advertisement

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 8

บทประพันธ์ ชูวงศ์ ฉายะจินดา จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ลายน้ำ
16 ก.ค. 2555 11:11

ที่หน้าคฤหาสน์ของเทพ ทิวเสร็จธุระแล้วกำลังจะกลับ หญิงมานศรีออกมาเรียกไว้ แสดงความเสียใจกับเขาด้วยเรื่องลุงแย้ม แล้วเตือนให้ระวังตัว พูดเสร็จรีบกลับเข้าข้างใน ทั้งสองคนไม่ทันสังเกตเห็นเทพยืนฟังอยู่อย่างโกรธแค้น ก่อนจะตามเธอไป ทิวรู้สึกดีที่ เธอเป็นห่วง เผลอยิ้มออกมา อยากจะคุยกับเธออีก รีบเดินตาม

หญิงมานศรีกำลังเดินเพลินๆ เทพเข้ามาดักหน้า เธอหยุดกึกมองไม่ไว้ใจ ก่อนจะขยับถอยหลัง เขาตัดพ้อทำไมเธอถึงทำเหมือนกลัวเขา เธอปฏิเสธว่าไม่ได้กลัว แค่รู้สึกไม่ค่อยดี แล้วขอตัวไปพักผ่อน เขาเดินตามไม่ลดละ เป็นจังหวะเดียวกับทิวเข้ามาเห็นพอดี รีบหลบมุมแอบฟัง

“หรือเพราะคุณหญิงคิดว่าผมเป็นฆาตรกร ส่วนนายทิวเป็นผู้บริสุทธิ์”

“แล้วความจริงคืออะไรคะ” เธอหันมาเผชิญหน้า เทพทำท่าผิดหวัง อุตส่าห์ทำแต่ความดี มีแต่ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน กลับถูกมองด้วยความหวาดระแวงและไม่เชื่อใจ เธอถึงกับพูดไม่ออก เขายังเล่นละครต่อไป

“ผมเข้าใจล่ะ...เพราะคุณหญิงรักนายทิว คุณหญิงจึงมีอคติกับผม”

“หญิงไม่ได้รักนายทิว” เธอไม่กล้าบอกความจริงไม่รู้เขาจะมาไม้ไหน ทิวซึ่งแอบฟังอยู่ถึงกับหน้าเสีย

“อย่าปฏิเสธผมเลย ความรักทำให้มีอคติ ผมรู้ดีต่อให้ผมกรีดเลือดปล่อยให้มันไหลจนหมดตัวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ของตัวเองก็คงไม่มีประโยชน์อะไร” เทพพูดจบ ผลุนผลันออกไปขึ้นรถ ขับออกไปอย่างหัวเสีย...

ทางฝ่ายทิวกลับไปอย่างเสียความรู้สึก เดินใจลอยคิดถึงแต่คำพูดของหญิงมานศรีที่บอกว่าไม่ได้รักตน เข้มเข้ามารายงานว่าพาชายแก่กับวิวัฒน์ไปซ่อนตัวห่างจากที่นี่ไปอีกหลาย จังหวัด เขาชมว่าทำดีมาก เตือนว่าอย่าลืมพาคุณพิไลพรกับหมอไปตรวจชายแก่ตามกำหนดอย่าให้ขาด เข้มรับคำแล้วจะกลับไปโรงงานน้ำตาล

เห็นเจ้านายยืนเฉย ย้อนกลับมาถามว่าไม่ไปด้วยกันหรือ ทิวขออยู่คนเดียวสักพักก่อน แล้วเดินเรื่อยเปื่อยต่อไปอย่างเซ็งๆ พอเงยหน้าขึ้นมองอีกที เห็นหญิงมานศรีกำลังเดินชมธรรมชาติอยู่เบื้องหน้า เขาชะงัก แววตาเปลี่ยนเป็นปวดร้าวขึ้นมาทันที จังหวะนั้น เสกสรรเดินเข้ามาหาเธอจากอีกด้านหนึ่ง ทิวรีบหลบเข้าพุ่มไม้ข้างทาง

“เสก” หญิงมานศรีร้องทักด้วยความตกใจปนประหลาดใจ

“ครับผมเอง...ผมคนใหม่ที่ไม่ได้อยู่ใต้เงาของใครอีกแล้ว”

ทิวใจเสียที่แอบเห็นเธอมีท่าทีหวั่นไหว ระหว่างนั้น ล้วนนั่งรถกระบะผ่านมาพอดี ตกใจที่เห็นเสกสรร

ooooooo

ในเวลาต่อมา เสกสรรพาหญิงมานศรีไปขี่ม้าเล่นที่ฟาร์มของเขา เธอไม่รู้มาก่อนว่าแถวนี้มีฟาร์มม้าด้วย

“ของเพื่อนพ่อผมครับ ไม่มีใครรับช่วงดูแลต่อ ผมเลยขอซื้อด้วยเงินเก็บทั้งหมดที่ผมมี พูดง่ายๆ ตอนนี้นายเสกสรรเหลือแต่ตัวและม้าแล้วครับ” เขามองด้วยสายตาลึกซึ้งจนเธอรู้สึกประดักประเดิด รีบเปลี่ยนเรื่องคุย

“หญิง...หิวน้ำแล้วค่ะ”

เขาเชิญเธอไปที่มุมพักผ่อนเพื่อดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ และยังไม่ละความพยายามจะขอให้เราสองคนกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่เธอไม่เปิดช่องให้ ขอแค่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จกับฟาร์มม้า จากนั้น เขาเดินมาส่งเธอหน้าคฤหาสน์ ถ้าเธอคิดจะไปขี่ม้าเล่นอีก ที่ฟาร์มของเขายินดีต้อนรับเสมอ

“หญิงไม่แน่ใจหรอกค่ะว่าจะมีเวลาไปหรือเปล่า งานช่วงนี้ยุ่งๆ”

เสกสรรยังไม่ยอมถอดใจจับมือเธอขึ้นมากุมไว้ ทั้งคู่ไม่เห็นทิวเดินเข้ามามองอย่างไม่พอใจ หญิงสาวขอร้องให้เขาปล่อยมือเธอ ถ้าไม่อยากให้ความเป็นเพื่อนของเราต้องสิ้นสุด เขาไม่รอให้เธอพูดซ้ำรีบปล่อยทันที

“คุณหญิงไม่มีผมอยู่ในหัวใจแล้วจริงๆหรือครับ” น้ำเสียงเว้าวอนของเขา ทำให้เธอตัดสินใจบอกว่ามีคนอื่นอยู่ในหัวใจแทนที่เขาแล้ว เพื่อที่เขาจะได้ตัดใจจากเธอ ทิวแอบฟังอยู่แค้นใจมาก คิดว่าเธอหมายถึงเทพ เสกสรรคาดเดาไปต่างๆนานา สุดท้ายก็ถามเธอว่าใช่คุณเทพหรือเปล่า

“หญิงไม่จำเป็นต้องตอบค่ะ เสกกลับไปได้แล้ว แล้วก็...ทางที่ดีอย่ามาหาหญิงอีก หญิงไม่อยากให้มีเรื่อง วุ่นวายเกิดขึ้น” เธอว่าแล้วเดินเข้าข้างใน เขามองตามอย่างปวดร้าวใจ ส่วนทิวเร่งฝีเท้าตามเธอจนทัน คว้าตัวให้หันมาประจันหน้า แล้วด่าว่าผู้หญิงแพศยา คาดคั้นให้บอกมาว่าใครกันที่อยู่ในหัวใจของเธอ

“นายแอบฟังฉันคุยกับเสก...เสียมารยาท”

“ตกลงคุณเป็นคนยังไงกันแน่...ผมอยากรู้นักว่าแท้จริงแล้วหัวใจของคุณมันสีอะไร...ถึงได้กล้าทำแบบนี้หา...สีดำหรือสีอะไร ผมอยากเห็นหัวใจแพศยาของคุณ ผมจะเอามากรีดดูให้สมแค้น” เขาจับเสื้อเธอจะเปิดดู

เสียงเอะอะของทิว ทำให้พวงทอง ผ่องทิพย์ และขวัญตาวิ่งออกมาดู เห็นหญิงมานศรีตบหน้าทิว พวงทองสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงตบหน้าเขา เธอทำอย่างนั้นเพราะถูกเขาดูถูก

“ฮึ...ที่ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกน่ะถูกแล้ว คุณมันกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะครอบครองตำแหน่งเมีย หมายเลขหนึ่งของไอ้เทพเหมือนกัน” ทิวตะคอกใส่ ผ่องทิพย์ กับขวัญตามองคุณหญิงตาเขียว เธอปฏิเสธว่าไม่จริง

“ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง ตลบตะแลงสิ้นดี ทำให้ผมตายใจคิดว่าคุณเป็นพวกเดียวกับผม นี่หรือคนดีของคุณพิไลพร ทำตัวไม่ต่างจากโสเภณี ที่ตะเกียกตะกายหาลูกค้ากระเป๋าหนัก...เถียงสิว่าไม่จริง หรือไม่ก็...พูดออกมาสิว่าใครที่อยู่ในหัวใจของคุณ” ทิวคาดคั้น หญิงมานศรีบอกไม่ได้ว่าเป็นเขา ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ

เขามองหน้าเธอก่อนจะเดินจากไปอย่างเจ็บช้ำใจผ่องทิพย์กับขวัญตาจะเข้าไปเอาเรื่อง พวงทองรีบขวางไว้ ขู่ถ้าใครก่อเรื่องอีก จะทำให้อยู่ที่นี่ไม่ได้ สองสาวชะงักไม่กล้าหือ จ้องหน้าหญิงมานศรีราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วพากันเดินออกไป เธอเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น พยายามจะอธิบาย แต่พวงทองไม่อยากฟัง เดินหนี เธอคับแค้นใจที่ทุกคนพากันเข้าใจผิด

ooooooo

เทพแค้นใจเรื่องหญิงมานศรีมาก มานั่งรอทิวอยู่ในห้องทำงาน พอเจ้าของห้องโผล่เข้ามา จอมซาดิสต์พุ่งใส่ ดันจนติดผนัง เอาท่อนแขนค้ำคอไว้ทิวไม่ทันตั้งตัว เริ่มหายใจไม่ออก ยิ่งดิ้นเทพยิ่งออกแรงดันคอเพิ่มขึ้น

“โอ๊ะ...หายใจไม่ออกเหมือนคนใกล้จะตาย...ฉันพยายามฆ่าแกแต่แกไม่ตาย ถึงตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” เทพต่อยท้องทิวอย่างแรง แล้วปล่อยมือที่ค้ำคอออก เขารูดลงไปกองกับพื้นไออย่างหนัก “ฉันจะให้แกมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลิ้มรสความเจ็บปวดทรมานที่ฉันจะค่อยๆหยิบยื่นให้ทีละนิดทีละน้อย ให้แกตายทั้งเป็นก่อน แล้วค่อยลงนรกจริงๆ” เขามองสะใจก่อนจะเดินออกไป ทิวมองตามเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ...

ทันทีที่เทพออกมาหน้าโรงงานน้ำตาล ล้วนรีบ เข้าไปรายงานว่า อดีตคู่หมั้นของคุณหญิงมารับช่วงทำฟาร์มม้าต่อจากเจ้าของเดิม ใกล้ไร่ของเรามาก นายใหญ่จะให้ทำอย่างไรดี

“ไอ้พวกแมลงหวี่แมลงวัน คงต้องทำอะไรบางอย่างซะล่ะมั้ง ไม่งั้นมันไม่หยุดก่อความรำคาญสักที...”

ตั้งแต่โดนทิวกล่าวหาว่าอยากจะเป็นหนึ่งในเมียของเทพ หญิงมานศรีเอาแต่นั่งเครียด ผ่องทิพย์กับขวัญตาจ้องจะขย้ำเธอ ยังดีที่ทั้งคู่เกรงใจพวงทอง ส่วนพวงทองที่ไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน กลับไม่ยอมร่วมโต๊ะกินมื้อเย็นกับเธอ หนำซ้ำคืนนี้ พิไลพรต้องอยู่เวรแทนเพื่อน ยิ่งทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก...

ฝ่ายเทพเกรงหญิงมานศรีจะหลุดมือ บึ่งรถเข้ากรุงเทพฯโทร.นัดหม่อมสรัสวดีมาพบที่ล็อบบี้ในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ต้องการบีบเธอให้จนตรอก จะได้เอาลูกสาวมาปลดหนี้ เขาอ้างว่าช่วงนี้บริษัทของเขาขาดสภาพคล่องอยากให้เธอคืนเงินทั้งหมดที่เขาให้ความช่วยเหลือไป ความจริงแล้วเขาไม่อยากได้หนี้ก้อนนี้คืนด้วยซ้ำ แต่มันจำเป็นจริงๆ หม่อมสรัสวดีแทบช็อก เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้เธอไม่มีเงิน เทพไม่สน นั่นเป็นเรื่องที่เธอต้องรับผิดชอบเอง

“คุณตั้งใจจะทำอะไรกันแน่” เธอมองเขาอย่างจ้องจับผิด

“ทำไมมองผมอย่างนั้นล่ะครับหม่อม ผมไม่ได้ซ่อนความนัยอะไรเอาไว้ใต้ประโยคสักหน่อย...ผมจะให้เวลาหม่อมสิบห้าวัน ไม่อย่างนั้น ผมคงต้องเอาวังกฤตยาขายทอดตลาด”

หม่อมสรัสวดีตกใจแทบช็อกเป็นรอบที่สอง ก่อนจะเดินหน้าเครียดกลับไป ทันทีที่กลับถึงวังกฤตยา เธอเหวี่ยงกระเป๋าถือทิ้ง แล้วกรีดร้องระบายแค้น ชายคำรณ เพิ่งกลับจากทำงานตกใจ เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ก็มัน...โอ๊ย...แม่จะทำยังไงดีๆ” เธอเดินกลับไปกลับมาสีหน้าเคร่งเครียด

“ทำอะไรครับหม่อมแม่...หม่อมแม่บอกชายสิครับ”

หม่อมสรัสวดีไม่ยอมบอก ได้แต่ถามถึงบริษัทของเราว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าไม่มีกำไรจากการขายเพราะเป็นช่วงลงทุนเปิดโครงการใหม่ เธอเครียดหนัก เดินหนีขึ้นห้อง ชายคำรณไม่รู้จะทำอย่างไร จึงโทร.ไปเล่าเรื่องนี้ให้น้องหญิงฟัง เธอฝากพี่ชายไปบอกหม่อมแม่ด้วย ถ้ามีอะไรที่เธอพอจะช่วยได้ เธอไม่ลังเลที่จะทำ...

เทพยังเลวได้อีก สั่งให้ล้วนไปสั่งสอนเสกสรร ให้รู้ว่าการจะมาทำธุรกิจแถวนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ขณะที่เสกสรรแวะมาทักทายทิวในฐานะเพื่อนบ้านใหม่เพราะเพิ่งมาทำฟาร์มม้าใกล้ๆ ทางคนงานโทร.มาแจ้งว่าไฟไหม้โรงเก็บฟาง แม้ทิวจะเห็นเขาเป็นคู่แข่งหัวใจ แต่ก็ไม่นิ่งดูดาย ไปช่วยเขาดับไฟอย่างแข็งขันจนไฟมอดสนิท โชคยังดีทีี่ไม่เสียหายมากเพราะคนงานที่ชื่อน้อยมาเห็นเสียก่อน หลังจากซักถามเรื่องราวจากน้อย ทิวสรุปทันทีว่า ฟาร์มม้าของเสกสรรถูกลอบวางเพลิง มีคนอยากให้เขาหมดตัวจะได้ม้วนเสื่อกลับกรุงเทพฯ

“คุณทิวพูดเหมือนรู้ว่าเป็นฝีมือของใคร” เสกสรรมองทิวอย่างรอคำตอบ

“มีเพียงคนเดียวที่คิดทำเรื่องชั่วๆพวกนี้ได้” เขานึกถึงเทพด้วยความชิงชัง

ooooooo

พิไลพรเห็นหญิงมานศรีไม่สบายใจทั้งเรื่องหม่อมแม่และเรื่องที่โดนทิวกล่าวหา จึงชวนไปตักบาตรเผื่อจะทำให้สบายใจขึ้น แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น เราควรกลับวังกันดีกว่า เธอจะไม่กลับจนกว่าจะทนไม่ได้จริงๆ พิไลพรหมดแรงเซ้าซี้ขอตัวไปทำงานก่อน แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นโทร.ตามได้ทุกเมื่อ

“ไม่มีใครทำอะไรหญิงหรอก ทุกคนเกรงใจคุณพวงทองกันทั้งนั้น พรไม่ต้องห่วงหญิงนะ”

แม้เธอจะยืนยันอย่างนั้น แต่พิไลพรก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี...

ทางด้านเทพยังอยากสนุกกับสาวๆเมืองกรุง คว้ามือถือจะโทร.บอกทางบ้านว่ายังไม่กลับ พอผ่องทิพย์รู้ว่าเขาโทร.มาแย่งโทรศัพท์ไปจากมือกลิ่น ส่งเสียงจ๊ะจ๋าออดอ้อนว่าคิดถึงมาก ไปไหนไม่เห็นบอกกันบ้าง

“ฉันมาธุระเรื่องงานที่กรุงเทพฯ สองสามวัน ฝากบอกพวงทองด้วย” เขาปิดมือถือ แล้วมองสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเจ้าชู้ ก่อนจะคลอเคลียกันขึ้นห้องพักสุดหรูของโรงแรมห้าดาว ผ่องทิพย์ทั้งโกรธทั้งน้อยใจคุยโทรศัพท์กับเธออยู่แท้ๆ แต่กลับคิดถึงพวงทอง ระหว่างนั้น หญิงมานศรีเดินผ่านหน้าเพื่อจะไปทำงาน

ผ่องทิพย์เห็นเทพไม่อยู่หลายวัน สบโอกาสจะได้แก้แค้น รีบเดินตามจนทันกระชากผมเธอหน้าหงาย แล้วตบซ้ำจนล้มคว่ำ จับเหวี่ยงกระเด็นไปชนแจกันปักดอกกุหลาบตกแตก ขวัญตายืนมองสะใจ นอกจากจะไม่ห้ามปรามแล้ว เห็นพวงทองบ่ายหน้ามาทางนี้ กลับหลอกล่อให้ไปทางอื่น

ยัยจอมวีนเห็นดอกกุหลาบกระจายเกลื่อนพื้นแล้วคิดแค้นหม่อมสรัสวดีที่เคยจับหน้าตนเองไถลกับดงกุหลาบ คว้าคอเสื้อหญิงมานศรีเหวี่ยงใส่ ตามเข้าไปหมายจะขยี้หน้าสวยๆกับหนามดอกกุหลาบเพื่อเอาคืน แต่พวงทองเข้ามาดึงมือเธอไว้ สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ ผ่องทิพย์บ้าได้ที่ไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น

“ฉันจะขยี้มันให้หน้าเละ จะดูสิว่าคุณเทพยังคิดจะเอามันทำเมียอีกหรือเปล่า”

พวงทองกระชากน้องสาวออกมาจนได้ หญิงมานศรีหมดความอดทน ประกาศลั่น ถ้าคุณเทพกลับมาช่วยบอกด้วยว่าเธอขอลาออก แล้ววิ่งกลับห้อง ผ่องทิพย์หัวเราะสะใจ ในที่สุดก็กำจัดนังคุณหญิงตีสองหน้าไปได้

ด้านหญิงมานศรีเข้าห้องปิดประตูร้องไห้โฮ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.ตามพิไลพรให้มารับ เธอจะกลับบ้านพยาบาลสาวกำลังยุ่งไม่มีทางจะปลีกตัวไปไหนได้ ตัดสินใจโทร.ขอความช่วยเหลือจากทิวซึ่งพยายามบ่ายเบี่ยงให้เธอโทร.ไปหาเสกสรรแทน  เธอไม่มีเบอร์ของเขา รีบตัดบท ขอบคุณ ทิวที่ยอมช่วยแล้ววางสายทันที ชายหนุ่มเซ็ง ทำไมต้องเป็นตนเองด้วย ไม่อยากจะเจอแม่ผู้หญิงตีสองหน้าคนนั้น...

ในเวลาต่อมา หญิงมานศรีลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองออกมาหน้าคฤหาสน์โดยมีกลิ่นช่วยลากกระเป๋าอีกใบของพิไลพรมาให้ ขวัญตาตามมาเอาน้ำสาดไล่หลัง แล้วสั่งกลิ่นไม่ต้องช่วย ให้นังผู้ดีนั่นลากไปเองเธอเชิดหน้าอย่างทระนง บอกกลิ่นไม่ต้องช่วย แล้วเข้าไปลากกระเป๋า เดินทางของพิไลพรออกไป

“โชคดีนะคะคุณหญิง หน้าตาท่าทางแบบนี้หาผัวได้ไม่ยากหรอกค่ะ แต่ไปหาที่อื่น ไม่ใช่ที่นี่” ขวัญตาแดกดันจบ เหวี่ยงถังน้ำในมือใส่ หญิงมานศรีหลบทัน แล้วเดินไปหยิบถังใบนั้นขว้างคืนเจ้าของโดนเข้าเต็มๆ เธอโกรธจัดปรี่เข้าไปจะเอาเรื่อง แต่ดันลื่นก้นจ้ำเบ้าเสียก่อน เพราะน้ำที่ตัวเองสาดไว้

“กรรมตามทันเหมือนติดจรวดเลยนะคะ...คุณ ขวัญตา” เธอคว้ากระเป๋าเดินทางทั้งสองใบเดินเชิดออกไป ทิ้งให้ขวัญตาร้องกรี๊ดๆอยู่คนเดียว

ooooooo

ระหว่างที่หญิงมานศรีนั่งรอพิไลพรอยู่ที่ศาลาริมทาง ทิวขับรถกระบะมาจอดเทียบ ลงมาบอกว่าพิไลพรวานให้เขามาดู ทั้งคู่ไม่พ้นมีปากเสียงกันอีก เถียงกันไปโต้กันมา ทิวเถียงสู้ไม่ได้ แกล้งรื้อเสื้อผ้าข้าวของในกระเป๋าเดินทางของเธอกระจุยกระจาย เธอโต้กลับด้วยการเอามีดพกเจาะยางรถของเขาแบนทั้งสี่ล้อ

“อยากจะทำอะไรฉันอีกก็เชิญ” เธอมองเขาอย่างท้าทาย

ทิวโมโหปรี่เข้าไปจับข้อมือเธอบิดจนมีดหล่นแล้วเตะหายเข้าไปในพงหญ้าข้างทาง เธอจะตามไปเก็บ แต่เขาคว้าตัวเธอแบกขึ้นบ่า วิ่งเข้าไปในป่า พอถึงริมน้ำเหวี่ยงเธอลงกับพื้น หญิงสาวลุกขึ้นจะเอาเรื่อง เขาสั่งไม่ให้ขยับ ถ้าขยับตายแน่ๆ เธอท้าทายอย่างไม่กลัว จะขยับจะทำอะไร

“งูอยู่ข้างหลังคุณ”

หญิงมานศรีตาเหลือกตัวแข็งทื่อ ค่อยๆหันไปมอง เห็นงูตัวดำมะเมื่อมแผ่แม่เบี้ยอยู่ข้างหลัง ตกใจจะวิ่งหนี เขาสั่งให้อยู่นิ่งๆอย่าขยับ ไม่ต้องกลัว แล้วค่อยๆย่อตัวลงจ้องตางูไม่กะพริบ

“ไปซะ...เราไม่ได้จะทำอะไรแก”

งูเหมือนจะรู้เรื่อง เลื้อยจากไป หญิงสาวกลัวแทบลืมหายใจ พอหันไปไม่เห็นงู เป็นลมล้มพับไปตรงนั้น...

ขณะที่หญิงมานศรีนอนสลบไสลไม่ได้สติ หม่อมสรัสวดีตัดสินใจแวะไปหาเทพที่ห้องพักในโรงแรมหรู จะขอต่อรองให้เขายืดการชำระหนี้ออกไปก่อน เธอหาเงินให้ไม่ทัน เทพขอให้เธอนั่งลงคุยกัน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่ให้เกียรติ แต่เธอไม่นั่ง ไม่ต้องมาลีลาท่ามาก จะตั้งเงื่อนไขอะไรให้ว่ามา

“ตกลงจะไม่ให้เกียรติผมจริงๆใช่ไหม” เขาเสียงกร้าว

หม่อมสรัสวดีจำต้องลงนั่ง เงื่อนไขอย่างเดียวที่เทพต้องการคือตัวคุณหญิงมานศรีโสภาคย์ เธอยืนยันจะไม่ยอมขายลูกกินเด็ดขาด เขาแดกดัน แล้วที่เธอทำอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้หวังจะให้ลูกสาวเป็นเมียของเขาหรือ เธอแค่ปูทางให้ หลังจากนั้น ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือเขาเอง ในเมื่อไร้น้ำยา ไม่มีความสามารถก็อย่ามายืมมือเธอบังคับให้ลูกแต่งงานกับเขา เธอรู้ว่าเขาวางแผนทั้งหมดเพื่อจะให้ได้ตัวลูกของเธอตั้งแต่แรกแล้ว

“ฉลาดนี่” เทพว่าประชด

“ทุเรศสิ้นดี” เธอตบหน้าเขาอย่างแรง “เอาเลยอยากจะขายวังกฤตยาทอดตลาดก็เอาเลย แต่ฉันไม่มีวันให้ลูกหญิงของฉันต้องไปตกนรกอยู่กับคนเลวๆอย่างคุณ” พูดจบขยับจะกลับ เทพปราดเข้าไปขวาง จะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าไม่ได้ไร้น้ำยาหรือไร้ความสามารถ เหวี่ยงเธอไปกลับที่โซฟาตามไปตบจนล้มคว่ำ แล้วขึ้นคร่อม พร้อมกับปิดปากเธอไว้ หม่อมสรัสวดีดิ้นสุดชีวิตน้ำตาไหลพราก ขณะที่เทพซุกไซ้ไปตามซอกคอเธอ...

ในระหว่างที่หม่อมสรัสวดีกำลังเสียท่า หญิงมานศรีแกล้งสลบ นอนนิ่งไม่ไหวติง ทิวรู้ทันหลอกว่างูมา เธอสะดุ้งโหยงลุกพรวด เขาหัวเราะชอบใจ นี่คงหวังจะให้เขาแบกกลับไปส่งที่เดิม แต่เสียใจด้วย น้ำใจของเขาไม่ได้มีไว้ให้ผู้หญิงอย่างเธอ หญิงมานศรีย้อนถาม ต้องเป็นผู้หญิงแบบไหนถึงจะซวยได้ขนาดนั้น

“ใช้คำว่าโชคดีดีกว่านะ หนึ่งในนั้นก็คือคุณพิไลพร นางฟ้าผู้แสนดีของผมซึ่งตรงข้ามกับหญิงโสโครกอย่างคุณ คุณไปจากที่นี่ได้ผมดีใจมาก แต่ผมคงจะคิดถึงคุณพิไลพรน่าดู” เขาลุกออกไป เธอมองตามสีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

หม่อมสรัสวดีพยายามขัดขืนสุดฤทธิ์ไม่ให้เทพล่วงเกิน แต่อยู่ๆเขากลับผละออกจากเธอ อ้างว่าที่ ทำไปทั้งหมดแค่ต้องการให้เธอรู้ว่าเขาจะทำอะไรกับเธอก็ได้ เธอถึงกับอึ้ง ผู้ชายคนนี้น่ากลัวกว่าที่คิดมาก เขาปรับสีหน้าเป็นอ่อนโยน แล้วประคองเธอลุกขึ้น

“เมื่อหม่อมปฏิเสธเงื่อนไขผม เกียรติภูมิของกฤตยาที่พวกของหม่อมพยายามปกป้องจะต้องถูกขายทอดตลาด แล้วกฤตยาก็จะเหลือแต่ตัว เชื่อเถอะว่าผมลงมือทำแน่” เขายิ้มเหี้ยม ขณะที่เธอมองเขาอย่างหวาดหวั่น...

ที่ศาลาริมทาง ทิวยืนรออยู่ที่รถตัวเองอย่างหงุดหงิด มองไปยังทิศทางที่แบกหญิงมานศรีเข้าป่า บ่นอุบทำไมยังไม่ตามมาสักที นึกเป็นห่วงจะตามไปดู แต่พิไลพรมาถึงเสียก่อน เห็นเสื้อผ้าข้าวของของหญิงมานศรีกระจัดกระจายทั่วบริเวณ ร้อนใจถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น คุณหญิงอยู่ที่ไหน เขายักไหล่ทำเหมือนไม่สนใจ

“หญิงอยู่นี่จ้ะ พร” หญิงมานศรีโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ “พอดี...นายทิวเขาไม่อยากให้หญิงไปจากที่นี่จ้ะ แต่หญิงเจ้าอารมณ์ไปหน่อย เราฉุดกระชากกระเป๋ากันจนมันเป็นอย่างที่เห็น หญิงเลยเข้าไปสงบสติอารมณ์ แล้วก็...คิดขึ้นมาได้ว่า...หญิงควรจะอยู่ที่นี่ต่อไป...นายทิว นายไม่ต้องห่วงนะ นายยังจะเห็นหน้าฉันต่อไปอีกนาน จนกว่าฉันจะได้ในสิ่งที่ต้องการ” เธอมองเขาอย่างท้าทาย เขามองตอบ เจ็บใจที่ไล่เธอไม่สำเร็จ...

ไม่นานนัก พิไลพรกับหญิงมานศรีลากกระเป๋าเดินทางกลับไปที่คฤหาสน์ของเทพ แต่ไม่ยอมเข้าไปในตัวบ้าน พวงทองมองแปลกใจ คิดว่าทั้งคู่กลับไปแล้ว จังหวะนั้น ผ่องทิพย์ออกมาด่ากราดทันที

“นังผู้หญิงหน้าด้าน เขาไล่แล้วยังไม่ไปอีก หนังหน้าทำด้วยอะไร...หา”

พวงทองสั่งให้น้องสาวหยุดพูดจาก้าวร้าวได้แล้ว ผ่องทิพย์ไม่ฟัง จะเข้าไปเอาเรื่อง พิไลพรเหลืออดปรี่เข้ามาขวาง ถ้าคิดจะทำร้ายคุณหญิง ต้องผ่านเธอไปก่อน แล้วกวักมือเชื้อเชิญให้เข้ามา ยัยจอมวีนเห็นท่าทางเธอเอาจริง จำต้องล่าถอย พวงทองจะให้เด็กมายกกระเป๋าของสองสาวไปไว้ห้องเดิม

แต่หญิงมานศรีไม่ขอพักที่นี่ ขอไปอยู่บ้านพักพนักงานแทน พวงทองขอร้องให้รอเทพกลับมาก่อน เกรงเขาจะไม่พอใจ เธอยืนยันขออยู่บ้านพักพนักงาน เพราะไม่อยากมีปัญหากับใครอีก พวงทองเลยไม่ขัด...

ขณะที่หญิงมานศรีพยายามกันตัวเองให้อยู่ห่างจากพวกเมียๆของเทพ หม่อมสรัสวดียังคิดไม่ตก ไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับเงื่อนไขที่เทพเสนอมา ยิ่งได้รู้ว่าบริษัทของครอบครัวมีปัญหาต้องใช้เงินมาเพิ่มทุน เธอคงต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างแม้จะฝืนความรู้สึกของตัวเองก็ตาม

ooooooo

เทพกลับถึงบ้านอย่างอารมณ์ดี ขณะที่พวงทองเดินหน้าเครียดเข้ามาหา มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ เขายังไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น อยากกอดเธอให้หายเหนื่อยก่อน แล้วดึงเธอมากอด พวงทองไม่ขัดขืนแต่ไม่กอดตอบ เขาตัดพ้อ ทำไมถึงกอดเขาบ้างไม่ได้ เธอใจอ่อนยกมือจะกอดตอบแต่แล้วเปลี่ยนใจ

“คุณไม่อยากทราบเหรอคะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณหญิงมานศรี”

เขาหูผึ่ง ผละออกจากเธอทันที...หญิงมานศรียืนอยู่บนระเบียงบ้านพักพนักงานเพียงลำพัง คิดถึงท่านพ่อจนกลั้นนํ้าตาไม่อยู่

“ท่านพ่อคะ...หญิงคิดถึงท่านพ่อเหลือเกิน...หญิงคิดถึงอ้อมกอดอบอุ่นที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยและเข้มแข็งขึ้นมาได้ทุกครั้งที่หญิงอ่อนแอ” เธอปาดนํ้าตาทิ้ง สูดลมหายใจเข้ารวบรวมพลังฮึดสู้ ทิวเพิ่งรู้ข่าวว่าเธอย้ายมาอยู่บ้านพักพนักงานตามมาทันได้ยินแค่ประโยคหลัง ก่อนจะค่อยๆย่องเข้าไปเอามือปิดปากเธอไว้แล้วลากหายไปในความมืด พิไลพรได้ยินเสียงกุกกักเดินออกมาดู ไม่เห็นคุณหญิงอยู่ตรงนั้น นึกเป็นห่วงรีบออกตามหา...

ทางด้านทิวลากหญิงมานศรีมาได้พักเดียวต้องปล่อยมือเพราะถูกเธอกัด แถมโดนตบซ้ำจนหน้าหัน เธอจะวิ่งหนี แต่เขาคว้าตัวมากอด แดกดันว่าอยากถูกใครสักคนกอดไม่ใช่หรือ เขากำลังทำให้เธอสมปรารถนา

“ฉันไม่ต้องการอ้อมกอดของนาย ไม่ต้องมาเสนอหน้า” เธอว่าพลางพยายามดิ้นหนี

เขาเจ็บใจผลักเธอจนล้ม ขับไสไล่ส่งให้ไปจากที่นี่ เห็นเธอลุกช้า เข้าไปลากถูลู่ถูกังออกไป เทพเดินนำพิไลพรเข้ามาขวางทางไว้ สั่งให้ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้

“อยากได้คืนมากงั้นเหรอ” ทิวจ้องเทพอย่างท้าทาย ก่อนจะกระชากหญิงมานศรีมาจูบเย้ย เธอตะลึงไม่ทันตั้งตัว พอได้สติผลักเขาออก เทพฟิวส์ขาด กระโจนใส่ทิว ทั้งคู่ชกต่อยกันอุตลุด ต่างฝ่ายต่างสะบักสะบอม หญิงมานศรีทนดูไม่ไหว ขอร้องให้หยุดต่อสู้กันได้แล้ว ทั้งคู่ชะงัก

“ฉันรู้แล้วว่าใครกันแน่คือซาตาน และฉันก็ไม่เคยก้มหัวให้กับซาตานเลวๆ ไม่ว่าจะพยายามทำร้ายฉันมากแค่ไหน นายไม่มีวันชนะฉัน...นายทิว” หญิงมานศรีมองเขาด้วยสายตาชิงชัง ก่อนจะผละจากไป พิไลพรสงสารทิว แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร รีบเดินตามคุณหญิง เทพยิ้มหยัน สุดท้ายแล้วทิวก็ไม่มีทางชนะเขาได้ เลิกล้มความคิดได้แล้ว สู้ไปก็เหนื่อยเปล่า ทิวมองตามเขาไปอย่างเจ็บแค้นใจ...

จากนั้น เทพพาหน้าตาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำกลับไปให้พวงทองทำแผลให้ ทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบจนกระทั่งเธอทำแผลเสร็จ เขาตัดสินใจถามว่าเธอจะคิดอย่างไร ถ้าเขาแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับหญิงมานศรี

เธอไม่คิดอะไร อย่างเดียวที่รู้สึกอยู่ในตอนนี้ ก็คือ เธอเห็นเขาเหนื่อย ทุกๆวันเขาต้องคอยวิ่งไล่ตามไขว่คว้าทุกอย่างที่เขาคิดว่าจะมาเติมเต็มชีวิตของเขาได้ เทพเถียงว่าไม่จริง เขาไม่เคยเหนื่อยและยังมีความสุขดีการได้แต่งงานกับ ม.ร.ว.หญิงมานศรีโสภาคย์คือความสุขสุดยอดของเขา

“แน่ใจหรือคะว่ามันคือความสุข...ไม่ใช่ความทุกข์” พวงทองพูดจบ เก็บอุปกรณ์ทำแผลออกไป ทิ้งให้เทพนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้น ขวัญตาแอบฟังอยู่ตลอดเวลา แค้นใจที่เขาจะจดทะเบียนสมรสกับนังคุณหญิงตกยากนั่น

ooooooo

เช้าวันถัดมา ขณะที่ทิวกำลังคุมคนงานอยู่ในไร่อ้อย เข้มเข้ามารายงานว่าลุงกับป้าตัดสินใจจะไม่ขายไร่อ้อยให้นายใหญ่ เขาพยักหน้ารับรู้ กำชับเข้มอย่าลืมบอกทั้งคู่ด้วยว่าอย่าเพิ่งเอะอะไป รอให้เทพนัดมาก่อน ถึงวันนั้นแล้วเขาจะพาตำรวจไปเป็นพยานด้วย ไม่อย่างนั้นทั้งคู่อาจจะไม่ปลอดภัย เข้มรับคำรีบไปทำตามคำสั่ง

จังหวะนั้น เสกสรรโทร.เข้ามือถือของทิวแจ้งว่าช่างมาแล้ว ครู่ต่อมา ทิวไปถึงฟาร์มม้า เจ้าของฟาร์มหนุ่มออกมาต้อนรับพร้อมกับขอบคุณที่เขาช่วยติดต่อช่างมาซ่อมโรงเก็บฟางที่ไฟไหม้ให้ ไม่อย่างนั้น คงถูกผู้รับเหมาหัวหมอคนนั้นโขกราคาแน่ ทิวรับรองว่าช่างคนนี้ไว้ใจได้

“ผมคงต้องรบกวนคุณทิวอีกหลายเรื่องแน่ๆ”

“ยินดีครับ” ทิวลอบถอนใจเพราะจริงๆแล้วไม่ได้รู้สึกยินดีช่วยคู่แข่งหัวใจอย่างปากว่า...

ทันทีที่หญิงมานศรีรู้จากเทพว่าฟาร์มม้าของเสกสรรถูกไฟไหม้ ชวนเขาไปเยี่ยม ยิ่งได้รู้ว่าไม่ได้เป็นอุบัติเหตุแต่ถูกวางเพลิง เธอยิ่งตกใจ แนะให้ไปแจ้งตำรวจ เสกสรรแจ้งเรียบร้อยแล้ว เทพแอบสะใจ

“เสียใจด้วยครับคุณเสกสรร เพิ่งมาอยู่แท้ๆก็ถูกรับน้องซะแล้ว เจอแบบนี้หวังว่าคุณคงจะไม่ท้อนะครับ”

ทิวเหน็บเทพว่าตาบอดหรือเปล่า ถ้าเสกสรรท้อจะจ้างช่างมาซ่อมมันทำไม เทพไม่ยอมแพ้เหน็บกลับว่า เป็นพี่เลี้ยงให้กันตั้งแต่เมื่อไหร่ เสกสรรได้ทีว่ากระทบว่าทิวเป็นเพื่อนที่เขาไว้ใจ ไม่เหมือนใครบางคน

“เป็นเรื่องปกติครับ...คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจหรอก เพราะฉะนั้น จะทำอะไรควรระวังตัวไว้ก่อนเป็นอันดับแรกดีกว่า ว่าอย่าไปขวางทางใคร ไม่งั้นอาจจะโดนหนักกว่านี้”

“ผมคงระวังตัวขึ้นเยอะ ขอบคุณคุณเทพนะครับสำหรับคำแนะนำ” เสกสรรมองเทพตาไม่กะพริบ

“เสก...หญิงเป็นกำลังใจให้นะคะ”

เทพแอบมองไม่พอใจ เสกสรรขอบคุณเธอมาก แค่นี้ก็ทำให้เขามีแรงสู้ต่อโดยไม่กลัวใครจะมาทำอะไรชั่วๆกับเขาอีก ขณะพูดเขามองสบตาเทพตลอด แต่อีกฝ่ายแสร้งไม่รู้ไม่ชี้...

ไม่นานนัก เทพกับหญิงมานศรีบ่ายหน้ากลับออฟฟิศ เธอไม่อยากมีปัญหาจึงขออนุญาตเขาเข้าออฟฟิศคนเดียว เขาเข้าใจความรู้สึกของเธอเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง ขณะเธอกำลังจะเข้าออฟฟิศ ขวัญตาปราดมาขวาง ด่าเธอว่าชอบแย่งผัวชาวบ้าน เธออายพวกพนักงาน เดินเลี่ยงไปทางอื่น แต่ขวัญตาไม่รามือตามไปวีนใส่

หม่อมสรัสวดีมารอเทพอยู่ที่ห้องรับแขกนานแล้ว ได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู เห็นลูกสาวถูกรังแกคว้าแก้วน้ำติดมือเอาไปสาดใส่หน้าขวัญตา เผื่อจะได้ล้างปากให้หายเน่าได้บ้าง ขวัญตาปรี๊ดแตกหันมาเล่นงานเธอแทน ก่อนที่เรื่องจะลุกลามใหญ่โต เทพเข้ามาห้ามเสียก่อน หม่อมสรัสวดีหน้าบึ้งขอเคลียร์กับเขาเป็นการส่วนตัว

ooooooo

ครู่ต่อมา เทพพาหม่อมสรัสวดีไปที่ห้องทำงานของเขา เธอไม่ได้ต้องการเคลียร์เรื่องเมื่อครู่ แต่มาเพื่อรับข้อเสนอของเขา และจะทำให้ลูกหญิงของเธอยอมแต่งงานกับเขาด้วยความเต็มใจ แต่มีข้อแม้ เขาต้องเพิ่มเงินให้เธออีกจำนวนหนึ่ง เทพรู้ทันว่าธุรกิจของครอบครัวเธอกำลังขาดสภาพคล่อง เธอถึงได้ซมซานมาขอความช่วยเหลือจากเขา เธอเกลียดนักคนรู้ทัน ตกลงเขาจะเอาอย่างไร

“ไม่มีปัญหา แต่...ผมให้เวลาหม่อมเกลี้ยกล่อมคุณหญิงไม่เกินหนึ่งเดือนเท่านั้น ไม่อย่างนั้น...จบ”

เธอไม่มีทางเลือก จำต้องตอบตกลง เทพยิ้มสะใจที่ถือไพ่เหนือกว่า...

ที่หน้าห้องทำงานของเทพ ขวัญตายังตามมาป่วนไม่เลิก จ้องหน้าหญิงมานศรีจนทนไม่ไหว ทำแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่ ขวัญตาอยากให้เธอไปอยู่ไกลๆ จากคุณเทพ เธอเป็นเลขาฯมีหน้าที่ต้องทำงานใกล้ชิดเจ้านาย ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น ขวัญตาไม่เชื่อ ถ้าบริสุทธิ์ใจก็น่าจะไปทำหน้าที่อื่น จังหวะนั้น เทพกับหม่อมสรัสวดีเดินออกมาจากห้องทำงาน เธอตัดสินใจบอกเขาว่าขอลาออกจากตำแหน่งเลขาฯ ขวัญตายิ้มสะใจ

เทพไม่พอใจมาก เดาได้ไม่ยากว่าต้นเหตุที่หญิงมานศรีขอลาออกต้องมาจากขวัญตา จึงลากเธอกลับไปที่คฤหาสน์ ผลักเข้าไปในห้องนอนของเธอ ผ่องทิพย์ยืนมองด้วยความไม่พอใจที่เขาเข้าหานังนั่นบ่อยเกินไปแล้ว เทพโกรธมากจะเอาเรื่องให้ได้ ขวัญตาทำมารยาเข้าไปกอดขาเขาไว้ อ้างว่าที่ทำไปเพราะหวังดี เทพตะคอกใส่หวังดีบ้าอะไร ไปกดดันให้คุณหญิงลาออกจากการเป็นเลขาฯของเขา ต้องการแยกเธอให้อยู่ห่างๆเขา

“แยกตอนนี้เพื่อให้ได้กลายเป็นของคุณเทพเร็วๆไงคะ...ขวัญตายอมรับว่าตอนแรก ขวัญตารับไม่ได้ที่คุณเทพให้ความสำคัญกับคุณหญิง แต่ขวัญตารักคุณมากเกินกว่าจะไปจากคุณ ขวัญตาอยากเห็นคุณมีความสุข เพราะฉะนั้น อะไรที่ขวัญตาทำให้คุณมีความสุขได้ ขวัญตาก็จะทำ...ขวัญตาเลยกดดันคุณหญิงไปแบบนั้น” เธอรุกเข้าหาเขา ออดอ้อนออเซาะสารพัด จุดไฟปรารถนาของเขาให้ลุกโชน ลืมเรื่องหมองใจเมื่อครู่สนิท...

หลังเสร็จกิจ ขวัญตาวางแผนให้เทพส่งหญิงมานศรีไปทำงานในไร่อ้อยกับทิว ถ้าคุณหญิงเจอความโหดร้ายและเกลียดชังของเขา รับรองเธอจะต้องเปิดใจรับความรักและความหวังดีจากเทพแน่ๆ ขวัญตารู้ดีว่าถ้าทิวเกลียดใครแล้ว อย่าหวังว่าจะอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุข เทพพอใจกับแผนการนี้มาก...

ขณะเดียวกัน หม่อมสรัสวดีคอยพูดส่งเสริมให้ลูกสาวเห็นความดีมีน้ำใจของเทพ ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวเราอีกครั้ง เพราะตอนนี้บริษัทของเราขาดสภาพคล่องแทบจะล้มละลาย เธอพยายามทักท้วงแล้วว่าไม่อยากรบกวน แต่เขายืนยันจะช่วยเหลือให้ได้

“แม่ไม่เคยเห็นใครเป็นสุภาพบุรุษและมีน้ำใจดูแลคนอื่นได้มากเท่ากับคุณเทพมาก่อนเลย”

หญิงมานศรีรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นว่าเทพเป็นคนดี ส่วนทิวคือซาตาน...

เสร็จธุระแล้ว หม่อมสรัสวดีเตรียมเดินทางกลับ แม้จะรู้สึกผิดต่อลูกสาว แต่ไม่วายกำชับให้ทำดีๆกับเทพมากๆให้สมกับที่เขาดีกับพวกเรา หญิงมานศรีรับปากจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อความสบายใจของหม่อมแม่และทุกคน หม่อมสรัสวดีเป็นห่วงลูกแต่ต้องตัดใจ เพื่อความอยู่รอดของวังกฤตยาและของตัวเอง มองลูกอย่างอาลัย ก่อนจะเดินขึ้นรถตู้กลับไป ทันทีที่รถตู้แล่นพ้นสายตา เธอกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่

ooooooo

จากนั้น หญิงมานศรีกลับมาเคลียร์งานที่ออฟฟิศ เอาเอกสารสำคัญไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของเทพ แล้วจะออกจากห้อง พลันสายตาสะดุดกับรูปถ่ายของทัดพ่อของทิวที่แขวนอยู่บนผนังห้อง เธอเดินเข้าไปมองใกล้ๆ

“ท่านดูเป็นคนดีมีเมตตา...แต่ทำไมลูกชายของท่านถึงได้...” พูดได้แค่นั้น เธอรู้สึกหน้ามืดรีบเอามือยันผนังห้องไว้ แต่พลาดไปโดนรูปของทัดจนเอียงกระเท่เร่ เผยให้เห็นช่องลับบนผนัง เอื้อมมือจะไปเปิดดู แต่มีเสียงลูกบิดประตูห้องดังขึ้นเสียก่อน เธอรีบขยับรูปกลับที่เดิม เป็นจังหวะเดียวกับเทพเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี

“หญิงเอาเอกสารที่ต้องเซ็นมาให้ค่ะ แล้วก็เคลียร์นัดทุกอย่างให้คุณเรียบร้อยแล้ว”

เทพถามย้ำแน่ใจหรือว่าจะไปทำงานตำแหน่งอื่นจริงๆ เธอยืนยันจะให้ไปทำงานอะไรก็ได้ทั้งนั้น เขาเดินตามแผนทันที โกหกว่าในออฟฟิศไม่มีตำแหน่งว่าง จำเป็นต้องให้เธอไปทำงานที่โรงงานน้ำตาลกับทิว ทีแรกเธอถึงกับอึ้ง แต่ด้วยความเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆจึงตัดสินใจทำ...

ที่โรงงานน้ำตาล ทิวได้ทีแกล้งส่งเธอไปเป็นคนงานตัดอ้อย เทพตีหน้าไม่สบายใจ ขอร้องให้เขาหางานที่เหมาะสมกับความรู้และเกียรติของเธอ ทิวว่างานนี้เหมาะที่สุดแล้ว งานใช้สมองเธอคงทำไม่ได้ หญิงมานศรีอดกลั้นเก็บความไม่พอใจเอาไว้

“เพราะในสมองของคุณคงมีแต่คำว่า ผัวชาวบ้านๆ ...ฉันจะเอาๆ” ทิวยังแดกดันอย่างสนุกปาก เธอโกรธอกแทบระเบิดแต่ทำอะไรไม่ได้ เทพขอร้องเขาช่วยให้เกียรติสุภาพสตรีด้วย

“เลิกพูดเถอะ พูดแล้วเคยได้หรือเปล่า...ก็ไม่เคยได้ รำคาญ...ผมว่าคุณกลับไปซะเถอะ อย่ามาเล่นบทนางเอกน่าสงสารกรำงานหนักให้ผู้ชายเห็นใจเลย...ทุเรศ...ไปไอ้เข้ม ทำงาน เสียเวลา...เสียน้ำลาย” ทิวว่าแล้วขยับจะไป หญิงมานศรีตะโกนไล่หลังว่าจะทำ เขาชะงัก หันกลับมามองประหลาดใจ

“ผู้หญิงเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างเธอน่ะหรือจะทำได้...ฮ่าๆๆๆ” ทิวเยาะเย้ย ยิ่งถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม เธอยิ่งฮึดสู้ จะทำให้เขาเห็นให้ได้ว่าเธอแกร่งพอ เทพแอบสะใจที่ทั้งคู่ตกหลุมพราง...

ขณะหญิงมานศรีกำลังจะกลับที่พัก เทพเข้ามาจับมือเธอไว้ ขอร้องอย่าทำงานนี้เลย เขาไม่อยากให้มือบอบบางของเธอต้องแตกและหยาบกร้าน เธอยืนยันว่าจำเป็นต้องทำเพื่อรักษาเกียรติของเธอไว้ไม่ให้ใครมาดูถูกแล้วดึงมือกลับ ก้าวฉับๆจากไป ทิวแอบมองจากมุมหนึ่ง

“เล่นตัวเรียกราคา...ดี...ผมจะจัดให้คุณอย่างสาสม...มานศรี” เขามองตามเธอเหยียดหยาม ไม่ทันสังเกตเห็นผ่องทิพย์ยืนมองอยู่มุมหนึ่งอย่างไม่พอใจ คิดหาทางกำจัดนังผู้ดีตกยาก...

ค่ำวันเดียวกัน พอพวงทองรู้ว่าหญิงมานศรีจะไปเป็นคนงานตัดอ้อย จัดเสื้อผ้าสำหรับใส่ทำงานเอามาให้ เจอไอ้โม่งสองคนกำลังจะย่องเข้าบ้านพักคุณหญิง เธออ้าปากจะร้อง แต่หนึ่งในคนร้ายปรี่เข้ามาปิดปาก ทิวโผล่ ออกมาจากมุมมืดตรงเข้าเล่นงานสองไอ้โม่ง พวงทองเป็นอิสระ ตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น

สองคนร้ายสู้ทิวไม่ได้ หนีกระเจิง ทิวห้ามพี่สาวบอกใครเด็ดขาดว่าเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งไม่เห็นเขามาที่นี่แล้ววิ่งหายไปในความมืด เป็นจังหวะเดียวกับพิไลพรและหญิงมานศรีได้ยินเสียงร้องวิ่งออกมาดู พวงทองโกหกว่าไม่มีอะไร เธอคิดไปเองว่าเห็นงู ท่าทางสองสาวไม่ค่อยเชื่อนัก เธอรีบเบนความสนใจส่งถุงใส่เสื้อให้คุณหญิงพิไลพรไม่พอใจเดินหนี หญิงมานศรีแก้ตัวว่าที่พิไลพรเป็นแบบนี้เพราะไม่อยากให้เธอไปทำงานที่ไร่

“ฉันเองก็ไม่เห็นด้วย...คุณหญิงไม่เคยทำ มันไม่ใช่ของง่าย”

“หญิงพร้อมจะเรียนรู้ค่ะ”

พวงทองนึกชมชอบผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาทันที เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงขอตัวกลับ เธอไม่ได้ตรงกลับคฤหาสน์แต่แวะบ้านของน้องชายก่อน อยากรู้ว่าเขาไปที่บ้านพักของหญิงมานศรีทำไม เขาไม่ตอบ กลับย้อนถามว่าแล้วเธอไปทำไมแถวนั้นค่ำๆมืดๆ ถึงจะเป็นเมียใหญ่ของนายใหญ่ก็ไม่น่าไว้ใจอยู่ดี พวงทองเอาเสื้อไปให้คุณหญิงเธอยังคาใจไม่หาย ทำไมถึงไม่ให้บอกคุณหญิงว่ามีคนลอบทำร้าย ทิวไม่อยากให้เธอตกใจยิ่งใจเสาะอยู่ด้วย

“คุณหญิงไม่ใช่คนใจเสาะ กลับใจแข็งและกล้าเผชิญหน้ามากกว่าผู้ชายบางคนที่พี่รู้จักแถวนี้ซะอีก พวกที่ปากกับใจไม่ตรงกัน...อ้อ...แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอก ปกติไม่มีใครกล้าเข้ามาทำอะไรรุ่มร่ามที่นี่ ยกเว้นจะมีใครสั่งให้ทำ...พี่ไปก่อนนะ” พวงทองเดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม...

เป็นอย่างที่พวงทองคาด ผ่องทิพย์จ้างกุ๊ยสองคนให้เข้าไปฉุดหญิงมานศรีกับพิไลพรไปทำมิดีมิร้าย เธอเห็นน้องสาวกำลังตบหน้าพวกนั้นที่ทำงานไม่สำเร็จ รอจนพวกกุ๊ยไปแล้ว จึงออกมาเผชิญหน้ากับน้องสาวต่อว่า ว่าครั้งนี้ทำเกินไปแล้ว เธอจะต้องบอกเรื่องนี้กับคุณเทพ ผ่องทิพย์สติแตกกระชากเธออย่างแรงจนล้มลงกับพื้น

“ผ่อง...นี่พี่เองนะ...” พวงทองเตือนสติ

ผ่องทิพย์ไม่สนใจ จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแย่งคุณเทพไปจากเธอ แม้แต่พี่สาวของตัวเอง เธอก็ฆ่าได้ พวงทองสมเพชเวทนาเธอมากที่คลั่งผู้ชายจนหน้ามืดตามัว

ooooooo

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement