อย่าลืมฉัน ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 1


2 ต.ค. 2560 14:22
2,175,510 ครั้ง

ละคร นิยาย อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ทมยันตี

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ละครไท จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

เจษฎาภรณ์ ผลดี,แอน ทองประสม

หน้าคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยชื่อดัง เสียงร้องเพลงเชียร์ดังอย่างสนุกสนานเป็นปาร์ตี้รับปีหนึ่ง รุ่นพี่ร้องเพลงนำน้องๆ เต้นอย่างเฮฮา...ด้านหลังความสนุกสนาน มีชายหนุ่มนั่งนิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความปวดร้าว เสียใจอย่างหนัก มือกำจดหมายแน่น

เสียงเพื่อนตะโกนเรียก

“เฮ้ย ไอ้เขม...ไอ้เขมชาติ...น้องๆ ช่วยกันเรียกพี่เขมหน่อย”

รุ่นน้องพากันร้องเรียก พี่เขม...พี่เขม...ประกอบเสียงกลองที่เพื่อนตีรับเป็นจังหวะ แต่เขมชาติกลับไม่ได้ยินอะไร เขาลุกเดินเหมือนใจไม่อยู่กับตัวออกไป เพื่อนๆ กับรุ่นน้องพากันงง ไม่ทันไร ก็มีเสียงรถยนต์เบรกเอี๊ยด...ดังสนั่น ทุกคนวิ่งออกมาที่ถนนใหญ่เห็นเขมชาตินอนนิ่งอยู่กลางถนน ตาค้างน้ำตาไหลออกมา มือที่กำจดหมายค่อยๆคลายออก เผยให้เห็นข้อความในนั้น

“นับจากนี้ต่อไป ขอให้ลืมเรื่องระหว่างเราสองคน ขอให้จำแค่ว่าเราไม่เคยรู้จักกัน...สุริยาวดี”...ผู้คนกรูเข้ามามุงดู บางคนเข้าช่วยด้วยความตกใจ...

หลายปีต่อมา...ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หน้าห้องประชุมติดป้าย บริษัท เขมชาติ จำกัด ภายในห้อง เขมชาติในชุดสูทแบรนด์เนมดูเนี้ยบหล่อตั้งแต่หัวจดเท้ายืนอยู่บนโพเดียมด้านหลังฉายภาพโรงงานผ้าขนาดใหญ่และแบบลายผ้ามากมายดูอลังการ เขาพรีเซนต์เป็นภาษาฝรั่งเศส

“ผม...เขมชาติ ธีรราช รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาพบกับทุกท่าน พร้อมกับความงามบนผืนผ้าที่เราภูมิใจ ด้วยเทคโนโลยีการทอที่ทันสมัยผสมผสานกับการออกแบบลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์...เขมชาติพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่ตลาดโลก” เสียงปรบมือยอมรับท่วมท้น

จากนั้นเขมชาติก็เดินทางมาประชุมที่ฮ่องกง เขานำผ้าไทยโบราณมาเสนอชาวจีน เขาบรรยายเป็นภาษาจีนอย่างคล่องแคล่ว เสียงปรบมือดังก้องห้องประชุม เขายืนยิ้มอย่างภูมิใจ
เสร็จจากงาน เขมชาติลากกระเป๋าเดินทางมาตามทาง สาวๆ มองมาดเท่หล่อเนี้ยบของเขาส่งยิ้มอยากรู้จัก แต่เขาดูจะไม่สนใจแม้แต่น้อย กลับหยิบมือถือมากดโทร.ออก

“คุณสมคิดผมกำลังจะออกจากโรงแรม” เขมชาติพูดจบสวมแว่นดำเดินไปขึ้นรถโรงแรม

ด้านสมคิดรับคำเจ้านายแล้วบอกต่อมาลัยเลขาผู้เรียบร้อยแบบไทยๆ แต่แฝงความเปรี้ยวเล็กๆ ในทันที มาลัยไม่รอช้ากดโทรศัพท์หาวิบูลย์อย่างรู้งาน

“ได้ครับผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ...วิเวียนบอกให้ทุกคนเตรียมตัว” วิบูลย์สั่งเลขาทันที

วิเวียนรับคำอย่างแข็งขัน รีบวิ่งออกมาบอกฝ่ายมาร์เกตติ้งของตนว่า ผู้อำนวยการกำลังมาแล้ว พนักงานลุกกันพึ่บพั่บที่กำลังสนุกกับการเล่นเกม ดูหนังในคอมก็ลากโปรแกรมทิ้ง ที่เหลือก็กวาดขนมบนโต๊ะทิ้ง รวมทั้งเก็บหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับงานลงใต้โต๊ะ จัดห้องทำงานและโต๊ะทำงานของตัวให้เรียบร้อย...มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนมองด้วยความงงงวย เธอแต่งกายสุภาพสมวัยดูดีมีรสนิยม ที่นิ้วนางขวาสวมแหวนรูปดอกไม้ห้าแฉก สะพายกระเป๋าแสดงว่าเพิ่งมาถึง

สมคิดเดินออกมาเห็นร้องทัก “คุณสุ! คุณสุมาได้เวลาพอดีเลย เดี๋ยวไปกับผม ไปรับคุณเขมที่สนามบิน”

“แต่คุณสมคิดนัดให้ดิฉันมาเรียนงานจากคุณวิบูลย์วันนี้ แล้วค่อยเริ่มงานวันพรุ่งนี้นี่คะ”

วิบูลย์เดินรีบร้อนออกมาพอดี “เดี๋ยวผมสอนระหว่างทางไปรับคุณเขมก็ได้ครับ”

สมคิดอธิบายว่าเจ้านายกลับก่อนกำหนดหนึ่งวัน ขอให้เธอเริ่มงานวันนี้เลยพร้อมไหม สุริยงรับคำอย่างหนักแน่น

ภายในสนามบิน เขมชาติลากกระเป๋าเดินทางออกมาในมาดเท่ วิบูลย์รีบชี้บอกสมคิด ทั้งสองตรงเข้าต้อนรับ สุริยงจะเดินตามแต่เผอิญมีคนเข็นรถมาขวางทำให้เธอตามทั้งสองไม่ทัน

วิบูลย์รับกระเป๋าจากเขมชาติพร้อมยิงคำถามเป็นชุด “เดินทางเป็นยังไงบ้างครับ...เหนื่อยไหมครับ...ทานอะไรมารึยัง...หิวหรือเปล่าครับ”

“ถามอะไรมากมาย ผมไม่ตอบนะ ขี้เกียจ”

วิบูลย์หน้าม้าน โบ้ยให้สมคิดผู้สูงวัยกว่ามากช่วยรับช่วงอาการเหวี่ยงของเจ้านายต่อ สมคิดยิ้มเผล่รีบเปลี่ยนเรื่อง “คุณเขมครับ...วันนี้ผมกับวิบูลย์ไม่ได้มากันแค่สองคนนะครับ แต่ยังมีพนักงานใหม่มาด้วยอีกหนึ่งคน”

เขมชาติถอดแว่นมองไม่เห็นมีใคร สมคิดผายมือแล้วเหวอที่สุริยงหายไป ไม่ทันไรสุริยงก้าวพ้นเสาออกมาพอดี  ท่าทางเธอสง่างาม ใบหน้านิ่ง แววตาอ่อนโยน เขมชาติตะลึง คิ้วขมวดเข้าหากัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ สุริยงยกมือไหว้ เขาเบือนหน้าหนีพร้อมกับสั่งวิบูลย์

“จ่ายเงินเดือนให้เลขาใหม่ของคุณ 3 เดือน...แล้วไล่ออกไป ผมไม่ต้องการผู้หญิงคนนี้”

สุริยงหน้าชายืนนิ่ง สมคิดกับวิบูลย์ตกใจพูดอะไรไม่ออก เขมชาติเดินไป สมคิดไล่วิบูลย์ให้ตาม ตัวเขาหันมาปลอบสุริยง ว่าเจ้านายอาจจะเหนื่อยจากการเดินทาง ตนจะคุยให้อีกที

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลองหน้ายังไม่อยากมองแบบนี้ คงไม่เปลี่ยนใจ ขอบคุณคุณสมคิดมากนะคะ สุขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” สุริยงยกมือไหว้เดินตัวตรงออกไป

สมคิดลังเลเป็นห่วง พลันมือถือดังขึ้น เขารู้ทันทีโดยไม่ต้องกดรับว่าใครโทร.ตาม จึงรีบไปที่รถตู้ซึ่งเขมชาตินั่งรออยู่ เขมชาติสวมแว่นตาดำมองสุริยงที่เดินออกมาเรียกแท็กซี่แล้วถูกชาวจีนสองคนแย่ง ชนเธอเซไป เขาแอบ สะใจ รถของเขาแล่นผ่าน สุริยงมอง รอรถต่ออย่างเซ็งๆ

ooooooo

มาถึงบ้านเขมชาติ สาวใช้สองคนยืนต้อนรับอย่างนอบน้อม บ้านของเขาสไตล์โมเดิร์นเรียบหรู แต่ดูขรึมจนเกือบเหงา...เขมชาติลงจากรถเดินเข้าบ้าน สมคิดเดินตามเกลี้ยกล่อมให้พิจารณาสุริยงอีกสักครั้ง

“เธอมีความรู้เรื่องภาษาอย่างดี ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส ส่วนภาษาจีนก็พอได้บ้าง ส่วนเรื่องการทำงานก็ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี นอกจากเรื่องการทำงานจะน่าสนใจแล้วชีวิตส่วนตัวเธอยังน่าสงสารด้วยนะครับ เมื่อก่อนเป็นเลขาให้สามี แต่สามีเพิ่งเสียปีที่แล้ว เลยต้องออกมาหางานทำเลี้ยงลูกสองคนฝาแฝด แล้วก็ยังพ่อกับแม่ที่ไม่ได้ทำงานอีก ผู้หญิงคนเดียวดูแลคนทั้งบ้าน น่าเห็นใจมากนะครับ”

เขมชาติโพล่งขึ้นว่าไม่ได้ถาม ระหว่างนั้นวิบูลย์เปิดทีวีเพื่อเอายูเอสบีที่มีคลิปสัมภาษณ์สุริยงเสียบ จึงชะงักที่จะเปิด ได้แต่บอกเขมชาติว่า แค่กดปุ่มเปิดก็จะได้ดู เผื่อเขาอยากดู วิบูลย์วางรีโมตไว้ให้ ทั้งสองลากลับบริษัท เขมชาติบอกว่าวันนี้ตนไม่เข้า ฝากดูแลด้วย

ส่วนสุริยงกลับถึงบ้านอย่างเหนื่อยอ่อน ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน ก็มีเสียงแตร เสียงพลุสายรุ้งดังพร้อมเสียงแสดงความยินดีของพ่อแม่และลูกแฝดทั้งสองฟังไม่ได้ศัพท์ ชื่นสาวใช้ช่วยแปล

“ยินดีกับงานใหม่ค่าคุณหนูเล็ก”

สุริยงอ้าปากจะบอกทุกคนแต่ไม่ทัน นภากับอาทิตย์เอาของขวัญมามอบให้ บอกไว้ใช้ตอนทำงาน ไก่กับไข่ลูกแฝดก็แย่งกันเอาของขวัญมาให้ ไก่สวมมงกุฎที่ทำเอง มีข้อความว่าซุปเปอร์มัม...ไข่เอาสายสะพายมาคล้องให้ มีข้อความเดียวกัน แล้วทุกคนก็ปรบมือร้องเย้ๆ

“เอ่อ...ทุกคนฟังหนูเล็กก่อนนะคะ ขอบคุณมากสำหรับของขวัญ แต่...หนูเล็กไม่ได้ทำงานนี้แล้ว หนูเล็กโดนไล่ออกแล้วค่ะ”

“หา!” ทุกคนร้องพร้อมกันด้วยความตกใจ นภาพลั้งปากว่าโดนไล่ออกวันแรกที่ไปทำงานเลยหรือ อาทิตย์สะกิดปรามภรรยา สุริยงหน้าเจื่อนเหมือนโดนด่าเล็กๆ

สุริยงถอดมงกุฎและสายสะพายวางลง ไก่กับไข่เข้ากอดปลอบไม่ให้แม่เสียใจ แม่ของพวกเขาเก่งที่สุดในโลก ทั้งสองหอมแก้มสุริยงคนละฟอด เป็นกำลังใจที่ดีมากสำหรับเธอ แต่ทั้งสองก็อดถามอย่างเด็กอยากรู้ไม่ได้ว่า “แล้วทำไมเขาไม่ให้แม่หนูเล็กทำงาน แม่ทำอะไรผิด”

นภาจะเข้าห้ามหลานแต่อาทิตย์รั้งไว้ สุริยงยิ้มให้ลูกๆก่อนจะตอบ “ใช่ครับ...แม่หนูเล็กทำผิดกับเจ้านายเอาไว้มาก เจ้านายแม่หนูเล็กคงไม่หายโกรธ เขาก็เลยไม่ให้ทำงานด้วย”

แต่พอไข่ถามว่าแม่ทำอะไรผิด สุริยงก็อึ้ง ตอบไม่ถูก นภากับอาทิตย์เองก็อยากรู้...

คืนนั้น เขมชาติวิ่งบนลู่ภายในห้องออกกำลังกายของบ้าน ท่าทางเขาเคร่งขรึมเหงื่อโทรมเหมือนหนีอะไรบางอย่าง สมองหวนคิดถึงอดีตที่อยากลืม วันที่เขาได้รู้จากเพื่อนคณะบัญชีว่าสุริยาวดีลาออก และฝากจดหมายให้เขา เขาอ่านจดหมายแล้วช็อก เกิดอะไรขึ้นกับวดี...

หลังจากเกิดอุบัติเหตุ เขมชาตินอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เพื่อนๆคอยส่งข่าวว่าติดต่อสุริยาวดีไม่ได้ แต่เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ เธอแต่งงานกับเจ้าของธนาคารเพื่อนของพ่อเธอแล้วย้ายไปอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ให้เขาเลิกรอคอยเธอกลับมา เขมชาติกัดฟันกรอดเจ็บปวด เสียใจห้ามใครพูดถึงผู้หญิงคนนี้อีก...ความเจ็บปวดครั้งนั้น ทำให้เขามุมานะสร้างเนื้อสร้างตัว

เสร็จจากการออกกำลัง เขมชาติออกมานั่งพัก โยนเสื้อที่ถอดไปโดนรีโมตตกพื้น หน้าจอทีวีเปลี่ยนเป็นคลิปสัมภาษณ์งานสุริยง...สมคิดเรียกเธอว่านางสาวสุริยง เธอแก้ไขว่า นางสุริยง

“ระหว่างเรียนปริญญาตรี ดิฉันลาออกไปแต่งงาน ติดตามสามีไปอยู่ต่างประเทศ ดิฉันได้ลงเรียนหลักสูตรเลขานุการ และการบริหารเพิ่มเติม ได้ทั้งประกาศนียบัตรและอนุปริญญาตามหลักฐานมาด้วยค่ะ”

“ในประวัติบอกว่าคุณเคยเป็นเลขาให้เจ้าสัวชวลิต รัตนชาติ เจ้าของธนาคารรัตนชาติ คุณเองก็นามสกุลรัตนชาติ คุณเป็นอะไรกับท่าน” สมคิดถาม สุริยงถอนใจก่อนจะตอบว่าตนเป็นภรรยา สมคิดรีบถามเจ้าสัวเป็นถึงเจ้าของธนาคาร ถึงจะเสียชีวิตแต่ก็น่าจะได้รับมรดกบ้าง ทำไมต้องมาหางานทำ สุริยงตอบว่า

“ดิฉันไม่ได้รับมรดกอะไรเลย ส่วนมรดกของลูกๆยังอยู่ในช่วงของการดำเนินการ”

สมคิดจึงถามถ้าเรื่องมรดกเรียบร้อยเธอจะลาออกไหม...เขมชาติจ้องมองรอฟังคำตอบ สุริยงตอบว่า สมบัติของลูกไม่เกี่ยวกับตน ไม่ว่าจะมากแค่ไหน ตนก็ต้องทำงานหาเลี้ยงพ่อกับแม่ที่เกษียณแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเจ้านายจะจ้างตนต่อหรือเปล่า...

เขมชาติฟลีซภาพใบหน้าสุริยงไว้ จ้องมอง

อย่างเจ็บแค้น นึกถึงความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจจากอุบัติเหตุครั้งนั้น แววตาเขาร้ายขึ้น ดูเจ้าเล่ห์ ค่อยๆ ยิ้มมุมปาก “ไม่ว่าเธอจะซมซานกลับมาหาฉันเพราะเหตุผลอะไร เธอจะต้องชดใช้กับสิ่งที่เธอทำกับฉัน...สุริยาวดี”...

ในห้องนอนสุริยง เธอกำลังมองภาพถ่ายคู่ของเธอกับเขมชาติในชุดนักศึกษาซึ่งเธอเก็บไว้ประมาณ

สิบกว่าใบ ในกล่องไม้เก๋ไก๋เหมือนของมีค่าสำคัญสำหรับเธอ พลันมือถือดังขึ้น

“คุณสมคิดสวัสดีค่ะ  หา! อะไรนะคะ เริ่มงานพรุ่งนี้”

“ใช่ครับ คุณเขมเพิ่งโทร.หาผม ท่านสั่งให้คุณเข้าบริษัทตั้งแต่ 7 โมงเช้า คุณเขมบอกว่ามีงานด่วน คุณสุมาได้ไหมครับ”

สุริยงแปลกใจแต่รับปากเพราะอยากได้งาน เธอมองรูปเขมชาติในมืออย่างกังวลใจ

ooooooo

เช้าตรู่ สุริยงแต่งตัวเสร็จเข้ามาหอมแก้ม

ลูกชายทั้งสอง พวกเขางัวเงียขึ้นมารับคำที่เธอบอกว่าปิดเทอมกันแล้วช่วยดูแลคุณตาคุณยายด้วย จากนั้น สุริยงก็มองภาพชวลิตที่แขวนบนกำแพงเหมือนขอกำลังใจ เอาใจช่วยเธอให้เข้มแข็งอดทน

อาทิตย์ง่วนกับเครื่องยนต์รถญี่ปุ่นคันเล็กเก่าๆ เพื่อให้ลูกสาวได้ขับไปทำงาน นภาจัดแจงทำอาหารเช้าให้ไปทานในรถ และขนมเพื่อทานที่ทำงาน สุริยงซาบซึ้งกับความรักของครอบครัว ระหว่างทางที่สุริยงขับรถออกมา รถมีกระตุกบ้างเล็กน้อย เธอมองนาฬิกาหวั่นใจจะไปสาย พอดีมือถือดังขึ้น สุริยงเสียบสมอล์ทอล์กแล้วกดรับ “สวัสดีค่ะคุณเอื้อ...”

เอื้อ เป็นชายหนุ่มหล่อมาดเซอร์ ขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ สวมหมวกกันน็อก คุยโทรศัพท์ผ่านบลูทูธ บอกสุริยงว่ากำลังไปหา สุริยงรีบบอกว่าตนออกจากบ้านจะไปทำงาน พลันรถกระตุกดับ เธอตกใจร้องว๊าย...เอื้อตกใจรีบถามเกิดอะไรขึ้น เธอบอกว่ารถดับ เขาจึงให้เธอรออยู่ตรงนั้น แล้วบึ่งรถไปหาเธอทันที

เอื้อมาถึงเปิดกระโปรงรถตรวจเช็ก ปากก็บ่น  “มีอุปสรรคตั้งแต่วันแรกแบบนี้ ผมว่างานนี้อย่าไปทำเลยครับ”

สุริยงหน้าเสีย เอื้อหัวเราะว่าล้อเล่น สักครู่เขาก็บอกว่าเรียบร้อย สุริยงไม่รอช้าขึ้นสตาร์ตรถ ขอบคุณเขาแล้วจะขับออกไป เอื้องงกับท่าทีกระวนกระวายของเธอ สุริยงนึกได้หันไปถาม

“วันนี้คุณเอื้อมีสัมภาษณ์ไม่ใช่เหรอคะ รีบกลับไปได้แล้ว เดี๋ยวก็เตรียมตัวไม่ทันพอดี โชคดีค่า”...เอื้อมองตามอย่างเสียดายที่ไม่มีเวลาได้คุยกัน

รถสปอร์ตของเขมชาติแล่นมาจอดหน้าบริษัท สมคิดยืนต้อนรับและให้คนเอารถไปจอด เขมชาติถามถึงเลขาคนใหม่ ทันใด เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเข้ามาจอด สุริยงลงจากรถรีบเดินเข้ามาหา เขมชาติมองแว่บหนึ่งแล้วหันไปบอกสมคิด

“บอกเลขาใหม่ของคุณด้วย วันหลังถ้าผมนัด 7 โมง แปลว่าจะต้องมาเตรียมความพร้อมก่อนเวลา สำหรับที่นี่คำว่าตรงเวลายังไม่พอ ต้องก่อนเวลาเท่านั้น” สมคิดรับคำ เขมชาติสั่งต่อให้บอกสุริยงไปพบตนที่ห้องทำงานด่วน

สมคิดหันมามองสุริยงเชิงได้ยินแล้วใช่ไหม เธอยิ้มรับ สูดหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนจะเดินไป...มาถึงหน้าห้องเขมชาติ เธอเคาะประตูตามมารยาทแล้วเปิดเข้าไป เห็นเขมชาตินั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานใหญ่ ท่ามกลางความหรู เก๋ เพิ่มบารมีให้ดูมีพลัง ทำให้เธอรู้สึกตัวเล็กลงไปอีก

เขมชาติปรายตามอง เสียงเข้ม “จะยืนจดเหรอ ไหนบอกว่าเจ้าสัว...สามีสอนงานให้ทุกอย่าง เขาสอนให้มายืนค้ำหัวเจ้านายหรือไง”

สุริยงกล่าวขอโทษแล้วลงนั่งเก้าอี้ตรงหน้า เขมชาติ บอกว่านั่นสำหรับแขกไม่ใช่เลขา สุริยงมองไปรอบๆเห็นโซฟาข้างหลังก็ย้ายไปนั่งแทน เขายังหาเรื่องว่านั่งเสียไกลจะให้ตนตะโกนสั่งงานหรือ สุริยงพยายามข่มใจ ถามเขาตรงๆจะให้ตนนั่งตรงไหน หรือเลขาคนก่อนต้องนั่งพับเพียบกับพื้น เขมชาติเอ็ดไม่ให้เรียกตนว่าคุณเขม... ตนอนุญาตให้คนสนิทเรียกเท่านั้น

“ค่ะ ท่านผู้อำนวยการ ตกลงจะให้ดิฉันนั่งตรงไหนคะ”

“เรื่องแค่นี้ ถ้าไม่มีปัญญาคิดเองไม่ได้ ก็ลาออกไปซะ”

สุริยงหันหลังเดินออกไปตั้งใจจะกลับ แต่ฉุกคิดอยากเอาชนะจึงแกล้งเข็นเก้าอี้กลับเข้าไปในห้องเขมชาติ และนั่งระยะห่างจากเขาพอประมาณ วางมือถือและแท็บเล็ตข้างตัว

“ดิฉันไม่ได้นั่งเก้าอี้ของแขก และไม่ได้นั่งโซฟาที่อยู่ไกลจนเกินไป คิดว่าท่านผู้อำนวยการไม่ต้องตะโกน...ดิฉันมีปัญญาคิดได้แค่นี้ ถ้ายังไม่เพียงพอ เชิญผู้อำนวยการไล่ออกได้เลยค่ะ”

เขมชาติลุกขึ้นตบโต๊ะปัง...สั่ง “จดและแปลสิ่งที่ผมพูดเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสส่งผมภายในบ่ายนี้ ผมจะพูดเพียงรอบเดียวเท่านั้น ไม่มีการทวนถ้าจดไม่ทันถือว่าบกพร่อง ต้องพิจารณาตัวเอง”

สุริยงเปิดสมุดพร้อมจดคำพูดของเขมชาติ เขาแกล้งพูดเร็วยาวเป็นพรืด...เขมชาติเชื่อว่าสุริยงจดไม่ทันแน่ จึงเข้าไปดึงมาดู พอเห็นว่าเธอจดเป็นภาษาอังกฤษ ก็หาเรื่องดุ “ผมบอกให้คุณจดทุกคำที่ผมพูด ผมพูดไทย คุณจดเป็นอังกฤษ แล้วมันจะได้ครบทุกคำได้ยังไง”

“ดิฉันจดเป็นภาษาอังกฤษ เพราะผู้อำนวยการต้องการจดหมายที่แปลเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส

ในบ่ายนี้ ซึ่งตอนนี้เหลือเวลาอยู่ไม่มาก ดิฉันถนัดภาษาอังกฤษมากกว่า การแปลขณะฟังจะช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น ส่วนคำพูดของผู้อำนวยการ ดิฉันเก็บไว้ทุกคำ เพราะอัดไว้แล้วค่ะ” สุริยงชูมือถือให้ดู

เขมชาติแกล้งติงถ้ามันอัดไม่ติดจะทำอย่างไร สุริยงชูแท็บเล็ตให้ดูอีกเครื่อง พร้อมบอกว่าท่านเจ้าสัวสอนเสมอ ทำอะไรต้องมีทางเลือกเผื่อไว้เสมอ...เขมชาติเจ็บใจที่เอาผิดเธอไม่ได้

“ออกไปได้แล้ว และก็จำไว้ด้วย ตอนนี้ผมเป็นเจ้านาย คุณต้องทำตามที่ผมสั่ง ผมบอกให้ไปคุณถึงจะไปได้ แต่ถ้าผมยังไม่ให้ไป คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น อยู่ที่นี่ห้ามคิดเรื่องอื่น ให้คิดแต่เรื่องงาน อย่ามาโกงเวลางาน คนขี้โกง คนขี้โกหก ผมเกลียดที่สุด เกลียดจนวันตาย”

สุริยงรู้ว่าโดนเหน็บ เธอรับคำจะจำไว้ เขมชาติยังยํ้า...ถ้าตนไม่เรียกห้ามเข้ามาในห้องนี้ และถ้าตนไม่ได้พูดด้วยก็พูดกับตนไม่ได้...สุริยงรับคำ เขมชาติกำชับนี่แค่เริ่มต้น ถ้าคิดจะทำงานต่อจะต้องเจออีกมาก สุริยงไม่เถียงเข็นเก้าอี้กลับออกไป เขาคำรามในคอ เก่งให้ตลอดแล้วกัน

ขณะนั่งทำงาน เอื้อโทร.เข้ามา สุริยงรีบถามจะอัดรายการแล้วไม่ใช่หรือ เขาตอบว่าใช่ แต่อยากขอบคุณที่ช่วยเลือกสูทให้ มีแต่คนชม พลันมีเสียงเจ้าหน้าที่เรียกให้เอื้อไปอัดรายการ สุริยงเอ่ยเป็นกำลังใจให้ก่อนจะวางสาย ทันใดเสียงเขมชาติดังขึ้น ถามคุยกับใคร เธอสะดุ้งหันมองสายตาเขาดุดัน แววตาไม่พอใจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

“ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาเวลางานไปคุยเรื่องส่วนตัวก็เข้าใจนะ เพิ่งเป็นหม้าย คงอยากรีบหาสามีใหม่มาดูแล แต่กรุณาทำนอกเวลางาน อย่ามาเบียดบังเวลาของบริษัท”

“ขอบคุณผู้อำนวยการค่ะที่เข้าใจหญิงม่าย แต่ขอโทษนะคะ ดิฉันยังไม่อยากรีบหาสามีใหม่ คนที่ดิฉันคุยด้วยเป็นคนในครอบครัวค่ะ”

เขมชาติเยาะว่าเสียงหวานขนาดนั้นหรือ คนในครอบครัว สุริยงโต้ว่าใช่ เพราะตนให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัวต้องพูดหวานๆ เขมชาติยิ่งโกรธโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ “งั้น ถ้าคุณได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดีจากผมก็รับรู้ไว้ด้วยว่าคุณคือคนที่ไม่สำคัญ...ผมต้องการตัวอย่างผ้าตามรายการในแฟ้ม ขนขึ้นมาให้ผมที่ห้องทำงาน ห้ามให้คนอื่นช่วยเด็ดขาดและผมต้องการทั้งหมดเดี๋ยวนี้”

สุริยงมองจดหมายที่กำลังแปล รู้ว่าเขาแกล้งจำต้องเอาแฟ้มเดินลงไปที่ห้องเก็บของ...ระหว่างนั้น เอื้อกำลังให้รายการสัมภาษณ์ออกอากาศโดยบัญชา

ชุมชัยเวทย์ เกี่ยวกับเรื่องการรับช่วงดำเนินงานธนาคารรัตนชาติต่อจากเจ้าสัวชวลิต เอื้อพูดถึงหลักการทำงานที่มั่นคงเป็นบริษัทมหาชน บริหารด้วยทีมงานมืออาชีพ ด้วยความเป็นเอกภาพแบบครอบครัว ภายใต้การนำของตน

ชื่นกำลังจัดของว่างเห็นเอื้อในทีวีก็เรียกไก่กับไข่ให้มาดู ทั้งสองกระโดดโลดเต้นเรียกพี่เอื้อๆ กันใหญ่...รายการจบลง เอื้อยิ้มให้กับกล้อง ข้างทีวีมีภาพถ่ายชวลิต ไก่และไข่ถ่ายร่วมกัน

ภายในห้องทำงานของเอื้อก็มีภาพถ่ายตัวเขากับเจ้าสัวชวลิต ท่าทางเป็นพ่อลูกที่สนิทกันมากตั้งบนโต๊ะทำงาน เอื้อยิ้มให้กับรูปแล้วกดมือถือหาสุริยง...แต่เธอกำลังค้นแบบผ้าตัวอย่างโดยมีวิบูลย์ช่วย จึงไม่อยากเสียเวลารับกดสายทิ้งไปก่อน วิบูลย์บอกเธอว่าได้ครบตามที่เขมชาติต้องการแล้ว เขาจะช่วยขนขึ้นไป สุริยงรีบบอกว่าไม่ได้ เจ้านายให้ตนขนเองห้ามใครช่วย

วิบูลย์ส่ายหน้าสงสาร “วันแรกก็จัดหนักเลย คุณเขม...”

สุริยงเคาะประตูก่อนจะเข้ามา ขนกองผ้ากองโตจะวาง เขมชาติพูดโดยไม่มองว่า

“วางตรงไหนก็ได้ อย่าให้ขวางหูขวางตา และเดินเบาๆ ผมต้องการความเงียบ”

สุริยงวางกองผ้าลงที่โต๊ะกลางห้อง เขมชาติเสียงเข้ม อย่าวางตรงนั้น รำคาญตา...สุริยงหอบไปวางที่โซฟาเขาก็ขัด “ห่างไปแค่นั้นมันจะต่างกันตรงไหน มันก็ยังรำคาญตาอยู่ดี ไหนคุยนักคุยหนาว่าสามีสอนงานมาอย่างดี...แค่นี้คิดไม่ออกหรือไง”

สุริยงสะอึกมองหน้าเขมชาติด้วยความเคืองตัดสินใจหอบกองผ้าเดินเข้ามาเหมือนจะทุ่มใส่ แต่เลยไปวางตู้ข้างหลังเขาอย่างเบามือ “วางไว้ข้างหลังผู้อำนวยการ ไม่อยู่ในรัศมีสายตาแบบนี้คงจะไม่รำคาญนะคะ ดิฉันจะรีบไปยกผ้าที่เหลือขึ้นมาเพราะผู้อำนวยการต้องการเดี๋ยวนี้”

เขมชาติปรายตามองสุริยงเดินออกไปขนผ้าขึ้นมาอีกสองสามเที่ยว พอดีสมคิดได้ผ้าตัวอย่างจากมหาลัยจะเอาเข้าไปให้เขมชาติ เห็นสุริยงโดนแกล้งก็ส่ายหน้าสงสาร แต่พอเธอขนมาครบหมดจะออกไปทำงานต่อ เขมชาติเรียกเธอไว้ แล้วลุกไปดึงผ้าตัวอย่างมาชิ้นหนึ่ง

“ผมต้องการแค่นี้ ที่เหลือเอากลับไปเก็บที่เดิม”

สุริยงต้องขนผ้าทั้งหมดลงไปเก็บ สมคิดสวนเข้ามาพอรู้ว่าเธอต้องขนกลับลงไปก็ตำหนิ

“เล่นหนักนะเนี่ย รายนี้จะเป็นรายสุดท้ายที่ผมจะคัดเลือกให้ ต่อไปคุณหาเอง ไล่ออกเอง ผมกับคุณวิบูลย์ตกลงกันแล้วว่า...เลิก” เห็นเขมชาตินั่งเฉยก็หมั่นไส้ส่งแฟ้ม

ผ้าให้  “ตัวอย่างที่จะเสนอลูกค้าบ่ายนี้ครับ ให้ผมออกไปพบลูกค้าด้วยรึเปล่าครับ”

เขมชาติยิ้มมุมปากคิดแผนแกล้งสุริยงได้อีก...สุริยงเก็บผ้าเข้าห้องเก็บของเสร็จ เอื้อโทร.เข้ามาอีกครั้ง เธอตัดสายไม่อยากให้โดนเขมชาติตำหนิอีก เอื้อแปลกใจพอดี

อรทัยโทร.เข้ามาบอกว่า เธอกับอัมพิกามาถึงแล้ว ให้ไปเจอกันที่ห้องคุณพ่ออัมพิกาเป็นพี่สาวคนโต ที่ถือตัวเจ้ายศเจ้าอย่าง เธอยึดตำแหน่งรักษาการประธานกรรมการแทนเจ้าสัว แต่ไม่ค่อยเข้ามาทำงาน ส่วนอรทัยเป็นน้องสาวที่โอนอ่อนไปตามพี่สาว รักพี่ชายมากจนคิดหาแฟนให้พี่ อัมพิกาแขวะน้องสาวทำตัวเหมือนพ่อชอบจับคู่ อรทัยแย้ง

“ไม่เหมือนค่ะ เพราะอรหาคนที่คู่ควรกับพี่เอื้อทั้งฐานะทางการเงินและสถานะทางสังคม คุณพ่อเพื่อนอรเป็นถึงผู้ดีเก่า แล้วยังเป็นเจ้าของที่ดินมากมาย ไม่ใช่ลูกหนี้ธนาคารที่ส่งลูกสาวมาแต่งงานใช้หนี้”

เอื้อหน่ายใจเพราะรู้ว่าอรทัยแขวะสุริยง  อัมพิกาตัดบท บอกว่าที่มาเพราะจะคุยเรื่องมรดกของเด็กไก่กับไข่ “พี่ไม่ยอมให้เด็กสองคนนั้นมาถือหุ้นของธนาคารเป็นอันขาด”

เอื้อแย้งว่าเป็นไปตามพินัยกรรม อรทัยแทรกขึ้นว่าเด็กทั้งสองได้หุ้นคนละ 20 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับพวกเรารวมกันก็เกือบครึ่งเข้าไปแล้ว ตนก็ไม่ยอม แต่เอื้อเห็นว่ายุติธรรม ลูกห้าคนได้เท่าๆกัน อัมพิกาไม่พอใจ

“มันจะยุติธรรมได้ยังไง ในเมื่อตอนก่อตั้งธนาคาร คุณพ่อใช้เงินของตระกูลคุณแม่เพราะฉะนั้นเงินที่มันงอกเงยขึ้นมา ก็ต้องเป็นของเราทั้งสามคนที่เป็นลูกของคุณแม่โดยตรง”

“ไอ้ลูกที่มันเกิดจากผู้เห็นแก่เงินไม่เกี่ยวถ้าคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ คุณพ่อก็คงไม่มีเมียใหม่ พวกมันก็ไม่ได้เกิดเพราะ ฉะนั้นมันไม่มีสิทธิ์มาถือหุ้นในธนาคารของเรา” อรทัยเสริม

“แต่ในพินัยกรรมคุณพ่อระบุไว้ชัดเจนว่าไก่กับไข่มีสิทธิ์ในหุ้น พี่จะให้ผมทำยังไง”

“ซื้อมันกลับมา พวกมันต้องการเท่าไหร่ก็ให้เงินมันไป แล้วโอนหุ้นคืนมาให้เราทั้งหมดนังแม่เลี้ยงมันชอบเงินอยู่แล้วนี่ ฟาดหัวมันไป เรื่องจะได้จบๆ” อัมพิกามั่นใจว่าจบแน่

เอื้อหนักใจ แต่ก็รับปากจะไปถามให้ เอื้อกลับไปทำงานต่อ อรทัยบอกอัมพิกาว่าตนไม่ไว้ใจเอื้อ เพราะดูสนิทสนมและท่าทางจะเห็นใจสงสารสุริยงและเด็ก แฝดนั่น แต่อัมพิกาเชื่อว่าเอื้อจะไม่เห็นใครดีกว่าพี่น้องเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

ooooooo

พักเที่ยง สุริยงได้นั่งทานข้าวกับมาลัยเลขาสมคิดและวิเวียนเลขาวิบูลย์ ทั้งสองเล่าเรื่องเลขาคนก่อนๆที่โดน เขมชาติไล่ออกให้ฟัง บางคนแค่แต่งกายไม่สุภาพบางคน ชงกาแฟไม่ร้อนและอีกหลายกรณี มาลัยว่าเล่าทั้งวันก็ไม่หมด พลันเห็นกาแฟที่สุริยงกินก็อุทาน

“เฮ้ย! กาแฟใส่มะนาว”

วิเวียนสะดุ้งถามมีอะไร มาลัยรีบบอกว่าไม่อยากเชื่อบนโลกนี้จะมีคนกินกาแฟใส่มะนาวฝานเหมือนเจ้านาย... สุริยงเดินอึ้งๆกลับมาที่โต๊ะทำงาน เห็นโน้ตแปะที่จอคอมพ์...ให้ออกไปพบลูกค้าด้วยกัน บ่ายโมงตรงเจอที่หน้าบริษัท อย่าให้ต้องรอ...สุริยงตกใจรีบคว้ากระเป๋าวิ่งออกไป

เขมชาตินั่งหงุดหงิดในรถ มองไปเห็นสุริยงวิ่ง ออกมาชนกับพนักงานของหล่น เธอช่วยเก็บ เขายิ้มเยาะขับรถออกไปอย่างแรง ไม่ทันไรต้องเบรกเอี๊ยด...เพราะสุริยงวิ่งมาขวางหน้ารถ

เขมชาติลงมาโวย “ไม่มีใครบอกหรือไงว่าที่นี่ให้พักเที่ยงถึงบ่ายโมง”

“คุณสมคิดบอกแล้วค่ะ” เขมชาติหันนาฬิกาข้อมือให้ดูว่าเลยไปสองนาที สุริยงมองนาฬิกาตัวเอง “ขอโทษค่ะ ต่อจากนี้ไปดิฉันจะตั้งนาฬิกาใหม่ ให้เวลาของเราสองคนตรงกัน เพราะตอนนี้เวลาของดิฉันเที่ยง 58 นาที 32 วินาที ยังไม่บ่ายโมงค่ะ”

เขมชาติจี๊ดที่โดนย้อน “ไม่ใช่แค่เวลาที่คุณจะ  ต้องยึดผมเป็นหลัก แต่ทุกๆเรื่องนับจากนี้เป็นต้นไป เมื่อก้าวเข้ามาในบริษัทนี้ ผมคือทุกสิ่งทุกอย่างของคุณ ถ้ารับไม่ได้ก็ลาออกไป”

สุริยงรีบตามเขมชาติขึ้นรถ เขาแกล้งออกรถพรืด เธอรีบดึงเข็มขัดมาคาดอย่างรวดเร็ว ระหว่างทาง เขมชาติอึดอัดใจแขวะเธอที่นั่งเงียบว่าเป็นใบ้หรือ สุริยงโต้

“ท่านผู้อำนวยการสั่งไว้ว่า ถ้าผู้อำนวยการไม่พูดด้วยดิฉันก็พูดไม่ได้ ดิฉันก็เลยเงียบค่ะ”

เขมชาติปรายตามองอย่างเคืองๆ พลันเขาได้เห็นแหวนที่นิ้วนางขวาของสุริยงก็ชะงักเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน แล้วไล่เธอลงจากรถ สุริยงงงเกิดอะไรขึ้น เขมชาติ สั่ง ตนนัดลูกค้าไว้บ่ายสอง ถ้าไปถึงที่นัดไม่พบเธอก็ลาออกไปได้เลย พูดจบก็ขับรถพรืดออกไปสุริยงงงมาก ไม่รู้ว่าเขานัดลูกค้าไว้ที่ไหน เธอครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี...

เขมชาติมองสุริยงยืนเคว้งผ่านกระจกมองหลังอย่างสะใจ พอมาถึงโรงแรมหรูเขามองนาฬิกา บ่ายสองพอดี มองไปรอบๆ ไม่เห็นวี่แววสุริยงก็เดินตรงไปที่ห้องอาหารเห็นโอลิวีเย่...ลูกค้าชาวฝรั่งเศสนั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย คุยกับเชฟอย่างเป็นกันเอง เขมชาติโล่งอกคิดว่าเขาคุยอยู่กับสุริยง พอโอลิวีเย่แนะนำให้รู้จักเชฟ เขมชาติยินดีไม่รู้มาก่อนว่าที่นี่มีเชฟฝรั่งเศส

“ผมก็ไม่เคยรู้เหมือนกัน นี่ถ้าเลขาคุณไม่บอก ผมก็ไม่รู้”

“อ๋อ เหรอครับ หา! เมื่อกี้คุณบอกว่าใครเป็นคน บอกนะ”

“เลขาของคุณ...มาดามสุริยง”

สุริยงเดินนำพนักงานถือถาดเครื่องดื่มเข้ามา ดูไม่มีทีท่าของคนโดนทิ้งข้างถนนแต่อย่างใด เธอผายมือให้พนักงานเสิร์ฟไวน์แก่โอลิวีเย่ และกาแฟแก่เขมชาติ เขมชาติถึงกับอึ้งที่กาแฟมีมะนาวฝานลอยอยู่ในถ้วย... ทำให้หวนคิดถึงอดีต ในโรงอาหารมหาวิทยาลัย สุริยงวาง ถ้วยกาแฟลง เขมชาติยิ้มดีใจที่เธอรู้ว่าเขา

ชอบกาแฟดำใส่มะนาว สุริยงบอกว่าไม่รู้หรอก ถ้วยนี้ของเธอเอง

เสียงโอลิวีเย่ขัดขึ้น “เลือกไวน์ได้ดีมาก...เยี่ยมมาก”

เขมชาติได้สติ สุริยงยิ้มรับ ถอยออกมานั่งห่างๆ เตรียมอุปกรณ์จดและบันทึกคำสนทนา

ooooooo

ภายในฟิตเนส เกนหลง สาวสวยเพียบพร้อมด้วยการศึกษา รูปร่างหน้าตาดีมีรสนิยมชอบกิจกรรมต่อยมวยอย่างมาก ดูต่างจากนิสัยอ่อนหวานของเธอ หลังออกกำลังเสร็จ เธอแต่งตัวเรียบหรูดูสวยสมวัยออกมา ทันใดก็มีเสียงเตือนจากมือถือ เธอกดอ่าน... คืนนี้ดินเนอร์กับเขมชาติ

ระหว่างที่เขมชาติแนะนำผ้าแก่โอลิวีเย่ เห็นสายตาเขามองสุริยงตลอดเวลา จึงเหน็บ “ผ้าที่เราเห็นไม่ว่าข้างนอกจะมีกี่สี ข้างในก็ประกอบด้วยเส้นด้ายสีนั้น แต่ผู้หญิงบางคนสร้างภาพภายนอกให้สูงส่งดูดี แต่ข้างในไร้ค่า เต็มไปด้วยกิเลสตัณหาและความทะเยอทะยาน”

“ดูคุณเขมมองผู้หญิงในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่าครับ” โอลิวีเย่ยิ้มไม่รู้เรื่อง

“เมื่อก่อนผมเคยมองผู้หญิงในแง่ดีมาก ก็เลยโดนหลอกจนเกือบ...ตาย ผมเห็นคุณเป็นเพื่อนก็เลยเตือนด้วยความหวังดี”

สุริยงนั่งนิ่งทำทีจดคำสนทนา พยายามเก็บความ รู้สึกเสียใจน้อยใจ ระคนโกรธและปลง

เวลาผ่านไป โอลิวีเย่เลือกลายผ้าที่ต้องการ เขมชาติแกล้งดึงแท็บเล็ตออกห่างไม่ให้สุริยงเห็นว่า แบบไหน แล้วตกลงจะเริ่มผลิตส่งให้ภายในสองเดือน ทันใดนั้นเอง มือถือเขมชาติที่วางอยู่ดังขึ้น สุริยงจึงเห็นภาพและชื่อเกนหลงปรากฏบนหน้าจอ เป็นภาพคู่เขมชาติกับเกนหลง เธอเงยหน้าสบตากับเขมชาติพอดี สายตาเขายิ้มเย้ย ก่อนจะหันไปบอกโอลิวีเย่

“สายนี้สำคัญมาก ไม่รับไม่ได้ ผมขอตัวไปรับสักครู่นะครับ”

โอลิวีเย่ผายมือตามสบาย เขมชาติปรายตามองสุริยงก่อนจะเดินห่างออกไปสองสามก้าว โอลิวีเย่ถือโอกาสย้ายมานั่งข้างสุริยง เพื่อบอกเธอว่าตนอยู่เมืองไทยอีกสามสี่วัน อยากให้เธอเป็นเพื่อนแฮงก์เอาต์ พาเที่ยวกรุงเทพฯ...เขมชาติได้ยินรู้สึกขุ่นใจ มือที่กำโทรศัพท์สั่นลืมรับสายเกนหลง อยากฟังคำตอบของสุริยง สุดท้ายจำต้องเดินออกไปรับสายเกนหลง

เกนหลงโทร.มาทวงถามว่าจำนัดของเราได้อยู่หรือเปล่า เขมชาติรับว่าจำได้ เธอจึงบอกว่าวันนี้จะทำอาหารเองให้เขามาทานที่บ้านและถามเขาอยากทาน อะไร เขาให้เธอตัดสินใจได้เลย

“หวานนะคะ หวานแบบนี้เกนไม่เซ้าซี้แล้วค่ะ เอาเป็นว่าดินเนอร์นี้เกนจัดให้คุณเอง ถ้าไม่ถูกใจก็ช่วยไม่ได้นะคะ”

“คุณเกนเลือกอะไรมา ผมก็ชอบทั้งนั้น แล้วพบกันนะครับ สวัสดีครับ” เขมชาติใจจดจ่อที่สุริยงมากกว่า พอวางสายก็รีบกลับไปที่โต๊ะอาหาร

สุริยงกำลังปฏิเสธคำขอของโอลิวีเย่ อ้างว่าวันหยุดต้องให้เวลากับลูกๆ เขาแปลกใจที่เธอมีลูกแล้ว แต่พอเธอบอกว่าสามีเสียไปแล้ว เขาก็ให้พาลูกๆมาด้วยได้ เขมชาติเดินมาได้ยิน หึงลมออกหู ลืมตัวเรียกสุริยงว่า...วดี ...สุริยงชะงักหันมองเขาเห็นแววตามีเยื่อใยของเขาก็อึ้ง

เขมชาติได้สติกล่าวขอโทษโอลิวีเย่ แล้วส่งกุญแจรถให้สุริยง สั่งไปเอารถมาจอดรอที่ด้านหน้า เธอถามเขาจอดรถไว้ตรงไหน เขาเสียงเข้ม “มันเป็นหน้าที่ของคุณ ที่ต้องไปหา ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่ต้องมาตอบ...ไปเอารถมาได้แล้ว อย่าช้า ผม...”

“ผู้อำนวยการไม่ชอบรอ ดิฉันจำได้ค่ะ” สุริยงสวนเพราะรู้ว่ากำลังโดนแกล้งสุริยงเดินไป โอลิวีเย่ถามเขมชาติว่าเธอไปไหน เธอยังไม่ได้ให้คำตอบว่าจะออกเดทกับตนหรือไม่ เขมชาติ สะกดความหึงหวงไว้ พยายามทำตัวให้เป็นปกติ ชวนเขาคุยเรื่องงานต่อ
“ภายในสองวัน ผมจะให้เล...เอ่อ คุณสมคิดผู้ช่วยของผมส่งสัญญาว่าจ้างให้คุณดู หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว เราเริ่มผลิตทันที ผ้าจะถูกส่งถึงโรงแรมของคุณที่สวิตตามกำหนดแน่นอน”

“ให้มาดามสุริยงเป็นคนส่งสัญญาให้ผมก็ได้นะครับ” โอลิวีเย่ยิ้ม ส่วนเขมชาติหน้าเข้ม

“อย่าเลยครับ ผู้หญิงคนนั้นเป็นเลขาใหม่ เพิ่งทำงานได้แค่สองวัน อาจจะไม่ผ่านทดลองงานก็ได้ ผมไม่อยากเสี่ยง”

“ถ้าไม่ผ่านบอกนะครับ ผมยินดีรับเข้าทำงานทันที มาดามสุริยงทำให้ผมประทับใจมาก”

เขมชาติเหยียดมุมปากเล็กน้อย เคืองและหมั่นไส้สุดๆ...ด้านสุริยงยืนเคว้งมองหารถของเขมชาติว่าจอดตรงไหน เธอเดินหาจนหอบ คิดหาหนทาง พลันเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจความเรียบร้อยก็นึกอะไรได้...

หลังจากนั้น สุริยงก็อยู่กับรถสปอร์ตหรูของเขมชาติที่หน้าโรงแรม กดโทรศัพท์บอกเขาว่านำรถมารอแล้ว แต่กลับถูกตัดสาย พอเงยหน้ามา เห็นเขมชาติยืนหน้าบึ้งอยู่

“รู้ได้ยังไงว่ารถอยู่ที่ไหน”

“ดิฉันโทร.หาคุณวิบูลย์เพื่อขอทะเบียนรถของผู้อำนวยการและให้ รปภ.ช่วยหาให้ โชคดีที่รถโดดเด่น รปภ.เลยจำได้ ใช้เวลาหาไม่นาน”

เขมชาติเคือง “แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมนัดลูกค้าประชุมที่นี่”

“ดิฉันโทร.หาคุณสมคิดเพื่อสอบถาม โชคดีที่เขาทราบว่าผู้อำนวยการนัดกับมิสเตอร์โอลิวีเย่ หลังจากนั้น ดิฉันติดต่อไปหาเลขามิสเตอร์โอลิวีเย่เพื่อสอบถามสถานที่นัดหมาย ดิฉันถึงได้รู้ว่าลูกค้าจะมาก่อนเวลาเพื่อทานอาหารกลางวัน ดิฉันเลยถามเมนูโปรดและจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ และรีบมาที่นัดหมายโดยเร็วที่สุด”...

เขมชาติฟังแล้วทึ่งแต่ยังวางฟอร์ม

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement