advertisement

อาญารัก ตอนที่ 22

บทประพันธ์ จำลักษณ์ จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย วรพันธ์ รวี
16 มิ.ย. 2556 07:51

ในเวลาเดียวกัน ขณะเนียนกำลังร้อยมาลัยอยู่บนเรือนทองจันทร์ แดงน้อยคลานเข้ามากราบแทบเท้าด้วยความดีใจอย่างเหลือล้นที่ได้เป็นลูกของเธอ ในที่สุดความหวังความฝันที่เขาจะได้เจอหน้าแม่แท้ๆ ที่พลัดพรากจากกันมาแสนนานก็เป็นความจริง เนียนน้ำตาคลอ ตื้นตันและดีใจไม่แพ้กัน ดึงแดงน้อยมากอดไว้แน่น

“ลูกแดงน้อยทูนหัวของแม่ แม่ขอโทษที่แม่ปิดบังความจริง แม่เสียใจที่ไม่ได้ดูแลลูก อภัยให้แม่นะ”

แดงน้อยไม่เคยถือโทษโกรธแม่แม้แต่น้อย รู้ดีว่าท่านรักและห่วงใย คอยติดตามเรื่องราวของเขาเสมอมา จากนี้ไปเขาจะขอดูแลและทดแทนพระคุณแม่ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ สองแม่ลูกกอดกันอย่างมีความสุข...

ระหว่างที่แดงน้อยพบความสุขที่สุดในชีวิต ทองจันทร์ เรียม และขุนภักดีแกล้งคุยกันเสียงดังให้ทานตะวันได้ยิน ตอกย้ำถึงความดีของเนียนที่ทำไว้ ทั้งช่วยให้เธอรอดพ้นเงื้อมมือนายแช่มและช่วยชีวิตจากถูกฟ้าผ่า เพื่อให้ ทานตะวันซึ่งขังตัวเองอยู่ในห้องสำนึกบุญคุณ เลิกรังเกียจที่เนียนเป็นลูกชาวนาและยอมรับว่าเธอเป็นแม่

“จะมาถือยศถือเกียรติอะไรกันหนักหนา คำนำหน้าว่าขุนว่าหลวงก็แค่หัวโขน ต้นตระกูลชาวนากันทั้งนั้น แม่นี่แหละลูกชาวสวนชาวนา แต่พี่หมื่นพ่อของพ่อเทพก็ดั้นด้นไปกราบไหว้ขอแม่มาจากพ่อแม่ของแม่ ถ้าเช่นนั้น สักวัน ยัยอี๊ดมันรู้เข้า มันมิเลิกยอมรับว่าแม่คือย่าของมันรึ” ทองจันทร์ว่าแล้วขยิบตาให้ขุนภักดี

“ลามปากมาถึงผม เพราะผมก็เป็นหลานชาวนา ช่างน่าขำ”

เรียมช่วยพูดอีกแรงว่า ต้นตระกูลของเธอเองก็เป็นคนจีนหอบเสื่อผืนหมอนใบล่องทะเลมา ปู่ของเธอเป็นจับกังแบกข้าวสารที่ท่าเรือส่งเสียให้พ่อของเธอเรียนจนได้ดิบได้ดีในวงราชการ เรียมเท่ากับเป็นหลานของจับกังแบกข้าวสาร ที่นาสักหยิบมือยังไม่มี สู้เนียนก็ไม่ได้มีที่นาตั้งสิบไร่ ทานตะวันทนไม่ไหวออกจากห้องมาตัดพ้อ

“เลิกกระแนะกระแหนทำร้ายจิตใจหนูกันสักทีได้ไหมคะคุณย่า คุณพ่อคุณแม่ หนูรู้ตัวว่าหนูเป็นเด็กเลวร้าย เอาแต่ใจตัวเอง ดูถูกคนอื่น หนูเคยตัวมานานมาก ทำไมไม่ให้โอกาส ให้เวลาให้หนูเกิดความเต็มใจจะยอมรับอะไรๆเองสักพักเหมือนอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นบอกกับคุณพ่อคุณแม่เล่าคะ”

ขุนภักดีดีใจที่อย่างน้อยทานตะวันยังมีจิตสำนึกที่ดี จึงไม่คิดจะบีบบังคับใดๆจะปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของลูกเอง ทานตะวันยังคาใจเรื่องผู้ชายที่มาพบเนียนเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน คนที่สนบอกว่าเป็นชู้ของเนียน ขุนภักดีอธิบายว่าเขาเป็นพี่ชายแท้ๆของเนียน เป็นลุงของ ทานตะวัน สนหาความเธอ และขุนภักดีเองก็หูเบามานานจนเกือบจะสายเกินไป ทานตะวันครุ่นคิดคล้อยตาม ไม่ติดใจจะซักถามอะไรอีก...

ขณะแดงน้อยนอนหนุนตักเนียนคุยกันตามประสาแม่ลูกอย่างมีความสุข นึกขึ้นได้ว่าเนื้อทองรู้เรื่องที่เขาเป็นพี่ชายแล้วหรือยัง เนียนส่ายหน้า เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นลูกของขุนภักดี พักหลังเกิดเหตุร้ายที่บ้านนี้มากมาย เลยยังไม่มีโอกาสเหมาะๆจะบอก จังหวะนั้น เรียมประคองทองจันทร์เข้ามา

“อ้าวนั่นอะไรกัน ใครมานอนหนุนตักกัน ไม่กลัวว่าใครเขาจะอิจฉาเลยรึ แดงน้อยอายุยี่สิบกว่าไม่ใช่สองขวบกว่านา” ทองจันทร์กระเซ้า เนียนกับแดงน้อยได้แต่ยิ้มแก้เขิน เรียมยินดีกับสองแม่ลูกด้วย โดยเฉพาะแดงน้อยที่ได้แม่ที่ทั้งดีและน่ารักเก่งสารพัดอย่างเนียน ทองจันทร์ก็ดีใจกับทั้งคู่เช่นกัน นี่ก็รอให้ทานตะวันได้ใช้เวลาไตร่ตรองเติมสติ ยอมรับเนียนเป็นแม่ แล้วพวกเราจะได้ฉลองกันอีกครั้ง

ooooooo

เสือหนักแค้นใจมากเมื่อรู้จากหมอเสน่ห์ว่าสนใส่ความเนียนฐานฆ่าช้อยตายจนถูกจับเข้าตะราง โชคดีที่ขุนภักดีประกันตัวเธอออกมาเพราะมีพยานปากเอกยืนยันว่าเนียนอยู่กับเขาตอนเกิดเหตุ เสือหนักดีใจที่ขุนภักดีกลับมาช่วยน้องสาวของตนไม่เช่นนั้น เธอคงตายคาคุกไม่ก็โดนโทษประหาร

“ยิ่งกว่านั้นอีก ชาวบ้านเขาเล่าลือกันว่าแถวท่าน้ำบ้านท่านขุนเฮี้ยนมาก มีคนโดนฆ่าตายไม่เว้นแต่ละวันล้วนเกี่ยวข้องกับบ้านท่านขุนทั้งสิ้น รายสุดท้ายเมื่อวันก่อนชื่อยายอ่อน พยานอีกรายของเนียน เคยเป็นหมอตำแยทำคลอดลูกท่านขุน”

“ข้ากบดานต่อไปไม่ได้แล้ว ข้าจะเข้าเมืองสุพรรณบุรี” เสือหนักว่าแล้วลุกพรวด

หมอเสน่ห์เตือนว่าเสี่ยงเกินไป ตอนนี้หมวดเทิดศักดิ์ นายอำเภอแดงน้อย และขุนภักดีล้วนหมายหัวเสือหนักหวังจะจับตายกันทั้งสิ้น เขาไม่เกรงกลัวอะไรอีกแล้ว ขอทำดีเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อน้อง เพื่อหลานและลูกของตนเอง หมอเสน่ห์จะขอตามไปเปิดโปงความชั่วของสนอีกแรง เสือหนักให้ไปด้วยได้แต่ต้องต่างคนต่างไป อย่าให้ใครล่วงรู้เด็ดขาดว่าหมอเสน่ห์อยู่กับเขาจะได้ใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติต่อไปได้ ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆอีก...

ขณะที่เสือหนักออกจากแหล่งกบดาน แดงน้อยปรึกษากับเทิดศักดิ์ว่าจะเอาอย่างไรดีเรื่องที่นายแช่มจะขอให้ปากคำในคดีของช้อยจะฟังหรือไม่นำพา เทิดศักดิ์หวั่นใจว่าแม่ของเขาอาจเกี่ยวข้องกับคดีนี้ อยากจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่ในเมื่อเขาเป็นข้าแผ่นดินต้องแยกแยะเรื่องส่วนตัวจากเรื่องงานจะเห็นแก่พวกพ้องไม่ได้ แม้พวกพ้องคนนั้นจะเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิต เทิดศักดิ์จึงตัดสินใจจะให้นายแช่มมาให้ปากคำ...

ในเวลาเดียวกัน สนเห็นทานตะวันมานั่งเหม่อลอยเพียงลำพังอยู่แถวริมน้ำใกล้เรือนเล็ก เกิดริษยาที่นับวันเธอจะเป็นคนสำคัญของบ้านนี้มากกว่าลูกของตนเอง คิดกำจัดให้พ้นทาง เนียนซึ่งแอบตามประกบทานตะวันอยู่เห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายของสน รีบขยับเข้าไปใกล้อย่างเงียบกริบเผื่อเธอคิดจะทำร้ายลูกจะได้ช่วยเหลือทัน สนยื่นมือไปแตะไหล่ทานตะวันจากด้านหลัง เด็กสาว หันขวับมาเห็นก็ไม่พอใจ ไล่ไปให้พ้นหน้า

“อย่าเพิ่งไล่สิคะ ฟังแม่สนก่อน แม่สนมาขอโทษแม่สนผิดไปแล้ว แม่สนฟุ้งซ่านมากเพราะเกิดเหตุร้ายในบ้านเราบ่อยๆ ยกโทษให้แม่สนด้วยนะคะ ที่แม่สนบังอาจพูดจาไม่ดีกับหนูอี๊ด”

“แล้วทำไมถึงเพิ่งมาคิดได้เอาตอนนี้”

สนซ่อนความไม่พอใจไว้ ทำทีอ้อนวอนทานตะวันให้ยกโทษให้ และพร้อมจะให้คำแนะนำถ้าเธอมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจอะไร ทานตะวันอยากจะพิสูจน์บางอย่างแกล้งถามว่าเกลียดเนียนมากจนอยากให้ตายใช่ไหม

“หนูอี๊ดอยากไหมเล่าคะ”

“ถ้าหนูอยาก...แม่สนจะทำอย่างไรรึ”

เข้าทางสนทันที จึงออกอุบายชวนทานตะวันไปนั่งเรือเล่นด้วยกันจะได้แจกแจงแผนการให้ฟัง เนียนซึ่งแอบฟังอยู่ตกใจมาก ภาวนาอย่าให้ลูกรับปาก แต่ต้องผิดหวังเมื่อเธอตกลงใจรับคำชวนของสน...

ทางด้านเรียมร้อนใจมากที่รู้จากกบและแมวว่าเห็นทานตะวันเดินเล่นเรื่อยเปื่อยไปตามริมตลิ่งบ่ายหน้าสู่เรือนเล็ก รีบสั่งการให้ออกตามหาทันที

ooooooo

เนียนเกรงจะเกิดเหตุร้าย ใช้ต้นกกทำเป็นท่อสำหรับหายใจ แหวกว่ายอยู่ใต้น้ำตามติดเรือที่สนพาลูกไป ทานตะวันหลอกถามสนว่าเนียนสร้างความเจ็บช้ำอะไรให้ ทำไมถึงได้จงเกลียดจงชังมากมายนัก

“มันทำกับทุกคนค่ะ มันทำให้พี่ขุนอับอายขายหน้าด้วยการคบชู้ ที่สำคัญชู้คนนั้นเป็นเสือหนัก และมันยังคิดจะฆ่าหนูอี๊ด จำไม่ได้หรือคะ มันใช้ลูกสาวมันหลอกไปทำเรือล่ม รู้เห็นเป็นใจให้เสือหนักส่งสมุนมาปล้ำหนูอี๊ด แล้วตอนนี้มันฆ่าปิดปากไปทีละคนสองคน”

“ทำไมคิดว่าเป็นเธอ ทำไมไม่คิดว่ามีใครวางแผนใส่ร้ายป้ายสีเธอ”

สนอ้างว่ามีหลักฐานอยู่ทนโท่ เชื่อขนมกินได้เลยว่าเนียนทำผิดแน่นอน ทานตะวันไม่เชื่อ ถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่เนียนหายใจเธอยังคิดเลยว่าผิด แต่ตอนนี้เธอตาสว่างแล้ว รู้ว่าใครกันแน่ที่โกหกปลิ้นปล้อนตลบตะแลง สนเดาได้ไม่ยากว่าทานตะวันกำลังหมายถึงตนเอง ทนฟังต่อไปไม่ไหว เงื้อไม้พายหมายจะสังหารให้สิ้นซาก

ทันใดนั้น เนียนแอบพลิกเรือจนคว่ำ ทั้งคู่ต่างตกน้ำ สนว่ายไปเกาะเรือแล้วกระทุ่มน้ำหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งทานตะวันที่ว่ายน้ำไม่เป็นให้ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดเพียงลำพัง ก่อนเธอจะจมลงสู่ก้นแม่น้ำ เนียนเข้ามาช่วยไว้ทัน ประคองให้เกาะไม้ท่อนเขื่อง แล้วช่วยกันกระทุ่มน้ำไปคนละทางกับที่สนไป ทานตะวันแค้นใจมาก

“ขึ้นไปได้จะไปเปิดโปงนังสน จะไปบอกให้คุณพ่อโบยมันด้วยแส้ม้า”

เนียนทักท้วงว่า การแก้แค้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น รังแต่สร้างศัตรู สู้เราวางเฉยแต่คอยระแวดระวังตัวไว้จะดีกว่า ถ้าเป็นไปได้ก็ทอดไมตรีให้ด้วย

“นั่น มันนางฟ้าแล้ว...โอ๊ย ฉันทำดีขนาดนั้นไม่ได้ดอก มันจะฆ่าเอายังไม่รู้ตัวรึ ที่ไปกับมัน ฉันก็แค่แกล้งตามมันไปเพื่อทดสอบว่ามันคิดยังไงกับ...เอ่อ...เนียน ฉันตั้งใจจะประจานมันให้รู้ว่ารู้ทันมัน นี่ถ้าเรือไม่ล่มก่อนมีหวังมันเอาไม้พายฟาดหน้าจมน้ำตาย โชคดีแท้ ที่...เอ่อ เนียนมาช่วยทัน” ทานตะวันเห็นสายตาที่เนียนมองมาอย่างรักใคร่และห่วงใย เอะใจทันที “เอ๊ะ หรือว่า... ใช่แล้ว แอบตามมาอีกใช่ไหม”

“อิฉันตามคุณหนูมาเจ้าค่ะ เกรงว่าจะเกิดอันตราย เพราะบ้านตอนนี้ไม่ปลอดภัย”

ทานตะวัน ซาบซึ้งใจมากที่เนียนช่วยชีวิตไว้อีกครั้ง พร่ำขอบคุณไม่ขาดปาก เนียนดีใจน้ำตาไหลที่ลูกไม่แสดงความก้าวร้าวหรือเกลียดชังเธอเหมือนที่เคย ทำ...

ทางฝ่ายสนตั้งหน้าตั้งตากระทุ่มน้ำหนี พอรู้ตัวอีกทีก็มาไกลมากแล้ว จึงหยุดพักเหนื่อย มองรอบตัวกลับพบแต่ความวังเวง อดแปลกใจไม่ได้ว่าเมื่อครู่ใครกันที่ล่มเรือ อยู่ๆลมพัดวูบมาปะทะ สนถึงกับสะท้าน เหลือบเห็นช้อยนอนตายตาเบิกโพลงอยู่ในน้ำห่างแค่คืบ ข้างๆยังมีพวกเหยื่อโหดของเธอมาช่วยกันดึงขาให้จมน้ำ

“กลัวแล้วๆๆ ไปนรกสิ ไป...” สนร้องลั่น ดิ้นรน หนีตายอยู่กลางลำน้ำ...

ขณะ ที่เรียม แมว และกบออกค้นหาทานตะวันมาตามริมตลิ่ง ต้องแปลกใจที่เห็นเนียนกับทานตะวันเกาะไม้ท่อนเขื่องกระทุ่มน้ำเข้ามาใกล้ ทั้งสามคนรีบเข้าไปช่วยกันดึงทั้งคู่ขึ้นจากน้ำ ทานตะวันรวบรวมเรี่ยวแรงที่ยังเหลือ ขอโทษเนียนก่อนจะหมดสติไป เนียนใจเสียกอดลูกไว้แนบอก อารามตกใจเผลอหลุดปาก

“ทูนหัวของแม่ อย่าเป็นอะไรไปนะ”

กบและแมวถึงกับตะลึง ก่อนจะรีบเข้าไปช่วยกันประคองทานตะวันกลับเรือน

ooooooo

ใน ระหว่างที่เนียนช่วยทานตะวันให้รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ที่กลางลำน้ำ สนยังคงจิตหลอนทั้งร้องตะโกนทั้งดิ้นรนให้พ้นมือผีช้อยกับเหล่าเหยื่อโหดของ ตัวเองอย่างทุลักทุเลใกล้หมดแรงเต็มที โชคยังเข้าข้างคนเลว เทิดศักดิ์กับแดงน้อยนั่งเรือผ่านมาได้ยินเสียง ร้องขอความช่วยเหลือ รีบเบนหัวเรือเข้าไปหา

สองหนุ่มถึงกับตะลึงเมื่อเห็นสนตะเกียกตะกาย อยู่ในน้ำ ต่างพุ่งลงไปช่วยเธอขึ้นมาบนเรือได้สำเร็จ สนหมดสิ้นเรี่ยวแรง ก่อนจะเป็นลมไปในที่สุด...

ที่เรือนขุนภักดี ทานตะวันยังคงนอนสลบไสลไม่ได้สติโดยมีเนียนคอยนวดเนื้อนวดตัวด้วยความห่วงใย เรียมกับทองจันทร์ต่างถอนใจโล่งอก ถ้าเนียนตามไปช่วยลูกไว้ไม่ทัน คงลงเอยแบบช้อยกับยายอ่อน

“เนียน...จะไม่ยอมบอกจริงๆรึว่าหนูอี๊ดไปทำอะไรในลำน้ำนั่น” เรียมซัก เนียนอ้ำๆอึ้งๆไม่พูดอะไร

“มา ตะเภานี้อีกแล้วนะเนียน กลัวพิกุลจะร่วงจากปากไม่ยอมเอ่ยอะไรเกรงจะพาดพิงคนอื่นล่ะสิ ไม่บอกก็พอจะเดาถูกว่ายัยอี๊ดไปกับใคร” ทองจันทร์ดักคอ เรียมพยายามคาดคั้นให้เนียนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เธอกลับขอให้รอคุณหนูอี๊ดฟื้นขึ้นมาเล่าเองดีกว่า ทองจันทร์เอ็ดตะโรลั่น

“จน ป่านนี้ยังจะมาเรียกคุณหนูอี๊ดอีก ช่วยชีวิตกันจนชีวิตตนเองแทบจะหาไม่...ไม่รู้พระคุณก็ไล่มันไปเป็นลูกหมา แล้ว...เอาล่ะ ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก”

เนียนถึงกับหน้าเสีย แม้จะเกรงกลัวบารมีทองจันทร์แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ยอมพูดอะไร...

หลัง จากพาร่างหมดสติของแม่กลับถึงเรือนเล็ก เทิดศักดิ์และแดงน้อยนั่งถกกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านทำไมถึงลงไปลอยคออยู่ ในน้ำ ส่วนเรือพายของที่นี่ก็คว่ำลอยตามน้ำมาติดริมตลิ่ง จังหวะนั้น แมวกับกบขึ้นมาเยี่ยมๆมองๆดูมีพิรุธแต่พอเห็นสายตาเข้มของเทิดศักดิ์รีบ รายงานว่าทองจันทร์ให้มาเรียนถามว่าสนอยู่ไหม

“อยู่ คุณแม่เรือคว่ำจมน้ำ ฉันเพิ่งไปช่วยขึ้นมา”

สอง บ่าวคู่หูร้องขึ้นพร้อมกันว่ามาตะเภาเดียวกับคุณหนูอี๊ดซึ่งตกน้ำมาเช่นกัน เทิดศักดิ์ซักเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้น้องอยู่ที่ไหน ได้ความว่านอนหมดสติอยู่บนเรือนขุนภักดีเหมือนสนไม่มีผิดเพี้ยน

“มันแปลกเกินไป แดงน้อย...แกรีบไปที่เรือนคุณพ่อเดี๋ยวนี้” เทิดศักดิ์กระซิบกับเพื่อนรัก

ooooooo

ไม่ นานนัก แดงน้อยมาถึงเรือนขุนภักดี สอบถามเนียนซึ่งเป็นคนช่วยเหลือทานตะวันขึ้นจากน้ำว่าน้อง ออกไปกับแม่สนมาใช่ไหม เนียนนั่งนิ่งไม่ยอมพูดอะไร

“นั่นเขาไม่เปิด ปากพาดพิงใครดอก รอให้ยัยอี๊ดได้สติขึ้นมาแล้วให้แกบอกเองก็แล้วกัน เฮ่อ...คนที่ดีมันก็จะดีกันไปถึงไหน คนที่ร้ายมันก็รักษาความร้ายไว้เหนียว แน่น” ทองจันทร์ว่ากระทบไปถึงใครบางคน

ทานตะวันเริ่มรู้สึกตัว พึมพำเรียกหาแม่เบาๆ เนียนปราดเข้าไปลูบเนื้อลูบตัวลูกด้วยความดีใจ เธอปรือตาขึ้นมาเห็นสายตาห่วงใยและรักใคร่ของเนียน ถึงกับน้ำตาซึม

“แม่เนียนจ๋า...แม่เนียนช่วยชีวิตหนูอีกแล้ว”

“หน้าที่ของแม่ต้องปกป้องลูกเสมอ ทูนหัวของแม่ไม่ต้องกลัว ไม่เป็นอะไรแล้วนะลูก”

“หนู รู้ตลอดเวลาว่าแม่ปกป้องคุ้มครองดูแลหนู แต่หนูไม่ดี หนูหลงผิด แม่เนียนขาหนูกราบขอโทษ หนูรักแม่ เนียนนะคะ”ทานตะวันก้มกราบตักเนียน ก่อนจะโอบกอดไว้

“หนูไม่ได้แค่รู้ว่าใครคือแม่แท้จริงของหนูเท่านั้น หนูควรรู้จักพี่น้องของหนูด้วย”

“ยัยติ๋วหรือคะ หนูทราบแล้วค่ะคุณแม่เรียม หนู เอ่อ หนูจะปรับความเข้าใจกับเธอเองค่ะ”

ทอง จันทร์ท้วงว่ายังไม่หมดแค่นั้น ทานตะวันยัง มีพี่ชายอีกคนหนึ่ง แล้วชี้ไปที่แดงน้อย แนะนำว่าเขาคือ พี่ชายคนละพ่อกับเธอ ทานตะวันตะลึง ก่อนจะยิ้มรับด้วย ความเต็มใจ แม้ไม่อาจรักแดงน้อยในฐานะคนรักแต่ ทานตะวันก็ดีใจที่รักเขาในฐานะพี่ชายได้...

ทางด้านเทิดศักดิ์นั่ง ฟังแม่ตัวเองเล่าเรื่องที่เกิด ขึ้นอย่างไม่ค่อยจะเชื่อถือคำพูดเท่าใดนัก เธออ้างว่าชวน ทานตะวันไปพายเรือเล่นแต่มีใครไม่รู้มาล่มเรือ ป่านนี้ ทานตะวันจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้

“น้องปลอดภัยแล้วครับ”

สน ตกใจปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้ทำอะไรทาน– ตะวัน ลูกอย่าไปเชื่อคำพูดของเด็กนิสัยเสียนั่นเด็ดขาด แกอาจจะใส่ร้ายป้ายสีเธอก็ได้ เทิดศักดิ์ไม่อยากให้แม่ เป็นกังวลเรื่องนั้น เขาเป็นตำรวจย่อมวิเคราะห์ออกว่าใคร พูดจริงใครโกหก สนถึงกับหน้าเจื่อนไม่พูดอะไรอีก...

เหตุการณ์ในบ้านภักดีภูบาลดูจะ คลี่คลายไปใน ทางที่ดีขึ้น ทำให้ทองจันทร์สบายใจมาก เปรยกับเนื้อทอง ว่าแม้ตายตอนนี้ก็นอนตายตาหลับ เด็กสาวขอร้องอย่า พูดแบบนี้อีก

“ก็ย่ามีความสุขมากจนเลิกห่วงความตายแล้ว”

ทานตะวัน ซึ่งค่อยยังชั่วแล้ว ถือโอกาสนี้มาขอ กินข้าวกับคุณย่าด้วย เนื้อทองกุลีกุจอจะลุก ไปหยิบจาน ข้าวมาเพิ่ม ทานตะวันร้องบอกว่าไม่ต้องทำ หันไปสั่ง ให้กบไปจัดการแทน แล้วชวนเนื้อทองคุยโน่นถามนี่ ว่าวันนี้ทำอะไรให้คุณย่ากินจนเจ้าตัวเองไม่แน่ใจว่าเธอ จะมาไม้ไหน ได้แต่นิ่งอึ้ง ทานตะวันตัดบทสีหน้ายิ้มแย้ม

“ทำอะไรฉันก็กินได้ทั้งนั้น ดูสิ น่ากินทั้งนั้นเลย วันหลังเรามาช่วยกันทำกับข้าวให้คุณย่าด้วยกันดีไหม”

ทองจันทร์หัวเราะชอบใจลั่นขณะที่เนื้อทองมอง ทานตะวันกับทองจันทร์สลับกันไปมาอย่างงงๆ...

ที่ เรือนขุนภักดีก็มีความสุขไม่น้อยหน้าเรือน ทองจันทร์เช่นกัน อาหารมื้อนี้สำหรับขุนภักดีอร่อยเป็น พิเศษเพราะมีทั้งเรียมและเนียนร่วมกินอาหารกันพร้อม หน้าพร้อมตา และพรุ่งนี้จะเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด ทุกอย่างจะถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการเสียที เนียน ขอร้องขุนภักดีให้ประวิงเรื่องเทิดศักดิ์ไปก่อน เกรงถ้า แกรู้ว่าไม่ใช่ลูกของเขา แต่เป็นลูกของเสือหนักคงจะ เสียใจมาก ขุนภักดีไม่คัดค้าน เนียนว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน

ooooooo

ใน วันถัดมา หลังเสร็จจากสอนหนังสือ เนื้อทอง จูงจักรยานออกจากโรงเรียนเพื่อจะกลับบ้านแต่ต้อง ชะงักเมื่อเห็นขุนภักดียืนยิ้มรอรับกลับบ้านด้วยกัน เธอเกรงใจไม่อยากรบกวนจะขอขี่จักรยานกลับเอง

“นี่ ฉันไม่ใช่เสือสางที่ไหน อย่ามาอิดเอื้อนไปขึ้น รถบอกให้ก็ได้ว่าแม่เราให้มารับแล้วไปเจอเธอที่บ้าน นายอำเภอแดงน้อย”

“เจ้าค่ะ...เอ่อ แล้วจักรยานนี่ล่ะเจ้าคะ”

ขุนภักดีร้องเรียกนายเอกที่ยืนรออยู่ที่รถให้มา ขี่จักรยานคันนี้ไปเจอกันที่บ้านแดงน้อย...

ด้าน ทองจันทร์แต่งตัวเสร็จมานั่งรอที่ห้องรับแขก กบเข้ามารายงานว่าเรียมกับเนียนให้มาเรียนว่าอีกสักครู่จะมาถึง กำลังให้เด็กจัดเตรียมอาหารใส่ปิ่นโตไปกินที่บ้านแดงน้อย ทองจันทร์พยักหน้ารับรู้ ยังไม่ทันจะว่าอะไร แมวยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาแจ้งว่าหมอเสน่ห์มาขอพบ ให้เรียนคุณท่านว่ามีเรื่องลับจะมาบอก

“เขาจะมาเป็นพยานการฆ่ากันตายตั้งแต่ศพแรกจนถึงศพยายอ่อนเจ้าค่ะ”

“ใช่แล้ว...หมอที่ทำเสน่ห์แล้วบ้านโดนไฟไหม้สูญหายไปนานแล้ว”

“อิฉันจะไปถามเขาให้นะเจ้าคะ ถ้าใช่ให้เขามาพบคุณท่าน ถ้าไม่ใช่ให้ไล่เขาไปใช่ไหมเจ้าคะ”

ทองจันทร์พยักหน้ารับ แล้วสั่งแมวให้รีบไปจัดการอย่าให้เอิกเกริกเด็ดขาด...

ระหว่าง ทางไปบ้านแดงน้อย ขุนภักดีพาเนื้อทองแวะศาลากลางจังหวัดเพื่อใช้เป็นสถานที่บอกข่าวสำคัญ ที่สุดในชีวิตของเธอและเขา ทันใดนั้น ขุนภักดีก็กางแขนสองข้างออก

“ลูก รักมาให้พ่อกอดเป็นครั้งแรก ทั้งที่ควรจะเป็นครั้งที่ล้านแล้ว...หนูคือลูกสาวคนเล็กของพ่อ หนูคือฝาแฝดคนน้องของพี่อี๊ด” ขุนภักดีเห็นเนื้อทองได้แต่ยืนตะลึง เดินกางแขนเข้าไปหา “ลูกรัก ถ้าพ่อก้มลงกราบขอโทษลูกได้พ่อจะทำ พ่อเสียใจสำหรับยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา พ่อไม่เคยให้ความรักความปรานีแก่ลูก พ่อให้แต่ความโหดร้ายทารุณ ทั้งกายและจิตใจของลูก พ่อผิดไปแล้ว อภัยให้พ่อด้วย”

เนื้อทองยืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโผเข้าสู่อ้อมกอดขุนภักดี บอกทั้งน้ำตาว่าไม่มีสิ่งใดต้องให้อภัยพ่อ เพราะแม่เนียนสั่งสอนอยู่เสมอ ให้จงรักภักดีและรับใช้บ้านภักดีภูบาลไปจนวันตาย ขุนภักดีปลื้มใจและภูมิใจมากที่ได้ทั้งเมียและลูกแสนประเสริฐ สองพ่อลูกกอดกันกลม...

ในขณะที่เนื้อทองได้พบพ่อที่แท้จริง ทองจันทร์แกล้งป่วยขอไม่ไปกับเรียมและเนียนตามที่นัดกับลูกและหลานเอาไว้ อวยพรให้พูดคุยกันได้ราบรื่น ไว้วันพรุ่งนี้ค่อยมารวมญาติกันที่เรือนนี้ เนียนไม่อยากทิ้งท่านไว้ลำพัง อาสาจะอยู่เป็นเพื่อน แต่เธอไม่ยอม นี่บ้านของเธอเองไม่มีเหตุร้ายอะไรมากล้ำกรายได้ และอีกอย่างหนึ่ง กบกับแมวก็อยู่ แล้วไล่ลูกสะใภ้แสนดีทั้งสองคนให้รีบไป เรียมกำชับสองบ่าวคู่หูให้ดูแลคุณท่านอย่าให้คลาดสายตา

ทองจันทร์รอจนสะใภ้ทั้งสองคนลับสายตา กวักมือเรียกแมวกับกบมาใกล้ๆ กระซิบถามว่าทำไมหมอเสน่ห์ต้องหลบๆซ่อนๆกลัวใครจะเห็นว่ามาหาตนหรือ

“เขา บอกว่านายหวานที่เขาเคยเจอ มันยังโดนฆ่าตาย เพราะมันรู้มันเห็นว่าหมอเสน่ห์พยายามจะมาขอพบคุณสนเจ้าค่ะ เขายังบอกอีกว่าเขารอดตายจากไฟไหม้บ้านเพราะคุณนายเนียนไปช่วยดับไฟเจ้าค่ะ”

“ไม่ เห็นเนียนเคยบอกอะไร เอาอย่างนี้ พอตอนสักสองทุ่ม บ่าวคนอื่นๆมันเข้าห้องหับกันหมดเอ็งไปลอบพามันมาที่เรือนนี่...ทีนี่แหละ คนร้ายไม่อาจลอยนวลได้อีกต่อไป” ทองจันทร์ยิ้มอย่างมีความหวัง

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของบ้าน สนเข้ามาในครัวเห็นแม่ครัว เตรียมสำรับกับข้าวเพียงที่เดียว อดถามไม่ได้ว่าวันนี้ คุณๆทั้งหลายไปไหนกันหมด

“ท่าน ขุน คุณนายเรียม คุณนายเนียน คุณหนูอี๊ดและหนูติ๋วพากันไปรับประทานอาหารนอกบ้านเจ้าค่ะ ทีแรกคุณท่านทำท่าจะไปด้วย แต่จู่ๆเกิดเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว”

สนไม่ เห็นแมวกับกบอยู่แถวนั้นก็ถามหา ได้ความว่ากบอยู่บนเรือนกับทองจันทร์ ส่วนแมวเดินลับๆล่อๆไปทางหลังเรือน ทำราวกับกลัวใครจะเห็น สนเอะใจต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ...

ที่หลังเรือนทองจันทร์บริเวณ ลับตาคน แมวแอบมาหาหมอเสน่ห์พร้อมกับห่อใบตองใส่อาหาร กำชับว่าให้ซ่อนตัวอยู่แถวนี้ก่อน สองทุ่มเธอจะมารับไปพบคุณท่าน หมอเสน่ห์เป็นกังวล ถามย้ำว่าสนไม่เห็นแมวมาหาเขาใช่ไหม เธอพยักหน้า รับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าไม่มีใครเห็น แต่หารู้ไม่ว่าสนแอบฟังอยู่โดยตลอด สงสัยว่าหมอเสน่ห์มาที่นี่ทำไม...

ขณะที่บ้านภักดีภูบาลกำลังจะเกิด เหตุร้ายขึ้นอีกครั้ง ที่บ้านพักนายอำเภอของแดงน้อยกลับเต็มไปด้วยความสุข ทานตะวันยอมรับเนื้อทองเป็นน้องสาวตัวเองด้วยความเต็มใจ และขอโทษที่ทำไม่ดีกับเธอ

ขุนภักดีดูจะมีความสุขที่สุดที่เรื่องราว คลุมเครือทั้งหลายคลี่คลายไปในทางที่ดี ลูกๆทั้งสี่คนเกี่ยวดองเป็นญาติกันทั้งสิ้น เขาจะยกให้แดงน้อยเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆของเขา แต่เขาจะรับแดงน้อยเป็นลูกบุญธรรม นายอำเภอหนุ่มกราบแทบเท้าขุนภักดี ขอบพระคุณที่เมตตา รับปากจะดูแลน้องๆทุกคนให้ดีที่สุด

บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พวกลูกๆ หยอกล้อกันเรียกเสียงหัวเราะที่ห่างหายไปนานให้กลับคืนมา เนียนเสียดายที่ทองจันทร์ไม่ได้มาด้วยไม่เช่นนั้นท่านต้องมีคำพูดที่ทำให้ทุกคนได้หัวเราะกันมากกว่านี้

“พรุ่งนี้สิจ๊ะเนียน ท่านบอกให้ทุกคนไปกินอาหารที่เรือนท่านด้วยกัน”

เนียนเห็นเทิดศักดิ์หน้าเศร้า บอกเขาให้พาสนมาร่วมวงด้วย เรียมท้วงว่าวันนี้ตนก็ชวนสนมาที่นี่ด้วย แต่เธออ้างว่าไม่ค่อยสบาย เนียนเป็นห่วงทองจันทร์ขึ้นมาทันที เสนอว่ากินขนมกันเสร็จแล้วควรรีบกลับไปหาท่าน

ooooooo

ได้เวลาตามนัด หมอเสน่ห์มาพบทองจันทร์บนเรือน โดยมีแมวกับกบคอยเฝ้าระวังอยู่ใต้ถุนเรือน เขาเล่าความจริงให้ทองจันทร์ฟังว่า คนที่ต้องการทำเสน่ห์ให้ผัวรักผัวหลงคือสนไม่ใช่เนียน ส่วนคนที่ฆ่านายหวาน นายเหิม คนต้มเหล้าเถื่อน ช้อยและยายอ่อนคงหนีไม่พ้นสนเช่นกัน เพราะทุกคนล้วนกำความลับของเธอไว้

“เวรกรรมจริงๆ ถ้าเช่นนั้นหมอเสน่ห์เอ็งกำลังตกอยู่ในอันตรายเสียแล้ว เอ็งแน่ใจนะว่าไม่มีใครเห็นเอ็งนอกจากนางแมวกับนางกบ”

หมอเสน่ห์รับคำ ทองจันทร์บอกให้เขารีบกลับไปหลบซ่อนตัวให้ดีๆบอกที่อยู่กับแมวและกบเอาไว้ ถึงเวลาเมื่อไหร่เธอจะให้ลูกชายไปรับตัวมาเป็นพยาน แล้วส่งเงินจำนวนหนึ่งให้ หมอเสน่ห์ทำท่าจะไม่รับ ทองจันทร์ต้องคะยั้นคะยอ เขาถึงยอมรับเงิน

ครู่ต่อมา สนซึ่งแอบดูอยู่ใกล้ๆใต้ถุนเรือนทองจันทร์ เห็นแมวพาหมอเสน่ห์เดินลัดเลาะหายไปหลังเรือนอย่างรวดเร็ว พึมพำด้วยความแค้นใจ

“ไอ้หมอสารเลว มันมาหานังแก่ทองจันทร์ มันมาเล่าอะไรรึ เอ็งคิดร้ายต่อข้าอีกแล้วไอ้หมอลามก เสียดายนะที่ตอนนี้ข้าไม่มีเวลากำจัดเสี้ยนหนามพร้อมกันสองคน” สนว่าแล้วหันมองกบที่ยืนชะเง้อคอยาวมองไปยังทิศทางที่แมวกับหมอเสน่ห์ไป เธอคว้าไม้ท่อนเขื่องย่องมาทางด้านหลังฟาดกบสลบเหมือดแล้วลากไปซ่อนไว้ในพุ่มไม้ใกล้ๆก่อนจะแอบสะกดรอยตามแมวกับหมอเสน่ห์...

หลังจากส่งหมอเสน่ห์ลงเรือเรียบร้อย แมวบ่ายหน้ากลับเรือนทองจันทร์ ขณะเดินผ่านสนซึ่งซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด โดนท่อนไม้ฟาดเข้าเต็มหัวถึงกับทรุดหมดสติ คุณนายเรือนเล็กจอมโหดลากแมวไปหลบหลังกองไม้ แล้วผลุนผลันจากไปด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม...

ทางฝ่ายทองจันทร์ไม่รู้ตัวเลยว่าภัยกำลังเข้ามาใกล้ตัวทุกขณะ ออกมาชะโงกดูสองบ่าวคนสนิท แต่ไม่พบใครไม่รู้หายหัวไปไหนกันหมด ตัดสินใจเข้าห้องปิด ประตูลงกลอน เดินไปหยิบหนังสืออิเหนาที่เนื้อทองยังอ่านให้ฟังค้างอยู่มาอ่านเอง พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทองจันทร์ร้องถามว่าใครก็ไม่มีเสียงขานตอบ เสียงเคาะนั้นยังดังไม่หยุด ทองจันทร์แหวใส่ทันที

“ถามว่าใคร นางกบนางแมวรึ...ทำไมไม่ตอบ หรือว่าหนูติ๋วกลับมาแล้ว”

เสียงเคาะประตูเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเริ่มเคาะใหม่ ทองจันทร์ชักจะรำคาญเดินไปปลดกลอน ยังไม่ทันจะดึงประตูเปิด ประตูก็เปิดผลัวะเสียก่อน เผยให้เห็นสนยืนจังก้ามองมาด้วยแววตาประสงค์ร้าย ทองจันทร์ไม่พอใจ ถามเสียงเข้มว่ามาที่นี่ทำไม

“มาฆ่ามึงไงล่ะ มึงมันตัวป่วนกู มึงประชดประชันเคี่ยวเข็ญกู เกลียดกู ด่ากูมาตั้งแต่วันแรกที่กูเหยียบย่างเข้าบ้านหลังนี้ อีแก่...มึงตายเสียเถิด” สนบีบคอทองจันทร์ไว้แน่น ปากก็พร่ำด่าไม่หยุด “มึงกำความลับกูไว้มากมาย มึงเที่ยวเสาะหาคนโน้นคนนี้มาเล่นงานกู มันไม่ง่ายดอกนะอีแก่” พูดจบ สนถีบเธอหงายหลัง

ทองจันทร์ตะเกียกตะกายจะหนีแต่ไม่ทัน คุณนายจอมโหดจิกผมกระชากกลับ

ooooooo

ระหว่างที่ทองจันทร์กำลังดิ้นรนให้พ้นเงื้อมืออำมหิตของสน ขุนภักดีขับรถพาเรียม เนียนพร้อมกับลูกๆทั้งสามมาจอดหน้าเรือนของเขา แล้วบอกทุกคนให้แยกย้ายกันไปพักผ่อน ทานตะวันขออนุญาตไปนอนกอดแม่เนียนให้สมใจอยากสักหนึ่งคืน แล้วหันไปบอกเนื้อทองว่าห้ามเข้ามายุ่งเด็ดขาด

“หนูจะไปอ่านหนังสืออิเหนาให้คุณย่าฟังค่ะ” เนื้อทองว่าแล้วยิ้มให้พี่สาวหมาดๆของตัวเอง เนียนเร่ง สองสาวให้รีบไป เพราะรู้สึกเป็นห่วงทองจันทร์อย่าง บอกไม่ถูก ส่วนเทิดศักดิ์แยกกลับไปเรือนตัวเอง...

ในขณะเดียวกัน กบรู้สึกตัวเดินกุมหัวที่โดนไม้ฟาดออกจากพุ่มไม้ นึกเป็นห่วงทองจันทร์ขึ้นมา ฝืนความเจ็บปวดวิ่งกลับเรือนเจอแมวที่เดินโซเซมาจากอีกด้านหนึ่ง สองบ่าวคู่หูสังหรณ์ใจจะเกิดเรื่องไม่ดี รีบพากันวิ่งขึ้นเรือน เนียนมาทันเห็นหลังทั้งคู่ไวๆ แปลกใจทำไมไม่อยู่บนเรือนกับทองจันทร์ เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น...

ด้านทองจันทร์ถูกสนทุบตีจนทรุดลงไปกองกับพื้น นอนนิ่งไม่ไหวติง สนยังไม่สาแก่ใจเอาเท้าเขี่ยดูว่าเธอตายแล้วหรือยัง ระหว่างนั้นมีเสียงแมวกับกบร้องเรียกทองจันทร์ดังขึ้น คุณนายจอมโหดปราดไปปิดประตูลง กลอน ก่อนจะวิ่งกลับมาจ้วงแทงทองจันทร์ที่พยายามจะอ้าปากขานรับจมกองเลือด

เนื้อทองกับทานตะวันเห็นประตูห้องคุณย่าปิดลงกลอนพยายามเคาะเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ สน หน้าตาตื่นเหลียวซ้ายมองขวาหาทางหนี เสียงเคาะประตูยิ่งรัวและแรงขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกของขุนภักดี

“คุณแม่ครับ เปิดประตูสิครับ...ทุกคนถอยมา” ขุนภักดีว่าแล้วถอยมาตั้งหลักก่อนจะวิ่งใส่ประตู

สนตกใจมากทิ้งมีดโดดหนีทางหน้าต่าง เป็นจังหวะเดียวกับขุนภักดีพังประตูห้องเข้ามา ทุกคนถึงกับตะลึงเมื่อเห็นทองจันทร์ในสภาพนอนจมกองเลือดหายใจรวยริน ขุนภักดีได้สติเข้าไปประคองแม่ไว้

“คุณแม่...ใครทำคุณแม่ครับ”

“อย่าเพิ่งถามเลยค่ะพี่เทพ รีบพาคุณแม่ไปโรงพยาบาล” เรียมแนะ ทองจันทร์ส่ายหน้า เป็นทำนองว่าไม่มีประโยชน์แล้วขอมือทุกคน ขุนภักดี เรียม รวมทั้งเนียนและหลานสาวทั้งสองคนต่างยื่นมือมาจับมือเธอไว้

“...รัก...ทุกคน...ตายตาหลับแล้ว...ลาก่อน” พูดได้แค่นั้น ทองจันทร์ก็สิ้นใจ...

ขณะที่ทุกคนบนเรือนทองจันทร์ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เทิดศักดิ์ซึ่งอยู่บนเรือนเล็กไม่ล่วงรู้ถึงเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกำลังสงสัยว่าค่ำมืดป่านนี้แล้วแม่ของเขาหายไปไหน ชะโงกลงไปดูเห็นแม่เดินกะเผลกๆเข้ามาอย่างร้อนรน โดยมีแมวกับกบวิ่งตามมาห่างๆสนหันขวับไปเห็น จัดแจงไล่ตะเพิดเสียงลั่น แล้วเข้าไปตบตีทั้งคู่อุตลุด เทิดศักดิ์รีบวิ่งลงมาห้ามแม่ไว้ แล้วถามสองบ่าวคู่หูว่ามาที่นี่ทำไม

“คุณท่านเจ้าค่ะ...คุณท่านโดนฆ่าตายแล้วเจ้าค่ะ”

สนฉวยโอกาสตอนลูกกำลังตกใจ เดินหนีขึ้นเรือน เทิดศักดิ์หันมาอีกทีแม่หายตัวไปแล้ว สั่งให้กบกับแมวกลับไปเรียนคุณพ่อด้วยว่าสักครู่จะตามไป แล้วก้าวฉับๆ ขึ้นไปหาสนบนเรือน ถามเสียงเครียดว่าไปไหนมา ทำไมถึงเดินโขยกเขยก แถมมือยังเปื้อนเลือดอีกด้วย สนโกหกว่าไปนั่งเล่นที่ท่าน้ำ ขากลับสะดุดหกล้มขาเลยแพลง ส่วนเลือดพวกนี้เป็นเลือดจากปลาตอนทำกับข้าว เทิดศักดิ์มองอย่างจับผิดเพราะข้ออ้างของแม่ฟังไม่ขึ้น

“คุณแม่ไม่ได้ยนที่กบกับแมวบอกว่าคุณย่าโดนฆ่าตายหรือครับ”

สนแสร้งตกใจ ร้องเอะอะว่าไม่ทันฟัง เทิดศักดิ์ชวนแม่ไปเรือนทองจันทร์ด้วยกัน แล้วฉุดแขนออกไปทันที โดยไม่สนใจว่าท่านอยากจะมาด้วยหรือไม่

ooooooo

ไม่นานนัก บนเรือนทองจันทร์เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ ตำรวจ แดงน้อยกับหมู่เดินสำรวจไปรอบห้องเกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานที่ยังหลงเหลือ แต่ไม่ได้อะไรมากนัก เทิดศักดิ์เหลือบมองแม่ตัวเองเป็นระยะๆก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบชวนขุนภักดีออกไปคุยกันข้างนอก พอถึงมุมปลอดคนขุนภักดีถามว่ามีเรื่องสำคัญอะไร

“คุณแม่ทราบว่าคุณย่ากำความลับเรื่องผมเอาไว้” เทิดศักดิ์สีหน้าเคร่งเครียด

ขุนภักดียังไม่อยากพูดเรื่องนี้ตอนนี้ แต่เทิดศักดิ์ไม่ยอม รู้แก่ใจดีว่าสาเหตุที่ใครต่อใครต้องมาตายก็เพราะกำความลับของเขาเอาไว้ เขาไม่อยากให้ใครต้อง มาตายอีก ขุนภักดีพยายามบ่ายเบี่ยง แต่สุดท้ายทนเทิดศักดิ์รบเร้าไม่ไหวจำต้องเปิดเผยว่า เขาไม่ใช่ลูกของตนแต่เป็นลูกของเสือหนักพี่ชายแท้ๆของเนียน

“มิน่า เขาถึงไม่ฆ่าผมแถมช่วยเหลือผม...คุณแม่ทราบเรื่องนี้มาตลอดถึงคอยพูดจาแดกดันน้าเนียน”

“พ่อเสียใจนะที่เทิดศักดิ์ต้องมาตามจับพ่อตัวเองทั้งๆที่รู้ความจริงแล้ว”

เทิดศักดิ์ละอายแก่ใจและกระดากใจที่จะเรียกขุนภักดีว่าพ่อ จึงเปลี่ยนไปเรียกว่าท่านขุนแทน เขาคว้าไหล่เทิดศักดิ์ให้หันมาประจันหน้า ถ้าเขายังรักและเคารพพ่อคนนี้อยู่ อย่าทำร้ายจิตใจด้วยการเรียกตนแบบนี้อีกทุกอย่างระหว่างเราสองคนยังเหมือนเดิมไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นไม่ให้ตนหยุดรักหยุดเมตตาเขาได้

“เช่นเดียวกันครับ ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นไม่ให้ผมรักเคารพเทิดทูนคุณพ่อได้” เทิดศักดิ์ก้มกราบขุนภักดีแล้วขอตัวไปจัดการกับคนร้ายที่ฆ่าคุณย่าและทุกคน ขุนภักดีพยักหน้ารับรู้ มองตามเขาสงสารจับใจ...

ครู่ต่อมา เทิดศักดิ์กลับถึงเรือนเล็กทั้งน้ำตา บอกแม่ว่าที่ตนร้องไห้ไม่ใช่แค่เสียใจที่คุณย่าต้องมาตาย แต่เสียใจเพราะรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของขุนภักดี สนคำรามลั่น นึกแล้วว่านังแก่ทองจันทร์ต้องบอกเรื่องนี้กับลูก

“อย่าประณามคุณย่าเลยครับ ท่านไม่เคยบอกอะไรผม แต่ความตายของทุกคนจนกระทั่งมาถึงคุณย่าบอกผมให้ปะติดปะต่อว่าทำไมทุกคนถึงต้องตาย... ทุกคนตายเพราะกำความลับของผมเอาไว้ คนที่เดือดร้อนที่สุดที่กลัวความลับของผมจะรั่วไหลคือคนที่ฆ่าทุกคน”

สนไม่ยอมจนแต้มเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่เป็นความจริง พ่อของลูกคือขุนภักดี เทิดศักดิ์โต้ทั้งน้ำตาว่าจะไม่ตู่เอาใครที่ไม่ใช่พ่อมาเป็นพ่อของเขาอีก ขุนภักดีเพิ่งบอกเมื่อครู่นี้เองว่าเขาไม่ใช่ลูกของท่าน

“มันเกลียดแม่ มันสิ้นรักแม่มันเลยใส่ร้ายแม่”

“ไม่มีใครใส่ร้ายคุณแม่ว่าผมเป็นลูกเสือหนักดอกครับ คุณแม่กลัวใครจะรู้เรื่องนี้” เทิดศักดิ์ว่าแล้วก้มกราบแทบเท้าสน “ผมกราบขอโทษคุณแม่ แต่ผมต้องทำ เพราะคุณแม่ฆ่าทุกคน” ผู้หมวดหนุ่มดึง กุญแจมือมาสวมข้อมือเธอทันที คุณนายเรือนเล็ก สิ้นท่ากรีดร้องให้ปล่อยลั่นบ้าน ก่อนจะลงไปนอนเกลือกกลิ้งกับพื้น...

เสียงร้องของสนดังไปถึงเรือนทองจันทร์ ทุกคนพากันตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียงขุนภักดีเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรสั่งให้ทุกคนรออยู่ที่นี่ ตนจะไปดูเอง นายเอกพรวดเข้ามายังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร

ขุนภักดียกมือห้ามไว้ “ไม่ต้องพูด แกไปบอกทุกคนว่าให้อยู่ในที่ของตนเอง ใครมีงานอะไรให้ทำไปตามปกติไม่ว่าจะได้ยินสิ่งใด ห้ามเสนอหน้ามาให้ข้าเห็น...ส่งคนไปตามนายอำเภอแดงน้อยให้มาที่นี่ ตำรวจไม่ต้อง” ขุนภักดีสั่งการเสร็จ จ้ำพรวดๆ ไปทางเรือนเล็ก

ooooooo

ขณะที่ฆาตกรใจโหดถูกกระชากหน้ากากด้วยฝีมือลูกชายตัวเอง เสือหนักในชุดภูมิฐานสวมหมวกหลุบต่ำปิดบังใบหน้านั่งเรือพายล่องมาตามลำน้ำกับหมอเสน่ห์ ก่อนจะตัดสินใจมาบ้านภักดีภูบาล เสือหนักให้หมอเสน่ห์ช่วยร่างคำให้การของตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว และฝากเขาช่วยยื่นให้ขุนภักดีด้วย

“พี่หนักไปที่นั่นไม่กลัวรึว่าจะโดนจับ”

“ข้าไปเพื่อให้เขาจับ ทำความดีสักครั้งในบั้นปลายชีวิต ทำเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศของคนที่ข้ารักสุดหัวใจหลายคน ข้ายินดีมอบให้ ไม่เสียดายชีวิต” เสือหนักสีหน้ามุ่งมั่น...

ทางด้านสนยังคงร้องไห้คร่ำครวญให้เทิดศักดิ์ปล่อยเธอไป อ้างว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แถมกล่าวหาว่าเขาเลวมากที่ใส่ร้ายแม่ตัวเอง แล้วด่าทอหยาบๆคายๆ สารพัด ขุนภักดีทนไม่ไหวตบหน้าสนฉาดใหญ่จนเซถลา ด่ากลับว่าเธอต่างหากที่เลวร้ายจนหาที่เปรียบไม่ได้ แม่ของเขาให้อาศัยร่มไม้ชายคาแท้ๆยังฆ่าได้ลงคอ

“ใส่ร้ายกันทั้งนั้น ทุกคนรุมใส่ร้ายกันทั้งนั้น” สนยังปากแข็งไม่ยอมรับผิด

“ผมเป็นลูกคุณแม่เลือดเนื้อเชื้อไขคุณแม่ ผมไม่มีวันใส่ร้ายคุณแม่ ผมมีแต่จะปกป้อง แต่สิ่งที่คุณแม่ทำมันเกินกว่าอำนาจหน้าที่ของผมที่จะปกป้อง” เทิดศักดิ์ คร่ำครวญทั้งน้ำตา

“ปล่อยกู ปล่อยให้กูหนีไปไอ้ลูกชั่ว” สนด่าจบวิ่งมาเกาะขาขุนภักดี ขอร้องให้ปล่อยตนไป เทิดศักดิ์เข้ามาดึงแม่ออกมา จะเอาตัวไปโรงพัก ขุนภักดีห้ามเสียงลั่น

“อย่าไปเด็ดขาด ขืนไปนางคนใจร้ายคนนี้มันจะประจานลูกจนเสียหาย ลูกอยู่บนเรือนเล็กนี่ พ่อจะเอาตัวมันลงไปข้างล่างเอง” ขุนภักดีว่าแล้วกระชากสนตัวปลิว เทิดศักดิ์อยากตามไปด้วยแต่ไม่กล้าขัดคำสั่งท่าน...

เสือหนักนั่งเรือเข้ามาใกล้ท่าน้ำบ้านภักดีภูบาล เห็นผ้าดำถูกตกแต่งไว้บริเวณศาลาท่าน้ำรู้ทันทีว่ามีคนตายและคนคนนั้นต้องสำคัญกับที่นี่ หมอเสน่ห์ใจหาย มั่นใจว่าต้องเป็นทองจันทร์

“อีสนฆ่าคุณนายทองจันทร์ นี่ข้าทำให้ท่านตายเพราะใช้เอ็งมาพบท่าน ข้าทำเวรทำกรรมอีกแล้วรึ... เอ็งพายเลยไปก่อน ข้าจะหาทางขึ้นฝั่งไปจัดการอีสน” เสือหนักขบกรามแน่นด้วยความแค้น

ooooooo

ที่ใต้ถุนเรือนเล็ก สนรู้แก่ใจดีว่าคร่ำครวญขอความเห็นใจอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ เกิดฮึดสู้ขึ้นมา จ้องหน้าขุนภักดีเขม็ง แถมพูดจาหยาบคายขึ้นมึงขึ้นกูอย่างไม่เกรงกลัว

“มึงจะเอาอย่างไรกับกูไอ้ขุนภักดี มึงอยากให้กูสารภาพมากใช่ไหม จะบอกให้นะว่ากูฆ่าหมดทุกคน จริงๆ ศพสุดท้ายคือแม่ของมึง อีแก่นั่นมันเกลียดกู มันจ้องจะเอากูเข้าตะราง ฆ่าใครก็ไม่สาแก่ใจเท่าฆ่าแม่ของมึง”

ขุนภักดีโกรธตบหน้าสนทันที เธอตะคอกใส่ว่าตบทำไม จะฆ่าจะแกงอย่างไรก็เชิญ ที่เธอทำไปทั้งหมดก็เพื่อลูก เขาไม่เชื่อ ท้าทายสนถ้าอยากทำเพื่อลูกจริงอย่างปากว่า ต้องเสียสละ ฆ่าตัวตายที่นี่แทนที่จะถูกจับส่งตำรวจ สนส่ายหน้าไม่ยอมทำตาม จะไปโรงพักให้ได้ ขู่จะประจานให้ตระกูลภักดีภูบาลได้อับอายขายหน้าทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ว่าขุนภักดีจะขอร้องให้เห็นแก่ลูกอย่างไรสนก็ยังยืนยันคำเดิม

“พากูไปโรงพักสิ พากูไปประจานไอ้เทิดศักดิ์ กูจะบอกทุกคนว่ามันเกิดจากการที่กูโดนไอ้เสือหนักฉุดไปข่มขืนเจ็ดวัน มันไม่ได้เกิดจากความรัก มันแค่ชิงหมาเกิด กูจะรักมันลงได้อย่างไร กูเกลียดมันด้วยซ้ำ”

เสียงสนดังขึ้นไปบนเรือน เทิดศักดิ์ยืนฟังน้ำตาไหลพราก เสียใจที่แม่ไม่เคยรัก สนยังคงพล่ามไม่หยุดว่าเกลียดลูกมากขนาดไหน ขุนภักดีสงสารเทิดศักดิ์มากยกมือไหว้สนขอร้องให้หยุดทำร้ายจิตใจลูก ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เขาทนไม่ไหวเงื้อมือจะตบ เสือหนักคว้ามือเขาไว้จากด้านหลัง สนถึงกับผงะร้องลั่นว่าเสือหนักมา

“อย่าขอรับ มือท่านสะอาดเกินไป เลวร้ายชั่วช้าสามานย์อย่างมันต้องมือกระผม”

เทิดศักดิ์ซึ่งอยู่บนเรือน รู้ว่าเสือหนักอยู่ข้างล่างจะลงมาหา แต่ขุนภักดีร้องห้ามไว้แล้วกระซิบถามเสือหนักว่าเขาคือนายสินไม่ใช่หรือ เขาสารภาพว่านายสินกับเสือหนักคือคนคนเดียวกัน และจะสาธยาย ความเป็นผัวเมียเจ็ดวันของเขากับสนให้ขุนภักดีฟังอย่างหมดเปลือกว่านังคนชั่วนี่จ้างนายเหิมให้ไปฉุดเนียนมาข่มขืน

“ฉันรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แต่ฉันพยายามอดทนไม่ทำร้ายไม่ลงโทษ ไม่น่าปล่อยมันไว้ให้มาถึงแต่ตัวเองเลย”

“สมน้ำหน้า พวกแกมันโง่กันทั้งบ้าน ไอ้ขุนภักดียืนเซ่อฟังมันทำไม มันเป็นชู้กับเมียมึง มันข่มขืนเมียมึง”

ขุนภักดีส่ายหน้าเอือมระอา เสือหนักกระชากสนเข้ามาตบซ้ายตบขวา ยืนยันจะไม่ยอมให้คนเลวอย่างเธอประจานลูกของเขาในศาล แล้วทำท่าจะลากตัวออกไป ขุนภักดีพยายามจะห้ามปรามแต่เขาไม่ฟัง

“ท่านขุนอยู่ตรงนี้ อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ กระผมจะไปเล่นกีฬาฆ่าคนตายกับอีนางใจชั่วนี่...อีสน มึงวิ่งไป...วิ่งไปให้กูนับหนึ่งถึงสิบ ถ้ามึงไปพ้นมึงก็รอด ถ้ามึงไปไม่พ้นมึงตาย”

เสียงเทิดศักดิ์ตะโกนห้ามเสือหนักอย่าทำร้ายแม่ของเขาดังมาจากบนเรือน เขาตะโกนกลับไปว่าอย่าลงมาเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะฆ่านังคนชั่วนี้ทันที สนรีๆรอๆไม่ยอมขยับ เสือหนัก

ขู่ถ้าไม่วิ่งหนีจะยิงทิ้งตรงนี้ เธอเผ่นแนบไม่รอให้พูดซ้ำ พอนับถึงสิบ เสือหนักออกไล่ล่าสนโดยมีขุนภักดีวิ่งตามไปอีกทอดหนึ่ง

เสียงเอะอะข้างล่างเงียบไป เทิดศักดิ์ใจคอไม่ดี รีบลงมาดูเจอแดงน้อยที่เพิ่งเข้ามาถึงพอดี จึงชวนเพื่อนรักไล่ตามแม่กับเสือหนัก...

ฝ่ายสนหนีเสือหนักไม่พ้น พยายามร้องขอชีวิตแต่ไม่สำเร็จ เขาจ่อปืนที่หัวเธอ ขุนภักดีตามมาทันตะโกนห้ามเสียงหลง เช่นเดียวกับเทิดศักดิ์และแดงน้อย แต่ไม่ทันกาลเสือหนักเหนี่ยวไกยิงสนทรุดฮวบ แดงน้อยเห็นแต่ด้านหลังเสือหนัก ชักปืนขึ้นยิงโต้ตอบถูกเขาล้มลงข้างๆ สนที่ขาดใจตายไปแล้ว

ขุนภักดีกับเทิดศักดิ์ต่างตกใจรีบวิ่งเข้าไปดูโดยมีแดงน้อยตามมาติดๆ พอเห็นหน้าเสือหนักชัดเจน แดงน้อยกับเทิดศักดิ์ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า“ลุงสิน” เสือหนักพยักหน้ารับ สองหนุ่มทรุดลงใกล้ๆเขา ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ขุนภักดีเล่าความจริงอันแสนเจ็บปวดให้ฟังว่าลุงสินกับเสือหนักคือคนคนเดียวกัน แล้วบอกเทิดศักดิ์ให้มากราบพ่อที่แท้จริงของเขา

“พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกอับอาย มีพ่อเป็นไอ้เสือหนักคนเลว” เสือหนักน้ำตาคลอเบ้า แดงน้อยเข้ามากราบขอขมาเขาให้ยกโทษให้ที่ยิงลุงผู้มีพระคุณล้นฟ้าของตัวเอง

“ยิงตามหน้าที่ หลานมีหน้าที่จัดการคนทำผิด หลานทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

เนียน เรียม เนื้อทอง และทานตะวันซึ่งได้ยินเสียงปืนวิ่งมาถึงพอดี เนียนเห็นพี่ชายตัวเองนอนจมกองเลือดผวาเข้าไปกอดร้องไห้โฮ เสือหนักเรียกลูกและหลานๆ ให้เข้ามาใกล้เพื่อสั่งเสีย

“อย่าเสียใจกันเลย ควรภูมิใจที่เสือหนักคนนี้ได้ตายอย่างมีประโยชน์ ปกป้องไม่ให้นางคนใจชั่วเอาลูกตัวเองไปประจาน เอาทุกคนที่บ้านนี้ไปประจาน...เทิดศักดิ์ พ่อภูมิใจลูกมาก พ่อรักลูกอยากให้ลูกกอดและอยากกอดลูกสักครั้งในชีวิต”

เทิดศักดิ์กอดพ่อไว้แน่น เขาเองก็รักท่านเช่นกัน เสือหนักสิ้นใจท่ามกลางคนที่รักเขาและสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา ผิดจากสนคนชั่วที่นอนตายอย่างเดียวดาย ไร้คนเหลียวแล

ooooooo

หลังจากเมฆหมอกร้ายผ่านพ้นบ้านภักดีภูบาล ท้องฟ้าก็สดใสอีกครั้ง ทานตะวันกลับไปเปิดร้านเสริมสวยของเธอและได้พิศมัยกับลูกน้องเก่าๆ มาช่วยงานเหมือนเดิม

ส่วนโรงเรียนของเนื้อทองที่ทองจันทร์เป็นนายทุนให้ก็ได้ฤกษ์เปิดทำการ ขุนภักดีเป็นประธานในพิธีเปิดผ้าแพรคลุมป้ายชื่อโรงเรียน โดยมีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทันทีที่ริบบิ้นถูกตัด ลูกโป่งดึงผ้าแพรลอยขึ้นไปในอากาศเผยให้เห็นชื่อโรงเรียนแห่งนี้ว่า “โรงเรียนทองจันทร์อนุสรณ์”

“เราเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็นอนุสรณ์แด่คุณนายทองจันทร์ มารดาของผมครับ” ขุนภักดีประกาศด้วยความภาคภูมิใจ เรียม เนียน กับเนื้อทอง รวมทั้งทานตะวัน เทิดศักดิ์และแดงน้อยต่างยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน—

อาญารัก ตอนที่ 22

อ่านเรื่องย่อ

อาญารัก

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement