advertisement

แม่ยายที่รัก ตอนที่ 14

บทประพันธ์ของ กรุง ญ ฉัตร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย คฑาหัสต์ บุษปะเทศ-ภาคี สร้างสุข
10 พ.ค. 2555 08:45

วันต่อมา รชานนท์เรียกทุกคนมาประชุมที่บ้าน พชร ประกาศเลื่อนงานแต่งมัทรีกับวันรบมาเป็นอีกสามวันข้างหน้า จะเชิญเฉพาะญาติสนิทเท่านั้น แต่วันรบไม่เห็นด้วยเพราะกลัวจะไม่สมเกียรติมัทรีกับครอบครัว

“การแต่งงานเป็นเรื่องของการแสดงความยินดี ชีวิตคู่เป็นเรื่องของครอบครัว วันที่สำคัญที่สุดในชีวิตระหว่างคนเป็นร้อยที่เรารู้จักแค่ผิวเผินกับคนสิบคนที่เรารักและรักเรา เจ้าสาวอยากได้แขกแบบไหนลูก” ติรกาหันมาถามมัทรี

“ขอเป็นคนที่เรารักและรักเราก็พอค่ะ ขอบคุณนะคะคุณแม่ คุณพ่อ” มัทรีเข้ามากอดติรกากับรชานนท์

ทุกคนพลอยซึ้งตามไปด้วย เวลานั้นเองพชรเข้าไปกระซิบถามรชานนท์ เรื่องเตรียมตัวเดินทางไปเยอรมัน แต่เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ พชรลืมตัวเสียงดังใส่

“พูดเป็นเล่นน่า นี่มันเรื่องด่วนนะ มานี่เลยไอ้นนท์” พชรลากตัวรชานนท์ออกไปคุยกันตามลำพัง

วันรบนึกสงสัยจึงตามไป เช่นเดียวกับติรกาที่ตามไปแอบฟัง

“ไอ้นนท์ อีกสองวันจะครบกำหนดที่ทางเยอรมันจะรอคำยืนยันจากเรา แกต้องตัดสินใจแล้ว นี่มันเป็นโอกาสนะเว้ย แกอุตส่าห์ติดหนึ่งในห้าของงานประกวดสถาปนิกระดับโลก” พชรเสียงเข้ม

วันรบเข้ามาได้ยินพอดี เขารีบแสดงความยินดีกับว่าที่พ่อตาที่จะได้โกอินเตอร์ พชรอธิบายต่อว่า ทางเยอรมันเสนอโปรเจกต์ด่วนให้รชานนท์ไปดูงานที่โน่นห้าปี และถ้าโปรเจกต์นี้สำเร็จ รชานนท์จะอัพตัวเองจากสถาปนิกธรรมดาเป็นระดับอินเตอร์ มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

“อนาคตก็สำคัญ แต่ป๋าจะทิ้งแม่ยายผมกับมัทได้ไง” วันรบคำถาม

“ผมขอเวลาคิดอีกหน่อยเถอะพี่ระ ผมเพิ่งได้ครอบครัวคืนมาไม่นาน ตอนนี้กระแตก็กำลังท้อง ผมไม่อยากให้กระแตกับลูกอยู่กันตามลำพัง”

“ช้าไม่ได้นะ เพราะฉันต้องให้คำตอบลูกค้า ถ้าแกโอเคก็เตรียมบินไปเยอรมันปลายเดือนนี้”

วันรบฟังแล้วหนักใจแทน แล้วพลันชะงักเมื่อหันไปเห็นติรกายืนหน้าเครียดฟังอยู่ด้วย เขาแอบลุ้นว่ารชานนท์จะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตที่รออยู่

ooooooo

เช้าวันใหม่ รชานนท์ตามติรกามาที่โรงงานโอ่ง ตั้งใจจะชวนเธอไปอยู่เยอรมันด้วยกัน แต่พอเห็นศรีภรรยามุ่งมั่นกับการสานต่อกิจการโรงงานโอ่งแม่เตือนใจ และหวังจะส่งเข้าประกวดในงานโอท็อปโลกก็เกิดลังเล

ในตอนคํ่า พชรโทร.มาขอคำตอบจากรชานนท์ แต่เขาต่อรองขอเวลาอีกสองวัน เพราะไม่รู้จะบอกติรกาว่าอย่างไร แล้วรีบกดวางสายเพราะเห็นติรกาเดินเข้ามา

ติรกามองหน้าสามี เธอนึกอยากจะถามเรื่องโปรเจกต์เยอรมัน แต่ไม่กล้า ส่วนรชานนท์เองก็ลังเลที่จะเอ่ย เขาดึงเธอมากอดพลางบอกรัก ติรกาอึ้งไปนิดก่อนรวบรวมความกล้าถามสามีว่า นอกจากบอกรักแล้ว เขามีอะไรจะบอกอีก

รชานนท์นิ่งครุ่นคิด แล้วตัดสินใจเอ่ยออกมา “ผมมีโปรเจกต์งานที่เยอรมัน ต้องบินไปปลายเดือนนี้ แต่ผมเป็นห่วงกระแต ยัยมัท แล้วก็ลูกของเรา”

“นนท์คะ คุณไม่ต้องห่วงนะ ฉันเลี้ยงยัยมัทมาแล้วคนหนึ่ง ลูกอีกคนฉันดูแลได้”

“ผมเคยพลาดโอกาสที่จะได้ดูแลคุณ โอกาสที่จะได้ดูแลลูกได้เห็นมัทเติบโต ผมไม่อยากพลาดโอกาสนั้นอีก ผมอยากให้คุณไปกับผม แต่ผมก็รู้ว่าคุณรักโรงงานนี้มาก มันเป็นความฝันของคุณเหมือนกัน แล้วยังเรื่องคุณแม่อีก ผมคิดว่าครั้งนี้ต้องมีใครสักคนที่ยอมเสียสละ แต่คนนั้นต้องไม่ใช่คุณ คุณเคยต้องเลี้ยงลูกคนเดียวมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ผม...”

ติรกาปิดปากรชานนท์แล้วฝืนยิ้มบอกว่า แค่ห้าปีเท่านั้น

“ผมกลัวว่าถ้ามันยืดเยื้อ...เพราะผมต้องอยู่จนกว่าโปรเจกต์จะเรียบร้อย”

ติรกาซบกับอกรชานนท์แล้วรีบตัดบทว่า จะช่วยจัดกระเป๋าเดินทางให้ แล้วทั้งสองก็เมินหน้าไปคนละทาง เพราะต่างก็เศร้าที่ต้องจากกัน แต่ไม่กล้าแสดงให้อีกฝ่ายเห็น

ooooooo

เช้าวันใหม่ ขณะติรกายืนสั่งการให้คนงานเตรียมสถานที่ให้พร้อมวันแต่งงาน เตือนใจเข้ามาถามลูกสาวเรื่องรชานนท์ ติรกาว่าเขาจะเดินทางไปเยอรมันปลายเดือนนี้ มัทรีได้ยินรีบซักว่า พ่อชวนแม่ไปด้วยหรือเปล่า

“พ่อเขาตัดสินใจแล้ว แม่ก็จะไม่รั้งอนาคตที่ดีของเขา” ติรกาตอบนิ่งๆ แต่ต้องข่มความเจ็บปวด

มัทรีชะงักมองเตือนใจขอร้องให้ช่วยเจรจากับติรกา เพราะไม่อยากให้ต้องมีสภาพเดียวกับเธอ แต่ติรกายืนกรานว่า เมื่อก่อนไม่มีรชานนท์ เธอยังอยู่มาได้ และถึงตอนนี้เธอก็ต้องอยู่ได้เหมือนกัน

“เดี๋ยวหนูไปดูตรงโน้นหน่อยนะคะ” ติรกาเดินหนี

มัทรีหนักใจหันมาปรึกษาเตือนใจว่าจะเอาไงดี คุณยายนิ่งคิดแผนการ แล้วตามไปคุยกับติรกาขอให้ไปกับรชานนท์เพราะเป็นโอกาสที่จะได้แก้ตัว

“ติ ลูกกับตานนท์จากกันตั้งยี่สิบปีได้กลับมาอยู่ด้วยกันไม่ถึงสองเดือนต้องจากกันอีกหลายปี ลูกกำลังจะปล่อยโอกาสของความสุขให้มันผ่านไป”

“ถ้าหนูมีความสุข โดยที่ต้องปล่อยให้...”ติรกาจับมือเตือนใจขึ้นมาแล้วพูดไม่ออก

“เพราะแม่ใช่ไหม...ติไม่ไปไม่ใช่เพราะงาน แต่เป็นเพราะแม่ใช่ไหม”

“เรื่องยัยมัททำให้หนูรู้ว่าหนูมัวแต่ยุ่งกับงานจนลืมมองคนรอบข้าง ตอนนี้หนูมีโอกาสที่จะดูแลคนที่หนูรัก หนูไม่อยากทิ้งโอกาสไป”

“ติ...ความสุขของแม่คือการที่ได้เห็นลูกหลานมีความสุข ถ้าติต้องอยู่อย่างมีความทุกข์แล้วแม่จะสุขได้เหรอลูก”

“หนูกับนนท์ยังมีเวลามีโอกาสอีกมากที่จะอยู่ด้วยกัน หนูจะไม่ยอมทิ้งแม่เพื่อไปมีความสุขส่วนตัวเด็ดขาด”

ติรกายืนกรานแล้วเปลี่ยนเรื่อง “แม่คะ หนูอยากให้ของขวัญกับยัยมัท แม่สนใจจะร่วมหุ้นกับหนูไหมคะ”

เตือนใจมองติรกานิ่งไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร

ooooooo

วันวิวาห์ระหว่างวันรบกับมัทรีจัดขึ้นอย่างเรียบ ง่าย ทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันต่อหน้านายอำเภอ และรูปหมอนพ

“นับแต่วันนี้ไป คุณวันรบกับคุณมัทรีได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วครับ”นายอำเภอยื่นทะเบียนสมรสให้วันรบกับมัทรี

วันทนีย์ยิ้มแก้มปริด้วยความปลาบปลื้ม ขณะที่ธงฉานนั่งสะอึกสะอื้นเสียใจที่มัทรีแต่งงาน กระถินเห็นใจคนหัวอกเดียวกันจึงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ธงฉานชะงักมองหน้ากระถิน

“ฮั่นแน่ อย่าบอกนะว่าพุดเดิ้ลทอยกับหมูปิ๊งกัน” อาไทยื่นหน้าเข้ามา

กระถินกับธงฉานหันมาคำรามใส่แล้วแอบส่งสายตาปิ๊งๆให้กัน

พุทราเห็นว่า พิธีจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งสัญญาณให้พชรกับนลินีเชิญทุกคนออกไปร่วมรับประทานอาหารที่สวน แล้วนลินีก็ประกาศเปิดตัวโชว์สุดพิเศษ

ทุกคนมองไปบนเวที เห็นติรกากับเตือนใจออกมาร้องและเต้นในเพลงรักคือฝันไป ของสาว สาว สาว เป็นของขวัญให้มัทรี เพราะเป็นเพลงโปรดของเธอ

มัทรีกรี๊ดลั่นเซอร์ไพรส์มากๆ แล้วคุณแม่ คุณยายก็เรียกให้เธอขึ้นไปร้องเพลงและเต้นด้วยกัน

การแสดงจบลง ทุกคนปรบมือชื่นชม พุทราถือแก้วมาส่งให้ติรกากับเตือนใจ เพราะถึงเวลากล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวแล้ว เตือนใจบอกให้ติรกากล่าวแทน เพราะเหนื่อยมาก

ติรกาขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดี แล้วฝากฝังให้วันรบดูแลมัทรีที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของเธอให้ดี

“ผมสัญญาครับว่าผม...” วันรบพูดได้เท่านั้น แก้วในมือของเตือนใจก็ร่วงลงพื้นแตกดังเพล้ง

ทุกคนตกใจหันไปมอง เห็นคุณยายลงไปนอนฟุบกับพื้น

“คุณยาย คุณยายครับ” วันรบวิ่งเข้าประคองเตือนใจพลางตะโกนสั่งพุทราให้โทร.เรียกรถพยาบาล

ooooooo

รชานนท์ ติรกา วันรบ และมัทรียืนเครียดรอฟังผลการตรวจอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พุทราวิ่งเข้ามาถามอาการเพราะเพิ่งช่วยพชรเคลียร์งานเสร็จ แล้วคุณหมอก็เดินออกมาพอดี ทุกคนกรูเข้าไปถามอาการเตือนใจ

หมอชี้แจงว่า เตือนใจเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบ จำเป็นต้องผ่าตัดโดยเร็วที่สุด แต่การผ่าตัดก็มีความเสี่ยง เพราะต้องใช้เวลานาน ร่างกายคนไข้อาจจะรับไม่ไหว

“โหย...หมอ ผ่าก็ตาย ไม่ผ่าก็ตาย แล้วจะทำยังไงเนี่ย” พุทราโวย

“ที่หมอแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้ทราบ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ ส่วนจะผ่าหรือไม่ พวกคุณคงต้องตัดสินใจเอง”

“ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ โอกาสรอดจะมีกี่เปอร์เซ็นต์ครับ” วันรบถาม

“จากสภาพร่างกายคนไข้ก็... สามสิบเปอร์เซ็นต์ครับ”

ติรกานิ่งคิดแล้วตัดสินใจยินยอมให้ผ่าตัด แล้วหันมาบอกกับมัทรีที่ร้องห้ามว่า แม้โอกาสรอดเหลือไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เธอก็จะเสี่ยง ทุกคนมองติรกาทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของเธอ

วันต่อมา พยาบาลออกมาแจ้งผลการผ่าตัดว่า เตือนใจปลอดภัยแล้ว ทุกคนเฮลั่น รชานนท์ดึงลูกเมียเข้าไปกอด พุทราสบโอกาสจะเข้ากอดวันรบ แต่ชายหนุ่มรู้ทัน รีบเอามือดันหน้าผากเธอไว้ แล้วชวนทุกคน

ไปเยี่ยมเตือนใจที่ห้องพักคนไข้

เวลาผ่านไป หมออนุญาตให้เตือนใจกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ติรกาคั้นน้ำส้มมาแจกให้ทุกคนดื่มฉลอง เตือนใจยิ้มรับแล้วเอ่ยถามลูกเขยว่า เมื่อไหร่จะออกเดินทาง เพราะเลื่อนมาเป็นเดือนแล้ว

“พี่ระจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้แล้วครับ อีก

ห้าวันจะเดินทางครับ” รชานนท์เสียงเครือ

“ก็ตรงกับวันเจรจากับตัวแทนงานโอทอปโลกน่ะสิคะ” พุทรานึกขึ้นได้

เตือนใจมองหน้าติรกา เห็นเธอหลบตาทำเป็นเสดื่มน้ำส้ม จึงแกล้งเปรยกับรชานนท์ “ก็ดีแล้ว เมื่อมีโอกาสก็ต้องคว้าไว้แล้วทำมันให้ดีที่สุด”

“ครับ...” รชานนท์รับคำเศร้าๆ

วันรบเห็นท่าไม่ดีหยิบอูคูเลเล่มาส่งให้รชานนท์เล่นเพลงเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ติรกาแอบน้ำตาคลอเพราะใจจริงไม่อยากจากกันอีก

ooooooo

บ่ายวันต่อมา ติรกาเตรียมจัดกระเป๋าเดินทางให้รชานนท์ เธอเศร้ามากจึงลุกไปเปิดเพลงฟัง แต่เนื้อหาเพลงทำให้ยิ่งเศร้าหนัก คุณแม่ยังสาวถึงกับน้ำตาร่วง กอดเสื้อรชานนท์ร้องไห้โฮ

มัทรีแอบดูอยู่ น้ำตาร่วงเช่นกัน เธอสงสารแม่แต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร วันรบยืนมองอาการแม่ยายกับภรรยาแล้วบอกกับตัวเองว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง

เย็นวันเดียวกัน วันรบเห็นติรกาสั่งให้คนงานยกโมเดลโอ่งมินิที่จะเอาไปโชว์ให้ลูกค้าดูในวันเจรจากับตัวแทนโอทอปโลกเข้ามาไว้ในบ้านแล้วลงมือเขียนลายด้วยตัวเอง ก็ฉุกคิดได้เข้าไปคุยกับติรกา

“คุณแม่เก่งจังเลยนะครับ มือนิ่งมากเลย”

“รู้ไหมว่าจะขึ้นโอ่งได้แต่ละใบ มันยากแค่ไหน น้ำหนักมือ จังหวะหมุน แม่ต้องลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะเข้าใจมันจริงๆ”

“ผมทราบครับ แต่วันนี้โอ่งของคุณแม่ก็ขึ้นรูปได้อย่างสวยงามนะครับ ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้านก็โดดเด่นและงดงามไม่แพ้ใครๆ”

“ฉันดีใจนะที่เธอเห็นค่าของโอ่งใบนี้”

“ก็กว่าจะได้มามันแสนยากนี่ครับ การต่อสู้ให้ได้มามันทำให้ผมรู้ว่ามันมีค่ามากแค่ไหน คุณแม่ครับผมขอบคุณนะครับที่คุณแม่ยอมให้ผมเข้ามาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว ผมจะรักษาของมีค่าในมือไว้ให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวัง” วันรบเข้ามากราบติรกา

“แม่เชื่อว่ารบทำได้” ติรกาหยิบพู่กันขึ้นมาวาดลายเส้นอีกครั้ง

วันรบมองเส้นที่ติรกาวาดแล้วหมุนถาดจนเส้นมาบรรจบกันเป๊ะ แต่เมื่อเธอจะขึ้นเส้นใหม่ เขาก็ขอ

ลองทำดูบ้าง ติรกานิ่งคิดแล้วยอมส่งพู่กันให้

วันรบวางพู่กันทำเหมือนติรกา ลายเส้นวิ่งตามความเร็วของถาด แต่เส้นที่วันรบวาดกลับไม่บรรจบกับจุดที่ติรกาเริ่มต้น ติรกาทำท่าจะติง แต่วันรบชิงพูดขึ้นก่อน

“ลายเส้นของผมมันคงไม่เป๊ะเหมือนที่คุณแม่เริ่ม แต่ถ้าคุณแม่ไว้ใจผม ผมจะเชื่อมลายมันเข้าด้วยกัน” วันรบลงลายเส้นม้วนเป็นตัวเชื่อมระหว่างปลายเส้นสุดท้ายของวันรบกับจุดที่ติรกาเริ่มต้นแล้วหันมาถาม

“พอไหวไหมครับคุณแม่”

ติรกาพินิจดูก่อนพยักหน้ารับ “ก็มีฝีมือนี่ ถ้างั้นอีก สองใบลงลายแบบนี้ก็ดีนะ” ติรกาจะลงลายต่อ แต่วันรบรีบอาสา “มินิโอ่งอีกสองใบเดี๋ยวผมจัดการต่อเองครับ ผมยังมีแรงครับแม่...แล้วมัทก็หลับไปแล้ว แต่ป๋ากำลังรอคุณแม่อยู่นะครับ ถ้าคุณแม่ไว้ใจผมให้ผมจัดการเถอะครับ” วันรบยื่นมือมาตรงหน้า

ติรกามองโอ่งสลับกับวันรบ เธอเห็นความมุ่งมั่นในดวงตา จึงตัดสินใจวางพู่กันในมือของเขา

“ขอบใจมากนะ”

“เพื่อคุณแม่ยาย และครอบครัวของเรา สู้ตายครับ...” วันรบให้คำมั่น

ติรกายิ้มรับ พลางเดินเข้าบ้าน วันรบมองตามแล้วหันมาสนใจกับมินิโอ่ง เตรียมสานงานต่อให้สำเร็จ

ooooooo

ติรกาเห็นเตือนใจนั่งหน้าเครียดรออยู่ก็ตกใจ หลังแม่ลูกพากันเข้าไปคุยในห้อง ครู่หนึ่งก็ออกมาบอกกับรชานนท์ว่า จำเป็นต้องไปทำธุระด่วนกับเตือนใจ และจะเดินทางในวันรุ่งขึ้น

รชานนท์เศร้า เพราะอยากอยู่กับศรีภรรยาให้นานที่สุด

“เราไม่ได้จากกันตลอดไปนี่คะ นนท์ไปทำงาน ปีๆหนึ่งมันแป๊บเดียวเอง เดี๋ยวเราก็จะได้เจอกัน แต่คุณห้ามนอกใจฉันนะไม่งั้นฉันเอาตายแน่”

“ตั้งแต่ได้กอดกระแต เห็นคนสวยกี่คนมันก็ไม่คึกคัก สงสัยผมจะตายด้านแล้วล่ะ”

“เว่อร์น่า...”

“จริงๆ มา ผมจะพิสูจน์ให้ดู” รชานนท์คว้าตัวติรกาลงบนเตียงแล้วค่อยๆเลื่อนเข้ามาหาเธอช้าๆ

ห้าวันต่อมา พชรทำหน้าที่เป็นสารถีมารอรับรชา– นนท์ไปส่งที่สนามบิน มัทรีโผเข้ากอดพ่อสั่งให้ดูแลตัวเองดีๆ รชานนท์รับปากแล้วฝากให้วันรบดูแลทุกคนแทนด้วย

“สุดชีวิตเลยป๋า” วันรบทำทะเล้น

“แล้วติรกาไม่ไปส่งนนท์เหรอ” นลินีมองหา

ทุกคนสบตากันเลิ่กลั่ก มัทรีตอบแทนว่า คุณยายยังไม่เสร็จธุระ แต่ฝากอวยพรให้รชานนท์เดินทางปลอดภัย รชานนท์เศร้าถามลูกสาวว่า แม่ไม่ฝากอะไรถึงพ่อบ้างหรือ

“มัทไม่ได้คุยกับแม่ค่ะ เห็นคุณยายบอกว่าแม่กำลังคุยกับคุณสมภพเรื่องจะไปเจรจากับตัวแทนงานโอทอปโลกน่ะค่ะ”

“บ้างานพอกันทั้งผัวทั้งเมียเลยนะ” พชรบ่น แล้วตัดบทชวนรชานนท์ขึ้นรถ

รชานนท์ค่อยๆผละจากมัทรีไปขึ้นรถ

ครั้นรถของพชรแล่นลับตาไปแล้ว วันรบกับมัทรีก็รีบไปพบสมภพกับธงฉานที่โรงแรม เพื่อประชุมกับตัวแทนจากต่างประเทศในฐานะผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของผลิตภัณฑ์โอ่งแม่เตือน

“นี่รชานนท์รู้เรื่องไหม” สมภพกระซิบถามมัทรี

“น่าจะไม่นะคะ”

“ผมว่าพอถึงที่โน่นคงช็อกตาตั้งแน่” ธงฉานนึกขำ

ขณะที่รชานนท์กำลังล่ำลาพชรกับนลินีอยู่หน้าประตูทางเข้า พชรยื่นซองให้น้องเมียพลางกำชับ

“พอไปถึงที่เยอรมันแกก็ไปตามที่อยู่ที่ฉันให้ไว้ กุญแจอยู่ในซองนี่แล้ว เรื่องกินอยู่ไม่ต้องห่วง เขาจัดแม่บ้านไว้ให้แกแล้ว ฝรั่งสาวๆ แกคงไม่เหงาหรอก”

“น้องไม่ได้หื่นอย่างคุณนะ” นลินีหยิกสามี

“โธ่คุณ ผมก็ล้อเล่นน่า” พชรออกตัวแล้วเข้ามาจับไหล่รชานนท์ “การไปคราวนี้จะดีกับอนาคตของแกเชื่อพี่”

รชานนท์พยักหน้ารับอย่างซังกะตาย แล้วเดินจากไป ไม่ทันเห็นพชรกับนลินีหันมายิ้มให้กัน

ooooooo

เมื่อรชานนท์มาถึงเบอร์ลิน ก็ตรงเข้าห้องพักทันที เขาแปลกใจที่ได้กลิ่นหอมคล้ายผัดกะเพราลอยออกมาจากครัว เดินเข้าไปดูเห็นอาหารไทยวางอยู่ แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นติรกาเดินออกมา พร้อมยื่นแก้วน้ำส้มคั้นให้

“ทำไมมาถึงช้าจังคะ กระแตนึกว่าอาหารฝีมือกระแตเป็นหมันซะแล้ว มาถึงเหนื่อยๆ ดื่มน้ำส้มก่อนสิคะ รับรองเย็นชื่นใจ”

“กระแต...นี่คุณจริงๆใช่ไหม ผมไม่ได้คิดถึงคุณจนหลอนใช่ไหม” รชานนท์ดึงติรกามากอดจึงโดนเธอหยิกเข้าให้เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ฝันไป

“โอ๊ยๆ เชื่อแล้ว แล้วกระแตมาที่นี่ได้ยังไง รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่ หรือว่า พี่ระ พี่นีใช่ไหม”

ติรกาส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่แค่พชรกับนลินี แต่เป็นทุกคน รชานนท์เจ็บใจจะบินกลับไปเล่นงานทุกคน

“จะเล่นงานแม่ด้วยหรือเปล่า” เตือนใจเดินออกมาพร้อมกับจานผลไม้ แล้วออกตัวว่า แก่แล้วเลยอยากมาเปิดหูเปิดตาบ้าง

“แล้วโรงงานล่ะกระแต เมื่อวานคุณต้องไปงานสัมมนาโอทอปโลกนี่”

“ก็ยัยติมีลูกเขยแล้วจะทำเองให้เหนื่อยทำไม ที่เหนื่อยสร้างกันมาก็ตั้งใจจะยกให้ยัยมัทอยู่แล้วนี่”

“ขอบคุณนะครับคุณแม่ ผมมั่นใจว่าที่กระแตมาอยู่ที่นี่ตอนนี้ เป็นเพราะคุณแม่ช่วยผม ขอบคุณครับคุณแม่” รชานนท์เข้ามากราบเตือนใจแล้วหันไปถามติรกา “คุณแน่ใจนะว่าไม่เสียดายเรื่องงาน”

“ค่ะ...กระแตอยากทำหน้าที่ภรรยาของคุณ ดูแลคุณ”

“ขอบคุณ ที่ยอมเสียสละเพื่อผม...ผมจะดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด” รชานนท์กอดติรกาด้วยความรักเปี่ยมล้น ติรกาหันมาสบตากับเตือนใจ เตือนใจยิ้มพลอยมีความสุขไปด้วย

ooooooo

หนึ่งปีผ่านไป...มัทรีวิ่งมาหาวันรบที่ยืนคุมคนงาน อย่างใกล้ชิด พลางอวดภาพน้องชายในไอแพดที่ติรกาเพิ่งส่งมาให้ “น้องชายมัทหน้าตาน่ารักจัง มัทล่ะอยากจะบินไปเยอรมันเดี๋ยวนี้เลย”

“งั้นอาทิตย์หน้าเราไปกันไหม มีวันหยุดยาว จะได้ฮันนีมูนรอบสองด้วย เดี๋ยวผมแก้ลายตรงนี้เสร็จแล้วเราไปทานข้าวกันนะ”

มัทรียืนอมยิ้มมองวันรบสั่งคนงาน

“โอเค ลงเน้นๆอีกหน่อยก็เรียบร้อย ยิ้มอะไรครับ” วันรบหันมาถาม

“มัทกำลังคิดว่ามัทกับแม่โชคดีที่ยังมีเวลาแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเอง คุณยายเคยบอกว่าโอกาส มันไม่มีตัวตน แต่มันเป็นช่วงเวลาที่สามารถพลิกชีวิตของเราจากศูนย์ให้เป็นร้อยได้ มัทดีใจที่แม่เลือกจะคว้าโอกาสนั้นไว้ แล้วมัทก็ดีใจที่รบให้โอกาสมัท ชีวิตคนเรานี่พลาดนิดเดียวก็อาจพังไปทั้งชีวิตเลยนะคะ”

“มันไม่สำคัญที่ผิดตรงไหน หรือผิดมากไหม แต่สำคัญที่เราพร้อมจะลุกขึ้นมาแก้ไขหรือเปล่า” วันรบหยิบไอแพดขึ้นมาแล้วชี้ที่รูปของติรกากับรชานนท์ “นี่เป็นผลลัพธ์ของคนที่ลุกขึ้นมาแก้ไข แล้วนี่ก็เป็นรางวัล” วันรบหอมแก้มมัทรี

“มัทรักพี่รบนะคะ” มัทรีกอดวันรบ

วันรบกอดคู่ชีวิตแน่น แทนคำตอบ

ooooooo

–อวสาน –

แม่ยายที่รัก ตอนที่ 14

อ่านเรื่องย่อ

แม่ยายที่รัก

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: