วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

กามเทพออกศึก ตอนที่ 2


2 เม.ย. 2560 08:08
2,086,386 ครั้ง

กามเทพออกศึก ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

กามเทพออกศึก

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

อุมาริการ์

บทโทรทัศน์โดย:

นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ / นักเขียนเรืองแสง

กำกับการแสดงโดย:

ภวัต พนังคศิริ

ผลิตโดย:

บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ปรมะ อิ่มอโนทัย,คริส หอวัง

ปีมงคลนั่งทานข้าวไปก็มองหอมอย่างสนใจ ชวนคุยเพื่อหยั่งความคิดของหอมว่า

“เราคุยกันในรถทุกเรื่องแต่เราสองคนไม่เคย กินข้าวด้วยกัน อย่างมากก็ข้าวเหนียวหมูปิ้งในรถ ทำไมล่ะ”

“อ๋อ...คำถามนี้ตอบง่าย ดูสิ ดู นายก้มดูตัวเองสิ นายเป็นแท็กซี่ฉันเป็นผู้โดยสาร เราจะมากินข้าวด้วยกันได้ยังไง” ปีถามว่าแล้ววันนี้ทำไมชวนได้ “ปกติฉันทำงานตลอดเวลา แต่วันนี้ฉันทำไม่ได้เพราะมัวแต่ดูไอ้นี่ หน้าเว็บที่แอบไปสมัครหาคู่เอาไว้” หอมหยิบมือถือมากดให้ดู “สมัครหาคู่ออนไลน์” กับคิวปิดฮัท

“เฮ้ย...ไอนี้ดยู ไอว้อนท์ยู ขนาดนี้เลยหรือ” ปีอ่านแล้วตะลึง

“บริษัทฉัน ปกติมีคนสมัครเข้ามาวันละสี่สิบห้าสิบราย ถ้ามีคนที่แมตช์หมายถึงจับคู่แล้วดวงสมพงศ์กัน เครื่องมันจะร้อง ทีนี้ฉันก็เฝ้ารอจนไม่เป็นอันทำอะไรมาตลอดทั้งวัน จนต้องแบบ...ขอเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ถ้ากลับบ้านไปก็ต้องเฝ้าไอ้หน้าจอนี่อีก คอมันเคล็ดน่ะ อยากหาคนหน้าแปลกคุยบ้างอะไรบ้าง นายน่ะหน้าแปลกสุดแล้ว”

ปีมงคลฟังแล้วเซ็ง ที่แท้เธอก็ชวนมาทานข้าวเพื่อแก้ขัดคั่นเวลาเท่านั้นพูดประชดว่า “ใช่ซี้ เรามันแค่แท็กซี่”

“เอาน่า กินๆ ไปเหอะ ค่าฟองดูมื้อนี้เกือบเท่ากับค่าเช่ารถของนายวันนี้เลยนะ ของดีๆทั้งนั้น”

ปีมงคลมองหน้าจอคิดๆ พอกลับถึงบ้านก็ทำท่าจะกรอกใบสมัคร แต่คิดไปคิดมาก็ไม่กรอก...

ผิดกับหอมหมื่นลี้ คืนนี้เหมือนสวรรค์โปรด มือถือเธอมีเสียงเตือน พองัวเงียขึ้นเปิดดู เห็นข้อความ “เจอแล้ว” “ผลการจับคู่ดวงสมพงศ์ 90%” หอมตาลุกร้องอย่างตื่นเต้นสุดขีด

“ในโลกนี้มีคนที่ดวงสมพงศ์กับเราด้วย สมพงศ์กันถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์...อร๊ายยยยยย” แต่พอกดเข้าไปดูกลายเป็นรูปโลโก้แทนที่จะเป็นหน้าคนกลับเป็นสัญลักษณ์ตัวพีแทนตัวใช้ชื่อ “มิสเตอร์พี” หอมเสียดายถามตัวเองว่าทำไมล่ะ?

ทันใดนั้นหอมก็ตื่นเต้นสุดขีดอีกเมื่อมีข้อความเข้ามา “มิสเตอร์พีขอแชตด้วย” พอมิสเตอร์พีทักมาว่า

คุณล้อมดาวยังไม่นอนหรือ หอมอึ้งพอนึกได้ว่าตัวเองใช้ชื่อปลอมว่าล้อมดาวก็รีบตอบว่า “หลับแล้วตื่นมาใหม่หัวใจมันเรียกร้องค่ะ”

หอมรุกทันที ถามว่าดวงเราสมพงศ์กันขนาดนี้เราคงมีอะไรที่คล้ายกันหลายอย่าง ถามว่างานอดิเรกของเขาคืออะไร พอมิสเตอร์พีบอกว่าดูหนัง หอมร้องอย่างลิงโลดว่าเหมือนกันเลย ถามอีกว่าหนังประเภทไหน เขาบอกว่าหนังรักทุกประเภท

“อร๊าย...เหมือนกันอีกแล้ว” หอมดี๊ด๊าบิดไปมาดีใจอยู่คนเดียว

ooooooo

รุ่งขึ้น หอมยังละเมอเพ้อพกถึงมิสเตอร์พีจนลงไปขึ้นแท็กซี่ที่ปีมงคลมารับก็ยังเพ้อเห็นอะไรก็สวยไปหมดแม้แต่ปลวกที่กำลังแทะไม้ก็ว่าน่ารัก จนปีถามว่ากินยาบ้ามาหรือถึงได้ดีดขนาดนี้

“ไม่บอก เดี๋ยวโชคดีหาย ให้มั่นใจก่อนยังไม่บอก” ว่าแล้วทำเชิดขึ้นนั่งรถยิ้มหน้าบานไปมา

“อะไรวะ” ปีบ่นอุบอิบ ขับรถไปถึงคิวปิดฮัท พอหอมลงจากรถก็ลงตามบอกว่า “เข้าห้องน้ำหน่อยนะ ผมปวด...”

พอปีมงคลเข้าไปยืนฉี่ในห้องน้ำ เจอทิมยืนฉี่อยู่พอดี ทั้งคู่ต่างสะดุ้ง ทิมมองสำรวจถามว่าทำไมแต่งตัวแบบนี้ ปีตกใจกลัวทิมจะพูดอะไรมากกว่านี้ รีบเอามือปิดปากทิมทั้งที่ยังไม่ได้ดึงกางเกงขึ้น ทิมตกใจจับมือปีดึงออกทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่ได้ดึงกางเกงขึ้น ทั้งสองยื้อยุดกันนัวเนียจนกางเกงรูดลงไปกองทั้งคู่

เบ็นเดินเข้ามาเห็นทั้งสองคนกำลังดึงกันนัวเนียกางเกงรูดลงไปกองก็ตกใจ รีบขอโทษที่เข้ามารบกวน ทั้งสองชะงักผละจากกัน ครู่หนึ่ง เบ็นย้อนเข้ามาถามว่ามีอะไรให้ช่วยบอกได้นะ ทั้งสองตอบพร้อมกันเกือบเป็นเสียงตะคอก

“ไม่!” ต่างรีบดึงกางเกงขึ้น แล้วปีก็ลากทิมออกมาที่รถของทิมมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังเร่ง “ขึ้นไปเลยขึ้นไป พี่ๆขับให้ห่างไปจากออฟฟิศนี้” ทิมพยักหน้าให้คนขับ รถจึงพุ่งออกไปทันที

พอออกมานั่งกันที่ร้านกาแฟ ทิมถามปีมงคลอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า ลูกชายคนเดียวของเจ้าแม่ธุรกิจขนส่งประเทศไทยมาขับแท็กซี่!

“ฉันชอบงานนี้ ฉันเจอคุณหรรษาก่อนแกอีกเพราะลูกค้าประจำของฉันคือสาวกามเทพเหมือนคุณหรรษา ชื่อหอมหมื่นลี้” ทิมนึกได้ว่าแบบนี้นี่เองปีถึงได้เห็นตนกับหรรษาวันนั้น “แต่ขอร้องนะ อย่าบอกหรรษา อย่าบอกหอม อย่าบอกใครนะว่าฉันเป็นใคร”

ปีมงคลกำชับจริงจัง เขาหยิบแมกกาซีนธุรกิจที่วางอยู่แถวนั้นดู หน้าปกเป็นปิยะมาศกับปราชญ์ พ่อกับแม่เขาในชุดสูทเต็มยศถ่ายรูปคู่กันหน้ารถบัสที่มีโลโก้ “ปราชญ์กรุ๊ป” พอดูรูปปีก็ทำเสียงสยอง

“อูย...ท่านบุพการี เล่มนี้ถ่ายเก่งหล่อสวยกันน่าดู”

ทั้งคู่ยังคุยกันที่ร้านกาแฟ ปีบอกว่าตนช่วยพ่อแม้แล้ว ตนขับแท็กซี่อู่นี้ที่เป็นของพ่อแม่ ทิมติงว่าแต่ในสัมภาษณ์นี้เขาบอกว่า...ทิมเปิดให้ดูการให้สัมภาษณ์ของปิยะมาศว่า

“เรามีลูกชายคนเดียวค่ะ ตอนนี้เรียนบริหารอยู่อเมริกา ไปจะสิบปีแล้ว ยังไม่กลับเลย นี่ก็รอเขากลับมาสืบทอดกิจการ นี่ไงคะ รูปลูกชายหล่อไหม”

ปิยะมาศชี้ให้ดูรูปปีมงคลที่ถ่ายครอบครัวพ่อแม่ลูก คอลัมนิสต์ถามว่า ดร.ปราชญ์ไม่อยู่หรือ ปิยะมาศทำเสียงสูงบอกว่าอยู่ค่ะ อยู่ตลอด พลางร้องเรียก “คุณคะคุณพี่”

ครู่เดียว ปราชญ์ในชุดช่างฟิตก็โผล่จากรางใต้รถบัสหน้าดำมอมแมมเพราะมุดไปซ่อมรถอยู่ เผอิญโผล่มาใกล้คอลัมนิสต์ทำเอาเธอตกใจด่า “อ๊าย...ไอ้บ้า

ออกไป” พลางถอยหนีอย่างรังเกียจ ปราชญ์ไม่ถือสาคุยเรื่องซ่อมรถอย่างอารมณ์ดี พอคอลัมนิสต์รู้ว่าคือปราชญ์ก็หน้าเจื่อน ปิยะมาศบ่นสามีประสาคนเจ้าระเบียบเนี้ยบตลอดเวลาว่า

“โฮ้ยมาซ่อมอะไรตอนนี้คะ เขาจะขอถ่ายรูปเราสองคน ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป๊ เขาจะถ่ายลงปกเลยนะคุณ”

รูปที่ออกมาขึ้นปกจึงสวยหล่อเพอร์เฟกต์อย่างที่เห็น ทิมถามปีมงคลว่าตกลงพ่อแม่ยังไม่รู้ว่าเขากลับมาแล้วใช่ไหม ปีบอกว่า “ตอนนี้ยัง แต่เดี๋ยวค่อยบอกไง”

ทิมถามว่าเขาเรียนบริหารธุรกิจจริงไหม ทำไมจึงเห็นเขาอยู่ที่นี่ ทิมกดมือถือดูมีรูปของปีมงคลหล่อเหลาในอินเตอร์เน็ตเป็นโปรไฟล์ของบริษัททำหนังชื่อ นิวยอร์กฟิล์ม แต่ปีมงคลก็เฉไฉไปว่าที่เรียนมันก็คล้ายกัน ทิมถามต่ออย่างเข้าใจไม่ได้ว่า ครอบครัวเราสองคนสนิทกัน

เราก็โตมาด้วยกัน มองอย่างสำรวจกึ่งบ่นกึ่งด่าว่า

“บอกตรงๆนะเพื่อน แกมันไอ้เพี้ยน ทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ไปทำไมวะ” ถามจี้ใจดำว่า “เรื่องอกหักใช่ไหม เขาลือว่าแกถูกแฟนบอกเลิก ถึงขั้นเป็นบ้าเป็นหลัง ที่แกมาขับแท็กซี่เพราะประชดชีวิตมากกว่า”

เป็นคำถามที่ทำให้ปีมงคลถึงกับเศร้าไป...เล่าเหตุการณ์อดีตให้ทิมฟังว่าแม็กโนเลียมาหาเขาที่คอนโด บอกว่า

“ฉันแค่จะมาบอกว่า ฉันขอเลือกอัล เขาเพิ่งขอฉันแต่งงานเมื่อวาน ขอโทษนะพีท”

ปีมงคลช็อก แม็กโนเลียพูดจบก็หันหลังเดินไปทันที เขาทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง...เล่าแล้วย้อนถามทิมว่า

“เป็นลูกมหาเศรษฐีขนส่งเมืองไทยแล้วไง มันใหญ่มากเลยหรือวะ คำตอบคือไม่ใหญ่เลยว่ะ ถึงเวลาผู้หญิงเขาก็ไม่เลือกเรา” ทิมถามว่าแฟนเก่าเขาไปแต่งงานกับใคร “มิสเตอร์อัล เจ้านายของเราทั้งสองคน เจ้าของบริษัททำหนังที่เราทำงานอยู่ อัลเป็นผู้กำกับที่สอนงานฉันและแม็ก เก่งกว่า รวยกว่าฉันไม่รู้กี่เท่า”

ปีมงคลเล่าว่าตนกับแม็กโนเลียเป็นแฟนกันตั้งแต่อายุ 15 เขาตามมาเรียนภาพยนตร์กับเธอจนได้รางวัลนักเรียนภาพยนตร์ดีเด่น รางวัลรายได้จากภาพยนตร์สูงสุด โดยมีเธอเป็นโปรดิวเซอร์ รางวัลผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพผู้กำกับของนิวยอร์กฟิล์มเพราะเธอทำรายงานส่งเจ้านายให้

เวลานั้นเขาบอกเธอว่า ทุกอย่างในชีวิตที่ประสบความสำเร็จนี้เพราะเธอ แต่แล้วทุกอย่างก็แตกสลาย เขาหยิบเครื่องเลื่อยไฟฟ้าขึ้นมาทำลายรางวัลที่เรียงรายอยู่จนแหลกลาญ แม็กโนเลียพูดแต่เพียงว่า “ฉันเสียใจ พีทอย่าทำอย่างนี้เลย”

“ผมไม่อยากเจอคุณ ผมเกลียดคุณ ผมไม่ต้องการคุณอีกแล้ว ไป๊ ออกไปจากชีวิตผม ออกไป๊ ออกไปจากหัวใจผมด้วย” เขาแผดเสียงไล่ ร้องไห้อย่างหนัก แม็กโนเลียเองก็ร้องไห้เช่นกัน

ooooooo

ฟังปีมงคลเล่าแล้วทิมบอกให้เขาหาแฟนใหม่เถอะให้คิวปิดฮัทช่วย ถามว่ามีแพลนบีบ้างไหมล่ะ สนใจใครบ้าง ยุให้จีบเลย ปีมงคลคิดถึงใบหน้าน่ารักของหอมหมื่นลี้ขึ้นมา พอรู้สึกตัวก็สะดุ้งโหยง บอกทิมว่า ไม่มีหรอก

“แม็กโนเลียเป็นแรงดลใจของแก ถึงเวลาที่แกต้องหาแรงดลใจใหม่ๆ ผู้ชายทุกคนต้องมีแหล่งพลังงานส่วนตัว เวลาฉันนึกถึงหนูษา ฉันจะสดชื่น ฉันรู้ว่ามีใครคนหนึ่งจริงใจกับฉัน เชื่อมั่นในตัวฉัน ไม่มีวันทรยศฉัน อะไรมันก็ดีไปหมด” เห็นปีมงคลฟังเคลิ้ม ทิมชี้ว่า “อ้อ ถ้าอยากจะมีแฟน ยังมีอีกเรื่อง แกต้องเลิกขับแท็กซี่ก่อน เพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมเป็นแฟนแกในภาพนี้หรอก”

คำเตือนของทิมทำให้ปีมงคลนึกถึงอดีตของตนกับแม็กโนเลียอีก...เวลานั้นเขาถามเธออย่างเจ็บปวดว่า

“ผมมีเงินแต่มีอำนาจไม่มากพอ เพราะเงิน เพราะความสามารถทางสังคมพวกนี้ใช่ไหมคุณถึงเลือกเขาไม่เลือกผม”

ทั้งสองยังนั่งคุยกันในร้านกาแฟ ปีมงคลถามทิมว่า เป็นแท็กซี่แล้วไม่มีสิทธิ์มีแฟนดีๆหรือไง เงินและฐานะทางสังคมมันสำคัญมากเลยสินะ

“สำคัญซิวะ ถึงจะไม่สำคัญมาก แต่มันก็สำคัญ เลิกทำตัวบ้าๆแบบนี้ เลิกเป็นแท็กซี่ประชดแฟนเก่าเขายิ่งรู้ก็ยิ่งสมเพช กลับมาเป็นตัวแกจริงๆแล้วหาแฟนใหม่ซะ”

ฟังทิมแล้ว ปีมงคลคิดหนัก

แต่เวลาเดียวกันนั้น หอมหมื่นลี้ก็กำลังแชตกับมิสเตอร์พีอย่างติดพันและดื่มด่ำในอารมณ์ ยิ่งรู้ว่าเขาเกลียดงานบริหารเลยเลือกเรียนภาพยนตร์แล้วทำงานที่นิวยอร์ก แต่ตอนนี้เบื่อ มันสำเร็จไปหมดแล้วเลยกลับมาเมืองไทย หอมฟังแล้วยิ่งคลั่งไคล้ถามว่าแล้วจะทำหนังอีกไหม

“ถ้าทำก็คงหนังสั้นเล็กๆ ให้คุณเป็นนางเอกคุณเป็น นางเอกของผมได้ไหมล่ะ”

หอมหมื่นลี้กระทืบเท้าเร่าๆ ร้อง “อี๊...” ดีใจสุดขีด มิสเตอร์พียังคุยต่ออย่างติดลมว่า

“ตอนแรกผมไม่ค่อยเชื่อว่าโปรแกรมของคิวปิดฮัท จะจับคู่ใครได้จริงๆ แต่ตอนนี้ชักจะเชื่อแล้วว่าโปรแกรมมันเวิร์ก เราคุยกันไม่กี่คำ แต่ผมรู้สึกดีจัง”

หอมลุกยืนผงาดราวกับนางพญา ร้อง “สำเร็จๆๆ หาผัวสำเร็จแล้ว!” พอได้สติก็หันมองรอบห้องทำงาน เห็นว่าไม่มีใครก็พร่ำเพ้อต่อ “โฮ้ย...ฮิๆ นี่ฉันฝันไปหรือเปล่า...ยังไงๆๆ??”

นาทีนี้หอมหมื่นลี้รู้สึกเหมือนตัวเองหอมไกลไปหมื่นลี้แล้วจริงๆ ดีใจสุดชีวิตจนนั่งไม่ติด ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินไปมาเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน...

ooooooo

ที่หน้าบริษัทคิวปิดฮัท ปีมงคลจอดแท็กซี่รออยู่ พอเห็นหอมหมื่นลี้ดี๊ด๊าเริงร่าร่อนลงมาติดขนตาปลอมเป็นแผงก็อดไม่ได้ บ่นว่าลงมาช้า มัวแต่ติดกันสาดอยู่ใช่ไหม หน้าร้อนฝนไม่ตกจะติดไปทำไม

หอมบอกว่าแชตลืมดูนาฬิกา เขาถามทันทีว่าแชตกับใครลูกค้าหรือ

“เนื้อคู่ เขาบอกรัก ฉันจะมีผัวแล้วล่ะ” หอมริกรี้กะพริบตาปริ๊บๆ ปีมงคลตะลึงอึ้งร้องหา! แล้วร้องเฮ้ย!! พอได้สติก็ถามบ้าหรือเปล่า เพี้ยนหรือเปล่า เพิ่งคุยกัน ไม่กี่ชั่วโมงแถมคุยแชตด้วย ไม่เจอหน้ากันจะคบกับเขาแล้วหรือ

“เธอไม่เข้าใจไอ้โปรแกรมนี้ของบริษัทฉันมันเวิร์กมากเลยนะ มันจะเอาประวัตินิสัยความชอบของเราใส่ลงไป...ศาสตร์วิชาสารพัดใส่หมด ก็เป็นไปได้ไม่ใช่ หรือว่าฉันกับเขาจะชอบกันจริงๆ ก็คนมันเป็นเนื้อคู่กันน่ะ”

หอมมโนจนปีร้องเฮ้ย เตือนว่าชีวิตคนจริงๆมันยาวนะ ตนรู้ว่าเธอปัญญาอ่อนแต่นี่ทั้งโง่ทั้งบ้า ฟูลออปชั่นเลย


“เป็นแท็กซี่นะไม่ใช่บรรพบุรุษ ลืมตัวไปรึเปล่าพี่ ...อีกอย่างมิสเตอร์พีคนนี้เขาเป็นทายาทเศรษฐีด้วยนะ...ถ้ามีเงินก็แปลว่ามีการศึกษา มีชาติตระกูล มีรสนิยมและน่าจะเป็นคนดีถูกไหมล่ะ”

ปีประชดว่าจะแต่งงานจดทะเบียนพรุ่งนี้ไหม หอมบอกว่ายัง ต้องนัดเจอกันก่อนยังไงตนเชื่อว่าต้องหล่อแน่นอน

“โฮ้ย...กูจะบ้า” ปีมงคลด่า มองหอมหมื่นลี้ที่เพ้อพกอย่างอ่อนใจ

ฝ่ายหอม กลับถึงคอนโดก็พูดเหมือนให้สัมภาษณ์ความรู้สึกของตัวเองเป็นตุเป็นตะ...

“ความรู้สึกตอนนั้น ที่จริงก็แปลกใจตัวเองนะ จะเรียกอิทธิพลกลุ่มก็ได้ เงินของบอสน่ะ ใครๆก็อยากได้ใช่ป่ะ แต่ทุกคนไม่คิดว่าหาแฟนเนี่ยมันจะง่ายไง แต่พอหนูษามีแฟนเป็นคุณทิมเนี่ย เขาเป็นเหมือนแบบแรงบันดาลใจของกลุ่มเราเลยถ้าหนูษามีได้ เฮ้ย...เราก็ต้องมีได้ คงเพราะหนูษากับคุณทิมแท้ๆเลยบ้าได้ขนาดนั้น”

ooooooo

ฝ่ายปีมงคลก็เดินโวยวายเข้าบ้านพักที่อู่แท็กซี่ว่าผู้หญิงโรคจิต อะไรของมันวะ สมชายได้ยินถามว่า ทะเลาะกันมาหรือ

“ผมตัดหนังไปไม่ถูกเลยเนี่ย หรือจะเขียนบทไปเลยว่า ยายนี่น่ะเพี้ยน นอกจากบ้าแต่งหน้าแล้วยังจะแต่งงานด้วยอารมณ์ชั่ววูบ” สมชายถามว่าตกลงโมโหเรื่องคิดบทไม่ออกหรือโมโหหึง ถูกถามจี้ใจดำปีก็พาลว่าเดี๋ยวต่อยตาแตกเลย

“น่าน...พอถูกจับได้ก็หันไปใช้ความรุนแรง เขาสองคนเพิ่งรู้จักกันไม่ใช่หรือ คุณรู้จักกับคุณหอมมาก่อนก็ฉวยจังหวะนี้ปาดหน้าเค้ก เตะตัดขาจีบไปเลยสิครับ” ปีถามว่าจีบยายนี่หรือ? “อื้อ...จะทิ้งไว้ให้สุนัขอื่นคาบไปรับประทานทำไมครับ คุณน่ะทั้งหล่อทั้งรวย ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธคุณหรอก บอกไปเลยว่าจริงๆแล้วคุณเป็นใคร เดี๋ยวก็มาสยบแทบเท้า”

ปีมงคลถามว่าต้องบอกด้วยหรือ สมชายถามว่าถ้าไม่บอกจะชนะหรือ ฝั่งโน้นเขาเป็นเศรษฐี ยุว่า

“บอกไปเถอะครับ คุณปลอมตัวเป็นแท็กซี่มาสามปีแล้วนะครับ ยังไม่เบื่ออีกหรือครับ”

ฟังสมชายแล้ว ปีมงคลคิดหนัก ดึกคืนนี้เขาตัดสินใจโทร.ไปหาหอมหมื่นลี้ เธอถามทันทีว่าโทร.มาทำไม พรุ่งนี้ไม่มารับหรือ เขาบอกเขินๆว่าจะชวนไปดินเนอร์ หอมตอบทันทีว่าเอาสิ ทำเอาปีตกใจถามว่าตกลงเลยหรือ เร็วไปหรือเปล่า?

“ฉันเคยชวนนายกินข้าว นายก็ตอบแทนฉันด้วยการเลี้ยงคืน ธรรมดาจะตาย เจอกันตอนเลิกงานนะ จะวางหู”

“เอ้อ...เดี๋ยวๆคุณโทร.เรียกคันอื่นได้ไหม พรุ่งนี้ผมหยุดเป็นแท็กซี่หนึ่งวัน ผมมีเรื่องจะบอกคุณด้วย”

หอมถามว่านัดที่ไหนพอปีบอกก็อุทานว่า หรูเลย ถูกหวยหรือโอเค ปีถามว่าทำไมง่ายจัง ผู้ชายชวนดินเนอร์นะ?

“อ้าว ต้องยากด้วยหรือ หรือนายคิดอะไร จะจีบฉันหรือ โฮะๆๆ ระดับฉันไม่สนแท็กซี่หรอกย่ะ” ปีเงียบไปเพราะถูกหอมพูดแทงใจดำ จนหอมถามว่ายังอยู่หรือเปล่า เขาบอกว่าอยู่เดี๋ยวจะแชร์โลเกชั่นไปให้ บอกแล้วปีหน้าขรึมคิดหนัก

ooooooo

รุ่งขึ้น ปีมงคลขับแท็กซี่เข้าคอนโดที่เขาซื้อไว้นานแล้ว ยามมาโบกไล่บอกว่าแท็กซี่จอดตรงนี้ไม่ได้ เขาบอกว่าตนเป็นเจ้าของห้อง แสดงบัตรจอดรถ บัตรเข้าตึกถามประชดว่า จะดูสัญญาซื้อขายด้วยไหม ยามดูแล้วขอโทษเชิญจอดเลย

ปีมงคลเข้าห้องที่คอนโด เปลี่ยนเป็นชุดสุดหล่อมีสูทหนังพาดไหล่เดินมามองแท็กซี่ตัวเองแล้วเดินเลยไป ขึ้นรถสปอร์ตหรูขับออกไป ขับรถไปก็คิดถึงหอมหมื่นลี้ ที่จะไปดินเนอร์กัน....

“สาวสวยที่ไม่ยอมให้ใครเห็นหน้าสด ก็เลยไม่อยากมีแฟน จู่ๆก็อยากมีขึ้นมา สามวันต่อมาเธอก็สมหวัง ในรักกับเศรษฐี เป็นพล็อตที่โคตรธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย” ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่ใช่ บอกตัวเองว่า “หนังที่ดี ไม่ใช่แบบนี้!”

คิดถึงจุดนี้ ความคิดของปีมงคลก็ตกผลึก เปลี่ยนใจ! เขากลับไปเปลี่ยนเป็นชุดคนขับแท็กซี่ตามเดิม

หอมหมื่นลี้ที่แต่งตัวสวยหรูคาดหวังว่าจะได้ไปดินเนอร์ร้านหรู แต่พอปีมงคลมาตามนัด กลายเป็นโชเฟอร์แท็กซี่คนเดิม! ปีบอกว่าเลี้ยงเธอในร้านหรูไม่ไหว ทำได้แค่ร้านตรงข้ามปั๊มแต่นัดเจอกันที่นี่เพื่อมารับแอร์เท่านั้น หอมเหวอไปเลย

ปีมงคลบอกว่าชีวิตแท็กซี่ก็ทำได้แค่นี้แหละ แต่วันนี้ตนจัดให้เต็มเลย หอมมองไปรอบๆ บ่นเซ็งๆว่า

วันนี้แต่งตัวซะสวยเลย บอกว่าถ้าไม่มีคนรู้จัก กินก็ได้ แต่ถ้าเจอคนรู้จักตนเผ่นแน่แล้วอย่าตามนะ หอมเดินนำไปที่ร้านบะหมี่บ่นเป็นหมีกินผึ้งว่า “โฮ้ย...ไม่บอกก่อน จะได้ใส่กางเกงรองเท้าแตะมา”

ระหว่างกินบะหมี่รถเข็น ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอแบบคนคอหนังคอการ์ตูนเดียวกัน แต่ปีมีเป้าหมาย เขาคุยจริงจังขึ้นเรื่อย พอได้จังหวะเขาบอกหอมว่า

“ชีวิตผมต่อไปนี้ จะอยู่กับความจริง ความจริงใจน่ะเพราะถ้าไม่มีความจริงใจก็มีความรักแท้ไม่ได้”

หอมสะดุดใจมองหน้าเขานิ่งเหมือนค้นหาความจริง แต่แล้วก็ขี้เกียจใส่ใจ ตัดบทว่า

“รักแท้อะไรวะ...เออๆเอาเหอะ เอาที่สบายใจเลยแล้วกัน” แล้วตั้งหน้าตั้งตาโซ้ยบะหมี่ แต่ปีมองเธอนิ่งจริงจัง

ooooooo

คืนเดียวกัน ทิมนั่งกินอาหารคนเดียวในร้านหรูพลางเล่นมือถือไป จู่ๆปีมงคลในชุดคนขับแท็กซี่ก็เดินเข้ามายืนพูด

“เงินและฐานะทางสังคม มันจำเป็นมากนักหรือไงวะ ไอ้ทิม” ทิมเงยมองถามงงๆ อะไรวะ “แกทำให้ฉันคิดพล็อตหนังออก หนังที่ถ่ายเก็บไว้ตั้งสามปี แต่คิดไม่ออกว่าจะเขียนบทขึ้นมายังไง พอนายบอกว่าฉันจะจีบผู้หญิงไม่ติดเพราะเป็นแท็กซี่ฉันก็คิดออกเลย” ทิมถามว่าพล็อตหนังงั้นหรือ? บอกให้นั่งลงซิ

ปีมงคลไม่นั่ง มองไปรอบๆเห็นบ๋อยสองสามคนจับกลุ่มซุบซิบกันและมองมาที่เขา ปียืนพูดว่า

“ฉันอยากเป็นแค่แท็กซี่ก็เพราะแบบนี้แหละ ถ้านั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง บริหารเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน ฉันคงไม่ได้รู้จักชีวิตที่แท้จริง” เขามองไปที่บ๋อยสองสามคนนั้นพูดดังๆว่า “ไงพวกคุณ กลัวอะไรผม เพราะชุดนี้ใช่ไหมกลัวหรือ รังเกียจหรือ คนอย่างฉันต้องทำอันตราย ต้องข่มขู่ ขโมยเงินคนรวยอย่างคุณคนนี้ใช่ไหมล่ะ” พูดพลางชี้ไปที่ทิม “สายตาแบบนี้แหละที่ฉันอยากเก็บเอาไว้ในหนังของฉัน”

“ผู้ชายในชุดสูทและผู้ชายในชุดแท็กซี่” ทิมชี้ที่ตัวเองและชี้ปีมงคล “หีบห่อนั้นสำคัญไฉน ฟังดูน่าสนุกแล้วว่ะ”

“หีบห่อ ถึงยังไงก็เป็นแค่หีบห่อ มันหลอกคนได้ประเดี๋ยวประด๋าว แล้วก็ทิ้ง ถ้าขนมข้างในไม่อร่อย มันจะมีประโยชน์อะไรวะ”

“แล้วถ้าขนมอร่อยๆอยู่ในหีบห่อสกปรก ต่อให้อร่อยแค่ไหน สะอาดแค่ไหนคนเขาก็ไม่มองอยู่ดี หรือแกจะเถียง”

“ไม่ใช่แค่เถียง หนังของฉันจะทำให้แกดู...‘แท็กซี่ที่ตามหารักแท้จากผู้หญิงคนหนึ่ง’ หีบห่อกับเนื้อในผู้หญิงเขาจะเลือกอะไรเรามาพิสูจน์กัน” ฟังปีแล้ว ทิมตบโต๊ะเบาๆ ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า จับมือมองหน้ายิ้มให้กัน ทิมบอกว่า

“สนุกมาก! ต้องเป็นหนังชีวิตที่โคตรสนุก ฉันซื้อ ฉันฟิน ฉันอยากดู!!”

ooooooo

พอหอมหมื่นลี้กลับจากทำงานถึงคอนโดก็แชตคุยกับมิสเตอร์พีทันที ถามว่าชีวิตช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?

มิสเตอร์พีบอกว่าทำหนัง หาข้อมูลดีๆไปเขียนบท และรอเจอเนื้อคู่ด้วย หอมยิ้มเขินถามว่าหมายถึงตนหรือ

“ครับได้เวลาเจอหน้ากันแล้ว คุณว่าไหม”

พอได้ยินประโยคนี้หอมก็ลุกยืนกรี๊ดออกมาสุดเสียงดีใจจนหายใจไม่ทัน รีบหาลิปมันมาทาปากจึงหายใจคล่องขึ้น

พอตื่นขึ้นในตอนเช้า หอมหน้าตาสดใสนอนบนเตียงพิมพ์สเตตัส “วันที่หัวใจรอคอย” ลุกไปห้องน้ำแต่งตัว หัวยังคิดถึงที่แชตกันเมื่อคืนนี้อย่างตื่นเต้น...

“มิสเตอร์พีคะ สิบโมงวันอาทิตย์นี้ฉันจะใส่ชุดขาวมีโบสีขาวติดผมจะเขียนคิ้วแบบฟุ้งนิดๆทาสีตาโทนสโมคกี้บราวน์ จะลงบรอนเซอร์ก่อนปัดแก้ม ไฮไลต์ด้วยสีส้มธรรมชาติเน้นแก้มพุ่ง ปากทาด้วยสีนู้ดเน้นความอวบอิ่มของริมฝีปาก ฉีดน้ำหอมตัวใหม่สกัดจากกุหลาบเชิงเขาไกรลาศ เอ๊ยเอเวอเรสต์ค่ะ แล้วคุณล่ะคะแต่งตัวให้ดีดเด้งออกมาเลยนะคะ ได้เห็นง่าย”

ปีมงคลยืนกินกาแฟอยู่ริมถนน กดดูสมาร์ทโฟนเจอเฟซบุ๊กของหอมขึ้นสเตตัส “วันที่หัวใจรอคอย” เขาสะดุดกึก ฉุกคิดได้ที่หอมบอกว่าต้องนัดเจอกับมิสเตอร์พีก่อนมั่นใจว่าต้องหล่อแน่นอน ปีตกใจขึ้นรถขับไปทันที

ไปถึงหน้าคอนโดหอม เห็นเธอเรียกแท็กซี่คันอื่นไปแล้ว เขาโทร.ถามว่าจะไปไหน ให้ไปส่งไหม หอมบอกว่าเรียกคันอื่นแล้ว ปีถามว่าตกลงจะไปไหน ไปหาเนื้อคู่หรือ ไปทำอะไร แถวไหน หอมไม่ยอมบอก

“คุณแชตกับเขาอาทิตย์เดียว เรียกเขาว่าเนื้อคู่ทุกคำ มโนแจ่มเอาเอง ระวังเถอะน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า”

หอมด่าว่าไอ้ตัวทำลายฝัน ตนไม่อยากคุยด้วยแล้ว ปีบ่นว่าแค่แชตกันอาทิตย์เดียวทำเป็นกระดี๊กระด๊า กับคนเป็นๆ เจอกันมาสามปี หน็อย ไม่สนใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว!

แล้วปีมงคลก็แชตถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของตนกับหอมนับแต่วันแรกที่เจอกัน ทำสงครามจิตวิทยากับหอม เขายังมุ่งมั่นแชตกับหอมเอาจริงเอาจัง ครู่เดียวก็พิมพ์ ข้อความใหม่อีกว่า

“เนื้อคู่คือ คนที่พูดภาษาเดียวกันแบบที่นายไทม์พูดถึงเรา” และ “เนื้อคู่คือคนที่เมื่อเวลาที่น่าเบื่อหน่ายที่สุด ไม่มีทีวี ไม่มียูทูบ ไม่มีอะไรเลย แค่มีเราสองคน เราก็สนุกกันได้”

หอมอ่านแล้วโทร.ด่าว่า “นายส่งข้อความบ้าอะไรมา เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ต้องการอะไร เนื้อคู่บ้าอะไรของนาย”

“คุณคิดว่า ไอ้โปรแกรมของคุณมันเลิศเลอนักหรือ ผมบอกได้เลยว่า คนจะเป็นแฟนกันต้องเจอหน้า ต้องมองตา ต้องคุย ต้องด่า ต้องสัมผัสกันแบบคนต่อคนจริงๆ ไม่ใช่ด้วยการคาดการณ์อะไรนั่น”

“นายจะพูดเรื่องโปรแกรมเนื้อคู่ก็พูดไปสิ ทำไมต้องชวนฉันคิดเรื่องเราสองคนด้วย ฉันกับนายมันก็แค่แท็กซี่กับผู้โดยสารมันเกี่ยวอะไรกับเนื้อคู่”

ปีถอนหายใจพรวด ตัดสินใจครั้งสำคัญ กรอกเสียงลงในโทรศัพท์ว่า

“ผมกำลังจะออกศึก! ออกศึกในสงคราม! สงครามระหว่างผมกับไอ้โปรแกรมบ้าๆนั่น! สงครามระหว่างคนจริงๆ กับมโน! สงครามระหว่างคนจนกับคนรวย สงครามระหว่างเปลือกกับเนื้อใน!”

หอมตกใจนึกว่าปีจะจีบเตือนสติคาดคั้นให้บอกมาเลยว่าตนคือใครและเขาคือใคร ปีตอบว่า “ผมเป็นแท็กซี่ คุณเป็นผู้โดยสาร” หอมบอกว่างั้นก็ลบความคิดบ้าๆ นี้ออกไปเสีย ไม่อย่างนั้นตนจะไม่ขึ้นรถเขาอีก พูดแล้วนึกได้ลดเสียงอ่อนลง

“เอาเถอะ นี่เป็นครั้งแรก ฉันสวยขนาดนี้คนเรามันก็มีสิทธิ์เผลอใจไปได้บ้าง ความผิดฉันเองแหละ เพราะฉะนั้นฉันจะถือว่านายไม่ได้พูด!” พูดแล้วตัดสายเลย ปีฟังแล้วสีหน้าหมายมั่น ตัดสินใจอะไรบางอย่าง

ooooooo

ระหว่างที่หอมหมื่นลี้ไปรอมิสเตอร์พีที่ สวนสาธารณะนั้น สัญญาณข้อความดังขึ้น หอมรีบกดดู สีหน้าเสียความรู้สึกเมื่อเป็นข้อความจากปีมงคลว่า

“รอสุดหล่ออยู่ใช่ไหม ฝันไปเหอะ คนดีๆที่ไหนจะหาคู่ทางเน็ต...นายคนนี้หน้าเป็นปลวก ร่างเป็นไห นิสัยเป็นปลิงดูดเลือด...ชัวร์ 100 เปอร์เซ็นต์”

“ไม่จริ๊ง...ไอ้บ้า เขาต้องหล่อโว้ย เนื้อคู่ฉันต้องหล่อ”

ทันใดนั้นกลุ่มนักเรียนสาวที่นั่งคุยกันอยู่ก็ชี้ให้ดูกันอย่างตื่นเต้นบอกกันว่า “หล่ออ่ะ ดาราหรือเปล่า” หอมหันไปดู เห็นรถกอล์ฟตบแต่งด้วยกุหลาบขาวและริบบิ้นสีขาวทั้งคัน คนบนรถยืนอยู่ด้านหลังคนขับในสูทสีขาว รูปร่างดีมาก ยืนเท่ หล่อสุดๆ หอมหมื่นลี้เห็นเต็มตาถึงกับตะลึง!

พอมาถึงที่หอมหมื่นลี้รออยู่ หนุ่มหล่อก็ลงจากรถเอาช่อกุหลาบแดงมอบให้ ดัดเสียงหล่อพูดคำหวานว่า

“เราเป็นเนื้อคู่กัน ในที่สุดเราก็ตามมาจนเจอกัน ดอกกุหลาบแดงแทนความรักที่ลึกซึ้ง คุณชอบไหม”

“ชอบ...รัก...รักที่สุด” รีบรับช่อกุหลาบไปกอด สบตายิ้มหวานเยิ้ม

เมื่อนั่งคุยกัน หอมถามว่ามิสเตอร์พีย่อมาจาก... เขาตอบทันทีว่า “พดด้วง ผมชื่อพดด้วงครับ” หอมชมว่าเพราะมาก

“ต่อไปนี้เราจะไม่ใช่แค่เพื่อนออนไลน์ เรารู้จักกันในความเป็นจริงแล้ว ตกลงผมผ่านไหมครับ” หอมบอกว่าผ่านเลยค่ะ พดด้วงถามว่าถ้าผ่านเราแลกเบอร์โทร.กันได้เลยใช่ไหม หอมพูดขำๆว่าแลกหัวใจกันเลย

พดด้วงบอกว่าวันนี้ตนมีของขวัญมาให้เธอด้วย แล้วเอารองเท้าส้นสูงโทนเจ้าหญิงดูดีมากมาให้ หอมดีใจจนเนื้อเต้นอุทาน “รองเท้าที่เจ้าชายให้เจ้าหญิง”

พดด้วงคุกเข่าลงใส่รองเท้าให้ หอมรีบเอามือถือมาถ่ายรูปไว้ พดด้วงถามว่าถ่ายทำไม หอมบอกว่า

“จ้างเขาไปติดบิลบอร์ดแถวทางด่วน”

พดด้วงทำเสียงตกใจ หอมบอกว่าล้อเล่น ขอบคุณที่เขาทำให้ตนทึ่ง ประทับใจมาก

ทั้งสองมองตากันหวานซึ้งราวกับคู่บ่าวสาวในวันแต่งงาน...

หลังจากนั้นพดด้วงพาหอมไปกินข้าวที่ร้านอาหาร พดด้วงบอกว่าตนดีใจที่เธอมีความสุข ค่ารถ ค่าดอกไม้จ่ายไปเยอะ ก็ต้องคุ้มถูกไหม พอหอมถามว่าอะไรนะ พดด้วงก็แก้เกี้ยวว่าตนเป็นนักธุรกิจพูดแบบนักธุรกิจเฉยๆ ขอโทษด้วย แต่เมื่อหอมพูดคำพูดที่โค้ดมาจากหนัง พดด้วงหูไม่กระดิก พอหอมบอกว่ามาจากหนังที่ลิโอนาร์โดเล่นถ่ายที่เมืองไทยด้วย เขาก็ร้องอ๋อ...กู๊ดมอร์นิ่งเวียดนาม หอมแย้งคนเล่นกู๊ดมองนิ่งคือโรบิน วิลเลี่ยม พดด้วงแก้เกี้ยวว่าตนลืมเพราะหนังในสมองตนเยอะไปหมดเลยสับสน

หอมพยายามถามถึงการงานของเขา พดด้วงคุยคำโตว่าอย่างตนไม่ต้องทำอะไรให้เหนื่อย จ้างเขาทำเงินร้อยล้านพันล้านก็อยู่ตรงนั้น ตนไม่ต้องทำอะไร พลางหยิบไม้ขีดใส่กระเป๋าหอมถามว่าเอาไปเลยหรือ เขาพูดหน้าตาเฉยว่ามันสวยดี เอาไปเป็นแรงบันดาลใจในการทำหนัง

พอไปส่งหอมที่คอนโด พดด้วงถามว่าอยู่ชั้นไหนบนห้องมีกาแฟไหม แล้วทำเป็นนึกได้ว่าผู้หญิงไทยถือ ตำหนิตัวเองว่าแย่จังอยู่นิวยอร์กจนลืม แล้วนัดเจอกันใหม่ อวยพรให้หลับฝันดี

“ค่ะ บุ้ยบุย” หอมมองพดด้วงอย่างปลื้มสุดๆ มือหนึ่งกอดช่อกุหลาบอีกมือถือถุงรองเท้าที่ใส่รองเท้าคู่เก่าไว้ส่วนคู่ใหม่ใส่อยู่ พอรถพดด้วงออกไป หอมก็เดินเข้าคอนโดอย่างลำบากเพราะรองเท้าหลวม แต่เธอก็ยังเคลิ้ม...

หอมเดินไปเต้นไปจังหวะหนึ่งพลาดหกล้ม รองเท้าหลุดกระเด็นไปโดนหัวปีมงคลเข้าเต็มๆ เขาถามว่าเจอกันครั้งแรกก็ซื้อรองเท้ามาให้ทั้งที่ไม่รู้ไซส์เลยหรือ เห็นหอมคลั่งไคล้ใหลหลงพดด้วงมาก ถามว่านอนกันหรือยัง

“เฮ้ย...ไอ้บ้า ยัง...ถึงฉันจะแรงแต่ไม่แรด ปี...รู้ไหมเขาทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันคือเจ้าหญิง”

ปีส่ายหน้าถามว่าวันหยุดพรุ่งนี้ว่างไหม ตนอยากเลี้ยงฉลอง สำคัญมากสำหรับตน หอมให้เขาสัญญาก่อนว่าจะไม่มโนอะไรอีก ปีชูสามนิ้วสาบาน เธอจึงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไป ปีมองตามแล้วมองนิ้วที่สัญญาเมื่อครู่นี้ เอ่ยกับตัวเองว่า

“สัญญาว่าไม่มโน เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ผมมีชีวิตอยู่ในความจริง คุณต่างหากที่มีชีวิตอยู่ในเรื่องโกหก!”

เมื่อกลับถึงห้องตัดต่อของตัวเอง ปีมงคลเปิดคอมที่มีภาพของหอมพูดกับหอมในจอว่า

“คุณไม่ใช่เจ้าหญิงหรอก และผมจะพิสูจน์ให้คุณดูเอง ฮึ!”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement