบบ  ผมจะออกแบบโปรแกรมทอภาพลงไปในผ้า  รับรองว่าไม่เหมือนใครแน่นอน”

พจน์ยิ้มอย่างพอใจ เขมชาติปรายตามองไปทางสุริยง พิจารณาเอื้อว่าดูดีมีฐานะ ยิ่งเกิดความไม่พอใจ ตัดสินใจเอ่ยปากขอบางอย่างจากพจน์อย่างเจ้าเล่ห์

“คือ...ผมจะเรียนปรึกษาเรื่องระหว่างผมกับคุณเกน...” เกนหลงชะงักว่ามันเรื่องอะไร

ตกบ่ายเขมชาติบอกสมคิดว่าจะให้เกนหลงมาทำหน้าที่เลขาแทน สุริยงซึ่งยืนรอฟังคำสั่งถึงกับตกใจหน้าเสีย สมคิดรีบถามจะให้สุริยงไปทำอะไร เขมชาติปรายตามองสุริยง

“ถ้าไม่ไล่ออกให้ย้ายไปอยู่แผนกอื่น ส่งไปคุมโรงงานก็ได้ ยิ่งไกลยิ่งดี ผมไม่ชอบทำงานกับคนโกหก”

“คนโกหก...คุณเขมหมายถึงอะไรเหรอครับ” สมคิดงง วิบูลย์ก็พลอยตกตะลึง

“อยากรู้ก็ไปถามเลขาที่คุณรับเข้ามาสิ คนที่คุณสองคนบอกว่าน่าสงสาร แล้วก็พยายามยัดเยียดมาให้ผม ไปถามเขาดูสิว่า ลูกเขาป่วยจริงหรือเปล่า หรือแค่เป็นข้ออ้างเพื่อเอาเวลาพักกลางวันไปเจอผู้ชาย”

สมคิดและวิบูลย์หันมองสุริยง เธอรีบบอกว่าถ้าอยากรู้ถามตนได้ ตนมีคำตอบ เขมชาติดักคอ คำตอบที่อาจไม่ใช่ความจริง คนบางคนโกหกจนเป็นนิสัย โกหกมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าไม่รู้เท่าทันก็ตกเป็นเหยื่อ...สุริยงจึงนิ่ง เขมชาติประกาศว่าเกนหลงจะมาเริ่มงานอาทิตย์หน้าใครอยากได้ตัวเลขาเก่าก็เอาไป ถ้าไม่มีก็ให้ไล่ออกไป สุริยงเจ็บจี๊ดจนพูดไม่ออก

ตกเย็นเขมชาติยังคาใจเรื่องสุริยงจึงเรียกเธอเข้ามาพบในห้องทำงาน สุริยงเข็นเก้าอี้เข้ามาพร้อมสมุดจดและไอแพด...ชายหนุ่มโพล่งขึ้นว่า ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร สุริยงทำหน้างงๆ

“คนที่เอาลูกมาอ้าง แล้วก็แอบไปเจอกัน เป็นใคร”

“เป็นคนในครอบครัวค่ะ”

“คนในครอบครัว...สามีใหม่หรือ ที่ผมถามเพราะผมเป็นห่วงความปลอดภัยของบริษัท...การที่คุณเอาเรื่องลูกมาโกหกและออกไปพบกับคนแปลกหน้า ทำให้ผมสงสัยหญิงม่ายลูกสองน่าสงสารอาจจะร้อนเงิน จนต้องเอาความลับของบริษัทไปขาย...บอกมาว่าผู้ชายคนที่แอบไปเจอเมื่อกลางวันเป็นใคร” สุริยงแอบขำ เขมชาติตวาดถาม ขำอะไร

“ไม่ต้องห่วงค่ะ คนที่ดิฉันไปพบไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องงานแน่นอน”

“แล้วเป็นเรื่องอะไร”

“เรื่องส่วนตัว ที่ไม่สามารถบอกคนอื่นได้” สุริยงจ้องกลับอย่างยืนยันคำพูด

“ถ้าเมื่อไหร่ที่ข้อมูลสำคัญของบริษัทหลุดรอดออกไป คนที่ผมจะสงสัยคนแรกก็คือคุณ...อย่าพลาดก็แล้วกันผมซ้ำแน่” สุริยงเชิดหน้ารับคำ เขมชาติยิ่งโกรธ  “ออกไปได้แล้ว เดี๋ยว...พรุ่งนี้คุณเกนหลงจะมาดูที่ทำงาน เตรียมตัวมาต้อนรับแต่เช้า และจำไว้ด้วย คุณเกนหลงคือคนสำคัญของผม ต้องดูแลเธออย่างดี ถ้าทำอะไรให้เธอไม่พอใจแม้แต่นิดเดียว ผมไล่คุณออกทันที”

สุริยงรับคำนิ่งไม่หวั่นไหว เดินออกไปโดยไม่แสดงอาการหึงหวงแต่อย่างใด เขมชาติยิ่งหงุดหงิดไม่พอใจ

คืนนั้น สุริยงกลับบ้านเล่าให้พ่อกับแม่ฟังเรื่องเปลี่ยนหน้าที่ ทั้งสองเห็นใจอยากให้ลูกลาออกมาทำขนมขายอยู่กับบ้านดีกว่า แต่ไก่กับไข่ให้กำลังใจว่าแม่ของพวกเขาเป็นซุปเปอร์มัม ทำให้เธอคิดถึงคำสั่งเสียของชวลิต ให้ดูแลไก่กับไข่ อย่าทอดทิ้ง...

เสียงอรทัยปรี๊ดไม่พอใจเมื่อเอื้อมาบอกว่าสุริยงไม่ขายหุ้น เพราะทำตามคำสั่งพ่อ อรทัยไม่เชื่อหาว่าสุริยงหวังเงินปันผลแต่ละปีมากกว่า อัมพิกานั่งเป็นนางพญา คุกรุ่นไม่พอใจ

“ถ้าเอื้อทำไม่ได้ พี่ก็จะทำเอง ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะต้องเอาหุ้นของธนาคารคืนมาจากไอ้เด็กสองคนนั้นให้ได้ นังสุริยง สุริยาวดีหรือนังหนูเล็ก ไม่ว่ามันจะมีสักกี่ชื่อ มันจะต้องถอนชื่อออกไปจากสมบัติของตระกูลเรา พี่จะต้องเอามันออกไปจากรัตนชาติให้ได้”

เอื้อมองพี่สาวกับน้องสาวอย่างอ่อนใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ เกนหลงในชุดเปรี้ยวเก๋ขับรถมุ่งหน้ามาที่บริษัทของเขมชาติ...เขมชาติคิดอยากแกล้งสุริยง จึงกดโทรศัพท์หาเกนหลงแล้วเดินออกมาคุยนอกห้องให้สุริยงได้ยิน ทำนองทวงถามอย่าลืมนัดของเรา แถมหยอดคำหวาน ตนรอเธอมาหลายปีจะรออีกไม่กี่นาทีสบายมาก

“คุณเกนไม่ต้องรีบนะครับ เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุ ค่อยๆขับมานะครับ ตำแหน่งเลขาของผมรอคุณเกนได้เสมอ...แล้วเจอกันครับ” เขมชาติยิ้มหันมาโยนแฟ้มงานให้สุริยงเอาไปให้วิบูลย์และย้ำ “คุณเกนหลงกำลังมา เตรียมตัวต้อนรับให้ดี ถ้ามีอะไรทำให้คุณเกนหลงต้องอารมณ์เสียแม้แต่นิดเดียว เก็บของออกไปจากที่นี่ แล้วอย่ากลับมาให้ผมเห็นหน้าอีก”

สุริยงรับคำ  เขมชาติกลับเข้าห้องทำงานอย่างสะใจ เธอส่ายหน้านิสัยเหมือนเด็กของเขา พลันโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น สุริยงรับสาย เป็นสาวโทร.มาขอพูดกับเขมชาติ สุริยงจึงถามชื่อเพื่อเรียนให้เขาทราบก่อน แต่พอเขมชาติรู้ว่าเป็นวานิตา เขาก็หงุดหงิด

“บอกเขาว่าผมไม่อยู่ ถ้าเขาโทร.มาอีกก็บอกไปเลยว่าผมหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ผมไม่อยากคุยด้วย...เป็นเลขาหัดใช้วิจารณญาณพิจารณาด้วยนะ ว่าผมควรพูดกับใคร ไม่พูดกับใคร ไม่ใช่ว่าส่งสายมามั่วๆ” ว่าแล้วก็วางสายโครม

สุริยงงงจะรู้ได้อย่างไร แล้วกดไปบอกวานิตาว่าเจ้านายติดประชุม ไม่สะดวกรับสาย แต่เธอกลับบอกว่าจะนั่งรอในห้องทำงานเขา เพราะกำลังเข้าบริษัท สุริยงหวั่นใจจะเจอกับเกนหลง จึงรีบมาขอความช่วยเหลือจากมาลัย...มาลัยรีบลงมาดักหน้าวานิตาก่อนจะขึ้นลิฟต์ บอกว่าเจ้านายไม่ได้อยู่ข้างบน จะพาไปพบ จังหวะนั้นเกนหลงเดินเข้ามา สุริยงเข้ากระซิบข้างหลังเธอแล้วพาขึ้นข้างบนอีกทาง วานิตาเหลือบเห็นไม่ชัดเขม้นมอง มาลัยเอาตัวมาบังแล้วเร่งให้เดิน

เกนหลงฉลาดพอที่จะเดาออก จึงกระเซ้า “เพิ่งรู้ว่าเลขาเขม นอกจากจะทำงานปกติแล้วยังต้องคอยสับรางรถไฟให้อีกด้วย”

“อย่าเรียกว่าสับรางเลยค่ะ เรียกว่าคัดสรรคนที่เจ้านายอยากให้เข้าพบดีกว่า ผู้อำนวยการกำชับให้ดิฉันดูแลคุณเกนหลงอย่างดี เพราะคุณคือคนสำคัญที่สุด ส่วนคุณวานิตาไม่ใช่ ดิฉันแค่ทำตามหน้าที่ค่ะ” สุริยงกดโทรศัพท์บอกเขมชาติว่าเกนหลงมาถึงแล้ว

เกนหลงมองสุริยงอย่างพึงพอใจ กับความชัดเจนและถ่อมตัวของเธอ ทันทีที่สุริยงเปิดประตูให้เกนหลงเข้าไปในห้องเขมชาติ เขารีบส่งยิ้มยืนต้อนรับเอ่ยปากชื่นชมให้สุริยงได้ยิน

“วันนี้คุณสวยมาก อยากเลื่อนตำแหน่งจากเลขาให้มาเป็นภรรยาเร็วๆจัง”

เกนหลงเขินอาย สุริยงหน้านิ่งเก็บความเศร้าสะเทือนใจไว้ในอก...สักพัก สุริยงยกน้ำมาเสิร์ฟ เขมชาติออกคำสั่งให้เธอสอนงานเกนหลง สุริยงอึกอัก

“เอ่อ...แต่ดิฉันก็เพิ่งเริ่มงาน ยังไม่รู้อะไรมาก...ได้ค่ะ ดิฉันจะถ่ายทอดงานทุกอย่างที่ทราบให้มากที่สุดค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเกนหลงจะมาเริ่มงานเมื่อไหร่คะ”

เกนหลงเห็นสายตาที่เขมชาติมองสุริยงแปลกๆ แต่ก็หันมายิ้มแย้มกับสุริยง เขมชาติชิงตอบว่าพรุ่งนี้

เกนหลงแย้งเร็วไป เตรียมตัวไม่ทัน เขาจึงผัดเป็นอาทิตย์หน้า แต่เธอสวนว่าเดือนหน้า เขาโอดโอยใจร้าย เกนหลงหัวเราะ “ก็คุณเอาแต่ใจ ต้องโดนขัดใจซะบ้าง จะได้ไม่เคยตัว”

“โอเคครับ ผมยอมแพ้ คุณเกนอยากมาเริ่มงานเมื่อไหร่ก็ตามสบายครับ ผมไม่เอาแต่ใจแล้ว” เขมชาติเหลียวไปเห็นสุริยงอมยิ้มไม่ทุกข์ร้อนอะไรก็ชักจะหงุดหงิด

พอดีเกนหลงบอกว่าเดือนแรกตนอาจจะเข้ามาทำงานบ้างไม่มาบ้าง จะโทร.บอก แล้วมองนาฬิกานึกได้ “อุ๊ย! เขมคะเกนต้องรีบไปแล้วค่ะ มีนัดสัมภาษณ์ตอนบ่ายโมง เดี๋ยวไม่ทัน”

เกนหลงหันมาลาแต่ลืมชื่อ สุริยงแนะนำตัวอีกครั้ง เขมชาติแกล้งอาสาขอไปเป็นบอดี้การ์ดตอบแทนที่เธอแวะมาหา เกนหลงยิ้มหวานยินดี เขมชาติควงแขนเกนหลงออกไป พอพ้นประตูก็บอกเธอว่าลืมของ แล้วกลับเข้ามาในห้องอีกที สุริยงสะดุ้ง เขาถามเธอทันทีว่ายิ้มอะไร

“ดิฉันเห็นผู้อำนวยการอยู่กับคุณเกนหลงแล้วมีความสุข ดิฉันก็ยิ้ม...”

“ผมไม่เชื่อ จะสร้างภาพเป็นคนดีกับคนอื่นก็ทำไป แต่ไม่ต้องมาทำกับผม ยิ่งมาทำเป็นคนดีปั้นหน้าซื่อ แสนอ่อนหวาน ผมยิ่งอยากจะอาเจียน” สุริยงเริ่มกรุ่น จ้องหน้าเขมชาติแต่ไม่ต่อปากต่อคำ เขาเยาะ “เก็บรอยยิ้มเสแสร้งของคุณไว้ใช้กับคนอื่น มันทำอะไรผมไม่ได้ ถ้าอยากให้ผมมีความสุขจริงๆ ง่ายมาก เมื่อไหร่ที่คุณมีความทุกข์อย่างแสนสาหัส ผมจะมีความสุขที่สุด”

พูดจบเขมชาติกลับออกไป ยิ้มกว้างให้เกนหลงที่ยืนรออยู่ ทั้งสองควงกันเดินออกไป สุริยงยืนพึมพำอยู่คนเดียวในห้อง เหมือนหมดห่วงหมดภาระ “ฉันยิ้มเพราะฉันดีใจกับคุณจริงๆนะคะเขมชาติ ยินดีด้วยจริงๆ”

ด้านวานิตา ถูกมาลัยหลอกให้ขึ้นรถไปที่โรงงาน พร้อมกลุ่มแม่บ้านที่มาชมโรงงาน โดยมีวิเวียนรอต้อนรับอยู่ วานิตาต้องเดินไปกับกลุ่มแม่บ้าน พอเข้ามาในโรงงาน เห็นสมคิดเป็นผู้บรรยาย ไม่ใช่เขมชาติก็ไม่พอใจ หันมาจะโวย วิเวียนหลบหายไปแล้ว ก็ทำท่าจะร้องกรี๊ด

“อย่าเพิ่งครับ ที่นี่ต้องการความสงบ เชิญไปกรี๊ดข้างนอกครับ” สมคิดดักคอ

วานิตาเห็นสายตาคนอื่นๆที่มองก็กระฟัดกระเฟียดกระทืบเท้าออกไป สักพักทุกคนก็ได้ยินเสียงกรี๊ด...ของเธอดังลั่น

ooooooo

เขมชาตินั่งมองเกนหลงถ่ายแบบในชุดราตรีอลังการและชุดอื่นๆอีกหลายชุด แล้วให้สัมภาษณ์ คนสัมภาษณ์ถาม “เครื่องสำอางชุดใหม่ของเราคือ เมจิคทัช ถ้าให้คุณเกนมีพลังวิเศษได้หนึ่งอย่าง คุณเกนอยากได้พลังอะไรคะ”

เกนหลงคิด มองไปทางเขมชาติเห็นเขานั่งใจลอย จึงตอบว่า “อยากมีพลังในการเข้าไปในจิตใจของคนได้ค่ะ อยากมีสัมผัสพิเศษที่มองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความคิด ในแววตา ในคำพูดของผู้คน ถ้าเรารู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จริงๆ มันจะทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นมากๆ”

“ง่ายยังไงคะ”

“ก็อย่างเช่น ถ้าเกนมีพลังพิเศษเข้าไปในใจพี่ เกนก็จะรู้ว่า พี่กำลังคิดว่า อยากให้เกนรีบๆตอบ พี่จะได้รีบกลับไปถอดเทป เลือกรูปส่ง บก. แล้วก็ไปเที่ยวต่อกับเพื่อน” คนสัมภาษณ์ยิ้มเหมือนจะจริง “แต่ในเมื่อเราไม่มีพลังวิเศษ เราก็ไม่มีวันรู้ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจเขา มันคืออะไรกันแน่ ทำให้คิดว่าการได้อยู่กับคนที่ไม่ซับซ้อนและตรงไปตรงมา คือสิ่งที่ดีที่สุด”...

เย็นวันนั้น เอื้อมาเยี่ยมไก่ที่บ้าน ไข่กระโดดโลดเต้นดีใจที่พี่เอื้อของเขามา ไข่พลอยได้ของฝากเป็นลูกบอลจึงชวนคุณตาออกไปเล่นหน้าบ้าน เอื้อเอาลูกโป่งใบโตรูปซุปเปอร์ฮีโร่มาให้ไก่ในห้องนอน ไก่ดีใจอ้อนเอื้อเกาหลังให้จนหลับ ทำให้เอื้ออดนึกถึงอดีตไม่ได้คราวที่พ่อบอกตนกับพี่น้องว่า พ่อมีลูกแฝดอีกสองคน วันจักรกับแววจักร รัตนชาติ หรือไก่กับไข่ อรทัยกับอัมพิกาโวยวาย แถมบอกในเมื่อพ่อปิดมาได้ห้าหกปีว่ามีเมียน้อย ก็ปิดเป็นความลับต่อไป พวกเธอไม่ยอมรับ พ่อมองเอื้ออย่างมีความหวัง แต่เขาหลบตาเพราะไม่อยากผิดใจกับพี่น้อง...

เอื้อถอนใจ วันนี้ความรู้สึกเขาต่างจากวันนั้น เขารัก และเอ็นดูเด็กทั้งสองมาก...พอดีสุริยงกลับมา ยืนยิ้มมองเอื้อที่พี่น้องรักกัน...

วันต่อมา เขมชาติกับเกนหลงมาสปอร์ตคลับ เกนหลงท้าแข่งสควอช ทั้งสองเล่นกันอย่างแกล้งกันไปมา เขมชาติแกล้งทำให้เธอเสียสมาธิด้วยการพูดขึ้นว่า พ่อเธอโทร.หา ขณะที่เธอกำลังจะตีจึงวืด...เกนหลงหันมาต่อว่าเขาขี้โกง เขมชาติบอกจริงจัง

“ผมไม่ได้ขี้โกง คุณพ่อคุณโทร.หาผมจริงๆ ท่านบอกว่าพรุ่งนี้ลูกเพื่อนสนิทแต่งงาน แต่ท่านต้องเดินทางไปต่างประเทศ ท่านเลยขอให้ผมพาคุณไปร่วมงานแทนท่าน”

เกนหลงย้อนถามเขาตอบว่าอย่างไร ชายหนุ่มแกล้งบอกว่าเขาไม่ว่าง หญิงสาวค้อนขวับ ตนไปกับคนอื่น ก็ได้ เขมชาติรีบถามว่าผู้ชายหรือผู้หญิง เกนหลงหัวเราะ

ตอบว่าล้อเล่น เขาไม่ว่าง ตนก็ไปคนเดียว เขาโล่งอกบอกเธอว่าสำหรับเธอเขาว่างเสมอ

“คุณเกนรู้หรือเปล่าครับ ว่าเพื่อนคุณพ่อเป็นใคร”

“เกนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว รู้แค่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กๆ ตอนนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร... รัตนชาติ”

เขมชาติชะงักพลาดโดนลูกสควอชอัดเข้าท้องทรุดลงจุก เกนหลงตกใจรีบเข้าประคอง...

คืนนั้น สุริยงกลับถึงบ้าน เห็นพ่อแม่และชื่นยืนกันอยู่ที่ระเบียงบ้าน เพื่อบอกว่ามีคนรอพบอยู่ในห้องรับแขก พอสุริยงเดินเข้ามา พบอัมพิกากับอรทัยนั่งวางท่าอยู่ อรทัยวีนใส่ทันที

“มาซักที รอเป็นชาติแล้ว”

“สวัสดีค่ะ ขอโทษที่ให้รอ ดิฉันไม่ได้รีบกลับ เพราะไม่ทราบว่าคุณสองคนจะมา”

“ที่ฉันไม่บอกล่วงหน้าว่าจะมา เพราะกลัวว่าจะหนีไม่กล้าเผชิญหน้ากับพวกฉัน ผู้หญิงอย่างเธอถนัดแต่ทำเรื่องลับๆล่อๆลับหลังคนอื่น” อรทัยฉะ

“ดิฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหนี คุณสองคนมีธุระอะไรจะคุย เชิญเข้าเรื่องได้เลยค่ะ ดิฉันไม่อยากเสียเวลาทำสงครามน้ำลาย” สุริยงเชือดนิ่งๆ

อรทัยโวยหาว่าประชด อัมพิกายกมือปราม อรทัยจำต้องสะบัดหน้าด้วยความแค้น อัมพิกาจ้องหน้าสุริยง “ฉันต้องการซื้อความเป็นรัตนชาติคืน เธอต้องการเงินเท่าไหร่ ฉันจะจ่ายให้ หลังจากได้เงินแล้วทั้งเธอ ทั้งลูก ต้องคืนหุ้นธนาคาร เปลี่ยนนามสกุลและไสหัวไปจากครอบครัวของฉัน”

“ดิฉันขอบคุณที่คุณอัมมีน้ำใจ อยากจะให้เงินเราสามคนแม่ลูก แต่ดิฉันต้องขอโทษที่รับเงินของคุณไม่ได้ ถึงคุณจะเอาเงินทั้งหมดของรัตนชาติมากองตรงหน้า ดิฉันก็รับไว้ไม่ได้”

“จองหอง...แกคิดว่าแกเป็นใครหา น้ำหน้าอย่างแกไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับพวกฉัน นี่เป็นคำสั่ง แกต้องทำตาม” อรทัยปรี๊ด

สุริยงสวน “คนที่จะสั่งดิฉันได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น คือท่านเจ้าสัวพ่อของคุณและท่านสั่งไว้ก่อนสิ้นลม ให้ดิฉันรักษาหุ้นธนาคารไว้ให้ลูกชายของท่าน
อย่างดีที่สุด ห้ามขายเด็ดขาด”

อัมพิกาไม่เชื่อหาว่าสุริยงสร้างภาพ อรทัยเสริมว่าเอาคำสั่งพ่อมาอ้าง ที่แท้อยากเก็บหุ้นไว้เองและล้างสมองเด็กๆเพื่อประโยชน์ของตัวเอง สุริยงโต้ จะคิดอย่างไรตนเปลี่ยนความคิดพวกเธอไม่ได้ เช่นเดียวกับที่ใครมาเปลี่ยนความคิดตนไม่ได้ ตนไม่มีวันขายหุ้นของไก่กับไข่

“แก...แกกล้าปฏิเสธพวกฉันเหรอ ฉันกับพี่อัมอุตส่าห์ ลดตัวลงมาคุยกับแกถึงที่ นี่แก...แกยังปฏิเสธอีกเหรอ”

“ดิฉันขอบคุณในความกรุณาลดตัวของพวกคุณ แต่ดิฉันคงต้องปฏิเสธค่ะ” สุริยงยืนกราน

อัมพิกาจ้องสุริยงอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ยังมีความเป็นผู้ดี ต่างจากอรทัยที่เต้นผางแทบจะร้องกรี๊ด อัมพิกาว่าสุริยงโง่ที่ปฏิเสธข้อเสนอของตน ตนยืนยันที่จะเอาหุ้นธนาคารและนามสกุลกลับคืนให้จงได้ อรทัยย้ำอีกเรื่อง

“อยู่ห่างๆ พี่ชายของฉัน ผู้หญิงอย่างเธอ ห่างไกลคำว่า คู่ควร เอาเวลาไปวิ่งไล่จับผู้ชายแก่ๆ อายุรุ่นเดียวกับพ่อเธอจะดีกว่า แบบนั้นมันถึงจะเหมาะสม”

สองพี่น้องเดินเชิดออกไป สุริยงทรุดนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน นภากับอาทิตย์เข้ามาปลอบลูก ไม่ทันไร เอื้อโทร. เข้ามาได้รู้จากชื่นว่าพี่และน้องของเขามาหาเรื่องสุริยง

ooooooo

เอื้อแล่นมาต่อว่าอัมพิกาและอรทัยทันที

อรทัยหาว่าเอื้อทำไม่สำเร็จ ตนกับพี่ก็ต้องไปจัดการเอง เอื้อพยายามอธิบายให้พี่กับน้องเข้าใจว่ามันเป็นสิทธิ์ของเด็กทั้งสองตามพินัยกรรม อัมพิกาหาว่าเอื้อหลงเสน่ห์สุริยงเหมือนพ่ออีกคน จนโดนล้างสมอง

“คนที่พยายามล้างสมองผมคือพี่ต่างหาก พี่นั่นแหละที่พยายามจะควบคุมและสั่งให้ผมทำในสิ่งที่พี่ต้องการ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ ผมคงเชื่อคุณพ่อ แต่งงานกับหนูเล็กตามที่ท่านต้องการไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้เขาหลุดมือไปแบบนี้”

“เราพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง อย่าบอกนะว่าเสียดายนังผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนั้น”

เอื้อสวนทันควันว่าทั้งเสียดายและเสียใจ ที่วันนั้นเชื่อพี่มากกว่าพ่อ อรทัยแทรกขึ้นว่าเอื้อยอมทะเลาะกับพี่น้องเพราะผู้หญิงที่มาทำให้ครอบครัวเราแตกแยก เอื้ออ่อนลง

“พี่ก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ เมื่อก่อนพี่ถึงได้ยอมทำตามความต้องการของพี่น้องมาตลอด แต่ตอนนี้พี่แค่ขอทำตามความต้องการของตัวเองบ้าง ก็เท่านั้น” เอื้อพูดจบเดินออกไป

อรทัยเรียกเอื้อกลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง ส่วนอัมพิกากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเป็นทวีคูณ  เอื้อกลับมาถึงคอนโดที่พัก เขารีบโทรศัพท์หาสุริยงเพื่อขอโทษแทนพี่น้อง สุริยงบอกว่าตนเตรียมใจไว้แล้ว เขาไม่ต้องกังวล เอื้อจึงเปลี่ยนเรื่องชวนเธอไปทำหน้าที่ภรรยาพ่อในวันพรุ่งนี้

รุ่งขึ้น สุริยงงงที่เอื้อพามาร้านเสื้อหรู มีช่างหน้าผมพร้อมสรรพ  เอื้ออธิบายว่า งานนี้เป็นงานแต่งงานลูกสาวผู้บริหารเก่าแก่ของรัตนชาติ  เธอจึงต้องไปเป็นตัวแทนพ่อ และต้องสวยสมกับเป็น สุริยง รัตนชาติ

ด้านเกนหลง เขมชาติส่งช่างหน้าผมมาถึงบ้าน เพื่อให้เธอสวยสง่าที่สุดในงาน เกนหลงหัวเราะอย่าให้ถึงกับเกินหน้าเจ้าสาวเลย...เวลาผ่านไป  เขมชาติส่งข้อความมาถามเกนหลงว่าอีกนานไหม เธอกดตอบไปว่านาน เขาแกล้งส่งภาพตัวเองกำลังแต่งตัว ช่างหน้าผมเห็นกล้ามเป็นมัดก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ เกนหลงขำๆ...ทั้งสี่คนสวยหล่อเนี้ยบ พร้อมไปงานเดียวกันโดยไม่รู้ตัว

อัมพิกากับอรทัยอยู่ในชุดราตรีหรู กำลังบ่นถึงเอื้อที่ยังมาไม่ถึงเสียที  คืนนี้เขาต้องเป็นคนขึ้นกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาว  ไม่ทันไรก็เห็นเอื้อควงสุริยงเดินสง่าเข้ามาในงาน ทักทายแขกเหรื่ออย่างยิ้มแย้ม มีทั้งเสียงซุบซิบและชื่นชม ทำให้สุริยงรู้สึกอึดอัดใจแต่ต้องฝืนยิ้ม...พอเดินมาถึงอัมพิกากับอรทัย สุริยงกำลังยกมือไหว้ อัมพิกาหักหน้าด้วยการเรียกบริกรที่เดินผ่านมา แล้วหยิบแก้วแชมเปญหันไปคุยกับคุณหญิงคุณนายอีกทาง สุริยงเก้อเขินเห็นสายตาขาเม้าท์ซุบซิบกันสนุกปาก จึงขอตัวไปห้องน้ำ เอื้อมองตามด้วยความเป็นห่วง

 

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement