เดือนประดับดาว ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เดือนประดับดาว ตอนที่ 2


17 ธ.ค. 2560 08:18
156,310 ครั้ง

ละคร นิยาย เดือนประดับดาว

เดือนประดับดาว ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

เดือนประดับดาว

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

บทโทรทัศน์โดย:

พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

กำกับการแสดงโดย:

มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล

ผลิตโดย:

บริษัท ดอร์เธอร์ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ชาคริต แย้มนาม, รณิดา เตชสิทธิ์,ธนิน มนูญศิลป์,

วรัชช์ข้องใจไม่หาย กระซิบกับแพงว่าสแตนด์อินคนที่ท้องเสียวิ่งไปห้องน้ำเมื่อกี้ หน้าเหมือนเธอมาก แพงไม่รู้เรื่องนึกฉุนที่เขายื่นหน้ามาใกล้ จึงแกล้งเหยียบเท้าเขาแล้วเดินหนี

เฟยหลันปะปนอยู่ในกลุ่มแฟนคลับ ชูป้ายวรัชช์เหยงๆ โฮปเอาผ้าคลุมหัวพลางหน้าเบียดเสียดเข้ามาสะกิดเฟยหลัน แต่เพื่อนไม่สนใจยังคงกรี๊ดกร๊าดวรัชช์จนเธอเซ็ง ถอยออกมาเจอกับเจ๊ทวิตตี้อีก ก็ตั้งท่าจะวิ่งหนี เจ๊บ่นไล่หลัง

“ยังไม่ยอมไปทำผมอีก เด็กสมัยนี้ทำงานหิ่งห้อยหอยจี่อะไรอย่างนี้ อุ๊ย...แล้วนี่อะไรอีก” ตกใจที่มือถือดัง หยิบมากดรับ “ฮัลโหล ทวิตตี้ค่ะ อุ๊ย! ไม่ใช่ ของยัยแพงนี่” ทวิตตี้มองหน้าจอมือถือของแพงขึ้นชื่อแม่ก็เสียงอ่อนลง “อุ๊ต่ะ คุณรื่นจิตสวัสดีค่ะ ทวิตตี้เองค่ะ...”

เสียงมธุรสขอพูดกับแพง เจ๊ทวิตตี้ไม่รู้ว่าเป็นใคร หงุดหงิดเล็กน้อยบอกให้ฝากเรื่องไว้ ตนเป็นผู้จัดการของแพง พอปลายสายขอให้แพงออกมาเดี๋ยวนี้ เจ๊ทำหน้าเหวี่ยงทันที แต่พอได้ยินเรื่องราวก็ตกใจแทบทำอะไรไม่ถูก

“อะไรนะคะ! โดนชน! ค่ะๆอยู่ที่ไหนคะ แล้ว โอ๊ย...ค่ะๆ เดี๋ยวบอกให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

ทวิตตี้เห็นแพงกำลังยืนทำสมาธิก็เข้ามากระซิบว่าแม่รถชน แพงหน้าตื่นรีบคว้ากระเป๋าวิ่งออกจากกองถ่ายไปที่จอดรถ ระหว่างทางก็ชนเข้ากับใครบางคนล้มลง พอต่างฝ่ายต่างยันตัวลุกขึ้น ต้องตกตะลึงราวกับกำลังส่องกระจก เพราะทั้งสองหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ

มือถือทั้งสองตกอยู่ที่พื้น มีสายเรียกเข้าพร้อมกัน ซึ่งทั้งสองใช้เสียงเรียกเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างคว้ามือถือขึ้นมา เสียงเรียกเงียบไป ด้วยความเป็นห่วงแม่ แพงจึงผละออกมา โฮปตั้งสติได้วิ่งตามแต่ไม่ทัน แพงขึ้นรถขับออกไปเสียก่อน โฮปจะโทร.หาเฟยหลันแต่ปลดล็อกมือถือไม่ได้ จึงรู้ว่ามือถือสลับกับของแพง ทันใดมธุรสโทร.เข้ามา ไม่ทันที่โฮปจะพูดอะไร แบตหมดเสียก่อน

จังหวะนั้นจ๋อมเข้ามาฉุดแขนโฮปเพราะเข้าใจว่าเป็นสแตนด์อินให้ไปเซตผม พร้อมต่อว่าคิดจะเบี้ยวคิวหรืออย่างไร บ่นวันนี้วันซวยอะไรแม่แพงก็โดนรถชนต้องรีบออกไป โฮปได้ยินตกใจมาก พยายามจะอธิบายว่าตนไม่ใช่แพง แต่จ๋อมไม่ฟังเสียง ลากตัวเข้าไปในกอง...

แพงขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นตำรวจกำลังเคลียร์พื้นที่ ฉีดพ่นล้อรถบนถนน แพงเห็นสภาพรถทั้งสองคันแล้วตกใจรีบถามตำรวจว่าเจ้าของรถอยู่ไหน ตำรวจอึ้งที่เห็นดาราดัง ชี้ไปที่รื่นจิตซึ่งนั่งอยู่ริมฟุตปาท กำลังทำงานกับแล็ปท็อปหน้าเครียด แพงโผเข้ากอดแม่อย่างเสียขวัญ

“แม่เจ็บตรงไหนรึเปล่า หัวกระแทกไหม แล้ว...”

“ใจเย็นๆ แม่ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ แค่รถเฉี่ยวกันจะโวยวายอะไร แล้วมาทำไม แม่ให้ป้ามธุรสเขาโทร.ไปบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องมา”

“แพงไม่เห็นมีสายเข้าจากป้าเลย แล้วนี่ป้าเขาไปไหนแล้วคะ”

“ขึ้นวินไปปิดต้นฉบับแล้วน่ะ แพงกลับไปกองถ่ายเถอะ ทางนี้แม่จัดการเองได้ อย่าให้คนอื่นเขาเข้าใจว่าเราไม่มีความรับผิดชอบตั้งแต่เป็นนางเอกเรื่องแรกเลย”

แพงถอนใจที่แม่ไม่รับรู้ถึงความห่วงใยของตน จึงขอให้แน่ใจก่อนว่าแม่ไม่เป็นอะไรแล้วจะกลับ แพงจะโทร.ไปบอกที่กองแต่ปลดล็อกมือถือไม่ได้ พอมองหน้าจอเห็นวอลล์เปเปอร์เป็นรูปโฮปหัวฟู ก็ตกใจแต่ไม่กล้าบอกอะไรแม่

ooooooo

ผู้กำกับเห็นโฮปในชุดรูทเก้า ก็ทึ่งมากที่โมเดลลิ่งหาสแตนด์อินได้หน้าตาเหมือนแพงมาก ทำให้การถ่ายทำง่ายขึ้นไม่ต้องรอแพงกลับมา จิตจีรังเข้าฉาก เห็นโฮปก็คิดว่าเป็นแพง จึงตำหนิทำนองไม่รู้จักห่วงแม่ตัวเอง โฮปทำหน้าไม่รู้เรื่อง

ระหว่างถ่ายทำ โฮปแสดงไม่เป็นเล่นนอกบท เป็นฉากที่จิตจีรังจะต้องสาดน้ำใส่ กลับแย่งมาสาดเธอก่อน จิตจีรังร้องกรี๊ดๆต้องไปแต่งหน้าทำผมใหม่ โฮปฉวยโอกาสย่องหนี

โฮปกลับมาใส่ชุดเดิมสะพายกระเป๋าห้อยตุ๊กตาวูดูเดินลูบท้องด้วยความหิว ผ่านซุปเปอร์มาร์เกตจึงก้มหน้าก้มตาเข้าไปเดินชิมฟรีตามบูธ พอพนักงานทักว่าเป็นแพงก็ปฏิเสธแล้วเดินหนี...มาถึงบูธไก่ฟ้าพญาลอ พนักงานบรรยายสรรพคุณว่าเป็นยาสตรีชั้นนำของไทย ทานแล้วเลือดลมดี โฮปรับมาดื่มแทบสำลักร้องขอน้ำเปล่า พนักงานส่ายหน้ายิ้มๆ

มีเสียงหัวเราะดังขึ้นข้างหลัง โฮปหันขวับมาเจอกันลอง จึงถอยห่างอย่างระวังตัว บ่นว่าน้ำอะไรรสชาติประหลาด กันลองเข้าใจว่าเป็นแพง พอได้ยินเธอบ่นก็แปลกใจ

“อะไรกัน นี่ปรับปรุงสูตรให้ฉุนน้อยลงแล้วนะคะ พะลองให้ไปลองทานฟรีที่บ้านค่ะ ถ้าสดใสซาบซ่าขึ้นรีบมาบอกพะลองนะ แล้วจะขนเอาไปให้ที่บ้านทั้งลังเลย” กันลองยื่นขวดยาให้

โฮปรับมาอย่างเก้ๆกังๆแล้วทำท่าจะเดินหนี เสียงท้องร้องดังขึ้น กันลองขำชวนเธอไปทานข้าว หญิงสาวหิวไส้แทบขาดแต่ในตัวไม่มีเงินไทย ประกอบกับท่าทีอ่อนโยนของชายหนุ่ม จึงสวมรอยเป็นแพงไปก่อน

พอเข้ามานั่งในร้านอาหาร โฮปอ่านเมนูไทยไม่คล่อง จึงโบ้ยให้กันลองสั่ง เน้นว่าไม่เผ็ดเพราะท้องไม่ค่อยดี กันลองหันไปสั่งสลัดกับข้าวเหนียวมะม่วงให้ โฮปเห็นมือถือเขาวางอยู่ก็เอื้อมมือไปหยิบ กันลองหันมาเห็นถามจะเอาไปทำไม หญิงสาวยิ้มกลบเกลื่อนว่าอยากเล่นเกม เขาจึงเลื่อนมือถือไปให้ โฮปดีใจกดโทร.ออกแต่ปรากฏว่า ต้องใส่รหัสปลดล็อก พอถาม เขาตอบว่าวันเกิดเขาโฮปทำหน้าเซ็งจะรู้ได้อย่างไร ทำทีไม่เล่นดีกว่า หยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม

กันลองชวนดูหนังรักโรแมนติกหลังจากทานอาหารเสร็จ แต่โฮปขอเลือกดูหนังผี ชายหนุ่มแปลกใจเอื้อมมือไปอังหน้าผากหญิงสาว

“ไม่สบายหรือเปล่าคะ ปกติแพงไม่ชอบดูหนังผีนี่นา”

“ก็...แค่อยากลองเปลี่ยนแนวบ้าง” โฮปทำหน้าเหวอ

กันลองเหล่มองตุ๊กตาวูดูที่ห้อยกระเป๋าเธอแล้วเปรยว่า “เปลี่ยนเยอะเลยนะคะ เปลี่ยนไปชอบแนวหลอนๆ ตั้งแต่พะลองไม่อยู่เหรอคะ”

“แฟนคลับให้มาน่ะ...เห็นมันน่ารักดีเลยเอามาห้อยกระเป๋า” โฮปพยายามแก้ตัว

พนักงานยกของมาเสิร์ฟ โฮปเห็นข้าวเหนียวมะม่วงน่ากินก็จิ้มกิน แล้วทำหน้าปลื้มปริ่มกับความอร่อยของน้ำกะทิ ชมว่ารสชาติดีกว่ากะทิกระป๋องเยอะ กันลองแซว

“เป็นกูรูอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แล้วไม่กลัวอ้วนเหรอ ปกติเห็นเลี่ยงของหวานตลอด”

โฮปชะงักกระมิดกระเมี้ยนเลื่อนจานมะม่วงคืนให้แล้วหันมากินสลัด กันลองขำท่าทีของเธอ จึงบอกกินของหวานแล้วมีความสุขก็กินไป โฮปเขินแต่ก็จ้วงมะม่วงกินไม่ยั้ง ชายหนุ่มพินิจเสื้อผ้าที่เธอใส่แล้วชมว่า ทีมงานทำเสื้อผ้าแนวสตรีทแวร์พั้งค์ได้ดีเข้ากับโลกอนาคต

โฮปสำลักเริ่มกระอักกระอ่วน พอดีมือถือกันลองดังขึ้น เขากดรับคุยสักครู่แล้วหันบอกเธอว่าต้องไปเคลียร์งานที่บูธเดี๋ยวกลับมา โดยลืมวางมือถือทิ้งไว้ โฮปรีบตะครุบมือถือเขาที่ยังไม่ทันล็อกมาพิมพ์ไลน์หาแพง...พนักงานเดินผ่าน โฮปเรียกไว้แล้วสั่งข้าวเหนียวมะม่วงอีกจาน

ระหว่างนั้นแพงขับรถมาส่งรื่นจิตที่ทำงาน เสนอว่าช่วงที่รถแม่เข้าอู่จะรับส่งแม่เอง รื่นจิตปัดไม่ต้อง เสียเวลาพักผ่อนถ้าหลับในขึ้นมาจะบาดเจ็บทั้งคู่ แพงเสียความตั้งใจ จังหวะนั้นเห็นมือถือโฮปมีข้อความเข้า...ขอโทรศัพท์ฉันคืน ให้ไปเจอที่ไหนบอกมา...รื่นจิตเห็นความผิดปกติทางสีหน้าลูกก็ถามมีอะไร แพงโบ้ยว่ากองถ่ายส่งข้อความมาตาม แม่ติงอย่าให้คนอื่นรอ

ช่วงรถติดไฟแดง แพงแอบพิมพ์ข้อความกลับไปนัดโฮปว่า อีก 15 นาทีเจอกันที่ท้องฟ้าจำลอง...โฮปอ่าน ข้อความแล้วรีบลบทิ้ง พนักงานเสิร์ฟข้าวเหนียวมะม่วงอีกจาน โฮปจึงฝากมือถือไว้คืนผู้ชายที่มากับตน เขาจะจ่ายค่าอาหาร พนักงานอึกอัก เธอย้ำว่าไม่โกงแน่ เขากลับยื่นนิตยสารที่แพงถ่ายขึ้นปกขอลายเซ็น โฮปยิ้มเนียนๆรับนิตยสารมาเซ็นชื่อตัวเองแล้วส่งคืน พลันนึกได้ดึงกลับมาแล้วเซ็นชื่อแพงลงไปใหม่ พอจะเดินไปหันกลับมาแตะบ่าเขาพูดอย่างจริงจัง

“น้องๆ พี่ขอยืมตังค์ร้อยนึงสิ แล้วไปเก็บที่พี่ผู้ชายคนนั้นทีเดียว”

พนักงานทำหน้าเอ๋อแต่ก็ควักเงินให้ โฮปเดินออกจากร้านเห็นกันลองเดินมาก็รีบหลบ กันลองเห็นพนักงานจะเก็บโต๊ะก็รีบถามหาแพง พนักงานรายงานทันที

“อ๋อ พี่แพงเขาไปแล้วครับ ฝากโทรศัพท์ให้พี่ด้วย เอ่อ...แต่พี่แพงเขายังไม่จ่ายเงินนะครับ แล้วก็...พี่เขายืมตังค์ผมไปด้วย ร้อยนึง”

กันลองอึ้งแต่ก็บอกให้เช็กบิลพร้อมยื่นเงินคืนให้พนักงานหนึ่งร้อยบาท จากนั้นกดโทร.หาแพง ได้ยินเสียงให้ฝากข้อความก็ชักหงุดหงิด

ooooooo

โฮปมาถึงท้องฟ้าจำลองด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก พอแพงแตะบ่าก็สะดุ้ง ต่างคนต่างมองกันนิ่งนาน...แพงคืนมือถือให้ โฮปค้นมือถือแพงในกระเป๋า ลนลานจนมือถือตัวเองหล่นพื้น แพงก้มเก็บ โฮปก้มตามหน้าทั้งสองใกล้กัน ต่างพึมพำว่า เราเหมือนกันจนน่าตกใจ

แพงต้องรีบไปจึงขอตัว โฮปผิดหวังลงนั่งหมดอาลัย แพงหันกลับมามอง ตัดสินใจเดินไปซื้อบัตรแล้วกลับมาชวนโฮปเข้าไปคุยกันข้างใน ทำให้โฮปดีใจมาก

ทั้งสองนั่งคู่กันในโดมท้องฟ้าจำลอง ซักถามชื่อและประวัติคร่าวๆของกันและกัน โฮปถามถึงแม่ของแพงเป็นอย่างไรบ้าง ได้ยินว่าเกิดอุบัติเหตุ แพงตอบว่าไม่เป็นอะไรและแม่ก็ดื้อมากไม่ยอมไปเช็กร่างกาย ห่วงแต่งานไม่เคยห่วงตัวเอง โฮปถามอีกว่าแพงเกิดวันที่เท่าไหร่

สองสาวบอกวันเกิดตัวเองพร้อมกัน แพงเกิด 25 เมษา โฮปเกิด 1 เมษา โฮปแอบผิดหวังที่เป็นคนละวันกัน แพงถามโฮปว่าเป็นเด็กนอกหรือ ถึงมีแต่รูปถ่ายที่ต่างประเทศ

“ไอตามครอบครัวไปอยู่ออสเตรเลียตั้งแต่ 5 ขวบน่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องเมืองไทยเท่าไหร่หรอก จนกระทั่งเจอยูในยูทูบ ก็เลย...กลายเป็นแฟนคลับแพงไง”

“ชอบแพงเพราะหน้าเราคล้ายกันเหรอ”

“ก็...แปลก...เอ๊ย ตลกดีออก”

“เคยได้ยินไหมว่าในโลกนี่มีคนที่หน้าตาเหมือนกันอยู่ 3 คน”

โฮปรับว่าเคยและพูดขำๆว่าพรุ่งนี้อาจจะมีอีกคนโผล่มา ทันใดกันลองโทร.เข้ามือถือแพง เธอรับและบอกว่าเมื่อกี้แบตหมด พอเขาจะมารับ เธอรีบปฏิเสธบอกว่าขับรถมาเอง แต่แล้วต้องแปลกใจเมื่อเขาบอกว่าเธอหนีเขามา แพงหันไปสบตาโฮปที่นั่งข้างๆ พอจะเดาบางอย่างได้ จึงตัดบทวางสาย แล้วถามโฮปว่ารู้จักกันลองด้วยหรือโฮปอธิบายว่า

“ไอแค่บังเอิญเจอเขา และเขาคิดว่าไอเป็นแพง พอดีไอหิว ไม่มีเงินไทยติดตัว เลยให้เขาเลี้ยงข้าว ไม่ได้คิดอยากจะเป็นยู หรือแอบอ้างอย่างอื่นจริงๆนะ อ้อ แล้วก็ยืมเงินเขามาด้วย”

แพงไม่ติดใจ ชวนกลับจะไปส่ง...พอมาถึงหน้าโรงแรม โฮปกำลังจะลงจากรถ มอเตอร์ไซค์ของวรัชช์แล่นมาจอดไม่ห่าง ก็บ่นว่าเขามาทำอะไรแถวนี้ แพงบอกถ้า

จำไม่ผิด เขาเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ โฮปหน้าเสียโบกมือให้แพงแล้วรีบวิ่งจู๊ดเข้าโรงแรม แพงเห็นวรัชช์มองตนแล้ววิ่งตามโฮปเข้าไป ก็แปลกใจแต่ไม่อยากสนใจ เปิดเพลงร็อกในรถฟังและโยกหัวตามอย่างสนุก

ขณะเดียวกัน โฮปยืนรอลิฟต์ ฮัมเพลงเดียวกับเพลงที่แพงเปิด เคาะนิ้วกับต้นขาไปตามจังหวะ วรัชช์เข้ามายืนข้างๆ เอ่ยถามเธอเป็นอะไรกับแพง โฮปปัดให้เลิกยุ่งกับตนเสียที

“เลิกแน่ ถ้าเธอยอมบอกว่าเป็นอะไรกับแพงอาภรณ์”

“เป็นติ่ง! จบไหม” เห็นวรัชช์ขำก็โวยว่าขำอะไร

“เดี่ยวนี้มีเทรนด์แฟนคลับศัลยกรรมตามไอดอลด้วยเหรอเนี่ย รู้ล่ะสิว่าแพงสเปกผม เลยไปทำหน้ามาซะเป๊ะ” วรัชช์โอบคอโฮป คิดเข้าข้างตัวเอง

โฮปเคืองตะปบมือเขาออกบอกว่าเขาไม่ใช่สเปกตน พอดีลิฟต์มาจึงวิ่งเข้าไป วรัชช์ยืนอึ้งกลับชอบใจผู้หญิงที่ดุอย่างกับหมีแบบนี้

โฮปเข้ามาในห้องพัก ต่อว่าเฟยหลันที่ตามคลั่งดาราจนลืมเพื่อน เฟยหลันยังปลื้มปริ่มเปิดรูปที่ถ่ายเซลฟี่กับวรัชช์อวด โฮปเห็นหน้าเพื่อนใหญ่เบ้อเริ่ม แต่วรัชช์อยู่ห่างหัวเล็กนิดเดียว

“เนี่ยนะรูปคู่....ยูนี่มันโคตรติ่ง” โฮปจิ๊ปากเดินเซ็งเข้าห้องน้ำ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เฟยหลันคิดว่าโฮปเรียกรูมเซอร์วิส จึงเดินไปส่องตาแมวที่ประตู แล้วต้องช็อกร้องกรี๊ดลั่น โฮปตกใจวิ่งออกมาทั้งที่แปรงสีฟันคาปากถามเกิดอะไรขึ้น เฟยหลันเปิดประตูผาง โฮปตกใจพ่นยาสีฟันพรวดออกมา

วรัชช์เห็นเฟยหลันก็จำได้ทักว่าวันนี้ไปให้กำลังใจตนที่กองใช่ไหม เฟยหลันยิ้มตาหยีพยักหน้าหงึกๆ เขาเลียบถามชื่อเธอกับเพื่อน โฮปตรงเข้าปิดประตูใส่หน้าวรัชช์ เฟยหลันจะโวย โฮปสวนก่อนว่าถ้าจะไปเอาใจผู้ชายก็ไปเลย เฟยหลันหน้าเสียถอยห่างจากประตูพร้อมบอกว่า ตนต้องเลือกเพื่อนอยู่แล้ว โฮปยิ้มปลื้ม ไม่ทันไร เฟยหลันก็ถลาไปกวาดโปสเตอร์และรูปถ่ายออกจากกระเป๋าเพื่อเอาไปให้วรัชช์เซ็น โดยบอกโฮปว่าเดี๋ยวมา โฮปอ้าปากค้างกลอกตามองบน

ooooooo

ขณะที่โฮปนอนคิดถึงแพง ผิดหวังที่เกิดคนละวันทำให้ไม่ใช่คู่แฝด แพงกลับถึงบ้าน เห็นแม่กำลังชงกาแฟพร้อมกับฟังรายงานหุ้น อยากจะเล่าเรื่องโฮปให้แม่ฟัง แต่เธอยกมือห้ามไว้

แพงเดินเข้าห้องหนังสือมองรูปพ่อ หยิบนิยายที่พ่อเขียนออกมาเปิดอ่านคร่าวๆ “เดือน เราอย่าหลอกตัวเองเลยนะ แค่มองหน้าเดือนครั้งแรก เราก็รู้แล้วว่า เดือนเป็นฝาแฝดของเรา” แพงหลับตาไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ปิดหนังสือเก็บเข้าที่เดิม พลันเห็นจดหมายหงิกงออยู่ในชั้นก็หยิบออกมาดูหน้าซอง จ่าด้วยหมึกเลือนลางว่า...ถึงหนูแพงอาภรณ์...แพงนึกย้อนไปตอนอายุ 12 ปี นั่งกอดสมุดบันทึกของพ่อไว้แนบอก เป็นบันทึกต้นฉบับนิยายเดือนประดับดาว

มธุรสถามว่าอ่านนิยายของพ่อหรือยัง แพงสะอื้นบอกยังไม่ทันอ่าน พ่อมาจากไปก่อน มธุรสโอบปลอบบอกไม่ต้องห่วง ตนเชื่อว่าถ้าใครได้อ่านนิยายที่เขารักมากถึงตอนจบ เขาจะต้องมีความสุขอยู่บนสวรรค์แน่ ตนจะเอานิยายไปตีพิมพ์แล้วจะส่งเล่มพร้อมต้นฉบับมาคืนให้

แพงกำจดหมายของมธุรสแน่น ครุ่นคิดว่าพ่ออยากบอกอะไรตน...พอลงมาทานอาหารเย็น แพงเลียบเคียงถามรื่นจิตถึงตอนที่แม่ท้องตน แพ้ท้องมากไหม คลอดยากไหม ทำอัลตราซาวนด์ดูเพศก่อนหรือไม่ รื่นจิตตอบห้วนๆแล้วถามจะมาย้อนอดีตทำไม แทนที่จะรีบกินข้าวแล้วไปท่องบท แพงหน้าเจื่อนรู้ว่าแม่เลี่ยงไม่อยากพูดถึงอดีต

ประมาณสามทุ่ม โฮปสะดุ้งตื่นเพราะหิว หันมาเห็นเฟยหลันนอนน้ำลายยืด รอบตัวเต็มไปด้วยรูปถ่ายและโปสเตอร์ที่มีลายเซ็นวรัชช์ รู้สึกเซ็งเพื่อนมากลุกออกมาหาของกิน แต่ไม่เหลืออะไรสักอย่าง จึงมาที่ห้องอาหารดูเมนูว่ามีอะไรบ้าง แต่พอเห็นวรัชช์นั่งอยู่ก็จะเดินหนี วรัชช์เห็นวิ่งตามเรียกโฮป เธอแปลกใจรู้จักชื่อได้อย่างไร เขาบอกว่ารู้จากเฟยหลัน แล้วแย็บถามกลัวเชฟห้องอาหารตนทำอาหารไม่อร่อยหรือ เห็นดูเมนูตั้งนานแล้วไม่สั่งอะไร

โฮปอ้างจะไปซื้อที่มินิมาร์ท วรัชช์แกล้งขู่ว่าแถวนี้กลางคืนโจรชุม ชอบปล้นชาวต่างชาติ โฮปหาว่าโลเกชั่นโรงแรมเขาห่วย ชายหนุ่มผงะแก้ตัวว่าอยากเลี้ยงข้าวเธอ หญิงสาวคิดสักครู่ก่อนจะตอบว่าได้แต่ขอนั่งกินคนเดียว...วรัชช์จำต้องนั่งโต๊ะถัดไป โฮปให้เชฟแนะนำอาหาร พอเห็นว่าของหวานมีบัวลอยก็สนใจซักถามถึงสีแต่ละสีเอามาจากอะไร วรัชช์ปรี่เข้ามาตอบแทนว่าสีเหลืองมาจากผงกะหรี่ เธอฉงน

“แต่ผงกะหรี่ไม่น่าเอามาทำของหวานนะ ยิ่งใช้กะทิกลิ่นคงเหมือนแกงของอินเดียแน่ๆ ถ้าเดาไม่ผิด ในขนมไทยน่าจะใช้ฟักทองใช่ไหม”

เชฟโล่งใจรีบรับว่าใช่ วรัชช์บอกถ้าชอบของหวานให้ลองเมนูประจำวันเป็นลูกชุบสูตรชาววัง เชฟรีบไปจัดมาให้ โฮปหาว่าวรัชช์หลอกและไล่ให้เขากลับไปนั่งที่ ชายหนุ่มขู่

“ผมกลับไม่ได้ เพราะประเพณีไทยถ้านั่งทานลูกชุบคนเดียวจะต้องขึ้นคาน”

“ขึ้นคานคืออะไร?”

“ก็ไม่มีแฟนไง ยิ่งเล่นตัวหนักขนาดคุณนี้นะชาตินี้ยิ่งไม่มีแฟนใหญ่เลย”

โฮปหมั่นไส้กอบลูกชุบยัดใส่ปากวรัชช์ แทนที่เขาจะโกรธกลับเคี้ยวตุ้ยๆชมว่าอร่อยแล้วจะป้อนเธอบ้าง เธอปัดบอกทานเองได้ พอหยิบลูกชุบเข้าปากหนึ่งคำถึงกับเคลิ้มกับความหอมหวานของขนม เธอหยิบอีกลูกมาลอกวุ้นค่อยๆกินอย่างปลื้มปริ่ม วรัชช์มองตาเยิ้ม เธอเริ่มเขินถามเขาทำไมไม่กลับบ้าน เขายักไหล่

“ขี้เกียจน่ะ ส่วนใหญ่จะนอนที่นี่มากกว่า แล้วคุณล่ะ บ้านอยู่ไหน มาทำอะไรที่นี่”

โฮปพึมพำว่านั่นสิ แล้วกินลูกชุบตุ้ยๆ วรัชช์มองอย่างสงสัย...กลับขึ้นห้อง โฮปนั่งกอดเข่าคิดจะโทร.หาแพง...ด้านแพงกำลังคุยโทรศัพท์กับกันลอง เขาต่อว่าที่เธอผิดนัด แพงงงแต่พอจะเดาเรื่องได้จึงแก้ตัวไปว่ามีเรื่องยุ่งนิดหน่อย ชายหนุ่มทวงสัญญาที่จะดูหนังผีด้วยกัน แพงยิ่งงง เขาท้วงสงสัยกินขนมหวานมากจนเบลอ ทั้งที่ปกติไม่เห็นทาน แพงอึกอักหาคำแก้ตัว

“พอดี...หุ่นไอดรอยด์ในเรื่องที่เล่นชอบทานของหวานน่ะค่ะ”

กันลองหัวเราะ “อินจัดจนไม่กลัวอ้วนว่างั้น”

“อือฮึ...แล้วพะลองล่ะอินด้วยรึเปล่า”

“ไม่อินนะ เพราะพะลองไม่อยากเป็นพระเอกในละคร พะลองสนใจโลกความจริงมากกว่า แต่จะว่าไป เห็นแพงกินจุแบบนั้นมันก็น่ารักไปอีกแบบนะ แก้มงี้ป่องเป็นปลาทองเชียว พะแพงมาเจอพะลองที่ริมรั้วได้ไหมคะ พะลองมีอะไรจะให้หน่อย”

แพงดีใจที่กันลองจะปีนรั้วมาหา รีบสวมเสื้อคลุมทับชุดนอนเดินจะออกจากบ้าน พลันต้องชะงักเมื่อเห็นแม่นั่งเล่นอยู่ตรงสระน้ำ รีบโทร.หากันลองจะบอกอย่าเพิ่งมา แต่เขาตัดสาย

รื่นจิตกำลังจะกลับเข้าบ้าน ร้องบอกใจให้มาล็อกประตูบ้าน ทันใดเห็นหัวใครผลุบโผล่ข้างรั้ว ก็รีบเดินจ้ำไปที่รั้ว กันลองถือตุ๊กตาวูดูที่โฮปทำหล่นไว้ปีนขึ้นรั้ว แล้วถามว่าแพงรอนานไหม แต่พอเห็นรื่นจิตก็ตกใจเผลอปล่อยมือไหว้ ทำให้ตกลงไปฝั่งบ้านตัวเองร้องโอ๊ย...ลั่น

ooooooo

สุดท้ายคืนนั้นกันลองกับแพงคุยกันทางเฟซไทม์ กันลองโอดโอยที่แพงขำเรื่องตนตกจากรั้ว แพงโต้ว่าเขาอยากตัดสายไปก่อน ชายหนุ่มเถียงไม่ออก เปลี่ยนเรื่องเล่าถึงผลแบบสอบถามตัวยาสตรีสูตรใหม่ของเขาว่าออกมาดีมาก พอดีรื่นจิตเปิดประตูเข้ามาได้ยินก็ชะงักยืนฟัง

“แพงเป็นหนูลองยาให้พี่ได้ไหมคะ ยาสตรีสูตรใหม่รับรองแพงต้องเปล่งปลั่งยิ่งกว่ามิสยูนิเวิร์สกระชุ่มกระชวยยิ่งกว่าทานไวอากร้า”

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ถ้าเอาคอลลาเจนมาผสมกับยาดอง รสชาติต้องดีขึ้นแน่ๆ ผสมวิตามินซีด้วยนะ จะได้ดูดซึมคอลลาเจนดีขึ้น”

แพงท้วงจะให้ตนลองยาที่ยังไม่ผ่าน อ.ย.หรือ พูดไปก็ลุกขึ้นไปหยิบของในกระเป๋า รื่นจิตรีบหลบไปด้วยสีหน้าเครียด จึงไม่ได้ยินที่กันลองแย้งว่าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร แพงขำบอกตนรู้ว่าเขาเป็นห่วง สมัยก่อนเวลาพาตนไปเที่ยวไหนก็คอยห้ามไม่ให้รับเครื่องดื่มจากใคร ของมึนเมาก็ชิงกินแทนหมด...สองหนุ่มสาวคุยกันต่ออีกจิปาถะจนดึก แพงแย็บถาม

“พะลองเคยได้ยินทฤษฎีที่ว่า มีคนหน้าเหมือนเราอยู่บนโลกนี้ 3 คนไหมคะ”

“อือ สามคนไม่แน่ใจ แต่สองคนมีแน่ๆ เพราะบนโลกนี้ยังมีคนหน้าเหมือนพะแพงอีกตั้งคน” แพงรีบถามว่าใคร “ก็พะลองไงคะ เนื้อคู่กันก็ต้องหน้าเหมือนกันสิ”

“อย่าเล่นมุกแบบนี้สิคะ แพงหน้าบางนะ...”

แพงเขินหน้าแดง

กันลองเผลอนอนหงายแล้วร้องโอ๊ยเพราะเจ็บก้นกบจากที่ตกกำแพง แพงหัวเราะเยาะ ก่อนจะเปลี่ยนมาถามเขาว่า ถ้าเจอคนที่หน้าเหมือนตนเป๊ะ เขาจะทำอย่างไร กันลองตอบขำๆว่าคงถ่ายรูปคู่แล้วเอามาเทียบว่าใครหน้าตาดีกว่ากัน แพงเซ็งกับคำตอบเขา ชายหนุ่มแก้ตัวใหม่

“อืม...ก็คงอยากรู้จักให้มากขึ้นล่ะมั้ง คนเราเกิดมาหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแฝด มันต้องมีอะไรคอนเน็กกันบ้างล่ะ”

แพงคิดตามแล้วตัดบทว่าง่วงขอตัวเข้านอน

กันลองทิ้งท้ายพรุ่งนี้เจอกัน...แพงวางสายแล้วมองเบอร์โทร.โฮป...ด้านโฮปโทร.หามัมแต่ซาร่ารับสายไม่ยอมส่งต่อ อ้างว่ามัมทอดไส้กรอกอยู่ เอาแต่ย้ำให้กลับบ้านเสียที โฮปเซ็งวางสายแล้วพึมพำ บ้านตนอยู่ที่ไหนกันแน่...

รุ่งเช้า เฟยหลันเอาตุ๊กตาวูดูของตัวเองเขี่ยแก้มปลุกโฮป เร่งให้ไปกองถ่ายเพราะแพงกับวรัชช์มีคิวถ่าย มะรืนเราจะกลับกันแล้ว โฮปลังเลอ้างยังปวดท้องให้เพื่อนไปคนเดียวก่อน

ในห้องแต่งตัวกองถ่าย แพงนั่งแต่งหน้าอยู่ วรัชช์เข้ามานั่งจ้องหน้า สักพักเอ่ยถาม เคยเห็นแฟนคลับที่ทำศัลยกรรมจนหน้าเหมือนเธอไหม เหมือนมากจนตนทักผิด ต่างกันที่นิสัย ถ้าอยากเห็นให้ไปที่โรงแรมตนหลังเลิกกอง แพงรู้แก่ใจจะเลี่ยงหนี แต่เสียหลักล้ม วรัชช์คว้าตัวเธอไว้ทัน จ๋อมเข้ามาตามไปเข้ากอง แพงรีบผละตัวออกเขายังกระซิบ

“บอกตามตรงนะ ผมชอบแบบคุณมากกว่ายัยลิงนั่นเยอะเลย”

พอวรัชช์เดินไป แพงก็รีบพิมพ์ข้อความส่งถึงโฮป ...ระหว่างนั้น โฮปเดินมาที่มินิมาร์ท เห็นสแตนดี้รูปแพงถือสินค้า ก็เอามือถือถ่ายเซลฟี่ด้วย แล้วพิจารณาว่าเราต่างกันตรงไหน

ooooooo

เจ๊ทวิตตี้ส่งนามบัตรร้านชุดแฟนซีให้แพง บอกเย็นนี้ให้ไปรับชุดที่ร้านแล้วไปเจอกันที่งานตอนสองทุ่ม เพราะเธอต้องพาเด็กไปแคสติ้ง ย้ำเตือนให้แพงทานข้าวก่อน เพราะเป็นงานค็อกเทล แพงรับคำ ดีใจที่จะได้ไปเจอกับโฮปก่อนที่จะไปงาน

บ่ายวันนั้น โฮปว่ายน้ำเล่นในสระของโรงแรมด้วยชุดกางเกงขาสั้น วรัชช์เข้ามาตำหนิว่าโรงแรมมีกฎต้องใส่ชุดว่ายน้ำ เธอเอามือปิดอกกลัวโป๊เพราะเสื้อผ้าแนบเนื้อ วรัชช์แกล้งหยิบผ้าขนหนูมากางรอให้เธอขึ้นจากสระ โฮปไม่กล้าขึ้น นนท์เดินเข้ามาดึงผ้าเช็ดตัวจากมือเพื่อนไปส่งให้โฮป พร้อมขอโทษที่เพื่อนเสียมารยาท นนท์เข้าใจว่าโฮปเป็นแพง

พอถอยมายืนข้างวรัชช์ นนท์กระซิบถามสนิทกันถึงขนาดพามาว่ายน้ำแล้วหรือ โฮปคลุมผ้าเช็ดตัวจะเลี่ยงกลับห้อง วรัชช์แกล้งตะโกนถาม จะรีบไปไหนยายหมีขาว นนท์ติงเรียกผู้หญิงแบบนั้นได้อย่างไร วรัชช์สวนทีเขาเรียกเจี๊ยกจ๋าได้ล่ะ นนท์หน้าแดงขยับแว่นแก้เก้อ...

โฮปอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งเช็ดผมหน้ากระจก พอจะเสียบไดร์เป่าผมก็ดึงที่ชาร์จแบตออก มือถือปรากฏข้อความที่แพงส่งมาว่า...สนใจทานข้าวด้วยกันไหม เจอกันบีทีเอสสาทรหกโมงเย็น...โฮปตาเหลือกเหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รีบเป่าผมแล้วแต่งตัวออกไป

ระหว่างนั้น กันลองโทรศัพท์หาแพงชวนทานข้าวเย็น แต่เธอบอกมีนัด ไม่บอกว่านัดกับใคร เขาทำหน้าไม่สบายใจ ชลลดาเดินมาเห็น เหน็บว่าแพงอาภรณ์เล่นตัวไม่เบา กันลองหยิบแฟ้มที่แม่วางลงบนโต๊ะมาเปิดดูเห็นรูปสาวๆที่จะส่งประกวด ก็อ่อนใจที่แม่ไม่ยอมเลิกโปรโมตแบบเก่าๆ ชลลดายังกำชับว่าเดี๋ยวป้าอุทัยจะพาสาวๆมาให้เขาเป็นคนเลือกว่าคนไหนสวยเข้าตา

“อ้อ แล้วคืนนี้ก็ไปงานเลี้ยงครบรอบสิบปี หนังสือพิมพ์เดอะเบสท์ของคุณหญิงไพลินแทนแม่ด้วยนะ ตั้งแต่กลับมาจากนอก ยังไม่ได้ออกงานสังคมเลยนี่ ไปสร้างเครือข่ายเอาไว้สักหน่อย เห็นว่างานนี้พวกดาราดังๆแห่มาเกือบทั้งวงการเลยนะ” พูดจบชลลดาเดินไป

กันลองกำลังจะปฏิเสธ รีบปิดปากเงียบ โทร.เรียกปิติผู้ช่วยให้มาพบที่บ้าน กันลองให้ปิติแต่งตัวเป็นตนรับหน้าป้าอุทัย...พอป้าอุทัยพาสาวสวยมาสี่คน สาวๆก็วิ่งผ่านหน้าปิติตรงมารุมล้อมกันลอง ปิติทำเสียงเข้มว่า ตนคือกันลอง รัชประภาทวีชัย ทายาทรุ่นที่สี่ของไก่ฟ้าพญาลอ และนั่นคือปิติเป็นเสมียนควบตำแหน่งช่างกล้องของบริษัท อุทัยเหวอออกปากว่าเขาเปลี่ยนไปมากจากตอนเด็ก กันลองแอบขำตัดบทให้รีบถ่ายรูปเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา

ระหว่างที่กันลองถ่ายรูป ต้องเข้าไปจัดท่าทางให้หญิงสาว รื่นจิตออกมาจะขึ้นรถที่จอดหน้าบ้าน เห็นกันลองจับต้องสาวก็มองเหยียด พอดีอีกสองสาวเดินหิ้วถุงโอเลี้ยงผ่านหน้ารื่นจิตและคุยกันว่า เห็นกันลองแอบจับก้นเพื่อน รื่นจิตยิ่งรังเกียจมากขึ้นโดยไม่รู้ว่าที่สาวพูดถึงคือปิติ

ooooooo

เฟยหลันนั่งมองวรัชช์ตาเยิ้มอยู่ที่ล็อบบี้ราวจะจดจำเขาไว้ก่อนกลับออสเตรเลีย จิตจีรังเดินเข้ามานั่งข้างวรัชช์ นนท์โผล่มาทักเรียกเธอยัยลิง หญิงสาวตาเขียวใส่ เขาเรียกใหม่ว่าเจี๊ยกจ๋า จิตจีรังตีแขนเขาเพียะ แบบนี้ก็ห้ามเรียก

โฮปวิ่งออกมาจากลิฟต์ เฟยหลันเห็นก็ร้องเรียก วรัชช์ได้ยินมองตามและถามเฟยหลันว่าเพื่อนไปไหน เธอเองก็ไม่รู้ วิงวอนให้เขารอตนกลับมาอย่าเพิ่งไปไหน แล้ววิ่งตามโฮปไป จิตจีรังไม่พอใจที่วรัชช์สนใจสาวอื่น เข้ามากอดแขนชวนเขาไปทานกลางวัน วรัชช์ปฏิเสธอ้างว่ามีงานแล้วปลีกตัวออกไป หญิงสาวหงุดหงิดพาลใส่นนท์

“ผู้หญิงที่วิ่งออกไปคนแรกเป็นใคร หน้าคุ้นๆ”

นนท์อึกอัก จิตจีรังเค้นถามจนรู้ว่าคือแพง นนท์พยายามเอาใจและชมว่าจิตจีรังสวยกว่า เธอบ้ายอยิ้มปลื้มชวนเขาไปกินข้าวด้วยแทน นนท์ดีใจหน้าบาน

ระหว่างที่โฮปยืนโบกแท็กซี่ เฟยหลันตามมาถามจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปหาแพงก็ตื่นเต้นที่เพื่อนเจอคู่แฝดแล้ว โฮปยังไม่เล่าอะไรขอให้ช่วยเรียกรถให้ก่อน ทันใดมอเตอร์ไซค์เวสป้าของวรัชช์เข้ามาจอดตรงหน้าแล้วบอกว่าจะไปส่ง โฮปเห็นเวลากระชั้นชิดจึงยอมให้เขาไปส่ง เฟยหลันแทบกรี๊ดที่เพื่อนปาดหน้าเค้กไปแบบนี้

โฮปร้อนใจที่เมืองไทยรถติด ไฟแดงสี่แยกก็นานหลายนาที วรัชช์ทวงค่าตอบแทนด้วยการเลี้ยงข้าว

โฮปบ่นทำไมคนไทยถึงชอบชวนกินข้าว ชายหนุ่มขำก่อนจะเตือนให้เธอจับเอวตนแน่นๆจะซิ่งแล้ว หญิงสาวบ้าจี้กอดเอวเขาแน่น เขายิ้มชอบใจ

พอมาถึง โฮปมองหาแพงหน้ายุ่งเพราะเลยเวลานัด วรัชช์แซวว่านัดหนุ่มไว้แล้วไม่มาก็ไปกับตนแทนได้ โฮปว่าเขาหน้าหนา วรัชช์ลูบหน้าตัวเองถามหมายถึงหน้าด้านใช่ไหมแล้วหัวเราะอวดว่าผู้หญิงทั้งประเทศต่อคิวเดตกับตนเต็มไปหมด โฮปไม่สนใจไล่ให้เขากลับ

พอวรัชช์ขี่รถออกไป แพงก็บีบแตรเรียกโฮป

เธอดีใจมากรีบขึ้นรถและขอโทษที่มาช้าเพราะเพิ่งเห็นข้อความนัด แพงพาโฮปมาที่งานแฟนซี นั่งชิวอยู่ด้านนอก เอาเบอร์เกอร์ให้กิน

“โทษทีนะ พาไปทานข้าวที่ร้านไม่ได้ เดี๋ยวเรามางานต่อไม่ทัน” โฮปถามว่างานอะไร แพงพูดน้ำเสียงเซ็ง “ฉลองปีใหม่ประจำปีของหนังสือพิมพ์ดังน่ะ น่าเบื่อสุดๆ”

“น่าเบื่อตรงไหน งานแบบนี้คนเยอะดี น่าสนุกจะตาย”

แพงกลับไม่ชอบคนเยอะ โฮปกัดเบอร์เกอร์เจอผักดองร้องยี้ แพงกัดของตัวเองแล้วร้องยี้เช่นกัน

ทั้งสองหัวเราะที่ไม่ชอบผักดองเหมือนกัน...แพงค่อยๆกัดและเคี้ยวเบอร์เกอร์ ต่างจากโฮปที่กัดกินเคี้ยวหมับๆ จนเลอะปากไปหมด โฮปถามว่างานคืนนี้เลิกดึกไหม แพงพยักหน้า

“ดึกค่ะ เป็นงานแฟนซียุค 80 ด้วย คงวุ่นน่าดู”

โฮปตาโพลงตื่นเต้นเพราะชอบงานแบบนี้ แล้วถามแพงแต่งชุดอย่างไร แพงเล่าว่ามีร้านจัดไว้ให้ เป็นการโปรโมตเสื้อผ้าทางร้าน

“อาชีพแบบแพงดูน่าสนุกดีเนอะ ได้แสดงเป็นคนโน้นคนนี้ ส่วนคนแพนิคแบบไอ เป็นโฮสต์รายการอาหารยังไม่ได้เรื่องเลย” แพงนึกอะไรได้มองหน้า โฮปถาม “อะไรติดหน้าไอเหรอ”

แพงส่ายหน้ายิ้มๆ ด้วยความที่เบื่องานแบบนี้ แพงจึงให้โฮปแต่งตัวเป็นตน แล้วตัวเองใส่ชุดมาสคอตมังกร เดินจูงมือโฮปเข้างาน...โฮปอยู่ในชุดสาวซ่ายุค 80 เดินประหม่าแทบสะดุดล้ม ผู้คนทักทายเธอเป็นแพง จนมาถึงแบ็กดร็อป นักข่าวเชิญโฮปให้มายืนถ่ายรูป โฮปโพสท่าไม่ถูกใจนักข่าว จิตจีรังเข้ามาแย่งซีน โพสท่าใหญ่มากจนนักข่าวหันไปถ่ายภาพเธอ

แพงซึ่งอยู่ในชุดมาสคอตมังกร จึงทำท่าให้โฮปทำตามอยู่ข้างหลังนักข่าว สักพักโฮปก็ทำเองได้คล่อง นักข่าวให้นางเอกนางร้ายถ่ายคู่กัน สองสาวแข่งกันโพสท่า แพงยกนิ้วชมโฮป พอถ่ายรูปเสร็จ ทั้งสองเดินเข้างาน มีสาวเปรี้ยวพุ่งเข้ามาทักพร้อมยื่นนามบัตรให้

“ต๊าย น้องแพง ดีจริงที่เจอกันที่นี่ พี่มิงค์จากรายการครัวคุณต๋อยที่น้องแพงเพิ่งไปรับเชิญมาไงจ๊ะ คราวก่อนสปอนเซอร์หลักเขาปลื้มน้องแพงมาก เรตติ้งกระฉูดเลยจ้ะ โปรเจกต์หน้าพี่ขอจองตัวน้องแพงได้ไหม ให้เป็นพิธีกรรายการพี่เลย...”

โฮปตาโต “เอ่อ...รายการเกี่ยวกับขนมหวานไหมคะ”

แพงในชุดมังกรดึงมือโฮปให้เลี่ยงมา โฮปจึงขอตัวจากมิงค์ แพงกำชับไม่ให้โฮปพูดมากให้ยิ้มอย่างเดียว พนักงานเข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่ม แพงเลือกหยิบส่งให้โฮป ผู้คนเข้ามาทักทายและขอถ่ายเซลฟี่กับโฮป ต่างชื่นชมว่าวันนี้เก๋มาก โฮปเริ่มสนุกชนแก้วกับคนนั้นทีคนนี้ที พอเพลงดังขึ้น โฮปฉุดแพงในชุดมังกรออกไปเต้น แพงเคอะเขินสักพักก็เริ่มสนุกสนานไปด้วย

ooooooo

วรัชช์เข้ามาในงาน หลีสาวๆไปทั่ว มีสาวนางหนึ่งเซมาชน เขารีบโอบเอวเธอไว้ แต่พอเห็นหน้าว่าเป็นจิตจีรังก็หมดอารมณ์ โวยทำไมไม่อยู่ที่โรงแรมกับนนท์ หญิงสาวโวยกลับ

“ฉันจิตจีรัง จรัสจ้าจังจัง นางร้ายอันดับหนึ่งของสยามประเทศ ไม่ได้การ์ดเชิญงานนี้ก็ให้มันรู้ไปสิยะ”

“เอาที่สบายใจเถอะจ้ะ เออนี่ยัยเจี๊ยก เธอเห็นแพงอาภรณ์บ้างไหม”

จิตจีรังค้อนขวับบอกไม่รู้ไม่เห็น วรัชช์หาว่าเธอโกหก หญิงสาวสบถเกลียดคนรู้ทัน แล้วว่าเขาตัวสูงอย่างกับยักษ์ก็มองหาเอาเอง เขาดันไหล่เธอให้หลบทางแล้วเดินไปอย่างไม่ไยดี

อีกมุมหนึ่ง กันลองมากับปิติเดินมาทักโฮปเพราะเข้าใจว่าเป็นแพง เธอทักตอบเป็นภาษาอังกฤษ แพงเตะแข้งเตือนให้พูดใหม่ โฮปรีบวางท่าเป็นแพงคุยด้วย เขายื่นมือขอเธอเต้นรำ โฮปอึกอักแต่แพงดันให้ออกไป...จู่ๆมีคนมากอดบ่า แพงสะดุ้งหันมองเห็นเป็นวรัชช์ เขาถาม

“ไอ้เสื้อหนังนั่นใครวะ”

ปิติชิงตอบแทน “เอ่อ นั่นเจ้านายผมครับ คุณกันลอง เท่มากเลยใช่ไหมครับ”

วรัชช์เบะปากแล้วล็อกคอแพงซึ่งอยู่ในชุดมังกรออกไปเต้นรำโดยไม่รู้ว่าคือแพง...ในขณะที่โฮปเคอะเขินเต้นไม่ถูก กันลองชวนคุยว่าวันนี้เปลี่ยนลุคจนตนจำแทบไม่ได้ โฮปชมกลับว่าเขาลุคนี้ก็เท่ เขาถามเซอร์ไพรส์ไหมที่ตนมางานนี้ เธอพยักหน้าหงึกๆ

“คุณหญิงกุ๊กไก่เขาเป็นเพื่อนสนิทกับคุณหญิงป้าไพลินน่ะ พะลองเลยมาเป็นตัวแทนคุณหญิงกุ๊กไก่” โฮปงงใครคือกุ๊กไก่ กันลองแปลกใจเล็กน้อย “แม่พะลองไงคะ”

“ทำไมคนไทยชอบเอาชื่อสัตว์มาเป็นชื่อเล่นกันนะ เดี๋ยวไก่ เดี๋ยวลิง แล้วจริงๆพะลองชื่อลูกไก่หรือเปล่าคะ”

“ลูกไก่คงไม่แมนขนาดนี้หรอก...แล้วทานข้าวกับคนสำคัญมาเป็นไงบ้างคะ”

“อ้วนค่ะ เบอร์เกอร์ทั้งก้อนจะไม่ให้อ้วนได้ยังไงไหวคะ” โฮปตอบไปตามตรง

กันลองเคืองบอกไม่ได้อยากรู้ว่าทานอะไร อยากรู้ว่าไปกับใคร โฮปอ้ำอึ้งก็พอดีวรัชช์เข้ามาแทรกขอเปลี่ยนคู่ แล้วดึงมือโฮป กันลองไม่พอใจ แพงในชุดมังกรเห็นเจ๊ทวิตตี้เดินอยู่ก็รีบไปลากมาร่วมวง โฮปจึงชวนเจ๊เต้นด้วยกัน วรัชช์ยังยื้อจะเต้นกับโฮปซึ่งเขาคิดว่าเป็นแพง ปิติแกล้งขัดขา วรัชช์เกือบคะมำหันมามองหน้า ปิติยิ้มท้าทายชวนดวลเต้น วรัชช์รับคำท้าเพราะเห็นนักข่าวมองอยู่ จิตจีรังเชียร์วรัชช์ออกนอกหน้า

กันลอง โฮป เจ๊ทวิตตี้และแพงในชุดมังกรเต้นกันอย่างสนุกสนาน กันลองถามโฮปไม่แนะนำเพื่อนให้รู้จักบ้างหรือ โฮปอึกอักนึกชื่อแทนชื่อแพง พอดีมือถือกันลองดังขัดจังหวะ เขาขอตัวออกไปรับสาย เจ๊ทวิตตี้เริ่มเหนื่อยขอตัวไปหาเครื่องดื่ม หันมาเห็นวรัชช์เต้นดวลอยู่กับปิติ

“นายนั่นใคร เต้นเก๊งเก่ง” เจ๊ทวิตตี้แอบพอใจ

โฮปเห็นสีหน้าก็คิดอะไรสนุกๆขึ้นได้ ดึงเจ๊ทวิตตี้ไปฝากปิติดูแล ทั้งสองเต้นกันอย่างเมามันส์ วรัชช์ยังไม่ละความพยายามตื๊อขอแพงเต้นรำอีก อ้างว่านักข่าวอยากถ่ายรูป โฮปสบตาแพง เธอพยักหน้าให้ยอมๆไปก่อน จิตจีรังอุตส่าห์ไปหาน้ำมาให้วรัชช์ พอเห็นเขาเต้นรำกับแพงก็ไม่พอใจแทรกเข้ามายื่นน้ำให้ วรัชช์เอ่ยปากขอบใจนะเจี๊ยก...โฮปหัวเราะคิก จิตจีรังจะเอาเรื่อง

“ไม่เอาน่า อย่าทะเลาะกัน กำลังสนุกเลย” วรัชช์รีบกันและไม่สนใจเพื่อนสาว

จิตจีรังน้อยใจแยกออกมาโทรศัพท์เรียกนนท์ให้มารับ...วรัชช์หันมาทักโฮปซึ่งเข้าใจว่าเป็นแพง วันนี้ดูแปลก พูดจาห้วนๆ ยิ่งดูยิ่งเหมือน...โฮปชะงักกลัวเขารู้ว่าตนไม่ใช่แพง จึงรีบขอตัวไปห้องน้ำ แล้วดึงแพงในชุดมังกรไปด้วย ไม่ทันจะไปกันลองเดินกลับมา สองสาวตัดสินใจวิ่งหนี โฮปทำตุ้มหูหลุดข้างหนึ่ง ก่อนจะวิ่งลงบันได

โฮปสะดุดจะตก วรัชช์เข้ามากอดไว้ทัน เธอตกใจคิดว่าเขาแต๊ะอั๋ง เผลอขึ้นเข่าใส่ ตามด้วยถีบจนรองเท้ากระเด็น เขาล้มก้นจ้ำเบ้า แพงตกใจมือทาบอก โฮปฉุดให้แพงวิ่งต่อ วรัชช์เก็บรองเท้าขึ้นมามอง กันลองตามมาขอรองเท้าคืน วรัชช์มองหน้า

“ตกลงนายเป็นใครกันแน่ หน้าคุ้นๆนะ เคยมารับแพงที่กองถ่ายนี่”

กันลองไม่ตอบแต่ส่งนามบัตรให้แล้วดึงรองเท้าจากมือวรัชช์เดินไป วรัชช์อ่านชื่อในนามบัตรแล้วพึมพำ เจ้าของฟาร์มไก่หรืออย่างไร

ooooooo

แพงกับโฮปเข้ามาเปลี่ยนชุดสลับกันในห้องน้ำ พอเดินออกมา กันลองถือรองเท้าเข้ามาถามจะใส่รองเท้าข้างเดียวออกไปให้สัมภาษณ์หรือ แล้วก้มลงใส่รองเท้าให้แพง ปรากฏว่าหลวม

“นี่ไม่ใช่ไซส์รองเท้าแพงนี่คะ”

แพงแก้ตัวว่าทางร้านส่งมาผิดขนาด ตนเอาทิชชูยัดไว้จึงหลุดง่าย กันลองเสนอจะอุ้มพาไป แพงหยิกเอวปราม โฮปซึ่งอยู่ในชุดมังกรถอยห่างออกมามองกันลองที่เดินเคียงคู่แพงไป ไม่ทันระวังชนเข้ากับวรัชช์ เขากำลังหงุดหงิดโวยว่าเดินไม่ดูทาง โฮปโกรธชกท้องเขาพลั่ก วรัชช์ตีก้นหมับเอาคืนแล้วสะดุ้งโหยงร้องว่า ผู้หญิงนี่! ขอโทษขอโพยยกใหญ่ โฮปฟาดมือใส่เขาแล้วเดินจ้ำหนี วรัชช์มองแต่พอจะตามก็เห็นสาวสะบึมเดินผ่าน จึงเปลี่ยนใจตามสาวสะบึมไป

แต่พอเห็นว่าเป็นแตงโมคู่ขาเก่า วรัชช์รีบผละออกกลัวนักข่าวขุดคุ้ย แตงโมตามยื้อ เขารี่ไปให้จิตจีรังช่วย เธอกระเง้ากระงอดแต่ก็ช่วยฉะแตงโมจนล่าถอย วรัชช์ควงเธอมาให้นักข่าวถ่ายรูปคู่เอาใจ โฮปในชุดมังกรยืนมองห่างๆ ส่ายหน้ากับความเจ้าชู้ของเขา

เวลาผ่านไปโฮปยืนรอแพงหน้าห้องน้ำ เธอให้ สัมภาษณ์เสร็จรีบวิ่งมา โฮปถอดฮู้ดมังกรออก เจ๊ทวิตตี้เปิดประตูผางเข้ามา โฮปรีบเข้าไปหลบในห้องน้ำ เจ๊ไม่ได้สนใจแพงกลับเคาะประตูถามคนที่อยู่ในห้องน้ำ ขอเข้าไปหาของ แพงเข้าขวางหน้าถามว่าหาอะไร

“สมุดจดเลขเด็ดประจำงวดนี้น่ะสิ หายไปไหนก็ไม่รู้ แต่เจ๊จำได้ว่าเจ๊นั่งจดอยู่ในห้องนี้”

โฮปมองไปรอบห้องเห็นมีสมุดวางอยู่บนกล่องทิชชู จึงหยิบสอดใต้ประตู เจ๊ทวิตตี้เห็นดีใจรีบบอกว่าออกมาแล้วจะบอกเลขเด็ดให้ แพงกลัวความแตกจึงท้วง เลขเด็ดเขาไม่บอกใครกัน เดี๋ยวไม่ขลัง เจ๊ทวิตตี้เห็นด้วยจะกลับออกไปหาปิติ แพงรีบขอตัวแยกกลับเลย

“โอเคค่ะลูกสาว ขับรถดีๆนะ” เจ๊ทวิตตี้กำชับแล้วดันประตูออกไป

แพงหันมาเคาะเรียกโฮปให้ออกมาแล้วหัวเราะ รู้สึกสนุกไม่เคยทำอะไรหลุดโลกแบบนี้มาก่อน โฮปบอกชีวิตวัยรุ่นมันต้องแบบนี้

ooooooo

สุดท้ายคืนนี้ แพงพาโฮปกลับมานอนที่บ้าน โฮปเห็นกล่องของขวัญเต็มห้องนอนแพงก็ตื่นเต้นไปด้วย แพงบอกว่าแฟนคลับให้มายังไม่มีเวลาแกะ โฮปเห็นมีภาพวาดการ์ตูนล้อรูปแพงกับวรัชช์ก็เบ้ปากจับหันหลังไม่อยากมอง แพงแซวรังเกียจเขาขนาดนั้นเลยหรือ ดูเขาชอบเธอ

“หยี...เพราะไอหน้าเหมือนแพงล่ะไม่ว่า แพงอย่าไปหลงชอบคนแบบนี้นะ ไอเกลียดที่สุดเลยพวกชอบพูดเพ้อเจ้อ แถมเจ้าชู้ยิ่งกว่าคาสโนว่ากลับชาติมาเกิดอีก”

“ก็จริงนะ แต่นอกจากเรื่องเจ้าชู้แล้ว เขาก็ตั้งใจทำงานดี ไม่ได้เลวร้ายอะไร”

“ไอไม่ได้ร่วมงานกับเขาอย่างแพงนี่ ไม่รู้หรอก”

“โฮปไม่หวั่นไหวกับเขาบ้างเหรอ ผู้หญิงเกือบครึ่งประเทศหลงเขาจะตาย”

“ไม่สักนิด ผู้ชายในสเปกไอนะ ต้องเป็นผู้ใหญ่ อบอุ่น ทรีตเราให้เป็นเจ้าหญิง” แพงล้อว่าโฮปเป็นแฟนคลับการ์ตูนดิสนีย์เหมือนตน โฮปบอกว่าใช่ตนชอบเรื่องมู่หลาน แพงบอกชอบเหมือนกันแต่ไม่อยากปลอมตัวเป็นคนอื่น ตนชอบสโนว์ไวท์เพราะเจ้าชายมองทะลุคราบของคนธรรมดาจนเห็นความงามและเป็นรักแท้ โฮปดัดเสียงเป็นแม่มดถามกระจกวิเศษใครงามเลิศในปฐพี แพงตอบว่าก็เราสองคน สองสาวหน้าเหมือนหัวเราะกันครืน

โฮปอาบน้ำเสร็จเดินออกจากห้องน้ำ ได้ยินเสียงมือถือแพงดังแต่เธอหลับสนิท พอปลุกก็เอาหมอนปิดหน้าอีก โฮปจึงรับสายแทนเพราะเห็นหน้าจอขึ้นชื่อพะลอง

กันลองถามว่านอนหรือยัง ถ้ายังให้ลงมาหาริมรั้วมีของจะให้ โฮปไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรชะโงกหน้าต่างเห็นกันลองกำลังปีนรั้วข้ามมา จึงรีบวิ่งลงไปทั้งที่ยังไม่ได้ถอดหมวกอาบน้ำ พอชายหนุ่มเห็นก็ขำคิดว่าเธออยากเจอเขาเร็วจนลืม โฮปยิ้มเจื่อนๆจุ๊ปากให้เบาเสียง กันลองยื่นถุงแกงบวดให้ บอกตนไม่มีรถฟักทองจึงเอาแกงบวดฝีมือโรยบุญมาให้แทน

“แกงบวด...เผ็ดไหมคะ” โฮปถามซื่อๆ

“เดี๋ยวนี้พะแพงนี่เล่นมุกเก่งขึ้นนะ เอ้อ แล้ววันนี้มีเรื่องอะไรเหรอคะ พะลองเห็นวรัชช์เขาไล่ตามแพงแจเลย”

โฮปแก้ตัวว่าเขาคงโกรธที่ตนเหยียบเท้าตอนเต้นรำ และตนเข้าใจผิดคิดว่าเขาแต๊ะอั๋งจึงป้องกันตัว กันลองบอกถึงป้องกันตัวเองได้ ตนก็อดห่วงไม่ได้ โฮปทำทีหาวขอตัวไปนอน เขายื่นตุ๊กตาวูดูถือลูกไก่ให้ โฮปชอบใจชมว่าน่ารัก กันลองยิ่งรู้สึกว่าแพงเปลี่ยนไปมาก โฮปบอกแพงก็คือแพงคนเดิม จะเปลี่ยนไปได้อย่างไร กันลองดึงมือเธอให้หันมาประชิด กระซิบว่าฝันดีพะแพงของพะลอง...โฮปเขินใจสั่นกอดตุ๊กตาที่เขาให้ไว้แน่น

รุ่งเช้า แพงตื่นขึ้นมาเห็นโฮปนอนกอดตุ๊กตาน่ากลัวก็ตกใจร้องวี้ด...กระโดดลงจากเตียง โฮปสะดุ้งตื่นถามเป็นอะไร แพงชี้ว่าตุ๊กตาคุณไสยนั่นมาจากไหน โฮปรีบบอกว่าของตนและให้ดูว่ามันน่ารักอุ้มลูกไก่ด้วย แพงมองลูกไก่อย่างคุ้นตา โฮปตัดบทว่าหิวแล้วฉุดแพงให้ลุกขึ้น

แพงพาโฮปเดินลงมาข้างล่าง เห็นบ้านเงียบก็พึมพำว่าใจคงออกไปตลาด ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องตอบคำถามว่าโฮปเป็นใคร แล้วแพงก็เปิดตู้เย็นหยิบอาหารแช่แข็งออกมาสองกล่อง โฮปเบ้หน้าที่แพงกินอาหารพวกนี้ อาสาทำอาหารให้ทานเอง...แพงทึ่งเมื่อเห็นโฮปทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว บ่นว่าตัวเองทำไม่เป็นสักอย่าง โฮปยิ้มปลอบว่าเพราะแพงเป็นเจ้าหญิง

โฮปถามแพงมีพี่น้องไหม แพงบอกอยากมีน้องมากแต่เพื่อนแม่เล่าว่า แม่มีลูกยากเลยถอดใจ แต่พอมาเจอโฮปก็คิดใหม่ว่าถ้ามีน้องคงจะดี ไม่เหงา โฮปยิ้มเศร้าๆ เพราะคิดเหมือนแพง

ooooooo

วรัชช์นั่งมองตุ้มหูของแพงที่หล่นในงานเมื่อคืน ได้ยินเสียงแชะๆก็หันมอง เห็นเฟยหลันแอบถ่ายรูป จึงเข้าไปบอกว่าขอถ่ายดีๆก็ได้ แล้วเลียบเคียงถามถึงโฮป เธอบอกว่ายังไม่กลับตั้งแต่เมื่อคืน วรัชช์รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเดินปึงปังออกไป เฟยหลันงงมาก

นนท์เห็นท่าทางวรัชช์ก็แซวทำตัวเหมือนเสือติดจั่น วรัชช์โวยอย่างตนไม่มีทางติดกับดักใคร ว่าแล้วก็โทร. ชวนแตงโมออกไปเที่ยว นนท์เซ็งโทร.หาจิตจีรังบ้าง แต่กลับโดนเธอว๊ากใส่

ด้านกันลองประชุมเครียดที่บริษัท เขาพยายามให้แม่และพนักงานรุ่นใหญ่เข้าใจถึงการที่เขาอยากเปลี่ยนการโฆษณายาสตรีไก่ฟ้าพญาลอ จากที่เอาแต่นางงามภูมิภาคเป็นพรีเซ็นเตอร์ มาเป็นดาราหรือนางแบบดัง เพื่อขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าสาวในเมืองที่มีกำลังซื้อสูงกว่า ทำตลาดออนไลน์ จ้างครีเอทีฟรุ่นใหม่เข้ามาเสริม เพิ่มทีมปรุงยาแผนตะวันตกเข้ามาผสมผสาน จะทำให้ยอดขายสูงขึ้นจากที่ผ่านมา...ชลลดาให้ทำแผนงานเสนอเข้ามาถ้าไม่เป็นการถลุงเงินจนเกินไป

ในกองถ่าย แพงนั่งดูรูปที่ถ่ายเซลฟี่กับโฮปแล้วขำ วรัชช์เข้ามายื่นตุ้มหูคืนให้พร้อมบอกว่า เมื่อคืนเธอโมโหได้น่ารักมาก แพงนิ่งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เขาแซวว่าเมื่อคืนคงวิญญาณแฟนคลับลิงเข้าสิง แพงเดินหนีทำให้วรัชช์เซ็งทำไมถึงเปลี่ยนจากเมื่อคืน

ระหว่างถ่ายทำวรัชช์จึงเล่นนอกบท ดึงแพงเข้าไปกอดหนักหน่วง เธอมองผู้กำกับซึ่งไม่ยอมสั่งคัต จึงต้องเล่นนอกบทไปด้วย ด้วยการเตะหน้าแข้งเขาให้ปล่อย ผู้กำกับชอบใจมากดูเป็นธรรมชาติ พอสั่งคัต แพงเดินไปให้ช่างซับหน้า ทีมขนย้ายไฟตั้งไม่ระวัง ขาตั้งไฟล้มมาใส่แพง วรัชช์เห็นเข้าไปดึงเธอออกมาแต่โดนเฉี่ยวบริเวณศีรษะแตกเลือดออก และหัวแหวนที่นิ้วของวรัชช์ข่วนคอเธอเลือดซิบ แพงตกใจจนสลบ เขารีบอุ้มเธอส่งโรงพยาบาล

โฮปกำลังเก็บของเตรียมเดินทาง รู้สึกเจ็บหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างประหลาด ทันใดเฟยหลันโทร.เข้ามาบอกว่าแพงประสบอุบัติเหตุในกองถ่าย ก็ตกใจมาก...ด้านรื่นจิตง่วนกับงานที่ทำ เห็นมือถือขึ้นชื่อทวิตตี้ พอจะรับ ลูกน้องเข้ามาบอกว่าลูกค้ารอเซ็นสัญญา จึงผละไปพบลูกค้าก่อน...ทางกันลองกำลังซาวเสียงพนักงานว่า ช่วงนี้ใครที่กำลังดังและมาแรง ส่วนใหญ่เสนอชื่อแพงอาภรณ์ เขายิ้มกริ่มเพราะคิดอยู่แล้ว พลันปิติโพล่งขึ้นเมื่อเห็นข่าวแพงได้รับอุบัติเหตุ

กันลองไม่รอช้าออกจากบริษัททันที...โฮปใส่หมวกแก๊ปนั่งมอเตอร์ไซค์มาโรงพยาบาล เห็นแฟนคลับแน่นขนัด เฟยหลันวิ่งมาบอกไม่รู้จะฝ่าไปได้อย่างไร โฮปนึกได้ให้เพื่อนทำเป็นหญิงท้องแก่ แล้วร้องขอทางว่าคนจะคลอดลูก ทุกคนแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement