advertisement

อาญารัก ตอนที่ 10

บทประพันธ์ จำลักษณ์ จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย วรพันธ์ รวี
16 มิ.ย. 2556 07:51

สนใช้เหตุการณ์ที่ทานตะวันถูกฉุดใส่ความเนียนว่ารู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ และที่เธอยอมเจ็บตัวปกป้องคุณหนูบ้านภักดีภูบาลเป็นเพียงการเล่นละครตบตา ทานตะวันเกลียดขี้หน้าสองแม่ลูกเนียนกับเนื้อทองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเชื่อหมดใจว่าเป็นความจริง

“แม่สนแก้แค้นให้หนูนะคะ” ทานตะวันออดอ้อน

“แหม เพิ่งเกิดเรื่องเกิดราวไปติดๆกัน ขืนแม่สนก่อเรื่องอีก โดนจับได้แม่สนตายแน่ๆค่ะ แม่สนตายหนูอี๊ดก็ตายด้วยเพราะเราวางแผนด้วยกัน แม่สนรู้ว่าหนูอี๊ดอัดอั้นตันใจ ขอเวลาแม่สนหาทางก่อนนะคะ แต่ตอนนี้ทำตัวดีๆเหมือนขอบใจที่เนียนมันช่วยหนูให้พวกมันตายใจก่อน นังสองคนนั่นมันโง่หลอกง่ายจะตายไป”

ทานตะวันจะฝืนใจทำตามคำแนะนำของสนเพื่อรอโอกาสแก้แค้น คุณนายเรือนเล็กยิ้มให้เป็นทำนองว่าดีแล้ว แต่ในใจแอบสมเพชทานตะวันที่โง่เง่าให้ตนสนตะพาย...

ครู่ต่อมา ทานตะวันมาเยี่ยมๆมองๆเนียนซึ่งกำลังจัดดอกไม้สำหรับไหว้พระอยู่บนเรือนทองจันทร์ เธอยังทำใจไม่ได้ตามที่สนสอนไว้ ได้แต่จ้องมองตาขวาง เนียนรู้สึกตัวว่ามีคนมอง เงยหน้าดูเห็นสายตาเกลียดชังของทานตะวันแล้วถึงกับน้ำตาซึม ถามว่ามีอะไรจะให้ตนรับใช้หรือเปล่า

“ถ้าแกไม่ได้ฟ้องไอ้เสือหนักชู้ของแก แต่แกตั้งใจช่วยฉันจริงก็ขอบใจนะ” ทานตะวันฝืนใจตัวเองแทบตายเนียนดีใจน้ำตาไหลพราก เผลอจะเข้าไปจับเนื้อจับตัว ทานตะวัน แต่เธอถอยกรูด

“นี่...อย่ามาแตะต้องตัวฉันทีเดียว ขนาดเมื่อวานแกมาโอบมากอดฉัน...ฉันยังเอาทั้งสบู่ทั้งมะขามเปียกขัดคราบโสมมของแกเกือบตาย” ทานตะวันเห็นเนียนร้องไห้อีก หมั่นไส้มากว่าประชดว่า “เจ้าน้ำตาเหลือเกิน ทำไมแกไม่ไปขอเล่นลิเกเป็นตัวแม่นางเอก”

เนื้อทองเข้ามาเห็นแม่น้ำตานองหน้า ถามว่าเป็นอะไรไป ทานตะวันแดกดันว่าเป็นนางสำออย ได้ยินคำขอบใจจากเธอแค่นั้นก็น้ำหูน้ำตาร่วงเป็นเผาเต่า เนื้อทองแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าทานตะวันจะขอบใจใครเป็น...

ขณะที่ทานตะวันแสร้งทำดีกับเนียนให้ตายใจ เทิดศักดิ์มาสืบข่าวเรื่องแช่มตามที่สนอ้าง ถึงบ้านคุณตากำนันแสงโดยมีนายเอกเป็นผู้ติดตาม จึงได้ทราบความจริงจากปากคุณตาเองว่า แช่มไม่ใช่ญาติพวกเราแต่เป็นลูกชายของช้อยซึ่งกำลังหลบหนีทหาร เขาไม่มีวันกล้ามาที่นี่เพราะกลัวจะถูกจับ เทิดศักดิ์มั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง สั่งห้ามนายเอกพูดเรื่องนี้เด็ดขาด ตัวเขาเองก็จะไม่ถามแม่เช่นกัน

ooooooo

วันนี้เนื้อทองกับทานตะวันต้องเดินทางเข้าบางกอก ไปรับใบวุฒิการศึกษา ม.8 ที่โรงเรียนของนฤมลเพื่อไว้ใช้สำหรับศึกษาต่อ ทานตะวันคุยข่มเนื้อทองว่าไม่คิดจะเรียนต่อที่นี่ แต่จะให้คุณพ่อส่งไปเรียนที่ฝรั่งเศสให้ใครต่อใครอิจฉาเล่น นฤมลเป็นห่วงสองสาวจะกลับสุพรรณบุรีกันอย่างไร ทานตะวันให้พี่เทิดศักดิ์มารับ

“หนูต้องไปดูผลสอบชิงทุนค่ะ ขอตัวนะคะ คุณป้านฤมลคะ คืนนี้หนูขอกลับมานอนกับคุณป้าพรุ่งนี้ค่อยกลับสุพรรณบุรีเองค่ะ”

นฤมลอวยพรให้เนื้อทองโชคดีสอบชิงทุนได้ ทานตะวันก็ขอให้เธอโชคดีเช่นกัน ไม่เช่นนั้นคุณแม่กับคุณย่าของตนคงจะโชคร้ายเพราะต้องเสียเงินส่งเสียให้เธอเรียนต่อ เนื้อทองไม่สนใจคำแดกดันของทานตะวัน ไหว้ลานฤมล แล้วรีบออกไป นฤมลหันมองทานตะวันที่มองตามเนื้อทองอย่างเหยียดๆ

“คนที่ชอบทับถมเหยียบย่ำคนอื่น จะเจ็บช้ำมากกว่าคนที่ตนไปเหยียบย่ำถ้าถึงวันที่ตนเองล้มลง แล้วโดนเหยียบย่ำบ้าง บางคนอับอายขายหน้าถึงกับฆ่าตัวตายมาแล้ว หนูพร้อมทุกอย่าง แต่ขาดอย่างเดียวที่มันทำให้หนูหมดสวย หนูขาดความเมตตาปรานี หามาเติมหัวใจของหนูเสียสิทานตะวัน ป้าคงเตือนหนูได้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะหนูเรียนจบแล้ว” นฤมลสั่งสอนด้วยความหวังดี ทานตะวันยักไหล่ไม่ยี่หระ

“คนอย่างหนูไม่มีวันล้มลงให้ใครมาเหยียบย่ำหรอกค่ะ คุณป้า ลืมแล้วหรือคะว่าหนูลูกใคร” ทานตะวันวางท่าหยิ่งผยอง ขณะที่นฤมลได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอา...

ไม่นานนัก เนื้อทองมาถึงสถานที่ติดประกาศผลการสอบชิงทุน ลูบไล้รายชื่อบนกระดานด้วยน้ำตานองหน้า แดงน้อยและเทิดศักดิ์เข้ามายืนประกบซ้ายขวา เห็นรายชื่อเนื้อทองเป็นผู้ได้รับทุนการศึกษา ต่างแสดงความยินดีด้วย เทิดศักดิ์ทวงถามว่าสอบได้ทุนเรียนต่อจะเลี้ยงอะไรเราสองคน

“น้ำแข็งเปล่าคนละหนึ่งแก้วค่ะ”

“โอ้โฮ...เค็มแฮะ” แดงน้อยและเทิดศักดิ์พูดขึ้นพร้อมกัน ทั้งสามคนต่างหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข...

ทางด้านทานตะวันไม่พอใจมากที่เทิดศักดิ์ไม่มารับ กลับส่งนายเอกให้มาทำหน้าที่แทน หนำซ้ำรถยนต์ก็ไม่ได้ทิ้งไว้ให้ใช้ ต้องให้เธอนั่งสามล้อรับจ้างไปต่อเรือที่ท่าน้ำอีกทอดหนึ่ง

“ฉันไม่กลับ ถ้าฉันไม่ได้นั่งรถเก๋ง ฉันไม่ต้องการนั่งเรือ...หรือว่าพี่เทิดศักดิ์ไปหานังติ๋ว” คิดได้ดังนั้นก็ยิ่งเจ็บใจ ทานตะวันเดินกระทืบเท้าปังๆกลับเข้าโรงเรียน

ooooooo

หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวฉลองความสำเร็จให้เนื้อทองเรียบร้อย เทิดศักดิ์มองสบตาเพื่อนรักเหมือนจะทวงสัญญาลูกผู้ชายที่เคยให้ไว้ แดงน้อยพยักหน้ารับอย่างรู้ทัน

“เทิดศักดิ์เขาอยากจะเลี้ยงหนังน้องติ๋ว”

“เอ่อ...พี่ยังไม่ได้บอกน้องติ๋วเรื่องของพี่...พี่กำลังจะติดดาวอาทิตย์หน้า”

“หนูดีใจด้วยค่ะ”

แดงน้อยย้ำเตือนว่าแสดงความยินดีแล้วอย่าลืมเรื่องไปดูหนังฉลองความสำเร็จกับเทิดศักดิ์ เนื้อทองชวนแดงน้อยไปด้วยกันเพราะถูกใจเขาตั้งแต่แรกเห็น เขาปฏิเสธว่าไปไม่ได้มีธุระสำคัญต้องทำ เนื้อทองผิดหวังแต่แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ ถ้าเทิดศักดิ์ไปดูหนังกับเธอแล้วใครจะไปรับทานตะวันกลับสุพรรณบุรี

“พี่ให้นายเอกไปรับแล้วครับ” เทิดศักดิ์พูดจบมองสบตาแดงน้อยเป็นทำนองขอบใจ...

ในเวลาต่อมา เทิดศักดิ์พาเนื้อทองมาส่งที่โรงเรียนของ นฤมล เธอขอโทษเขาที่เปลี่ยนจากดูหนังไปเที่ยวสวนสัตว์แทน เทิดศักดิ์ไม่เกี่ยง ไปที่ไหนก็ได้ขอให้มีเธอไปด้วยก็พอใจแล้ว เพราะเธอคือดวงตาดวงใจของเขา เนื้อทองไม่ได้มีใจให้เทิดศักดิ์ รีบตัดบทบอกให้เขาส่งแค่นี้ก็พอ

“ตกลงพรุ่งนี้พี่จะมารับกลับสุพรรณบุรี”

เนื้อทองไม่อยากมีปัญหา ขอกลับเองดีกว่า เทิดศักดิ์พยักหน้าเข้าใจ แล้วหันหลังจะไป ทานตะวันวิ่งพรวดออกมาจากโรงเรียนผลักเนื้อทองเต็มแรงจนเซถลา

“ที่แท้ก็พานังลูกคนใช้ไปเที่ยวมาจนไม่ยอมพาน้องกลับบ้าน” ทานตะวันเข้าไปทุบตีดึงทึ้งเนื้อทองอุตลุด “แกยั่วยวนพี่เทิดศักดิ์ แกรู้ว่าเขาจะมารับฉัน แล้วทำไมแกยังอ้อนเขาให้ไปเที่ยวกับแก นี่ๆๆๆ จะตีแกให้สำนึก จะฟ้องคุณพ่อ คุณย่า คุณแม่ แม่สน ฟ้องมันทุกคน” ทานตะวันด่าว่าเนื้อทองฉอดๆๆ มือก็จิกตีไม่ยั้ง

เทิดศักดิ์ทนดูต่อไปไม่ไหวสั่งให้หยุดทำร้ายเนื้อทองเดี๋ยวนี้ ทานตะวันไม่ฟังยังคงทุบตีคู่อริไม่มีทีท่าจะหยุด นฤมลปรี่เข้ามาดึงตัวทานตะวันออก

“ที่นี่โรงเรียนกุลสตรี เราสอนให้คนเป็นคน ไม่ได้สอนให้เป็นอันธพาล หยุดทำร้ายเนื้อทอง เทิดศักดิ์ช่วยพาน้องสาวของเธอกลับบ้าน”

“ครับคุณป้านฤมล ผมขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องไม่เหมาะสม...น้องอี๊ดขึ้นรถ” เทิดศักดิ์สั่งเสียงเข้ม...

ธุระสำคัญที่แดงน้อยว่าคือไปดูผลสอบชิงทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ เขาเดินยิ้มหน้าบานออกมาจากสถานที่ประกาศผลสอบ

“ลุงสินครับ ผมกำลังจะได้เป็นปลัดอำเภอ นายอำเภอปริญญาโทหัวนอก ผมจะกลับมาจับเสือหนักให้ลุงดูเป็นขวัญตา” แดงน้อยตะโกนลั่นด้วยความดีใจ

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงบ้านภักดีภูบาล เนื้อทองแจ้งข่าวดีให้แม่ทราบว่าสอบชิงทุนเรียนต่อได้แล้ว เนียนดึงลูกมากอดไว้ ชมไม่หยุดปากว่าเก่งเหลือเกิน กบพลอย ตื้นตันไปด้วย

“หนูติ๋วเก่งที่สุด น้ากบดีใจด้วยจริงๆจ้ะ”

เนื้อทองฝันหวานอีกไม่กี่ปี เธอจะเลี้ยงดูแม่ได้แล้ว สองแม่ลูกกอดกันกลมอย่างมีความสุข...

เสร็จจากช่วยเนียนในครัว กบถูกทองจันทร์เรียกตัวให้มาช่วยแมวขัดเครื่องทองเครื่องเพชรให้ ทองจันทร์เห็นสมบัติมากมายของตัวเองแล้วให้นึกปลง ตายไปของพวกนี้ก็คงเอาติดตัวไปด้วยไม่ได้

“แปลว่าคุณท่านจะทิ้งสมบัติมากมายนี่หรือเจ้าคะ”

“อย่าทิ้งนะเจ้าคะ แมวยังไม่ปลงเจ้าค่ะ”

“อ้าว...เอ็งนี่ลามยิ่งกว่าขี้กลาก ของของข้ามันต้องให้คนที่เหมาะสมใส่ เอาล่ะ นี่แหวนพลอยแถวสีแดงกับสีฟ้า สมัยแม่ข้าเขามีเอาไว้แจกพวกบ่าว” ทองจันทร์ส่งแหวนให้แมวกับกบคนละหนึ่งวง ทั้งคู่ถึงกับตะลึงอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก ทองจันทร์แกล้งชักมือกลับ

“ตกลงเอ็งสองคนไม่ต้องการแหวนของข้า”

ทั้งกบและแมวรีบรับแหวนเอาไปสวม มองอย่างชื่นชม ทานตะวันเข้ามาอ้อนหอมแก้มทองจันทร์ พูดทีเล่นทีจริงว่าคุณย่าเอาสมบัติออกมาจะยกให้เธอหรือ ทองจันทร์จะให้ของใครต้องมีโอกาสที่เหมาะสม

“หนูเรียนจบ ม.แปด เหมาะไหมคะคุณย่า”

“เหมาะจ้ะ เอาสร้อยข้อมือนพเก้านี่ไปสิหลาน”

ทานตะวันไม่อยากได้สร้อยเส้นนี้ กลับคว้าสร้อยคอทองคำขาวมีจี้เพชรโบราณห้อยอยู่ขึ้นมา จะขอเปลี่ยนเป็นเส้นนี้แทน ทองจันทร์ส่ายหน้าไม่ให้ เธอถึงกับหน้าคว่ำ เดินสะบัดลงจากเรือนทองจันทร์ วิ่งโร่ไปฟ้องสนว่าคุณย่าไม่ยอมให้สร้อยห้อยจี้เพชรโบราณตามที่เธอขอ

“ตาย...แม่สนเสียใจด้วยนะคะที่คุณย่าไม่ยอมให้ สร้อยเพชรนั่นแม่สนก็เคยเลียบๆ เคียงๆขอ คุณนายเรียมก็เคยเปรยว่าชอบมาก คุณพ่อหนูก็เคยบอกคุณย่าว่าให้ใครไปสักคนก็ได้”

“แต่คุณท่านก็ไม่ยอมให้ใครสักทีนะคะ ความจริงคนที่ท่านสมควรให้ที่สุดคือคุณหนูอี๊ด”  ช้อยผสมโรง เทิดศักดิ์เดินยิ้มระรื่นถือหนังสือพิมพ์เข้ามาแจ้งว่ามีข่าวดีมาบอกพร้อมกับยื่นหนังสือพิมพ์ที่มีประกาศของทางราชการอยู่ด้านในให้ทานตะวันดู สนกับช้อยตกใจคิดว่าเป็นประกาศจับคนร้ายที่มาปล้ำทานตะวันได้

“ประกาศชื่อผู้สอบชิงทุน ก.พ.ไปเรียนปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์การปกครองหนึ่งทุน ได้แก่ นายแดงน้อย...” เทิดศักดิ์อ่านยังไม่ทันจบ ทานตะวันส่งเสียงไชโยลั่นด้วยความดีใจ ชมแดงน้อยไม่หยุดปากว่าเก่งมาก สองนายบ่าวตัวดีถึงกับถอนใจโล่งอก

ooooooo

ถึงเวลาตามนัดจะไปบ้านภักดีภูบาล แดงน้อยคว้ากระเป๋าสัมภาระลงมารอเทิดศักดิ์อยู่หน้าร้านกาแฟไทยเจริญ แพรฝากความคิดถึงและห่วงใยไปให้เนียนด้วย แดงน้อยอยากรู้ว่าแพรกับโพล้งรู้จักเนียนตอนไหน

“เอ่อคนบ้านเดียวกันมันก็รู้จักกันทั้งหมู่บ้าน นั่นแหละ” แพรอ้อมแอ้ม

“ผมเคยพบน้าเนียนมาแล้วสองครั้ง แกเป็นผู้ใหญ่ที่ดี น่ารักมากครับ ผมยังแปลกใจตัวเองว่าทำไมผมรู้สึกเหมือนเคยพบกับน้าเนียนมาก่อน เหมือนผูกพันกันมากๆ”

แพรกับโพล้งถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก จังหวะนั้น เทิดศักดิ์ในชุดนายร้อยตำรวจยิ้มหน้าระรื่นเข้ามารายงานตัว ทั้งแพรและโพล้งอดปลื้มใจแทนเสือหนักไม่ได้ดึงเขาเข้ามากอด แสดงความยินดีด้วย

“ขอบคุณมากครับ ผมมารับว่าที่ข้าหลวงใหญ่ในอนาคต ไปเที่ยวบ้านผมที่สุพรรณบุรีครับ”

“ไปเถิดพ่อคุณ” แพรพยักหน้า มองตามสองหนุ่มจนลับสายตา ดีใจไปกับเนียนด้วยที่จะได้เจอลูกพร้อมหน้า พร้อมตา โพล้งกำชับแพรว่าอย่าเพิ่งบอกแดงน้อยเรื่องที่เนียนยกที่นาผืนนั้นให้ รอให้เขากลับจากเมืองนอกก่อน ส่วนยายอ่อน ถ้าอยากได้ที่ผืนนี้จริงก็ให้รอไปก่อน...

ผ่านไปไม่นาน แดงน้อยกับเทิดศักดิ์มาถึงบ้านภักดีภูบาล สนปลื้มใจมากที่เห็นลูกชายในชุดนายร้อยตำรวจ รีบดึงตัวมากอดไว้ แดงน้อยปราดเข้าไปไหว้สวัสดีเนียนที่นั่งหลบมุมอยู่ สนไม่พอใจ ทักท้วงว่าไปไหว้เธอทำไม นั่นบ่าวไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่ แดงน้อยไหว้เนียนเพราะเคารพในความน่านับถือไม่ใช่ไหว้ที่ฐานะ

“ฉันยกย่องเนียนให้เป็นน้องสาวของฉัน ฉันไม่พอใจทุกทีที่มีใครพูดจาจิกหัวคุกคามข่มขู่เนียน หนูติ๋วพาพี่แดงน้อยไปดูห้องที่หนูจัดไว้ให้พี่เขาสิ” เรียมสั่งการ ทานตะวันอยากอยู่ใกล้ชิดแดงน้อย จึงอาสาจะพาไปเองแล้วคว้ามือเขาไว้ เรียมบอกเทิดศักดิ์ให้นอนกับแดงน้อยที่เรือนนี้เลย

“ครับคุณนายแม่...น้องอี๊ดไม่ต้องพาแดงน้อยไป พี่จัดการเอง”

ทานตะวันชักสีหน้าไม่พอใจ เรียมแนะถ้าอยากมีส่วนร่วมให้ลงครัวไปช่วยทำกับข้าวให้แดงน้อยกิน เธอไม่มีวันลดตัวลงไปที่นั่นเด็ดขาด หน้าที่ทำอาหารเป็นของพวกบ่าวรับใช้ เนียนอาสาจะจัดการเรื่องกับข้าวกับปลาเอง แดงน้อยยกมือไหว้ขอบคุณเนียน สร้างความขุ่นเคืองให้สนกับทานตะวันยิ่งขึ้น...

ระหว่างที่ขุนภักดี เรียม เทิดศักดิ์ ทานตะวัน และแดงน้อยนั่งล้อมวงกินอาหารที่เนียนทำอย่างสุดฝีมือเพื่อลูกชายคนโตโดยเฉพาะ ทานตะวันคอยเอาอกเอาใจ ตักอาหารให้แขกผู้มาเยือนจนออกนอกหน้า เรียมต้องคอยเตือนลูกเป็นระยะๆ แดงน้อยรู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง ปรายตาไปข้างล่างเห็นเนียนยืนหลบๆ แถวต้นมะขาม กำลังจ้องมาที่ตนเอง ถึงกับถือช้อนค้าง ขุนภักดีแปลกใจ มองตามสายตาแดงน้อยเห็นเนียนเช่นกัน

เนียนสะดุ้งโหยงรีบหลบหลังต้นไม้ เนื้อทองเดินมาหาแม่พอดี ถามว่ามายืนทำอะไรตรงนี้ เธออึกๆอักๆ ไม่รู้จะตอบอย่างไร เนื้อทองมองขึ้นไปบนเรือนท่านขุนเห็นพวกคุณๆ กำลังล้อมวงกินอาหารกัน ถึงบางอ้อทันที

“แม่เนียนมาแอบมองคุณหนูอี๊ดอีกแล้ว”

“เอ่อ...แม่ว่าหนูไปเรือนคุณท่านกันเถิด ป่านนี้ท่านเรียกหาแล้วจ้ะ” เนียนพูดจบรีบดึงแขนเนื้อทองออกไป

ooooooo

ทองจันทร์ถูกใจเนื้อทองมาก หยิบจับอะไรดูดีไปหมด ไม่ว่าจะจีบพลูเจียนหมาก ทำขนมก็อร่อย แถมยังเรียนหนังสือเก่ง สอบชิงทุนได้ทำให้เธอประหยัดเงินค่าเล่าเรียนได้อีกโข จึงตัดสินใจยกสร้อยห้อยจี้เพชรโบราณเส้นที่ใครๆอยากได้ให้เนื้อทองเป็นรางวัล พร้อมกับสวมให้เสร็จสรรพ

“สวยมากรู้ไหม เป็นของข้าตั้งแต่ยังเป็นสาวที่สวยมากๆ”

“คุณย่าชมตัวเองด้วย แต่ผมก็เชื่อว่าสวย จี้นี่สักห้าร้อยบาทได้ไหมครับ” เทิดศักดิ์กระเซ้า

“ดูถูกสร้อยย่ารึ เดี๋ยวตีตาย ห้าหมื่นยังเอาไม่อยู่ ยัยติ๋วเอ็งเอาไปอวดแม่เอ็ง บอกว่าข้าสั่งห้ามร้องไห้อีก ข้าเหนื่อยใจแทนมัน”

เนื้อทองก้มกราบ ทองจันทร์ดึงมือเธอมาวางบนตักตัวเอง เทิดศักดิ์พลอยดีใจไปกับเธอด้วยที่คุณย่าเมตตา แล้วแบมือขอรางวัลจากท่านบ้าง ทองจันทร์ย้อนถามว่าสอบชิงทุนได้หรือเปล่า หรือว่าสอบได้ที่หนึ่ง เขาหัวเราะแทนคำตอบ พลอยทำให้ทองจันทร์ขำไปด้วย...

ทางด้านเนียนมาเดินวนเวียนอยู่ใกล้ๆเรือนท่านขุนเพื่อแอบมองแดงน้อย ทานตะวันย่องมาทางด้านหลัง ตะคอกถามว่ามาแอบดูอะไร เนียนแก้ตัวว่าเอาขนมมาให้

“มาแล้วก็รีบไปสิ จะมาร่ำไรทำอะไรอยู่...ใช่แล้ว แกชอบมาแอบมองฉัน...ถ้าแกแอบมองฉันอีก ขอให้แกตาเน่าตาหนอนไปให้พ้นนะ ไป...ไปสิ” ทานตะวันไล่ส่ง เนียนจำต้องถอยออกมา

ทันทีที่เธอคล้อยหลัง แดงน้อยลงจากเรือนมาถามทานตะวันว่าเมื่อครู่เขาเห็นน้าเนียนอยู่แถวนี้ ทานตะวันปฏิเสธว่าไม่อยู่ เขาคงจะตาฝาดไปเอง แล้วดึงมือแดงน้อยจะพาไปเรือนเล็ก เขาขืนตัวไว้

“น้าเนียนอยู่ที่ไหนครับ พี่อยากเจอ”

“ไม่ต้องไปเจอมันดอกค่ะ มันทำงานอยู่ตามก้นครัว คุณพ่อไม่ต้องการให้มันออกมาเพ่นพ่านเพราะมันสร้างความอับอายให้บ้านเรา เรื่องเป็นชู้กับเสือหนัก มันเคยเป็นเมียน้อยคุณพ่อ ต่อมาแอบเป็นชู้กับเสือหนัก นังติ๋วนั่นแหละค่ะ ลูกเสือหนัก” ทานตะวันร่ายยาว ขณะที่แดงน้อยชะเง้อคอมองหาเนียน...

ฝ่ายเนียนแอบตามแดงน้อยกับทานตะวันมาห่างๆ เนื้อทองเข้ามาสะกิดด้านหลัง กระเซ้าว่าตามดูทานตะวันทุกวันไม่เบื่อหรือ เนียนไม่ได้ตามดูเธอ แต่อยากคุยกับแดงน้อยต่างหาก แล้วเหลือบเห็นสร้อยห้อยจี้เพชรที่

คอลูก นิ่วหน้ามองสงสัย เนื้อทองเดาสายตาแม่ออก จึงบอกว่าคุณท่านให้มา สวยไหม

“สวยที่สุดจ้ะ หนูได้ของสวยงามราคาแพงจากคุณท่าน แปลว่าหนูโชคดีมาก หนูต้องดูแลคุณท่านให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ท่านเมตตาหนู” เนียนปลื้มใจมากทำท่าจะร้องไห้

“คุณท่านสั่งมาห้ามแม่ร้องไห้อีกจ้ะ ท่านคงอยากให้แม่ยิ้ม”

“จ้ะ แม่จะพยายาม เออ...หนูติ๋วจ๋า แม่อยากคุยกับคุณแดงน้อย เชิญเขามาคุยกับแม่สักครั้งได้ไหม” เนียนมองไปทางแดงน้อยด้วยสีหน้ามีความหวัง

ooooooo

ขณะสน ทานตะวัน และแดงน้อยกำลังคุยถึงเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ  เนื้อทองเข้ามาแจ้งแดงน้อยว่า แม่เนียนให้มาเชิญไปพบ สนเอ็ดตะโรลั่น

“สะเออะ เป็นขี้ข้าอย่าเสนอหน้ามาขอพบเพื่อนของนาย อย่าไปนะคะแดงน้อย”

ทานตะวันเห็นสร้อยเพชรที่คอเนื้อทอง ชี้หน้ากล่าวหาว่าไปขโมยสร้อยของคุณย่าที่เธอเคยขอมาใส่ สนยุให้กระชากเอาไปคืนคุณท่าน ทานตะวันปรี่เข้าหา เนื้อทองถอยกรูด พลางร้องบอกว่าคุณท่านเป็นคนให้เธอเอง สนกับทานตะวันไม่เชื่อ จะเอาสร้อยคืนให้ได้ แดงน้อยขอร้องให้ไปถามความจริงจากคุณย่าก่อน

“ถามทำไมกันคะ ก็สร้อยกับจี้นี่หนูเพิ่งขอคุณย่าเมื่อไม่นานมานี่ แต่คุณย่าไม่ยอมให้ หนูน่ะหลานแท้ๆ แต่มันลูกชู้ คนรู้กันทั้งสุพรรณบุรี เรื่องอะไรคุณย่าจะไปให้มัน”

ก่อนเรื่องจะบานปลาย เทิดศักดิ์เข้ามาห้ามทัพเสียก่อน สั่งให้แม่กับน้องเลิกโวยวายได้แล้ว ตนเห็นกับตาว่าคุณย่าสวมสร้อยเส้นนั้นให้เนื้อทองด้วยมือท่านเอง สนกับทานตะวันถึงกับอึ้ง ด้วยมีนิสัยอันธพาลเป็นทุนเดิม เล่นงานเรื่องสร้อยเพชรไม่ได้ สนหาเรื่องด่าว่าเนียนที่บังอาจส่งลูกสาวมาเชิญแขกของเจ้านายไปพบ

“ผมเองต่างหากครับที่กำลังจ้องหาโอกาสจะไปพบปะพูดคุยกับน้าเนียน เพราะน้าเนียนกับแม่แพรของผมนับญาติเป็นพี่น้องกัน” แดงน้อยแก้ต่างให้เนียน

“ตายแล้ว...ลดตัวลงไปนับญาติกับขี้ข้าทำไมกันคะ นังติ๋วแกก็เหมือนกัน ต่อไปนี้อย่าทะลึ่งไปเรียกพี่แดงน้อยว่าพี่ แกต้องเรียกว่าคุณแดงน้อย”

เนื้อทองไม่อยากฟังคำเหยียดหยามอีกต่อไป เสร็จธุระของตัวแล้ว จึงขอกลับไปทำงานต่อ ทั้งสนและทานตะวันพยายามโน้มน้าวไม่ให้แดงน้อยไปพบเนียน แต่ไม่สำเร็จ...

ทางด้านเรียมดีใจมากเมื่อรู้ว่าทองจันทร์มอบสร้อยพร้อมจี้เพชรให้เนื้อทองตามที่ตนขอไว้ ทองจันทร์อดถามไม่ได้ ทำไมเรียมถึงอยากให้อะไรต่ออะไรเด็กคนนั้นนัก ผู้อ่อนวัยกว่านิ่งคิดคำตอบอยู่ครู่หนึ่ง

“เอ่อ...เพราะว่ายัยติ๋วคนนี้เป็นคนดีมีอนาคต ผิดกับหนูอี๊ดของเรียม ทั้งที่เกิดวันเดียวกัน เรียมหวังจะให้แกเป็นที่พึ่งของหนูอี๊ดในภายภาคหน้าที่ไม่มีเรียมแล้วค่ะ ก็เลยอยากให้แกดูดี”

“เหตุผลก็ใช้ได้นะ แต่แม่ฟังไม่ค่อยจะขึ้น เด็กมันไม่ใช่พี่น้องกัน มันจะมาดูแลกันทำไม มิหนำซ้ำไอ้คนฝ่ายเราจ้องคอยจิกคอยทึ้งเขาตลอดเวลา”

“แต่เรียมมั่นใจว่าเนียนไม่ได้มีชู้และถ้าเนียนไม่มีชู้ หนูติ๋วก็คือลูกพี่เทพเป็นพี่น้องกับหนูอี๊ด”

“ไฮ้...แม่ฟังแล้วเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เอาเถิด ยัยติ๋วมันเป็นเด็กดีจริงๆ แม่ยอมรับ เผื่อเรื่องที่แม่เรียมพูดเป็นความจริง เกิดแม่ไม่ให้มัน แต่ดันตายเสียก่อน วิญญาณแม่คงตาค้างหลับไม่ลง ปล่อยให้หนทางพิสูจน์ม้า เวลาพิสูจน์เนียน” ทองจันทร์เริ่มมีใจเอนเอียงตามคำพูดของเรียม...

ในเวลาเดียวกันที่เรือนเล็ก สน ทานตะวัน และช้อยยังคงสุมหัวปรึกษากันว่าจะจัดการกับสองแม่ลูกเนียนและเนื้อทองอย่างไรดี ทานตะวันชวนสนตามไปด่านังสองคนนั่นให้หูชาไปเลย ช้อยทำท่าสยอง ขืนไปวุ่นวายที่เรือนคุณท่านรังแต่จะหาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ สนเห็นด้วย เสนอให้ทานตะวันไปฟ้องท่านขุน

“ไปยุแยงตะแคงรั่วให้คุณพ่อด่าพวกมัน เอาจี้เพชรคืนมาให้ได้เจ้าค่ะ” ช้อยเสริม ทานตะวันพยักหน้ารับคำ จํ้าพรวดๆลงเรือนไป สนหันมายิ้มให้ช้อยที่ทานตะวันหัวอ่อนยอมให้ตนสนตะพายอีกครั้ง

ooooooo

ในที่สุดเนียนก็ได้เจอแดงน้อยแบบตัวต่อตัวสมใจ ทีแรกเธอสั่นไปหมด จะพูดจะจาอะไรก็ติดๆขัดๆด้วยความคิดถึงลูกใจจะขาด เนียนเอื้อม

มือสั่นเทาไปจับแขนเขา แววตาแสดงถึงความรักใคร่เทิดทูนอย่างเปิดเผย ไม่ต้องกลัวใครจะจับผิด เพราะตรงนั้นมีเพียงเธอ แดงน้อย และเนื้อทองเท่านั้น

เนียนพยายามกลั้นสะอื้น แต่ทำไม่สำเร็จ นํ้าตาแห่งความปลาบปลื้มเอ่อล้นอย่างช่วยไม่ได้ แดงน้อยตกใจ ตัวเองทำอะไรให้เธอไม่สบายใจหรือเปล่า

“เปล่า...น้า เอ่อตื้นตันใจดีใจแทนพี่แพรที่มี

ลูกชายโตเป็นหนุ่มขนาดนี้” คำพูดประโยคแรกหลุดออกจากปากมาได้ ประโยคต่อมาสำหรับเนียนไม่ยากอีกต่อไป คำถามพรั่งพรูไม่ขาดสาย สีหน้าแววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุข จนเนื้อทองอดประหลาดใจไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเห็นแม่คุยเก่งยิ้มเก่งวันนี้เอง ขอบคุณแดงน้อยมากที่ทำให้แม่ของเธอมีความสุข ขณะที่เนียน แดงน้อย และเนื้อทองกำลังคุยกันอย่างออกรส

ทองจันทร์เดินโวยวายลงมาจากเรือน “ขาไพ่ตองของข้าหายไปไหนหมด อ้าว...นั่งอยู่นั่นสามคน มามะมาเล่นไพ่ตองกับข้า ไม่มา เจอปาหัวด้วยเชี่ยนหมาก...”

อีกมุมหนึ่งของบ้านภักดีภูบาล ขุนภักดีนั่งดื่มสุราจนเมาได้ที่ เริ่มขุดเรื่องเนียนเป็นชู้กับเสือหนักขึ้นมาก่นด่าให้นายเอกที่คอยรับใช้ใกล้ชิดฟัง ทนายหน้าหอเตือนว่าความจริงเรื่องนี้ยังไม่กระจ่างอย่าเพิ่งด่วนสรุป

“ไอ้เอกเอ็งก็เห็นกับตาพร้อมกับข้าว่ามันเอาสร้อยเอาแหวนของข้าให้ชู้”

“เห็นกับตา แต่ไม่ได้ยินกับหูสักหน่อยว่าเขาพูดอะไรกันนะขอรับ”

“นี่เอ็งกล้าขัดข้ารึ เอ็งเข้าข้างนางแพศยา” ขุนภักดีโกรธ เงื้อตะพดจะตี นายเอกถอยกรูด เป็นจังหวะเดียวกับทานตะวันเดินเข้ามาเห็นพอดี ร้องลั่นด้วยความตกใจ เขารีบเก็บไม้ตะพด ดึงลูกมานั่งข้างๆทานตะวันแกล้งบีบนํ้าตา ฟ้องพ่อว่าคุณย่าเอาสร้อยเพชรเส้นที่ตนเพียรขอแล้วขออีกไปให้เนื้อทอง

“นางเนียนมันยุให้ลูกมันปะเหลาะขอของคุณย่าค่ะ แค่นั้นยังไม่พอ หนูกับแม่สนกำลังคุยกับพี่แดงน้อย มันส่งลูกมันมาอ่อยเหยื่อล่อปลากะพง เรียกพี่แดงน้อย ไปหามันหน้าตาเฉย”

“แล้วแดงน้อยเขาไปไหมลูก”

“แจ้นไปเลยแหละค่ะ ยังไม่หมดค่ะ ก็ไอ้เรื่องที่มันขึ้นไปลอยหน้าอยู่ในห้องเก่าของคุณแม่กันทั้งสองแม่ลูกนั่นก็ขัดหูขัดตาขัดใจหนูเป็นที่สุด คุณพ่อว่ามันเหมาะสมแล้วหรือคะ” ทานตะวันแกล้งร้องไห้กระซิกๆ ขุนภักดีเชื่อคำยุยงของลูก รับปากจะไปจัดการให้ นายเอกถึงกับส่ายหน้าระอาใจที่เจ้านายหูเบาอีกแล้ว

ooooooo

ที่เรือนทองจันทร์ หลังจากเล่นไพ่ตองกันอย่าง สนุกสนาน ทองจันทร์ชวนขาไพ่ร่วมวงกินอาหารด้วยกัน เนียนอ้าปากจะปฏิเสธ แต่เธอรู้ทัน ขู่ถ้าไม่ยอมกินข้าวด้วยกันจะขว้างเชี่ยนหมากใส่หัว เนียนไม่กล้าขัด

ระหว่างล้อมวงกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย ทองจันทร์อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมหน้าตาแดงน้อยถึงละม้ายคล้ายเนียนราวกับเป็นแม่ลูกกัน แถมยังไพล่ไปเหมือนเนื้อทองอีกด้วย นี่ถ้าไปเดินตลาดกันสามคน ใครต่อใครคงเข้าใจว่าแม่พาลูกสองคนมาชมตลาด แดงน้อยเห็นด้วย เวลาส่องกระจกยังแปลกใจทำไมตัวเองหน้าเหมือนเนื้อทอง จังหวะนั้น ทานตะวันเดินควงแขนขุนภักดีที่หน้าบอกบุญไม่รับเข้ามา โดยมีนายเอกตามมาไม่ห่าง

“นั่นสองพ่อลูกตีหน้ายักษ์มาบนเรือนแม่  มี ปัญหาอะไรไม่ทราบ”

“มีค่ะ ยัยติ๋วมานั่งประจบคุณย่าอยู่ที่นี่ไงคะคุณพ่อ”

“แหมขึงขังขี่พายุทะลุเมฆจะมาเอาเรื่องเอาราว กันถึงเรือนย่า มาผิดบ้านแล้ว แม่อี๊ดมาว่ายัยติ๋วทำไม ตัวเองไม่เห็นจะทำอะไรให้ย่า ฉะนั้นอย่ามาว่ายัยติ๋วเพราะเธอทำให้ย่าทุกอย่าง”

ขุนภักดีมาที่นี่เพราะไม่พอใจที่เนียนเจ้ากี้เจ้าการไปเชิญแดงน้อยมาพบตัวเอง แบบนี้มันสาระแนเผยอเกินฐานะ หนำซ้ำยังมานั่งลอยหน้าลอยตากินข้าวร่วมวงกับเขาอีก ทานตะวันทำท่าขยะแขยงจะอาเจียน

ทองจันทร์ไล่ตะเพิดให้กลับไปอาเจียนที่เรือนตัวเอง เธอจะชวนใครมากินข้าวมันหนักหัวใครด้วย แดงน้อยเองก็เป็นเพื่อนเนื้อทอง แม่แพรของแดงน้อยก็เป็นญาติเนียน แล้วมันเกินฐานะตรงไหน ขุนภักดีโต้ไม่ยอมแพ้ ในเมื่อเนียนกับลูกอาศัยบ้านเราอยู่ กินข้าวของเราทุกมื้อ ไม่รู้จักเจียมกะลาหัวแบบนี้เขาไม่ชอบ

“แต่แม่ชอบ แม่ผิดหรือที่อยากกินข้าวกับพวกนี้ แล้วไอ้ที่ว่าอาศัยบ้านอยู่นะ บ้านแม่ บ้านผัวแม่ พ่อเทพเองก็เคยอาศัยบ้านนี้อยู่ เพิ่งย้ายไปไม่นานนี้เอง ข้าวก็ข้าวมาจากนามาจากโรงสีของแม่ ของพ่อเทพที่ไหน”

“คุณย่าไม่ได้เชิญพวกมัน แต่พวกมันเชิญพี่แดงน้อย คุณย่าปกป้องมัน คุณย่าโกหก” ทานตะวันโวยวาย

“นางเด็กสาระแน พ่อไม่สั่งแม่สอนก็ไม่ยอมจำ หลานอะไรเลวอย่างนี้ มาว่าย่าโกหก พูดแบบนี้ดูถูกกัน มากไปนังทานตะวัน” ทองจันทร์เดือดดาล ขุนภักดีเห็น ท่าไม่ดี สั่งให้ทานตะวันขอโทษคุณย่า เธอหัวดื้อไม่ยอม ทำตาม อ้างว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องขอโทษ

“วิเศษเหลือเกินนะ ลูกสาวพ่อเทพคนนี้ เลี้ยงดูให้มันเป็นลูกบังเกิดเกล้าเถิดย่ะ วันนี้มันด่าย่า วันหน้ามันก็ด่าพ่อล่อแม่ตัวเองได้” ทองจันทร์ด่าไม่ไว้หน้า...

อีกมุมหนึ่งใต้ถุนเรือนทองจันทร์ สนกับช้อยแอบฟังอยู่โดยตลอดถึงกับกุมขมับ ที่ทองจันทร์ออกโรงปกป้องเนียนกับเนื้อทอง ช้อยแนะให้กำจัดสองแม่ลูกไปให้พ้นจากที่นี่โดยเร็ว ขืนให้อยู่กับคุณท่านต่อไปคงไม่ได้การ สนโยนให้เป็นหน้าที่ช้อยจัดการอย่างที่เคยทำ ช้อยเกี่ยงให้เจ้านายทำเอง ตอนนี้เธอถูกเทิดศักดิ์จับตาดูอยู่ตลอด สนทำไม่ได้ โดนตัดมือตัดเท้าไปทีละคนจนไม่เหลือใครให้ใช้อีกแล้ว บ่าวตัวดีแนะสนให้ส่งทานตะวันไปจัดการสองแม่ลูกนั่นแทนพวกเรา

ooooooo

ขุนภักดียังไม่ยอมรามือ หาเรื่องเนียนไม่ได้หันไปสั่งเนื้อทองถอดสร้อยห้อยจี้เพชรคืนแม่ของเขาเดี๋ยวนี้ทานตะวันเห็นฝ่ายนั้นรีๆรอๆจัดแจงจะเข้าไปถอดเอง ทองจันทร์สั่งเสียงเขียวห้ามใครยุ่งกับสร้อยเส้นนั้น เธอให้เนื้อทองไปแล้ว ขุนภักดีไม่เข้าใจ ทำไมแม่ต้องให้สร้อยเพชรราคาแพงกับเด็กนั่นด้วย ทำราวกับเป็นหลานในไส้

“ทีคนเป็นหลานแท้ๆขอแทบตายไม่ยอมให้” ทานตะวันปากเสียไม่เลิก ทองจันทร์แหวทันที

“นี่จะมาตั้งตัวเป็นเจ้าหัวใจฉันกันทั้งพ่อทั้งลูกงั้นรึ บอกความจริงให้ก็ได้ แม่เรียมนั่นแหละเขาขอให้มันเพื่อเป็นรางวัลเด็กดี เรียนดี นิสัยดี กตัญญูรู้คุณดี แต่ไอ้หลานแท้ๆนี่สิ เคยทำอะไรดีกับฉันกับตัวเองและคนรอบข้างบ้าง ทำดีสักหน่อยจะเอาอะไรจะทูนหัวให้

ไม่ใช่แค่สร้อยเพชรนี่ดอก รถยนต์รุ่นใหม่คันเป็นแสนๆก็ให้ได้”

ทานตะวันพาลไม่เลิก หาเรื่องเนื้อทองที่บังอาจไปใช้ห้องนอนเก่าของแม่เธอ ทองจันทร์ระอาใจมากที่สองพ่อลูกหาเรื่องเนียนกับลูกไม่หยุดหย่อน สั่งให้เนื้อทองเก็บข้าวของแล้วย้ายมานอนกับย่า

“คุณแม่ใช้คำแทนตัวเองกับมันว่าย่า” ขุนภักดีเสียงเข้ม

“ใช่...ต่อไปนี้เธอเรียกย่าว่าย่านะยัยติ๋ว นางแมวนางกบรีบไปช่วยกันขนของของหลานฉันไปไว้ที่ห้องฉันไอ้เอกเอ็งมีหน้าที่หาข้าวของเครื่องใช้ให้หนูติ๋ว ให้เสร็จภายในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง...ประกาศให้รู้ทั่วหน้ากันว่ายัยติ๋วคือคนของฉัน ใครจะมาด่าว่าจิกหัวกลั่นแกล้งเกะกะระรานอย่างแต่ก่อนเจอดีแน่นอน เพราะที่นี่คือเรือนของท่านหมื่นผัวฉัน”

“โธ่คุณแม่ครับ เรื่องนิดเดียวกลายเป็นเรื่องใหญ่จนได้” ขุนภักดีเสียงอ่อยเมื่อเห็นทองจันทร์โกรธเกรี้ยว

“ก็ใครเล่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ใครเล่าเอาตัวริษยามาครอบงำหัวใจ สมัยแม่สนก็ริษยาเนียน มาสมัยนี้ แม่อี๊ดก็ริษยายัยติ๋ว ทั้งที่พวกตัวเองก็ดีกว่าเขาอยู่แล้วยังไม่สาแก่ใจ”

“คุณย่าหาความหนู” ทานตะวันไม่รู้จักสงบปากสงบคำ ยิ่งทำให้ทองจันทร์โกรธขึ้นเอ็งขึ้นข้ากับหลาน

“ยังมีหน้ามาเถียง เอ็งเกิดผิดท้อง เอ็งเลือกแม่ผิดคน แม่เรียมแม่เอ็งแสนดีงาม แต่เอ็งสิน่าจะไปเกิดเป็นลูกแม่สน แม่เลี้ยงสารพัดพิษของเอ็งกับอีนางช้อยตีนโรงตีนศาลของมัน”

สนที่แอบฟังอยู่ใต้ถุนเรือนถึงกับสะดุ้งโหยงที่โดนหางเลขไปด้วย ชวนช้อยกลับ ยังไม่ทันจะขยับไปไหนทองจันทร์แผดเสียงด่าเผื่อแผ่มาให้เพราะรู้ว่าสองนายบ่าวมาแอบฟัง ทั้งคู่เผ่นกลับเรือนเล็กแทบไม่ทัน...

ขุนภักดีอารมณ์ค้างมาจากโดนแม่เล่นงาน กลับมาต่อว่าเรียมที่เจ้ากี้เจ้าการไปขอสร้อยเพชรพร้อมจี้ให้เนื้อทอง หรือว่าเนียนขอให้ทำ เรียมถอนใจ เหนื่อยใจ ทำไมพักนี้ขุนภักดีถึงกลายเป็นคนหยุมหยิมนัก เธอเคยบอกเขาแล้วว่าเนียนไม่เคยคบชู้ และถ้าเนียนไม่มีชู้ก็แปลว่าลูกของเนียนก็คือลูกของเขา

“พี่ไม่เคยเชื่อว่ามันเป็นลูกพี่ อย่ามายัดเยียด”

“ค่ะ พี่เทพไม่เชื่อก็ตามแต่ใจ แต่ระวังนะคะกว่าจะรู้ตัวก็อาจสายเกินไป” เรียมเตือนด้วยความหวังดี...

อีกมุมหนึ่งภายในห้องพักของแดงน้อย เทิดศักดิ์ขอโทษเพื่อนรักที่ต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ ซ้ำอีกครั้ง แดงน้อยไม่ติดใจอะไร รับปากจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ เทิดศักดิ์ได้ข่าวมาว่าวันนี้น้าเนียนคุยเก่ง ยิ้มเก่ง ผิดวิสัยตัวเอง เป็นเพราะมีแดงน้อยอยู่ใกล้ๆ เขาขอบใจเพื่อนมากที่ทำให้น้าเนียนมีความสุข

“พรุ่งนี้กันจะไปกินข้าวกับน้าเนียนกับคุณย่าทองจันทร์อีก ท่านให้ชวนแกด้วย ขาไพ่ตองขาด”

“อุบ๊ะ คุณย่ามาสั่งตำรวจให้ทำผิดเสียเอง เอาไงเอากัน ยังไม่ทันบรรจุต้องรออีกเดือน...เฮ้อ คุณย่าทองจันทร์ตั้งบ่อนในบ้าน บังคับผู้กำกับในอนาคตกับว่าที่นายอำเภอเล่นไพ่ จะโกงจะซ่อนไพ่ จะจิ๊กเงินให้เข็ด” เทิดศักดิ์หัวเราะชอบใจ พลอยทำให้แดงน้อยขำไปด้วย...

ดึกแล้ว เนียนนอนไม่หลับ ลงมาจุดธูปอธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้ท่านขุนรู้ความจริงว่าเนื้อทองเป็นลูกของเขา ไม่ใช่ลูกชู้ที่ไหน ขณะเนียนกำลังจะปักธูป ขุนภักดีกระชากไหล่อย่างแรง พร้อมกับเอาปืนจี้ เพราะคิดว่าเป็นคนร้าย แต่พอเห็นหน้าชัดๆว่าเป็นเนียน หาว่าแอบมาทำมนต์ดำให้คนในบ้านหลงใหลได้ปลื้ม เนียนพยายามจะอธิบายเขาก็ไม่ฟัง ผลักเธอล้มลงกับพื้น ด่าสาดเสียเทเสีย เนียนเกิดฮึดขึ้นมา

“ท่านชังน้ำหน้าเนียนมาก ไล่เนียนออกไปจากบ้านก็ได้เจ้าค่ะ”

“แกท้าทายฉันรึ แกรู้ว่าคุณแม่ถือหางอยู่รึ อย่านึกว่าฉันจะกลัว แต่ที่ฉันให้แกอยู่จะได้โขกสับแกให้เจ็บช้ำปวดร้าวไปจนตายจากกันจำไว้” ขุนภักดีว่าแล้วผละจากไป แต่แล้วกลับชะงักฝีเท้า สั่งให้รีบขึ้นเรือนเดี๋ยวจะมีใครมาลอบฆ่าเอาอีก แล้วเดินกลับมาลากแขนเนียนไปด้วยกัน นายเอกออกมาเดินลาดตระเวนอยู่อีกมุมหนึ่ง เห็นทั้งภาพได้ยินทั้งเสียง นึกเวทนาเนียนเมื่อไหร่จะยอมเปิดเผยความจริงเสียที...

ครู่ต่อมา ขุนภักดีลากแขนเนียนมาถึงหน้าเรือนทองจันทร์ แล้วผลักให้ขึ้นเรือนอย่างแรง แต่อยู่ๆเขากระชากเธอกลับมาหน้าเกือบชนกัน ขุนภักดีเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เผลอลูบไล้แก้มเธออย่างรักใคร่ เนียนยืนนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก พอเขารู้สึกตัวรีบถอยห่าง สั่งห้ามพูดเรื่องนี้ให้ใครรู้ แล้วจ้ำพรวดๆกลับเรือนตัวเอง เนียนลูบแก้มตัวเองตรงที่เขาสัมผัสอย่างมีความสุข

ooooooo

พอสนรู้จากทานตะวันว่าเนื้อทองว่ายน้ำไม่เป็นวางแผนจะใช้ทานตะวันล่อหลอกให้ลงเรือพาย แล้วแกล้งทำเรือคว่ำ ทานตะวันทักท้วงว่าตนเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น สนสบช่อง ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว อาสาจะหัดให้เธอว่ายน้ำเอาแค่พอพยุงตัวได้ กำชับว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ

“ว่ายไม่แข็งประคองตัวนานเข้า หนูไม่จมน้ำตายหรือ”

“ไม่ทันจมน้ำตายดอกค่ะ ตะโกนเข้าสิคะ ว่าช่วยด้วยๆ แม่สนคอยทีอยู่จะรีบมาช่วยทันทีค่ะ”

ทานตะวันเอะใจ แล้วแบบนี้เนื้อทองมิจมน้ำตายหรือ สนขอเฉลยให้ฟังวันหลัง ขืนบอกวันนี้เกรงเธอจะตีหน้าไม่สนิท เพราะเก็บความลับไม่เก่ง เดี๋ยวคนจะรู้ทัน สั่งให้ไปแกล้งทำดีกับเนื้อทองต่อหน้าคุณย่า พี่แดงน้อยและทุกๆคน ทำดีกับเธอสักสามวันให้ตายใจ แล้วเราจะมาเริ่มตามแผนการที่วางไว้...

ไม่นานนัก ทานตะวันไปที่เรือนทองจันทร์เห็นคุณย่า แดงน้อย เทิดศักดิ์ เนื้อทองกับเนียนนั่งล้อมวงเล่นไพ่ตองกัน ตีหน้าใสซื่อเข้าไปกราบขอโทษคุณย่าที่ปากไม่ดีเมื่อวานนี้ ขอให้ท่านยกโทษให้

“ย่าจะไปโกรธหนูทำไม ย่าเห็นอะไรไม่ถูกต้องก็ต้องตักเตือน”

“ขอบคุณค่ะที่เตือนหนู น้าเนียนจ๊ะยัยติ๋วจ๋า ฉันแรงไปมาก ฉันขอโทษน้าเนียนกับเธอด้วยนะ”

ทุกคนพากันงงไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างทานตะวันจะกลับตัวกลับใจพูดดีกับคนอื่นเป็น แดงน้อยไม่อยากให้เสียบรรยากาศชวนทานตะวันมาร่วมวงเล่นไพ่ด้วยกัน ทองจันทร์ยิ้มมีความสุข ขณะที่เนียนหัวใจพองโตที่เห็นลูกทั้งสามคนของเธออยู่พร้อมหน้าโดยไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน...

ช้อยตกใจมากเมื่อรู้ว่าสนคิดจะฆ่าอำพรางทั้งเนื้อทองและทานตะวันในคราวเดียวกัน โดยจะปล่อยให้ทั้งคู่จมน้ำตาย เพราะถ้าทานตะวันตายไปด้วย เทิดศักดิ์ก็จะได้หมดเสี้ยนหนาม สมบัติของคุณท่านกับของท่านขุนจะตกแก่เขาทั้งหมด ช้อยถึงกับขนลุกซู่ พรั่นพรึงในความเหี้ยมโหดของเจ้านาย...

หลังจากเลิกเล่นไพ่ตอง ทองจันทร์บอกทานตะวันให้เล่าเรื่องขำๆของตัวเองให้ทุกคนฟัง

“ได้ค่ะ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เด็กหญิงคนหนึ่งมีนิสัยปากร้ายชอบด่าว่าคนอื่น แต่มาบัดนี้เธอเลิกนิสัยนั่นแล้ว และอยากบอกให้ทุกคนอภัยให้เธอและเด็กหญิงคนนั้นคือหนูอี๊ดเองค่ะ คุณย่า ทุกคนฉันขอโทษ”

ขาไพ่ตองฟังแล้วหายโกรธทานตะวันเป็นปลิดทิ้ง เทิดศักดิ์กระเซ้าน้องว่าไปกินอะไรมา หรือว่ามีนางฟ้าใจดีมาเข้าสิง ทองจันทร์เอ็ดเขาที่พูดจาเหลวไหล แล้วหันไปชมทานตะวันว่าเรื่องเล่าของเธอจับใจตนมาก ทุกคนต่างเห็นด้วยกับทองจันทร์ ยกเว้นเทิดศักดิ์ที่มองอย่างไม่เชื่อนักว่าคนอย่างเธอจะเปลี่ยนเป็นคนดีได้

จากนั้น เทิดศักดิ์ เนื้อทอง และเนียนผลัดกันเล่าที่ตัวเองคิดว่าสนุกที่สุดให้ฟัง ทองจันทร์วิจารณ์ว่าเรื่องของเนื้อทองเรียบๆเรื่อยๆไม่น่าสนใจ เรื่องของเนียนก็จืดชืดไม่มีชีวิตชีวา ส่วนเรื่องของเทิดศักดิ์ก็โม้เกินไป

ในที่สุดก็ถึงคิวของแดงน้อย เทิดศักดิ์ขอให้เล่าชีวประวัติของเขา แดงน้อยเริ่มเรื่องตั้งแต่ตอนที่ยังแบเบาะ ลุงโพล้งกับแม่ของแพรพาเขาย้ายจากบ้านแพนไปบางกอก เนียนคอยพูดเสริมเป็นระยะๆเพราะรู้ว่าเขายังจำความไม่ค่อยได้ ทองจันทร์เห็นเธอรู้เรื่องแดงน้อยและครอบครัวดี จึงถามว่ารู้จักแม่ของแดงน้อยไหม เนียนถึงกับอึ้ง แดงน้อยไม่คิดว่าเธอจะรู้จัก เพราะแม่ของเขาตายตั้งแต่เขายังเล็กมาก เนียนสะเทือนใจน้ำตาไหล

“ฉันสั่งห้ามแกร้องไห้แล้ว ยังมาร้องไห้อีก แม่แดงน้อยตายตั้งแต่เขายังเล็กก็สะเทือนใจร้องไห้ร้องห่มอ่อนไหวเหลือเกินนะแก” ทองจันทร์แดกดัน แดงน้อยแตะแขนเนียนเพื่อปลอบ

“ไม่เป็นไรครับ น้าเนียน ผมทราบว่าน้าเนียนสงสารที่ผมไม่มีแม่เหมือนคนอื่น ถึงผมไม่มีแม่ แต่ผมก็จำสัมผัสของแม่ลึกๆได้ ว่าแม่รักผมมาก”

เนียนสะอึกสะอื้น มือไม้สั่น ทองจันทร์ต่อว่าเธอ ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ แล้วบอกให้แดงน้อยช่วยปลอบเนียนด้วย เขาเอามือเธอมากุมไว้ ขอบคุณที่ห่วงใยเขา ทานตะวันหมั่นไส้ แต่จำต้องข่มอารมณ์ไว้

ooooooo

ตลอดสี่วันที่ผ่านมา ทานตะวันเล่นละครตบตาจนทุกคนเชื่อว่าเธอเปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว กุลีกุจอมาช่วยงานที่เรือนทองจันทร์อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย ทองจันทร์ปลื้มใจมากที่เห็นหลานสาวปรับปรุงตัว หารู้ไม่ว่านี่เป็นแผนการทำให้ตายใจ สนถึงกับเอ่ยชมทานตะวันไม่หยุดปาก

“หนูอี๊ดเก่งมากเหลือเกินค่ะ ทำเอานังเด็กติ๋วมันเชื่อสนิท ยอมตกปากรับคำจะไปนั่งเรือเล่นด้วยกัน”

“พรุ่งนี้ตอนสายๆพามันมาลงเรือที่ท่าน้ำนะเจ้าคะ” ช้อยกำชับ

“ทุกอย่างเตรียมพร้อมให้หนูปลอดภัยแน่นะแม่สน”

“แน่สิคะ พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่หนูอี๊ดจะต้องทนนังเด็กติ๋ว พรุ่งนี้อีเนียนมันต้องเสียใจไปจนตาย”

ทานตะวันหลงระเริงว่าจะได้กำจัดศัตรูโดยไม่รู้ว่าตัวเองก็เป็นเหยื่อเช่นกัน

ooooooo

โชคเข้าข้างคนชั่ว วันนี้เรียมกับทองจันทร์ไม่อยู่ไปทำบุญฟังเทศน์ที่ไปวัดเนื่องจากเป็นวันพระ สนกำชับทานตะวันให้รอจนกระทั่งถึงจุดนัดพบแล้วค่อยทำเรือล่ม แกล้งว่ายน้ำไม่เป็นตะโกนเรียกให้คนมาช่วยและให้ร้องดังๆด้วยว่าเนื้อทองล่มเรือจะฆ่าตน ทานตะวันพยักหน้ารับคำ แล้ววิ่งไปที่ท่าน้ำซึ่งนัดเนื้อทองเอาไว้

ครู่ต่อมา เนื้อทองพายเรือพาทานตะวันขึ้นไปตามลำน้ำด้วยความเบิกบานใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายเลิกกลั่นแกล้งรังแกตนเองแล้ว ทานตะวันทำทีอยากลองพายบ้าง แล้วฉวยไม้พายมาพายเปะปะ ทำให้เรือเอียงไปเอียงมา เนื้อทองต้องเตือนให้อยู่เฉยๆไม่อย่างนั้นเรือจะล่ม เธอแหวใส่ทันที

“ฉันจะทำแกอย่ามาสั่ง”

เนื้อทองงง ตกลงทานตะวันจะมาไม้ไหนกันแน่...

ฝ่ายนายเอกไม่สบายใจที่เห็นเนื้อทองไปไหนๆกับทานตะวันตามลำพัง จึงเตือนเนียนให้ระวังเอาไว้บ้าง ทานตะวันอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เห็น เนียนไม่เห็นมีอะไรน่าเป็นห่วง ตอนนี้เด็กทั้งสองคนถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน คงเป็นเพราะสายเลือดเดียวกัน จึงผูกพันกันโดยสัญชาตญาณ นายเอกทักท้วงว่าทานตะวันไม่รู้สักหน่อยว่าเนื้อทองเป็นน้อง แล้วถามว่าสองคนนั่นหายไปไหนกัน พอรู้จากกบว่าเอาเรือออกไปพายเล่นนายเอกตกใจ

“ชักทะแม่งๆแล้วนะเนียน”

“ไม่มีอะไรดอกพี่เอก หนูติ๋วน่ะว่ายน้ำเป็น” เนียนว่าแล้วยกของขึ้นไปเก็บบนเรือนทองจันทร์...

ด้านเนื้อทองเห็นทานตะวันไม่อยู่นิ่งๆเกรงเรือจะล่ม รีบพายเรือกลับ ทานตะวันชักหวั่นใจ มาไกลขนาดนี้เกิดเรือล่มขึ้นมาจะมีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของตนไหม ระหว่างนั้น มีเรือลำใหญ่แล่นสวนมาคลื่นกระทบเรือพายเอียงวูบ ทานตะวันตกใจยิ่งทำให้เรือโคลงมากขึ้นและคว่ำในที่สุด ทั้งคู่ตกน้ำ คุณหนูตัวดีตะโกนลั่นว่าเนื้อทองทำเรือล่มจะฆ่าตนเอง เนื้อทองมัวแต่ห่วงเธอไม่สนใจเรื่องอื่น รีบว่ายน้ำเข้ามาช่วย

“นี่แกว่ายน้ำเป็นนี่นา” ทานตะวันตกใจ

“ค่ะ คุณหนูอี๊ดก็ว่ายเป็นหรือคะ”

“เป็นกับผีน่ะสิ ฉันว่ายไม่แข็ง...โอ๊ย...ช่วยด้วย ฉันไม่ไหวแล้ว” ทานตะวันรอจังหวะที่เนื้อทองเข้ามาใกล้ถีบอย่างแรงหวังจะให้จมน้ำ แล้วตะโกนโหวกเหวกซ้ำๆว่า “ช่วยด้วยๆๆนังติ๋วจะฆ่าฉัน”

ด้วยความที่ทานตะวันว่ายน้ำไม่แข็ง เริ่มหมดแรงพยุงตัวไม่ไหว เนื้อทองคว้าขอนไม้ท่อนเขื่องที่ลอยมาตามน้ำไว้ได้ แล้วดันเธอให้ขึ้นไปเกาะ พอได้หลักยึดทานตะวันกลับตอบแทนความดีที่เนื้อทองช่วยเหลือ ด้วยการถีบเต็มแรง จนจุกเรี่ยวแรงเริ่มถดถอยค่อยๆจมน้ำทีละนิดๆทาน–ตะวันมองสะใจ แช่งส่งขอให้เนื้อทองจมน้ำตายแล้ว

เกาะขอนไม้กระทุ่มน้ำมุ่งหน้าสู่ท่าน้ำบ้านภักดีภูบาล

ooooooo

อาญารัก ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement