advertisement

มนต์จันทรา ตอนที่ 5

บทประพันธ์ กิ่งฉัตร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย บทกร
6 ก.ค. 2556 11:39

ระหว่างนั่งอยู่บนรถตู้บริษัทษมากลับกรุงเทพฯ สาระวารีได้รับโทรศัพท์จากษมา จึงพูดแดกดันว่าจะ มาหลอกอะไรกันอีก เขาถามเสียงอ่อยถึงไหนแล้ว เธอตอบกวนๆ

“ไม่รู้สิคะ ไม่ใช่คนขับ”

“ยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอ ผมขอโทษที่หลอกคุณ แต่ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นตัวตลกหรือว่าโง่เง่าอะไรอย่างที่คุณคิดเลยนะ”

“แล้วคุณทำไปเพื่ออะไร บอกตรงๆว่าฉันเสียความ...”

“เพราะผมคิดถึงคุณมากน่ะสิ” ษมาแทรกขึ้นทำเอาสาระวารีชะงัก “ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมทำแผนการงี่เง่าแบบนั้น ผมรู้ว่าทำตัวไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่ แต่ผมคิดแค่ว่าอยากเจอคุณอีก อยากมีเวลาอยู่กับคุณมากขึ้นอีกหน่อย ทำยังไงก็ได้ที่จะได้เห็นหน้าคุณ อีกแค่ห้านาทีก็ยังดี...วารี คุณฟังผมอยู่รึเปล่า”

“ค่ะ...” สาระวารีใจเต้นรัวแทบจะลืมหายใจ

“ผมดีใจมากที่คุณยอมกลับมาเยี่ยมผม อย่างน้อยผมก็รู้ว่าคุณยังห่วงผมบ้าง ไม่ใช่แค่มาทำงาน  เสร็จงานก็จากกันไป ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆอะไรเพิ่มขึ้นมาเลย...คุณจะไม่พูดอะไรบ้างเหรอ ปล่อยผมพูดคนเดียวแบบนี้  ผม ก็เขินเป็นเหมือนกันนะ”

หญิงสาวหน้าร้อนผ่าว เขินจนพูดไม่ออก ตัดบทว่าง่วงอยากนอนเอาแรง พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่ เธอพิงศีรษะอมยิ้มอบอุ่นใจ ษมาเป่าปาก โล่งอกที่กล้าพูดความในใจออกไปให้เธอเข้าใจ

เมื่อถึงบ้าน สาระวารีไขกุญแจบ้าน บอกคนขับรถให้วางของตนไว้เดี๋ยวตนเอาเข้าบ้านเอง แต่คนรถกลับบอกว่า ยังมีอีกมาก เขายกชะลอมลำไยจำนวนหลายชะลอมมาวางพร้อมเอ่ย

“คุณษมาท่านฝากมาให้คุณน่ะครับ บอกว่าเผื่อคุณจะเอาไปฝากเพื่อนๆที่ทำงาน นี่ยังมีอีกนะครับ”

สาระวารีเดินนำเข้าบ้าน ปากก็บ่นว่าวุ่นวายกับตนจริงๆ แต่ในใจแอบปลื้ม

ooooooo

โศภีนั่งดื่มเซ็งอยู่คนเดียวในผับ ดิตถ์มาเห็นเข้ามานั่งด้วยอย่างถือวิสาสะ เยาะว่าเธอคงโดนษมาทิ้งชัวร์เพราะแพ้ทางเด็ก โศภีโดนแทงใจดำกราดเกรี้ยวใส่ให้หุบปาก เขาคว้ามือเธอไว้

“ผมรู้จักคุณดี คนอย่างคุณบูชาเงินที่สุด คุณไม่ได้พิศวาสอะไรไอ้ษมาหนักหนาหรอก”

โศภีสะบัดมือออก มองดิตถ์ที่รู้ทัน ดิตถ์ชวนเธอร่วมมือ ในเมื่อแผนอดีตรักฝังใจ มัดใจษมาไม่อยู่ โอกาสชิงสัมปทานกาสิโนเหลือน้อยเต็มที ถ้าไม่จับมือกัน คงได้จับมือแสดงความยินดีกับษมาวันงานเปิดกาสิโนแน่ๆ โศภีถอนใจยอมนั่งลงคุยกับดิตถ์

รุ่งเช้า มือถือส่งเสียงดังปลุกสาระวารี เธองัวเงียควานหยิบมากดรับสาย กรอกเสียงฮัลโหลแบบมะนาวไม่มีน้ำ...เสียงษมาตอบกลับมา “ตื่นหรือยังวารี”

สาระวารีลืมตาโพลง “คุณโทร.มาทำไมเนี่ย คนกำลังหลับสบายอยู่เลย”

“ผมขอโทษที่โทร.มาปลุก ผมแค่อยากโทร.มาเช็กดูว่าคุณกลับถึงกรุงเทพฯปลอดภัยดีไหม”

น้ำเสียงสาระวารีแดกดันว่าปลอดภัยดีทุกอย่าง ขอบคุณที่โทร.มาแล้วจะวางสาย ษมาร้อง

“เดี๋ยวสิวารี คุยแค่นี้เองเหรอ”

“โอ๊ยคุณ เพิ่งจะจากกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย ฉันจะมีเรื่องอะไรคุยกับคุณนักหนาล่ะ...อ้อ ขอบคุณมากเรื่องลำไยนะคะ ฉันต้องแบกชะลอมลำไยโหนรถเมล์ไปทำงาน ลำบากไม่มากเลยค่ะ แค่นี้นะคะ” สาระวารีนึกได้แดกดันเล็กๆ

“โอเคครับ แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯวันนัดตรวจต้นฉบับนะครับ” ษมาขำวางสายไป

สาระวารีเหยียดปากใส่พูดล้อคำของษมา ก่อนจะลงนอน พลิกตัวไปมา พยายามข่มตาหลับต่อ สุดท้ายลุกขึ้นโวย ไม่ต้องนอนมันแล้วเดินหน้าหงิกเข้าห้องน้ำ

ไม่นาน สาระวารีเดินหาวหวอดๆถือชะลอมเข้ามาในล็อบบี้สยามสาร มีคณายืนกดลิฟท์อยู่หันมาเห็น ดีใจวิ่งไปหาร้องเรียกเพื่อน พอสาระวารีเห็นมีคณาก็ดีใจทิ้งชะลอมโผกอดเพื่อนอุ้มหมุน พร่ำบอกว่าคิดถึงจังเลย มีคณาร้องลั่น...เดี๋ยวล้ม อายเขา

สองสาวช่วยกันหิ้วชะลอมเดินคุยกันไปตามทางในบริษัท มีคณาข้องใจทำไมวันนี้มาทำงานเช้าได้ สาระวารีหน้าหงิกทันที

“ก็ไม่ได้อยากมานักหรอก มีพวกโรคประสาทโทร.มาปลุก” ว่าแล้วก็ส่งลำไยให้หนิงเอาไปฝากกอง บก.สองชะลอม แล้วหันกลับมาถามมีคณาว่า มัทนากลับมาหรือยัง

“คงวันสองวันนี้แหละ”

“งั้นเธอเอาไปชะลอมนึงเลย กินผลไม้หวานๆซะ ชีวิตรักจะได้หวานชื่นกะเขามั่ง”

มีคณาตีแขนเพื่อนอายๆ สองสาวมานั่งคุยกัน มีคณาตั้งคำถามว่า เจ้าพ่อคนนี้น่ากลัวไหม

“เขายังยืนยันว่าเขาไม่ใช่เจ้าพ่อ แต่ท่าทางเอาเรื่องเหมือนกันแหละ อย่างที่เคยเล่า บ้านเขาที่เกาะยานกยังกะโรงเรียนดัดสันดาน โทรศัพท์ทุกสายต้องบันทึกไว้หมด แล้วที่สำคัญนะมี่ อนามัยจัดมาก ขึ้นเกาะปุ๊บยึดบุหรี่ฉันปั๊บ บอกคนบนเกาะเขาไม่สูบ มาคืนให้ก่อนกลับ แถมเทศนาซะยกใหญ่” สาระวารีเม้าท์อย่างเมามัน

มีคณาเอ็ดว่าแอบสูบหรี่หรือ สาระวารีเสียงอ่อนแค่ตั้งท่า มีคณาโวย สัญญากันแล้ว เรื่องนี้ตนเข้าข้างษมาเต็มที่ เขาทำถูก เพราะคนไม่สูบแต่อยู่ใกล้ก็เหมือนสูบเอง เห็นแก่ตัว

“พอเลยยัยป้าแว่น ตั้งแต่ฉันไปจนวินาทีนี้ ฉันยังไม่ได้สูบบุหรี่ซักตัว โอเคป่ะ ไปรายงานตัวกับ

บก.ดีกว่า ขี้เกียจฟังเทศน์” สาระวารีค้อนขวับเดินหนี

มีคณาหมั่นไส้ ปาลำไยโดนหัวโป๊ก สาระวารีหันมาชี้หน้าทำนองฝากไว้ก่อน

ooooooo

บก.ไชยวัฒน์แกะลำไยกินไปคุยไปกับสาระวารี เขาถามเธอไม่สะทกสะท้านบ้างเลยหรือที่เกือบตาย หญิงสาวยอมรับตอนแรกก็กลัว พอรอดมาได้กลายเป็นประสบการณ์แปลกๆ

“คุณนี่แกร่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะนะ”

“แต่ข่าวเรื่องลอบยิง เรื่องผู้บงการอะไรนี่ ทางคุณษมาเขาขอเอาไว้ อย่าให้ลงข่าวนะคะ”

“อ้าว ไม่ให้ลงเหรอ ว้า...น่าเสียดาย”

“วารีก็เสียดายค่ะ บก.แต่คิดอีกที ลงไปอาจมีปัญหาทั้งทางเขาทางเราก็ได้ แต่สำคัญกว่านั้น เจ้าพ่อแกอาจจะฟ้องเราได้นะคะ บก.”

“ก็ว่าไปตามนั้น งั้นคุณก็เขียนงานไป ไม่ต้องรีบร้อนมาก เอาให้ดีที่สุด ผลงานชั้นโบว์แดงเลยนะ”

สาระวารีเสียงอ่อย ไม่รีบไม่ได้เพราะแหล่งข่าวขอตรวจข่าวก่อน บก.แปลกใจ ไหนว่ารักสันโดษไม่ชอบออกจากเกาะ หญิงสาวบ่น คราวนี้เขากลัวจะเขียนข่าวเขาเสียหายเลยยอมออกจากถ้ำ บก.ทำหน้าฉงน จ้อง หน้าสาระวารี

“ฟังทะแม่งๆอยู่นะวารี บอกตรงๆ ผมไม่ค่อยไว้ใจนายเจ้าพ่อนี่ซะแล้วสิ เล่าอะไรให้ผมฟังไม่หมด

รึเปล่าวารี”

สาระวารีหัวเราะกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร แล้วตัดบทขอตัวกลับไปทำงานอ้างคิดถึงโต๊ะทำงานสุดชีวิต ยิ่งทำให้ บก.สงสัยหนักขึ้น

ตกกลางวัน สาระวารีเดินมาชวนมีคณาไปกินข้าวกลางวัน มีคณาทำหน้าแหยๆ บอกเพื่อนอย่างเกรงใจว่า ไปไม่ได้ แหล่งข่าวโทร.มานัดพอดี สาระวารีโวยให้แหล่งข่าวรอไปก่อน

“ก็แหล่งข่าวนัดกินข้าวน่ะสิ”

สาระวารีเอะใจ จ้องหน้า “อย่างเธอเนี่ยนะ ยอมรับนัดกินข้าวกับแหล่งข่าว...แหล่งข่าวที่ไหนจะมีความสำคัญมากกว่าฉัน ขนาดเธอยอมทิ้งให้เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน กินข้าวคนเดียวได้ลงคอ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

มีคณาอ้อมแอ้มตอบว่าสารวัตรหิรัณย์ แหล่งข่าวเรื่องยาเสพติด แล้วคว้ากระเป๋าเดินเลี่ยงๆ สาระวารีไม่ยอมเลิกรา ตามมาขวาง บอกว่าน้องๆเม้าท์ให้ฟังว่าหมู่นี้เอะอะก็ไปแหล่งข่าวหน่วยนี้ตลอด สารวัตรหิรัณย์ก็โทร.จิกเช้ากลางวันเย็น ให้สารภาพมาดีๆว่ากิ๊กกันหรือเปล่า

มีคณาตกใจปฏิเสธเสียงแข็ง “จะบ้าเหรอวารี ฉันทำงาน”

“เดี๋ยวๆขอสรุปความเข้าใจอีกที สารวัตรคนนี้ใช่คนเดียวกับที่เธอฟาดเขาสองครั้งซ้อนหรือเปล่า”

มีคณารีบเบี่ยงประเด็นว่า ใช่ บก. ให้ทำสกู๊ปสลับกับข่าวทารุณกรรมเด็ก สาระวารีเตือนเพื่อน ว่าโบราณให้ห่าง รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ เพราะเจ้าชู้สุดๆ มีคณา เผลอเถียง ผู้ชายทุกอาชีพเจ้าชู้หมด ขนาดไม่มีอาชีพยังไม่เจียมตัวเลย ขึ้นชื่อว่าผู้ชายก็ต้องระวังทั้งนั้น สีหน้าเธอชิงชังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด สาระวารีพอจะรู้ว่าเพื่อนมีปมในอดีต จึงอ่อนลง ขอไปด้วย เพื่อพิสูจน์บางอย่าง มีคณามองเพื่อนอย่างสงสัยแต่ไม่อยากขัด

หิรัณย์นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์อยู่ที่ล็อบบี้ สาระ–วารีแอบมองรู้สึกคุ้นหน้า เคยเห็นมาก่อน

“จะพิสูจน์อะไรก็รีบทำซะสิ เขามีงานต้องไปทำต่อ”

“กินข้าวกลางวันกับเธอเนี่ยนะงาน...หน้าตาเหมือนตำรวจที่ไหนล่ะ เดี๋ยวเธอคอยดูให้ดีนะมี่ ฉันจะเผยธาตุแท้ของผู้ชายคนนี้ให้เธอเห็น ก่อนเธอจะหลวมตัวหลวมใจไปกันใหญ่”

สาระวารีจัดแจงเสื้อผ้าให้ดูเซ็กซี่ สูดลมหายใจเข้า เดินกรีดกรายออกไปนั่งข้างๆหิรัณย์ ทำหน้าทำตายั่วยวน จนเขารู้สึกตัวหันมองยิ้มให้ เธอเอ่ยถาม มารอใครเห็นนั่งอยู่นานสองนาน

หิรัณย์ปั้นยิ้มย้อนถาม “แล้วคุณมารอใครล่ะครับ”

“รอคนที่ใช่น่ะค่ะ” สาระวารีส่งตาเจ้าชู้ แกล้งวางมือบนตักหิรัณย์

มีคณาซึ่งแอบมองอยู่ตกใจไม่คิดว่าเพื่อนจะกล้าถึงเนื้อถึงตัวขนาดนั้น ได้ยินหิรัณย์ย้อนถามว่าเจอหรือยัง สาระวารีทำปูไต่ตาวิ้งๆไม่แน่ใจต้องพิสูจน์ ชายหนุ่มถามจะพิสูจน์อย่างไร

“ไปคุยกันต่อที่ห้องแอปเปิ้ลดีกว่าค่ะ” สาระวารีถือวิสาสะดึงมือหิรัณย์ให้ลุกขึ้น

หิรัณย์รวบมือเธอไขว้หลัง คว้ากุญแจมือมาใส่ สาระวารีตกใจร้องลั่น มีคณาต้องรีบออกมาห้ามทัพ อธิบายว่านี่เพื่อนตน มาลองทดสอบเขา หิรัณย์แกล้งทำหน้าดุตักเตือนทีหลังอย่าทำ มีคณายกมือไหว้ขอโทษ สาระวารีจ๋อยหน้าแตกพังยับเยิน...หิรัณย์พามีคณาขึ้นรถออกไป สาระวารีจับตามอง สีหน้าแค้นเคือง จะต้องฉีกหน้ากากไอ้หน้าหนวดให้ได้

ooooooo

ค่ำคืนบนเกาะยานกดูเงียบเหงาสำหรับษมา พอไม่มีสาระวารี จู่ๆเขาก็สั่งจันเลา พรุ่งนี้ตอนไปเอาเสบียงบนฝั่ง ให้หาซื้อต้นการะเกดมาปลูกที่เกาะด้วย พิพัชกับจันเลาแปลกใจ ที่เจ้านายเกิดชอบต้นไม้ขึ้นมา สองหนุ่มเดินคุยกันงงๆลำแพงผ่านมาได้ยิน

“คุณษมาอยากได้อะไรเหรอ”

“ต้นการะเกด คุณษมาอยากได้มาปลูก”

พิพัชบ่นแปลกใจ ทำไมเจาะจงจะเอาต้นนี้ ลำแพงตาเขียวปั้ด ขบกรามแน่น “ไม่เห็นจะแปลก ขนาดเกลียดนักข่าวยังพานักข่าวขึ้นเกาะมาได้ แล้วก็รู้ประดับสมองเอาไว้ซะด้วยว่า ชื่อแม่นักข่าวสาระวารีนั่น แปลว่าดอกการะเกด”

สองหนุ่มอึ้ง ถามลำแพงรู้ได้อย่างไร เธอหลุดปากว่าเปิดพจนานุกรมในห้องทำงานษมาดู เพราะคนอะไรชื่อประหลาด สองหนุ่มอมยิ้มรู้ว่าลำแพงหึงเจ้านาย ลำแพงยังแดกดัน

“ตัวไม่อยู่ ปลูกต้นไม้ไว้ดูต่างหน้าก็ยังดี เจ้านายพวกเธอชักจะเพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว”

ลำแพงสะบัดหน้าเดินไป จันเลาเปรย ท่าทางเจ้านายจะตกหลุมรักสาระวารีเข้าแล้ว พิพัชหน้าเครียดไม่ยินดีด้วย เพราะยังไม่ไว้ใจเธอ

เช้าตรู่ สาระวารีสะดุ้งตื่น ควานหาโทรศัพท์ที่ดังปลุก พอเห็นว่าเป็นษมาก็โวย “คุณอีกแล้วเหรอ จะจองเวรฉันไปถึงไหนเนี่ย”

“โมโหแต่เช้า เขาว่าจะแก่เร็วนะคุณ”

“ช่างฉันเถอะ ฉันจะนอน”

“ตื่นแต่เช้าดีต่อสุขภาพมากกว่านะ นอกจากสมองจะแจ่มใสแล้ว ระบบการทำงานอย่างอื่นของร่างกาย...” พูดไม่ทันจบ สาระวารีสวนทันทีว่ายอมตื่นแล้ว “คุณตื่นก็ดี อีกสามวันเจอกันนะวารี” ษมาวางสายไปดื้อๆ สาระวารีหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียดเดินเข้าห้องน้ำ...

ทำให้วันนี้สาระวารีมาสำนักพิมพ์แต่เช้า เดินบ่นงึมงำผ่านโต๊ะ มัทนาที่กำลังถอดเทปสัมภาษณ์อยู่ ก็ชะงักถอยกลับมา สองสาวทักทายดีใจกันยกใหญ่

“เจอป้ามี่รึยัง วันๆหาตัวไม่เจอเลย เอะอะไปขลุกอยู่หน่วยปราบปรามยาเสพติดตลอด ไม่รู้ไปติดใจอะไรนักหนา”

“เห็นพี่มี่บอกว่าจะทำสกู๊ปอะไรซักอย่างนี่ล่ะค่ะ”

สาระวารีถามถึงงานของมัทนาเป็นอย่างไรบ้าง เธอตอบว่าเรียบร้อยดี แล้วย้อนถามบ้าง สาระวารีตอบเขินๆว่าษมายอมให้สัมภาษณ์ดี พาไปดูเกาะที่ใช้สร้างกาสิโน เป็นเกาะที่สวยมาก ถ้ามัทนากับมีคณาไปต้องชอบ แย่หน่อยตรงที่ษมาขออ่านต้นฉบับก่อนตี–พิมพ์...มัทนาชะงัก

“จบข่าวกันเลย อย่างพี่วารีไม่ยอมแน่ๆใช่ไหมคะ”

สาระวารีเสียงอ่อยว่า ยอม ทำเอามัทนาอึ้ง สาระสารี ทำอารมณ์เสียกลบเกลื่อน ว่าษมาจะตามมาอ่านถึงโรงพิมพ์ จะห้ามได้อย่างไร มัทนาอ้าปากจะซัก สาระวารีตัดบท ขอตัวไปทำงานกลางวันค่อยเม้าท์ต่อ มัทนาอึ้งแต่ไม่ติดใจ เพราะเรื่องของตัวเองก็หนักใจพออยู่แล้ว...

ตกกลางวัน สามทหารเสือสาวพากันมาทานก๋วยเตี๋ยวร้านประจำ ท่าทางแต่ละคนมีเรื่องหนักใจ แต่พยายามครึกครื้น สาระวารีหัวโจกของกลุ่มเล่าเรื่องของตัวเองให้เพื่อนๆฟังก่อน

“ตอนแรกก่อนไปก็คิดว่านี่งานหินชัดๆ คงคว้า น้ำเหลวกลับมาแน่ๆ แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่ยากอย่างที่คิดเอาไว้ สัมภาษณ์ตามเก็บได้หมด ทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเปิดบ่อน แม้แต่ตัวเจ้าพ่อใหญ่”

มัทนาเปรยไม่น่าเชื่อว่าเจ้าพ่อใหญ่จะให้สัมภาษณ์ง่ายๆ มีคณาแขวะ ก็พอๆกับดาราใหญ่ให้สัมภาษณ์นั่นแหละ มัทนาจ๋อย สาระวารีบอกว่าตนโชคดีมากกว่าที่เพื่อนและคนรอบข้างช่วย แถมแหล่งข่าวดันเคยรู้จักกันมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน เพื่อนทั้งสองถามตื่นเต้นเจอกันที่ตราดหรือ

“ใช่ ที่บ่อนเล็กๆกลางตลาด คุณษมาเขาเล่นได้เยอะ ถูกนักเลงคุมบ่อนตามตี ฉันไปตามตำรวจมาช่วยไว้ทัน เขาเลยจำฉันได้แม่น พอไปทำข่าว สยามสารเลยได้สิทธิ์พิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ เสียอย่างเดียว ท่านเจ้าพ่อไม่ยอมให้ถ่ายรูปซะงั้น”

“ได้แค่นี้ก็นับว่าดีมากแล้วล่ะวารี ใครจะไปคิดว่าเจ้าพ่อที่เก็บตัวนักหนาจะมีหนี้บุญคุณค้างอยู่กับนักข่าวสาวสวยอย่างเธอ งานที่คิดว่ายากเลยง่ายไป”

สาระวารีเหล่มองเพื่อนๆชักเกรงจะจับได้ถึงความรู้สึกตัวเองจึงตัดบทจบข่าว มีคณาโวยทำไมไปตั้งนานมีเรื่องเล่าแค่นี้ สาระวารีโต้ถึงคิวเธอเล่าบ้าง มีคณาหลบตาปฏิเสธเสียงสูงไม่มีอะไรจะเล่า มัทนาก็หลบตาจนสาระวารีอึดอัด ส่งข้อความเข้ามือถือเพื่อนทั้งสองว่าเป็นอะไรกัน

“เอาล่ะ เราสามคนเล่านิทานหลอกตัวเองกันมาพอแล้ว ทีนี้มาพูดเรื่องจริงกันดีกว่า เอาความรู้สึกที่มีกับแหล่งข่าว ล้วนๆเลย ตกลงไหม” สาระวารีเสนอ โดยตนจะเล่าก่อน ถ้าใครไม่เล่าให้ออกจากกลุ่มไปเลย อีกสองสาวกลืนน้ำลายเอื๊อก ปาดเหงื่อฟังเพื่อนเล่าความในใจ

ooooooo

หลายวันที่ผ่านมา ลำแพงเห็นษมาเอาแต่เร่งทำงานจนไม่เป็นอันกินอันนอน เพราะจะรีบเข้ากรุงเทพฯ เธอแอบ ไม่พอใจ พอพิพัชมาบอกว่าได้ต้นการะเกดมาแล้วต้นไม่ใหญ่ เขากลับบอกว่าไม่เป็นไรให้ต้นมาโตที่นี่ ยิ่งทำให้เธอแสลงใจ บ่นว่าจะปลูกทำไมเดี๋ยวมันก็ตายหมด

ษมามาคุมคนงานขนต้นการะเกด จึงไม่ทันสังเกตว่ามีคนงานใหม่ พอเผลอ คนงานคนนั้นก็ชักมีดออกมาจะแทง แลงเห็นร้องเตือน ษมาหลบได้ทันแล้วจับข้อมือคนงานบิดจนมีดหล่น พิพัชกับจันเลาเข้าจับคนงานไปเค้นถามว่าใครสั่งมา แต่มันปากแข็ง ษมาให้ตำรวจเอาตัวไปสอบปากคำ แลงเข้ามาขอโทษเพราะเป็นคนรับคนงานใหม่เข้ามา ษมาไม่ติดใจเพราะแลงเป็นคนช่วยชีวิตตนไว้ ถือเป็นบทเรียนอีกครั้ง

ดิตถ์มาส่งข่าวโศภี เธอย้อนถามว่าเขาเป็นคนส่งคนงานนั้นไปใช่ไหม ดิตถ์ปฏิเสธ ถ้าตนลงมือต้องมีชั้นเชิงกว่านั้น โศภีแปลกใจทำไมเขาถึงรู้ข่าววงในได้เร็ว ดิตถ์หัวเราะ

“คนเรามีดี ไม่จำเป็นต้องโอ้อวดนี่ครับ ผมบอกคุณโศแล้วไง ว่าคุณเลือกจับมือกับคนไม่ผิดหรอก ไม่มีใครจะรู้การเคลื่อนไหวของไอ้ษมาดีเท่าผมอีกแล้ว”

“ว่าแผนการของนายมาเลยดีกว่า” โศภีเหยียดปากหมั่นไส้

“ตอนนี้โอกาสเข้าข้างพวกเราแล้ว อีกไม่กี่วันมันจะเข้ากรุงเทพฯ ไปหานังนักข่าวนั่น รอเก็บมันที่กรุงเทพฯน่าจะง่ายกว่าเกาะส่วนตัวของมัน”

โศภียิ้มอย่างพอใจ สั่งให้เก็บพร้อมนักข่าวนั่นเลยยิ่งดี...

ooooooo

ค่ำวันนั้น กัปตันขับรถมาส่งสาระสะมาที่บ้าน พูดคุยหัวเราะหัวใคร่กัน สาระวารีมองมาไม่พอใจ เข้ามาขัดจังหวะ กัปตันเรียกสาระสะมาว่าซาร่า ก็ถูก สาระวารีแดกดัน ไว้เรียกบนเครื่อง นี่อยู่บ้านอย่าดัดจริต กัปตันแปลกใจที่สาระสะมามีคู่แฝด แต่ยิ่งเจอคำถามเป็นชุดต้องรีบลากลับ

“เป็นกัปตันเครื่องบินก็อายุไม่น้อยแล้วนี่ แต่งงานรึยัง มีลูกกี่คน อยู่คนเดียวหรืออยู่กับพ่อแม่ แม่หวงลูกชายมากรึเปล่า”

สาระสะมาเกรงใจรีบขอโทษแทนบอกว่าน้องเป็นนักข่าวจึงติดนิสัยช่างซัก กัปตันยิ้มเจื่อนๆ ขอตัวกลับ สาระสะมาหันมาเอ็ดน้องสาวก่อนจะถามว่ากลับมาบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่

“วันสองวันแล้ว เรามีอะไรบางอย่างมาฝากนายด้วย” สาระวารีหน้าเครียดลง เอาจดหมายพ่อมาส่งให้

สาระสะมาเปิดอ่านไม่เสียใจอะไร เพราะเธอเข้าใจพ่อดี และไม่เอาเรื่องในอดีตมาทำร้ายชีวิต สาระวารีอึ้ง

“นายเป็นอย่างนี้เสมอเลยนะสะมา นายเข้มแข็งแล้วก็ทำใจรับสิ่งต่างๆได้ดีกว่าเรา มีแต่เราเท่านั้นแหละ ที่ยังจมอยู่กับอดีตไม่เลิก”

สาระสะมาบีบไหล่น้องสาวเป็นการปลอบใจ...ขณะเดียวกัน ษมาเร่งทำงานเอกสารให้เสร็จเพื่อจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ลำแพงเก็บความไม่พอใจเอานมอุ่นๆมาให้ และขอตามไปปรนนิบัติเขาที่กรุงเทพฯ แต่ได้รับการปฏิเสธ ยิ่งสร้างความเจ็บใจให้กับเธอ

รุ่งเช้า สาระวารีรู้ว่าษมาจะต้องโทร.มาปลุกอีกจึงแกล้งนั่งรอ สาระสะมาถือน้ำส้มเข้ามานั่งด้วย มือถือสาระวารีดังขึ้น เธอยิ้มกริ่มกดรับส่งให้พี่สาวคุยแทนไม่ทันที่จะพูดอะไร ษมากรอกเสียงเข้ามา “ทำไมวันนี้รับเร็วจัง ตื่นเช้ากว่าปกติเหรอครับ”

สาระสะมาสบตาน้องสาวก่อนตอบ “ผิดเวลาน่ะค่ะ เลยนอนไม่ค่อยหลับ”

“ทำงานจนเลยเวลานอนเหรอครับ”

“กลัวคนโทร.มาปลุกน่ะค่ะ เลยไม่กล้านอน” สาระสะมาหลุดขำออกมา

ษมาฉุกคิดถามว่าสาระสะมาเป็นคนพูดใช่ไหม เธอหันมองน้องสาวพร้อมเอ่ย “โดนจับได้แล้ว คุณเก่งมากนะคะ จำเสียงได้เร็ว เพื่อนบางคนคุยเกือบยี่สิบนาทียังไม่รู้เลย”

“เก่งอาไร๊ นายไม่ตั้งใจหลอกมากกว่า ไม่งั้นจ้างให้พรุ่งนี้ก็ยังไม่รู้หรอก” สาระวารีโวย

“ได้ยินแล้วใช่ไหมคะ คุยกับเขาเองนะคะ” สาระวารีตะโกนเข้ามาว่าไม่คุย

ษมาจึงฝากบอกอีกสามวันเจอกัน พอสาระวารีรู้ก็โกรธหาว่าทำไมตนต้องนั่งนับวันรอ สาระสะมามองน้องสาวอย่างจับพิรุธ ตะล่อมถาม

“คุณษมาเขาพูดจาดีนะ ท่าทางน่าคบ ถ้าเขาไม่ใช่คนน่าคบ นายคงไม่ให้ความสนิทสนมถึงขนาดแกล้งแหย่กันเล่นได้แบบนี้หรอก เราเป็นฝาแฝดกันนะวารี นายปิดเราไม่มิดหรอก มีอะไรเกิดขึ้นบนเกาะที่นายยังไม่เล่าให้เราฟังอีกหรือเปล่า”

“นายหัดเป็นคนชอบจับผิดตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เอาไม่คุยด้วยแล้ว ไปทำงานดีกว่า”

อากัปกิริยาของสาระวารียิ่งทำให้สาระสะมาสงสัย... ด้านษมา ออกมาชื่นชมต้นการะเกด  ลำแพงตามมาเรียกไปทานข้าว เขาจึงถามว่าต้นนี้โตขึ้นจะใหญ่สักแค่ไหน ลำแพงตอบเสียงขุ่นว่าไม่รู้ ชอบเลี้ยงผึ้ง ไม่นิยมปลูกต้นไม้ ษมารู้แกวว่าเธอไม่ชอบสาระวารีจึงนิ่งๆ ลำแพงอดไม่ได้

“คุณษมาชอบเด็กคนนี้จริงๆเหรอคะ” เห็นษมานิ่งจึงเตือน “เธอเข้ามาที่นี่ เข้ามาพัวพันกับคุณก็เพื่อผลประโยชน์ในหน้าที่การงาน สยามสารเป็นเล่มเดียวที่ได้ข่าวคุณ ป่านนี้คงได้โบนัสก้อนโตไปแล้ว คุณคิดว่ารู้จักเธอดีพอแล้วเหรอคะ”

“ก่อนที่เราจะทำความรู้จักใครให้ลึกซึ้ง ก็เริ่มต้นจากชอบเขาก่อนไม่ใช่เหรอ...ฉันไปกรุงเทพฯ ฝากดูแลต้นไม้ด้วยล่ะ”

ลำแพงเหมือนโดนน้ำเย็นจัดราดลงหัว รับคำนัยน์ตาเยือกเย็น แต่ในอกร้อนแทบระเบิด

ooooooo

บ่ายวันนั้น โศภีเข้ากรุงเทพฯกำลังจับจ่ายซื้อของในห้างสรรพสินค้า เห็นสาระสะมาแต่เข้าใจว่าเป็นสาระวารีจึงเข้ามาถากถาง สาระสะมาใจเย็นพอโต้ตอบเล็กๆแต่เจ็บแสบว่า ในห้างนี้มีกล้องวงจรปิด ถ้าเธอไม่เลิกคุกคาม ตนเชื่อว่าษมาจะต้องไม่พอใจ และคนที่เสียก็คือเธอ

พอสาระวารีฟังพี่สาวเล่าเรื่องก็รู้ทันทีว่าเป็นโศภี สาระสะมาบอกน้องว่า เท่าที่เห็นลักษณะผู้หญิงคนนี้ตนเชื่อว่าษมาฉลาดพอที่จะไม่เลือกผู้หญิงคนนี้ สาระวารีเคืองทำไมพี่ถึงชอบเข้าข้างษมา ทั้งที่เขากำลังจะเปิดบ่อน สาระสะมาเตือน

“บ่อนอีกแล้ว คำก็บ่อนสองคำก็บ่อน เมื่อไหร่นายจะเลิกฝังใจกับเรื่องพวกนี้ซะที คุณษมาเขาทำธุรกิจเปิดกาสิโน ไม่ได้ทำให้พ่อเราติดการพนันจนครอบครัวต้องล่มสลายซะหน่อย”

“เรารู้ แต่เราเกลียดการพนันเข้ากระดูกดำ เราไม่มีวันทำใจได้หรอก”

“ถึงแม้ว่านายจะรู้สึกดีๆกับคุณษมาอย่างงั้นเหรอ แล้วถ้าคุณษมาเขายอมเลิกทำกาสิโน นายจะเปิดใจกับเขามากกว่านี้ไหมวารี”

สาระวารีตัดบทหงุดหงิดเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้...

รุ่งขึ้นสาระสะมากำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ษมาขับรถมาจอด ทั้งสองหันมองกัน ษมารู้ว่านี่ไม่ใช่สาระวารี เขาจึงบอกเธอว่า เขามาหาน้องสาวเธอ สาระสะมายิ้มให้อย่างเป็นมิตร ผ่านไปสักครู่ สาระวารีแต่งตัวไปทำงานเดินลงมา ส่งเสียงว่าหอมจังทำอะไรทาน แต่พอลงมาเห็นหน้าษมานั่งอยู่ก็ตกใจรีบถามมาทำไม

“ผมก็มาตรวจต้นฉบับอย่างที่รับปากไว้ไง หรือว่าคุณจะไม่รักษาสัญญา”

“ฉันรักษาสัญญาอยู่แล้ว แต่เจอกันที่สยามสารสิคะ”

ษมาอ้างว่าเกรงใจ สาระวารีเคือง บุกมาบ้านเขากลับไม่เกรงใจ ษมาไม่สนใจคำแขวะของเธอ กลับบอกเธอว่าสาระสะมาชวนทานอาหารเช้า สาระวารีแดกดันให้เรียกพรรคพวกเข้ามาด้วย

“ผมมาคนเดียว คนอื่นมีงานต้องทำ”

“แล้วนี่คุณไม่กลัวว่าใครรู้จะตามมายิงถล่มคุณเอาเหรอ บอกก่อนนะ บ้านนี้ฉันกับสะมายังผ่อนไม่หมดเลย ถ้าถูกระเบิดล่ะก็ไม่มีปัญญาหาเงินมาซ่อมแน่”

“ไม่ต้องห่วงครับ มีแต่คนสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าผมมากรุงเทพฯ ตลอดทางที่ผมขับรถมาบ้านคุณ ผมก็ระวังอย่างดี รับรองไม่มีใครสะกดรอยตามมาเด็ดขาด”

สาระวารีทิ้งค้อน สาระสะมายกอาหารมาวางให้พอดี เลยถูกน้องสาวค้อนขวับไปด้วย...หลังทานอาหารเสร็จ สาระวารีตามมาต่อว่าพี่สาวในครัว สาระสะมาแกล้งย้อนไม่ต้องกลัวษมาจะหันมาชอบตน สาระวารีโวยเรียกชื่อพี่เสียงดัง...สะมา ชายหนุ่มขานรับ เธอยิ่งอารมณ์เสีย

“ฉันไม่ได้เรียกคุณ ฉันคุยกับพี่สาวของฉัน...ทีหลังนายอย่าพูดบ้าๆอย่างนี้อีกนะ”

สาระสะมาขำบอกน้องสาวว่า ดูท่าษมาเป็นคนดีและจริงใจ สาระวารีเอาเรื่องบ่อนมาเป็นข้ออ้าง สาระสะมาจึงเตือนว่า ถึงษมาไม่เปิด คนอื่นก็เปิดอยู่ดี และอาจจะคดโกงไม่ได้มาตรฐานก็เป็นได้ อย่าปิดโอกาสตัวเองด้วยข้อจำกัดอย่างโน้นอย่างนี้เลย ดูนิสัยใจคอกันดีกว่า สาระวารีหาว่าพี่สาวถูกษมาล้างสมองเสียแล้ว สาระสะมาถอนใจ

กลับออกมา สาระวารีเห็นษมานั่งอ่านต้นฉบับในโน้ตบุ๊ก จึงบอกว่าดูแต่ตา อย่ามาแก้ไขอะไร ษมาตอบว่าตนมีมารยาทพอ หญิงสาวแขวะ

“บุกเข้าบ้านคนอื่นมาทานข้าวเช้าได้หน้าตาเฉย ยังจะให้ฉันไว้ใจได้อีกเหรอ คุณอยากแก้ตรงไหนก็ทำตัวหนาเอาไว้ เดี๋ยวฉันจะพิจารณาดูเองว่าสมควรแก้ให้หรือเปล่า”

“คุณเก่งเรื่องไซโคคนอ่าน เรื่องตัวเลขนะ” ษมาชม

“ตามหน้าที่ค่ะ เราต้องชี้ให้คนอ่านเห็นตัวเลขเกี่ยวกับวงการพนันชัดเจน ว่าแต่ละปีมีเงินหมุนเวียนมากขนาดไหน”

ษมาชมอีกว่าบทความเธอดี ขอแก้เป็นบางจุด สาระวารีย้ำจะพิจารณาเป็นจุดๆไป ให้เขาวงเล็บเหตุผลที่ต้องแก้ไว้ด้วย

หลังจากอ่านต้นฉบับเสร็จ ษมาขับรถมาส่งสาระวารีที่สยามสาร ตั้งใจรอรับกลับ อ้างว่าอยากอ่านต้นฉบับที่เธอแก้แล้วอีกที สาระวารีเคือง สะบัดหน้าเข้าตึก ษมาเดินตามติดจนคนในออฟฟิศมอง เธอหันมาโวยจะตามไปถึงไหน ษมาบอกว่าไปถึงโต๊ะทำงาน หญิงสาวหาว่าเขาไม่ไว้ใจว่าเธอจะแก้ข่าวให้ตามสัญญา

“เปล่า ผมให้เกียรติและเชื่อถือคำสัญญาของคุณนะวารี แต่บทความนี้ของคุณเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องที่ล่อแหลม และการสื่อสารระหว่างผมกับคุณในบางเรื่อง เราเข้าใจแตกต่างกัน ผมไม่ต้องการให้ความแตกต่างนี้มีผลกระทบตามมาทีหลัง

“พูดวกวนไปมา สรุปก็คือคุณไม่เชื่อมือฉัน ไม่ไว้ใจว่าฉันจะเขียนข่าวออกมาได้ดี”

“เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ข่าวคุณดี ดีมากทีเดียวล่ะ แต่ถ้าบทความนี้ตีพิมพ์ออกไป จะทำให้บางคนเดือดร้อน การตัดบางประโยคออกไป หรือทำให้คำมันเบาลงบ้าง มันไม่ได้ทำให้ข่าวคุณดีน้อยลงเลย”

“ฉันบอกคุณแล้วไงคะว่าจะนำข้อติติงคุณไปพิจารณาดูอีกที...งั้นขอตัวขึ้นไปทำงานชั้นบนนะคะ” ษมาเดินตามเธอหันมาห้าม “ที่นี่ไม่อนุญาตให้คนภายนอกขึ้นไปที่กอง บก. ถ้าอยากรอก็รอที่ล็อบบี้ ทนได้ก็ทน ทนไม่ไหวก็กลับไปนอนที่โรงแรม แก้เสร็จจะโทร.ไปปลุก”

ษมาอมยิ้มมองตามหลังสาระวารีด้วยความรู้สึกปลื้ม คนนี้แหละใช่เลย

ooooooo

หน้าตึกสยามสาร ดิตถ์ให้ลูกน้องขับรถวนดูแล้วโทร.ส่งข่าวโศภี ว่าษมายังเฝ้านักข่าวอยู่จึงไม่รู้ว่าเขาพักโรงแรมไหน ตนจะกลับออกมาก่อนที่ษมาจะรู้ตัว

เวลาผ่านไป สาระวารีเอาต้นฉบับที่แก้แล้วลงมาให้ษมาอ่านที่ล็อบบี้ แถมบ่นว่าทำตนเสียประวัติ คนสงสัยกันทั่วมีผู้ชายมานั่งเฝ้า ษมาแอบยิ้ม ก้มอ่านต้นฉบับสักพักก่อนจะชม

“ขอบคุณที่ทำให้ความรู้สึกของผมที่มีต่อสื่อมวลชนดีขึ้น อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้มีอีโก้สูงขนาดแตะต้องไม่ได้ ทำอะไรไม่คิดถึงคนอื่น ดีแต่จะขายข่าวเหมือนนักข่าวบางคนที่ผมเจอมา”

“นักข่าวทุกคนก็อยากทำข่าวตัวเองให้ออกมาดีที่สุด ถูกต้องที่สุดทั้งนั้นแหละ แต่อย่าลืมว่านักข่าวก็เป็นปุถุชนคนนึงเหมือนกัน”

“ผมทราบครับ ตั้งแต่ได้รู้จักกับคุณ ผมเรียนรู้เรื่องนักข่าวมากขึ้นเยอะเลย แต่ตอนนี้ผมหิวแล้ว” ษมาทำหน้าอ้อนๆ

สาระวารีจึงพาษมามาทานก๋วยเตี๋ยวเจ๊นิดเจ้าประจำ เจ๊นิดกระดี๊กระด๊าเพราะไม่เคยเห็นสาระวารีพาผู้ชายมา ษมาได้โอกาสเลียบเคียงถามเรื่องสาระวารี หญิงสาวขู่ถ้าเจ๊พูดมากตนจะชักดาบ ษมาเสนอตัวไม่ต้องกลัว เจ้ามืออยู่นี่ทั้งคน สาระวารีหมั่นไส้ บอกเจ๊นิดเคลียร์หนี้ยกแก๊งกับษมาได้เลย ษมาทำหน้าเหวอที่โดนสาระวารีเล่นงานอีกแล้ว  เธอหันมาถาม

“ยังมีอีกหลายร้านนะ อยากตามไปกินที่ไหนอีกก็บอกได้เลย” พลันมือถือดังขึ้น “ว่าไงคะ บก. กำลังจะหม่ำอยู่พอดีเลยค่ะ อยู่ข้างๆนี่แหละค่ะ พามาให้เลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเจ๊นิด...โอ๊ย แค่นี้เรื่องเล็ก บก. เขาเจ้าของกาสิโนใหญ่ที่สุดในเอเชียนะคะ...ไม่ต้องลงมาหรอกค่ะ บก. เขาอิ่มแล้วกำลังจะกลับ”

ษมาฟังดูรู้สึกว่า บก.อยากพบตน จึงแกล้งยื่นมากรอกเสียงไปว่า ตนขออนุญาตขึ้นไปพบที่ห้อง บก.ไชยวัฒน์ ตกใจรีบตอบ ด้วยความยินดี เดี๋ยวให้สาระวารีพาขึ้นมาได้เลย สาระวารีหมั่นไส้ปนเจ็บใจ

ooooooo

เวลาผ่านไป ษมาคุยกับ บก.เรียบร้อย เอ่ยปากชวนให้พาลูกน้องไปพักผ่อนที่รีสอร์ตของตน ตนให้ราคาพิเศษ บก.ขอบคุณและรับปากจะดูแลต้นฉบับให้แก้ไขตามที่เขาต้องการอย่างดี สาระวารีเบ้ปาก บก. กำชับให้ไปส่งษมาที่รถ เธอสะบัดหน้าเดินลิ่วไป ษมาวิ่งตาม

ตกเย็น ดิตถ์ยังเฝ้าตามษมา เห็นไปคุยธุระกับนักธุรกิจแล้วย้อนกลับมารับสาระวารีที่สยามสารไปส่งบ้านอีก เขาโทร.เล่าให้โศภีฟังว่าเจ้าพ่อเกาะยานกสิ้นลายก็คราวนี้

“ฉันว่าไม่ต้องเสียเวลาวางแผนอะไรแล้ว จับอีนังนักข่าวนั่นมาเป็นเหยื่อล่อไอ้ษมา แล้วก็ยิงทิ้งมันทั้งคู่ไปเลย” โศภีเสียงกร้าว

“อย่าเอาแต่หึงจนเสียงานสิคุณ ที่นี่กรุงเทพฯนะไม่ใช่ บ้านป่าเมืองเถื่อน คนพลุกพล่านยังกะหนอน กล้องวงจรปิดติดเต็มเมือง วางแผนไม่รอบคอบได้นอนคุกกันแน่”
โศภีหาว่าดิตถ์ปอดแหก ดิตถ์โต้ว่าปล่อยษมาสวีทหวานกับนักข่าวให้หนำใจ เพราะเขาจะไม่ได้กลับเกาะอีก โศภีย้ำอย่าพลาดอีกแล้วกัน...

คืนนั้น ษมาโทร.มากวนใจสาระวารี เพราะคิดถึง อ้างว่าทีเธอไปตอแยตนที่เกาะยานกตนยังทนได้ หญิงสาวย้อนถามอยากแก้ไขอะไรอีก ษมาขรึมลงชมว่าตนเชื่อมือเธอ เพราะถ้ากาสิโนตนล้ม คนงานจะเดือดร้อนอีกหลายชีวิต สาระวารีหาว่าเขาเอาคนงานตาดำๆมาอ้าง

ษมาเสียงใสขึ้น “จะโทร.มาบอกว่าพรุ่งนี้เช้าผมจะไปรับคุณไปส่งที่ทำงาน”

สาระวารีห้ามไว้ตนไปเองได้ ษมาจึงขอไปพบที่สยามสาร จะรออยู่ล็อบบี้ไม่ขึ้นไปวุ่นวาย หญิงสาวโวยจะวุ่นวายกับชีวิตตนไปถึงไหน เขาแก้ตัวว่าไม่มีเพื่อน

“เพื่อนรุ่นเดียวกันตายหมดแล้วเหรอ”

ษมาหัวเราะ “ผมก็ไม่ได้แก่ขนาดนั้น คุณนี่ปากร้ายจริงๆ...ผมชอบ ทีคุณไปบ้านผม ผมยังเต็มใจต้อนรับเลย”

สาระวารีตัดบทอยากทำอะไรก็ทำไป ตนจะนอน ษมาขำเมื่ออยากจีบเด็กก็ต้องทำแบบนี้

ooooooo

มนต์จันทรา ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement