นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดโครงการสร้างลูกเสือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต(ไซเบอร์สเกาท์) ตั้งเป้าปราบปรามภัยคุกคามบนดลกอินเทอร์เน็ต ขณะที่ รมว.ไอซีที รับไม้ต่อสร้างอาสาสมัครกว่า 200คน ป้องภัยบนโลกออนไลน์...
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายระหว่างการเปิดโครงการสร้างลูกเสือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ ไซเบอร์สเกาท์ ว่า ขณะนี้ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การให้ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน รวมไปถึงข้อมูลที่มีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานและสังคมออนไลน์จำเป็นต้องช่วยกันสอดส่องดูแลจากสิ่งไม่พึงประสงค์ ด้วยเหตุนี้การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครออนไลน์จึงมีความจำเป็น โดยเริ่มจากการปลูกฝังจิตสำนึกในการร่วมมือกันส่งเสริม ปกป้องให้สังคมไทย เกิดความตระหนักในการรับรู้และใช้งานข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างกลุ่มสังคมออนไลน์ที่มีจิตสำนึกในจริยธรรม คุณธรรม เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่เครือข่ายทางสังคมในการส่งเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างเหมาะสม โดยร่วมกันช่วยสอดส่องดูแลภัยอันตรายและเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารที่เป็นภัยต่อสถาบัน รวมถึงความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนเพื่อให้เกิดช่องทางสำหรับติดต่อประสานงานเครือข่ายอาสาสมัครอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเป็นเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ในภาคประชาชนที่จะเป็นพลังหนุนสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมในอนาคต
ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า แม้กระทรวงไอซีที ในฐานะหน่วยงานหลักที่ต้องดำเนินการให้สอดรับกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือ พ.ร.บ.คอมฯ 2550 จะได้ดำเนินการจัดเพิ่มจำนวนบุคลากร เพื่อช่วยตรวจสอบความปลอดภัยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมทั้งได้มีการติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางด้านเทคนิคที่มีประสิทธิภาพอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ภัยหรืออาชญากรรมออนไลน์ยังเกิดขึ้นตลอดเวลา เนื่องจากสังคมไทยยังขาดความรู้ ความตระหนักในการป้องกันตนเองจากภัยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเป็นเหตุผลที่ภาครัฐมีนโยบายที่จะช่วยสร้างสังคมให้มีความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันภัยอันตรายที่มากับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพราะผู้ใช้งานระบบถือเป็นจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของการรักษาความมั่นคง ปลอดภัย การให้ความรู้สร้างความเข้าใจเรื่องรูปแบบของภัยคุกคามออนไลน์ เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลสังคมให้ปลอดภัยจากสิ่งไม่พึงประสงค์ รวมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกในการต่อต้านเนื้อหาและกิจกรรมที่อันตราย ตลอดจนการยกย่องส่งเสริมวัฒนธรรมออนไลน์ที่ดี จึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการเพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันภัยที่ถาวรยั่งยืนให้กับสังคมไทย

รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าว เป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสร้างไซเบอร์สเกาท์ ที่มีจิตสำนึกในด้านจริยธรรม คุณธรรม ให้เป็นเครือข่ายทางสังคมในการส่งเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย โดยอาสาสมัครไซเบอร์สเกาท์เหล่านี้จะทำหน้าที่เฝ้าระวังข้อมูลหรือพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารในเชิงรุกและเข้าร่วมกิจกรรมที่กระทรวงฯ จัดขึ้น ซึ่งการสร้างจิตสำนึกในภาคเยาวชนครั้งนี้ จะเป็นพลังหนุนสำคัญที่นำไปสู่จุดมุ่งหมายในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการปลูกจริยธรรมและค่านิยมในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมในโลกของไซเบอร์ที่ดี ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่ประชาชนอย่างถาวรยั่งยืนถวายแด่พระบาmสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รมว.ไอซีที กล่าวด้วยว่า ในเบื้องต้นโครงการดังกล่าวได้วางเป้าหมายที่จะรับอาสาสมัครไซเบอร์สเกาท์ จำนวน 200 คน จากกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชนที่มีความรู้ความสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตได้ดี มาร่วมอบรมด้านคุณธรรม จริยธรรม เทคนิค กฎหมายจากเจ้าหน้าที่ และผู้เชี่ยวชาญ ที่จะมาสร้างความรู้ความเข้าใจ และให้คำปรึกษาแก่อาสาสมัครเพื่อให้รู้ถึงวิธีการป้องกัน รวมทั้งป้องปรามภัยทางอินเทอร์เน็ต และสามารถนำไปปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฯ.




















