advertisement

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 13

บทประพันธ์ ทมยันตี จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
15 พ.ค. 2557 11:23

เกนหลงกำลังร่างรูปเอื้อลงบนภาชนะอย่างตั้งใจ เอื้อเดินเข้ามาทัก เธอสะดุ้งรีบเอาแบบซ่อนด้านหลัง พอรู้ว่าเอื้อโทร.ถามจากเลขาและคนรถจึงมาหาตนที่นี่ได้ก็แขวะ เป็นนายธนาคารหรือนักสืบกันแน่ เอื้อหัวเราะโต้ว่าเพราะเธอไม่รับสายเลยเป็นห่วง หญิงสาวหัวใจพองโต

“ก็...คือ...ร้านนี้เป็นร้านเพื่อนเกน ว่างๆไม่มีอะไรทำก็เลยมาเพนต์จานเล่นๆค่ะ”

เอื้อนึกสนุกอยากทำบ้าง  แล้วเห็นเหมือนเธอซ่อนอะไรไว้ด้านหลังจึงขอดู เธอปฏิเสธเสียงหลงว่าไม่มีอะไร เอื้อเห็นมีพิรุธเข้าไปยื้อแย่ง สองคนนัวเนียหมุนหนีกันไปมา เกนหลงหาจังหวะเหน็บกระดาษเข้าซอกโต๊ะ หันมาจมูกชนแก้มชายหนุ่มเข้าเต็มเปา ทั้งสองจึงรู้สึกตัวว่าใกล้ชิดกันเกินไป ใจเต้นไม่เป็นระส่ำ เอื้อขยับออก หญิงสาวแก้เก้อชูมือให้ดูว่าไม่มีอะไร เอื้อทำหน้าเขินๆ เกนหลงตัดบทพาเขาออกมาห้องข้างนอก ให้มาเริ่มต้นปั้นดินให้เป็นภาชนะก่อน

ในห้องนี้มีแต่เด็กๆที่นั่งเรียน เอื้ออ้อนให้เกนหลงสอน เธอจึงต้องนั่งลงทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่พอเอื้อต้องทำเองก็เริ่มต้นไม่ถูกอีก หญิงสาวจำต้องจับมือเขาคลึงดินบนแท่นหมุน ชายหนุ่มแอบมองหน้าหญิงสาวระยะประชิด ยิ้มอย่างพอใจ...จากนั้น เกนหลงก็กลับเข้ามาทำงานตัวเองอีกห้องต่อ เธออดนึกถึงความใกล้ชิดกับเอื้อเมื่อสักครู่ไม่ได้ อมยิ้มอยู่คนเดียว

สุดท้ายเอื้อก็ปั้นแจกันออกมาได้สวยไม่เบา คิดไปตามเกนหลงมาดู เขาเดินเข้าไปเห็นเกนหลงกำลังเพลินกับการวาดรูปตัวเขาลงบนจาน เอื้อยิ้มปลื้มแอบถ่ายรูปเธอเก็บไว้...เอื้อกลับออกมากดโทรศัพท์หาอัมพิกา เธอโกหกไม่เนียนทำให้เขาจับได้ว่าจะมีการทำเซอร์ไพรส์ เขาจึงขอร้องอัมพิกาเปลี่ยนแผนนิดหน่อยเพื่อเซอร์ไพรส์เกนหลงกลับ

ooooooo

เขมชาติสั่งเต็นท์และอุปกรณ์ทำอาหารมาตั้งกางหน้าบ้าน เขาตั้งใจทำอาหารครบห้าหมู่มาให้สุริยง เขาเคาะประตูเรียก สุริยงรำคาญเปิดประตูออกมาจะโวย เขายื่นถาดอาหารให้

“คนท้องต้องการอาหารห้าหมู่ ไม่ควรกินมื้อใหญ่แค่สามมื้อ ควรจะแยกเป็นมื้อเล็ก อาจจะห้ามื้อหกมื้อในหนึ่งวัน...ควรจะใช้น้ำมันพืชทำอาหาร ลดเกลือของหมักดอง ของหวาน ควรกินอาหารที่มีโฟลิกเพราะมีประโยชน์ต่อระบบประสาทของเด็ก ผมจัดอาหารที่มีโฟลิกมาให้คุณ มีผักใบเขียว ผลไม้เปรี้ยว ถั่ว ขนมปังและธัญพืช ถ้าคุณยังไม่อยากไปหาหมอ ก็ควรจะดูแลตัวเองให้ดีๆ ผมจะคอยช่วยอีกแรง”

สุริยงไม่มีโอกาสพูด ทำเชิดหน้าไม่รับ ปิดประตูใส่หน้าเขา สักครู่ เสียงเคาะประตูดังน่ารำคาญขึ้นอีก เธอจึงต้องเปิดอย่างโกรธๆ เขมชาติยื่นแก้วนมให้ บอกว่า ไม่กินอาหารก็ดื่มนมเพราะนมก็มีโฟลิกสูงเหมือนกัน ถ้าเธอไม่ดื่มเขาจะเคาะเรียกอยู่แบบนี้ทั้งวัน หญิงสาวโกรธคว้าแก้วนมมาสาดใส่หน้าเขา

“ฉันไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่ไปหาหมอและฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น อย่ามาคุกคามชีวิตของฉัน คุณได้จากฉันไปมากแล้ว จะไม่มีทางได้อะไรจากฉันอีก...ไม่มีทาง” สุริยงปิดประตูใส่หน้า

เขมชาติตะโกนสวนไป “สักวันผมจะต้องทำให้คุณยอมผมให้ได้ คุณก็รู้ ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้ ถึงจะต้องอยู่เฝ้าคุณแบบนี้ไปตลอดชีวิตผมก็จะทำ”

สุริยงได้ยิน ครุ่นคิดว่าตัวเองจะอยู่แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้...เธอเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า มองออกไปยังรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน เขมชาติเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี พลันมีเสียงของตกแตกตามด้วยเสียงร้องของสุริยง เขาตกใจมากรีบวิ่งไปเคาะประตู ทนไม่ไหวจึงกระแทกประตูเปิดออก เข้าไปเห็นหม้อต้มพาสต้าหกกระจายบนพื้น ไอร้อนยังคละคลุ้ง สุริยงกุมมือทำนองโดนน้ำร้อนลวก เขาถลาเข้าจับมือแต่เธอดึงกลับ

“ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง ออกไปเลยฉันจะทำความสะอาด”

เขมชาติรีบบอกว่าไม่ต้องตนจะทำให้เอง เพราะเกรงเธอลื่นล้ม สุริยงเห็นเขมชาติก้มเก็บของ จึงค่อยๆถอยออกมา คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่ซ่อนไว้เดินจ้ำออกจากบ้านไปที่รถ ชายหนุ่มทำความสะอาดเสร็จเอ่ยถามจะให้ต้มพาสต้าใหม่ไหม เงียบไม่มีเสียงตอบ เขาจึงออกจากครัวมามองหา เห็นหญิงสาวกำลังพยายามสตาร์ตรถแต่มันไม่ติด เขาวิ่งตามออกมาบอกว่าตนถอดแบตเตอรี่ออกจะสตาร์ตได้อย่างไร เธอโกรธมากเปิดประตูกระแทกตัวเขาอย่างแรง ให้เอาคืนมา

“ไม่...ถ้าคุณได้คุณก็หนีผมอีกสิ แสดงว่า เมื่อกี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในครัวเป็นแผนของคุณเหรอ”

“ใช่ ทีคุณยังวางแผนมากมายหลอกฉันได้ ฉันก็ต้องหัดวางแผนไว้หลอกคุณบ้างสิ แค่นี้ยังน้อย...เอาแบตเตอรี่รถฉันคืนมาเดี๋ยวนี้”

เขมชาติไม่คืนจนกว่าเธอจะยอมไปให้หมอตรวจ สุริยงแค้นเคืองผลักเขาออกจะเดินเข้าบ้าน เกิดขาพลิกล้มลง ตัวเองตกใจเอามือกุมท้อง เขมชาติถลาเข้าโอบเธอลุกขึ้นอย่างห่วงใยสุดๆ

“วดี!เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่า รู้สึกเหมือนมีเลือดไหลออกมาไหม...วดี ผมขอร้อง คุณอย่าทำแบบนี้อีกเลยนะ ผมรู้ผมผิด ผมมันเลว ทำทุกอย่างด้วยอารมณ์ต้องการจะเอาชนะแบบโง่ๆ ทำให้คุณเสียใจ เสียความรู้สึก” เขมชาติกอดจากด้านหลังมือกุมท้องเธอน้ำตาร่วงกล่าว “ผมยอมรับทุกอย่าง คุณจะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้ อย่าลงโทษผมด้วยการหนีจนตัวเองต้องเป็นอันตรายแบบนี้ อย่าทำแบบนี้อีกเลยนะวดี ผมขอร้อง”

สุริยงตระหนักถึงอันตรายที่จะมาถึงลูกได้ในทันที ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวต่อรอง “ถ้าฉันไปหาหมอ และหมอบอกว่าไม่ท้อง คุณจะออกไปจากชีวิตฉันรึเปล่า...ถ้าคุณยอม พรุ่งนี้ฉันจะไปหาหมอ ถ้าฉันไม่ท้อง อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” เขมชาติถึงกับอึ้ง สุริยงมองหน้ารอคำตอบ

ชายหนุ่มจำต้องยอมเพราะห่วงสุขภาพทั้งแม่และลูก จากนั้นก็โทร.ไปบอกอาทิตย์กับนภาให้คลายความกังวลใจว่าสุริยงยอมไปให้หมอตรวจ พอดี อัมพิกาให้รถมารับทุกคนไปปาร์ตี้วันเกิดเอื้อ อาทิตย์กับนภารู้สึกว่าวันนี้ช่างมีแต่เรื่องดีๆ เจ้าสัวคงดลบันดาลให้มันเกิดขึ้น...

อัมพิกาจัดงานในสวน เกนหลงลงมือทำเค้กด้วยตัวเอง พอสาวใช้มารายงานว่าเอื้อมาถึงแล้ว ทุกคนรวมทั้งไก่ไข่ก็สวมหมวกปาร์ตี้ออกไปรอ อัมพิกาให้เกนหลงจุดเทียนเค้กก่อน ค่อยตามออกไป อัมพิกาส่งยิ้มให้อาทิตย์กับนภาอย่างมีเลศนัย...พอเกนหลงถือเค้กเดินออกมา ทุกคนก็ดึงพลุกระดาษร้อง... เซอร์ไพรส์...เอื้อยืนยิ้มถือช่อดอกไม้อยู่ท่ามกลาง ทุกคนกล่าวคำขอบคุณ

“นี่มันอะไรกันคะเนี่ย!” เกนหลงงงงวย

“แผนของเอื้อเขา ไปเคลียร์กันเองนะ” อัมพิกาเข้ามารับเค้กจากเกนหลง

ดนตรีบรรเลงเพลงหวานขึ้น ไฟหรี่ลง บนจอโปรเจกเตอร์ฉายภาพเกนหลงที่เอื้อแอบถ่ายตอนอยู่ที่สวิส เอื้อร้องเพลงหวานซึ้งประกอบ จนถึงภาพที่เกนหลงแอบทำของขวัญวันเกิดให้ หญิงสาวเห็นแล้วหัวเราะที่โดนแกล้ง เพลงจบ บนจอขึ้นคำว่า...ขอบคุณ

เกนหลงอยากเอาคืนหันบอกไก่กับไข่ถึงเวลาเป่าเค้ก เธอถือเค้กมาให้เอื้อแล้วแกล้งเอาครีมจะป้ายหน้าเขา  แต่เอื้อรู้ทัน จับมือเธอบิดไปป้ายหน้าตัวเธอเอง ไก่กับไข่หัวเราะร่าเอาบ้าง ความวุ่นวายไล่ป้ายเค้กกันเกิดขึ้น อัมพิการีบชวนอาทิตย์กับนภาเข้าบ้าน

“ปล่อยเด็กๆเล่นกันไป เราเข้าไปทานอาหารกันดีกว่า ฉันสั่งอาหารมาจากโรงแรม ลองชิมดูเผื่อคราวหน้าจะได้ทำให้ฉันทาน”

นภายิ้มรับอย่างยินดี  ความเป็นมิตรเกิดขึ้นความสุขก็ตามมา...เวลาผ่านไป ไก่กับไข่หลับปุ๋ย อัมพิกาจึงขอให้เด็กๆค้างที่นี่อีกคืน พรุ่งนี้เป็นวันหยุดแล้วจะให้คนไปส่ง แล้วเธอก็กล่าวด้วยความจริงใจกับอาทิตย์และนภาว่า

“ฉันยังไม่ได้ขอบคุณอย่างเป็นทางการเลย ขอบคุณมากนะที่พยายามจะดูแลฉัน แล้วก็ขอบคุณมากที่ดูแลไก่กับไข่อย่างดี...เด็กสองคนนี้ ทั้งกิริยา มารยาท การพูดจา การเข้าสังคมใช้ได้ ไม่มีอะไรขวางหูขวางตา ที่สำคัญผลการเรียนก็ค่อนข้างดี”

นภาแปลกใจว่าอัมพิกาทราบได้อย่างไร เธอบอกว่าได้ส่งคนไปหาข้อมูลเพราะอยากช่วยวางแผนเรื่องการศึกษาให้ทั้งสองโตขึ้นมาช่วยเอื้อดูแลธนาคารในฐานะทายาทรัตนชาติ ทั้งนภาและอาทิตย์จับมือกันด้วยความดีใจที่ความประสงค์ของเจ้าสัวสำเร็จแล้ว

ด้านนอก เกนหลงมอบของขวัญให้เอื้ออย่างงอนๆ ที่ปล่อยให้ตนเสียเวลาห่อของ เอื้อง้อขอโทษบอกชอบของขวัญชิ้นนี้มาก จู่ๆเขาก็หอมแก้มหญิงสาวฟอด เธอตกใจ ใจเต้นโครมคราม เอื้อสบตาเธอเพราะรู้ใจตัวเองแล้วว่าได้หลงรักผู้หญิงคนนี้หมดใจ แต่เกนหลงยังเขินอายทำตัวไม่ถูก มือไม้ปัดป่าย ชายหนุ่มจึงจับมากุมไว้ ชวนมองดาวแก้เก้อ

ooooooo

วันต่อมา เขมชาติยืนรอสุริยงไปหาหมอด้วยกัน เธอเปิดประตูออกมาพร้อมกระเป๋า เขาจะช่วยถือแต่เธอดึงหลบ ทวงสัญญาว่าถ้าหมอบอกว่าตนไม่ได้ท้อง เขาจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก ชายหนุ่มรับว่าจำได้ แต่ถ้า เธอท้องจะต้องยอมให้เขาดูแล หญิงสาวยิ้มเยาะไม่มีวันนั้นแน่

เมื่อมาถึงคลินิก เขมชาติต้องนั่งรอหน้าห้องตรวจ สุริยงเข้าพบหมอคนเดิมที่เคยไปที่บ้าน พอหมอให้เธอไปเก็บปัสสาวะมาตรวจ เธอกลับบอกว่า เธอไม่ได้ท้องเพราะกำลังมีประจำเดือน หมอผงะ หญิงสาวออกจากห้องให้เขมชาติเข้าไปฟังคำตอบจากหมอ...พอหมอบอกเขาว่าสุริยงไม่ได้ท้อง เขาไม่อยากเชื่อรีบออกมาหาแต่สุริยงหายไปแล้ว เขาใจหายวาบวิ่งตามหาเธอ เจ้าหน้าที่บอกว่ามีรถตู้มารับเธอไปแล้ว เขมชาติทรุดนั่งหมดสภาพพอตั้งสติได้ก็โทร.หาอาทิตย์

“เรื่องมันซับซ้อนนิดหน่อยครับ เดี๋ยวกลับไปผมค่อยเล่าให้ฟัง เอาเป็นว่า ถ้าวดีกลับไปที่บ้าน รีบโทร.บอกผมหน่อยนะครับ ผมมีเรื่องต้องคุยกับเขา”

“ได้ๆ อ้อ...แต่พ่อว่า ก่อนจะกลับมาบ้าน เขาคงจะแวะทำธุระที่อื่นก่อน” อาทิตย์นึกได้

ก่อนหน้านี้ อาทิตย์โทร.หาสุริยงเพื่อบอกว่าอัมพิกาอยากพบ จะจัดการเรื่องมรดกให้ แถมบอกว่าเธอเอ็นดูไก่กับไข่มาก ความพยายามความอดทนของลูกสัมฤทธิผลแล้ว...วันนี้ สุริยงก้าวเข้ามาในบ้านรัตนชาติ อัมพิกานั่งรออยู่กับทนาย มีเอกสารวางรออยู่ตรงหน้า

“ตอนนี้ไก่ไข่ได้ครอบครองหุ้นตามที่คุณพ่อระบุไว้ในมรดกเป็นที่เรียบร้อย ฉันจะให้ฝ่ายบัญชีและกฎหมายทำเรื่องสั่งจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง นับตั้งแต่วันที่คุณพ่อสิ้นจนถึงปัจจุบัน และจ่ายให้ทุกเดือนนับจากนี้เป็นต้นไป”

สุริยงยกมือไหว้ขอบคุณ แต่อัมพิกากลับบอกว่า ตนต่างหากที่ต้องขอบคุณ ที่เธอดูแลไก่กับไข่อย่างดีทั้งที่ไม่ใช่ลูก สุริยงรีบบอกว่าเด็กๆเป็นเหมือนลูกแท้ๆของตน ตนขอบคุณสำหรับความเมตตาของเธอ ท่านเจ้าสัวต้องดีใจมากถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ อัมพิการับปากจะช่วยดูแลไก่กับไข่ในฐานะพี่สาว และขอให้เธอคิดว่าตนเป็นพี่สาวด้วยเช่นกัน สุริยงยิ้มปลื้มน้ำตาคลอ

สุริยงถือซองเอกสารเดินออกมาเจอกับเอื้อเข้าพอดี เขาแสดงความยินดีด้วยแต่สีหน้าเขามีคำถาม ทำให้สุริยงรู้ทันทีว่าเขาต้องรู้อะไรมาจากเขมชาติ ไม่ทันไรเขมชาติก็เดินเข้ามา เอื้อถอยออกให้ทั้งสองเคลียร์กันเอง หญิงสาวเสียงกร้าว

“ยังมีหน้ามาให้ฉันเห็นอีกเหรอ คนไม่รักษาสัญญา”

“ผมไม่รักษาสัญญาเพราะคุณผิดสัญญา...คุณไม่ยอมตรวจ” เขมชาติโต้

“ฉันไม่ได้บอกว่าฉันจะไปตรวจ จำได้หรือเปล่าว่าฉันพูดว่าอะไร...ถ้าฉันไปหาหมอ และหมอบอกว่าไม่ท้อง คุณจะออกไปจากชีวิตฉัน”

เขมชาติชะงักที่เสียรู้สุริยงแล้ว เอื้อแอบฟังสีหน้าครุ่นคิด...เขมชาติไม่ยอม ต่อว่าสุริยงหลอกหมอว่ามีประจำเดือน หาว่าเธอเจ้าเล่ห์ ถือว่าสัญญาเป็นโมฆะ

สุริยงสวนทันควัน “แล้วทีคุณหลอกฉัน วางแผนทุกอย่างตั้งแต่ประเทศไทยยันสวิส ฉันจะขอยกเลิกอะไรได้บ้าง ฉันจะเรียกอะไรคืนมาได้บ้าง...ตอบมาสิ ตอบมา ฉันจะถือว่าทุกอย่างเป็นโมฆะ แล้วขอสิ่งที่ฉันเสียไปคืนมาได้ไหม...อย่าเอาคำว่าโดนหลอกมาเป็นข้ออ้างในการไม่ทำตามสัญญา เพราะฉันเคยโดนคุณหลอกมามากกว่านี้ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าคุณเป็นคนรักษาคำพูด ทำตามสัญญา อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

พูดจบสุริยงหันหลังเดินจากไป เขมชาติผวาไม่กล้าตาม จำยอมต่อความผิดของตัวเอง...เอื้อวิ่งตามออกไปส่งสุริยงที่บ้าน หญิงสาวนั่งนิ่งมาตลอดทาง เมื่อถึงบ้าน เธอกล่าวกับเอื้อว่า จะไปอยู่สวิสคนเดียวสักระยะ เอื้อดักคอเธอจะไปอยู่กับลูกในท้อง  สุริยงหันมาสบตาไม่อาจปฏิเสธ

“คุณโกหกเขมชาติไม่ได้ คุณก็โกหกผมไม่ได้เหมือนกัน ที่หนูเล็กจะไปเพราะตั้งใจจะแอบไปคลอดลูกและเลี้ยงลูกคนเดียว ไม่อยากให้เขมชาติรู้เรื่องลูกหรือเปล่า”

“ที่เขาพยายามทำดีทุกอย่าง ทำเป็นห่วงใยมันไม่จริง มันก็เป็นแค่ละครที่ทำให้เราตายใจ คนอย่างเขมชาติทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ ตอนนี้เขาไม่เหลือใคร เขาถึงต้องการลูก เมื่อไหร่ที่เขาได้ลูกไป เขาก็จะกลับมาเป็นเขมชาติคนเดิม” สุริยงระบายความรู้สึกออกมา

เอื้ออ่อนใจ ถามวิธีนี้แก้ปัญหาได้จริงหรือ สุริยงขอไปตายเอาดาบหน้า เอื้อจึงคิดว่า ถ้าเช่นนั้นตนจะไปด้วย ตนจะให้เลขาหาตั๋วเครื่องบินเร็วที่สุด หญิงสาวอึ้งๆ

เขมชาติเสียใจไม่รู้จะไปไหน จึงมาหาเกนหลงที่บ้าน ระบายกับเธอว่าเขายอมแพ้ ยอมปล่อยให้สุริยงไปอยู่กับผู้ชายที่ดีอย่างเอื้อ เกนหลงใจหายวาบ เครียดขึ้นมาทันที

ooooooo

วันต่อมา อรทัยยอมรับการที่อัมพิกาญาติดีกับครอบครัวสุริยงไม่ได้ เธอจะไปอยู่อเมริกาไม่มีกำหนดกลับ อัมพิกาเสียใจได้แต่บอกว่า เมื่อไหร่ที่คิดอยากกลับมา ตนกับเอื้อรอเธอเสมอ

อรทัยสวน “พี่อัมแน่ใจได้ยังไงคะ ว่าพี่เอื้อจะอยู่ที่นี่รออร เพราะตัวเขาเองก็จองตั๋วไปสวิสกับนังสุริยงสองต่อสอง และก็ไปแบบไม่มีกำหนดกลับด้วยนะคะ...ทำหน้างงแบบนี้แสดงว่าพี่เอื้อไม่ได้บอกใช่ไหมคะ พี่อัมกำลังโดนไอ้คนบ้านนั้นมันหลอก มันจะปอกลอกเอาทุกอย่างไปจากพี่อัม รวมทั้งพี่เอื้อ พี่อัมจะยอมให้มันปอกลอกก็เชิญตามสบาย แต่อรไม่ยอม พวกมันจะไม่มีวันได้อะไรไปจากอรทั้งนั้น” พูดจบอรทัยสะบัดหน้าเดินไป สาวใช้ขนกระเป๋าตาม

อัมพิกายังอึ้งรีบโทร.หาเอื้อทันที...ด้านอาทิตย์กับนภาก็ตกใจเมื่อสุริยงบอกว่าจะไปอยู่สวิสไม่มีกำหนดกลับ เธอขอทำตามใจตัวเองบ้าง สองคนสะอึกไม่อาจทัดทานลูกสาวได้

เกนหลงนั่งซึม คำพูดของเขมชาติยังก้องอยู่ในหูที่ว่าเอื้อเหมาะสมกับสุริยง พลัน อัมพิกาโทร.ถามเรื่องเอื้อจะไปสวิสกับสุริยง เกนหลงตกใจ รีบไปหาเธอที่บ้าน... อัมพิกาบ่นทำไมใครถึงทิ้งตนไปหมด แม้เกนหลงจะเสียใจแต่ยังปลอบว่าเอื้อคงมีเหตุผล สิ่งที่เขาตัดสินใจสิ่งนั้นต้องดีที่สุด เอื้ออาจจะมองรอบคอบแล้วและสุริยงก็เป็นคนดี อัมพิกายอมรับแต่ไม่ใช่แบบนี้ อัมพิกาขอร้องให้ช่วยคุยกับเอื้อยกเลิกการไปสวิส

เกนหลงตัดสินใจมาพบสุริยง ถามตรงๆว่าเอื้อไปในฐานะอะไร ตัวจริง ตัวสำรอง หรือตัวแทนเขมชาติ สุริยงรีบปฏิเสธ ไม่คิดให้เอื้ออยู่ในฐานะอะไรทั้งนั้น

 “ไม่ได้คิด ก็ควรคิดได้แล้วนะคะ พี่เอื้อรอคำตอบจากคุณมานานแล้ว ถ้าคุณลืมเขมได้จริงๆ และต้องการจะเริ่มต้นใหม่กับพี่เอื้อ คุณก็ควรจะคิดว่าเขาเป็นตัวจริงไม่ได้มาเพื่อแทนที่ใคร พี่เอื้อเป็นคนดี ควรจะได้สิ่งดีๆตอบแทน”

สุริยงโต้ว่าตนทราบ เอื้อเป็นคนดีและหาโอกาสตอบแทนเสมอ เกนหลงยิ่งใจหายฝากฝังสุริยงดูแลหัวใจเอื้อให้ดี อย่าให้เขาต้องผิดหวังรอคอยไม่มีวันสิ้นสุด ถึงเวลาที่เขาจะมีความสุขได้อยู่กับคนที่รักเขาอย่างจริงใจ คนที่จะดูแลอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดชีวิต ตนอยากให้เขามีความสุข มีรอยยิ้มไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป ขอให้เธอสัญญา

สุริยงมองตาเกนหลงถามกลับ “คุณเกนรักคุณเอื้อใช่ไหมคะ”

เกนหลงนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบ “มันไม่สำคัญหรอกค่ะว่าเกนคิดยังไง เพราะในใจของพี่เอื้อมีแต่คุณสุ คุณสุคือคนที่จะทำให้พี่เอื้อมีความสุขที่สุด ดูแลเขาให้ดีนะคะ เกนขอร้อง”

พูดจบเกนหลงก็กลับไปอย่างเศร้าๆ แต่ก็ได้ทำสิ่งที่ต้องการแล้ว...เมื่อเอื้อเอาตั๋วเครื่องบินมาให้ สุริยงจึงบอกว่าเขาไม่ควรไปสวิสกับตน เอื้อแปลกใจติงว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว

“ใช่ค่ะ...แต่ตอนนั้นที่เราคุยกัน หนูเล็กยังไม่รู้ว่า คุณเกนรักคุณ”

เอื้อพยักหน้าแล้วชะงักหันมาขอให้พูดอีกครั้ง สุริยงย้ำอีกทีว่าเกนหลงรักเขา เอื้อรีบถามรู้ได้อย่างไร “คุณเกนให้หนูเล็กสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณเอื้อเสียใจ เธอขอร้องให้หนูเล็กดูแลและอยู่เคียงข้างคุณเอื้อ ทำให้คุณเอื้อมีความสุขที่สุด...การที่ใครสักคนอยากให้ใครอีกคนมีความสุขยิ่งกว่าตัวเอง ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของเขา แม้ว่าเราจะต้องเสียน้ำตา ความรู้สึกแบบนี้มันเรียกว่า... ความรัก ไม่ใช่เหรอคะ หนูเล็กเพิ่งเห็นความรู้สึกเหล่านั้นจากแววตาคุณเกนเวลาพูดถึงคุณเอื้อ เธอคือคนที่อยากให้คุณเอื้อมีความสุข ทำให้มั่นใจว่า คุณเกนรักคุณเอื้อค่ะ”

เอื้อหัวใจพองโตแต่ก็อดห่วงสุริยงไม่ได้ เธอรับรองว่าดูแลตัวเองได้ให้เขาไปหาคำตอบกับความรู้สึกของตัวเอง ก่อนที่จะสายเกินไป...ระหว่างขับรถกลับ เอื้อครุ่นคิดตัดสินใจโทร.หาเขมชาติบอกเรื่องสุริยงจะไปอยู่สวิสเพื่อคลอดลูกตามลำพัง เขาใจหายไม่กล้าไปให้เธอเห็นหน้า

“ถ้าคุณอยากจะตามไปดูแลเขาจริงๆ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องให้เขาเห็นหน้าก็ได้นี่ มันมีตั้งหลายวิธีที่จะทำสิ่งดีๆให้คนอื่นโดยที่ไม่ต้องออกหน้า ไม่เห็นจะยากเลย” เอื้อแนะนำ

เขมชาติปิ๊ง คิดได้...ยิ้มอย่างมีความหวัง รับปากเอื้อในทันที

ooooooo

พอไก่กับไข่รู้ว่าแม่จะทิ้งไปก็งอน สุริยงต้องปลอบและอธิบาย แสดงให้เห็นว่าตนยังรักทั้งสองคนไม่เปลี่ยนแปลง แต่ที่ตนต้องไปเพราะไม่สบาย จะไปรักษาตัว ทั้งสองจึงเข้าใจโผกอด

คืนนั้น เกนหลงนั่งมองชุดที่จะใช้ใส่ประกวดวันพรุ่งนี้เศร้าๆ มีพจน์คอยปลอบใจให้เข้มแข็ง...เช้ามืด เอื้อมาส่งสุริยงที่สนามบิน เขากล่าวย้ำกับเธอ

“ไม่ว่าผมจะทำอะไรให้คุณ ผมทำด้วยความ ปรารถนาดี และต้องการให้คุณมีความสุข คือผมหมายถึง ทุกสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้ที่โน่น ผมเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้”

สุริยงยิ้มรับ ย้อนให้เขาห่วงตัวเองบ้าง หาคำตอบให้ตัวเองได้หรือยังว่าคิดอย่างไรกับเกนหลง พลันสุริยงหันไปเห็นสมคิดกับวิบูลย์จึงทักทาย ทั้งสองทำหน้าเหวอๆ บอกเธอว่ามาส่งลูกค้า สุริยงอดเหลียวมองหาใครบางคนไม่ได้ก่อนจะเข้าเกต

เกนหลงในชุดสอบเต้น นั่งรอคิวเศร้าๆ ครูฝึกเข้ามาถามว่าคู่เต้นยังไม่มาหรือ เธอบอกว่าไม่มีคู่เต้น ครูฝึกจึงหาอาสาสมัคร ชายหนุ่มสองสามคนชูมือกันใหญ่ เสียง เอื้อดังเข้ามาว่าตนอาสาเอง เกนหลงสะดุ้งหันมองเห็นเอื้อในชุดเต้นเดินยิ้มเข้ามาก็ตกใจรีบถามทำไมยังไม่ขึ้นเครื่อง

“พี่ยกเลิกไปแล้ว เพราะหนูเล็กบอกว่า ที่เกนไปฝากฝังเขาไว้ เขาดูแลไม่ไหว เลยไม่ให้พี่ไปด้วย ปล่อยพี่ไว้ที่นี่ ให้เกนเป็นคนดูแลพี่เอง”

“จริงเหรอคะ! เกนจะโทร.ไปอธิบายให้คุณสุเข้าใจ” เกนหลงตกใจจะไปโทรศัพท์

เอื้อดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดบอกว่าตนล้อเล่น เกนหลงกลับเอ็ดไม่ใช่เวลา เร่งให้รีบไป เอื้อกระชับอ้อมกอดกล่าว “งั้นเรามาพูดจริงจังกัน ที่พี่ไม่ไปสวิสเพราะมีเรื่องอยากจะมาบอกเกน...พี่รักเกน รักตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พอรู้ตัวก็อยากอยู่ใกล้ คิดถึง มีความสุขทุกครั้งที่ได้คุย ได้เห็นหน้า แล้วก็เริ่มรู้ว่า อยากมีชีวิตแบบที่มีเกนอยู่ข้างๆตลอดไป”

เกนหลงตะลึงงันอยู่ในอ้อมกอดเขา น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปลาบปลื้ม เสียงครูฝึกถามขึ้นจะสอบกันไหม ทั้งสองเขินอายรีบตอบว่าสอบ ไม่วายเกนหลงยังกระซิบบอกเอื้อว่า ตนก็เป็นเหมือนเขาทุกข้อ เอื้อยิ้มดีใจ ประคองหญิงสาวเต้นไปอย่างพลิ้วไหว

พอสุริยงเดินทางไปถึงบ้านพักที่เคยอยู่ที่สวิส ไขประตูเข้าไปก็ได้กลิ่นหอมของขนมปังที่เพิ่งอบเสร็จ วางอยู่กับผลไม้และน้ำองุ่น เธอแปลกใจเหมือนรู้ว่ากำลังอยากดื่มน้ำองุ่น ในบ้านมีการทำความสะอาดไว้เรียบร้อย จึงโทรศัพท์กลับไปถามเอื้อ เอื้อออกตัว

“ผมส่งคนพิเศษไปดูแลเอง หนูเล็กไม่ต้องห่วง ปลอดภัยไว้ใจได้”

“เป็นคนไทยหรือฝรั่ง หรือละติน ผู้หญิงหรือผู้ชาย...” สุริยงซัก

เอื้อหัวเราะ “เอาน่า เดี๋ยวก็ได้เจอเอง พักผ่อนให้สบายใจ ไม่ต้องคิดมาก เขาไม่ทำร้ายหนูเล็กหรอก ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ” เอื้อพึมพำว่าคงไม่กล้าแล้ว สุริยงถามว่าอะไรนะ เอื้อรีบตัดบท “หนูเล็ก ผมต้องไปแล้ว คืนนี้พี่อัมให้ผมพาไก่ไข่ออกงานสังคมครั้งแรก ในฐานะทายาทรัตนชาติ เปิดตัวกันเลยทีเดียว รับรองว่าได้ฮือฮาแน่”

เกนหลงเดินจูงสองหนุ่มน้อยเข้ามา เอื้อเห็นเกนหลงสวยสง่าก็ตะลึง พูดกับสุริยงออกไปว่า “และที่สำคัญ ผมชวนเกนไปด้วย ไหนๆจะเปิดตัวน้องชายแล้วก็เปิดตัวแฟนไปด้วยเลย”

เกนหลงได้ยินเลิกคิ้วมอง เอื้อยิ้มแบบเจ้าเล่ห์...สุริยงแสดงความยินดีกับความสุขของเขาและฝากดูแลไก่กับไข่ด้วย เอื้อส่งโทรศัพท์ให้ไก่กับไข่คุย ทั้งสองบอกรักแม่กันใหญ่ ส่งจูจุ๊บๆ...สุริยงวางสายไป เกนหลงอดถามเอื้อไม่ได้ ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง พอจะมีข่าวดีไหม เอื้อให้รอลุ้น

“เดี๋ยวค่ะพี่เอื้อ เมื่อกี้บอกคุณสุว่านอกจากเปิดตัวน้องชายแล้วจะเปิดตัวใครนะคะ”

“เปิดตัวแฟน...ไม่รู้ตัวละสิ นี่เราเป็นแฟนกันแล้วนะ”

“แหม...เนียนนะคะ คิดจะปรึกษากันก่อนไหมคะ”

“อ้าว เรื่องแบบนี้พี่นึกว่าไม่ต้องพูดก็รู้ๆกันเอง โอเค งั้นเดี๋ยวพี่ให้เลขาทำจดหมายชี้แจงย้อนหลังให้ จะต้องทำจดหมายเวียนตามแผนกอื่นด้วยไหม จะได้ทำทีเดียว” เอื้อกระเซ้ากวนๆ

“ดีค่ะ ขอเป็นหนังสือชี้แจงแบบละเอียดนะคะ แจ้งด้วยว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และทำไมเราถึงเป็นแฟนกัน ส่งให้คุณพ่อในฐานะประธานกรรมการและรอว่าท่านจะอนุมัติหรือเปล่า”

“โอ้ว...เล่นของสูงเลยนะเนี่ย” เอื้อทำท่าสยอง เกนหลงหัวเราะขำๆ

 ไก่กับไข่ร้องถามจะจีบกันอีกนานไหม พวกตนหิว เอื้อหัวเราะ “โอเคๆจีบกันเรียบร้อยแล้วครับ ไปแล้วครับคุณน้องชาย” เอื้อตั้งแขนให้เกนหลงควง บรรยากาศอบอวลด้วยความรัก

ooooooo

ตกกลางคืน สุริยงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เอาเสื้อผ้าเก่าใส่ตะกร้า ต้องแปลกใจที่เห็นเตียงมีการเปิดผ้าคลุมไว้ให้เรียบร้อย แถมมีหนังสือแม่และเด็กวางไว้หัวเตียงสี่ห้าเล่ม...นึกถึงคำบอกของเอื้อว่าส่งคนพิเศษมาดูแล เธอพยายามไม่คิดมาก

ผ่านไปประมาณตีสาม สุริยงนอนหลับคาหนังสือ...

เขมชาติไขประตูเข้ามาในบ้าน จัดดอกไม้ ทำความสะอาดบ้าน จากนั้นก็ย่องขึ้นมาข้างบน เห็นเธอนอนหลับไม่ได้ห่มผ้า ก็จัดการเก็บหนังสือวางหัวเตียงและห่มผ้าให้ วางผ้าเช็ดตัวใหม่ในห้องน้ำ บีบยาสีฟันใส่แปรง หยิบผ้าในตะกร้าไปซักอบแห้ง ปิดไฟในห้องให้อย่างเรียบร้อย พอหกโมงเช้าก็เตรียมสำรับเช้าวางไว้

สุริยงตื่นมาด้วยความแปลกใจ เพราะจำได้ว่าตนเผลอหลับไป ไฟไม่ได้ปิด เข้ามาในห้องน้ำก็ยิ่งงง ลงมาข้างล่างมีอาหารเช้าวางไว้แล้ว ชักสงสัยว่าไม่ใช่แม่บ้านธรรมดาๆแน่ จึงโทร.ไปซักไซ้เอื้ออีกครั้ง เอื้อบอกเหมือนเดิม ไม่ต้องห่วง คนที่ตนส่งไปไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต ไม่ใช่มิจฉาชีพ ที่ไม่เห็นเพราะไม่อยากให้รบกวน สุริยงว่าทำเหมือนโสนน้อยเรือนงาม แอบมาทำความสะอาดตอนเจ้าของบ้านไม่อยู่ เอื้อหัวเราะกำลังเดินเช็กความเรียบร้อยในโรงแรมที่จะมีงานเปิดตัววันนี้ เขาบอกสุริยง อย่างน้อยโสนน้อยเรือนงามทำให้เพราะความรัก ก็น่าจะโอเค

“มันก็โอเคค่ะ...แต่ถ้าเป็นคนที่หนูเล็กไม่อยากเห็นหน้า ต่อให้ดูแลดีแค่ไหน หนูเล็กก็จะไล่กลับไป”

“หนูเล็กก็น่าจะรู้ ผมเป็นคนคิดรอบคอบ ถ้าผมเลือกที่จะส่งใครสักคนไปดูแลคุณ ผมก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดอยู่แล้ว” พอดีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าเกนหลงมาแล้ว เอื้อจึงตัดบทวางสายไป

สุริยงยังครุ่นคิด สังหรณ์ใจคนที่เอื้อส่งมาจะเป็นเขาคนนั้น...เอื้อตบกระเป๋าสูทก่อนจะเดินผ่านม่านที่กั้นบางอย่างไว้มาหาเกนหลง เธอบอกเขาว่า ทีมงานเตรียมงานเรียบร้อย และตอนนี้นักข่าวทยอยกันเข้ามาบ้างแล้ว ให้รีบออกไปต้อนรับกันดีกว่า

“เดี๋ยวครับ ยังไปไม่ได้ คือ...ก่อนไป พี่มีหนึ่งคำถามอยากจะถาม เกนจำได้ไหมว่า คุณยายน้อยเคยให้เกนยืมเครื่องเพชรโบราณมาใส่กับชุดไทย”

“จำได้สิคะ เกนจะลืมได้ยังไง เรื่องสำคัญขนาดนี้”

“เกนคงไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว เครื่องทองชุดนั้น มันขาดสิ่งหนึ่งไป เป็นสิ่งสำคัญมาก วันนั้นคุณยายไม่ได้ให้มา แต่วันนี้ท่านมอบให้พี่มามอบให้กับผู้หญิงที่คู่ควร” เอื้อหยิบกล่องแหวนออกมาจากกระเป๋า “แหวนวงนี้เป็นแหวนประจำตระกูลของเรา คุณตาสวมให้คุณยายในวันแต่งงาน และคุณแม่ก็สวมสลับกับแหวนแต่งงานที่คุณพ่อให้ คุณแม่มอบให้คุณยายน้อยก่อนท่านจะเสีย ให้ท่านเก็บไว้ให้พี่ จนกว่าพี่จะได้เจอผู้หญิงที่พี่อยากแต่งงานด้วย และวันนี้พี่ก็ได้เจอแล้ว มันอาจจะเป็นการขอแต่งงานที่เรียบง่าย ตรงๆซื่อๆ ไม่มีการวางแผนอะไรมาก แต่มันมาจากความรู้สึกจริงๆของพี่” เอื้อคุกเข่าลง “พี่ขอเป็นคนดูแลเกนตลอดไป แต่งงานกันนะครับ”

เกนหลงตื้นตันน้ำตาร่วง รับคำ ทันใด ผ้าม่านก็ร่วงลง พร้อมเสียงปรบมือดีใจของคุณยายน้อย พจน์ อัมพิกา ไก่ไข่ ชนะและฮันนี่ ดนตรีกระหึ่มขึ้น เกนหลงตื่นเต้นนี่มันอะไรกัน นักข่าวรัวถ่ายภาพ เกนหลงยิ้มปลื้ม “นี่เหรอคะ ขอแต่งงานแบบเรียบๆ ซื่อๆ วางแผนขอแต่งงานซ้อนงานเปิดตัวโรงแรมใหม่ คิดแบบนายธนาคารใช่ไหมคะ”

“ก็...นิดนึง...” เอื้อหัวเราะ

เกนหลงว่าถ้าตนปฏิเสธไม่หน้าแตกหรือ เอื้อจึงรีบสวมแหวนกลัวเธอเปลี่ยนใจ ทุกคนแสดงความยินดี ไก่ไข่และฮันนี่วิ่งเล่นรอบๆอย่างสนุกสนาน

ooooooo

บนถนนในสวิส สุริยงเดินไปตามทาง เขมชาติแอบตามอย่างระวังตัวด้วยความแปลกใจว่าเธอจะไปไหนพลัน หญิงสาวหันมา เขาชะงักไม่มีที่กำบังจึงดึงฮูดปิดหน้าเฉียดฉิว คนที่เดินตามมาข้างหลังชนเข้าอย่างจังของตกกระจาย เขาต้องช่วยเก็บ พอเงยหน้ามาสุริยงหายไปแล้ว

เขมชาติวิ่งตามหา ทันใด สุริยงเดินออกมาจากร้านขนมปัง เขาหลบเข้าที่กำบังได้เกือบไม่ทัน เธอถือถุงอาหารเดินไปยังปาร์คริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่นสวยงาม เธอนั่งทานอาหารชมวิว เขมชาติมองนาฬิกาเห็นเป็นเวลาเที่ยง จึงเข้าใจว่า สุริยงคงเบื่อกินข้าวที่บ้าน

เมื่อกลับมาถึงบ้าน สุริยงเห็นผลไม้วางบนโต๊ะมีแจกันดอกไม้ที่เปลี่ยนใหม่ มีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางไว้ด้วย จึงหยิบมาอ่าน เป็นเบอร์โทรศัพท์โรงพยาบาลและรายชื่อหมอ

“มันจะมากเกินไปแล้ว” สุริยงขมวดคิ้วชักมั่นใจ

คืนนี้ พอประมาณตีสามเขมชาติไขประตูบ้านเข้ามาตามเคย พลันต้องตกใจเมื่อเห็นสุริยงนอนหลับอยู่ที่โซฟา จึงย่องอย่างแผ่วเบา ค่อยๆทำความสะอาดบ้านและทุกอย่างเหมือนที่ทำจนเสร็จ จัดดอกไม้ใส่แจกันออกมาจะวางที่โต๊ะ แทบช็อกเมื่อสุริยงยืนจังก้าอยู่กลางห้อง “วดี!”

“คุณจริงๆด้วย ฉันบอกแล้วไง อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

“ผมรู้ว่าคุณไม่อยากเห็นหน้าผม ตั้งแต่มาผมเลยไม่ปรากฏตัว ไม่ให้คุณเห็นหน้า นี่ถ้าคุณไม่ทำเป็นแกล้งหลับแล้วมาจับผิดผม คุณก็ไม่ต้องเห็นหน้าผม”

“จะบอกว่าเป็นความผิดของฉันหรือไง”

“เปล่าๆผมไม่ได้บอกว่าคุณผิด โอเคๆ ผมผิดเองที่ทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้คุณออกไปจากชีวิตผม ผมผิดเองที่เลิกคิดถึงคุณไม่ได้ และผมก็ผิดเองที่อยากอยู่ใกล้ๆเพื่อดูแลคุณ มันเป็นความผิดผมเอง” เขมชาติพูดจากใจจริง

“เก๋นะ เข้าใจพูดให้ดูดี แต่ไม่มีประโยชน์...ออกไป ...ฉันต้องการอยู่คนเดียว”

“วดี...อย่าไล่ผมอีกเลย ผมยอมรับที่ผ่านมาผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คุณไม่ลืมผม ไม่ว่าจะทำดีหรือทำเลว เพราะผมอยากเป็นหนึ่งในความทรงจำของคุณ แต่ตอนนี้ ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น นอกจากได้ดูแลคุณ” เขมชาติน้ำตาคลอ อ้อนวอนจะไม่โผล่หน้ามาให้เธอเห็น จะไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้น จะลืมตนหรือไม่จดจำตนเลยก็ได้

สุริยงเมินหน้าหนีไม่ยอมใจอ่อน เขมชาติเปลี่ยนเรื่องบอกเธอว่าได้เตรียมอาหารไว้ให้ ซักผ้าเรียบร้อยแล้ว และได้ซื้อชุดใหม่ไว้ให้เพราะเธอเริ่มอ้วนโดยเฉพาะช่วงท้อง สุริยงหันมาทำตาเขียว เขารีบแก้ตัว “ผมไม่ได้บอกว่าคุณท้องนะ คือ...คุณจะท้องหรือไม่ท้อง จะมีลูกหรือไม่มี ผมก็จะอยู่ดูแลคุณไปเรื่อยๆ ดูแลคุณตลอดไป คุณจะหนีผมไปอีกก็ได้ แต่คุณอย่าไล่ผมออกไปจากชีวิตคุณอีกเลย ผมไปไม่ได้จริงๆ เพราะชีวิตผม หัวใจผมอยู่ที่คุณคนเดียว”

เขมชาติสรุปจบแล้วเอาดอกไม้ใส่มือเธอก่อนจะเดินออกไป สุริยงมองตามด้วยความสับสน ว้าวุ่นใจ...จนต้องโทร.หาเอื้อ เอื้อกำลังลองชุดแต่งงานอยู่ที่ร้านเวดดิ้ง สุริยงต่อว่าเขายกใหญ่ที่ส่งเขมชาติมาดูแล ว่าเขาไม่เข้าใจไม่เจออย่างที่ตนเจอ ทำให้ไม่ไว้ใจผู้ชายอย่างเขมชาติ

พลัน เกนหลงดึงโทรศัพท์มาคุยเอง “พี่เอื้อไม่เข้าใจ แต่เกนเข้าใจค่ะ” สุริยงตกใจ เกนหลงกล่าวต่อ“การโดนคนที่เราไว้ใจ โกหก หลอกลวง มันทำให้เราขาดความเชื่อมั่นที่จะเชื่อเขาอีกต่อไป ถ้าคนที่โกหกเป็นคนอื่นเกนจะแนะนำว่า ไม่ควรเชื่อเขาอีกต่อไป แต่สำหรับเขมชาติ เกนขอให้คุณสุลองเปิดใจและให้โอกาสเขาอีกครั้ง”

“ทำไมคะ ทำไมเขมชาติถึงได้ข้อยกเว้น...”

เกนหลงสวน “เพราะเขมรักคุณสุค่ะ ก่อนหน้านี้ เขาหลอกตัวเองว่าเกลียด...ก็เลยทำให้คุณสุต้องเสียใจ เกนเองก็เคยโกรธเกลียดเขมไม่น้อย แต่ที่เกนให้อภัยเพราะรู้ว่าเนื้อแท้จริงแล้ว เขมไม่ใช่คนเลว เขาแค่ไม่รู้ใจตัวเอง... เกนก็ถือตามคำโบราณที่ว่า ไม่รู้ย่อมไม่ผิด แต่ตอนนี้เขารู้ตัวแล้ว และยังกล้าที่จะแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา คนแบบนี้น่าจะได้รับการให้อภัยค่ะ”

สุริยงสะท้านใจ เถียงไม่ออก สับสนว้าวุ่นใจหนักขึ้น เกนหลงย้ำให้ถามใจตัวเองว่าจริงๆแล้วยังรักเขมชาติหรือไม่ เขมชาติรู้ใจตัวเองแล้วว่าผู้หญิงที่เขารักมาตลอดคือใคร สุริยงอึ้งโดนจี้ใจอย่างแรง...พอวางสาย เอื้อถึงกับปรบมือให้เกนหลงที่พูดได้จับใจ หญิงสาวยิ้มรับแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือไม่ เพราะสุริยงใจแข็งจริงๆ เอื้อนึกได้ เสนอให้ไปถ่ายภาพเวดดิ้งที่สวิส เกนหลงดีใจขอไปวันพรุ่งนี้เลย ทั้งสองหัวเราะกับความใจร้อนของกันและกัน

ระหว่างที่สุริยงยังครุ่นคิดถึงคำพูดของเกนหลง ได้ยินเสียงกุกกักในห้องอาหาร จึงค่อยๆเดินออกไป เขมชาติซึ่งกำลังจัดอาหาร ได้ยินเสียงเธอเดินมาก็เร่งมือจัดให้เรียบร้อยแล้วกลับออกไปอย่างเฉียดฉิว...สุริยงออกมาเห็นอาหารบนโต๊ะพร้อมโน้ตว่าอาหารทั้งหมดเป็นของที่เธอชอบ ถ้าเธออยากได้อะไรเพิ่มให้เขียนโน้ตบอกไว้...สุริยงเริ่มใจอ่อน ยอมทานอาหารแต่โดยดีทุกมื้อ จนกระทั่งวันหนึ่ง ไม่มีอาหารบนโต๊ะมีเพียงกระดาษโน้ต เธอแปลกใจหยิบมาอ่าน

“วดี...วันนี้อากาศดี ผมเตรียมอาหารเช้าไว้ให้นอกบ้าน ทานหมดมีของขวัญพิเศษอยู่ใต้จานนะครับ” สุริยงเดินออกมาเพราะอยากรู้ว่ามีอะไร

เขมชาติแอบมองแล้วโทร.รายงานเอื้อว่ายังคลุมเครือว่าสุริยงใจอ่อนหรือยัง เอื้อจึงบอกว่าเขากับเกนหลงกำลังเดินทางไปสมทบ...สุริยงทานอาหารหมด เจอกระดาษใต้จาน เป็นบัตรนัดหมอ แนบกับโน้ตว่า...คุณแม่แนะนำให้ไปหาหมอ เพราะถึงกำหนดฝากครรภ์ ผมนัดหมอที่ดีที่สุดในเมืองไว้ให้ตอน 11 โมง ถ้าคุณไว้ใจ...ผมรออยู่...

ใกล้จะ 11 โมง เขมชาติยืนรอที่ถนนด้วยความกระวน กระวายว่าสุริยงจะยอมไปหาหมอหรือไม่ เขาโทร.คุยกับเอื้อเป็นระยะกลัวว่าสุริยงจะไม่ยอมรับเรื่องลูก ไม่ยอมรับว่าเขาเป็นพ่อเด็กสุริยงเองก็ครุ่นคิดตัดสินใจ...เอื้อโทร.เข้ามา สุริยงผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ใช่เขมชาติ แต่ก็ดักคอ

“สวัสดีค่ะคุณเอื้อ หนูเล็กเดาออกว่าคุณเอื้อจะโทร.มาเรื่องอะไร”

“ไม่จริง ผมว่าหนูเล็กเดาไม่ออก เพราะสิ่งที่ผมจะบอก หนูเล็กไม่เคยรู้มาก่อน...หนูเล็กจำได้หรือเปล่า ครั้งแรกที่เราเจอกัน คุณพ่อพาคุณมาฉลองวันเกิดผม แต่ผมตั้งใจไม่อยู่บ้าน คุณเลยต้องฉลองกับคุณพ่อสองคน คืนนั้นพอผมกลับมา ผมเห็นการ์ดของคุณพ่ออยู่บนโต๊ะกินข้าว การ์ดใบนั้นมีความหมายกับผมมาก ผมอยากให้คุณอ่านมัน...” เอื้อวางสายหันมายิ้มกับเกนหลง

สุริยงครุ่นคิด เดินไปเปิดลิ้นชัก หยิบการ์ดที่เอื้อบอกมาอ่าน สายตามองไปเห็นรูปเจ้าสัวเหมือนยิ้มให้ เธอก้มอ่านอย่างตั้งใจ “เอื้อลูกรัก...วันเกิดปีนี้พ่อไม่มีของขวัญให้ นอกจากคำสอนที่เรียบง่าย ถ้าลูกอยากมีความสุขต้องรู้จักลดทิฐิ สิ่งที่ทำให้คนเราทุกข์ เพราะเรามีทิฐิ ไม่ยอมเปิดใจรับสิ่งที่สวยงาม...ลูกปฏิเสธผู้หญิงอย่างหนูเล็กเพราะทิฐิ ทำให้ลูกต้องมาเสียใจภายหลัง พ่อได้แต่หวังว่า นับจากนี้ไป ลูกจะเรียนรู้การวางทิฐิอคติ และเปิดใจรับสิ่งดีๆที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตอย่างมีความสุข อย่าสร้างความทุกข์ให้ตัวเอง เพราะกำแพงแห่งทิฐิอีกเลย...”

สุริยงน้ำตาร่วงเผาะ มองรูปเจ้าสัวที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกเหมือนท่านบอกให้รีบไป เธอมองนาฬิกาเห็นเวลายังเหลือ...ด้านเขมชาติ เดินไปเดินมาอย่างหมดกำลังใจ ผิดหวังหันหลังจะเดินไป เสียงสุริยงตะโกนมา “ใจเสาะจริงๆ แค่หนึ่งนาทีก็รอไม่ได้”

เขมชาติหันขวับกลับมา ตะลึงกับความสดใสขึ้นของหญิงสาว สุริยงต่อว่า ไม่มีความอดทนแบบนี้ สมควรจะได้รับการยกโทษหรือเปล่า เขาละล่ำละลักบอกว่าแค่หันหลังเฉยๆ เธอเอ็ดยังจะมาเจ้าเล่ห์อีก ชายหนุ่มยิ้มแหยๆ ยกมือยอมแพ้ แล้วถามยกโทษให้ตนแล้วใช่ไหม

“ฉันยังไม่พูดสักคำว่ายกโทษให้ แต่ฉันจะให้เวลาคุณหนึ่งนาที บอกเหตุผลที่ฉันฟังแล้วจะต้องยกโทษให้กับสิ่งเลวร้ายต่างๆที่คุณทำกับฉัน”

เขมชาติร้อนรนแค่หนึ่งนาทีจะพูดอะไรดี หญิงสาวบอกให้พูดความจริงแล้วเริ่มนับ เขาจึงโพล่งออกมาว่า “โอเค ผมรู้ที่ผ่านมา ผมทำไม่ดีกับคุณไว้มาก ทำให้คุณต้องเสียใจ ต้องร้องไห้ ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมเสียใจและเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าคุณ ผมคิดว่าสิ่งเลวร้ายที่ทำลงไป ทำให้ผมหายแค้น” หญิงสาวแทรกแล้วหายไหม เขาส่ายหน้า “ยิ่งผมทำไม่ดีกับคุณมากเท่าไหร่ มันยิ่งเพิ่มความรู้สึกผิด ความเสียใจให้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น มันทำให้ผมรู้ว่า ผมไม่ได้โกรธแค้นหรือเกลียดคุณแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม ผมยังรักคุณและรักเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่เราเจอกันเพราะผมรักผมถึงเจ็บเวลาที่รู้ว่าคุณเจ็บ ผมถึงเสียใจที่รู้ว่าคุณเสียใจ ผมขอโทษนะวดี ขอโทษที่ไม่รู้ใจตัวเอง ขอโทษที่ไม่รู้จักคุณดีพอ ถึงได้ทำร้ายคุณอย่างมากมายขนาดนี้ ผมขอโทษ...”

สุริยงมองเข้าไปในดวงตาเขมชาติ รับรู้ถึงความจริงใจของเขา ใจเธออ่อนยวบลง กล่าวคำขอโทษเขาเช่นกัน “ยกโทษให้กับการบอกลาที่ไม่มีคำอธิบาย ยกโทษให้กับผู้หญิงใจร้ายที่ปากแข็งที่สุดในโลก ทำให้คุณต้องเสียใจและเจ็บปวดตลอดมา...ฉันรู้ ถ้าเทียบกันแล้วความเจ็บปวดของฉัน คงน้อยกว่าคุณมาก แต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่เจ็บ มันอาจจะเพราะโชคชะตาที่ทำให้เรากลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่เป็นโชคชะตาที่ทำให้ฉันเลือกที่จะเดินตามมัน เดินตามความต้องการที่อยู่ลึกๆในใจ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่ไม่รู้ใจตัวเอง บางครั้งฉันเองก็ไม่กล้ายอมรับความรู้สึก จนทำให้คุณต้องเสียใจ คุณยกโทษให้ฉันได้หรือเปล่า”

เขมชาติยิ้มทั้งน้ำตากุมมือเธอ ขอให้เราทั้งสองลืมความเจ็บปวด ขอให้เราได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองโผกอดกันอย่างยอมรับใจตัวเองหมดเปลือก...ทันใด สุริยงเหลือบไปเห็นเอื้อกับเกนหลงยืนยิ้มอยู่ จึงรู้ว่าไม่ใช่ความบังเอิญ เขมชาติยิ้มแหยๆสวมกอดเธออีกครั้ง เกนหลงเอามือถือมาถ่ายรูปส่งกลับไปให้นภาและอาทิตย์ เอื้อดึงหญิงสาวมากอดบ้างท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

สุริยงขอบคุณเอื้อที่ทำทุกอย่างให้อย่างรู้ใจ ส่งเขมชาติมาให้และที่สำคัญสำหรับข้อความของเจ้าสัวมันมีค่ามากจริงๆ...เอื้อบอกว่าที่ตนนึกถึงเพราะเคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ต้องเสียใจเพราะทิฐิของตัวเอง เขาแสดงความยินดีกับเธอ เขมชาติเดินเข้ามา ยื่นกล่องแหวนให้ เขาบอกเธอว่า เอื้อเห็นเธอปาของบางอย่างทิ้งริมน้ำ คงจะเป็นแหวน ตนจึงลงไปงมคืนมา หญิงสาวตกใจเขาบ้าไปแล้วถึงทำได้ขนาดนั้น เขมชาติยิ้มสารภาพว่า

“ผมไม่ได้บ้าก็เลยไม่ได้ลงไปงม แต่ผมซื้อวงใหม่ให้คุณ วงแรกผมซื้อจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง วงนี้ก็เหมือนกันแม้มีราคาที่ต่างกัน แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าคุณรู้สึกเหมือนผม” เขมชาติเปิดกล่องเห็นแหวนรูปดอกไม้แต่เป็นเพชรน้ำงาม สุริยงส่งนิ้วให้สวม

เขมชาติสวมพร้อมกล่าว...แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย สุริยงต่อ...เมื่อใดวายสวาทวอดจึงถอดเอย...ชายหนุ่มสัญญาจะดูแลเธอตลอดชีวิต “ผมรักคุณนะวดี...รักมากเหลือเกิน”

“ฉันก็รักคุณค่ะ...”

“ในที่สุดผมก็ได้ยินคำนี้...แม่เขายอมใจอ่อนแล้วนะลูก พ่อรู้ว่าลูกแอบช่วย”...

เอื้อกับเกนหลงสวมชุดวิวาห์ถ่ายภาพเวดดิ้ง เอื้อกระซิบบอกเกนหลงว่า ต้องรีบตามคู่เขมชาติให้ทัน เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้ หญิงสาวตีเขาอย่างเขินอาย ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุขเช่นกัน

ooooooo

 

–อวสาน–

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

อย่าลืมฉัน

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement