advertisement

ฟ้ากระจ่างดาว ตอนที่ 8

บทประพันธ์โดย...กิ่งฉัตร จากบทละครโทรทัศน์ช่อง3 โดย...บทกร
14 ส.ค. 2556 15:00

สาวๆเดินดูของในตลาดอย่างสนุกสนาน มีแต่มีคณาที่นิ่งเงียบ สังเวชใจกับเด็กสาวเหล่านั้น พลัน ได้ยินเสียงผู้ชายคุ้นหูพูดจาหยอกล้อกับแม่ค้าขายกาแฟ ตามด้วยเสียงผู้หญิง ทำให้มีคณาหันไปมองแล้วใจชื้นขึ้นมาก เพราะเป็นเสียงทัพขันธ์กับบัว

การที่วิชัยพาพวกมีคณาออกมาเดินตลาด เพื่อให้เจ๊แอ๊ดได้เข้าไปค้นข้าวของสาวทั้งห้า ว่ามีอะไรแปลกปลอมมาบ้าง และได้ยึดกล้องถ่ายรูปของเอ๋ไป...พอเอ๋รู้ว่ากล้องหายก็เสียใจเพราะยืมเพื่อนมา มีคณาปลอบคิดเสียว่าฟาดเคราะห์ ทั้งที่กำลังจะไปเจอเคราะห์ที่หนักกว่า คืนนี้พวกเธอต้องเดินทางไปร้านที่ต้องทำงาน แต่มีคณารู้ดีว่ามันคือซ่องนรก

ระหว่างการเดินทาง มีคณาหวั่นใจทัพขันธ์กับบัวจะตามทันไหม มองไปนอกรถมีแต่ความมืดแต่เธอก็พยายามจะจดจำเส้นทาง ผึ้งถูกจับไปนั่งหน้า สีหน้าเธอบ่งบอกถึงความหวาดกลัว ไม่ตื่นเต้นเหมือนอีกสามสาว

ทางกรุงเทพฯ หิรัณย์บินกลับมา สันติดีใจทวงของฝาก ช่วยกันค้นกระเป๋ากับวันทนีย์ โดยไม่รู้เลยว่า ป้าของตนกำลังตกอยู่ในอันตราย กัลยากระซิบถามความคืบหน้า หิรัณย์หน้าเครียดเพราะติดต่อไม่ได้ ติดต่อไปทางบัวก็ไม่รับสาย...หลังทานอาหารเสร็จ หิรัณย์พยายามโทร.หาบัวอีกครั้ง คราวนี้เธอรับสาย เขาดีใจมากต่อว่าเธอยกใหญ่

“ขอโทษทีค่ะสารวัตร บัวเปลี่ยนไปใช้มือถืออีกเครื่องแทน เพื่อความปลอดภัยของน้องมี่น่ะค่ะ เลยไม่ทันได้ดู”

“ตอนนี้คุณมี่อยู่ไหนครับ สถานการณ์ไปถึงไหนแล้ว ถ้าผมจะขึ้นเครื่องไปตอนนี้เลย ไปลงที่ไหนใกล้สุดครับ” หิรัณย์ฟังบัวอธิบายเส้นทาง

ooooooo

รถตู้ที่มีคณานั่งแล่นมาจอดใต้ถุนบ้านไม้หยาบๆ มีชายวัย 50 ผอมเกร็ง ผิวคล้ำหน้าตาดุลงจากบ้านมา วิชัยกับพวกยกมือไหว้เรียก...ป๋า เข้ามาสำรวจสาวๆแล้วให้วิชัยพาไปลงเรือ วิชัยพาทุกคนเดินทะลุใต้ถุนไปหลังบ้าน มีคณาใจแป้วเกรงทัพขันธ์กับบัวจะตามไม่ถูกทาง

เอ๋ พุด และอ้อยยังคงคุยกันสนุกสนาน มีเพียงผึ้งที่หน้าเครียดเหมือนรู้ดีว่าตัวเองกำลังถูกส่งไปไหน มีคณามองสำรวจไปรอบๆ ใจคอไม่ดี พอเห็นมีเรือพายเล็กๆเทียบท่าอยู่ ใจเธอเต้นระทึก กลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะรู้ว่ามันยากที่ใครจะมาช่วยได้

วิชัยสั่งทุกคนให้นอนราบไปกับเรือ มีคณารีบถามว่าทำไม วิชัยเอ็ดอย่ามีปัญหา ผึ้ง พุดอ้อยลงนอนราบที่กลางเรือ วิชัยกับซันเอาผ้าใบคลุม มีคณาสบตากับเอ๋ แล้วมองฝ่าความมืดไปด้วยใจเต้นรัวความกลัวเกาะกินใจ เห็นเรือพายข้ามไปอีกฝั่ง ชักอยากหนีเอาตัวรอด ค่อยๆวางสัมภาระลงข้างตัว ขยับจะโดด เอ๋เอื้อมมืออันเย็นเฉียบมาจับมือไว้ มีคณาสะดุ้งเฮือก เอ๋ร้องไห้

“เอ๋กลัวจังเลยพี่มี่...แปลกจังเลย อยู่ๆทำไมเอ๋รู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาก็ไม่รู้ ใจมันสั่น กลัวขึ้นมาเฉยๆ ตอนมาก็ตั้งใจว่าจะต้องทำงานหาเงินให้ได้ซักก้อน พ่อกับแม่จะได้ไม่เดือดร้อนเรื่องค่าเรียนของเอ๋ ของน้อง พี่มี่ พี่กลัวรึเปล่า”

มีคณาน้ำตาร่วงเผาะ รู้สึกผิด “พี่ขอโทษนะเอ๋ ความกลัวเกือบทำให้พี่เป็นคนเห็นแก่ตัวทิ้งความตั้งใจซะแล้ว”

เอ๋งงกับคำพูดของมีคณา พอดี ซันร้องบอกให้เตรียมตัวเรือวนมารับแล้ว...เมื่อข้ามมาถึงอีกฝั่ง ผึ้ง พุดและอ้อย นั่งรออยู่บนรถกระบะที่มีหลังคาปิดมิดชิด มีชายไว้หนวดเข้ามามองสำรวจ แล้วยื่นซองน้ำตาลให้วิชัย ก่อนจะแยกย้ายกัน ชายไว้หนวดขับรถ มีคนงานหน้าเหี้ยมอีกสองคนคุมกระบะหลัง กำชับอย่าส่งเสียงดังให้ตำรวจจับไปติดคุก เอ๋แทรกขึ้น

“ทำไมต้องติดคุกด้วย พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด”

คนงานหน้าเหี้ยมหัวเราะกันครืน มีคณาใจเสียกวาดตามองหาทัพขันธ์กับบัว และพยายามจดจำเส้นทาง... รถแล่นเข้ามาในชุมชนแห่งหนึ่ง มาจอดที่บ้านหลังใหญ่รั้วรอบขอบชิด มีลวดหนามเหนือกำแพงที่สูงขึ้นไปอีก มีคณายิ่งตื่นกลัวอย่างบอกไม่ถูก

รถจอดต่อท้ายรถกลางเก่ากลางใหม่อีกคัน มีหญิงสาวหน้าตาอิดโรยสองสามคนลงจากรถ เอ๋เห็นจำได้ร้องทัก “พี่ปุ๊ก...”

ปุ๊กตกใจรี่เข้าหาเอ๋ ถามมาทำไมที่นี่ รู้ไหมเขาหลอกมาขาย เอ๋ตาโพลง พุดกับอ้อยพลอยตื่นตระหนก เอ๋ร้องไห้จะหนี มีคณาเป็นห่วงกลัวเอ๋ถูกทำร้ายพยายาม ปรามให้ตั้งสติ

“ปล่อยหนูนะ หนูมาทำงานร้านอาหาร หนูไม่ได้มาขายตัว”

“เอ็งไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ต้องทำงานใช้หนี้ให้หมดถึงจะกลับได้” ชายไว้หนวดตวาด

“หนูไม่เคยเป็นหนี้ใคร หนูไม่ได้เอาเงินใครมา หนูไหว้ล่ะ ปล่อยหนูไปเถอะ”

“เอ๊ะนังนี่ พูดไม่รู้เรื่องรึไงวะ เอ็งทั้ง 5 คนไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ต้องทำงานอยู่ที่นี่ เถ้าแก่จ่ายเงินค่าตัวพวกแกไปหมดแล้ว”

เอ๋เถียงว่าไม่ได้รับซักบาท มีคณาล้วงมือกำไฟฉายที่เป็นเครื่องช็อตไฟฟ้าไว้เผื่อต้องใช้ช่วยเอ๋ ชายไว้หนวดบอกเอ๋ว่า เงินให้นายหน้าไปหมดแล้ว เอ๋อ้อนวอนจะชดใช้คืนให้ปล่อยตนไป ชายไว้หนวดบอกให้จ่ายมาสามหมื่นถึงจะกลับไปได้ สี่สาวหน้าซีด เอ๋โวยวายโดนตบล้มคว่ำ มีคณาจะเข้าช่วย พลันมีผู้หญิงในสภาพชุดนอนหัวฟูท่าทางโทรมๆออกมาเอ็ดเสียงดัง

ลูกน้องเข้ารายงาน “เด็กใหม่ไม่ยอมทำงาน จะกลับบ้านท่าเดียวเลย”

ปุ๊กยกมือไหว้ขอร้องอย่าทำร้ายเอ๋อีกเลย เด็กไม่รู้ว่าถูกขายมา ชายไว้หนวดตวาด “มาใหม่ไม่รู้ก็ต้องสอนให้รู้ไว้ จะได้เป็นเยี่ยงอย่าง พวกแกดูเอาไว้นะ มาถึงที่นี่แล้วก็ต้องทำงานใช้หนี้ ใครคิดจะตุกติกจะหนีจะเบี้ยวที่นี่ไม่เลี้ยง ที่อีนังนี่โดนไปยังเบาะๆ กูจะบอกให้รู้ไว้ รอบบ้านนี่มีแต่ศพทั้งนั้น”

ห้าสาวตกใจ ชายไว้หนวดยังย้ำว่า ใครดื้อก็เหยียบตายแล้วฝังไว้ที่นี่ ใครเชื่อฟังก็จะมีเงินหมื่นกลับบ้าน มีทองหยองใส่ ชายไว้หนวดเข้ารายงานหญิงที่เดินมาเอ็ดว่า ปุ๊กรู้จักกับเด็กใหม่

ปุ๊กรีบอธิบาย “พี่ดาจะให้หนูทำยังไงล่ะคะ เอ๋มันเพื่อนรุ่นน้อง เห็นหน้ามันหนูก็ตกใจ เวทนามันด้วยที่ถูกหลอกมาขาย หนูก็เลยบอกมัน”

มีคณาสะดุ้งเมื่อได้ยินชื่อที่เรียก พยายามมองว่าใช่ธิดาน้องสาวหรือเปล่า ธิดาค่อนขอดเอ๋ โตป่านนี้จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าโดนหลอกมาขาย เอ๋อ้อนวอนให้ช่วยปล่อยตน

“โอ๊ย นังหนูเอ๊ย ปัญญาช่วยตัวเองยังไม่มีเลย ฉันจะไปช่วยใครได้ เอาเถอะ วันนี้ดึกแล้วจะเช้าอยู่แล้วด้วย ไปพักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาคุยกัน ส่วนไอ้เรื่องคิดหนีน่ะ บอกตรงๆอย่าคิดเลย เปลืองชีวิตเปล่าๆ”  ธิดาบอกปุ๊กให้พาทุกคนไปพักที่ห้อง

เถ้าแก่พิงเดินออกมาถามธิดาเอะอะอะไรกัน มีคณาได้ยินชื่อเต็มรีบเพ่งมอง เถ้าแก่พิงมองสาวที่มาใหม่แล้วถามชื่อเรียงตัว พอถึงมีคณา เธอจึงเน้นว่าชื่อมี่หรือมีคณา ธิดาสะดุ้งเหลือบตามอง พอเห็นหน้าก็ยืนช็อก มีคณาสบตาธิดาอึ้งๆ

ในห้องพักเล็กๆ เอ๋ยังหวาดกลัว มีคณาพยายามปลอบใจจะพาหนีออกไปเอง ผึ้งเริ่มรำคาญ  ลุกพรวดขึ้นบอกทุกคนไม่มีประโยชน์จะคิดหนี ให้กัดฟันทนทำไป ได้เงินกลับบ้านเหมือนกัน มีคณาอึ้งที่ผึ้งรู้มาก่อนแล้วว่าต้องมาขายตัว ผึ้งโพล่งออกมาว่ารู้...พ่อแม่รับเงินไปแล้ว

“แล้วทำไมไม่บอกพวกเรา” เอ๋สะอื้นถาม

ผึ้งตอบนึกว่าทุกคนรู้ ว่าแล้วก็ลงนอนหันหลังให้ มีคณาบีบไหล่เอ๋บอกให้นอนพักเอาแรงก่อน พรุ่งนี้จะเจออะไรบ้างยังไม่รู้ ในใจก็รำพึงว่าบัวกับทัพขันธ์จะตามมาถูกไหม

ooooooo

หิรัณย์มาสมทบกับทัพขันธ์และบัวที่หน้าชุมชน แต่ไม่รู้ว่ามีคณาอยู่บ้านหลังไหน ทัพขันธ์บอกให้ทุกคนโล่งใจ ว่าตนรู้อยู่แล้วว่าที่นี่เป็นแหล่งซ่องสุม แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิด

“คุณโต้งก็เหลือเกินนะคะ ปล่อยให้ฉันตกใจเกือบตายตอนคลาดกับน้องมี่ ไม่ยอมบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าจะพามาที่นี่”

“ถ้าไม่รู้ ผมจะบอกสารวัตรให้ลงสนามบินถูกได้ยังไงล่ะครับคุณบัว”

“ที่พวกมันพานั่งรถอ้อม ต้องข้ามน้ำข้ามคลอง ก็ต้องการไม่ให้จำแหล่งซ่องสุมของมันได้” หิรัณย์เดาการกระทำพวกมันออก

“ประมาณนั้นแหละครับ มันทำงานเป็นขบวนการ กินกันหลายทอด พ่อแม่เด็กนั่นแหละที่ได้ค่าขายลูกกินน้อยที่สุด” ทัพขันธ์เศร้าใจ

หิรัณย์กังวลใจจะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านหลังไหน ทัพ– ขันธ์บอกนั่นแหละปัญหา ต้องรอให้มีคณาส่งสัญญาณบอก...

ธิดาบอกลูกน้องที่เฝ้าหน้าห้องว่า เถ้าแก่ให้มาพาตัวเด็กใหม่ไปหาคนหนึ่ง เธอพามีคณาออกมา เมื่อพ้นสายตาลูกน้อง ธิดาก็ดึงมีคณาเข้ามาในห้องเก็บของกด ล็อกประตู มีคณาดีใจที่ใช่ธิดาจริงๆ ตนเกือบจำไม่ได้ ธิดารู้ตัวดีว่าตนแก่โทรมไม่มีราศีเอาเสียเลย

“ทำไงได้ล่ะ ฉันก็เกือบจำพี่ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าพี่ไม่จงใจแนะนำตัวขนาดนั้น”

ธิดาถามว่าพี่คงไม่ได้มาขายตัว มีคณาพยักหน้ายอมรับว่าตนมาทำข่าว ธิดาว่าพี่โง่ที่มานี่ คิดหรือว่าจะรอดกลับไปได้ ต้องรอเทวดามาโปรดเพียงอย่างเดียว ธิดาอดเบ้ปากใส่ไม่ได้ แล้วเปลี่ยนเรื่องถามถึงพ่อแม่กับคนที่บ้าน

“เหมือนเดิม แม่ยังทำงานหนัก ส่วนน้าสมก็เมาเช้าเย็นด่าทุกคน แม่ต้องทนรองมือรองเท้าทั้งน้าสมทั้งธำรง...ดารู้ไหม แม่คิดถึงเธอมาก แม่นึกว่าเธอตายไปแล้ว”

“คิดว่าตายไปได้ยังไง ส่งเงินให้อยู่ทุกเดือน แค่ไม่ได้เขียนจดหมายตามไปด้วยเท่านั้นเอง เถ้าแก่เขาไม่ยอม”

“แม่กับน้าสมไม่เคยได้เงินจากเธอเลยซักบาท”

“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ฉันส่งเงินไปให้แม่ทุกเดือน เมื่อก่อนฉันส่งเดือนละหมื่นกว่า หลังๆนี่แขกหายหัวหมด เถ้าแก่ต้องให้ช่วยดูแลพวกสาวๆ เลยส่งให้ได้แค่เดือนละ 8 พัน”

แม่ไม่เคยได้รับนะดา แม่เคยบอกพี่ว่า ตั้งแต่เธอเลิกกับแฟนลงใต้มาครั้งสุดท้าย เธอไม่เคยส่งอะไรกลับบ้านอีกเลย”

“ไอ้เถ้าแก่เฮงซวย มึงอมเงินกู หลอกให้กูทำงานฟรี ไอ้...” ธิดาเข่นเขี้ยวเจ็บใจ

มีคณาได้ยินเสียงคนหน้าห้องรีบสะกิดบอกธิดา ทั้งสองเงียบแอบฟัง คนของเถ้าแก่พิงหลบมาคุยโทรศัพท์กับสาว...พักใหญ่กว่าจะไป ธิดาหันมาถามถึงหลาน  เห็นครั้ง สุดท้ายยังเดินเตาะแตะ มีคณาบอกว่าตอนนี้สันติมาเรียนกรุงเทพฯ อยู่กับตน ธิดาดีใจถามเรียนเก่งไหม

“ปานกลาง แต่ครูบอกว่าติหัวดีนะ ถ้าขยันกว่านี้หน่อยคงจะสอบได้ดีกว่านี้”

“ถ้ามันเรียนเก่ง ได้เรียนสูงๆกลับไปเป็นเจ้าคนนายคน พ่อคงมีความสุขมาก”

มีคณามองน้องสาวที่ดูมีความหวังแล้วสังเวชใจ “ถ้าดากลับบ้าน แม่คงมีความสุขที่สุด”

ธิดาสลดลง ไม่คิดจะกลับเพราะไม่รู้จะทำมาหากินอะไร ทำแบบเดิมก็สู้สาวเอ๊าะๆไม่ได้ อยู่ที่นี่แขกไม่มีทางเลือก ยังไงก็มีลูกค้า มีคณาเศร้าใจกับความคิดของน้อง

“ถึงไอ้เถ้าแก่เฮงซวยนั่นจะอมเงินที่ฉันส่งไปบ้าน แต่ฉันก็ยังพอมีเงินเก็บ น่าจะสักหมื่นกว่าบาท  ถ้าพี่หนีออกไปได้ ฝากเงินไปให้แม่ด้วยนะ กราบแม่แทนฉันที บอกว่าฉันยังไม่ตาย”

มีคณาน้ำตารื้นกุมมือน้องสาว “พี่ชื่นชมความกตัญญูของดา แต่การทดแทนบุญคุณด้วยวิธีนี้มันไม่ถูกต้อง กลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่บ้านเราดีกว่า มีงานอีกมากมายที่ดาทำได้ ถ้าดาตั้งใจจะทำมันจริงๆ”

ธิดาดึงมือออกไม่เห็นด้วย มีคณาถามจะตายอยู่ที่นี่หรือ อยู่ไปก็โดนเอาเปรียบอมเงิน แววตาธิดาอ่อนลง แต่ก็รู้ว่าไม่มีใครหนีไปจากที่นี่ได้ มีคณายืนยันว่าตนจะพาทุกคนหนีไปเอง

ooooooo

เถ้าแก่พิงตื่นขึ้นมาไม่เห็นธิดานอนข้าง ก็ร้องเรียก เมื่อไม่มีเสียงตอบ จึงลุกเดินออกมาจากห้อง... มีคณายังกล่อมธิดาให้กลับบ้าน ธิดาฉุกคิดเกรงเถ้าแก่ตื่น จะรีบพามีคณากลับไปส่งห้อง มีคณาขอร้องธิดาให้ช่วย เก็บภาพขุมนรกแห่งนี้ให้ทีว่าแล้วก็ส่งกล้องหัวปากกาให้

“หาเรื่องให้ฉันตายแล้วไงล่ะ”

“พี่รู้ว่าดากลัว แต่พี่อยากขอให้ดาช่วย พี่ทำนี่ไม่ใช่ว่าต้องการข่าวอยากดังอะไรหรอกนะ แต่พี่อยากช่วยเด็กที่ถูกหลอกมาลงนรก ออกไปจากที่นี่ได้ พี่จะเขียนข่าวเตือนให้เด็กสาวๆรู้ตัวให้รู้เท่าทันพวกนายหน้า แต่ข่าวที่เป็นแค่ตัวหนังสือ บรรยายดียังไงก็ไม่เท่ากับ เห็นภาพด้วยตาตัวเองหรอก...”

“ฉันต้องไปส่งพี่ที่ห้องเดี๋ยวนี้แล้วล่ะ” ธิดาว้าวุ่นใจ

“ทำบุญเถอะนะดา เตือนเขาให้รู้ตัวจะได้ไม่หลงคำลวงมาตายทั้งๆที่ยังมีลมหายใจเหมือนกับดาตอนนี้ไง”

ธิดาถอนใจถามว่ากล้องนี่ใช้อย่างไร มีคณาดีใจที่น้องยอมช่วย...ธิดาส่งมีคณากลับห้อง เดินมาเจอเถ้าแก่พิงเข้าพอดี ธิดาทำทีออดอ้อนจนเถ้าแก่ไม่ติดใจสงสัยอะไร พากลับไปนอนต่อ

มีคณาเห็นคนอื่นๆหลับกันหมด มาเกาะลูกกรงหน้าต่างห้องมองฝ่าความมืด ตัดสินใจใช้ลิปสติกพลุส่งสัญญาณออกไป...ทัพขันธ์กับหิรัณย์และคนอื่นๆเห็นพลุ ก็ดีใจ หิรัณย์วิทยุบอกตำรวจทันที ด้านธิดากำลังอ้อนให้เถ้าแก่พิงอย่าเพิ่งให้เด็กใหม่ทำงานวันนี้ ลูกน้องโทร.มารายงานว่ามีตำรวจบุกเข้ามาในชุมชน เถ้าแก่ตกใจสั่งคนเก็บของหนี ธิดาฉุกคิดว่าต้องเป็นพวกมีคณามาช่วยแน่ๆ

มีคณาได้ยินเสียงอึกทึก สันนิษฐานว่าทัพขันธ์คงพาตำรวจมาช่วย รีบปลุกคนอื่นให้เตรียมตัว ผึ้งหน้าตื่นกลัวถูกจับ ผิดกับเอ๋ พุด อ้อยร้องไห้ดีใจ ชายไว้หนวดไขประตูเข้ามาบอกให้ทุกคนตามออกมา มีคณาจับไฟฉายไว้ป้องกันตัว ไม่ยอมออกจากห้อง เอ๋ พุดและอ้อยเลือกอยู่ด้วย มีแต่ผึ้งที่โวยวายกลัวถูกจับขังกรง เอ๋ท้า

“ก็ให้มาจับเลย ไปตายแห้งในห้องขังยังดีกว่าขายตัวเน่าตายอยู่ที่นี่”

ชายไว้หนวดโกรธ จะเข้ามาลากทุกคน มีคณาสู้ด้วยศิลปะป้องกันตัวที่เรียนมา และช็อตด้วยไฟฟ้า แต่ชายไว้หนวดร่างใหญ่ไม่ยอมหมดสติ เอ๋ พุดและอ้อยต้องเข้าช่วยทุบตี มีคณาช็อตด้วยไฟอีกหลายครั้งกว่าจะสลบลงได้ ผึ้งวิ่งหนีเตลิดออกไป...ธิดาวิ่งสวนเข้ามา ส่งกล้องหัวปากกาคืนให้ บอกว่าถ่ายทุกอย่างไว้หมดแล้ว พร้อมกับส่งเงิน ถอดทองหยองในตัวออกหมดฝากไปให้พ่อแม่ มีคณาน้ำตารื้น

“ดาเอาเงินเอาทองเธอคืนไปเหอะ เราต้องกลับไป พร้อมกัน แม่คงดีใจที่เห็นดามากกว่าเงินพวกนี้”

ธิดาไม่สนใจ บอกทุกคนว่าตนจะขังทุกคนไว้ในห้องนี้ ตำรวจถึงจะเข้ามาช่วยเอง ดีกว่าให้คนของเถ้าแก่พิงลากตัวไป ธิดาให้ช่วยกันลากคนร้ายออกไปจากห้องก่อน...เสียงกรีดร้อง วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ผึ้งก็อยู่ในจำนวนสาวเหล่านั้น ธิดาวิ่งมาจะกระโดดออกทางหน้าต่างแต่ถูกตำรวจจับตัวไว้ได้ก่อน ตำรวจบุกเข้ามา หิรัณย์ถลาเข้าเปิดห้องทุกห้อง จนเจอห้องที่ใส่กุญแจไว้ ตำรวจพังประตูเข้ามา เอ๋ พุด และอ้อยร้องไห้ดีใจ ยอมให้ตำรวจพาตัวออกไป มีคณาจะตามออกมา เจอเข้ากับหิรัณย์อย่างจัง

เป็นครั้งแรกที่มีคณารู้สึกปลาบปลื้มดีใจที่พบเขา เธอทิ้งสัมภาระโผเข้ากอดหิรัณย์ร้องไห้สะอึกสะอื้น เพราะแอบคิดว่าจะไม่ได้พบเขาอีกแล้ว

“คุณปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วนะครับ” หิรัณย์กอดตอบลูบหลังลูบไหล่ปลอบ

มีคณารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นที่สุด ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอต้องฝืนเข้มแข็งเพื่อช่วยสาวๆโชคร้ายพวกนั้น

ooooooo

จากการทลายซ่องครั้งนี้ ขยายผลให้ได้จับเอเย่นต์ ชายวัย 50 หน้าดุดัน ที่ให้บ้านเป็นที่ลงเรือ ตำรวจอีกกลุ่ม ไปดักจับเจ๊แอ๊ดเจ้าของบ้าน แล้วมาจับจินดาเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง ตัวการหลอกเด็กขณะกำลังใส่บาตร ทำบุญบังหน้า

บนโรงพัก สาวๆที่กำลังโดนสอบสวนต่างยืนยันว่าธิดาไม่ใช่แม่เล้า แถมเป็นคนคอยช่วยเหลือเด็กทุกคนที่เข้าไปใหม่ๆ ธิดาถึงกับน้ำตาซึม เพราะมันทำให้ตนรอดคุกรอดตะรางไปได้ด้วย บัวกับทัพขันธ์ยินดีกับมีคณาที่พ้นภัยออกมา และงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

“คุณมี่น่าจะได้เห็นสีหน้าสารวัตรหิรัณย์ ตอนที่คลาดกับคุณมี่ ไม่รู้ว่าอยู่บ้านหลังไหน ถ้าเขาเจอคุณมี่ตอนนั้น ผมว่าคุณโดนหักคอแน่ๆ” ทัพขันธ์กระเซ้า

“เม้าท์อ่ะคุณโต้ง  สารวัตรปากไม่ตรงกับใจหรอก พูดไปงั้นแหละ จริงๆเป็นห่วงน้องมี่จะตายอยู่แล้ว” บัวยิ้มให้มีคณา

“ผมเข้าใจเขานะ ถ้าแฟนผมทำอะไรแบบนี้แล้วไม่บอก เจอตัวก็คงเปิ๊ดกะโหลกให้เหมือนกัน” มีคณาเหล่มองทัพขันธ์ “ผมหมายถึงถ้าเป็นแฟนผม ไม่เกี่ยวกับคุณมี่ซะหน่อย”

“พี่เองก็ใจคอไม่ดีมาตลอดหลายวันนี่เลย ทุกครั้งที่คลาดการติดต่อกับน้องมี่ พี่งี้มือเท้าเย็น ใจเต้นโครมๆแทบจะระเบิด ต่อไปไม่เอาแล้ว ไม่ยอมให้คนที่เรารู้จักชอบพอมาทำงานอะไรเสี่ยงๆแบบนี้อีกแล้ว ประสาทจะกินจริงๆน่ะน้องมี่ เข็ดจนตายเลย”

มีคณายกมือไหว้ขอโทษ “ตอนที่มี่คิดทำเรื่องนี้ เหมือนคนหูหนวกตาบอด ตั้งใจแค่ว่าจะทำให้ได้ ไม่เคยคิดเลยว่าคนรอบตัวจะห่วง จะทุกข์ใจ จะเดือดร้อนแค่ไหน มี่ขอสารภาพตามตรงนะคะ มี่เองก็กลัวแทบขาดใจ ยิ่งตอนที่ลงเรือข้ามฟากกลางดึกนะคะ เลือดบ้าที่อยากทำข่าวนี้ไม่รู้หายไปไหนหมด มี่จะโดดน้ำหนีอยู่แล้วนะคะ”

หิรัณย์เดินเข้ามาแทรก “ถือว่าเป็นบทเรียนสำหรับทุกคนก็แล้วกัน คราวนี้ก็จะได้รู้ว่า ทำงานแบบมืออาชีพกับมือสมัครเล่นมันต่างกันแค่ไหน...ธิดาอยากคุยกับคุณแน่ะ”

มีคณาไม่กล้าสู้สายตาหิรัณย์เดินเลี่ยงไป มีคณามาเกาะกรงคุยกับธิดาอย่างห่วงใย

“พี่มี่กลับไปก่อนเถอะ ตำรวจเขาต้องกักตัวฉันไว้สอบปากคำต่อ แล้วก็เพื่อความปลอดภัยของตัวฉันเองด้วย เขากลัวฉันโดนเก็บ”

“เธอต้องลำบากแย่เลย” มีคณาพยักหน้าเข้าใจ

“โอ๊ย ไอ้เรื่องติดคุกฉันไม่หวั่นหรอก สภาพที่นี่ดีกว่าซ่องบางแห่งที่ฉันเคยผ่านมาด้วยซ้ำ อยู่ต่อสองสามวันเรื่องเล็กน้อย แค่คิดว่าจะได้กลับไปกราบเท้าพ่อแม่อีกครั้ง ฉันก็มีกำลังใจเกินร้อยแล้วล่ะพี่มี่”

มีคณาสวมกอดน้องสาวให้กำลังใจ

ooooooo
ค่ำนั้น มีคณาพักโรงแรมห้องเดียวกับบัว ทัพขันธ์มาเคาะประตูบอกสองสาวว่า หิรัณย์ให้มาชวนไปทานข้าวนอกโรงแรม บัวแกล้งถามทำไมเขาไม่มาชวนเอง ทัพขันธ์บอกว่า หิรัณย์กำลังถามทางไปร้านอร่อย แล้วแอบส่งซิกส์ให้บัว พอมีคณาเตรียมตัวเสร็จ บัวก็อ้าง

“พี่ยังเหนื่อยอยู่เลย อยากกินข้าวในโรงแรมมากกว่า”

ทัพขันธ์เห็นดีด้วย บอกมีคณาไปกับหิรัณย์สองคน เขาคงอยากมีอะไรคุยด้วย มีคณาลังเลรู้ว่าต้องโดนบ่นหูชา ทัพขันธ์เห็นท่าทีหญิงสาวแกล้งเปรย

ว่า ไม่มีใครอยากไป ตนจะไปบอกเขาให้ คงผิดหวังน่าดู ชายหนุ่มแอบยิ้มกับบัว มีคณากลัวหิรัณย์เสียความตั้งใจจึงยอมลงมา เสื้อผ้าที่เธอใส่ตอนนี้มีแต่ชุดวัยรุ่นต่างจากชุดที่เคยใส่ หิรัณย์เหล่มองถามถึงทัพขันธ์กับบัว

“ขออยู่โรงแรมค่ะ บอกว่าอยากพัก...เอ่อ มี่ขอโทษที่ทำให้สารวัตรเดือดร้อน”

“ทีงี้แทนตัวเองว่ามี่ได้ คิดจะเอาใจผมล่ะสิ”

“ค่ะ มี่อยากเอาใจสารวัตรเพราะรู้ตัวว่ามี่ผิด ทำให้ทุกคนเป็นห่วง มี่ขอโทษที่ไม่ทันคิด”

“คุณคิด คุณวางแผนอย่างดี คุณอาศัยช่วงที่ผมไม่อยู่มาทำข่าวเสี่ยงๆบ้าบอนี่ คุณตั้งใจหลอกผม”

“มี่ไม่ได้หลอกนะคะ แค่ปิดไม่ให้สารวัตรทราบ เพราะมี่แน่ใจว่า ถ้าสารวัตรรู้ ต้องไม่เห็นด้วยแน่ๆ”

“ผมไม่เห็นด้วยแล้วไง ลองคุณตั้งใจซะอย่าง คุณทำแน่ ผมจะห้ามคุณได้เหรอ”

“คิดว่าคงได้ค่ะ...ถ้าสารวัตรเอาจริง มี่คงเกรงใจไม่กล้าทำหรอกค่ะ เพราะยังงี้ไงคะ มี่ถึงต้องปิดไม่ให้สารวัตรทราบ”

หิรัณย์ประชดเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความสำคัญ เขาแอบหันหลังให้อมยิ้ม มีคณามองเห็นทางกระจก หมั่นไส้ ยกมือจะทุบ เขาหันกลับมาเสียก่อน รีบทำตัวปกติ หิรัณย์กระเซ้าช่วงปลอมตัวแต่งตัวแบบนี้หรือ กล้าดีนะ มีคณาหน้างอขาดความมั่นใจหันหลังกลับจะไม่ไป หิรัณย์คว้ามือ

“ล้อเล่นน่า ไปทานข้าวกัน”

เดินมาได้ระยะหนึ่ง หิรัณย์ถามมีคณาหิวหรือยัง หญิงสาวมองท้องฟ้าที่รู้สึกว่า คืนนี้ฟ้าโปร่งเห็นดาวระยิบ ระยับ จนไม่รู้สึกหิวแต่อย่างไร ชายหนุ่มถามอีกว่าหนาวไหม เธอส่ายหน้า

“แต่งงานกันนะครับคุณมี่” หิรัณย์โพล่งขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

มีคณาแทบช็อก “สารวัตรแน่ใจแล้วเหรอคะ มี่ไม่มีอะไรเหมาะสมกับคุณซักอย่าง สารวัตรไม่รังเกียจผู้หญิงที่มีแต่ปัญหาเหรอคะ”

“ถ้าผมรังเกียจผมคงไม่ขอ ผมภูมิใจซะด้วยซ้ำที่คุณเป็นคนแกร่ง ถึงจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปัญหา คุณยังยืนหยัดอยู่ได้อย่างมีอุดมการณ์ ผู้หญิงแบบนี้เหรอที่ผมจะรังเกียจได้ลง”

“มี่จะไม่ฉุดให้สารวัตรต้องลงมาเดือดร้อนกับครอบครัวมี่ไปด้วยเหรอคะ”

“ผมพร้อมให้ฉุด แค่คุณไว้ใจผม ยอมตอบรับผมว่า...ค่ะ มี่จะแต่งงานกับพี่รันเท่านั้น”

มีคณาขำเบาๆ หิรัณย์รู้ตัวว่าเร่งรัดเธอเกินไป แต่ก็เย้าว่าอนาคตเธออาจเจอคนที่ดีกว่าตนมีคณาสวนทันควัน “ยังจะมีใครดีกว่าสารวัตรอีกเหรอคะ”

“เยอะแยะไป ผมไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร งานผมก็ไม่เป็นเวลา บางทีคุณอาจจะไม่อยากได้คู่ชีวิตทำงานเสี่ยงตายทุกวัน ก้าวเท้าออกจากบ้านวันไหนไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะได้กลับมาอีก ผู้หญิงบางคนไม่อยากเป็นเมียตำรวจเพราะกลัวเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาว กลัวลูกจะกำพร้าพ่อ”

“มี่เข้าใจที่สารวัตรกังวลค่ะ แต่ผู้หญิงบางคนที่ต้องเสียสามีไปเพราะทำงานในหน้าที่แน่นอนเขาต้องเสียใจ แต่ในความเสียใจ เขาคงรู้สึกเป็นเกียรติที่การตายของคนที่เขารักเป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวม เขาต้องภูมิใจที่สามีรักสังคมและชาติบ้านเมืองมากกว่าตัวเอง”

“ชื่นใจมากเลยนะครับที่ได้ยินคุณพูดแบบนี้

ถ้าคุณไม่กลัวว่าจะต้องแต่งงานกับผู้ชายอย่างผม ผมสัญญาว่า สักวันผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้” หิรัณย์กุมมือมีคณาส่งตาหวานเชื่อม

“วันนี้ก็ทำสำเร็จแล้วนี่คะ” มีคณากล่าวเขินๆ

“วันนี้คุณทำให้ผมไม่เชื่อหูตัวเองหลายครั้งมากเลยนะ” หิรัณย์อึ้ง

มีคณาสารภาพความในใจน้ำตารื่น ว่าช่วงที่ตกอยู่ในอันตราย ตนคิดถึงเขาตลอดเวลาความกลัวจับใจจะไม่ได้กลับมาพบหน้าเขาอีก น้ำตาหญิงสาวร่วงเผาะ หิรัณย์รวบมือเธอกระชับแนบอก ขอให้รับปากแต่งงานกับตน มีคณาสบตา “ค่ะ...มีจะแต่งงานกับพี่รันเท่านั้น”

หิรัณย์สวมกอดมีคณาแนบแน่นดีใจที่เธอยอมเปิดใจในคืนฟ้ากระจ่างดาวเห็นดวงดาวชัดเจนที่สุดในชีวิต

รุ่งขึ้น หิรัณย์กับมีคณามาที่ซ่องนรก มีคณาหดหู่ใจเมื่อเห็นสภาพภายในเต็มตา หิรัณย์ให้เธอถ่ายภาพตามใจชอบ มีคณาบอกว่า ธิดาถ่ายให้หมดทุกซอกทุกมุมแล้ว บัวจึงชวนกลับ ทัพขันธ์กล่าวลาตรงนี้ มีคณาขอบคุณเขาอย่างจริงใจ หิรัณย์เหล่มองเข้าโอบเอวบอกทุกคนว่า เพราะงานนี้ตนจึงมีโอกาสขอมีคณาแต่งงาน ทัพขันธ์รู้ว่าหิรัณย์ประกาศความเป็นเจ้าของ ก็ยิ้มเจื่อนๆมีคณาอายหยิกแขนหิรัณย์ บัวแสดงความยินดีด้วย มีคณารีบบอกว่าอีกนานกว่าจะแต่ง บัวรู้แกวออกตัวขอกลับบ้านพร้อมทัพขันธ์ เพื่อเปิดโอกาสให้หิรัณย์กลับกับมีคณาสองต่อสอง

ถึงบ้านที่กรุงเทพฯ สันติดีใจ ยิ่งพอหิรัณย์บอก

ทุกคนว่า มีคณายอมแต่งงานด้วย ทุกคนยิ่งเฮเสียงดังจนหญิงสาวเขินอาย หิรัณย์เร่งแม่ให้หาฤกษ์เพราะมีคณากำลังเนื้อหอมมีชายหนุ่มมาติดพัน มีคณาตีแขนหาว่าพูดน่าเกลียด กัลยายิ้มเอ็นดูว่าที่ลูกสะใภ้

ooooooo

วันดีๆที่บ้านสาระวารี ษมาพาจิตติพ่อของจิณห์วราเพื่อนสนิทสาระวารี เป็นผู้ใหญ่มาพูดจาสู่ขอสาระวารีกับสาระสะมา เพราะเป็นพี่สาวคู่แฝดเป็นผู้ปกครองเพียงคนเดียว ทำเอาสาระสะมาเก้อเขินทำตัวไม่ถูก จิตติบอกว่าต้องทำตามธรรมเนียมเพื่อให้เกียรติเจ้าสาว

สาระวารีแขวะ “พี่สะมาเขาหมายความว่า คุณษมา ปูนนี้แล้ว มาสู่ขอเองเลยก็ได้ค่ะลุง”

สาระสะมาตีน้องสาว ออกตัวตนไม่ได้คิดแบบนั้น ษมาเหล่มองคนรัก “คำก็แก่ สองคำก็แก่ รอเข้าหอก่อนเถอะ จะหลงรักคนแก่หัวปักหัวปํา”

“ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด” จิตติเสริม ษมาหัวเราะชอบใจ

สาระสะมาเอ็ดน้อง “ไงล่ะ ปากเก่งดีนัก”

สาระวารีอายก้มหน้างุด จิตติเอ่ยปากเข้าเรื่อง พูดจาสู่ขอเป็นเรื่องเป็นราว ทางษมาจะจัดงานหมั้น  และแต่งให้สมน้ำสมเนื้อ สาระสะมาน้ำตารื้นปลาบปลื้มแทนน้อง

“หนูไม่ขัดข้องอะไรเลยค่ะคุณลุง มีแต่ความ

ยินดีปลื้มใจมากกว่า หนูต้องขอบคุณ คุณษมาด้วยซ้ำที่อดทนกับวารี ใช้ความรักเอาชนะอุปสรรคทุกอย่าง จนเอาชนะใจวารีได้...ฝากดูแลวารีด้วยนะคะคุณษมา จากนี้ไปคุณคงพาวารีไปใช้ชีวิตอยู่ที่ตราดกับคุณ ก็ขอให้คุณรู้เอาไว้ ว่าคุณได้เอาหัวใจฉันติดไปด้วย”
สาระวารีสวมกอดพี่สาวน้ำตาร่วง ษมาและจิตติมองด้วยความปลื้มปิติ

ooooooo

เย็นวันหนึ่ง หิรัณย์กับมีคณาไปรับธิดาซึ่งเดินทาง มาจากใต้ มาพักที่บ้านมีคณา ธิดาลงจากรถได้ก็สูด หายใจลึกๆด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าตนจะพ้นจากขุมนรกออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันได้อีก หิรัณย์ปลอบใจให้ลืมทุกอย่าง ตั้งต้นชีวิตใหม่อย่ากลับไปทำมันอีก ธิดายิ้มรับ

“ฉันจะทำเพื่อพี่มี่เลยนะเนี่ย”

“ทำเพื่อตัวเธอเองดีกว่าธิดา ไม่มีคำว่าสายเกินไป ถ้าเราตั้งใจพยายามจริงๆหรอกนะ”

สันติวิ่งออกมา พอเห็นธิดาก็ชะงักด้วยจำไม่ได้ ธิดาดีใจตรงเข้ากอด “โตขึ้นมากเลยนะติ ครั้งสุดท้ายที่อาเห็นยังเดินเตาะแตะอยู่เลย ไง จำอาได้ไหมลูก”

สันติส่ายหน้า ธิดาชมว่าหล่อ หน้าเหมือนย่า สันติโต้ว่า อาหน้าแก่กว่าป้า ธิดาจ๋อย มีคณาปรามอย่าเสียมารยาท ธิดาห้ามอย่าดุหลาน สันติพูดจาขวานผ่าซากเหมือนปู่เหมือนพ่อ ที่เขาพูดก็เป็นความจริง หิรัณย์ตัดบทให้สันติช่วยขนกระเป๋าหลังรถ มีคณาจูงมือธิดาเข้าบ้าน... มีคณาให้ธิดาพักให้สบายใจกี่วันก็ได้ ค่อยกลับไปหาพ่อกับแม่โดยให้นอนกับตน

“ถ้าพี่ไม่รังเกียจฉัน ฉันอยู่ได้อยู่แล้วล่ะ ที่อื่นเล็กกว่านี้ตั้งเยอะ ฉันยังนอนยัดกันได้ 5-6 คน ห้องขนาดนี้นอนแค่ 2 คน ถือว่าสวรรค์แล้วล่ะ”

“พี่จะรังเกียจดาทำไมล่ะ...ดาต้องอดทนนะ ลืมทุกอย่างที่ผ่านมาซะให้หมด ใครจะไม่ให้โอกาสเราก็ช่าง แต่เราต้องเห็นค่าของตัวเราเอง อย่าดูถูกตัวเองตามความคิดของคนอื่นเด็ดขาด”

ธิดารับคำน้ำตาคลอ สวมกอดพี่สาวอย่างซาบซึ้งใจ...

เช้าวันใหม่ หิรัณย์มาส่งมีคณาที่สยามสาร เขาเดินขนาบข้างเธอเข้ามาในตัวตึก มีคณาแปลกใจไล่ให้กลับไปทำงาน เขาแหย่ว่าต้องแสดงความเป็นเจ้าของก่อน และกำชับเย็นนี้จะมารับ แล้วไปรับสันติด้วยกัน มีคณาบอกว่า วันนี้ธิดาอาสาไปรับสันติให้ ชายหนุ่มจึงบอกถ้าอย่างนั้นหาซื้อของเข้าไปทานที่บ้านกัน มีคณายิ้มปลื้มๆมองหิรัณย์กลับไปขึ้นรถ หันมาชนเข้ากับสาระวารีอย่างจัง ตกใจรีบขอโทษ พอเห็นว่าเป็นเพื่อนก็เขิน ถามมายืนอยู่นานแล้วหรือ

“เมื่อไหร่ไม่สำคัญ แต่เกือบอ้วกเพราะความเลี่ยน... ชอบตาหนวดนี่จริงๆเหรอ”

มีคณาเขินพูดไม่ออก สาระวารีย้ำอย่ามาปิดบัง มีคณาพยักหน้าเอออออย่างที่เห็น แล้วผลักเพื่อนเบาๆ ด้วยความอาย ถามมาทำอะไร มาแจกการ์ดหรือ

“บ้า ไม่เร็วขนาดนั้นหรอก”

“แล้วมาทำอะไร” มีคณามองหน้าสาระวารีอย่างสงสัย

สาระวารีมาเพื่อยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการ บก.ไชยวัฒน์บ่นเสียดายแต่ก็อวยพรให้มีความสุข ถ้ามีอะไรต้องการให้ช่วยยกหูโทรศัพท์มาได้เลย สาระวารีซาบซึ้งใจเพราะเคารพเขาเหมือนเจ้านายและพี่ชายอยู่แล้ว เธอสวมกอดร่ำลาเขาก่อนจะพ้นสภาพพนักงาน

ooooooo

เย็นวันนั้น สันติซึ่งกำลังเข้ากันได้ดีกับเพื่อนๆที่โรงเรียน ดอกไม้ลูกครูอรุณ  ชี้นิ้วให้รดน้ำแปลงผักตรงนั้นตรงนี้ เขาก็ทำอย่างเต็มใจ จู่ๆเพื่อนชายก็ร้องขึ้นว่า สันติแม่มารับ เขาสะดุ้งหันไปมอง เห็นธิดาแต่งตัวไม่สุภาพ เดินยิ้มแย้มเข้ามา เขาทิ้งฝักบัวตวาดธิดาใครให้มา

“เปล่า อาอยากมารับติเอง”

“ไม่ใช่หน้าที่ ติไม่ใช่เด็กๆที่ต้องให้ใครมารับกลับบ้าน ต่างคนต่างเดิน ติอายเพื่อน”

ธิดาหน้าเสีย ไม่ทันคิดว่าจะทำให้หลานอับอาย...พอมีคณากับหิรัณย์หอบของกลับมาบ้าน เห็นธิดานั่งหน้าเศร้าอยู่คนเดียวก็ถามหาสันติ เธอบอกว่าอยู่ข้างบน หิรัณย์แปลกใจ เวลานี้สันติจะต้องดูทีวีหรือไม่ก็เล่นเกม ธิดารู้สึกแย่เอ่ยว่าหลานคงโกรธตน มีคณาซักไซ้เรื่องราว

พอรู้ความ มีคณาก็มาเคาะประตูเรียกสันติ ถามว่ามีปัญหาอะไรกับธิดา

“ติไม่ชอบให้อาไปยุ่งที่โรงเรียน” มีคณาย้อนถามทำไม สันติขึ้นเสียง “ป้าไม่มีตาเหรอ ไม่เห็นอาดาแต่งตัวรึไง เดินเข้าโรงเรียนมีแต่คนมองแล้วก็หัวเราะกัน เพื่อนมันวิ่งมาบอกติว่าแม่มึงมารับแล้ว พวกมันกำลังจะลืมกันอยู่แล้ว อาก็ไปเดินอวดนมซะทั่วโรงเรียน แค่มองก็รู้แล้วไอ้พวกนั้นคิดยังไงกับอาดา”

“ใครจะคิดยังไงไม่สำคัญหรอกนะติ มันสำคัญที่ติคิดยังไงมากกว่า อาดาเป็นอาแท้ๆของตินะ”

“ติไม่อยากให้เป็น แม่ก็คนแล้ว ยังอาดาอีก ติไม่อยากเป็นญาติกับพวกผู้หญิงหากินให้คนอื่นหัวเราะเยาะ”

“ติ...พูดถึงอาเขาแบบนี้ได้ยังไง ลงไปข้างล่างกับป้าเดี๋ยวนี้เลย” มีคณาเสียงเขียว คว้าแขนสันติลากลงมาเผชิญหน้ากับธิดา ธิดาขอร้องอย่าดุสันติเลย มีคณาถามสันติว่าเห็นอะไรไหม

สันติตอบซื่อๆ “คุณตัวหมดสภาพ...”

ธิดาน้ำตาร่วงเผาะ หิรัณย์ลุกขึ้นจะตักเตือนสันติ แต่มีคณาพูดขึ้นเสียก่อนด้วยเสียงเฉียบ

“ผู้หญิงตรงหน้านี้คืออาแท้ๆของติ อาที่รักติมาก ป้าจะบอกให้นะติ สมัยที่ติเกิด ป้ายังไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงินส่งให้ย่าติ ปู่ย่าติก็ไม่ได้ทำงาน พ่อติก็ไม่ทำงาน เงินทุกบาททุกสตางค์ที่บ้านติใช้ ทั้งค่าอาหาร ค่าทำคลอด ค่ายา ค่านมของติ ผู้หญิงที่ติกำลังดูถูกคนนี้แหละที่เป็นคนหาเงินมาให้ทุกบาททุกสตางค์ ติเองก็รู้ดีแล้วนี่ ว่าอาชีพที่อาดาทำมันมีแต่ความเจ็บปวด น่ารังเกียจแค่ไหน คงไม่ต้องให้ป้ารื้อฟื้นความจำหรอกนะ”

สันติก้มหน้ามองพื้นด้วยความอาย จำความรู้สึกที่ตนเกือบต้องขายตัวได้ดี มีคณากล่าวต่อ “แต่ที่อาดายอมทำ ยอมใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตเป็นผู้หญิงที่ใครก็ตราหน้าว่าเลวว่าบาป อาดาเขาทำเพื่อใคร ถ้าไม่ใช่เพื่อปู่ย่าติ พ่อติแล้วก็ตัวติเอง แล้วรู้ไหมว่าป้ามองเห็นอะไร...ป้าเห็นผู้หญิงเข้มแข็งมากคนหนึ่ง ที่เกิดมารักครอบครัวของเธอเหลือเกิน รักมากทั้งๆที่รู้ว่าครอบครัวของเธอเห็นเธอเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่ง หวังแต่จะกอบโกยผลประโยชน์จากเธอ... ป้าเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอ้อนวอนขอพ่อ ขอเลิกไปทำงานขายตัว อยากกลับมาอยู่บ้าน แต่พ่อไม่ยอม ส่งเธอกลับไป เพราะว่าเธอยังหาเงินเลี้ยงพ่อแม่  เลี้ยงพี่ชาย เลี้ยงพี่สะใภ้ที่กำลังท้องได้ไม่มากพอ”

ธิดาร้องไห้โฮออกมา หิรัณย์บีบมือปลอบใจ สันติมองธิดาด้วยแววตาสลดลง มีคณายังตอกย้ำ “ตอนที่ป้าเข้าไปเจออาดาในซ่องนรกนั่น ติรู้ไหม คำแรกที่ผู้หญิงคนนี้ถามป้าคืออะไร เธอถามป้าว่า พ่อแม่ พี่ชาย และหลาน ของเธอสบายดีไหม เงินที่เธอเก็บออมส่งไปให้ทุกเดือนพอใช้หรือเปล่า แต่พอเธอรู้ว่าถูกโกง เถ้าแก่ไม่เคยส่งเงินเธอกลับไปที่บ้านเลย ติรู้ไหมอาดาทำยังไงต่อ...เธอช่วยให้ป้าหนี ทั้งที่เธอรู้ว่าจะต้องเดือดร้อนถึงตาย เท่านั้นยังไม่พอ เธอเอาเงินเก็บที่เหลือทั้งหมดให้ป้า ถอดสร้อยทองจากคอให้ป้าฝากไปให้พ่อกับแม่ ฝากป้าดูแลติให้ดี เพราะติคือความหวังเดียวของครอบครัว คือความภาคภูมิใจของเธอ...นี่ไงล่ะติ สิ่งที่ป้ามองเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้ บอกป้าอีกครั้งได้ไหมว่า ตอนนี้ติเห็นอะไร บอกมาสิติ”

ธิดาน้ำตาไหลพราก มีคณาจับคางสันติให้เงยมองธิดา ธิดาพร่ำขอให้มีคณาหยุดดุสันติ ตนไม่ถือสา สันติปล่อยโฮออกมา โผเข้าสวมกอดธิดา

“อาดา ติขอโทษ ติเสียใจ ต่อไปติจะไม่ทำอย่างงี้ อีกแล้ว”

“ติไม่มีอะไรต้องขอโทษ อาไม่ดีเอง อาไม่ควรทำให้ติอาย อาจะรีบกลับบ้าน อาจะไม่ทำให้ติต้องอายเพื่อนๆ อีกแล้ว อาสัญญา ติไม่ต้องร้องแล้วนะลูกนะ” ธิดากอดหลานสะอื้น

หิรัณย์เข้าโอบเอวมีคณา เธอเอนศีรษะซบไหล่เขาร้องไห้อย่างสุดกลั้น ชายหนุ่มกล่าวอย่างจริงใจว่าภูมิใจในตัวเธอที่สุด

ooooooo

คืนนั้น มีคณาเขียนจดหมายถึงมั่นสิน นับเป็นจดหมายฉบับแรกที่เธอเขียนยาว เพื่อเล่าเรื่องสันติ และสรุปท้ายว่า ตนกับสันติพัฒนาความสัมพันธ์ไปพร้อมกัน ต่างคนต่างเปิดใจให้กว้าง เรียนรู้กันและกันเคารพและ นับถือกันแม้เขาจะเด็กกว่า...อีกเรื่องที่มีคณาอยากเล่า

“เรื่องต่อไปเป็นข่าวดีค่ะ สารวัตรหิรัณย์ขอมี่แต่งงาน มี่ตอบตกลงนะคะป้า...พี่รันเป็นคนดี แล้วก็เป็นผู้ชายคนแรกที่เข้าใจมี่อย่างประหลาด ถึงจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่พี่เขารู้จักมี่ดีกว่ามี่รู้จักตัวเองซะอีก สำหรับเรื่องแต่งงาน มี่ยังไม่ได้กำหนดอะไรตอนนี้หรอกค่ะ คงต้องรออีกสักพัก พี่รันบ่นว่าเขาอยากไหว้ป้า อยากขอมี่จากป้าอย่างเป็นทางการ แต่เราสองคนไม่สามารถไปอังกฤษได้ คงขึ้นอยู่กับป้าแล้วล่ะค่ะ ว่าจะกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยได้รึเปล่า...มี่อยากให้คุณป้ากลับมาซักครั้ง อยากให้มาสุดหัวใจเลยค่ะ คุณป้าจะได้รู้จักหลานชายของมี่ และหลานเขยของป้า แต่ถ้าป้ามาไม่ได้ มี่ก็เข้าใจค่ะ หวังว่าป้าคงสบายดี รักษาสุขภาพด้วยนะคะ...รักป้ามากค่ะ...มี่”

มั่นสินอ่านจดหมายแล้วพับเก็บรวมกับจดหมายทุกฉบับที่มีคณาส่งมา เธอครุ่นคิด...และแล้วมีคณาก็ได้รับการตอบรับจากมั่นสินจะเดินทางกลับมา  เธอดีใจมาก ไปรอรับที่สนามบินพร้อมหิรัณย์ ทันทีที่พบหน้ามั่นสิน หิรัณย์ยกมือไหว้แนะนำตัว มีคณายืนนิ่งน้ำตาคลอ มั่นสินทักทายเหมือนเคย ไม่แสดงออกทางท่าทางทั้งที่คิดถึงหลานสุดๆ

“มี่คิดถึงคุณป้าที่สุดเลยค่ะ” มีคณาตัดสินใจ โผกอดมั่นสินร้องไห้มั่นสินอึ้งแต่ก็ไม่ผลักไสเหมือนก่อน กลับลูบหัวลูบหลังปลอบโยน สีหน้าคิดถึงเช่นกัน

ooooooo

จู่ๆมัทนาก็นัดเขตต์ตวันมาพบยังสถานที่สวยงามแห่งหนึ่ง เพื่อบอกข่าวเขาว่า แพลนงานแต่งคงต้องเลื่อนออกไปก่อน เพราะทุกคนที่บ้านเห็นพ้องกันว่า ตนควรไปเรียนต่อก่อน ชายหนุ่มหน้าจ๋อยลง แต่เพื่ออนาคตของคนรักเขาจำต้องยอม

วันที่มัทนาจะเดินทาง เขตต์ตวันมารับที่สยามสาร เขาแปลกใจจะเดินทางทำไมต้องมาที่ทำงานอีก  มัทนาตอบว่าตนลืมเอกสารบางอย่าง ชายหนุ่มมองไปรอบๆไม่มีครอบครัวเธอมาส่งด้วยจึงถามว่าพ่อแม่อยู่ไหน มัทนาตอบว่าไม่ได้ไปส่ง เขตต์ตวันสลดลง

“ผมเข้าใจพ่อกับแม่มัทนะ มัทอายุยังน้อย ที่บ้านคงเห็นว่าเร็วเกินไปที่จะแต่งงาน แต่ก็เกรงใจที่จะปฏิเสธผม ก็เลยเอาเรื่องเรียนต่อมาอ้างถ่วงเวลาไว้ก่อน...มัทไม่ต้องกังวลนะ ไปเรียนต่อเถอะ ผมจะรอเวลาจะพิสูจน์เอง ว่าผมมั่นคงกับมัทจริงรึเปล่า”

“แค่สองอาทิตย์จะพิสูจน์อะไรได้คะ”

“มัทว่าอะไรนะ...”

“ปีที่ผ่านมามัททำผลงานดีเด่น เลยได้รางวัลจากสยามสารให้ไปเรียนงาน และฝึกงานกับแม็กกาซีน ที่ฝรั่งเศส เป็นเวลาสองอาทิตย์” มัทนาชูสองนิ้วทำหน้าล้อ

เขตต์ตวันหมั่นเขี้ยว “แสบนักนะ ทำไมไม่บอก ผมแต่แรก”

“ก็ไม่ได้ถามนี่คะ”

เขตต์ตวันเคืองที่ทำให้ตนนอนไม่หลับไปหลายคืน มัทนาขอโทษ แต่ชายหนุ่มจ้องหน้า ตรงเข้าอุ้มเธอพาดบ่าตีก้นเป็นการลงโทษ มัทนาอายเพื่อนในสำนักพิมพ์ร้องให้ปล่อย แล้วว่าตนจะตกเครื่องบิน เขาจึงอุ้มเธอไปขึ้นรถ ท่ามกลางสายตาคนแถวนั้นที่หัวเราะกันคิกคัก...

ด้านสาระวารีกับษมา มานั่งคุยกับเจ้าของร้านเว็ดดิ้ง สตูดิโอ ทั้งสองตกลงจัดงานที่เกาะยานก เชิญแขกประมาณ 50 คนเท่านั้น ทั้งที่รูปแบบงานหรูหราสมฐานะ ระหว่างที่สองคนเลือกแบบในแฟ้มภาพ ก็มีลูกค้าเข้ามาในร้านอีกคู่หนึ่ง สาวสวยผิวสองสีสูงโปร่ง ควงแขนฝรั่งดูภูมิฐาน ษมาถือโอกาสบอกเจ้าของร้านว่า จะกลับไปดูรายละเอียดแล้วจะนัดคุยอีกที

พอสองคนจะเดินออกจากร้าน สาวสวยก็ทัก “ยินดีด้วยนะคะ คุณษมา คุณวารี”

สองคนงงจำไม่ได้ว่าใคร สาวสวยยิ้มกริ่มถาม “ลืมโศไปแล้วจริงๆเหรอคะเนี่ย”

“คุณโศภี!” สาระวารีตกใจมาก ษมาก็ไม่แพ้กัน

“ใช่ค่ะ แต่นั่นเป็นอดีตไปแล้วล่ะ ต้องขอบคุณมีดหมอที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนใหม่ มีอนาคตที่ดีขึ้น ฉันกำลังจะแต่งงานกับปีแอร์ค่ะ” โศภีมองฝรั่งคู่ควง

ษมายินดีด้วยตามมารยาท โศภีขอบคุณและรับรองกับทั้งสองคนว่าไม่ต้องกลัวตนอีกต่อไป เรื่องทั้งหมดจบไปแล้ว เธอยิ้มให้ก่อนจะเดินไปหาแฟนหนุ่ม สาระวารีสะกิดษมา

“รีบไปเถอะค่ะ ศัลยกรรมเปลี่ยนได้แค่หน้าตาเท่านั้นแหละ” สองคนรีบจํ้าออกไป

โศภีนั่งคุยกับเจ้าของร้านทันที “ดิฉันอยากจัดงานแต่งบนเกาะเหมือนงานคุณษมา อยากได้รูปแบบงานเหมือนกันทุกอย่าง แม้แต่ชุดบ่าวสาว แต่งานแต่งดิฉันจะจัดก่อนหน้างานเขาหนึ่งวันค่ะ” เจ้าของร้านหน้าเสีย แต่พอโศภีบอกว่ายินดีจ่ายค่าจัดงานสองเท่า เธอก็ยิ้มออก

ooooooo

ทางสยามสารจัดงานปาร์ตี้สละโสดให้สามทหารเสือสาว มีกองของขวัญกองโตอยู่มุมห้อง เพื่อนร่วมงานในบริษัทสนุกสนานรื่นเริงกันเต็มที่ ทุกคนใส่เสื้อยืดที่ทำมาเฉพาะงานนี้ เพื่อนๆช่วยกันเขียนคำที่ระลึกบนตัวเสื้อสามสาว มัทนา สาระวารี และมีคณา

สาระวารีโอดโอยอยากแกะของขวัญเต็มทน

มีคณาค่อนขอดเพื่อนว่างก ส่วนมัทนาอยากหยุดพักไปหาของกิน ถูกสาระวารีแขวะ จะสะสมไขมันไปถึงไหน สามสาวหยอกเย้ากันส่งท้าย

ไชยวัฒน์หลบเข้ามาในห้องทำงาน หยิบกระดาษโน้ตที่วางเหนือถาดตะแกรงขึ้นอ่าน ข้อความว่า “งานของพวกเรา บก.ห้ามพลาดนะคะ ถ้าเบี้ยวเจอคอมมานโดบุกถึงบ้านแน่ๆ”

เขายิ้มส่ายหน้า หยิบการ์ดแต่งงานในถาดซองแรก สีชมพูหวานเป็นของมัทนาขึ้นมาเปิดดู นึกถึงคำพูดของเธอที่บอกว่า งานจัดขึ้นที่วัดสวนป่า ทำบุญเลี้ยงพระและเด็กกำพร้า แล้วถึงมาจัดงานเลี้ยงที่กรุงเทพฯเป็นงานเล็กๆ ถ้า บก.ไม่ไปจะโกรธจริงๆ และยังบอกอีกว่า เธอยังไม่ลาออกเพราะเขตต์ตวันอนุญาตให้ทำงาน ได้จนกว่าจะมีน้อง เธอหัวเราะว่าอย่างเธอจะมีได้หรือ

การ์ดแต่งงานถัดไปเป็นสีนํ้าเงิน ดูแปลกตา เดาได้ไม่ยากว่าเป็นของสาระวารี เสียงเธอยํ้าว่าษมาปิดเกาะยานกเลี้ยงแขกห้าสิบกว่าคนเท่านั้น บก.เป็นแขกโคตรวีไอพี...อีกซองเป็นสีเหลือง ของมีคณา ไชยวัฒน์ จำได้แม่นว่ามีคณาบอกว่ายังเป็นนักข่าวสายสังคมและอาชญากรรมต่อไป แต่ขอออกภาคสนามน้อยลง ขอทำงานในออฟฟิศตรวจข่าวให้น้องๆแทน

ไชยวัฒน์ยิ้มไปมา ถอนใจ จะทำงานกันได้สักกี่นํ้าเชียว ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์ถามฝ่ายบุคคล “ไง ปาร์ตี้อยู่รึเปล่า ผมสั่งให้ประกาศรับสมัครกองบก.เพิ่มทำรึยัง...ดีมาก...กำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ผมรับปากแล้วว่าจะเป็นคนเปิดฟลอร์”

หลังจากสามทหารเสือสาวเต้นรำกับบก.อย่างสนุกสนาน ทั้งสามก็จูงมือกันออกมายืนหน้าตึก ทำใจกล่าวคำร่ำลากันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว พยายามไม่ให้เศร้า สัญญากันว่าจะส่งข้อความคุยกันทุกคืน ถ้าคิดถึงกันมาก สาระวารีกับมัทนาจะเป็นคนเดินทางมาหา

มีคณาที่กรุงเทพฯเอง

งานแต่งงานแต่ละคนดำเนินไปตามรูปแบบของตัว มีคณาแต่งแบบไทยๆ มีมั่นสินและแม่ร่วมงาน ซึ่งทำให้มีคณาดีใจมาก คู่ของมัทนาจัดงานเลี้ยงที่กรุงเทพฯ ทุกคนมาร่วมงาน เขตต์ตวันกล่าวขำๆกับษมาและหิรัณย์ น่าจะเป็นงานแต่งที่แขกน้อยที่สุด แต่ทั้งสามก็ชอบแบบนี้

วันเวลาผ่านไป ไชยวัฒน์ได้สามทหารเสือสาวใหม่เข้ามาทำงาน ซึ่งเขามั่นใจว่าคงทำงานได้นาน เพราะทั้งสามเป็นหนุ่มหน้าหวาน...ขณะที่ มัทนาตั้งท้องเอาผลตรวจมายื่นให้เขตต์ตวันดีใจ ส่วนษมาปรับเปลี่ยนสาระวารีให้เป็นคุณผู้หญิงของเกาะอย่างสมฐานะ ออกงานร่วมกันอย่างที่สาระวารีไม่รู้สึกฝืนใจ ด้านมีคณาควงคู่หิรัณย์บินไปเยี่ยมมั่นสินที่อังกฤษ ถือเป็นการฮันนีมูนไปในตัว ทั้งสามสาวต่างพบกับความสุขในชีวิตคู่ เป็นเพราะทั้งสามยอมเปิดใจรับสิ่งดีๆเข้ามา

–อวสาน–

ฟ้ากระจ่างดาว ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

ฟ้ากระจ่างดาว

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: