advertisement

กี่เพ้า ตอนที่ 4

บทประพันธ์ พงศกร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์-ตุลย์
8 ม.ค. 2556 15:32

เรื่องในอดีตยังพรั่งพรูออกจากปากซิ่วหลาน เพกาตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ หลังจากเมย์ลีถูกฆ่าตาย เจ้าหมิงซานประสบอุบัติเหตุขับรถตกเขาตายเสียอีก เหว่ยเหอถึงกับสติแตก มีคนเคยพบกลายเป็นคนเร่ร่อน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หนีการจับกุมของตำรวจจนถึงทุกวันนี้

“เฮ้อ...ความรักทำให้โลกเป็นสีชมพูได้ฉันใด ก็เปลี่ยนโลกให้เป็นสีดำทะมึนได้ฉันนั้น”

ซิ่วหลานพยักหน้าเห็นด้วย “เรื่องในบ้านจากนี้มีแต่เรื่องเครียดๆ อย่าฟังเลยค่ะ ไหนบอกจะออกไปเดินเล่นในเมืองไม่ใช่หรือคะ”

เพกา นึกได้ เธอออกมาเดินชมเมืองแถวลานชงโคที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะฮ่องกง เธอครุ่นคิดลำดับเรื่องราวที่ซิ่วหลานเล่ามาทั้งหมด แล้วถอนใจ

“คุณ เมย์ลี คุณปั่นหัวฉันเล่น ทำให้ฉันไขว้เขวว่าคนในบ้านเป็นฆาตกร ที่จริงฆาตกรคือเหว่ยเหอ ใจคอคุณจะให้ฉันจับเหว่ยเข้าคุกหรือคะ เฮ้อ ถ้าเราใส่ชุดกี่เพ้านั้นอีกครั้ง จะได้เจอวิญญาณเมย์ลีอีกไหมนะ จะได้คุยกันให้รู้แล้วรู้รอด จริงสิ...กี่เพ้าชุดนั้นอยู่ไหนนะ”

คิดแล้วเพกาก็มารอเจ้าหมิงเทียนกลับจากทำงาน พอเห็นเขาเข้าบ้านมาก็ไปเอาใจถามไถ่ว่าเหนื่อยไหม เขากลับย้อนว่า “รบกับคุณเหนื่อยกว่า”

“หือ...พูดเข้า ฉันไม่ใช่นักสู้แกลดิเอเตอร์แห่งโรมนะคะ”

“แกลดิเอเตอร์ใช้อาวุธประหัตประหาร แต่คุณ... ใช้ปาก”

“ใครกันแน่มีวาจาเป็นอาวุธ คุณว่าฉันสารพัด จุ้นจ้านบ้าง แกว่งปากหาเรื่องมั่ง สอดรู้สอดเห็นบ้าง”

“หรือ ไม่จริง ที่พูดมาทั้งหมดคุณสมบัติประจำตัวคุณทั้งนั้น...คุณทำท่าเหมือนรอผม มีอะไรหรือ” เจ้าหมิงเทียน รู้ทันว่าเธอคงไม่ดักรอเพื่อถามทุกข์สุขเป็นแน่

เพกาจึงโพล่งขึ้น “กี่เพ้าชุดดอกโบตั๋นอยู่กับคุณใช่ไหมคะ ฉันขอยืมหน่อยได้ไหม”

“ไม่ได้”

“เอ๊า จะไปไหนล่ะ เดี๋ยวสิคะคุณ”

เจ้าหมิงเทียนเดินมานั่งในสวน เพกาวิ่งตามมาซักไซ้ “ฉันยังมีคำถามอีก กี่เพ้าชุดนั้นคุณเป็นคนส่งไปที่เมืองไทยหรือเปล่า”

“หน้าที่ของคุณ มาที่นี่เพื่อซ่อมกี่เพ้าเท่านั้น หวังว่าคงจำได้”

“ถ้าไม่ใช่คุณ ใครกันคะที่ส่งไป”

เจ้าหมิงเทียนลุกขึ้นบีบแขนเพกา สั่งเสียงเข้ม “ห้ามคุณสืบหาคนที่ส่งกี่เพ้าลายโบตั๋นไปเมืองไทยนะ ห้ามเด็ดขาด”

“สถาบัน ของฉันขอกี่เพ้าไปสามสิบชุด แต่มีใครบางคนเอากี่เพ้าของเมย์ลีใส่ลงไป ทันทีที่กี่เพ้าชุดสำคัญนี้ปรากฏ ก็เกิดเรื่องวุ่นวายกับชีวิตของพวกเรา...คนคนนั้นทำให้คุณถูกพ่อ เอ่อ...พ่อคุณหักหน้าคุณต่อหน้าคนเยอะแยะ ไม่อยากจับตัวมาแก้แค้นเหรอคะ”

“เขาไม่เจตนาทำให้ผมเดือดร้อน”

“เอ๊ะ...พูดอย่างนี้แสดงว่าคุณรู้ฝีมือใคร ใครคะคุณหมิงเทียน เขาต้องการอะไร คนคนนั้นจะช่วยเมย์ลีหาฆาตกรเหมือนฉันหรือเปล่าคะ”

“คุณเก็บความลับได้ไหม” เจ้าหมิงเทียนลองหยั่งเชิง

“ฮู้ย ไม่อยากจะโม้ เพื่อนคนไหนมีความลับต้องเล่าให้ฉันฟัง เพราะฉันเก็บความลับเก่ง”

แต่ พอเจ้าหมิงเทียนถามความลับเช่นอะไร เพกาก็ลืมตัวเล่าความลับของเดซี่ให้ฟังว่าเธอเป็นคนนอนกรนเสียงดัง จนเพื่อนบ้านขู่จะร้องเรียนสำนักงานหมู่บ้านเพราะพวกเขานอนกันไม่ได้ ทำให้เดซี่ต้องเปลี่ยนหน้าต่างห้องนอนเป็นกระจกเก็บเสียง

“คุณบอกฉันมาได้แล้วค่ะ ใครขุดชุดกี่เพ้าขึ้นมา”

เจ้าหมิงเทียนหัวเราะฮึๆ “คุณเพิ่งพิสูจน์ให้ผมเห็นว่าเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่ เอาความลับเพื่อนมาแฉ”

เพกาเอามือปิดปาก เถียงไม่ออก “โธ่...คุณน่ะ...”

“อย่า มัวแต่สนใจเรื่องคนอื่น สิ่งที่คุณต้องระวังในเวลานี้คือความปลอดภัยของตัวคุณเอง อย่าลืมสิ คุณประกาศว่าจะจับเหว่ย วันที่เหว่ยแอบอยู่ในบ้าน เหว่ยเองก็ได้ยิน เขาจะทำร้ายคุณเมื่อไหร่ก็ได้”

เพกาจะแย้ง เจ้าหมิงเทียนขู่ ถ้าไม่อยากถูกเหว่ยเหอ ฆ่าให้อยู่เฉยๆ ทำหน้าที่ตัวเองไป ไม่อย่างนั้นตนจะเป็นคนส่งกลับเมืองไทย เพกาประสานสายตาเหมือนเด็กดื้อ ไม่เชื่อฟัง

ooooooo

ในเมืองไทย ที่สถาบันอาภรณ์แห่งเอเชีย พองานแสดงกี่เพ้าจบลง แฮรี่ก็ไม่มีงานทำ ปรึกษาเดซี่ว่าจะหาอะไรมาแสดงต่อจากนี้ก็ไม่ได้เรื่อง ถึงกับออกปากบ่น

“ขาดพิงก์เหมือนฉันขาดแขนขา ไม่มีใครช่วยคิดงานสักคน”

ระหว่าง นั้น มีชายวัยหกสิบเศษ แต่งตัวภูมิฐานเดินด้อมๆมองๆเข้ามา แฮรี่บอกเดซี่ให้บอกไปว่าช่วงนี้ไม่มีงานแสดง แต่เดซี่กลับมีความคิดว่า

“ลุงคนนั้นแต่งตัวดี ต้องเป็นคนรวยแหงๆ ขอเขาช่วยบริจาคให้สถาบันสิคะหัวหน้า”

แฮรี่เห็นจริง รีบออกไปต้อนรับ ชายคนนั้นแนะนำตัวว่ามาจากเซี่ยงไฮ้ แฮรี่กับเดซี่ตาวาว เศรษฐีแน่ๆ

“มี คนส่งจดหมายไปให้ผมที่บ้าน ในจดหมายบอกให้ผมมาชมงานแสดงที่จัดที่นี่เดือนนี้ หากไม่มาผมต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เผอิญผมมาประชุมงานที่เมืองไทย เลยแวะมาดู”

ชายคนนี้คือหลี่เซียน ยื่นจดหมายที่ได้รับให้แฮรี่ เดซี่เอาโบรชัวร์งานแสดงกี่เพ้าที่เพิ่งจบไปมาให้แทน

ในนั้นมีภาพชุดไฮไลต์คือกี่เพ้าลายโบตั๋นเป็นภาพใหญ่ หลี่เซียนเห็นตกตะลึง ฉีกโบรชัวร์ในมือทิ้งอย่างโกรธเกรี้ยว

“ชุด พวกนี้ควรถูกทำลาย เหมือนระบบศักดินาที่ต้องโค่นล้ม ประเทศจีนต้องไม่มีชนชั้น” หลี่เซียนเอาโบรชัวร์แถวนั้นมาฉีกทำลายอีกหลายใบ ถึงยอมกลับไป

แฮรี่กับเดซี่กลัวลาน หลังจากนั้นเดซี่รีบโทร.

เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพกาฟัง ว่าตนเอาจดหมายไปให้อาแป๊ะขายเก๊กฮวยที่ปากทางอ่านให้ฟัง จึงรู้ว่าชายคนนั้นชื่อ มิสเตอร์หลี่เซียน

“ฟังจากที่เธอเล่า คุณหลี่คนนี้มีความเชื่อทาง การเมือง ตามลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม”

“ปฏิวัติวัฒนธรรมอะไร ไม่เคยได้ยิน”

แฮรี่แย่งโทรศัพท์มาคุยเอง “นี่หัวหน้าพูดนะ ลืมฉันเหรอยัง”

“คิดถึงทุกลมหายใจค่า...” น้ำเสียงเพกาประชดเล็กๆ

“งั้น รีบซ่อมกี่เพ้าคุณเยี่ยให้เสร็จ แล้วกลับมาช่วยฉันทำงาน แม่ดอกเดซี่เนี่ยพึ่งไม่ได้ พิงก์ ฉันว่าตาแก่โรคจิตหลี่เซียนต้องเป็นอดีตทหารแดง”

“หัวหน้ารู้ได้ยังไงคะ หรือดูจากโหงวเฮ้ง”

“วิเคราะห์จากคำพูด ตาแก่หลี่พูดว่า พวกเราต้องทำลายกี่เพ้าให้สิ้นซาก ยุคปฏิวัติวัฒนธรรม พวกทหารแดงมีหน้าที่ทำลายกี่เพ้า”

“ใช่...ยุคนั้น กี่เพ้าถูกทำลายเป็นพันๆหมื่นๆชุด โดยเฉพาะที่เซี่ยงไฮ้ ใครเล่นตลกร้าย ส่งจดหมายเชิญอดีตทหารแดงมาชมงานแสดงกี่เพ้าคะเนี่ย”

“ทีแรกฉันคิดว่าเป็นแขกของผู้สนับสนุนสถาบัน แต่โทร.ถามทุกคนแล้ว ไม่มีใครรู้จักอีตาแก่หลี่”

พอดีเจ้าเหวินเยี่ยเดินมา เพกาขอวางสายจากแฮรี่แล้วเข้าไปต้อนรับ เขามาดูว่าเพกาซ่อมชุดไปถึงไหน เพการีบอธิบายว่า กำลังหาเส้นไหม หาผ้าที่เหมือนของเดิมที่สุด

“อาหย่งเข้าออกโรงพยาบาลไม่มีใครช่วยสินะ ฮึ ไหนบอกว่าชำนาญด้านนี้ไง” เจ้าเหวินเยี่ยตำหนิแล้วเดินไปดูชุดอื่นๆว่าเก็บเข้าที่เรียบร้อยดีไหม เพกาฉวยโอกาสถาม

“พิพิธภัณฑ์ของคุณสุดยอดมาก ทำไมคุณถึงชอบกี่เพ้านักล่ะคะ”

“แม่ของฉันใส่ชุดกี่เพ้าสวยที่สุดในเมืองเสมอ จนกระทั่งวันนั้น วันที่ครอบครัวของเรา ร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ถูกพวกนั้นทำลาย”

“สมัยปฏิวัติวัฒนธรรม พรรคคอมมิวนิสต์กวาดล้างครอบครัวคุณ คงถูกยึดทรัพย์ด้วย”

เจ้าเหวินเยี่ยพยักหน้า “ฉันจำภาพนั้นได้ กี่เพ้าทั้งหมดของแม่ ถูกพวกนั้นทำลาย ครอบครัวเราหนีมาอยู่ฮ่องกง พ่อแม่ส่งฉันไปเรียนต่อที่อเมริกา ฉันเรียนเภสัช เพื่อกลับมารื้อฟื้นกิจการของตระกูล ภาพความเจ็บปวดในวันนั้น สอนให้ฉันมุ่งมั่นจนมีวันนี้ วันที่ตระกูลเจ้ากลับมาผงาดอีกครั้ง ตลอดชีวิตฉันยึดคติ...ผู้มีใจตั้งมั่น ย่อมชนะฟ้า ผู้มีความกล้า ย่อมชนะศัตรู”

“ดิฉันก็มีคติประจำใจ อดีตเป็นครูไม่ใช่ผี เราควรเรียนรู้จากอดีต แต่ไม่ควรยึดติดกับมัน”

เจ้าเหวินเยี่ยยังบอกอีกว่า เหตุการณ์ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ได้เปลี่ยนความคิดของตน ตนเริ่มรักการสะสมกี่เพ้า จากที่เคยมองว่าเป็นแค่เครื่องแต่งกายผู้หญิง

“ฉันตามเก็บรักษา เมื่อโลกเห็นกี่เพ้าพวกนี้ พวกเขาจะได้เห็นจิตวิญญาณของคนจีน”

เพกาฉุกคิด หรือว่าเจ้าเหวินเยี่ยจะเป็นคนส่งจดหมายไปให้อดีตทหารแดง จึงหยั่งเชิงถาม

“คุณเยี่ยรู้จักทหารแดงที่ยังมีชีวิตอยู่ในเซี่ยงไฮ้ไหมคะ”

“ฉันไม่คบค้าสมาคมกับพวกนั้น ฉันไม่รู้จัก”

เพกาพยายามมองหน้าเจ้าเหวินเยี่ย เพื่อจับพิรุธก็ไม่พบอะไร แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ

ooooooo

ช่วงพักกลางวัน เพกาจะกลับขึ้นห้อง เห็นหวางลี่ผิงนั่งปักผ้าอยู่ในห้องโถง ซิ่วหลานกำลังรินน้ำชาให้ หวางลี่ผิงชวนมาดื่มน้ำชาด้วยกัน เพกามองผ้าที่เธอปักแล้วชมว่าสวยงามมาก

เพกากับหวางลี่ผิงคุยกันตามประสาคนรักผ้าด้วยกัน เพกาเห็นผ้าที่ปักเป็นลายโบตั๋น จึงถามว่านี่เป็นลายที่ง่ายสุดแล้วหรือ หวางลี่ผิงตอบว่าใช่ ถ้าเทียบกับลายอื่นๆ

เพกาเพิ่งสังเกตเห็นว่า หวางลี่ผิงชอบแต่งกายแบบชาวจีนสมัยก่อน แถมมีความรู้มากมายจึงคิดว่า นี่ก็เป็นอีกคนที่น่าสงสัยว่าจะเป็นคนส่งจดหมายไปให้อดีตทหารแดง จึงลองถาม

“เอ...คุณนายใหญ่มีอดีตกับพวกทหารแดงหรือเปล่าคะ”

หวางลี่ผิงชะงัก ย้อนถามว่าอยากรู้ไปทำไม เพการีบปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แล้วขอตัวขึ้นห้อง...เพกาอยากรู้เหลือเกิน ว่าใครเป็นคนส่งจดหมายไปให้หลี่เซียน ระหว่างที่เดินกลับห้อง นึกได้ เจ้าหมิงเทียนเคยบอกว่าห้องแม่อยู่ใกล้กับห้องตน

“ต้องใช่ห้องนี้แน่ คุณนายใหญ่มาจากตระกูลสำคัญของเซี่ยงไฮ้เหมือนคุณเยี่ย อาจจะมีอดีตเกี่ยวข้องกับพวกทหารแดงเหมือนคุณเยี่ย และหลักฐานต่างๆอาจอยู่ในห้องนี้” เพกาชั่งใจจะแอบเข้าไปดีหรือไม่ เดินหน้าถอยหลัง ยักแย่ยักยันเหมือนคนบ้า “แต่คุณนายใหญ่อยู่ข้างล่างทางสะดวก...แต่ถ้าโดนจับได้ล่ะ โดนตำรวจจับหมดอนาคต...แต่ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่มีโอกาสแล้ว...แต่เราเพิ่งแอบเข้าห้องคุณเพ่ยเพ่ยไปนะ โฮ้ย...ยัยพิงก์เอ๊ย หล่อนนี่เหมือนคนบ้าจริงๆเลย”

เพกาตัดสินใจพุ่งเข้าห้องหวางลี่ผิง เข้ามารีบค้นอัลบั้มภาพเก่า รื้อเอกสารต่างๆหวังว่าจะมีสำเนาจดหมายอยู่บ้าง พลันเสียงหวางลี่ผิงคุยกับซิ่วหลานใกล้เข้ามา เพกาตกใจรีบเข้าไปซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้า สองคนเปิดประตูเข้ามาคุยกันเรื่องของขวัญให้เจ้าเหวินเยี่ย

“ปีนี้คุณเหม่ยอิงต้องปักปลอกหมอนให้คุณเยี่ยอีกตามเคย แม่นั่นน่ะช่างเอาอกเอาใจ รู้ว่าคุณเยี่ยชอบผ้าปัก”

“ตามฉันมาดูอะไรนี่สิอาซิ่ว” หวางลี่ผิงเดินมาเปิดประตูตู้เสื้อผ้า

เพกาใจหายวาบ ย่อตัวลงด้วยความตกใจ โชคดี ที่หวางลี่ผิงเปิดประตูอีกบาน หยิบปลอกหมอนที่ปักเสร็จแล้วออกไปให้ซิ่วหลานดู

“เพิ่งปักเสร็จเมื่อวาน ดูซิ คุณท่านจะหนุนปลอกหมอนฉันหรือปลอกหมอนนังเหม่ยอิง”

“สวยมากค่ะ ต้องหนุนของคุณนายใหญ่อยู่แล้วค่ะ ฝีมือปักผ้าคุณนายใหญ่สวยกว่าเป็นไหนๆ”

“ฮึ ผ้าปักของเหม่ยอิง ฝีมือหยาบเหมือนผ้าปักที่วางขายริมถนน” หวางลี่ผิงเอาปลอกหมอนและผ้าห่มที่ปักยังไม่เสร็จเก็บเข้าในตู้

เพกาตัวลีบใจหายวาบอีกครั้ง กระถดตัวไปชิดผนังตู้ ได้ยินหวางลี่ผิงชวนซิ่วหลานลงไปจัดโต๊ะอาหาร พอได้ยินเสียงประตูห้องปิด เพกาก็แง้มตู้ออกมอง แล้ววิ่งแจ้นออกจากห้อง

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ...”

ooooooo

วันต่อมาเป็นวันหยุด เจ้าหมิงเทียนแต่งชุดลำลอง ดูหล่อเหลาผิดจากเดิม เดินมาที่รถซึ่งอี่กำลังเช็ดทำความสะอาดอยู่ เขาถามถึงเพ่ยเพ่ย จึงรู้ว่ายังไม่ลงมา ไม่ทันไร เพกาเดินออกมาในชุดสวย เขาถามว่าจะไปไหน เธอตอบว่าไปเที่ยว เขาเป็นห่วงไม่กลัวเหว่ยเหอหรืออย่างไร

เพกาตบที่กระเป๋าถือ “ฉันเตรียมพร้อมไว้แล้ว มีของป้องกันตัวด้วย ไปนะคะ”

เจ้าหมิงเทียนมองตามอย่างห่วงๆ...เพกามาที่วัดหยวนหยวน เพราะศึกษามาว่าเป็นวัดที่รวมกันของสามศาสนา คือ พุทธ เต๋า และขงจื้อ คนฮ่องกงใช้หลักปรัชญาของศาสนาทั้งสามในการดำเนินชีวิตโดยไม่ยึดศาสนาใดเป็นศาสนาประจำชาติ ระหว่างที่เดินดูรอบๆ เธอรู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง หันไปดูก็ไม่พบอะไรผิดปกติ แต่ก็ยังเอะใจว่ามีคนสะกดรอยตาม จึงแอบหลบมุมหยิบอาวุธป้องกันตัวคือสเปรย์พริกไทย เตรียมไว้ พอมีคนเดินมาใกล้ ก็โผล่พรวดฉีดสเปรย์ใส่

“โอ๊ย...แสบ...”

“คุณหมิงเทียน!”

เพกาตกใจรีบหาน้ำมาล้างออกให้ โชคดีที่เขาตัวสูงจึงไม่เข้าตา โดนแค่แก้มและเสื้อ

“เป็นบ้าอะไรน่ะคุณ มาฉีดใส่ผม”

“ฉันคิดว่าคุณเป็นเหว่ยค่ะ ชอบสะกดรอยตามฉันจริงนะคะ ที่เมืองไทยก็หนหนึ่งแล้ว ให้ฉันวิเคราะห์ ตอนเด็กๆ คุณต้องฝันอยากเป็นยอดนักสืบ แต่โตขึ้นพ่อแม่ไม่ให้เป็น เลยเก็บกด”

“ก่อนวิจารณ์คนอื่น วิจารณ์ตัวเองมั่ง เพ้อเจ้อชอบคิดเองเออเอง ผมกำลังจะไปธุระ ผ่านวัดหยวนหยวน เลยแวะสักการะ ไม่ได้ตามใคร”

เพกามองการแต่งตัวของเขา เหมือนจะไปออกงานไม่น่ามาเดินวัด เจ้าหมิงเทียนวางฟอร์มต่อว่า ทำผิดยังไม่ยอมรับอีก เพกาแกล้งคำนับแบบคนจีน เขาเอ็ดที่ยังทำล้อเล่น เพกายิ้มแหะๆ...ทั้งสองเดินมาไหว้พระด้วยกัน เจ้าหมิงเทียนยังถูไถใบหน้ายังแสบๆ เพกาเห็นแล้วรู้สึกผิด

“อูย ยังไม่หายแสบอีกหรือ ฉันออกค่าธูปเทียนให้นะคะ เป็นการไถ่โทษ”

เขาพยักหน้า แต่แล้วเพกาก็ค้นเงินในกระเป๋า มีแต่เงินไทย จึงยิ้มประจบ “แหะๆคุณหมิงเทียน ฉันลืมเอาเงินดอลลาร์ฮ่องกงมาค่ะ มีแต่เงินบาท”

เจ้าหมิงเทียนระอาความเป๋อเหลอของเพกา...ทั้งสองเข้าสักการะเทพเจ้าแล้วเดินออกมา เพกาเอ่ยขึ้นว่า คราวหน้าไปวัดอื่น ตนจะออกค่าธูปค่าเทียน ค่าดอกไม้ให้

“เข็ด...ไม่ไปกับคุณแล้ว” เจ้าหมิงเทียนแกล้งว่า แล้วให้เธอรอตรงนี้ ตนจะไปล้างหน้า

เพกาโค้งและผายมือให้เขาไป เขาแอบอมยิ้มอย่างเอ็นดู...พอดีบริเวณนั้น ควันธูปฟุ้งมาเข้าตาจน

เธอแสบตา เหว่ยเหอปรากฏตัวขึ้น เห็นทางสะดวก จึงปรี่เข้าประชิดตัวเพกา พอเธอเห็นหน้าเขาถมึงทึง ก็ถามว่าต้องการอะไร เหว่ยเหอไม่พูดไม่จา กลับเงื้อมือขึ้นราวกับมีอาวุธจะทำร้าย เพกาตกใจยกมือปัดป้อง ร้องลั่น “ไม่...”

เหว่ยเหอยัดกระดาษใส่มือเธอและกำลังจะพูด แต่เจ้าหมิงเทียนกลับมาเสียก่อน ตะโกนให้หยุด เหว่ย–เหอจึงผละหนีไป เจ้าหมิงเทียนวิ่งตาม เพกายืนตกใจ นี่ตนเกือบถูกเหว่ยเหอฆ่าตาย

เจ้าหมิงเทียนไล่กวดจับตัวเหว่ยเหอจนทัน แต่เขาชักมีดออกมา เพกาตามมาเห็นร้องกรี๊ด เหว่ยเหอฉวยโอกาสวิ่งหนี เพากดึงเจ้าหมิงเทียนไม่ให้ตาม เขาหันมาสำรวจตัวเธอว่าเป็นอะไรตรงไหนหรือเปล่า เพกาบอกว่าเขามาทันเวลา แต่เหว่ยเหอยัดกระดาษนี้ใส่มือตน

เจ้าหมิงเทียนรับมาเปิดอ่าน สีหน้าเขาเครียด ไม่ยอมบอกเพกาว่าอะไรแถมเร่งให้เธอกลับบ้าน เพการบเร้าถามว่าเหว่ยเหอเขียนอะไร เขาจึงบอกว่า ตัวอักษร สื่อ แปลว่า ความตาย

“ความตาย! เขาขู่ฆ่าฉัน” เพกาขวัญเสียหน้าตาตื่นตระหนก...

กลับถึงบ้าน เพกาเดินครุ่นคิด จู่ๆเพ่ยเพ่ยปรี่เข้ามาตบหน้า พร้อมกับบอกว่า นี่คือบทลงโทษที่แย่งคุณชายรองไป เพกาหน้าเสียรีบปฏิเสธว่าไม่ได้แย่ง

“อาอี่บอกว่าพี่รองไปวัดหยวนหยวนกับแก แกตั้งใจหลอกพี่รองไป เพราะรู้ว่าพี่รองนัดฉันไปดูคอนเสิร์ต”

เพกาบอกว่าเจ้าหมิงเทียนตามตนไปเอง แต่เพ่ยเพ่ยไม่เชื่อ เหม่ยอิงยังขู่ อย่าใช้ความหน้าเหมือนเมย์ลี มาหลอกใกล้ชิดเจ้าหมิงเทียนอีก ไม่เช่นนั้นอาจเสียโฉมได้ สองแม่ลูกไล่ให้เธอกลับเมืองไทย ก่อนที่จะไม่มีโอกาส...เพกายืนอึ้ง วันนี้ ตนโดนข่มขู่แถมยังโดนตบอีกหรือนี่

ooooooo

หลังจากเจ้าหมิงเทียนคุยโทรศัพท์กับตำรวจเรื่องเหว่ยเหอ เขาสั่งหลุนติดล็อกประตูบ้านเพิ่มขึ้น หลุนอดปากเสียไม่ได้ว่า ทำแบบนี้ก็ป้องกันไม่ได้มากนอกเสียจากส่งเพกากลับเมืองไทย เจ้าหมิงเทียนหันมามองอย่างไม่พอใจ หลุนสะดุ้งหัวหด จ๋อยไป

เจ้าหมิงเทียนมาที่หน้าห้องเพกาเห็นประตูแง้มอยู่ ไม่ทันเคาะเรียก ได้ยินเสียงเธอคุยโทรศัพท์กับแม่ ทำนองว่าแม่อยากให้กลับแล้วส่งคนอื่นมาแทน แต่เธอกลับย้อนว่าเพราะแม่เคยพาตนไปนั่งประท้วงตอนเด็ก เรื่องโรงงานปล่อยสิ่งสกปรกลงแม่น้ำ ทำให้ชุมชนที่แม่โตมามีแต่คนป่วย ทุกคนเห็นแม่เป็นฮีโร่ แล้วแม่ก็ชนะ ทำให้เด็กๆได้กระโดดเล่นน้ำอย่างปลอดภัย

“อย่าเสียงเขียวสิคะแม่ คนแบบเราๆน่ะน่ารำคาญ หนูรู้ แต่สังคมของเรามาไกลได้ขนาดนี้ เพราะคนแบบเรานี่แหละค่ะ แม่ขา พิงก์อยากให้แม่เข้าใจและเอาใจช่วยพิงก์นะคะ ยังไงพิงก์กลับบ้านเราแน่ๆค่ะแม่ แต่จะกลับเมื่อไหร่ต้องดูอีกทีนะคะ...ค่ะแม่ พิงก์จะระวังตัว”

เจ้าหมิงเทียนได้ยินว่าเพกาจะกลับเมืองไทยก็สะเทือนใจ ก้มหน้าเดินไป...

วันรุ่งขึ้น เพกาทำงานอยู่ในพิพิธภัณฑ์ เป่าหลินเปิดประตูยกถาดอาหารเข้ามา เธอตกใจคิดว่าใครมาทำร้ายอีก เป่าหลินหัวเราะเยาะว่าไม่ใช่คุณนายรองหรอก เพกาถอนใจ

“เจ้านายเป่ายังพอมีเหตุผลที่ไม่ชอบฉัน แล้วเป่าล่ะ หือ...”

“เจ้านายเกลียดใคร บ่าวก็เกลียดด้วยค่ะ”

เพกาไม่อยากต่อล้อต่อเถียง ถามทำไมซิ่วหลานไม่ยกมา เป่าหลินตอบว่าออกไปข้างนอก เธอจึงขอเบอร์โทรศัพท์ของหย่งซาน เป่าหลินตอบกวน ไม่รู้ ถึงรู้ก็ไม่บอกแล้วเดินออกไป เพกาเหนื่อยใจ คิดไปถามหวางลี่ผิงเอง เข้ามาในบ้านเห็นเงียบเชียบไม่มีใคร จึงขึ้นมาเคาะประตูห้อง

“คุณนายใหญ่คะ คุณนายใหญ่ ฉันอยากได้เบอร์ติดต่อคุณหย่งค่ะ” ลองแง้มประตูมองไม่เห็นหวางลี่ผิงในห้อง เพกาสะดุดตา เห็นผ้าทอของจีนวางอยู่บนเตียง พับหนึ่ง จึงเข้ามาหยิบดู รู้สึกทึ่งมาก ที่ทอได้ละเอียด ใช้ไหมอย่างดี เนื้อนุ่มเบา

บนเตียงยังมีหนังสือหน้าปกเป็นชุดกี่เพ้าลายโบตั๋นตัวที่แสดงโชว์ในงานก็แปลกใจ “กี่เพ้าลายโบตั๋น มีคนมาขอรูปจากสถาบันไปพิมพ์เป็นหนังสือแล้วหรือนี่...ดังใหญ่แล้ว กี่เพ้าชุดนี้ คุณนายใหญ่ตามข่าวกี่เพ้าโบตั๋น...งั้นคุณผิงต้องเป็นคนส่งชุดนี้ไปเมืองไทยแน่...เจอตัวแล้ว”

ทันใด เป่าหลินเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด โวยวายว่าเพกาเข้ามาขโมยของในห้องคุณนายใหญ่ เพกาตกใจปฏิเสธว่าหยิบดูเฉยๆไม่ได้ขโมย

“โดนจับได้คาหนังคาเขา ยังแถอีก ขโมยๆ คุณเพกาขโมยของคุณนายใหญ่”

เหม่ยอิงกับเพ่ยเพ่ยเข้ามาสมทบ ช่วยกันปรักปรำว่าเพกาเป็นขโมย มีผ้าและหนังสือในมือเป็นหลักฐาน เพกาเถียงว่าของแค่นี้ตนมีเงินซื้อ

“ผ้าชิ้นนี้เป็นผ้าสั่งทอพิเศษ หาซื้อไม่ได้ เธอเห็น

แล้วอยากได้เลยขโมย เพ่ยเพ่ยไปรายงานคุณพ่อกับคุณแม่ใหญ่เร็ว”

เป่าหลินเข้าล็อกตัว เพกาบ่นอุบ ไม่ต้องทำขนาดนี้หรอก ตนไม่ได้หนี เหม่ยอิงให้เอาตัวไปห้องโถง...ทุกคนมาพร้อมเพรียง เพกาเหมือนถูกขึ้นศาลไต่สวน

“ดิฉันยอมรับผิดที่เข้าห้องคุณผิงโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ดิฉันไม่ได้ขโมยผ้ากับหนังสือของคุณผิงนะคะ”

“พวกขโมยของในห้างก็อ้างแบบเธอนี่แหละ คราวที่แล้วก็แอบเข้าห้องฉันทีหนึ่งแล้ว”

“แจ้งตำรวจมาจับเลยค่ะคุณพี่ แม่นี่มือไว ขี้ขโมย”

เพกาปฏิเสธว่าตนไม่ใช่ขโมย เจ้าเหวินเยี่ยถาม เมื่อหวางลี่ผิงไม่อยู่ในห้องแล้วเข้าไปทำไม เพกาสารภาพว่าเห็นผ้าวางอยู่สวยมาก จึงถือวิสาสะเข้าไปดู พอเข้าไป

ก็เห็นหนังสือ จึงสงสัยว่าคุณนายใหญ่ได้มาจากไหน หวางลี่ผิงยังงงๆ

“ที่ดิฉันเซ้าซี้ถามคุณผิง เพราะคิดว่าคุณผิงเป็นคนส่งกี่เพ้าลายโบตั๋นไปเมืองไทยค่ะ”

เจ้าหมิงเทียนเซ็งที่เพกาหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว จึงเอ็ด “สั่งแล้วใช่ไหม ห้ามขุดคุ้ยเรื่องนี้”

เพกายังดื้อดึงถามหวางลี่ผิงเป็นคนส่งจดหมายไปหาอดีตทหารแดงที่เซี่ยงไฮ้ใช่ไหม หวางลี่ผิงงงพูดเรื่องอะไร เจ้าเหวินเยี่ยโมโหสั่งเพกาหยุดพูด แต่เธอยังยื้อ

“คุณเยี่ยไม่อยากรู้หรือคะ ใครแอบส่งกี่เพ้าชุดนั้นไปเมืองไทย ปะปนกับกี่เพ้าของคุณ”

“มันไม่ใช่ธุระกงการของเธอ”

“กี่เพ้าชุดนั้นถูกส่งไปถึงมือดิฉัน ถือเป็นธุระของดิฉันโดยปริยายค่ะ”

เจ้าหมิงเทียนปราม แต่เพกายังตอกย้ำ “คุณผิงต้องเคยเจ็บปวดจากช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม เลยอยากแก้แค้นอดีตทหารแดง มันเป็นแบบนี้ใช่ไหมคะ ไม่งั้นคุณจะมีหนังสือเล่มนี้ไว้ทำไม”

เจ้าเหวินเยี่ยตวาดให้เพกาหยุด ตนหมดความอดทนแล้ว เพ่ยเพ่ยกับเหม่ยอิงยิ้มสะใจ ซิ่วหลานซึ่งแอบฟังอยู่นาน สงสารเพกาจึงก้มหน้าเดินออกมา

“คุณท่านคะ ซิ่วเป็นคนส่งกี่เพ้าลายโบตั๋นไปเมืองไทยเองค่ะ”

ทุกคนตกตะลึง หวางลี่ผิงบอกทั้งที่ยังงงๆว่า ผ้าผืนนั้นซิ่วหลานหามาให้ รวมทั้งหนังสือด้วย ตนต้องการตัดกี่เพ้า และในหนังสือนั้นมีแบบตัดเย็บ ส่วนหน้าปก ตนไม่ทันสังเกตว่าเป็นชุดเจ้าปัญหานั่น เพกาถึงกับอึ้งที่เป็นซิ่วหลานคนใกล้ตัวนี่เอง แล้วเธอเกี่ยวอะไรด้วย

“ซิ่วทำเรื่องทรยศตระกูลเจ้า ซิ่วขอลาออกค่ะ” ซิ่วหลานถอดกำไลหยกคืนเจ้าเหวินเยี่ย

“ยกโทษให้อาซิ่วซักครั้งนะครับคุณพ่อ อาซิ่วทำไปเพราะอยากให้ฝีมือของพ่อตัวเองได้ไปแสดงที่ต่างประเทศ พ่อของอาซิ่วเป็นคนตัดชุดกี่เพ้าลายโบตั๋นชุดนั้นครับ”

“พ่อของซิ่วเป็นช่างทำกี่เพ้าเก่งที่สุดในเซี่ยงไฮ้ แต่ต้องปกปิดตัวเองในคราบชาวประมง นายหลี่ทำลายร้านของเราที่เซี่ยงไฮ้ ไล่ล่าพ่อและฆ่าแม่ของซิ่ว”

ซิ่วหลานเล่าเรื่องในอดีต ครั้งที่หลี่เซียนบุกมาประกาศว่า ต้องโค่นล้มทุนนิยมและศิลปวัฒนธรรมที่แสดงถึงระบบศักดินา หลี่เซียนไล่ล่า เขามีความหลังผิดใจกับพ่อมาก่อน จะยิงพ่อแต่แม่เข้าขวางจึงถูกยิงตาย หลี่เซียนเคยรักแม่ของตนมาก เขาเสียใจร่ำไห้ แม่ให้พ่ออุ้มตนหนี

ซิ่วหลานร้องไห้ต่อหน้าทุกคน เพกาสะเทือนใจ คนที่มีอดีตกับทหารแดงคือซิ่วหลานนี่เอง ทำไมตนไม่เอะใจตั้งแต่ตอนที่ซิ่วหลานบอกว่า เธอรู้จักกี่เพ้าทุกชุดดีเหมือนลมหายใจของตัวเอง ครั้งที่ช่วยกันจัดเก็บกี่เพ้าใส่หุ่นเข้าตู้

“วันนี้ฝันของพ่อ ฝันของซิ่วเป็นจริง พ่อของซิ่วปักเย็บกี่เพ้าลายโบตั๋นให้คุณเมย์ลีเพื่อให้เป็นชุดที่สวยที่สุด ชุดสุดท้ายของชีวิตพ่อ พอคุณเมย์ลีตาย คุณเยี่ยสั่งให้ซิ่วทำลายชุดนี้ ซิ่วเลยเก็บไว้ ซิ่วสืบจนรู้ว่าหลี่เซียนจะไปเมืองไทยช่วงเวลาใกล้กับงานแสดง ก็เลยเขียนจดหมายไปตามเขามาดูการแสดง”

“ซิ่ววางแผนส่งมันไปที่สถาบันของฉัน อยากให้มันแสดงต่อสายตาชาวโลกและนายหลี่เซียนงั้นหรือ” เพกาไม่อยากจะเชื่อ

ซิ่วหลานพยักหน้า “เมื่อไหร่ที่เขาเห็นกี่เพ้าโบตั๋น เขาจะรู้ทันทีว่า พ่อของซิ่วยังไม่ตาย ช่างทำกี่เพ้าที่เขาอยากฆ่า...ยังไม่ตาย ความงามแห่งอารยธรรม ภูมิปัญญาของคนจีนไม่เคยตาย” ซิ่วหลานโชว์ปกหนังสือ “ดูหนังสือ เล่มนี้สิคะ มีคนขอถ่ายรูปกี่เพ้าโบตั๋นที่เอาไปแสดงงานนั้น ความสามารถของพ่อได้ปรากฏตัวออกมาให้โลกได้เห็น แค่นี้พ่อกับซิ่วก็ตายตาหลับ”

จิ้นเจินแย้งว่าชุดนี้เป็นชุดอัปมงคล เธอก็รู้ว่ามันปรากฏตัวขึ้น พวกตนจะรู้สึกอย่างไร ซิ่วหลานกราบขอโทษ และยินดีรับผิด เจ้าหมิงเทียนออกปกป้องซิ่วหลาน

“คุณพ่อรักกี่เพ้ามาก น่าจะเข้าใจอาซิ่วนะครับ”

“มันคนละเรื่องกัน ซิ่วกระทำการโดยพลการ อยู่บ้านเขาแต่ทำลายเกียรติของเขา คนแบบนี้เลี้ยงไม่ได้” เจ้าหมิงเทียนจะแย้ง แต่เจ้าเหวินเยี่ยตัดบท “กฎคือกฎ แกมันใจอ่อน อีกหน่อยใครจะเคารพ”

“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเกียรติของตระกูลเจ้าสินะ มันเป็นอย่างนั้นมาตลอด” เจ้าหมิงเทียนมองซิ่วหลานคำนับลาพ่อกับแม่อย่างไม่พอใจ

หวางหลี่ผิงปรามลูกชาย แต่เขายังโต้ว่า พวกเราเสียทุกสิ่งไปเพราะเกียรติยศ เพราะกฎที่พ่อสร้าง นี่คือ เงาร้ายของบ้านหลังนี้...เจ้าหมิงเทียนเดินหน้าตึงออกไป ทุกคนนิ่งอึ้ง เพ่ยเพ่ยโพล่งขึ้นว่า มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร เราคุยกันเรื่องไล่เพกาไม่ใช่หรือ เพ่ยเพ่ย มองหน้าทุกคนที่ดูเครียด ไม่มีใครตอบ เพกาเสียใจพึมพำ... เพราะตน ทำให้ซิ่วหลานถูกไล่ออก

ooooooo

ระหว่างที่ซิ่วหลานเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เป่าหลินมาดึงชุดไปหลายตัว อ้างว่าเป็นสมบัติตระกูลเจ้า เพกาเดินเข้ามา ตำหนิเป่าหลินไร้น้ำใจที่สุด เป่าหลินหอบเสื้อเดินเชิดหน้าออกไป ซิ่วหลานถอนใจบอกเพกาว่า ดีเหมือนกัน ตนจะได้ไม่ต้องเจอกันอีก

“อาซิ่ว ฉันขอโทษนะคะที่ทำให้อาซิ่วเดือดร้อน ขอโทษจริงๆ” เพกายกมือไหว้

“ตอนแอบใส่กี่เพ้าลายโบตั๋นส่งไปเมืองไทย ซิ่วเตรียมใจไว้แล้วล่ะค่ะ ว่าต้องโดนไล่ออก โชคดีคุณหมิงเทียนช่วยปิดความลับให้”

“มิน่าเขาถึงห้ามฉันขุดคุ้ย กลัวเรื่องถึงอาซิ่ว แล้วนี่อาซิ่วจะไปอยู่ที่ไหนคะ”

ซิ่วหลานตอบว่าจะกลับไปอยู่กับพ่อ เพกาตาวาว ขอไปเที่ยวบ้านเธอด้วยคน อ้างอยากคุยกับคนที่รักผ้าโบราณเหมือนกัน...

เมื่อได้มาถึง ซิ่วหลานกับอาฟ่งประคองอาหัวออกมา อาฟ่งเป็นภรรยาใหม่ของอาหัว แม้เขาตาจะเลือนรางเพราะเป็นต้อหิน แต่เขาก็ยังพอจะเห็นหน้าเพกา ถึงกับตกใจ ซิ่วหลานรีบบอกว่าแค่คนหน้าเหมือน อาหัวยอมพูดคุยกับเพกา พอรู้ว่ามีโอกาสได้ตัดเย็บกี่เพ้าอีกครั้ง จึงตั้งใจทำอย่างดีที่สุด ก่อนที่ตาจะมองไม่เห็น...

เพกาทึ่ง เพราะเหตุนี้ ซิ่วหลานถึงกล้าทำเรื่องที่เสี่ยง อาหัวตกใจว่าลูกสาวทำเรื่องอะไร ซิ่วหลานบอกเรื่องที่ตนส่งกี่เพ้าโบตั๋นออกไปให้หลี่เซียนได้เห็น

“อาซิ่วอย่าผิดหวังนะคะ วันที่นายหลี่ไปดู กี่เพ้าถูกส่งกลับฮ่องกงแล้ว” เพกาสารภาพ

ซิ่วหลานผิดหวังร้องไห้โฮ อาหัวกอดปลอบ“ลูกพ่อ ขอบใจนะ ขอบใจมาก ลูกลืมความทุกข์ ความโศกเศร้าในอดีตเสียเถิด ความเศร้าเปรียบเหมือนนก เราห้ามนกบินไปมาบนหัวเราไม่ได้ แต่เราห้ามนกไม่ให้ทำรังบนหัวเราได้”

ซิ่วหลานไม่อาจทำใจอย่างพ่อได้ เพกาสงสาร นึกได้ หยิบพาสปอร์ตในกระเป๋าออกมา ถามว่ามีกันไหม เธอชวนสองพ่อลูกไปเมืองไทย แสดงตัวให้หลี่เซียนได้เห็นว่า งานฝีมือกี่เพ้ายังไม่ตายไปจากโลก สองพ่อลูกยังงงๆ

จากนั้น เพกาก็มาลาหวางลี่ผิงกลับเมืองไทย โดยไม่บอกว่าจะกลับไปนานเท่าไหร่หรือจะไม่กลับมาอีก อ้างว่ามีธุระด่วนมาก ฝากกราบลาเจ้าเหวินเยี่ยให้ด้วย เจ้าหมิงเทียนได้ยินแทบช็อก เพกาเข้ามาคำนับลาเขาแล้วเดินไปไม่บอกเหตุผล หวางลี่ผิงถามลูกชาย

“เกิดอะไรขึ้นน่ะหมิงเทียน ทำไมจู่ๆก็ไป เขาโกรธเรื่องเพ่ยเพ่ยวันนั้น หรือว่ากลัวอาเหว่ยจะฆ่าเอา มันยังไงกันแน่”

“ผู้หญิงบ้า ท่าทางรีบร้อน ไม่มีแม้แต่คำลา ฮึ...”

“หมิงเทียนโกรธหรือลูก”

“เปล๊า...พนักงานที่บริษัทลาออกบ่อยๆ ใครอยากลาออกก็ไปสิ ทำไมต้องแคร์”

เป่าหลินแอบฟัง กระดี๊กระด๊าไปรายงานเจ้านาย... พอสองแม่ลูกรู้ ก็ดีใจกันยกใหญ่ แต่เป่าหลินยังแปลกใจที่ของในห้องดอกไม้ของเพกายังมีอยู่ เหม่ยอิงคาดคะเนว่า เพกาอาจจะกลัวจนรีบร้อน เก็บข้าวของไม่หมดเพ่ยเพ่ยสะใจ

ต่างกับเจ้าหมิงเทียน ที่กลัดกลุ้มจนนอนไม่หลับ นึกถึงแต่ภาพเพกาที่กวนประสาทเขาต่างๆ จนเขารู้สึกผิดต่อเมย์ลี “ฉันขอโทษเมย์ลี ฉันไม่ควรคิดถึงผู้หญิงคนนั้น เขาไปแล้ว...ก็ดีแล้ว ผู้หญิงคนนั้นแค่ผ่านมาแล้วจากไป มันก็แค่นั้น”

พลัน ซิ่วหลานโทร.เข้ามือถือ ขอยืมกี่เพ้าลายโบตั๋นมาให้พ่อ เขาแปลกใจแต่ก็ให้ยืม

ooooooo

มาถึงเมืองไทย เพกาชวนแฮรี่และเดซี่ตามหาว่าหลี่เซียนพักอยู่โรงแรมไหน จนกระทั่งเห็นเขาเดินออกมาจากโรงแรมหนึ่ง เพกาปรี่เข้าเชิญหลี่เซียนไปที่สถาบัน อ้างว่ามีเพื่อนเก่าจากเซี่ยงไฮ้ต้องการพบ หลี่เซียนมองเธอด้วยสายตาดุดัน ในที่สุดก็ตามไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

มาถึง เจอซิ่วหลานสวมชุดกี่เพ้ายืนอยู่กับอาหัว เขารู้สึกคุ้นหน้าแต่ยังจำไม่ค่อยได้

“ในที่สุดก็ได้เจอฆาตกรที่ฆ่าแม่” ซิ่วหลานโพล่งออกมา

หลี่เซียนเพ่งมองหน้าอาหัว แฮรี่กับเดซี่ดึงผ้าคลุมตู้กระจกที่มีหุ่นใส่กี่เพ้าโบตั๋นสีแดงเลือดนกออก หลี่เซียนถึงกับผงะ อาหัวพูดด้วยความภาคภูมิใจ

“หล่ีเซียน หลายปีที่พวกแกทำลายกี่เพ้า แต่เห็นมั้ย กี่เพ้ายังอยู่ ยังงดงามผ่านกาลเวลา”

หลี่เซียนอึ้งไปสักพัก ก่อนจะประกาศว่า ตนไม่เห็นอะไรนอกจากสัญลักษณ์ของศักดินา อาหัวสวน แต่ตนมองเห็นทั้งที่ตากำลังจะบอด เห็นว่าเขาฆ่าคนที่ตัวเองรัก หลี่เซียนน้ำตาคลอ

“ความรู้สึกผิดติดตามหลอกหลอนเขายิ่งกว่าเรา ลูกเห็นไหมซิ่ว เขาตกนรกทั้งเป็นมาตลอดชีวิต...ฉันทำกี่เพ้าที่สวยที่สุดแล้ว ฉันนอนตายตาหลับ”

“ฉันทำให้กี่เพ้าของพ่อเป็นที่รู้จัก ฉันก็นอนตายตาหลับ แต่แก อาหลี่...แม้อยู่ในนรก ตาแกก็ยังปิดไม่สนิท”

หลี่เซียนก้มหน้าน้ำตาไหลริน ครู่หนึ่งก็คุมสติได้ เงยหน้าขึ้นประกาศจุดยืนของตัวเอง

“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น โลกนี้ สังคมนี้ มนุษย์ทุกคนต้องเท่าเทียม ระบอบศักดินา ระบอบทุนนิยม ควรจะหมดไปเสียที” หลี่เซียนเดินผงาดจากไป

ซิ่วหลานยิ้มทั้งน้ำตา นี่แหละคือสิ่งที่ตัวเองต้องการ อาหัวจับมือลูก “เราชนะแล้วอาซิ่วความจริงที่ว่า คนอ่อนแอกว่า เอาชนะคนแข็งแรงกว่าได้ คนหยาบกระด้าง ต้องพ่ายแพ้แก่คนอ่อนโยน เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ แต่มักไม่มีใครทำตาม”

“แต่อาหัว อาซิ่ว ทำได้แล้วจริงๆค่ะ เหมือนอย่างที่ฉันบอกเสมอ กี่เพ้าชุดนี้คือสัญลักษณ์การไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา กี่เพ้าชุดนี้จะเป็นแรงบันดาลใจของทุกคนที่รู้จักมันและเป็นแรงบันดาลใจของฉันตลอดไป” เพกาชูสองนิ้วชื่นชมสองพ่อลูก...

ในขณะที่ทางบ้านตระกูลเจ้า คนรับใช้ทำงาน ผิดพลาดเพราะขาดซิ่วหลานควบคุม หวางลี่ผิงเอ็ดตะโรทั้งวัน จนจิ้นเจินและอวี้เหลียนออกปากว่า ขาดซิ่วหลาน เสียคน บ้านช่องวุ่นวายไปหมด ทั้งสามจึงช่วยกันขอร้องเจ้าเหวินเยี่ย ยกโทษให้ซิ่วหลาน ทำโทษอย่างอื่นอย่าให้ถึงกับไล่ออก เขาจึงบอกว่าจะตัดเงินเดือนหกเดือนแทน เจ้าหมิงเทียนยืนฟังอยู่มุมหนึ่ง เขาดีใจมาก...

วันต่อมา เพกาได้คุยกับแม่ อาแทนไท และภุมรี พร้อมอยากให้ลูกกลับมาอยู่บ้านแล้วส่งคนอื่นไปทำงานแทน แต่เพกาขอร้อง ขอตนทำงานนี้ให้สำเร็จ ไม่อย่างนั้น ตนจะรู้สึกผิดต่อวิญญาณของเมย์ลี แทนไทรู้ดีว่าวิญญาณเมย์ลีไม่ทำร้ายเพกา จึงบอกพร้อมไม่ต้องกังวลใจ...

วันนี้เพกาจะพาซิ่วหลานกับพ่อไปเที่ยวต่างจังหวัดก่อนกลับฮ่องกง เพกากับพร้อมมาที่สถาบันเพราะนัดขึ้นรถตู้ที่นี่ แต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นเจ้าหมิงเทียนปรากฏตัว

“ซิ่วบอกแค่ว่าจะยืมกี่เพ้ามาให้พ่อ แต่สุดท้ายก็มาโผล่ที่นี่ ดีนะที่ฉันเอะใจตามสืบจนรู้เรื่อง ฮึ...แม่คนเจ้ากี้เจ้าการพาซิ่วมาถึงที่นี่ หวังอะไรในชีวิตหือ...รางวัลโนเบลสันติภาพหรือไง”

แฮรี่ได้ยินรู้สึกเหมือนมีดบาดลึกเข้าไปในผิวหนัง เพกาตอบโต้ไม่ลดละ เจ้าหมิงเทียนตัดบทบอกว่าพ่ออนุญาตให้ซิ่วหลานกลับไปทำงานตามเดิม เพกาอึ้ง ซิ่วหลานดีใจ โผกอดอาหัว ซิ่วหลานหันมาขออนุญาตเจ้าหมิงเทียนไปเที่ยวกับพวกเพกาก่อน แล้วถือโอกาสชวนเขาไปด้วย

เพกาพาทุกคนมาเที่ยวเพลินวานที่หัวหิน พร้อมแปลกใจกับท่าทีของเจ้าหมิงเทียนและลูกสาว ที่ดูท่าทางแขวะกันตลอด เพกาจะเดินไปทางอื่น พร้อมถาม “เอ้าจะไปไหนล่ะลูก”

“ไม่อยากหายใจร่วมกับคนที่ไม่ชอบหน้าเรา”

“คุณไม่หายใจร่วมกับผม ผมก็เลยตามมาดูว่า ไอ้อากาศของคุณน่ะ มันดีกว่าของผมตรงไหน”

พร้อมยิ่งแปลกใจหันมาถามแฮรี่กับเดซี่ว่า สองคนนี่ยังไงกัน ทั้งแฮรี่และเดซี่ได้แต่ยิ้มๆ

ooooooo

กี่เพ้า ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

กี่เพ้า

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: