ซ่อนรักกามเทพ ตอนที่ 5 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ซ่อนรักกามเทพ ตอนที่ 5


25 พ.ค. 2560 09:28
1,265,486 ครั้ง

ซ่อนรักกามเทพ ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

ซ่อนรักกามเทพ

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

ซ่อนกลิ่น

บทโทรทัศน์โดย:

สุธิสา วงษ์อยู่

กำกับการแสดงโดย:

พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์

ผลิตโดย:

บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

พงศกร เมตตาริกานนท์ ,ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์

ออยชกต่อยมาร์คในสระจนน้ำกระจาย ปากก็ตะโกนให้ขอโทษแม่กับยายตนเดี๋ยวนี้ มาร์คไม่ยอมขอโทษและปล่อยให้ออยชกต่อยบีบคอแกล้งทำเป็นตาเหลือกจะตาย

บัวตะโกนให้คนช่วยมาร์ค อัทธ์กระโดดลงไปดึงออยออกมา บัวรีบพามาร์คที่ปากแตกไปทำแผล
อัทธ์พาออยมาที่ห้องนอนแขกบอกให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย ถามว่ามาร์คทำอะไรเธอ

“มันด่าแม่กับยายฉัน” ออยโพล่งน้ำตาทะลักอย่างแค้นใจ

อัทธ์เดินไปเจอนมเล็กถามว่ามาร์คอยู่ไหน นมเล็กบอกว่าเห็นไปหน้าบ้านกับบัว อัทธ์เดินเข้าไปเจอบัวที่ห้องโถง รู้จากบัวว่ามาร์คกลับไปแล้ว

“รีบกลับไปเลยนะมึง” อัทธ์คำราม บัวถามว่าทำไมพี่อัทธ์หยาบคายกับมาร์คขนาดนั้น “มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่มันทำกับคุณออย”

บัวโต้ว่าออยนั่นแหละทำเกินไป มาร์คแค่เตือนให้วางตัวดีๆ ออยก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ อัทธ์บอกว่ามาร์คโกหก ถึงเวลาที่ตนต้องบอกความจริงกับบัวแล้ว บัวถามว่าความจริงที่เขาชื่อหม่ำใช่ไหม มาร์คบอกตนหมดแล้ว

ออยเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินออกมา ได้ยินบัวเล่าให้อัทธ์ฟังว่า หม่ำเป็นชื่อเก่าที่มาร์คเปลี่ยนมานานแล้ว เขาเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มาร์คยังเล่าให้ฟังอีกว่า...

“ญาติของมาร์คเคยเป็น ผอ.โรงเรียนที่แม่ออยเป็นครู ทุกคนรู้ดีว่าครอบครัวนี้ขี้โกหก ทำทุกอย่างได้เพื่อความสุขสบายของตัวเอง ถึงขนาดแม่ออยยังเคยให้ท่าคุณลุงญาติของมาร์คเพราะเงินเดือนครูไม่พอใช้”

ออยโกรธจนตัวสั่นคำราม “ไอ้ชั่วหม่ำ!” ได้ยินบัวเล่าอีกว่า...มาร์คเตือนตนแต่แรกแล้วว่าออยเป็นคนไม่ดีแต่ตนไม่เชื่อเพราะเห็นว่าพี่อัทธ์รัก แต่ตอนนี้ตนเปลี่ยนใจแล้ว เตือนว่า

“พี่อัทธ์เองก็ต้องระวังตัวนะคะ อย่าตกเป็นเหยื่อพวกหวังรวยทางลัด” อัทธ์โต้ว่าออยเป็นคนดี “พี่อัทธ์รู้ไม่ทันเขาหรอกค่ะ พี่อัทธ์ต้องเลิกคบกับผู้หญิงคนนั้นนะคะ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรดีพอที่จะเข้ามาอยู่ในครอบครัวเรา”

อัทธ์ทนฟังไม่ได้ แต่บัวก็ยังพูดไม่หยุดบอกว่าตนไม่อยากให้คนอื่นมองว่าพี่ชายตัวเองโง่...ถูกอัทธ์จับแขนบีบอย่างแรง บัวตกใจไม่เคยเห็นพี่ชายโกรธขนาดนี้

“พี่รู้ดีว่าคุณออยเป็นคนยังไง เธอเป็นคนดี เธอไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไม่เคยหวังรวยทางลัด ไม่เคยเกาะใครกินเหมือนที่บัวกล่าวหา ถ้าครอบครัวเราจะไม่เหมาะสมกับเธอก็เป็นเพราะจิตใจของคุณออยสูงกว่าและฉลาดกว่าคนในครอบครัวของพี่ที่เที่ยวตัดสินคนอื่นจากคำพูดชั่วๆ ของไอ้มาร์ค!”

ออยฟังแล้วรู้สึกดีกับอัทธ์ขึ้นมาก บัวถูกบีบแขนร้องเจ็บ อัทธ์จึงปล่อยมือและขอโทษ บัวร้องไห้ฟูมฟายตัดพ้อว่า

“พี่อัทธ์ไม่เคยใจร้ายกับบัว ผู้หญิงคนนั้นทำให้พี่อัทธ์ของบัวเปลี่ยนไป! ถ้าบัวเตือนแล้วพี่อัทธ์ไม่ฟังก็เรื่องของพี่อัทธ์ แต่บัวจะทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางความรักของพี่อัทธ์กับยัยสิบแปดมงกุฎ! บัวจะไม่ยอมให้มันมาเป็นพี่สะใภ้ของบัว!”

บัววิ่งขึ้นข้างบนไปเลย อัทธ์มองตามเครียด ส่วนออยไม่สบายใจเป็นห่วงความรู้สึกของเขา...เธอเดินเข้าไปหาเขาทำเหมือนไม่รู้อะไร ชวนกลับกันเลยไหม อัทธ์ได้แต่พยักหน้า

ทั้งสองนั่งรถกลับด้วยกัน อัทธ์ขับรถเครียดออยนั่งข้างๆ คอยชำเลืองมองเขาอย่างห่วงใย

มาร์คใบหน้าเขียวช้ำ กลับมานั่งอาฆาตแค้นที่ห้องว่า “จะจัดการไล่อีออยไปจากครอบครัวบัวยังไงดี”

ooooooo

ออยเป็นห่วงอัทธ์ กลับถึงคอนโดก็อุ่นแกงเอาไปให้เขา แต่เคาะประตูเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับสงสัยว่าเขาหายไปไหน เดินลงมาที่สระน้ำเห็นเขานั่งเครียดอยู่ ออยทำเป็นบังเอิญเจอเข้าไปถามว่ามานั่งทำอะไรที่นี่

อัทธ์เชื่อว่าเธอเดินหาตน ออยหาว่าเขาหลงตัวเอง ต่างคนต่างดูความรู้สึกของอีกฝ่ายออก อัทธ์ดึงออยเข้าไปกอดขู่ว่าถ้าไม่ยอมรับว่ามาหาตนก็จะไม่ปล่อย ออยจำต้องรับว่าได้ยินเขาทะเลาะกับบัว กลัวเขาเครียดแล้วคิดสั้น ถ้าตนเจอไอ้หม่ำก็จะตบปากมันที่มาพูดจาดูถูกแม่กับยายตน

ทั้งสองต่างเปิดใจคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อัทธ์บอกว่าเป็นความผิดของตนเองที่ทำให้บัวหูเบา
เชื่อคำพูดของมาร์ค เล่าให้ออยฟังอย่างไม่ปิดบังว่า เพราะตนอยากเห็นบัวมีความสุข จึงดูแลตามใจน้องจนเธอกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจคิดว่าตัวเองรู้ทันคนอื่น แต่ความจริงแล้วเธอไม่เคยรู้อะไรเลย ยอมรับอย่างรู้สึกผิดว่า

“ถ้าผมไม่เลี้ยงน้องแบบที่ผ่านมา...บัวก็คงจะไม่ตกเป็นเหยื่อของใคร”

ออยถามว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบเห็นผู้หญิงร้องไห้? อัทธ์เล่าถึงแม่ตัวเองว่า

“แม่ผมเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก ตั้งแต่เกิดมาผมเห็นแม่มีแต่รอยยิ้มมีความสุข...ไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้สักครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่ง...”

อัทธ์เล่าถึงอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อนขณะที่ตนมีอายุเพียง 10 ขวบ ก็เกิดเรื่องที่ทำให้ชีวิตแม่เปลี่ยนไปเมื่อแม่จับได้ว่าพ่อมีผู้หญิงอื่น พ่อบอกว่าเขามาหาตนเอง แม่ไม่เชื่อ พ่อบอกว่าถ้าแม่ยังทำตัวเป็นบ้าแบบนี้ พ่อก็จะไม่กลับมาอีก แล้วออกจากบ้านไปไม่แม้แต่จะเหลียวมาดูแม่ที่ร้องไห้โฮลงไปดิ้นกับพื้นอย่างคุมสติตัวเองไม่อยู่ มีแต่นมเล็กที่กอดปลอบแม่และตนก็วิ่งเข้าไปกอดเช็ดน้ำตาให้แม่...

อัทธ์เล่าเรื่องที่ผ่านมายี่สิบปีอย่างเจ็บปวด ราวกับเพิ่งเกิดขึ้น เขาบอกออยว่า

“วันนั้นผมบอกตัวเองว่า ผมจะไม่มีวันทำให้ผู้หญิงร้องไห้เหมือนที่พ่อทำ โชคดีที่แม่ผมเป็นคนปล่อยวางง่าย ท่านถึงกลับมาเป็นคนร่าเริงได้เหมือนเดิม แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่เข้มแข็งเหมือนแม่ผม...ชีวิตพวกเขาจะเป็นยังไง ผมถึงสัญญากับตัวเองไว้ว่า...ผมจะต้องไม่ทำให้ใครต้องเสียน้ำตาเพราะผม”

“แต่คุณต้องทำใจบ้างนะ คุณปกป้องน้องคุณหรือใครต่อใครให้ไม่ต้องเสียน้ำตาไปทั้งชีวิตไม่ได้ เพราะชีวิตคนไม่ได้มีแต่เรื่องสุขสมหวังได้ตลอดไป การเสียใจผิดหวังเสียน้ำตานี่แหละ เป็นสิ่งที่นำพาความเข้มแข็งมาให้ เหมือนแม่กับยายฉัน เมื่อก่อนพวกแกเสียน้ำตาให้ผู้ชายเป็นปี๊บ แต่ตอนนี้น่ะเหรอ...น้ำตาสักหยดก็อย่าหวังว่าแม่กับยายฉันจะเสียให้ใคร”

“เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวคุณเหรอออย...”

อัทธ์ถาม เห็นออยนิ่งเขาบอกว่าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ออยมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกดี ตัดสินใจเล่าให้ฟังว่า...

แม่กับยายตนโชคร้ายที่ไปรักผู้ชายไม่ดี...ตาของตนเป็นพระเอกลิเก หล่อที่สุดในอำเภอ เขาสัญญากับยายว่าจะไม่มีเมียน้อย แต่ไปแสดงที่ไหนก็มีเมียไปทุกจังหวัด ยายจึงฝังใจว่าผู้ชายหล่อเจ้าชู้ทุกคน แม่เลยเลือกคบผู้ชายที่ไม่หล่อและไม่เจ้าชู้ บวชเรียนมาหลายพรรษา แต่แม่โชคร้ายมากเมื่อพ่อติดเพื่อน ติดเหล้า ติดการพนันถึงขั้นเจ้าหนี้จะมาเผาบ้าน ออยสรุปว่า

“แม่กับยายก็เลยเชื่อว่าผู้ชายทุกคนไม่ว่าจะหล่อหรือไม่หล่อ แต่ทุกคนมีดีเอ็นเอไม่จริงใจเหมือนกัน” อัทธ์ถามว่าเธอก็เชื่อตามนั้นหรือ “แน่นอนฉันจะได้ไม่เสียใจเหมือนพวกเขา”

“ไม่ยุติธรรมเลย คุณเอาความผิดของผู้ชายสองคนมาตัดสินผู้ชายทั้งโลก ทำให้ชีวิตคุณต้องอยู่กับความกลัว ความหวาดระแวง มองผู้ชายทุกคนในแง่ร้าย คุณคิดว่ามันยุติธรรมสำหรับผู้ชายคนอื่นๆ และสำหรับตัวคุณเองแล้วเหรอ”

เห็นออยนิ่ง อัทธ์หว่านล้อมว่า

“ผมอยากให้คุณเปิดใจนะออย ผู้ชายไม่ได้เลวร้ายทุกคนอย่างที่ครอบครัวคุณคิด อย่างน้อยก็ยังมีผมคนนึงที่จริงใจกับคุณ หวังดีกับคุณ และไม่เคยคิดจะทำให้คุณเสียใจ”

“แน่สิ เพราะคุณกลัวจะไม่มีใครช่วยคุณทำแผน”

“ไม่เกี่ยว แต่ที่ผมแคร์คุณเป็นเพราะผม...รักคุณ” ออยอึ้งถามว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา “ตั้งแต่วันนั้นที่คุณเกือบถูกยิง ผมบอกตัวเองว่าผมจะปล่อยให้คุณเป็นอันตรายไม่ได้เด็ดขาด เพราะชีวิตผม ขาดคุณไม่ได้อีกแล้ว...”

ความดี...ความจริงใจของอัทธ์ เปิดใจออยที่มีอคติกับผู้ชายฝังใจมาถึงสองคน แต่ก็ยังสงวนท่าที จนอัทธ์สัญญาว่า

“ผมจะทำให้คุณเห็นว่าผมรักและจริงใจกับคุณมากขนาดไหน” อัทธ์ดึงออยเข้าไปกอดอย่างอ่อนโยน

ooooooo

มาร์ควางแผนที่จะจัดการให้ออยพ้นไปจากอัทธ์ โทร.คุยกับบัว เธอท้อใจว่าไม่มีเพื่อนคนไหนเอาชนะใจพี่ชายตนได้ แต่ที่พอจะมีความหวังอยู่บ้างก็คือน้ำผึ้งที่เคยเป็นคนรักของพี่อัทธ์ เสียแต่เธอหยิ่งมาก
บัวบอกว่าไม่อยากยุ่งกับน้ำผึ้งเพราะเคยชวนไปทานข้าวกับพี่อัทธ์แต่ถูกด่ากลับมา มาร์คคิดตามอย่างมีแผน

เมื่อออยเปิดใจให้อัทธ์แล้ว เขาแสดงตัวเป็นแฟนเธออย่างเปิดเผย เช้านี้ก็ไปเคาะประตูเรียกเพื่อไปส่งที่ทำงาน พอไปถึงออฟฟิศ มิ้มแอบเห็นสองคนหวานต่อกัน เมื่อเจอออยที่มุมกาแฟในบริษัทเลยแซว ออยขอว่าอย่าไปบอกใครนะตนอาย

“ถ้าแกไม่อยากให้บอกก็ยังไม่บอก แต่แกต้องยอมรับกับฉันว่าคุณอัทธ์ทำอะไร คนอย่างแกถึงยอมใจอ่อน”

“ความดีของเขาไง ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่เป็นแบบเขา ให้เกียรติผู้หญิง ไม่ฉวยโอกาส และที่สำคัญก็คือเขารักครอบครัว เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้แม่กับน้องเขาเสียใจ ต่างจากผู้ชายในครอบครัวฉัน พวกเขาไม่เคยแคร์ว่ายายฉันแม่ฉันจะเสียใจในสิ่งที่เขาทำบ้างหรือเปล่า”

“ฉันดีใจกับแกด้วยนะออย ในที่สุดแกก็เจอคนที่ใช่”

แต่ความรักที่เพิ่งจะเริ่มต้นก็ต้องมีปัญหา เมื่อมาร์คไปหาน้ำผึ้งบอกว่า อยากรู้ว่าทำไมบัวที่เป็นแฟนตนถึงได้เชียร์เธอกับอัทธ์นักทั้งที่อัทธ์ไม่ได้สนใจเธอเลย

น้ำผึ้งเจ็บใจจี๊ด บอกว่าไม่จริงอัทธิ์เคยเครซี่ตนมาก มาร์คเป่าหูว่าอาจเป็นเพราะแฟนอัทธ์เพราะตนเคยได้ยินอัทธ์พูดว่า “โลกนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะดีได้เท่ากับแฟนเขาอีกแล้ว”

ฟังแล้วน้ำผึ้งจิกตาร้าย จากนั้นไปหาบัวที่ทำงานแล้วพากันไปหาออยที่คอนโด ทำทีว่ามาหาอัทธ์แต่ไม่เจอ บัวแนะนำว่าน้ำผึ้งเป็นเพื่อนตนเป็นลูกเจ้าของบริษัทอิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ตระดับประเทศ ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ เป็นผู้จัดการควบตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายตลาด

บัวแนะนำน้ำผึ้งที่ใหญ่โตจนออยอึ้ง แล้วแนะนำออยกับน้ำผึ้งว่าเป็นพนักงานฝ่ายบุคคลที่คิวปิดฮัทแฟนพี่อัทธ์

บัวบอกว่ามาหาพี่อัทธ์แต่ไม่อยู่ที่ห้องเลยมาที่นี่เผื่อว่าเขาจะมาอยู่กับเธอ ออยบอกว่าเขาไม่อยู่แต่เรานัดไปกินข้าวด้วยกัน เดี๋ยวคงกลับ บัวจึงขอเข้าไปนั่งคอยในห้องออย

ออยรู้สึกไม่ชอบมาพากลจึงไม่ให้เข้าอ้างว่านี่เป็นห้องของบอสที่ให้ตนอยู่ เกิดมีอะไรเสียหายตนชดใช้ให้ไม่ไหว น้ำผึ้งแสดงตัวว่าตนเป็นใครสำคัญกับอัทธ์แค่ไหน บัวพูดแทรกทันทีว่า

“พี่อัทธ์เคยชอบน้ำผึ้งม้ากกกก เครซี่ที่สุด ฉันไม่เคยเห็นพี่อัทธ์อยากเป็นแฟนกับใครเลยนอกจากน้ำผึ้ง” ออยบาดหูคำว่าแฟน น้ำผึ้งคุยว่าตอนนั้นตนยังเป็นนักเรียนมัธยม ไม่มีจิตใจคิดอย่างอื่นนอกจากเรื่องเรียน เลยปฏิเสธอัทธ์ไป ได้ข่าวว่าเขาเฮิร์ตมาก แต่มันก็กลายเป็นว่าความรักที่เขามีให้ตนกลายเป็นแรงบันดาลใจทำให้เขารู้ตัวว่าเขารักการวาดรูป

ทั้งสองช่วยกันเล่าให้เข้าประเด็น บัวบอกว่ารูปสวีตฮันนี่ที่อัทธ์วาดให้น้ำผึ้งยังอยู่ในลิ้นชักหัวเตียงอัทธ์ เขาเอาไว้ดูเวลาต้องการกำลังใจ

ออยยิ่งฟังยิ่งเครียด พอดีมิ้มกลับมาเห็นบัวกับน้ำผึ้ง ถามออยว่ามีอะไรหรือเปล่า น้ำผึ้งจึงชวนบัวกลับ พอสองสาวกลับไปแล้ว มิ้มถามออยว่าพวกเขาเป็นใคร กลิ่นรังสีชะนีอำมหิตแรงมาก ออยได้แต่นั่งหน้าเศร้าไม่มีใจจะตอบ

เมื่อออกมาแล้ว น้ำผึ้งถามบัวว่าอัทธ์ยังเก็บรูปนั้นไว้จริงหรือ บัวยืนยันว่าจริงตนโกหกไม่เป็น

“แสดงว่าพี่อัทธ์ยังไม่ลืมฉัน งั้นฉันต้องทำหน้าที่เตือนสติพี่ชายเธอนะ ว่าผู้หญิงที่ดีหน้าตาเป็นยังไง”

ooooooo

เมื่อออยเล่าให้มิ้มฟังว่าบัวกับน้ำผึ้งพูดอะไรกัน มิ้มบอกว่าน้ำผึ้งเป็นแฟนเก่าไม่ใช่แฟนปัจจุบัน เพราะใครก็มีอดีตคนรักกันทั้งนั้น มิ้มบอกว่านั่นอาจเป็นแผนของสองคนมาหลอกให้ออยเข้าใจผิดอัทธ์ก็ได้

ออยน้ำตาไหล...ถามมิ้มว่า “ฉันควรจะทำยังไง”

ทั้งสองวางแผนพิสูจน์ความจริงกัน เมื่ออัทธ์กลับมาจึงเปลี่ยนแผนให้เขาไปซื้ออะไรมากินกันที่ห้องดีกว่า อัทธ์ออกไปซื้อของ ออยถือโอกาสนั้นเข้าไปค้นลิ้นชักหัวเตียงเขาเพื่อหารูปที่ว่า แต่หาจนทั่วก็ไม่มี ออยโล่งใจแต่ก็ฉุกคิดว่าอาจจะไม่ได้อยู่ในห้องนี้

เมื่ออัทธ์ซื้อของกลับมาออยจึงบอกให้เขาไปเอาน้ำปลาที่ห้องตน มิ้มรู้กันกับออยเลยแกล้งเอาขวดน้ำปลาซ่อนถ่วงเวลา แต่ออยหาจนทั่วมองจนรอบก็ไม่มีรูปที่ว่า ออยโล่งใจสบายใจว่าอัทธ์ไม่ได้เป็นอย่างที่บัวกับน้ำผึ้งพูด เปรยอารมณ์ดีว่า

“สวงสวีตฮันนี่บ้าบอไม่เห็นจะมี นังพวกตัวร้าย พวกแกรวมหัวกันมากลั่นแกล้งนางเอกอย่างฉัน เสียใจด้วย”

พอดีอัทธ์เอาน้ำปลากลับมา แต่ไม่ทันจะกินกันก็มีข้อความเข้าในมือถือ อัทธ์เปิดดูแล้วบอกว่าขอส่งไฟล์ให้ลูกน้องแป๊บ แต่พอไปเปิดโน้ตบุ๊กก็นึกได้ว่าลืมแฟลชไดรฟ์จึงลุกไปเอาที่ห้องนอน

ออยเหลือบมองโน้ตบุ๊กเห็นอะไรบางอย่างสะดุดตา เดินไปดูใกล้ๆ เห็นเป็นรูปวาดน้ำผึ้งยิ้มหวานอยู่ในมวลดอกไม้พร้อมข้อความ “Sweet honey” อยู่บนรูปก็อึ้ง พอดีอัทธ์เข้ามาถามว่า “มีอะไรหรือเปล่าครับแฟน”

ออยโกรธจนพูดไม่ออก เดินออกจากห้องไปทันที อัทธ์ร้องถาม “ออย...คุณเป็นอะไร”

อัทธ์ตามไปดึงแขนออยไว้ถามว่าเป็นอะไร เธอซัดหน้าเขาเต็มหมัด พูดเสียงเข้มจนสั่น

“ขอบคุณมากที่ช่วยทำให้ฉันแน่ใจว่าฉันควรเชื่อสิ่งที่แม่กับยายเตือนว่าผู้ชายทุกคนบนโลกนี้มันเลวเหมือนกันหมดรวมทั้งคุณ!” แล้วเข่าใส่เป้าเขาจนร้องจ๊ากแล้ววิ่งหนีกลับห้องตัวเอง

อคติต่อผู้ชายที่เพิ่งเลือนไปจากใจถูกตอกย้ำกลับมาเจ็บยิ่งกว่าเก่า ออยกลับมานั่งกอดเข่ากับพื้นร้องไห้หนัก มิ้มเข้ามานั่งข้างๆ ถาม “แน่ใจแล้วใช่ไหม”

ออยพยักหน้าน้ำตาไหลพราก มิ้มดึงเพื่อนเข้าไปกอดปลอบ...

อัทธ์งงมากกับเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เขาโทร.ไปถามบัว บัวตอบเสียงใสว่า

“ใช่ค่ะ บัวกับน้ำผึ้งไปเจอออยที่คอนโด บัวจะแวะไปหาพี่อัทธ์ แต่พี่อัทธ์ยังไม่กลับ บัวก็เลยแวะทักทายออย แล้วก็เล่าเรื่องสวีตฮันนี่ให้ออยฟังนิดหน่อย”

มาร์คนั่งจิบกาแฟอยู่ใกล้ๆ ทั้งสองยิ้ม มองหน้าอย่างรู้กัน

ooooooo

อัทธ์โทร.ถามบัวว่าทำไมต้องเล่าเรื่องน้ำผึ้งให้ออยฟัง เพราะตนไม่ได้คิดอะไรกับน้ำผึ้งมานานแล้ว ส่วนรูปที่เก็บไว้นั้น ถึงพูดไปเธอก็ไม่เข้าใจ

“แฟนตัวเองเก็บรูปผู้หญิงอื่นไว้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนเข้าใจหรอกค่ะพี่อัทธ์ และถ้าออยออกอาการหึงทำให้พี่อัทธ์หงุดหงิด อย่าลืมว่ามีน้ำผึ้งที่พร้อมจะให้ความสุขกับพี่อัทธ์นะคะ แค่นี้นะคะพี่ชายที่รักของบัว” พูดจบวางสายเลย

“นี่ถ้าไม่ได้ความฉลาดที่ผมตัดสินใจไปหาน้ำผึ้ง อะไรๆก็คงจะไม่ลงตัวดีขนาดนี้” มาร์คคุยโว บัวมองอย่างปลื้ม

ขณะที่บัวกับมาร์คกำลังลำพองใจในแผนการของตนนั้น ออยที่ตกเป็นเหยื่อกำลังทุกข์ใจแสนสาหัส นอนคิดถึงคำสอนและบทเรียนของแม่ที่แก้ด้วยการหาอะไรทำให้มันยุ่งๆเข้าไว้จะได้ไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น แล้วเดี๋ยวมันก็ลืมไปเอง

“ฉันจะต้องลืมให้ได้! ลืมๆๆๆ ลืม!!!!” ออยตะโกนบอกกับตัวเอง

รุ่งขึ้นมิ้มตื่นขึ้นมาก็เห็นฝอยทองวางอยู่เต็มจานแล้วถามออยที่กลับจากไปออกกำลังกายเหงื่อชุ่มมาว่าเธอทำหรือ ออยพยักหน้าอย่างภูมิใจ

วันเดียวกันที่มุมครัวบริษัทคิวปิดฮัท ออยก็ทำขนมปังแซนด์วิชใส่จานติดชื่อไว้ให้ทุกคนรวมทั้งสะคราญด้วย ออยยังช่วยมิ้มทำบัญชีจากใบเสร็จเป็นตั้ง มิ้มมองอย่างรู้ว่าออยทำเพื่อให้ลืมเรื่องอัทธ์ และเมื่อทำงานของตัวเองเสร็จก็ไปเช็ดโต๊ะทำงาน จนสะคราญบอกว่าเดี๋ยวตนทำเองให้เธอไปรับลูกค้าเถอะ เพราะมีลูกค้ามารออยู่

ออยออกไปเจออัทธ์กับชาร์ลีนั่งรออยู่ ออยต้องถอยมาตั้งสติปลุกใจตัวเองว่า

“ลูกแม่นงค์หลานยายอรต้องไม่อ่อนแอ! สตรอง! สตรอง!! สตรอง!!!”

อัทธ์ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับออย หาลูกค้าชายที่จะนัดเดตกัน แต่เขาไม่สมัครเองให้ชาร์ลีมาสมัครแทน

เมื่อออยขอเอกสารจากชาร์ลีไปถ่ายสำเนา อัทธ์ตามไปชี้แจงเรื่องรูปว่า

“ที่ผมเก็บรูปน้องน้ำผึ้งเอาไว้เพราะมันเป็นรูปแรกที่ผมหัดวาดรูป ตอนนั้นผมใช้ความพยายามมากในการหัดวาดแล้วผมก็ทำได้สำเร็จ ผมถึงอยากเก็บไว้ดูเตือนใจในเวลาที่ผมรู้สึกว่าความพยายามของตัวเองไม่มากพอ ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้สึกที่ผมเคยมีให้น้องน้ำผึ้งเลยแม้แต่นิดเดียว”

อัทธ์ยังพยายามบอกเธอว่าเรื่องตนกับน้ำผึ้งเป็นป๊อปปี้เลิฟสมัยเด็ก แต่พอน้องเขาบอกว่าไม่ชอบตน มันก็จบ ไม่มีอะไรอยู่ในความทรงจำเลย ออยทำเป็นไม่สนใจย้อนถามว่ามาพูดให้ตนฟังทำไม ตนไม่ได้เป็นอะไรกับเขา อัทธ์ขอร้องให้เรามาพูดกันตรงๆ เหมือนที่เราเคยคุยกันเถอะ เว้าวอนว่า “ผมแคร์คุณมากนะ”

แต่ความพยายามของอัทธ์ก็ไม่ได้ทำให้ออยใจอ่อน เมื่อถ่ายเอกสารเสร็จเอาไปให้ชาร์ลีเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง อัทธ์ก็ยังตามไปเว้าวอน จนออยไล่ให้ออกไปเสียตนจะดูแลลูกค้า

อัทธ์ตัดสินใจบอกออยว่า “ผมจะเป็นลูกค้าคิวปิดฮัทให้คุณดูแล” ชาร์ลีเห็นอัทธ์เอาจริงจึงกระซิบออยให้ตามใจเขาเถอะ เพราะ “ไอ้นี่...ถ้ามันจะดื้อขึ้นมา อะไรก็ฉุดมันไม่อยู่” ออยจึงเอาเอกสารให้อัทธ์กรอกข้อความอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

เวลาเดียวกัน...ที่ทางเดินไปห้องทำงานของภีม...

ซินดี้กรีดกรายผ่านมาเห็นสองหนุ่มหล่อมาดดีกำลังเซ็นเอกสารอยู่ เธอถามสะคราญว่าใคร พอรู้ว่าเป็นลูกค้าของออยก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้น

เมื่ออัทธ์กับชาร์ลีเซ็นเอกสารเสร็จ ออยบอกว่าแล้วจะส่งรายละเอียดงานนัดเดตให้ อัทธ์รีบบอกว่าเดี๋ยวเลิกงานแล้วจะมารับ ออยบอกว่าตนกลับเองได้แล้วขอตัวไปทำงาน อัทธ์คว้ามือเธอไว้ ชาร์ลีเตือนให้ใจเย็น โบราณว่าน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง อัทธ์บอกว่าตนกลัวจะเสียเธอไปจริงๆ

“ถ้าแกเคยทำให้คุณออยใจอ่อนยอมมีใจให้แกได้ ทำไมแกจะทำใหม่ไม่ได้วะ” ชาร์ลีเตือนสติ อัทธ์จึงเย็นลง

ขณะออยถือเอกสารสมัครของอัทธ์กับชาร์ลีไปนั้น จู่ๆซินด้ีก็โผล่มาแย่งเอกสารไปดู เห็นชื่ออังค์กูณฑ์ มหากิจ–ไพศาลก็ตาโต บอกออยว่าอยากทำความรู้จักกับลูกค้าใหม่ของเธอ ออยเสียงเข้มว่า “คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”

“ทำไม...เธอจะไปฟ้องคุณภีมเหรอ ไปสิ...ไปฟ้องเลย คิดเอาแล้วกันว่าคุณภีมจะเข้าข้างใคร ระหว่างพนักงานธรรมด๊า...ธรรมดา กับฉันผู้มีพระคุณที่เคยช่วยแก้ข่าวให้คิวปิดฮัท คิวปิดฮัทถึงรอดพ้นจากข้อหาเกี่ยวข้องกับการค้าผู้หญิง”

ออยเงียบ ซินด้ีอ่านประวัติในแฟ้มแล้วส่งคืนให้บอกออยว่า

“โอเค คนนี้ฉันแฮปปี้ อย่าลืมเอาฉันกับแองจี้เข้าไปเป็นลูกค้าจับคู่นัดเดตด้วยล่ะ ถ้าเธอตกหล่นชื่อฉันสองคนละก็โดนแน่” พูดแล้วเดินเชิดไป ทิ้งออยให้ยืนเซ็งอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ฝ่ายน้ำผึ้งยังวางแผนรุกอัทธ์ไม่หยุด วันนี้เจออัทธ์ที่หน้าลิฟต์ เธอเสนอว่าจะให้เขารีโนเวตตึกบริษัทของคุณพ่อ อัทธ์ติงว่าตึกนี้เพิ่งสร้างน่าจะยังดูดีอยู่ เธออ้างว่าอยากให้ดูโมเดิร์นขึ้น

เมื่อเข้าไปคุยกันในห้องทำงานของบัว อัทธ์เสนอว่างานนี้คงต้องให้บัวทำ บัวบอกทันทีว่าตนงานเยอะและน้ำผึ้งก็ไม่ไว้ใจใครนอกจากพี่อัทธ์ อัทธ์จึงจำต้องรับปากบอกว่าแล้วจะให้เลขานัดไปดูออฟฟิศอีกที ตนจะพาทีมไปด้วย

ระหว่างที่อัทธ์กับน้ำผึ้งคุยกันนั้น บัวแอบเอามือถือถ่ายรูปไว้ แล้วก็ส่งรูปและข้อความเข้ามือถือของออยว่า

“อย่าเพิ่งโทร.เข้ามากวนแฟนเธอนะ เขากำลังคุยธุระกับเพื่อนฉัน...บัว”

ออยอ่านแล้วเศร้า มิ้มคว้าโทรศัพท์ไปบอกว่าตนจัดการกับยัยเต่าถุยให้เอง จัดแจงพิมพ์อย่างเร็วแล้วส่งเลย

“เอาเวลาไปดูแลแฟนตัวเองให้ดีเถอะ เห็นเขาซื้อดอกไม้มาวนเวียนอยู่แถวคิวปิดฮัท”

บัวอ่านแล้วแปลกใจ ก็พอดีมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น มาร์คเข้ามาถามว่าน้ำผึ้งกลับไปแล้วหรือเสียดายตนมาไม่ทัน บัวไม่ตอบแต่ถามหน้าตึงว่าออยส่งข้อความมาบอกว่าเขาเอาดอกไม้ไปแถวคิวปิดฮัท ไปทำอะไรที่นั่นและเอาดอกไม้ไปให้ใคร

มาร์คไม่ทันตั้งตัวอึ้งไป บัวถามเสียงเข้มขึ้นว่าแอบไปหาใครหรือเปล่า

“คุณไม่ไว้ใจผมเหรอ” มาร์คเปลี่ยนประเด็น บัวบอกว่าตนไม่สบายใจ “คุณสบายใจได้เลย ผมไปคิวปิดฮัทก็เพราะจะไปหาออย จะไปพูดตกลงกับออยให้เข้าใจว่าไม่ให้ออยมาคิดหาผลประโยชน์จากครอบครัวของคุณ” บัวถามว่าแล้วดอกไม้ล่ะ “เฮ้อ...ทำไมคุณเชื่อคนง่ายขนาดนี้ คุณก็รู้ว่าออยเกลียดขี้หน้าผมกลัวว่าผมจะเอาความลับเรื่องเน่าๆของครอบครัวมาบอกคุณ ออยถึงได้พูดจาใส่ร้ายผมไปเรื่อย และถ้าคุณยังหูเบาแบบนี้ออยจะยิ่งได้ใจ”

ความกะล่อนเจ้าเล่ห์ของมาร์คหลอกจนบัวเชื่อ เธอขอโทษบอกว่าตนผิดเอง มาร์คได้ทีปรามว่า

“อย่าผิดบ่อยแล้วกัน ผมรักคุณมาก ผมไม่อยากให้เรามีเรื่องไม่เข้าใจกัน” แล้วจูบหัวบัวอย่างเอ็นดูแต่แววตาไม่พอใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมามาร์คไปดักรอออยที่หน้าบริษัท พอออยเห็น “ไอ้หม่ำ” ก็ล้วงกระเป๋าสะพายคลำโทรศัพท์กดอัดเสียงทันที แล้วทำท่าปกติ มาร์คเดินเข้ามาหาบอกว่ามีเรื่องจะตกลงกับเธอ ออยถามว่าเรื่องอะไร

“ฉันอยากให้เราต่างคนต่างอยู่ อย่าพยายามพูดเรื่องของกันและกันอีก” ออยถามว่ากลัวบัวรู้เรื่องชั่วๆ ของเขาหรือ

“เปล่าเลย ที่ฉันมาเตือนเพราะฉันเป็นห่วงเธอต่างหาก เธอก็รู้นี่ว่าสำหรับบัว ฉันพูดอะไรบัวก็เชื่อ ถ้าเกิดฉันหงุดหงิดรำคาญการพูดของเธอขึ้นมา ฉันจะทำให้เธอไม่ได้สมหวังกับคุณอัทธ์ ความหวังที่จะเป็นหนูตกถังข้าวสารของเธอต้องพังทลาย”

ออยบอกว่าตนไม่เคยหวังอะไรจากเขา มาร์คเย้ยว่าอย่ามาโลกสวย มีใครบ้างที่ไม่รักสบาย

“เหมือนแกน่ะเหรอ แกก็ระวังตัวให้มากๆ รักสบายบนความเดือดร้อนของคนอื่น กรรมมันจะตามทัน”

“ถ้าฉันกลัวฉันคงไม่ได้เป็นว่าที่ลูกเขยของมหากิจไพศาลหรอก เอาเป็นว่าตกลงกันตามที่ฉันบอก ถ้าฉันรู้ว่าเธอพูดเรื่องเก่าๆของฉันให้บัวฟังอีกละก็...คุณอัทธ์ก็ช่วยปกป้องเธอไม่ได้”

ขู่แล้วมาร์คจะผละไป ออยหยิบโทรศัพท์มาเปิดเสียงที่อัดไว้ดังๆ มาร์คหันขวับทันที ออยพูดอย่างเป็นต่อว่า

“ตอนแรกฉันคิดว่าจะทำทานโปรดสัตว์ ไม่เอาเรื่องที่แกพูดให้ร้ายแม่กับยายฉัน แต่ในเมื่อแกยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเป็นศัตรูกับฉัน เห็นทีว่าฉันก็จะหยุดไม่ได้เหมือนกัน คุณบัวจะต้องรู้ว่าธาตุแท้แกเป็นยังไง ไอ้หม่ำ!” พูดแล้วหันหลังวิ่งไปเลย “อีออย!!!” มาร์คคำรามตามไป

พอวิ่งตามทันก็สั่งให้หยุดเอาโทรศัพท์มือถือมา ออยไม่ให้ มาร์คเข้าแย่งจนโทรศัพท์ตกกระเด็นไปที่ถนน รถคันหนึ่งแล่นมาทับพอดีแล้วขับไปเลย มาร์คหัวเราะสะใจ ออยโกรธจัดพุ่งเข้าผลักมาร์คเต็มแรงแล้ววิ่งเข้าตึกไปทันที

มาร์คเซไปชนซินดี้ที่ผ่านมาอย่างแรงจนของในกระเป๋าสะพายหกกระเด็น มาร์คถลาไปถามว่าเป็นอะไรไหมครับ

“เจ็บสิคะ” ซินดี้ตอบแล้วเดินเชิดไป

มาร์คจำได้ถามว่าซินดี้เป็นพิธีกรรายการฟลายไฮวิธแองจี้ใช่ไหม ซินดี้ตอบรับแล้วเดินไปอย่างหงุดหงิด มาร์คมองตามแล้วก้มเก็บกระเป๋าสตางค์ ภายในมีบัตรเครดิตระดับแพลตตินัมและแบงก์พันหลายใบ มาร์คตาลุกแผนชั่วอุบัติทันที เขารีบเอาของตามซินดี้ไป

เมื่อชายโฉดกับหญิงร่านเจอกัน ไฟก็สปาร์กทันที มาร์คขอสารภาพความในใจกับผู้หญิงในฝันของตน ต่างบอกสถานะของตัวเอง ซินดี้บอกว่าตนยังไม่มีแฟน ส่วนมาร์คบอกว่าตนมีแฟนแล้วเป็นน้องสาวของอัทธ์แต่เธอไม่ค่อยมีเวลาให้ตน ซินดี้บอกว่าตนรู้จักอัทธ์ วันก่อนเพิ่งเจอกันเพราะเขาไปสมัครเป็นลูกค้าของคิวปิดฮัท

มาร์คคาบข่าวไปบอกบัวทันที บัวสงสัยว่าพี่ชายมีแฟนแล้วทำไมต้องไปหาคู่ในคิวปิดฮัทอีก ไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ยืนยันว่าอัทธ์รักออยมาก บัวสงสัยว่าพี่ชายกับออยกำลังเล่นเกมอะไรกัน

อัทธ์ง้อออยยังไม่สำเร็จ เขาจึงฝากเลขาซื้อดอกไม้จะไปง้อออยอีกและฝากเลขาบอกบัวว่าวันนี้ไม่กลับไปทานข้าวที่บ้าน บัวถามว่าทำไม เลขาบอกว่าสงสัยจะไปหาแฟน เพราะให้ตนไปซื้อดอกไม้ให้บัวกับมาร์คจึงตามไปสอดแนม เห็นอัทธ์เอาดอกไม้ให้ออยแต่ออยเมินไม่รับ บัวบอกมาร์คว่าสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ แอบฟังได้ยินอัทธ์บอกว่าตนมีเรื่องสำคัญจะคุยกับออย ออยถามประชดว่าจะมาจ้างตนให้ทำอะไรอีก?

บัวกับมาร์คคาดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองอาจเป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ มาร์คให้บัวเอามือถือมาแอบถ่ายรูปทั้งคู่ไว้

อัทธ์ได้รับคำเตือนจากแม่มาว่า บัวกำลังหาความจริงเรื่องเขากับออยอยู่ อัทธ์พยายามบอกออยว่าให้ทำเหมือนเราเป็นคนรักกันเพราะบัวกับมาร์คตามมาแอบดูอยู่ บอกออยว่า

“ต้องหลอกพวกเขาว่าเรารักกันจริงๆ แต่ที่ผมต้องสมัครเป็นลูกค้าของคุณ เพราะเรางอนกันอยู่”

ออยไม่เชื่อกระทุ้งศอกใส่ท้องอัทธ์อย่างแรงจนเขาล้ม พูดใส่หน้าว่า

“เสียใจด้วยนะ ฉันสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า จะไม่เชื่อสิ่งที่คุณพูด จนกว่าฉันจะได้เห็นกับตาตัวเอง” พลางจะเรียกบัว อัทธ์กระโดดเข้าปิดปากเธอเลยดิ้นและกอดกันนัวเนีย บัวตกใจจะเข้าไปห้าม พอดีชาร์ลีมาเห็นร้องทักว่ามาทำอะไรแถวนี้ มาร์คชิงตอบว่าบัวตั้งใจมาหาเขาเพราะอยากรู้ว่าอัทธ์กับออยคบกันได้ยังไง รู้จักกันที่ไหน แต่มาเจอสองคนทะเลาะกัน

ฝ่ายอัทธ์พยายามบอกออยว่าเรากำลังถูกจับตามอง ฉะนั้นเราต้องทำให้บัวกับมาร์คเชื่อว่าเรารักกันก่อนที่เราจะเลิกกันตามที่เธอต้องการ เคลียร์กับออยแล้ว อัทธ์เดินกลับมา ชาร์ลีเห็นอัทธ์เดินมา บอกบัวว่าให้คุยกับอัทธ์เลยดีกว่า บัวบอกว่าตนไม่อยากรู้แล้วและชวนมาร์คกลับเลย

ooooooo