advertisement

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 12

บทประพันธ์ รอมแพง จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ปณธี
10 ต.ค. 2556 16:57

จันทรภานุจับศิวะมัดไว้ในห้องแล้วแจ้งอภิเชษฐ์มาเอาตัว ประกายดาว มิลินทร์และจิตสุภางค์มองท่าทีเขาว่าโกรธหรือไม่โกรธเรื่องสเปิร์ม ศิวะไม่วาย ทิ้งบอมให้เขาคาใจ

“คุณชาย...ผมจะบอกอะไรให้ ตอนผมคบกับดาว ดาวก็เคยขอสเปิร์มผม แล้วผมก็ให้ไปแล้ว...ตั้งหลายครั้ง แต่ผมป้องกัน ดาวถึงยังไม่มีลูกสมใจ ไอ้ที่ดาวเคยปักตะไคร้ไล่ฝนได้มันบังเอิญ อย่าคิดว่าดาวยังเวอร์จิ้น อยากได้แค่สเปิร์มไม่ได้อยากได้ตัวคุณชาย อมพระประธานมาพูดก็ไม่เชื่อ ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากได้แค่...”

คุณชาย จันทร์ทนไม่ไหวคว้าของใกล้ตัวยัดปากศิวะ...ประกายดาวจะเอ่ยถาม คุณชายตัดบท “คุณต้องไม่ยอมเขาอีก เพราะคนบางคนไม่สมควรจะได้รับโอกาสแก้ตัวแม้แต่ครั้งเดียว ผมขอตัวกลับก่อน”

สาม สาวมองคุณชายจันทร์เดินจากไป จิตสุภางค์เอ่ยว่าเขาโกรธจริงๆ ประกายดาววิ่งตามมาที่ลิฟต์แต่คุณชายกดปิดไม่อยากคุยกับเธอ ประกายดาวไม่ยอมแพ้ วิ่งลงบันไดหนีไฟมาดักหน้ารถเขา คุณชายเบรกเอี๊ยด...ลงจากรถมาต่อว่า

“ผมเชื่อแล้ว ถ้าคุณต้องการอะไร คุณทำได้ทุกอย่างจริงๆ”

“คุณชาย โกรธฉัน ไม่เป็นไรค่ะฉันเข้าใจ แผนล่าสเปิร์มของฉันมันอาจจะดูงี่เง่าสำหรับคนอื่น และฉันก็จะไม่แก้ตัวด้วยว่าฉันไม่ได้ตั้งใจทำ ฉันอยากมีลูกค่ะ ฉันไม่ได้คิดจะจับคุณชายอย่างที่ศิวะพูด...”

“ผมไม่เคยตัดสินใครจากคำพูดคนอื่น ส่วนเรื่องแผนล่าสเปิร์ม ผมก็ไม่ถือสา”

“แล้วคุณโกรธฉันเรื่องอะไร”

“ผมไม่ได้โกรธ แต่ผมผิดหวัง...ผมคิดว่าคุณจริงใจกับผม”

“ฉันจริงใจกับคุณ”

“จริงใจ หรือ...คุณเข้ามาในชีวิตผมเพราะหวังสเปิร์ม คุณพยายามทำให้ผมรู้ว่าลูกมีความหมายกับชีวิตคุณมากแค่ไหน เพื่อที่ผมจะได้เห็นใจคุณ คุณทำดีกับผมเพราะหวังจะให้ผมร่วมมือกับคุณ แล้วเมื่อคุณมีลูกอย่างที่ต้องการ คุณก็จะหายไปจากชีวิตผม โดยไม่สนใจว่าผมจะรู้สึกยังไง ตรงไหนที่คุณเรียกว่าจริงใจหรือประกายดาว” พูดจบคุณชายขึ้นรถขับออกไป

ประกายดาวยืนอึ้งสักพักแล้วส่งข้อความ... ขอโทษๆๆๆๆๆ ไปเต็มหน้าจอ ทำให้คุณชายจันทร์นึกถึงอดีตที่เมืองนอก เขาจับได้ว่าแพทแฟนสาวมีผู้ชายคนอื่น เธอร้องไห้ฟูมฟายสัญญาจะไม่นอกใจอีก จนเขายอมกลับไปคบหา แต่ไม่นานเขาก็เห็นเธอนอนกับผู้ชายอื่นในห้องพัก เขาเจ็บปวดมากและตัดสัมพันธ์กับเธออย่างถาวร นั่นคือสิ่งที่เขากลัวและไม่อยากรู้สึกอีก

กลับถึงคอนโด จิตสุภางค์เปรยว่า สมัยนี้กรรมมันติดสามจีจริงๆ มิลินทร์เอ็ดอย่าซ้ำเติมประกายดาว จิตสุภางค์ว่าหมายถึงศิวะ รติรสรู้เรื่องรีบขอโทษประกายดาวที่ตนบอกศิวะเรื่องล่าสเปิร์ม เพราะนึกว่าเขากลับตัวแล้วจริงๆ ประกายดาวไม่โกรธ จบสิ้นกันทีกับคนคนนี้

บนโรงพัก ศิวะเฝ้ารอแม่มาประกันตัวออกไป พอดีมีกลุ่มถูกจับเล่นไพ่เข้ามา หนึ่งในนั้นคือนันทินี ที่โวยวายไม่ให้นักข่าวถ่ายรูป มาเจอกับศิวะในกรงขัง ศิวะยิ้มอย่างมีแผนร้าย บอกนันทินีว่า...อยากให้ข่าวอื่นกลบข่าวตัวเองไหม นันทินีกะพริบตาถี่ๆอย่างสนใจ

ooooooo

รุ่งขึ้น จันทรภานุเข้ามาทำงาน รู้สึกตัวเองถูกมองและซุบซิบจากลูกน้องและลูกค้าในห้าง อภิเชษฐ์โทร.มาแซวว่ามีข่าวว่อนเน็ต...สาวล่าสเปิร์มออกอาละวาด หนุ่มหล่อ รวยระวัง อาจตกเป็นเหยื่อรีดสเปิร์มเหมือนคุณชายจันทร์...ทำเอาเขาตกใจ

ประกายดาวร้อนใจ รีบมาหาที่ห้างพร้อมเพื่อนๆ เธอพยายามเดินหาเขาทั่วห้าง แต่แล้วกลับเจอกองทัพนักข่าว จึงเป็นฝ่ายวิ่งหนีเสียเอง จนกระทั่ง ประกายดาวคิดได้ว่าควรแสดงความจริงใจให้คุณชายจันทร์เห็น เธอจึงออกมาพบนักข่าว ไม่นานมีข่าวออกหน้าจอทีวีหรา

ภาพประกายดาวให้สัมภาษณ์ “สมัยนี้ผู้ชายดีๆหายากค่ะ ยิ่งผู้ชายแท้ยิ่งหายากไปใหญ่ เป็นสามีเราแต่ไปเป็นภรรยาคนอื่นมีเยอะแยะ ไหนจะปัญหาครอบครัว ปัญหาหย่าร้าง พวกคุณทราบไหมคะ สถิติการหย่าร้าง คือหนึ่งในสามของคู่แต่งงาน นี่ยังไม่นับรวมบรรดาที่ต้องกล้ำกลืนทนกินน้ำใต้ศอก น้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะความไม่รู้จักพอของผู้ชาย แล้วทำไมฉันต้องเอาตัวไปเสี่ยงกับเรื่องพรรค์นี้ ในเมื่อฉันยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ชีวิตเกิดมาครั้งเดียวต้องมีความสุขที่สุดค่ะ แล้วความสุขของฉันก็คือการมีลูก ลูกจะทำให้ชีวิตฉันมีความหมายขึ้น แต่ฉันมีลูกไม่ได้ถ้าไม่มีสเปิร์ม...นี่คงเป็นเรื่องเดียวมั้งคะที่ผู้หญิงอย่างฉันต้องพึ่งผู้ชาย ถ้าฉันผสมพันธุ์ได้ด้วยตัวเองเหมือนไส้เดือน พวกผู้ชายทั้งหลายอย่าหวังว่าจะได้เข้ามาในชีวิตของฉัน”

มีคำสัมภาษณ์ผู้คน คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ชอบและเห็นด้วย ทำให้ประกายดาวกลายเป็นไอดอลของสาวๆยุคใหม่...มิลินทร์กับจิตสุภางค์เช็กเรตติ้ง ยอดแชร์เร็วปรี๊ด คนกดไลค์เป็นแสน แต่งานทั้งหมดของประกายดาวกลับถูกแคนเซิล มิลินทร์แนะนำหลังจากนี้ให้เก็บตัวเงียบๆ ไม่นานคนก็จะลืม

“เรื่องนี้ไม่เงียบง่ายๆหรอก ถ้าเรายังไม่เอาตะกร้อไปครอบปากมัน” ประกายดาวเข่นเขี้ยว

เพื่อนทั้งสองถามรู้หรือว่าฝีมือใคร...ไม่นาน ประกายดาวกับเพื่อนมาหาศิวะที่บ้านอรอุมา ศิวะไม่สำนึก กลับเยาะหยันว่าใครเอาเธอมาเป็นแม่พันธุ์ โง่ตาย ประกายดาวทำใจเย็นถามเขาจะเอาอย่างไร เขาร้อนตัวอย่ามากล่าวหา ตนไม่ได้โพสต์เรื่องของเธอ

“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าฉันพูดถึงเรื่องอะไร กินปูนร้อนท้องขนาดนี้ อย่าพูดอีกนะว่าไม่รู้เรื่อง เหม็นปาก”

ศิวะเจ็บใจที่โดนด่า พอดีอรอุมากลับมาโวยไล่พวกประกายดาว จิตสุภางค์ตอกกลับ

“พวกฉันไม่ได้อยากเข้ามาหรอกย่ะ แต่ถ้าดาวออกไปเคลียร์กับผัวเธอข้างนอก เธอก็จะหาว่าเพื่อนฉันอ่อยผัวเธออีก”

อรอุมาถามเคลียร์เรื่องอะไร ศิวะร้อนตัวรีบบอกว่าถูกกล่าวหา โพสต์แฉเรื่องของประกายดาว อรอุมาเยาะได้ใครเป็นเหยื่อหรือยัง ประกายดาวโต้ ไม่มีใครตกเป็นเหยื่อ มีแต่คนเสนอตัวอยากมาเป็นเหยื่อ อรอุมาหันมอง ศิวะปฏิเสธตนสัญญาแล้วจะซื่อสัตย์กับเธอ อรอุมาจึงเอ่ยไล่

“รู้ตัวบ้างไหมอรอุมา เธอกำลังถูกไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้ใช้ความรักที่เธอมีให้ มาปิดหูปิดตาเธอ เธอถึงทำเรื่องเลวร้ายสร้างเวรสร้างกรรมไว้กับเพื่อนรักของเธอเอง” ประกายดาวสุดทน

“แกรู้เรื่องนังรส!”

“รู้ แล้วก็รู้ด้วยว่าเธอส่งคนไปซ้อมคุณรส จนคุณรสแท้งลูก” อรอุมาตกใจ “เธอคงไม่รู้สินะ ว่าคุณรสท้องอยู่ แต่ไอ้ผู้ชายคนนี้รู้ และมันก็ไม่คิดจะรับผิดชอบคุณรสกับลูกเลยด้วย”

ศิวะโวยว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง ประกายดาวย้ำให้อรอุมาตาสว่าง “คุณคบกับคุณรสมานาน คุณน่าจะรู้จัก คุณรสดีที่สุดว่าเธอเป็นยังไง คุณรสโหยหาความรักความอบอุ่นมาตลอด จนได้มาเจอกับผู้ชายที่รู้จุดอ่อนของเธอ แล้วมันก็หลอกให้เธอรัก หลอกให้มีความหวังว่าจะเลิกกับเมียที่มันด่าเช้าด่าเย็น แถมยังบอกว่ามันไม่เคยรักเมียมันเลย คุณรสถึงยอมทำเรื่องเลวร้ายกับคุณ แต่แล้วมันก็ไม่เคยทำในสิ่งที่มันพูด แถมยังไม่รับผิดชอบลูกที่เกิดมาจากสเปิร์มของมันด้วย”

“อีดาว มึงจะพูดมากไปแล้ว มึงกลับไปเดี๋ยวนี้เลย” ศิวะกราดเกรี้ยว

“ยอมรับความจริงไม่ได้ล่ะสิ” ประกายดาวเยาะ

ศิวะจะเข้าขย้ำ มิลินทร์กับจิตสุภางค์เข้าขวางเอามือล้วงกระเป๋าทำทีว่ามีอาวุธ ศิวะชะงัก อรอุมาถามเป็นเรื่องจริงใช่ไหม ศิวะยังยืนกรานว่าไม่จริง ประกายดาวขู่ ถ้าเขายังไม่เลิกเห่าเรื่องตน ตนจะประจานให้ทั้งโลกรู้ว่าเขาหน้าตัวเมีย...พวกประกายดาวกลับไป ศิวะพยายามง้องอนอรอุมา แต่เธอนิ่งเงียบจนน่ากลัว

ooooooo

ประกายดาวเพียรพยายามมาชี้แจงจันทรภานุ เธอขอเพียงให้เขาหายโกรธ และเข้าใจว่าเธอไม่ได้คิดจับหรือหลอกลวงเขา เธอเจ็บปวดใจที่เขาทำเย็นชาแบบนี้ หม่อมสุรีย์เข้ามาขอร้องให้ไปจากลูกชาย ตนเข้าใจถึงการอยากมีลูก แต่สิ่งที่เธอทำสร้างความอับอายให้ครอบครัวตน

ประกายดาวทั้งอายและเสียใจ กลับมาร้องไห้โฮ... หม่อมสุรีย์หาผู้หญิงใหม่ให้ลูกชาย เขาไม่อยากทำให้แม่เสียใจอีกจึงยอมนัดพบ คุณหญิงนิ่มท้วง คุณชายจันทร์ให้เหตุผลว่า

“สิ่งที่เกิดขึ้นมันสร้างแผลให้พี่ ทำให้พี่ไม่แน่ใจว่าคุณดาวจะจริงใจหรือไม่ แล้วคนเราคบกันรักกันแต่ไม่เชื่อใจกัน มันจะมีความสุขได้ยังไง”

“เวลาอาจจะช่วยให้แผลหายก็ได้นะคะ”

“แล้วถ้ามันไม่หายล่ะคะ คุณดาวก็ต้องไม่มีความสุขกับความหวาดระแวงของพี่ ถ้าตอนนี้พี่รั้งคุณดาวไว้ ก็เท่ากับว่าพี่เห็นแก่ตัว พี่ควรปล่อยคุณดาวไปเจอคนใหม่ที่พร้อมจะรักและเชื่อใจคุณดาวได้อย่างเต็มหัวใจไม่ดีกว่าหรือคะ”

คุณหญิงนิ่มเถียงไม่ออก แต่ก็อดสงสารประกายดาวไม่ได้ จึงโทร.ส่งข่าวและนัดจะไปพบที่คอนโด แต่กลับเจอกองทัพนักข่าว เผอิญพงศ์จันทรมาหาประกายดาว พอรู้ว่าคุณหญิงกำลังมา จึงลงมาช่วยดึงเธอหลบนักข่าวเข้ามาในลิฟต์ ทั้งสองใกล้ชิดกันอีกครั้ง ใจคุณหญิงนิ่มเริ่มสั่นระรัว เธอผลักไสเขาออกห่าง เขารู้ว่าเธอยังโกรธ จึงถามคิดอย่างไรเรื่องแผนล่าสเปิร์ม

เธอไม่ตอบ เขาจึงบอกว่า “ไม่ต้องตอบก็ได้ แต่ผมขอบอกนะ ผมรู้เรื่องนี้มานานแล้ว ผมเคยพยายามจะเป็นเป้าหมายแรกของคุณดาว แต่ไม่สำเร็จ เพราะคุณดาวรักคุณชายจันทร์ รักจากหัวใจจริงๆ ไม่เกี่ยวกับสเปิร์ม คุณหญิง...ถ้าคุณยังอยากได้คุณดาวเป็นพี่สะใภ้เหมือนเดิม ผมอยากขอให้คุณลืมเรื่องของเราไปก่อน แล้วเรามาร่วมมือกัน”

พงศ์จันทรกับคุณหญิงนิ่มเปิดประตูเข้ามาในห้อง เห็นประกายดาวยืนมองไปนอกหน้าต่างเศร้าๆ เขาถามคุณหญิงว่า คุณชายจันทร์คงมีอาการแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม เธอพยักหน้า พอประกายดาวหันมา ทั้งสอง จึงบอกเธอว่า จะช่วยให้เธอได้ปรับความเข้าใจกับคุณชาย

ในขณะที่...อรอุมานัดพบรติรสเพื่อเคลียร์เรื่องทุกอย่าง รติรสตอบคำถามทุกอย่างเพราะไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว รวมทั้งเหตุการณ์ปรักปรำประกายดาวที่เชียงใหม่

อรอุมากลับบ้านด้วยหัวใจแตกสลาย ศิวะสั่งอาหารเลิศรสมาจัดโต๊ะ รอเอาใจ เธอทำทีโอนอ่อนนั่งร่วมโต๊ะตรงข้ามกัน ศิวะเอาอกเอาใจพูดคำหวานสารพัดขอเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธอ อรอุมาจึงขอให้เขาเลิกโกหก เขาสัญญาถ้าเขาโกหก เขายินดีให้เธอทำอะไรเขาก็ได้ เธอยิ้มอย่างเยือกเย็น ชวนเขาไปเที่ยวเชียงใหม่อีก ไปเพียงสองคนและเอาห้องที่ไม่มีประตูเชื่อม ศิวะสะอึก

“ตอนไปเชียงใหม่ คุณแอบไปหารสบ้างหรือเปล่า” เขาอึกอัก “ฉันให้โอกาสคุณอยู่ค่ะ ถ้าคุณอยากเริ่มต้นใหม่กับฉันจริงๆ คุณต้องบอกฉันว่า คุณไปหารสบ้างหรือเปล่า”

อรอุมาจ้องหน้า ในใจลุ้นให้เขาพูดความจริงเพราะมือกำปืนไว้ใต้โต๊ะ ศิวะนั่งพิงสร้างเรื่อง “คุณฟังผมให้ดีๆนะ ที่เชียงใหม่ ผมกับรสไม่ได้มีอะไรกันเลยที่จริงรสก็อ่อยผมตลอด แต่ผมเกรงใจคุณ ผมไม่ทำ ถึงยังไงผมก็ยังได้ชื่อว่าเป็นสามีคุณ ผมไม่...” เสียงปืนดัง ปัง!

ศิวะร้องลั่นก้มมองหว่างขาตัวเองที่เลือดอาบ อรอุมาลุกมองอย่างเลือดเย็น เอ่ยกับเขาว่า

“คุณบอกเองนะคะ ถ้าคุณโกหก ฉันจะทำอะไรกับคุณก็ได้ ฉันให้โอกาสคุณแล้ว ถ้าคุณพูดความจริงฉันจะไม่โกรธคุณเลย แต่สุดท้ายคุณก็ยังโกหกฉันหน้าด้านๆ คุณไม่เคยรักฉันอย่างที่ประกายดาวพูดจริงๆ”

ศิวะร้องโอดโอย อรอุมากล่าวอย่างเจ็บช้ำ เวลาตนเจ็บปวดช้ำใจ มันทรมานกว่านี้หลายเท่า ในฐานะอดีตภรรยา ตนช่วยได้แค่นี้ ว่าแล้วเธอก็หยิบมือถือกดเบอร์โรงพยาบาลไว้ โยนมือถือให้แล้วเดินไป รอมอบตัวกับตำรวจเพื่อประกันตัวออกไปสู้คดี

ข่าวศิวะถูกยิงกล่องดวงใจ ทำให้รติรสสลดใจ ก่อนหน้านี้อรอุมาให้เงินแก่เธอก้อนหนึ่งเป็นการชดเชย ที่ทำร้ายเธอ ประกายดาวขอให้รติรสเริ่มต้นชีวิตใหม่รติรสบอกว่าตนจะไปอยู่อเมริกากับญาติ ขอให้ประกายดาวปรับความเข้าใจกับคุณชายจันทร์ ประกายดาวก็หวังเช่นนั้น

ooooooo

ค่ำคืนนั้น จันทรภานุยอมทำตามความต้องการของหม่อมสุรีย์ ออกเดตกับน้ำหวาน สาวสวยที่หม่อมหามาให้...เผอิญ นันทินีได้ยินน้ำหวานคุยกับช่างผมในร้าน ถึงกับตาโพลง

คุณหญิงนิ่มร่วมมือกับพงศ์จันทรช่วยให้ประกายดาวได้ปรับความเข้าใจกับจันทรภานุ...โดยให้พงศ์จันทรมาทำให้น้ำหวานหลงเสน่ห์ถึงกับส่งข้อความไปหาคุณชายจันทร์ว่าตนปวดหัวขอกลับบ้านก่อน...แต่พอน้ำหวานนั่งรถออกมา โดยพงศ์จันทรเป็นคนขับมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็หยุดรถอย่างแรงจนเธอหน้าทิ่ม แล้วเขาก็บอกว่า...นึกได้ว่าตัวเองมีแฟนแล้ว บอกให้เธอกลับบ้านไปอยู่กับพ่อแม่เสีย ดึกๆ แบบนี้จะเป็นเหยื่อเสือสิงห์กระทิงแรดเปล่าๆ ว่าแล้วเขาก็ลงจากรถ

คุณชายจันทร์ลุกขึ้นจะกลับ ประกายดาวเข้ามายืนขวาง “คุณชายคะ ฉันอยากคุยกับคุณ”

“ทำไมคุณรู้ว่าผมอยู่ที่นี่”

“คุณชายก็รู้ ถ้าฉันต้องการอะไร ฉันก็ต้องทำให้ได้ แล้วตอนนี้ฉันก็ต้องการคุยกับคุณให้รู้เรื่องสักที”...คุณชายจันทร์มองประกายดาวอย่างอ่อนใจ

หน้าร้าน นันทินีเดินฉับๆ เข้ามาหวังจะเขี่ยน้ำหวานกระเด็น แต่กลับเห็นคุณชายจันทร์นั่งอยู่กับประกายดาว ก็โกรธจะเข้าไปจัดการ คุณหญิงนิ่มมาขวางดึงให้ออกจากร้านพยายามชวนไปทานร้านอื่น...ประกายดาวมองไปเห็นคุณหญิงนิ่มยื้อยุดนันทินีอยู่ จึงชวนคุณชายจันทร์ไปคุยตรงอื่น...คุณหญิงนิ่มขอร้องให้นันทินีกลับไปเสีย

นันทินีโต้ “กินปลาบ้างนะคะคุณน้อง จะได้ฉลาดสักที นังดาวมันสตรอเบอร์รี่ มันแกล้งทำดีเพื่อจะมารีดสเปิร์มของคุณชาย ยังจะอยากได้มันเป็นพี่สะใภ้อีก โง่!”

“หญิงโง่ยังดีกว่าพี่ชายตกนรกทั้งชีวิต กลับไปเถอะค่ะพี่นัน อย่าพยายามตื๊อพี่ชายอีกเลย พี่ชายไม่ได้รักพี่นัน ไม่มีวันจะรักด้วย ถ้าพี่นันตื๊อไม่เลิก พี่ชายจะไม่ใช่แค่ไม่รัก แต่จะเกลียดเลย”

“เกลียดไม่กลัว กลัวไม่ได้กิน...ถอยไป” นันทินีผลักคุณหญิงนิ่ม เธอล้มลงแต่ยังดึงขาไว้

นันทินีโกรธเงื้อมือจะตบคุณหญิง พงศ์จันทรเข้ามาดึงมือไว้ แล้วผลักนันทินีกระเด็น

“อย่าแตะต้องหญิงนิ่ม” พงศ์จันทรเสียงเขียว

“ไอ้บ้า! ไอ้รังแกผู้หญิง ไอ้ไม่เป็นสุภาพบุรุษ” นันทินีร้องลั่น

พงศ์จันทรกลับสวนว่า ถ้าเธอเป็นผู้ชาย ตนชกหน้าไปแล้ว นันทินีร้องกรี๊ด ผรุสวาท

“ทำโชว์แมน รู้หรอกว่าคิดอะไรอยู่ กลับบ้านไปเอาหน้าต้มข้าว รอกินกับไข่แดงของนังนี่เลยไป...ฝากไว้ก่อนเถอะ ไอ้ตุ๊ดๆๆ” ว่าแล้วก็วิ่งหนีออกไปเพราะพงศ์จันทรจะพุ่งเข้าใส่

พงศ์จันทรเข้าประคองคุณหญิงนิ่มลุกขึ้น เธอมองหน้าเขาแล้วบอก คิดว่าเขาไปกับน้ำหวานเสียแล้วเขาสบตาเธออย่างมีความหมายเอ่ยว่า “คุณอยู่ที่นี่ ผมจะไม่กลับมาได้ยังไง”

คุณหญิงนิ่มหลบสายตา ใจสั่นไหว...ประกายดาวดึงคุณชายจันทร์มาคุยในสวน เอ่ยปากขอโทษที่ทำให้เขาเดือดร้อน เขากลับบอกว่า เดือดร้อนไม่นาน คนก็จะลืมไปเอง เธอสวนแล้วเขาลืมได้ไหม เขาตอบว่า ได้...แม้แต่ลืมว่าเคยรักเธอ

ประกายดาวเศร้า ถามจะทำอย่างไรให้เขายกโทษ เขาจึงบอกว่า ถ้าไม่ยกโทษคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ เธอรีบขอให้เขากลับมาเป็นเหมือนเดิม ตนสัญญาจะไม่โกหกอีก

“ครั้งหนึ่งผมเคยรักผู้หญิงคนหนึ่ง มันเป็นความรักที่ดีมาก แต่แล้วมันก็ถูกทำลายลงเพราะความไม่จริงใจ ผมให้โอกาสเธอแก้ตัว เพราะผมเชื่อว่าความรักของผมจะทำให้เธอรู้จักความจริงใจ แล้วมอบมันกลับคืนมาให้ผม เราจะได้รักกันตลอดไป แต่สุดท้ายผมก็รู้ว่า ความรักเปลี่ยนแปลงใครไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนไม่จริงใจ ผมไม่อยากเจ็บอีกแล้ว ประกายดาว”

ประกายดาวน้ำตาร่วงมองคุณชายจันทร์ที่จะเดินจากไป เธอตัดสินใจเข้าสวมกอดข้างหลังเขา แนบหน้ากับแผ่นหลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ปล่อยให้ร่างกายบอกความรู้สึกแก่เขาสักพักก่อนจะเอ่ย “สักวันฉันจะลืมคุณเช่นกันค่ะ”

พูดจบประกายดาวเป็นคนผละเดินจากไป คุณชายจันทร์หันกลับมามองตามเศร้าๆ...

ooooooo

หม่อมสุรีย์อ่อนใจเมื่อรู้ว่าลูกชายทิ้งสาวที่ร้านอาหาร คุณหญิงนิ่มแย้งว่าน้ำหวานเป็นคนทิ้งคุณชายจันทร์ไป ไม่ทันไร เสียงนันทินีหัวเราะเยาะหน้าวัง ว่าน่าสงสารหม่อมที่จะมีลูกสะใภ้เป็นลูกคนขายข้าวขาหมู และมีหลานเขยเป็นคนบ้ากาม นมพรโมโหสาดน้ำใส่ร้องกรี๊ดๆ กลับไป

ด้านประกายดาว เอาแต่ทำงานถ่ายภาพ จนเพื่อนเป็นห่วงสุขภาพ พยายามชวนออกไปลั้ลลา แต่เธอก็ไม่ยอมไป เช่นเดียวกับจันทรภานุ ที่มีสีหน้าเครียดตลอดเวลา จนคุณหญิงนิ่มสงสาร มาปรึกษาพงศ์จันทร ทั้งสองนั่งทานอาหารด้วยกัน คุณหญิงเปรยขึ้นว่า

“คุณเคยถามฉันว่าพี่ชายมีข้อเสียอะไร ตอนนี้ฉันรู้แล้ว...พี่ชายใจแข็งมาก”

“ก็ดีกว่าผู้ชายใจอ่อนง่ายอย่างผมนะ แต่ตอนนี้หัวใจผมเข้มแข็งแล้วนะ ผู้หญิงที่ไหนก็เข้ามาไม่ได้นอกจากคุณ”

“ไปหลอกเด็กอมมือเถอะ ใจแข็งดีกว่าใจอ่อนก็จริง แต่ถ้าใจแข็งแล้วทำให้ชีวิต ไม่มีความสุขใจอ่อนลงมาบ้างก็ได้”

พงศ์จันทรเอ่ยขึ้นว่า...บอกตัวเองด้วยนะ คุณหญิงนิ่มได้ยินไม่ถนัด เขาปัดว่าไม่มีอะไร  เขาเพียงคิดว่า คุณชายจันทร์กับประกายดาว ถ้ารักกันจริง ความรักจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น...

ประกายดาวตัดสินใจจะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยชวนครอบครัวแดนดินไปด้วยกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา แดนดินโดนลูกค้าด่าว่าหลายครั้งจนทนไม่ไหว มาโวยประกายดาว

“ไอ้ดาว...แกรู้ไหมว่าวันนี้ฉันต้องเจออะไรบ้าง...บ่องตง เห็นหน้าเธอแล้วอยากเจอสเปิร์ม...ถ้านายแน่ขอแค่สเปิร์ม...สเปิร์มนี้ดีฝุดๆ...เชื่อเลยว่าหน้าอย่างนี้ สเปิร์มต้อง น่าร้ากอ่ะ”

“ดาวเจอแรงกว่า...ขอหนึ่งตัวความเป็นผัวไม่ต้อง”

“อุ้ย! แรงจริง แต่ของฉันแรงกว่าตรงที่โดนด่าว่ามีน้องสาวเป็นบ้า”

แดนดินบ่นไหนบอกว่าเรื่องนี้จะเงียบไปเอง แต่ตอนนี้ผู้หญิงทั้งเมืองกำลังจะบ้าตามไปหมด วิ่งไล่ขอสเปิร์มผู้ชาย ทำให้บรรดาเมียๆเดือดร้อน ต้องคอยระวังใครจะมาขอสเปิร์มผัวตัวเอง ผลมาจากความคิดบ้าๆนี่เอง ประกายดาวร้องลั่น

“หยุด! ดาวรู้แล้ว ดาวสำนึกผิดแล้ว และดาวก็กำลังจะจัดการกับเรื่องนี้แล้วด้วย”...

ระหว่างที่จันทรภานุทานอาหารอยู่กับอภิเชษฐ์และต้นอ้อ ท่าทางคุณชายจันทร์เศร้าๆ จนเพื่อนแขวะจะแบกความทุกข์อยู่ทำไม เอาชีวิตไปผูกติดกับอดีตอยู่ได้ ตนจับพิรุธคนร้ายมามากแค่กะพริบตาก็รู้แล้วว่าใครคิดอะไร ตนนั่งยันนอนยันว่าประกายดาวเป็นคนดี ต้นอ้อช่วยยืนยันไม่ทันไร มีรายการที่ประกายดาวมาให้สัมภาษณ์ออกทีวี ต้นอ้อชี้ให้สองหนุ่มดู

ประกายดาวพูดถึงคำสัมภาษณ์ของตัวเอง ว่าที่ให้สัมภาษณ์ไปถ้าดูโดยตลอดจะเห็นว่าความคิดอยากมีลูกโดยไม่มีสามีของตนเปลี่ยนไปเพราะผู้ชายคนหนึ่ง สอนให้ตนรู้จักความรักที่แท้จริง ทำให้รู้ว่าเด็กที่เกิดมาต้องการความสมบูรณ์ของครอบครัว ฉะนั้นตนเป็นแม่จึงไม่ควรหยิบยื่นความขาดให้แก่เขา...พิธีกรถามประกายดาวเจอคนๆนั้นแล้วใช่ไหม

“ค่ะ...ดาวเจอเขาแล้วค่ะ ดาวถึงอยากขอให้ทุกคนเชื่อดาว อย่าไปล่าสเปิร์มของใครเลยเพราะวันหนึ่งคุณอาจจะเผลอรักเขาขึ้นมา แล้ววันนั้นคุณจะเป็นคนที่เสียใจที่สุด”

อภิเชษฐ์ถามจันทรภานุว่าจะปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปจากชีวิตจริงหรือ...คุณชายจันทร์เริ่มยิ้มออกตอบว่า “ถ้าฉันทำอย่างนั้น ฉันคงโง่มาก”

พิธีกรถามประกายดาวถึงข่าวที่ออกมาว่าเธอจะไปล่าสเปิร์มฝรั่งตาน้ำข้าว เธอตอบว่าไม่เป็นความจริง แค่อยากไปพักผ่อน...คุณชายโทร.ถามมิลินทร์ จึงรู้ว่าประกายดาวอัดรายการเสร็จจะเดินทางไปต่างประเทศสี่โมงเย็นวันนี้ เขาจะไปหาเธอที่ห้องอัด ต้นอ้อให้ยืมมอเตอร์ไซค์

มิลินทร์หัวเราะคิกคักบอกจิตสุภางค์ว่าเดี๋ยวคุณชายจันทร์จะต้องมาเพราะตนโกหกไปว่าประกายดาวเดินทางเย็นนี้ ทั้งที่จริงจะไปพรุ่งนี้ ขาดคำ คุณชายจันทร์ก็โผล่มาในสภาพหัวฟูทีมงานยกป้ายบอกพิธีกรว่ามีแขกเซอร์ไพรส์ พิธีกรเชิญเขาออกมาแต่อดแซวไม่ได้

“โอ๊ะ โอ...คุณชายจันทร์มาดเนี้ยบหายไปไหนคะเนี่ย”

“ผมก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่บังเอิญถูกสอนมาให้รู้จักดูแลตัวเองให้เรียบร้อยแต่ตัวตนของผมไม่ได้เรียบร้อย ไม่ได้เพอร์เฟกต์อย่างที่ใครคิด ผมเอาแต่ใจ เผด็จการ ชอบนอนละเมอตกเตียง มีปัญหาสุขภาพเพราะ ไม่ยอมกินผักซะท้องผูกลำไส้มีปัญหา ทุกวันนี้ยังต้องหาหมอทุกๆสามเดือน คุณรู้อย่างนี้แล้ว คุณยังอยากจะมีลูกกับผมอยู่ไหม”

ทุกคนในห้องส่งเสียงฮือฮา...ประกายดาวอึ้งสักพัก ก่อนเอ่ยถามเขาแน่ใจหรือว่าให้อภัยตนจริงๆ คุณชายรีบบอกว่า “เรื่องที่ผ่านมา ผมจะไม่ลืม แต่ผมจะมองมันในแง่ดี ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันทำให้เราได้รู้จักกัน ทำให้เราได้รักกัน ส่วนเรื่องที่ผมเคยทำไม่ดีกับคุณ ผมขอให้ คุณลืมแล้วจำเอาไว้อย่างเดียวว่า ชีวิตผมขาดคุณไม่ได้”

ทุกคนปรบมือ ประกายดาวโผกอดคุณชายจันทร์... ภาพทีวี ปรากฏตรงหน้าศิวะที่นอนรักษาตัวอยู่ เขาโกรธแค้นอย่างมาก ทนไม่ได้ที่ทั้งสองมีความสุข

ooooooo

เมื่อสองคนเข้าอกเข้าใจกัน จันทรภานุพาประกายดาวมากราบหม่อมสุรีย์ แต่หม่อมยังเคืองที่ประกายดาวทำให้ชื่อเสียงลูกชายหม่นหมอง จึงยังปั้นปึ่งทั้งที่ใจจริงอ่อนลงมาก

คุณชายจันทร์มาส่งประกายดาวที่คอนโด เขาขอให้เธออดทนอย่าโกรธเคืองหม่อมแม่ของเขา เธอกระเซ้าไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาเจอปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ คุณชายโต้ว่าหม่อมแม่น่ารัก

“หือ...อย่างอนสิคะ ฉันไม่ได้ว่าหม่อมสุรีย์ร้ายกาจเหมือนในละครสักหน่อย ฉันเข้าใจค่ะว่าทำไมท่านถึงไม่ชอบฉัน ถ้าฉันมีลูกอย่างคุณชาย ฉันก็คงหวงมากๆเหมือนกัน แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันรักคุณชาย ฉันจะทำเพื่อคุณ ฉันจะทำให้หม่อมสุรีย์รักฉัน...ด้วยการดีดน้ำมันพรายใส่”

คุณชายจันทร์หุบยิ้ม ประกายดาวสวมกอดอ้อนว่าล้อเล่น คุณชายดึงเธอมานั่งตักอยากให้เธอง้อมากๆ คุณชายหอมแก้มเธอ เธอเคลิ้มเผลอกอดคอเขารอรับจุมพิต แต่พอเหลือบเห็นรูปเตี่ยกับม้าก็สะดุ้งลุกพรวดขึ้น ทำทีเป็นหาวขอให้กลับบ้านได้แล้ว คุณชายเข้าใจดีว่าเธอไม่อยากให้อะไรเกินเลยไปกว่านี้ เขาพร้อมจะอดใจรอวันแต่งงาน

ระหว่างทางที่จันทรภานุขับรถกลับ ถูกศิวะดักทำร้ายเอาตัวไปมัดไว้ที่ตึกร้าง แล้วใช้มือถือเขาโทร.หาประกายดาว เธอตกใจมากรีบบอกมิลินทร์และจิตสุภางค์ก่อนที่จะตามไปช่วย...พอมาถึง ก็โดนโปะยาสลบ ฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกมัดกับเก้าอี้ เห็นคุณชายจันทร์ยืนสลบถูกมัดติดกับเสา เธอพยายามเรียกเขาเท่าไหร่ก็ไม่ฟื้น มีคราบเลือดที่ปกเสื้อเขา

ศิวะหัวเราะร่าเข้ามา ประกายดาวถามจะทำอะไร เขาเยาะว่าจะหาพวกเข้าสมาคมขันที ว่าแล้วก็ชักปืนออกมาเล็งไปที่เป้าคุณชายจันทร์ ประกายดาวตกใจร้องห้าม ขอร้องอย่าทำ เพราะจะยิ่งทำให้เขาเป็นขันทีขี้คุก ศิวะยิ่งโกรธ ประกายดาวพยายามชวนคุยเรื่องเก่าๆ ทำให้ศิวะพูดออกมาว่า เพราะเธอไม่รักเขาทำให้เขาต้องแต่งงานกับอรอุมา จนกลายสภาพมาเป็นแบบนี้ ระหว่างนั้นคุณชายจันทร์ฟื้นได้ยินทุกถ้อยคำ เขาพยายามแก้มัดตัวเองจนหลุด และหลบกระสุนศิวะที่ยิงใส่ ทั้งสองต่อสู้แย่งปืนกัน เสียงปืนลั่น...ปัง...ทั้งสองก้มมองตัวเองว่าโดนใคร แต่กลายเป็นประกายดาวที่ล้มลงทั้งเก้าอี้ คุณชายซัดศิวะลงไปกองกุมเป้าเพราะแผลอักเสบ

หม่อมสุรีย์หน้าตาตื่นมาโรงพยาบาลกับนมพรด้วยความเป็นห่วงลูกชาย บ่นว่าประกายดาวทำให้เดือดร้อน แดนดินซึ่งยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วย แย้งว่าน้องสาวตนเป็นคนไปช่วยคุณชายจนตัวเองบาดเจ็บแบบนี้ หม่อมหาว่าที่ทำเพราะหวังผล อยากเป็นสะใภ้วังนพรัตน์

“ทำไมครับ เป็นสะใภ้วังนพรัตน์แล้วจะบินได้ ดำดินได้ หรือจะมีหูเพิ่มอีกข้าง...หม่อมครับ เราสองคนพี่น้องเป็นคนธรรมดามีความสุขดีแล้วครับ ไม่เคยอยากเอายศถาบรรดาศักดิ์มาให้เมื่อยคอ เดินไปไหนก็ต้องเชิดคอ เราพอใจในสิ่งที่เราเป็นแล้วครับ”

“งั้นก็อย่ามายุ่งกับลูกชายฉันสิ”...คุณชายจันทร์อ้าปากจะท้วง

“ไม่เป็นไรครับคุณชาย ได้คุยกันตรงๆก็ดีเหมือนกัน หม่อมครับ...น้องสาวผมอาจจะเคยทำอะไรแปลกๆไปบ้าง แต่สิ่งที่มันทำเพราะมันอยากมีลูก ไม่ได้อยากเป็นสะใภ้ แล้วดาวก็รักคุณชายจันทร์ ต่อให้คุณชายเป็นแค่นายจันทร์ หรือไอ้จันทร์ ดาวก็รัก”

มิลินทร์ช่วยเสริมว่า ประกายดาวไม่ยอมรอตำรวจ รีบไปช่วยคุณชายจันทร์ก็เพราะรัก แดนดินบอกอีกว่า ตนอยากสั่งให้น้องสาวเลิกรักคุณชายจันทร์ ทุกคนจะได้สบายใจ แต่น้องตนโคตรรักคุณชาย รักแบบไม่เคยรักใครมาก่อน ขอให้หม่อมยอมให้น้องตนพิสูจน์ตัวเอง ถ้าน้องตนไม่มีความจริงใจ ตนจะไปลากน้องตนกลับมาตีให้ตาย...หม่อมสุรีย์เริ่มอ่อนลง

หลังจากวันนั้น หม่อมสุรีย์ก็บอกคุณชายจันทร์ว่า อยากให้เขาแต่งงานกับคนที่เขารัก คุณชายดีใจ รีบมาทำเซอร์ไพรส์ขอประกายดาวแต่งงาน เธอดีใจมากน้ำตาไหลพูดไม่ออก...

คืนวันแต่งงาน ประกายดาวเขินอายเมื่อได้เรียนรู้วิธีทำให้มีลูก โดยไม่ต้องล่าสเปิร์ม หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ตั้งท้องสมใจ โดยคุณชายจันทร์เป็นคนแพ้ท้อง แทน...เมื่อคลอดลูกออกมา ชีวิตครอบครัวของเธอก็มีความสุขสมบูรณ์มากๆ

“นี่ไงคะ ผลิตผลของฉันกับคุณชายจันทร์ น่ารักที่สุดในโลกเลย อุ้ย!ลืมอวด ฉันตั้งชื่อลูกว่าจันทร์เหมือนคุณพ่อ ถึงจะมีคนคัดค้าน แต่อย่าคิดว่าจะห้ามฉันได้ ก็แหม...ความสุขของดาวดวงน้อยอย่างฉัน คือได้ครอบครองพระจันทร์สองดวงนี่คะ ตั้งแต่นี้ไป ฉันมอบชีวิตและความรักให้กับพวกเขา ตอบแทนที่พวกเขาทำให้ชีวิตของฉันสมบูรณ์แบบ”

ประกายดาวมองสามีกับลูกเล่นกันน้ำตาคลอ ด้วยความซาบซึ้งใจและยอมรับว่า แบบนี้ดีเยี่ยมกว่าการล่าสเปิร์มเป็นไหนๆ เธอยิ้มหวานด้วยความปลาบปลื้ม

–อวสาน–

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

ดาวเกี้ยวเดือน

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement