ซ่อนรักกามเทพ ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ซ่อนรักกามเทพ ตอนที่ 1


25 พ.ค. 2560 09:28
1,046,690 ครั้ง

ซ่อนรักกามเทพ ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

ซ่อนรักกามเทพ

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

ซ่อนกลิ่น

บทโทรทัศน์โดย:

สุธิสา วงษ์อยู่

กำกับการแสดงโดย:

พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์

ผลิตโดย:

บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

พงศกร เมตตาริกานนท์ ,ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์

นันทิสา หรือออย หนึ่งในกามเทพสาวที่ยังเป็นโสด วราลีฟันธงว่า “นันทิสากับภารกิจหาสามีของเธอ โนเวย์” เพราะนันทิสามีทัศนคติที่ไม่ดีกับเรื่องความรักจากแม่และยายที่เธอฝังใจมาตั้งแต่เด็ก

นันทิสาเป็นสาวห้าวสุดประจำบริษัทคิวปิดฮัท เป็นฝ่ายดูแลการทำงานของบริษัทให้ทำตามกฎระเบียบ แต่เธอเองกลับมาทำงานสายเกือบทุกวัน สาเหตุเพราะข่าวฆ่าข่มขืน ฆ่าชิงทรัพย์ผู้หญิงเกิดขึ้นเกือบทุกวัน แม่กับยายเลยไม่ยอมให้ออกไปทำงานก่อนพระอาทิตย์ขึ้น! ซ้ำบ้านอยู่กลางสวนที่พุทธมณฑลสายสาม ที่ทำงานอยู่สีลมอีก!

ข่าวผู้หญิงถูกทำร้ายในหน้าหนังสือพิมพ์ที่นันทิสาเห็นทุกวัน เธอถามอย่างรับไม่ได้ว่า ลืมไปหรือเปล่า ว่าผู้หญิงเป็นเพศแม่ ทำไมถึงทำกันได้ลงคอ! มีคนถามว่า “คิดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร”
“ไม่น่าถาม...ก็เกิดจากนิสัยเลวๆของไอ้พวกผู้ชายน่ะสิ หรือจะเถียง???” นันทิสาตอบอย่างมีอารมณ์

อีกมุมหนึ่งในคอนโดของภีม...อังค์กูณฑ์เจ้าของห้อง จิบเครื่องดื่มในแก้วท่าทางสบายใจ เถียงราวกับได้ยินว่า

“ครับ...ผมเถียง อย่างน้อยผมก็คนนึง...ที่ไม่เคยคิดจะทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของผู้หญิง...ไม่เคยต้องบังคับ พวกเธอมาหาผมกันเองทั้งนั้น”

อังค์กูณฑ์ คือศิลปินผู้ดื่มด่ำคลั่งไคล้การวาดภาพนู้ดเป็นชีวิตจิตใจ...

นันทิสาเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า “ผู้หญิงอย่างเราต้องระวังตัวไว้ให้ดี อย่าไปหลงกลผู้ชาย เพราะผู้ชายบางคนก็เป็นปีศาจหน้าหม้อในคราบพระเอกละคร ทางที่ดีควรทำตามที่แม่กับยายเคยสอนว่า...ถ้าเจอผู้ชายกับงู ให้ตีผู้ชายก่อนเพราะพิษงูไม่นานเราก็ตาย แต่พิษผู้ชาย... เราจะตายทั้งเป็น!”

นันทิสาโยนกล้วยลงเครื่องปั่น กดปั่นๆๆจนกล้วยแหลกพูดอย่างสาแก่ใจว่า

“ทีนี้คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมคะ ว่าทำไมฉันถึงไม่มีแฟนและไม่เคยคิดจะมีด้วย...ฉันถึงมั่นใจว่า ฉัน
ไม่มีวันทำตามเงื่อนไขที่จะให้ฉันมีแฟนของบอสได้ อ้อ...ยังมีมิ้มอีกคน รายนั้นไม่ยอมมีแฟนเพราะเสียเวลาหาเงิน...”

ออยมานั่งที่โต๊ะกินข้าวที่บ้าน บนโต๊ะเต็มไปด้วยเศษกระดาษ แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดที่เตรียมจัดงาน “Your Love, Love your World” ออยหยิบเศษกระดาษบนโต๊ะดู เงยหน้าพูดกับกล้องแววตามุ่งมั่น

“เราสองคนถึงต้องช่วยกันคิดหาเงินสักก้อน เอาไว้ตั้งตัวในวันที่เราถูกไล่ออกจากคิวปิดฮัท”

ooooooo

เช้ามืดวันนี้...มือถือของออยดังขึ้น เป็นสายจากมิ้ม ออยดูนาฬิกา เป็นเวลา 05.30 น. เธอหลับตารับโทรศัพท์ มิ้มพูดมาอย่างตื่นเต้นว่า

“ออย ตื่นได้แล้ว เมื่อคืนเจ๊ลีส่งข้อความมาบอกว่า เจ๊พูดกับบอสให้เราแล้ว บอกให้เราเข้าพรีเซนต์เช้านี้เลย...แกรีบตื่นเตรียมตัวไว้เลยนะออย เดี๋ยวฉันจะไปรับแกที่บ้าน” ออยตกใจถามว่าจะมารับทำไม “ก็ถ้าแก ไปออฟฟิศสาย บอสหงุดหงิด ทุกอย่างก็จบ”

ออยบอกว่ากว่ามิ้มจะนั่งรถเมล์มาถึงบ้านตนที่พุทธมณฑลมันก็สายอยู่ดี มิ้มจะชี้แจง ออยตัดบทว่า

“ฟังฉันให้ดีนะเพื่อนรัก ฉันรู้ดีว่างานนี้สำคัญต่ออนาคตของแกกับฉัน ฉันจะไม่ให้มันพลาดเด็ดขาด แล้วถ้าวันนี้ฉันไปทำงานสาย อย่ามาเรียกฉันว่าออยลูกแม่นงค์หลานยายอร”

“แต่ฉันว่าเพราะแม่กับยายแกนั่นแหละที่ทำให้แกไปทำงานสายทู้กกกก...วัน”

“แต่วันนี้ ฉันจะไม่สาย คอยดูแล้วกัน!” ออยท้าแล้วโดดผลุงจากเตียงทันที

เพียง 05.45 ออยก็พร้อมที่จะออกจากบ้านไปทำงานแล้ว เธอถือแฟ้มและไม้หน้าสามที่บันไดย่องไปที่ประตู

“ออยจะไปไหน” เสียงยายอรถามพร้อมกับเปิดไฟ ออยบอกว่าจะไปทำงาน ยายร้องตกใจ “ไปตอนนี้เนี่ยนะ! ไม่ได้อ่านข่าวหรือไง ผู้หญิงออกไปทำงานแต่เช้ามืดแล้วถูกคนร้ายดักข่มขืน”

ออยบอกว่ายายไม่ต้องห่วงตนเตรียมไม้หน้าสาม คัตเตอร์ สเปรย์พริกไทยไว้ป้องกันตัวแล้ว ยายอรไม่พูดอะไรแต่ตะโกนบอกนงค์

“นังนงค์! นังนงค์! ลูกสาวเอ็งจะออกจากบ้านตอนนี้”

“ว้าย! ไม่ได้นะออย ยังมืดอยู่เลยอันตราย ไม่ได้อ่านข่าวหรือไง วันก่อนผู้หญิงออกไปทำงาน...”

“โอเคจ้ะ...ออยยังไม่ออกก็ได้” ออยบอกแม่...แล้วหันพูดกับกล้องว่า... “คุณอาจจะคิดเหมือนมิ้ม ว่าความห่วงใยของแม่กับยายทำให้ฉันไปทำงานสายบ่อยๆ แต่ฉันไม่โทษพวกเขานะคะ เพราะความผิดอยู่ที่ไอ้พวกผู้ชายต้นเหตุที่ทำให้สังคมเต็มไปด้วยอันตราย...แต่ปัญหาใหญ่อีกเรื่องคือ บ้านฉันอยู่ไกล”

ออยเล่าความยากลำบากในการเดินทางไปทำงานว่า บ้านกับที่ทำงานอยู่ไกลกัน แม้การเดินทางจะสะดวกขึ้นแต่ปัญหาคือต้องรอให้ฟ้าสว่างก่อนฉันถึงจะออกจากบ้านได้ ยิ่งหน้าหนาวกว่าจะสว่างก็หกโมงกว่า ทั้งต้องใส่บาตรกับแม่กับยายก่อน เพราะพวกเขาหวังให้บุญกุศลช่วยคุ้มครองฉันจากภยันตราย

ซ้ำร้ายพอพระมา ออยรีบนิมนต์ แต่ถูกเพื่อนบ้านตัดหน้าไปก่อนต้องรออีกพักใหญ่ พอใส่บาตรเสร็จก็รีบคว้ากระเป๋าและแฟ้มวิ่งออกจากสวนไปรอรถสองแถว พอรถจอดก็ขึ้นไม่ได้เพราะคนโหนบันไดมาเป็นพวงแล้ว มีคนบอกให้ไปนั่งหน้ากับคนขับ ออยไปนั่งจึงเห็นคนขับเป็นลุงแก่ๆ แกเหยียบคันเร่งแค่ 20 ออยเห็นว่าไม่ทันแน่จึงอาสาขับแทน

ลงจากสองแถวขึ้นรถตู้ รถติดหนึบยาวเหยียด

ดูนาฬิกา 08.30 น.แล้ว ออยตัดสินใจลงจากรถตู้ซ้อนพี่วินไปต่อรถไฟฟ้าที่สถานีศาลาแดง ดูนาฬิกา 08.50 น. แล้ว เหลืออีกสิบนาที เธอมั่นใจว่าไปทัน

ooooooo

พอมาถึงออฟฟิศ ลิฟต์แน่นมาก อังค์กูณฑ์ที่ชาร์ลีโทร.บอกให้เอาแว่นตากันแดดที่ลืมไว้ในห้องมาให้ด้วยเพราะจะเข้าป่าไปดูเลียงผาสักสองสามวัน อังค์กูณฑ์จึงหยิบกล่องแว่นทรงกระบอกใส่กระเป๋ากางเกงเบียดเข้าลิฟต์ที่อัดกันแน่น

ออยวิ่งมาเห็นลิฟต์กำลังจะปิดร้องบอก “รอด้วยค่ะ ...รอด้วย” แล้วรีบวิ่งเบียดเข้าไปได้เฉียดฉิว ออยยืนหันหน้าเกือบชนกับอังค์กูณฑ์ที่เข้ามาก่อนเธอเบียดกันใกล้มาก...อังค์กูณฑ์ยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร ออยหน้าตึงนึกในใจ “ยิ้มบ้าอะไร” แล้วหมุนตัวกลับ ดูนาฬิกาเหลืออีกห้านาที ก็เบาใจว่าสบายมาก

ในลิฟต์คนเบียดกันมาก พอใครขยับก็จะโดนกันหมด ออยรู้สึกมีอะไรตุงๆโดนตนก็นึกถึงคำพูดของแม่กับยายที่เตือนว่า “ผู้ชายที่หน้าตาดีแต่งตัวดีก็ไว้ใจไม่ได้ พวกนี้เป็นโรคจิตชอบโชว์ ชอบหื่น” และ “ถ้าออยเจออย่าไปกลัวนะลูก เรายิ่งกลัวมันยิ่งชอบ”

ออยมองต่ำเห็นพฤติกรรมบางอย่างตัดสินใจพูดดังๆหวังให้ได้อาย อังค์กูณฑ์อึ้ง บอกว่า “คุณ...ผมเปล่า”

“อย่าปฏิเสธ เพราะหลักฐานมันชัดมาก” ออยเสียงดังจนทุกคนในลิฟต์มองที่เป้ากางเกงของอังค์กูณฑ์ เขาปฏิเสธก็พอดีลิฟต์เปิด ออยกระทุ้งศอกใส่ท้องอังค์กูณฑ์จนตัวงอแล้วยังจับคอเสื้อเขาเหวี่ยงออกไป ตามมา
ชี้หน้าด่าอีก

“จำไว้นะ! ถ้าระงับอารมณ์ไม่อยู่ก็หัดใช้ธรรมะเข้าข่ม ถ้ายังข่มไม่ได้ก็ไปหาหมอรักษา ถ้ายังไม่ได้อีกก็ไปตายซะ อย่ามีชีวิตอยู่ให้เป็นภัยต่อผู้หญิง เพราะสักวันคุณจะเจอเฉือนแล้วสับให้เป็ดกิน!”

ด่าแล้วจะกลับไปเข้าลิฟต์แต่ลิฟต์ปิดแล้ว อังค์กูณฑ์กระชากแขนเธอบอกให้ดูให้เต็มตาซะ พลางควักกล่องแว่นทรงกระบอกจากกระเป๋ากางเกง ด่าออยว่าความคิดอัปมงคล ออยโต้ว่าถึงจะไม่ใช่แต่เขาก็มีจิตผิดปกติเพราะเอาตัวมาสีกับก้นตน แต่เพราะเหลือเวลาอีกสามนาทีเท่านั้น เธอจึงถือเสียว่าทำบุญให้กับสัมภเวสีแล้วจะไป ถูกอังค์กูณฑ์คว้าแขนไว้บอกว่า

“ทำบุญแล้วต้องชดใช้กรรมด้วยข้อหาหมิ่นประมาท” แล้วลากไปที่ลิฟต์แต่ลิฟต์ปิดแล้วจึงลากไปที่บันได
หนีไฟ ออยถามว่าจะพาไปไหนพลางตะโกนขอความช่วยเหลือ เขาปิดปากเธอหมับ ออยเลยใช้นิ้วจิ้มเข้าที่ตาจนเขาร้องจ๊าก

ยื้อยุดกันจนอังค์กูณฑ์คว้าเสื้อเธอแต่ลึกไปถึงเสื้อชั้นในถูกออยด่าจึงปล่อยเสื้อชั้นในเลยดีดตัวดังเพียะเธอเจ็บจนร้องอังค์กูณฑ์ตกใจปล่อยมือรีบขอโทษ ถูกออยเตะผ่าหมากเต็มแรงจนตัวงอ ประสานมือทุบหลังดังอั้กจนล้ม เล่นงานสะใจแล้วออยรีบเก็บของชี้หน้าด่าก่อนวิ่งไปทางบันไดหนีไฟว่า

“ไอ้โรคจิต! ไอ้วิปริตผิดมนุษย์! ฉันฝาก...ไม่เอา ขออย่าได้เจอกันอีกเลย!”

อังค์กูณฑ์ทรุดกุมเป้าตัวงอ มองออยที่เดินปึงปังไปตาละห้อย...

ออยวิ่งจากบันไดหนีไฟไปยืนหอบอยู่หน้าลิฟต์ มิลินคอยอยู่แล้วถามว่าทำไมมาช้า ออยบอกว่าไอ้โรคจิต แต่ไม่มีเวลาเล่า ดูนาฬิกาเหลืออีก 7 วินาที บอกว่าจะหมดเวลาตอกบัตรแล้ว ส่งของให้มิ้มช่วยถือแล้วรีบค้นหาบัตรพนักงานเจอบัตรก็รีบวิ่งยื่นบัตรไปที่เครื่อง นาฬิกานับถอยหลัง 6-5-4-3-2-1...

สรุปแล้ววันนี้ออยตื่น 05.30 น. ไปถึงออฟฟิศ 09.00 น. ใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมงครึ่งผ่านวิบากกรรมอย่างสาหัส...

ooooooo

ที่ทางเดินในบริษัท...ภีมกำลังเดินไปห้องประชุม การะเกดถือสมุดโน้ตเตรียมจดบันทึกมาทำหน้าที่แทนวราลี เธอเดินตามบอกภีมว่าเจ๊ให้มาทำหน้าที่จดประชุมแทน บอกว่าตนมีเรื่องอยากจะปรึกษา ภีมให้รอประชุมเสร็จก่อน

“เกดปรึกษาไม่นานค่ะ เรื่องที่บริษัทเราจะเป็นสปอนเซอร์ให้ซิทคอมเรื่องใหม่ของคุณหน่องเราจะรีเควสต์ให้ทางค่ายทำอะไรให้เราบ้าง” ภีมถามเสียงขุ่นว่าเราคุยเรื่องนี้จบไปชาติหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือ “ค่ะ...แต่เกดถามเผื่อว่าบอสมีไอเดียเพิ่ม ให้สมกับการเป็นครั้งแรกที่บริษัทโฆษณาบริษัทผ่านละคร”

“ผมมีไอเดีย” การะเกดดีใจถามว่าอะไรคะ “มีไอเดียว่าจะโทร.เรียกเจ๊ลีของคุณให้กลับจากลาพักร้อน เพราะท่าทางคุณลีจะรู้อยู่คนเดียวว่าผมไม่ชอบให้ใครทำให้ผมเสียเวลา...เพื่อถ่วงเวลาให้กับใครที่ยังไม่มา” เกดอึ้งที่ถูกรู้ทัน “ฝากบอกคุณออยนะถ้ายังมาไม่ถึงก็ไม่ต้องรีบมา เขียนใบลาออกช่วงบ่ายก็ยังไม่สาย” พูดแล้วรีบเดินไป

“ออย...ฉันช่วยเต็มที่แล้วนะ” การะเกดพึมพำเสียงอ่อย แล้วรีบเดินตามภีมไป

พอเข้าห้องประชุม เห็นออยกับมิ้มนั่งยิ้มหวานอยู่แล้ว บนโต๊ะมีแผ่นพรีเซนต์จัดงานในคอนเซปต์ “Your love, Love Your world รักของคุณ รักโลกของคุณ”

เมื่อเห็นออยกับมิ้มมาแล้ว การะเกดยืนยันกับภีมว่าตนไม่ได้ถ่วงเวลาแต่มีเรื่องจะปรึกษากับบอสจริงๆ แล้วเร่งออยกับมิ้มให้เริ่มเลยจะได้ไม่เสียเวลา

ออยกับมิ้มเริ่มพรีเซนต์งานทันทีทั้งที่ยังหอบอยู่นิดๆ แต่ภีมกลับถามอย่างหาเรื่องว่าออยมาถึงกี่โมง? สาวๆเงียบกริบ ภีมย้ำเสียงเข้ม ออยจะตอบก็ถูกภีมขู่ดักว่า อย่าลืมว่ามีหลักฐานที่เครื่องตอกบัตร รู้ใช่ไหมว่าโทษของคนโกหกคืออะไร ออยบอกว่ามาถึงเก้าโมง ภีมถามทันทีว่า “เป๊ะเลยหรือ...ตอบ!”

“เก้าโมงสามวินาทีค่ะ” ออยตกใจรีบตอบ เกดแทรกว่าแค่สามวินาทีเอง ภีมเสียงเข้มว่าตั้งสามวินาที ถามว่าพวกเธอรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าพรีเซนต์ครั้งนี้ผ่านหรือไม่ผ่าน มิ้มเสียงอ่อนอ้อนว่า

“ให้โอกาสมิ้มกับออยเถอะนะคะ เราสองคนช่วยกันคิดงานนี้กันมาก และตอนนี้ก็มีลูกค้ารอไปงานนัดเดตอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าตั้งหลายคน ลูกค้าจะต้องแฮปปี้มากถ้าเขาได้รู้คอนเซปต์งานเร็ว ได้เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ”

“ใช่ค่ะ เพราะถ้าบอสไม่อนุมัติให้ออยกับมิ้ม เกดกับคนอื่นๆก็ต้องช่วยกันคิดคอนเซปต์ใหม่ เสียเวลาเข้าไปอีกนะคะบอส...นะคะ” การะเกดขอร้อง ออยกับมิ้มดราม่าทำนั่งก้มหน้าคอตก ภีมใจอ่อนเรียกออย
ไปคุยกับตนก่อน

ออยไปคุยกับภีมในห้องทำงานของเขา ภีมถามว่าทำไมไม่หางานใหม่ที่อยู่ใกล้บ้าน ออยบอกว่าเพราะทุกคนที่นี่น่ารักรวมทั้งบอสด้วย บอสเป็นผู้ชายคนเดียวในโลกที่ตนไว้ใจ ทีแรกภีมปรามว่าอย่ามาทำปากหวานกับตน แต่แล้วก็บอกว่า

“ผมก็อยากให้คุณทำงานที่นี่ ถึงคุณจะเป็น HR ที่มาสายกว่าพนักงานคนอื่น แต่คุณก็มีความดีมากพอที่จะกลบข้อเสียตรงนั้น แต่ผมจะไว้ใจคุณให้ดูแลงานนัดเดตของบริษัทไม่ได้ ถ้าผมยังไม่ไว้ใจคุณเรื่องวินัย เพราะถ้าคุณผิดนัดกับลูกค้า บริษัทจะเสียหาย...ถ้าคุณอยากให้ผมอนุมัติโปรเจกต์ ช่วงเวลาสองอาทิตย์นี้คุณจะต้องย้ายออกมาอยู่คอนโดของผมที่ว่างอยู่ ผมไม่คิดค่าเช่า คุณจะชวนคุณมิ้มหรือใครมาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้ ผมไม่ว่า”

“แต่แม่กับยายคงไม่ยอมให้ออยออกมาอยู่ข้างนอก”

“ผมไม่ได้สนับสนุนให้คุณดื้อกับครอบครัวนะ แต่ถ้าคุณอยากทำงานสำคัญ คุณก็ต้องหาวิธีจัดการชีวิตตัวเองให้ได้”

ออยฟังแล้วกลุ้ม...พูดไม่ออก

ooooooo

อังค์กูณฑ์เอาแว่นในกล่องแว่นทรงกระบอกมาให้ชาร์ลีแล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ชาร์ลีหัวเราะขำ บอกว่าตึกนี้มีหลายบริษัท ผู้หญิงคนนั้นทำงานบริษัทไหนนะ จะไปขอดูหน้าหน่อย อยากดูหน้าคนที่กล้าด่าเขาว่าเป็นโรคจิตจริงๆ

อังค์กูณฑ์บอกว่าอย่าไปตามหาเลยต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ถามว่าเขาเรียกตนมาทำไม

“อยากให้แกมาเหยียบออฟฟิศใหม่ของฉันให้เป็นสิริมงคล อีกอย่างเมื่อวานฉันเข้าไปตรวจงานที่รีสอร์ตมีบางจุดที่อยากเปลี่ยน ฉันลิสต์ไว้ให้แล้ว”

อังค์กูณฑ์ดูแล้วถามว่าเยอะขนาดนี้เลยหรือ “รีสอร์ตแรกในชีวิตของฉัน ฉันอยากทำออกมาให้มันดีที่สุด”

อังค์กูณฑ์ดักคอว่าอยากทำให้ดีที่สุดหรืออยากหาเรื่องเจอน้องสาวตนบ่อยๆ เตือนว่าระวังนะ จุกจิกมากบัวจะติสต์แตกขอถอนตัวจากมัณฑนากรรีสอร์ตเอาดื้อๆ ชาร์ลีบอกว่าที่ตนขอแก้เป็นเรื่องงานล้วนๆ ส่วนเรื่องหัวใจเป็นผลพลอยได้ อังค์กูณฑ์เตือนว่าอย่าลืมว่าน้องสาวตนมีแฟนแล้ว

“ไม่ลืม แต่ไม่อยากจำ ได้แต่ภาวนาให้น้องบัวเลิกกับแฟน ฉันจะได้เดินหน้าจีบ” อังค์กูณฑ์ส่ายหน้าว่าท่าจะยาก...

คืนนี้...นันท์นลินหรือบัวน้องสาวของอังค์กูณฑ์มาดินเนอร์กับมารุตหรือมาร์คที่ร้านอาหารหรูในโรงแรม บัวทานฟรัวกราต์อย่างฟินมาก ชมว่าไม่แพ้ที่ฝรั่งเศสที่เราเคยไปทานด้วยกันเลย ถามว่าล็อบสเตอร์ของเขาเป็นยังไงสดสู้ที่นิวซีแลนด์ได้ไหม มาร์คไม่ตอบเอาแต่จิ้มโทรศัพท์มือถือเคร่งเครียด บัวเซ็งวางมีดกับส้อมบ่นว่า

“ถ้ามาร์คเอาแต่แชตกับคนอื่น เราต่างคนต่างดินเนอร์ที่บ้านตัวเองก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาออกมาข้างนอก”

มาร์คบอกตนกำลังคุยงาน บัวเสียงไม่พอใจว่านี่เป็นเวลาส่วนตัว มาร์คบอกว่าบริษัทตนเพิ่งตั้ง ลงทุนไปหลายร้อยล้านตนต้องเต็มที่กับมัน

“งั้นก็เชิญคุณเต็มที่ไปเถอะค่ะ” บัวงอนลุกจะออกไป มาร์คจับมือไว้อ้อนว่าอย่างอนสิเราโตๆกันแล้ว “บัวไม่ได้งอน บัวแค่อยากให้คุณแยกแยะเวลางานกับเวลาส่วนตัวให้ได้ คุณทำเพื่อบัวได้ไหมคะ” มาร์คเงียบ บัวผิดหวังตัดบทว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณแยกแยะไม่ได้ บัวจะช่วยแยกให้คุณเอง” บัวหยิบกระเป๋าลุกไปเลย มาร์คมองตามแล้วยิ้มมีเลศนัย

มาร์คง้อบัวที่เดินร้องไห้ออกมาอย่างแสนโรแมนติก จัดฉาก เปิดตัวเองออกมาพร้อมช่อดอกไม้มอบให้ท่ามกลางเสียงดนตรีแผ่วหวานและช่างภาพสามคนรุมล้อมเข้ามาถ่ายรูป บัวยิ้มทั้งน้ำตาบอกว่า “เล่นละครเก่งจังเลยนะคะ”

“เพื่อคุณผมทำได้ทุกอย่าง ผมสัญญาว่าทั้งชีวิตของเรา ผมจะทำให้คุณเสียน้ำตาแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว...ตั้งแต่วันแรกที่ผมพบคุณที่นิวยอร์ก ผมรู้สึกว่าคุณคือคนที่ใช่ เวลาสองปีที่เราคบกันก็ทำให้ผมแน่ใจว่าคุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมอยากใช้ชีวิตด้วย”

มาร์คคุกเข่าลงกับพื้นยื่นช่อดอกไม้ให้ อ้อนอ่อนหวาน “วันนี้ผมยังไม่มีแหวนเพชรมอบให้คุณ เพราะผมยังไม่สามารถหาเพชรเม็ดโตที่จะงดงามและบริสุทธิ์ได้เท่ากับความรักที่ผมมีให้คุณ หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจรับแค่ช่อดอกไม้เล็กๆช่อนี้กับคำสัญญาจากผู้ชายคนนี้ที่มีลมหายใจเพื่อคุณคนเดียว แต่งงานกับผมนะครับ...ที่รัก”

“ค่ะ” บัวตอบทันทีทั้งที่น้ำตายังชื้นแก้ม ทั้งสองโผกอดกันท่ามกลางเสียงดนตรีหวาน บัวร้องไห้ซึ้งใจมาก ช่างภาพถ่ายรูปทั้งสองกอดกันรูปแล้ว...รูปเล่า...

ooooooo

ที่บ้านของอังค์กูณฑ์...อารีย์ดูรูปถ่ายที่ปรากฏบน IG ของมาร์คเขียนข้อความใต้รูปว่า “You are my world” ผ่านมือถือสมาร์ทโฟนราคาไม่แพงของนมเล็กที่นั่งเล่นที่พื้นพลางคุยให้อารีย์ฟังว่า

“คุณมาร์คโพสต์ลงไอจีว่าเขาลงทุนปิดร้านเลยนะคะ ดอกไม้ก็สั่งมาจากต่างประเทศ วงดนตรีก็เป็นวงที่เพิ่งชนะเลิศการประกวดระดับโลก เบ็ดเสร็จงานนี้ก็คุณมาร์คหมดไปหลายแสน”

“ทำอะไรก็ต้องอวดคนอื่น ฉันไม่ถูกชะตากับนายมาร์คอะไรนี่เลย ไม่อยากให้ยัยบัวแต่งงานกับเขาเลย” อารีย์บ่นนมเล็กบอกว่าคุณแม่ก็ห้ามสิคะ “นมก็รู้ว่ายัยบัวหัวแข็งจะตาย”

นมเล็กเหนื่อยใจ หันมองไปเห็นอังค์กูณฑ์เดินมาจากหน้าบ้าน นมเล็กดีใจ

“คุณอัทธ์! ทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลย” เขาบอกว่าคุณแม่โทร.ไปตามสงสัยจะเป็นเรื่องบัว นมเล็กพยักหน้าว่าใช่ “งั้นเดี๋ยวทานอาหารเช้ากันก่อนดีกว่า เดี๋ยวนมไปทำไข่กวนชีสกับขนมปังปิ้งกรอบๆ ที่คุณอัทธ์ชอบมาให้”

“ถ้าผมหาผู้หญิงน่ารักช่างเอาใจอย่างนมไม่ได้ ผมจะไม่แต่งงาน ผมจะอยู่ให้นมเล็กเลี้ยงไปตลอดชีวิตเลย”

“ยินดีค่ะ” นมเล็กกับอัทธ์หัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ อารีย์ฟังแล้วก็ยิ้มเช่นกัน เพราะนึกแผนออกบอกว่า

“แม่รู้แล้วว่าแม่จะห้ามบัวได้ยังไง และอัทธ์ก็ต้องร่วมมือกับแม่ด้วย”

อัทธ์งงๆ สงสัยว่าแม่จะให้ตนทำอะไร

แผนของอารีย์คือ บอกบัวว่าครอบครัวเราถือมากว่าห้ามน้องแต่งงานก่อนพี่ ไม่อย่างนั้นพี่จะไม่ได้แต่งและชีวิตคู่ของน้องก็จะไม่ราบรื่น บัวถามว่าครอบครัวเราถือเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตนไม่เห็นรู้ ถามว่าพี่อัทธ์รู้ไหม? อัทธ์บอกว่ารู้มานานแล้ว บัวบอกแม่ว่า

“บัวว่าคุณแม่อย่ายึดติดกับความเชื่อเหลวไหลเลยนะคะ บ้านอื่นน้องแต่งงานก่อนพี่ก็มีเยอะแยะ”

“แต่ไม่ใช่บ้านนี้ ยังไงอัทธ์ก็ต้องแต่งงานก่อนเท่านั้น บัวถึงจะแต่งงานได้” อารีย์พูดเรียบๆแต่จริงจัง
จนบัวเครียด

เมื่อบัวเล่าให้มาร์คฟังขณะนั่งคุยกันในร้านกาแฟ มาร์คบอกว่าตนเคยบอกบัวแล้วว่าคุณแม่ไม่ชอบตน เพราะตนเป็นเศรษฐีใหม่ ไม่มีเชื้อสายผู้ดีอย่างครอบครัวเธอ ถามว่าแล้วจะให้ตนทำยังไง ตนเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ ตนจึงเลือกที่จะเป็นคนดี เป็นคนเก่ง สร้างฐานะจากสมองและสองมือของตัวเอง ถามว่า

“ผมยังไม่ดีพอใช่ไหม”

บัวบอกว่าคุณแม่ไม่ได้รังเกียจว่าเขาเป็นใครมาจากไหนแต่ห่วงที่เรารู้จักกันน้อยเกินไป มาร์คถามว่าเธอเองไม่ได้คิดเหมือนคุณแม่ใช่ไหม

“ไม่ค่ะ...บัวรู้จักคุณดีที่สุด เราต้องช่วยกันทำให้ความรักของเราเป็นจริงนะคะมาร์ค” เขาถามว่าจะให้ทำยังไง?

“บัวรู้ค่ะในเมื่อคุณแม่สร้างเงื่อนไขขึ้นมาเพื่อขัดขวางเรา บัวก็จะเป็นคนทำลายเงื่อนไขของคุณแม่เอง”
บัวยิ้มมั่นใจแผนการของตนที่จะรับมือกับแผนของคุณแม่

ooooooo

กลัวออยจะถูกบอสไล่ออกเพราะมาทำงานสาย ผิดนัดกับลูกค้าทำให้งานเสียหาย วันนี้มิ้มกับพริมจึงไปที่บ้านออยเจอยายกำลังดูข่าวคนร้ายหื่นอยู่ เห็นสองสาวแต่งตัวมิดชิดก็ชมว่าดีแล้วจะได้ไม่ล่อเสือล่อตะเข้
แม่นงค์ถามว่ามาหาออยหรือ ออยอยู่ข้างบนแล้วจะไปเอาลูกตาลเชื่อมมาให้กินกัน

“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ มิ้มกับพริมมีเรื่องอยากจะมาขออนุญาตยายกับแม่แทนออย” พริมพูดขึ้นก่อน แม่ถามว่าเรื่องอะไร ก็พอดีออยลงมาเรียกปรามรีบดึงพริมออกมาบอกว่า บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมา เดี๋ยวตนจะหาจังหวะพูดเอง

“รอให้แกหาจังหวะได้ก็โน่น...ปีหน้า ให้ฉันสองคนช่วยพูดเถอะจะได้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” มิ้มบ่นๆ

“และการพูดความจริงก็ดีที่สุด พระพุทธเจ้าถึงได้บัญญัติมงคลที่สิบไว้ว่า ความสัตย์ขจัดอันตราย”

พริมเห็นด้วย แม่กับยายเดินเข้ามา แม่บอกว่าออยมีอะไรก็พูดมาเถอะ แต่พอออยพูดจบแม่เสียงเฉียบขาดว่า

“ไม่ได้! แม่ไม่ยอมให้ออยไปอยู่ข้างนอกคนเดียวเด็ดขาด” มิ้มบอกว่าตนไปอยู่ด้วย พริมก็ว่าตนก็ไปๆมาๆ คนอื่นๆในบริษัทก็ไปด้วย แต่ยังไงแม่ก็ไม่ยอม ยายบอกว่าโปรเจกต์อะไรนั่นก็ไม่ต้องทำ ยายจะให้ออยลาออก

“แต่ถ้าออยไม่มีงานทำ แล้วเราสามคนจะอยู่กันยังไง เงินบำนาญของแม่ก็ไม่ได้มากพอที่จะเลี้ยงเราสามคนได้ตลอด” ออยพยายามหว่านล้อม แต่ยายยืนกรานไม่ยอมให้ออยออกไปเสี่ยงอันตราย แม่ร้องไห้บอกว่าถ้าออยออกไปแม่คงนอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วง

“จ้ะออยรู้ ออยเองก็ไม่อยากทิ้งแม่กับยายไปอยู่ตามลำพัง แต่งานนี้มีลูกค้าเขาประกาศไว้ว่า ถ้าออยกับมิ้มสามารถหาคู่ให้เขาได้ เขาจะให้โบนัสเราตั้งห้าแสน ออยตั้งใจไว้ว่าถ้าได้เงินก้อนจากเขาแล้ว จะลาออกจากบริษัทเอาเงินมาทำทุนขายขนมไทยในไอจี ออยจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอกให้แม่กับยายเป็นห่วง และฝันที่จะมีร้านขายขนมของแม่กับยายก็จะได้เป็นจริงด้วย”

แม่กับยายฟังแล้วท่าทีอ่อนลง ออยอ้อนอีกว่า

“แม่กับยายให้ออยออกไปอยู่ข้างนอกเถอะนะ แค่สองอาทิตย์เท่านั้น แล้วหลังจากนี้ออยจะไม่ไปไหน ออยจะอยู่ให้แม่กับยายเห็นหน้ายี่สิบสี่ชั่วโมง เอาให้เบื่อกันไปข้างเลย”

ออยอ้อนจนแม่กับยายมองหน้ากันเชิงถามกันว่าจะเอายังไงดี?

พอแม่กับยายอนุญาตให้ออยไปอยู่คอนโด หอมช่วยออยขนของไปที่คอนโด หอมบอกว่าเพื่อความสบายใจของแม่กับยาย พวกตนตกลงจะสลับกันมานอนเป็นเพื่อนออย ตนประเดิมคิวแรกเพราะที่รักของตนไม่อยู่ ไปฝรั่งเศสไปถึงคอนโด พอดีลิฟต์มา หอมกับออยถือของวิ่งไปเข้าลิฟต์ ในลิฟต์มีหญิงสาวสองคนเข้าไปอยู่ก่อนแล้วและบังเอิญจะขึ้นไปชั้น 20 เหมือนกัน

หญิงสาวคนหนึ่งบอกเพื่อนว่าตื่นเต้น ถูกเพื่อนด่าว่าทำอย่างกับไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าผู้ชายหญิงสองคนคุยกันถึงงานที่จะไปทำทั้งโป๊ทั้งเปลือยจนหอมเอามือปิดหูออยไม่ให้ฟัง

ขึ้นถึงชั้น 20 ปรากฏว่าหญิงสาวสองคนมาห้องที่ติดกับห้องของภีมที่ออยไปอยู่อีก ออยวางของแล้วไขกุญแจห้องไม่ทันเปิด คนห้องข้างๆก็เปิดออกมารับหญิงสาวสองคนนั้น ออยแทบช็อกเมื่อเจ้าของห้องคืออังค์กูณฑ์! ออยรีบเปิดประตูเข้าห้องจนลืมกระเป๋าทิ้งไว้ ครู่หนึ่งอังค์กูณฑ์มาเคาะประตูบอกว่าลืมกระเป๋าไว้ที่หน้าห้อง

หอมหมื่นลี้ที่จัดจ้านพูดตรงไม่กลัวใคร พอเปิดประตูเจออัทธ์บอกว่าลืมกระเป๋าและส่งให้ ถามว่ามาอยู่
ใหม่หรือ หอมคุยจ๋อยๆทันทีว่า

“ค่ะ ห้องนี้เป็นของบอสฉัน ฉันกับเพื่อนมาพักอยู่ชั่วคราว ฉันชื่อหอมค่ะ คุยได้ ทักทายได้ แต่ห้ามจีบเพราะมีแฟนแล้ว แฟนหล่อมากด้วย ส่วนคนนี้เพื่อนฉันค่ะ ชื่อ...”

“หอม!” ออยเรียกปรามแล้วดึงหอมมากระซิบว่าจะไปบอกเขาทำไมว่าเราอยู่กันสองคน เดี๋ยวเขาก็พาพวกเข้ามาปล้ำเราหรอก” หอมติงว่ามองโลกในแง่ร้ายไปหรือเปล่า ออยไม่สนใจโผล่ไปบอกอัทธ์ว่า “เราไม่ได้
พักกันสองคน เดี๋ยวจะมีเพื่อนมาอีกเพียบ และแฟนเพื่อนเราแต่ละคนก็ไม่ได้ไก่กา อย่างแฟนหอมก็เป็น
ถึงผู้กำกับ แล้วก็ตำรวจสากล ทนายความ พวกเขาทำคดีใหญ่ๆมาเยอะ ไอ้พวกคดีจับโรคจิตถือว่าขี้ปะติ๋ว”

“งั้นผมขอเบอร์แฟนเพื่อนคุณที่เป็นทนายความและตำรวจสากลหน่อยสิ ผมจะจ้างเขาทำคดีหมิ่นประมาท ผมเจอคนนึงชอบมากล่าวหาว่าผมเป็นโรคจิต”

“เรื่องแบบนี้ไม่มีมูลหมาไม่ขี้หรอก” ออยสวนไปอย่างรู้ทันว่าถูกด่า แต่ถูกอัทธ์สวนมาอย่างเจ็บแสบว่า
“จริงของคุณ ผมต้องคิดเสียว่ายัยคนนั้นเป็นหมา ถึงเห่าถึงถ่ายไม่เลือกที่ ผมต้องไม่ถือคนบ้าไม่ว่าคนปากหมา ขอบคุณมากที่สอนให้ผมมองโลกในแง่ดี ผมไปละ”

อัทธ์ยิ้มสะใจที่ได้ด่าคืนแล้วหันเดินไป ออยไม่ยอม เดินตามไปถึงหน้าห้องอัทธ์ ฉอดๆเอาคืนว่า

“ถ้าฉันเป็นหมาเห่าไม่เลือก นายก็เป็นหมาเดือนสิบสอง สมสู่ไม่เลือกเหมือนกัน!”

อัทธ์ยกมือขึ้นโดยไม่หันมองแล้วเข้าห้องไปเลย หอมถามออยว่ารู้จักเขาหรือ ออยบอกว่าไม่รู้จัก แต่รู้ว่ามันเป็นโรคจิต บอกว่าตนจะกลับบ้าน เพราะทนอยู่ห้องติดกับคนแบบนี้ไม่ได้

“เฮ้ยๆ ใจเย็นก่อน มาถึงขั้นนี้แล้ว แกจะยอมเสียโอกาสไปง่ายๆเหรอ” หอมเตือนสติ ออยจึงอ่อนลง
พอเข้าห้องได้ยินเสียงผู้หญิงจากห้องข้างๆ

ร้องโอ๊ย...แล้วตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก ออยเอาหูแนบผนังห้องฟังแล้วปิดหูอย่างทนไม่ไหว ตะโกน “ทำไมฉันต้องมาอยู่ใกล้ไอ้บ้านี่ด้วย!!!!”

ooooooo

บัววางแผนแก้แผนของอารีย์ผู้เป็นแม่แบบหนามยอกเอาหนามบ่ง วันนี้เธอโทร.ไปคุยกับภีม ที่คิวปิดฮัทบอกภีมว่า

“บัวส่งประวัติของพี่อัทธ์ กิจกรรมที่เขาชอบ รูปถ่ายและสเปกของผู้หญิงที่บัวคิดว่าเหมาะสมกับพี่อัทธ์ไปให้ บัวอยากได้พี่สะใภ้ค่ะ”

“แต่กฎของคิวปิดฮัท ลูกค้าต้องสมัครใจใช้บริการด้วยตัวเอง” ภีมบอก บัวอ้างว่าอัทธ์งานยุ่งไม่ว่างเลย

“งั้นคุณอัทธ์ก็อย่าเพิ่งมีคู่เลยครับ เพราะเขาก็คงจะไม่มีเวลาว่างให้ฝ่ายหญิงเหมือนกัน”

“แต่บัวสงสารพี่อัทธ์ บัวอยากให้พี่อัทธ์รู้จักความสุขที่เกิดจากความรักค่ะ ถ้าบัวเจอผู้หญิงที่เหมาะสมกับพี่อัทธ์ได้แล้ว บัวจะให้พี่อัทธ์ไปเดต ไปทำความรู้จักกับเธอคนนั้น ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของบัว คุณภีมช่วยบัวนะคะ”

“งั้นคุณบัวก็ต้องช่วยผมอย่างนึง” บัวตื่นเต้น

ถามว่าจะให้ช่วยอะไร? “คุณบัวช่วยทำใจ รอให้คุณอัทธ์อยากมีความรักด้วยตัวเอง ถึงตอนนั้น ผมจะช่วยพวกคุณเต็มที่เลย” บัววางสายอย่างผิดหวัง

คืนนี้ออยนอนที่ห้องคอนโดหลับเป็นตาย เพราะทั้งเหนื่อยกับการขนย้ายของมาและตึงเครียดที่ต้องมาอยู่ห้องติดกับอังค์กูณฑ์ที่เธอด่าว่าโรคจิต

สะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็ตกใจเมื่อพบว่าตัวเองนอนในที่แปลก ตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งจึงรู้ว่าตัวเองย้ายมาอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงานแล้ว ออยดูนาฬิกาแล้วยิ้มสบายใจว่ามีเวลาอีกตั้งสามชั่วโมงเพราะจากที่นี่ไปที่ทำงาน
ใช้เวลาแค่ 5 นาทีเอง เธอพูดกับกล้องอย่างมั่นใจว่า...

“วันนี้บอสให้โอกาสฉันกับมิ้มเสนอโปรเจกต์อีกรอบ...ฉันจะเริ่มต้นวันใหม่ที่ไม่เร่งรีบด้วยการรักษาตัวเองค่ะ”

ออยรักษาตัวเองด้วยการเข้าฟิตเนสที่คอนโด เธอนุ่งกางเกงวอร์มขายาวและใส่เสื้อตัวโคร่งตามคำสอนของแม่กับยาย สะพายกระเป๋าเข้าไปในฟิตเนสผิดกับคนอื่นที่แต่งตัวโชว์สัดส่วนเซ็กซี่ เธอเดินไปที่ลู่วิ่งจะกดแผงควบคุม แผงก็มีปุ่มเยอะจนงง จดๆ จ้องๆ บ่น “เคยวิ่งแต่ในสวน ไม่เคยวิ่งบนลู่ ทำไงวะเนี่ย”

“กดปุ่มสตาร์ต แล้วเลือกระดับความเร็ว” เสียงอัทธ์ดังขึ้นจากข้างหลัง พอออยหันไปเห็นก็อารมณ์เสียทันทีสะบัดเสียงว่า ยุ่ง!

ออยกดปุ่มลู่วิ่งแล้วก็ตกใจที่มันวิ่งเร็วจะโวยก็ไม่กล้ากลัวเสียฟอร์มกัดฟันพยายามวิ่งให้ทัน อัทธ์ดูอยู่บอกให้กดตัวเลขให้ค่อยๆน้อยลง ออยบอกว่าตนโอเคมากเลยอย่ามายุ่ง ปัดมืออัทธ์ที่จะช่วยกดปุ่มลดตัวเลขทำให้เสียหลักร่างไถลจะล้ม อัทธ์พุ่งเข้ารับไปกอดไว้ ออยตกใจที่ถูกกอด พอตั้งหลักได้ก็กระทุ้งศอกที่ท้องและผลักเขาออก ปรามว่าถ้ายังมายุ่งกับตนอีกจะเจอหนักกว่านี้ แล้วเดินหนีไปเลย

“อ้าว...จะรีบหนีไปไหนล่ะ เขินเหรอ”

“ไม่ได้เขินโว้ย...ฉันแค่...แค่จะเอาของไปเก็บ” พอดีเจอพนักงาน ออยถามว่ามีที่เก็บของไหม พนักงานบอกว่ามีตู้ล็อกเกอร์อยู่ในห้องน้ำ เธอจึงเดินไป เห็นห้องน้ำก็เดินบ่นเข้าไป “ไอ้บ้า...กอดมาได้ยังไง แม่กับยายรู้โดนด่าตายเลย”

ออยอารมณ์ขุ่นมัว เดินงุดๆเข้าห้องน้ำแล้วเปิดล็อกเกอร์เอาของใส่ แต่พอหันกลับจะออกก็ตกใจเหวอเมื่อเห็นโถฉี่ของผู้ชายเรียงราย โชคดีที่ไม่มีใครยืนฉี่มีแต่กำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ พลันก็ตาโตเมื่อเห็นอัทธ์เดินเข้ามาจะอาบน้ำ

“ไอ้...ถ้ามันมาเห็นว่าเราเข้าห้องน้ำผิด เสียฟอร์มแย่” ออยหาทางหลบ เห็นห้องเซาน่าจึงวิ่งไปเปิดประตู แต่แล้วก็ตกใจร้องเฮ้ย! เมื่อเห็นผู้ชายสองคนกำลังจูบกัน ชายสองคนตกใจเสียงร้องลุกพรวดแยกจากกัน ผ้าขนหนูที่คลุมอยู่หลุดร่วง ออยเห็นร้องแทบไม่เป็นภาษา ถอยกรูดสะดุดขาตัวเองหกล้ม

อัทธ์ได้ยินเสียงร้องเดินมาดู แต่มีชายสองคนนุ่งผ้าขนหนูตัวเปียกวิ่งมาถึงก่อน ออยกำลังยันตัวลุกขึ้นมือไปคว้าเอาผ้าเช็ดตัวชายคนหนึ่งหลุดติดมือมา ชายคนนั้นแต๋วแตกร้องกรี๊ดหันไปคว้าผ้าเช็ดตัวจากชาย
อีกคนมาปิดของตัวเอง

ออยเห็นภาพอุบาทว์เต็มตาถึงกับเป็นลม อัทธ์รีบเข้าช่วยเพราะคนอื่นมือไม่ว่างต่างกุมเป้าตัวเองกันอุตลุด
ออยเป็นลมอยู่บนตักของพนักงานบนรถของอัทธ์ ครู่หนึ่งรู้สึกตัว อัทธ์นั่งที่คนขับถามว่าเป็นยังไงบ้าง ออยถามว่าตนอยู่ไหน อัทธ์บอกว่าอยู่บนรถ ตนกำลังจะพาส่งโรงพยาบาล เธอถามว่ากี่โมงแล้ว พอรู้ว่าแปดโมงครึ่งก็ตกใจเพราะเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก็จะเข้างานแล้ว!

ออยเด้งตัวขึ้นมาบอกให้กลับคอนโด แต่พอมองไปข้างนอก รถติดเป็นแพ เธอแหงนหน้าตะโกน

“ไม่จริง!!!!”

ออยไปถึงที่ทำงานสายไปห้านาที ภีมถามประชดว่าหรืออยู่ใกล้ที่ทำงานแล้วสบายเกินไปถึงได้นอนตื่นสาย ออยบอกว่าตนตื่นแต่เช้าแต่ไอ้ผู้ชายข้างห้องมันทำให้มาสาย ภีมสงสัย พอออยบอกรูปร่างลักษณะ ภีมก็ร้อง อ๋อ...คุณอัทธ์

ออยสาธยายความอุบาทว์ของผู้ชายคนนั้น บอกบอสว่าถ้าไม่เชื่อถามหอมดูก็ได้ หอมก็เจอเขาเหมือนกัน
ฟังออยเล่าแล้วภีมมองหน้าเธอนิ่ง แล้วความคิดหนึ่งก็บรรเจิดขึ้นในสมองทันที บอกออยว่าตนจะลืมเรื่องมาทำงานสายของเธอก็แล้วกัน มองหน้าเธอเสนอว่า “แต่วันนี้คุณต้องไปทำธุระให้ผมอย่างนึง”

ระหว่างที่ภีมเดินไปห้องน้ำ มือถือมีสายเข้า เป็นสายจากวราลี

“ไหนบอกว่าช่วงพักร้อนจะปิดมือถือ...เรื่องคุณออย...ใช่ผมสั่งให้คุณออยไปที่บริษัทของคุณอัทธ์เอง แหม...สปายเยอะจริงๆนะคุณ อยู่ไกลก็ยังอุตส่าห์รู้เรื่อง ...เดี๋ยวๆ คุณจะโมโหผมทำไม ผมรู้ว่าคุณออยกับ
คุณอัทธ์ไม่ค่อยจะลงรอยกัน แต่คู่รักที่เริ่มจากเป็นคู่กัดมีเยอะแยะไป และเซ้นส์ของผมก็บอกว่า...ผมจะได้แจกเงินรางวัลเพิ่มอีกหนึ่งล้านในไม่ช้านี้แน่”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement