อย่าลืมฉัน ตอนที่ 11 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 11


2 ต.ค. 2560 14:22
2,175,544 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

ด้วยต้องการให้แน่ใจ สมคิดจ้างนักสืบ สืบประวัติสุริยงจนได้ทั้งรูปใกล้ชิดและข้อมูลว่า ทั้งสองมีความสนิทสนมกันมากตอนอยู่มหาวิทยาลัย...สมคิดมาหาเขมชาติที่บ้าน เขากำลังใส่ยาแผลที่โดนเอื้อชก สมคิดหยั่งเชิงถามว่าสุริยงยอมมาช่วยงานแล้วหรือ เขาพยักหน้า

“คุณเขมคิดว่า...มันจะเป็นสิ่งที่ดีเหรอครับ”

“ก็ดีสิ คุณเกนจะได้มีคนช่วย” เขมชาติกลบเกลื่อน

“ผมหมายถึงจะดีกับคุณเขมเหรอครับ คนเคยรักกันมากขนาดนั้น มาอยู่ใกล้กันในวันสำคัญแบบนี้ คุณเขมแน่ใจนะครับว่ามันจะไม่เกิดปัญหา”

เขมชาติขมวดคิ้วมองหน้าสมคิด สมคิดหยิบรูป ออกมาให้ดูพร้อมบอกว่า สมัยนี้สืบหาอะไรได้ไม่ยาก เขมชาติพูดไม่ออก สมคิดเตือนเพราะตนเป็นห่วงถ้าเขายังทำตัวน่าสงสัย เกนหลงอาจเป็นคนสืบประวัติเองบ้างก็ได้...เขมชาติยอมจำนน แต่ปากแข็งว่าเรื่องมันจบไปแล้ว

“อาจใช่สำหรับคุณสุ การที่เธอลาออกและหายตัวไป ไม่ติดต่อกลับมาเพราะเธอคงจะอยากจบจริงๆ แต่สำหรับคุณ...ผมไม่แน่ใจ”

“คุณแน่ใจได้เลย ผมไม่แลกคุณเกนกับผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ”

“คุณเขมคิดแบบนั้นได้ก็ดีครับ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหมั้นแล้ว ถ้าคุณเขมหนักแน่น ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี บอกตรงๆผมไม่ห่วงคุณสุ รายนั้นเธอตัดคุณได้แน่” สมคิดดักคอ

เขมชาติเจ็บจี๊ด ในใจไม่ยอมรับ...ขณะเดียวกัน เอื้อมาส่งสุริยงที่บ้าน เขาบอกเธอว่าวันนี้ตนสั่งสอนเขมชาติต่อยไปหนึ่งหมัด หญิงสาวตกใจมันเรื่องอะไรกัน เอื้ออึกอักกว่าจะเล่า

“เขาพูดดูถูกคุณ พูดไม่ดีเลย ผมฟังแล้วของขึ้นเลยจัดไปหนึ่งดอก ต่อจากนี้คงไม่กล้าพูดแล้ว”...สุริยงใจหายวาบเกรงเขาพูดเรื่องความสัมพันธ์ แต่เก็บอาการ ฝืนยิ้มขอบคุณที่มาส่ง

วันต่อมา ที่บริษัทเขมชาติกำลังประชุมเรื่องขบวนขันหมาก ทีมงานช่วยกันออกความคิด แต่เขมชาติเองกลับนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเอื้อที่ไม่ให้ตนดูถูกสุริยง เพราะไม่รู้จักเธอดีพอ และคำพูดของสมคิดที่ว่า สุริยงตัดขาดตนได้แน่ เขาปรี๊ดขึ้นมาตบที่เท้าแขนเสียงดังลุกพรวด ทุกคนตกใจ สมคิดรีบถามเขาต้องการอะไร เขมชาติสวนสิ่งที่ตนต้องการพวกเขาให้ไม่ได้ แล้วเดินไป

วิบูลย์งงงวยถามสมคิดรู้ไหมว่าเจ้านายต้องการอะไร สมคิดรู้แต่พูดไม่ได้ ทำทีเป็นว่าไม่รู้เหมือนกัน ตัดบทประชุมต่อ วิบูลย์ต้องรีบก้มหน้าดูเอกสารการประชุม

ooooooo

ทนายธีรศักดิ์กลับมา รีบจัดการเอกสารการโอนหุ้นของไก่กับไข่ แล้วมอบให้เอื้อนำไปให้สุริยงเซ็นรับสิทธิ์ในการถือครอง  ไม่ทันไร อัมพิกากับอรทัยบุกเข้ามาโวยวาย ธีรศักดิ์เลี่ยงหนี เอื้อสุดทนที่จะอธิบายกับพี่น้องอีก จึงเรียก รปภ.เข้ามากันสองสาวไว้แล้วคว้าแฟ้มเดินออกไป

อรทัยด่าไล่ รปภ. ในขณะที่อัมพิกาเครียดจนเส้นเลือดในสมองบีบตัวอย่างรวดเร็วตาพร่ามัวล้มฟุบลง อรทัยร้องลั่น เอื้อได้ยินตกใจวิ่งกลับเข้ามา อุ้มพี่สาวส่งโรงพยาบาลทันที

หมอสรุปอาการว่าอัมพิกาช็อกจากอาการเครียดเฉียบพลัน ต้องหลีกเลี่ยงสภาวะตึงเครียด นอนพักฟื้นจนกว่าสภาพจิตใจจะเป็นปกติ เอื้อรู้สึกผิด...อรทัยจิกเอื้อทันที

“นี่ขนาดมันยังไม่ได้เซ็นรับหุ้น พี่อัมยังช็อกแบบนี้ ถ้าพี่เอื้อดันทุรังโอนสมบัติของครอบครัวเราให้นังนั่นและพี่อัมเป็นอะไรไปมากกว่านี้ อรจะไม่ให้อภัยพี่เอื้อกับนังสุริยงตลอดชีวิต” อรทัยพูดจบเดินหงุดหงิดออกไป ไม่คิดจะอยู่ดูแลพี่สาว เอื้อกุมมืออัมพิกาครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี

คืนนั้น ชนะขับรถมาส่งสุริยงที่บ้าน และบอกเธอว่าพรุ่งนี้เขาต้องไปรับฮันนี่ที่บ้านปู่ย่ามาลองชุดไทยที่จะใส่ทำหน้าที่เด็กรับขันหมาก เขาจะแวะรับเธอกับไก่ไข่ไปพร้อมกัน สุริยงขำชมว่าเขาจัดคิวได้เป๊ะกว่าเลขาอีก ชนะอมยิ้มขอได้เป็นคนดูแลเธอกับเด็กๆแบบนี้ก็พอ ทั้งสองยิ้มให้กันดูมีความสุข โดยไม่รู้ว่าเขมชาติจอดรถมองอยู่ห่างๆ ด้วยความรู้สึกหึงหวง

สุริยงบอกชนะพรุ่งนี้ไม่ต้องมารับ ตนจะขับรถพาเด็กๆไปเจอกันที่ร้านเลย ชนะจำต้องยอม พอชนะขึ้นรถขับออกไป สุริยงจะเข้าบ้าน เขมชาติเลื่อนรถมาจอดพรืด ลงมาลากเธอขึ้นรถ ถ้าขัดขืนจะไปบอกลูกเลี้ยงและพ่อม่ายลูกติดว่าเราเป็นอะไรกัน สุริยงเจ็บจี๊ดโกรธสุดๆ สะบัดมือออกท้าให้เขาไปบอกทุกคน เพราะเชื่อว่าทั้งสองคนรับได้อยู่แล้วว่าตนผ่านมือชายมาก่อน จะผ่านเพิ่มอีกคนเป็นไรไป เขมชาติตะลึงไม่คิดว่าเธอจะเก่งกล้าขนาดนี้

สุริยงยังของขึ้นท้าทาย “ฉันไม่กลัวธาตุแท้ของตัวเอง เชิญคุณไปบอกได้เลย เพราะฉันเองก็จะไปบอกคุณเกนเหมือนกัน บางทีเธออาจจะอยากรู้จักธาตุแท้ของคุณก็ได้”

“นี่คุณคิดว่า คุณถือไพ่เหนือกว่าผมอยู่ใช่ไหม”

“เปล่า ฉันแค่ไม่ได้คิดว่ากำลังตกเป็นเบี้ยล่างของคุณก็เท่านั้น...ฉันเสียตัวให้คุณแค่ครั้งเดียว ไม่ได้แปลว่าฉันจะต้องเป็นทาสคุณไปตลอดชีวิต ที่ฉันยอมกลับมาจัดงานให้ ไม่ใช่เพราะคุณแต่เป็นเพราะความดีของคุณเกน ไม่ยังงั้นอย่าหวังว่าฉันจะเดินกลับเข้ามาในชีวิตของคุณอีก”

“คุณทำเหมือนคืนนั้นไม่มีความหมายกับคุณเลย...” เขมชาติกลับเจ็บปวดเสียเอง

“มี...มันหมายถึง ฉันได้ชดใช้หนี้ให้กับคุณไปจนหมดแล้ว สิ่งที่ฉันเคยทำกับคุณในอดีตได้ถูกชดใช้อย่างสาสม นับจากนี้ไป เราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก” เขมชาติกลัวเสียเธอไป อ่อนลงก้าวเข้าหา สุริยงตวาด “อย่าเข้ามานะ ถ้ายังอยากให้งานหมั้นระหว่างคุณกับคุณเกนดำเนินต่อไป อยู่ห่างจากฉันให้มากที่สุด เพราะฉันไม่ได้อยากอยู่ใกล้คุณ”

เขมชาติรับรู้จากน้ำเสียงและแววตาของหญิงสาวว่าโกรธเกลียดตนมาก เขารู้สึกเจ็บปวดมองเธอเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่ไยดี ได้แต่สงสัยทำไมตัวเองถึงเป็นคนเจ็บเสียเอง

ooooooo

เช้าวันใหม่ เอื้อเอาเอกสารการโอนหุ้นมาให้สุริยงเซ็นถึงบ้าน แต่พอเธอรู้เรื่องอาการป่วยของอัมพิกา ก็ตัดสินใจยังไม่เซ็นจนกว่าเธอจะหายดี เอื้อทึ่งและยิ่งยอมรับว่าพ่อตนมองคนไม่ผิด

จากนั้นสุริยงก็พาไก่กับไข่มาที่ร้านลองชุด ซึ่งเขมชาติ เกนหลงและชนะกับฮันนี่มาถึงก่อน บ่าวสาวและเด็กๆลองชุดไทยออกมาถ่ายรูป สุริยงกับชนะต่างใช้มือถือถ่ายเก็บความน่ารักของลูกๆไว้ ทำให้ทั้งสองยืนชิดกันโดยปริยาย เขมชาติเห็นยิ่งขุ่นเคือง พาลหาเรื่องว่าหนวกหูเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ แล้วเดินหนีกลับเข้าห้องแต่งตัว เกนหลงงง สุริยงรู้สึกผิดสงสารเกนหลง

เวลาผ่านไป ก่อนงานหมั้นหนึ่งวัน สมคิดมาจาระไนถึงของหมั้นต่างๆที่จัดไว้ให้เขมชาติฟัง แต่ดูท่าเขาไม่ได้สนใจ สมคิดจึงเตือนว่าพรุ่งนี้เป็นวันงานแล้วทำไมยังทำหน้าแบบนี้ เขมชาติเครียดสับสน ระบายความอัดอั้นออกมา

“ถ้าเราเกลียด โกรธแค้นใครสักคนมานานแสนนาน รอวันที่จะแก้แค้นอย่างสาสม แต่พอวันนั้นมาถึงจริงๆ พอเราได้แก้แค้น ได้ทำในสิ่งที่เราต้องการ แต่ทำไมถึงไม่มีความสุข ทำไม...ทำไมความรู้สึกที่มันค้างคาในใจมันไม่หายไป”

สมคิดฟังด้วยความเมตตาและเข้าใจ ปลอบ “อะไรก็ตามที่มันเกิดขึ้นในชีวิตเรา มันไม่มีวันหายไปหรอกครับคุณเขม เพราะมันคือส่วนหนึ่งของชีวิต ส่วนหนึ่งของความทรงจำของเรา ยิ่งคุณพยายามจะทำอะไรก็ตาม จะเพื่อแก้แค้น เพื่อความสะใจ มันก็เท่ากับเพิ่มสิ่งที่เราจะต้องจำมากขึ้นไปอีก...และไม่ว่าอะไรก็ลบมันไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะกลับไปคิดถึงมันหรือเปล่า”

เขมชาติเสียงอ่อยตนไม่ได้คิดถึงแต่มันมาเอง สมคิดเตือน ที่มันมาเพราะเขาไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ตอนนี้เขากำลังจะหมั้นแต่กลับไปคิดถึงผู้หญิงอีกคน เขมชาติอึ้ง สมคิดจับไหล่ปลอบ

“จำไว้นะครับ อดีต...ทำอะไรคุณไม่ได้ ถ้าคุณไม่กลับไปคิดถึงมัน”

เขมชาติหลบตาเพราะรู้แก่ใจว่าหยุดคิดถึงไม่ได้...ในขณะที่ที่บ้านสุริยง ทำขนมเพื่อใช้ในขบวนขันหมากเต็มบ้านไปหมด สุริยงเห็นแล้วสะท้อนใจ คืนนั้นเธอจึงรื้อกล่องที่เก็บความทรงจำเก่าๆเอาไว้ออกมา ฉีกทิ้งรูปภาพของเธอกับเขมชาติสมัยเป็นนักศึกษา มีเหรียญเตะบอลที่

เขมชาติได้มา และของน่ารักๆที่เกี่ยวข้องกับความรักของเธอและเขา สุริยงตัดสินใจเทมันลงถุง แล้วทิ้งกล่องตามลงไปด้วย ผูกปากถุงเอาออกไปทิ้งขยะหน้าบ้าน

เขมชาติแอบจอดรถมองหลังคาบ้านสุริยงด้วยความรู้สึกสับสนในใจ พลันเห็นหญิงสาวเอาถุงออกมาทิ้งก็เอะใจ พอเธอเดินกลับเข้าบ้าน เขมชาติก็ลงจากรถมาดูในถังขยะ หยิบถุงที่เธอทิ้งมาเปิดดู เห็นกล่องสวยงามก็คิดว่าต้องมีอะไรสำคัญ จึงเปิดดูแล้วต้องผิดหวังที่ในนั้นไม่มีอะไร แต่แล้วเห็นของในถุงจึงล้วงขึ้นมา เขาต้องอึ้งใจสั่นไหว เพราะมันแสดงว่าสุริยงไม่ได้ลืมอดีตของเรา เธอยังเก็บของเตือนใจเหล่านี้ไว้

ด้านเกนหลงยืนครุ่นคิดว้าวุ่นใจอยู่ที่สนามหน้าบ้าน เอื้อแวะเอากล่องเครื่องเพชรที่คุณยายน้อยสั่งนักหนา เอามาให้เธอใส่เข้ากับชุดไทยที่ยืมมา เขายังทึ่งที่เครื่องเพชรชุดนี้ยายน้อยหวงมาก ขนาดอัมพิกาขอยืมหลายครั้งยังไม่เคยได้ เกนหลงปลื้มใจ ขอบคุณเอื้อที่แวะมาให้

“แปลกดีนะคะ เกนรู้สึกว่าพี่เอื้อช่วยเกนทำอะไรตั้งหลายอย่าง ช่วยมากกว่าคู่หมั้นตัวจริงซะอีก บอกตรงๆนะคะ จนถึงตอนนี้เกนยังไม่แน่ใจเลยว่าเกนตัดสินใจผิดหรือเปล่า”

“เปลี่ยนใจยังทันนะ” เอื้อพูดจากใจจริง “เปลี่ยนตอนนี้ดีกว่าหมั้นไปด้วยความลังเล”

แต่เกนหลงลังเลกลัวว่าถ้าเขมชาติจริงใจจะกลายเป็นการทำร้ายเขา เอื้อย้อนถาม เขมชาติเคยรู้หรือเปล่าว่าเขาทำให้เธอเสียใจโดยไม่รู้ตัว เอื้อย้ำให้เกนหลงคิดดูดีๆยังมีเวลาอีกหนึ่งคืน

ในขณะที่เขมชาติหอบถุงกลับมาบ้าน เอารูปที่ถูกฉีกขาดทุกใบมาปะติดต่อกันแล้วแปะที่ผนังห้องด้วยหัวใจสั่นไหว ดีใจที่เธอไม่ลืมอดีต เสียใจที่ทำร้ายเธออย่างมาก อกเขาแทบระเบิดไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี ...แต่ละคนไม่ได้มีความสุขกับงานมงคลที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้เลย

ooooooo

รุ่งเช้า สมคิดกับวิบูลย์มาช่วยกันขนของหมั้นขึ้นรถ สมคิดแปลกใจที่เขมชาติยังไม่ออกมา จึงขึ้นไปดูบนห้อง เคาะเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ เปิดประตูเข้าไปต้องตะลึงเมื่อเห็นเขมชาติยังอยู่ในชุดเมื่อวานหน้าตาอิดโรย พอถามไถ่เขาก็พูดลอยๆออกมา

“วดี...เขาไม่เคยลืมผม ที่เขาทำเป็นเมินเฉย ทำไม่สนใจไม่แคร์ แต่จริงๆแล้ว เขายังเก็บทุกอย่างที่เป็นอดีตของเราไว้อย่างดี ตั้งแต่วันที่เราจากกัน จนถึงวันนี้ ผมไม่เคยรู้เลย เข้าใจผิดมาตลอด ผมคิดว่าเขาลืมผม แต่มันไม่ใช่ เขาเพิ่งจะทิ้งของพวกนี้เมื่อวานนี้เอง ถ้าผมไม่ไปเห็น ไม่เก็บมันมา ผมก็จะไม่มีวันรู้เลย...ที่ผ่านมาผมทำอะไรลงไป ผมทำร้ายเธอ ทำร้ายความรักของเธอ”

สมคิดอึ้งมองรูปภาพบนกำแพงก่อนหันมาเตือนสติ “ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับความจริงกับสิ่งที่คุณเขมเพิ่งจะค้นพบ แต่ตอนนี้ คุณยังมีอีกหนึ่งความจริงที่ต้องรับผิดชอบตรงหน้าคือความรู้สึกของคุณสุ แต่อนาคตข้างหน้าในอีกไม่กี่ชั่วโมง คือความรู้สึกของคุณเกนหลงผู้หญิงอีกคนที่รักคุณ” สมคิดยังย้ำอย่าจมอยู่กับอดีตจนทำร้ายคนปัจจุบัน

เขมชาติได้คิดรู้สึกผิดถ้าต้องทำร้ายเกนหลงอีกคน...ขณะเดียวกัน เกนหลงนั่งแต่งหน้าทำผมด้วยสีหน้าไร้ซึ่งความสุข จนพจน์ต้องเอ่ยปากถาม เธอยอมรับว่าแปลกใจตัวเองเหมือนกัน พจน์กำชับ ถ้าลูกไม่พร้อมจะยกเลิกงานให้ทันที พ่อแคร์ความรู้สึกลูกมากกว่าแขกในงาน เกนหลงสวมกอดพจน์อย่างปลื้มใจ แต่เพราะตนยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ จึงขอดำเนินงานต่อไป

สุริยงมาช่วยดูแลเต็นท์อาหารและเครื่องดื่มในงาน แล้วย้ำเวลาที่ขันหมากจะมาถึงกับพวกพนักงานว่าจะต้องทำอะไรกันบ้าง ทุกคนพยักหน้ารับรู้ จู่ๆ กลิ่นอาหารก็ทำให้สุริยงรู้สึกคลื่นไส้วิงเวียน เอื้อผ่านมาเห็นเข้าประคองถามเป็นอะไร เธอเข้าใจว่าคงนอนน้อยไปหน่อย

ด้านเด็กๆอยู่ในชุดไทยน่ารัก รอตั้งขบวนอย่างสนุกสนาน อรทัยกับวานิตามาถึง แสดงท่าทางไม่ชอบเด็ก ตั้งท่าจะไปหาเรื่องสุริยง ก็พอดีเขมชาติเดินมากับสมคิดและวิบูลย์จึงเปลี่ยนไปแสดงความยินดีแบบแดกดันเล็กๆ วิบูลย์ตอบโต้แทน สมคิดปรามให้พาตัวเขมชาติไปเข้าขบวนขันหมาก เขมชาติเหลือบไปเห็นสุริยงถือของไปทิ้งหลังบ้าน ก็อดใจไม่ไหวแอบตามไป

 เอื้อเข้ามาหาเกนหลงที่ห้องแต่งตัว เพื่อขอถ่ายรูปเธอส่งไปให้คุณยายน้อย เขายังย้ำกับเธออีกครั้ง “จำไว้นะ ไม่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ ผลจะออกมาเป็นยังไง เกนยังมีพี่อยู่ข้างๆเสมอ”

เกนหลงซาบซึ้งใจ พอดีหญิงป้ามาตามเจ้าสาวไปห้องเก็บตัวเพราะขบวนขันหมากพร้อมแล้ว เอื้อมองตามเกนหลงไปอย่างห่วงๆ...สมคิดกับวิบูลย์เดินมาถึงขบวนขันหมากปรากฏว่าเขมชาติหายไป เกนหลงอยู่ในห้องกระจกที่ตกแต่งด้วยม่านขาว ด้านนอกสุริยงหอบกล่องเปล่ามาทิ้ง เขมชาติตามมาเรียก เกนหลงได้ยินตาโพลงขยับเข้าแอบมอง

“วดี..อย่าเพิ่งไป” เขมชาติเข้าจับมือสุริยงไว้ “คุณจะหนีผมไปไหนอีก ผมรู้ความจริงหมดแล้ว คุณยังเก็บทุกอย่างระหว่างเราไว้อย่างดี...คุณเพิ่งจะทิ้งมันเมื่อคืน คุณพยายามจะตัดใจจากผมใช่ไหมวดี” เกนหลงได้ยินน้ำตาปริ่ม นี่มันอะไรกัน

เสียงสุริยงกร้าวตอบโต้ว่า “ฉันไม่ต้องพยายาม เราสองคนไม่มีอะไรต่อกันอีกแล้ว และที่ฉันเก็บไว้ก็ไม่ได้เก็บเพราะความพิศวาส แต่เก็บเพราะฉันลืมทิ้ง ถ้าเห็นก่อนหน้านี้ ฉันก็ทิ้งไปนานแล้ว” เขมชาติไม่เชื่อ หญิงสาวสวน “ไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ หยุดตอแยฉันได้แล้ว”

“ผมหยุดไม่ได้ ผมลืมคุณไม่ได้จริงๆนะวดี”

เกนหลงช็อกกับคำพูดนี้ สุริยงแข็งใจตัดบท “ไม่ลืมก็ช่วยไม่ได้ เพราะสำหรับฉันมันไม่มีอะไรน่าจดจำอีกต่อไป”

ทันใด เสียงวิบูลย์เรียก สุริยงฉวยโอกาสสะบัดหน้าเดินหนีไป วิบูลย์มาบอกเขมชาติให้รีบไปที่ขบวนขันหมาก สุริยงหลบอยู่มุมตึก ทรุดลงน้ำตาไหลพราก ไม่ต่างจากเกนหลงที่น้ำตาร่วงพรูอยู่ในห้อง ช็อกจนทำอะไรไม่ถูก...ขบวนขันหมากเคลื่อนตัวเข้าบ้าน โดยมีไก่กับไข่เป็นเด็กเชิญขันหมากน่ารักน่าเอ็นดู เขม–ชาติสีหน้าไม่ค่อยยิ้มแย้ม เอื้อยืนมองจากซุ้มดอกไม้ ขณะที่ชนะกับฮันนี่รอรับขันหมาก สุริยงเดินมายืนข้างเอื้อสีหน้าหม่นหมอง เขมชาติเห็นหยุดชะงัก วิบูลย์ต้องดันให้เดินต่อ ชนะดูฮันนี่รับขันหมากเรียบร้อยก็ขยับมายืนข้างสุริยงอีกคน เขมชาติยิ่งหงุดหงิด สมคิดสะกิดเตือน ได้ฤกษ์แล้ว เถ้าแก่ฝ่ายหญิงประกาศเชิญเจ้าสาวออกมาแต่กลับเงียบ

หญิงป้าเข้ามาตามเกนหลง เธอรีบปาดน้ำตาเดินตามแรงฉุดออกไป คนถ่ายวีดิโอรอเก็บภาพ พอเกนหลงเดินมาใกล้สุริยง คนถ่ายวีดิโอก็ลากสายตาม สายพันขาตั้งซุ้มดอกไม้ ล้มครืนลงมาทางเกนหลงและสุริยง ทุกคนตกใจ เขมชาติถลาเข้ากอดปกป้องสุริยง...เอื้อจึงดึงเกนหลงหลบออกมาทัน แต่ซุ้มดอกไม้ล้มตามกระแทกหัวเขมชาติสลบ ทุกคนตื่นตะลึงที่ว่าที่เจ้าบ่าวไม่ได้ปกป้องว่าที่เจ้าสาว เกนหลงยืนช็อกกับภาพตรงหน้า น้ำตาร่วงพรูเมินหน้าเดินหนี

เอื้อรีบขออนุญาตพจน์ “ผมขอเป็นคนดูแลเกนเองครับ”

พจน์พยักหน้าอึ้งๆ เอื้อวิ่งตามไปปลอบใจเกนหลง สมคิดกับวิบูลย์หามเขมชาติออกไป ชนะเข้ามาประคองสุริยงลุกขึ้น เธอได้สติมองหาเกนหลง พจน์เข้ามาบอกว่า

“ไม่ต้องห่วงเกน...คุณช่วยดูแลความเรียบร้อยข้างนอกก็แล้วกัน...ระหว่างนี้ขอเชิญทุกท่านรับประทานอาหารด้านนอกเลยครับ” พจน์หันบอกแขกในงาน

อรทัยเข้ามาเยาะสุริยงคงภูมิใจที่ทำงานหมั้นล่มลงได้ วานิตาเสริม “ภาพตอนเขมชาติพุ่งตัวเข้าช่วยเธอแทนคู่หมั้นตัวเองยังติดตาฉันอยู่เลย...ไม่ใช่แค่ฉันนะ คงจะติดตาติดใจคนทั้งงาน”

สองสาวถากถางกันสนุกปาก และสมน้ำหน้าเกนหลงที่เตือนแล้วไม่เชื่อ สุริยงเสียใจรู้สึกผิดต่อเกน–หลงอย่างมาก...เกนหลงหลบมานั่งร้องไห้ พอเห็นเอื้อตามเข้ามาก็โผกอดปล่อยโฮ

“เกนรู้ความจริงทุกอย่างหมดแล้ว ก่อนเริ่มงาน เขามาทะเลาะกันตรงนี้ แล้วเขาก็พูดทุกอย่าง พูดทุกอย่างที่เกนสงสัย...เขาสองคน เขารักกันค่ะพี่เอื้อ” เกนหลงสะอื้นฮักอย่างเจ็บปวด

ooooooo

ผลการเอกซเรย์ออกมาว่าเขมชาติไม่เป็นอะไร สมคิดกับวิบูลย์โล่งอก พอเขาฟื้นขึ้นมาก็ถามหาเกนหลงด้วยรู้สึกผิด สมคิดให้วิบูลย์ออกไปจัดการจ่ายค่ารักษา แล้วจึงบอกเขมชาติว่า พจน์สั่งยกเลิกงานหมั้น เขมชาติตกใจเกรงเกนหลงเสียหายจะไปเคลียร์กับพจน์

สมคิดรั้งไว้ “ผมว่า...ก่อนที่คุณจะไป คุณควรหาคำตอบให้ได้ก่อนว่าคุณจะไปทำไม คุณพุ่งตัวไปช่วยผู้หญิงอื่นแทนที่จะช่วยคู่หมั้นของตัว ใครเห็นกันทั้งงาน คุณจะพูดว่าอย่างไร”

เขมชาตินิ่งอึ้ง สมคิดเตือนสติ ถ้าเขายังไม่รู้ใจตัวเองว่าจะเลือกใคร ก็อย่าทำให้ปัญหามันบานปลาย อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้างอีกเลย เขานิ่งฟังเหมือนยอมรับ

ในขณะที่ชนะมาส่งสุริยงกับเด็กๆที่บ้าน เขาขอถามเธอตรงๆว่า ทำไมเขมชาติถึงทำตรงข้ามกับการแสดงออกว่าเขากับเธอไม่ถูกกัน สุริยงอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะกลบเกลื่อนว่า มันเป็นอุบัติเหตุ เขาอาจจะคิดไม่ทัน ตนเองก็ไม่อยากตัดสินอะไร ชนะดักคอ ถ้าวันไหนเธอตัดสินใจได้แล้ว ช่วยบอกให้เขารับรู้ด้วยในฐานะเพื่อนคนหนึ่งก็ยังดี หญิงสาวสะท้อนใจ ยิ้มรับน้อยๆ

พจน์กลับมาถามเอื้อว่าเกนหลงเป็นอย่างไรบ้าง เอื้อตอบว่าร้องไห้จนหลับ พจน์บ่นว่าไม่เห็นด้วยตั้งแต่ที่เกนหลงให้สุริยงมาช่วยจัดงาน เอื้อถอนใจยากจะอธิบาย แต่ก็ออกตัวแทนสุริยงว่า เธอคงไม่ดีใจที่เหตุการณ์ออกมาเป็นแบบนี้ พจน์ติงทำไมเขมชาติถึงหายเงียบ เอื้อเห็นด้วย

ตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาล เขมชาติก็เก็บตัวอยู่ในห้อง นั่งมองภาพสุริยงที่แปะผนัง ครุ่นคิดถึงคำพูดคำเตือนของทุกคน...ด้านสุริยง เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าจะกลับไปทำงานที่รีสอร์ต ชนะกับฮันนี่แวะมารับตอนเช้า อาทิตย์กับนภาแปลกใจว่าเมื่อคืนที่งานหมั้นมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เห็นเด็กๆเล่า แต่ถามสุริยงเธอไม่บอกอะไร

ตกกลางวัน เขมชาติมาเผชิญหน้ากับเกนหลงที่บ้าน เขาสารภาพความจริงในอดีตให้เธอฟัง ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตนคิดว่าตนเกลียดสุริยง เกลียดที่เธอเห็นแก่เงินทิ้งตนไปแต่งงานกับคนแก่คราวพ่อ เกนหลงน้ำตาร่วงแทรกว่าเขายังรักเธอ ชายหนุ่มเห็นแววตาหญิงสาวเต็มไปด้วยความโกรธ ผิดหวัง ก็เจ็บปวดแสนสาหัส จึงทรุดลงกล่าวคำขอโทษอย่างหมดฟอร์ม

เกนหลงระเบิดอารมณ์ “ทำไมต้องโกหก ทำไมไม่บอกความจริงตั้งแต่แรก ทำไมต้องปิดบังกัน ทำไม... ทำไม...” เขมชาติยังกล่าวคำขอโทษ “เลิกพูดคำนี้ได้แล้วไม่อยากฟังคำขอโทษของคนโกหก ฟังยังไงก็ไม่เชื่อ... สรุปแล้วเหตุการณ์ที่สวิสทั้งหมด มันคือการจัดฉากและการโกหกครั้งมโหฬารใช่ไหม มันไม่มีความจริงอยู่เลยใช่ไหม...คุณหลอกเกนอยู่ที่นี่เพื่อจะได้อยู่กับแฟนเก่าสองต่อสอง คุณโกหก โกหกทุกอย่าง”

“ไม่ใช่ทุกอย่าง มีอย่างนึงที่ผมไม่ได้โกหกคุณคือผู้หญิงที่ผมต้องการแต่งงานด้วย มันคือความจริง”

เกนหลงยิ่งผิดหวังเสียใจกับคำพูดของชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น เพราะมันไม่มีทางเป็นความจริง จึงประกาศไม่ขอแต่งงานกับผู้ชายที่หลอกตัวเอง ไม่รู้ใจตัวเองจนทำให้คนรอบข้างต้องเสียใจ ตัวเองยังไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง ชาตินี้จะซื่อสัตย์กับคนอื่นได้อย่างไร ตนขอยกเลิกทุกอย่าง เขมชาติจะแย้ง เธอจึงตบหน้าเขาฉาดให้ได้สติ ก่อนจะสะบัดหน้ากลับเข้าบ้าน ปล่อยให้เขาสำนึกผิด

ตกเย็นเกนหลงเดินเข้ามาบอกพจน์ว่า ตนได้คำตอบสำหรับอนาคตตัวเองแล้ว พจน์ทึ่ง จากนั้นก็โทร.ไปแจ้งชนะว่า ไม่ต้องตกแต่งคอนเวนชั่นฮอลล์อีก เพราะได้ยกเลิกงานแต่งงานแล้ว พอชนะมาบอกสุริยง เธอใจหายแต่เก็บอาการ ทำทีทำงานตามปกติทั้งที่เป็นห่วงทั้งสองคน

ค่ำวันนั้น เอื้อแวะมาเยี่ยมเกนหลง แต่กลับพบว่าเกนหลงไม่อยู่ไปต่างจังหวัด และยกเลิกงานหมั้นและงานแต่งไปแล้ว เอื้อเป็นห่วงความรู้สึกเกนหลงอย่างมาก

ooooooo

วันต่อมา ธีรศักดิ์มารายงานอัมพิกาว่าสุริยงยังไม่ได้เซ็นรับหุ้นของไก่กับไข่ โดยเธอบอกว่า จะรอให้อัมพิกาหายป่วยเสียก่อน หญิงสาวแปลกใจ

ธีรศักดิ์กลับไป พยาบาลยกอาหารเข้ามาให้ อัมพิกาชมว่าอาหารของที่นี่อร่อยมาก พยาบาลจึงบอกว่าไม่ใช่อาหารของทางโรงพยาบาล

อัมพิกาแปลกใจแล้วเป็นอาหารจากที่ไหน พยาบาลออกไปตามคนที่เอาอาหารมาส่งทุกวันมาพบอัมพิกา อาทิตย์กับนภากำลังจะกลับแปลกใจ...พออยู่ตรงหน้าอัมพิกา เธอกราดเกรี้ยวหาว่าทั้งสองคิดวางยา ทำอาหารสกปรกมาให้ คิดจะฆ่าตน ทั้งสองตกใจ นภาปฏิเสธ

“เปล่านะคะ เราไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แล้วอาหารทุกอย่างก็สะอาดปลอดภัย ใช้วัตถุดิบอย่างดีนะคะ พวกเราทำตามคำแนะนำของคุณเอื้อทุกอย่าง ทำแต่สิ่งที่คุณชอบ”

“ฉันไม่เชื่อ พวกแกต้องการอะไร พูดความจริงมา”

“ไม่มีอะไรจริงๆครับ ที่เราทำอาหารมาให้เพราะคุณเอื้อบอกว่าคุณป่วยด้วยความเครียด เราเลยคิดว่าถ้าได้ทานอาหารถูกปากก็อาจจะทำให้อารมณ์ดี”

“เราดีใจนะคะที่คุณอัมพิกาทานอาหารได้หมด แล้วก็ชอบอาหารที่ทำมาให้”

อัมพิกากลัวเสียหน้า ปฏิเสธไม่ได้ชอบและย้ำต่อไปไม่ต้องทำ อย่ามายุ่งกับตนอีก เธอปรี๊ดจนเกิดการช็อกหมดสติไป นภากับอาทิตย์ตกใจรีบตามพยาบาลมาดูอาการ...พอทุกอย่างเรียบร้อย สองสามีภรรยาก็ยังเฝ้าดูอาการเธอที่หมอฉีดยาให้หลับ แต่อัมพิกายังไม่หลับได้ยินการสนทนาของทั้งสองคน นภาถามสามีจะทำอย่างไรต่อไปดี ตนอยากช่วยดูแลอัมพิกา ให้สมกับบุญคุณของเจ้าสัวที่ช่วยครอบครัวเรา อาทิตย์จึงบอกว่า

“งั้นเราก็คงต้องดูแลอยู่ห่างๆกว่านี้  ไม่ให้คุณเขารู้สึกว่าเรามาวุ่นวาย เราต้องประมาณตน ช่วยดูแลเขา ทำเท่าที่ทำได้นะแม่ แต่ไม่ทำไม่ได้ เรารอโอกาสตอบแทนบุญคุณเจ้าสัวมานานแล้ว ไม่ได้ทำให้ท่าน ทำให้ลูกท่านก็ยังดี”

นภารับคำ จะทำให้ดีที่สุด ว่าแล้วก็ช่วยกันดูอุณหภูมิ ห้องไม่ให้หนาวเกินไป นภาห่มผ้าให้อย่างห่วงใย อัมพิกาสับสนกับความรู้สึกรังเกียจคนในครอบครัวสุริยงมาตลอด ที่ดูห่วงใยตนมากกว่าน้องสาวแท้ๆที่ไม่เคยทำอะไรให้ตนเลย

ooooooo

จากวันที่เขมชาติขอโทษเกนหลง เขาก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหนหรือไปทำงานเลย...เอื้อมาหาเขมชาติที่บริษัท สมคิดจึงบอกว่าจะพาไปพบเอง เขาพาเอื้อมาที่บ้าน พบว่าเขมชาตินอนนิ่งอยู่บนเตียงไม่รับรู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น สมคิดเอ่ยปากเรียก เขากลับไล่ให้ออกไป

เอื้อตามเข้ามาบอกว่า จะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้คุยกัน เขมชาติสะดุ้งลุกพรวดขึ้น สมคิดออกตัวกล่าวขอโทษ เพราะเขาเห็นว่า ถึงเวลาที่ความจริงต้องถูกเปิดเผยเสียที... เอื้อยืนมองภาพสุริยงที่ผนังด้วยความอึ้ง ไม่รู้มาก่อนว่าทั้งสองเคยเป็นคนรักกัน เขมชาติยอมสารภาพผิด เอื้อถามทำไมไม่บอกใคร เขมชาติตอบว่าไม่มีใครรับเรื่องนี้ได้

“ผมก็รับไม่ได้ คุณพยายามจะดึงหนูเล็กกลับคืน แต่ก็ยื้อเกนหลงไว้ จนทุกอย่างมันบานปลายพังไม่เป็นท่า แล้วตอนนี้ก็เก็บตัวเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบ... คุณขี้ขลาดกว่าที่ผมคิดไว้มาก”

เขมชาติยอมรับผิดและไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป เอื้ออารมณ์ขึ้น ถามโพล่งขึ้นว่าเขารักใคร เขมชาติเงียบไปพักก่อนจะตอบ ตนรู้แค่ว่าตนไม่เคยลืมสุริยาวดี...เอื้อชกหน้าเปรี้ยง สมคิดตกใจวิ่งเข้ามา เอื้อเสียงกร้าว สำหรับคนขี้ขลาดไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับความรู้สึกตัวเองสมควรต้องนอนหมดสภาพแบบนี้ ถ้าไม่มีความกล้าก็อย่ามายุ่งกับสุริยงและเกนหลงอีก ผู้หญิงสองคนนี้มีค่ามากกว่าที่จะโดนเขาทำร้าย พูดจบเอื้อกลับออกไป สมคิดเข้าพยุงแต่เขมชาติกลับไล่ออกไป

เอื้อโทร.หาพจน์เพื่อขอให้เขาบอกว่าเกนหลงไปอยู่ที่ไหน พจน์คิดหนักก่อนจะตัดสินใจบอก...ในระหว่างนั้น อาการป่วยของสุริยงมีมากขึ้นๆ จนชนะต้องให้เธอไปพัก แล้วในที่สุดก็ต้องพากลับมาพักฟื้นที่บ้านกรุงเทพฯ

เอื้อตามมาเจอเกนหลงที่กำลังสนุกกับการปีนหน้าผาอย่างเท่ พอเธอเห็นเอื้อก็ตกใจมาได้อย่างไร เอื้อว่าไม่สำคัญเท่าเธอจะกลับได้หรือยัง...หญิงสาวยังไม่อยากกลับ เพราะกำลังผ่อนคลายกับกีฬานี้ แต่พอเอื้อถามว่า แล้วมันหนีความจริงพ้นไหม เธออึ้ง

“พี่รู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เขมชาติบอกเรื่องระหว่างเขากับหนูเล็กให้พี่ฟังหมดแล้ว”

เกนหลงสวนไม่อยากฟัง แต่เอื้อบังคับให้ฟังและยอมรับความจริง อย่าหนีความจริงอีกเลย หญิงสาวน้ำตาคลอ ตนไม่เข้มแข็งพอที่จะกลับไปยิ้มแย้มเห็นทั้งสองมีความสุข

“เกนเข้าใจผิด ตอนนี้ไม่มีใครมีความสุขทั้งนั้น หนูเล็กกลับไปทำงานกับคุณชนะไม่ยอมติดต่อใคร เขมชาติก็เก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ยอมพบใคร ไม่ทำงานและไม่ได้ไปตามหาหนูเล็ก หลังจากงานหมั้น สองคนไม่ได้เจอกันเลย เขาสองคนไม่ได้มีความสุขอย่างที่เกนคิด...

หนูเล็กไม่เคยคิดทำร้ายเกน ส่วนเขมชาติก็มีเหตุผลที่พี่โทษเขาได้ไม่เต็มปาก ทุกคนต่างทรมานใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะทุกคนหนีความจริง...ถ้าความสุขในการปีนผาของเกนต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยยากจึงจะพบความสุข ก็คงเหมือนความสุขในชีวิตที่ต้องแลกด้วยความเจ็บปวด”

เกนหลงนิ่งฟัง เอื้อให้เธอก้าวข้ามด้วยการยอมรับความจริง จะได้ไม่จมอยู่กับความทุกข์ตลอดไป เอื้อเชื่อว่าเกนหลงคนเดิมจะหาทางออกที่ดีให้กับชีวิตได้ หญิงสาวคิดตามยอมจำนน....

และแล้ว ข่าวเขมชาติช่วยเลขาสาวแทนที่จะช่วยคู่หมั้นกลางงาน ก็แพร่สะพัดออกมา อรทัยกับวานิตาเม้าท์กันมันปาก อัมพิกาฟังแล้วยิ่งเครียด...พอเอื้อกับเกนหลงเห็นข่าวก็รีบกลับมาแก้ปัญหา พจน์ดีใจมากที่ลูกสาวกลับมา เกนหลงขอโทษที่ทำให้ครอบครัวเสียหาย

“ลูกไม่ได้ทำความเสียหายอะไรเลย ตรงกันข้ามลูกสร้างความภูมิใจให้กับพ่อ พ่อภูมิใจในความเด็ดเดี่ยวของลูก ส่วนเรื่องความคิดของคนอื่นช่างมันเถอะลูก ไม่นานก็ผ่านไป ทุกข์ ถ้าทำให้ไม่มีความสุขแล้วจะเก็บไว้ทำไมจริงไหม” สองพ่อลูกกอดกันด้วยความรักและเข้าใจ

เอื้อเห็นแล้วปลื้ม เรียบร้อยไปคน เหลืออีกคน...เอื้อมาหาสุริยงที่บ้านถามทำไมถึงไม่เคยบอกความจริง สุริยงตอบว่า พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ เอื้อแย้งว่าจะทำให้ทุกคนตาสว่าง สุริยงว่าตนไม่คิดจะดึงเขากลับมา มันเป็นเพียงความบังเอิญที่ตนเลือกทำงานที่บริษัทเขมชาติเพราะเงินเดือนสูงพอจะเลี้ยงครอบครัวได้ เอื้อถามโพล่งขึ้นว่า ยังรักเขมชาติหรือเปล่า เธออึ้งไปก่อนตอบ

“เรื่องระหว่างเรามันจบไปแล้ว และไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม สิ่งที่เขาทำมันมากเกินกว่าจะให้อภัยหนูเล็กไม่มีคำว่ารักให้ผู้ชายแบบนั้นอีกแล้ว”

เอื้อถามว่าเขมชาติทำอะไรเลวร้ายจนให้อภัยไม่ได้ สุริยงขอไม่ตอบเพราะมันเป็นอดีตไปแล้ว เธอยืนยันไม่มีวันกลับไปหาเขมชาติอีก แม้ว่าเขาจะไม่ได้แต่งงานกับเกนหลงก็ตาม สุริยงเกิดอาการคลื่นไส้วิงเวียนขึ้นมาอีก จึงรีบขอตัว เอื้อมองด้วยความสงสัย

หลายวันผ่านไป เขมชาติก็ยังไม่ยอมไปทำงานสมคิดกับวิบูลย์มาตามเคาะประตูห้องนอนที่บ้าน เขากลับตะโกนไล่ว่าหนวกหู ทั้งสองรายงานความวุ่นวายเกี่ยวกับงานที่เข้ามา เขมชาติกลับเปิดประตูออกมาบอกว่า จะโอนบริษัทและหุ้นให้สมคิดจัดการแทน สมคิดตะลึง

ชนะมาเยี่ยมสุริยงเห็นว่าอาการยังไม่ดีขึ้น อาทิตย์คิดว่าเครียดลงกระเพาะ เขาขอโทษชนะที่ลูกสาวขาดงานนาน ชนะรีบบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นพอดี แล้วอดเลียบเคียงถามไม่ได้ว่า เอื้อกับเขมชาติแวะมาบ้างไหม อาทิตย์ตอบว่าเอื้อมาบ่อยเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เขมชาติไม่เคยมา ชนะโล่งใจ

เกนหลงพยายามทำตัวเหมือนเดิมแต่ไปไหนมาไหนก็เจอคนซุบซิบเรื่องของเธอ แม้แต่ในโรงแรมของตัวเอง...วันนี้ สมคิดมาขอพบด้วยสีหน้าลำบากใจที่จะพูด เกนหลงแปลกใจ สมคิดมาขอความช่วยเหลือให้ช่วยคุยกับเขมชาติทีเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเขาเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ไปทำงานจนที่บริษัทรอการตัดสินใจของเขาหลายโปรเจกต์ พอตนไปตามก็บอกว่าจะยกบริษัทให้ตนบริหาร ถ้าปล่อยไปแบบนี้ บริษัทเจ๊งแน่ เกนหลงฟังแล้วหนักใจ แต่คิดว่าไม่เกี่ยวอะไรกับตนแล้ว สมคิดเข้าใจดี แต่ขอร้องให้เธอช่วยเกลี้ยกล่อมเขมชาติที

“คุณสมคิดขอร้องผิดคนแล้วล่ะค่ะ น่าจะไปหาอีกคนมากกว่า”

“ถ้าคุณเกนหมายถึงแฟนเก่า...คุณสุริยง ผมบอกได้เลยว่าไม่มีประโยชน์ ผมรู้เรื่องระหว่างคุณสุริยงกับคุณเขมชาติหมดแล้วครับ”

เกนหลงรีบถามว่ารู้นานหรือยัง รู้ก่อนงานหมั้นหรือเปล่า เขาพยักหน้า หญิงสาวติงทำไมไม่บอก สมคิดอธิบายว่า “พูดตอนนั้นไม่มีประโยชน์หรอกครับ ยิ่งพูดยิ่งบานปลายเพราะเจ้าของเรื่องยังสับสน แต่ตอนนี้ผมพูดได้เพราะหลายอย่างเริ่มคลี่คลาย คุณเขมรู้สึกผิดกับคุณเกนมาก แต่เพราะเหตุการณ์ในอดีต ความเสียใจทำให้คุณเขมต้องการแก้แค้น แต่เขาไม่เคยมีความสุขกับสิ่งที่เขาทำเลยสักนิด...คุณเขมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณ เขาทำไปเพราะไม่รู้ตัวและไม่รู้ใจตัวเอง คุณเกน..ผมขอร้อง ช่วยคุณเขมสักครั้งให้เขากลับมายืนได้อีกครั้ง ช่วยผมและทุกคนในบริษัทด้วยเถอะครับ ผมขอร้อง”

เกนหลงเริ่มใจอ่อนจึงคิดหนัก

ooooooo

 

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement