advertisement

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 7

บทประพันธ์ รอมแพง จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ปณธี
10 ต.ค. 2556 16:57

คุณหญิงนิ่มเดินทางมาถึงโรงแรมที่เชียงใหม่ พนักงานต่างยกมือไหว้ ขณะนั้นพงศ์จันทรกำลังว่ายน้ำอยู่ในสระ เงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอเดินหน้าตาเอาเรื่องเข้ามา เขาแกล้งแขวะ

“ผมไม่นึกว่าคุณจะคิดถึงผมจนต้องมาหา” คนแถวนั้นหันมองคุณหญิงนิ่ม

“ฉันไม่ได้คิดถึงนาย ขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้”

พงศ์จันทรอมยิ้มขึ้นมาจากสระ สาวๆแถวนั้นมองกันอย่างตะลึงพร้อมกลืนน้ำลายเอื๊อกกับหุ่นเฟิร์มฟิตเปรี๊ยะ ของเขา รวมทั้งคุณหญิงนิ่มเองก็ยืนอึ้ง จนพงศ์จันทรเข้ามาใกล้ สะบัดผม น้ำกระเด็นใส่ เธอจึงได้สติ ร้องลั่นมาสะบัดอะไรตรงนี้ เขาหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตาถาม

“มีอะไรจะพูดกับผมก็พูดมาเลยครับ”

คุณหญิงนิ่มให้ใส่เสื้อเสียก่อน เขาแกล้งกระเซ้าว่า เห็นหุ่นตนแล้วเลือดกำเดาจะพุ่งหรือ

“ทะลึ่ง!” คุณหญิงนิ่มโกรธหยิบเสื้อบนโต๊ะโยนให้ “ใส่ซะแล้วไปคุยกับฉันด้านโน้น”

พงศ์จันทรอมยิ้ม สวมเสื้อแล้วเดินตามไป คุณหญิงนิ่มหันมาโวยทันทีว่า ทำอย่างไรเขาถึงจะกลับกรุงเทพฯไป เขาย้อนถามเมื่อไหร่เธอจะเลิกยุ่งเรื่องของเขากับประกายดาว

“นายจะจีบพี่ดาวทำไม ในเมื่อนายไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน”

“ผมยอมรับว่าเมื่อก่อนผมเป็นอย่างที่คุณพูด แต่หลังจากที่ผมเจอคุณดาว มันทำให้ผมรู้ว่าเราไม่ควรเล่นตลกกับความรัก ผมจริงจังแล้วก็จริงใจกับคุณดาว คุณให้ โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองหน่อยไม่ได้เหรอ”

คุณหญิงนิ่มสวนไม่ไว้ใจ พงศ์จันทรจับไหล่เธอทั้งสองข้าง บังคับให้มองตา เธอตกใจขัดขืนเขาจึงจับหน้าเธอให้นิ่ง พร้อมบอกว่า

“แววตาของผมบอกว่าผมจริงใจแค่ไหนกับเรื่องของคุณดาว...ให้โอกาสผมซักครั้งเถอะนะครับ ผมจะทำให้คุณเห็นว่าผมสามารถเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งได้” พูดจบ พงศ์จันทรเดินจากไป

คุณหญิงนิ่มยกมือจับตรงที่หัวใจตัวเอง “ทำไมหัวใจเราเต้นแรงแบบนี้”

หลังจากนั้น คุณหญิงนิ่มไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง จึงมาพิมพ์ข้อความในไอแพดถามชายไร้หัวใจที่พิมพ์คุยเรื่องความรักกับตนมาระยะหนึ่งโดยไม่รู้ว่าจุดไต้ตำตอ “ฉันมีเรื่องสงสัยอยากถาม...การที่ฉันหัวใจเต้นแรงเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนหนึ่ง มันหมายความว่ายังไงคะ”

ระหว่างนั้น นันทินีเดินงุ่นง่านรอจันทรภานุจนบ่ายคล้อย พลันชนเข้ากับพงศ์จันทรเต็มๆ เขาประคองเธอไว้ไม่ให้ล้ม นันทินีตะลึงกับความหล่อของเขาอยู่พักหนึ่ง กว่าจะได้สติผละออกพอรู้ว่าเขามารอประกายดาวก็ขุ่นมัว แต่แล้วนึกบางอย่างได้ขอคุยอะไรด้วย พอพงศ์จันทรได้ฟังแผนการของเธอเขาไม่ค่อยชอบใจเดินหนี นันทินีวิ่งตามต้อยๆ

“ทำไมคุณไม่ร่วมมือกับฉันคะคุณพงศ์ ไหนคุณบอกว่าชอบยัย...เอ๊ย คุณดาว คุณก็ควรทำทุกอย่างเพื่อให้คุณดาวมาเป็นของคุณสิ หรือว่าคุณคิดจะกินเล่นๆ”

พงศ์จันทรชะงักหยุดเดิน นันทินีชนโครมล้มก้นกระแทก โวยจะเบรกทำไมไม่บอก เขาเอ่ยขอโทษดึงเธอลุกขึ้น เธอเรียกร้อง เขาทำเธอเจ็บต้องรับผิดชอบ

“พูดงี้ผมเสียหายนะคุณ”

“บ้า! ฉันหมายถึงคุณต้องรับผิดชอบทำตามที่ฉันต้องการ เราต้องร่วมมือกันแยกคุณดาวกับชายจันทร์ แล้วใส่เกียร์ทำคะแนนเต็มที่ คุณจะได้สมหวังกับคุณดาว ฉันได้สมรสกับคุณชาย”

“ความรักของผมไม่ใช่เกม ที่จะต้องร่วมมือกับใครเพื่อเอาชนะใคร ผมจะพิสูจน์ตัวกับคุณดาวเอง คุณดาวจะรู้ว่าผมจริงใจมากแค่ไหน อ้อ...แล้วอีกอย่าง คุณดาวเป็นว่าที่แม่ของลูกผม ผมไม่เคยคิดจะกินเธอเล่นๆ” พูดจบพงศ์จันทรเดินไป

นันทินีแค้นใจทำไมผู้ชายถึงจ้องตะครุบแต่ประกายดาว ทั้งที่ฐานะ หน้าตาก็เร้าใจสู้ตนไม่ได้...พงศ์จันทรกำลังจะโทร.หาประกายดาว เห็นข้อความที่คุณหญิงนิ่มส่งมา จึงกดอ่านแล้วขำที่แสบแบบนั้น เพ้อเรื่องความรักเป็นเหมือนกัน ถามกลับไปว่าชายผู้โชคดีคนนั้นเป็นใคร

คุณหญิงนิ่มได้รับข้อความ บ่นอุบ “เรื่องอะไรจะบอก ขืนความลับรั่วไหลไปถึงนายปลาไหล ว่าเราใจเต้นแรงเวลาอยู่กับเขา มีหวังได้เอาหน้าแทรกแผ่นดิน”...

ตกเย็น จันทรภานุขับรถกลับมาจอดหน้าโรงแรม ประกายดาวกำลังนึกถึงคำพูดของเขาเกี่ยวกับเด็กที่ขาดพ่อหรือแม่ จะเป็นเด็กมีชีวิตไม่สมบูรณ์ เติบโตมาแบบมีปัญหา ถ้าอยากมีลูกควรทำตัวเองให้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ให้ได้เสียก่อนจะดีกว่า

จันทรภานุเห็นเธอนั่งนิ่งไม่ลงจากรถ จึงเรียกอยู่หลายครั้ง จนเธอสะดุ้งลงจากรถงงๆ

“ผมทำอะไรให้คุณดาวไม่สบายใจหรือเปล่า” จันทรภานุถามเมื่อมาส่งหน้าห้อง

“เปล่าค่ะ ฉันแค่มีอะไรให้คิดนิดหน่อย”

“เรื่องบางเรื่อง เก็บไว้ในใจคนเดียวมันอึดอัดก็ระบายออกมาเถอะครับ ผมไม่รับปากว่าจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้คุณ แต่ผมเป็นผู้ฟังที่ดีแน่นอน”

ประกายดาวยืนอึ้งลังเลใจอยากบอกความประสงค์ของตัวเองแต่ยังไม่กล้าตัดสินใจโพล่งออกไปว่าตนโอเคไม่มีอะไร แล้วหันหลังจะเข้าห้อง คุณชายจันทร์คว้าแขนไว้

“ถ้าคุณไม่บอกผมว่าคุณมีปัญหาอะไร ผมจะไม่ปล่อยคุณไป” คุณชายจันทร์ก้าวเข้าประชิดจับแขนเธอทั้งสองข้าง มองลึกเข้าไปในดวงตา “คุณดาว...ไว้ใจผม พูดออกมาเถอะ คุณเป็นแบบนี้ผมก็ไม่สบายใจไปด้วย”

ประกายดาวเห็นความจริงใจของเขา ตัดสินใจเอ่ยปากขอสเปิร์มของเขา คุณชายจันทร์ตกใจ ประกายดาวอ้อนวอน “คุณจะว่าฉันบ้าก็ได้ ฉันอยากมีลูก ฉันอยากมีใครสักคนมาเติมเต็มชีวิตของฉัน และคุณก็คือผู้ชายที่เหมาะสมจะเป็นพ่อพันธุ์ให้ลูกของฉันมากที่สุด ฉันขอสเปิร์มหน่อยนะคะ ขอแค่ตัวเดียวก็ได้ ฉันสัญญา ฉันจะเลี้ยงดูลูกของเรา...ไม่ใช่สิ ลูกของฉันคนเดียว ฉันจะมอบความรักทั้งหมดให้เขา เขาจะไม่เป็นเด็กมีปัญหา”

จันทรภานุนิ่ง ประกายดาวอ้อนวอน จู่ๆเขาก็ตกลง เธอดีใจมากบอกเขาว่าพรุ่งนี้กลับกรุงเทพฯไปพบหมอทำกิฟต์กันเลย แต่เขากลับโพล่งขึ้นว่า

“ไม่...ผมจะให้คุณด้วยวิธีธรรมชาติ” เขาดันเธอเข้าห้อง มองเธอด้วยสายตาวิบวับ

ประกายดาวรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว “เอ่อ...คุณชายคงยังไม่เข้าใจฉัน ฉันไม่ได้ต้องการอะไรที่...ที่ลึกซึ้ง ฉันต้องการแค่สเปิร์ม”

“ลูกผมต้องมีทั้งพ่อและแม่ ผมจะไม่ยอมให้เขาปฏิสนธิในกล้องจุลทรรศน์ ฟักตัวในช่องแช่แข็ง เขาต้องเกิดจากความรัก ความผูกพันของเรา” คุณชายจันทร์โน้มหน้าจะจูบ

ประกายตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก จะเบี่ยงหนี เขาดึงเธอมากอด กระซิบข้างหูว่า ให้นึกถึงหน้าลูกของเรา แล้วเขาก็ประกบปากเธอ ประกายดาวหลับตาพริ้มรู้สึกมือเขาไต่ไปตามหลัง ก็สะดุ้งลืมตาร้องลั่นว่า...คุณชายอย่า!

จันทรภานุทำหน้างง ประกายดาวกะพริบตาถี่ๆ เห็นหน้าเขาชัดขึ้น ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน เขายืนห่างเธอในตำแหน่งเดิม เธอตกใจรีบเข้าห้องปิดประตู ยืนใจเต้นรัว...จันทรภานุเดินกลับมา คุณหญิงนิ่มวิ่งหน้าตื่นมาบอกถึงการมาของพงศ์จันทร และขอร้องอย่าให้พงศ์จันทรเข้าใกล้ประกายดาวได้...เผอิญพงศ์จันทรมารอประกายดาวเช่นกัน จึงแอบได้ยินการสนทนาของคุณหญิงนิ่ม เขาแค้นใจที่เธอคิดสกัดกั้นไม่ให้เขาใกล้ชิดประกายดาว

ooooooo

ระหว่างที่จิตสุภางค์กำลังร้องซี้ดซ้าดหน้าตาได้อารมณ์สุดๆ เพราะเฮียเชานวดเท้าให้เธออยู่  ประกายดาวโทร.เข้ามาบอกว่า แย่แล้ว! ทำเอาจิตสุภางค์ตกใจเผลอถีบสามีหงายหลัง

“ว้าย! ผัวฉัน”

ประกายดาวพลอยตกใจถามเฮียเชาเป็นอะไร จิตสุภางค์รีบเข้าไปจุ๊บหน้าผากสามีเป็นการขอโทษ ก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อนต่อว่า

“ไม่เป็นไร ฉันให้ยาเรียบร้อยแล้ว อ่ะๆ ว่าต่อแก...แกว่าอะไรแย่”

ประกายดาวบอกเรื่องคุณชายจันทร์ จิตสุภางค์ดักคอว่า ขอสเปิร์มแล้วเขาไม่ให้ แถมหาว่าเธอบ้า ไล่กลับบ้านใช่ไหม ประกายดาวเสียงอ่อย ไม่ขนาดนั้น

“เขาแค่ไม่เห็นด้วยกับการทำกิฟต์ เขาคิดว่าเด็กคนหนึ่งจะโตมาได้ดี ก็ต้องมีครอบครัวที่อบอุ่น คุณชายเขาเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น เขาก็เลยชิน”

จิตสุภางค์แนะนำให้เก็บกระเป๋ากลับมาได้เลย เขาไม่มีทางให้สเปิร์มแน่ แต่ประกายดาวไม่ยอม มุ่งมั่นว่าจะเปลี่ยนความคิดเขาให้ได้ พอวางสายก็สะดุ้ง เมื่อพบพงศ์จันทรยืนอยู่

“คุณพงศ์! มาได้ไงคะเนี่ย”

“ถ้าเป็นคนอื่น ผมจะตอบว่านั่งเครื่องมา แต่ถ้าเป็นคุณดาว ขอตอบว่า มาตามเสียงหัวใจเรียกร้องครับ”

ประกายดาวหัวเราะว่าเลี่ยนมาก พงศ์จันทรบอกเธอว่าเขามาทำงานแถวนี้ เลยแวะมาหามีเรื่องอยากให้ช่วย...พงศ์จันทรพาประกายดาวขึ้นรถ แอบถ่ายรูปตัวเองทำหน้าลั้นลาคู่กับเธอ ส่งไปให้คุณหญิงนิ่ม พร้อมข้อความว่า จะพาประกายดาวไปไหนดีหนา...

คุณหญิงนิ่มเต้นผางเอาภาพในมือถือไปให้จันทรภานุดู “เห็นไหมคะพี่ชาย เผลอแป๊บเดียว คุณพงศ์ออกไปกับพี่ดาวแล้ว...พี่ชายไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอคะ”

“ทำไมพี่ต้องรู้สึกล่ะคะ”

“ก็ถ้าเราเห็นคนที่เรารักไปกับคนอื่น เราก็ต้องรู้สึกอะไรบ้างสิคะ หญิงยังรู้สึกเลย”

“น้องหญิงชอบคุณดาวเหรอคะ เอ๊ะ...หรือว่าชอบคุณพงศ์”

คุณหญิงนิ่มชะงัก กลบเกลื่อนแค่ไม่อยากให้ประกายดาวหวั่นไหว จะเสียใจเพราะคนเจ้าชู้อย่างพงศ์จันทร คุณชายจันทร์เตือนเป็นสิทธิ์ของประกายดาวที่จะรักใครชอบใคร...

พงศ์จันทรแกล้งถ่ายรูปกับประกายดาวแล้วส่งไปยั่วโมโหคุณหญิงนิ่มอีกหลายรูป โดยอ้างกับประกายดาวว่า ถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกที่ได้มาดินเนอร์กับเธอถึงเชียงใหม่ ประกายดาวชักแปลกใจ ตกลงเขามีเรื่องอะไรจะให้ช่วย พงศ์จันทรตัดสินใจบอกเธอ

“ช่วยเปิดโอกาสให้ผมพิสูจน์ตัวเองได้ไหม ผมจริงใจกับคุณดาวนะ ผมพร้อมจะหยุดอยู่ที่คุณคนเดียว”

ประกายดาวไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆไม่ทันที่เธอจะตอบ...ด้านคุณหญิงนิ่มดูรูปที่พงศ์จันทรส่งมา ก็คุกรุ่น พลัน นันทินีเข้ามาชะเง้อมองอย่างสอดรู้สอดเห็น

“อุ้ย!ยัย...เอ่อ...คุณดาวไปร้านนี้กับใครคะ หรือว่าคุณชายจันทร์ เอ๊ะ!แต่คุณชายยังประชุมงานอยู่ ไม่ได้ไปกับคุณดาวแน่ โอเค พี่ไม่อยากรู้แล้ว”

คุณหญิงนิ่มรีบถามว่ารู้จักร้านนี้หรือ นันทินีพยักหน้า ไม่วายโอ้อวดว่าไม่ได้ชอบร้านแบบนั้น อย่างตนต้องร้านพวกสวิต อิตาลี แต่เผลอชมตั๊กแตนทอดรถเข็นหน้าร้านนี้อร่อยมากให้ไปลอง คุณหญิงนิ่มยิ้มกริ่ม ตนไม่ไปลอง แต่จะส่งคนอื่นไปแทน นันทินีแปลกใจ

ไม่นาน หญิงสาวทรงสะบึมก็เดินผ่านโต๊ะที่พงศ์จันทรนั่งกับประกายดาว เขากำลังรอฟังคำตอบจากเธอ สาวทรงสะบึมทำพวงกุญแจหล่นข้างเขา พงศ์จันทร์ช่วยเก็บ มือเขาสัมผัสมือเธอ หญิงสาวส่งตาหวานยั่วยวน ประกายดาวแกล้งเปรยว่า เสน่ห์แรงเหลือเกิน เขาถามว่าหึงหรือ เธอยิ้มๆ ตอบว่า คนอย่างตนถ้าหึงไม่นั่งเฉย เขาถามว่าจะทำอย่างไร

“ตัด...” ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง ประกายดาวขยายความ “ตัดใจค่ะ...”

พลันมือถือประกายดาวดัง เธอรับสาย เสียงคุณหญิงนิ่มบอกว่าได้ยินไม่ถนัด ทำให้ประกายดาวต้องลุกเดินไปพูดหน้าร้าน “ฮัลโหล น้องหญิงได้ยินเสียงพี่หรือยังคะ”

“พี่ดาวออกมาจากร้านแล้วใช่ไหมคะ”

“ค่ะ เอ๊ะ! น้องหญิงรู้ได้ยังไงคะ ว่าพี่อยู่ที่ร้าน”

คุณหญิงนิ่มแทบจะตบปากตัวเองที่เผลอ รีบแก้ตัวว่าได้ยินเสียงเพลง ตนจะโทร.บอกว่าถ้าเหงาอยากหาเพื่อนคุย โทร.หาตนได้เลย ตนอยู่ที่โรงแรม พอวางสายหันมาเจอสายตาตำหนิของจันทรภานุ คุณหญิงนิ่มสารภาพว่าจะทำให้ประกายดาวรู้ธาตุแท้ของพงศ์จันทรเท่านั้น...

ในร้าน หญิงทรงสะบึมพยายามยั่วพงศ์จันทรสุดฤทธิ์ แต่กลับถูกเขาจับไต๋ได้แถมจ่ายเงินให้อีกเท่าตัว ให้ส่งข้อความกลับไปหาคุณหญิงนิ่มว่า...เตรียมโอนเงินได้เหยื่อติดกับแล้ว

คุณหญิงเห็นข้อความกลับรู้สึกเศร้า “นายมันก็แค่ผู้ชายมักง่าย...ไม่สิ พี่ดาวกำลังเห็นธาตุแท้ของนายปลาไหล ฉันควรจะดีใจสิ”

เมื่อส่งข้อความและจ่ายเงินกันเรียบร้อย พงศ์จันทรก็สั่งสอนสาวทรงสะบึมที่อ้างทำเพราะกำพร้าพ่อหาเงินเลี้ยงแม่ว่า ตนก็กำพร้าพ่อตั้งแต่เกิดไม่เห็นต้องเอามาเป็นปัญหากับตัวเอง เพราะฉะนั้นอย่ามาน้ำเน่า...ประกายดาวเดินกลับมาได้ยิน นึกถึงคำพูดของจันทรภานุที่ว่า

“ในความคิดของผม การที่เด็กขาดพ่อขาดแม่จะทำให้เด็กมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ การมีแค่คนใดคนหนึ่ง จะทำให้เด็กเติบโตไปแบบมีปัญหา”...ประกายดาวรู้สึกเหมือนสวรรค์โปรด

คืนนั้น ประกายดาวโทร.คุยกับจิตสุภางค์ว่าตนจะใช้พงศ์จันทรเป็นเครื่องมือ ทำให้จันทรภานุเห็นว่า คนที่มีพ่อหรือแม่เพียงคนเดียวก็สมบูรณ์แบบได้...จากนั้น ประกายดาวก็เสิร์ชกูเกิ้ลหาประวัติพงศ์จันทรอย่างละเอียด

รุ่งขึ้น ประกายดาวเห็นจันทรภานุเดินมาจึงยิ้มให้ เขากลับรีบชวนไปทานข้าวเช้า เหมือนหนีอะไร จึงยื้อไม่ยอมไป ไม่ทันไร ศิวะ อรอุมาและรติรสเดินมา ศิวะดีใจเข้ามาทัก อรอุมาออกอาการไม่พอใจแขวะใส่ คุณชายรีบเชิญทุกคนไปพักผ่อนบนห้องแล้วค่อยมาคุยเรื่องงานทีหลัง

ประกายดาวมองมือจันทรภานุที่จูงเธอมาแล้วบอกให้ปล่อยได้ คุณชายชะงักเอ่ยขอโทษก่อนจะถามไปที่ไหนกันดี ประกายดาวบอกว่า ตนคงต้องกลับกรุงเทพฯหรือไม่ก็ย้ายโรงแรมก่อนที่จะทำโรงแรมเขาพัง เขากระเซ้าว่าโรงแรมมีประกันชั้นหนึ่ง พังได้ตามสบาย

“แล้วอย่ามาถอนคำพูดคืนทีหลังนะคะ”

“ผมรู้ว่าคุณไม่ทำหรอก อย่างดีคุณก็แค่ใช้คุณศิวะยั่วโมโหคุณอรอุมา แต่วันหลังอย่าทำแบบนั้นอีกเลยนะ ผมขอร้อง”

“ทำไมคะ กลัวยัยอรอุมาพังโรงแรมคุณชายเหรอ”

“คนที่พังโรงแรม อาจจะเป็นผมก็ได้” พูดจบจันทรภานุเดินไป

“อย่าคิดเข้าข้างตัวเองเชียวประกายดาว คุณชายอาจจะหึงศิวะก็ได้ เฮ้ย! บ้าไปแล้วฉัน เลิกคิดๆ...คุณชายรอฉันด้วยค่ะ” ประกายดาวสลัดความคิดแล้ววิ่งตามจันทรภานุไป

อรอุมาเจ็บใจเรื่องประกายดาว หันมาเห็นศิวะยืนนิ่งยิ่งคุกรุ่น หาว่าเขาคิดถึงประกายดาวจึงกราดเกรี้ยวใส่ รติรสเคาะประตูเปิดเข้ามา

“อ้าว...มีประตูเชื่อมด้วยเหรอ แหม มัวแต่ด่านังดาวเลยลืมดู มีก็ดีแล้ว จะได้หากันสะดวก...ฉันล้างหน้าก่อน เดี๋ยวลงไปหาอะไรกินแก้เหม็นหน้านังดาวกัน” อรอุมาหันมองศิวะเห็นยืนนิ่งจึงตวาด “ศิวะ...ฉันบอกว่าฉันจะล้างหน้า”

ศิวะกุลีกุจอเปิดกระเป๋าเสื้อผ้า หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็กส่งให้อย่างร้อนรนแทบทำหล่น อรอุมาเอ็ดของตนไม่ใช่ถูกๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินเข้าห้องน้ำ ทันทีที่ประตูปิด รติรสเข้าลูบอกศิวะ “อย่าโมโหสิคะ มันยั่วอารมณ์ฉัน เดี๋ยวฉันอดใจไม่ไหวนะ...”

ศิวะสวนอดไม่ไหวก็ไม่ต้องอด เขากอดรัดซุกไซ้ดันเธอเข้าห้องของเธอ แล้วปิดประตูู

ooooooo

พนักงานมารายงานจันทรภานุว่า บริษัทที่รับจัดงานคืนนี้ขอยกเลิกด้วยเหตุผลที่ว่า มีปัญหาภายในบริษัท พนักงานอีกคนยุให้ฟ้องเรียกค่าเสียหายเพราะทำให้ทางโรงแรมเราเดือดร้อน แขกที่จะมาคืนนี้ล้วนเป็นนักธุรกิจระดับประเทศ

“ผมฟ้องกลับแน่ แต่ตอนนี้เราต้องเอาเวลามาคิดหาทางแก้ปัญหา งานนี้ล้มเลิกไม่ได้”

ประกายดาวนั่งฟังอยู่ด้วย คิดแผนบางอย่างได้ รีบออกความเห็นเสนอพงศ์จันทรทำงานนี้แทน เพราะไหนๆก็อยู่ที่นี่แล้ว แต่คุณชายจันทร์ไม่ไว้ใจ ประกายดาวจึงเปิดไอแพดให้เขาดูผลงานของพงศ์จันทรที่ผ่านๆมา ว่าอยู่ในระดับท็อปไฟล์ของประเทศทั้งนั้น เขาชักเคือง

“ดูคุณดาวรู้จักพงศ์จันทรดีจังเลยนะครับ”

“ฉันว่าประวัติเขาน่าสนใจดีค่ะ คุณพงศ์โตที่เมืองนอกกับคุณแม่ คุณพ่อเสียไปตั้งแต่คุณพงศ์ยังไม่เกิด ฉันไม่แปลกใจแล้วล่ะค่ะ ว่าทำไมสาวๆถึงพากันกรี๊ดคุณพงศ์กันทั้งเมือง...ตกลงคุณชายให้คุณพงศ์ช่วยนะคะ”

“ผมไม่มีสิทธิ์เลือกมาก ต้องแล้วแต่คุณพงศ์ตัดสินใจ” จันทรภานุรู้สึกปวดใจแต่ทำเฉย

พอประกายดาวมาขอร้องพงศ์จันทร เขาตอบกวนๆว่าตนไม่ตัดสินใจ เพราะจะให้เธอเป็นคนตัดสินใจ ถ้าอยากให้ตนทำ ตนก็จะทำ คุณชายจันทร์หมั่นไส้มาก

“ถ้าคุณไม่สะดวก ผมไม่รบกวนดีกว่า”

“โถ...ผมล้อเล่นครับคุณชาย ผมเห็นว่ากำลังหน้าสิ่ว หน้าขวานกัน ก็เลยอยากจะช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น”

ประกายดาวถามย้ำตกลงรับงานนี้ ไม่ทันที่พงศ์จันทร จะตอบ คุณหญิงนิ่มเข้ามาถามด้วยสีหน้าร้อนใจ มีอะไรให้ตนช่วยบ้าง จันทรภานุลูบมือคุณหญิงและยิ้มละมุน

“ช่วยเป็นกำลังใจให้พี่นะคะ”

ประกายดาวมองความอ่อนโยนของเขาแล้วยิ่งรู้สึกดี...คุณหญิงนิ่มหันมาเห็นพงศ์จันทรกำลังจะโวย พงศ์จันทรรีบบอกเธอว่ามีคนฝากความคิดถึง แล้วเขาก็ตั้งข้อแม้

“ผมว่าผมเปลี่ยนใจแล้วดีกว่า ผมจะช่วยคุณชายก็ต่อเมื่อ คุณหญิงนิ่มยอมรับผิดกับผม”

จันทรภานุงงว่าเรื่องอะไร คุณหญิงนิ่มตกใจที่พงศ์จันทรจะเอาเรื่องสาวทรงสะบึมมาแฉจึงรีบชวนเขาออกมาเจรจาต้องการอะไร พงศ์จันทรให้เธอขอโทษ แต่เธอไม่ยอมจะเดินหนี เผอิญชนกับทีมงานที่เดินเข้ามา เซไปแก้มกระแทกเข้าที่ปากพงศ์จันทรเต็มๆ ทีมงานตะลึง คนแถวนั้นมองกันตาโต พงศ์จันทรรีบทำตัวปกติ ทักทายทีมงานแล้วบอกให้ไปรอประชุม จากนั้นหันมาหาคุณหญิงนิ่ม เธอโพล่งขึ้น “ฉันขอโทษ...”

“เฮ้ย! ผมเป็นคนหอมแก้มคุณนะ”

“ฉันขอโทษเรื่องเมื่อคืนย่ะ ทีนี้นายก็ช่วยงานพี่ชายได้สักทีนะ” คุณหญิงนิ่มเดินหนีอายๆ

ทีมงานของพงศ์จันทรกระซิบกระซาบหัวเราะกันคิกคัก พงศ์จันทรเข้ามาเอ็ดและสั่งห้ามเอาไปพูด ทีมงานจ๋อย ประกายดาวเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็ยิ้มอย่างพอใจ...

ประกายดาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้จันทรภานุฟัง แถมชื่นชมพงศ์จันทรว่าเป็นสุภาพบุรุษแสดงว่ามาจากการอบรมเลี้ยงดูที่ดี แม้จะขาดพ่อ คุณชายจันทร์ไม่ค่อยพอใจ ติงว่าวันนี้เธอพูดถึงพงศ์จันทรทั้งวัน อยากจะบอกอะไรตนหรือเปล่า

“ฉันเก็บเอาคำพูดของคุณชายไปคิด แทนเพื่อนที่จะทำกิฟต์น่ะค่ะ ว่าคนๆนึงต้องมีทั้งพ่อและแม่เขาถึงสมบูรณ์พร้อม แต่คุณพงศ์ก็เป็นตัวอย่างให้เราเห็นว่ามันไม่จำเป็นเสมอไป”

จันทรภานุยอมรับว่าตนมองอะไรแคบเกินไป ประกายดาวดีใจที่เปลี่ยนความคิดเขาได้...คืนนั้น ประกายดาวตื่นเต้นโทร.เล่าให้จิตสุภางค์ฟัง ส่วนจันทรภานุครุ่นคิดที่ดูประกายดาวจะชื่นชมพงศ์จันทรมากในวันนี้ ด้านพงศ์จันทร กลับนึกถึงสัมผัสแก้มของคุณหญิงนิ่มจนตัวเองแปลกใจ คุณหญิงนิ่มเองก็ใจวาบหวิวจนนอนไม่หลับ

วันต่อมา รติรสคุยโทรศัพท์กับพ่อว่า คืนนี้จะช่วยรับรองมิสเตอร์เฉิน และจะทำให้เขายอมร่วมธุรกิจด้วย จากนั้น เธอก็เข้ามาหาศิวะในห้องบอกเขาว่า อรอุมานวดสปาอยู่ อีกนานกว่าจะเสร็จ ทั้งสองจึงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างไม่รีรอ ตุ้มหูรติรสตกอยู่ที่พื้นโดยไม่รู้ตัว

ประกายดาวนั่งดูรูปเด็กน่ารักๆอยู่ พอดีพนักงานเอาชุดที่ซักรีดมาส่ง พงศ์จันทรมาหาจึงถือโอกาสเดินเข้ามาในห้อง ประกายดาวกำลังไปหยิบเงินให้พนักงาน เขาเห็นหนังสือการทำกิฟต์บนโต๊ะก็หยิบมาดูด้วยความสงสัย พอเธอเดินกลับมา เขาจึงถามว่าเธออยากทำกิฟต์หรือ ประกายดาวชะงัก ตั้งสติก่อนจะบอกเขาตามจริง แต่เขากลับหาว่าเธอพูดเล่น นึกอย่างไรถึงอ่าน

ประกายดาวจึงเออออ “อ่านไว้เป็นความรู้เผื่อจะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากมีลูกแต่ไม่อยากแต่งงานอย่างฉัน”

“อย่าพูดคำว่าไม่อยากแต่งงาน จนกว่าจะเปิดใจรักผม” พงศ์จันทรส่งตาหวาน

ประกายดาวเปลี่ยนเรื่องมาถามมีธุระอะไรกับตน เขาจึงบอกให้เธอมาเป็นช่างภาพให้กับทีมเขา เธอรับคำแล้วคุยถึงคอนเซปต์งาน

ooooooo

ก่อนเปิดงาน พงศ์จันทรพาจันทรภานุเดินตรวจสถานที่พร้อมสาธยายตารางงานไปด้วยว่าขันโตกจะเริ่มเสิร์ฟตอนทุ่มครึ่ง  พร้อมโชว์การแสดงพื้นเมือง  ส่วน พิธีการจะเริ่มตอนสองทุ่ม คุณชายจันทร์เห็นมีประทีปโคมไฟและซุ้มดอกไม้ประดับ เหมือนบรรยากาศพื้นเมืองจริงๆ

คุณชายจันทร์เห็นประทีปไฟอันหนึ่งตั้งล้ำมาใกล้แขกเกินไป เกรงอุบัติเหตุ จึงติงให้ถอยออกไปหน่อย พงศ์จันทรทึ่งที่เขาละเอียดลออมาก ประกายดาวถ่ายภาพอยู่รอบงาน พงศ์จันทรเดินไปหา คุณชายเห็นสองคนพูดคุยดูสนิทสนมกันมากก็สะเทือนใจ อภิเชษฐ์เข้ามาแซว

“เอาแต่มอง เมื่อไหร่จะได้มาครอบครองวะ”

“ฉันว่าฉันไม่ได้ส่งการ์ดเชิญแกสักใบ” จันทรภานุไม่ตอบกลับย้อนถาม

“งานเลี้ยงนักธุรกิจของแก ถ้าเชิญตำรวจอย่างฉันก็แปลกแล้ว”

จันทรภานุจึงถามแล้วมาทำไม อภิเชษฐ์บอกตามจริงว่ามาจับตาดูพฤติกรรมพ่อค้ายาเสพติด คุณชายตกใจจะมาจับกันในงานตน อภิเชษฐ์รีบบอกว่าไม่จับ แค่มาดูว่าเป็นใครเท่านั้น

“ไม่ต้องห่วง ฉันรับรองจะไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นในงานแกแน่นอน งานแกจะเรียบร้อยสมชื่อคุณชายจันทร์เหมือนเดิม”

แต่คุณชายยังหวั่นใจ อาจมีความวุ่นวายจากเรื่องอื่น ไม่ทันไร อรอุมาควงศิวะเดินมากับรติรส แสดงท่าเย้ยประกายดาวก่อนจะเดินผ่านไป...พองานจะเริ่ม ท้องฟ้า เกิดมืดครึ้ม ฝนตั้งเค้า ลมพัดแรง ข้าวของในงานปลิวว่อน พงศ์จันทรกับทีมงานช่วยกันเก็บของ ประกายดาวเอาผ้าปิดกล้องวิ่งหาที่หลบ แต่ถูกรติรสแกล้งชนล้มฝากล้องกระเด็นแล้วไม่เก็บให้ ทำหน้าเยาะก่อนจะวิ่งไป ประกายดาวส่ายหน้าเดินไปเก็บเอง แล้วมองไปเห็นเด็กหนุ่มสองคนช่วยกันเก็บภาพวาดก็จะเข้าไปช่วย จันทรภานุคว้าแขนไว้บอกให้ไปหลบฝน เขาจะไปช่วยเอง เธอปลื้มใจ

“หน้าตาดี...น้ำใจงาม...เชื้อดีแบบนี้ ลูกแม่จะต้อง เป็นที่รักของทุกคน”

แต่พอประกายดาวเห็นหน้าสองหนุ่มชัดๆ ก็จำได้ว่าคือพลกับเจ้านายที่เคยวาดภาพตนตอนขึ้นไปบนดอย ทั้งสองจำเธอได้ ้เขาบอกว่าได้รับการว่าจ้างให้มาวาดภาพในงานนี้ ไม่ทันไรเสียงนันทินีดังมา “คุณชายจันทร์ขา... ช่วยนันด้วย ลมพัดแรงเหลือเกิน นันทรงตัวไม่อยู่”

ว่าแล้วนันทินีก็เซเข้ามาซบอกจันทรภานุ หม่อมสุรีย์เดินตามมา ถามว่าถ้าฝนตกงานจะกร่อยไหม คุณชายจันทร์ตอบว่าเตรียมเต็นท์ไว้แล้วหรืออาจจะย้ายไปจัดในอาคาร นันทินีโอดโอย ตนเตรียมชุดสำหรับกลางแจ้ง จะรับกับแสงจันทร์สวยมาก ถ้าเข้าไปข้างในชุดก็จืดแย่ หม่อมสุรีย์เห็นด้วยว่าแขกที่มาคงเตรียมชุดมาเต็มที่เหมือนกัน

จู่ๆ นันทินีก็เสนอให้ลองปักตะไคร้ คนโบราณจะให้ลูกสาวคนเล็กที่ยังบริสุทธิ์เป็นคนปัก หม่อมสุรีย์นึกได้จึงบอกให้นันทินีไปปัก เพราะเป็นลูกสาวคนเล็กที่ยังไม่ได้แต่งงานตามตำราเป๊ะ...นันทินีแหยง รู้แก่ใจว่าตัวเองไม่เวอร์จิ้น รีบปฏิเสธ อ้างว่าไม่แน่ใจท่านพ่อแอบไปมีลูกที่ไหนอีกหรือเปล่า หม่อมสุรีย์ยืนยันว่าท่านพ่อเธอไม่เจ้าชู้ นันทินีไม่รู้จะอ้างอะไรอีกจึงแกล้งเป็นลมล้มพับไป อรอุมารีบเสนอให้ประกายดาวเป็นคนปัก เพราะเป็นน้องคนเล็กเหมือนกันและยังไม่ได้แต่งงาน อรอุมาหวังฉีกหน้าประกายดาว เพราะเชื่อว่ามีสัมพันธ์กับศิวะมาก่อน

จันทรภานุดึงประกายดาวไว้ไม่ให้ทำ เธอย้อนถาม “แสดงว่าคุณชายไม่แน่ใจในตัวฉัน”

“ผมไม่เคยคิดว่าจะต้องแน่ใจหรือไม่แน่ใจอะไร ในตัวคุณ แต่ที่ผมแน่ใจคือ ไม่มีใครบังคับฟ้าฝนไม่ให้ตกได้”

“ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ เอาเป็นว่าถ้าฟ้าดินอยากให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ฟ้าดินจะต้องยอมให้ฉันช่วยคุณ”

“นันทินีกระเด้งฟื้นขึ้นมาทันที อรอุมายิ้มกับรติรสทำนองประกายดาวต้องได้อายแน่...ประกายดาวนำตะไคร้มายืนกลางแจ้ง ภาวนาขอเตี่ยกับม้า ถ้าอยากได้หลานเป๊ะเว่อร์เหมือนคุณชายจันทร์ ก็ต้องช่วยตน อย่าให้ฝนตก ทันทีที่ปักตะไคร้ลงไป ฟ้าผ่าเปรี้ยง ทุกคนสะดุ้ง นมพรร้องบอกว่าปักผิดด้าน ต้องเอาส่วนรากขึ้นชี้ฟ้า เธอจึงรีบดึงขึ้นมาปักใหม่ ทันใด ท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็สว่างสดใส ทุกคนที่ชื่นชอบประกายดาวต่างดีใจ รวมทั้งหม่อมสุรีย์เริ่มรู้สึกดีๆไปด้วย

อรอุมาเจ็บใจ รติรสชักเอะใจหรือประกายดาวจะยังบริสุทธิ์ อรอุมาไม่อยากเชื่อเพราะรู้สันดานศิวะดีว่าไม่เคยปล่อยใครรอดไปได้ ส่วนศิวะกลับดีใจคิดเข้าข้างตัวเองว่าประกายดาวคงรักตนมากจนไม่คิดมีใครอีก... คุณหญิงนิ่มกับนมพรดีใจออกนอกหน้า ทำให้นันทินี หน้าม้าน

ประกายดาวแอบโทร.เล่าเรื่องให้จิตสุภางค์ฟัง ด้วยความดีใจ พลันศิวะเข้ามาพูดจาให้เธอยอมรับความ จริงว่ายังรอตนอยู่ ประกายดาวเหนื่อยใจจับแขนเขาดัดไปข้างหลัง ขู่ให้จำไว้ ถ้ายังมาวุ่นวายกับตน จะให้อรอุมา เล่นงาน...รติรสเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็เจ็บใจที่ศิวะนอกใจ

บรรยากาศงานขันโตก ทุกคนแต่งตัวแบบล้านนา จันทรภานุตะลึงเมื่อเห็นประกายดาวอยู่ในชุดล้านนาโมเดิร์น ดูทะมัดทะแมงสมกับเป็นช่างภาพ เขาเข้ามาขอบคุณเธอที่แนะนำพงศ์จันทรให้ทำงานนี้ เพราะงานออกมาเพอร์เฟกต์มาก ประกายดาวดีใจ ยินดีช่วยเขาทุกอย่าง พลันเชือกที่เสื้อหลุด เธอจึงฝากเขาถือกล้องเพื่อผูกเชือก คุณชายฉวยโอกาสถ่ายภาพเธอ แต่อ้างว่าถ่ายซุ้มดอกไม้ด้านหลัง ประกายดาวงงเพราะเห็นซุ้มน้อยมาก

หม่อมสุรีย์เดินเข้ามาพร้อมนันทินีที่อยู่ในชุดเหลือบทองรับกับแสงจันทร์ นันทินีโพสท่าให้นักข่าวถ่าย แต่ทุกคนกรูไปทางคุณหญิงนิ่ม ที่ดูสวยหวานจนแม้แต่พงศ์จันทรยังตะลึง นันทินีเคือง พยายามเข้ามาเบียดถ่าย คู่ด้วย ประกายดาวแอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทีพงศ์จันทร...

จันทรภานุเข้ามาถามอภิเชษฐ์ว่าเห็นเป้าหมายหรือยัง เขาชี้ให้ดูมิสเตอร์เฉิน เจ้าของเฟอร์นิเจอร์นำเข้าที่ โรงแรมนี้สั่งแล้วมองดูว่าเขาเข้าไปพูดคุยกับใคร พลัน คุณชายจันทร์ต้องตกใจ เมื่อเห็นมิสเตอร์เฉินเข้าไปทักทายกับปุระชัย พ่อของรติรส อภิเชษฐ์กระซิบ

“สายข่าวของฉันบอกว่า เขาน่าจะเป็นผู้อยู่เบื้อง หลังขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่”

ปุระชัยให้พลวาดภาพมิสเตอร์เฉิน เขาพอใจกับฝีมือพลมาก พลเหลือบมองรติรสอย่างห่วงใย เพราะสีหน้าเธอดูไม่สบายใจ ปุระชัยกระซิบถามลูกสาวมีปัญหาอะไร เธอตอบว่าผู้ชายของตนคิดไม่ซื่อ ปุระชัยถามว่าเป็นใคร รติรสตอบว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะบอก เขาจึงสอนลูกสาวคนเข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่รอด ถ้าใครคิดไม่ซื่อก็สั่งสอนให้หลาบจำ

“รสไม่อยากให้เขาเกลียดรส”

“ลูกไม่จำเป็นต้องลงมือทำเองเลย มีคนอ่อนแอตั้งมากมายที่เราหลอกใช้เป็นเครื่องมือ จำเอาไว้ ลูกพ่อต้องเป็นผู้ชนะเท่านั้น”...รติรสฟังคำพ่อแล้วยิ้มอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

จันทรภานุขึ้นกล่าวขอบคุณแขกที่มาในงาน พลันมีเสียงเพลงดังขึ้นทั้งที่ไม่ได้อยู่ในสคริปต์ ทีมงานเข้ามากระซิบบอกว่า หม่อมสุรีย์ให้แทรกการแสดงของนันทินี ทันใด นันทินีก็รำฟ้อนเทียนออกมาด้วยท่วงท่าที่ไม่พร้อมเพรียงกับทีมเอาเสียเลย

ไม่ทันไร เธอก็ทำเทียนหยดใส่หน้าตัวเองร้องลั่น การแสดงหยุดชะงัก ประกายดาวยืนถือกล้องมองอยู่ จู่ๆ ลูกน้องปุระชัยก็เดินเข้ามาชนเธอล้ม ฝากล้องกระเด็นแล้วแอบเก็บมันไป ประกายดาวลุกยืนโบกมือไม่เป็นไร... ในสวนของโรงแรม รติรสนัดศิวะออกมาพลอดรักกัน ทั้งที่ศิวะกลัวอรอุมาจะเห็น แต่ก็ขัดรติรสไม่ได้ จันทรภานุเดินผ่านมาเห็นตกตะลึง ประกายดาวเดินกะเผลกมา เขาจึงเอามือปิดปากดึงเธอหลบไปทางอื่นไม่อยากให้เห็นภาพโจ๋งครึ่มนั่น

ประกายดาวแหงนมองฟ้าเห็นดาวสวย ทันใด มีดาวตก เธอรีบเอาผ้าเช็ดหน้าคลุมเลนส์กล้องแล้ววางบนโต๊ะ ชวนเขายกมืออธิษฐาน พอเสร็จ คุณชายถามเธอขออะไร

“ฉันขอให้ได้พบกับคนที่ฉันจะมอบทั้งชีวิตและ หัวใจของฉันไว้ให้เขาไวๆ...คุณชายล่ะคะ ขออะไร” ประกายดาวหมายถึงลูก

“ผมขอให้ได้เห็นดาวสวยอย่างคืนนี้ตลอดไป” เขามองประกายดาวด้วยสายตาเปี่ยมรัก

ประกายดาวรู้สึกสะเทิ้นอาย กลบเกลื่อนว่าเขา มักน้อย แล้วเก็บผ้าที่คลุมเลนส์เข้ากระเป๋า คุณชายจันทร์สงสัย ถามทำไมไม่ปิดฝากล้อง เธอตอบว่าหล่นหายหาไม่เจอ

ด้านรติรสเมื่อได้เวลาก็มายุแหย่อรอุมาว่า ศิวะหายไปพร้อมประกายดาว อาจจะแอบไปอยู่ในห้องด้วยกัน อรอุมารี่กลับเข้าห้องแต่ไม่พบใคร รติรสแกล้งทำฝากล้องหล่นที่พื้นแล้วทำทีเดินเหยียบ หยิบขึ้นมาให้อรอุมาได้เห็นว่า มีของประกายดาวตกอยู่ อรอุมาโกรธจนตัวสั่นเทา กลับเข้ามาที่งานต่อว่าประกายดาวกลางงาน ศิวะตกใจเข้ามาดึงอรอุมาไว้ แขกในงานเริ่มมุงดู จันทรภานุเข้ามาขอร้องให้เกียรติงานตนบ้าง เธอกลับโต้

“คุณชายเองก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ระวังจะตกเป็นเหยื่อของนังนี่อีกคน” อรอุมาเอาฝากล้องมาชูให้ทุกคนดูว่าพบบนห้องนอนตน รวมทั้งรอยลิปสติกที่ปกเสื้อของศิวะ

ประกายดาวทนไม่ไหวจะเดินหนี กลับโดนอรอุมากระชากผลักไปชนเสาประทีปโคมไฟล้ม เปลวไฟไปติดชายผ้าคุณหญิงนิ่ม พงศ์จันทรตกใจถอดสูทช่วยตะปบดับไฟให้ คุณชายจันทร์ปรี่เข้าประคองพาคุณหญิงนิ่มเข้าไปในตัวตึก แต่อดชายตามองประกายดาวอย่างห่วงๆ ไม่ได้ หม่อมสุรีย์ถึงกับเป็นลม พงศ์จันทรรีบเชิญแขกเหรื่อกลับสู่งานตามปกติ ศิวะลากอรอุมาออกมา เขายืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรกับประกายดาวเลย แต่อรอุมาไม่เชื่อด่าว่าเขายกใหญ่จนเขาเดินหนีไป อรอุมากับรติรสวิ่งตามหาศิวะ มาทางหลังโรงแรม เป็นโอกาสให้ประกายดาวได้เอาคืน เธอใช่น้ำสาดใส่ทั้งสองสาวแถมขู่

“เอาสิ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในงานเหมือนเมื่อกี้แล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครอีก อ้อ แล้วศิวะเคยบอกเธอรึเปล่าว่าฉันเทควันโดสายดำ ถ้าเธอคิดจะลองดูก็ได้นะ... จำเอาไว้ ฉันไม่รู้ว่าของของฉันไปอยู่ในห้องเธอได้ยังไง  แต่ฉันไม่เคยเข้าไปในห้องของเธอ และที่สำคัญฉันไม่เคยคิดจะแทงข้างหลังเธอ แค่ฉันเห็นหน้าผัวเธอ ฉันก็จะอ้วกอยู่แล้ว อย่าหึงไม่เข้าเรื่อง มันทุเรศ”

อรอุมาร้องกรี๊ดๆ รติรสโวยจะมัวกรี๊ดทำไมให้ตามไปตบ อรอุมาเหวี่ยงตามไปให้โดนทุ่มหรือ แต่ยังเคียดแค้นจะไม่ขออยู่ร่วมโลกกับประกายดาว

ประกายดาวเหนื่อยใจคงหมดความเชื่อถือจากจันทรภานุแล้ว...ด้านหม่อมสุรีย์ให้คุณชายจันทร์ไล่ ประกายดาวออกไป แต่เขากลับแก้ตัวแทนเพราะประมวลจากเหตุการณ์ต่างๆ

ooooooo

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

ดาวเกี้ยวเดือน

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement