เดือนประดับดาว ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เดือนประดับดาว ตอนที่ 4


17 ธ.ค. 2560 08:18
153,932 ครั้ง

ละคร นิยาย เดือนประดับดาว

เดือนประดับดาว ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

เดือนประดับดาว

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

บทโทรทัศน์โดย:

พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

กำกับการแสดงโดย:

มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล

ผลิตโดย:

บริษัท ดอร์เธอร์ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ชาคริต แย้มนาม, รณิดา เตชสิทธิ์,ธนิน มนูญศิลป์,

เพื่อนช็อกไม่หายเมื่อโดนวรัชช์ฉวยโอกาสหอมแก้ม และยังเห็นรื่นจิตเดินเข้ามา พอวรัชช์รู้ว่านั่นคือแม่ของแพง ก็ทำใจดีสู้เสือบอกให้แพงใจเย็นเขามีวิธี ว่าแล้วเขาก็ทำทีพยุงเพื่อนที่หน้าแดงก่ำเดินจากรถเข้าไปหารื่นจิต เธอตกใจว่าลูกสาวเป็นอะไร

“ทำไมยัยแพงถึงเป็นแบบนี้ล่ะ แล้วนี่คุณ...”

“ผมวรัชช์ เป็นพระเอกที่เล่นละครคู่กับแพงครับ คือพอดีแพงเขาเป็นลมในกองน่ะครับ วันนี้เจ๊ทวิตตี้พาเด็กไปเสริมนมน่ะครับ ผมเลยอาสามาส่งแพงเอง เพราะเป็นทางกลับบ้านพอดี”

“ลูกคนนี้นี่จริงๆเลย ไม่สบายแล้วยังฝืนไปถ่ายละครอีก” รื่นจิตเปลี่ยนมาเป็นห่วง

“แพงเขาอย่างนี้แหละครับ สปิริตแรง”

รื่นจิตเข้าประคองเพื่อนแล้วชะงักที่ได้กลิ่นเหล้า วรัชช์รีบแก้ตัวให้ว่าเป็นยาแก้ไอน้ำดำมีส่วนผสมของยาดองจีน ที่ทีมงานเอาให้แพงกินเพราะเห็นบ่นว่าเจ็บคอ มันหกรดตัวเธอ รื่นจิตทำหน้านิ่งจนวรัชช์ขยาดถอยออก ให้รื่นจิตพาแพงเข้าบ้าน เพื่อนแอบยกนิ้วโป้งชื่นชมให้เขา

รื่นจิตพาเพื่อนเข้ามานอนในห้องและบ่นไม่อยากเชื่อว่าเป็นกลิ่นยาแก้ไอ ก่อนจะกลับออกไปหาน้ำมาเช็ดตัว พอเพื่อนเห็นเธอเดินออกไปก็รีบกดโทรศัพท์หาแพง

ด้านแพงกำลังหน้าเครียดที่ทางรีสอร์ตมีห้องพักเหลือแค่ห้องเดียว กันลองขอโทษที่ให้ลูกน้องจองไม่รู้ว่าระบบจองออนไลน์มันรวน กันลองแสดงความเป็นสุภาพบุรุษจะไปพักที่อื่น แต่แพงเห็นว่าดึกมากแล้วจึงยอมให้เขาพักห้องเดียวกัน เขาดีใจชวนสั่งอาหารมาทานที่ห้อง เพราะเห็นว่าแพงเหนื่อย พรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางแต่เช้ากันอีก

กันลองใช้โอกาสนี้ถามว่าแพงไปทำอะไรที่โรงแรมวรัชช์ ถึงใช้เบอร์โรงแรมโทร.หาตน แพงตอบว่าไปหาเพื่อนที่มาจากเมืองนอกและพักที่นั่น กันลองยังติดใจแต่มือถือดังขัดจังหวะเสียก่อน เขาขอตัวไปคุยงานสักครู่ แพงแอบเซ็ง

เพื่อนพยายามโทร.หาแพงแต่เธอไม่รับ จึงฝากข้อความไว้ว่า...แพง do your job อยู่รึไง เสร็จแล้วโทร.กลับด่วนด้วยล่ะ...พอวางสายก็บ่นพึม ใครกันสั่งให้ชาร์จแบตไว้รอตลอดเวลา

พลันเสียงรื่นจิตกลับเข้ามาในห้องนอน เพื่อนรีบทำทีหลับต่อ รื่นจิตถือกะละมังเล็กๆใส่น้ำเข้ามาเช็ดตัวให้ เพื่อนรับรู้ถึงสัมผัสอบอุ่น จึงแกล้งทำเป็นละเมอดึงมือเธอเข้ามากอดเพ้อขอบคุณ รื่นจิตมองอย่างประหลาดใจเพราะแพงไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว แพงและกันลองออกมานั่งดูดาวที่ระเบียงห้อง กันลองสารภาพออกมาว่า ความจริงเขาตั้งใจจองห้องพักห้องเดียว ยังไว้ใจเขาอยู่ไหม แพงเหล่มองอย่างรู้ทัน เขาใจเสียรีบบอกว่าพรุ่งนี้จะย้าย แพงพยักพเยิดไม่คิดห้าม กันลองอ้อนเอนตัวลงหนุนตัก

“โธ่ตอนเด็กๆพี่ยังนอนหน้าเตียงแพงบ่อยไป นี่จะไล่ไปนอนอีกห้องได้ลงคอเหรอคะ”

“ก็ตอนเด็กกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้วนี่คะ”

“ไม่เหมือนกันยังไงคะ พะลองก็คนเดิม พะแพงก็คนเดิม ความรู้สึกพะลองก็เหมือนเดิม หรือว่าความรู้สึกแพงไม่เหมือนเดิมคะ” กันลองกุมมือแพงรอคำตอบ

แพงมองหน้าเขาแล้วเลี่ยงตอบว่า การกระทำสำคัญกว่าคำพูด กันลองเคลิ้มยื่นหน้าเข้ามาจะหอมแก้มแพง แล้วเปลี่ยนเป็นบีบแก้มเธอเล่น แพงเขินตีมือเขาแล้วชวนให้ดูดาว แต่เขากลับจ้องหน้าเธอพร้อมบอกว่า ดาวกี่ดวงก็สวยสู้เธอไม่ได้ แพงเถียงว่าไม่จริงเพราะดาวมีหลายดวง

“ดาวกี่ดวงก็เหมือนๆกันไปหมด แต่แพงมีแค่คนเดียวนี่คะ”

“แล้วถ้าแพงมีสองคนล่ะคะ” จู่ๆแพงก็นึกถึงเพื่อนขึ้นมา

กันลองนึกถึงเรื่องที่แพงเคยถาม จึงชี้ที่หัวใจและตอบว่า ถึงหน้าเหมือนกันแต่ข้างในยังไงก็ไม่เหมือน แพงแย็บเขาแน่ใจหรือว่าแยกออก เขายืนยันว่าใจเขาแยกออกแน่ แพงเป็นปลื้ม

เช้าวันใหม่ แพงลืมตาขึ้นมาเห็นหน้ากันลองจ้องมอง โดยที่เขานั่งให้เธออิง ก็เขินขยับตัวออก ถามเขาว่าเมื่อยไหม ชายหนุ่มบีบจมูกเธออย่างเอ็นดู บอกขำๆ ว่าปวดหลังเพราะใครบางคนตัวหนัก เธอผลักไหล่เขาแก้เขิน เขาแย็บถามว่าหลับสบายไหม หญิงสาวพยักหน้ารับ เขาเย้า

“เพราะพี่แน่ๆ”

“มั่ว...แพงเหนื่อยต่างหาก”

“แล้วหายเหนื่อยยังคะ” แพงพยักหน้า กันลองขยับเข้าใกล้ “ไม่จริงหรอก หายเหนื่อยอะไรใจจะเต้นแรงแบบนี้”

แพงหน้าแดงทำทีมองนาฬิกาว่าสายแล้วจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัว กันลองหาว่าเธอชวนเขาไปอาบน้ำด้วย เธอตีแขนเขาเพียะ พอดีปิติโทร.เข้ามา กันลองรีบขอตัวคุยงาน แพงหน้าตึงเซ็งๆ พลันเห็นหนังสือพิมพ์ที่ทางรีสอร์ตมาวางให้ มีข่าวพาดหัว...คู่จิ้นชื่อดังแห่งยุค ร้องเพลงซบอกที่คาราโอเกะดังย่านไฮโซ...แพงหน้าเสียรีบคว้าหนังสือพิมพ์จะเอาเข้าห้องน้ำไปด้วย มือถือเธอดังขึ้น กันลองเห็นหน้าจอขึ้นชื่อเพื่อน จึงร้องถามแพงว่ามีเพื่อนโทร.เข้ามาจะรับไหม

แพงวิ่งหน้าตั้งมาคว้ามือถือเอาเข้าห้องน้ำไปพร้อมหนังสือพิมพ์ พอรู้ว่าแม่กลับบ้านแล้วก็เครียด เพื่อนบ่นอุบให้แพงรีบกลับเพราะรับมือไม่ไหวทั้งการแสดงและกลัวรื่นจิตจับได้...แพงกำลังเซ็งที่กันลองเอาแต่คุยงานตลอด จึงรับปากจะรีบกลับ พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าลง

“เพื่อนหาทางเลี่ยงแม่หน่อยแล้วกัน แต่แม่คงไม่มายุ่งกับเรามากหรอก เพราะก่อนมา แพงเพิ่งทะเลาะกับแม่” เพื่อนจะช่วยง้อแม่ให้ แพงเสียงเข้ม “ไม่ต้อง เพื่อน อยู่เฉยๆนั่นแหละ แล้วขอร้องล่ะไม่ต้องไปไหนมาไหน กับวรัชช์ให้เป็นข่าวอีกนะ ที่เหลือเดี๋ยวแพงจัดการเอง”

แพงวางสายแล้วโทร.หาเจ๊ทวิตตี้ “เจ๊เหรอคะ เรื่องที่เจ๊เคยอยากให้แพงไปเข้าคอร์สน่ะค่ะ จำได้ไหม แพงเปลี่ยนใจแล้วค่ะ...โอเคพรุ่งนี้มารับแพงเลยนะคะ ขอบคุณมากค่ะเจ๊”

แพงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กันลองยังคุยงานไม่จบ เธอยืนกอดอกรอ เขาหันมาเห็นรีบตัดบทวางสายแล้วบอกแพงว่าไม่เกินสิบนาที ไม่ทันไรมือถือเขาดังขึ้นอีก เธอยื่นมือไปตรงหน้าเขาทำนองรับฝาก เขายิ้มเจื่อนๆ ตัดสายแล้วส่งมือถือให้เธอก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

ooooooo

หลังจากเพื่อนวางสาย คิดทำอาหารเช้าให้รื่นจิตทานเผื่ออารมณ์จะดีขึ้น สำรวจวัตถุดิบในตู้เย็นว่าน่าจะทำต้มยำได้ แต่ด้วยไม่ค่อยรู้จักเครื่องแกงของไทยจึงหยิบผิด เอาเครื่องแกงเผ็ดมาทำ รื่นจิตลงมาได้กลิ่นฉุน เข้ามาลองชิมแล้วติงว่าใครเขาใช้พริกแกงทำต้มยำ เพื่อนหน้าเจื่อน

รื่นจิตคิดว่าละครเรื่องใหม่ของแพง เล่นเป็นเชฟถึงต้องฝึกทำอาหาร เพื่อนอ้อนว่าอยากทำให้แม่กินบ้าง แต่พอเห็นหน้ารื่นจิตงง ก็รีบกลบเกลื่อนว่าต้องหัดทำไว้บ้างกลัวขึ้นคาน

“แม่อยากให้ลูกอยู่บนคานมากกว่าไปยุ่งกับคนไม่น่าไว้ใจ”

เพื่อนพอจะเข้าใจแล้วว่ารื่นจิตไม่ชอบกันลอง จึงหาเรื่องอื่นคุย ถามทำไมกลับจากวัดเร็ว เบื่อหรืออย่างไร รื่นจิตทำหน้าดุใส่และบอกว่าที่ไปไม่ได้เรียกวัด เรียกว่าสถานปฏิบัติธรรม และยังต่อว่าเห็นแม่เป็นคนอย่างไร เพื่อนเหวอกลบเกลื่อนว่าล้อเล่นพยายามพูดเอาใจ

“กลับบ้านเร็วก็ดีนะคะ แม่จะได้ relax ซะบ้าง stress เกินระวังแก่ก่อนวัยนะคะ...”

กลับโดนเอ็ดมากขึ้น “พูดให้มันดีๆ ติดจากละครมาหรือไง แม่ไม่เคยสอนให้เราพูดไทยคำอังกฤษคำ อย่าหัดเป็นคนดัดจริต!”

“อะไรดัดๆนะคะ...” เพื่อนไม่เข้าใจความหมาย

รื่นจิตไม่ตอบหันไปสนใจงานบนโต๊ะ เพื่อน ยิ้มแหยๆหุบปากชันขาขึ้นมาวางบนโต๊ะโซฟา รื่นจิตเพ่งมอง เพื่อนยังไม่รู้ตัวกระดิกนิ้วยิกๆ แถมเรอออกมาเสียงดัง รื่นจิตสะดุ้งกำลังจะเอ็ด ก็พอดีมีเสียงเจ๊ทวิตตี้ดังขึ้น ตามด้วยตัวเธอเข้ามาย่อตัวสวัสดีตรงหน้า

“ทวิตมารับแพงค่ะคุณแม่ ทวิตทวิตมาบอกแล้วว่าทวิตจะมาเร็วนี้ดนึง คุณแม่ได้อ่านทวิตที่ทวิตทวิตไว้ ในทวิตเตอร์ใช่ไหมคะ” รื่นจิตกับเพื่อนทำหน้างง ทวิตตี้หันมาพูดกับเพื่อน “ลูกสาว! ทำหน้างงอะไรกันคะ ไปเร้วเดี๋ยวสาย”

รื่นจิตตั้งสติได้ท้วงว่าแพงยังป่วยถ้าออกไปทำงานจะทรุดกลับมาเหมือนเมื่อวาน เพื่อนกระเด้งตัวขึ้นกลัวความแตก เข้าจุ๊บแก้มรื่นจิตหนึ่งทีแล้วคว้ามือเจ๊ทวิตตี้ดึงออกไป รื่นจิตลูบแก้มป้อยๆก่อนจะอมยิ้มกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ลืมเรื่องโกรธลูกไปเสียสนิท

ระหว่างนั่งรถมา เพื่อนโดนเจ๊ทวิตตี้บ่นเรื่องข่าวเลสเบี้ยนกับจิตจีรัง แต่ก่อนมีแต่รีทวิตเป็นสิบล้านเรื่องคู่จิ้นพระเอกนางเอก มาตอนนี้กลับเป็นนางเอกกับนางอิจฉา เธอไม่ปลื้มเพราะจะทำให้แพงพลาดงานพรีเซ็นเตอร์แพ็กคู่กับวรัชช์...เพื่อนไม่ได้ตั้งใจฟังมัวส่งข้อความบอกแพงว่ากำลังไปถ่ายละครอีก แพงส่งข้อความกลับมาว่า

“ใครบอกว่าจะไปถ่ายละครล่ะ รับรองว่าเพื่อนต้องชอบแน่ๆ”

เจ๊ทวิตตี้เห็นแพงไม่สนใจที่ตัวเองพูดก็เอ็ดยกใหญ่ จนมาถึงโรงเรียนสอนทำอาหาร เพื่อนเงยหน้ามองตาโตสีหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มดีใจ...หลังจากนั้นเพื่อนสนุกกับการเรียนทำขนมจนเจ๊ทวิตตี้ทึ่ง ทำไมเกิดหัวไวขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนเจียวไข่ยังไม่เป็น

ooooooo

ในขณะที่แพงกับกันลองกำลังเดินขึ้นดอย อินทนนท์ มือถือแพงสั่น จึงเปิดดูเห็นภาพเพื่อนกำลังทำอาหารถูกอัพขึ้นอินสตาแกรมของทวิตตี้ ตามด้วยคอมเมนต์มากมายจากแฟนคลับ

แพงชักหวั่นใจ กันลองเห็นแพงเช็กโทรศัพท์ตลอดก็แซว เธอสวนใครกันแน่ที่เล่นมือถือบ่อย กันลองไม่อยากเถียงชี้ชวนให้ชมวิว แพงเห็นวิวสวยงามแล้วอารมณ์ดีขึ้นทันตา

ด้านทวิตตี้ปลื้มปริ่มกับความสามารถของเพื่อนซึ่งเข้าใจว่าเป็นแพง จึงนัดมิ้งค์มาคุยเรื่องงานที่จะให้แพงเป็นพิธีกรรายการทำอาหาร

กันลองพาแพงขึ้นมาถึงยอดดอย มีทะเลหมอกปกคลุม แพงแปลกใจขึ้นมาทำไมไม่เห็นวิว กันลองมองซ้ายมองขวาราวหาใคร แล้วเขาก็วิ่งไปหาชาวเขาคนหนึ่งที่เดินมา

“พี่บุญสอนใช่ไหมครับ สวัสดีครับ ผมกันลองที่คุณปิติติดต่อไว้ให้น่ะครับ”

“อ้อ สวัสดีพ่อหนุ่ม เสียดายนะวันนี้ทะเลหมอกลง ลุงพาไปดูหญ้าฮี่ยุ่มไม่ได้หรอก ที่จริงลุงก็แจ้งพ่อหนุ่มปิติไปแล้วนะว่าอย่าเสียเวลามาอาทิตย์นี้”

กันลองแปลกใจ พอรู้ว่าเขาแจ้งไปเมื่อวานก็หงุดหงิดแยกไปโทรศัพท์หาปิติ แพงจึงซักถามบุญสอนว่าหญ้าฮี่ยุ่มมันสวยจนต้องจองเวลาขึ้นมาดูด้วยหรือ ชาวเขาโบกมือ

“โอ้ย แม่หนูหญ้ามันจะไปสวยอะไรได้ ที่หญ้าฮี่ยุ่มมันดังเนี่ยเพราะว่ามันมีสรรพคุณช่วยกระชับน้องหนูของสาวๆ...กระชับช่องคลอด ชาวบ้านสาวๆยันป้าๆเลยนิยมกินกัน แต่คนเมืองอย่างแม่หนูคงไม่ค่อยรู้จัก”

แพงฟังแล้วโมโหขึ้นมาทันที ที่กันลองมาที่นี่เรื่องงาน ไม่ใช่ตั้งใจมาเที่ยวด้วยกัน ทั้งที่ตนทิ้งงานเพื่อมาเที่ยวกับเขา พอกันลองเดินกลับมา เธอก็ต่อว่าไม่สนใจฟัง สิ่งที่เขาแก้ตัวว่าเป็นผลพลอยได้ และพาลประชดประชันใส่

ตกเย็น เพื่อนย่องกลับเข้าบ้าน เสียงรื่นจิตดังขึ้นด้านหลังว่าทำไมต้องทำลับๆล่อๆ เพื่อนสะดุ้งเห็นเธอนั่งทำงาน ท่าทางปวดเมื่อยคอ จึงเข้าไปช่วยบีบนวดอย่างห่วงใย รื่นจิตรู้สึกสบายขึ้นแล้วหยิบยานอนหลับมาจะกิน เพื่อนตีมือเพียะห้ามไม่ให้กิน ถ้านอนไม่หลับให้ใช้วิธีของตน

เพื่อนเปิดทีวีช่องสารคดี “แม่รอดูเสือล่าเหยื่อไปสามตัว รับรองหลับสนิทแน่ค่ะ แพงดูช่องนี้ประจำเวลานอนไม่หลับ”

รื่นจิตนั่งมองทีวีหน้านิ่ง มีแต่เพื่อนที่สะดุ้งเวลาเสือตะครุบเหยื่อ แล้วเพื่อนก็เอ่ยขึ้นว่า ที่ผ่านมาถ้าตนทำอะไรให้แม่ไม่พอใจ ตนขอโทษ รื่นจิตอมยิ้มรู้สึกดีที่ลูกใกล้ชิดมากขึ้น

ค่ำนั้น เพื่อนพยายามโทร.หาแพงแต่ไม่ติดจึงส่งข้อความว่าพรุ่งนี้มีถ่ายซ่อมอีก อยากให้แพงกลับมาเร็วๆ และอีกเรื่องคือตนคืนดีกับแม่แทนแพงแล้ว ถึงแม่จะฟอร์มจัดแต่ก็น่ารักดี

ในขณะเดียวกัน แพงกับกันลองประชดกันไปมาจนไม่มีความสุข พอเห็นเพื่อนโทร.เข้ามาแพงจึงตัดสายไปก่อน กันลองเห็นถามน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า เพื่อนที่โทร.มาคือวรัชช์ใช่ไหม แพงรีบอธิบายว่าเพื่อนเป็นผู้หญิง ที่ส่งข้อความหาบ่อยๆเพราะมาจากเมืองนอก ไม่ค่อยรู้จักทางในเมืองไทย กันลองรู้สึกผิดพยายามง้อเอาใจแพงให้กลับมาอารมณ์ดี...

ค่ำคืนเดียวกัน ชลลดากับโรยบุญเห็นข่าวบันเทิงในทีวี เรื่องคู่จิ้นสะท้านวงการ เดินโอบกันออกมาจากร้านคาราโอเกะ ชลลดาแปลกใจสั่งโรยบุญให้ไปคอยดูว่าแพงอยู่ที่บ้านหรือเปล่า แต่กว่าจะสั่งกันเข้าใจ ต้องปวดหัวกับความหูตึงของสาวใช้สูงวัยผู้นี้

รุ่งเช้า เพื่อนลงมาเห็นรื่นจิตนั่งทำงาน ก็เป็นห่วงว่าจะปวดคออีก รื่นจิตบอกถึงลาพักร้อนก็จริงแต่ไม่อยากให้งานค้าง จึงทำไว้ก่อน พอไปทำงานจะได้ต่อเนื่อง เพื่อนเข้าใจแล้วว่าแพงเนี้ยบเหมือนใคร...เพื่อนชวนรื่นจิตออกกำลังด้วยการโหลด Burn 24 มาให้ แก้โรคออฟฟิศซินโดรมของเธอ

ooooooo

เพื่อนดีใจที่แพงโทร.มารีบวิ่งออกมาคุยหน้าบ้าน พอรู้ว่าแพงจะกลับก็แปลกใจรีบถามว่าทะเลาะกับกันลองหรือ แพงระบายความอัดอั้นว่าไม่เชิงทะเลาะ แต่ไม่พอใจที่เขาเอาแต่ทำงาน ที่พาตนมาไม่ใช่เพื่อเที่ยวด้วยกัน แต่เกี่ยวกับงาน

เพื่อนกระเซ้าให้สวีตหวานกันก่อนค่อยกลับ และบอกว่าตนกำลังมาทำงานแทน เหนื่อยมาก แต่แพงไม่ตอบอะไรกลับมา เพื่อนจึงย้ำให้กลับมาไวๆแล้ววางสาย พอจะเดินเข้าบ้าน เสียงโรยบุญเรียก แกพยายามต่อเก้าอี้ชะโงกหน้ามาเรียก

เพื่อนตกใจถามได้ยินตนพูดโทรศัพท์หรือไม่ โรยบุญกลับได้ยินว่าชวนกินหมูสับ แล้วถามวันนี้ไม่ไปถ่ายละครหรืออย่างไร เพื่อนโล่งใจบอกรอทวิตตี้มารับ ยิ่งคุยป้าก็ได้ยินเป็นอย่างอื่น ทำให้เพื่อนขำรู้สึกผ่อนคลายขึ้น จนรถทวิตตี้มารับ

โรยบุญเข้ามารายงานชลลดาว่าแพงอยู่บ้านไม่ได้ไปต่างจังหวัด ท่าทางแปลกๆดูไม่เหมือนเดิม ชลลดาไม่ได้สนใจเรื่องนั้น กลับโกรธกันลองว่าโกหก จริงๆแล้วไปกับสาวอื่น

ในกองถ่าย วรัชช์คอยเจ๊าะแจ๊ะเพื่อนด้วยคิดว่าเป็นแพง ในขณะที่จิตจีรังเริ่มหวั่นไหวกับข่าวแพงและเธอเป็นเลสเบี้ยนกัน พอเข้าฉากด้วยกัน เพื่อนเผลอหัวเราะออกมาเพราะบทต้องเอาลิปสติกเขียนหน้าจิตจีรัง พอผู้กำกับสั่งคัตจึงเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดให้ จิตจีรังใจสั่นหน้าแดง

“เจี๊ยกเป็นไข้รึเปล่า หน้าแดงเชียว” เพื่อนคิดว่าไม่สบาย เอาหน้าผากแนบหน้าผากวัดไข้

จิตจีรังยิ่งใจสั่นรัว คนในกองเห็นซุบซิบกันใหญ่ จ๋อมเรียกจิตจีรังไปล้างหน้าเตรียมเข้าฉากใหม่ เธอรีบผละออกจากเพื่อนอย่างเขินๆ

ช่วงพักกอง รถอาหารเกิดอุบัติเหตุกลางทางมาไม่ถึง ทีมงานแก้ปัญหาด้วยการจะออกไปสั่งข้าวปากซอย เพื่อนเห็นมีไข่หลายถาด จึงอาสาทำมื้อกลางวันให้คนในกอง ด้วยการเจียวไข่รสเลิศ แรกๆไม่มีใครกล้ากิน แต่พอได้ชิมต่างออกปากชมเปาะ จิตจีรังเห็นเพื่อนหน้ามัน เอาทิชชูซับให้ เพื่อนไม่ได้คิดเป็นอื่นตักไข่ป้อนเข้าปาก เธอยิ่งวูบวาบหวั่นไหว หน้าแดงไปถึงใบหู...

ด้านแพงเดินเล่นชมดอกไม้และสมุนไพรบนดอยอินทนนท์ ท่าทางอารมณ์ดีจนกันลองอดไม่ได้ที่จะเอากล้องมาบันทึกภาพเธอไว้ ไม่ทันไรชลลดาโทร.เข้ามาขัดจังหวะพูดเหน็บแนมว่าลากิจไปทำอะไรกันแน่ กันลองไม่รู้เรื่อง ยืนยันกับแม่ว่ามาทำงาน

“พอๆแม่เบื่อจะฟังคำแก้ตัวของแกแล้ว เอาเป็นว่ายาสูตรใหม่ใส่ผักหญ้าอะไรนั่นน่ะ ถ้ายังไม่ได้เรื่อง แม่จะสั่งระงับการผลิตทั้งหมด”

“คราวนี้ผมไม่กลับไปมือเปล่าแน่ครับท่านประธาน”

“ก็ดี พิสูจน์ตัวเองให้แม่เห็นสักทีว่าแกเหมาะสมจะเป็นผู้นำไก่ฟ้าพญาลอรุ่นต่อไป”

“แม่ครับ ผมขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้อยากเป็นผู้นำตระกูล มากไปกว่าพิสูจน์ให้แม่เห็นว่าไม่มีอะไรที่ผมทำไม่ได้ และผมจะต้องทำได้ดีกว่าทุกคน” กันลองยืนยันด้วยความหงุดหงิด

พอเดินกลับมา แพงถามว่าถูกตามตัวกลับหรือ เขาปฏิเสธยิ้มแย้มว่าแม่โทร.มาอวยพรให้เที่ยวให้สนุก แพงถามขึ้นว่ามีอะไรจะให้ตนช่วย กันลองตัดสินใจพูดตามตรงโดยเกริ่นเรื่องที่ตนอยากเป็นนักออกแบบเครื่องบินก่อน แล้วว่าแพงก็รู้ แม่จะอนุญาตถ้าตนทำยอดขายทะลุเป้า แพงเชื่อว่าเขาทำได้ เหมือนเธอที่อยากเป็นนักเขียนเหมือนพ่อ กันลองแปลกใจ

“แพงพูดเหมือนกับว่าจะเลิกทำงานในวงการ ไม่เสียดายเหรอคะ”

“ความฝันของแพงมีสองอย่างค่ะ อย่างแรกคือดูแลแม่ แล้วแพงก็ทำมันได้แล้ว อีกอย่างก็คือการเป็นนักเขียน แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำสักที”

กันลองถือโอกาสกุมมือแพงขอให้ช่วยทำความฝันเขาให้เป็นจริง แพงตื่นเต้นคิดว่าจะบอกรัก แต่แล้วเขากลับบอกว่า ให้เธอช่วยเป็นพรีเซ็นเตอร์ไก่ฟ้าพญาลอ แพงผิดหวังสุดๆแววตาว่างเปล่า ชายหนุ่มใจเสียว่าพูดอะไรผิด เธอเอ่ยออกมาว่า

“สรุปว่านี่คือบิสซิเนสทริป สินะคะ” แพงเสียใจที่การเที่ยวครั้งนี้เป็นเรื่องธุรกิจ “พะลองน่าจะบอกแพงตั้งแต่แรกนะคะ แพงจะได้ชวนเจ๊ทวิตมาซะด้วยเลย เพราะยังไงแพงก็ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้...แพงเหนื่อย เรากลับกันได้ไหมคะ” แพงดึงมือออกหันหลังเดินหนี

ในเวลานั้นเพื่อนกำลังรอเข้าซีนต่อไป ทวิตตี้บอกว่าเดี๋ยวมิ้งค์โปรดิวเซอร์ครัวคุณต้อยจะขอคุยรายละเอียดงานพิธีกร เพื่อนตื่นเต้นแต่ก็หวั่นใจไม่กล้าตัดสินใจแทนแพง แต่ช่วงที่คุย ทวิตตี้กลับคะยั้นคะยอให้รับงานนี้ และช่วยมิ้งค์พูดถึงข้อดีของงานนี้ เพื่อนจึงขอตั้งชื่อรายการเองว่า...คุกกิ้งฟอร์โฮป ระหว่างนั้นแพงโทร.เข้ามา เพื่อนไม่เห็นเพราะกำลังคุยงานอย่างออกรส

พอจะต้องเซ็นสัญญา เพื่อนลังเลแต่ทวิตตี้เร่งให้เซ็นเลย เธอจำต้องเซ็นชื่อแพงอาภรณ์ มิ้งค์ให้นามบัตรเพื่อนเผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกันโดยตรง...เสร็จงาน ทวิตตี้รีบจะไปส่งแพงเพราะมีงานอีเวนต์เด็กในสังกัดต่อ เพื่อนจึงขอลงในปั๊มน้ำมันกลางทาง อ้างต้องแวะซื้อผ้าอนามัยเปลี่ยน ไม่อยากให้เจ๊เสียเวลา เจ๊ห่วงแต่เพราะรีบจึงกำชับให้ระวังตัว

เพื่อนลงจากรถปิดประตูโครม ทวิตตี้สะดุ้งแปลกใจ ทำไมแพงแรงเยอะ...เพื่อนแอบมาซื้อซิมโทรศัพท์ใหม่ และซื้อขนมกับน้ำอัดลมกระป๋องมากมาย เห็นมีซีดีหนังก็เลือกซื้อไปสองสามเรื่อง พอจ่ายเงิน แคชเชียร์ร้านยื่นกระดาษขอลายเซ็น เพื่อนเห็นว่าเป็นรูปแพงจึงเซ็นให้

ด้านแพงกลับมาถึงรีสอร์ตก็แจ้งพนักงานเปิดห้องใหม่อีกห้อง กันลองเครียดที่แพงโกรธ พยายามตามเพื่ออธิบาย

ooooooo

ในห้องอาหารโรงแรมของวรัชช์ นนท์ จิตจีรังและวรัชช์นั่งทานอาหารอยู่ด้วยกัน วรัชช์อัดอั้นตันใจโพล่งออกมาว่า “จำที่ผมเคยบอกว่า ผมชอบแพงได้ไหม ผมพูดจริงๆนะ ยิ่งสองสามวันมานี้ ผมแม่งโคตรอยากได้เขามาเป็นแฟนว่ะ”

จิตจีรังปล่อยมีดในมือหล่นกระแทกจานดังเคร้ง เถียงแทนแพงว่า เธอไม่ใช่สิ่งของที่ใครอยากจะได้ก็ได้ นนท์นิ่วหน้าหวั่นใจว่าสาวที่ตนรักเบี่ยงเบน วรัชช์ถามเพื่อนสาวจะเถียงแทนแพงทำไม ทำอย่างกับหวง เธอปฏิเสธพัลวัน และย้ำว่าตัวเองเป็นหญิงแท้ นนท์โล่งอก

พอดีมีสาวโทร.เข้ามาหาวรัชช์ เขารับปากจะรีบไปหาทันที นนท์เหน็บ นี่หรือคนที่อยากได้เจ้าหญิงอย่างแพงเป็นแฟน วรัชช์ยักคิ้วบอกจริงๆตนมีหัวใจดวงเดียวแต่มีอะไหล่หลายดวง ว่าแล้วก็รีบออกไป จิตจีรังไม่สบอารมณ์แย็บถามนนท์ว่า

“จีมีเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนห่างๆเลยนะ ทีแรกเพื่อนจีเนี่ยไม่ชอบหน้าคนคนหนึ่งเลย แต่ไปๆมาๆพอได้รู้จัก สนิทสนมและเป็นเพื่อนกัน มันก็...หวิวๆอ่ะ แบบนี้มันเรียกว่าความรักรึเปล่า”

“คงใช่แหละ ความรักมันเกิดจากการบ่มเพาะความสัมพันธ์ทีละเล็กละน้อย” นนท์เข้าใจว่าเป็นตัวเอง แต่พอจิตจีรังขยายความว่า ความรักของเพื่อนเธอคงเป็นไปไม่ได้ เพราะทั้งสองมีอะไรเหมือนกันเกินไป นนท์ก็ย้ำ “มีอะไรเหมือนๆกันสิดี จะได้เข้ากันได้ง่ายๆไง”

“เป็นเพศเดียวกันก็เข้ากันได้เหรอ” จิตจีจังตาโต

“ได้สิ ฮะ! นี่เจี๊ยกเป็นเลสเบี้ยนจริงๆเหรอ”

ลูกค้าโต๊ะอื่นมองเป็นตาเดียว จิตจีรังทั้งโกรธ ทั้งอาย ปฏิเสธลั่นว่าไม่ใช่ตน แต่เป็นเพื่อนห่างๆ แล้วปาผ้าเช็ดมือใส่นนท์ก่อนจะลุกหนีไป นนท์เครียดที่ตัวเองมีคู่แข่งเป็นหญิงเพิ่มอีกคน

เมื่อโอกาสมาถึง เพื่อนเปลี่ยนซิมที่ซื้อ โทร.หามิ้งค์ให้ช่วยส่งสคริปต์รายการมาให้ซ้อมก่อนวันถ่ายจริง แล้วพอเปลี่ยนซิมกลับ เห็นมิสคอลจากแพงหลายครั้งก็ตกใจรีบโทร.กลับ แต่ติดต่อไม่ได้ ชักกังวลใจว่าแพงมีเรื่องอะไร
ทันใดได้ยินเสียงตึงๆจากห้องข้างๆจึงเดิน

ออกไปแง้มประตูห้องรื่นจิตดู เห็นกำลังเต้น Burn 24 ก็หัวเราะจนเธอหันมาทำตาดุใส่ เพื่อนเข้าไปขอเต้นด้วยอย่างสนุกสนาน เสร็จจากการเต้น ทั้งสองพักเหนื่อย เพื่อนถามถึงข้อเท้าแม่ไม่เจ็บแล้วหรือ รื่นจิตตอบว่าโทร.ถามหมอแล้ว หมอบอกว่าเล่นได้ เพื่อนดีใจที่แม่ของแพงเริ่มเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ

ในขณะที่มัมกับซาร่าที่เพิร์ธ ติดต่อเพื่อนไม่ได้เลย เริ่มกังวลใจและเป็นห่วง...ตกเย็นรื่นจิตเอาถุงแกงแช่แข็งออกมาจะอุ่น เพื่อนชวนกินหมูกระทะโดยสั่งเข้ามากินที่บ้าน รื่นจิตแปลกใจไม่กลัวอ้วนหรืออย่างไร เพื่อนบอกจะกลัวทำไมในเมื่อเรามี Burn 24 รื่นจิตจึงยิ้มรับ

มื้อเย็นวันนั้นเป็นมื้อที่ทำให้รื่นจิตมีความสุข และเพื่อนก็รู้สึกอบอุ่นผูกพันกับเธอมากขึ้น รื่นจิตเอ่ยถามทำไมหมู่นี้ทำตัวเหมือนเด็ก เพื่อนย้อนถามตนไม่ใช่เด็กในสายตาแม่หรือ ผู้เป็นแม่อมยิ้มคีบหมูจิ้มน้ำจิ้มติดพริกป้อน เพื่อนกินแล้วร้องจ๊ากด้วยความเผ็ดคว้าน้ำอัดลมมาดื่มดับความเผ็ดร้อน รื่นจิตแปลกใจที่ปกติแพงกินเผ็ดได้ และจะไม่กินน้ำอัดลม

เพื่อนเปลี่ยนเรื่องถามรื่นจิต ทำไมเราถึงไม่ใช้เวลาร่วมกันให้มากกว่านี้ รื่นจิตติงให้พูดดีๆตนไม่ใช่เพื่อนเล่น เพื่อนแย้งว่า ตนอยากให้แม่เป็นทั้งแม่ ทั้งเพื่อนและพี่สาว รื่นจิตอึ้งรู้สึกอยากเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน เพื่อนชวนดูหนังต่อ รื่นจิตอ้างว่ามีประชุมเช้าไม่อยากออกไปไหน

“ใครบอกว่าจะไปดูข้างนอกล่ะคะ แพงรู้จักที่นึง เจ๋งกว่าโรงหนังเยอะเลย” เพื่อนดึงรื่นจิตมานั่งโซฟาหน้าทีวี “เขาเรียกว่า มูฟวี่ไนท์ไงคะแม่ ดูที่บ้านก็ได้”

เพื่อนเลือกเปิดหนังผี รื่นจิตตัวเกร็ง เพื่อนคิดว่าแม่หนาว วิ่งไปเอาผ้าห่มมาห่มด้วยกัน แต่ความจริงแล้วเธอกลัวผี อ้างว่าเรื่องนี้ไร้สาระ เพื่อนรู้ทันยืนยันดูเรื่องนี้และหาขนมมานั่งกิน พร้อมป้อนเข้าปากแม่อย่างมีความสุข รื่นจิตสะดุ้งเป็นครั้งคราวเมื่อผีปรากฏ เพื่อนล้อว่าแม่กลัวผี รื่นจิตปัดว่าเพ้อเจ้อ แต่ขยับมาเบียดเพื่อนมากขึ้น

สุดท้ายรื่นจิตหลับไปก่อนหนังจบ ศีรษะอิงไหล่เพื่อน เพื่อนรู้สึกมีความสุข เอามือถือออกมาถ่ายเซลฟี่เก็บไว้หลายภาพ ก่อนจะปลุกรื่นจิตให้ขึ้นไปนอน ทั้งสองเดินควงแขนขึ้นห้อง

ooooooo

กันลองเครียดที่แพงโกรธ จึงออกมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อย จนมาถึงตลาดนัดพื้นเมือง เห็นด้านหลังผู้หญิงคนหนึ่งคล้ายแพง ก็รี่เข้าไปทัก เธอหันมางงๆ

เพราะไม่ใช่แพง กันลองว้าวุ่นใจหาวิธีง้อแพง พลันเห็นร้านเครื่องประดับ มีแหวนลงยาน่ารักถูกใจจึงซื้อไว้

เพื่อนอาบน้ำเสร็จกำลังจะเข้านอน เห็นมือถือสั่นก็ถลามากดรับ ดีใจมากที่แพงโทร.มา แพงบอกว่าบนรีสอร์ตไม่ค่อยมีสัญญาณ แล้วถามถึงแม่สงสัยอะไรบ้างไหม เพื่อนรีบเล่าว่าเพิ่งดูหนังผีกับแม่จบไป ตลกมากที่แม่กลัวผี แพงเหวอไม่เคยรู้มาก่อน แล้วแพงก็บอกว่าพรุ่งนี้จะกลับ เพื่อนตกใจเกิดอะไรขึ้น ทะเลาะกับกันลองแน่เลย

“ที่แพงเคยบ่นให้เพื่อนฟังนั่นแหละ ว่าพะลองเอาแต่ทำงาน แต่วันนี้แพงทนไม่ได้ที่เขาขอให้แพงเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้อีก มันชัดเลยว่าเขาไม่ได้อยากเที่ยวกับแพงเลยด้วยซ้ำ”

“ใจเย็นก่อนแพง ไอรู้นะแพงกำลังรู้สึกไม่ดี แต่แพงจะไม่ให้โอกาสพะลองหน่อยเหรอ นึกดูดีๆสิ มีครั้งไหนที่พะลองไม่คิดถึงใจแพงบ้าง เขาแคร์แพงจะตาย หรือไม่จริง...เชื่อไอนะ หนีกลับมาก่อนแบบนี้มันมีแต่แย่กับแย่ กลับไปคุยกันดีๆ ให้พะลองได้พูดบ้าง ถ้าไม่โอเค ค่อยโกรธทีหลังก็ยังได้นี่”

แพงคิดตาม แล้วขอบคุณ จะลองทำตามคำแนะนำ ไม่ลืมที่จะกำชับเพื่อนอย่าตื่นสาย เพราะตนเป็นคนตื่นเช้า เพื่อนรับคำขำๆ บอกรู้แล้วว่าแพงขี้บ่นเหมือนแม่เปี๊ยบ แพงหัวเราะ เพื่อนย้ำให้กลับไปจัดการกันลองให้อยู่หมัด แพงวางสายด้วยความรู้สึกดีขึ้น...เพื่อนเปิดรูปถ่ายเซลฟี่กับรื่นจิตดู พอสไลด์ภาพไปเจอภาพมัมกับซาร่าก็ให้คิดถึง จึงลุกเดินออกจากห้อง ไปขอนอนกับรื่นจิต เธอแปลกใจคิดว่าแพงป่วย จัดแจงหาหมอนเพิ่มให้ และหายาให้กิน

เพื่อนเห็นตุ๊กตากระต่ายเน่าๆวางอยู่ข้างหมอนก็หยิบขึ้นมาดู รื่นจิตบอกว่า ตอนเด็กๆแพงจะต้องกอดเจ้าโรเบิร์ตนี่ ไม่อย่างนั้นไม่ยอมนอน มีอยู่ครั้งที่แม่เอาไปซัก แพงร้องไห้จนพ่อแก้วขวัญต้องนอนกอดปลอบทั้งคืน...รื่นจิตส่งยาและน้ำให้ เพื่อนปฏิเสธ รื่นจิตบ่นว่ากินยายากเหมือนเดิม เพื่อนถามแทรกขึ้น

“แม่คะ ครั้งแรกที่แม่เห็นหน้าแพง แม่รู้สึกยังไงคะ”

“เราเป็นลูกแม่นะ คิดว่าแม่จะรู้สึกยังไงล่ะ...นอนพักได้แล้ว” รื่นจิตตัดบทปิดไฟหัวเตียง

เพื่อนขอให้ฝันดี นอนกอดรื่นจิตกอบโกยความอบอุ่น...ในขณะเดียวกัน กันลองกลับมาถึงรีสอร์ต เคาะห้องแพงเอาขนมให้ แล้วขอโทษเธอที่ทำให้เธอลำบากใจ แพงมองนิ่งๆ ชายหนุ่มดึงมือเธอมาแนบอก หยิบแหวนออกมากำไว้
“พะลองสัญญาค่ะว่าจะไม่ขอร้องให้แพงเป็นพรีเซ็นเตอร์ไก่ฟ้าอีก ถ้าแพงไม่สะดวกใจ”

“แพงทำให้พะลองเห็นเหรอคะว่าแพงไม่สะดวกใจ”

“งั้นแพงจะโกรธพี่ด้วยเรื่องอะไรล่ะคะ...แพงนี่มันอะไร พี่ไม่เข้าใจ” กันลองเริ่มอึดอัด

แพงข่มความรู้สึกคิดจะเดินหนี แต่เขาดึงมือไว้ ท่าทางเขาเริ่มหงุดหงิดคิดว่าแค่คุยเรื่องงานทำไมเธอต้องโกรธขนาดนี้ แพงสุดกลั้นที่เขาคิดไม่ได้ว่าตนไม่พอใจเรื่องอะไร

“พะลองรู้ไหมคะว่า การที่แพงมาที่นี่กับพะลอง แพงต้องทิ้งอะไรมาบ้าง แพงมีงานต้องทำ ต้องรับผิดชอบ แต่แพงก็ยอมทิ้งมาเพราะอยากใช้เวลาส่วนตัวกับพะลอง แต่พะลองกลับไม่คิดที่จะเสียอะไรสักอย่าง พะลองไม่ผิดหรอกค่ะ แพงผิดเอง คิดไปเอง”

“แต่แพงก็น่าจะเข้าใจพะลองบ้างนะคะ เราเองก็ไม่ใช่เด็กๆกันแล้ว เราคุยเรื่องงาน เรื่องอนาคตกันมันก็น่าจะโอเคไม่ใช่เหรอคะ”

“อนาคต...อนาคตของพะลองคนเดียวน่ะหรือคะ พะลองกล้าพูดเต็มปากไหมล่ะคะ ว่าการพาแพงมาเที่ยวครั้งนี้ พะลองไม่ได้วางแผนจะคุยเรื่องงานต่างๆนานามาก่อนเลยสักนิด...เผื่อพะลองไม่รู้ แพงก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งที่งี่เง่าเป็น เสียความรู้สึกเป็นเหมือนกัน”

กันลองได้ฟังความรู้สึกของแพงก็เริ่มเข้าใจ จะกอดขอโทษแต่เธอถอยหนี ปัดไม่ต้องขอโทษ ประชดว่าเขาเป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเต็มที่ก็ดีแล้ว ให้เขาอยู่ทำงานต่อไปจะไม่รบกวน

“แพง นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะคะ”

“แพงถามจริงๆเถอะ เวลานี้นอกจากเรื่องงานแล้ว แพงมีความหมายกับพะลองไหมคะ”

กันลองหาว่าแพงเริ่มพาล แพงโกรธเดินหนีกลับห้อง ขออยู่คนเดียว กันลองโดนปิดประตูใส่หน้า ชักโกรธหงุดหงิดกลับห้องบ้าง

ooooooo

เช้าวันใหม่ เพื่อนส่งรูปตนกับรื่นจิตไปให้แพงพร้อมข้อความว่า คืนดีกับพะลองเสีย ทางนี้ไม่ต้องห่วง แม่แฮปปี้ดี...ขณะเดียวกัน เพื่อนกำลังทำซุปฟักทองให้รื่นจิต พอเสร็จก็ยกมาวาง

รื่นจิตทำหน้าไม่อยากเชื่อว่าลูกทำอาหารเป็น แต่พอตักชิมก็เซอร์ไพรส์ ชมโรงเรียนที่สอนทำอาหารว่าเก่งจริง เพื่อนรู้ว่าแม่ฟอร์มจัด จึงท้าจะทำเมนูอื่นๆ ให้กินทุกวันถ้ามีเวลา เสียงเพื่อนแผ่วลงเพราะรู้แก่ใจว่าตัวเองไม่มีโอกาสได้อยู่ตลอดไป รื่นจิตเห็นลูกหน้าเศร้าลงก็ดักคอ

“เห็นอึกอักตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เรื่องกันลองรึเปล่า ถึงจะรู้จักกันมานาน แต่ยังไงแพงก็ต้องระวังตัว” เพื่อนแทรกว่ากันลองไว้ใจได้ “แพงจะแน่ใจได้ยังไง คนเราอยู่ด้วยกันได้ไม่ใช่เพราะเห็นแค่ข้อดีของอีกฝ่าย แต่ต้องรับข้อเสียของกันและกันให้ได้ด้วย ถ้ากันลองเขาเจ้าชู้จริง แพงจะรับข้อเสียเขาได้ไหมล่ะ แต่ในฐานะแม่ของแพง แม่รับไม่ได้”

“พะลองไม่ใช่นายวรัชช์นะคะ...คนนั้นน่ะตัวพ่อเลย”

“แม่ไม่ได้ชอบใครมากกว่าใครนะ แต่การที่แพงได้เห็นข้อเสียของเขาก่อนข้อดี อย่างน้อยมันก็ทำให้แพงระวังตัวได้มากขึ้น และมีสติที่จะคบหากับเขาได้มากขึ้น”

“เรื่องของรักอยู่ที่ใจไม่ใช่สมองนะคะ”

รื่นจิตสวน “แต่ถ้าลูกไม่ใช้สมองเลย ลูกจะกลายเป็นคนที่เสียใจ”

เพื่อนรู้สึกดีที่ได้คุยกันเรื่องแบบนี้ รื่นจิตให้ชวนกันลองมาทานข้าวที่บ้านบ้าง เพื่อนตื่นเต้นแทนแพง

รื่นจิตเตือนว่าวันนี้มีงานไม่ใช่หรือ เพื่อนนึกได้ว่าสายแล้วรีบคว้ากระเป๋า รื่นจิตยิ่งแปลกใจ เมื่อก่อนแพงไม่เคยต้องเตือนเรื่องเวลา เพื่อนทำแก้มป่องให้แม่หอม เธอทำหน้าเขินๆ แต่ก็หอมแก้มลูกเบาๆ เพื่อนหอมกลับฟอดใหญ่แล้ววิ่งไป รื่นจิตลูบแก้มด้วยความรู้สึกดี

ด้านแพงเช็กเอาต์ลำพัง กันลองเดินมาเห็นแพงขึ้นรถออกไปก็รีบถามพนักงาน พอรู้ว่าเธอเช็กเอาต์ก็รีบเช็กเอาต์แล้วตามไปที่สนามบิน แต่พอแพงเห็นกันลอง กลับเดินหนีไม่ขึ้นเครื่อง แอบไปเปลี่ยนไฟลท์เที่ยวหลังเขา กันลองขึ้นเครื่องแล้วหาแพงไม่เจอก็ยิ่งเครียด

ช่วงเช้าเพื่อนมาถ่ายรายการคุกกิ้งฟอร์โฮปให้มิ้งค์ ทีมงานต่างชื่นชมที่เธอทำได้ดีมาก ช่วงบ่ายเจ๊ทวิตตี้พาเพื่อนมาถ่ายละครรักถอดรูทต่อ เพื่อนต้องเข้าฉาก กับวรัชช์ เป็นฉากรักของพระเอกกับหุ่นไอดรอยด์ จิตจีรังยืนดูแล้วพึมพำกับตัวเอง คนหนึ่งเคยรัก อีกคนก็รักอยู่ ทำไมตนถึงอาภัพอย่างนี้ ช่วงพักกอง เพื่อนเล่นเกมดึงทาวเวอร์ไม้กับทีมงาน

เพื่อนเห็นจิตจีรังมองก็ไปชวนมาเล่นด้วย โดยจับมือเธอสอน จิตจีรังใจเต้นรัวที่ได้ใกล้ชิดแพง จึงดึงพลาดทำล้มทั้งกอง ทีมงานเฮต้องโดนทำโทษ ให้เต้นท่าลิงและถ่ายลงไอจี

ระหว่างนั้นแพงเห็นภาพที่เพื่อนส่งมา เป็นภาพเพื่อนหอมแก้มรื่นจิตตอนนอนหลับ ก็รู้สึกน้อยใจ กันลองโทร.เข้ามาอีก แพงยิ่งหงุดหงิดพาลโกรธไปทุกเรื่อง...ส่วนกันลองมาถึงกรุงเทพฯก็ โทร.หาทวิตตี้ถามว่าแพงมีงานที่ไหน เจ๊ฉวยโอกาสให้เขาซื้อลอดช่องวัดเจษมาด้วย อ้างว่าแพงอยากกิน กันลองโทร.สั่งปิติจัดการและให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างเอาไปส่งที่กองถ่าย

ทีมงานเห็นกันลองหล่อก็ตื่นเต้นกันใหญ่ ทวิตตี้ต้องปรามบอกว่าเขาเป็นญาติของแพง กันลองอยากเข้าไปหาแพง ทวิตตี้บอกยังเข้าไม่ได้เพราะตอนนี้แพงกำลังถ่ายซีนอารมณ์ต้องใช้สมาธิ...เสียงผู้กำกับสั่งคัตลั่น พร้อมบ่นว่าแพงทำไมแสดงไม่ได้ ทวิตตี้รีบวิ่งไปถามแพงว่าป่วยหรือเปล่า เพื่อนขอเวลาทำสมาธิสักพัก ผู้กำกับจึงเจาะถ่ายวรัชช์ไปก่อน

จนค่ำกันลองยังนั่งตากยุงรอหน้ากองถ่าย แพงมาถึงเห็นจึงโทร.บอกให้เขากลับไปรอที่บ้าน กันลองไม่กล้าขัดใจ พอเขาไปแล้วแพงก็แอบเข้าไปเจอเพื่อนในห้องแต่งตัว เพื่อนกำลังเครียดยืนมองกระจกบ่นว่าต้องทำให้ได้
เสียงแพงดังเย็นเยียบขึ้น พร้อมร่างปรากฏในกระจก

“เธอไม่จำเป็นต้องทำได้หรอก เพราะเธอไม่ต้องทำมันแล้วล่ะ...เพื่อน”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement