advertisement

อาญารัก ตอนที่ 17

บทประพันธ์ จำลักษณ์ จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย วรพันธ์ รวี
16 มิ.ย. 2556 07:51

ขุนภักดีกับเรียมต้องผิดหวังเมื่อมาถึงเรือนเล็กแล้วไม่พบทานตะวันที่นั่น เทิดศักดิ์ตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจจะงอนเขากับแม่สน หนีไปนอนเรือนคุณย่าก็ได้ ขุนภักดีชักเคืองลูกสาวที่ช่างก่อเรื่องได้สารพัด

“เรื่องเคืองเอาไว้ก่อนค่ะ รีบไปตามหาลูก ฝนตกหนัก อย่างนี้น่าเป็นห่วง” เรียมปราม

“ไปดูน้องที่เรือนคุณย่ากันเถิดครับ คุณพ่อ คุณนายแม่” เทิดศักดิ์ว่าแล้วเดินนำขุนภักดีกับเรียมลงเรือน สนได้แต่มองตาม นอกจากจะไม่สนใจไยดีแล้วยังแช่งให้ทานตะวันถูกฟ้าผ่าตายให้รู้แล้วรู้รอด ทรัพย์สมบัติของภักดีภูบาลทั้งหมดจะได้ตกแก่ลูกเทิดศักดิ์ของเธอคนเดียว...

ไม่นานนัก ขุนภักดี เทิดศักดิ์และเรียมมาถึงเรือนทองจันทร์ไม่พบทานตะวันที่นั่นเช่นกัน ขุนภักดีร้อนใจมาก สั่งการให้ปลุกคนในบ้านทั้งหมดให้ช่วยกันออกตามหา เนื้อทองรับคำ แล้ววิ่งลงเรือนไปท่ามกลางฝนที่เทลงมาไม่ขาดสายทั้งๆที่ไม่มีร่ม ขุนภักดีสั่งให้เทิดศักดิ์เอาร่มตามไปเป็นเพื่อน

“เรียมจะออกไปตามหาลูกค่ะ”

“แม่เรียมอยู่กับคุณแม่ พี่จะออกไปดูลูกเอง”ขุนภักดีว่าแล้ววิ่งออกไปทันที ทองจันทร์ถอนใจเหนื่อยใจเพิ่งมีเรื่องอิ่มใจเมื่อตอนหัวค่ำไม่ทันข้ามคืนก็มีเรื่องร้อนใจขึ้นมาเสียแล้ว เรียมสงสัยว่าคุณแม่อิ่มใจเรื่องอะไร ทองจันทร์ไม่ยอมเฉลย ตอนนี้เป็นห่วงทานตะวัน ให้หาตัวเจอก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน...

ขณะที่ทุกคนพากันออกตามทานตะวัน เนียนยังคงใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดทั้งฉุดทั้งลากคุณหนูจอมโวยวายที่ดิ้นรนขัดขืนให้พ้นจากที่โล่งเพราะฟ้าคะนองมาก อยู่ตรงนี้อันตรายเกินไป

“ฉันไม่สนใจ ฉันขยะแขยงแกไม่ต้องการให้แกมาถูกตัวฉัน แกไม่ใช่แม่ฉันเป็นแค่คนรับใช้...ปล่อยนะ”

เนียนไม่ยอมปล่อย ทานตะวันโกรธมากดึงมือมากัดซ้ำๆจนเลือดสาด เธอทนไม่ไหวตบหน้าอย่างแรงให้หยุดกัด ทานตะวันฮึดฮัดจะเอาเรื่องที่นังบ่าวรับใช้กำแหงมาตบหน้าเจ้านาย

ทันใดนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา เนียนรวบตัวทานตะวันพุ่งหลบเข้าไปในพุ่มไม้แล้วเอาตัวกันไว้ เด็กสาวตกใจกลัวหมดสติ เนียนกอดปกป้องเธอไว้แน่น ฟ้าผ่าเมื่อครู่ลงตรงจุดที่ทานตะวันเคยยืนอยู่ พอตั้งสติได้เนียนพยายามอุ้มทานตะวันไปร้องไห้ไปด้วยความเป็นห่วง

“อย่าเป็นอะไรนะ อย่าเป็นอะไรนะทูนหัว”

ทานตะวันปรือตาขึ้นมอง เรี่ยวแรงแทบไม่เหลือแต่ยังเอ็ดตะโรใส่เนียนว่าตนไม่ใช่ทูนหัวของเธอ แล้วมองไปรอบๆพบว่าตัวเองอยู่ในพุ่มไม้ นิ่วหน้าแปลกใจ

“แกกระชากฉันหนีมาตรงนี้ใช่ไหม นี่แกช่วยชีวิตฉัน”

“ช่างเถิดเจ้าค่ะ ไปให้พ้นจากตรงนี้ เกิดมันผ่าลงมาอีกจะหลบไม่ทัน”

“น่ากลัวจริงๆ ฉันกลัว รีบพาฉันไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด...เนียน ฉันเดินไม่ไหว ฉันเหนื่อย...ฉัน...” ทานตะวันหนาวสั่นไปทั้งตัวทำท่าจะหมดสติไปอีก เนียนขออนุญาตกอดเธอไว้จะได้ช่วยให้อบอุ่นขึ้น คุณหนูจอมโวยวายไม่ทัดทาน ยอมให้กอดแต่โดยดี และยังขอร้องเนียนอย่าทิ้งเธอไปไหน

“ไม่ทิ้งดอกเจ้าค่ะ...ทูนหัวคนดี ไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ ไม่ต้องกลัว อิฉันจะปกป้องทูนหัวเอง” เนียนกอด ทานตะวันซึ่งกอดตอบไว้แน่นและไม่ต่อว่าเรื่องที่เรียกตนว่าทูนหัวอีก...

ทุกคนในบ้านภักดีภูบาลพากันประหลาดใจและดีใจปนกัน เมื่อเห็นเนียนกับทานตะวันเดินกอดกัน

ตัวสั่นปากซีดฝ่าสายฝนที่ซาเม็ดลงแล้ว ต่างคนต่างกรูเข้าไปหา ทานตะวันที่อ่อนแรงเต็มทียังน้อยใจและงอนไม่เลิก ตวาดลั่นเท่าที่แรงจะมี

“ไปให้พ้นไม่มีใครต้องการหนู มีแต่เนียนที่ช่วยหนู” พูดได้แค่นั้น ทานตะวันก็หมดสติ

ขุนภักดีเข้าไปรับลูกไว้ทัน เนียนเองเข่าอ่อนทรุดลงไปเช่นกัน เนื้อทองกับเทิดศักดิ์รีบช่วยกันประคองไว้

ooooooo

ในเวลาต่อมาเนียนกับทานตะวันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสะดวกในการเฝ้าไข้ เรียมให้ทั้งคู่ได้นอนพักฟื้นในห้องเดียวกัน ขุนภักดีกับเรียมนั่งเฝ้าไข้ลูกอยู่ไม่ห่าง ส่วนเนื้อทองนั่งจับมือเนียนไว้น้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วง ภาวนาอย่าให้แม่เป็นอะไรมาก เทิดศักดิ์พลอยเศร้าไปกับเธอด้วย

“น้าเนียนน่าจะเป็นมากกว่าน้องอี๊ด แผลนั่นฟันน้องอี๊ดทั้งนั้น พี่จะไม่ยอมให้น้องอี๊ดทำตัวเหลวไหลอีก”

หมอเข้ามารายงานอาการของทั้งสองคนให้ขุนภักดี ฟังว่าเป็นปอดบวมจากการตากฝนนานเกินไป คงต้องใช้เวลารักษาตัวอีกหลายวัน อาการทุเลาเมื่อไหร่ หมอจึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ แล้วบอกขุนภักดีว่าไม่ต้องเป็นห่วง ยาสมัยนี้ดีมาก

“แต่ยังไงก็ยังห่วง...ห่วงจนไม่อยากไปไหน”

ขุนภักดีปรายตามองเนียนแวบหนึ่ง

“แต่พี่เทพต้องกลับไปทำงานนะคะ ทางนี้เรียมเฝ้าเองค่ะ”

ขุนภักดีมองไปที่เนียนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะฝากเรียมช่วยดูแลเธอด้วย เทิดศักดิ์ก็ขอตัวไปทำงานเช่นกันตอนกลางวันจะแวะมาเยี่ยมอีกครั้ง หลังจากสองพ่อลูกลับสายตา เรียมผวามาจับมือเนียนไว้

“เนียนจ๋า เนียนทำหน้าที่ของเนียนดีจนไม่มีที่ติ ฉันเสียอีกที่ทำไม่ได้ดีเท่าเนียน ฉันขอโทษนะเนียน ไม่มี เนียนป่านนี้หนูอี๊ดจะเป็นเช่นใด พวกเราคงใจขาดรอนกันทั่วหน้า” เรียมคร่ำครวญน้ำตาไหลพราก เนื้อทองอดแปลกใจไม่ได้ ทำไมเรียมถึงดีกับแม่ของเธอมากเกินปกติ...

ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับอาการเจ็บป่วยของเนียนและทานตะวัน สนใช้ผ้าคาดหน้าเหลือเพียงดวงตาอำพรางใบหน้าที่แท้จริงพร้อมด้วยห่ออาหารในมือ มาหานายสายตามนัด ดัดเสียงพูดจนเขาจำไม่ได้

“ชื่อสายหรือเปล่า คุณนายสนใช้ให้ข้ามาหาคนชื่อสาย”

“อ้าว...ไหนคุณนายว่าจะมาเอง เอาเงินห้าตำลึงมาให้ด้วย”

“นี่เงิน แล้วนี่ห่อข้าวของเอ็ง

“ไหนห่อข้าวของไอ้สองคนที่ตะราง”

“คุณนายสนเปลี่ยนใจไม่อยากให้เอ็งต้องลำบากลำบนยุ่งยาก คุณนายฝากบอกฉันมาว่า ให้เอ็งกินข้าวที่ให้มาแล้วรีบหอบเงินไปให้ไวๆ ข้าวเหนียวกับหมูทอดอย่างดีจากครัวท่านข้าหลวงเชียวนะรับไปสิ” สนส่งห่อข้าวที่แกะยั่วน้ำลายให้นายสายพร้อมกับเงินห้าตำลึงตามที่ตกลงกันไว้ แล้วเร่งให้กินข้าวห่อ ถ้าไม่กินจะเอากลับคืนไปให้หมา แล้วทำทีหันหลังกลับ

“เอ่อ อยากดูหน้าจังว่านั่นพี่สาวหรือน้องสาวกันแน่” นายสายว่าแล้วปั้นข้าวเหนียวหมูทอดยัดใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย สนค่อยๆดึงผ้าคาดหน้าออก ยิ้มเหี้ยมเดินกลับไปหา นายสายถึงกับผงะ

“คุณนายสน...ทำ...ทำไม...” พูดได้แค่นั้น นายสายเริ่มหายใจติดขัด ยาพิษออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว

“...อยากถามว่าทำไมล่ะสิ เพราะเอ็งมันรู้มากไปแล้ว ไอ้สองคนนั่นก็เช่นกัน มันจะได้กินอาหารอร่อยจากข้าเหมือนกับเอ็งนั่นแหละ” สนหัวเราะสะใจ มองดูนายสายที่ทรุดฮวบลงกองกับพื้นขาดใจตาย...

ด้านขุนภักดีกับเทิดศักดิ์และนายเอกกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านเพื่อจะไปทำงาน ต้องเจอกับเรื่องน่าตกใจ เมื่อรู้ข่าวการตายของนายสาย โดยเฉพาะนายเอก เพราะเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เอง เห็นบอกว่าจะไปเยี่ยมแม่ที่ป่วย วันนี้กลับกลายเป็นศพไปเสียแล้ว

ooooooo

สนเดินตามแผนชั่วร้ายขั้นต่อไปทันที รีบตรงไปยังโรงพัก ใช้ผ้าโพกหัวอำพรางใบหน้าที่แท้จริง จ้างวานเด็กคนหนึ่งให้เอาห่อข้าวไปให้คนต้มเหล้าเถื่อนกับนายแช่มที่ถูกกักขังอยู่ที่นั่น กำชับให้เด็กคนนั้นบอกทั้งคู่ว่าคนชื่อสอนฝากมาให้ สักพักเขาจะตามเอาข่าวดีมาบอก เด็กรับค่าจ้างแล้ววิ่งปรู๊ดขึ้นไปบนโรงพัก

“ข้าช่วยอะไรพวกแกไม่ได้แล้ว พวกแกกำแหงกับข้าเอง” สนพึมพำเสร็จ ขยับจะกลับ

เทิดศักดิ์ขับรถเข้ามาจอดพอดี สนรีบขยับผ้าโพกหัวให้มิดชิด ก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ผู้หมวดหนุ่มเห็นหญิงในชุดดำเดินผ่านไปไม่ติดใจสงสัยอะไร รีบเข้าไปข้างในเพื่อจัดการเรื่องการตายของนายสาย...

จ่าเวรนำข้าวห่อที่เด็กเอามาฝากไว้ส่งต่อให้คนต้มเหล้าเถื่อนกับนายแช่มอีกทอดหนึ่ง แล้วแจ้งตามคำบอกเล่าของเด็กว่านายสอนเอาข้าวห่อมาให้คนต้มเหล้าเถื่อน ส่วนของแช่ม แม่ของเขาเป็นคนฝากมาให้ แช่มแปลกใจทำไมแม่ไม่มาด้วยตัวเอง

“ไม่รู้ แต่เด็กมันฝากมาบอกว่าเดี๋ยวนายสอนจะมาหาแกสองคนพร้อมด้วยข่าวดี”

ทั้งสองคนดีใจมาก รีบแกะข้าวห่อหวังจะกินให้อิ่มก่อนจะออกจากห้องขัง คนต้มเหล้าเถื่อนกินอย่างหิวโหย ขณะที่แช่มกำลังจะเอาข้าวเข้าปาก ช้อยถือห่อข้าวเข้ามาเสียก่อนร้องทักลูกว่าไปเอาข้าวที่ไหนมากิน แช่มงง ก็จ่าเวรบอกว่าแม่ฝากมาให้ ช้อยตกใจสั่งให้ลูกโยนข้าวห่อนั้นทิ้ง เธอไม่ได้ฝากอะไรมาให้ทั้งสิ้น ทันใดนั้น คนต้มเหล้าเถื่อนเอามือกุมคอตัวเองตาเหลือก หายใจไม่ออก

“ข้าโดนวางยาพิษ...มัน...หลอก...ฆ่าข้า” คนต้มเหล้าเถื่อนพูดได้แค่นั้นก็ลงไปชักตาตั้ง

“แม่...มันจะฆ่าฉัน” แช่มโยนข้าวห่อทิ้ง สีหน้าตื่นตระหนก เขย่ากรงขังร้องเรียกให้ตำรวจมาช่วย ช้อยแค้นใจมากเดาได้ไม่ยากว่านี่ต้องเป็นฝีมือสน เทิดศักดิ์ได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาดู พอรู้ว่าคนต้มเหล้าเถื่อนถูกลอบวางยาพิษ เขาหันมองช้อยอย่างเอาเรื่อง

“ช้อยไม่เกี่ยวนะเจ้าคะ ไอ้แช่มก็โดน ดีแต่ว่าช้อยมาทัน ห้ามมันไว้ได้” ช้อยปฏิเสธเป็นพัลวัน

เทิดศักดิ์หน้าเครียดขึ้นมาทันที ก่อนจะผลุนผลันออกไป ครู่ต่อมา เขาแวะไปที่ศาลากลางจังหวัดนำเรื่องนี้ไปปรึกษาพ่อกับแดงน้อย ทางตำรวจยังไม่รู้อะไรมากนัก ทราบเพียงว่ามีเด็กได้รับการจ้างวานมาอีกทอดหนึ่งให้เอาข้าวห่อใส่ยาพิษมาให้คนต้มเหล้าเถื่อนกับแช่ม

“ส่งคนตามหาเด็กนั่นให้พบ แล้วคาดคั้นมันว่าใครให้มันมาส่ง” ขุนภักดีสั่งการ

“ช้อยโวยวายอะไรบ้างไหม เรื่องลูกชายเกือบตายไปด้วย” แดงน้อยซัก

“มันมาแปลก มันเงียบมาก ถามอะไรมันก็ไม่รู้ทั้งนั้น ผิดวิสัยช้อย” เทิดศักดิ์ตั้งข้อสังเกต...

ขณะที่เทิดศักดิ์ ขุนภักดีและแดงน้อยกำลังสงสัยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของช้อย ที่หน้าห้องขังบนโรงพัก ช้อยนั่งซึม พึมพำด่าสนที่คิดจะฆ่าลูกชายของตน แช่มมองแม่อยู่นาน ทนไม่ไหวโวยวายลั่นว่าทำไมเอาแต่นั่งพึมพำอยู่ได้ ทำอะไรสักอย่างได้ไหม ช้อยสั่งให้ลูกชายเลิกบ่นได้แล้ว หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเองแท้ๆยังมามีหน้าพูดมาก แช่มขู่ ถ้าเขาพินาศเพราะเรื่องนี้ คนอื่นก็ต้องพินาศไปด้วย เขาจะสารภาพกับตำรวจให้หมดเปลือก

“ข้าบอกให้เงียบ ปล่อยให้ข้าจัดการเอง ขืนเอ็งปากโป้ง เอ็งจะโดนเล่นงานไม่รู้ตัว ไม่กลัวรึ แบบเมื่อเช้า ถ้าข้ามาไม่ทันป่านนี้เอ็งคงไปอยู่กับไอ้คนต้มเหล้าเถื่อนในนรกแล้ว...ข้ามีธุระต้องไปทำแล้วข้าจะกลับมาหา เอ็งไม่ต้องไปกินของที่ใครเอามาให้นอกจากข้าวแดงของตำรวจ” ช้อยสั่งเสร็จก็ผละจากไป...

ทันทีที่เนียนรู้สึกตัว ร้องถามเรียมที่ยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ว่าทานตะวันเป็นอย่างไรบ้าง ปลอดภัยหรือเปล่าตอนนี้อยู่ที่ไหน เรียมต้องปลอบให้ใจเย็นๆ ทานตะวันปลอดภัยเพราะเนียนช่วยชีวิตไว้ แต่เป็นปอดบวม นอนหลับอยู่ข้างๆเตียงนี่เอง เนียนดีใจน้ำตาไหลพรากที่เธอไม่เป็นอะไร

“เนียนขอโทษเจ้าค่ะคุณเรียม เนียนพยายามจะพาคุณหนูกลับเรือนคุณท่านแต่...”

“หนูอี๊ดอาละวาดกัดเนียน หมอฉีดยากันบาดทะยักให้แล้ว ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษเนียน ฉันเลี้ยงลูกไม่เป็น เลี้ยงลูกไม่เก่งเหมือนเนียน” เรียมจับมือเนียนไว้น้ำตาคลอเบ้า

เนียนขอร้องไม่ให้เรียมพูดแบบนั้น เพื่อคุณหนูแล้วเธอทำให้ได้ทุกอย่าง เรียมสัญญาจะไม่ยอมปล่อยให้ทานตะวันทำแบบนี้กับเธออีกต่อไป จังหวะนั้น ทานตะวันละเมอออกมา

“ฉันกลัวฟ้าผ่า อย่าทิ้งฉันนะ อย่าทิ้งฉัน เนียนอย่าทิ้งฉัน...ไม่มีใครรักฉัน มีแต่คนรักนังติ๋ว นังลูกชู้”

เรียมมองเนียนกับเนื้อทองเป็นเชิงขอโทษ เนียนแก้ตัวแทนทานตะวันว่าคงเพ้อเพราะพิษไข้ และตกใจกลัวฟ้าผ่าต้นไม้ล้มลงมาตรงที่เราสองคนยืนอยู่ โชคดีที่รอดมาได้ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น แดงน้อยเปิดประตูเข้ามาพร้อมของเยี่ยม ถามเนียนว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอดีขึ้นแล้ว แต่คุณหนูยังแย่ ยังเพ้อเพราะพิษไข้

ทานตะวันเพ้อขึ้นอีกครั้ง “พี่แดงน้อยก็หลงรักนังติ๋ว”

เรียมถึงกับหน้าเสีย รีบเบนความสนใจ บอกแดงน้อยว่าอีกสักครู่เทิดศักดิ์กับท่านขุนคงจะมา เขาไม่คิดว่าทั้งคู่จะมาได้ พอดีเกิดคดีติดๆกันสามคดีและน่าจะโยงมาเป็นคดีเดียวกัน นายสาย คนต้มเหล้าเถื่อนและนายแช่ม ถูกวางยาพิษจากคนร้ายคนเดียวกัน

ooooooo

ขณะสนกำลังยัดผ้าโพกหัวกับเสื้อผ้าชุดที่ใส่ไปโรงพักซ่อนไว้ในหีบ เทิดศักดิ์เปิดประตูผลัวะเข้ามา เธอถึงกับสะดุ้งโหยง ร้องทักกลบเกลื่อนว่ากลับมาบ้านตอนกลางวันทำไม ไม่ต้องทำงานหรือ

“เพราะบ้านเรามีเรื่องมาตั้งแต่กลางคืนนี่ครับ หาน้องอี๊ดพบพาไปโรงพยาบาล กลับมาบ้านมีเรื่องนายสายคนรับใช้แม่สน ถูกวางยาพิษตาย”

สนแสร้งตกใจ ราวกับไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน เทิดศักดิ์เล่าเพิ่มเติมว่าคนร้ายใจอำมหิตมาก ไม่ได้มีนายสายคนเดียวเท่านั้นที่ถูกวางยา ยังมีคนจ้างวานเด็กให้เอาข้าวห่อใส่ยาพิษไปให้คนต้มเหล้าเถื่อนกับแช่มด้วย เขาสงสัยว่าคนที่ทำเรื่องนี้ต้องเป็นคนคนเดียวกัน สนเผลอดีใจร้องทักว่าตายทั้งสามคนเลยหรือ แต่แล้วสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าแช่มรอดตายเพราะช้อยมาห้ามไว้ทัน และดูเหมือนเธอจะรู้ด้วยว่าใครทำ

“ตายจริง แล้วนังช้อยมันให้การว่าอย่างไรบ้าง” สนพยายามไม่ให้เสียงสั่นเกรงลูกจะจับพิรุธได้

“มันไม่ได้ให้การครับ มันนิ่งเหมือนจงใจจะไม่บอกทั้งๆที่รู้ มันปิดบังอะไรไว้แน่นอนครับ มันอาจแวะมาหาคุณแม่ ถ้ามันมา คุณแม่พยายามหลอกล่อถามมันนะครับ ให้มันพูดออกมาว่าใครเป็นตัวการ เอ่อ...คุณแม่จะไปเยี่ยมน้องอี๊ดกับน้าเนียนไหมครับ”

สนส่ายหน้าอ้างปวดหัวมาก ฝากเขาไปเยี่ยมแทนด้วย แล้วถามว่ากลับมาเหนื่อยๆจะดื่มน้ำตาลสดแก้กระหายสักแก้วไหม เทิดศักดิ์แค่แวะมาเล่าเรื่องราวน่าสยดสยองให้ฟังเท่านั้น ตอนนี้เขาร้อนใจมากอยากรู้ว่าคนที่คุณพ่อกับแดงน้อยส่งไปตามจับตัวเด็กส่งข้าวได้ความว่าอย่างไรบ้าง แล้วขอตัวไปทำงานก่อน สนฝืนยืนส่งลูกจนลับสายตา ก่อนจะทรุดลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง พึมพำเสียงเครียด

“นี่มันอะไรกัน นรกเริ่มมากินข้าแล้วหรือนี่ นังช้อย เอ็งอย่ามาหาข้านะ อย่ามาทีเดียว ข้าเหนื่อยฆ่าคนเต็มทีแล้ว ข้าไม่อยากจนตรอกมากกว่านี้”...

“ดีขึ้นมากแล้วนะเนียน ถ้าเมื่อก่อนล่ะก็กรี๊ดใส่เนียนแล้ว คงกระดากน่ะ นิสัยเหมือนคุณพ่อของเธอ”

ขาดคำขุนภักดีลงจากเรือนมาอีกคนหนึ่ง เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยชะงักไปเล็กน้อย  ก่อนจะถามลอยๆว่าจะไปไหนกันหรือ เรียมยังไม่ทันจะตอบคำถาม นายเอกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แจ้งข่าวร้ายกับเนียนว่าลูกชายของอาเนิบน้องชายพ่อของเนียนที่สามชุกให้คนมาส่งข่าวว่าอาเนิบตายแล้ว  เรียมมองออกว่าเนียนอยากไปงานศพ แต่ไม่กล้าขออนุญาตขุนภักดี  จึงออกหน้าถามเขาให้เองว่าจะให้เนียนไปงานศพได้ไหม

“เอ๊ะ...เรื่องคนเจ็บคนตายใครจะห้ามจะหวงถ่วงเอาไว้มันก็ใจไม้ไส้ระกำเต็มทีสิ”

“ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ” เนียนว่าแล้วขยับจะไป ขุนภักดีร้องทัก ไม่เคยไปที่นั่นแล้วจะไปถูกได้อย่างไร

“จริงสิ เนียนแทบไม่เคยไปไหน ไปตลาดบ้างก็น้อยครั้ง แค่ทางในตัวเมืองยังรู้จักไม่หมดด้วยซ้ำ พี่เทพขาให้หาใครไปส่งได้ไหมคะ” เรียมว่าแล้วแอบยิ้ม ขุนภักดีให้เธอตัดสินใจเอาเองได้เลย แล้วหันไปเรียกนายเอกให้ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวจะไปทำงานสาย เนียนรอจนสองนายบ่าวลับสายตา จึงขอร้องเรียมอย่าให้มีการหมั้นระหว่างเทิดศักดิ์กับเนื้อทองเกิดขึ้น เธอปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล เธอเองก็ไม่ต้องการเช่นกัน...

ฝ่ายขุนภักดีคิดจะขอโทษที่เคยทำผิดกับเนียนไว้หลายเรื่องแต่กระดากใจ ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี หันไปปรึกษานายเอกคนสนิทซึ่งแนะให้ขอโทษไปตรงๆ แล้วขอร้องคนคนนั้นอย่าไปบอกใคร ขุนภักดีเห็นดีด้วย แต่ต้องหาโอกาสเหมาะๆก่อน นายเอกดีใจไปกับเนียนที่เจ้านายเริ่มใจอ่อน...

ทางด้านเนียนมากราบลาทองจันทร์เพื่อไปงานศพญาติที่สามชุก ทองจันทร์ถือโอกาสนี้ขอบใจเธอมากที่ช่วยชีวิตทานตะวันไว้ น้ำใจของเนียนครั้งนี้ช่างประเสริฐนักจนทองจันทร์ไม่มีวันเชื่อใครที่ใส่ร้ายเธออีกต่อไปแล้ว และยังขอบใจที่อดทน ไม่เคยมีท่าทีโกรธแค้นคนบ้านนี้ เพราะถ้าเนียนฮึดสู้ขึ้นมา ที่นี่คงปั่นป่วนมากกว่านี้

“ที่ข้าเอ่ยปากเรื่องนี้วันนี้ก็เพราะข้าปลง ชีวิตข้ามันนับถอยหลัง มีอะไรที่ควรพูดก็ต้องรีบพูดเสียก่อนที่จะไม่ได้พูด...เฮ้อ...คนเรากำหนดอะไรก็ได้แต่มิอาจกำหนดวันตายได้ ข้าเมตตาเอ็นดูเอ็งมากนะเนียน มาถึงยัยติ๋วข้ายิ่งรู้สึกว่ายังกับหลานแท้ๆข้าคนหนึ่งทีเดียว”

เนียนน้ำตาร่วงด้วยความซาบซึ้งใจ ทองจันทร์หยิกแก้มหยอกเธอหนึ่งที สั่งห้ามร้องไห้ ให้เก็บน้ำตาไว้ร้องตอนงานศพของตน เนียนถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก...

ขณะที่ทองจันทร์มีใจเอนเอียงเข้าข้างเนียนมากขึ้น ช้อยเจ็บใจที่สนเพิกเฉยไม่ยอมพูดกับขุนภักดีและเทิดศักดิ์เรื่องช่วยแช่ม ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกันรุนแรง เธอขู่จะเปิดเผยความลับเรื่องเทิดศักดิ์ สนโกรธมากตบเธอหน้าหัน ฐานลำเลิกบุญคุณ ช้อยทนไม่ไหวตบสนกลับแรงเท่ากัน เจ็บแค้นมากถึงขนาดขึ้นมึงขึ้นกู

“อีสน มึงข่มกูมานานหลายสิบปีตั้งแต่น้อยคุ้มใหญ่ มึงบังคับให้กูทำชั่วสารพัดเพื่อประโยชน์ตัวเอง มึงมันใจแคบ มึงปันให้กูเหมือนให้หมาข้างถนน ใครทนมึงได้อย่างกูที่ซื่อสัตย์ต่อมึงขนาดนี้ ไม่มีอีกแล้ว อีสนมึงจงจำไว้ถ้าหากว่ามึงไม่ช่วยลูกกูๆกูจะเปิดโปงมึงให้หมด มึงติดตะรางแน่อีสน มึงโดนประหารโดยฝีมือลูกมึงผัวมึง เชอะ...กูจะรอดูวันที่มึงถึงหลักประหาร กูให้เวลามึงถึงพรุ่งนี้ กูจะกลับมาใหม่” ช้อยพูดจบผละจากไป

“พินาศแล้วชีวิตข้า หมดสิ้นเพราะนังช้อยเสียกระมัง” สนสีหน้าหวาดวิตก ยิ่งเห็นหลังช้อยไวๆมุ่งหน้าไปทางเรือนทองจันทร์ยิ่งใจเสีย รีบสาวเท้าตาม

ooooooo

ไม่นานนัก ช้อยมาถึงเรือนทองจันทร์ แต่ถูกกบกับแมวขวางทางไว้ไม่ยอมให้ขึ้นไปพบคุณท่าน ทองจันทร์ได้ยินเสียงเอะอะโผล่หน้ามาดู ช้อยอ้างว่ามีเรื่องสำคัญจะมาเรียนให้ทราบ ถ้าพูดเรื่องแรกไปแล้วท่านไม่อยากฟัง ยินดีให้ถีบตกเรือนตายได้เลย ทองจันทร์สนใจเรียกเธอให้มาพบโดยมีกบกับแมวคอยตามมาคุมเชิงไม่ห่าง

“อีนังสองคนนั่นมิบังควรได้รับรู้ดอกเจ้าค่ะ เรื่องมันน่าอับอายมากเจ้าค่ะ” ช้อยกระซิบ

“เอ็งต้องการให้ข้าไล่นางกบกับนางแมวไป ถ้าเอ็งฆ่าข้า ใครจะเห็น”

ช้อยสาบานจะไม่แตะต้องทองจันทร์ ที่มานี่ก็เพื่อมาบอกความจริงไม่ได้จะมาเอาชีวิตใคร ตนเองต่างหากที่เสี่ยงชีวิตมาเปิดโปงเรื่องนี้ ทองจันทร์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะไล่กบกับแมว ช้อยรอให้ทั้งคู่พ้นสายตาเสียก่อนจึงสารภาพว่าเรื่องเสือหนักเป็นชู้กับเนียนไม่เป็นความจริง ทองจันทร์เคยเชื่อเรื่องที่สนกับช้อยกุขึ้น แต่ตอนนี้ไม่สนใจอีกแล้ว และอีกอย่างหนึ่ง สนรายงานให้ฟังแล้วว่าช้อยต่างหากที่ใส่ร้ายเนียน

“วันที่เรือล่ม หนูติ๋วไม่ได้ชวนคุณหนูอี๊ดไปพายให้เรือล่มดอกเจ้าค่ะ มีคนวางอุบายให้เกิดเหตุนี้ ตอนนี้คนให้เช่าเรือและรู้สาเหตุ มันก็โดนวางยาพิษตายไปแล้วเจ้าค่ะ เรื่องสุดท้ายสำคัญที่สุด เอาย่อๆ ก่อนนะเจ้าคะ ฟังแล้วอย่าอึ้ง ฟังแล้วเหยียบเจ้าค่ะ... คุณเทิดศักดิ์อาจจะไม่ใช่ลูกท่านขุนดอกเจ้าค่ะ” ช้อยว่าแล้วกราบลา ทำท่าจะไป หลังหายจากตกตะลึง ทองจันทร์เรียกให้เธอกลับมาก่อน ช้อยยิ้มอย่างผู้ชนะ

“อีกวันสองวันช้อยจะมาเล่าต่อเจ้าค่ะ วันนี้ช้อยต้องกราบลาไปเยี่ยมไอ้แช่ม กลัวเผลอไผลใครมาวางยาพิษมันตายอีกราย ช้อยคงอกแตกตายกลายเป็นนางฆาตกรฆ่าคนแน่ๆ เจ้าค่ะอ้อ...ช้อยขอฝากเอาไว้ถ้าไอ้แช่มไม่ได้ประกันตัวออกมา เกิดช้อยมีอันเป็นไป ไอ้แช่มมันมีอะไรจะกราบเรียนมากมายเจ้าค่ะเช่นเรื่องคนปล้ำคุณหนูอี๊ดครั้งกระนั้น” ช้อยปล่อยหมัดเด็ดเสร็จกลับออกไป ทิ้งให้ทองจันทร์ครุ่นคิดอยู่คนเดียว....

ขณะที่โฉมหน้าผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวเลวร้ายภายในบ้านภักดีภูบาลกำลังจะถูกเปิดเผย เรื่องที่เนียนคบชู้เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีเมื่อแดงน้อยคาดคั้นแพรกับโพล้งให้ตอบมาตามความเป็นจริงว่าผู้ชายที่ใครๆ กล่าวหาว่าเป็นชู้กับเนียนเป็นใครกันแน่ไม่ใช่เสือหนักใช่ไหม ทั้งคู่พยักหน้าให้กันก่อนจะตอบพร้อมกันว่า

“ไม่ใช่เสือหนัก แต่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของเนียน”

นายอำเภอหนุ่มยิ้มแย้มมีความสุข ในที่สุดเนียนจะได้พ้นทุกข์จากเรื่องนี้สักที

ooooooo

แดงน้อยไม่รอช้ารีบเข้าไปพบขุนภักดีที่ห้องทำงานแต่เช้า ขออนุญาตถามเรื่องส่วนตัวของเขา ขุนภักดียินดีตอบทุกคำถาม เพราะแดงน้อยเป็นเพื่อนสนิทของเทิดศักดิ์ ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญคงจะไม่ถาม แดงน้อยอยากทราบว่าตอนนี้เขายังคิดว่าเนียนมีชู้อยู่อีกหรือเปล่า ขุนภักดีเองก็ไม่อยากจะคิด แต่เจ้าตัวไม่เคยปฏิเสธสักครั้ง

“ขอประทานโทษครับ คุณพ่อคิดว่าน้องติ๋วเป็นลูกชู้หรือเปล่า”

ขุนภักดีอึกๆ อักๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก แดงน้อยตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อเนียนไม่เคยไปไหนเลยตั้งแต่เข้ามาอยู่ในบ้านภักดีภูบาล ถ้าผู้ชายคนที่ไปหาเนียนไม่ใช่ชู้แต่เป็นพี่ชายของเธอแล้วเนื้อทองจะเป็นลูกใคร ขุนภักดีถึงกับอึ้ง เพิ่งตระหนักว่าแท้จริงแล้วเนื้อทองเป็นลูกของตนเอง

“เรื่องทั้งหมดคือความจริงที่ผมถามมาจากแม่แพร ลุงโพล้งและยายอ่อนหมอตำแยที่ทำคลอดน้องติ๋ว คุณพ่อมีสิทธิ์ที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามแต่ครับ ผมขอตัวก่อน”

ขุนภักดีเชื่อคำพูดของแดงน้อยทุกประการ และขอบใจเขามากที่ให้ความกระจ่างเรื่องเนียนและเนื้อทอง แดงน้อยรับปากจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้ เพราะเป็นเรื่องที่ขุนภักดีต้องจัดการเอาเอง แล้วขอตัวไปทำงานต่อ ขุนภักดีน้ำตาซึมทั้งดีใจทั้งเสียใจ และละอายแก่ใจปนเปกัน

“เนียน....สุดที่รัก พี่ขอโทษ หนูติ๋วพ่อเสียใจ พ่อขอโทษ”

ooooooo

อาญารัก ตอนที่ 17

อ่านเรื่องย่อ

อาญารัก

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement