advertisement

อาญารัก ตอนที่ 1

บทประพันธ์ จำลักษณ์ จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย วรพันธ์ รวี
16 มิ.ย. 2556 07:51

ณ ที่นาของน้อม ขณะแดงกับเนียนตกลงใจว่าจะตั้งชื่อลูกที่กำลังจะเกิดในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าว่า “แดงน้อย” คุณนายเจ้าหนี้เงินกู้พร้อมด้วยบ่าวรับใช้ ตามมาทวงหนี้ที่น้อมพ่อของเนียนกู้ไปสองชั่งคืน สองผัวเมียพนมมือไหว้เธอปลกๆ ขอผัดผ่อนไปก่อน คุณนายสั่งให้ไปตามน้อมมาพบจะได้คุยกันให้รู้เรื่อง

“พ่อไปหาหมอ พ่อเขาอาเจียนเป็นเลือดเจ้าค่ะคุณนาย”

คุณนายไม่สนใจ สั่งให้หาเงินมาใช้หนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะยึดที่นา เนียนเข้าไปเกาะขา ขอความเห็นใจ คุณนายสะบัดขาอย่างแรงจนเธอล้มกระแทกพื้นมีเลือดซึมเปื้อนผ้านุ่ง นายหนักพาน้อมมาถึงพอดี โวยวายว่าคุณนายทำอะไรน้องสาวของเขา เธอกลัวมากรีบวิ่งไปหลบหลังบ่าว แดงฟ้องว่าเธอสะบัดขาใส่เนียนทำให้ตกเลือด นายหนักโกรธ ผลักบ่าวพ้นทาง แล้วเข้าไปบีบคอคุณนาย น้อมร้องห้ามเสียงลั่น

“อย่าไอ้หนัก ไอ้แดงรีบพาเนียนกลับบ้าน ไปบอกไอ้โพล้งกับยัยแพร ไปตามหมอตำแยมาทำคลอด”

แดงรีบทำตามสั่ง ขณะที่น้อมหันมาไหว้คุณนายขอความเมตตายืดเวลาให้อีกสามเดือน เกี่ยวข้าวเสร็จเมื่อไหร่จะเอาเงินที่ขายข้าวได้ไปใช้หนี้ คุณนายฮึดฮัดจะไม่ยอม นายหนักขู่ ถ้าเธอไม่ทำตามที่พ่อขอร้องจะยอมติดคุกหัวโตโทษฐานบีบคอเธอตาย บ่าวรับใช้ที่ติดตามคุณนาย แนะให้เธอรับข้อเสนอ คุณนายกลัวตายจำต้องทำตามที่คำขู่...

ขณะเดียวกัน เรียมภรรยาของขุนภักดีภูบาล หรือขุนภักดี หรือคุณเทพแท้งลูกอีกครั้งทั้งๆที่เพิ่งท้องไม่ถึงสองเดือน เธอขอโทษขอโพยท่านขุนที่ทำให้ผิดหวัง พอตั้งท้องเมื่อไหร่เด็กต้องมีอันเป็นไปทุกที

“แม่เรียมจ๋า อย่าโทษตัวเองสิจ๊ะ นานเพียงใดพี่ก็รอได้ สักวันพี่เชื่อว่าลูกจะอยู่กับเราได้ถึงเก้าเดือน”

“พ่อเทพพูดถูกนะ แม่เรียมยังสาวยังแส้ แม่ก็รอได้เหมือนกัน ว่าแต่พ่อเทพเถอะ อย่าได้ริอ่านไปหาลูกจากผู้หญิงอื่นทีเดียว จำไว้” ทองจันทร์ดักคอ

“โธ่คุณแม่ กระผมไม่ใช่ขุนแผนนะขอรับ แม่เรียมจ๋า พี่ต้องไปตรวจราชการดูแลราษฎรที่ศรีประจัน เสร็จงานพี่จะรีบกลับมา ตั้งสำรับรอพี่ไว้นะจ๊ะ” ขุนภักดีว่าแล้วโอบกอดเรียมไว้อย่างรักใคร่...

ขณะที่ขุนภักดีพร้อมด้วยนายเอกทนายหน้าหอเตรียมตัวออกเดินทาง เนียนเจ็บท้องใกล้คลอด แต่หมอตำแยยังไม่โผล่มาสักที แพรซึ่งเคยช่วยพยาบาลผดุงครรภ์ที่สถานีอนามัยทำคลอดมาก่อน จำเป็นต้องทำหน้าที่แทน ไล่โพล้งไปต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ ก่อนจะสั่งแดงให้ไปหาของใช้สำหรับเด็กอ่อนมาให้ลูก
สักพัก นายหนักพาพ่อกลับถึงบ้านเจอแดงกำลังหาของให้ควั่กอยู่ใต้ถุนบ้าน ถามว่าเนียนตกเลือดมากไหม แดงอ้างตามคำบอกเล่าของแพรว่าเลือดที่ออก แค่เตือนว่าจะคลอดลูกไม่ใช่ตกเลือด นายหนักโดดกอดพ่อด้วยความดีใจที่จะได้เห็นหน้าหลาน แดงคว้าผ้าขาวม้าเก่าๆมาฉีกอย่างตั้งอกตั้งใจ นายหนักอดสงสัยไม่ได้ว่าทำอะไร พอรู้ว่าเขาจะเอาไปทำผ้าอ้อมให้ลูก บอกพ่อให้ขึ้นไปดูเนียน แล้วลากแดงออกไปทันที

ooooooo

ระหว่างทางไปบ้านกำนันแสงซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง ขุนภักดีได้พบกับสนลูกสาวของกำนันแสงโดยบังเอิญ ทั้งสองคนถูกตาต้องใจกันมาก เมื่อกำนันแสงเชิญท่านขุนเข้าไปพักผ่อนในบ้าน ช้อยบ่าวคนสนิทของสนกระซิบกระซาบแนะเจ้านายสาวจับท่าน ขุนรูปงามให้อยู่หมัด โดยให้อาสาเข้าครัวทำอาหารต้อนรับ

“นางช้อยแกจะบ้ารึ เกิดมาฉันเคยทำที่ไหน” สนกระซิบตอบ พลางส่งสายตาเอียงอายให้ขุนภักดี

ช้อยบอกให้ทำพอเป็นพิธี ท่านขุนจะได้เชื่อว่าอาหารมื้อนี้เป็นฝีมือคุณสน เธอเห็นดีด้วยรีบเสนอตัวจะแสดงฝีมือทำอาหาร กำนันแสงถึงกับอึ้ง เท่าที่จำได้ลูกสาวไม่เคยเข้าครัวสักครั้ง...

ขณะที่สนเสแสร้งเป็นแม่ศรีเรือน นายหนักพา แดงมาเลือกซื้อข้าวของให้หลานที่กำลังจะเกิด แต่ไม่มี เงินจะจ่าย จึงสั่งให้แดงรอที่หน้าร้านขายของ แล้วตัวเองหลบไปปล้นร้านทองแม่นกเอี้ยงที่อยู่ไม่ห่างกันนัก เสียงปืนพร้อมกับเสียงเอะอะของผู้คนทำให้แดงรู้ว่ามีโจรปล้นร้านทองยิงเจ้าของร้านบาดเจ็บ รู้สึกใจคอไม่ดี ขยับจะหนี

นายหนักเข้ามาคว้าแขนไว้ ยัดเงินกับถุงสร้อยทองให้แล้ววิ่งหายเข้าไปในฝูงชาวบ้านที่แตกตื่นจากเสียงปืน ปล่อยให้แดงยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น...

ขณะเกิดเหตุวุ่นวายที่ตลาด เนียนคลอดลูกชายน่ารักน่าชัง ก่อนจะสลบไปด้วยความอ่อนเพลีย...

หลังจากกินอาหารที่คิดว่าเป็นฝีมือสนเสร็จ ขุนภักดีกับนายเอกเตรียมจะกลับ จังหวะนั้น คนของกำนันแสงวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าเกิดเหตุปล้นร้านทองที่บ้านแพน ชาวบ้านบอกว่าโจรอาจจะหนีตำรวจมาทางนี้  ขุนภักดีจะขออยู่ที่นี่ก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าโจรจะมาจริงๆ จะได้จับเข้าตะราง

“สนจะทำอาหารเย็นให้ท่านขุนอีกมื้อดีไหมเจ้าคะ หรือว่าท่านต้องรีบกลับไปรับประทานมื้อเย็นที่บ้าน”

“เรื่องกินเรื่องเล็ก เรื่องหน้าที่การดูแลชาวบ้านต้องมาก่อน ฉันจะออกไปลาดตระเวนหาโจรจนแน่ใจว่ามันไม่ได้บุกมาที่ศรีประจัน จึงจะกลับ”

กำนันแสงสั่งลูกสาวไปเตรียมข้าวปลาอาหารให้ท่านขุนกับตนกินระหว่างออกตามล่าโจร สนรับคำ ทิ้งสายตาให้ขุนภักดี ก่อนจะเดินเข้าครัว...

ผ่านไปพักใหญ่ เนียนฟื้นคืนสติไม่เห็นแดงอยู่แถวนั้น แปลกใจทำไมหายไปนานนัก เกรงจะไปเป็นลมเป็นแล้งเพราะไม่ค่อยสบาย วานโพล้งช่วยไปดูให้ น้อมบอกว่าแดงกับนายหนักไปซื้อของให้แดงน้อย เขาเองก็เป็นกังวลเช่นกันที่ทั้งคู่หายไปนานผิดปกติ...

ในขณะเดินกลับบ้าน แดงยังคาใจไม่หายว่าพี่เขยไปเอาเงินเอาทองจากไหนฝากเป็นค่าใช้จ่ายให้พ่อกับลูกของตน หรือว่าเขาคือโจรปล้นร้านทอง ระหว่างนั้นนาย หนักผิวปากเรียกมาจากพุ่มไม้ฝั่งตรงข้ามถนน แดงดีใจ รีบวิ่งไปหาไม่ทันมองทางถูกรถตำรวจชนกระเด็นนอน แน่นิ่งจมกองเลือด โพล้งมาเห็นพอดี ตกใจตะโกนลั่น

“ไอ้แดงโดนรถชน เร็วพี่หนัก”

ตำรวจหันขวับไปเห็นนายหนักหน้าตาตื่นกลัว รู้ทันทีว่าเป็นคนคนเดียวกับเสือหนักที่ปล้นร้านทอง ต่างกรูจะเข้าไปจับกุม แต่เขาวิ่งหนีไปเสียก่อน ครู่ต่อมา โพล้งพาแดงที่ใกล้ตายกลับบ้านพร้อมกับข้าวของในห่อผ้าเปื้อนเลือด แดงได้ทันบอกลาลูกก่อนจะสิ้นใจ เนียนกอดศพผัวร้องปิ่มว่าจะขาดใจ...

เรียมตั้งสำรับรอสามีกลับมากินข้าวด้วยกันจนดึกดื่น เริ่มเป็นห่วงที่เขาหายไปเกรงจะไปเจอเหตุร้าย ทองจันทร์ปลอบว่าท่านขุนดวงแข็ง พระเคยดูดวงให้ตั้งแต่เกิดว่าจะแคล้วคลาดจากเหตุร้ายทางร่างกาย แต่ไม่แคล้วคลาดเรื่องทางใจ เตือนลูกสะใภ้อย่าใจดีเกินไป ผู้หญิงสมัยนี้อยากจะมีผัวรวยๆ

“ไม่เป็นไรดอกเจ้าค่ะคุณแม่ อะไรที่เป็นความพอใจของคุณพี่ เรียมยินดีเจ้าค่ะ”

ทองจันทร์ต่อว่าว่าเพิ่งเตือนไปเมื่อครู่ทำไมไม่ฟังกันบ้าง มีเสียงดังมาจากหน้าบ้าน เรียมรู้ว่าสามีมารีบออกมาต้อนรับ กบบ่าวรับใช้วิ่งตามไปติดๆ พอขุนภักดีรู้จากกบว่าเรียมตั้งสำรับรอกินข้าวด้วยถึงกับอึ้ง แสร้งว่ายังไม่กินอะไรมา แล้วโอบเรียมจะพาขึ้นเรือน มีเสียงของบางอย่างตก ขุนภักดีหันขวับไปมอง พยักพเยิดให้นายเอกเก็บ กบเห็นห่อใบตองใส่อาหารที่กินเหลือตกพื้นอ้าปากจะโวยวาย นายเอกส่งสายตาเป็นทำนองให้เธอเงียบ

ooooooo

แพร น้อม และเนียนต้องแปลกใจที่เห็นภายในห่อผ้าที่ติดตัวแดงมามีของของลูกรวมทั้งเงินและสร้อยทอง โพล้งตัดสินใจเล่าเรื่องตอนเจอตำรวจให้ฟัง ตั้งข้อสังเกตว่านายหนักน่าจะได้เงินกับทองมาจากการปล้น

“ข้าว่าแล้ว ไอ้ลูกคนนี้ตอนเกิดมามันเอารกสะพายแร่งมาทีเดียว โบราณเขาถือ ถ้าไม่ดีจนเหลือเชื่อก็ชั่วสุดประมาณ” นายน้อมว่าแล้วถอนใจเหนื่อยใจ

“โธ่ พี่หนัก ศพพี่แดงยังไม่ทันเผา พี่หนักก็ต้องหนีตำรวจหัวซุกหัวซุน” เนียนอดเป็นห่วงพี่ชายไม่ได้ โพล้งแนะให้เธอซ่อนเงินกับทองให้มิดชิด กำชับทุกคนปิดปากให้สนิท ภาวนาอย่าให้ตำรวจจับนายหนักได้...

สนไม่ยอมให้ขุนภักดีหลุดมือ ชวนช้อยหอบอาหารที่ถูกปากเขาเมื่อวานพายเรือมาส่งถึงบ้าน ทองจันทร์กำลังกินข้าวกับลูกชายและลูกสะใภ้ไม่พอใจมาก กระแทกช้อนส้อมเสียงดัง ขุนภักดีรีบแนะนำสนให้รู้จักกับแม่ของเขา ทองจันทร์รีบกันท่า แนะนำให้เธอรู้จักกับเรียมภรรยาของขุนภักดี สนไหว้ทั้งคู่อย่างอ่อนน้อม

“สนกราบเจ้าค่ะ คุณนายทองจันทร์ สวัสดีเจ้าค่ะคุณนายเรียม”

เรียมเห็นสนเดินทางมาไกล จะไล่กลับก็ดูจะไร้น้ำใจจึงชวนให้อยู่กินมื้อเย็นด้วยกัน เธอไม่รีรอ รีบตกปากรับคำ ทองจันทร์หน้าตึงขึ้นมาทันที ไม่ชอบใจที่ลูกสะใภ้ใจดีเกินไป

ooooooo

เงินที่นายหนักทิ้งไว้ให้ ใช้ได้แค่สองเดือนก็ใกล้หมด เนียนไม่กล้าเอาสร้อยทองไปขายกลัวจะถูกจับได้ ไหนจะต้องคอยดูแลแดงน้อยไม่มีเวลาทำไร่ทำนา ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้จ่าย แพรเห็นใจเนียนมาก อาสาจะรับแดงน้อยไปดูแลให้ เธอจะได้ออกไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้

“พี่แพรจ๋า เนียนขอบใจพี่เหลือเกิน”

เนียนดีใจได้แค่ชั่วครู่ ต้องหน้าเศร้าเมื่อโพล้งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่านายหนักโดนตำรวจจับได้แล้ว...

ด้านเรียมรู้ว่าพักหลังมานี่ ขุนภักดีไปตรวจราชการแถวบ้านกำนันแสงบ่อย แถมยังกลับบ้านดึกๆดื่นๆ ตัดสินใจคุยกับเขาให้รู้เรื่อง ทองจันทร์ดีใจที่ลูกสะใภ้หัดปรามสามีเสียบ้าง แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร นอกจากจะไม่ห้ามปราม เรียมกลับเปิดทางให้เขาได้อยู่กับสนอย่างเปิดเผยจะได้ไม่ถูกใครนินทาลับหลัง

“แม่เรียมของพี่ แม่ช่างแสนดี แสนประเสริฐ ในใจของพี่ไม่เคยเทิดทูนใครเท่าแม่เรียม พี่สัญญาจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว” ขุนภักดีโอบกอดเธอไว้ ปลื้มปีติอย่างที่สุด ขณะที่ เรียมช้ำใจน้ำตาคลอเบ้า...

ไม่นานนัก สนย้ายเข้ามาอยู่ที่เรือนเล็กซึ่งจัดไว้เป็น สัดเป็นส่วนภายในบ้านขุนภักดีสมใจ มีช้อยคอยตามมารับใช้ใกล้ชิด สนหมายมั่นปั้นมือจะแย่งชิงภรรยาหมายเลขหนึ่งมาจากเรียม ด้วยการรีบมีลูกให้ท่านขุน...

ทางฝ่ายนายหนักเป็นห่วงครอบครัวมาก ทนอยู่ในคุกต่อไปไม่ไหว แหกคุกกลับมาหาน้อง และที่สำคัญอยากจะเห็นหน้าหลานสักครั้ง แต่ต้องผิดหวังเมื่อรู้จากเนียนว่าแพรช่วยรับเลี้ยงแดงน้อย ตอนนี้อยู่ที่บ้านของเธอ ส่วนสร้อยทองเส้นนั้น เนียนยังไม่มีเวลาเอาไปขาย พ่อป่วยกระเสาะกระแสะ ไม่ยอมไปหาหมอ เธอไม่กล้าทิ้งท่านไปไหน นายหนักขอให้น้องสาวรออีกสักพัก เขาจะออกปล้นเอาเงินมาไถ่ที่นาให้

“เหลือเวลาอีกเท่าไหร่ที่เราต้องเอาเงินไปคืนนางคุณนายใจอีกา”

“สามวันจ้ะ” สิ้นเสียงเนียน เสียงคุณนายหน้าเลือดตะโกนทวงหนี้ดังมาแต่ไกล นายหนักทำท่าจะไปเอาเรื่อง เนียนต้องเตือนให้เขานึกถึงหลานให้มากๆ บอกให้รีบไปเยี่ยม หลาน นายหนักกอดน้องแล้วหลบออกไป ทันทีที่ลับสายตา คุณนายก็โผล่เข้ามาเตือนเนียนว่าอีกสามวันจะครบกำหนดใช้หนี้ ถ้ายังดื้อดึงต่อไป เธอจะจัดการขั้นเด็ดขาด...

ในเมื่อหมดหนทางจะหาเงินมาใช้หนี้ น้อมชวนเนียนพายเรือมาขอพึ่งบารมีทองจันทร์แม่ของขุนภักดี พ่อของน้อมเคยทำงานรับใช้สามีของท่านมาก่อน และท่านยังเคยช่วยเหลือเขากับครอบครัวโดยให้เงินไปซื้อที่ดินผืนที่เราใช้ทำกินผืนนี้ เนียนถึงกับออกปากชื่นชมว่าท่านใจดีมาก

“ใจดีมาถึงรุ่นท่านขุน พ่อได้ยินว่าชาวบ้านรักท่านขุนภักดีคนนี้มาก เพราะมีเมตตาต่อผู้ยากไร้ ท่านเอาใจใส่ทุกข์สุขของชาวบ้านจนเลื่องลือระบือไปทั่วทั้งเมืองสุพรรณ” น้อมยิ้มอย่างมีความหวัง พลอยทำให้เนียนมีกำลังใจ ไปด้วย รีบเร่งฝีพายเร็วขึ้น...

พักใหญ่กว่าเนียนจะพายเรือมาถึงท่าน้ำบ้านขุนภักดี ขณะเบนหัวเรือเทียบท่า ช้อยปรี่เข้ามาไล่ อ้างว่านี่เป็นท่าน้ำส่วนตัวของสามีคุณนายสน เจ้านายของตน เนียนบอกอย่างนอบน้อมว่าจะมาขอพบขุนภักดี

“ไม่ได้ ไม่อยู่ ถึงอยู่ก็ไม่ให้พบ คิดจะมาเสนอตัวเป็นเมียน้อยท่านขุนรึ”

เนียนรีบปฏิเสธว่าเปล่า แต่ไม่กล้าบอกว่าจะมาขอยืมเงิน ช้อยเห็นหน้าตาสะสวยของหญิงสาวตรงหน้ายิ่งอาละวาดใส่ นายเอกได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู จำน้อมได้ทันทีว่าเคยอยู่ที่นี่ จึงทักทายอย่างคุ้นเคย แล้วไล่ช้อยให้ขึ้นไปหาคุณสน เธอไม่พอใจแต่ไม่กล้าหือเนื่องจากนายเอกเป็นคนสนิทของท่านขุน

ครู่ต่อมา ช้อยรีบมาเตือนเจ้านายสาวที่อยู่บนเรือนเล็กว่าพายุร้ายกำลังพัดใกล้ตัวเข้ามาทุกทีแล้ว เพราะตอนนี้มีคนที่สาวกว่าสวยกว่ามาเยือนถึงที่นี่ แล้วดึงเธอไปที่หน้าต่างห้อง แง้มม่านชี้ไปทางเนียนที่เดินตามนายเอกกับน้อมไปยังเรือนใหญ่ สนใจคอไม่ดีเมื่อเห็นความงามที่ไม่ได้เติมแต่งของเธอ ยิ่งได้รู้ว่าหญิงสาวมาขอพบท่านขุนยิ่งร้อนใจ สั่งบ่าวคนสนิทไปสืบสาวราวเรื่องว่าทั้งคู่มาที่นี่ทำไม

ooooooo

ขณะเดินไปที่เรือนใหญ่ น้อมได้รู้เรื่องราวคร่าวๆ ของสนกับช้อยจากปากนายเอก ทำให้รู้ว่าช้อยเป็นคนขี้โม้โอ้อวด ปากกรรไกรไม่มีใครเกิน เป็นบ่าวคนสนิทของคุณสนลูกสาวกำนันแสง

“แม่คนนั้นบอกว่าคุณนายสนเป็นภรรยาของท่านขุน” น้อมนิ่วหน้าสงสัย นายเอกกระซิบกระซาบ

“เมียน้อยน่ะ ไม่ใช่คุณนายใหญ่ อย่าได้เอ่ยแบบนี้ให้คุณนายทองจันทร์ท่านได้ยินทีเดียว ท่านไม่โปรดคุณสน” นายเอกยังแนะให้น้อมบอกท่านไปตามตรงว่าจะมาขอยืมเงิน แล้วถามว่ามีอะไรเป็นหลักประกันให้ท่านอุ่นใจว่าจะไม่โกงไหม น้อมจนปัญญาไม่รู้จะหาอะไรมาค้ำประกัน นายเอกเสนอให้ทิ้งลูกสาวไว้

น้อมมองเนียนที่เดินตามมาด้านหลัง ก่อนจะหันกลับมาบอกนายเอกว่าต้องถามลูกก่อน เขาแนะให้บอกเธอหลังจากตกลงกับคุณท่านแล้ว...

เมื่อได้พบทองจันทร์และเรียม น้อมทำตามที่นายเอกแนะนำ คือเล่าความจริงทุกอย่างและบอกว่าพรุ่งนี้จะถึงวันครบกำหนดชำระหนี้ ทองจันทร์รับปากจะให้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย น้อมเกรงใจ ตัดสินใจจะยกลูกสาวให้เป็นหลักประกันเงินกู้ เรียมไม่ต้องการ เพราะเชื่อใจน้อมที่เคยเป็นคนเก่าคนแก่ของคุณแม่มาก่อน ทองจันทร์กลับเห็นด้วยกับเขา ถ้าลูกสาวของเขาเต็มใจจะอยู่ที่นี่

“เต็มใจเจ้าค่ะ” เนียนพูดจบ มองสบตาพ่อก่อนจะก้มกราบคุณท่านทั้งสอง

“ฉันยินดีรับเนียนไว้ แต่ไม่ใช่บ่าวดอกนะ ฉันจะเลี้ยงดูเนียนเหมือนน้องสาวฉัน”

เนียนปลื้มใจน้ำตาไหลที่คุณเรียมเมตตา ก้มกราบขอบพระคุณอีกครั้ง...

ฝ่ายสนไม่พอใจมากเมื่อรู้จากช้อยว่าชาวนาที่มาขอกู้เงินจากทองจันทร์ยกลูกสาวตัวเองให้เป็นน้องสาวเรียม นังบ่าวตัวดียังใส่ไคล้อีกว่าเรื่องครั้งนี้น่าจะเป็นแผนร้ายของคุณท่านทั้งสองที่ต้องการแก้ลำที่คุณสนมาเป็นเมียน้อยท่านขุน สนจะไปตามเอาเรื่อง ช้อยเตือนว่าอย่าเพิ่งบุ่มบ่ามต้องอดทนอดกลั้นไว้ก่อน...

ครู่ต่อมา เนียนมาส่งพ่อที่ท่าน้ำ น้อมขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเธอก่อน ที่เขาอยากให้เนียนอยู่ที่นี่เพราะไม่อยากให้เธอต้องลำบากอดมื้อกินมื้อ ตรากตรํา ทำไร่ไถนา เนียนเห็นด้วย เพราะถ้ากลับบ้านก็ต้องไปแบ่งพ่อแย่งลูกกิน แล้วบอกพ่อให้เอาเงินที่ได้ไปใช้หนี้ ถ้าพ่อป่วยอีกก็ไม่ต้องไปไถนาให้ไปหาหมอรักษาตัวเองก่อน

“ไอ้โพล้งมันแอบมากระซิบว่าสองวันก่อนไอ้หนักมันแอบไปดักเจอมันที่ท้ายป่าช้า ฝากเงินมาสองตำลึงเนียนไม่ต้องห่วงแดงน้อย นางแพรรักมันยังกับลูกตัวเองก็ไม่ปาน ทำตัวดีๆนะลูก พ่อรักเอ็งนะ พ่อไปก่อน”

“พ่อดูแลตัวเองดีๆนะจ๊ะ เนียนรักพ่อจ้ะ” เธอพูดจบน้ำตาไหลพราก ค่อยๆประคองพ่อขึ้นเรือ....

เรียมพอใจที่เนียนเจียมเนื้อเจียมตัว อ่อนน้อมถ่อมตน จึงเมตตาแบ่งเสื้อผ้าสวยๆของตัวเองให้ กำชับให้เรียกเธอว่าพี่เรียม และไม่ต้องพูด “เจ้าค่ะ” กับเธอ แค่ “คะ ขา” ก็พอ ที่สำคัญเรียมเลี้ยงเนียนเป็นน้องสาว ไม่ใช่เป็นบ่าว ดังนั้นไม่ต้องทำอะไร แค่อยู่ใกล้ๆเธอไว้ ส่วนเรื่องที่พัก ให้เนียนไปพักกับกบก่อน วันหน้าจะจัดห้องเป็นสัดเป็นส่วนให้ จากนั้น สั่งให้เนียนเอาของไปเก็บ อาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วขึ้นมารอเธอที่ห้องนี้...

สนพยายามอดกลั้นตามที่ช้อยแนะนำ แต่พอเห็นเนียนหอบเสื้อผ้าที่เรียมให้เดินตามกบไปที่เรือนบ่าว ทนไม่ไหวชวนช้อยตามมาหาเรื่อง โชคดีที่ทองจันทร์มาช่วยเนียนไว้ทัน ยิ่งทำให้สนไม่พอใจ...

ตกเย็น ขุนภักดีกลับจากทำงานเข้ามาในห้องนอนของเรียม เห็นด้านหลังเนียนซึ่งสวมเสื้อผ้าของเรียมกำลังจัดที่นอนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเมียรัก ย่องเข้าไปโอบทางด้านหลัง แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่

“แม่เรียม สุดที่รักคนดีของพี่”

เนียนตัวสั่นด้วยความตกใจ ละล่ำละลักให้ปล่อย ขุนภักดีเอะใจจับร่างนั้นให้หันมาเผชิญหน้า ถึงกับตะลึงในความงามของหญิงสาว ขณะที่เนียนเข่าอ่อนเป็นลมล้มพับลงตรงนั้น

ooooooo

ช้อยเห็นท่าไม่ดี ขืนปล่อยให้ขุนภักดีเจอเนียน ต้องเป็นเรื่องแน่นอน แนะให้เจ้านายไปดักรอเขาหน้าถนนเข้าบ้านแล้วพาไปเรือนเล็กอย่าให้ขึ้นเรือนใหญ่เด็ดขาด สนยังไม่ทันจะขยับ นายเอกโผล่พรวดขวางทางไว้

“เสียใจด้วยคุณสน แม่ช้อย ท่านขุนกลับมาและขึ้นเรือนใหญ่ไปแล้ว เห็นกบมันว่าเมื่อครู่ก่อนหน้าท่านจะกลับมา เนียนกำลังไปจัดที่นอนให้คุณนายเรียม มันยังบอกอีกว่าท่านขุนว่าจะไปหาคุณนายเรียมที่ห้อง คุณนายเรียมท่านไม่ได้อยู่ที่ห้อง แต่กบมันบอกไม่ทัน” นายเอกเห็นสองนายบ่าวที่ตาโตด้วยความตกใจแล้ว
อดขำไม่ได้...

ขณะที่สนหมดทางขัดขวางไม่ให้ขุนภักดีเจอเนียน เรียมกับทองจันทร์เร่งฝีเท้าตามกบมาถึงหน้าห้องนอนของเรียม แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นขุนภักดีวางเนียนที่หมดสติลงกับพื้น ทองจันทร์ถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น

“แม่คนนี้ใส่เสื้อและผ้านุ่งของแม่เรียม เข้าไปอยู่ในห้องนอนของแม่เรียม”

เรียมมองหน้าทองจันทร์ยิ้มๆก่อนจะเล่าถึงที่มาที่ไปของแม่คนนี้ให้ฟังว่า เธอชื่อเนียนเป็นลูกของน้อม ซึ่งเคยเป็นคนดูแลที่นาให้พ่อของท่านขุน น้อมไม่มีเงินไปไถ่ที่นาจึงมากู้เงินไปสองชั่ง โดยทิ้งเนียนไว้ให้อยู่รับใช้พวกเราแทนหลักประกัน เรียมเห็นเธอซื่อๆอ่อนน้อมถ่อมตน เลยจะรับเลี้ยงไว้เป็นน้องสาว ขอโทษขุนภักดีที่ไม่ได้ปรึกษาก่อน เขามองเนียนอย่างพึงพอใจ ก่อนจะชมเรียมว่าทำถูกต้องแล้ว

จังหวะนั้น เนียนรู้สึกตัว ค่อยๆลืมตา เห็นคนที่จูบตัวเองอยู่ตรงหน้า ตกใจกลัวร้องลั่นว่าอย่า แล้วรีบคลานไปหลบหลังเรียม ทองจันทร์อดแปลกใจไม่ได้ ถามเนียนว่าทำไมต้องร้องเอะอะอย่างนั้น มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เนียนอายไม่กล้าพูด ได้แต่ก้มหน้างุดๆขุนภักดีตอบคำถามแทนเธอ

“แม่เนียนของคุณแม่ตกใจที่ผมไปทึกทักหล่อนว่าเป็นแม่เรียม เพราะหล่อนยืนหันหลังแถมใส่เสื้อใส่ผ้านุ่งของแม่เรียม ตัวก็เท่ากัน ผมก็เลย...” ขุนภักดีพูดยังไม่ทันจบ ทองจันทร์ชิงต่อว่าเนียนว่าเรื่องแค่นี้ถึงกับเป็นลมเลยหรือ ทั้งเรียม ทองจันทร์ และกบเห็นสีหน้าและแววตาของท่านขุนที่มองเนียนแล้ว รับรู้ได้ถึงความพึงพอใจ

ooooooo

หลังจากนำเงินที่ได้จากบ้านขุนภักดีไปไถ่ที่นาคืนเรียบร้อย น้อมซึ่งอ่อนแรงเต็มทีเพราะต้องพายเรือกลับบ้านเอง รู้ตัวดีว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน สั่งให้โพล้งไปตามแพร เขาจะให้เธอช่วยเขียนพินัยกรรมยกที่นาผืนนี้ให้เนียนกับลูก โพล้งเห็นน้อมไอมีเลือดปนหายใจหอบเหนื่อย อาสาจะไปบอกเนียนให้ น้อมห้ามเสียงหลง

“อย่านะ ถ้าเอ็งไปบอกเนียนก็เท่ากับเอ็งกำลังทำลายอนาคตของเนียนกับแดงน้อย เนียนมันมีคนอุปถัมภ์ค้ำชูที่ใจบุญเมตตาปราณี คุณนายเรียมท่านยกย่องให้มันเป็นน้องสาวท่าน ข้าไม่ยอมให้มันกลับมาจมปลักอยู่ที่นี่

อีกแน่” น้อมสีหน้ามุ่งมั่น ก่อนจะเร่งให้โพล้งรีบไปตามแพร...

สนทำทุกทางเพื่อเรียกร้องความสนใจจากขุนภักดี สั่งให้บ่าวทำของโปรดของเขาแล้วยกมาให้ถึงเรือนใหญ่ เห็นเนียนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่แถวนั้น สนแกล้งเหยียบมือเธอก่อนจะเดินเข้าไปหาขุนภักดี เชิญชวนให้กินกับข้าวของตัวเอง ทองจันทร์ได้ทีแดกดันว่ามาช้าไป ขุนภักดีกินต้มยำพุงปลาช่อนฝีมือเนียนอย่างเอร็ดอร่อยไปแล้ว และเท่าที่เธอจำได้วันนี้เป็นวันศุกร์ สนไม่มีหน้าที่มาป้วนเปี้ยนที่นี่

“สนก็แค่เจตนาดีเพราะพี่ขุนสั่งให้ทำแกงเผ็ดตะพาบน้ำให้ แต่ถ้าพี่ขุนรับประทานแล้วสนเอากลับนะคะ” สนว่าแล้วส่งจานใส่ผัดเผ็ดให้ช้อยที่ยืนอยู่ใกล้เนียน พลางสบตาอย่างรู้กัน ช้อยแกล้งรับจานพลาด กับข้าวหกรดเนียนเปรอะเปื้อนทั้งตัว ขุนภักดีบอกให้เธอไปล้างเนื้อล้างตัว แล้วมองตามเนียนจนลับสายตาด้วยสีหน้าสงสารมาก สนไม่พอใจที่เห็นเขาเป็นห่วงเป็นใยเนียน คิดหาทางตัดไฟแต่ต้นลม...

พอกลับถึงเรือนเล็ก สนสั่งช้อยให้ช่วยหาทางดึงตัวท่านขุนมาที่นี่อย่างเร่งด่วนก่อนที่เขาจะหันไปกินพุงเนียนแทนพุงปลาช่อน ช้อยแนะให้เจ้านายแกล้งนอนซมเพราะพิษไข้ ก่อนจะวิ่งลงจากเรือน...

ที่ห้องพระภายในเรือนใหญ่ ขณะที่เรียมกับทองจันทร์กำลังหัดให้เนียนจัดดอกไม้สำหรับบูชาพระ ขุนภักดีขอเข้ามาสวดมนต์ด้วย ทั้งๆที่ร้อยวันพันปีไม่เคยทำมาก่อน จังหวะนั้น ช้อยวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าคุณสนไม่สบายตัวร้อนจี๋ราวกับไฟลน เรียมแนะท่านขุนให้ไปดูสน เขากลับส่ายหน้า

“พี่ไม่ใช่หมอ ช้อยแกไปตามนายเอก ให้มันไปตามหมอ บอกว่าฉันให้มาดูอาการแม่สน”

ช้อยแทบทรุด เดินคอตกออกมา...

แผนการของช้อยพังไม่มีชิ้นดี สนแทบอกแตกตายด้วยความแค้นที่ท่านขุนไม่สนใจไยดี หันไประบายแค้นใส่ช้อย ไล่ทุบตีไม่ยั้ง บ่าวตัวดีโดดหลบเป็นพัลวัน...

ได้เวลานอนแล้ว แต่เนียนนอนไม่หลับเป็นห่วงพ่อกับแดงน้อยผุดลุกผุดนั่งจนกบที่นอนอยู่ข้างๆลุกขึ้นมาถามว่าเป็นอะไร เนียนเป็นห่วงพ่อซึ่งไม่สบายเรื้อรัง ต้องพายเรือกลับบ้านแพนคนเดียวเกรงจะยิ่งทรุดลงไปอีก

“ป่วยจริงเขาก็ส่งข่าวมาเองแหละน่า นี่ถามจริง หน้าตาสวยๆอย่างนี้มีคนรักรออยู่ที่บ้านแพนใช่ไหม”

เนียนนึกถึงคำพูดของพ่อที่ห้ามเธอบอกใครเด็ดขาดว่ามีลูกมีผัว มีพี่ชื่อเสือหนักขึ้นมาได้ จึงโกหกว่าไม่มีใครมาเหลียวแลผู้หญิงยากจนมอมแมมอย่างตน กบซักอีกว่าเมื่อตอนเย็นท่านขุนพูดอะไรหรือทำอะไรเนียนมากกว่าเรียกชื่อผิด จำเสื้อผิดหรือเปล่า เนียนอ้อมแอ้มว่าเปล่า

“ตอบไม่เต็มเสียง ฉันเคยบังเอิญเห็นท่านขุนย่องไปด้านหลังคุณนายเรียมแล้วขโมยกอดจูบ” กบพูดไปหัวเราะคิกคักไปด้วย เนียนเขินอายรีบลุกหนี...

ไม่ใช่มีแต่เนียนคนเดียวที่นอนไม่หลับ ขุนภักดีก็เช่นกัน เห็นแต่ใบหน้าเนียนลอยวนเวียนอยู่ในความคิด ต้องลุกขึ้นสะบัดหัวไล่ภาพนั้นออกไป เรียมพลอยตื่นไปด้วย เขาขอโทษที่ทำให้เธอนอนไม่หลับ ขอตัวออกไปรับลมหน้าเรือน เรียมมองตาม รู้แก่ใจดีว่าสามีกระสับกระส่ายนอนไม่หลับเพราะเนียนเป็นต้นเหตุ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่สองนายบ่าวกำลังวางแผนการ กำจัดเนียนพ้นทาง สนเหลือบมองไปนอกหน้าต่างห้องนอนเห็นขุนภักดีบ่ายหน้ามาทางนี้ ดีใจเนื้อเต้นคิดว่าจะมาหาตน สั่งให้ช้อยไปเตรียมน้ำร้อนมาประคบให้ตัวร้อน แสร้งไม่สบายออเซาะเขา แต่ขุนภักดีกลับไม่สนใจเดินเลี้ยวไปทางท่าน้ำ ไม่คิดจะดูดำดูดีด้วยซ้ำ สนถึงกับปล่อยโฮ พาลคิดว่าตนเองคงตกกระป๋องอย่างช้อยว่าจริงๆ...

ขุนภักดีได้ยินเสียงถอนใจเฮือกๆ ดังมาจากท่าน้ำ เดินเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นเนียนนั่งหน้าเศร้าสร้อย ถามด้วยความเป็นห่วงว่าถอนใจคิดถึงคนที่บ้านหรือ หญิงสาวสะดุ้งโหยง แต่ไม่กล้าส่งเสียงร้องได้แต่ถดหนี

“เห็นฉันเป็นยักษ์เป็นมารหรืออย่างไร ถึงทำท่ากลัวขนาดนั้น”

“หามิได้เจ้าค่ะ” เนียนไม่กล้าสบตาด้วย ขุนภักดีสั่งว่าต่อไปเจอหน้าตนอีกอย่าทำตัวสั่นแบบนี้ เนียนรับคำแล้วขออนุญาตกลับห้อง ขุนภักดีอดขำไม่ได้ เพิ่งสั่งห้ามกลัวไปเมื่อครู่ เนียนกลับลนลานจะหนี

“เอาเถิดจะไปก็ไป เดินดีๆไม่ต้องวิ่งเดี๋ยวจะหกล้มหกลุก” ขุนภักดีพูดไม่ทันขาดคำ เนียนสะดุดขาตัวเองหน้าคะมำ เขายื่นมือจะให้เธอจับเพื่อช่วยลุกขึ้น เธอกลับหดมือหนีแล้วรีบคลานออกไปอย่างรวดเร็ว ขุนภักดีมองเนียนที่เดินลิ่วอย่างเพลินๆ นายเอกโผล่พรวดมาตรงหน้า

“แม่เนียนสะสวยไปหมด ทั้งรูปร่างหน้าตา ยิ่งได้แต่งตัวงามๆที่คุณนายเรียมให้ อุเหม่ นางฟ้ามาจุติดีๆ นี่เองนะขอรับ” นายเอกยิ้มหน้าเป็น ขุนภักดีเตะหยอกๆเขาหนึ่งทีฐานแอบดู ก่อนจะพากันหัวเราะชอบใจ

ooooooo

สนแทบจะอกแตกตายที่ขุนภักดีหายไปสามวันแล้วไม่เฉียดมาที่เรือนเล็กให้เห็นแม้แต่เงา ช้อยยุแยงว่า วันนี้เป็นวันของคุณสน แต่งตัวให้งามๆแล้วไปทวงข้อตกลงจากเขาด้วยกัน

ครู่ต่อมา สนเดินนำช้อยมาถึงหน้าเรือนใหญ่ เห็นเนียนผูกเชือกรองเท้าให้ขุนภักดีเสร็จข้างหนึ่งพอดี รีบปราดเข้าไปกระแทกเธอเซถลา แล้วนั่งลงจะผูกเชือกรองเท้าให้เขาแทน ขุนภักดีชักเท้าหนี บอกให้เนียนใส่ รองเท้าอีกข้างหนึ่งให้เสร็จ สนถึงกับพูดไม่ออก หันมองช้อยที่พยักพเยิดให้สู้ต่อไป

“พี่ขุนขาเย็นนี้พี่ขุนกลับมากินแกงตะพาบน้ำ

ที่เรือนสนนะคะ คุณพี่เรียมเตือนพี่ขุนแทนสนด้วยนะคะ”

“ไม่ต้องเตือน คุณพี่ก็ได้ยินแม่สนพูดแล้ว ขอตัวก่อน...เนียนรีบไปย้ายของมาไว้บนเรือนใหญ่สิ” เรียมพูดจบกลับขึ้นเรือน เนียนรีบลุกตาม ขุนภักดีมองตามเนียนตาละห้อย ทำให้สนขุ่นเคือง แต่ไม่กล้าโวยวาย...

ทันทีที่มาถึงหน้าเรือนเล็ก สนอาละวาดใส่ช้อยหูแทบแตกที่แผนการล้มเหลวอีกครั้ง กำชับให้หาทางกำจัดเนียนให้ได้ ช้อยเตือนไม่ให้ส่งเสียงดัง ถ้าใครมาได้ยินจะเดือดร้อน ชวนขึ้นไปคุยกันต่อบนเรือน แต่แล้วช้อยกลับตรงไปยังห้องของเจ้านาย ลากเสื้อผ้าออกจากตู้แล้วโยนลงพื้น บอกสนให้ช่วยกันทำเสื้อผ้าพวกนี้ให้สกปรกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเอาไปให้เนียนซักรีด สนกลัวนังลูกชาวนาทำเสื้อผ้าสวยๆของตัวเองเสียหาย

“ก็ฟ้องท่านขุนสิคะว่ามันทำเสื้อผ้าคุณสนพัง ท่านขุนจะได้เฆี่ยนมัน” ช้อยยิ้มกริ่มมั่นใจกับแผนครั้งนี้...

ที่เรือนใหญ่ เรียมเห็นเนียนทำงานบ้านตั้งแต่เช้าจนสายไม่ยอมหยุด สั่งให้พอแค่นี้ก่อน ไปพักผ่อนนั่งเล่นเสียบ้าง ถ้าพ่อของเธอมาเห็นเข้าจะหาว่าบ้านนี้ใช้ให้ทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนควาย เนียนได้ยินคำว่าพ่อ ถึงกับหน้าสลด ทองจันทร์เห็นแล้วอดถามไม่ได้ว่า ไม่สบายใจเรื่องอะไร คิดถึงบ้านหรือเปล่า ทีแรกเนียนไม่กล้าบอก พอถูกคาดคั้นหนักเข้ายอมเปิดปากว่าเป็นห่วงพ่อ เรียมใจดีจะให้คนที่นี่พาเธอไปเยี่ยมพ่อ

“เนียนกราบขอบพระคุณคุณนายกับคุณนายเรียมมากค่ะ” เนียมยกมือไหว้ท่วมหัวแล้วหิ้วถังน้ำออกไป...

ความหวังที่จะได้เจอหน้าพ่อเป็นอันต้องพังทลาย เมื่อช้อยมาตามตัวให้ไปซักเสื้อผ้าให้คุณสน นายเอกทักท้วงว่าคุณนายเรียมมีคำสั่งให้ตนพาเนียนกลับไปเยี่ยมพ่อที่บ้านแพน เนียนไม่อยากมีปัญหา ขออยู่ซักรีดเสื้อผ้าให้คุณสนก่อน นายเอกเห็นใจเธอมาก ยิ่งเห็น

เสื้อผ้าสกปรกกองโตที่ช้อยขนมาให้เนียนซักยิ่งสงสาร อาสาจะช่วยซัก เนียนเกรงใจ บอกนายเอกว่าไม่ต้องช่วย แค่นี้ทำเองได้ แล้วก้มหน้าก้มตาซักผ้าต่อไป

ตะวันคล้อยมากแล้ว ตอนที่เนียนหยิบผ้าที่ซักสะอาดสะอ้านชิ้นสุดท้ายขึ้นตากบนราวตากผ้า แต่กลับถูกสองนายบ่าวกลั่นแกล้ง สาดน้ำสกปรกใส่ ทั้งคนทั้งเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปหมด หนำซ้ำยังด่าว่าเนียนที่เอาผ้ามาตากขวางทางน้ำที่พวกตนเททิ้ง สนสั่งให้เธอซักผ้าให้สะอาดเหมือนเดิม เนียนรับทราบ แต่วันนี้ยังซักให้ไม่ได้ เพราะเธอต้องกลับไปเตรียมสำรับมื้อเย็น

“แกจะทำอาหารให้พี่ขุนใช่ไหม อย่ามาสะเออะ วันนี้พี่ขุนจะกินข้าวเย็นที่นี่ คนเรือนโน้นไม่เกี่ยว ฟังนะ พรุ่งนี้แกมาซักผ้าฉันให้สะอาดแต่เช้า และจำไว้ว่าอย่าสะเออะไปใส่รองเท้าให้พี่ขุนอีก”

เนียนทักท้วง พรุ่งนี้เธอต้องไปเยี่ยมพ่อที่ป่วย สนไม่ได้ห้ามอะไร ซักผ้าเสร็จค่อยไปก็ได้ เนียนถึงกับหน้าเศร้า แต่ไม่มีทางเลือกจำต้องรับคำ...

พอเรียมรู้ว่าเนียนไม่ได้ไปเยี่ยมพ่อ ซักถามเป็นการใหญ่ว่าทำไมถึงไม่ไป นายเอกยังไม่ทันจะอ้าปากเล่าความจริง เนียนชิงบอกเสียก่อนว่าตนเองไม่ค่อยสบาย ขุนภักดีเป็นห่วงเนียน สั่งให้นายเอกไปหายามาให้เธอกินแล้วหันไปบอกเรียมว่าเย็นนี้อยากจะฟังจะเข้ ช่วยเล่นให้ฟังหน่อย เรียมท้วงว่าสนรอกินข้าวเย็นกับเขา

“รอไปสิ พี่ไม่ไป พี่อยากฟังเรียมเล่นจะเข้ ไม่ได้ฟังนานแล้ว” ขุนภักดีเสียงแข็งทำให้ไม่มีใครกล้าขัดใจ

ooooooo

ตะวันตกดินไปแล้ว ขุนภักดีไม่โผล่มาที่

เรือนเล็กสักที สนร้อนใจมาก กลัวเขาจะผิดข้อตกลงอีก มีเสียงจะเข้แว่วมาจากเรือนใหญ่ สองนายบ่าวมองหน้ากันแปลกใจ  แทนบ่าวรับใช้จากเรือนใหญ่เดินผ่านมาพอดี ช้อยตะโกนถามว่ามีแขกมาหรือ ถึงมีใครเล่นจะเข้ที่เรือนใหญ่

“ไม่มีแขกครับ มีแต่คุณนายเรียมเล่นจะเข้ เห็นว่าท่านขุนอยากฟัง เบิกบานกันใหญ่” แทนเย้ยเสร็จรีบจ้ำพรวดๆหายไปในความมืด เพราะรู้ดีว่าสนต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่ เขาคาดไม่ผิด สนอาละวาดกวาดถ้วยชามแตกกระจายก่อนจะวิ่งร้องไห้เข้าห้อง ช้อยตามมาปลอบว่าอย่าเพิ่งท้อ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ถ้าไม่มีความพยายาม คุณสนคงไม่มีวันนี้ เลิกร้องไห้ แล้วมาช่วยกันหาทางกำจัดมารหัวใจของเธอดีกว่า

“แกรีบไปตามไอ้เหิมมาฉุดนังเนียน”

“ไชโย คุณสนกลับมาฉลาดปราดเปรื่องเหมือนเดิมแล้วค่ะ เอ...แต่ว่าจะดีหรือคะ ก็ไอ้เหิมมันเป็นตัวกาลีของคุณสน ช้อยกลัวมันเปิดโปงเรื่องของคุณสนกับตัวมัน”

สนไม่กลัว เพราะเหิมสาบานกับพ่อกำนันแสงไว้แล้ว ถ้าผิดคำสาบานเขาต้องตายแน่นอน...

ความปรารถนาในตัวเนียนเพิ่มขึ้นทุกนาที แม้ ไม่ได้เห็นหน้า เห็นแค่หน้าต่างห้องนอนของเธอก็มีความสุข ขุนภักดียืนจ้องขึ้นไปที่ห้องนอนของเนียนซึ่งตอนนี้ย้ายขึ้นมาอยู่เรือนใหญ่ นายเอกเห็นใจเจ้านายอาสาจะเป็นพ่อสื่อให้ ขุนภักดีอยากจะได้เนียนใจจะขาด แต่เกรงใจแม่เรียมไม่อยากทำร้ายจิตใจเธออีก เคยสัญญาว่าจะมีสนเป็นคนสุดท้าย คราวนี้เกิดซ้ำรอยขึ้นอีก เขาจะมองหน้าแม่เรียมได้อย่างไร นายเอกหัวเราะขำ

“โบราณว่าเมียสองต้องห้าม เมียสามตามตำรา ริอ่านจะมีเมียมากอย่าออกปากสัญญากับเมีย ท่านต้องหัดพูดให้มันเลี่ยงๆสิขอรับ”

“นี่แกสอนให้ฉันโกหกเมีย บาปกรรม”

“โกหกพระบาปกรรม แต่โกหกเมียไม่บาปขอรับ คุณเรียมท่านไม่ว่าแต่คนที่จะว่าน่ะ คุณสนขอรับ” นายเอกพูดแทงใจดำ ทำให้ขุนภักดีถึงกับอึ้ง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เนียนเก็บผ้าสกปรกที่สนกับช้อยแกล้งทำเลอะกลับมาซักใหม่อีกครั้ง นายเอกเข้ามากระซิบกระซาบว่าวาสนามาเกยเธอแล้ว ขุนภักดีรักเธอ อยากจะยกย่องให้เป็นเมีย เนียนส่ายหน้าน้ำตาคลอ

“ฉันรับวาสนานี้ไม่ได้ดอกจ้ะ ฉันเป็นแค่ดอกหญ้าต่ำต้อย ท่านขุนเปรียบเสมือนแจกันทองในคฤหาสน์ต่างกันราวฟ้ากับดินและพ่อก็บอกว่าสักวันจะมารับฉันกลับบ้านจ้ะ” เนียนว่าแล้วร้องไห้คิดถึงพ่อ

นายเอกแปลกใจ เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงร้องไห้มากมายนัก เนียนยังไม่ทันจะว่าอะไร สนกับช้อยหอบผ้าสกปรกกองใหญ่มาเพิ่มให้อีก สั่งให้ซักให้เสร็จภายในวันนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาด นายเอกค้านเสียงแข็งว่าไม่ได้ วันนี้เนียนต้องไปเยี่ยมพ่อที่ป่วยหนัก และที่สำคัญ อยากจะเตือนคุณสนว่าอีกไม่ช้าเนียนอาจมีฐานะเสมอหรือเหนือกว่าเธอ จะเป็นรองก็แค่คุณนายเรียมเท่านั้น สนกรี๊ดสนั่น จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องทองจันทร์ แล้วขยับจะไป

ขุนภักดีที่รู้เรื่องเนียนถูกสนกลั่นแกล้งให้ซักผ้าเข้ามาขวางไว้ เล่นงานสองนายบ่าวยกใหญ่ ก่อนจะสั่งนายเอกให้เอาเสื้อผ้าของสนไปทิ้งนํ้าครําให้หมด แล้วเตือนทั้งคู่ว่าทีหน้าทีหลังห้ามทำอย่างนี้กับเนียนอีก สนเจ็บใจมาก วิ่งร้องไห้ออกไป ช้อยลนลานตามไปทันที...

ระหว่างที่แผนการกลั่นแกล้งเนียนของสนพังไม่เป็นท่าอีกครั้ง น้อมซึ่งอาการไม่ค่อยดี วานโพล้งให้พายเรือมาที่บ้านขุนภักดี เพื่อจัดการเรื่องเนียนให้เสร็จสิ้นก่อนตัวเองจะตาย...

สนยังไม่ยอมรามือ เล่นงานเนียนซึ่งหน้าไม่ได้ วิ่งโร่มาฟ้องทองจันทร์ว่าเนียนทำเสน่ห์ยั่วยวนใส่ขุนภักดีอยู่ที่นี่แค่ไม่กี่วันทำให้เขาลุ่มหลงไม่ลืมหูลืมตา ซํ้ายังใส่ไคล้ว่าพ่อของเนียนเอาเนียนใส่ตะกร้าล้างนํ้าคิดหาทางลัดมาเป็นคุณนายที่นี่ ทองจันทร์คล้อยตามคำยุแหย่ สั่งให้สนไปตามเนียนมาสอบถาม เรียมขวางไว้ไม่ให้ไป

“เนียนไปเยี่ยมพ่อ และอยากจะบอกว่าเนียนไม่ได้จะอยู่ที่นี่ตลอดไปดอกนะ พ่อเขาฝากไว้เพราะไม่มีหลักประกันเงินกู้ แม่สนกลับเรือนเถิดนะจ๊ะ เห็นวิ่งไปวิ่งมาเดี๋ยวจะเป็นลมไป”

ถูกไล่ทางอ้อม สนจำต้องกลับ ทองจันทร์ยังคาใจไม่หายหันไปถามเรียมว่าตกลงขุนภักดีจะเอาเนียนมาเป็นเมียจริงอย่างที่สนว่าหรือเปล่า เธอแนะให้ท่านสอบถามจากเขาเองดีกว่า ทองจันทร์ไม่รอช้าเรียกลูกชายมาพบ พร้อมกับเตือนว่าเนียนแค่อยู่ขัดดอกไม่ได้อยู่ตลอดไป อย่าคิดยกย่องมาเป็นเมียอีกคน ขุนภักดีไม่พอใจที่สนมาใส่ความเนียนให้แม่ของเขาฟัง...

ด้านเนียนยังไม่ทันจะออกจากท่านํ้าบ้านขุนภักดี เห็นพ่อนั่งเรือที่โพล้งพาย เลี้ยวพ้นคุ้งนํ้าตรงมาหา ไม่นานนัก เนียนประคองน้อมมานั่งตรงหน้าขุนภักดี เรียมและทองจันทร์ น้อมไม่พูดพล่าม จะขอยกลูกสาวให้รับใช้คุณท่านทั้งสามจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ขุนภักดีแอบโล่งใจ รีบรับฝากเนียนทันที จะดูแลให้ดีที่สุดขอให้น้อมวางใจ ทองจันทร์ไม่ค่อยพอใจลูกชายนัก แต่ไม่ได้พูดอะไร...

นอกจากสนจะดีใจเก้อ เพราะคิดว่าน้อมมารับเนียนกลับบ้าน ยังถูกขุนภักดีตามมาเล่นงานที่เธอเอาเรื่องเขากับเนียนไปพูดอย่างเสียๆหายๆให้แม่ของเขาฟัง

สนไม่สำนึกผิด ซํ้ายังโวยวายใส่ ขุนภักดีเคืองมาก เตือนว่าถ้าไม่อยากให้เขาโกรธอย่าทำแบบนี้อีก แล้วเดินปึงปังลงเรือนเล็กไป สนถึงกับปล่อยโฮด้วยความน้อยใจ ช้อยรีบเข้ามาปลอบ แล้วบอกเจ้านายว่าคืนนี้ให้ไปที่สวนหลังบ้าน ตนนัดเหิมไว้ให้แล้ว

ooooooo

อาญารัก ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

อาญารัก

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement