เดือนประดับดาว ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เดือนประดับดาว ตอนที่ 3


17 ธ.ค. 2560 08:18
155,652 ครั้ง

ละคร นิยาย เดือนประดับดาว

เดือนประดับดาว ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

เดือนประดับดาว

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

บทโทรทัศน์โดย:

พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

กำกับการแสดงโดย:

มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล

ผลิตโดย:

บริษัท ดอร์เธอร์ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ชาคริต แย้มนาม, รณิดา เตชสิทธิ์,ธนิน มนูญศิลป์,

เฟยหลันทำทีเจ็บท้องร้องครวญคราง พยาบาลให้โฮปกรอกประวัติคนไข้ โฮปเห็นเจ๊ทวิตตี้กำลังกรอกประวัติแพง ก็รีบหาทางหลบเข้าไปดูแพงในห้องฉุกเฉิน เฟยหลันเริ่มกลัวจะถูกจับได้ แกล้งรัวภาษาจีนใส่พยาบาล วรัชช์เดินมาเห็นเฟยหลันก็แปลกใจ

“ปกติน้องเขาพูดไทยได้ สงสัยอาการหนักนะครับคุณพยาบาล ผมว่าตามล่ามเถอะ”

พยาบาลรีบเดินไป เฟยหลันจะคว้าแขนวรัชช์ให้ช่วยแต่เขาเดินไปเสียก่อน เธอจึงทำทีบอกพยาบาลอีกคนว่าขอเข้าห้องน้ำ แล้วชิ่งหนีไปอย่างหวุดหวิด

โฮปเข้ามาเห็นแพงกำลังจะลืมตาก็ร้องไห้ โผกอดด้วยความห่วงใย แพงถามจะร้องทำไมตนไม่ได้เป็นอะไร แต่ก็รู้สึกดีที่มีคนห่วงใย โฮปกุมมือแพงแน่นตัดสินใจโพล่งขึ้นมาว่า

“แพง จริงๆแล้วไอมีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้บอก ไอโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในไทย แล้วย้ายไปออสเตรเลีย แพง...เราตรวจดีเอ็นเอกันเถอะนะ!”

แพงอึ้งพูดอะไรไม่ออกเห็นสีหน้าโฮปที่มองอย่างกดดัน จึงแย้งว่าเราเกิดคนละวันและตนก็มีแม่ โฮปสวนเชื่อได้อย่างไรว่าคนอื่นไม่โกหก อยากแน่ใจว่าเราสองคนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทันใดเสียงวรัชช์เรียกแพง โฮปรีบมุดซ่อนใต้เตียง แพงนิ่วหน้าหาทางทำให้วรัชช์ออกไปก่อน แกล้งอ้อนให้เขาไปซื้อน้ำเต้าหู้ตอนนี้ พอเขาเดินไป โฮปก็โผล่ขึ้นมาย้ำ

“ไอบอกสิ่งที่ไอคิดไปหมดแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่ยู ตีหนึ่งคืนนี้ไอจะขึ้นเครื่องกลับออสแล้ว...เทกแคร์นะ” โฮปหน้าเศร้ากลับออกไป แพงสับสนอย่างบอกไม่ถูก

แต่แล้วพอกันลองมาเยี่ยม แพงก็ขอออกจากโรงพยาบาล กันลองเป็นห่วงอยากให้แอดมิทดูอาการสักวันสองวัน แพงอ้างว่าเอกซเรย์แล้วไม่มีอะไร ตนอยากนอนบ้าน...พอถึงบ้าน แพงขอบคุณด้วยสีหน้าหม่น เพราะแม่ไม่อยู่บ้านตามเคย โทร.ไปก็ไม่รับ กันลองรีบบอก

“ไม่เป็นไรนะคะ พะลองอยู่ใกล้นิดเดียว เหงาเมื่อไหร่ก็ปีนรั้วไปหาแพงได้สบายมาก”

แพงยิ้มสบายใจขึ้น กันลองเปิดประตูรถให้และกำชับอย่าลืมกินยา...แพงยังเครียดเรื่องโฮป เข้าบ้านมาก็ตรงไปห้องหนังสือ หยิบรูปที่ประทับฝ่าเท้าจากโรงพยาบาลตอนแรกเกิดขึ้นมาดู นึกถึงคำพูดของโฮป... เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนอื่นจะไม่โกหกเรา...แพงสะบัดหัวไปมา เดินไปหยิบนิยายเรื่องเดือนประดับดาวของพ่อจากชั้นมานั่งอ่านเนื้อหา

ตกค่ำแพงเปิดตู้เย็นหาของกิน พบว่าว่างเปล่า จึงมาจบที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตามเคย ขณะเดียวกัน โฮปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางแถวโรงแรมที่พักอย่างซังกะตาย จู่ๆวรัชช์เข้ามานั่งตรงข้ามสั่งคนขายเอาแบบโฮปหนึ่งชาม โฮปไล่บอกอยากนั่งคนเดียว เขาโต้

“คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย ไม่เคยได้ยินหรือไง เฮ้อ...” เห็นโฮปไม่สนใจคิดว่าไม่เข้าใจจึงอธิบาย “เขาหมายถึงเวลาทำอะไรสองคนมันดีกว่าทำคนเดียวไง”

วรัชช์แกล้งคีบลูกชิ้นในชามโฮปมากิน เธอโวยว่าสองคนก็แย่งกันกินแบบนี้ ไม่เป็นเจนเทิลแมนบ้างเลย ชายหนุ่มเห็นเธอโกรธจริงก็รีบเอาใจและชวนคุย ถามว่าไม่ได้ข่าวไอดอลได้รับอุบัติเหตุในกองถ่ายหรือ เห็นแต่เฟยหลันที่โรงพยาบาล ร้องครวญครางปวดท้อง เป็นอะไรมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ โฮปไม่มีอารมณ์คุย วางเงินบนโต๊ะแล้วบอกว่าตนเลี้ยงเอง เขารีบถามจะไปไหน

“เพิร์ธ...” วรัชช์ร้องเฮ้ย โฮปขยายความ “คืนนี้... เทกแคร์นะ” แล้วเดินดุ่มๆไป

วรัชช์มองตาม อยากจะเรียกแต่เปลี่ยนใจนั่งซดก๋วยเตี๋ยวต่อ มีสาวโทร.เข้ามา เขาคุยยิ้มกริ่มตามสไตล์คนเจ้าชู้ แถมบอกว่ายังไม่ได้ทานอะไรเลย ทั้งที่ชามก๋วยเตี๋ยวอยู่ตรงหน้า

ooooooo

คืนนั้นแพงนั่งเสิร์ชหาเรื่องการตรวจดีเอ็นเอในไอแพด ด้านโฮปมองเฟยหลันเก็บของลงกระเป๋า บรรจงม้วนโปสเตอร์รูปวรัชช์อย่างดี โฮปเปรยออกมาว่า เธอคงต้องทิ้งตนไว้ที่นี่ เพื่อนสาวชะงักท้วงว่าแพงไม่ยอมตรวจดีเอ็นเอแล้วจะอยู่ต่อไปทำไม โฮปหวังว่าแพงจะเปลี่ยนใจ

“ถ้าเขาไม่เปลี่ยนใจสักที แกก็ต้องรออยู่อย่างนี้ตลอดไปน่ะเหรอ...แล้วถ้าแกไม่กลับไปตอนนี้ ฉันจะตอบมัมแกว่ายังไง”

“เดี๋ยวไอจัดการเรื่องนี้เอง ไม่ให้ยูต้องเดือดร้อนหรอก”

เฟยหลันดึงชายเสื้อโฮปขึ้น เห็นรอยสักนกนางนวลตรงเอว “จำได้ไหมว่าหลังจากแกไปสักไอ้นางนวลนี่มา กี่วันมัมถึงจับได้” โฮปเสียงอ่อยว่าวันเดียว “งั้นพนันได้เลยว่าไม่เกินอาทิตย์ มัมก็ต้องรู้ความจริง แล้วถ้าเขารู้ จะเสียใจแค่ไหนที่แกมาไล่ตามหาพี่น้องทั้งที่ยังมีเขาอยู่”

โฮปคิดว่ามัมไม่แคร์ เฟยหลันโวยว่ามัมรักเธอมาก โฮปจึงขอร้องให้ช่วยปิด เพื่อนสาวย้อนถามนี่หรือจะไม่ให้เดือดร้อน แล้วแนะนำให้กลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน บ้านเธออยู่เพิร์ธ ว่าแล้วก็หยิบเสื้อผ้าของโฮปโยนออกจากตู้ โฮปพับอย่างซังกะตาย เก็บขนมที่ซื้อฝากซาร่าลงเป้

เวลาผ่านไปสามทุ่ม รื่นจิตหอบแฟ้มงานกลับมา เห็นแพงนอนหลับคาทีวีอยู่ที่โซฟา พอเห็นมีผ้าก๊อซพันที่หัวและปิดที่คอก็ตกใจถลาเข้ามาดูใกล้ๆ แพงปรือตาขึ้นมาเห็นแม่ก็โผกอด รื่นจิตตัวเกร็งค่อยๆโอบกอดตอบ

“ขอโทษที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ลูกนะแพง วันนี้วุ่นทั้งวันเลย แม่มีนัดรีวิวสัญญากับลูกค้ารายใหญ่จากสิงคโปร์น่ะ นี่ไปโดนอะไรมาเจ็บมากไหมลูก”

แพงส่ายหัวบอกอุบัติเหตุที่กองถ่าย รื่นจิตให้ขึ้นไปนอนพัก พรุ่งนี้จะทำข้าวต้มของโปรดไว้ให้ แพงอยากจะถามเรื่องแฝด แต่พอมองหน้าแม่ก็ไม่กล้า

กลางดึกวรัชช์กลับจากเที่ยวกับสาว เห็นโฮปกับเฟยหลันเช็กเอาต์แล้วลากกระเป๋ามาที่รถแท็กซี่ วรัชช์เข้ามาช่วยยกทำทีบอกให้กลับมาเที่ยวใหม่ เฟยหลันอ้าแขนอยากกอด เขาจึงสวมกอดเธอ เฟยหลันเป็นปลื้มมาก ขออนุญาตเขียนจดหมายมาคุย เขายินดีแต่อย่างอนถ้าไม่มีเวลาตอบ โฮปหมั่นไส้เพื่อนสาวจะอาลัยอาวรณ์อะไรนักหนา วรัชช์แอบใจหายที่เห็นโฮปจะไป

ด้านแพงนั่งมองไอแพดที่เปิดค้างอยู่เว็บตรวจดีเอ็นเอ www.my23.com แพงหยิบมือถือกดโทร.หาโฮปแต่ติดต่อไม่ได้ก็หน้าเสีย มองนาฬิกาเห็นว่าสี่ทุ่ม ตัดสินใจคว้ากระเป๋าใส่ไอแพดออกไปหาโฮปที่โรงแรม... ด้อมๆมองๆสักพักไม่เห็นโฮปออกมาก็ชักงุ่นง่าน รปภ.เข้ามาทักเห็นนั่งแท็กซี่ออกไปตั้งนานแล้ว กลับมาลืมอะไรไว้หรือ แพงไม่พูดพล่ามขึ้นแท็กซี่ออกไปทันที

โฮปกับเฟยหลันยืนต่อแถวเช็กอิน สีหน้าโฮปไม่เป็นสุข เฟยหลันต้องคอยดันให้ขยับ พอถึงหน้าเคาน์เตอร์ โฮปลังเลที่จะยื่นพาสปอร์ต ทำหน้าเหมือนถอดใจแล้ว

แพงมาถึงสนามบินรีบวิ่งเข้าไปอ่านแผนตารางบิน เธอสวมหมวกพรางหน้าไม่ให้ผู้คนเห็น วิ่งวุ่นมองหาโฮปจนเหนื่อยหน้าเศร้ากลับบ้าน...ถึงบ้านก็นอนไม่หลับ เดินกระวนกระวายอยู่ในห้องนอน สุดท้ายพิมพ์ข้อความส่งไปหาโฮป

“โชคดีนะ...ถึงโน่นแล้วโทร.กลับหน่อยนะ”

ไม่ทันไรโฮปโทร.กลับมาว่าถึงแล้ว แพงแปลกใจทำไมถึงเร็ว โฮปว่าช้าจะตาย หลงทางอยู่ตั้งนานรถก็ติด หิวก็หิว เหนื่อยจนจะเป็นลม แพงยิ่งงง...

“นี่...ไอเพิ่งเห็น พระจันทร์แถวบ้านแพงสวยกว่าแถวบ้านไออีกนะ ถนนที่นี่ก็วุ่นวายจริง ที่เพิร์ธไม่มีหรอก เดี๋ยวเลี้ยวเดี๋ยววนแบบนี้ นี่ไอหลงทางไปสองชั่วโมงกว่าจะหาบ้านยูเจอ”

แพงชะโงกมองไปหน้าบ้าน เห็นโฮปลากกระเป๋าเดินดูดสเลอปี้มองจันทร์ก็น้ำตาร่วงพรูรีบวิ่งออกไปด้วยความดีใจสุดๆ

ooooooo

แพงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวออกไปพักโรงแรมของวรัชช์กับโฮป แต่เอารถไปไม่ได้เกรงแม่จะตื่น แพงสะพายเป้ใบเขื่อง สวมแว่นดำพรางหน้า โฮปพึมพำ กลางคืนยังต้องใส่แว่นกันแดดอีก แท็กซี่จอดหน้าโรงแรม แพงเริ่มหวั่นใจกลัวเจอวรัชช์ โฮปให้ย้ายโรงแรมแต่แพงคิดว่าที่นี่น่าจะปลอดภัย อย่างไรเสียวรัชช์ก็เป็นเพื่อนร่วมวงการ และที่นี่มีแต่แขกต่างชาติไม่รู้จักตน...

แพงให้โฮปเข้าไปเช็กอิน ตัวเธอจะไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ระหว่างนั้นแพงส่งข้อความหารื่นจิตว่าที่กองมีถ่ายซ่อม รื่นจิตได้รับข้อความรีบลุกมาดู เห็นรถแพงจอดอยู่ก็เอะใจ มองไปยังข้างบ้าน ไม่เห็นรถกันลองเช่นกัน เริ่มไม่สบายใจ

ในคืนนั้นแพงเปิดเว็บที่ค้นไว้เพื่อสั่งซื้อเครื่องตรวจดีเอ็นเอ ด้วยสถานะของเธอไม่อาจเดินเข้าไปตรวจในโรงพยาบาลได้ ประมาณอาทิตย์หนึ่งของถึงจะมาส่ง โฮปเปิดน้ำอัดลมส่งให้แพงแต่เธอไม่ชอบดื่ม โฮปบอกตนจะดื่มเวลามีเรื่องดีๆ เช่นสอบผ่าน หรือคิดเมนูใหม่ๆได้

“ยังไม่ทันได้ทดสอบเลยจะฉลองอะไร”

“การที่แพงยอมมากับไอวันนี้ ไอถือว่าแพงยอมรับในตัวไอแล้ว ผลดีเอ็นเอสำหรับไอมันก็แค่กระดาษแผ่นนึงเท่านั้นแหละ”

“จากนี้ไปแพงจะขอเรียกโฮปว่า...เพื่อนนะ”

โฮปว่าเราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว แพงส่ายหน้าเล่าว่า ตอนเด็กๆโรยบุญพี่เลี้ยงของกันลองชอบเล่าเรื่องวรรณคดีไทยให้ฟังเรื่องลิลิตพระลอ แล้วบอกว่าในเรื่องมีพระเพื่อนกับพระแพงเป็นพี่น้องกันและมีสามีคนเดียวกันคือพระลอ โฮปร้องเฮ้ย...ไม่อยากมีผู้ชายคนเดียวกับแพง แพงขำบอกตนก็ไม่อยากตายหมู่เหมือนในเรื่องเหมือนกัน

แพงกับโฮปหรืออีกชื่อว่าเพื่อน คุยกันสนุกสนาน แพงเริ่มรู้สึกมึนหัวเหมือนจะเป็นไข้เพราะเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ เพื่อนบอกมียาดี กินเม็ดเดียวหลับสบายตื่นขึ้นมาหายเป็นปลิดทิ้งวางอยู่บนโต๊ะเม็ดสีขาว ควรจะกินสองเม็ด...เพื่อนนอนเล่นเกมบนเตียง แพงจึงเดินมาหยิบยาเองเห็นมีขวดยากับแผงยา จะหันไปถามเพื่อนก็กลัวเสียฟอร์มว่าอ่านชื่อยาไม่ออก จึงบิยาจากแผงกินไปสองเม็ดแล้วเดินกลับมาล้มตัวนอนบนเตียง

เพื่อนเห็นแพงหลับไปอย่างเร็วกำลังจะปลุก มัมโทร.เข้ามา เพื่อนไม่กล้ารับสาย ตัดสินใจตัดสายแล้วพิมพ์ข้อความส่งกลับไปว่า...รอสัมภาษณ์อยู่รับสายไม่ได้ คงต้องอยู่ที่นี่อีกสักพัก รอสอบทำขนมด้วย แล้วจะติดต่อกลับไป...เพื่อนส่งข้อความไปแล้วก็รู้สึกผิดที่โกหก

ooooooo

รุ่งเช้า มือถือแพงสั่นไม่หยุด เพื่อนงัวเงียขึ้นมารับแทนด้วยความรำคาญ เสียงเจ๊ทวิตตี้โวยถามจะถึงหรือยังใกล้เวลานัดแล้ว เพื่อนอึกอักมองแพงที่หลับปุ๋ย พยายามเขย่าจนชักสงสัย

“เอ่อ...คงอีกไม่นานค่ะ”

“เร็วเข้า ปกติไม่เห็นต้องตาม รู้งี้ให้รถตู้น้าเชาว์ไปรับก็ดี ไม่น่าปล่อยให้มาเอง เหลวไหลใหญ่แล้วนะ” ทวิตตี้บ่นแล้ววางสายไป ไม่ทันไรโทร.กลับมาใหม่ ถามว่าตอนนี้ถึงไหน

เพื่อนเอะใจถือสายเดินมาดูที่โต๊ะว่าแพงกินยาตัวไหน พลันต้องตกใจที่แพงกินยานอนหลับ จึงอุทานเข้าไปในสายว่า...ชิต ซึ่งแปลว่าซวยแล้ว เจ๊ทวิตตี้ได้ยินเข้าใจว่าอยู่หมอชิตก็โวยอีกไปทำไมแถวนั้น สตูดิโออยู่เหม่งจ๋าย เพื่อนอึกอักอ้างว่าหลงทาง แล้วขอเลื่อนถ่ายออกไปก่อน วันนี้ไม่ค่อยสบาย มึนหัว เจ๊โวยลั่น

“ไม่! มึนยังไงเธอก็ต้องมา อย่าคิดมาแคนเซิลเด็ดขาด เลื่อนคิวเขามาสามครั้งแล้ว โดนเอเจนซี่ขู่มาสองรอบแล้วด้วย เจ๊ไม่ยอมเสียค่าปรับสามล้านฟรีๆหรอกนะ”

เพื่อนตกใจ เจ๊ทวิตตี้ย้ำว่าเราเซ็นสัญญาไว้แล้ว แคมเปญโฆษณาเขาเลื่อนเขาจะปรับเรา ต้องมาเดี๋ยวนี้ เพื่อนลนลานจะทำอย่างไรดี ตัดสินใจเขียนโน้ตแปะไว้ที่หน้าผากแพง เพราะไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้แพงเสียงานเสียเงิน เพื่อนรีบแต่งตัวให้เหมือนแพง คว้ากระเป๋าใบเขื่องของแพงวิ่งออกจากโรงแรม เรียกแท็กซี่แล้วโทร.ให้เจ๊ทวิตตี้คุยกับโชเฟอร์บอกทางไปสตูดิโอ

ระหว่างที่โชเฟอร์คุย เพื่อนเห็นในกระจกว่าสีผมตัวเองคนละสีกับแพงก็ตกใจ รีบค้นกระเป๋ากระจัดกระจาย เจอสเปรย์เปลี่ยนสีผม รีบเอามาพ่นใส่ผม โชว์เฟอร์ได้กลิ่นและเห็นควันฟุ้งก็หันมาโวยวายลั่นจนเกือบชนกับมอเตอร์ไซค์ เพื่อนรีบขอโทษและขอร้องให้ขับต่อไปเจ๊ทวิตตี้โทร.กลับมาบ่นว่าวางสายได้อย่างไรยังอธิบายไม่เสร็จ เพื่อนให้โชว์เฟอร์ฟังต่อแล้วพึมพำกับตัวเอง ยังไม่ทันเริ่มงานก็วุ่นวายขนาดนี้ เพื่อนแทบอยากจะร้องไห้

แท็กซี่มาส่งเพื่อนถึงที่ เจ๊ทวิตตี้รีบไปรับและส่งเงินให้คนขับห้าร้อยไม่ต้องทอน

“ดีนะที่แม่เผื่อเวลาเอาไว้ครึ่งชั่วโมง เลยสายไปแค่ไม่เท่าไหร่ ตายๆเป็นแบบนี้บ่อยๆไม่ได้แก่ตายแน่ อุ๊ตะ!ทำไมโทรมแบบนี้ นี่หล่อนผ่านสงครามเวียดกงมาเหรอยะ”

เพื่อนขอโทษเสียงอ่อย เจ๊ทวิตตี้ซับหน้าจับผมแล้วร้องขึ้นอีกว่า “อุบัติเหตุคราวก่อนโดนหัวไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมอกหนูฟีบลงล่ะลูก” เจ๊ส่งม้วนทิชชูใส่มือ “เอาให้เต็มไม้เต็มมือหน่อยล่ะ โอ๊ยอะไร เดี๋ยวต้องขุนกันหน่อยแล้ว”

เพื่อนรับปากจะไม่ทำให้ผิดหวัง เจ๊ทวิตตี้ยิ้มกริ่มอย่างภูมิใจ...ด้านแพงตื่นขึ้นมามองนาฬิกาแล้วต้องตกใจ ลุกพรวดมาที่โต๊ะเครื่องแป้ง เห็นโพสต์อิทแปะที่หน้าผากก็ดึงมาอ่าน ข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า แพงกินยาผิดไปกินยานอนหลับ ตอนนี้เพื่อนไปถ่ายงานแทนให้ แล้วลงท้ายเป็นตัวย่อว่า BBS TC XOXO ก็งงไม่เข้าใจความหมาย แต่ก็รีบอาบน้ำแต่งตัวตามไป ระหว่างทางแพงใช้มือถือเพื่อนที่ทิ้งไว้ให้โทร.หากันลอง เขากำลังประชุมงานอยู่ แปลกใจที่เบอร์ไม่คุ้น แพงแก้ตัวว่ามือถือติดไปกับเพื่อนคนหนึ่ง แล้วถาม

“พะลองคะ คือถ้ามีคนเขียนข้อความให้เราว่า BBS นี่หมายถึงอะไรคะ”

“น่าจะ Be Back Soon เดี๋ยวจะกลับมาหานะ”

“แล้ว TC ล่ะคะ”

“Take Care อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะ เอ่อ แพงคะพี่ติดประชุมอยู่”

“ขอโทษค่ะ สุดท้ายแล้ว XOXO คืออะไรคะ”

กันลองหน้าตึงทันทีถามใครส่งให้ แพงรีบออกตัวว่าเพื่อนคนหนึ่ง กันลองไม่พอใจเพราะมันหมายถึง hugs & kisses ซึ่งแปลว่ากอดๆจุ๊บๆ...

ด้านเพื่อนสวมชุดสปอร์ตเกิร์ล รองเท้ากีฬาเดินมาหาเจ๊ทวิตตี้ เจ๊รีบออกตัวกับผู้กำกับว่า ถึงจะสายไปนิดแต่เทกเดียวผ่านเพราะน้องโปรมาก เพื่อนทำหน้าเจื่อนๆ หวั่นใจ ผู้กำกับอธิบายการแสดงให้เธอทำท่าสาดน้ำมาที่กล้อง แล้วโยนกระป๋องทิ้ง ทำท่ากระโดดให้น่ารักใสๆ

แต่พอผู้กำกับบอกแอ็กชั่น เพื่อนเคอะเขินทำได้ไม่ดี โดนสั่งคัตและเทกใหม่ เจ๊ทวิตตี้พร่ำแนะนำควรทำอย่างไร เพื่อนกระฉับกระเฉงทำออกมาดีขึ้น มีพลังมากเกินปากระป๋องอย่างแรงไปโดนหน้าเจ๊ทวิตตี้เต็มเปา ทุกคนตกใจ เพื่อนหน้าเสีย เจ๊ลูบหน้าป้อยๆแต่ไม่ยอมเสียฟอร์ม

“พอๆเลิกขอโทษฉันซะที ไม่รู้เหรอฉันเป็นใคร ทวิตตี้...ชื่อนี้สวยและอดทน รถสิบล้อชนยังไม่ตาย แต่แรงดีนะยะ เมื่อก่อนย่องแย่ง ใครจะไปคิด สนใจละครแอ็กชั่นไหม...แม่ว่าแม่มองไม่พลาดหรอก” เพื่อนอึกอักบอกแล้วแต่เจ๊ ทวิตตี้ไล่ให้ไปเข้าฉากต่อ

ระหว่างนั้น แพงในชุดกางเกงยีนส์สไตล์เพื่อน ใส่หมวกสะพายเป้ย่องเข้ามาปะปนกับทีมงาน มองเพื่อนแสดงเป็นตน...ถึงฉากต้องพูด เพื่อนจำบทไม่ได้พูดผิดๆถูกๆ แพงจึงแอบไปสับคัตเอาต์ให้ไฟดับ แล้วรีบมาเปลี่ยนตัวกับเพื่อน

เพื่อนขอโทษและพยายามอธิบายว่าไม่ได้อยากเป็นแพง แค่ไม่อยากให้แพงต้องเสียงาน แพงเข้าใจบอกให้เพื่อนกลับไปรอที่โรงแรม...เพื่อนหลบออกมานอกสตูดิโอ ได้ยินเสียงรถบีบแตรก็หลบ ปรากฏว่าเป็นกันลองมารอรับ เพื่อนจำต้องสวมรอยเป็นแพงอีกครั้ง

กันลองชวนไปทานข้าวร้านโปรดของแพง แล้วซักถามว่าใครส่งข้อความหาที่ว่า XOXO เพื่อนนึกออกว่าเป็นตัวเอง แต่ต้องปิดบังไม่ให้เขารู้ บอกแค่ว่าเป็นเพื่อนที่เขาไม่รู้จัก

มาถึงร้านอาหารญี่ปุ่น เพื่อนโบ้ยให้กันลองเป็นคนสั่งอาหารเพราะไม่รู้ว่าแพงชอบทานอะไร กลัวพลาด กันลองสั่งอย่างรู้ใจทั้งที่ไม่ได้มาทานร้านนี้ด้วยกันนานถึงสามปี สั่งชาเขียวเย็นเพิ่มน้ำเชื่อมให้เธอ และชาร้อนของเขาเอง แต่พอพนักงานเสิร์ฟ เพื่อนกลับคว้าชาร้อนมาดื่มแล้วดันชาเย็นให้กันลอง เขามองอย่างงงๆชี้ที่น้ำเชื่อมว่าสั่งมาให้เธอ เพื่อนเทน้ำเชื่อมลงถ้วยชาร้อนแล้วยกดื่ม เขาเปรยว่าปกติเห็นแพงชอบแบบเย็น เพื่อนหน้าเสียแก้ตัวว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศ

กันลองชวนคุยเรื่องงาน แต่ดูเหมือนเธอจะคอยมองนาฬิกา เขาแอบนอยด์ว่ามีนัดกับใคร

ในขณะที่แพงถ่ายโฆษณาผ่านฉลุย เจ๊ทวิตตี้ขอแยกไปหาหมอ และบอกว่ากันลองจะมารับ น่าจะมารอตั้งแต่บ่ายแล้ว...แพงฉุกคิดว่าคงเจอเพื่อน จึงรีบโทร.หาเพื่อนแต่กลับติดต่อไม่ได้

ooooooo

เย็นวันนั้นแพงกลับมาที่โรงแรม ค่อยๆเดินอย่างระวังตัว ไม่วายวรัชช์เข้ามาแตะไหล่ เธอสะดุ้ง เขาดีใจคิดว่าเธอมาทานข้าวที่นี่ แพงต้องโกหกว่ามีนัดสัมภาษณ์นิตยสาร วรัชช์ดักคอ

“ผมยังไม่เห็นใครถือกล้องมาเลย นั่งด้วยกันก่อนสิ ไม่ใช่สองต่อสองหรอกน่า รับรองไม่เป็นข่าว” วรัชช์พาแพงมาโต๊ะที่นนท์นั่งอยู่และแนะนำ “นนท์เป็นหุ้นส่วนที่โรงแรมและเพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมของผม แก๊งเดียวกับเจี๊ยก เอ่อ...จีนั่นแหละ” นนท์ยิ้มทักทาย วรัชช์แอบเอาเท้าเขี่ยขานนท์ “เฮ้ยนนท์ เจี๊ยกบอกว่าอยากไปกินอาหารใต้ร้านประจำน่ะ เห็นว่ารออยู่ที่ร้านแล้ว ผมไม่ว่าง คุณไปเป็นเพื่อนเจี๊ยกหน่อยเหอะ”

นนท์มีท่าทีดีใจรีบออกไปกลัวจิตจีรังรอนาน วรัชช์หันมายิ้มกับแพงบอกเพื่อนตนตลกไปหน่อย แพงชมว่าจริงใจดี วรัชช์ยืดอกว่าตนก็จริงใจ แล้วยื่นเมนูให้เธอสั่งเครื่องดื่ม แพงขอแค่น้ำเปล่าอ้างว่าอีกสิบนาทีต้องไป วรัชช์หน้าเจื่อนที่เธอไม่ยอมเปิดโอกาส

วรัชช์พยายามโอ้อวดให้แพงรู้ว่าโรงแรมนี้เขาเป็นคนออกแบบและบริหารเองทั้งที่ไม่ค่อยมีเวลา เขาจบบริหารจากอังกฤษถึงจับงานนี้ เธอคงประหลาดใจว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าที่คิด แต่แพงไม่ได้สนใจแถมบอกว่าตนจะทำความรู้จักใคร จะดูที่นิสัยหรือพูดคุยกันรู้เรื่อง ชายหนุ่มโอดโอยว่าเขากำลังจีบเธอ แพงดักคออีกว่าเขาไม่ได้ชอบตนจริงแค่เหงาเท่านั้น วรัชช์อึ้งเหมือนโดนจี้ใจดำ พลันมือถือดังขัดจังหวะ แพงได้ยินเขารับสายแล้วพูดว่า กำลังไปครับป้า

“คุณไปเถอะค่ะ นี่ก็ได้เวลานัดฉันแล้ว” แพงหยิบซองมะขามในกระเป๋าส่งให้ “รับไปสิคะ มันช่วยแก้เหงาได้...มั้ง หรือถ้าเหงานัก ลองเขียนไดอารี่ดูไหมคะ บางทีการเขียนอาจช่วยให้คุณรู้จักตัวเองมากขึ้น เริ่มจากจดบันทึกว่าหักอกผู้หญิงมากี่คน ด้วยสาเหตุอะไร แบบนี้เข้าท่าดีไหมคะ เผื่อต่อไปจะได้เลือกจีบคนที่ถูกใจคุณจริงๆ แล้วก็หยุดเจ้าชู้เสียที ฉันเชื่อว่า คบคนเดียวมันช่วยให้คุณคลายเหงาได้มากกว่าที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้นะคะ”

วรัชช์ยกมือสาธุ อย่างน้อยวันนี้เธอก็ยิ้มให้ วันหลังจะทำให้เธอยิ้มมากกว่านี้ แพงสวนว่านี่คือคำพูดในบทตอน 12 ซีน 35 จำบทได้แม่นดี วรัชช์เหวอแน่ใจว่าตกหลุมรักเธอเข้าแล้วจริงๆ

ด้านเพื่อน ปากบอกว่าไม่หิวแต่พออาหารมาวางตรงหน้า ก็จ้วงกินอย่างเอร็ดอร่อย พอเห็นกันลองมองก็นิ่วหน้าทำนองเครียดจากงาน กันลองจึงชวนไปเที่ยวคลายเครียด

“ทำงานมากไปรึเปล่าคะ หาเวลาไปแบ็กแพ็ก เอ่อ...เที่ยวไกลๆบ้างน่าจะช่วยได้ จะว่าไปก็นานแล้วนะที่เราสองคนไม่ได้ไปเที่ยวไหนด้วยกันเลย”

สีหน้าอ่อนโยนของกันลองทำให้เพื่อนหวั่นไหว มองหน้าเขาไปกินถั่วแระญี่ปุ่นฟังเขาไป ชายหนุ่มสาธยายว่าเราจะออฟโรดไปแวะไหนก็ได้ตามใจแพง พอขึ้นเหนือก็พักบูติกโฮเทลเล็กๆ ทานแคบหมูน้ำพริกอ่อง ทางเหนือมีวัดสวยๆเยอะ ถ้าเจองานวัดก็จะนั่งชิงช้าสวรรค์เหมือนตอนเด็กๆ...เพื่อนฟังเพลิน พอเขาบอกว่าจะขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นม่อนแจ่มก็ยิ่งตื่นเต้น

“น่าสนุกจังค่ะ”

“สรุปว่าไปกับพะลองนะ”

เพื่อนรับคำทันทีโดยลืมสนิทว่าตัวเองเป็นเพื่อนไม่ใช่แพง...พอทานเสร็จ กันลองถามอยากไปไหนต่อ เพื่อนเป็นห่วงแพงจึงหาทางแยกจากเขา อ้างว่านัดกับเจ๊ทวิตตี้ กันลองขอไปส่ง เพื่อนจำต้องยอมโดยให้เขาส่งริมทาง เขาจะรอรับกลับ เธอรีบบอกว่าเจ๊ทวิตตี้จะไปส่งเอง แล้วรีบลงจากรถเดินดุ่มๆไป...กันลองเอะใจเสิร์ชเน็ตหาว่าบูติกโฮเทลของวรัชช์อยู่ตรงไหน แล้วต้องหน้าเสียเพราะมันคือทางที่
หญิงสาวเดินไป

ooooooo

เพื่อนกำลังไขกุญแจประตูห้อง แพงเข้ามาชูกล่องพัสดุว่าของมาถึงแล้ว เพื่อนตื่นเต้นดีใจ แพงต่อว่าหายไปไหนตั้งนาน ตนไม่มีกุญแจเข้าห้อง เพื่อนรีบบอกว่าบังเอิญเจอกันลองหน้าสตู แล้วโดนลากไปกินข้าว ตนจะส่งไลน์บอกแต่แบตหมดเสียก่อน ว่าแล้วก็ยื่นมือถือให้ดูยืนยัน

แพงพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพื่อนชวนแกะพัสดุ แพงนั่งกินมะขามอัดเม็ดของชอบ แล้วป้อนใส่ปากเพื่อน ทั้งสองหลับตาปี๋ใส่กันด้วยความเปรี้ยวของมะขาม

ภายในกล่องพัสดุ มีอุปกรณ์และคู่มือการใช้ แพงหยิบคู่มือส่งให้เพื่อน “อ่านหน่อยสิ ภาษาอังกฤษเพื่อนแข็งแรงกว่าแพง”

“เป็นอย่างเดียวละมั้งที่ไอดูจะเข้าท่ากว่าแพง อ้อ เข้าครัวอีกอย่าง” เพื่อนพูดแล้วหัวเราะก่อนจะกวาดตาอ่านคู่มือ หยิบกรวยส่งให้แพง “อย่างแรก ต้องถ่มน้ำลายลงไปในกรวย”

แพงทำท่าจะถ่มน้ำลาย เพื่อนร้องห้ามบอกว่าห้ามกินอะไรหรือสูบบุหรี่ก่อนครึ่งชั่วโมง เราเพิ่งกินมะขามเข้าไป แถมตนเพิ่งทานข้าวมาจนพุงกาง แพงเหน็บสงสัยกันลองหมดตัว เพื่อนยิ้มแหยๆบอกไม่ขนาดนั้นหรอก สองสาวล้มตัวนอนรอเวลา แพงเอ่ยขึ้น

“คราวหน้าเพื่อนห้ามไปสับตัวแทนแพงโดยไม่ปรึกษากันแบบนี้อีกนะ”

เพื่อนรับคำเป็นภาษาอังกฤษ แพงไม่ค่อยเข้าใจจึงเปลี่ยนเรื่อง อย่างไรเสียวันนี้ก็ต้องขอบคุณ เพื่อนยิ้มปลื้ม แล้วชื่นชมว่าเป็นแพงนี่ดี ทำอะไรผิดก็ไม่มีใครว่าสักคำ แพงส่ายหน้า

“เขาไม่ว่าไม่ได้แปลว่าไม่คิดอะไรสักหน่อย อยู่วงการนี้ผิดนิดนึง คนก็เอาไปพูดกันทั้งวงการ เราถึงต้องพยายามวางตัวให้ดีที่สุดไง”

เพื่อนฟังแล้วรู้สึกว่าอยู่ยากจริง...เวลาผ่านไปเกินครึ่งชั่วโมง สองสาวรีบปฏิบัติการณ์ ทำตามคำแนะนำในคู่มือ ให้นวดแก้มก่อนจะบ้วนน้ำลายลงในกรวยของแต่ละคน แล้วปิดฝาใส่ซองกรอกแบบฟอร์มส่งกลับไปยังสถาบัน โดยติ๊กช่องที่เขียนว่า Twin DNA Zygosity Test เพื่อนอาสาเอาไปส่งไปรษณีย์วันพรุ่งนี้ให้ แพงถามรู้หรือว่าอยู่ที่ไหน

“ก็ FedEx ในห้างใกล้ๆนี่ไง ไอเดินผ่านประจำ ขืนแพงอาภรณ์ไปส่งเอง มีหวังเป็นจุดสนใจแน่ จริงไหมล่ะ”

“ขอบคุณนะ เพื่อนเริ่มเข้าใจชีวิตเราแล้วใช่ไหมล่ะ...สี่ทุ่มกว่าแล้วเหรอเนี่ย แพงกลับก่อนนะเดี๋ยวแม่เป็นห่วง ไม่ได้บอกอะไรไว้ด้วย”

เพื่อนคว้ามือแพงไว้ ขอให้อยู่เป็นเพื่อนอีกสักคืน เหงา ไม่อยากนอนคนเดียว แพงเห็นหน้าเพื่อนก็ใจอ่อน หยิบมือถือมาส่งข้อความบอกแม่ว่า ออกกองต่างจังหวัดต้องนอนค้างกับทีมงานอีกคืน...เพื่อนเห็นแล้วดีใจ ในขณะที่รื่นจิตนอนหลับคางาน ไม่เห็นข้อความที่แพงส่งมา

คืนนั้นเพื่อนนั่งเล่นไอแพดและมองแพงล้างหน้าทาครีมเป็นระยะ ก่อนจะหันมาถามเรื่องครอบครัวของแพง แพงเล่าว่าพ่อเสียตอนอายุ 12 จึงอยู่กับแม่แค่สองคน

“เสียใจด้วยนะ ถ้าให้เราเดาเรื่อง พ่อแม่แพงคงมีลูกยากใช่ไหม เหมือนมัมกับแด๊ดเรา มีลูกช้าเลยไปขอเรามาเลี้ยง”

“เราก็...ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“แบบนี้แพงคงสนิทกับแม่มากเลยนะ”

“ไม่ค่อยสนิทนะ ที่จริงแม่แพงไม่สนิทกับใครนอกจากงาน งาน งาน แล้วก็งาน”

“แต่ยังไงแพงก็ยังเป็นลูกคนเดียว ไม่เหมือนไอที่มัมดันมีน้องที่เป็นลูกแท้ๆเกิดตามมาอีกคน ถึงมัมจะพยายามโชว์ว่ารักไอไม่น้อยไปกว่าน้อง แต่ไอก็ยังรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินอยู่ดี...แพงเคยไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไหม”

แพงชะงักหันมาตอบว่าเคย ล่าสุดไปทำบุญวันเกิดกับแฟนคลับ เด็กๆน่ารักดี แล้วย้อนถามมีอะไรหรือเปล่า ...เพื่อนรู้สึกหดหู่บอกไม่เคยคิดอยากกลับไปเหยียบที่นั่นอีกเลย ตนอยู่ที่นั่นจนถึง 5 ขวบ เฝ้ารอทุกวันว่าจะมีใครมารับ แล้วถามแพงเคยรู้สึกเหงาแทบตายบ้างไหม

แพงลุกขึ้นมานั่งข้างเพื่อนอย่างเห็นใจ “เราไม่รู้หรอกนะว่าเหงา เพราะไม่มีใครแบบเพื่อน กับเหงา... ทั้งที่มีใคร...แบบเรา...อย่างไหนมันแย่กว่ากัน เราว่า... ใครๆก็เคยทรมานเพราะความเหงากันทั้งนั้นแหละ”

เพื่อนกลั้นน้ำตา เน้นว่าอย่างน้อยตอนนี้เราก็ไม่เหงา จริงไหม แพงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

ooooooo

เช้าวันใหม่ แพงลุกขึ้นพับผ้าห่มจัดเตียงให้เรียบร้อย ต่างจากเพื่อนที่ลุกพรวดเข้าห้องน้ำ แต่งตัวลวกๆออกมา จะรีบไปส่งพัสดุ แพงเข้าขวางมองหน้าแล้วจับเพื่อนแต่งหน้าทำผมให้ดูดี ระหว่างทำก็ร่ายกลอนจากวรรณคดีลิลิตพระลอแบบที่โรยบุญชอบร่าย

เพื่อนไม่เข้าใจความหมายแต่รู้สึกว่าไพเราะน่าฟัง แพงเล่าว่า โรยบุญพี่เลี้ยงของกันลองชอบวรรณคดีไทยพอๆกับพ่อแก้วขวัญ ทั้งสองท่องให้ตนฟังบ่อยๆจนจำขึ้นใจ พูดแล้วให้คิดถึงพ่อ เพื่อนเองก็คิดถึงมัมกับแด๊ด แต่ย้ำหนักแน่นว่า

“ตอนนี้สำหรับไอ เรื่องแพงสำคัญที่สุด นี่...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราคือกันและกันนะ” แววตาเพื่อนดูมุ่งมั่น ในขณะที่สายตาแพงเจือไปด้วยความกังวลเล็กๆ

ทางกันลองพยายามเคลียร์เวลาเพื่อทริปเที่ยวกับแพง เขายื่นจดหมายลาหยุดหนึ่งอาทิตย์กับชลลดา เธออ่านจดหมายแล้วบอกยิ้มๆว่าอนุมัติ ถือเป็นการปล่อยให้ไปหาแรงบันดาลใจ แต่แอบพึมพำเบาๆว่า เขาจะตามเล่ห์พวกดาราทันไหม ยิ่งทื่อๆเหมือนพ่ออยู่ด้วย

แพงกลับบ้านเห็นแม่นั่งทำงานอยู่ก็แปลกใจ

รื่นจิตบอกว่าที่ทำงานไม่มีประชุมจึงหอบงานมาทำที่บ้านเพราะเห็นลูกไม่ค่อยสบาย แพงปลื้มปริ่มอยากจะกอดแม่แต่เคอะเขินทำไม่ถูก

“ไม่สบายอยู่ก็อยู่ให้มันติดบ้านหน่อย ไม่ใช่ออกไปตะลอนนั่นตะลอนนี่” รื่นจิตติง

แพงแก้ตัวว่ากองนัดตนก็ต้องไป แล้วตัดสินใจเลียบเคียงถามแม่ว่า เคยไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไหม รื่นจิตชะงักเล็กน้อย หันมาตอบและตำหนิเสียเลย

“เคยแต่ไปทำบุญ มีอะไร...เรื่องงานเรา แม่เข้าใจว่ามันไม่เป็นเวลา แต่ถ้าจำเป็นจริงๆก็น่าจะขับรถตัวเองไป ...ข้างบ้านน่ะ ห่างกันบ้างก็ได้ ไม่ใช่เด็กๆแล้ว เป็นผู้หญิงแถมยังมีคนรู้จักเยอะ ไปไหนมาไหนกับผู้ชายดึกๆ มีแต่จะเสีย คิดเรื่องพวกนี้ซะบ้าง”

“แม่พูดเรื่องอะไรคะ แพงไม่เคยทำอะไรเสียหาย แพงมั่นใจ” แพงเคืองระคนน้อยใจ

รื่นจิตคิดว่าแพงโกหกจึงมองด้วยสายตาผิดหวัง แพงน้อยใจลุกเดินหนีไปห้องหนังสือ เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานหาทะเบียนบ้านและสูติบัตร เห็นชื่อตนมีพ่อแก้วขวัญกับแม่รื่นจิตเป็นบิดามารดา รู้สึกโล่งอกแต่ฉงนใจ

ถ้าเพื่อนเป็นแฝดจริง ทำไมพ่อกับแม่ถึงเก็บตนไว้คนเดียว

ตกค่ำ โรยบุญช่วยกันลองเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ถามเขาจะพาแพงไปเที่ยวไหน เขาบอกว่าจะขึ้นเหนือ อากาศน่าจะดี

“แล้วจะพาพะแพงไปเที่ยวไหนบ้างล่ะเจ้าคะ”

“ก็คงพาไปขึ้นดอย สูดอากาศดีๆแล้วก็ไหว้พระที่วัด”

“งานวัดหรือเจ้าคะ” โรยบุญตาโต

กันลองส่ายหน้า “เดี๋ยวนี้งานวัดหายาก แต่ถ้ามีก็ดีสิจ๊ะ เหมือนตอนเด็กๆ แพงชอบลากพะลองไปขึ้นชิงช้าสวรรค์”

โรยบุญปิดปากหัวเราะคิก กันลองไม่ได้เอะใจว่าป้าฟังผิดเพี้ยนอีกจนได้...

ooooooo

เย็นวันต่อมา รื่นจิตเดินอยู่ริมรั้วบ้าน เห็น โรยบุญยืนยิ้มแฉ่งข้างรั้ว ชูพวงมะม่วงฝากให้แพงเพราะเป็นของโปรดเธอ รื่นจิตไม่เต็มใจรับ บอกไม่เป็นไร โรยบุญโบกไม้โบกมือ

“อูย...รับไปเถอะเจ้าค่ะ เห็นหน้ากันมาเป็นสิบๆปีแล้ว ไม่ต้องเกรงใจนะเจ้าคะ” โรยบุญยัดใส่มือ รื่นจิตอ้าปากทำท่าจะส่งคืน “บอกแล้วไงว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกล เดี๋ยวคุณพะลองก็พาหนูพะแพงไปขึ้นสวรรค์กันแล้ว”

รื่นจิตตกใจ “ขึ้นสวรรค์อะไรกันคะ”

โรยบุญรู้ว่าตัวเองพลั้งปากจะเดินหนี แต่รื่นจิตคว้าไหล่ไว้ ให้บอกว่าขึ้นสวรรค์ที่ไหน โรยบุญบ้าจี้ร้องลั่น ช่วยด้วยเจ้าค่าเอ๊ย ช่วยด้วย พยายามจะสลัดตัวออก จึงร้องดังขึ้นว่า ไฟไหม้ รื่นจิตตกใจสั่งให้โรยบุญหยุดร้อง ...หม่อนกับไหมวิ่งออกมาช่วย โรยบุญร้องโดยไม่ดูตาม้าตาเรือก่อน ทันใดมีน้ำสาดโครมมาที่หน้ารื่นจิต คนสวนถือถังถามว่าต้นเพลิงอยู่ไหน...แพงออกมาเห็นสภาพแม่ก็ตกใจ โรยบุญ หม่อน ไหมและคนสวนทำหน้าปูเลี่ยนๆ รื่นจิตดึงมือแพงเข้าบ้าน

แพงถูกรื่นจิตคาดคั้นให้บอกตามตรง ว่าสองคืนที่ผ่านมาไปค้างที่ไหน แพงย้ำว่าไปกองถ่าย แต่แม่ไม่เชื่อหาว่าไปอยู่กับกันลอง แล้วต่อว่าทำไมกลายเป็นคนโกหกไม่รักศักดิ์ศรี แพงแย้งว่าไม่จริง แต่รื่นจิตเสียงเขียวใส่ถ้าไม่จริงแล้วคนใช้จะเอามาพูดได้อย่างไร

แพงฉุนสวนกลับ “แล้วแม่ล่ะโกหกอะไรแพงอยู่รึเปล่า ในชีวิตนี้แม่ไม่เคยโกหกแพงเลยสักครั้งหรือคะ”

“ฉันไปโกหกอะไรเธอ?”

“ถ้าแม่ยังตอบคำถามไม่ได้ แพงก็จะไม่ตอบแม่เหมือนกันค่ะ” แพงเดินหนี

รื่นจิตเดินตามเอ็ดให้เลิกทำตัวเสียๆหายๆกับผู้ชายบ้านโน้น แพงหยุดเดินหันกลับมา รื่นจิตแทบชน แพงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ถึงเราสองคนจะไม่ค่อยสนิทกันเหมือนแม่ลูกคู่อื่น แต่ตั้งแต่เมื่อไหร่คะที่แม่ไม่เชื่อใจแพง ไม่เชื่อในตัวลูกของแม่คนนี้!” แพงโกรธเดินออกไปจากบ้าน

รื่นจิตอ้าปากค้างพูดไม่ออก ได้แต่มองตามอย่างกลัดกลุ้ม...ในขณะที่เพื่อนกำลังเอาชุดบิกินีออกมาทาบตัว ยิ้มกรุ้มกริ่มที่จะได้เที่ยวกับกันลอง ทันใดเสียงเคาะประตูดังขึ้น เพื่อนรีบเก็บชุดใส่กระเป๋าดันกลับเข้าไปในตู้เสื้อผ้า แล้วมาเปิดประตู ต้องตกใจที่เห็นแพงยืนร้องไห้

“แพงเป็นอะไร! อย่าบอกนะว่าทะเลาะกับ...พะลอง ไอผิดเองแหละ ขอโทษนะ ไอไม่รู้จะปฏิเสธพะลองยังไง”

แพงทำหน้างง “เพื่อนพูดอะไร ปฏิเสธอะไรพะลอง”

เพื่อนยิ้มแหยๆที่แพงยังไม่รู้เรื่อง รีบทำอาหารให้แพงกินเพื่ออารมณ์จะได้ดีขึ้น แล้วค่อยๆเล่าเรื่องทริปของกันลองให้ฟัง...แพงฟังแล้วฟันธง

“ป้าโรยคงหูเพี้ยนฟังพะลองผิดตามเคย แม่ถึงได้มาคาดคั้นเอากับแพง...มันน่านักนะ”

“ตอนนั้นไอแค่ตื่นเต้น อยากเที่ยวมากไปหน่อยเลยเผลอตอบรับไป ลืมนึกไปเลยว่าไอเป็นแพงอยู่” เพื่อนทำหน้าจ๋อย

แพงถามสรุปเพื่อนอยากไปกับกันลองหรือ เพื่อนปฏิเสธเสียงหลง บอกตอนนั้นเล่นเป็นแพงเนียนไปหน่อย แพงบอกว่าตนไม่เคยไปเที่ยวค้างคืนกับกันลองสองคนเลยสักครั้ง เพื่อนล้อ “อย่าบอกนะว่า...งั้นแพงยิ่งต้องไปเที่ยวกับพะลองใหญ่เลย แล้วก็ DO-YOUR-JOB ซะ”

“จะบ้าเหรอ แพงจะทำยังงั้นได้ไง ยังไงแม่ต้องไม่ยอมให้ไปกับพะลองแน่ๆ เพิ่งเกิดเรื่องเข้าใจผิดกันด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้แพงจะโทร.ไปยกเลิกทริปกับพะลองเอง” แพงทั้งเขินทั้งหวั่นใจ เพื่อนรีบห้ามอย่าทิ้งโอกาส แพงไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะแม่กำลังจับผิดอยู่ เพื่อนเสนอว่าช่วงนี้ตนต้องอยู่รอผลดีเอ็นเอ ตนจะเข้าไปอยู่ในบ้านเป็นแพงแทน

“ไม่ได้หรอก มันเสี่ยงเกินไป”

“วันก่อน คนทั้งกองถ่ายโฆษณายังไม่มีใครแยกไอกับแพงออก ขนาดเจ๊ทวิตตี้ที่เจอแพงแทบทุกวันยังแยกไม่ออกเลย”

แพงห่วงเรื่องงาน เพื่อนถือวิสาสะค้นกระเป๋าแพงหยิบมือถือมากดส่งข้อความ แล้วบอกว่าเคลียร์ให้แล้ว แพงรับมือถือมาดูแล้วต้องตกใจ เพราะข้อความที่เพื่อนส่งไปให้เจ๊ทวิตตี้คือ...แพงเป็นหลอดลมอักเสบ ไม่มีเสียงเลย อาทิตย์หน้าเจ๊อย่ารับงานเพิ่มนะคะ...

แพงบ่นแต่อมยิ้มว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง เพื่อนรับรองจะเล่นเป็นแพงให้ได้ออสการ์ แพงสำรวจร่างกายของเพื่อนแล้วสะดุดที่สีผม ย้ำถ้าแน่ใจว่าจะเป็นตน ต้องเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ เพื่อนต้องปรับลุคให้เหมือน เพื่อนยิ้มรับเพื่อความสุขของแพง แพงเขินที่เพื่อนคิดให้ตนไปมีอะไรกับกันลอง

ooooooo

ค่ำนั้นขณะที่แพงกำลังไขประตูเข้าบ้าน กันลองโผล่มา เธอตกใจแทบกรี๊ด เขามาทวงสัญญาเรื่องทริปของเรา แพงหลบตาบอกเคลียร์คิวเรียบร้อยแล้วได้ 6 วัน ชายหนุ่มดีใจมากจะรีบคอนเฟิร์มตั๋วเครื่องบิน แล้วปากหวานชมว่าคืนนี้เธอสวย...เพราะไม่ลืมที่รับปากกันไว้

ระหว่างนั้น รื่นจิตมองลงมาจากระเบียงชั้นบนอย่างไม่พอใจ...แพงเข้าบ้านขึ้นมาหาแม่บนห้อง เห็นแม่นอนหันหลังให้ จึงคิดว่าแม่หลับ เข้าไปนั่งข้างๆพูดด้วยน้ำเสียงเบา

“แพงขอโทษนะคะแม่ แต่แม่ก็น่าจะรู้ว่าแพงไม่เคยทำให้แม่ผิดหวัง ถึงเราจะไม่ได้สนิทกันเหมือนแม่ลูกคู่อื่น แต่แพงก็แค่...อยากให้แม่ไว้ใจแพงบ้าง” แพงเอื้อมมือปิดไฟหัวเตียงก่อนจะกลับออกไป รื่นจิตนอนน้ำตาซึมกับคำพูดของลูก

รุ่งเช้าเพื่อนมาร้านซาลอนของน้อยหน่าซึ่งเป็นเพื่อนสนิทแพง ทำทีว่าตัวเองเป็นแพง น้อยหน่าคิดว่า ที่แพงหายไปเป็นอาทิตย์เพราะไปถ่ายโฆษณาเป็นสาวร็อก เพื่อนรับสมอ้าง

“อืม ทำนองนั้นแหละ ยังไงวันนี้ช่วยปรับลุคไอ...เอ่อ...เราให้เป็นแบบเดิมหน่อยนะ เอาแบบที่เธอเจอฉันครั้งล่าสุดน่ะ”

“แบบนี้ก็ดูดีอยู่นะ”

“ไม่ได้หรอก ต้องไปถ่ายละครต่อ กลับไปสภาพนี้ผู้กำกับบ่นตายแน่”

น้อยหน่าได้ยินข่าวแพงประสบอุบัติเหตุในกองถ่ายหัวแตก เกรงแผลยังไม่แห้งจะมีผลกับน้ำยาย้อมสีผม เพื่อนรีบบอกว่าแผลนิดเดียวแห้งสนิทแล้ว

“แหม ในข่าวทำเหมือนเป็นหนักต้องให้วรัชช์อุ้มออกจากกอง...นี่แกล้งสลบรึเปล่ายะ”

เพื่อนแก้ตัวว่าตกใจจึงสลบไป น้อยหน่ายิ้มแล้วบอกต้องเล็มผมก่อน แต่พอจับเส้นผมก็ร้องว่าทำไมต้องสไลด์มาถี่ยิบอย่างกับเกล็ดอีกัวน่าเนี่ย เพื่อนยิ้มแหยๆกับคำเปรียบเปรยของช่าง

เจ๊ทวิตตี้เห็นข้อความที่แพงส่งมาก็โทร.กลับมาถามอาการป่วย แพงทำทีเสียงแหบพร่า บอกวันนี้ไปตัดไหมแล้วจะให้หมอฉีดยาแก้กล่องเสียงอักเสบ เจ๊ขอให้หายไวๆ แล้วหันมาวุ่นกับการโทร.เลื่อนคิวงานของแพง มือก็หยิบจับหนังสือที่แผงร้านค้า แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นหนังสือกอสซิปเล่มหนึ่งลงรูปแพงเดินออกมาจากโรงแรมของวรัชช์ และพาดหัวข่าวดุเดือดว่า

“จัดว่าเด็ด! แพงอาภรณ์ย่องออกจากโรงแรมวรัชช์!”

ในกองถ่าย จิตจีรังเห็นข่าวเดียวกันก็กรี๊ดออกมาจนทุกคนตกใจ พอนึกได้รีบกลบเกลื่อนว่าตกใจเห็นข่าวน้องหมาถูกรถชน ทุกคนส่ายหน้า แล้วเธอก็พิมพ์ข้อความพร้อมลงรูปคู่ตัวเองกับวรัชช์สมัยเรียนมัธยมลงไอจี ว่าข่าวนั้นเป็นการตัดต่อ ของจริงคือตน ไม่ทันไรเห็นตู้มต้ามนักข่าวเดินอยู่ก็รี่เข้าไปขอแก้ข่าว ตู้มต้ามดักคอว่าถ้าเป็นเรื่องรูปสมัยมัธยมของเธอกับวรัชช์ ใครๆเขารู้กันทั่วประเทศแล้วว่าเคยคบกัน

“เปล่าค่ะ เรื่องเก่าก็ส่วนเรื่องเก่า จีจะมาแก้ต่างให้วรัชช์ต่างหาก คืองี้ค่ะ วันนั้นวรัชช์เขาไม่ได้กลับไปที่โรงแรมค่ะ แต่อยู่กับ...”

“ป้า...วรัชช์เขาบอกพี่หมดแล้วล่ะว่า คืนนั้นเขาไปค้างบ้านป้า เขาต่อสายให้พี่คุยกับป้าเขาเองเลย”

จิตจีรังจะเอ่ยชื่อตัวเองแต่ไม่ทันเพราะตู้มต้ามแทรกเสียก่อน

นางร้ายหน้าม้านแต่ยังไม่ยอมแพ้ ตะครุบหลังตู้มต้ามให้ข่าวใหม่ว่า คืนนั้นแพงไปค้างคืนกับใครที่โรงแรม นักข่าวหันมาสนใจ เธอใบ้ว่าเป็นผู้หญิง ราวให้เข้าใจว่าแพงชอบทอม

ooooooo

น้อยหน่าปรับลุคเพื่อนจนกลับมาเป็นแพงอาภรณ์ รวมทั้งเครื่องแต่งกาย เธอแปลกใจที่อกแพงเล็กลง ไม่ตู้มอย่างของตนที่ทำมา เพื่อนหน้าเหวอเพิ่งรู้ว่าน้อยหน่าเป็นสาวข้ามเพศ เพื่อนกลับมาหาแพงที่โรงแรม แพงตะลึงราวกับส่องกระจก บอกแม่ต้องไม่สงสัยแน่ แต่เพื่อนทำหน้าหวั่นใจอีกเรื่อง แล้วยกชายเสื้อขึ้นให้ดูรอยสักที่สะโพกด้านหลังขวาเป็นรูปนกนางนวล แพงทึ่งถามตอนสักไม่เจ็บหรือ

“เจ็บสิ ไม่กี่วันก็หายแลกกับแทตทูที่จะอยู่กับเราตลอดไป”

แพงทำหน้าเจ็บแทน พลันมีข่าวในทีวีเรื่องวรัชช์ออกมาปกป้องแพงอาภรณ์ ว่าไม่เคยมีอะไรเกินเลย พิธีกร ยังพูดอีกว่า คนที่แพงจี๋จ๋าด้วยเป็นมนุษย์เพศหญิง แล้วมีภาพคู่แพงกับจิตจีรัง ทั้งแพงและเพื่อนตกตะลึงกับข่าวนั้น

วรัชช์ต่อว่าจิตจีรังที่ให้ข่าวทำร้ายแพง สุดท้ายก็เข้าตัว นนท์หน้าเสีย ตกลงจิตจีรังเป็นเพศไหนกันแน่ หญิงสาวร้องกรี๊ดๆด้วยความเจ็บใจ

ทางรื่นจิต เห็นข่าวที่มธุรสเอามาให้ดูแล้วเครียด มธุรสปลอบขำๆว่าไม่ต้องคิดมาก คิดแค่ว่าลูกสาวเราขายดีทั่วทุกเพศทุกวัย รื่นจิตไม่ขำด้วย เพื่อนทอมจึงชวนไปปฏิบัติธรรมให้สบายใจ สร้างบุญให้ลูกพ้นจากพวกสัมภเวสี รื่นจิตเห็นว่าดี เพราะยังไม่อยากเจอแพงช่วงนี้

“ยอมง่ายจัง ทะเลาะกับหนูแพงมาอีกล่ะสิ...เอาแต่หนี พอกันแม่ลูกคู่นี้” มธุรสรู้ทัน

เย็นวันนั้น แพงพาเพื่อนเข้ามาในบ้านเพราะเห็นว่าวันศุกร์แม่มักจะกลับบ้านดึก แพงเอาอัลบั้มออกมาให้เพื่อนดูเพื่อทำความรู้จักคนรอบตัวของแพง และชี้ให้ดูชั้นวางไดอารี่ที่เขียนทุกวัน ให้เพื่อนอ่านเพื่อจะได้รู้ว่าแพงทำอะไรบ้าง ทันใดเสียงแตรรถดัง แพงสะดุ้งที่แม่กลับไว รีบให้เพื่อนอยู่แต่ในห้องไม่ต้องออกมาจนกว่าตนจะมาเคาะสามครั้ง ค่อยเปิด

แพงลงมารับหน้ารื่นจิต เธอบอกว่าจะไปปฏิบัติธรรมสี่ห้าวัน แพงเผลอยิ้มโล่งอก รื่นจิตเห็นดักคอ แม่ไม่อยู่ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรก็ได้ ถึงแม่จะเชื่อใจแพง แต่แม่ไม่เชื่อใจคนอื่น แพงรู้ว่าแม่ได้ยินที่ตนพูดเมื่อคืน แม่ยังเน้นอีกว่าไม่เชื่อใจกันลองและเป็นห่วงลูก

แพงกลับขึ้นมาบนห้อง บอกเพื่อนว่าไม่อยากไปเที่ยวแล้ว ไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ แต่เพื่อนคะยั้นคะยอและบอกว่ายิ่งแม่ไม่ไว้ใจ เราควรทำให้แม่เห็นว่าไว้ใจเราได้ ระหว่างถกเถียงกัน รื่นจิตเคาะประตูเรียก เพื่อนรีบวิ่งไปซ่อนตัวในห้องน้ำ แพงเปิดประตูรับแม่ รื่นจิตถามว่าคุยกับใคร แพงโกหกว่าเปิดสปีกเกอร์โฟนคุยกับน้อยหน่า รื่นจิตพยักหน้าแล้วบอกว่าซื้ออาหารกล่องใส่ตู้เย็นไว้ให้ แต่ถ้าอยากทานอย่างอื่นก็ให้ใจไปซื้อ แพงรับคำแล้วขอให้แม่ขับรถดีๆ

รื่นจิตบอกไม่ได้ขับเองมีเพื่อนมารับ แพงรีบถามว่าเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย แม่ทำท่าคิดก่อนจะตอบว่าไม่แน่ใจ แพงเหวอ รื่นจิตขำแล้วบอกว่าคือมธุรส สองแม่ลูกเคอะเขินทำท่าเหมือนจะกอดกันแต่ก็ยั้งไว้ แพงจึงยกมือไหว้แม่แทน

ก่อนที่แพงจะไป แพงย้ำเตือนกับเพื่อนว่าต้องทำอะไรบ้างในบ้าน และกำชับให้ชาร์จมือถือไว้ตลอดต้องติดต่อได้ทุกเมื่อ เพื่อนรับคำแล้วเร่งให้รีบไปเดี๋ยวกันลองจะรอนาน จากนั้นเพื่อนเดินสำรวจห้องแพง เห็นตุ๊กตาและของขวัญจากแฟนคลับเต็มไปหมด เห็นลายเซ็นแพงบนรูปก็พยายามจดจำเผื่อต้องเซ็น แล้วหยิบไดอารี่มานอนอ่าน...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กชายคนหนึ่งสัญญาว่าถ้าเขาโตขึ้น จะพาเด็กหญิงขี้แยที่อยู่ข้างบ้านไปขึ้นนกตัวใหญ่ พาไปเที่ยวที่ไกลแสนไกล ดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาสูงชัน และเก็บดอกไม้ที่สวยที่สุดบนนั้นให้เธอ...

เพื่อนเอาไอแพดมาเปิดดูคลิปที่ตัวเองอัดไว้ เป็นภาพเซลฟี่ตัวเองมีแพงนอนหลับอยู่ข้างหลัง มือปัดป่ายละเมอหัวเราะ ตัวเพื่อนพูดว่า “นี่คือนางเอกชื่อดังของเมืองไทยค่ะ นอกจากชีจะนอนละเมอแล้ว ชียังนอนดิ้นด้วย ไม่เหมือนไอเลยสักนิด...บางทีไอก็แอบคิดนะว่าเราจะใช่แฝดกันจริงๆรึเปล่า แต่ถ้าใช่ ไอก็มีเรื่องจะชวนคุยมากมาย จะเล่าความลับที่ไม่เคยบอกใคร แล้วไอก็จะกอดแพงให้แน่นๆเลย”...

รุ่งเช้าเจ๊ทวิตตี้โทร.มาขอให้แพงไปถ่ายซ่อมบอกว่าเป็นฉากง่ายๆไม่ต้องพูด เป็นซีนที่หุ่นไอดรอยด์ระบบรวน ตนส่งรถไปรับแล้ว แพงตกใจรีบโทร.บอกเพื่อนให้เตรียมตัวและให้กำลังใจว่าเพื่อนทำได้ เพื่อนคิดหนักสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างไรเสียก็ต้องสู้

แพงกับกันลองมาถึงแม่ริม บรรยากาศและวิวสวยงามมาก กันลองกำลังคุยโทรศัพท์เรื่องงานกับปิติหน้าเครียด แพงนั่งรอ มีแฟนคลับมาขอถ่ายรูป แล้วมีเสียงบางคนนินทาว่าเธอชอบทอมหรือวรัชช์กันแน่

ในขณะที่เพื่อนอยู่ในชุดรูทเก้า คอสตูมติงว่าวันนี้ทำไมอกฟีบ เจ๊ทวิตตี้อ้างว่าคงเพราะป่วยแต่จัดการได้ ว่าแล้วก็ส่งม้วนทิชชูให้ยัดอก จ๋อมเข้ามาอธิบายบทว่าผู้กำกับขอเปลี่ยนให้เธอพูดไม่หยุด พูดอะไรก็ได้เพราะระบบรวน เพื่อนหน้าเสียหาทางออก เสนอว่าขอพูดเป็นภาษาอังกฤษ...ระหว่างถ่ายทำ วรัชช์ได้ทีที่มีการเปลี่ยนบท แกล้งกอดหุ่นไอดรอยด์แน่น เพื่อนสบตาผู้กำกับเห็นนิ่งๆ จึงกระชากผมวรัชช์หน้าหงาย ทิ้งศอกใส่อีกพลั่ก ผู้กำกับชอบใจให้ผ่าน

หลังเสร็จงาน เจ๊ทวิตตี้มีงานต่อจึงขอให้วรัชช์ช่วยส่งแพงที่บ้าน เขาพาเธอมาแวะร้านคาราโอเกะ เพื่อนกลัวจะเป็นข่าวอีก วรัชช์มีทางออกไว้แล้วด้วยการ ใส่หน้ากากแอ๊ดคาราบาวเดินเข้าร้าน แล้วเลือกห้องพิเศษที่ไม่มีคนอื่นปะปน เพื่อนแอบขำกับความตลกของเขา

เพื่อนเริ่มสนุกกับการร้องเพลงและเต้นหลุดโลกกับวรัชช์ ดื่มเบียร์กันจนกรึ่มๆ วรัชช์แปลกใจที่วันนี้แพงน่ารักเป็นกันเอง พอขับรถมาส่งเธอที่หน้าบ้าน วรัชช์ เผลอตัวจุ๊บแก้มแพง เพื่อนสะดุ้งหันมาโวยว่าเขาฉวยโอกาส เขารีบขอโทษบอกบรรยากาศพาไป แล้ววรัชช์หันไปเห็นคนยืนอยู่หน้าบ้าน เพื่อนมองตาม ต้องช็อกสุดขีด เมื่อเห็นรื่นจิตกำลังเดินเข้ามา

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement