advertisement

เลือดเจ้าพระยา ตอนที่ 6

บทประพันธ์ แพรชมพู จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ภูเขา
26 ก.ย. 2556 11:29

ระพีกับสมหมายแอบดูดาวกับบุญเหลือซ้อมมวย พอรู้ว่าดาวฟิตซ้อมเพื่อขึ้นชกหวังเงินรางวัลมาใช้หนี้ ระพีก็อดเข้ามากระเซ้าเย้าแหย่เธอไม่ได้ว่าช่างเป็นลูกหนี้ที่ดีเสียจริง

สมหมายจับตามองการกระทำของระพีอย่างรู้ทันว่าเขาตกหลุมรักดาว พอมีจังหวะก็พลอยเชียร์ไปด้วยเหมือนกัน แต่มันกลับทำให้ดาวโมโหถึงกับชกหน้าระพีเต็มเปาและอาจโดนซ้ำอีกหลายทีถ้ากำนันธงไม่ส่งเสียงปรามเข้ามา

“เฮ้ย...อะไรกันวะ”

“ไม่มีอะไรจ้ะตา แบบว่าซ้อมมวยกัน”

“ใช่จ้ะ พอดีนายนี่เขาช่วยซ้อมมวยให้น่ะตา ไม่มีอะไรหรอก”

ดาวกับบุญเหลือเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย กำนันธงไม่รู้อะไรก็เลยร่วมด้วยช่วยสอน

“ต่อยแบบนั้นมันยังไม่ถูก เอ็งต้องคว่ำหมัดอีกนิดซิวะ เอาสันหมัดกระแทกเต็มๆ”

กำนันธงมันมือเริ่มสอนเคล็ดแม่ไม้มวยไทยให้ดาว ดาวได้โอกาสเลยจัดเต็มใส่ระพีที่ไม่ทันตั้งตัวจนฟกช้ำดำเขียวไปหมด เดือดร้อนศรีนวลต้องมาทำแผลให้ ดาวเห็นแล้วยิ่งหมั่นไส้ไม่อยากให้แม่ทำ บุญเหลือก็เลยหาทางช่วยด้วยการบอกศรีนวลว่าดาวอยากทำให้เขาเอง ตอนแรกดาวไม่เข้าใจแต่พอบุญเหลือส่งซิกก็กุลีกุจอเข้ามาแทรก แล้วแกล้งทำแผลให้ระพีอย่างหนักมือ แทนที่อาการจะดีขึ้นกลับทำให้เจ็บมากกว่าเดิม

ผู้ใหญ่ด้องกับลูกบ้านถือปืนเข้ามายังกลุ่มกำนันธงแล้วแจ้งข่าวว่าชาวบ้านเห็นร่องรอยเสือที่ชายป่าและกลัวสัตว์เลี้ยงโดนกิน พวกตนเลยจะออกไปดู ศรีนวลกับกำนันธงจึงคว้าปืนไปด้วย โดยให้ดาวกับบุญเหลืออยู่เฝ้าทางนี้

เดือนกับน้องชายและขจรศักดิ์กำลังเล่นน้ำที่ลำธารโดยมีลุงมหาคอยดูแล พลันทุกคนได้ยินเสียงเสือคำราม เกียรติกล้าคว้าปืนยิงไปไม่ยั้งและไม่ฟังเสียงห้ามของลุงมหา กระทั่งกระสุนหมดและทุกคนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตถ้าพวกกำนันธงเข้ามาช่วยไว้ไม่ทัน

เดือนกลัวมาก กำนันธงจึงให้ลุงมหากับชาวบ้านพาเธอและน้องๆกลับบ้านไปก่อน ส่วนพวกตนจะตามล่าไล่เสือให้พ้นหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัยของทุกคน แต่นึกไม่ถึงว่าจะไปเจอบันลือกับลูกน้องกำลังรังแกโย่งอยู่ โดยมีศรีไพรที่แยกจากสมิงเพื่อกลับผาช่องลมมาช่วยไว้

บันลือเห็นอีกฝ่ายมีคนมากกว่าจึงแก้ตัวว่าไม่ได้ทำอะไรโย่งแค่ลองปืนเล่นเท่านั้น และพวกตนก็กำลังจะกลับอยู่พอดี ทุกคนไม่เชื่อแต่ไม่อยากต่อความยาวเพราะยังมีภารกิจเรื่องเสือที่ต้องทำ จึงปล่อยบันลือลอยนวลไป ศรีไพรก็จะแยกไปแต่ได้ยินโย่งเรียกศรีนวลเลยชะงักหันมากระซิบถามโย่งว่าผู้หญิงคนนั้นชื่อศรีนวลเหรอ

“ใช่จ้ะ พี่ศรีนวลคนสวยแห่งลานเท”

ศรีไพรรับรู้และไม่พูดอะไรอีก นอกจากมองตาม หลังศรีนวลไปด้วยสีหน้าเศร้าหมอง...นี่เองผู้หญิงที่สมิงรัก

ooooooo

สมิงไปถึงจุดหมายปลายทางที่บ้านท่านผู้ว่าและแอบสอดจดหมายไว้ในกล่องหน้าบ้านก่อนจะกดกริ่งเพื่อเรียกคนออกมา

สาวใช้วิ่งออกมาแต่ไม่เห็นใครนอกจากจดหมายในกล่องที่จ่าหน้าซองถึงเลอสรร แต่น่าแปลกที่ไม่ได้ติดแสตมป์ จึงนำกลับเข้าไปในบ้านและเจอสร้อยเพชรพอดี สร้อยเพชรอ่านจดหมายด้วยความตกใจเพราะข้อความนั้นต่อว่าและอาฆาตแค้นเลอสรรที่ทำให้ศรีนวลผิดหวัง ทั้งยังนัดหมายให้เลอสรรออกไปพบถ้ายังมีความเป็นลูกผู้ชาย

สร้อยเพชรเป็นห่วงสามีจึงต้องการปกปิดเรื่องจดหมายแต่ไม่สำเร็จเพราะเลอสรรลงมาเห็นและแย่งจดหมายนั้นไปอ่านก่อนตัดสินใจเฉียบขาดว่าเขาต้องไป

เลอสรรออกจากบ้านไปกับคนขับรถส่วนตัว สร้อยเพชรเป็นห่วงจึงปรึกษาพ่อแม่สามีแล้วติดต่อไปยังเจ้านายของเลอสรรเพื่อให้ท่านส่งกำลังตำรวจตามไปช่วย

สมิงกับเลอสรรเผชิญหน้ากันที่ตึกร้างใกล้ลำน้ำกว้างใหญ่ก่อนจะเกิดการยิงปะทะเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมให้ตัวเองถูกจับ โดยมีไอ้เข่งหัวขโมยจรจัดแอบมองเหตุการณ์ในมุมหนึ่ง

สมิงจับคนขับรถของเลอสรรเป็นตัวประกันแล้วตะโกนต่อรองกับเลอสรรซึ่งหลบในที่กำบังร้องถามเขา ว่าต้องการอะไร

“ฉันต้องการความยุติธรรม”

“ความยุติธรรม! ฉันทำผิดอะไร”

“20 ปี ที่ทอดทิ้งศรีนวล แกทำให้ศรีนวลเจ็บช้ำน้ำใจ ไอ้คนตระบัดสัตย์”

“ศรีนวลคงใช้แกมาใช่มั้ย”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับศรีนวล”

“แกรู้รึเปล่าว่ะว่าฉันถูกศรีนวลทำเสน่ห์”

“ทำเสน่ห์! พูดบ้าๆ ผู้หญิงอย่างศรีนวลไม่มีวันทำเรื่องชั่วร้ายแบบนั้นเด็ดขาด แกเหยียบย่ำหัวใจศรีนวลจนแหลกสลาย ใครทำศรีนวลเจ็บ สมิงก็เจ็บด้วย”

“แกคงเป็นอีกคนที่โดนเสน่ห์ของศรีนวล”

สมิงสุดทนพุ่งออกไปต่อสู้กับเลอสรรด้วยมือเปล่า สองคนแลกหมัดกันไปมาครู่หนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจดังเข้ามาใกล้ตึก สมิงโกรธมากคิดว่าเลอสรรตลบหลังบอกตำรวจให้มาจัดการตน

“แกหักหลังฉัน แกคงกลัวตายสิท่า”

“มอบตัวซะเถอะสมิง ยังไงแกไม่รอดแน่”

“คนอย่างสมิงไม่เคยกลัวตาย”

สมิงใช้พละกำลังครั้งสุดท้ายต้านเลอสรรจนเสียหลักล้มลงแล้วหันไปหยิบปืนจะยิง แต่ทันใดหน่วยจู่โจมของตำรวจก็โผล่เข้ามา ทำให้สมิงต้องหลบหลีกเอาตัวรอด

“กระจายกำลังปิดล้อมทางเข้าออกทุกจุด ผมต้องการจับเป็น เข้าใจไหม” เลอสรรสั่งลูกน้องแล้วรีบไปหยิบโทรโข่งจากตำรวจคนหนึ่งมาพูดเกลี้ยกล่อมสมิง “มอบตัวซะสมิง ขณะนี้ตำรวจได้ปิดทางเข้าออกแล้วทุกจุด ยังไงแกก็หนีไปไหนไม่รอดแน่”

สมิงไม่ยอมง่ายๆแน่ เขายิงโต้ตอบตำรวจพลางถอยร่น เข่งเห็นดังนั้นก็โผล่ออกจากที่ซ่อนมาเรียกสมิงให้ตามมาตนจะพาหนี สมิงลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจมุดตามเข่งไปตามท่อระบายน้ำ ทำให้ตำรวจค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

“ค้นหาทุกพื้นที่แล้วครับท่านรอง ไม่มีร่องรอยเลย”

“เป็นไปไม่ได้ ก็เราปิดล้อมทุกพื้นที่มันหนี ไม่ได้แน่”

“ใช่ครับ ตำรวจที่อยู่ด้านนอกก็รายงานว่าไม่หลุดออกมาแน่นอน”

“ทุกคนปูพรมค้นหาอีกที”

ตำรวจกระจายกำลังตามคำสั่งเลอสรรอีกครั้ง โดยไม่รู้เห็นว่าสมิงมุดตามเข่งออกไปไกลแล้ว ซึ่งเข่งบอกสมิงว่าเส้นทางลับนี้ตนใช้หนีตำรวจเป็นประจำ รับรองไม่มีใครรู้เด็ดขาด

“ขอบใจที่ช่วย ว่าแต่แกเป็นใคร ทำมาหากินอะไร”

“ฉันชื่อเข่ง คนอย่างฉันจะทำอะไรได้ ขโมยเขากินไปวันๆ ทำสารพัดเพื่ออยู่รอด”

“แล้วทำไมถึงมาช่วยข้า”

“ไอ้เรามันอาชีพเดียวกัน ยังไงมันก็ต้องช่วย กันสินาย”

“ยังไงก็ขอบใจแกนะเข่ง” ว่าแล้วสมิงหันหลังจะไปแต่เข่งรีบขวางไว้ “แกมีอะไร ถ้าจะเอาเงินน่ะไม่มี”

“เข่งไม่เอาเงิน แต่ขอไปด้วย”

“ไปไม่ได้หรอก”

“แต่ฉันเบื่อกรุงเทพฯ จะตายอยู่แล้ว ฉันขอไปด้วยคนนะนาย”

ตำรวจตามมาแต่ไกล สมิงหันไปมองแล้วคิดหนัก

“ตำรวจคงรู้ทางลับของแกแล้ว”

“เอายังไงดีนาย ตำรวจยุบยับไปหมด”

สมิงมองไปทางแม่น้ำกว้างพลางคิดหาวิธี จากนั้นก็วิ่งลัดเลาะไป เข่งวิ่งตามติด ขณะที่กลุ่มตำรวจก็ไปถึงท่าเรือแล้วเหมือนกัน

“มันต้องดำมาโผล่แถวนี้แน่” เลอสรรมั่นใจ

เข่งกับสมิงซุ่มมองกำลังตำรวจบริเวณท่าเรืออย่างเงียบเชียบ แล้วค่อยๆหย่อนตัวลงน้ำโดยกำบังไปกับข้างเรือที่จอดเทียบตลิ่งอยู่ เข่งทำตามอย่างระมัดระวัง

สมิงหลบข้างเรือมองไปที่กอสวะซึ่งลอยเอื่อยกลางน้ำแล้วหันมาบอกเข่งให้ตามมา เพียงครู่เดียวทั้งคู่ก็ดำน้ำไปโผล่ข้างกอสวะรอดพ้นหูตาตำรวจที่อยู่บนฝั่ง

เมื่อลูกน้องรายงานว่าไม่พบอะไรผิดปกติและไม่มีวี่แววของคนร้าย เลอสรรวิเคราะห์ทันทีว่า

“เราปิดล้อมพื้นที่ไว้หมดทุกด้าน ทางหนีก็มีแค่ทางเดียวคือแม่น้ำ ถ้าไม่ไปทางเรือ มันก็ต้อง...” เลอสรรชะงัก มองกอสวะที่ลอยทวนน้ำแล้วสั่งการ “เอาเรือออกเร็ว”

ถึงแม้เลอสรรจะรู้ทันสมิงแล้วว่าอาศัยกอสวะซ่อนตัวแต่เมื่อพากันลงเรือตามไปจู่โจมกลับพบแต่เข่งที่โผล่จากน้ำยกมือขึ้นยอมจำนน

แท้จริงแล้วเข่งต้องการเบนความสนใจของตำรวจมาที่ตนเพื่อให้สมิงมีโอกาสต่อสู้ และในที่สุดเข่งกับสมิงก็ทำสำเร็จเสียด้วย พวกเขาล่อหลอกตำรวจจนสามารถหนีรอดไปได้อย่างปลอดภัย

สมิงตัดสินใจพาเข่งกลับไปผาช่องลมโดยบอกพวกเสือเฮี้ยนว่าเข่งช่วยตนไว้ ทุกคนยินดีต้อนรับและซักถามที่มาที่ไปของสมาชิกใหม่อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ศรีไพรจะกลับเข้ามาพร้อมอาหารอันโอชะเป็นกับแกล้มชั้นดีให้ทุกคน

เข่งลอบมองศรีไพรอย่างพึงพอใจทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่ฐานะอะไรและฝีมือเก่งกาจแค่ไหน เมื่อสบโอกาสเข่งจึงไม่ปล่อยผ่าน เขาเดินตามเธอไปมุมหนึ่งหมายลวนลามแต่กลับโดนเธอเตะถีบอย่างไม่ทันตั้งตัวแถมด้วยชักมีดออกมาจะจ้วงแทง

“หยุดนะศรีไพร!” สมิงส่งเสียงปรามจนศรีไพรชะงักกึก “ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรกัน สมิงขอได้มั้ย”

“ได้...ครั้งนี้ศรีไพรเห็นแก่สมิงและถือว่ามันเป็นคนใหม่ยังไม่รู้ธรรมเนียมชุมโจรของเรา”

“ถ้าจะอยู่ที่นี่ เอ็งต้องทำตัวให้ถูกไอ้เข่ง ถึงใครจะหาว่าเราเป็นโจรแต่เราต้องไม่เอานิสัยโจรมาใช้ จำเอาไว้”

สมิงกำชับเสียงเข้มจนเข่งหน้าเสีย รู้สึกอับอายคนอื่นๆที่มองมา แต่ผ่านไปไม่นานเข่งก็กลับมาทำตัวปกติแถมพอมีโอกาสเห็นหีบสมบัติมากมายของเสือเฮี้ยน ก็เฝ้ามองด้วยความโลภอยากได้ทองหยองมาเป็นของตัวเอง

ส่วนที่หมู่บ้านลานเท เช้าวันนี้ดาวเตรียมตัวไปชกมวยชิงเงินรางวัลห้าหมื่นบาท ซึ่งมีศรีนวลกับบุญเหลือเป็นพี่เลี้ยง รวมทั้งเดือนก็ตามมาเชียร์ด้วย โดยเธอคิดว่าเกียรติกล้ากับขจรศักดิ์ยังนอนไม่ตื่น

ที่ไหนได้...สองคนนั้นตื่นนานแล้ว และกำลังจะเตรียมตัวไปดูมวย แต่ไม่ใช่ดูกันธรรมดาเพราะขจรศักดิ์ยุให้เกียรติกล้าเอาเงินค่าเช่าที่ดินไปแทงพนันด้วย ลุงมหาเห็นกับตาจึงพยายามทัดทานแต่ไม่สำเร็จ

ระพีกับสมหมายตั้งใจไปเชียร์มวยเหมือนกัน แต่ออกจากบ้านได้ครึ่งทางก็เจอตำรวจที่บันลือส่งมาดักค้นตัวเพื่อหาเรื่องแก้แค้นที่เมื่อวันก่อนพวกเขาขัดคอเข้ามาช่วยเดือนที่โรงมวย แต่สมหมายไม่ยอมถูกจับไปง่ายๆ ดิ้นหนีจนหลุดรอดมาได้ แล้วแอบซุ่มมองตำรวจควบคุมตัวระพีไปโรงพัก นอกจากนี้ก็ยังได้ยินบันลือกับลูกน้องพูดคุยกันเรื่องที่เตี๊ยมกับตำรวจ

ที่โรงมวย ผู้คนคึกคักรอดูมวยคู่สำคัญที่มีเงินรางวัลห้าหมื่นบาท และเมื่อคณะของศรีนวลมาถึงก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากเสี่ยเฮง ก่อนเขาจะแจกแจงว่าคู่ชกของดาวคือไอ้ช้างตกมัน แชมป์มวยชื่อดังจากสุพรรณบุรี แต่พอเจ้าตัวรู้ว่าคู่ชกของตนเป็นผู้หญิงก็หงุดหงิดไม่อยากชกด้วย ดาวเลยต้องสำแดงทั้งฝีปากและฝีมือให้เห็นกับตา

เป็นอันว่าช้างมันตกลงยอมชกกับดาวเพราะดูหน่วยก้านไม่เลวน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยง แต่เดือนออกจะเป็นห่วงดาวไม่อยากให้ชกเลย ศรีนวลกับบุญเหลือก็หวั่นใจเหมือนกัน จึงตกลงกับดาวก่อนขึ้นชกว่าถ้าเห็นว่าไม่ไหวศรีนวลจะโยนผ้ายอมแพ้

เกียรติกล้ากับขจรศักดิ์เพิ่งมาถึงโดยที่พวกเดือนไม่มีใครสังเกตเห็น สองหนุ่มตรงดิ่งไปแทงพนันด้วย เงินจำนวนมากแล้วค่อยกลับมานั่งเชียร์ช้างตกมันให้ห้ำหั่นดาว แรกๆดาวเป็นรองเพราะยังจับทิศทางของคู่ชกไม่ได้ หลายครั้งที่ศรีนวลอยากจะโยนผ้ายอมแพ้ แต่บุญเหลือขอให้อดทนไว้ก่อน พร้อมกันนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันวางแผนการชกให้ดาวใหม่ จนในที่สุดดาวก็ล้มไอ้ช้างตกมันได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่อึงอลไปหมด

เกียรติกล้าหน้าเสียเมื่อรู้ว่าตัวเองสูญเงินพนันก้อนนั้นแน่แล้ว และถ้ากลับไปกรุงเทพฯ ต้องถูกปู่เล่นงานแน่ นี่เองยิ่งทำให้เขาชิงชังดาวหนักขึ้น ถึงกับรวมหัวกับขจรศักดิ์กลั่นแกล้งดาวและบุญเหลือเมื่อบันลือพาตำรวจบุกเข้ามาจับนักพนันในโรงมวย ด้วยการหยิบโพยแทงมวยที่หล่นลงพื้นขณะนักพนันวิ่งหนีตำรวจแล้วแอบเอาไปยัดใส่กระเป๋าของบุญเหลือ

บันลือไม่ได้เข้ามายุ่งย่ามแต่กำชับตำรวจให้จับศรีนวลกับลูกๆในข้อหาเล่นพนัน ตำรวจจึงปิดล้อมทุกด้าน ทำให้เสี่ยเฮงต้องพาพวกศรีนวลเข้าไปหลบในห้องทำงานของตน

“อั๊วไม่เข้าใจเลย ใบอนุญาตก็ขอแล้ว ทำไมตำรวจมาทำแบบนี้ได้ยังไง”

“มาหลบในห้องแบบนี้ เดี๋ยวตำรวจก็คงเข้ามา”

“ไม่ต้องกลัว ห้องนี้มีประตูลับ อั๊วจะพาหนีออกไปเอง”

“แต่เราไม่ควรหนี เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด ดาวว่าเสี่ยต้องเอาใบอนุญาตไปแสดง ไม่งั้นชาวบ้านที่โดนจับจะเดือดร้อน”

ขาดคำของดาว เสียงเคาะประตูดังขึ้นทันที ตามด้วยเสียงตะโกนของตำรวจ

“เปิดประตู นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเดี๋ยวนี้”

เสี่ยเฮงส่งสัญญาณให้ลูกน้องเปิดประตูอย่างใจเย็น และพร้อมยื่นใบอนุญาตให้ตำรวจที่ก้าวเข้ามาเชิญตัวเสี่ยไปโรงพัก

“ไปทำอะไร ที่นี่จัดมวยถูกกฎหมาย นี่ไงใบ อนุญาต”

“ไปคุยกันที่โรงพักดีกว่าครับ รวมทั้งพวกคุณด้วยทุกคน”

“แต่พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะ ฉันพาลูกมาชกมวย”

“ผมกับคุณเดือนก็มาเป็นพี่เลี้ยง ไม่มีอะไรผิดกฎหมายแน่นอน”

“แต่มีคนแจ้งความว่าคุณเป็นเจ้ามือแทงพนัน” ตำรวจยิงตรงที่บุญเหลือ แต่เดือนรีบออกตัวแทนอย่างมั่นใจ

“คงเข้าใจกันผิดแล้วค่ะ พี่บุญเหลือเป็นพี่เลี้ยงอยู่ข้างเวทีจะไปรับแทงพนันได้ยังไง”

“ถ้างั้นผมขอค้นตัวพวกคุณทุกคน”

“แต่พวกฉันเป็นผู้หญิง จะมาค้นตัวกันได้ยังไง”

“ไม่เป็นไรดาว พวกเราบริสุทธิ์ใจ...เชิญค่ะ”

ตำรวจพากันเข้าค้นตัวทุกคน แล้วก็เจอโพยแทงพนันในกระเป๋าของบุญเหลือ แต่เจ้าตัวโวยวายแปลกใจว่ามันมาอยู่ในนี้ได้ยังไง ขณะที่ดาวมั่นใจว่าต้องมีใครแกล้งแน่ๆ ส่วนศรีนวลก็พยายามท้วงติง

“คุณตำรวจคะ แค่มีโพยแทงพนันใบเดียวจะมากล่าวหาว่าพวกเราเป็นเจ้ามือแทงพนันได้ยังไง แล้วโพยนี่ ใครอาจจะยัดใส่กระเป๋าตอนที่พวกเราเผลอก็ได้”
ตำรวจอีกนายค้นเจอเงินห้าหมื่นในตัวดาว บอกว่าเงินมากมายขนาดนี้เป็นเงินพนันแน่นอน

“นั่นมันเงินรางวัลชกมวย อั๊วเป็นพยานได้” เสี่ย เฮงพูดโพล่ง

“ใช่...จู่ๆก็มากล่าวหาพวกเรา พยานหลักฐานอะไรก็ไม่มี ดาวไม่ยอมหรอก”

“ก่อนที่จะกล่าวหากัน เดือนอยากให้ตำรวจลองไปสอบสวนพวกนักพนันกันก่อนว่าพวกเราเป็นเจ้ามือจริงหรือเปล่า ไม่งั้นมันจะเป็นการกล่าวหาผิดตัวนะคะ” เดือนไกล่เกลี่ย

“เรื่องพยานหลักฐานน่ะ ผมมีแน่นอน” ว่าแล้วตำรวจพยักหน้าให้ลูกน้องไปพาเกียรติกล้ากับขจรศักดิ์เข้ามา เดือนถึงชะงักหน้าเจื่อน เมื่อสองหนุ่มรุมชี้บุญเหลือกับดาวว่าคือคนที่พวกตนเล่นพนันด้วย

ooooooo

ในที่สุดทุกคนก็ต้องไปโรงพัก เดือนไม่พอใจน้องชายอย่างมาก ต่อว่าเขายกใหญ่ขณะนั่งอยู่ต่อหน้าตำรวจในห้องสอบสวน

“นี่มันอะไรกัน เธอกำลังทำอะไรอยู่เกียรติกล้า”

“อย่ามายุ่งนะพี่เดือน”

“ใช่ครับ ผมกำลังสอบปากคำผู้เสียหาย กรุณาถอยออกไปก่อน”

“แต่ว่าเขาเป็นน้องชายฉัน และเขากำลังโกหกคุณตำรวจต้องปล่อยดาวกับพี่บุญเหลือออกจากห้องขังนะคะ”

“พี่เดือนนั่นแหละเห็นคนอื่นดีกว่าน้องตัวเอง”

“ถ้าแกยังใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ก็ไม่สมควรจะเป็นน้องฉัน”

“เอาละครับ เลิกเถียงกันได้แล้ว ยังไงผมก็จะให้ความยุติธรรมกับทุกคนแน่นอน ไม่ต้องห่วง เชิญคุณไปนั่งได้แล้ว”

เดือนลังเลไม่แน่ใจว่าควรจะกลับไปนั่งดีหรือไม่ กระทั่งศรีนวลต้องเข้ามาเตือน

“ไปนั่งที่เถอะค่ะ ยังไงความจริงก็เป็นสิ่งไม่ตาย”

“แล้วดาวกับพี่บุญเหลือล่ะคะ แม่ศรีนวลจะให้ตำรวจจับใส่ห้องขังอย่างงี้ไม่ได้นะคะ”

ศรีนวลสีหน้ากลัดกลุ้ม ยังไม่รู้จะทำอย่างไรดี... เวลาเดียวกันภายในห้องขัง ระพีซึ่งถูกจับมาก่อนพอเห็นดาวกับบุญเหลือถูกตำรวจพาตัวเข้ามาก็ตกใจถึงกับร้องเฮ้ยก่อนถามว่ามาได้ยังไง ทั้งคู่ไม่ตอบแถมยังยียวนจนเกือบจะมีเรื่องกันถ้าตำรวจไม่ขู่ขึ้นเสียก่อน

“อยากจะโดนข้อหาทะเลาะวิวาทอีกซักข้อหามั้ย”

ส่วนด้านนอก ศรีนวลกับเดือนกำลังปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด

“แม่ศรีนวลอย่ากังวลไปนะคะ เดี๋ยวเดือนจะโทร.ไปบอกคุณพ่อให้ช่วย”

“อย่าลำบากเลยค่ะ”

“แต่พ่อของเดือนเป็นนายตำรวจนะคะ คุณพ่อช่วยได้แน่นอน”

“ค่ะ ศรีนวลทราบดีว่าพ่อของคุณเดือนเป็นนายตำรวจ แต่พวกเรามันคนบ้านนอกคอกนา คงไม่ไปรบกวนท่านหรอกค่ะ”

สมหมายเดินขึ้นมาบนโรงพักและเข้าไปทักศรีนวลว่าโดนพวกมันเล่นงานเข้าแล้วใช่ไหม ศรีนวลนิ่วหน้าแปลกใจว่าเขาหมายถึงใคร

“นั่นไงครับ” สมหมายชี้ไปในมุมที่บันลือกำลังยืนคุยกับตำรวจอย่างสนิทสนม โดยมีลูกน้องสองคนยืนคุมเชิงอยู่ใกล้เจ้านาย

“ไอ้บันลือ...ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง”

“เพื่อนผมก็โดนเหมือนกัน เข้าไปนอนเล่นในซังเตหลายชั่วโมงแล้ว ไม่รู้เป็นไงบ้าง”

“เราจะช่วยพวกเขายังไงกันดีคะ เดือนสงสารดาวกับพี่บุญเหลือจังเลย”

“ใจเย็นๆครับ ผมพอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง เดี๋ยวจัดการให้”

สมหมายไม่ทันขยับตัว พวกบันลือก็เดินตรงดิ่งมาทักเสียก่อน

“ว่าไงจ้ะศรีนวล เดี๋ยวนี้ไม่ทำมากินกันแล้วเหรอ เห็นได้ข่าวว่าเปลี่ยนอาชีพไปเป็นเจ้ามือแทงพนัน ฮ่ะๆ”

“ปากเสีย”

“ปากเสียแต่จูบหวานนะจ๊ะ ลองพิสูจน์ดูก็ได้” บันลือทะเล้นไม่เลิกรา ทำให้ศรีนวลยิ่งหงุดหงิดไปกันใหญ่

สมหมายรอจังหวะตำรวจผละเดินไปแล้วรีบตามประกบ กระซิบบางอย่างอยู่สักครู่ตำรวจนายนั้นก็หน้าเจื่อน รับปากรับคำแล้วเข้าไปโทรศัพท์ในห้องก่อนกลับออกมาบอกสมหมายว่า

“ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะสั่งลูกน้องให้ปล่อยตัวเดี๋ยวนี้”

“ขอบคุณมากครับหมวด” พูดจบสมหมายก็เดินกลับไปหาศรีนวลและเดือน “เรียบร้อยแล้วครับ ผมบอกให้ตำรวจปล่อยตัวดาวและบุญเหลือกับเฮียหล่อของผมแล้วครับ”

“คุณทำได้ยังไงคะ ทำไมตำรวจถึงปล่อยตัวง่ายๆแบบนี้”

“หรือว่าคุณเป็นตำรวจคะ คุณพ่อเดือนก็เป็นตำรวจเหมือนกัน”

“เปล่าครับ ผมไม่ใช่ตำรวจ แค่พอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง รีบไปหาพวกข้างในกันเถอะครับ”

นอกจากระพี ดาว และบุญเหลือจะได้รับการปล่อยตัวแล้ว ตำรวจยังคืนเงินห้าหมื่นให้ดาวด้วย แต่เธอไม่เก็บไว้กับตัวรีบเอาใช้หนี้ระพีเดี๋ยวนั้นเลย

ดาวเข้าใจว่าศรีนวลช่วยเธอกับบุญเหลือออกจากห้องขังและระพีเป็นตัวแถม ก็เลยบ่นอุบว่าแม่ไม่น่าช่วยเขาออกมา แต่พอรู้ความจริงว่าสมหมายหรือนายหอมต่างหากที่ช่วย ดาวก็หน้าเจื่อนจ๋อยไปเลย

ตำรวจท้องที่รู้สึกผิดที่จับผู้กองระพียัดห้องขัง เขาตามออกมาขอโทษแต่ระพีรีบยับยั้งสั่งว่าอย่าพูดไป ตอนนี้ตนเป็นชาวบ้านธรรมดาจะให้ใครรู้ความจริงไม่ได้เด็ดขาด

เมื่อทุกคนพากันลงจากโรงพักไปแล้ว บันลือที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ก็รีบเข้ามาพบตำรวจ ถามกึ่งต่อว่าว่าทำไมถึงปล่อยพวกมันไปง่ายๆ

“มีผู้ใหญ่ขอให้ปล่อยครับคุณบันลือ”

“ผู้ใหญ่ที่ไหน”

“นายตำรวจในกรุงเทพฯ ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาของผม”

“แล้วมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ยังไง”

“คุณบันลือคงยังไม่รู้ว่านายหล่อน่ะความจริงชื่อระพี เขาเป็นตำรวจสายสืบ”

บันลือชะงักกึก ไม่มีคำพูดใดอีกกับตำรวจ หันหลังเดินนำสมุนสองคนออกมาด้วยท่าทีนิ่งขรึม แต่พอพ้นมาพอสมควรก็บ่นพึมว่าไม่น่าเชื่อมันจะเป็นสายสืบ

“ถ้ามันเป็นสายสืบแล้วมันมาสืบเรื่องอะไรใน

ลานเทล่ะลูกพี่”

“มันต้องเป็นพวกเดียวกับนังศรีนวลนังดาวแน่... อย่างนี้เอามันไว้ไม่ได้” บันลือพูดขึงขังดุดัน คิดวางแผนหาทางเล่นงานระพี

ooooooo

เลือดเจ้าพระยา ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

เลือดเจ้าพระยา

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: