อย่าลืมฉัน ตอนที่ 12 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 12


2 ต.ค. 2560 14:22
2,181,308 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

เกนหลงได้กำลังใจจากพจน์ให้เผชิญความจริง แก้ปัญหาทุกอย่างให้ผ่านพ้นไป เธอจึงมาพบสุริยงที่บ้าน สุริยงรู้สึกผิดได้แต่ก้มหน้า เกนหลงเปิดฉากปัดจานขนม ทิ้งเสียงกร้าว ตั้งแต่เกิดมาตนไม่เคยเกลียดใครเพราะคิดว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง แต่ตอนนี้ตนเกลียดเธอกับเขมชาติ

สุริยงเงยหน้าตะลึงมองเกนหลงที่ออกอาการเหวี่ยงอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน เกนหลงบอกว่าตนไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย ช่วยทำให้ตนเข้าใจและเลิกเกลียดทั้งสองคนที สุริยงหน้าเสีย

“สำหรับสุ ไม่มีเหตุผลที่จะอธิบาย คุณเกนเกลียดสุได้อย่างเต็มที่ แต่กับเขมชาติ อย่าไปเกลียดเขาเลยค่ะไม่ว่าเขาจะทำเรื่องงี่เง่ามากแค่ไหน แต่เขาก็รักคุณมาก รักมากจริงๆ เขาไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณ และเรื่องมันก็จบไปแล้ว ทุกครั้งที่คุณเกนถามถึงผู้หญิงคนอื่น คำตอบก็คือไม่มีใครแทนที่คุณได้...และวันนี้ก็ยังเป็นคำตอบเดิม”

“ไม่จริงค่ะ...คุณสุต่างหากที่เขมรักมาก และไม่มีใครแทนที่คุณได้ แม้แต่เกน” เกนหลงเริ่มยิ้มคลายความตึงเครียดลง “เกนไม่ได้เกลียดคุณหรอกค่ะ เมื่อกี้ก็แค่เล่นละครนิดๆหน่อยๆ เพราะรู้ว่าถ้าถามตรงๆผู้หญิงปากแข็ง อย่างคุณสุก็คงไม่ตอบ” เกนหลงบอกเรื่องที่ได้ยินทั้งสองทะเลาะกันวันหมั้น และเขมชาติมาคุกเข่าสารภาพทั้งน้ำตา ว่าผู้หญิงในใจเขาคือสุริยง ที่ตนมาวันนี้แค่อยากรู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับเขมชาติ และตอนนี้ตนก็ได้คำตอบแล้ว

สุริยงขมวดคิ้วงงคำตอบอะไร เกนหลงยิ้ม “คุณสุ ยอมให้เกนเกลียดคุณ แต่ไม่ยอมให้เกนเกลียดเขมแค่นี้เกนก็รู้แล้วค่ะว่าคุณคิดยังไง”

“เอ่อ...คุณเกนอาจจะตีความผิดก็ได้นะคะ” สุริยงรีบแก้ตัว

“มันจะผิดหรือถูก เกนขอเป็นคนตัดสินเองนะคะ ที่ผ่านมาเกนเหมือนคนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย ตอนนี้เกนจะไม่ยอมอยู่สถานะนั้นอีกแล้ว เกนจะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน แต่จะเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง...ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้เกนไม่ต้องแต่งงานกับเขม และไม่ต้องรู้สึกผิดกับอะไรทั้งสิ้น เพราะเกนไม่ได้เกลียดคุณ” เกนหลงขอโทษสำหรับขนมแล้วก้มเก็บจานขึ้นวางก่อนจะเดินยิ้มกลับไป สุริยงยืนงงว่าตัวเองหลุดพูดอะไรออกไปบ้าง

ด้านเขมชาติยังเก็บตัวอยู่ในห้อง วิบูลย์หอบเอกสารมาให้เซ็น จึงได้เห็นภาพสุริยงที่ติดอยู่บนผนัง เขาตะลึง เขมชาติหนวดครึ้มหน้าตาอิดโรยหมดความหล่อ ไล่ให้กลับไป วิบูลย์ยังงงกับภาพเหล่านั้น แต่ก็ไม่ลืมยื่นแฟ้มงานให้ เขมชาติหงุดหงิดเดินหนีออกจากห้องไปนอนต่อที่ห้องนั่งเล่น วิบูลย์ตามมาเซ้าซี้ไม่ยอมกลับถ้าเขาไม่เซ็นเอกสารก่อน เขมชาติยังนอนหลับตาแต่ส่งเสียงไล่อย่ามายุ่ง ทันใดก็มีน้ำสาดโครมเข้ามา เข้าสะดุ้งโวยวาย แต่กลับเห็นเกนหลงยืนถือถังน้ำอยู่ วิบูลย์ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมบอกว่าเกนหลงไม่ ให้บอก แล้วจะลากลับ แต่เกนหลงห้าม

“ไม่ต้องไปค่ะ อยู่เป็นพยาน ถ้าเกนพลั้งมือฆ่าคนตายจะได้ให้ปากคำว่าทำเพราะบันดาลโทสะ ไม่ได้ฆ่าโดยเจตนา”

เขมชาติสะอึก วิบูลย์รีบขอให้ใจเย็นอย่าถึงกับฆ่าแกง เขมชาติยืดอกยอมให้เธอฆ่า เกนหลงทิ้งถังน้ำตบหน้าเขาซ้ายทีขวาทีเป็นการเตือนและเรียกสติ วิบูลย์ทำหน้าแหยๆเจ็บแทน

“มีสติจะได้มีปัญญา มีปัญญาแล้วจะได้เรียกสติกลับมา ไม่ต้องมาทำหน้างงไม่ว่าจะอะไรมาก่อน ก็ขอให้มันมีทั้งสองอย่างจะได้ไม่ปล่อยตัวเป็นภาระสังคมนอนเน่าเป็นซากแบบนี้”

เขมชาติโพล่งขึ้นตนเสียใจ เกนหลงโต้ ตนก็เสียใจ สมคิดก็เสียใจ วิบูลย์ก็เสียใจ สุริยงก็เสียใจ ทุกคนเสียใจแล้วการที่เขามานอนอยู่แบบนี้ ทำให้ความเสียใจหายไปหรือเปล่า...เกนหลงบังคับให้ตอบ เขาตอบเสียงอ่อยว่าไม่เธอจึงถามรู้แล้วทำไมไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรให้มันดีขึ้น

“เกนมาเพื่อยกโทษให้คุณ เราต่างคนต่างไปไม่มีอะไรติดค้าง คุณวิบูลย์เป็นพยาน”

วิบูลย์รับคำ เกนหลงย้ำให้เขมชาติลุกมาทำอะไรที่อยากทำ ไม่ต้องห่วงตน ถึงเวลาที่เขาต้องแก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำไว้ เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ที่ผ่านมาเขาเห็นแก่ตัวมาก ถ้ายังทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่ใช่แค่เขาแต่คนอื่นที่อยู่รอบข้างจะลำบากไปหมด ขอให้เขาใช้สติและปัญญาคิดต่อว่าควรทำอย่างไร...เขมชาติคิดได้กล่าวขอบคุณแต่เธอกลับบอก

“คนที่คุณควรจะไปขอบคุณคือคุณสมคิดค่ะที่เกนมาวันนี้เพราะคุณสมคิดขอร้อง และอีกคนที่คุณควรจะไปขอบคุณ คือคุณสุ...เธอทำให้เกนไม่เกลียดคุณและยังเป็นเพื่อนกับคุณได้ สองคนนี้คือคนที่สมควรจะได้รับการขอบคุณ ไม่ใช่เกน” เกนหลงยิ้มให้อย่างหลุดพ้นจากปัญหา

เขมชาติดีใจที่ได้ยินเรื่องของสุริยง ท่าทางเขากระฉับกระเฉงขึ้น สั่งวิบูลย์เอาเอกสารทั้งหมดไปวางที่โต๊ะ เขาอาบน้ำออกมาจะเซ็นให้ วิบูลย์ดีใจที่เขมชาติกลับมาเป็นคนเดิมเสียที...เย็นวันนั้น เขมชาติโทร.หาสมคิด ยอมรับว่าตัวเองขาดสติ เขากล่าวขอบคุณสมคิด ที่ทำให้เกนหลงยกโทษและยอมเป็นเพื่อนกับตน ขอบคุณสำหรับความห่วงใยทุกอย่าง สมคิดบอกว่า แค่กลับมาเป็นคนเดิมก็ดีใจที่สุดแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องไปจัดการอีกเรื่อง...เขมชาติ นึกถึงสุริยงในบัดดล

ooooooo

วันต่อมา สุริยงแปลกใจที่อัมพิกาเรียกไปพบ... เขมชาติโกนหนวดเคราตัดผมเรียบร้อยมายืนจดๆจ้องหน้าบ้านสุริยง แต่ต้องคลาดกับเธอ 

สุริยงเข้ามาหาอัมพิกาในห้องพักคนไข้ เธอยังวางท่าเชิดๆถามทำไมไม่เซ็นรับหุ้น อย่าบอกว่าเป็นห่วงตนเพราะตนไม่เชื่อ สุริยงโต้ว่า ไม่เชื่อก็ไม่มีเหตุผลอื่น อัมพิกาเสียงกร้าว

“แต่ก่อนหน้านี้เธอดิ้นรนทุกอย่างเพื่อจะเอาหุ้น แล้วจะให้ฉันเชื่อได้ยังไงว่าเธอจะเป็นห่วงฉันมากกว่าอยากได้หุ้น”

“ดิฉันไม่อยากได้หุ้น แต่ดิฉันต้องทำตามคำสั่งของเจ้าสัวให้เรียบร้อย ถ้าท่านสั่งไม่ให้แตะกับสมบัติของครอบครัวรัตนชาติ ฉันก็จะทำ แต่ท่านสั่งให้ดิฉันดูแลไก่กับไข่และมรดกของเด็กทั้งสอง ดิฉันก็ต้องทำตามให้สำเร็จ”

“ทำไม เธอจะมาจริงจังอะไรกับคำสั่งของพ่อฉันนักหนา”

“เพื่อตอบแทนบุญคุณที่เจ้าสัวช่วยเหลือครอบครัวเราไว้ บุญคุณที่ทดแทนเท่าไหร่ก็ไม่หมด ถ้าท่านสั่งให้ฉันไปตาย ฉันก็พร้อม...ที่ดิฉันชะลอการเซ็นรับหุ้นเพราะดิฉันมั่นใจว่า ท่านเจ้าสัวรักลูกทุกคน ไม่ใช่แค่ไก่ไข่ ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็คงสั่งให้ทำในสิ่งที่ฉันทำ สำหรับท่านเจ้าสัว ชีวิตของลูกทุกคนมีความสำคัญเท่ากันหมด”

อัมพิการู้สึกอ่อนยวบลงแต่ยังวางฟอร์มปกปิดให้หยุดพูดและไล่สุริยงกลับไป สุริยงนึกได้บอกว่าพ่อกับแม่ทำอาหารฝากมาให้ ถ้าเธอไม่รับก็ทิ้งมันไป แต่จะห้ามพวกตนดูแลเธอไม่ได้ ว่าแล้วก็ยกมือไหว้ก่อนจะกลับออกไป อัมพิกาน้ำตาไหลออกมาอย่างอัดอั้น ปมในใจคลายลง

ด้านเขมชาติมาหาสุริยงที่บ้าน ได้รับการต้อนรับจากนภาและอาทิตย์อย่างดี เขามองภาพถ่ายของไก่ไข่ เห็นถึงความน่ารักของครอบครัว นึกย้อนถึงคำใส่ไคล้ของอัมพิกา ว่าครอบครัวนี้เห็นแก่เงิน แต่พอได้ประสบ ดูไม่เป็นอย่างนั้นเลย เขาเอ่ยถามถึงวดี

“ทำไมถึงเรียกหนูเล็กว่า วดี คุณรู้จักชื่อนี้ได้ยังไง” นภาสงสัย

เขมชาติทรุดลงคุกเข่ากับพื้น กล่าวขอโทษอาทิตย์กับนภา ทั้งสองตกใจมีอะไร เขายกมือไหว้ “ผมกราบขอโทษสำหรับทุกอย่าง ที่ผมทำไม่ดีต่อวดี ผมขอโทษครับ”

อาทิตย์ถามถึงขนาดกราบขอโทษแสดงว่ามีเรื่องอะไร เขมชาติบอกว่าเขาเป็นแฟนกับสุริยงสมัยเป็นนักศึกษา นภาไม่แปลกใจเลยเพราะรู้ว่าลูกสาวมีโลกส่วนตัวสูงและเก็บความลับได้ดีเยี่ยม เขมชาติบอกว่าตนไม่ชอบชื่อสุริยงฟังดูแข็งๆจึงเรียกชื่อเดิม อาทิตย์นึกได้ถามว่ามาขอโทษทำไม เขาหุบยิ้ม สารภาพว่าตั้งแต่กลับมาเจอกัน ตนทำไม่ดี กับเธอมาก ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว ถ้าสิ่งที่ตนทำสร้างความไม่สบายใจให้ทางบ้าน ตนต้องขอโทษ นภายอมรับว่าลูกสาวดูเครียดๆ ยิ่งหลังจากกลับจากสวิส ยิ่งเครียดหนัก แต่โตๆกันแล้วจะมาซักไซ้เหมือนเด็กๆก็ไม่ได้

“ตอนนี้ไม่ได้ทำงานกันแล้วนี่ คงไม่มีอะไรแล้วมั้ง ส่วนเรื่องที่เคยเป็นแฟนกันมันเป็นแค่อดีต ตอนนี้คุณเองก็มีคุณเกนหลง”

เขมชาติขัดว่าตนกับเกนหลงเราเป็นเพื่อนกัน นภารีบถามเพราะสุริยงหรือเปล่า เพราะวันก่อนเกนหลงมาด้วยท่าทางโกรธๆ เขมชาติแก้แทน “ไม่ใช่ครับ เพราะผมเองที่ทำให้คุณเกนขอเลิก ส่วนเรื่องวดี...คุณเกนเป็นคนบอกให้ผมมาขอบคุณเขาที่ทำให้เธอไม่โกรธผม และกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ คุณเกนไม่ได้โกรธวดีเลยครับ”

ระหว่างนั้น สุริยงกลับมาเจอรถเขมชาติหน้าบ้าน ด้วยความโกรธจึงเรียกรถมาลาก ชื่นวิ่งมาบอกเขมชาติ ทุกคนวิ่งออกมาดู สุริยงหาว่ารถมาจอดขวางหน้าบ้าน นภากับอาทิตย์ปรามให้คุยกันดีๆ แต่ท่าทางสุริยงจะยิ่งกราดเกรี้ยวใส่อารมณ์ เขมชาติโพล่งขึ้น

“ได้ คุณอยากจะลากรถผมไปทิ้งก็ได้ คราวหน้าผมให้คนรถมาส่ง หรือมาแท็กซี่ก็ได้ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องมาหาคุณ”

“คุณจะมาหาฉันอีกทำไมหะ...จะมาสร้างความเดือดร้อนอะไรให้ฉันอีก ที่ผ่านมายังไม่พอรึไง” เขมชาติเอ่ยปากขอโทษเรื่องที่สวิส สุริยงเสียงกร้าว “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันไม่อยากฟัง ไม่ต้องมาที่นี่อีก เพราะฉันไม่รับคำขอโทษ” สุริยงออกอาการโกรธสุดๆ

ชื่นกระซิบกับนภาไม่เคยเห็นสุริยงเหวี่ยงแบบนี้มาก่อน สุริยงโกรธจัดใช้กระเป๋าทุบตีขับไล่ด่าว่าเขมชาติหน้าด้าน เขมชาติยืนกรานขอให้เธอยกโทษแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิม

“ฝันไปเถอะ มันไม่มีวันจะเป็นเหมือนเดิม...ไม่มีทาง”

“มี...ผมรู้ว่าจริงๆแล้วคุณไม่ได้เกลียดผม คุณพูดให้คุณเกนเข้าใจผม ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วง”

สุริยงเอากระเป๋าฟาดหน้าอีกครั้ง “ตื่นจากฝันแล้วก็เลิกคิดไปเองได้แล้ว ฉันไม่มีวันจะยกโทษหรือลืมสิ่งที่คุณทำกับฉัน อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก เรื่องระหว่างเรามันจบไปนานแล้ว”

คนอื่นๆงงว่าเรื่องอะไร สุริยงสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้าน คนลากรถปลดรถเขมชาติคืนดังเดิม นภากับอาทิตย์รีบตามสุริยงเข้าไป เขมชาติทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง

สุริยงพาลอารมณ์เสียโทร.ไปต่อว่าเอื้อที่ให้เกนหลงไปบอกเขมชาติมาวุ่นวายกับตนอีก เอื้องงแล้วพยายามปลอบให้เธออย่าหงุดหงิด ทั้งที่แปลกใจเธอไม่เคยเหวี่ยงแบบนี้มาก่อน

พอเอื้อมาถามเกนหลง เป็นคนให้เขมชาติไปง้อสุริยงหรือ เกนหลงยอมรับเพราะแน่ใจว่าทั้งสองยังมีใจให้กันอยู่ เอื้อย้อนถามไม่เสียใจหรือ เธอตอบอย่างมั่นใจ

“เกนไม่ใช่คนปากอย่างใจอย่างสักหน่อย จะว่าไปเกนโล่งอกด้วยซ้ำที่ได้รู้ความจริงสักที ตลอดเวลาที่คบกัน เกนรู้สึกว่าเขมมีใครบางคนอยู่ในใจ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้ จะว่าไป...ชีวิตคนเรามันก็ตลกดีนะคะ คนตั้งมากมาย ทำไมต้องเป็นคุณสุ”

เอื้อเห็นจริง เกนหลงย้อนถามเขาไม่โกรธใช่ไหม เอื้อตอบว่าเธอทำถูกต้องจะโกรธได้อย่างไร ที่จริงตนก็ชินกับการที่มีคนมาจีบสุริยงอยู่เรื่อยๆ หญิงสาวเน้นว่าคนนี้ไม่เหมือนกัน เอื้อตอบยิ้มๆว่า เขาก็คงมาให้เธอสอนทำคัพเค้ก หญิงสาวยิ้มขำๆรีบชวนทำเค้กทันที เอื้อกลับห่วง เขมชาติมากกว่า เพราะการเอาชนะใจสุริยงนั้นยากมาก

ooooooo

เขมชาติเรียกสมคิดกับวิบูลย์มาช่วยคิดหาวิธีง้อสุริยง ทั้งสองช่วยกันเสนอหลายวิธีแต่ดูไม่ค่อยเอาไหน สมคิดจึงบอกว่า ความอดทนและความจริงใจเท่านั้นที่จะเอาชนะใจเธอได้

ในขณะที่สุริยงเสียงดังจนไก่กับไข่ตกใจ เธอกำลังอธิบายให้อาทิตย์กับนภาเข้าใจว่าเขมชาติเป็นคนที่เชื่อถือไม่ได้ ห้ามทุกคนให้เขาเข้ามาในบ้านอีก ชื่นเห็นอาการสุริยงแล้วคุ้นเหมือนเคยเห็นใครเป็นมาก่อน สุริยงพูดไปกินผลไม้ไปหน้าตาเฉยจนหมด อาทิตย์กับนภาอ่อนใจ ไม่ทันไรเสียงออดหน้าบ้านดัง เขมชาติโผล่มาจริงๆ เขาเอากล่องที่สุริยงทิ้งมาคืน สุริยงออกมารับกล่องปาทิ้งไม่ไยดี ไล่ให้เขากลับไป เธอหันไปโวยวายใส่ชื่นที่เปิดประตูให้เขาเข้ามา

“อย่าไปว่าชื่นเลย ผมขอเข้ามาขอโทษคุณ ถึงคุณไม่ยกโทษให้ ผมก็ต้องขอโทษ ผมรู้คุณทิ้งของพวกนี้แล้วเพราะคุณไม่ต้องการ แต่ผมพยายามจะแก้ไขให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนความรักของคุณ ที่ผมทำลายไป...ผมจะพยายามทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม วดี...ผมจะคุกเข่าอยู่ตรงนี้ เพื่อขอโทษคุณ ถ้าคุณไม่ยกโทษ ผมก็จะนั่งตรงนี้ไปตลอดชีวิต”

ชื่นหน้าเหวอ สุริยงโมโห ลากสายยางมาฉีดน้ำใส่เขาเต็มๆ ไก่กับไข่วิ่งมาแอบดูงงๆ ไม่เคยเห็นแม่ดุขนาดนี้มาก่อน เขมชาติยืนกรานจะไม่ไปไหน สุริยงโกรธปาหัวฉีดโขกหัวเขาดังโป๊ก ชื่นทำท่าสยองแล้วอมยิ้มในความอดทนของเขมชาติ...สุริยงไม่หยุดเพียงแค่นั้น ขึ้นไปขับรถจะพุ่งเข้าชน เขมชาติตะลึงแต่ฮึดคุกเข่าอยู่อย่างนั้นไม่หนี อาทิตย์ทนไม่ไหวเข้ามาฉุด สุริยงตกใจเหยียบเบรกรถหยุดตรงหน้าทั้งสองพอดี เธอลงจากรถอย่างหงุดหงิด

“นี่แค่เตือน ฉันถือว่าสิ่งที่คุณทำคือการบุกรุก และฉันก็ทำเพื่อป้องกันตัว ถ้าคุณยังดื้อด้านมาสร้างความรำคาญใจให้ฉันอีก ครั้งต่อไปฉันไม่เบรกแน่” สุริยงเดินปึ่งเข้าบ้านไป

อาทิตย์เอาผ้าเช็ดตัวมาให้ ไม่ทันไร ชนะกับฮันนี่มา เห็นสภาพเขมชาติก็งงๆ ถามเกิดอะไรขึ้น สุริยงส่งเสียงออกมาว่าไม่มีอะไร คนสติไม่ดีมาเรียกร้องความสนใจ ชนะยิ่งงง สุริยงตัดบทเอ่ยถามมาชวนเธอกับลูกออกไปข้างนอกใช่ไหม สุริยงแกล้งทำฉอเลาะ เขมชาติมองอย่างเจ็บจี๊ด...ชนะเดินตามสุริยงเข้าไปในบ้าน ฮันนี่มองเขมชาติ แล้วถามขำๆ

“คุณน้าหน้ายักษ์ไปเล่นสงกรานต์มาเหรอคะ ตัวเปียกเป็นลูกนกตกน้ำเลย”

พลันฮันนี่เห็นรูปถ่ายสุริยงกับเขมชาติที่ตกเกลื่อนอยู่ จึงถามทำไมสองคนจึงถ่ายรูปกัน แต่ดูหน้าเด็กกว่าตอนนี้ เขมชาตินึกได้ รีบยุให้ฮันนี่เก็บรูปไปให้ชนะดู... ไม่นาน สุริยงก็แกล้งควงแขนชนะออกมาพร้อมไก่และไข่ ไก่ชวนเขมชาติไปด้วยแต่สุริยงปฏิเสธอ้างว่ารถเต็ม เขมชาติแกล้งตะโกนไล่หลัง

“วดี...วดี คุณจะออกไปกับผู้ชายคนไหนก็ได้ แต่กลับมาคุณก็ยังเจอผมคุกเข่าอยู่ตรงนี้ จนกว่าคุณจะยกโทษให้ผม”

ชนะแปลกใจมองหน้าสุริยง เธอปัดอย่าไปฟังคนไร้สาระ เขมชาติบุ้ยใบ้กับฮันนี่อย่าลืมเอารูปให้พ่อดู ฮันนี่พยักหน้าหงึกๆ...พอสุริยงออกไป เขมชาติก็ทรุดนั่งยืดขาด้วยความเมื่อย อาทิตย์กับนภาเข้ามาอดถามไม่ได้นี่มันอะไรกัน ชายหนุ่มเก็บรูปที่หลงเหลือและเล่าว่า

“รูปตอนอยู่มหาวิทยาลัย วดีเก็บมันไว้ เพิ่งจะเอามาทิ้งคืนก่อนวันหมั้น ผมเก็บได้โดยบังเอิญ ก็เลยต่อมันกลับมาใหม่ วันนี้ผมเอากลับมาให้วดี เพราะอยากให้เขารู้ว่า ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ความรู้สึกดีๆของเรากลับมาเหมือนเดิม”

อาทิตย์ยอมรับว่าเห็นความตั้งใจจริงของเขมชาติ แต่วิธีนี้คงไม่ได้ผล ช่วงนี้สุริยงอารมณ์แปรปรวน ฉุนเฉียวผิดปกติ ให้เขากลับไปก่อน เขาจึงขอทำอะไรบางอย่างไว้ให้เธอก่อนกลับ...

เมื่อชนะกับสุริยงพาเด็กๆมาเล่นสวนสนุก พอมีโอกาส ฮันนี่ก็เอารูปให้ชนะดู เขาอึ้งแปลกใจ แต่สอนลูกว่า เราไม่ควรไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของใคร ฮันนี่เข้าใจเดินไปเล่นต่อ แต่ชนะกลับร้อนใจโทร.ไปถามเรื่องราวจากเกนหลงจนได้คำตอบทั้งหมด แล้วเอารูปมายื่นตรงหน้าสุริยง เธออ่อนใจเบื่อหน่ายเสียเต็มประดา ชนะถามว่าเธอจะใจอ่อนบ้างไหม

“ถามแบบนี้ แสดงว่าไม่รู้จักกันดีพอ”

“ใช่ครับ ผมยอมรับ และคุณเองก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผมเข้าไปเรียนรู้มากนัก ผมรู้ว่าคุณไม่อยากพูดเรื่องระหว่างคุณกับเขา ผมจะไม่ถาม แต่สิ่งที่ผมอยากรู้คือ เรื่องระหว่างคุณกับผม ตั้งแต่รู้จักกัน ผมเป็นยังไงในสายตาคุณ”

“คุณชนะเป็นเจ้านายที่มีน้ำใจกับลูกน้องทุกคน ไม่ใช่แค่สุ เป็นคุณพ่อที่รักลูก และเป็นเพื่อนที่น่ารัก”

ชนะอึ้ง ยิ้มยอมรับความเป็นเพื่อนที่เธอให้เป็น สุริยงปลอบว่า ไม่นานเขาต้องเจอตัวจริง ชนะจึงบอกว่าตนเป็นคนเต็มที่กับเพื่อน ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้ทันทีไม่ต้องเกรงใจ เธอซึ้งใจ

ooooooo

วันนี้เป็นวันที่อัมพิกาได้กลับบ้าน แต่มีเพียงคนขับรถที่มารับ โดยแจ้งว่าอรทัยไปงานเปิดตัวหนังสือ เธอเซ็ง มันสำคัญกว่าพี่หรือ ส่วนเอื้อติดประชุมแต่จะรีบกลับ...อัมพิกาสะท้อนใจ ออกมาจากห้องเห็นใครๆ มีลูกหลานมารับ เด็กๆวิ่งเล่นน่ารักสดใส คิดอยากจะมีบ้าง

พอกลับถึงบ้าน ก็เห็นลูกโป่งสีสวยงามลอยอยู่ในบ้าน ห้อยป้ายยินดีต้อนรับกลับบ้าน เป็นลายมือไก่กับไข่ และมีรูปการ์ตูนซุปเปอร์วูแมน เธอเผลอยิ้มออกมา คนรับใช้ยื่นการ์ดให้บอกว่าจากเอื้อ อัมพิกาอ่าน “ต้อนรับกลับบ้านครับพี่อัม ขอโทษที่ไม่ได้ไปรับ เย็นนี้จะรีบกลับ ไปทานข้าวด้วย อีกไม่กี่วันจะถึงวันเกิดคุณพ่อ พี่อัมจำที่คุณพ่อเคยพูดในงานแซยิดได้รึเปล่าครับ คุณพ่อพูดว่า... เราก็อายุเหลือกันไม่มาก อย่าแบกความทุกข์ไว้เลยใช้เวลาที่เหลือกับความสุขจะดีกว่า...ผมว่าคำพูดของคุณพ่อเป็นยาวิเศษที่ทำให้พี่อัมหายป่วยได้นะครับ รักพี่ครับ...เอื้อ”

อัมพิกาสะท้อนใจ มองลูกโป่งของไก่กับไข่ รู้สึกเหมือนมีบ่อแห่งความสุขเกิดขึ้นในบ้าน ตัดสินใจโทร.กลับไปหาเอื้อ พอเขาได้ยินน้ำเสียงพี่สาวดูสดชื่นก็ดีใจขอตัวเข้าประชุมแล้วจะรีบกลับไปหา อัมพิกายิ้มอย่างมีความสุข

เสร็จงาน พจน์ขอร้องเอื้อให้ช่วยพาเกนหลงไปงานเลี้ยงฉลองรางวัลของนิตยสารฉบับหนึ่งเพราะเห็นว่าเอื้อก็ได้รางวัลเช่นกัน เอื้อยินดีอย่างยิ่ง เขารีบไปหาเกนหลงตามคำบอกของพจน์...เกนหลงมาเรียนเต้นลีลาศเพื่อคลายเครียด พอเห็นเอื้อมาก็แปลกใจ พอถูกเอื้อท้าว่าป๊อดไม่ยอมไปงาน เธอจึงตกลงจะไปแต่แกล้งท้ากลับว่า เขาป๊อดที่จะเต้นลีลาศ เอื้อยอมแพ้ไม่ชอบเต้น แต่พอเห็นมีผู้ชายร่างกำยำมาเป็นคู่เต้นเธอก็เกิดขุ่นเคืองในใจ ลุกพรวดขึ้นประกาศว่า ตนจะเป็นคู่เต้นให้เกนหลงเอง ครูฝึกถึงกับงงๆ ดึงชายร่างกำยำมาเป็นคู่เต้นครูฝึกเสียเอง...

ooooooo

สุริยงกลับมาบ้าน พบว่ามีต้นฟอร์เก็ตมีน็อตปลูกใหม่ที่สนาม ก็ไม่พอใจสั่งชื่นถอนทิ้งให้หมด ชื่นแปลกใจเพราะปกติเธอรักต้นไม้จะตาย พอเข้ามาในบ้านก็เห็นดอกฟอร์เก็ตมีน็อตวางอยู่มุมต่างๆในบ้าน แถมมีรูปเธอกับเขมชาติตอนไปสวิตติดอยู่ตามผนังก็ยิ่งปรี๊ด...

นภากับอาทิตย์ตกใจที่ลูกสาวกระชากรูปทุกใบออกมา พร้อมลากต้นไม้ออกมาเผาทิ้งหน้าบ้านกลับเข้าบ้าน เห็นกล่องที่ตนทิ้งไปแล้ววางอยู่ มีกระดาษโน้ตแปะอยู่ว่า “วันนี้ผมกลับไม่ได้แปลว่าจะยอมแพ้ พรุ่งนี้ผมจะมาหาแต่เช้า ผมขอยืนยันเรื่องของเรามันยังไม่จบและผมไม่ยอมให้มันจบแบบนี้เด็ดขาด”

ชื่นเห็นแล้วสะกิดบอกนภาว่า นึกออกแล้วอาการเหวี่ยงแบบนี้เหมือนน้องสะใภ้ นภารีบถามเขาเป็นอะไร ชื่นโพล่งออกมาว่า...เขาท้อง สุริยงได้ยินทิ้งกล่องหลุดมือโครม ทั้งอาทิตย์ นภาและชื่นหันมอง สุริยงหายแวบไปแล้ว ทั้งสามแปลกใจ กล่องหล่นมาได้อย่างไร...สุริยงหลบมายืนอึ้งอยู่ในห้อง ใจสั่นว้าวุ่นใจ เป็นไปไม่ได้

รุ่งขึ้น สุริยงออกจากบ้านไปแต่เช้า เขมชาติมาถึงจึงเห็นแต่ซากที่เธอเผาทิ้งไว้ นภากับอาทิตย์ขอถามเขมชาติตรงๆ ว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ แค่ต้องการขอโทษลูกสาวหรือ เขมชาติยอมรับว่ายังรักสุริยงตั้งแต่ก่อนจนปัจจุบัน...สุริยงช่วยให้ตนเรียนจบ ทำให้ตนมีความพยายามสร้างฐานะ ตนอยากมาขอคืนดี อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม และรับผิดชอบกับทุกสิ่งที่ทำลงไป ไก่กับไข่แอบฟัง แปลกใจที่เขมชาติเรียกชื่อสุริยาวดี เธอเป็นใครกัน

ระหว่างนั้น สุริยงออกมาซื้อเครื่องตรวจครรภ์ แล้วนำเข้าไปทดสอบในห้องน้ำของห้าง ผลออกมาเป็นสองขีด เธอนั่งร้องไห้อยู่ในห้องน้ำอย่างสับสน โทร.กลับเข้าบ้าน ปรากฏว่าไก่รับสาย ไก่บอกว่าตายายคุยอยู่กับเขมชาติ เขมชาติได้ยินรีบมาขอคุยเอง แต่พอเขากรอกเสียงเข้าไป สุริยงก็ตัดสายทิ้งทันที ไก่กับไข่ได้ยินเขมชาติเรียกสุริยงว่า...วดี...วดี ก็ร้องอ๋อพร้อมกัน

วันเดียวกัน เอื้อแต่งตัวหล่อเนี้ยบมารับเกนหลงที่บ้าน พจน์ขอบอกขอบใจที่เขาทำให้เกนหลงยอมเข้าสังคม พอเกนหลงเดินออกมา ทั้งพจน์และเอื้อก็ตะลึงกับความสวยดุจเจ้าหญิงของเธอ เอื้ออุทาน สวยเว่อร์ไปหรือเปล่า ตนอยากกลับไปเปลี่ยนชุดเลย

“ก็ทางงานเขาให้เกนแต่งคอนเซปต์เจ้าหญิงนี่คะ เขาไม่ได้ให้พี่เอื้อแต่งคอนเซปต์เจ้าชายเหรอคะ”

“เปล่า เขาให้แต่งสไตล์แคสชวลชิค บอกว่าพี่ใส่สูทขรึมๆบ่อยแล้ว งานนี้เลยอยากให้แต่งเบาๆจะได้ดูแปลกตา ไม่เป็นไรถือซะว่าวันนี้เป็นคนขับรถให้เจ้าหญิงก็แล้วกัน”

เกนหลงยิ้มขำๆ ทั้งสองเริ่มหวั่นไหวต่อกันแต่ยังวางฟอร์มอยู่ในที...เมื่อเข้ามาในงาน ก็มีเสียงซุบซิบนินทาจริงๆ อรทัยมางานกับวานิตา นักข่าวรุมถ่ายรูป แต่พอเอื้อควงคู่มากับเกนหลง นักข่าวก็ทิ้งทั้งสองไปรุมถ่ายรูปและสัมภาษณ์ ความสัมพันธ์ของเธอกับเขมชาติเป็นอย่างไร เกนหลงตอบยิ้มแย้มว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่นักข่าวถามมากขึ้น จนเอื้อเห็นท่าไม่ดี ออกตัวแทน

“ในฐานะที่โดนพาดพิง ผมขอใช้สิทธิ์ในการไม่ตอบ และขอตัวเกนหลงเข้าไปในงานก่อนนะครับ เกรงใจเจ้าภาพ เอาไว้เลิกงานแล้วถ้าน้องๆยังไม่กลับ เราค่อยคุยเรื่องนี้กันต่อ”

เอื้อโอบเอวเกนหลงเข้างาน กระซิบบอกเธอว่าได้ให้เจ้าหน้าที่เตรียมทางออกฉุกเฉินไว้ให้แล้ว พอรับรางวัลเสร็จออกทางด้านหลังได้เลย เกนหลงยิ้มอุ่นใจ พลัน อรทัยปรี่เข้ามากอดเกนหลง ทำทีรักใคร่กลมเกลียวกันดี เพราะเธอพอใจมากที่เอื้อจะหันมาชอบพอกับเกนหลง ทำเอาเกนหลงงงว่าตนสนิทสนมกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ วานิตาเองก็เหวอที่เพื่อนเปลี่ยนไปดื้อๆ

สุดท้าย เอื้อพาเกนหลงหลบออกมานั่งทานอาหารริมทาง เกนหลงรู้สึกสบายใจขึ้นมาก เธอกินอย่างไม่ห่วงสวยจนเอื้อยิ้มอย่างเอ็นดู หญิงสาวขอบคุณที่เขาช่วยให้เธอผ่านช่วงเวลาแย่ๆมาได้ทุกครั้ง ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งและยืนอยู่ข้างๆเสมอ

“พี่ก็ขอบคุณเกนเหมือนกันที่ทำให้พี่ได้ลองเต้นรำ ทำขนม ต่อยมวย ทอผ้า แต่งหน้าเค้ก แล้วก็ทำอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่พี่ไม่เคยทำ คราวหน้าคงต้องให้พาไปปีนหน้าผา”

“ได้เลยค่ะ ด้วยความยินดี พี่เอื้อพร้อมเมื่อไหร่ไปได้เลยค่ะ” เกนหลงชูนิ้วก้อยให้เขาเกี่ยวสัญญา ทั้งสองมีความสุขร่วมกันอย่างไม่รู้ตัว

ทันใดมีโทรศัพท์เข้ามาพร้อมกัน เขมชาติโทร.หาเกนหลงถามหาสุริยง และอาทิตย์โทร.หาเอื้อถามหาสุริยงเช่นกัน ทั้งสองปฏิเสธและเป็นห่วงสุริยงเมื่อรู้ว่าเธอหายไปแต่เช้าจนค่ำ เอื้อโทร.หาสุริยงก็ปิดเครื่อง เกนหลงนึกได้ โทร.ถามทางชนะ แต่เขาก็ปฏิเสธเธอไม่ได้ติดต่อมาเลย

แต่เบื้องหลัง สุริยงขอความช่วยเหลือจากชนะ เขาจึงพาเธอมาพักที่บ้านตากอากาศไม่ใช่ที่รีสอร์ต เธออ้างว่าขอตั้งหลักสักพักแล้วจะหาทางไปต่อ เขารีบบอกไม่ต้องรีบร้อน เธอพักที่นี่ได้ตลอดไป ฮันนี่วิ่งเข้ามาบอกว่าจัดที่นอนไว้ให้แล้ว ตนขอนอนกับเธอ ว่าแล้วก็กู๊ดไนท์พ่อ

ด้านไก่กับไข่ บ่นหาสุริยงไม่ยอมนอน เขมชาติจึงมาเล่านิทานให้ฟังแทนสุริยง แต่เขาเล่าชีวิตจริงของเขากับสุริยง  ไก่กับไข่สัมผัสได้ถึงความรักที่เขามีต่อแม่หนูเล็ก จึงเข้ามากอดปลอบ

ooooooo

กลางดึกสงัด สุริยงรู้สึกหิวจนทนไม่ไหว แอบออกจากห้องมาค้นหาของกินในตู้เย็น ชนะออกมาเจอ จึงคิดจะทำสลัดทูน่าให้เธอทาน แต่พอเธอได้กลิ่นทูน่าก็คลื่นไส้ไล่ให้เขาเอาไปทิ้ง ชนะแปลกใจเพราะเป็นของใหม่แต่ก็ยอมเอาออกไปทิ้ง กลับเข้ามาเห็นเธอกินผักเปล่าๆ

“เห็นคุณสุเป็นแบบนี้แล้วผมนึกถึงภรรยาผมเลย ตอนท้องน้องฮันนี่ก็เป็นแบบนี้ แพ้เนื้อสัตว์ได้กลิ่นไม่ได้ จะอาเจียน กินแต่ผักกับผลไม้ แล้วอารมณ์ก็จะเหวี่ยงๆ หน่อยแบบเมื่อกี้เลยครับเนี่ย...ผมเห็นแล้วภาพภรรยาตอนท้องแว่บเข้ามาเลย”

สุริยงหน้าเสียขอตัวกลับห้องทันที ชนะรีบถามที่เธอหนีมาแบบนี้เกี่ยวข้องกับเขมชาติใช่หรือเปล่า เธอนิ่งอึ้ง ชนะจึงปะติดปะต่อเรื่องราวที่ผ่านมา แล้วฉุกคิดว่า สุริยงอาจจะท้อง...รุ่งเช้า เขาทำทีจะพาเธอไปหาหมอแต่เธอบ่ายเบี่ยงอ้างเมื่อคืนแค่หิวมากไปหน่อย ไม่ทันไร สุริยงก็เกิดอาการคลื่นไส้ขึ้นมาอีก ฮันนี่จึงบอกพ่อว่า เราจะปล่อยเธออยู่ลำพังไม่ได้ ชนะเห็นด้วย

ตกกลางวัน ชนะนัดเอื้อออกมาเจอที่ร้านกาแฟ เพื่อบอกความจริงว่าสุริยงอยู่กับตน ที่ตนยอมมาบอกเพราะเป็นห่วงอาการของเธอ ตนสงสัยว่าเธอตั้งครรภ์ เอื้อถึงกับช็อก

เขมชาติเรียกสมคิดกับวิบูลย์มาช่วยกันตามหาสุริยง เอื้อแวะมาหน้าเครียด เรียกเขมชาติออกไปคุยหน้าบ้าน นภาสงสัยสะกิดชื่นไปแอบฟัง...เอื้อบอกเขมชาติว่ารู้แล้วสุริยงอยู่ที่ไหน เขมชาติร้อนรนอยากรู้เต็มแก่ เอื้อยื้อไม่บอกจนกว่าเขาจะบอกความจริงบางอย่าง เขมชาติชะงักบอกว่าตนบอกไปหมดแล้ว เอื้อคาดคั้นยังไม่หมด คิดดูดีๆมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้บอก

“ที่เหลือ...ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับวดี เรื่องส่วนตัวที่ผมไม่ควรพูด”

“คุณพูดแค่นี้ ผมก็รู้แล้วหมายถึงเรื่องอะไร” เขมชาติอึกอัก “ไม่ต้องอธิบายหรือแก้ตัว เสียเวลา อายุขนาดนี้แล้วคุยกันตรงๆเลยก็แล้วกัน ตอนนี้หนูเล็กพักอยู่ที่บ้านตากอากาศของคุณชนะ” เขมชาติโวยทำไมวันก่อนชนะไม่บอก เอื้อบอกว่าสุริยงขอร้อง

เขมชาติหน้าเศร้า สุริยงคงไม่อยากให้ตนรู้ เอื้อบอกเรื่องอาการป่วยของสุริยง นภากับชื่นแอบฟังอยู่...เอื้อบอกว่าสุริยงมีอาการแปลกๆ เขมชาติเห็นด้วยว่าเธอมักจะเหวี่ยง หงุดหงิดง่าย ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เอื้อจึงบอกว่านั่นเป็นอาการของคนท้อง

“อ๋อ...เหรอครับ หะ! คุณเอื้อพูดว่าอะไรนะครับ อาการอะไรนะครับ”

เอื้อย้ำอีกครั้งเป็นอาการของคนท้อง ชื่นอุทานเสียงดัง นภาถึงกับลมจับ เขมชาติทั้งช็อกทั้งดีใจ เอื้อรีบบอกให้เขมชาติรู้ว่า สุริยงไม่ยอมไปหาหมอตรวจให้แน่นอน เขมชาติจึงว่า

“ผมพาไปเอง ถ้าวดีท้องจริงๆ ผมต้องทำยังไงบ้าง ตอนวดีท้องไก่กับไข่ เขามีอาการเป็นยังไง ผมจะได้รับมือถูก”

“ตั้งท้องไก่ ไข่...นี่คุณไม่รู้จริงๆเหรอ” เอื้อแปลกใจ

เขมชาติว่าตนจะรู้อาการตอนนั้นได้อย่างไร เอื้อบอกไม่ใช่ เขาไม่รู้จริงหรือว่าสุริยงไม่ใช่แม่แท้ๆของไก่ไข่ เขมชาติช็อกอีกครั้ง เอื้อบอกว่า “คุณพ่อผมมีภรรยาสามคน คนแรกคือแม่ผม คนที่สองคือแม่ไก่ไข่ แต่เสียชีวิตหลังจากคลอดไม่นาน คนที่สามคือหนูเล็ก คุณพ่อแต่งงานกับหนูเล็กเพราะต้องการให้มาดูแลไก่กับไข่ ท่านกับหนูเล็กไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ทั้งสองคนแยกห้องกันนอนตั้งแต่วันแรกที่จดทะเบียน จนวันสุดท้ายที่คุณพ่อเสียชีวิต”

เขมชาติเสียใจที่เข้าใจสุริยงผิดมาตลอด จนทำร้ายเธอสารพัด เอื้อมองด้วยความเห็นใจ...เอื้อให้แผนที่ทางไปบ้านพักตากอากาศของชนะแก่เขมชาติ กำชับให้พาสุริยงไปหาหมอให้ได้  เขมชาติรับคำ ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากเอื้อไปตลอดทาง อาทิตย์โทร.เข้ามาบอกว่ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เขมชาติรีบขอโทษและพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง ขอบคุณที่ทั้งสองท่านให้อภัย

“พ่อก็หวังว่าหนูเล็กจะเข้าใจเหมือนกัน แค่นี้นะ มีอะไรก็รีบส่งข่าวมา” เขมชาติรับคำ

พอเกนหลงรู้จากเอื้อว่าสุริยงท้องก็เป็นห่วงความ รู้สึกของเขา รีบถามเขาเป็นอย่างไรบ้าง เอื้อกล่าวติดตลกว่าตนสบายดี ตนไม่ใช่พ่อเด็กในท้องจะได้แพ้ท้องแทน หญิงสาวหลิ่วตามอง

“พูดแบบนี้แสดงว่าอารมณ์ดีแล้ว  หรือว่าทำเป็นขำกลบเกลื่อนคะ”

“ก็...ไม่รู้เหมือนกัน” เกนหลงร้องอ้าว “คือมัน...ก็มีทั้งอึนๆช็อกๆแต่ก็ดีใจแล้วก็เอาใจช่วยให้เขมชาติกับหนูเล็กปรับความเข้าใจกันให้ได้”

“ดีใจจริงๆเหรอคะ...แน่ใจนะคะว่าไม่ได้หลอกตัวเอง”

“จริง...จะพูดยังไงดี...พี่กับหนูเล็กเราผูกพันกันจนเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน มันมากกว่าความรักแบบหนุ่มสาว พี่จะดีใจและมีความสุขมากที่ได้เห็นเขามีความสุข”

เกนหลงมองเอื้ออย่างชื่นชม

ooooooo

เขมชาติมาถึงบ้านพักที่สุริยงมาหลบอยู่ เขาไม่เห็นรถเธอก็แปลกใจ เดินหารอบบ้านไม่พบ พลัน สุริยงออกไปซื้อของกลับมา เห็นรถเขมชาติก็ตกใจพยายามจะกลับรถ แต่ทางแคบจึงยากลำบาก เขมชาติได้ยินเสียงรถ วิ่งมาขวางขอให้เธอลงมาคุยกันก่อน แต่เธอเบิ้ลเครื่องจะพุ่งชน

“ถ้าคุณอยากให้ลูกกำพร้าพ่อ ก็ชนเลย” เขมชาติท้า

สุริยงไม่ยอมรับเบรกรถลงมาโวยวาย “เพ้อเจ้อ... ลูกอะไร ที่นี่ไม่มีลูกของใครทั้งนั้น”

“ไม่จริง มีลูกของเราอยู่ในท้องคุณ คุณชนะบอก ว่าคุณมีอาการแพ้ท้องและถ้าคุณท้อง พ่อของเด็กก็ต้องเป็นผม”

“หลงตัวเอง ถ้าฉันท้องจริงๆ อาจจะเป็นผู้ชายคนอื่นก็ได้ ไม่ใช่คุณ”

“คุณไม่ใช่ผู้หญิงที่จะนอนกับผู้ชายได้ง่ายๆและผมเป็นผู้ชายคนแรกของคุณ...คุณเอื้อบอกความจริงหมดแล้ว  ผมขอโทษนะวดี ขอโทษที่เข้าใจผิดมาตลอดขอโทษ ที่ไม่รู้จักคุณดีพอ ผมขอโทษ...คุณไม่ใช่ผู้หญิงที่จะนอนกับใครก็ได้ คุณจะยอมกับคนที่รักเท่านั้น และผู้ชายคนนั้น ก็คือผม” เขมชาติกล่าวอย่างมั่นใจ

“ทุเรศ!กล้าพูดออกมาได้ไม่อายปาก เลิกพล่ามแล้วก็ยอมรับความจริงได้แล้ว ฉันไม่ได้รักคุณ ฉันทั้งเกลียดและรังเกียจ ไม่อยากอยู่ใกล้ ฉันถึงได้หนีมาถึงที่นี่ ยังจะหน้าด้านตามมาอีก”

“วดี คุณเลิกทิฐิสักทีได้ไหม ตอนนี้ใครๆเขาก็รู้ความจริงและยกโทษให้ผมกันหมดแล้ว เหลือแต่คุณคนเดียว วดี...บอกผมหน่อยได้ไหม ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมยกโทษให้ผม คุณบอกมาเลย ผมยอมทำทุกอย่าง” แววตาเขมชาติเว้าวอนสุดฤทธิ์

สุริยงนิ่งลง ย้อนถามเขาแน่ใจหรือว่าจะยอมทำตามที่ตนบอก เขายืนยัน เธอจึงไล่ให้เขากลับไป อย่ามาให้เห็นหน้าอีก เขมชาติสวนข้อนี้ตนทำไม่ได้สุริยงกราดเกรี้ยว

“ทำไม่ได้แล้วพูดทำไมว่าทำได้ทุกอย่าง...คุณมันคนเจ้าเล่ห์ กลับกลอก เพราะคุณเป็นคนแบบนี้ฉันถึงไม่เชื่อคำพูดคุณ และไม่มีวันยกโทษให้”

“แต่ที่ผมไปไม่ได้เพราะผมเป็นห่วง อยู่คนเดียวกลางป่าแบบนี้ได้ยังไง คุณก็รู้ว่าคุณไม่ใช่ตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน เกิดเป็นอะไรขึ้นมา ลูกจะพลอยเป็นอันตรายไปด้วย”

หญิงสาวสวนว่าตนไม่ได้ท้อง ชายหนุ่มไม่เชื่อจนกว่าเธอจะไปให้หมอตรวจ เธอไม่ไป เขาจึงบอกว่าถ้าเธอไม่ไปเขาก็ไม่กลับ สุริยงโมโหตัดบท อยากอยู่ก็อยู่ไปแต่ห้ามเข้าใกล้และอย่ามายุ่งกับตน ว่าแล้วก็คว้าข้าวของที่ซื้อมาจากในรถ เขมชาติจะเข้าช่วยแต่เธอไม่ยอม เขาจึงบอกว่าคนท้องไม่ควรถือของหนัก เธอเจ็บจี๊ดกับคำว่าท้อง หยิบไข่ปาใส่หน้าเขาพร้อมตวาด

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับฉัน และไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำดี ความดีที่แฝงไว้ด้วยมารยามันทำอะไรฉันไม่ได้อีกต่อไป ฉันขอย้ำฉันไม่ได้ท้องต่อให้ของหนักกว่านี้ฉันก็ถือเองได้”

สุริยงกระชากถุงทั้งหมดมาถือเดินเข้าบ้าน...เธอยังแค้นเคือง ข้อความจดหมายที่เขมชาติทิ้งไว้ให้ตอนอยู่สวิสยังก้องอยู่ในโสตประสาท คำพูดแก้ตัวของเขาไม่อาจลบล้างมันไปได้ แววตาเธอแข็งกร้าวขึ้น “ฉันจะไม่โง่เชื่อคำพูดของคุณอีกต่อไป.....”

ooooooo

หลังจากกลับมาอยู่บ้าน นภากับอาทิตย์ก็ยังส่งอาหารและขนมมาให้อัมพิกาทุกวัน จนเธอรู้สึกเป็นมิตรมากขึ้น วันนี้จึงให้คนโทร.ไปถามว่าไก่กับไข่กลับจากโรงเรียนเมื่อไหร่ ตนจะให้รถไปรับมาเล่นที่บ้าน

เอื้อพาเกนหลงมาลองเสื้อที่โรงเรียนสอนเต้นรำ เพื่อใช้ลงแข่งขัน เธอเลือกมาหลายชุดแล้วลองให้เขาช่วยดู แต่ละชุดที่เกนหลงใส่ออกมา เอื้อส่ายหน้าไม่ผ่านเพราะโป๊เกินไป จนมาถึงชุดขาวน่ารัก ที่เขาพยักหน้า เธอรู้สึกว่าช่างใจตรงกัน...เอื้อถามจะให้ตนใส่ชุดไหน

“หือ!พี่เอื้อจะมาสอบด้วยเหรอคะ”

“อ้าว...พี่ก็มาเรียนกับเกนตั้งหลายครั้ง ตอนนี้ลีลาพี่ไม่ธรรมดานะจะบอกให้”

เกนหลงทำหน้าฉงน ไม่เชื่อต้องพิสูจน์ เอื้อยิ้มกริ่มเอามือถือออกมาเปิดเพลง แล้วดึงเกนหลงเข้าแนบชิด ตั้งท่าเต้นแทงโก้ ครูฝึกบอกไว้ว่าการเต้นแทงโก้ต้องแนบชิดกันมาก เต้นให้เข้าขากันถึงจะออกมาสวยงาม เอื้อเต้นนำพาเกนหลงพลิ้วลื่นไหล ทั้งสองเพลิดเพลินไปตามจังหวะเพลง จนกระทั่งเพลงจบอยู่ในท่าใบหน้าใกล้ชิดสวยสง่า เสียงปรบมือของคนรอบๆทำให้ทั้งสองรู้สึกตัว ผละออกจากกันหันมาโค้งรับ เอื้อถามเธอเชื่อหรือยังว่าตนจริงจัง

เกนหลงชูนิ้วโป้งแสดงว่าสุดยอด เอื้อยิ้มกริ่มเป็นเพราะเธอที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตตน เกนหลงรู้สึกสะท้านใจยิ้มรับและหวังว่ามันจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เอื้อรีบบอกว่าดีขึ้น ดีมากด้วยแล้วตนเหมาะจะเป็นคู่เต้นหรือไม่ เกนหลงดีใจลืมตัวโผกอดเขา ทั้งสองรู้สึกในทันทีว่ามีความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นในใจของทั้งคู่ ยิ่งเมื่อเอื้อโอบกอดตอบ หญิงสาวใจเต้นรัวผละออกเขินๆ กลบเกลื่อนด้วยการขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เอื้อมองตามยิ้มๆ...

ในขณะที่สุริยงเปิดประตูบ้านออกมาไม่เห็นเขมชาติก็เบ้หน้า สะใจไปเสียได้ก็ดี แต่ไม่ทันไร รถเขมชาติแล่นกลับมา มีรถตู้ตามหลัง เขาพาตัวหมอเพื่อจะตรวจอาการเธอ...สุริยงไม่ยอมให้ตรวจแถมกราดเกรี้ยวใส่ หมอจึงได้แต่เตือนว่า อย่าอารมณ์เสีย อารมณ์ของแม่มีผลต่อเด็กในท้อง โดยเฉพาะท้องอ่อนๆ ไข่อาจจะหลุดได้ หมอลากลับเพราะคนไข้ไม่ยอมให้ตรวจ สุริยงกลับเข้าบ้านอย่างหงุดหงิด แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้เอามือกุมท้องเมื่อนึกถึงคำเตือนของหมอ

เขมชาติตามเข้ามา สุริยงหันมาโวยวายใส่แต่เขากลับยื่นมือถือให้บอกว่าพ่อกับแม่โทร.มา เสียงนภาจากสปีกเกอร์โฟน “หนูเล็ก ได้ยินแม่ไหมลูก หนูเล็ก หนูเล็ก คุยกับแม่หน่อยลูก”

สุริยงชะงักดึงโทรศัพท์มาแล้วปิดประตูใส่หน้าเขมชาติ เธอคุยกับนภาและอาทิตย์แต่ไม่ยอมรับว่าตั้งท้อง แถมตอกกลับไปว่า เขมชาติคือคนอันตรายที่สุดในชีวิตตน ถ้าพ่อกับแม่ห่วงตน ก็เลิกทำตามที่เขาต้องการ สุริยงวางสายไปอย่างหงุดหงิด แล้วเปิดประตูปาโทรศัพท์ใส่เขมชาติหล่นแตกกระจาย พร้อมตวาดให้เขาอยู่ห่างๆ พ่อแม่และลูกตน เลิกหลอกใช้พวกเขา...ชายหนุ่มยืนอึ้งสักพัก ก่อนจะล้วงมือถืออีกเครื่องออกมากดโทร.สั่งให้เอาของมาส่งได้เลย

คืนนั้น เอื้อกลับบ้านพบของเล่นวางเกลื่อนพื้นก็แปลกใจ คนรับใช้รายงานว่า อัมพิกาให้คนรถไปรับไก่กับไข่มาเล่นที่บ้านและให้นอนค้างพรุ่งนี้จะไปส่งโรงเรียนให้เอง เอื้อยิ้มมุมปากเดินมาที่ห้องนอน เห็นอัมพิกานอนหลับอยู่กับเด็กๆ จึงเอามือถือออกมาถ่ายภาพประทับใจนี้ไว้

พจน์เห็นลูกสาวยิ้มมีความสุขก็แปลกใจถามมีอะไรชอบใจ เกนหลงยื่นภาพที่เอื้อส่งมาให้ดู พจน์ถึงกับเปรย “ในที่สุดคุณอัมพิกาก็ยอมรับน้องๆจนได้ ดีแล้ว...แล้วลูกไปช่วยอะไรเอื้อล่ะ เขาถึงต้องขอบคุณ”

“ก่อนคุณอัมจะออกจากโรงพยาบาลเกนบอกให้พี่เอื้อพาไก่ไข่มาอยู่ใกล้เธอ เพราะตอนนี้คุณอัมอ่อนแอ มีเด็กอยู่ใกล้ๆจะได้สดชื่น ไก่ไข่เป็นเด็กสดใสทำให้คุณอัมมีความสุขได้ไม่ยาก”

“แบบนี้สิ เขาถึงเรียกว่าเป็นคู่คิด” พจน์แซว

เกนหลงขมวดคิ้ว พจน์ขยายความว่า ผู้ชายต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ต้องการคนมาอยู่ข้างๆคอยให้คำแนะนำหรือทำให้เห็นในสิ่งที่มองข้าม เอื้อมาปรึกษาแสดงว่าเขาเห็นลูกเป็นคู่คิด แล้วย้อนถาม ลูกล่ะเห็นเขาเป็นอะไร เกนหลงเขินอาย ตอบไปว่าเห็นเป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา เป็นคู่เต้นรำ เป็นเกราะป้องกันภัย เกนหลงยอมรับว่าอยู่กับเอื้อแล้วสบายใจ ได้เป็นตัวของตัวเอง

พจน์ยิ้มอย่างพอใจ เตือน “ผู้ชายแบบนี้ไม่ได้จะหาง่ายๆ ถ้าเจอแล้วรีบถามใจตัวเองให้ดีว่า คิดยังไงกับเขากันแน่ ถ้าชอบเขาก็ต้องรีบรู้ตัว ก่อนที่มันจะสายเกินไป”

เกนหลงจะอ้าปากแย้ง พจน์ตัดบทไม่ต้องปฏิเสธ ตนเป็นพ่อดูลูกสาวตัวเองออก ขอให้จำไว้ ชีวิตคนเราเริ่มต้นใหม่ได้ตลอด อย่ายึดติดกับความผิดพลาดในอดีต ให้โอกาสตัวเองที่จะเริ่มต้นใหม่โดยเร็วที่สุด จะได้ไม่พลาดสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิต...เกนหลงฟังแล้วคิดตาม เห็นจริง

รุ่งเช้า เสียงเตือนจากมือถือบอกเกนหลงว่า วันนี้เป็นวันเกิดเอื้อ เธอคิดอะไรบางอย่าง รีบโทร.ปรึกษาอัมพิกา แอบจัดงานเซอร์ไพรส์เอื้อ อัมพิกายินดีให้มาจัดที่บ้าน และให้รับทุกคนที่บ้านสุริยงมาด้วย...เกนหลงคิดทำของขวัญให้เอื้อด้วยมือตัวเอง จึงวาดภาพเอื้อเป็นลายเส้นใส่สูทสุดเท่ มีคำอวยพรวันเกิดใต้ภาพ แล้วรีบมาที่ร้านสอนทำเครื่องปั้นดินเผา

เกนหลงมัวง่วนกับการวาดรูปเอื้อบนเซรามิก  จึงไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่เปิดสั่นเอาไว้เอื้อโทร.หาไม่ได้เลยโทร.ไปถามจากเลขาของเธอแล้วตามมาที่ร้าน...ด้านอรทัย แต่งตัวจะออกจากบ้าน อัมพิกาเตือนว่าวันนี้เป็นวันเกิดเอื้อให้รีบกลับมาเลี้ยงฉลองด้วยกันพร้อมหน้า อรทัยแปลกใจเพราะปกติอัมพิกาไม่ชอบจัดงานให้วุ่นวายในบ้านแถมวันนี้ให้ไก่กับไข่มาร่วมงานด้วย เธอไม่พอใจไม่ขอร่วมวงกับพวกสุริยงเด็ดขาด อัมพิกาอ่อนใจอยากให้น้องพบความสุขอย่างตน

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement