เดือนประดับดาว ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เดือนประดับดาว ตอนที่ 1


17 ธ.ค. 2560 08:18
153,934 ครั้ง

ละคร นิยาย เดือนประดับดาว

เดือนประดับดาว ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

เดือนประดับดาว

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

บทโทรทัศน์โดย:

พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

กำกับการแสดงโดย:

มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล

ผลิตโดย:

บริษัท ดอร์เธอร์ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ชาคริต แย้มนาม, รณิดา เตชสิทธิ์,ธนิน มนูญศิลป์,

หน้าบ้านที่มีการถ่ายทำละคร...แพงอาภรณ์ ดาราสาวดาวรุ่งวิ่งมาตามทางเดินด้วยสีหน้าร้อนรน มาถึงมุมร้างผู้คนแถวลานจอดรถ เธอชนกับใครคนหนึ่งอย่างจังล้มลง แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีใบหน้าคล้ายตนราวกับส่องกระจก ยกเว้นทรงผมที่ไปคนละทาง...

ก่อนหน้านั้น...แพงอาภรณ์หรือแพงอยู่กับแม่รื่นจิต ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ค่อยดีนัก หลังจากพ่อแก้วขวัญจากไปเมื่อเธออายุได้ 12 ปี แม่เอาแต่ทำงานหนักเพื่อยกระดับฐานะครอบครัว เพราะแม่เชื่อว่าหากมีเงินก็คงยื้อชีวิตพ่อแก้วขวัญได้นานกว่านั้น

แพงนั่งดูละครที่ตัวเองแสดง อยากได้คำติชมจากแม่ แต่รื่นจิตไม่สนใจ แพงอดบ่นไม่ได้

“ตั้งแต่แม่ได้ขึ้นเป็นพาร์ตเนอร์นี่ งานยุ่งกว่าเดิมอีกนะ ใช้งานกันยันบ่ายวันอาทิตย์เลย”

“แพงก็รู้แม่ไม่ชอบดูพวกละครเพ้อฝันอะไรพวกนี้”

แพงหน้าเสียแต่ยังอยากเอาใจแม่ ตักข้าวใส่จานรอทานพร้อมกัน รื่นจิตกลับรีบร้อนออกไปทำงาน แพงผิดหวังบอกสาวใช้เก็บโต๊ะ จะออกไปทำงานเหมือนกัน ใจขอถามด้วยความอยากรู้ว่าวรัชช์พระเอกที่แสดงคู่กับแพง ตัวจริงหล่อแค่ไหน

“ก็หล่อมั้ง แต่ดูเจ้าชู้ไปหน่อย แพงชอบแบบอบอุ่นมากกว่าจ้ะ” แพงยิ้มคิดถึงใครบางคน

เจ๊ทวิตตี้หรือสาวิตรีผู้จัดการส่วนตัวของแพงโทร.เข้ามา “แพง เจ๊ใกล้ถึงบ้านแพงแล้ว อีกประมาณสิบนาทีออกมารอเจ๊เลยนะ”

“โอเคค่ะ...แต่แพงบอกแล้วนะว่าแพงทำกับข้าวไม่ค่อยเป็น รายการเขาโอเคจริงๆนะเจ๊”

“ไม่ต้องกังวล ไปยืนยิ้มสวยๆออกทีวีก็พอย่ะเจอกันนะลูกสาว”

แพงหยิบกระเป๋าใบใหญ่ก่อนจะหันมาบอกใจ ล็อกบ้านได้เลยตนกลับดึก แล้ววิ่งออกมาหน้าบ้าน อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองคฤหาสน์ที่อยู่ติดกันด้วยคิดถึงใครบางคน เธอยกมือถือขึ้นมากดดูวันที่มีโน้ตไว้ว่า...พระลอง

ooooooo

คฤหาสน์หลังงามที่อยู่ติดกันนี้มีตุ๊กตาสลักรูปไก่ฟ้าตั้งตระหง่านที่สวนหน้าบ้าน เป็นของคุณหญิงชลลดา ประธานบริษัทยาสตรีไก่ฟ้าพญาลอ เป็นแม่ของกันลอง ชายหนุ่มที่แพงคิดถึง

ภายในห้องนั่งเล่นชลลดาละสายตาจากนิตยสารที่แพงถ่ายขึ้นปกกับวรัชช์ แล้วเปรยว่า

“เด็กคนนี้นับวันยิ่งสวย ดีนะไม่เหมือนคนแม่ นับวันยิ่งหย่อนยานเพราะเอาแต่ทำตาถลน ถ้าตาลองมัวช้าอยู่คงจะมีคนตัดหน้าไปแน่ๆ”

“คุณพะลองของบ่าวจะผัดหน้าไปทำไมเจ้าคะ ไม่ใช่กะเทยเสียหน่อย แค่นี้ก็รูปงามเหมือนพะลอจะแย่อยู่แล้ว” โรยบุญสาวใช้เก่าแก่ทำตัวราวกับเกิดมาในยุครัชกาลที่ 7 ชอบใช้คำพูดโบราณ กิริยาท่าทางเลียนแบบชาววัง แต่ที่แย่คือ...หูตึง

ชลลดาทำหน้าเซ็ง เปิดดูหนังสือต่อเจอหน้าโฆษณายาสตรีไก่ฟ้าพญาลอ ซึ่งตัวเธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ มีสโลแกนว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะไก่ และมีลายเซ็นใต้สโลแกนก็ชื่นชม

“เอเจนซี่นี้เขาทำแอดดีนะ เดี๋ยวต้องโชว์ตาลองสักหน่อย อืม...เครื่องบินลงแต่เช้าแล้ว ทำไมป่านนี้ยังไม่ถึงบ้านอีก บอกว่าจะไปรับก็ไม่ยอม”

“คุณพะลองของบ่าวคงอยากขับเครื่องบินกลับมาหาคุณหญิงที่บ้านใจจะขาดนะเจ้าคะ”

“ไม่รู้จะไปเรียนขับเครื่องบินทำไม พูดไปก็ไม่เชื่อ ดื้อเหมือนพ่อมันไม่มีผิด ลูกคนนี้มันเลี้ยงเปลืองข้าวสุกจริงๆ”

“เดี๋ยวโรยไปดูให้นะเจ้าคะว่าข้าวสุกรึยัง” โรยบุญรีบเดินเข้าครัว ปากก็ร้องสั่งนังไหม นังหม่อนให้ดูข้าวในหม้อเพื่อเตรียมจัดสำรับขันโตกให้ทันพระลอปิ๊กวัง

ชลลดาส่ายหน้าระอาใจกับความหูตึงของสาวใช้เก่าแก่ นั่งดูนิตยสารต่อไป ประกอบกับเสียงร่ายกลอนวรรณคดีลิลิตพระลอของโรยบุญแว่วมา

ในขณะที่กันลองนั่งอยู่ในรถลีมูซีน ในมือถือโมเดลเครื่องบินเล็ก สายตามองออกไปเห็นโปสเตอร์โฆษณาละครที่แพงเป็นนางเอก ก็รำพึงออกมา “ยังรอกันอยู่ไหมนะ...พะแพง”

เมื่อมาถึงบ้าน ชลลดาจะโผกอดลูกชายด้วยความคิดถึง แต่โรยบุญแทรกเข้ามากอดก่อน แถมหอมแก้มซ้ายทีขวาที กันลองบอกป้าโรยว่าพะลองกลับมาหาป้ากับพะแพงแล้ว ชลลดาค้อนปะหลับปะเหลือก กันลองหันมากอดเอาใจ เธอจึงบอกว่าพรุ่งนี้ให้เข้าบริษัท เสียเวลาไปมากกับการเรียนสองปริญญาที่เปล่าประโยชน์ ชายหนุ่มตัดพ้อ

“แม่ก็รู้ดีนี่ครับว่าผมไม่เคยปล่อยการเรียนเสีย ที่จบโทบริหารเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมานี่ ยังไม่พอใจอีกเหรอครับ”

“แม่จะพอใจกว่านี้มาก ถ้าลูกเข้าใจสักทีว่าทำไมแม่ถึงต้องเคี่ยวเข็ญลูกให้ไปทางนี้ และจะพอใจที่สุดถ้าลูกทำยอดขายเพิ่มเกิน 60% ภายในสองปี พิสูจน์ให้แม่เห็นสิว่าลูกทำได้”

กันลองรู้แก่ใจว่าตนเติบโตมาเพราะเงินจากต้นตระกูลที่เป็นหมอยาสตรีจากในวัง จึงขอร้องถ้าตนทำสิ่งที่แม่ต้องการได้ แม่ต้องปล่อยให้ตนทำในสิ่งที่ตนอยากจะทำ

“ความฝันลมๆแล้งๆแบบเดียวกับที่พาพ่อแกไปตายน่ะนะ ทำให้ได้อย่างที่ฉันบอกแล้วค่อยมาคุยกัน” ชลลดาประชด

กันลองมีสีหน้ากดดันแต่ไม่ยอมแพ้
ooooooo

บนถนนในเมืองเพิร์ธ โฮปสาวสวยวัยใสกำลังขับรถออกนอกเมือง โฮปเป็นคนโผงผางเลินเล่อ อ่อนไหวง่าย คิดว่าพ่อแม่รักซาร่าน้องสาวมากกว่า อยากเป็นจุดสนใจของพ่อแม่บ้าง ความใฝ่ฝันอยากทำรายการอาหาร และที่เธอขับรถออกมาเพื่อหาซื้อวัตถุดิบไปปรุงแต่งขนม

บรรยากาศริมทะเลสาบดูร่มรื่นและสวยงาม โฮปจอดรถหยิบมือถือลงมาถ่ายเซลฟี่ตัวเองก่อนจะกดอัดซ้อมถ่ายรายการอาหาร

“สวัสดีค่ะเพื่อนๆ กลับมาพบกับรายการขนมหวานของโฮปกันอีกแล้วนะคะ วันนี้โฮปจะสืบเสาะหาวิธีทำขนมหวานที่แสนอร่อยในราคาสบายกระเป๋าทุกคนค่ะ...” โฮปเดินพูดไปถ่ายไปเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ทันไรมีสายเข้ามาขัดจังหวะ หน้าจอขึ้นชื่อเฟยหลันจึงกดรับ

“เออ...แกอยู่ไหนแล้ว ชักช้าจริง เออๆ งั้นฉันเข้าไปในห้องแกก่อนนะ”

โฮปขับรถไปยังอพาร์ตเมนต์ของเพื่อนสนิท...

หอบข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาในห้อง จัดแจงถ่ายการทำขนมเค้กไปพลางก่อน เฟยหลันมาถึงกดปิดการอัด โฮปบ่น

“โทร.มาเร่งไอแท้ๆ แต่ดันมาถึงช้ากว่า ดีนะที่ไอมีกุญแจสำรองอยู่ รายการขนมไอเละหมดเลย เกือบอัดเสร็จแล้วเชียว”

“ซอรี่น่า ให้ยืมครัวแล้วยังจะพูดมากอีก แล้วที่ฉันมาช้านี้ก็เพราะไปเยี่ยมนายแดน เอ็กซ์แกที่เข้าโรงพยาบาลไง เล่นกินเค้กใส่ยาถ่ายที่แกอบให้มันตอนบอกเลิกเข้าไปทั้งก้อนแบบนั้น ไม่ขาดน้ำจนช็อกก็บุญแล้ว โชคดีนะที่ฉันเป็นเพื่อนแก...เห็นเป๋อๆอย่างนี้ เอาคืนทีอย่างแรงเลย”

“ก็สมควรโดน แอบคบยัยนีน่าทั้งๆที่เดตกับไออยู่เนี่ยนะ”

เฟยหลันขยาดเปลี่ยนเรื่อง “แล้วเป็นไง อบเค้กได้เรื่องไหม เตาที่บ้านแกใหญ่กว่าบ้านฉันตั้งเยอะ ดันมาทำที่นี่ทำไมก็ไม่รู้”

“แกก็รู้ ซาร่าชอบพาเพื่อนมาเล่นที่บ้านช่วงวีกเอนด์ ไอทำอะไรได้ที่ไหนล่ะ”

“แหม อยู่คนเดียวทำเป็นเก่งนะ ทีตอนไปออดิชั่นพิธีกรรายการอาหาร ดันแพนิคกำเริบจนทำแป้งหกเรี่ยราด” เฟยหลันขำที่เพื่อนตื่นเต้นเกินเหตุคราวก่อน

โฮปรับรองว่างานพรุ่งนี้ไม่พลาดแน่ ไม่ทันขาดคำเผลอหยิบถาดเค้กที่เพิ่งอบออกจากเตาโดยลืมใส่ถุงมือ เลยร้องเสียงหลง วิ่งไปเปิดน้ำใส่มือลดความแสบร้อน

ขณะเดียวกัน แพงซึ่งอยู่เมืองไทยกำลังอ่านบทอยู่ที่กองถ่าย รู้สึกแสบร้อนที่มือจนสะบัดบททิ้ง เจ๊ทวิตตี้ตกใจคว้ามือเธอมาสำรวจว่ามีมดหรือแมลงอะไรกัด แพงแปลกใจตัวเอง

“แสบจังค่ะ เหมือนโดนลวกเลย เจ๊ช่วยหาบัวหิมะให้แพงหน่อยได้ไหมคะ”

เจ๊ทวิตตี้จะออกไปถามคนในกองแต่แพงรีบบอกว่าตนมีอยู่ในกระเป๋าให้ช่วยหยิบที ผู้จัดการสาวใหญ่เปิดกระเป๋าของแพงแล้วต้องทึ่งกับความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเธอ แพงจัดของใส่กล่องวางแยกของใช้กับของกินเป็นสัดส่วน มีกระดาษแปะบอกว่าอะไรเป็นอะไร

“นี่หล่อนจะเตรียมมาติดเกาะเหรอยะ แล้วพกฟอยล์ห่ออาหารมาทำไม”

“ฟอยล์ช่วยกันความร้อนได้นะคะ เผื่อกระเป๋าตากแดดแล้วเครื่องสำอางจะเสีย”

“หือ ฉันประมาทนางไม่ได้จริงๆ เฮ้ย! มีเมล็ดฟักทองของโปรดฉันด้วย” เจ๊หยิบขนมเข้าปาก แล้วเหน็บ “นี่ฉันนึกว่ากระเป๋าโดเรม่อน”

แพงบอกคนเราต้องพร้อมรับทุกสถานการณ์ เจ๊ทวิตตี้ยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะส่งกระปุกบัวหิมะให้พร้อมวางซองบนกระปุก และยังเป่ากระหม่อมแพง

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ค่ะลูกสาว เงินทองไหลมาเทมา สวยๆๆ เด้งๆๆๆ เพี้ยง”

“ขอบคุณค่ะเจ๊ นี่ของขวัญชิ้นแรกเลยนะคะเนี่ย” แพงเปิดซองดู พอเห็นเป็นคอร์สร้อยไหมเพชร ก็ทำหน้าเหย กลัวเจ็บ แย็บถามว่าเข็มเล่มใหญ่ไหม

“โอ๊ยเล็กเท่าจิมิมดย่ะ ไปๆรีบไปถ่ายให้เสร็จ เดี๋ยวมีเรียนการแสดงต่ออีกนะ”

แพงทาบัวหิมะที่มือก่อนจะเดินตามเจ๊ทวิตตี้ออกไป...ขณะเดียวกัน โฮปกำลังทาบัวหิมะบนมือที่โดนความร้อนอยู่ในอพาร์ตเมนต์เมืองเพิร์ธ มือถือเฟยหลันดังเตือนให้รู้ว่าได้เวลาดูละครออนไลน์ผ่านดิจิตอล เธอตื่นเต้นออกนอกหน้าจนโฮปหมั่นไส้ที่เพื่อนกรี๊ดวรัชช์พระเอกละครมาก แถมสาธยายว่าหล่อเลิศ จบโทด้านบริหารแต่มาทำตามความฝันที่อยากเป็นนักแสดง...โฮปนั่งเป่ามือไม่ทันมองไตเติ้ลละครที่เพื่อนเปิดไว้ ว่านางเอกหน้าตาเหมือนตัวเองราวกับแกะ

ooooooo

วรัชช์ พระเอกเนื้อหอม นิสัยเจ้าชู้ไม่ต่างจากพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาเติบโตมากับป้าซึ่งมีลักษณะเป็นทอม เป็น บก.สำนักพิมพ์และยังบังเอิญเป็นเพื่อนสนิทรื่นจิต แม่ของแพง วรัชช์ร่วมหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจโรงแรมขนาดย่อม ทำให้สาวๆหลงใหลมากขึ้น

วันนี้มีเรียนการแสดง มีพีอาร์มาถ่ายภาพเพื่อทำโปรโมตละคร ไม่วายที่วรัชช์จะทำเจ้าชู้ใส่แพงรวมไปถึงพีอาร์สาว...จิตจีรัง นางอิจฉาของเรื่องก็เป็นหนึ่งในสาวที่หลงใหลเขา วรัชช์ชอบเรียกเธอว่าเจี๊ยก ซึ่งเธอไม่ชอบและพาลหมั่นไส้แพงที่เป็นนักแสดงหน้าใหม่แต่ดังกว่า จึงมักพูดเหน็บแนมทำนองสอนในฐานะรุ่นพี่ แพงจะตอบนิ่มๆ แต่เอาเรื่องอยู่ในที

“ขอบคุณที่แนะนำนะคะ ต่อไปแพงจะพยายามให้มากกว่านี้ค่ะ คุณจิกจริงจัง”

จิตจีรังได้ยินที่แพงเรียกก็ปรี๊ด วรัชช์ขำมองแพงอย่างเอ็นดู เจ๊ทวิตตี้รีบดึงแพงออกจากวง กระซิบเตือนอย่าเยอะเราเป็นเด็กใหม่ แพงรับคำและขอโทษ เผอิญสร้อยข้อมือแพงเกี่ยวกระเป๋าหล่นลงพื้น วรัชช์เห็นแอบเก็บและยิ้มอย่างมีเลศนัย

แพงกลับบ้านรู้สึกเหงาเข้ามาในห้องหนังสือ มองรูปพ่อที่ตั้งอยู่ข้างหน้ามีถาดวางพวงมาลัยแล้วรำพึง ถ้าพ่ออยู่คงไม่ลืมวันเกิดตน และพ่อก็คงบอกอีกว่าแม่ทำงานหนักเหมือนทุกปี เหมือนตอนสิบขวบ แม่ไม่ได้กลับมาฉลองวันเกิดด้วย พ่อกำลังเขียนนิยายเรื่อง “เดือนประดับดาว” แต่พ่อก็ยังปลีกเวลาพาไปซื้อเค้กชาเย็นที่ตนชอบ

แพงรู้สึกว่าชื่อนิยายของพ่อเพราะมาก ถ้านิยายนี้ถูกนำมาทำละครก็คงดี เธออยากเล่นเป็นดาวละไมกับเดือนละออ...พลันมือแตะที่ข้อมือแล้วต้องตกใจ เมื่อรู้ว่าสร้อยข้อมือที่พ่อให้เป็นของขวัญหายไป รีบรื้อค้นจนทั่วก็ไม่เจอ เธอเสียใจและเสียดายอย่างมาก

ในขณะที่รื่นจิตทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ มธุรสโทร.เตือนว่าวันนี้เป็นวันเกิดแพง เธอชะงัก แต่ไม่อาจละมือจากงานที่เร่งได้...แพงรู้สึกเหงา เดินเข้ามาในครัวเห็นกระดาษโพสต์อิตแปะว่า

“กลับดึก ไม่ต้องรอกินข้าว” แพงดึงกระดาษมาแปะรวมบนบอร์ดที่มีโพสต์อิตมากมาย เป็นข้อความที่แม่สื่อสารด้วย แล้วเลยมาเปิดตู้เย็น เห็นมีเค้กชาเย็นก็ดีใจตะโกนเรียกใจมาถาม

“เค้กนี่แม่ซื้อมาเหรอ”

“เพื่อนคุณผู้หญิงค่ะ ที่ห้าวๆหน่อย”

“ป้า บก.เอ่อ...เฮียมธุรสเหรอจ๊ะ” แพงรู้สึกผิดหวัง

“ใช่ค่ะ คุณเขายังบอกว่า คุณรื่นเลือกเค้กชาเย็นที่คุณแพงชอบเองเลยนะคะ แล้วคุณรื่นฝากให้บอกคุณแพงว่า สุขสันต์วันเกิดแพงลูกรักของแม่ด้วยค่ะ...คุณแพงมีความสุขมากๆนะคะ อันนี้จากใจเองค่ะ”

ใจทำมือรูปหัวใจส่งให้

แพงยิ้มเนือยๆเอาเค้กออกมาตักกินอย่างเหงาๆ...

ตกดึกรื่นจิตกลับมา แพงขอบคุณและชมว่าเค้กอร่อยมากถามแม่ซื้อจากร้านไหน พอเห็นแม่นิ่งก็รู้ว่าแม่ไม่รู้จึงเปลี่ยนเรื่อง บอกเรื่องสร้อยข้อมือที่พ่อให้หาย รื่นจิตปลอบ มันเก่ามากอาจถึงเวลาของมัน แต่แพงรู้สึกไม่ดีถาม แม่ไม่คิดถึงพ่อบ้างหรือ แม่กลับบอกว่า คิดถึงไปพ่อก็ไม่มีวันกลับ แพงเข้าใจความรู้สึกของแม่ดี “อ้อแม่คะ เดี๋ยว เจ๊ทวิตตี้จะโอนค่าตัวที่แพงไปถ่ายแบบเมื่ออาทิตย์ก่อนเข้าบัญชีแม่ พรุ่งนี้น่าจะได้ ฝากแม่เช็กยอดด้วยนะคะ”

รื่นจิตให้แพงเก็บไว้ใช้เอง แพงจ๋อยอยากช่วยแบ่งเบาภาระบ้าง รื่นจิตมองไปเห็นมือแพงที่เหมือนโดนของร้อนลวกก็ดึงมาดูอย่างห่วงใย กำชับให้ทายาซ้ำและบ่น แค่นี้ยังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้ ยังจะมารับผิดชอบชีวิตแม่อีก แพงยิ่งเศร้าใจที่แม่ไม่รับเงินของตน

ooooooo

โฮปถือกล่องเค้กเข้าบ้าน ภายในบ้านมีรูปครอบครัววิลเลี่ยม ส่วนใหญ่เป็นรูปซาร่าตั้งแต่แบเบาะจนปัจจุบัน รูปโฮปมีตั้งแต่เรียนประถม...โฮปได้ยินเสียงหัวเราะครื้นเครงของมัม แด๊ด และน้องก็น้อยใจ ไม่มีใครรอเค้กของตน มัมกับแด๊ดเข้ามาเอาใจว่าทุกคนรอกินเค้กฝีมือเธอ

ซาร่ารีบอวดว่าตนผ่านออดิชั่นได้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ทีมฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุดของโรงเรียน โฮปหมั่นไส้จึงประชด บอกว่ารอเค้กแต่ที่จริงอยากฉลองให้ซาร่า แล้วพาลไม่กินข้าวเย็น

ตกดึก โฮปหิว ย่องลงมาจะหาของกินในครัว เห็นซาร่านอนหนุนตักมัมดูทีวีหัวเราะคิกคักและมีแด๊ดคอยส่งขนมให้กิน ยิ่งรู้สึกน้อยใจเผลอทำน้ำร้อนในถ้วยบะหมี่ลวกมือ จึงโยนทิ้งอย่างหงุดหงิด พอเห็นตุ๊กตาหมีโคอาล่าของซาร่าที่วางอยู่ก็คว้าติดมือกลับขึ้นไปบนห้อง

ก่อนเข้านอน ซาร่าเดินหาตุ๊กตาหมีโคอาล่า มัมช่วยหาจนมาเห็นในถังขยะในครัวมีถ้วยและบะหมี่ทิ้งอยู่ ก็รู้ว่าคงเป็นของโฮปจึงต้มไปให้ใหม่

โฮปโยนตุ๊กตาหมีใส่ตู้ ซึ่งในนั้นเต็มไปด้วยของเล่นของซาร่า ก่อนจะกระโดดขึ้นเตียง ไม่ทันเห็นว่าประตูตู้ปิดไม่สนิท ตุ๊กตาหล่นออกมานอกตู้...มัมถือถ้วยบะหมี่เข้ามาในห้องแล้ววางลงบนโต๊ะหัวเตียง โฮปแกล้งทำเป็นหลับ มัมดึงมือลูกสาวมาพลิกดูก่อนจะเอายาทาให้ โฮปค่อยๆไหลตัวเองมาหนุนตักมัม ถามน้ำเสียงงอนว่าฉลองเสร็จแล้วหรือ

“เลิกประชดได้แล้ว รู้ไหมน้องไม่ยอมทานเค้กให้หมด เพราะจะเอาไปอวดเพื่อนในทีมเชียร์ลีดเดอร์ให้ชิมฝีมือพี่สาว”

โฮปแอบสะอึกแต่ทำไม่สนใจ มัมลูบหัวอย่างเอ็นดูและบ่นว่าชอบกะเปิ๊บกะป๊าบทำตัวเองเจ็บอยู่เรื่อยจะไม่ให้เป็นห่วงได้อย่างไร แล้วถามถึงวันพรุ่งนี้ เตรียมพร้อมไปออดิชั่นหรือยัง มัมอวยพรขอให้ทำฝันให้เป็นจริง โฮปได้รับกำลังใจ ลุกขึ้นกินบะหมี่ที่มัมทำมา

มัมเหลือบเห็นประตูตู้ปิดไม่สนิทจึงลุกไปจะปิดให้ เจอตุ๊กตาหมีของซาร่าที่หล่นอยู่ มองเข้าไปในตู้เห็นของเล่นของซาร่าเต็มตู้ก็ตกใจ โฮปทำหน้าเจื่อน แต่มัมไม่ตำหนิสักนิดกลับเดินออกไปนิ่งๆ โฮปหน้าเศร้าหยิบตุ๊กตาวูดูตัวโปรดของตัวเองขึ้นมาพูดด้วยอย่างเจ็บปวด

“จินเจอร์ ถ้าซาร่าเอาแกไปซ่อนบ้าง คงโดนแม่ด่าไปแล้วเนอะ แกว่าไหม”

ooooooo

ค่ำวันนั้น กันลองถือโมเดลเครื่องบินเดินอยู่หน้าบ้าน คิดถึงแพงตอนเด็กที่ได้ยินตนเล่นเปียโนแล้วเดินตามเสียงเข้ามาในบ้าน แต่พอเห็นตุ๊กตาไก่ตัวใหญ่ก็เปลี่ยนความสนใจ กันลองออกมาเจอแปลกใจ เด็กที่ไหนเข้ามาในบ้าน ด้วยความน่ารักของแพงที่ซักถามทั้งที่ยังพูดไม่ชัด

กันลองขำ แล้วพอแพงได้ยินเสียงโรยบุญร้องกลอนดังมาก็สนใจอีก เขาจึงพาไปฟังใกล้ๆ จากนั้นโรยบุญก็เรียกเด็กทั้งสองว่า พะลองกับพะแพง ทำให้ทั้งสองเรียกตามกันจนโต...

ในขณะที่แพงนอนแปะแตงกวาที่ตา ปากก็ท่องบทละครอยู่ริมสระว่ายน้ำ กันลองย่องมาจับมือเธอไว้และกระซิบว่า พะลองกลับมาแล้วคิดถึงจัง...แพงสะดุ้งลุกพรวดแตงกวาหล่นแต่ดึงมือไม่ออกเพราะถูกจับไว้ พอเห็นหน้าชายหนุ่มก็หน้าแดง ต่างฝ่ายต่างมองกันนิ่งนาน

“สวย...” กันลองชมแพงเขินแต่กลบเกลื่อนติง “นี่ปีนมาอีกแล้วเหรอคะ มาถึงแล้วทำไมไม่บอกกันบ้างเลย”

“ยังไม่ได้ซื้อซิมโทรศัพท์ใหม่เลย แพงก็รู้ว่าพะลองต้องอยากเจอแพงเป็นคนแรกอยู่แล้ว ผ่านไปสามปี แพงสวยขึ้นจนพะลองแทบจำไม่ได้เลยนะ” กันลองปล่อยมือยื่นหน้ามาใกล้

“พะลองก็ดูแก่ขึ้น เอ๊ย ดูดีขึ้นเหมือนกันค่ะ” แพงดันหน้าเขาออกแล้วชี้รอยย่นบนหน้า

เสียงรื่นจิตเรียกแพงเข้าบ้าน กันลองตกใจดึงแพงลงสระน้ำแล้วว่ายหลบขอบสระ แพงตะโกนบอกแม่ว่าตนว่ายน้ำอยู่กำลังจะขึ้น รื่นจิตชะโงกหน้าออกมา ตำหนิว่าลงสระไม่เปลี่ยนชุดระวังจะเป็นหวัด แล้วกลับเข้าไป...

แพงโล่งอก หันไปวักน้ำใส่กันลอง หัวเราะกันคิกคัก

ทั้งสองขึ้นมานั่งคลุมผ้าเช็ดตัว มองดาวบนฟ้า กันลองเอาเครื่องบินจิ๋วออกมาชูสุดมือ

“พะลองชอบดีไซน์ของเครื่องบินลำนี้มากที่สุดเลย ปราดเปรียวแต่ในขณะเดียวกันก็แข็งแรง อะ พะลองให้”

แพงรับมาเห็นมีตุ๊กตากัปตันด้วยก็ถาม นี่ใช่เขาไหม กันลองตอบว่าใช่ แถมให้เป็นของขวัญวันเกิดพร้อมคำอวยพร แพงท้วงวันเกิดทั้งทีให้แค่นี้ กันลองยื่นหน้ามาใกล้กระเซ้าว่าแถมตัวจริงให้ด้วย แพงผลักเขาออกอย่างหมั่นไส้

“ทีอย่างนี้มาทำเป็นพูดดีเชียวนะคะ ไม่อยู่สามปีติดต่อมานับครั้งได้ นึกว่ามีแหม่มสาวๆในครอบครองจนลืมน้องแล้วซะอีก”

“พะลองเร่งเรียนให้จบ ไม่อยากคิดฟุ้งซ่านถึงคนที่นี่ต่างหากล่ะ” กันลองแก้ตัว

“พะลองเสียดายไหมที่ไม่ได้เป็นนักออกแบบเครื่องบินตามที่ฝันไว้ แต่ต้องมาดูแลกิจการต่อจากที่บ้านแทน”

กันลองบอกนั่นก็เป็นความฝันของตนเหมือนกัน แพงแปลกใจที่เขาฝันอยากขายยาสตรี

“การทำให้แม่มีความสุขก็เป็นความฝันของพะลองนี่คะ แล้วยังทำให้ฝันของผู้หญิงอีกค่อนประเทศเป็นจริงด้วย ผู้หญิงทุกคนก็อยากจะสวยในราคาเบาๆกันทั้งนั้นจริงไหม แค่ 30 กว่าบาทช่วยให้เลือดลมดี ผิวผ่อง แถมยังเพิ่มให้อะไรๆมันเต่งตึงขึ้นด้วย แพงก็เคยพิสูจน์มาแล้วนี่”

แพงตีต้นแขนเขาเพียะ “ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ โดนหลอกให้ลองทานทีนึง เข็ดไปจนตาย”

ทั้งสองคิดถึงอดีตตอนแพงอายุ 13 กันลองอายุ 19 โรยบุญเอายาไก่ฟ้าให้แพงกินเพราะเห็นหน้าเริ่มมีสิว แต่แพงกินแล้วเมาฟุบลง โรยบุญตกใจรีบคลายเสื้อผ้าเธอให้หลวมๆแล้วไปหาผ้าชุบน้ำจะมาเช็ดตัว รื่นจิตมาเห็นแพงนอนหนุนตักกันลอง กระดุมเสื้อถูกปลดก็ตกใจ ปากุญแจรถใส่หัวกันลองแตกเลือดซิบ

ชลลดาออกมาเห็นลูกชายโดนทำร้ายก็ต่อว่า

สองแม่จึงผิดใจกันตั้งแต่วันนั้น โรยบุญวิ่งมาจะอธิบายแต่ไม่มีโอกาสแทรกจนรื่นจิตพาแพงกลับบ้านอย่างโกรธๆ

ด้วยเหตุนี้ทำให้กันลองต้องแอบปีนรั้วมาหาแพงไม่ให้รื่นจิตเห็น...กันลองเหล่มองทรวดทรงแพงที่เสื้อผ้าเปียกแนบเนื้อ แล้วเย้าว่าแอบซื้อยาไก่ฟ้ามากินหรือเปล่า แพงหน้าแดงตีเขาอีกป้าบ ดึงผ้าขนหนูคลุมตัวมิดชิด กันลองโอดโอย

“เอ้า...ชมก็โกรธ โตเป็นสาวแล้วยังไม่หายขี้งอนอีก...จากนี้ไปพะลองจะอยู่ให้แพงงอนจนเบื่อเลยค่ะ”

“ไม่ไปไหนไกลๆแล้วนะคะ...”

กันลองลูบแก้มเปล่งปลั่งของแพงพร้อมบอก ถ้าจะไปก็จะพาเธอไปด้วย เธอก็รู้ว่าตนไม่ชอบผิดคำสัญญา...แพงสบตาชายหนุ่ม รู้สึกอบอุ่นใจที่เขากลับมาอยู่ข้างๆกัน

ooooooo

เช้าวันใหม่ แพงแสดงละครได้ผ่านฉลุยถูกใจผู้กำกับอย่างมาก ในขณะที่โฮปออดิชั่นรายการอาหาร พยายามข่มอาการประหม่า กรรมการมีสีหน้าพอใจ แต่สุดท้ายตอนถือเค้กมาให้กรรมการชิม เกิดสะดุดขาตัวเองเค้กหล่นลงพื้น เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

ฝ่ายกันลอง ชลลดาพามาแนะนำให้ทุกคนในบริษัทรู้จัก ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นลุงป้า เขาจึงต้องไหว้ทุกคน ก่อนจะมองแม่ขึ้นนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งที่ดูเหมือนอาสนะพระสงฆ์เวลาเทศน์ พนักเป็นสีแดงแรงฤทธิ์ประกบรูปไก่ฟ้า...ชลลดาบอกทุกคนว่ายังไม่มอบตำแหน่งใดให้กันลองจนกว่าเขาจะทำหน้าที่ได้ดีทุกแผนก ให้ทุกคนช่วยจับตามอง มีอะไรผิดพลาดรายงานตรงที่ภูดิศ

ภูดิศเป็นเลขาคนสนิทของชลลดา กันลองทำความสนิทสนมกับทุกคนด้วยการวาดรูปไก่ฟ้าบนกระดาน แล้วถามทุกคนว่าทำไมแบรนด์ของเราเป็นโลโก้ไก่ฟ้า ทุกคนช่วยกันตอบว่า เป็นสัตว์สีสันสวยงาม บ้างก็ว่าดูเพรียวปราดเปรียว บ้างก็ว่าเป็นไก่พันธุ์ชั้นยอด

กันลองเขียนทุกคำลงบนกระดานก่อนจะพูดว่า “ไม่มีใครตอบผิดเลยครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใด...แม่ผมชื่อกุ๊กไก่ครับ” ทุกคนหัวเราะครืน “โอเคครับ ต่อไปนี้เรามาช่วยพัฒนายาสตรีไก่ฟ้าพญาลอให้ได้ตามคุณสมบัติเหล่านี้นะครับ...ผมกันลอง ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”

เสียงปรบมือชื่นชม ชลลดาพยักหน้ายิ้มอย่างภูมิใจแกมหมั่นไส้ลูกชายไปในตัว

ที่กองถ่าย วรัชช์เที่ยวก้อร่อก้อติกไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ช่างผมกะเทยยักษ์และจ๋อมผู้ช่วยผู้กำกับซึ่งเป็นทอม พอเห็นแพงเดินมาก็ปรี่เข้าหา เธอทำท่าจะเลี่ยงหนี เขาจึงชูสร้อยข้อมือตรงหน้า แพงดีใจจะคว้าสร้อยแต่เขารวบไว้ บอกไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ขอแลกกับเบอร์โทร.ของเธอ และยังขอเป็นคนใส่สร้อยข้อมือให้อีก แพงข่มความไม่พอใจยื่นมือออกไป นักข่าวจับภาพไว้ได้

ไม่ทันข้ามวัน ภาพพระเอกชื่อดังใส่สร้อยข้อมือให้นางเอกดาวรุ่งแพร่สะพัด เฟยหลันซึ่งอยู่ไกลถึงออสเตรเลียเห็นร้องกรี๊ดๆ แต่แล้วต้องชะงักเมื่อพินิจพิจารณาว่าดาราสาวนั้นหน้าตาเหมือนโฮปเพื่อนรัก ก็รีบโทร.หาแต่เพื่อนไม่รับสาย จึงแชร์ลิงก์ภาพข่าวไปให้ทางเฟซบุ๊ก

เย็นวันนั้น เจ๊ทวิตตี้ส่งแพงที่หน้าบ้าน กันลองเดินออกมารับเห็นแพงหน้าตาบูดบึ้งก็ถามเป็นอะไร แพงบ่นเรื่องวรัชช์ที่ตามตื๊อจนน่าเบื่อ กันลองคิดว่าเป็นการสร้างกระแสเท่านั้น

“ก็คงอย่างนั้นแหละค่ะ จริงๆก็เห็นเขาหว่านไปทั่วกองเลย...พะลองมีอะไรหรือเปล่าคะ ทำหน้าจริงจังเชียว”

“พอดีพะลองคิดคำถามในแบบสอบถามสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทอยู่น่ะ...”

กันลองอยากให้แพงช่วยฟังคำถามที่เขาต้องการให้สาววัย 18-29 ตอบ ว่าข้อไหนควรตัดทิ้งบ้าง แพงแปลกใจทำไมถึงเอาแค่อายุ 29 เขาเย้าว่าเพราะ 30 ยังแจ๋ว แพงตอกกลับถึงว่าผิวเขาเริ่มเหี่ยว กันลองโอดโอยความเหี่ยวไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต แล้วเริ่มคำถามแรก

“คุณมีเพศสัมพันธ์บ่อยแค่ไหน?” แพงอึ้งตอบไม่ถูก

รื่นจิตเดินหน้าตึงเข้ามา กันลองยกมือไหว้แล้วยื่นถุงยาสูตรใหม่ให้ บอกว่าสำหรับวัยกลางคน เธอปัดว่าไม่สนใจของพรรค์นี้ แล้วเรียกแพงเข้าบ้าน สองหนุ่มสาวสบตากันจ๋อย

ooooooo

วรัชช์เข้ามาในบูติกโฮเต็ลของเขา เจอนนท์หุ้นส่วนก็ถามว่ามีสาวๆถามถึงตนบ้างไหม นนท์บอกมีแต่ป้าเขาที่โทร.ถามทุกวันว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง นอนที่ไหน นนท์รู้สึกสงสารป้าถามเพื่อนว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้านบ้าง วรัชช์ทำหน้าเซ็งก่อนจะเปิดรูปในมือถือให้ดู

เป็นรูปจิตจีรังแต่งหน้าเลอะเทอะเข้าฉากละคร นนท์กลับเห็นว่าน่ารักให้ส่งรูปเข้ามาในเครื่องตน วรัชช์แปลกใจทำไมนนท์ถึงชอบเธอ เพื่อนหนุ่มยิ้มมุมปากแต่ไม่ตอบ...นนท์แอบมาเปิดดูรูปสมัยเรียนที่มีตัวเขา วรัชช์และจิตจีรังกอดคอกัน เขาชอบเธอตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือ

วรัชช์เข้าห้องพักยิ้มกริ่มกดโทรศัพท์หาแพงตามเบอร์ที่เธอให้ไว้ แต่ปรากฏว่าเป็นเบอร์โรงพยาบาลจิตเวช เขาทึ่งในความมีไหวพริบของแพงอาภรณ์

คืนเดียวกันทางเพิร์ธ ซาร่านั่งเล่นมือถือของโฮป เปิดไฟล์ที่เฟยหลันส่งมาแล้วแปลกใจ รีบปลุกพี่สาวให้ลุกขึ้นมาดู โฮปหงุดหงิดเพราะเสียใจจากการออดิชั่นไม่ผ่าน พาลไล่น้องให้ออกไป ซาร่าเสียใจโวยว่าพี่ซุ่มซ่ามเองจนไม่ผ่านการออดิชั่น อย่ามาลงที่ตน แล้วโยนมือถือใส่ก่อนจะเดินโกรธออกไป...

โฮปเสียใจแต่ทำเป็นไม่สน

รุ่งเช้า รื่นจิตพูดเรื่องเมื่อเย็นวาน หาว่ากันลองไปเรียนเมืองนอกแค่สามปีกลับมาทำตัวเจ้าชู้หลุกหลิก แพงแก้ตัวแทนว่าที่แม่ได้ยินเมื่อวานเป็นแค่คำถามในแบบสอบถาม แม่ไม่เชื่อ พอดีมีเมสเสจเข้ามา รื่นจิตรีบร้อนหยิบมือถือพลาดจะล้ม แพงถลาเข้าไปรับ ทำให้มือกระแทกขอบประตู แม่กลับตำหนิว่าดูแลตัวเองให้ได้เสียก่อน แล้วกดโทรศัพท์หาลูกน้องคุยงาน

ด้านโฮปงัวเงียตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ดัง รับไม่ทัน เห็นมิสคอลเป็นสิบจึงกดเข้าไปดูและเปิดไฟล์ที่เฟยหลันส่งมาให้ ต้องตกตะลึงกับภาพดาราสาวแพงที่หน้าตาเหมือนตนอย่างกับแกะ รีบยันตัวจะลุกแล้วร้องโอ๊ย...เจ็บที่ข้อมือ เธอทำหน้าแปลกใจว่าตัวเองไปโดนอะไรอีกแล้ว

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ โฮปเดินลงมาทานอาหารเช้า ซาร่าถามว่าดูคลิปหรือยัง ผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมือนพี่มาก โฮปปัดว่าไม่ใช่ตนแล้วขอตัวออกไปข้างนอก ซาร่าบ่นเรื่องที่หาตุ๊กตาไม่เจอ โฮปแอบยิ้มสะใจก่อนจะเดินออกไป มัมเอะใจเรื่องที่ซาร่าพูดแต่ปล่อยผ่านไป

โฮปออกมาเจอกับเฟยหลันคุยกันเรื่องแพง-อาภรณ์ เฟยหลันว่าคนเราหน้าตาเหมือนกันขนาดนี้มีแต่ฝาแฝด คำพูดของเพื่อนสะกิดใจโฮปไม่น้อย...กลับถึงบ้าน โฮปไม่ทานข้าวเย็น แต่กลางดึกลงมานั่งกินโยเกิร์ตรสกีวี่ที่ชื่นชอบ เปิดดูรายการสัมภาษณ์แพงทางไอแพด แพงพูดเรื่องที่ชอบกินมะขามมาก กินได้เป็นกิโลเพราะรู้สึกว่าทำให้ผ่อนคลาย จำบทได้ดีขึ้น

มัมลงมาเจอบ่นว่าทำไมไม่ทานข้าวเย็น แล้วมาหิวตอนนี้ โฮปไม่ตอบแต่ถามกลับว่ามัมลงมาทำไม เธอบอกว่าจะทำแซนด์วิชไว้ให้ซาร่าไปทานพรุ่งนี้ โฮปเดินตามไปช่วย มัมเปรย

“จริงๆโฮปรู้ใจน้องกว่าแม่อีก อะไรที่หนูทำ น้องกินหมดเกลี้ยงทุกที”

“หนูเนี่ยนะ เฮอะ รายนั้นเอาแต่แว้ดใส่จนขี้หูหนูออกมาเต้นทุกวัน” โฮปบ่นแต่ก็ทำแทนมัมจนเสร็จ แล้วเลียบเคียงถาม “ตอนมัมไปรับหนูมาจากสถานเลี้ยงเด็ก หนูมีแฝดหรือเปล่าคะ”

มัมสะดุ้งเล็กน้อย ลูบหัวโฮปอย่างอ่อนโยน “มีแค่หนูคนเดียวนั่นแหละ ตั้งแต่เห็นหนูครั้งแรก ได้ยินหนูเข้ามากอด มาเรียกว่าแม่ แม่ก็อยากดูแลหนู อยากให้หนูเป็นลูกสาวแม่”

โฮปคิดจะโทร.ไปถามสถานเลี้ยงเด็ก มัมดึงเธอกอด ถามจะสนใจทำไม ตอนนี้มีมัมมีแด๊ดและซาร่าแล้ว แววตา โฮปยังสงสัยใคร่รู้ จะมีคนที่หน้าเหมือนกันแต่ไม่ใช่แฝดด้วยหรือ...คืนนั้นโฮปนอนกอดจิงเจอร์ ตุ๊กตาวูดูตัวโปรด ฝันถึงเอ็ดเวิร์ดพระเอกแวมไพร์ที่เธอชื่นชอบ

ooooooo

เช้าวันใหม่ รถของแพงเสีย เจ๊ทวิตตี้พาแม่ไปโรงพยาบาล จึงให้กันลองไปส่งที่กองถ่าย เขาแปลกใจเห็นเธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ แพงเล่าว่าเมื่อคืนฝันถึงหนุ่มในฝัน เอ็ดเวิร์ดพระเอกแวมไพร์ กันลองจึงเย้าว่าตนก็ชอบกินเลือดเหมือนกัน ทั้งสองหัวเราะมีความสุข

ทางเพิร์ธ โฮปกับเฟยหลันช่วยกันหาเฟซบุ๊กส่วนตัวของแพง มีชื่อแพงมากมาย เฟยหลันฟันธงว่าของจริงน่าจะใช้ชื่อพะแพงเพราะเป็นเพื่อนกับวรัชช์พระเอกของตน...โฮปส่งข้อความหา User พะแพงเป็นภาษาไทย พิมพ์ผิดๆถูกๆอยู่นานจึงเปลี่ยนเป็นพิมพ์ภาษาอังกฤษแทน

“ไอชื่อโฮป ไอดูตัวอย่างละครของแพงในยูทูบแล้วอึ้งไปเลย ไม่รู้แพงจะเชื่อไอหรือเปล่า แต่เราสองคน หน้าโคตรเหมือนกันเลย...จริงๆไอเป็นลูกเลี้ยง แล้วไอก็ไม่อยากเพ้อเจ้อว่าเรื่องของเราสองคนมันจะเหมือนในหนัง ที่พ่อแม่แยกทางกันแล้วจับเราแยกอะไรแบบนั้น ...เอาเป็นว่าแพงลองดูรูปที่ไอแนบมา หรือจะดูไอในเฟซบุ๊กเพิ่มก็ได้ หวังว่าจะไม่ช็อกเหมือนไอ”

พิมพ์เสร็จโฮปลังเลสักพักก่อนจะตัดสินใจกดส่ง ...ระหว่างนั้นแพงกำลังถ่ายละครอยู่ เธอเห็นข้อความจากโฮป คิดว่าเป็นแฟนคลับคนหนึ่ง มองผ่านๆแล้วรีบไปเข้าฉาก

โฮปร้อนใจเฝ้ารอคำตอบจากแพง เฟยหลันปลอบว่าดาราที่ไหนจะตอบแฟนคลับทันที โฮปถามเฟยหลันว่าเคยถามตัวเองบ้างไหมว่าเป็นใครมาจากไหน ตนถามตัวเองทุกวัน

“เฮ้ย! นี่สรุปคือแกคิดว่าแกเป็นฝาแฝดกับแพงอาภรณ์จริงๆเหรอ มัมทิ้งแพงไว้ที่ไทยแล้วพาแกหนีมาอยู่นี่งั้นสิ” น้ำเสียงเฟยหลันเย้ากึ่งประชด

โฮปพึมพำว่าใครสักคนทิ้งตนไว้ที่ไทย แล้วมัมก็พาตนมาที่นี่ต่างหาก ว่าแล้วก็เก็บของผลุนผลันกลับ เฟยหลันงุนงงนี่เพื่อนตนเป็นเด็กถูกเก็บมาเลี้ยงจริงหรือ

โฮปปั่นจักรยานมาสภากาชาดออสเตรเลีย เธอมักมาบริจาคโลหิตที่นี่บ่อยๆ เพราะแค่อยากเกี่ยวข้องกับใครสักคน เจ้าหน้าที่ขอบคุณอย่างมากเพราะเธอมีเลือดกรุ๊ปพิเศษคือ AB Negative

กลับถึงบ้าน โฮปนั่งร่วมโต๊ะอาหารเย็นกับครอบครัว พอตักอาหารถูกซาร่าชิงตักก่อน จึงเปลี่ยนมาตักไส้กรอกแทน ซาร่าก็แย่งอีก มัมตักไส้กรอกจากจานซาร่ามาให้โฮป ซาร่าทำหน้าจะร้องไห้ แด๊ดเอาไส้กรอกจานของตนให้แทน

โฮปรู้สึกผิดตักของตัวคืนให้แด๊ด แต่เขาโบกมืออ้างว่าอิ่มแล้ว ซาร่าจิ้มไส้กรอกมากินเอง มัมจึงเอ็ดซาร่า แด๊ดสงสารเข้าปลอบ โฮปรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน ที่มัมกับแด๊ดไม่เคยดุว่า ทนไม่ไหวรวบช้อนลุกออกจากโต๊ะไปทันที

พอตอนมัมล้างจาน โฮปเข้ามาช่วย มัมหาเรื่องคุยถามว่าจะไปฉลองเรียนจบเมื่อไหร่ที่ขอไว้นานแล้ว โฮปได้ทีบอกว่าเร็วๆนี้ อ้างเฟยหลันอยากไปเมืองไทย มัมชะงักหันมาพูดจริงจัง

“หนูคงไม่ตามใจเฟยหลันใช่ไหม ลูกก็รู้ดีนี่ ตั้งแต่แม่ตัดสินใจมาอยู่ที่นี่กับแด๊ด ก็ไม่มีใครที่ไทยเขาอยากเห็นหน้าครอบครัวเราแล้ว ตัดเป็นตัดตายด้วยซ้ำ แม่ไม่เห็นเหตุผลที่หนูควรกลับไปที่นั่นอีก...กลับไปก็มีแต่จะไม่ลืม...” มัมเสียงเบาลงในประโยคสุดท้าย

ไม่ทันที่โฮปจะตอบ เสียงซาร่าร้องกรี๊ดๆวิ่งลงมาฟ้องว่า โฮปเอาหมากฝรั่งมาใส่ไว้ในหมวกอาบน้ำตน โวยวายให้ดึงหมากฝรั่งออกจากผม โฮปเอากรรไกรตัดกระจุกผมที่ติดหมากฝรั่ง มัมตะลึงแต่ไม่เอ็ด ซาร่าร้องไห้โฮทุบตีพี่สาวยกใหญ่ มัมกลับดึงน้องออกและไล่ให้ขึ้นห้อง

“มัม! ความผิดโฮปชัดๆ ทำไมเอาแต่ว่าหนูอยู่คนเดียว ทำไม!” ซาร่าโวยทั้งน้ำตา

“นั่นสิคะ ทำไม...ดุด่าหนูบ้างสิคะ หรือในสายตามัม หนูเป็นแค่เด็กกำพร้าน่าสมเพชที่ไม่ควรสั่งสอนกันแน่!”

มัมใจหายพยายามจะอธิบาย แต่โฮปถอยห่างและประชดว่า ตนรู้แล้วว่าตนจะไปฉลองเรียนจบที่ไหน มัมหน้าเสียน้ำตาคลอ ซาร่าเขย่าแขนมัมถามว่าเด็กกำพร้าน่าสมเพชแปลว่าอะไร

โฮปเดินออกมาจากบ้าน จะโทร.หาเฟยหลันแต่มือถือแบตหมด จึงใช้ตู้สาธารณะโทร.ไปเรียกเพื่อนออกมาพบ...เฟยหลันวิ่งกระหืดกระหอบมาเห็นเพื่อนร้องไห้อยู่ก็ถามเกิดอะไรขึ้น โฮปบอกแกมบังคับว่าทริปเรียนจบเปลี่ยนจากปารีสเป็นประเทศไทย หว่านล้อมว่าเพื่อนจะได้ไปตามดูพระเอกสุดหล่อ พรุ่งนี้ไปเปลี่ยนตั๋วกัน เฟยหลันรับคำแม้จะงงเล็กน้อย

ด้านแพง หลังเลิกกอง ทีมงานและช่างแต่งหน้าชวนกันไปเที่ยวต่อ เห็นแพงเดินมาจึงเอ่ยชวน จ๋อมแทรกขึ้นว่า ชวนไม่ดูตาม้าตาเรือ อย่างแพงจะเข้าร้านแบบนั้นได้อย่างไร แพงอึกอักพูดไม่ออก พอดีมองไปเห็นเจ๊ทวิตตี้กำลังเล้าโลมกันลอง ชวนเข้าสังกัด

“คือ...ผมแค่มารับน้องน่ะครับ” เห็นแพงเดินมา “นี่ไงครับน้องผม”

เจ๊ทวิตตี้เหวอไม่เคยรู้มาก่อนว่าแพงมีพี่ชาย แพงยิ้มเรี่ยๆบอกเป็นพี่ข้างบ้าน เจ๊ทำหน้ารู้ทัน แล้วเตือนให้ระวังเป็นข่าว กำชับกลับถึงบ้านโทร.บอกตนทันที แพงรับคำ จังหวะที่กันลองช่วยแพงถือกระเป๋าและเปิดประตูรถให้ วรัชช์เดินมามองอย่างสงสัย สบตากับกันลองแวบหนึ่ง

ooooooo

วันต่อมา โฮปมาที่ออฟฟิศการบินไทยกับเฟยหลันเพื่อเปลี่ยนตั๋ว เฟยหลันต้องตกใจเมื่อได้ยินเพื่อนบอกพนักงานว่า ขอเปลี่ยนตั๋วไปกรุงเทพฯเร็วที่สุด ออกตั๋วเที่ยวเดียว...

การเข้ามาทำงานของกันลอง เขาอยากปรับปรุงแผนการโฆษณาใหม่ เห็นที่ผ่านมาใช้วิธีโปรโมตผ่านนางงามประจำจังหวัดทุกภาค ถือขวดยาสตรีไก่ฟ้าพญาลอ เขาอยากสร้างแบรนด์แอมบาสเดอร์ขึ้นมาให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อการขยายตลาด แต่ชลลดาไม่เห็นด้วย แถมสั่งภูดิศนัดป้าอุทัยเอาเด็กใหม่ที่จะส่งประกวดมาให้ดูตัวสัปดาห์หน้า

กันลองถอนใจที่แม่ยังติดอยู่กับรูปแบบเดิมๆ จึงให้ภูดิศรวบรวมผลประกอบการและรายงานการดำเนินการย้อนหลัง 20 ปีมาให้

กันลองคร่ำเคร่งแก้แบบสอบถามหากลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ และเสิร์ชดูนักแสดงหน้าใหม่ที่กำลังดังในช่วงนี้ เห็นแต่ภาพแพงเรียงรายเต็มไปหมด ลองเรียกปิติผู้ช่วยมาสอบถามก็ได้ความว่า ช่วงสองสามปีมานี้ แพงดังที่สุด

พอกลับมาบ้าน เห็นว่ารื่นจิตยังไม่กลับและชลลดาไปงานเลี้ยงกลับดึก กันลองจึงชวนแพงมานั่งเล่นที่ศาลาสนามหน้าบ้าน โรยบุญยกของว่างมาให้ทานและปรนนิบัติแพงจนกันลองอดแซวไม่ได้ว่า พะแพงสมกับเป็นลูกเจ้าเมือง หยิบจับอะไรไม่ถนัด มีแต่พี่เลี้ยงทำให้

กันลองพูดถึงเจ๊ทวิตตี้ที่ดูแลแพงอย่างดี แพงยอมรับว่าเธอเหมือนแม่คนที่สองก็ไม่ปาน กันลองแย็บถามว่าแพงเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าอะไรบ้าง เธอสาธยายและเน้นว่าเจ๊ทวิตตี้จะเลือกสินค้าที่ไม่ขัดกับภาพลักษณ์ตน กันลองเครียดเพราะสินค้าตัวเองคงไม่เหมาะกับแพงเป็นแน่

พอดีวรัชช์โทร.เข้ามาขัดจังหวะ แพงคุยด้วยอย่างเสียไม่ได้แล้วพยายามจะตัดบทวางสาย เขายื้อให้เธอบอกให้เขาฝันดีก่อน ไม่อย่างนั้นไม่วาง แพงกลั้นใจกล่าวฝันดีเพื่อให้เขาวางสาย

“วรัชช์โทร.มาเหรอ หมอนั่นตัวจริงก็ดูดีนะ ขนาดเพื่อนๆพี่ที่ไปเรียนยูเดียวกันยังกรี๊ดเขาเลย” กันลองวางฟอร์มทำเป็นไม่หึง

“แต่แพงว่าเขาออกจะน่ารำคาญ นี่พะลองไม่รู้สึกอะไรจริงๆเหรอที่เขามายุ่งกับแพง”

“พี่รู้ว่าเขาไม่ใช่สเปกแพงหรอก”

แพงย้อนถามแล้วสเปกตนเป็นแบบไหน กันลองกุมคางยิ้มกริ่มแทนคำตอบในที แพงเขินขอตัวกลับ

กันลองถามจะปีนกลับหรือให้ส่งหน้าบ้าน หญิงสาวขำทำไมต้องปีนเข้าบ้านตัวเองในเมื่อวันนี้แม่กลับดึก...

ขณะที่แพงจะไขประตูบ้าน ทำกุญแจหล่นก็ก้มลงเก็บ

จังหวะเดียวกัน โฮปกำลังก้มเก็บกุญแจที่เผลอทำหล่นข้างกระเป๋าเดินทาง ซาร่าเดินตามมายื่นถุงให้แบบไม่มองหน้าเพราะยังเคือง โฮปไม่รับ เธอต่อว่างอนไม่เลิกอีก โฮปเอ็ด

“เงียบไปเลยนะ...อยู่บ้านดีๆล่ะ อีกชั่วโมง มัมกับแด๊ดน่าจะกลับจากงานศพแล้วล่ะ”

“รู้แล้วน่า...” ซาร่าสะบัดเสียง แล้วยื่นกล่องหมากฝรั่งให้อีก “เอาไว้เคี้ยวตอนขึ้นเครื่อง”

โฮปรับทั้งกล่องหมากฝรั่งและถุงขนมที่แม่ฝากให้ ใจจริงแล้วเธอรักน้องจึงเย้าว่าจะซื้อหมวกอาบน้ำลายช้างมาฝาก ซาร่าหน้างอขึ้นทันทียังโกรธเรื่องหมากฝรั่งในหมวกอาบน้ำอยู่

“ไปเลยไป! เดี๋ยวแท็กซี่ที่มัมโทร.จองให้ไม่รอหรอก ...กลับมาไวๆล่ะ”

โฮปดึงแขนน้องไว้ กำชับให้บอกมัมว่าตนไปปารีส ไม่ใช่กรุงเทพฯ ซาร่าจึงสั่งให้ซื้อมาการองมาฝากด้วย โฮปปัดฝันไปเถอะ...สองพี่น้องแม้จะทะเลาะกันบ่อยแต่ก็ผูกพันกัน

ooooooo

เช้านี้ แพงอยากทำตัวให้เข้ากับคนอื่นในกอง จึงไม่เอาอาหารกล่องจากบ้านไปทานเอง ด้านโฮปมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิกับเฟยหลัน ทั้งสองงกเงิ่นราวกะเหรี่ยงเข้ากรุง ผู้คนมองโฮปกันใหญ่เพราะคิดว่าเป็นแพงอาภรณ์ บ้างเข้ามาชมว่าแพงเปลี่ยนทรงผมแต่ก็น่ารัก

โฮปได้ยินคนพูดว่าน่าร็อกจุงเบย ก็ไม่เข้าใจความหมาย เฟยหลันโบ้ยว่าผมเธอคงสีเหมือนสายจูงสุนัขของเขา โฮปหันไปถามดื้อๆว่าสุนัขของแฟนคลับเป็นพันธุ์อะไร แฟนคลับตื่นเต้นดีใจที่ดาราคนโปรดคุยด้วย...เฟยหลันสนุกสนานกับการถ่ายเซลฟี่ ในขณะที่โฮปอยากติดต่อหาแพงแต่ไม่มีไวไฟ เฟยหลันบอกว่าเดี๋ยวเข้าโรงแรมก็มีให้เพื่อนใจเย็นก่อน

แท็กซี่มาส่งสองสาวที่โรงแรม ซึ่งเฟยหลันจองไว้เพราะเป็นโรงแรมของวรัชช์ เฟยหลันค้นความหมายของคำว่าจุงเบยจากอินเตอร์เน็ต แล้วนำมาพูดว่ามันเริ่ดจุงเบย โฮปเคืองที่เมื่อครู่ให้ตนใช้ผิดความหมาย...

พอเข้ามาในห้องพัก เฟยหลันรีบเปิดม่านมองวิวกรุงเทพฯอย่างตื่นเต้น

“นี่สินะ บ้านเกิดของพี่วรัชช์...พี่ติ๊ก...พี่เคน...”

โฮปบ่นให้เลิกเพ้อเจ้อแล้วมาช่วยกันเช็กคิวแพงว่าอยู่ที่ไหน เฟยหลันเอาไอแพดออกมาเปิดเน็ตค้นหา ได้ความว่าพรุ่งนี้แพงมีเข้าฉากกับวรัชช์ที่สตูดิโอไม่ห่างจากโรงแรมเท่าไหร่ โฮปอยากได้ของวันนี้ เฟยหลันโอดโอยไว้พรุ่งนี้ค่อยไปตามหา วันนี้จะตะลุยกรุงก่อน โฮปไม่อยากขัดใจเพื่อน สองสาวจึงพากันเดินเที่ยวตลาดนัด ต่างสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกับของแปลกๆ

ด้านแพง พอทีมงานรู้ว่าเธอไม่ได้เอาข้าวกล่องมาจากบ้าน ก็จัดแจงอาหารกองให้ แพงทำหน้าปูเลี่ยนแล้วขอแบบไม่มีเนื้อสัตว์ ทีมงานจึงเอาข้าวกล่องของจ๋อมมาให้ เป็นผัดผักล้วนๆ ไม่ทันที่แพงจะทาน เสียงจ๋อมเรียกหาข้าวกล่องของตัวเอง แพงได้ยินรีบเลื่อนกล่องข้าวให้จ๋อม อ้างตัวเองจะไปท่องบทต่อ วรัชช์ถือจานข้าวตามมานั่งกินข้างแพง หวังยั่วให้หิว

พอดีมีแฟนคลับฝากอาหารมาให้วรัชช์ เขาเปิดดูเป็นสลัดจึงยกให้แพง เธอไม่รับหยิบมือถือมาโทร.หากันลอง วรัชช์ไม่พอใจลุกหนีไปนั่งกินข้าวตรงอื่น ทิ้งกล่องสลัดไว้ให้เธอ

ระหว่างนั้นกันลองกำลังช่วยพริตตี้แจกแบบ สอบถามผู้คนแถวออฟฟิศ ทิ้งโทรศัพท์ไว้ในรถ พริตตี้สาวสองสามคนพยายามตีสนิทกันลองแต่เขานิ่งเฉย เผอิญรื่นจิตผ่านมา พริตตี้เห็นเป็นผู้สูงอายุไม่แจกแบบ สอบถาม รื่นจิตมองเหยียดกันลองที่มีสาวๆล้อมรอบ เขายกมือไหว้แต่เธอไม่สนใจเดินหนีไป กันลองหันมาตำหนิพริตตี้อย่าสองมาตรฐาน ทุกคนมีสิทธิ์เป็นลูกค้าเรา

พอเสร็จงาน กันลองเห็นข้อความที่แพงส่งมาชวนกินส้มตำร้านประจำ เขารีบตอบตกลงและจะไปรับ แต่เธอบอกว่าขับรถมาเอง เจอกันที่ร้านหลังหกโมงเย็น

เย็นวันนั้น โฮปกับเฟยหลันนั่งกินส้มตำถาดในร้านอย่างเอร็ดอร่อยแม้จะเผ็ดแสนเผ็ด หม่าม้าเฟยหลันโทร.มา เธอรีบแยกไปหาที่เงียบคุย สร้างบรรยากาศให้เหมือนว่าอยู่ปารีส คนในร้านลอบมองโฮปเพราะเข้าใจว่าเป็นแพง โฮปชักประหม่าเดินออกมาตามหาเฟยหลัน จู่ๆมีคนดึงแขนเธอเข้าไปกอด พอเงยหน้ามองต้องตะลึงในความหล่อของเขา

“ทำท่าเลิ่กลั่กเชียว แอบหลบนักข่าวมาหาพะลองเหรอคะ เอ...หุ่นไอดรอยด์เขาทำทรงผมแบบนี้นี่เอง” กันลองพินิจทรงผมแล้วลูบอย่างแผ่วเบา “วิกสมัยนี้นุ่มมือจังนะคะ”

โฮปเคลิ้มสักพัก พอตั้งสติได้รีบผละออกขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพราะรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน กันลองจึงถามอยากทานอะไรจะสั่งไว้รอ เธอบอกว่าทานแล้ว เขาโวยทำไมไม่รอแล้วถามนั่งโต๊ะไหน โฮปชี้ไปที่โต๊ะติดกำแพงแล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ กันลองส่ายหน้าขำๆเดินไปนั่งที่โต๊ะให้พนักงานเก็บโต๊ะเพื่อสั่งใหม่

เฟยหลันกลับมาต่อว่าเขาแย่งโต๊ะ กันลองบอกว่านี่โต๊ะน้องสาว จังหวะนั้นแพงมาถึง เฟยหลันตาโตรีบถอยกรูดออกมา กันลองแปลกใจที่แพงเปลี่ยนชุดแล้ว แพงไม่ได้สนใจที่กันลองพูด กลับนั่งสั่งอาหารเพียบเพราะหิวมาก กันลองเย้าว่าเป็นนางเอกไม่กลัวอ้วน เธอตีแขนเขาป้าบ

“จะว่าไปพี่ว่าวิกอันที่แพงใส่เข้าฉาก มันดูเข้ากับหน้าแพงดีเหมือนกันเนอะ”

“วิก? วิกของรูทเก้าน่ะเหรอคะ”

กันลองพยักหน้า แพงไม่ได้สงสัยอะไร...ส่วนเฟยหลันเจอโฮปออกจากห้องน้ำ ต่างเล่าถึงคนที่พบเจอ เฟยหลันบอกว่าแพงหน้าเหมือนโฮปมาก โฮปมีอาการปวดท้องมาก เฟยหลันจึงพากลับโรงแรมก่อน สองสาวที่หน้าคล้ายเลยไม่ได้เจอกัน

ตลอดทั้งคืนโฮปถ่ายท้องจนหมดแรง รุ่งเช้าโฮปจึงให้เฟยหลันไปที่กองถ่ายก่อน ตนดีขึ้นแล้วจะตามไป... ก่อนจะนอนพัก โฮปเห็นมิสคอลจากมัมและแด๊ด แต่ไม่มีแรงจะโทร.กลับ

สุดท้ายโฮปออกมาหาซื้อยาแถวโรงแรม เห็นแมลงทอดขายริมทางก็เกิดอาการขย้อนถอยหนี ชนเข้ากับ วรัชช์ เขาตกใจเรียกแพง โฮปได้ยินเกิดอาการแพนิครีบวิ่งหนีเข้าโรงแรม

“จะวิ่งหนีผมทำไมเนี่ย ไปถ่ายแบบแถวนี้มาเหรอ เอ๊ะ! หรือคุณจะปลอมตัวมาหาผม”

วรัชช์วิ่งตามมาดึงแขนโฮปให้รีบไปกอง โฮปหมดแรงจะต้านยอมซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเขาไป...

พอมาถึงสตูดิโอก็รีบถามหาห้องน้ำ วรัชช์ชี้มั่วๆ โฮปวิ่งจู๊ดไป แต่พอวรัชช์เข้ามาในห้องแต่งตัว ต้องตกใจเมื่อเห็นแพงนั่งแต่งหน้าอยู่ ไม่ทันถาม ช่างแต่งหน้าเข้ามาดึงเขาไปเสียก่อน

ด้านโฮปเหงื่อแตกกาฬวิ่งหาห้องน้ำไม่เจอ

เจ๊ทวิตตี้เดินมาเห็นร้องลั่น ทำไมช่างหน้าช่างผมถึงแกล้งลูกสาวตนแบบนี้ ดึงโฮปให้ไปแต่งใหม่ เธอทำหน้าไม่ไหวแล้ว ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน เจ๊จึงชี้ไปที่ห้องน้ำชั้นบนแล้วกำชับเสร็จแล้วให้รีบมาแต่งหน้าทำผมใหม่ จากนั้นเจ๊ทวิตตี้มาต่อว่าช่างแต่งหน้า ช่างกะเทยคิดว่าตัวเองแต่งให้ฉ่ำไป พอดีจ๋อมเข้ามาถามว่าสแตนด์อินของแพงแต่งตัวเสร็จหรือยัง ต้องเข้าฉากคู่กัน ช่างผมส่ายหน้าเพราะยังไม่มีใครเห็น

ทวิตตี้เอะใจหรือคนที่ตนเจอคือสแตนด์อินเพราะท่าทางแปลกๆ จึงบอกจ๋อมว่าเห็นไปห้องน้ำชั้นสอง...วรัชช์ข้องใจไม่หาย เดินตามหาคนที่หน้าเหมือนแพงเช่นกัน โฮปเดินมาเจอก็ต่อว่าทีหลังไม่รู้ว่าห้องน้ำอยู่ไหนก็อย่ามั่ว วรัชช์ยังไม่ทันพูดอะไร จ๋อมเข้ามาดึงโฮปไปเพราะเข้าใจว่าเป็นสแตนด์อิน โฮปพยายามหาทางเลี่ยงบอกจ๋อมว่าจะไปห้องแต่งตัวเอง

วรัชช์เจอแพงยืนรอเข้าฉากอยู่ ก็เข้ามาจ้องหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอกระถดตัวหนีกับท่าทางแปลกๆ ของเขา เสียงผู้กำกับถามถึงสแตนด์อิน จ๋อมบอกว่าเปลี่ยนวิกผมอยู่ วรัชช์รอเจอทั้งสองพร้อมกัน ไม่ทันไรจ๋อมได้รับโทรศัพท์จากสแตนด์อินว่ารถเสียกลางทาง เขาแปลกใจมาก

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement