advertisement

พรพรหมอลเวง ตอนที่ 14

บทประพันธ์ กิ่งฉัตร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์
1 เม.ย. 2556 10:35

วันนี้ ขณะสุดนภาเจอกับนาวินที่ห้องอาหารของโรงเรียน เธอบ่นสงสารเพื่อน นาวินแหย่ว่า เพื่อนแต่งงานนะไม่ใช่รับโทษประหาร แล้วบอกว่า เวลานี้ปฐวีเนรเทศตัวเองไปอยู่ไกลโพ้นแล้ว พรุ่งนี้ตนจะไปเยี่ยมชวนไปด้วยกันไหม

“พอแค่นี้แหละ ฉันไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว อาทิตย์หน้าหยงก็จะเข้าพิธีแต่งงานแล้ว ฉันต้องเป็นเพื่อนเจ้าสาวนะ อยากทำอะไรก็เชิญเถอะ”

เพราะพรุ่งนี้ช่างจะ เอาชุดแต่งงานมาให้ตันหยงลอง สุดนภาไม่อยากตื่นเช้าเลยนอนค้างกับตันหยงเสียเลย ตันหยงถามว่าแล้วนาวินไม่บ่นเอาหรือ

“จะบ่นเรื่องอะไร เขาก็ไปหาเพื่อนเขาสิ” ตันหยงถามว่าใครหรือ” ก็หมอวีไง้...แกไม่รู้หรือ เขาไปอยู่ต่างจังหวัด เป็นเดือนแล้ว” พูดแล้วแอบสังเกตสีหน้าเพื่อน แต่ตันหยงก็นิ่งสงบ

รุ่งขึ้น เมื่อช่างเอาชุดมา สุดนภาช่วยดูเพื่อนลองชุด พิรามเห็นแล้วชมว่าเธอสวยมาก บุหงาก็ชมอย่างชื่นอกชื่นใจว่า

“ลูกแม่สวยจริงๆ”

ทั้งพิรามและบุหงาต่างยิ้มปลื้ม สุดนภายิ้มเจื่อนๆ ส่วนตันหยง...ยิ้มเศร้าๆ...

ooooooo

นาวิน ไปถึงสถานีอนามัยอย่างทุลักทุเล ไปถึงทั้งเหนื่อยทั้งเซ็ง เพราะปฐวีมัวแต่ดูแลคนไข้ไม่มีเวลาคุยด้วย และที่สำคัญคือเจอหมอหนึ่งอยู่ที่นี่ด้วย นาวินทักกับหมอหนึ่งแล้วแอบบ่น

“ไม่นึกว่าจะเจอหมอหนึ่งที่นี่ รู้งี้ไม่ต้องมาหรอก”

คืน นี้ นาวินค้างกับปฐวี เขาชมเพื่อนรักว่าเก่งที่อยู่สภาพนี้ได้ ปฐวีบอกว่า  “ชาวบ้านที่นี่เก่งกว่าเราเยอะ” แม้กระทั่งไฟฟ้า ก็มีให้ใช้ได้แค่สองทุ่ม นาวินถามว่าจะใช้โทรศัพท์ยังไง อินเตอร์เน็ตก็ไม่มี แค่วันเดียวตนก็แทบจะไม่ไหวแล้ว “ ก็อยู่มาตั้งเดือนแล้ว ไม่เห็นเป็นไรนี่” พูดแล้วปฐวีก้มหน้าเขียนบันทึกใต้แสงตะเกียงต่อ

นาวินบอกว่าอาทิตย์หน้า ตันหยงจะแต่งงานแล้ว ปฐวีชะงักนิดหนึ่งถามว่ามาตั้งไกลเพื่อจะบอกตนแค่นี้หรือ นาวินส่ายหน้าอ่อนใจกับท่าทีของเพื่อน เลยพูดประชด

“เออ ไม่สนใจงั้นฉันนอนก็ได้โว้ย”

พอนาวินล้มตัวลงนอนหันหลังให้ ปฐวีที่นั่งเขียนบันทึกอยู่ ปฐวีก็เงยหน้าขึ้นถอนใจเศร้าๆแล้วเขียนบันทึกต่อ...

รุ่งขึ้นนาวินก็ขึ้นรถกลับ บอกเพื่อนก่อนขึ้นรถว่า “ถ้าแกไม่กลับ ฉันจะมาตาม”

ทันทีที่กลับถึงโรงเรียน นาวินตรงไปหาสุดนภาที่กำลังพักกลางวันพอดี บอกเธออย่างรีบร้อนว่า

“ครูบี๋ ตามผมมาที่ห้องหน่อย” เมื่อสุดนภาตามไป ที่ห้อง เขาบอกว่า “คืองี้...ผมอยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณ”

ooooooo

เย็นนี้เอง สุดนภาก็มาหาตันหยงที่ห้องนอน เห็นเพื่อนกำลังจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ถามว่าจะรีบจัดของไปไหน

“ก็เตรียมไว้ก่อน พอเสร็จงานฉันต้องเดินทางไปพร้อมกับพิราม” สุดนภาถอนใจเฮือกใหญ่แล้วเอาถุงที่หิ้วมาให้ตันหยงถามว่า “รีบให้ทำไม ยังไม่ถึงวันงานสักหน่อย”

“ไม่ใช่ของฉัน ของนาวินเขาฝากมา”

“ทำไมต้องฝาก หรือว่าวันงานเขามาไม่ได้”

“หยง...แกหยุดถามเสียทีได้ไหม รับไปแล้วแกจะเข้าใจทุกอย่างเอง” สุดนภาส่งถุงให้ ตันหยงรับกำลังจะแกะ ก็พอดีบุหงามาบอกที่ประตูห้องว่าพิรามมาแล้ว แต่งตัวเสร็จหรือยัง

“เสร็จแล้วค่ะแม่ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” แล้วบอกสุดนภา “พิรามมารับฉันไปทานข้าว ไปด้วยกันไหม” สุดนภาส่ายหน้า ตันหยงจึงวางถุงใบนั้นบนโต๊ะแล้วรีบออกไป สุดนภามองอย่างเสียดายโอกาสแล้วเดินตามออกไป

ส่วนหมอหนึ่งมาช่วยงานปฐวีที่สถานีอนามัย ต่างทุ่มเททำงานดูแลรักษาชาวบ้านอย่างดี เย็นนี้ขณะนั่งคุยกัน หมอหนึ่งบอกเขาว่า ที่ตนมาเป็นหมอเพราะเขา เขาเป็นคนสอนตนถึงการเป็นหมอทั้งกายและใจ แล้วเธอก็สารภาพกับเขาว่า

“วีคะ...หนึ่งรักวีค่ะ”

“ขอบคุณทุกความรู้สึกดีๆ ที่หนึ่งมีให้ผม แต่ผม...”

“หนึ่งรู้ว่าวีไม่เคยรักหนึ่ง แต่หนึ่งก็หวังว่าสักวัน หนึ่งอาจจะเปลี่ยนใจวีได้” หมอหนึ่งสบตาเขาอย่างแสนเศร้า จนปฐวีสงสารดึงเธอเข้าไปกอด...กอดเหมือนปลอบน้องสาวคนหนึ่ง...

แต่เมื่อปฐวีกลับถึงห้องพัก จะเขียนไดอารี่ต่อ แต่หาไม่เจอ เขามองหาอย่างสงสัยว่าหายไปไหน...

ooooooo

ตันหยงไปทานข้าวกับพิรามกลับมาถึงแกะห่อที่นาวินฝากสุดนภามาให้ มันคือไดอารี่ของปฐวีนั่นเอง!

ตันหยงเปิดหน้าแรก เห็นภาพร่างหน้าตน เธอมองอึ้ง ค่อยๆเปิดอ่านด้วยหัวใจระทึก...

“ผมมาถึงที่นี่วันแรก อากาศที่นี่ดีมาก ผู้คนก็เป็นมิตร ตอนกลางคืน ดาวสว่างเต็มท้องฟ้า ไม่เคยเห็นดาวมากมายเท่านี้มาก่อน ผมอยากให้คุณมาเห็นจังเลย ตันหยง...”

ตันหยงนํ้าตารื้น ถือไดอารี่ไปยืนที่หน้าต่าง...

“ชาวบ้านที่นี่น่าสงสาร คนป่วยก็มีจำนวนมาก แต่ถึงต้องรอนาน พวกเขาก็ยังยิ้มแย้ม เพราะพวกเขาดีใจที่มีหมอมาดูแล...หมออย่างพวกเรา ถึงแม้จะเหนื่อย เราก็มีกำลังใจที่ได้จากชาวบ้าน และผมก็ยังมีกำลังใจ เมื่อนึกถึงคุณ...”

เวลาผ่านไปหลายวัน คนไข้ไม่ได้มีจำนวนลดลงเลย หมอเหน็ดเหนื่อยกันมาก วันนี้มีเด็กคนนึงชื่อหยง เล่นเอาผมสมาธิแตก เพราะคิดว่าคุณมา อดขำตัวเองไม่ได้ ผมคงคิดถึงคุณมากเกินไปแล้ว...” ปฐวีเขียนเหมือนขำตัวเอง แต่ตันหยงอ่านแล้วยิ้มออกมากับตัวหนังสือราวกับเห็นหน้าเขาอยู่ในนั้น...

ปฐวียังเขียนบรรยายถึงสภาพการทำงานว่า มีหมอกลับไปคนหนึ่งเพราะมีภาระหน้าที่หลักต้องไปทำ ตนเองเมื่อถึงเวลาก็ต้องกลับเช่นกัน เขียนจากใจที่ยังสับสนว่า

“ไม่รู้ว่าถึงวันนั้นผมจะลืมคุณได้หรือยัง...” เขียนบอกในไดอารี่ว่าตนไม่เคยโกรธที่รู้ว่าเธออยู่ในร่างน้องเมย์ บรรยายอย่างสะเทือนใจว่า

“ผมสูญเสียน้องเมย์ไป และตลอดเวลา คนที่มาอยู่ใกล้ชิดผมคือคุณ...ผมไม่เข้าใจตัวเองว่า ทำไมถึงรู้สึกกับคุณมากมาย มันอาจเป็นความรักหรือความผูกพัน ผมยังหาคำตอบไม่ได้...

วันนี้ผมไม่เป็นอันทำงาน เมื่อรู้ว่าคุณจะแต่งงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง มันเจ็บปวด ความรู้สึกนี้มันทรมานใจผมมาก ผมอยากให้เวลานี้มันผ่านไปเร็วๆ แต่เวลามันกลับเดินช้าเหลือเกิน...

ผมกำลังจะสูญเสียคุณ ผมเหมือนคนบ้า ที่พยายามจะเหนี่ยวรั้งความรู้สึกตัวเอง ให้กลับมาเหมือนเดิม นับจากวันที่สูญเสียน้องเมย์ จนถึงวันที่ได้คุณกลับมา แต่สุดท้าย...ผมก็ยังสูญเสียคุณไป ผมอยากลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ผมอยากลืมคุณให้ได้ แต่ไม่เคยทำได้สักวัน ตันหยง...ผมรักคุณ ผมขออวยพรให้คุณมีความสุขกับชีวิตใหม่ เป็นครอบครัวที่อบอุ่น และผม...จะเป็นกำลังใจให้คุณตลอดไป...”

ตันหยงฟุบหน้ากับโต๊ะร้องไห้ในความมืด...เธออ้างว้าง...เจ็บปวด เหมือนใจจะขาดรอนๆ...

ในความมืดนั้น...มีคนเดินเข้ามาหยิบไดอารี่ขึ้น พลิกอ่านทีละหน้า...ทีละหน้า...จนหน้าสุดท้าย ไดอารี่ถูกปิดลงทับหยดน้ำตาที่ซับซาบในบันทึกนั้น

พิรามนั่นเอง...เขาถอดเสื้อนอกคลุมให้ตันหยงอย่างห่วงใย มองไดอารี่ในมือนิ่ง คิด...

ooooooo

เมื่อตันหยงขยับตัวตื่น เสื้อนอกของพิรามลื่นตกลงไป เธอก้มหยิบขึ้นมา เห็นไดอารี่มีกระดาษเสียบอยู่ เธอหยิบมาดูแล้วรีบเดินออกไป เจอบุหงา ถามแม่ว่าพิรามมาหรือ

“กลับออกไปแล้วเดี๋ยวนี้เอง ไหนเขาบอกว่าเจอลูกแล้วนี่ ยังไงกันนี่...” บุหงามองตันหยงงงๆ เธอรีบเดินออกไปบอกแม่ว่าขอตัวก่อน

เมื่อกลับเข้าห้องนอนตัวเอง ตันหยงจึงหยิบแผ่นกระดาษที่เสียบในไดอารี่ไว้ขึ้นอ่าน...

“หยงครับ...ที่ผ่านมา ผมมีความสุขมาก ในชีวิตผมมีหยงเป็นส่วนหนึ่งเสมอ แม้กระทั่งวันนี้ วันที่ผม ได้รู้ความจริงว่า หยงไม่มีผมอยู่ในหัวใจอีกต่อไป ผมเข้าใจและไม่โกรธหยงแม้แต่น้อย แต่เหนือสิ่งใด ผมอยากให้หยงมีความสุข อย่าลังเล หากหยงจะรักใคร สักคนที่ไม่ใช่ผม...”

“พิราม...” ตันหยงสะอึกอึ้งอุทานอย่างสะเทือนใจ ทำใจก่อนอ่านต่อ...

“จำได้ไหม...คุณเคยบอกผมว่า ความรักต้องฟังจากหัวใจของเรา ไม่ใช่เสียงจากภายนอก ผมไม่อยากให้หยงตัดสินใจผิดพลาด ไม่ต้องห่วงผม...ผมจะขอรักหยงตลอดไป... รัก พิราม...”

อ่านจดหมายของพิรามน้ำตาร่วง ครู่เดียวเธอตัดสินใจอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารีบไปหานาวินที่โรงเรียนถามว่ามีที่อยู่ของปฐวีไหม ตนมีเรื่องด่วนต้องคุยกับเขา

นาวินทำเล่นตัวโยกโย้ลีลามากเพราะรู้แก่ใจดีว่าตันหยงคิดอย่างไร แล้วจึงเอากระดาษจดที่อยู่และแผนที่ให้  ตันหยงขอบคุณแล้วรีบออกไป นาวินมองตาม พอเธอเดินพ้นไปแล้วเขาก็ยิ้มเต็มหน้าร้องอย่างภูมิใจในผลงานของตน

“เยสสสส...”

หลังจากนั้น ทั้งนาวินและสุดนภาก็ขนกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กขึ้นรถ ออกเดินทางตามไป และเพื่อไม่ให้บุหงาเป็นห่วงตันหยง สุดนภาโทร.บอกว่า

“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ บี๋กำลังตามไป รับรองหยงปลอดภัยแน่นอนค่ะ”

ooooooo

ตันหยงไปถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ แต่ไปถึงก็ไม่ได้พูดคุยกับปฐวีเพราะเขากำลังง่วนอยู่กับการเย็บแผลให้ชาวบ้าน แต่พอเธอจะเดินออก เขาก็บอก “เดี๋ยว” ครั้นตันหยงหยุดมอง เขากลับบอกพยาบาลให้ส่งกรรไกรให้

“มาช่วยผมหน่อยสิ” ปฐวีบอกเมื่อพยาบาลเก็บอุปกรณ์ต่างๆออกไป ตันหยงชี้ที่ตัวเองงงๆเขาพูดหน้าตาเฉยว่า “คุณนั่นแหละ”

ปฐวีปฏิบัติเหมือนไม่ยินดียินร้ายกับการมาของเธอ เย็นชา ห่างเหิน แต่ก็ใช้งานเธอเหมือนเป็นผู้ช่วยคนหนึ่งจนเธอนึกน้อยใจ ยิ่งเมื่อได้ยินปฐวีบอกหมอหนึ่งว่า “คุณเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของผมเลยนะ” หมอหนึ่งถามยิ้มๆว่าตนเป็นได้แค่นั้นใช่ไหม ตันหยงเห็นทั้งคู่ยิ้มแย้มสนิทกันมากจึงหันหลังเดินออกไป ปฐวีมองตามแล้วถอนหายใจยาว...

ตันหยงรู้สึกตัวเองเหมือนส่วนเกินของที่นี่ เมื่อเห็นหมอหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ตามลำพังจึงเดินเข้าไปขอโทษที่ตนมาที่นี่ ทั้งที่เคยสัญญาแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับปฐวีอีก ยอมรับกับหมอหนึ่งว่า “แต่หยงทำไม่ได้ ในที่สุดหยงก็กลับมาอีก”

“ช่างมันเถอะค่ะ ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนที่รักกัน ถ้าเมื่อไหร่มีมากกว่าสองคน มันจะยุ่ง” ตันหยงถามว่าโกรธตนไหม “ไม่ค่ะ หนึ่งไม่โกรธ  ถ้าจะโกรธ

ก็ต้องโกรธตัวเอง ช่างเถอะ ทำใจให้สบายเถอะนะคะ” พูดแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ จนตันหยงไม่รู้จะพูดอะไรอีก ค่อยๆ ลุกเดินออกไป แต่พอตันหยงไปแล้ว หมอหนึ่งก็ปิดหนังสือนั่งหน้าเศร้า...

เมื่อดูแลรักษาชาวบ้านหมดแล้ว ปฐวีจึงแนะนำตันหยงแก่เจ้าหน้าที่และพยาบาลในสถานีอนามัย ว่าตันหยงเป็นอาสาสมัครที่มาช่วยงานเราวันนี้ เธอฝากเนื้อ ฝากตัวว่า ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกตนยังทำอะไรไม่ถูก

พยาบาลจึงพาเธอไปสอนปูเตียงคนไข้ พับผ้าก๊อซ เตรียมอุปกรณ์ทำแผล ระหว่างนั้นปฐวีก็ยังหมางเมินจนเธอนึกน้อยใจ เมื่อพยาบาลพาเธอไปดูห้องพัก ขาดเหลืออะไรให้บอก เธอขอบคุณบอกว่าพรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว

“กลับพรุ่งนี้เหรอคะ คุณจะกลับไปทำไม หรือว่าแต่งงาน” หมอหนึ่งถามอย่างตื่นเต้น แต่เธอส่ายหน้าปฏิเสธ

ปฐวียังคงนิ่ง และทำงานกับหมอหนึ่งอย่างเข้าขากัน จนหมอหนึ่งถามว่าเราทำแบบนี้จะดีหรือ ตันหยงจะรู้สึกอย่างไร จนกระทั่งเย็น ตันหยงตัดสินใจขอคุยกับหมอหนึ่ง บอกว่าพรุ่งนี้ตนจะกลับกรุงเทพฯ แล้วฝากลาหมอวีด้วย หมอหนึ่งไม่สบายใจขอร้องตันหยงอย่าเพิ่งไป อยู่ช่วยงานทางนี้ก่อน พูดแล้วเดินไปปล่อยให้ตันหยงงงๆ กับท่าทีของเธอ

คืนนี้ ขณะนั่งผิงไฟด้วยกัน หมอหนึ่งยอมรับกับปฐวีว่า ตนเข้าใจผิดเองที่เป็นฝ่ายบอกตันหยงว่าขอให้คืนเขากลับมา คิดว่าเขาจะหันมารักตนได้ แต่มันไม่มีวันใช่ไหม ปฐวีขอโทษเธอแทนคำตอบ เธอพูดอย่างเข้าใจว่า

“วีไม่ผิดหรอกค่ะ หนึ่งผิดเอง ที่ไม่สามารถเอาชนะใจวีได้ หนึ่งรู้ว่าวีรักหนึ่งแค่เพื่อน ต่อไปนี้หนึ่งจะมองวีแบบเพื่อน และหนึ่งจะเป็นเพื่อนที่ดีของวีตลอดไป หนึ่งสัญญา”

หมอหนึ่งตัดสินใจเป็นฝ่ายไป เธอเดินทางกลับกรุงเทพฯในเช้าวันรุ่งขึ้น ย้ำกับปฐวีว่า อย่าลืมใช้โอกาสนี้ให้ดีที่สุด

“ขอบคุณหนึ่ง ที่เข้าใจผม” ปฐวีเอ่ยอย่างซึ้งใจ

เธอยิ้มให้เขาเศร้าๆ เมื่อส่งหมอหนึ่งไปแล้ว ปฐวียิ้มอย่างมีความสุขกับการตัดสินใจของเธอที่จะทำให้ปัญหาระหว่างตนกับตันหยงคลี่คลายและคืบหน้าต่อไปได้

ooooooo

เย็นนี้เอง ตันหยงตัดสินใจบอกปฐวีว่า ตนมาที่นี่เพราะมีความรู้สึกแบบเดียวกับเขา ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกอย่างที่เขียนไว้ในไดอารี่ ตนก็พร้อมที่จะกลับ

ปฐวีถามว่าทำไมเธอถึงไม่แต่งงาน ตันหยงส่งไดอารี่ของเขาให้บอกว่า “หยงมาเพราะนี่...หยงกลับมาเพราะรู้สึกแบบเดียวกับคุณ แต่ถ้าคุณไม่รู้สึกอย่างที่เขียนไว้ในสมุดนี้ หยงก็จะกลับไป” ปฐวีรีบถามว่าเธอยังไม่ตอบว่าทำไมไม่แต่งงาน “เพราะหยงต้องแต่งงานกับคนที่หยงรักเท่านั้น หยงไม่ได้รักพิราม แต่หยงรักน้าวี รู้ไหมคะ หยงรักน้าวี”

“ผมรู้แล้ว” ปฐวียิ้มเต็มหน้า ตันหยงถามว่าเขารู้ได้อย่างไร ปฐวีเล่าว่าพิรามเป็นคนบอก ตันหยงถามอีกว่าเขารู้ทุกอย่างก่อนแล้วใช่ไหม แล้วหมอหนึ่งล่ะ เพราะหมอหนึ่งรักเขามาก ปฐวีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสวยคู่นั้นถามว่า

“แล้วคุณล่ะ...คุณบอกว่ามาที่นี่อยากบอกอะไรกับผม ตอนนี้ทำไมไม่บอก”

“ค่ะ...คือ หยงคิดถึงหมอวีไงคะ” ปฐวีแกล้งทำเป็นฟังไม่ชัดให้เธอพูดอีกที “หยงคิดถึงหมอวีค่ะ คิดถึงมากด้วย”

ปฐวีดึงตันหยงที่กำลังเขินจัดเข้าไปกอดด้วยความรักที่ล้นเปี่ยม

นาวินกับสุดนภาที่พากันมาดูผลงานโผล่ไปเซอร์ไพรส์ทั้งคู่ ปฐวีแก้เกี้ยวทำเป็นจะเอาเรื่องเพื่อนที่ขโมยไดอารี่ของตนไป เลยหยอกเย้ากันเป็นที่ครึกครื้น ปฐวีเขินจนจูงมือตันหยงวิ่งหนี นาวินเลยจูงมือสุดนภาวิ่งตามไป หนุ่มสาวสองคู่วิ่งไล่หัวเราะกันอย่างมีความสุข...

หมอหนึ่งกลับถึงกรุงเทพฯ ก็ยังอดคิดถึงปฐวีไม่ได้ แต่ก็ยึดมั่นคำสัญญาที่ให้ไว้กับเขา

ส่วนพิราม ตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศเร็วกว่ากำหนด เขาหยิบรูปตันหยงขึ้นมาดู อวยพรด้วยความจริงใจแม้จะเจ็บปวด “ขอให้คุณมีความสุขนะครับหยง หมอปฐวีคงดูแลคุณเป็นอย่างดี”

และแล้ว วันที่หมอปฐวีจะต้องอำลาชาวบ้านเพื่อกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงเทพฯก็มาถึง ปฐวีกับตันหยงล่ำลาชาวบ้านด้วยความอาลัยรัก ชาวบ้านพากันมาส่งด้วยความรักและผูกพัน

ooooooo

เมื่อนาวินและสุดนภาเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ วันนี้เขาเรียกสุดนภาเข้าไปหาในห้องทำงาน บอกให้เธอนั่ง แล้วยื่นแฟ้มให้พูดขรึมๆ โดยไม่เงยหน้ามอง

“อ่านดู คุณมีความเห็นว่ายังไง”

สุดนภาพลิกแฟ้มดูงงๆ แล้วก็ค่อยๆ ยิ้มออกทั้งขำทั้งปลื้มกับข้อความในแฟ้ม...

“คุณพร้อมจะแต่งงานกับผมหรือยังครับ คุณบี๋”

“ถ้ายิ้มหรือโวยวายแสดงว่า OK” นาวินยังคงพูดนิ่งๆ พอถูกเธอด่า บ้าๆๆๆ เขาก็ยิ้มกว้าง ลุกขึ้นส่งช่อดอกไม้ ช็อกโกแลตให้ “เห็นไหม ผมรู้ใจคุณแล้ว แต่งเมื่อไหร่ดี”

“ให้คู่นั้นเขาแต่งก่อนแล้วกัน เราสังเกตการณ์ไปก่อน” สุดนภาเสนอ นาวินเห็นด้วยทันที แล้วทำเนียนจู่โจมหอมแก้มเธอฟอดหนึ่ง เลยถูกสุดนภากระทุ้งศอกใส่จนจุกหน้าเบ้ไป

ส่วนปฐวีกับตันหยง เมื่อกลับมาอย่างเปิดใจ เข้าใจกันแล้ว ทั้งคู่จูงมือกันเดินเล่นในบรรยากาศสวยงาม ปฐวีบอกว่าตนมีความสุขที่สุด และมีความลับจะบอก ตันหยงหันมองถามว่าอะไรหรือ

“เชื่อไหม ผมตกหลุมรักคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น... รู้ไหม  ผมสับสนมากคิดว่าเป็นโรคจิต เพราะหลงรักหลานตัวเอง แต่พอรู้ความจริงว่า คุณคือตันหยงในร่างน้องเมย์ ผมแทบเป็นบ้า”

“คงเป็นพรหมลิขิต ที่ทำให้เราสองคนมาพบกัน”

“และมารักกัน...ผมดีใจที่เรามีวันนี้ด้วยกัน”

“หยงก็ดีใจค่ะ”

“แต่งงานกับผมนะ” ปฐวีก้มหอมหน้าผากเธออย่างอ่อนหวาน

“ตกลงค่ะ” ตันหยงยิ้ม เป็นยิ้มแห่งความสุขที่เกิดจากความรัก ปฐวีหอมแก้มเธอ อย่างแสนรัก ดึงเธอเข้าไปกอดอย่างพร้อมที่จะดูแลปกป้องเธอตลอดไป...

ooooooo

–อวสาน–

พรพรหมอลเวง ตอนที่ 14

อ่านเรื่องย่อ

พรพรหมอลเวง

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: