ซ่อนรักกามเทพ ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ซ่อนรักกามเทพ ตอนที่ 2


25 พ.ค. 2560 09:28
1,265,390 ครั้ง

ซ่อนรักกามเทพ ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

ซ่อนรักกามเทพ

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

ซ่อนกลิ่น

บทโทรทัศน์โดย:

สุธิสา วงษ์อยู่

กำกับการแสดงโดย:

พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์

ผลิตโดย:

บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

พงศกร เมตตาริกานนท์ ,ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์

ที่บริษัทไพศาลคอนสตรัคชั่น อันเป็นชื่อของคุณพ่ออัทธ์ อัทธ์เดินคุยมากับลูกน้องเรื่องลูกค้าให้แก้แบบ อัทธ์บอกว่าตนแก้ให้ตามที่ต้องการแล้ว แต่จะให้สร้างปีกสองข้างออกมานั้นตนทำไม่ได้เพราะจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างทั้งหมด

ลูกน้องติงว่าเขาคงไม่ยอมแน่ อัทธ์บอกว่าถ้าเขาเชื่อตำราฮวงจุ้ยมากกว่าหลักฟิสิกส์ ตนก็ยอมให้ไม่ได้เหมือนกัน

ขณะนั้นเอง มาลินีสาวใหญ่ที่เป็นเลขาตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นเขา ลิ่วมาบอกอัทธ์ว่า “ปลิง” มาแล้ว

มาลินีหมายถึงมาร์คที่มาหาบัวที่ห้องทำงาน ขณะบัวกำลังส่งเช็คสั่งจ่ายห้าล้านบาทให้มาร์ค อัทธ์เข้ามาเห็นพอดีถามว่ามีอะไรกันหรือ มาร์คส่งสัญญาณไม่ให้บัวบอก แต่บัวบอกว่าเล่าให้พี่อัทธ์ฟังเผื่อมีเพื่อนอยู่ที่อเมริกาจะได้ช่วยอะไรได้บ้าง บัวเล่าให้พี่ชายฟังว่า

“คือว่าญาติของมาร์คที่นิวยอร์กถูกโกง กิจการจะถูกฟ้องล้มละลาย มาร์คกับญาติๆเลยรวบรวมเงินกันไปช่วย”

มาร์คออกตัวว่าตนห้ามแล้วว่าไม่ต้องช่วย บัวติงว่าใครจะยอมเห็นคนรักเดือดร้อนได้ลงคอ อัทธ์เห็นด้วย แต่เมื่อบัวช่วยแล้วมาร์คคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากตนอีก แล้วออกจากห้องไป

มาร์คได้เช็คมาห้าล้าน เขาเดินหน้าระรื่นออกจากห้องบัว มาลินีรีบไปจับแขนบอกว่าคุณอัทธ์สั่งไว้ว่า
ถ้าเขาออกมาให้เชิญไปรอที่ห้องด้วย คุณอัทธ์ประชุมเสร็จจะรีบมาพบ มาร์คหน้าตึงบอกว่าวันนี้ตนมีธุระ
ต้องรีบไป สะบัดมือจากมาลินีไม่หลุดจึงจี๋ที่เอว มาลินีบ้าจี้ปล่อยทันที พอมาร์คเดินไป อัทธ์มาพอดี มาลินีชี้ไปที่ลิฟต์ว่ามาร์คไปแล้ว อัทธ์จึงเดินตามไป

เวลาเดียวกัน ที่ล็อบบี้บริษัทของอังค์กูณฑ์ นันทิสามาถึงพร้อมกระเช้าดอกไม้บอกพนักงานที่มาต้อนรับว่า

“ฉันเอากระเช้ามาแสดงความยินดีที่คุณอังค์กูณฑ์ได้รับรางวัลค่ะ”

“จากคุณภีมใช่ไหมคะ...เชิญขึ้นไปเลยค่ะ คุณอัทธ์รออยู่แล้ว”

“อัทธ์!!” ออยตกใจ จำได้ว่าภีมเคยเอ่ยถึงชื่อนี้ พนักงานเชิญให้ขึ้นไป ออยเปลี่ยนใจทันที บอกว่าพอดีตนมีธุระต้องรีบไป ฝากกระเช้าดอกไม้ไปให้คุณอัทธ์ด้วย ส่งกระเช้าดอกไม้ให้แล้วรีบออกไปเลย เดินบ่นงึมงำ

“บอสใจร้าย! ใจดำ! รู้ว่าเราไม่ชอบหน้ามัน แล้วให้เรามาหามันทำไม”

มาร์คกำลังเดินหนีมาลินีอย่างรีบร้อน ออยก็เดินออกมาอย่างเร็ว เลยชนกันเข้าอย่างแรงล้มก้นกระแทกทั้งคู่ ออยมองหน้ามาร์ครู้สึกคุ้นๆ ขณะนั้นเองอัทธ์ออกจากลิฟต์มาเห็นพอดี เป็นจังหวะที่ออยจำมาร์คได้
ร้องทักเสียงดัง

“ไอ้หม่ำ!”

“ออย...” มาร์คอุทานอึ้ง

“ไอ้หม่ำ แกจริงๆด้วย แกหายหัวไปไหนมา” มาร์คลุกขึ้นได้ก็รีบเดินหนี “อ้าว...เฮ้ยไอ้หม่ำ...จะรีบไปไหนของมัน” ออยลุกขึ้นจะตาม อัทธ์ร้องเรียก ออยหันไปเห็นก็บ่น เจอจนได้ แล้วรีบเดินหนี อัทธ์ตามไปจนถึงหน้าตึกใหญ่ร้องเรียกเธอไม่หยุดก็เข้าไปดึงแขน เธอตวาดทั้งรังเกียจและกลัว “อย่าแตะต้องตัวฉัน!”

อัทธ์ปล่อยมือทันที ถามว่าตนอยากรู้ว่าเธอรู้จักผู้ชายคนนั้นได้ยังไง แล้วทำไมถึงเรียกเขาว่า “หม่ำ” ออยไม่ยอมบอกและไม่คุยกับคนโรคจิต แกล้งมองไปข้างหลังอัทธ์ร้องเรียก “ไอ้หม่ำ!” อัทธ์หลงกลหันไปมองออยก็วิ่งหนีไป

“คิดว่าจะหนีผมพ้นเหรอ ยัยตัวแสบ!” อัทธ์มองตามอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ออยวิ่งหนีไปนั่งในร้านกาแฟ โทร.บอกแม่ว่าเจอหม่ำ แม่ตกใจถามว่าแน่ใจหรือ ออยบอกว่าต่อให้มันหายหัวไปอีกสิบปีก็จำได้ แต่มันแต่งตัวดี๊ดีไม่สมกับจิตใจของมันเลย

แม่เป็นห่วงบอกออยอย่าไปยุ่งกับเขาอีกเด็ดขาด ผู้ชายแบบนี้มันทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงได้เยอะแยะ เดี๋ยวเราจะเดือดร้อน ออยรับปาก ถามว่าแม่กำลังทำอะไรอยู่ ฟังแม่บอกอาหารที่กำลังทำแล้ว ออยอ้อนว่าอยากกินจัง วันเสาร์จะกลับไปแม่จัดให้ชุดใหญ่เลยนะ บ่นว่าทุกวันนี้ตนกินแต่ข้าวกล่องข้าวผัด เบื่อจะแย่อยู่แล้ว
วางสายจากออยแล้วแม่นงค์นั่งเช็ดน้ำตาป้อยๆ สงสารลูก

ตกเย็นออยกลับมาเปิดประตูเข้าห้อง ถูกอัทธ์โผล่มาดันประตูไว้ไม่ให้ปิด บอกว่า “ผมอยากรู้เรื่องผู้ชายคนนั้น”

“รู้ทำไม เขาเป็นอะไรกับนาย แย่งผู้หญิงกันล่ะสิ อย่าเอาฉันเข้าไปพัวพันกับเรื่องคาวๆของพวกนาย ฉันไม่อยากเดือดร้อน”

อัทธ์ไม่ยอมถอยดึงดันกันอยู่อย่างนั้น จนอัทธ์ผลักเธอเข้าไปในห้องแล้วตามเข้าไป ออยคว้าอาวุธ
สั่งให้ออกจากห้องตนไปเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นจะโทร.แจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก อัทธ์บอกให้เพิ่มข้อหาอนาจารด้วย แล้วทำท่าจะถอดกางเกง

ออยด่าปิดตาไม่กล้ามอง อัทธ์จึงพุ่งเข้าไปคว้าของในมือเธอโยนไปที่โซฟาแล้วกอดเธอไว้ ออยดิ้นสุดชีวิต เขาขู่ว่าเธอยิ่งดิ้นตนก็จะยิ่งกอดแน่นกว่านี้ ออยหน้าซีดใจเต้นแรงทั้งกลัวและตื่นมือชาย อัทธ์ขู่ว่า

“ถ้าคุณทำให้ผมเจ็บ ผมจะจูบบบบ...คุณ!”

หญิงห้าวแกร่งอย่างออยแต่ใจเสาะเมื่อเห็นผู้ชายโป๊และขู่จะจูบก็ถึงกับเป็นลม อัทธ์งงว่าเป็นอะไรไปอีกแล้ว?
เวลาเดียวกัน แม่นงค์กับยายอรที่ทนคิดถึงออยไม่ไหวพากันมาเยี่ยมแต่ รปภ.ไม่ให้เข้าเพราะไม่มีคีย์การ์ด โชคดีที่หอมมาพอดีจึงพาเข้าและขึ้นไปหาออยที่ห้อง

อัทธ์ค้นหายาหอมให้ออยกินจนดีขึ้น ออยไล่ให้เขากลับไปได้แล้ว อัทธ์บอกว่าตนมีอะไรจะคุยด้วย ออยบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุย ขณะกำลังโต้เถียงกันนั่นเอง หอมก็พาแม่กับยายมาเคาะประตูเรียกอย่างร่าเริง

“ยู้ฮู...ออย...ฉันเอง”

ออยตกใจไล่ให้อัทธ์ออกไปเพราะเพื่อนตนมาแล้ว พลางลุกไปเปิดประตู เห็นหอมกับแม่และยายยืนยิ้มอยู่ ออยตกใจปิดประตูปัง บอกให้อัทธ์หาที่ซ่อนตัวเร็ว แม่กับยายจะเห็นเขาอยู่ในห้องนี้ไม่ได้! อัทธ์ทำท่าจะไปอธิบายให้แม่กับยายฟังเอง ออยบอกว่าไม่มีประโยชน์ ยกมือไหว้ขอร้องให้ทำตามที่ตนบอก จะให้กราบก็ยอม

ออยทำท่าจะกราบจริงๆ อัทธ์รับจับตัวไว้ ถามว่าจะให้ตนไปซ่อนที่ไหน ออยดีใจที่เขายอมทำตาม

หอม แม่กับยายรอนานก็เคาะประตูเร่ง เมื่อออยไปเปิดประตูก็แก้ตัวว่าพอดีห้องรกกลัวยายกับแม่ด่าว่าไม่เรียบร้อยเลยเก็บของก่อน ถามว่าแม่กับยายจะมาทำไมไม่โทร.บอกก่อน

“แม่เรานั่งร้องไห้ซิกๆว่าสงสารลูก มาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไม่ได้กินของดีๆ ยายก็เลยชวนมาหาออย จะได้มาดูห้องหับด้วยว่าอยู่กันยังไง”

ออยพาแม่กับยายเข้าห้อง หอมบอกแม่กับยายว่าตามสบายนะตนจะเอาของไปเก็บก่อน พลางเดินเข้าห้องนอน

หอมเอาของไปเก็บในห้องนอนแล้วจะเปลี่ยนเสื้อผ้า อัทธ์แอบอยู่ในซอกหนึ่งเบียดตัวเองจนแทบจะแทรกเข้าไปในผนัง เห็นหอมถอดเสื้อจะเปลี่ยนชุดก็หลับตาปี๋

“ไอ้หอม แกทำอะไร!” ออยเข้ามาเห็นตกใจบ่นว่า “มาเปลี่ยนชุดอะไรตรงนี้ เข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำไป” ออยลากหอมออกไป

อัทธ์ถอนใจโล่งอก เฮ้อ...ตาเกือบเป็นกุ้งยิง!

ooooooo

ขณะออยดึงหอมไปห้องน้ำนั้น แม่กับยายกำลังเดินสำรวจห้อง ยายบ่นว่าประตูหน้าต่างไม่มีเหล็กดัดเลยเดี๋ยวใครก็ปีนเข้ามาในห้องหรอก ออยบอกว่าห้องออกสูงไม่มีใครปีนขึ้นมาได้หรอก

มัวแต่คุยกับยาย หันไปเห็นแม่กำลังจะเข้าห้องนอน ออยใจหายวาบรีบเรียกไว้ ชวนแม่กับยายออกไปชมวิวที่ระเบียงจงใจพูดเสียงดังให้อัทธ์ได้ยิน และถ่วงเวลาให้เขาหนีออกจากห้อง

อัทธ์ย่องไปเปิดประตูกำลังจะก้าวออกไป หอมออกจากห้องน้ำเห็นพอดีถามเสียงดัง “ใครน่ะ!” แม่กับยายหันถามหอมว่ามีอะไรหรือ ออยรีบส่งสัญญาณไม่ให้พูด หอมเลยบอกว่าไม่มีอะไร แม่เห็นประตูห้องเปิดถามว่าใครเปิด แล้วเดินไปที่ประตู ยายตามไปด้วย หอมงง

ถามออยว่า “อะไรยังไงคะคุณเพื่อน”

“เดี๋ยวเล่าให้ฟัง” ออยตัดบทแล้วเดินตามแม่กับยายไปที่ประตูชะโงกไปดูนอกห้อง โล่งใจที่ไม่เห็นใครแล้ว เลยบอกแม่กับยายหน้าตายว่า “ไม่มีใครเปิดหรอกประตูเปิดเพราะลมพัด มันเป็นแบบนี้บ่อยๆ เนอะหอมเนอะ”

“ใช่ค่ะ บางทีเปิดปิดเองเสียงดังปัง หอมตกใจแทบตาย” หอมผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยจนแม่กับยาย
ไม่ติดใจสงสัย

แม่กับยายจะกลับคืนนี้เลย ออยบอกว่าดึกแล้วอันตรายชวนให้ค้างก็ไม่เอาบอกว่าเตรียมอาวุธมาพร้อมมีทั้งอีโต้ มีดดาบ สากกะเบือ ออยออกมาส่งกอดหอมลาแม่กับยายอย่างน่ารัก อัทธ์แอบดูเผลอยิ้มออกมา

เมื่อออยส่งแม่กับยายไปแล้วจะกลับห้อง หันมาก็เจออัทธ์ยืนอยู่พูดหน้าตาจริงจัง

“คุณต้องเล่าเรื่องนายมาร์คนายหม่ำให้ผมฟังอย่างละเอียด ไม่งั้นผมจะไปบอกความจริงกับแม่กับยายคุณ” ออยถามว่าเขารู้หรือว่าแม่กับยายอยู่ที่ไหน “ผมไม่รู้ แต่คุณภีมน่าจะรู้ เล่าให้ผมฟังเถอะว่านายหม่ำเป็นใคร”

ออยถูกขู่เลยจำต้องเล่าว่า...

“มันเป็นเด็กนรกอยู่แถวบ้านฉัน” แล้วเธอก็เล่าย้อนไปตั้งแต่ตนกับหม่ำเพิ่งอายุ 7-8 ขวบ หม่ำเล่นเครื่องบินบังคับอย่างเมามันในขณะที่เด็กที่เป็นเจ้าของนั่งร้องไห้กับพื้น ว่า “มันเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ อยู่กับย่าสองคน ย่าฐานะยากจนเก็บของเก่าขาย ก็เลยไม่มีเงินซื้อของเล่นให้มัน มันถึงชอบไปแย่งของเล่นของคนอื่น ทำให้ย่าเดือดร้อนได้แทบทุกวัน”

หม่ำโดนย่าดุว่าแกล้งคนอื่นอีกแล้ว ก็หันมาด่าออย “อีออยขี้ฟ้อง” เลยโดนย่าตีดุว่ายังจะด่าเขาอีก ออยเล่าอีกว่า

“พอเริ่มโต ไอ้หม่ำก็ไม่ยอมเรียนหนังสือ จะออกไปหางานทำ มันว่ามันเบื่อความจน ย่าห้าม มันเลยหอบเสื้อผ้าหนีไปเลย” ออยเล่าว่าตอนนั้นหม่ำอายุ 15 พอหม่ำหนีไป ย่าได้แต่ร้องไห้เสียใจ และจากนั้นมันก็ไม่กลับมาอีกเลยจนย่าตาย

ออยเล่าจบแล้วถามว่าอัทธ์รู้จักหม่ำได้ยังไงไม่เห็นเล่าเลย แล้วออยก็ตกใจเมื่ออัทธ์บอกว่าหม่ำเป็นแฟนของน้องสาวตน ออยพึมพำว่าท่าทางมันจะเป็นหนูตกถังข้าวสาร อัทธ์หน้าเครียดพูดเสียงเข้มว่า...

“เป็นหนูตกถังข้าวสารผมไม่ว่า แต่ถ้าเป็นหนู สกปรก ภายนอกน่ารักแต่ข้างในเต็มไปด้วยเชื้อโรคอันนี้ผมไม่ยอม”

ooooooo

วันนี้มาร์คอยู่กับบัวที่ร้านอาหารหรู เขาให้บัวเฟซไทม์กับแคทลีนวัย 25 หญิงฝรั่งร้องไห้พูดอย่างซึ้งใจที่บัวให้ยืมเงินช่วยพ่อแม่ตน ชมว่ามาร์คเป็นคนดีมากทั้งสองเหมาะสมกันที่สุด เชื่อเถอะว่าบัวเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด

มาร์คทำเป็นหัวเราะเขินว่าแคทลีนชมตนมากไปแล้ว บอกให้หยุดร้องไห้ไปทำของอร่อยๆกินเสีย ย้ำกับแคทลีนว่า

“จำไว้...ถึงเราจะเป็นแค่ญาติกันห่างๆ แต่พี่จะไม่มีวันทิ้งเธอ เอาไว้คุยกันใหม่นะ”

บัวมองมาร์คอย่างรู้สึกดี เขาจับมือเธอขึ้นจูบเบาๆ บอกว่างานนี้เธอได้ใจญาติตนไปเต็มๆ บัวบอกว่าเขาก็ได้ใจตนไปเต็มๆเหมือนกัน จับมือเขา พูดเหมือนสัญญาว่า

“ไม่ว่าใครจะว่าคุณยังไง แต่บัวรักคุณที่คุณเป็นคนดี รักครอบครัว บัวมั่นใจว่าเราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน”

มาร์คบอกว่าคุณแม่กับพี่ชายเธอไม่ชอบตน บัวบอกว่าตนจะจัดการหาแฟนให้พี่ชาย มาร์คหยั่งเชิงว่าคงไม่สำเร็จ

บัวยืนยันว่าต้องสำเร็จ ถึงภีมเจ้าของบริษัทจับคู่จะไม่ยอมช่วย แต่ตนก็หาทางอื่น ตอนนี้ตนคิดออกแล้วด้วยว่าจะให้พี่อัทธ์สละโสดได้ยังไง

แต่อัทธ์ก็ไม่หยุดแค่นั้น เขาให้นักสืบสืบว่ามาร์คไปอยู่อเมริกาได้ยังไงและไปทำอะไรอยู่ที่นั่น

คุยกับนักสืบเสร็จ บัวก็เคาะประตูเข้ามาบอกว่าเย็นนี้มาร์คไม่ว่าง ชวนพี่ชายไปทานข้าวเย็นกับตน พออัทธ์รับคำ บัวถามว่าเลข 1-5 พี่ชอบเลขอะไรที่สุด อัทธ์ถามว่าถามทำไม บัวขอให้ตอบมา เขาจึงบอกว่าเลข 1

“นั่นไง! บัวคิดอยู่แล้วว่าพี่อัทธ์ต้องเลือกเบอร์นี้ ไปกันเถอะค่ะ ไปรถบัวนะคะ จอดรถพี่อัทธ์ไว้ที่นี่ เดี๋ยวบัวขับไปส่งพี่อัทธ์ที่คอนโด พรุ่งนี้เช้าบัวก็ขับไปรับจะได้ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ”

แม้อัทธ์จะงงๆสงสัย แต่ก็ตามใจน้อง แต่พอไปร้านอาหารอัทธ์กลับเจอศรีจิตรา เพื่อนสมัยเรียน ม.ปลายของบัว ใส่แว่นหนา เป็นหนอนหนังสือตั้งแต่สมัยเรียน และแอบชอบอัทธ์ พอบัวแนะนำ อัทธ์ก็จำได้ บัวพูดอวยทันทีว่า

“เห็นไหมศรี ฉันบอกแล้วว่าพี่อัทธ์ไม่เคยลืมเธอเลย” ศรีจิตราพูดเขินๆว่าไม่เจอกันหลายปีพี่อัทธ์ยังเหมือนเดิม บัวเสริมว่า “ที่สำคัญยังโสดเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่รู้ว่ารอใครแถวนี้อยู่หรือเปล่า”

อัทธ์เริ่มรู้ตัว กระซิบบัวให้ไปคุยกันหน่อย พอออกไปเขาถามว่าบัวคิดจะทำอะไร บัวบอกว่าตนก็แค่อยากให้พี่อัทธ์ได้รู้จักผู้หญิงดีๆ อัทธ์บอกว่าบัวก็รู้ว่าตนยังไม่อยากมีใคร

“เพราะพี่อัทธ์ยังไม่เจอคนที่ใช่ เหมือนอย่างที่บัวเจอมาร์คไงคะ ถ้าพี่อัทธ์เจอคนคนนั้นแล้วจะไม่มีคำว่า ‘อยากเป็นโสด’ อยู่ในหัวพี่อีกเลย เชื่อบัวนะคะ เพื่อนๆ ที่บัวเลือกมาทำความรู้จักกับพี่อัทธ์ โปรไฟล์ระดับเกรดเอพรีเมียมกันทุกคน”

“ทุกคน!? หมายความว่ายังไง ไม่ได้มีน้องศรี คนเดียวเหรอ อย่าบอกนะว่าที่ให้พี่เลือกเบอร์มีถึงห้า มันคือ...”

บัวไม่ทันตอบ ศรีจิตราก็เดินตามออกมาถามว่ามีปัญหากันหรือเปล่า ถ้าไม่สะดวกจะทานข้าวด้วยกันกลับกันเลยก็ได้ตนเข้าใจ พูดแล้วทำหน้าจะร้องไห้ บัวบอกว่าไม่มีอะไรเพียงแต่บอกพี่อัทธ์ว่าตนติดธุระต้องกลับก่อน และพี่เขาก็ยินดีทานข้าวกับศรีต่อ อัทธ์งงจะท้วงติงแต่บัวพูดต่อทันทีว่า

“เออ ศรีจ๊ะ ถ้าไม่เป็นการรบกวน ฉันฝากพี่อัทธ์กลับกับเธอด้วยนะ พอดีพี่อัทธ์ไม่ได้เอารถมา บัวไปนะคะพี่อัทธ์”

บัวรวบรัดตัดบทแล้วเดินออกไปเลย อัทธ์พูดไม่ออก ศรีจิตรารุกเขาเต็มที่ หลังทานอาหารเมื่อไปส่งอัทธ์ที่คอนโดตามแผนของบัวแล้ว เธออ้างว่ารถติดขอขึ้นไปอ่านหนังสือที่คอนโดคอยจนกว่ารถจะหายติด อัทธ์อึดอัดแต่ไม่กล้าปฏิเสธ

ขณะศรีจิตราเดินจากลานจอดรถมากับอัทธ์นั่นเอง เอลซ่าที่แต่งตัวเซ็กซี่นั่งคอยอัทธ์อยู่ก็ปราดเข้ามาตัดพ้อว่าตนโทร.หาทำไมไม่รับสาย อัทธ์อ้างว่าแบตหมด ถามว่าเรานัดกันสี่ทุ่มทำไมเธอมาเร็ว เอลซ่าบอกว่าเสร็จธุระเร็วก็เลยมา มองศรีจิตราอย่างสำรวจ บอกว่าอัทธ์ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร

ศรีจิตราหน้าตึงถามอัทธ์ว่าไหนว่ายังไม่มีแฟน อัทธ์บอกว่าเอลซ่าไม่ใช่แฟน ศรีจิตราหางตาใส่เอลซ่าพูดเยาะว่า

“คิดแล้วเชียว ว่าบัวต้องไม่ยอมให้ผู้หญิงพรรค์นี้มาเป็นแฟนพี่อัทธ์แน่”

“ผู้หญิงพรรค์นี้ ผู้หญิงพรรค์ไหนยะ!” เอลซ่าแหวใส่

ออยในชุดอยู่กับบ้านมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อกลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี เห็นศรีจิตรารู้สึกคุ้นๆ แล้วก็นึกออกว่าเป็นลูกป้าแต๋วนั่นเอง

อัทธ์ขอร้องศรีจิตรากับเอลซ่าอย่าทะเลาะกันเลยอายเขา แยกย้ายกันกลับไปก่อน ศรีจิตราประกาศว่าตนไม่กลับ มันต้องกลับไปคนเดียว ต่างฝ่ายไม่ยอมกัน เอลซ่าท้าไฝว้กัน ศรีจิตราหางตาใส่บอกว่าตนไม่เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือแต่จะฟ้องบัวแล้วสะบัดไปเลย อัทธ์ร้องเรียกและตามไป

ออยมองอัทธ์กับศรีจิตราอย่างอยากรู้อยากเห็น ได้ยินศรีจิตรายื่นคำขาดให้อัทธ์ไล่เอลซ่าไปก่อนตนจึงจะยอมขึ้นห้องกับเขา อัทธ์บอกว่าวันนี้ตนไม่สะดวกที่จะต้อนรับใคร อยากอยู่คนเดียว

ศรีจิตราออดอ้อนอัทธ์อย่างไม่อาย ขอให้เขาเปิดใจให้ตนแม้เสี้ยวหนึ่งของหัวใจก็ยังดี อัทธ์บอกว่าเรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้ ศรีจิตราร้องไห้เสียใจ อัทธ์เห็นน้ำตาก็ใจอ่อนปลอบว่าอย่าร้องไห้ ตนไม่ชอบเห็นผู้หญิงร้องไห้

ศรีจิตราผิดหวังมากร้องไห้ไปพูดไปจนฟังไม่รู้เรื่อง อัทธ์ทนดูไม่ได้จึงขอตัว แล้วหันหลังเดินไปเลย

พออัทธ์ไปแล้ว ออยจึงออกไปหาศรีจิตรา ด่าอัทธ์ว่าทำให้ร้องไห้แล้วจากไป เลวจริงๆ ศรีจิตราจะตามอัทธ์ไป

“เดี๋ยวค่ะน้องศรี” ศรีจิตราชะงักถามว่าเธอเป็นใคร “ฉันออย...ลูกสาวแม่อนงค์เพื่อนโรงเรียนประถมกับ

คุณแม่คุณ เราเคยเจอกันที่งานเลี้ยงรุ่นของแม่เมื่อปีที่แล้วไงคะ” ศรีจิตราพยักหน้าจำได้แต่บอกให้ถอยไปพลางจะตามอัทธ์ไป “ไม่ถอย ฉันจะไม่ยอมให้คุณเสียใจเพราะไอ้ผู้ชายคนนั้น เขาไม่ได้เป็นคนดีเลย แถมเป็นโรคจิตด้วยซ้ำ”

ศรีจิตราชะงักถามว่าเธอรู้ได้ยังไง ออยบอกว่าตนอยู่ห้องติดกับเขา พฤติกรรมของเขาแย่มาก พาผู้หญิงมาค้างทำเสียงดังทั้งคืน ซ้ำเวลาหิ้วผู้หญิงมาทีไม่ใช่แค่คนเดียวแต่หิ้วมาสองคน ซ้ำไม่ใช่หญิงแท้ด้วย ศรีจิตราฟังแล้วเสียใจมาก ออยบอกว่าเชื่อตนเถอะอย่าเปลืองหัวใจไปรักเขาเลย ศรีจิตราบอกว่า แต่มันรักไปแล้ว...

“รักได้ก็เลิกได้” ออยบอก เป็นจังหวะที่อัทธ์ถือหนังสือที่ รปภ.บอกว่าเป็นของศรีจิตราลืมไว้มาให้ เห็นทั้งสองคุยกันก็แปลกใจ ออยปลอบและหว่านล้อมศรีจิตราว่า “เก็บหัวใจไว้รักตัวเอง รักครอบครัว รักคนที่เห็นค่าความรักของคุณดีกว่าค่ะ ถ้าพ่อแม่ของคุณรู้ว่าลูกสาวของพวกเขาเสียใจเพราะผู้ชาย พวกท่านคงจะเสียใจมาก สู้ๆนะคะ สู้ๆๆ”

ออยหว่านล้อมและปลุกเร้าจนศรีจิตรายิ้มและร้องสู้ๆตามทั้งยังขอบคุณออยด้วย

ooooooo

อัทธ์มองออยอย่างรู้สึกดี พลันก็คิดอะไร บางอย่างออก ไปดักรอออยที่หน้าลิฟต์ พอออยกลับมาเขาเข้าไปบอกว่า

“ผมว่าผมกำลังจะเจอปัญหาใหญ่ ผมอยากให้คุณเป็นผู้ช่วยผม”

ออยมองหน้าเขาอย่างแปลกใจปนระแวง...พอลิฟต์มาก็เข้าลิฟต์ไปอย่างไม่แยแส อัทธ์ตามตื๊อ ออยสะบัดเสียงใส่ว่า

“ฉันไม่เปลี่ยนใจช่วยไล่ผู้หญิงของคุณ คุณพาใครเข้ามาในชีวิต คุณก็ต้องรับผิดชอบ ฉันไม่เกี่ยว” พูดแล้วเดินไปเลย

อัทธ์ตามไปชี้แจงว่าน้องสาวตนที่เป็นแฟนของมาร์ค...ออยแว้ดใส่ว่าไม่ฟังแล้วเปิดประตูจะเข้าห้อง อัทธ์ดันไว้ ออยแกล้งร้องว่าประตูหนีบ พออัทธ์ตกใจออยก็ผลักประตูกระแทกหน้าเขาโครมจนเลือดกำเดาไหล คราวนี้ออยเป็นฝ่ายตกใจรีบเข้าไปหยิบทิชชูให้เขาเช็ด อัทธ์ถามว่ามีน้ำแข็งไหมตนจะเอามาประคบเพราะห้องตนหมด

เสียงลิฟต์ดังขึ้น ทั้งสองหันมองเห็นมิลินหรือมิ้มในชุดพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารเข้ามาหน้าไม่ดี ออยถามว่ามีอะไร?

สองสาวพากันเข้าห้องนอนคุยกัน มิ้มบอกว่าลูกค้าที่นัดเดตยกเลิกเพราะเขาเจอผู้หญิงที่ใช่ในงานเลี้ยงแซยิดเมื่อสามวันก่อนและจะแต่งงานกันอาทิตย์หน้า

อัทธ์นั่งประคบจมูกอยู่ที่ห้องโถงเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ ได้ยินเสียงออยพูดอย่างสิ้นหวังว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย มิ้มบอกว่าความฝันที่วาดไว้มันจบแล้ว เราคงต้องวางแผนกันใหม่

“แต่มันไม่ใช่ฝันของฉันคนเดียวน่ะสิ” ออยคิดถึงแม่กับยายที่ฝันจะมีร้านขนมของตัวเองที่ต้องสลายไปด้วย

อัทธ์รู้ปัญหาของสองสาวเขาวางแผนสืบ เมื่อมิ้มจะกลับไปทำงานต่อ เขาออกไปเข้าลิฟต์กับเธอเลียบเคียงถาม มิ้มยอมรับว่าตนกับออยมีปัญหาไม่เหมือนกันแต่เราต้องการเงินไปทำเพื่อคนที่เรารักเหมือนกัน เงินสองแสนห้าที่จะได้ในงานที่ล้มเหลวไปนี้ มันช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้เลย

“สองแสนห้า...” อัทธ์พึมพำอย่างมีแผน

ooooooo

แม่นงค์กับยายอรกลับถึงบ้านก็วางแผนทำขนมขายในร้านที่จะเปิดใหม่ ทำขนมไข่ปลาถ่ายรูปส่งให้ออยดูบอกว่าจะเอาเป็นขนมเด็ดประจำร้าน ยายบอกอีกว่าจะตั้งชื่อร้านว่า “ร้านขนมนันทิสา” เพราะฟังง่ายจำง่ายความหมายก็ดี

ยิ่งฟังความฝันของแม่กับยาย ออยก็ยิ่งกดดัน ทำเสียงร่าเริงคุยด้วยแต่พอวางสายก็เซ็ง ซึม

ทันใดก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พอเปิดไปก็เจออัทธ์ถือรูปวาดแนวแอบสแตรคอยู่ คุยคุณค่าและราคาให้ออยฟังจนเธอถามว่ามาบอกตนทำไม อัทธ์บอกว่ารูปนี้ราคาสามแสนบาท ยื่นให้ออยบอกว่า

“ผมให้คุณไว้เป็นตัวประกันเพื่อให้คุณมั่นใจว่าผมจะไม่โกงเงินค่าจ้างถ้าคุณช่วยคิดหาวิธีทำให้ผู้หญิงสี่คนออกไปจากชีวิตผมด้วยวิธีละมุนละม่อม ผมจะจ่ายให้คุณสองแสนห้า ถ้าผมไม่จ่ายคุณเอารูปไปขายต่อได้เลย”

“ฉันไม่...”

“อย่าเพิ่งปฏิเสธ ผมให้เวลาคุณตัดสินใจ เผื่อคืนนี้คุณนอนหลับแล้วฝันเห็นภาพครอบครัวคุณมีร้านขนมชื่อดังระดับโลก คุณอาจจะเปลี่ยนใจรับงานง่ายๆของผม และอย่าตามเอามาคืนที่ห้องผม ไม่งั้นคุณจะได้เห็นภาพ บาดตาของเอลซ่าแล้วจะหาว่าผมไม่เตือน”

อัทธ์ทั้งอ่อยทั้งขู่แล้วกลับไป ออยตะโกนถามว่าใครบอกเขาเรื่องร้านขนม มิ้มเหรอ แต่อัทธ์เข้าห้องไปแล้ว ออยถือรูปเดินเข้าห้อง พิจารณาพึมพำ “แค่เนี้ย...ราคาตั้งสามแสน?”

แล้วเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ออยก็แทบช็อกเมื่อแม่ส่งรูปถ่ายคู่กับยายในสวนพร้อมข้อความว่า

“แม่มาจองกล้วยกับมะพร้าวที่สวนป้าอุ่นราคา 50,000 บาท”

ออยตกใจกับเงินก้อนโตที่ต้องจ่าย พอโทร.ไปถาม แม่บอกว่าจองกล้วย มะพร้าว และลูกตาลจากสวนป้าจันด้วยจองไว้ทั้งปีเลยจะได้อุ่นใจว่ามีวัตถุดิบ เมื่อวัตถุดิบดี ขนมก็อร่อย ยังไงก็ขายได้ ออยยังได้ยินเสียงยายบอกแม่ว่าไปจองถ้วยตะไลกับอุ่นด้วยเพราะของเราแตกหมดแล้ว แม่บอกว่าเอาสักสองร้อยถ้วยนะ แล้วคุยเสียงแจ่มใสกับออยว่า

“ออย...เชื่อไหมลูก พอคนแถวบ้านยายอุ่นเพื่อนยาย พอเขารู้ว่าบ้านเราจะขายขนม...อูย เขาตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะยังติดใจฝีมือทำขนมของยายกับแม่สมัยที่มาทำงานบุญช่วยยายอุ่น นี่แม่ก็โทร.ไปบอกเพื่อนครูที่โรงเรียนหมดแล้วนะ เขาเตรียมอุดหนุนกันใหญ่เลย”

ออยถามว่าแล้วถ้าเราไม่ได้ขายล่ะ แม่ถามว่าเพราะอะไรหรือ ออยไม่อาจทำลายความฝันของแม่กับยายได้บอกว่าไม่มีอะไร ออยพูดไปอย่างนั้นเอง

แม่บอกว่าเอาทองไปจำนำ เอาเงินไปมัดจำจองของ ถ้าออยได้เงินค่าทิปมาเมื่อไหร่จะไปไถ่คืน ถามว่าออยกะว่าจะได้ประมาณวันไหน ออยตอบเซ็งๆว่าเสร็จงานถึงจะได้ แล้วขอวางสายก่อน พอวางสายแล้วออยทิ้งตัวบนโซฟาอย่างหมดแรง เหลือบเห็นรูปที่อัทธ์เอามาเมื่อคืน ออยหยิบขึ้นมาดูอย่างมุ่งมั่น!

ooooooo

ออยไปที่ฟิตเนส เห็นอัทธ์อยู่บนลู่วิ่งคุยโทรศัพท์กับบัวว่าพรุ่งนี้ตนติดงานไปรับเพื่อนบัวไม่ได้ ออยในชุดทำงานเข้าไปถามว่า “ฉันต้องทำอะไรบ้าง”

“บัว...พี่เปลี่ยนใจแล้ว พรุ่งนี้พี่ไปรับ ‘น้องน้ำมนต์’ ให้บัวก็ได้” อัทธ์เปลี่ยนเสียงกับบัวทันที

เมื่อรับงานแล้ว ออยศึกษาเป้าหมายของงานทั้งรูปและประวัติอย่างละเอียด พูดกับกล้องว่า

“น้ำมนต์...เป็นเพื่อนบัวสมัยเรียนมัธยมค่ะ เรียนไม่เก่งเท่าศรีจิตราแต่กิจกรรมเยี่ยมกว่าหลายเท่า เป็นแชมป์สวดสรภัญญะหกปีซ้อน ชนะเลิศแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ เป็นคนเล่านิทานชาดกประจำโรงเรียน ตอนนี้เปิดบริษัททัวร์ตามรอยพระพุทธเจ้าในเส้นทางสายสังเวชที่ประเทศอินเดีย ทุกลมหายใจเข้าออกของน้ำมนต์มีแต่ธรรมะ”

บัวหว่านล้อมลุ้นพี่ชายเต็มที่ว่า

“พี่อัทธ์ลองคิดดูสิคะ พระท่านยังสอนว่า คบบัณฑิตบัณฑิตจะพาไปหาผล แล้วถ้าได้บัณฑิตเป็นภรรยา ชีวิตครอบครัวจะมีความสุขขนาดไหน”

พอตกเย็น บัวก็โทรศัพท์ไปบอกน้ำมนต์ตามแผนว่า พอดีตนติดงานไปรับไม่ได้ตามนัด พี่อัทธ์รู้เลยอาสาไปรับเอง ได้ยินว่าจะชวนเธอดินเนอร์ด้วย หัวเราะคิกคักอวยพรเป็นนัยว่า “ขอให้สนุกนะจ๊ะเพื่อน”

มาร์คนั่งอยู่กับบัวถามว่าจะได้เรื่องหรือ เดี๋ยวก็กินแห้วเหมือนตอนศรีจิตรา บัวมั่นใจเพราะคราวนี้พี่อัทธ์ยอมไปกับน้ำมนต์ง่ายๆ สงสัยจะมีใจให้น้ำมนต์อยู่จริงๆก็ได้ มาร์คภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้น แล้วขออนุญาตหอมแก้มบัว บัวซึ้งใจมากที่เขาให้เกียรติตน เชื่อว่าแม่กับพี่อัทธ์รู้ต้องรักเขาเหมือนตนรัก และอนุญาตให้มาร์คหอมแก้ม

ooooooo

อัทธ์ขับรถไปรับน้ำมนต์ที่สถานปฏิบัติธรรม น้ำมนต์แต่งตัวเรียบร้อยมิดชิดเยี่ยงนักปฏิบัติธรรม อัทธ์รีบไปรับและช่วยถือของ

อัทธ์ถามว่าเธออยากไปทานอะไรที่ไหน น้ำมนต์บอกว่าแล้วแต่พี่อัทธ์ เขาบอกว่างั้นไปร้านโปรดของตนก็แล้วกันแล้วชวนเดินไปที่รถ ระหว่างนั้นน้ำมนต์หยุดยืนหลับตาสวดมนต์ อัทธ์หันถามว่าน้องน้ำมนต์ทำอะไร

“น้ำมนต์กำลังประคองจิตใจตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้” สูดลมหายใจลึกๆ ยาวๆ แล้วชวน “ไปกันเถอะ น้ำมนต์พร้อมแล้ว”

ร้านอาหารที่อัทธ์บอกว่าเป็นร้านโปรดของตน เป็นร้านอาหารแนวเพื่อชีวิต รอยยิ้มน้ำมนต์ค่อยๆเจื่อนลง ...เจื่อนลง อัทธ์เห็นอาการของน้ำมนต์ก็นึกถึงออยผู้ให้คำปรึกษา แล้วยิ้มกริ่มสมใจ

ก่อนมาพบน้ำมนต์ อัทธ์ปรึกษากับออยที่ศึกษาน้ำมนต์มาอย่างละเอียดแล้ว เธอบอกว่า

“เคสนี้ง่ายมาก ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นตัวของตัวเองขนาดนี้ เราก็แค่ทำให้เธอรู้ว่าโลกของเธอกับโลกของคุณเข้ากันไม่ได้ แล้วเธอก็จะถอยไปเอง”

ที่ร้านนี้ ชาร์ลีมีหุ้นส่วนอยู่ ชาร์ลีมาต้อนรับอัทธ์กับน้ำมนต์ อัทธ์แอบถามว่าออยมาหรือยัง ชาร์ลีบอกว่ามาแล้วกำลังไปแปลงโฉมอยู่

พอทั้งสองเริ่มทานอาหาร ออย-นันทิสา ก็เดินออกมา เธอใส่รองเท้าบูตหนังส้นสูง รอยสักเต็มตัว ผมแดงปากดำเคี้ยวหมากฝรั่งหยับ...หยับ...อย่างเท่

ออยแกล้งเดินผ่านโต๊ะของอัทธ์กับน้ำมนต์ร้องทัก “เฮ้! คุณอัทธ์” อัทธ์มองอึ้งถามทึ่งว่าต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ ออยบอกว่าเพื่อสนองความต้องการของหัวใจแล้วทุบหัวใจตัวเองอั้กๆ ถามว่าเมื่อไหร่เขาจะไปสักเสียที น้ำมนต์มองอัทธ์ถามว่าเขาสักด้วยหรือ ออยบอกว่านี่แหละตัวพ่อ แต่ต้องรักษาภาพลักษณ์มาดนักธุรกิจเขาเลยไม่ได้มาสักเสียทีแล้วขอตัวไปทำงาน

ออยขึ้นเวทีทำท่าดีดกีตาร์ไฟฟ้าเทสต์เสียง แต่ที่แท้เสียงมาจากข้างหลังที่ชาร์ลีเล่นให้ ออยทำท่าดีดกีตาร์อย่างมั่นใจ อัทธ์มองอึ้งจนน้ำมนต์เรียกหลายครั้งจึงรู้สึกตัว น้ำมนต์ถามว่าเขาชอบผู้หญิงแบบนี้หรือ

“พี่ชอบคนเต็มที่กับชีวิตครับ” น้ำมนต์ติงว่าบัวกับคุณแม่เขาคงรับผู้หญิงแบบนี้เป็นสะใภ้ไม่ได้

“ถ้าพี่รักใครแล้ว ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นแบบไหน คุณแม่กับบัวจะรักเธอคนนั้นเหมือนกัน”

ooooooo

น้ำมนต์จ้องหน้าอัทธ์รอคำตอบว่าระหว่างตนกับผู้หญิงคนนั้นเขาชอบแบบไหนมากกว่ากัน อัทธ์บอกว่าถ้าตอบแล้วเธออย่าร้องไห้นะ น้ำมนต์อึ้ง บอกว่าตนรู้คำตอบแล้ว ถามว่าทำไมไม่บอกแต่แรกตนจะได้ไม่ต้องแอ๊บให้เมื่อย

พูดจบน้ำมนต์ก็ลุกขึ้นสลัดคราบนักปฏิบัติธรรมเป็นนางแมวป่าผู้ร้อนแรงในพริบตา ทั้งแผ่นหลังและต้นแขนเต็มไปด้วยรอยสักที่มีมากกว่าออยเสียอีก

อัทธ์ยังไม่หายตะลึง น้ำมนต์ก็กระโดดขึ้นเวทีกระชากเบสจากนักดนตรีไปโซโล่โชว์มือเป็นระวิง ออยมองตาค้างเห็นรอยสักอักษร “PON-MON” มีเส้นพันกันเป็นรูปอินฟินีตี้แต่ออยไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่ทึ่งลีลาเล่นเบสของน้ำมนต์ ออยแอบชำเลืองชาร์ลีเขาพยักหน้าให้สู้ ออยฮึดขึ้นมาลีดกีตาร์ด้วยลีลาพิสดารเพื่อปิดบังไม่ให้น้ำมนต์เห็นว่าเธอไม่ได้เล่นเอง

“ทำงานได้คุ้มเงินมาก” อัทธ์พึมพำทั้งทึ่งทั้งขำลีลาที่เนียนบ้างหลุดบ้างของออย จนออยหยุดเล่นเนียนๆ น้ำมนต์ก็หยุดเล่นเอาเบสไปคืนนักดนตรีแล้ววิ่งไปกอดอัทธ์

“น้ำมนต์ดีใจที่สุดเลยค่ะ ที่พี่อัทธ์ชอบผู้หญิงแบบนี้ ต่อไปนี้น้ำมนต์ก็จะได้ทำในสิ่งที่ชอบกับคนที่ใช่อีกครั้ง”

อัทธ์ทำหน้าไม่ถูก หันมองหน้าออยเชิงถามว่าเอาไงดี

ออยโทร.คุยกับมิ้มและหอมจากร้านอาหาร ให้ทั้งสองช่วยคิดว่าจะเอาน้ำมนต์ออกจากอัทธ์ได้ยังไง หอมบอกว่าเคยได้ยินปีมงคลพูดว่ารอยสักสามารถบอกตัวตนของคนคนนั้นได้ ถามออยว่าน้ำมนต์สักเป็นตัวหนังสือ หรือข้อความหรือชื่อคน ออยบอกว่าสักที่หน้าอกว่า มนต์กับพล และมีเส้นพันกันไปมาเป็นเลขแปดแนวนอน

“สัญลักษณ์อินฟินีตี้หมายถึงไม่มีที่สิ้นสุด มนต์กับพล...ไม่มีที่สุด ฉันรู้แล้วว่าจุดอ่อนของยัยคนนี้คืออะไร”

เมื่อไปเจอน้ำมนต์ในห้องน้ำ ออยชมว่ารอยสักสวยดีสักมานานหรือยัง น้ำมนต์บอกว่าสักตั้งแต่เรียนจบ ค่อยๆสะสมทีละเล็กละน้อยเพราะกลัวแม่เห็น ออยถามว่าชื่อที่สักเป็นคนรักหรือ น้ำมนต์หน้าเศร้ารับว่า

“ค่ะ...เขาเป็นแฟนเก่าของฉัน เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันเป็นตัวของตัวเอง แต่ช่างเถอะค่ะเรื่องมันผ่านไปนานแล้ว”

“แต่คุณก็ยังลืมเขาไม่ได้” น้ำมนต์รับว่าใช่ “ถ้าอย่างนั้นคุณจะมาสนใจคุณอัทธ์ทำไม” น้ำมนต์มองหน้า ถามว่าหึงหรือ “ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณอัทธ์ แต่ฉันหวังดีกับคุณ ฉันไม่อยากให้คุณเสียใจเพราะผู้ชายอีก”

แล้วออยก็แฉพฤติกรรมเลวร้ายของอัทธ์แบบเดียวกับที่แฉกับศรีจิตรามาแล้ว บอกว่าถ้าไม่เชื่อก็ลองขอเบอร์โทร.ของศรีจิตราจากบัวแล้วโทร.ไปถามดูว่าวันก่อนได้ตบกับคู่ขาของอัทธ์มาหรือเปล่า

สำเร็จ! พอน้ำมนต์กลับมาที่โต๊ะท่าทีเธอกับอัทธ์ก็เปลี่ยนไป เธอบอกอัทธ์ว่าอยากกลับบ้านเขาจะไปส่งก็จะไปแท็กซี่เอง ชาร์ลีถามว่าเธอโกรธอะไรอัทธ์หรือเปล่า

“ไม่ได้โกรธค่ะ แต่น้ำมนต์ใช้สติปัญญาคิดดีแล้วว่าเราสองคนเป็นแค่พี่น้องกันแบบนี้ดีกว่า น้ำมนต์ขอตัวนะคะ”

อัทธ์ถามออยว่าเธอพูดยังไงน้ำมนต์ถึงยอมไป ไม่ใช่ด่าตนให้เธอฟังนะ ออยตัดบทว่าจ้างตนทำงานก็ต้องเคารพในวิธีการทำงานของตน แล้วเรียกเขาให้ตามไป อัทธ์เดินตามไปอย่างว่าง่าย ชาร์ลีมองทั้งสองเดินไปด้วยกันพึมพำยิ้มๆ

“เออ...เหมาะกันดี”

พอกลับถึงคอนโด ออยเพิ่งรู้ว่าโทรศัพท์หายเชื่อว่าคงหล่นในรถของอัทธ์ไปเคาะประตูเรียก หญิงสูงวัยที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวมาเปิดประตู บอกว่าอัทธ์เข้าห้องน้ำอยู่เดี๋ยวจะบอกให้ ออยกลับมายืนพิงประตูตัวสั่นพึมพำอย่างขยะแขยง

“แก่คราวแม่ก็ยังไม่เว้น อี๋ๆๆๆ!” แล้วตั้งสติตัดสินใจว่าจะสู้กับผู้ชายโรคจิตคนนี้ต่อไป “ฉันจะถือว่าทำบุญ ไม่ให้ชีวิตผู้หญิงห้าคนนั้นต้องพังเพราะคนบ้ากามมักมากอย่างคุณ!”

ooooooo