วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดฉากเวิร์ดแคมป์ 2009 คอไอทีแห่ร่วมงาน

เวิร์คแคมป์ ครั้งที่ 2 คึก คอไอทีแน่นงานกว่า 500 ราย พร้อมฟังหัวข้อฮิต กระปุกเผยยอดผู้ใช้งานพุ่ง ด้านนักเขียนชี้บล็อกเปลี่ยนพฤติกรรมคน ไม่หวงข้อมูลส่วนตัว...

หลังจากเสียงตอบรับ เวิร์ดแคมป์ 2008 (WordCamp Bangkok 2008) ที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้วันนี้ เวที เวิร์ดแคมป์ 2009 เกิดขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ บรรยากาศคนไอทีที่ตบเท้ามาเข้าร่วมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง จากยอดลงทะเบียนกว่า 500 ราย

ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา จำนวนของผู้เขียนบล็อก (Blog) โดย เวิร์ดเพลส(Wordpress) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับจากจุดเริ่มต้น เมื่อเดือน พ.ค.ปี 2549 หรือกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน เม.ย.2552 เวิร์ดเพลส เติบโตกว่า 120 ล้านคนทั่วโลก ส่วนจำนวนผู้อ่านก็มากกว่า 1.2 พันล้านคนทั่วโลก (ที่มา http://wordpress.com/stats/) อีกทั้ง ยังเป็นเว็บที่คนไทยเข้าเป็นอันดับที่ 30 (ที่มาจาก http://www.alexa.com/) ด้วย



นายปรเมศวร์ มินศิริ
เว็บมาสเตอร์กระปุกดอทคอม (www.kapook.com) อธิบายว่า เวิร์คแคมป์ เป็นงานประจำปีของคนไอทีทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา ยี่ปุ่น ฝรั่งเศส ฮ่องกง และแอฟริกา สำหรับประเทศไทย ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ คนไอที หรือคนในแวดวงเทคโนโลยีมาพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนพูดคุย จากเดิมที่เจอกันเฉพาะในโลกออนไลน์

เว็บมาสเตอร์กระปุก อธิบายต่อว่า จากกระแสตอบรับครั้งแรกที่ผ่านมา ทำให้งานครั้งนี้ มีผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงานกว่า 500 ราย จากเดิม 200 ราย สำหรับไฮไลท์ของงาน คือ การโหวตให้มีบล็อกขึ้นมาใช้เป็นแรงบันดาลใจ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของวิทยากร และผู้ร่วมสนทนาที่มีชื่อเสียง และยังมีวงดนตรีชื่อ ไอเฮีย ที่ยังไม่มีสังกัด แต่อยากจะสร้างชื่อเสียงมาโปรโมท ขณะที่ต้องการให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้ประโยชน์ ประหยัด และเห็นการเติบโตของเวิร์ดเพลสมากขึ้น อีกทั้ง ยอมรับว่า ขณะนี้ การขยายตัวของเวิร์ดเพลสในประเทศไทย ยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากมีผู้ใช้เฉพาะในกลุ่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ยังไม่ทั่วถึง 

“ตั้งเป้าให้เวิร์ดเพลสเติบโตมากขึ้น และขยายตัวไปทั่วประเทศ ขณะที่ต้องการให้ผู้เข้าร่วมงานใกล้ชิดกันมากที่สุด ไม่เสียเงิน รวมทั้ง เกิดเนื้อหาที่ดี สำหรับอนาคตคิดว่าอาจจะจัดงานขึ้นตามหัวเมืองต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น เป็นต้น อีกทั้ง หวังว่างานครั้งนี้ จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดหัวเรือใหญ่ที่เป็นตัวตั้งตัวตีของเวิร์ดเพลสได้ เหมือนกับจูมล่า” นายปรเมศวร์ กล่าว 

เว็บมาสเตอร์กระปุก แสดงความคิดเห็นว่า หาก 3จี เกิดขึ้น เนื้อหาที่เข้ามาจะแสดงรูปภาพชัดเจนขึ้น ดาวน์โหลดข้อมูลได้เร็วขึ้น และแอพลิเคชั่นก็หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้คนออกแบบมากขึ้น และคงหนีไม่พ้นการประชุมแบบเห็นหน้า ส่งเสียงผ่าน 3จีได้

นายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เจ้าของนามปากกา นิ้วกลม จาก Roundfinger.com เล่าถึงแรงบันดาลใจการใช้ Word press ว่า เริ่มจากการเขียนบล็อกหลังจากอ่านไดอารี่ของบล็อกของคนอื่น โดยมองว่า เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของแต่ละคน เพราะอดีตการเขียนเรื่องส่วนตัวมักจะอยู่ในหนังสือ แต่ปัจจุบันอ่านผ่านเว็บ ก่อนตั้งใจจะเขียนรวมเล่ม ส่วนเวิร์ดเพรสนั้นใช้ตามแนวของปราบดา หยุ่น รวมถึงชอบการออกแบบของเวิร์ดเพรส เพราะมีความเรียบง่ายด้วย

นิ้วกลม เล่าต่อว่า เนื้อหา งานบางชิ้น ไม่จำเป็นต้องมีคนมาชื่นชม ในส่วนเนื้อหา บางครั้งรู้สึกดีใจเวลาเขียนงานบางชิ้น นิตยสารอ่านจากบล็อกแล้วขอไปลงในนั้น ก็ดีใจแล้ว จากที่อยู่พื้นที่ร่องรอย แต่มีคนอ่าน นำไปใช้ลงบนกระดาษ

“เราพูดออกไป มีคนรออยู่อีกฝั่ง เป็นแรงผลักดันให้อยากเขียนต่อไป และยังมีผลตอบรับดี อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องซื้อสื่อแต่เหมือนมีสื่อเป็นของตนเอง อีกทั้ง ยังมีคนรออ่านข่าวของเราผ่าน รวมถึง มีแฟนประจำ ก่อนพัฒนาความสัมพัน์เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และทำกิจกรรมร่วมกัน” นายสราวุธ กล่าว

นิ้วกลม บอกอีกว่า อินดีเพนเดนท์บล๊อก เป็นทางเลือกที่แต่ละคนแสดงตัวตนออกมาได้ โดยไม่ต้องสนใจกระแสหลัก เพราะมีพื้นที่ของตนเอง นั่นคือ ประโยชน์ของบล็อก แต่สิ่งที่มีประโยชน์ ยังมีทางเลือก ไม่ต้องตามสื่อทีวี วิทยุ ให้เลือกเชื่อได้ ทั้งนี้ อินเทอร์เน็ต ช่วยให้เข้าใจตนเอง เห็นโลกสวยขึ้น ไม่ใช่ตามสื่อกระแสหลักเพียงอย่างเดียว การกระตุ้นสิ่งหนึ่ง ที่จำเป็น คือ ความเชื่อมั่น ว่าความคิดมีคุณค่า และน่าสนใจ สิ่งที่เราคิดอยู่ คนอื่นอาจจะไม่รู้ก็ได้ ต้องเล่าอย่างมั่นใจ และเขียนอย่างมีความสุข



นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่ดี และอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน เพื่อผลักดันให้เด็กและเยาวชนให้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และศึกษาความรู้ใหม่นอกเหนือจากในห้องเรียน

“มองว่าแนวโน้มของอินเทอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทต่อ เด็ก และเยาวชนมากขึ้น ดังนั้นเนคเทคจึงเห็นความสำคัญ และต้องการสนับสนุนให้หันมาสนใจกับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ หากทุกภาคเอกชนสนับสนุนด้วย จะช่วยให้เข้าถึงมากขึ้น” ผอ.เนคเทค กล่าว

นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ การเรียนรู้ในห้องเรียนอาจจะลดลง แต่หันมาศึกษา เรียนรู้ จากสื่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วง มีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.การเข้าถึงของเทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตของเด็กในต่างจังหวัด ที่ต้องการแสวงหาความรู้ แต่ขาดการเข้าถึง ผิดกับเด็กในกรุงเทพฯ ที่มีโอกาสมากกว่า และ 2.ศักยภาพของเด็ก เพราะถ้าเด็กขาดความรู้ ความเข้าใจ ก็จะเป็นแค่ผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว ดังนั้น จึงต้องปลูกฝังให้เด็กมีคุณภาพ และคุณธรรมควบคู่กัน



ผ่านไปอีกครั้งแล้วกับงานเวิร์ดแคมป์ ครั้งที่ 2 แม้ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มของคนไอทีขนาดย่อมที่มีใจรักสิ่งเดียวกันมาแลกเปลี่ยนความรู้ และถ่ายทอดประสบการณ์ซึ่งกันและกัน แต่ก็ก่อให้เกิดประโยชน์กับเยาวชนและประเทศชาติในทางสร้างสรรค์ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม หากมีกลุ่มสังคมที่รักใคร่ปรองดองกันเช่นนี้ ก็เชื่อว่าจะสร้างความสงบสุข และความเจริญให้กับประเทศชาติได้...


กนกรัตน์ โกวิชัย
Itdigest@thairath.co.th